ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง

ชูวัส  ฤกษ์ศิริสุข 


บรรณาธิการบริหาร


 


 


วันอันร้อนผ่าวปลายเดือนเมษายน ระหว่างที่เรารอลุ้นการเจรจาค่าจ้างขั้นต่ำของเหล่ากรรมกร สถานการณ์ทางการเมือง และเกมการเมืองอันน่าเบื่อก็ดึงเราให้คล้ายจะเข้าไปอยู่ในวังวน


 


"เว็บไซต์ประชาไท" และ "ฟ้าเดียวกัน" ตกเป็นข่าวพาดพิงในหนังสือพิมพ์ดาวสยามยุคใหม่ ในฐานะที่เสนอข่าวกรณี โชติศักดิ์ อ่อนสูง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง


 


และไม่กี่วันต่อมา ก็ปรากฏข่าวการฟ้องดำเนินคดีกับ "ประชาไท" และ "ฟ้าเดียวกัน"


 


บัดนี้ เราตระหนักดีว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเราในฐานะสื่อที่มุ่งมาดปรารถนาจะปกป้องสิทธิเสรีภาพในการเป็นข่าวของคนตัวเล็กๆ  คนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีโชติศักดิ์ กำลังถูกดึงเข้าไปในเกมการเมืองอันสามานย์เพื่อเป็นเครื่องมือเอาชนะทางการเมือง


 


น่าแปลก ขณะที่เราเปรียบพระเดชานุภาพประดุจร่มโพธิ์ร่มไทร ที่ไม่ว่าชนชาติใดเผ่าพันธุ์ไหน ไม่ว่าจะคิดเห็นต่างอย่างไร ล้วนแต่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร เรากลับจำกัดรูปแบบความจงรักภักดีไว้ไม่กี่แบบ หากไม่เป็นอย่างนั้นคือหมิ่นฯ หากไม่เป็นอย่างนี้คือไม่จงรักภักดี  


 


คู่ขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้พึงตระหนักเรื่องนี้ให้จงหนัก ขณะที่ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปั่นกระแสตั้งแต่สื่อทีวีเสนอข่าวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศเนปาล ตามด้วยกรณีโชติศักดิ์ มาจนกระทั่งกรณีธงชาติไทยชื่อทักษิณ กระทั่งคนอย่าง สมัคร สุนทรเวช นายกฯ ต้องออกมาตอบคำถามเรื่องความจงรักภักดีหลายครั้ง ฝ่ายพันธมิตรเองก็พึงตระหนักว่า การหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา อาจเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้ฝ่ายกุมอำนาจใช้เรื่องเดียวกันนี้สนองคืนได้


 


นักศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยต่างรู้ว่า ประวัติศาสตร์ของการหยิบเรื่องเบื้องสูงมาเล่น ล้วนแต่เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองทั้งสิ้น


 


อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางการเมืองแบบนี้ กลุ่มคนที่ "กลาง" หรือที่เราเรียกว่า "สองไม่เอา" นั่นเองที่จะตายก่อน เหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน ที่ปัญญาชนจำนวนหนึ่งไม่มีที่ให้หนี ไม่ว่าจะเป็นป่า (เพื่อเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์) หรือเมือง (คืออยู่ร่วมกับเผด็จการทหาร)


 


สำหรับเรา เราไม่เอาทั้งทุนนิยมสามานย์ และชุมชนคุณธรรมสุดขั้ว


 


เราไม่เอาระบอบเลือกตั้งอำนาจนิยม และเราก็ไม่เอาประชาสังคมใต้อุปถัมภ์อำมาตย์


 


เราไม่เอาระบอบทักษิณที่แทรกแซงองค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชน และเราก็ไม่เอาการรัฐประหารภายใต้เปลือกคุณธรรมประชาธิปไตย


 


เราไม่เชื่อการเลือกตั้งว่าคือทางเดียวอันชอบธรรม แต่เราก็ไม่เอาการเมืองท้องถนนที่ไม่เลือกวิธีใช้แบบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


 


