เผยไทยเป็นตลาดใหญ่ค้าโบราณวัตถุเขมร

ประชาไท/พนมเปญ- ความสนใจในวัฒนธรรมเขมรของชาวต่างชาติ และความยากจนในประเทศกัมพูชาเป็นสองสาเหตุหลักที่เอื้อให้มีการลักลอบค้าโบราณวัตถุไปต่างประเทศ โดยมีไทยและสิงคโปร์เป็นสองจุดศูนย์กลางการค้าโบราณวัตถุเขมร


 


โดกัล โอ" ไรล์ลี ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งองค์กร Heritage Watch ซึ่งนักโบราณคดีที่เข้ามาทำงานเพื่อพิทักษ์มรดกทางวัฒธรรมของกัมพูชา กล่าวว่า จากการเข้ามาทำงานอยู่ที่กัมพูชานี้พบว่า มีโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุของกัมพูชาได้สูญหายไปมาก โดยเส้นทางการเดินทางของสินค้านั้นมีอยู่สองทางหลักคือ ทางบกจะเข้าทางชายแดนมาที่ตลาดกรุงเทพฯและทางน้ำจากท่าเรือกำปงโสมไปยังสิงคโปร์ โดยมี 2 บริษัทประมูลใหญ่คือ คริสตี้ และซอเทบี้ มีบทบาทสำคัญในการจำหน่ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากเอเชียอาคเนย์ โดยทั้งสองบริษัทนี้มีสำนักงานอยู่ใน ฮ่องกง กรุงเทพฯ สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์และอื่นๆ


 


 ตลอดระยะเวลา 15 ปี มานี้ ทาง ซอเทบี้ ทำรายได้จากการขายศิลปวัตถุจากกัมพูชาได้เป็นมูลค่าถึง  7 ล้านเหรียญ  ( 280 ล้านบาท) โดยราคาสินค้าจะมีตั้งแต่ 500 เหรียญจนถึง  2 แสนเหรียญ  ดูเหมือนว่ากรุงเทพฯจะมีวัตถุจากกัมพูชาอยู่มาก แม้ไม้สามารถระบุแหล่งที่มาแต่หลายๆชิ้นที่วางจำหน่ายอยู่ในกรุงเทพฯนั้นทาง Heritage Watch พบว่ามีหลายชิ้นคือที่ส่วนที่หายไปจากกัมพูชา


 


จากการศึกษาของ Heritage Watch พบว่า ในปี 1996 มีการจับกุมการลักลอบนำเข้าศิลปวัตถุจากกัมพูชาถึง 1,600 ชิ้น  และเพียงแค่ 6 เดือนแรกของปี 2000 มีการจับกุมได้ 1,000 ชิ้นที่นำข้ามแดนไทย-กัมพูชาเข้ามา


 


"มีการประมาณการว่า ศิลปวัตถุที่นำข้ามชายแดนกัมพูชาที่เข้ายังฝั่งไทยทั้งที่เป็นของแท้และของปลอมน่าจะมีมูลค่าถึงประมาณ 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ" โอ ไรล์ลี กล่าวในการนำเสนอในการประชุมเชิงปฎิบัติการของโครงการ Imaging Our Mekong ที่โรงแรมวันเวย์ ณ กรุงพนมเปญโดย สำนักข่าว IPS


 


ปัจจุบัน ประเทศกัมพูชาเองได้มีความตระหนักถึง คุณค่าของศิลปะวัตถุและโบราณวัตุเหล่านั้นอย่างมาก  และได้พยายามทุกทางเพื่อให้ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุเหล่านั้นยังคงอยู่หนึ่งในนั้นคือการใช้ชุมชนเข้มแข็งช่วยกันพิทักษ์ทรัพย์สินของตนเอง 


 


มีตัวอย่างที่ปราสาทพนมชีซอร์ ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ยุคเดียวกับเขาพระวิหารที่มีวัดที่อยู่ติดกันนั้นเองได้อบรมให้เด็กๆได้เรียนรู้และรู้จักถึงความสำคัญของปราสาทและที่อยู่ เด็กๆที่นั่นแม้ยากจนแต่เริ่มรู้รักและหวงแหนปราสาทดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการจัดเวรยามของหมูบ้านมาดูแลปราสาทดังกล่าวด้วย ทำให้ศิลปะวัตุและโบราณวัตุที่พนมชีซอร์ค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับปราสาทอื่นๆของกัมพูชา โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากช่วงสงครามอินโดจีนที่ถูกอเมริกาทิ้งระเบิดลงมาทำลาย


 


ทาง Heritage Watch  เชื่อว่า เหตุผลหลักๆที่ทำให้มีการขโมยศิลปวัตถุและโบราณวัตถุนั้น มีสาเหตุหลักๆ มาจากความยากจนของชาวกัมพูชา และ ความสนใจในศิลปะและอารยธรรมเขมรของชาวต่างชาติ  การขาดการบังคับใช้กฎหมายและการขาดความรู้   กระนั้นความยากจนอาจไม่ใช่สาเหตุหลักเสมอไปหากคนในพื้นที่ได้เห็นความสำคัญ แต่การแก้ปัญหานั้นอาจจะต้องแก้ที่ฝ่ายอุปทานด้วย


 


ปัจจุบันทางกัมพูชา และอีก 107 ประเทศได้ลงนามรับรองอนุสัญญาของUNESCO ที่มีข้อตกลงห้ามนำเข้าทรัพย์สินที่เป็นศิลปวัตถุและมีการติดตามเฝ้าระวังการค้าวัตถุโบราณตามชายแดนของประเทศของตัวเอง นอกจากนั้นก็ยังได้ลงนามรับรองอนุสัญญา UNDRIOT ว่าด้วยการขโมยและส่งอกวัตถุทางวัฒนธรรมโดยผิดกฎหมาย เพื่อเป็นการปกป้องทรัพย์สินของชาติ


 


"น่าเสียดายว่า ประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ลงนามรับรองในอนุสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าว จึงทำให้การลักลอบส่งออกศิลปวัตถุจากกัมพูชาจะยังคงเป็นปัญหาต่อไป" ผู้ก่อตั้ง Heritage Watch กล่าว