ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ร่วมลงชื่อแก้ไข พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 13 พ.ค.2551 พิมพ์บทความนี้

การเมือง

 

“ชัย” ปัดฝุ่นสภาใหม่งบพันล้าน

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - “ชัย ชิดชอบ” ประกาศลุยงานแรกหลังส.ส.รัฐเลือกโดยไม่เป็นเอกฉันท์ให้นั่งประธานสภาฯ ด้วยการปัดฝุ่นสร้างสภาแห่งใหม่ ชี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตโดยจะใช้งบพันล้านบาท ส่วนบรรยากาศกร่อย “ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน” เมินร่วมยินดี ส่วน “สมัคร” ติดภารกิจไม่ร่วมโหวตเลือก “ชัย” ด้าน “บรรหาร-ลูกนา” ห่วง “ชัย” คุมเกมสภาไม่ได้ แฉสมาชิกวิปรัฐบาลบ่นควบคุมการประชุมไม่ได้และไม่เป็นกลาง ขณะที่ประชาธิปัตย์ จี้ “พปช.-ชัย” จัดการ “การุณ” ทำร้าย

 

หวั่น รธน.สร้างปมแย้งในชาติ

เดลินิวส์ - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมการมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม พร้อมด้วยญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ร่วมแถลงข่าว เรียกร้องให้รัฐบาลและกลุ่มการเมืองลดเงื่อนไขการสร้างความรุนแรงที่นำมาสู่ความสูญเสีย และการคัดค้านรัฐประหารรอบใหม่

 

คตส.ชุดใหญ่สรุปทุจริต “ซีทีเอ็กซ์”วันนี้

กรุงเทพธุรกิจ - คตส.ชุดใหญ่สรุปผลสอบทุจริตจัดซื้อ ซีทีเอ็กซ์ 9000 วันนี้ ส่ง “อัยการสูงสุด” ยื่นฟ้อง “ทักษิณ”พร้อมพวก รวม 36 ราย ทำผิด พ.ร.บ.ฮั้ว ฉ้อโกง เตรียมเปิดหลักฐานผลสอบเส้นทางเงินของผู้เกี่ยวข้อง พบพิรุธนำเงินซื้อทีเอ็กซ์ไปใช้อย่างอื่น และคำให้การจ่ายเงินนักการเมือง เรียกรับสินบน โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

 

เศรษฐกิจ

 

ปัดกลุ่มส่งออก ขอแบ่งน้ำตาล หวั่นรีดชาวไร่

เว็บไซต์ไทย - นายดำริ สุโขธนัง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแผนระเบียบวาระอ้อยแห่งชาติ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเม็ดเงินทุกบาทที่ได้จากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกิโลกรัม จะต้องส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อนำเงินมาใช้หนี้และจ่ายเงินให้ชาวไร่โดยตรง ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

 

นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ เลขาธิการสหพันธ์ชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการส่งออกเรียกร้องขอให้ช่วยขายน้ำตาลทรายโควตา ค. (เพื่อการส่งออกโดยโรงงานน้ำตาล) ให้ว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบกับการขอร้องของกลุ่มผู้ประกอบการส่งออก เพราะข้อมูลที่ให้มาไม่มีความชัดเจน เนื่องจากที่ขอมามีการดึงกลุ่มผู้ประกอบการภายในประเทศเข้าไปด้วย และชาวไร่อ้อยก็มีภาระหนี้สินอยู่แล้ว และที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ก็ได้ซื้อน้ำตาลทรายในราคาถูกมาตลอดอยู่แล้ว หากจะช่วยลดราคาขายให้อีกก็จะเข้าเนื้อชาวไร่อ้อย

 

นายกำธรกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้อ้อยถึงทางตันแล้ว ถ้าราคาอ้อยยังอยู่ที่ระดับ 700 บาทต่อตันอ้อย จะทำให้ชาวไร่หันไปปลูกพืชตัวอื่นแทน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอีก 2 ปีจะเป็นวิกฤติแน่และอุตสาหกรรมอ้อยก็ล้ม ดังนั้น จึงต้องเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำตาลในประเทศที่ถูกกดทับมานานจนเป็นเนื้อร้าย เพราะเป็นสินค้าเพียงไม่กี่ชนิดที่ตั้งแต่ปี 2523-2551 มีการปรับขึ้นราคามาเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