ตลอด 4 ปีที่ประชาไทก่อตั้งขึ้น เราเผชิญกับสถานการณ์ที่พอจะทำให้เรารู้สึกได้ถึงการคุกคามน้อยครั้งมาก ไม่ว่าจะในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือแม้แต่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) หรือกระทั่งในสมัยของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และในรัฐบาลนี้


 


แต่น้อยครั้งย่อมใช่ว่าไม่มี


 


เชื่อหรือไม่ ความรู้สึกถูกคุกคามครั้งแรกเกิดจากเพื่อนมิตรวงการสื่อ เมื่อเราทัดทานไม่ให้เข้าร่วมสังฆกรรมกับการรัฐประหาร


 


และอีกครั้งคือครั้งนี้ ซึ่งเริ่มต้นจากสื่อบางฉบับและตามติดต่อเนื่องด้วยการปั่นกระแสในขบวนการการเคลื่อนไหวของสิ่งที่เรียกตัวเองว่า "การเคลื่อนไหวภาคประชาชน" ในนาม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"


 


เราไม่เคยลังเลที่จะปกป้องสิทธิของการชุมนุมเคลื่อนไหว และเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็น และเราก็ไม่เคยลังเลที่จะปกป้องสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่ได้เลือกตัวแทนของเขาผ่านการเลือกตั้ง


 


ถ้าสิทธิและเสรีภาพคือดินน้ำปุ๋ยของชีวิต เพื่อการแสวงหาสัจจะและอุดมคติ


 


ในท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองของทุกฝ่าย กลางเดือนร้อนแต่เหน็บหนาว เราขอวิงวอนกับทุกฝ่าย


 


ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง



 



 


……………………………


หมายเหตุ :  "ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง" ประโยคนี้นำมาจากบทละครเรื่อง "ความฝันกลางเดือนหนาว"  โดย คำรณ คุณดิลก

Comments

ไกล

เรื่องนายโชติศักด์ เนี้ยมันไม่ใช่การเคารพโดยวิธีการอื่นแล้ว มันเจตนาไม่เคารพต่างหาก ใช้สายตา วิจารญาณขั้นพื้นฐานดูเอาก็รู้แล้ว

และก่อเหตุมาแล้วก็หลายครั้ง จะบอกว่าไม่ตั้งใจก็คงไม่ใช่แล้ว

คุณเอาแต่พูดถึงกฏหมาย กฏหมาย การยืนทำความเคารพก็เป็นกฏหมายเหมือนกัน
เพียงแต่ไม่เคยมีใครฝ่าฝืน มันเลยดูเหมือนไม่มีกฏเรื่องนี้อยู่ แต่ขอโทษนะครับ กฏหมายนอนหลับแต่ไม่ตาย
เมื่อคุณผิด คุณต้องยอมรับ ไม่ใช่แก้ตัวด้วยการเบี่ยงประเด็น เป็นเรื่องละเมิดสิทธิ์ หรือรัฐบาลเผด็จการคุณ

ส่วนหนังสือที่โดนสั่งเก็บ ก็สมควรแล้ว
เนื้อในเป็นยังไง คุณเองก็รู้อยู่
การแสดงความเห็นมันไม่ผิด ใช่ แต่การโน้มน้าว ชักจูงเพื่อโค่นล้มระบบกษัตริย์
หรือลดทอนอำนาจก็เป็นความผิดอยู่ดี

ประชาไท ฟ้าเดียวกัน คุณเลือกอยู่ผิดข้างแล้วครับ

พลังเงียบ

ทำอะไร รู้อยู่แก่ใจนะครับ กรรมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงเจตนา แล้วที่ให้ลงชื่อสนับสนุนให้กำลังใจคุณโชติสัดหายไปไหนแล้วละครับ

โย

ผมเชื่อว่าหลายคนยังเป็นกำลังใจให้ประชาไท ยึดมั่นในการทำงานสื่อคุณภาพอย่างนี้ต่อไป
และหวังว่าผู้ที่พยายามคุกคามจะมีสำนึกประชาธิปไตยอยู่บ้าง

