กอ.สสส.จชต.สรุป 6 เดือนไฟใต้ 298 ศพ คดีความมั่นคงไม่ถึงครึ่ง


ประชาไทคัดสรร - สำนักข่าวไทย นราธิวาส 23 ต.ค.- แม่ทัพภาค 4 นำทีมสรุปผลการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แทนกฎอัยการศึก แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ในรอบ 6 เดือน พร้อมวอนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำยุยงชุมนุมรำลึกเหตุการณ์ตากใบ 25 ต.ค.


 


เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (23 ต.ค.) ที่ห้องประชุมระแงะ จังหวัดนราธิวาส พล.ท.<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />ขวัญชาติ กล้าหาญ แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.กอ.สสส.จชต.)พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภ.9 นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนายศิระชัย โชติรัตน์ รองผู้อำนวยการ กอ.สสส.จชต. ร่วมสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการดำเนินงานแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แทนการใช้กฎอัยการศึก


 


พล.ท.ขวัญชาติ กล่าวว่า การติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุความไม่สงบ แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ


 


1.โดยสถิติของกลุ่มก่อเหตุร้ายด้วยอาวุธสงครามดักซุ่มยิงและปล้นทรัพย์ รวมถึงการลอบวางเพลิงก่อกวน ยิงก่อกวนและพบศพผู้บริสุทธิ์ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุร้ายเกิดขึ้น 722 เหตุการณ์ แยกเป็นจังหวัดยะลา 116 เหตุการณ์ ปัตตานี 201 เหตุการณ์ นราธิวาส 325 เหตุการณ์ และพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา 30 เหตุการณ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปคดีเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงเพียง 262 เหตุการณ์ 


 


2.กลุ่มก่อกวน โดยสถิติของคนร้ายที่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ โปรยตะปูเรือใบ ทำลายสวนของชาวบ้าน มีคดีเกิดขึ้น 252 เหตุการณ์ คือ ในจังหวัดยะลา 95 เหตุการณ์ ปัตตานี 81 เหตุการณ์  นราธิวาส 57 เหตุการณ์ และพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา 19 เหตุการณ์ โดยพนักงานสอบสวนพบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนร้าย 250 เหตุการณ์ และอีก 2 เหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน-สอบสวน


 


พล.ท.ขวัญชาติ กล่าวด้วยว่า สำหรับในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่กองกำลังฝ่ายต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์และชาวต่างชาติถูกทำร้ายเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 298 ราย บาดเจ็บ 322 คน และมีชาวบ้านเสียชีวิตมากที่สุดถึง 174 คน


 


เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย คือพนักงานสอบสวน ทหารและฝ่ายปกครอง พิจารณาใช้ พ.ร.ก.ขออนุมัติต่อศาลจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อคดีสำคัญ ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 154 คน แยกเป็นผู้ต้องหาที่มีรางวัลนำจับ 56 คน พร้อมทั้งปิดล้อมตรวจค้น 58 ครั้ง โดยมีผู้ที่ถูกกดดันยอมออกมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ 198 คน และออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 60 คน ล่าสุดผู้ต้องหาที่ทำผิดจริงตามหลักฐานชัดเจนได้ถูกควบคุมตัวแล้ว 42 คน ส่วนที่เหลือปล่อยตัวไป เนื่องจากสอบสวนแล้วพบว่าไม่มีความผิด ส่วนแกนนำที่ร่วมก่อเหตุร้ายในจังหวัดนราธิวาสมีมากที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกดดันออกจากพื้นที่แล้ว 562 ครั้ง


 


แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีมีข่าวจะชุมนุมประท้วงและก่อเหตุร้ายในวันครบรอบ 1 ปี การจลาจลหน้า สภ.อ.ตากใบ รวมถึงเหตุร้ายอื่น ๆ ก่อนสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอดว่า ขณะนี้กองทัพและผู้เกี่ยวข้องได้กระจายกำลังลงพื้นที่สำคัญ ๆ ไว้หมดแล้ว ซึ่งเป็นกองกำลังชุดใหม่สามารถรับมือได้แน่นอน และยังลงพื้นที่เพื่อกดดันความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Comments

ศราวุฒิ ประทุมราช

จากรายงานของแม่ทัพ แสดงให้เห็นว่า การเกิดความไม่สงบในภาคใต้เป็นเรื่องทางการเมือง 99 % จากกรณีการก่อกวน 253 เหตุการณ์ และเป้นกรณีการเมือง 1ใน 3 ในการแถลงกลุ่มที่ 1 ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องยืยยันว่า มีความไม่พอใจทางเมืองได้ในระดับหนึ่ง และรัฐต้องไปค้นหาว่า เรื่องการเมืองเรื่องอะไรที่ยังไม่สนองต่อความต้องการของประชาชน ต้องไปแก้ไขที่ตรงนั้น อย่ามัวแต่มองว่าต้องใช้กำลัง เพิ่มกองกำลังอยู่เลยครับ ไปถาม หาข้อมูลว่าอยากให้รัฐแก้ปัญหาอะไรบ้าง เช่น ความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาที่ไม่สวนทางกับคำสอนของอิสลาม เป็นต้น น่าจะลดงบประมาณและความสูญเสียทางทหารไปบ้าง ไม่มากก็น้อย[emo1.gif]