 

กล่อม4ยักษ์ค้าเหล็ก ทุ่มเงินลงทุนในไทย

เว็บไซต์ไทยโพสต์ - นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาพื้นที่พัฒนาเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (เซาเทิร์นซีบอร์ด) เนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก 4 ราย สนใจมาลงทุนในไทย คือ บริษัท เจเอฟอี สตีล, นิปปอน สตีล, มิททัล สตีล และบาว สตีล วงเงินลงทุนไม่ต่ำกว่ารายละ 1 แสนล้านบาท เบื้องต้นได้ให้บริษัทเหล็กไปทำความเข้าใจกับชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านมั่นใจกับมาตรการป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท รวมถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ

 

"ไทยจำเป็นต้องพัฒนาเหล็กขั้นต้นในไทย เพราะแนวโน้มความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้น โดยปัจจุบันไทยต้องการใช้เหล็กปีละ 13 ล้านตัน จากตลาดทั้งหมดในอาเซียน 40 ล้านตัน เบื้องต้นสภาพัฒน์กำลังจะศึกษาในเรื่องของพื้นที่ได้ภายในปี 51" นายสุวิทย์กล่าว

 

คุณภาพชีวิต

 

ฉีกหน้า ‘มิ่ง’ 60 สินค้าลด ‘แหกตา’ โขกแพง-แยกแพ็กขาย ‘มาม่า’ ขอขึ้นอีก1บาท

เว็บไซต์ไทยโพสต์ - ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าจากการสำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้า 60 รายการที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตให้ปรับลดราคาลงมาเป็นเวลา 2-6 เดือน พบว่าหลังจากเริ่มโครงการไปไม่กี่สัปดาห์ ราคาสินค้าได้ปรับราคาขึ้นมาอยู่ในราคาเดิมแทบจะทุกรายการสินค้า หรือบางรายการไม่มีวางจำหน่าย บางรายแสบปรับใช้ราคาเดิม แถมแอบแบ่งแพ็กขายปลีกราคาแพง เผยสินค้าอีกเพียบต่อแถวขอขึ้นหลังต้นทุนพุ่ง "มาม่า" เตรียมขยับอีกซองละ 1 บาท น้ำมันพืช-นม อาจปรับด้วย

 

คมนาคมส่งซิกเพิ่มค่าโดยสาร 20 พ.ค.

เว็บไซต์ไทยโพสต์ - นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถร่วมบริการ ขสมก. รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) และรถร่วมบริการ บ.ข.ส. หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนในการประกอบกิจการได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราคาลิตรละ 34.44 บาท ซึ่งการพิจารณาขึ้นค่าโดยสารครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2550 ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราคาลิตรละ 27.39 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาปรับขึ้นราคาค่าโดยสารจะอนุมัติให้ปรับขึ้นเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้

 

ภาคปชช.ยื่น2 หมื่นรายชื่อ จี้ถอดถอน“ไชยา” 15พ.ค.

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - เครือข่ายภาคประชาชนยื่น 2 หมื่นรายชื่อถอดถอน “ไชยา” ต่อประธานวุฒิสภา 15 พ.ค.นี้ เผยผลพวงประกาศทบทวนซีแอลทำให้ไทยยังไม่ได้รับยาโรคหัวใจจากอินเดีย จี้ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรมเร่งดำเนินการ

 

พลังงาน

 

พลังงานนัดถกกฟผ.สรุป “เอฟที” งวดใหม่ยันปรับลดแน่นอน

เว็บไซต์แนวหน้า - พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) งวดเดือนมิถุนายน-กันยายน 2551 ว่า มีแนวโน้มที่จะปรับลดลงตามการปรับลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อดูว่าจะปรับลดลงได้เท่าใด ส่วนปริมาณการใช้พลังงานทดแทนที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้กระทรวงพลังงานต้องชดเชยราคามากขึ้นนั้น ตนยืนยันว่ากระทรวงพลังงานยังไม่มีแนวคิดปรับลดส่วนต่างของราคาลง เพราะต้องการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น ส่วนการปรับราคาก๊าซหุงต้มนั้นในเดือนกรกฏาคม จะมีการปรับขึ้นในส่วนของภาคขนส่งแน่นอน