เอวัง

เป็นกำลังใจให้ แต่ก็ขอติว่า ประชาไท ออกลูกขี้ขลาด และตอแหล

หม่องกะโจวเผี่ยว

ok "ประชาไทจะได้สิทธินั้นทันที" คือจะได้ที่ยืนและที่ฝัน

ปรากฏการณ์สี่ประการคือ

1.โชติศักดิ์ 2.พันธมิตร 3.สองไม่เอา 4.ประชาสังคม

คือสัจธรรม หรือกฎเกณฑ์หรือทฤษฎี ที่ว่า "ไม่มีความเป็นกลางในสังคมชนชั้น"

ไม่มีที่ยืนและฝันอย่าอิสระเสรีของชนชั้นกลาง..คุณจะต้องตัดสินใจว่าจะอยู่ข้างไหน...ชนชฃั้นสูงหรือรากหญ้า

ไม่มีที่ยืนและไม่มีเวลาให้กับมนุษย์นิยมอย่างแท้จริง

และไม่มีที่ยืนและที่ให้ฝันสำหรับประชาสังคม

และแน่นอนที่สุดคือ

"แม้แต่นักบวชฤาษีชีไพร ในศาสนา พระสงฆ์องคเจ้า..ก็ตาม ย่อมไม่มีที่ยืนสำหรับมนุษย์นิยมที่เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหลายทั้งสิ้นอย่างเท่าเทียมกันระว่างกษัตริย์กับราษฎร..."

เพราะชนชั้นกลาง ปัญญาชน สื่อมวลชนต่างต้องถูกบังคับให้เลือกข้างทั้งสิ้น....

ดังนั้น"ในปัจจุบันนี้(เฉพาะหน้า) คุณมีทางเลือกเพียง 2 ทางเท่านั้น คือ
1.คุณจะอยู่กับศักดินา.ใหญ่..หรือ
2..เลือกอยู่กับนายทุนกลุ่มใหม่...
เพียง 2 ทางเลือกนี้เท่านั้น...

ทางเลือกที่สามเพื่อชนชั้นกลางล้วนๆหรือ กรรมาชีพล้วนๆ ประชาสังคมล้วนๆ หามีจริงไม่

ในระยะแห่งประวัติศาสตร์ที่2ขั้ว 2 ชนชั้นกำลังลากอาวุธ มวลชน สื่อ ข้อมูล ความรู้และศักยภาพประจำตัวของชนชั้นเขาเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกัน เดิมพันนี้สูงมาก...ใครแพ้ต้องไม่มีประเทศอยู่

มวลชน ราษฎร พลเมือง ทาสไพร่ กรรมกรชาวนา รากหญ้าฯลฯ ต้องตัดสินใจเลือกข้าง...ไม่อาจจะไม่ตัดสินใจ..หรือหลบหนีไปได้....ไม่ยืนเคารพเขา..เขาก็จะทำร้ายเอา

ถ้าเอ็ งไม่ยืนเคารพพข้าหรือพ่อของข้าก็ไม่ใช่พวกเดียวกัน.....ถ้าเ อ็งไม่ยืน เอ็ งเป็นพวกโน้น...เ องอยู่เฉยๆ แสดงว่าเอ็งเป็นพวกนั้น....

นี่คือสถานการณ์..และสมรภูมิ...ทุกแห่งแม้ในโรงหนังก็เป็นสมรภูมิ...ซึ่งประชาไท...ก็เป็นสมรภูมิหนึ่ง...ที่ต้องถุกเลือก..หรือต้องตัดสินใจ

ในอเมริกา...สมัยปลดแอกจากกษัตริย์อังกฤษนั้น...ชาวกรรมกร คนงานรากหญ้านิโกรตัวดำๆ...ยังต้องตัดสินใจว่า...จะร่วมมือกับนายทุนใหม่...เข้าทำสงครามกลางเมืองปลดแอกจากกษัตริย์อังกฤษหรือไม่...

