7 พ.ค.51 ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของชาวพม่า 54 คนบนรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์แช่แข็งที่จังหวัดระนองเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากขาดอากาศหายใจระหว่างลักลอบเดินทางไปขายแรงงานยังจังหวัดภูเก็ต ขณะนี้ผู้รอดชีวิตกว่า 60 คนยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง เพื่อเตรียมส่งตัวกลับประเทศในเร็วๆ นี้ โดยในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนของไทยได้กันผู้รอดชีวิตไว้ 9 คนที่จะไม่ส่งกลับประเทศเพื่อเป็นพยานในคดีอาญา
นายธนู เอกโชติ อนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ระบุว่า ในวันที่ 13 พ.ค.นี้ จะมีการหารือร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดระนองและทางการพม่าเรื่องการส่งตัวผู้รอดชีวิตกลับประเทศ โดยคณะทำงานจากสภาทนายความจะร่วมเข้าหารือด้วย เพื่อรับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่พม่าว่าเมื่อส่งกลับประเทศแล้วพวกเขาจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ หรือจะถูกควบคุมตัวไว้ที่ใด รวมถึงการประสานขอเอกสารสำคัญต่างๆ เพื่อนำมาเรียกร้องสิทธิในการชดเชยค่าเสียหายกับบริษัทประกันในประเทศไทย
นายธนู ระบุ ผู้รอดชีวิตสามารถเรียกร้องค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด ผู้รับผิดชอบได้แจ้งเบื้องต้นว่ายินดีจ่ายค่าเสียหายให้รายละ 35,000 บาท แต่ยังติดขัดเรื่องเอกสาร เนื่องจากพวกเขาไม่มีบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีญาติ หรือสามีหรือภรรยาเสียชีวิตในเหตุการณ์ซึ่งจะได้รับค่าชดเชย 100,000 บาทก็ไม่มีเอกสารสำคัญระบุความเป็นทายาท หรือทะเบียนสมรส ทางสภาทนายความจึงอยากประสานกับทางการพม่าเพื่อออกเอกสารสำคัญเท่าที่ทำได้เพื่อนำมาเป็นหลักฐานเรียกค่าชดเชยกับบริษัทประกันในฝั่งไทย นอกจากนี้ทางสภาทนายความยังอยู่ระหว่างการประสานกับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เจ้าของรถได้ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้เพื่อตรวจสอบว่าจะสามารถจ่ายค่าชดเชยให้ผู้เสียหายได้ในวงเงินเท่าใด
ทั้งนี้ นายธนูกล่าวด้วยว่า ยังไม่แน่ใจว่าการประสานในครั้งนี้จะได้ผลแค่ไหน เพราะหากไม่ได้เอกสารหลักฐานใด ก็ไม่สามารถจะดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยตามกระบวนการในประเทศไทยได้
|