 

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงาน ยังได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ให้ร่วมสอดส่องให้มีการเปิดไฟป้ายโฆษณาให้เป็นไปตามมติ ครม.ปี 2548 ที่ให้เปิดเฉพาะช่วงเวลา 19.00-22.00 น. เท่านั้น ส่วนมาตรการปิดปั๊มน้ำมันยืนยันว่าจะไม่นำมาใช้แน่นอน

 

กฟผ.จีบอินโดฯ จองเหมืองถ่านหิน

บ้านเมือง - แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.กำลังเร่งพิจารณาหาข้อสรุปแนวทางการพัฒนาเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียให้ได้ภายในปีนี้ ซึ่ง กฟผ.เจรจาอยู่หลายแห่งเพื่อที่จะหามาตรการรองรับความเสี่ยงกับปัญหาราคาถ่านหินที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันตลาดโลก และการจัดหาถ่านหินให้กับประเทศไทยในระยะยาวที่เริ่มจะหาซื้อได้ยากขึ้น

 

“กฟผ.เองพยายามจะหาแหล่งพัฒนาด้วยการเข้าไปเป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินเองก่อน ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าถ่านหิน 4 แห่ง ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างจากรัฐจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ก็ตาม เพราะหากต้องรอผลสรุปอีก1-2 ปีถึงตอนนั้นอาจหาไม่ได้แล้ว และหากโรงไฟฟ้าไม่เกิดก็สามารถขายยังตลาดโลกได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ยอมรับว่าคงต้องศึกษาพื้นที่พัฒนาให้ดีก่อนเพื่อความแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

 

ทั้งนี้ราคาถ่านหินปัจจุบันที่เป็นค่าความร้อนสูงที่ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซียได้ปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 113-114 เหรียญต่อบาร์เรล ในการซื้อขายระยะยาว ขณะเดียวกันในอดีตการซื้อขายจะกำหนดสัญญากันอย่างน้อย 10 ปี ปัจจุบันก็ทำสัญญาซื้อขายเหลือเพียง 3-4 ปีเท่านั้น จึงทำให้การจัดหาถ่านหินไม่ง่ายเช่นอดีตที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากเกิดความชัดเจนในการลงทุนอาจให้ กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นผู้พัฒนาหรืออาจจะเป็นบริษัทลูกของ กฟผ.เพื่อความคล่องตัว

 

แหล่งข่าว กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ.มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปยังพื้นที่เป้าหมายในภาคใต้แล้ว เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยประชาชนส่วนหนึ่งเริ่มเข้าใจและตอบรับมากขึ้นซึ่งหากโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถเกิดการลงทุนได้ภายในปี 2552 คงจะต้องจัดซื้อไฟฟ้าเพื่อนบ้านแทนแต่ก็ยอมรับว่าการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวที่เป็นต้นทุนต่ำก็คงไม่ได้แล้ว เพราะล่าสุดก็เกิดปัญหาสายส่งนาบงไม่เป็นไปตามแผน

 

“คนไทยจะต้องมองเชื้อเพลิงอื่นเพื่อความมั่นคงเป็นหลัก เพราะเวลานี้เราใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟ 71% หากระบบก๊าซมีปัญหาจะเสี่ยงมากถึงขั้นไฟดับพื้นที่ใหญ่ ขณะที่การจัดหาไฟจากเพื่อนบ้านก็เริ่มไม่ง่ายนักเพราะค่อนข้างเต็มแล้ว” แหล่งข่าว กล่าว

 

ต่างประเทศ

 

แผ่นดินไหวจีนวิปโยคคาดตายถึงหลักหมื่น

เว็บไซต์ไทยโพสต์ - จีนถึงคราววิปโยค แผ่นดินไหวรุนแรงถึง 7.8 ริกเตอร์ในเขตประชากรหนาแน่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนทำให้อาคารบ้านเรือนถล่ม หวั่นผู้เสียชีวิตอาจถึงหลักหมื่น พบอำเภอเดียวอาจมีคนตายกว่า 5,000 ราย สุดสลดอาคารเรียนหลายแห่งพังถล่มทับนักเรียนนับพัน เฉพาะอาคารเรียน 3 ชั้นตึกเดียวมีนักเรียนเกือบ 900 คนถูกกลบฝัง