ชาวนิโกรจะต้องพิจารณาว่าจะยอมถูกกดขี่ขูดรีดสองชั้น (นายทุนขูดรีดและถูกกษัตริย์รีดต่อ)
หรือจะปลดแอกจากกษัตริย์ที่อยู่ชั้นบนสุดก่อน

นี่จึงเป็นปัญหาทั้งยุทธศาสตร์...และยุทธวิธี...ที่จะต้องเลือกเช่นกัน

พวกฉวยโอกาสเอียงขวาหรือซ้าย...จะเข้าร่วมรับใช้ได้ทั้งฝ่ายเจ้า และรับใช้ฝ่ายทุนใหม่..ตามจริตของตน

ขอให้กำลังใจประชาไท...และขอบอกว่า "การขอที่ยืนที่ฝันจากทุกฝ่าย"นั้น..มัน.ไม่มีมีจริงหรอกนะ..ไม่มีทางที่ทุกฝ่ายจะยอมลดลาวาศอกเพื่อยกเว้นประชาไท..ให้มีที่ยืนฝันได้..เป็นไม่มี"

แต่สิ่งที่ประชาไทมี 100% คือเสรีภาพ...ที่จะตัดสินใจอย่างอิสระในการเลือกอยู่ข้างประชาชนคนเสียเปรียบ...แล้วยุทธศาสตร์ยุทธวิธี..จะตามมาเอง

ยุทธศาสตร์คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้และวันหน้าว่ายืนอยู่กับประชาชนคนรากหญ้า...

แต่ยุทธวิธี..จำเป็นต้องเลือกในวันนี้...หดศัตรูให้เล้กและชัดเจน..เหมือนส่องกล้องให้เห็นเชื้อโรคเสียก่อน....แล้วดูว่าจะเอาเครื่องมือชิ้นไหนจัดการกับเชื้อโรคนั้น

ปลิง.. เหล็กไนของผึ้ง...พิษงู...เราก็ยังต้องนำมาใช้เป็นยุทธวิธีรักษาโรคได้เหมือนกัน.....หากเรารู้จักนิสัย..คุณสมบัติของสิ่งมีพิษ....คุณควบคุมได้...ก็ใช้ประโยชน์ได้...จะควบคุมสิ่งใดได้ดีก็ต้องรู้จักนิสัยและคุณสมบัติของสิ่งนั้น

พวกเรา..รู้จักคุณสมบัตินายทุนใหม่ทั่วด้านหรือเปล่า...ถ้าเรารู้ก็สามารถใข้ประโยชน์ได้

The Kingdon

เสรีภาพของสื่อมวลชนมันสะท้อนได้ถึงประสิทธิผลของระบอบประชาธิปไตยนะครับ ประเทศที่ประชาชนพูดแบบเดียวกัน อ่านข้อความชุดเดียวกัน ยึดถือศรัทธาสิ่งเดียวกันมันไม่น่าจะเป็นประเทศประชาธิปไตยนะคุณ แม้จะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญก็เถอะ

โง่

รู้เท่าไม่ถึงการเหรอ อย่าบิดเบือนน่า อายเขา อ่านแถลงการณ์ของโชติศักดิ์สิ เบื้อกเอ่ย เขาพูดชัดว่า ทำไมถึงไม่ยืน และบอกว่าทำอย่างนี้มาหลายปีแล้ว

โดมะ

ผมรู้สึกแปลก ๆ นะ
ถ้าประเทศนี้มันต้องคิดเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกัน ถ้ามีใครไม่เหมือน ก็ต้องทำให้มันเหมือน มันก็มากเกินไป

ถ้าแค่คุณโชติศักดิ์ไม่ยืนเคารพ มันทำให้คนบางคนพร้อมกระทืบ คุุณโชติศักดิให้ตาย เพราะความเชื่อบางอย่างเนี่ย

ความเชื่อเีแบบนั้น ที่ให้ไปทำร้ายคนอื่น มันก็ควรถูกตั้งคำถามซะที

คุณเชื่อแบบใหน ผมไม่สน แต่คนที่ไปทำลายคนที่เชื่อต่าง มันมากเกินไป

โธ่เอ๋ย

พุดโธ่เอ๋ย ถ้าเป็นประชาธิปไตยจิงๆ ต้องให้สิทธิเสรภาพประชาชนซีคะ

ฉันว่ามันหน่อมแน้มเหลือเกิน

ประชาไท พึงยืนหยัดต่อปายยยย เป็นเว็บที่ใช้ได้ คะ

มองทะลุ

โฮ่ๆๆ น่าจ๋งจ๋านประชาไท โดน "ภาคประชาชน" เล่นงานซะแล่ว

โปรดอ่านบทสัมภาษณ์ สุภิญญา อีกครั้ง เธอได้ตั้งคำถามกับคำว่า "ภาคประชาชน" ไปแล้ว

ความรับผิดชอบอย่างยาวติดตามมาทันที ว่า ... ใครหนอ ... ใครบ้าง ที่มีส่วนในการสร้าง "อสูรกาย" ที่ชื่อว่า "ภาคประชาชน" ตนนี้ ขึ้นมา

