"สำเร็จความคิด" กับคนหนุ่มสาว...กรณีเซ็กส์ในวัยรุ่น (1)

ภาพประกอบ 1 : (จากซ้ายไปขวา) เม ,ใหม่ ,อิ่ม ,โบว์

จุดเริ่มของบทความชิ้นนี้ มาจากการสังเกตข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เวลาที่เขาพูดถึงเรื่องเซ็กส์กับวัยรุ่นทีไร ทำมั้ย…ทำไมคนที่ออกมาแสดงความเห็นถึงได้เป็นบรรดาอาจารย์นักวิชาการทั้งหลาย ซึ่งดูๆ ไปแล้วก็น่าจะพ้นวัยรุ่นมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว

แต่ "ผู้อยู่ในเหตุการณ์" อย่างตัววัยรุ่นเอง...ทำไมไม่ค่อยมีใครไปถามความคิดเห็นกันบ้างเลยนะ

ในฐานะที่ชาว "ประชาไท" ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เราจึงเชื้อเชิญวัยรุ่นมานั่งพูดคุยกันในประเด็นนี้ ซึ่งแม้ว่าความคิด ณ หน้ากระดาษนี้ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นบทสรุปของวัยรุ่นไทยทั้งหมด แต่ก็คงพอสร้างความเข้าใจต่อสิ่งที่เป็นอยู่ได้บ้าง

ไม่ว่าจะเป็นสองสาววัย 16จากโครงการ Sex Must Say อย่าง ใหม่-สุจินดา เตธนานันท์ และ อิ่ม-อังศุสร อภิราชกมล

ขยับขึ้นมาในระดับมหา" ลัย เราก็มี เม-วรรณี ก้องกังสดาล จากโครงการ ICTeen และ โบว์-นันทพร ชื่นกระโทก จากนิเทศ จุฬาฯ

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนๆ ที่แม้จะผ่านการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว (นับรวมถึงพวกอยู่ในวัยที่ควรจะเรียนจบแล้ว แต่ก็ไม่จบเสียที) ก็ยังสนุกที่จะมาร่วมพูดคุย (แม้จะหนักไปทางนั่งฟังกับถามน้องๆ เสียมากกว่า) อย่าง ชัย-ชาญชัย ชัยสุขโกศล และ เปาโล-สานุ ตันกุล จากกลุ่ม "สยามเด็กเล่น" - กลุ่มกิจกรรมอิสระจากจุฬาฯ รวมทั้ง ตูน-กนก จินดา นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ของสถาบันแห่งหนึ่งที่บังเอิญมานั่งฟังด้วยเฉยๆ

เมื่อคนมาพร้อม เครื่องเล่นเทปก็พร้อม วงเสวนาเรื่องเซ็กส์ของเราก็พร้อมจะเริ่มต้นให้คุณได้อ่านและ "สำเร็จความคิด" ไปพร้อมๆ กับเรา...

เรื่องเซ็กส์นะมี แต่ไม่ได้มีแค่เซ็กส์

"ในโรงเรียนก็พอมีเรื่องแบบนี้อยู่นะ อย่างบางทีก็มีเพื่อนๆ หอมแก้มกัน จูบกัน นั่งตักกันแถวๆ มุมบันไดที่ทึบๆ" ใหม่เล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์ที่เธอเจอในโรงเรียน เธอยังเล่าให้ฟังว่าการปรึกษาพูดคุยเรื่องเพศในหมู่เพื่อนฝูงเป็นเรื่องปรกติ

"เคยมีเพื่อนผู้ชายที่เห็นว่าเราผ่านการอบรมเรื่องนี้มาแล้วเข้ามาปรึกษาอยู่เหมือนกัน ว่าเคยไปมีอะไรกับแฟนตอนมีประจำเดือนแล้วแฟนจะท้องมั้ย เราจะติดโรคมั้ย อะไรแบบนี้"

เรื่องของอิ่มก็ดูจะคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีบางเรื่องที่น่าสนใจ "มีเพื่อนผู้หญิงที่เป็นแฟนกัน มีอยู่ครั้งนึงที่ยกพวกไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน แล้วคู่นี้ก็ไปด้วย อยู่ดีๆ คู่นี้ก็หายเข้าไปในห้องนอนด้วยกันสักพักนึง พอเราไปถามทั้งคู่ว่าเข้าไปทำอะไรกัน ก็ตอบว่าแค่เข้าไปจูบกันเฉยๆ"

ด้วยความที่ผู้สัมภาษณ์เป็นเด็กโรงเรียนชายล้วน ตามประสาผู้ที่ไม่มีความรู้ ก็เลยลองถามอิ่มถึงเรื่องผู้หญิงที่คบกันเอง ว่ามันไปถึงไหน ยังไง ซึ่งอิ่มก็ตอบเราว่า "ผู้หญิงที่คบกันเขาก็จะหวงอีกฝ่ายเหมือนกับคนเป็นแฟนกันนะแหละ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็คุยกันว่าจะเลิกคบกันแบบแฟนเมื่อทั้งคู่สอบเอนท์ทรานซ์เสร็จแล้ว ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็เป็นห่วงว่าแฟนของเธอจะไปเสียทีให้ผู้ชาย"

