ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ร่วมลงชื่อแก้ไข พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
มอ.เสวนาฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญ ซัด ‘ทักษิณ’ ทำทุกอย่างหวังหลุดคดีทวงเงินคืน พิมพ์บทความนี้

 

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12พ.ค.2551 คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ร่วมกับเครือข่ายรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ภาคใต้ สวรส.ภาคใต้ มอ.หาดใหญ่ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมจัดเวทีเสวนาเรื่องฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญ ณ ห้องประชุมใหญ่ คณะวิทยาการจัดการ มอ.โดยมี อ.อารีลักษณ์ พูลทรัพย์ คณะรัฐศาสตร์ และ ผศ.บุญเรือง มานะสุการ คณะวิทยาศาสตร์ มอ.เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ส่วนวิทยากรประกอบด้วยรศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา นายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ นักวิชาการอิสระ และนายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลา และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้เข้าร่วมฟังประมาณ 100 คน

 

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า ปรากฏชัดว่ารัฐบาลพยายามสูงที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยยกเพียง 2 มาตราที่ส่งผลกระทบต่อนักการเมืองชุดก่อน ได้แก่ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคโยงกับมาตรา 309 เพื่อปลดพันธนาการให้กับ 111 ศพให้หลุดพ้นภายใต้รัฐธรรมนูญที่เพิ่งใช้เพียงไม่กี่เดือน

 

ที่สำคัญอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการรัฐประหารจึงต้องรื้อใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้ประชาชนเห็นด้วย อีกทั้งมีการเปรยว่าจะมีการตั้ง ส.ส.ร.3 (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกทางหนึ่ง ซึ่งแน่นอนมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ที่ยังเป็นเสียงเงียบ

 

“ส่วนตัวคิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เพิ่งใช้เพียงไม่กี่วัน เป็นเรื่องใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย และมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ ทั้งการถอดถอนและการสะสางกรณีทุจริตต่างๆ”

 

การที่ต้องมีวิกฤตไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากดูตามประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่มีวิกฤตทางการเมืองเป็นระยะๆ การเผชิญหน้าของ 2 ฝ่าย ถ้าผ่านวิฤตรัฐธรรมนูญไปได้ ก็ยังมีวิฤตเศรษฐกิจอีก โดยเฉพาะวิกฤตข้าวที่จะปรากฎในอีก 1-2 ปีข้างหน้า วันนี้ข้าวถูกปั่นราคาให้แพงขึ้นแพง รัฐบาลพยายามทุ่มให้ชาวนาเพิ่มผลผลิตข้าวในภาวะที่ราคาแพง ราคาปุ๋ยแพงขึ้นแป็นเท่าตัวทั้งที่นักวิชาการคัดค้าน

 

ด้านนายพิภพ กล่าวว่า มีการโจมตีตนและนายสุริยะใส กตะศิลา ที่เคยกล่าวว่าให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง แล้วเหตุใดจึงคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุที่คัดค้านเพราะเป็นการแก้ไขเพื่อนักการเมืองบางกลุ่ม ที่เคยกระทำผิดแล้วต้องการหนีความผิดนั่นเอง ไม่ใช่แก้ไขเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

 

โดยมาตรา 237 ที่ชี้ว่าถ้า ส.ส.โกงเลือกตั้งโดยที่หัวหน้าพรรครู้เห็นด้วย ก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันโดยการยุบพรรค เพื่อเป็นกรอบให้ผู้บริหารพรรคการเมืองร่วมสอดส่องดูแลให้โปร่งใส

 

ลำพัง กกต.คอยจับทุจริต เป็นไปไม่ได้ทั้งหมดแน่นอน ต้องจะเปลี่ยนโครงสร้างพรรคการเมืองใหม่ให้ดูแล ส.ส.ตัวเองมากขึ้น แต่นักการเมืองในปัจจุบันไม่ได้สนใจในมาตรานี้ จึงต้องการแก้ไขเพื่อหนีความผิดในการถูกยุบพรรค โดยพรรคที่มีปัญหาในมาตรานี้คือพรรคชาติไทย ทำให้นายบรรหาร ศิลปอาชา กระโดดร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับมาตรา 309 ด้วย

 

“เหตุที่เราต้องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในข้อดังกล่าว เพราะเป็นมาตราที่ป้องกันการทุจริต สกัดการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งการเร่งการแก้ไขมาตรา 237 จะปลดการยุบพรรคของตัวเองได้”

 

“ส่วนมาตรา 309 นั้น จะเป็นการทำลายอำนาจตุลาการโดยสิ้นเชิง ซึ่งในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นน่าสงสาร เพราะเวลาทำผิดนั้น ก็คิดว่าตัวเองไม่ผิด และต้องการแก้ไขมาตรา 309 ทำไมไม่เข้าสู้กันในกระบวนศาลยุติธรรม”

 

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลไม่ได้ช่วยให้ประชาชนกินดีอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจภาวะข้าวยากหมากแพง สังคมตอนนี้ต่างไม่เห็นด้วยและคัดค้าน ทำให้เกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งหมออาวุโส และประชาชน และลึกๆ แล้ว เชื่อว่าหากมีการลงประชามติ ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน” นายพิภพ กล่าว

 

เขากล่าวว่า รัฐธรรมนูญนี้ผ่านการลงประชามติ 14 ล้านเสียงมาแล้ว การจะแก้ไขหรือไม่ก็ต้องถามประชาชนด้วยการลงประชามติตามมาตรา 165 ก่อน หากประชาชนเห็นด้วยก็พิจารณาเป็นข้อๆ ว่าจะแก้จุดไหน แต่หากยังดื้อรั้นแก้ไขหรือฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ก็จะยิ่งสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคม เพราะแก้แล้วมีผลประโยชน์ต่อคนเพียงกลุ่มเดียว แต่ประเทศชาติจะเสียหายอย่างใหญ่หลวง