ประชาไท ... คุณอาจกำลังรับผลกรรมที่คุณก่อจากการ "มีส่วนร่วม" ในการ สร้าง อสูรกาย ตัวนี้ขึ้นมา ... นะ

สุภิญญา แม้จะให้คำสัมภาษณ์ที่น่านับถือ แต่ดูเหมือนว่า เธอยังมีความรับผิดชอบอีกด้านต่อ "เจ้าแห่งอสูรกายทั้งปวง" ที่มีอีกนามว่า "สื่อมวลชน"

ทั้ง ภาคประชาชนและสื่อมวลชน มีความเหมือนกันอย่างหนึ่ง และกำลังใช้ความเหมือนนั้นร่วมกันกลายเป็นขุมพลังยกกำลังสอง นั่นคือ ทั้ง 2 ต่างได้รับการปกป้องอย่างดีแต่ขาดการตรวจสอบอย่างเพียงพอ หรือน้อยมากๆ

มันก็ไม่ต่างจากอำนาจอื่นๆ เมื่อไม่มีการตรวจสอบ มันก็สามารถเละเทะทรราชได้พอกันนั่นแหละ

แต่ข่าวดีมีว่า พันธมิตรและแนวร่วม ของพันธมิตรฯ ได้ถอนตัวออกไปจำนวนมากแล้ว เหลือแต่ ระดับ "สาวก" ของแกนนำทั้ง 5 ... แล้วล่ะมั้ง

แถมท้าย ระหว่างการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กับ การตรวจสอบสื่อมวลชน อันไหนจะทำให้ประเทศ จำเริญ ได้มากกว่า ? (ไม่ได้ถามให้เลือกข้าง แต่เพื่อตั้งคำถามว่า ได้ "ละเลย" สิ่งที่ควรทำ แต่ตกหล่นไม่ได้ทำหรือเปล่า)

ขุนคีรี

ยุคสมัยของสงครามเย็นผ่านพ้นแล้ว...
นี่คือวันเวลาของสงครามก่อการร้าย
จักรวรรดิอเมริกาข่มขู่ชาวโลก"ผู้ใดไม่ยืนข้างอเมริกา ผู้นั้นอยู่ข้างผู้ก่อการร้าย"....
ไม่มีพื้นที่สำหรับ"ความจริง"

บังวิน

ถ้าคุณสู้
คุณจะมีที่สำหรับยืนและฝันเสมอ
อย่ายอมแพ้ครับ
ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องดีงาม
ไม่เสียชาติเกิดแน่ครับ
คนเราอย่างมากก็แค่ตาย
แล้วคุณจะอยู่กันอีกสักกี่ปี่
โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย
น้ำจะท่วมโลก
น้ำมันก็กำลังจะหมดไป
ขยะ สารพิษ เต็มบ้านเต็มเมือง
ผมขอบอกอีกครั้งว่า
ถ้าคุณสู้
มีคนยืนอยู่เคียงข้างคุณแน่นอนครับ

ไม่พอใจ

ผืนแผ่นดินแห่งนี้เป็นของคนไทยทุกคน บรรพบุรุษของเราทุกคนช่วยกันกอบกู้และสร้างมันขึ้นมา
มิใช่ผู้ใดผู้หนึงเพียงคนเดียวจะกระทำได้ นี่คือความจริง ประชาไท คื่อสื่อแขนงหนึ่ง ย่อมต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ใครก็ตามที่นำอคติส่วนตัว มาเป็นตัวชี้วัดเพราะฝ่ายตนไม่สมประโยชน์ ผมเห็นว่าผู้ที่กระทำการเช่นนั้น เลวมาก และกำลังจะจุดชนวนเสียงปืนแตกขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย
ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ ขยายความรุนแรง
เพิ่มขึ้นจากสามจังหวัดใต้ ฝ่ายความมั่นคงคิดให้ดี และต้องเข้าใจด้วยว่ามนุษย์ทุกคนมีสมอง
กรุณาอย่าใช้อำนาจในทางมิชอบมาคุกคามสื่อ

