แรงงานพม่ายังกังวลกับการทำพาสปอร์ตแรงงาน

ประชาไท - 9 พ.ย.2549    สำนักข่าว S.H.A.N. รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ (New Light of Myanmar) รายงานว่า ทางการพม่าได้เปิดสำนักงานสำหรับออกหนังสือเดินทางชั่วคราวในเมืองชายแดน 3 แห่งที่อยู่ติดกับประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามเข้ามายังฝั่งไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วยแก้ปัญหาแรงงานจากพม่าที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย

สำนักงานดังกล่าวตั้งขึ้นในเมืองเมียวดี ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก, เมืองเกาะสอง ด่านชายแดนตรงข้าม จ.ระนอง และเมืองท่าขี้เหล็ก ตรงกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
       
รายงานข่าวระบุด้วยว่า หนังสือเดินทางชั่วคราวทางการพม่าจะสามารถออกให้แก่ผู้ที่ยื่นคำร้องได้ภายใน 1 วัน เพื่อรองรับความต้องการของแรงงานพม่าที่มีความประสงค์จะข้ามมาทำงานในไทย โดยขณะนี้ทางการไทยได้ส่งใบคำร้องของแรงงานพม่าในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงานไทย ให้กับกระทรวงการต่างประเทศของพม่าแล้วรวมจำนวน 8
,961 คน นอกจากนี้ทางการพม่ายังเตรียมที่จะออกหนังสือรับรองให้แก่แรงงานพม่าที่อยู่ในประเทศไทยอีก 30,000 คนในเร็วๆ นี้ด้วย
       
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศพม่า และกระทรวงแรงงานไทยได้มีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตให้กับแรงงานจากพม่า เพื่อให้เป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย ดังเช่นลาว และกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยเสนอที่จะรับแรงงานพม่าจำนวน 10
,000 คนเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ภัตตาคาร ร้านอาหารและงานอื่นๆ ในไทย และตามสถิติกรมแรงงานของไทยระบุว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีแรงงานอพยพจากเข้ามาทำงานอยู่ราว 500,000-600,000 คน


 


อย่างไรก็ตาม แรงงานส่วนใหญ่ยังคงสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำพาสปอร์ตดังกล่าวอยู่ ขณะที่แรงงานบางคนได้หวั่นเกรงว่า ทางการพม่าจะลงโทษญาติพี่น้องที่อยู่ทางบ้านในข้อหาลักลอบออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้องกฎหมาย เพราะหากไปทำพาสปอร์ตแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะรู้ว่าใครเป็นลูกหลานของใครและอยู่ที่ไหน


 


นางแวง อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองปั่น ภาคใต้รัฐฉาน ซึ่งเข้ามาทำงานเป็นแรงงานก่อสร้างอยู่ที่สถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งย่านตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ตนเองได้รับทราบเรื่องเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่รู้รายละเอียดและขั้นตอนในการจัดทำ กำลังพยายามติดตามสอบถามเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่มีใครทราบรายละเอียดแน่ชัดและสื่อต่างๆ ก็ไม่ได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่รู้ว่าด้วยจะเดินทางไปทำพาสปอร์ตที่สำนักงานที่ทางการพม่าตั้งขึ้นได้อย่างไร เพราะอยู่ไกลจากจังหวัดเชียงใหม่มาก


 


นายจาย ซึ่งทำงานเป็นช่างปูนอยู่ที่เดียวกันกับนางแวงเปิดเผยว่า คนงานที่ทำงานด้วยกันส่วนใหญ่มาจากรัฐฉาน ทุกคนมีบัตรแรงงานที่ทางการไทยออกให้ และไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจที่จะทำพาสปอร์ตที่ทางการพม่าออกให้ เพราะเกรงกันว่าเจ้าหน้าที่พม่าจะไปเรียกเก็บเงินหรือลงโทษพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้าน เนื่องจากพวกตนออกนอกประเทศไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  และที่ผ่านมาเคยทราบข่าวว่า มีญาติพี่น้องของผู้ที่เข้ามาทำงานในประเทศได้ถูกเจ้าหน้าที่พม่ารีดไถเงิน ซึ่งบางคนถึงกับต้องขายวัวควายไปจ่ายให้


 


ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำพาสปอร์ตนี้ทราบว่า แรงงานจะต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่พม่าเพื่อเป็นค่าดำเนินงานรวม 3,000 พันจ๊าต แบ่งเป็นค่าใบกรอกประวัติ 200 จ๊าต ใบยื่นคำขอ 680 จ๊าต ใบกรอกคำรับรองนายจ้าง 100 จ๊าต ค่าถ่ายรูป 600 จ๊าต ใบขออนุญาตจากกองตรวจคนเข้าเมือง 20 จ๊าต และค่าหนังสือพาสปอร์ตอีก 700 จ๊าต ที่เหลือเป็นค่าดำเนินงานอื่นๆ ส่วนทางฝ่ายไทยแรงงานจะต้องจ่ายค่าทำวีซ่าเข้าประเทศให้ 2,000 บาท ทั้งนี้ พาสปอร์ตที่ทางการพม่าออกให้จะมีอายุนาน 3 ปี จากนั้นผู้ถือสามารถไปขอต่อเพิ่มระยะได้อีก 2 ปี 


 






ข่าวทั้งหมดแปลและสรุปความโดยสำนักข่าวเชื่อม เป็นหน่วยงานข่าวภาคภาษาไทยของสำนักข่าว S.H.A.N (Shan Herald Agency for News) ซึ่งเป็นเครือข่ายของศูนย์ข่าวสาละวิน (Salween News Network) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ chuem@cm.ksc.co.th และ snn_news@cm.ksc.co.th พร้อมติดตามอ่านข่าวสารย้อนหลังรวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศพม่าภาคภาษาไทยได้ที่ www.salweennews.org ภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org และภาคภาษาไทยใหญ่ได้ที่ www.mongloi.org