 

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.28 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าของไทย 1 ชั่วโมง โดยสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีความลึก 10 กม.ใกล้กับเมืองเหวินชวน ห่างจากเมืองเฉิงตูเมืองเอกของมณฑลเสฉวน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 92 กิโลเมตร วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.8 ตามมาตราริกเตอร์ โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้เกือบทั่วประเทศจีนและสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ห่างไกลมากกว่า 1,800 กิโลเมตร รวมถึงที่ปากีสถานและเวียดนาม

 

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ว่า มีประชาชนหลายพันคนเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ หลังจากที่ในช่วงเย็นยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 107 คน ที่มณฑลเสฉวน กานซู ยูนนาน รวมถึงในเทศบาลนครจุงกิงติดกับเสฉวน ซึ่งมีประชากรถึง 30 ล้านคน แต่คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะมากกว่านี้มาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เสียหายหนักที่สุดได้ เนื่องจากถนนหนทางและสายโทรศัพท์ถูกตัดขาด เมืองเหวินชวนที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวนั้นตั้งอยู่บนเทือกเขา มีประชากรราว 100,000 คน

 

สื่อของจีนรายงานด้วยว่า ที่เมืองตูเจียงยานในมณฑลเสฉวนซึ่งมีประชากร 600,000 คน มีนักเรียนของโรงเรียนมัธยมจูหยวนเกือบ 900 คนถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารเรียน 3 ชั้นที่พังถล่มลงมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามค้นหาผู้รอดชีวิต ซินหัวเผยว่าเด็กนักเรียนหลายคนดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากใต้ซากอาคาร ขณะที่คนอื่นๆ ร้องเรียกของความช่วยเหลือ โดยผู้ปกครองได้แต่รอให้รถขุดยกเศษซากอาคาร นักเรียนหญิง 2 รายเล่าว่าพวกตนหนีรอดได้เพราะ “วิ่งเร็วกว่าคนอื่น”

 

ยังมีเด็กนักเรียนเสียชีวิตอีก 5 ราย เมื่อโรงเรียนประถม 2 แห่งพังถล่มที่เมืองหลียางในเทศบาลนครจุงกิง และเด็กอีกมากกว่า 120 คนได้รับบาดเจ็บ สถานีโทรทัศน์ของจีนรายงานด้วยว่า มีอาคารเรียนในโรงเรียนอีกไม่ต่ำกว่า 8 แห่งในมณฑลเสฉวนพังถล่ม ทำให้ครูและนักเรียนในวัยประถมและมัธยมต้นจำนวนนับพันคนถูกฝังอยู่ใต้อาคาร

 

ข่าวซินหัวกล่าวด้วยว่า อาคารหลายหลังพังถล่มในอย่างน้อย 6 อำเภอที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยที่อำเภอปกครองตนเองเป่ยชวนเจียงของเสฉวน มีอาคารบ้านเรือนถล่มถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ สำนักงานบรรเทาทุกข์ประจำมณฑลประเมินว่า เฉพาะอำเภอนี้อำเภอเดียวอาจมีผู้เสียชีวิต 3,000-5,000 คน และบาดเจ็บอีก 10,000 ราย ซึ่งหมายความว่าจากจำนวนประชากร 161,000 คน มีชาวเมืองราว 1 ใน 10 ที่ถ้าไม่เสียชีวิตก็ได้รับบาดเจ็บ

 

สื่อของทางการจีนเผยด้วยว่า ที่อำเภอชีฟางของเสฉวน มีโรงเรียนและโรงงานหลายรวมถึงหอพักพังถล่มฝังผู้คนอยู่นับพันคน ที่น่ากังวลใจคือโรงงานเคมี 2 โรงที่เมืองนี้พังถล่มมีคนงานถูกฝังนับพันคน และมีสารแอมโมเนียเหลวรั่วออกมามากกว่า 80 ตัน ทำให้ต้องอพยพประชาชนประมาณ 6,000 คนออกนอกพื้นที่ เว็บไซต์ของซินหัวบอกว่าที่ตูเจียงยาน มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งพังถล่มด้วย