หม่องขอถาม

ขอถามชูวัช

เกิดอะไรขึ้นกับประชาไท

ทำไมจึงปิดการแสดงความคิดเห็น

แล้วสิ่งที่มีคนแสดงความคิดไว้...จะเอามาให้ดูอีกได้ไหม...เพราะยังไม่ได้อ่านความเห็น 29 เมษายน 2551...ต้องการศึกษาความเห็นต่างๆ จะก็อปปี้ไว้อ่าน

มีใครข่มขู่อย่างไรบ้าง

....ถ้ามีการบีบคั้นข่มขู่...จริง...เราก็มั่นใจว่า

"ในอดีต..ประชาชนไม่ได้ยอมรับหรือรักสถาบันนี้อย่างสมัครใจ...ถูกบังคับถูกทำร้านเป็นเบื้องต้น

และต่อมาก็หลอกลวงมอมเมาสร้างนิยายพงศาวดาร บังคับให้ศาสนาช่วยอีกแรง ...จวบจนปัจจุบัน..

Darksingha

ใช่ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง หากเรายังเรียกว่าเราเป็นสังคมประชาธิปไตย ที่ยังยึดค่านิยมสันติวิธี หลักนิติธรรมและหลักเหตุและผล รวมถึงการคำนึงถึงสิทธิของคนส่วนน้อย สิ่งที่เราควรถกเถียงกันและน่าสนใจยิ่งนักคือการที่สังคมเราลืมประเด็นการที่โชติและเพื่อนถูกทำร้าย และการดูหมิ่นศาสนา รวมทั้งคนงานที่ถูกเล่นงานในโรงงานจากการใช้ประเด็นดังกล่าว เพียงแค่เรียกร้องขอที่เล็กๆ ให้คนได้ยืนและฝันบ้าง(http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049467)การใช้เวปบอร์ดละเมิดสิทธิเสรีภาพ ข่มขู่ การปิดกันความคิดเห็นที่ต่างนเวปบอร์ด พฤติกรรมที่มีคนยืนปรบมือให้กำลังใจกับการที่โชติและเพื่อนถูกทำร้าย ความรุนแรง การข่มขู่ในเวปบอร์ดทั้งที่นี้และที่ผู้จัดการ รวมถึงที่อื่นๆ ถือเป็นชนวนระเบิดเวลาที่สำคัญของสังคมไทย ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่มีคนออกมาให้กำลังใจกับการฆ่าและทำร้ายโดยละเมิดหลักนิติธรรม

เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งขึ้นนับวัน การใช่อารมณ์เหนือเหตุผล ขอเรียกร้องผ่านกลุ่มที่บูชาสิ่งที่คุณยึดถือเป็นคุณธรรมคุณก็ควรทบทวนเรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะมันจะทำให้คุณธรรมที่คุณยึดถือหมดความชอบธรรมไป เพราะคุณธรรมกับความรุนแรงไม่มีทางไปด้วยกันได้หากคุณธรรมนั้นเป็นคุณธรรมที่จะนำมาซึ่งความสันติสุขของคนในสังคมอย่างเป็นธรรม

ยังไงก็ต้องขอที่เล็กๆ ให้เราและคุณได้ยืนและฝันบ้างเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราเป็นสังคมประชาธิปไตยโดยเนื้อแท้ มันจะทำให้คุณจะต้องสู้เพื่อให้เขามีที่ยืนและฝัน แม้คุณจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขายืนและฝันก็ตาม กลไกของหลักเหตุและผลในระบอบประชาธิปไตยมันจะนำพาซึ่งสันติสุขในสังคมเองไม่ใช่อำนาจหรือความรุนแรง
เพราะมี จึงปรากฏ