 

“วิกฤตรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นมาจากคนเพียงคนเดียวที่พยายามสู้ เพื่อไม่ให้ติดคุกโดยไม่ใช้กระบวนการยุติธรรม และจะกลับมาสร้างอำนาจให้ตัวเองต่อไป ภายใต้ระบบการเลือกตั้งแบบเดิมที่มีการทุจริตซื้อเสียง การเมืองไทยก็จะวิกฤตต่อไป ต้องป้องกันให้ตรงจุดไม่ให้เกิดการเลือกตั้งที่ทุจริต ป้องกันระบบตุลาการให้ถูกแทรกแซงน้อยที่สุด” นายพิภพกล่าว

 

สังคมไทยในตอนนี้ คล้ายในยุค 2475 ที่รอการอภิวัติซึ่งต้องแก้โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมฝังรากลึก เช่นปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทางทางกฎหมาย เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นและระบบอุปถัมป์ แต่สังคมไทยในตอนนี้ถึงจุดที่ไม่เอาปฏิวัติรัฐประหารแบบเก่า และไม่เอาปฏิวัติรัฐสภาอีกด้วย ต้องมีการออกแบบสังคมใหม่ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีผู้ออกแบบและนำพาสังคมไปหรือไม่ มิฉะนั้นก็จะวนเวียนอยู่เช่นนี้

 

“การอภิวัติหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมใหม่ แต่ไม่ใช่สถาบันทางพระมหากษัตริย์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน เช่น ปัญหาที่ดิน เป็นต้น เคยเกิดขึ้นในสมัยของ อ.ปรีดีย์ พนมยงค์ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยนักวิชาการและผู้นำเข้ามาคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เสียเลือดเสียเนื้อ และไม่มีการปฎิวัติรัฐประหาร” นายพิภพกล่าว

 

ศ.ดร.ภูวดล กล่าวว่า หากมองย้อนราว 2 ปีให้หลังเห็นชัดว่าการเมืองไทยก้าวสู่ยุคอึมครึม ทุจริตทุกรูปแบบโดยอาศัยความอ่อนแอของสังคม การเมืองไทยหลัง 19 กันยายน 2549 ได้ คมช.แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย จนได้ รัฐธรรมนูญปี 2550 แต่โครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทยไม่สมดุล อำนาจกระจุกตัวอยู่ที่ชนชั้นนำ ทำให้เกิดความไม่สมดุลและสร้างปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้ จึงนำไปสู่ทางตัน

 

“นอกจากนี้ ยังมีการตั้งโจทย์ผิดๆ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่ที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ต้องมาเถียงกับมาตราในรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหามาจากคนหน้าเหลี่ยมที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คนทั่วประเทศรู้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีให้กับใคร รับจ้างเพื่อช่วยเหลือให้หลุดคดี และต้องการเงิน 73,000 ล้านคืน จ้างคนโน้นคนนี้เพื่อช่วยเหลือรับใช้ ใครที่รับจ้างก็รวยขึ้นทันตาเห็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงเต็มไปด้วยปัญหา เราในฐานะประชาชนที่มีพลังประชาธิปไตยกำลังดูอยู่ เชื่อได้เลยว่ากองทัพไทยไม่เอาทักษิณ ชินวัตร และเชื่อว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เพราะทักษิณและพลพรรค” ศ.ดร.ภูวดลกล่าว

 

ด้าน นายอุทิศ กล่าวว่า วิกฤตที่เกิดก่อนมีรัฐธรรมนูญ ได้แก่ เกิดความแตกแยกในสังคม การทุจริตเอื้อผลประโยชน์ต่อพวกพ้องของรัฐบาล การแทรกแซงองค์กรอิสระจนกระทั่งฝ่ายรัฐบาลในสมัยนั้นทำอะไรผิดก็จะตัดสินในลักษณะทุจริตโดยไม่เจตนา เช่นกรณีคดีซุกหุ้น และวิกฤตการหมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 และนำไปสู่การยึดอำนาจจากฝ่ายทหาร ซึ่งไม่มีใครหาทางออกได้ด้วยมีการประจันหน้าของประชาชนและรัฐ

 

การร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 แม้เกิดขึ้นภายใต้อำนาจปฏิวัติ แต่การสรรหานั้นมีตัวแทนครอบคลุมในทุกกลุ่มของสังคมไทย และใช้หลักเกณฑ์รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นตัวตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตทั้ง 4 ด้านที่เคยเกิดขึ้น กล่าวคือ ป้องการการทุจริตซื้อเสียง ให้พรรคการเมืองมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในการกระทำผิดในพรรค ซึ่งการดิ้นรนแก้ไขมาตรา 237 นั้นจินตนาการได้ว่าเหมือนผีถูกน้ำมนต์ เป็นเหตุการณ์ที่พรรคการเมืองต้องการหลุดจากมาตรานี้ ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้ในปัจจุบันนั้น ได้เปิดช่องแล้วว่าสามารถแก้ไขได้ แต่ต้องมุ่งที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช้มุ่งเพื่อพวกพ้องตนเองเป็นหลัก

 

จากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน แกนนำพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาต่อ ในหัวข้อ รีบแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อใคร? ที่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ มีนายพิภพ ศ.ดร.ภูวดล และนายอุทิศ เป็นวิทยากร มีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกรรมกร FM 102.75 มีประชาชนมาร่วมฟังจำนวนหนึ่ง พร้อมกับจัดเลี้ยงขนมจีน น้ำชา เพื่อระดมทุนนำไปจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป





โดย : ประชาไท   วันที่ : 13/5/2551

"51 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.