 

ที่กรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้พนักงานออฟฟิศบนตึกสูงต่างกรูกันลงมาอยู่บนถนนหลังอาคารสั่นกราวด้วยแรงแผ่นดินไหวที่ปักกิ่งซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกในเดือนสิงหาคมนี้แล้วนั้นไม่มีร่องรอยความเสียหายรุนแรง โฆษกของคณะกรรมการโอลิมปิกจีนเผยว่า สนามกีฬา 31 แห่งในปักกิ่งและอีก 6 แห่งในเมืองอื่นๆ นั้นไม่ได้รับความเสียหาย วิศวกรผู้สร้างสนามกีฬารังนกกล่าวด้วยว่า สนามกีฬาที่เป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นเอกนี้ไม่กระทบกระเทือนเช่นกัน

 

สนามบินนานาชาติที่เมืองเฉิงตูถูกปิดและทำให้หลายเที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน สถานีโทรทัศน์ของจีนรายงานด้วยว่า เขื่อนยักษ์ไตรผา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเฉิงตูที่มีประชากรหนาแน่นมากกว่า 10 ล้านคนนั้น ไม่ได้รับความเสียหายหรือเกิดรอยร้าวเมื่อมองจากภายนอก

ประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีนได้สั่งระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อให้ความช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหว ขณะที่นายกฯ เวินเจียเป่าซึ่งได้เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยกล่าวว่า แผ่นดินไหวคราวนี้เป็น “หายนภัยครั้งใหญ่” และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ กองทัพจีนได้ส่งกำลังทหารนับหมื่นนายออกช่วยกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ด้วย

 

ซินหัวเผยว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกอีก 44 ครั้งหลังจากเกิดแรงสั่นสะเทือนระดับ 7.8 ริกเตอร์ ซึ่งนับว่าเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบมากกว่า 30 ปีของมณฑลเสฉวน

 

ชาวฮ่องกงอดมื้อกินมื้อผลอาหาร-ข้าวสุดแพง

เว็บไซต์คมชัดลึก - องค์การสังคมเพื่อชุมชนและองค์การสวัสดิการสังคมในฮ่องกง เผยผลการสัมภาษณ์ครอบครัวรายได้น้อย 138 ครัวเรือน เมื่อวันจันทร์ (12 พ.ค.) ว่า ประชาชนบนเกาะไข่มุกที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาคเอเชียเริ่มอดมื้อกินมื้อแล้ว อันเป็นผลจากราคาอาหารที่แพงขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่มีราคาพุ่งขึ้นมาก และต้องพึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว

 

ผลการสำรวจบนเกาะที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย พบว่าแม่บ้านร้อยละ 52.9 เผยว่าลูกๆ มีอาหารไม่พอกิน อีกร้อยละ 66 ระบุว่าสภาพร่างกายของสมาชิกในครอบครัวเริ่มอ่อนแอลงเพราะต้องลดสัดส่วนอาหารในแต่ละมื้อลง ขณะที่แม่ๆ ร้อยละ 78.3 เผยว่าต้องกินอาหารเพียงวันละ 2 มื้อ เพื่อเก็บเงินไว้ซื้ออาหารให้ลูกๆ แทน ส่วนแม่บ้านอีกกว่าครึ่งหนึ่งยอมซื้ออาหารที่หมดอายุแล้วเพื่อความประหยัด เพราะมีราคาถูกกว่า และอีกร้อยละ 80 หันไปรับประทานโจ๊กหรือก๋วยเตี๋ยวแทนข้าว

 

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยสัมภาษณ์ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 833 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.58 หมื่นบาท) ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของรายได้เฉลี่ยของชาวฮ่องกงทั้งหมด 6.9 ล้านคน โดยองค์การนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดคูปองแลกอาหารและจัดอาหารกลางวันฟรีให้แก่นักเรียนจากครอบครัวยากจน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วย





โดย : ประชาไท   วันที่ : 13/5/2551

"0 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.