อย่าทำให้คนเล็กๆเหล่านี้เป็นเหยื่อของคุณอีกเลย สังคมไทยกำลังเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางวัฒนธรรมที่อ้างคุณธรรมอย่างไร้เหตุผล

กำ

แปลว่าอะไรเหรอพี่

เขาใจนะที่คุณพูดคือ สื่อเครือผู้จัดการ

แปลว่า เขาต้องมีความเห็นตรงกับคุณถึงจะถูกเหรอ เขามีความคิดเห็นแตกต่างกับคุณไม่ได้เหรอ

กรณีโชติศักดิ์ เข้ามามอบตัวที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะไม่ยืนเเสดงความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ภายในโรงภาพยนตร์เซ็นทรัลเวิลด์

และมีคนแจ้งความดำเนินคดีที่ขอนแก่นพร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีต่อ 2 เว็บไซต์ ทั้ง “ฟ้าเดียวกัน” และ “ประชาไท” แล้วเขานำเสนอข่าวและมีความเห็นที่แตกต่างออกไปนั้นเขาผิดเหรอ แล้วมันแตกต่างกับสิ่งที่คุณเรียกร้องอยู่อย่างไร

ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ควรนำเสนอ ไม่ควรแสดงความเห็นเช่นนั้นเหรอ

แล้วจะบิดเบือนเช่นนั้นเหรอว่า สิ่งที่โชติศักดิ์ทำอยู่นั้น รู้เท่าไม่ถึงการณ์เหรอ

ลองอ่านคำสัมภาษณ์สิคครับว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือตั้งใจทำกันแน่

ไม่ต้องของที่ยืนหรอกครับ ต่างคนต่างยืนไม่จำเป็นจ้องยืนตรงจุดเดียวกัน ที่สำคัญทุกวันนี้เว้บประชาไทก้อยู่ด้วยเงินของประชาชนไม่ใช่หรือ

คุณจะแสดงความเห็นอย่างไรก็ว่าไปเถอะครับ แต่คุณคิดว่า คนอ่านคุณคือ ใครในวันนี้ ผมบอกเลยครับว่า คือ คนรักทักษิณ(ผมไม่ได้บอกว่าเขาผิดนะ)ลองเข้าไปดูกระทู้นายปลื้มกับคุณรสนา และเข้าไปดูกระทู้เดียวกันในเว็บผู้จัดการ ไปคนละทิศกันเลย แน่นอนว่า คนที่แสดงความคิดเห็นในเว็บผู้จัดการนั้น คือ กลุ่มคนที่เกลียดทักษิณ แล้วลองพิจารณาดูนะครับว่า กลุ่มคนอ่านของคุณเป็นใคร ถ้าไม่ใช่คนรักทักษิณ(ส่วนใหญ่)

55

ลืมบอกไปว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นะ คิดว่า คนอื่นเขากินหญ้าหรือไง

เข้าข่ายบิดเบือนเลยนะนี่

หรือว่า จริงแล้วสับสนเหมือนตัวหนังสือที่เขียน(มีคนบอกว่าเขียนอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง และเราก็เห็นด้วย)

เด็กดี

ในที่สุดแล้ว ประวัติศาสตร์จะเป็นผู้ตัดสิน

ไท

ขอให้ต่อสู้ต่อไป ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย วันนี้อาจผิด วันข้างหน้าอาจถูกก็ได้ สังคมที่ไร้สติ และเหตุผล อีกไม่ช้าก็จะถึงกาลอวสาร

สรนันท์

ให้กำลังใจครับ
สู้ต่อไป

เจตนาอย่างไรรู้ๆอยู่

โชติศักดิ์ไม่ยืน รู้เท่าไม่ถึงการณ์....
ตลกเกินไปหน่อยมั้ง

ตาหวาน

เกมการเมือง ...เกมแห่งอำนาจ ที่จริงแล้วตัวครก็หน้าเดิมๆ วนไปเวียนมา ได้แต่หวังว่า คงเหมือนประเทศยักย์ใหญ่เพื่อนบ้าน เมื่อตัวละครล้มหายตายจากไปแล้ว ประเทศจึงเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง ...ส่วนสื่อหลักส่วนใหญ่ในประเทศนี้แทบจะเชื่อถือไม่ได้เลย ก็คงมีแต่ในเน็ต ทั้งเว็บประชาไทย และ ฟ้าเดียวกันนีแหละ ที่พอเป็นที่พึ่งได้ ....เป็นกำลังใจให้เสมอ [emo21.gif][emo21.gif]

pre02

ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนอุดมการณ์ได้ ขอให้คุณชูวัส และทีมงานสู้ต่อไป

