ชายอินเดียยุคใหม่ กับเทร็นด์ "Tall, Fair and Handsome"









เมื่อก่อน เราอาจจะเคยได้ยินว่า ผู้ชายที่จะดูดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ นั้นจะต้อง "Tall, Dark and Handsome" หรือ สูง เข้ม หล่อ หรืออาจบอกว่า ผู้ชายต้องผิวเข้มๆ หน่อยถึงจะดู "แมน" แต่ทุกวันนี้รสนิยมแบบนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะแม้กระทั่งผู้ชายในอินเดียยังรู้สึกไม่มั่นใจในความผิวคล้ำของตนเองกันเสียแล้ว


 


ในขณะที่อินเดียเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเมื่อมีบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ทำโฆษณาออกมาแล้วให้ดูว่า การมีผิวดำ หรือผิวคล้ำนั้น ทำให้ผู้หญิงดูด้อยค่าลง จนกลายเป็นประเด็นกล่าวหาการโฆษณานั้นว่า เป็นการเหยียดผิว และไม่ให้คุณค่ากับผู้หญิง แต่แล้วกระแสโฆษณาเรื่องผู้หญิงต้องขาวถึงจะดูดีก็ยังมาแรง ผู้หญิงอินเดียปัจจุบัน ก็ล้วนแล้วแต่อยากขาวกันทั้งสิ้น


 


มาตอนนี้เรื่องความนิยมความขาวกลับไม่หยุดยั้งอยู่เฉพาะที่ผู้หญิง เมื่อผู้ชายเองก็เกิดความไม่มั่นใจในความคล้ำหรือความเข้มของตัวเอง มีบริษัทเครื่องสำอางชื่อ อมามี ออกผลิตภัณฑ์ สกิน ไวท์เท็นนิง ครีม หรือครีมเพื่อให้ผิวขาวขึ้น ชื่อ  Fair and Handsome (ขาว หล่อ) โดยมีคำโฆษณาว่า "จะขาวขึ้นหรืออยู่กับความดำที่ถูกลืม" โดยสินค้าตัวนี้ตั้งเป้าที่จะขายให้กับผู้ชายในเมืองโดยเฉพาะ


 


ผลสำรวจจากทางบริษัทเครื่องสำอางออกมาว่า ทุกวันนี้ผู้ชายอินเดียใช้ไวท์เท็นนิ่งครีมเพิ่มมากขึ้น จากการสำรวจของบริษัทอมามีผู้ผลิต  Fair and Handsome เองก็พบว่า มีตัวเลขผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ถึง 29% แต่ผู้อำนวยการบริษัทบอกว่า ตอนแรกนั้นได้ทดลองลงสินค้าที่ เมืองไฮเดอราบัด ทางภาคใต้ของอินเดีย และผลตอบรับนั้นก็ดีกว่าที่คาดไว้มาก


 


"อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ทุกวันนี้ผู้ชายเริ่มใส่ใจในผิวพรรณกันมากขึ้น เรารู้ว่ามีตลาดสำหรับจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ และเริ่มจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว"


 


"จากเดิมที่เราเคยกลัวว่าผู้ชายจะอายและไม่กล้าซื้อ แต่ว่าเราได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีความกลัวแบบนี้เลย" โมเฮ็น โกเอ็นก้า ผู้อำนวยการอมามีกล่าว


 


อุตสาหกรรม ไวท์เทนนิ่ง ครีม ในประเทศที่มีมูลค่าสูงถึง 190 ล้านเหรียญ (7,600 ล้านบาท) ก็ย่อมเป็นตัวชี้วัดได้ว่าคนอินเดียนั้นหมกหมุ่นกับความขาวมากขนาดไหน


 


เป็นที่รู้กันดีว่าแม่ๆ ปัจจุบันมักจะบอกลูกสาวว่า อย่าไปเล่นกลางแสงแดด หรือถ้าต้องอยู่กลางแจ้งก็ให้ใช้ครีมกันแดดด้วย เพราะว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการเจ้าสาวผิวคล้ำ


 


บรรณาธิการนิตยสาร Men"s World ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับผู้ชาย กล่าวว่า ตอนนี้ผู้ชายผิวคล้ำส่วนใหญ่เริ่มขาดความเชื่อมั่นเช่นเดียวกันกับผู้หญิงและมุ่งไปสู่การมีผิวขาวขึ้นเหมือนๆ กัน แม้ว่าบางคนอาจจะทำอย่างลับๆ


 