เมื่อเราถามเมถึงเรื่องเซ็กส์ในมหาวิทยาลัยที่เคยเห็น เมก็เล่าให้ฟังว่า "เรื่องเซ็กส์ในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพูดคุยกันได้ เรื่องเพศสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องปรกติ ตอนนี้ยิ่งมีค่านิยมของการอยู่ด้วยกัน การขายตัวเพื่อซื้อของฟุ่มเฟือย และการสวิงกิ้งในหมู่เพื่อนสนิท ซึ่งอย่างหลังนี่มีความเชื่อว่าจะทำให้ปลอดภัยจากโรคทางเพศสัมพันธ์"

ฟังมาถึงขั้นนี้ ผู้อาวุโสที่สุดในวงอย่างชัยก็ตั้งข้อสงสัยว่า "จากที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนคิดว่าวัยรุ่นมองเรื่องเซ็กส์เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของชีวิต แล้ววัยรุ่นจริงๆ มองเรื่องนี้แบบไหนกัน" เราก็ได้คำตอบจากใหม่ว่า "เรื่องเซ็กส์เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ต่อไป เพราะเราก็เจอมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันไม่ใช่แค่เรื่องการมีเซ็กส์หรอก หากมันมีตั้งแต่เรื่องการทำงาน สุขอนามัย และอีกมากมาย อีกอย่างหนึ่งที่ต้องเข้าใจก็คือวัยรุ่นก็ไม่ได้คุยแต่เรื่องนี้ทั้งวัน พวกเขาก็สนใจเรื่องอื่นๆ ในชีวิตเช่นกัน"

"อย่างเพื่อนผู้หญิงที่เป็นแฟนกัน จริงๆ แล้วเธอทั้งคู่ก็จัดว่าเป็นคนดี เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรจะป้องกันให้สิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มากกว่าจะไปห้ามอย่างเบ็ดเสร็จ"

เซ็กส์ในบทเรียน...

เราถามน้องๆ ว่าพวกเขาได้รู้เรื่องเพศสัมพันธ์ผ่านการเรียนการสอนในห้องเรียนมากน้อยขนาดไหน เราก็ได้คำตอบจากอิ่มและใหม่ว่าสิ่งที่ได้รู้จากห้องเรียนนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจำพวกการรักนวลสงวนตัว และการวางตัว อย่างมากที่สุดก็แค่การเรียนรู้อวัยวะส่วนต่างๆ และการทำงานของมันเท่านั้น แต่ในเรื่องที่ควรรู้อย่างสุขอนามัยทางเพศและอีกหลายๆ เรื่องนั้นกลับถูกมองข้ามไป

"เด็กในต่างประเทศจะได้เรียนรู้เรื่องเซ็กส์ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าไฮสคูล แต่หลักสูตรการเรียนการสอนของไทยจะเป็นลักษณะของการกันไม่ให้รู้ โดยยกเรื่องของศีลธรรมเป็นตัวกั้นไว้" ใหม่บอกกับเราแบบนี้

"มันเป็นปัญหานะ ถ้าเราไม่สอนเพศศึกษาให้ชัดเจน เพราะวัยรุ่นเองก็มีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งมันเป็นเรื่องเสี่ยงมากที่พวกเขาจะไปเรียนรู้กันเองและได้ความรู้ผิดๆ" เมเสริม

แต่ปัญหาก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะว่าความบกพร่องของบทเรียนเท่านั้น แต่ความไม่เข้าใจในเรื่องเพศของอาจารย์ก็เป็นปัญหาเช่นกัน

"อาจารย์บางคนเห็นนักเรียนชาย-หญิงคุยกัน หรือแม้กระทั่งนั่งติดกันก็ไม่ได้แล้ว หรือบางครั้งอาจารย์เห็นเด็กนักเรียนส่งกระดาษให้กัน ก็หาว่าส่งจดหมายรักกันอีก...ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่รายชื่อนักกีฬาโรงเรียน จนถึงขั้นว่าเด็กบางคู่เป็นแค่แฟนกัน แต่อาจารย์เอาไปพูดเสียๆ หายๆ จนเด็กเสียไปเลยก็มี" อิ่มเล่าให้เราฟัง

----------------------------------------------------------------------

วงคุยกำลังสนทนาอย่างออกรส แต่ด้วยขนาดของบทความที่ยาวเหลือเกิน จนเราเกรงว่าท่านผู้อ่านจะเมื่อยตาเสียก่อนจะอ่านจบ เราจึงขออนุญาตท่านผู้อ่านพักไว้เท่านี้ก่อน

แต่หากท่านสงสัยว่า ในวงคุยคิดอะไรต่อทัศนคติของผู้ใหญ่ และมีอะไรที่พวกเขาอยากจะพูดต่อสังคมบ้าง คงต้องบอกสั้นๆ ว่า... โปรดติดตามตอนต่อไป...

ภาณุวัฒน์ อภิวัฒนชัย
ประชาไทรายงาน

Comments

ตอบคุณใบตองครับ <br> <br> &quot;สวิงก

ตอบคุณใบตองครับ



"สวิงกิ้ง" หมายความถึง การสลับคู่นอนระหว่างกัน ครับ



ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้าผมกับแฟนต้องการจะสวิงกิ้ง ผมก็ต้องไปหาใครสักคนกับคู่นอนของเขาเพื่อ "แลกคู่นอน" กันนั่นเอง



ปล. ที่กล่าวมานั้น ต้องบอกกันก่อนว่าผมเป็นประเภท "ทฤษฎีผ่าน ปฏิบัติตก" นะครับ