"คิดว่าตอนนี้ผู้ชายไม่ได้เชื่อเรื่อง สูง เข้ม หล่อ (tall, dark and handsome) อีกแล้ว ในอินเดียตอนนี้จะต้องเป็น สูง ขาว หล่อ (tall, fair and handsome) หากไปดูแผนกเครื่องแต่งงานซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่จะเห็นผู้ชายมองตัวเอง ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียวที่ยอมรับว่าการมีผิวเข้มนั้นมีเสน่ห์ เขาพูดแค่ว่า เราเป็นพวกผิวเหลืองอ่อนและขาว"


 


"ดังนั้น ไม่มีใครผิวคล้ำเลยสักคนเดียวในประเทศนี้ ตอนนี้ผู้ชายทั้งประเทศก็มีผิวเป็นข้าวสาลีกันไปหมดแล้ว" เจอรี ปินโต  บรรณาธิการ Men"s World กล่าว


 


เรื่องความนิยมในผิวขาวนี้ ปินโตบอกว่าส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากประวัติศาสตร์


 


"ผู้ปกครองอินเดียนับตั้งแต่อดีตมาก็ล้วนแต่ผิวขาว เริ่มจากชนชาติอารยัน ในศตวรรษแรกๆ และต่อมาก็เป็นพวกยุโรป ความขาวจึงเปรียบเสมือนตัวแทนความมีอำนาจ และมีอิทธิพลเหนือกว่า ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ผู้คนอยากมีผิวขาว"


 


ในโฆษณาครีมส่วนใหญ่ก็มักจะให้ภาพคนผิวคล้ำที่จะอยู่ข้างหลังหรือรั้งท้าย ในขณะที่ผิวขาวกว่า จะได้รับการยอมรับในทางสังคมหรือแม้กระทั่งความสำเร็จในอาชีพการงานรวมทั้งความสำเร็จในการเลือกเพศตรงข้าม


 


ในโฆษณาครีมไวท์เท็นนิ่ง สำหรับผู้ชายยี่ห้อนี้ มีภาพ เด็กผู้ชายผิวคล้ำต้องถูกให้ไปนั่งหลังห้องและไม่มีสาวๆ คนไหนสนใจเลย จนกระทั่งเขามาใช้ครีมชนิดนี้ และก็ได้ผลทันใจ ผิวของเขาก็ใสขึ้น เด็กผู้หญิงเข้ามาก็ห้อมล้อมเขาเต็มไปหมด


 


ศาสตราจารย์ พารัต กล่าวว่า โฆษณาแบบนี้ไม่ดีต่อสังคมอินเดียเลย เนื่องจากว่าไปส่งเสริมเฉพาะคนที่ผิวขาว ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนั้นผิวคล้ำ


 


อย่างไรก็ตามโฆษณาก็มีผลมากต่อการขายสินค้า อย่างที่มุมไบ ( บอมเบย์) ในร้านค้าใหญ่ ผู้ชายไม่รู้สึกเคอะเขินเลยที่จะเข้าไปหยิบฉวยครีมสักกระปุก พร้อมๆ การซื้อของชำ


 


พนักงานธนาคารคนหนึ่งกล่าวว่า ความขาวเป็นประเด็นของทั้งสองเพศ ตอนนี้ผู้ชายก็เริ่มหันมาใช้ครีมพวกนี้มากขึ้น


 


"เมื่อก่อนนี้ผู้ชายเชื่อว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหน้าขาว และเป็นเรื่องของผู้หญิงเสียมากกว่า แต่ว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนไป มาถึงตอนนี้ เราก็ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อดูแลตัวเองด้วย ผู้ชายไม่อายต่อไปอีกแล้วที่จะยอมรับว่า เขาก็ต้องการที่จะดูดีเหมือนกัน"


 


บางคนก็อ้างว่าแค่อยากลองเท่านั้น ไม่ได้ต้องการที่จะมีผิวขาวหรอก อย่างเช่น อมิต ไกควาด นักธุรกิจหนุ่ม ที่ไม่ได้เห็นว่าสีผิวเป็นเรื่องสำคัญ กล่าวว่า "ผมคิดว่าเป็นเรื่องของแต่ละคนไป บางคนอาจจะอยากขาว แต่บางคนก็อาจจะไม่ก็ได้ สำหรับผมแล้วไม่มีปัญหาอะไร ขาวหรือไม่ขาวก็ได้ ผมคิดว่าคุณควรจะต้องเป็นตัวของตัวเอง"


 


ก็นะ ไม่รู้ใครจะว่ายังไง แต่เห็นถึงอิทธิพลของการโฆษณากันหรือยังว่า แม้กระทั่งผู้ชายอินเดียที่น่าจะดูเชื่อมั่นในตัวเองมากๆตอนนี้ก็กลับต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลของบริษัทผลิตไวท์เท็นนิ่งไปเสียแล้ว.


 


---------------------------------------


เรียบเรียงจาก  BBC Online