คนไทยคนที่2

ชูวัส สมควรที่จะต้องมีจุดยืนอย่างมั่นคง
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหวั่นไหว
มนุษย์ทุกคน เกิดหนเดียว ตายหนเดียว
เล็กๆ จงไม่ แต่ใหญ่ๆจงทำ
ทุกชีวิตต่างล้วนกลัวความตายทั้งสิ้น
แม้นขนาดกระทั่งโจร500ที่ฆ่าคนเป็นผักปลา ก้ยังกลัวตาย เมื่อถึงคิวของตนเอง
การยืนหยัดต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง นั่นต้องถือว่า เป็นหน้าที่ของพลเมือง(ซิทิเซ่น)
พลเมืองนั้นไม่ใช่มีแค่หน้าที่ที่จะต้องหางานทำ ไม่ใช่แค่มีหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษี
และไม่ใช่แค่ที่จะมีหน้าที่เพียงเพื่อไปหย่อนเสียงลงคะแนนบัตรเลือกตั้ง แต่ทว่าพลเมืองนั้นยังมีหน้าที่ที่จะต้องคอยตรวจยอบดูแลการกระทำของคนทุกหมู่เหล่าในประเทศนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร(นักการเมือง) ฝ่ายนิติบัญญัติ(นักการเมือง) ฝ่ายตุลาการ สื่อ เอ็นจีโอ ข้าราชการนักวิชาการ ว่าพวกเหล่านี้มีความโปร่งใสยุติธรรมหรือไม่ คอรับชั่นหรือไม่บิดเบี้ยวหลอกลวงผู้คนหรือไม่ เพราะบุคคลเหล่านี้ล้วนต่างรับเงินเดือนที่รีดไปจากภาษีของพลเมืองทั้งสิ้น
พลเมืองไทยทุกคนต่างล้วนเป็นเจ้าของประเทศ จุดนี้สำคัญมาก ชูวัส จำต้องยึดมั่นมันให้ได้ ต้องมีความหนักแน่น
เศษสื่อเน่าอย่างดาวสยาม ที่เคยเลวและชั่วช้าสารเลวอย่างไรในอดีต ปัจจุบันก้ยังคงชั่วเหมือนเดิม ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยน
เพราะพวกเศษสื่อเน่าพวกนี้มันคือกาฝาก
กาฝากที่เป็นปรสิต คอยดูดกินทำลายประเทศชาติ จงอย่าไปให้ความสำคัญต่อพวกมัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยดูว่าไอ้พวกเลวชั่วไม่มีดีพวกนี้มันจะเล่นเกมยังไงเราก็ต้องโต้กลับและให้หนักหน่วงยิ่ง
กว่า
เหตุการณ์ในยุคนี้ มันต่างจากยุค6ตุลาคม2519โดยสิ้นเชิง ที่ว่าต่างนั่นเพราะ
เหตุการณ์6ตค2519 มันเป้นการปิดประตูตีแมวเพียงฝ่ายเดียวของพวกทรราชที่กระทำต่อเด็กๆ นั่นคือนักศึกษา จากภาพทางประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า คนที่ถูกจับ ถูกฆ่าตาย ล้วนเป็นนักศึกษาทั้งสิ้น ไม่ใช่ผู้ใหญ่
แต่คราวนี้ไม่ใช่ คนที่ออกมาเรียกร้องระบอบประชาธิปไตยเรียกร้องสิทธิเสรีภาพเรียกร้องความเป็นเสรีชน เรียกร้องความเท่าเทียมกัน ล้วนเป้นผู้ใหญ่ ที่อาจกล่าวได้ว่าคือพลเมืองไทย เพราะล้วนเป็นคนชั้นกลางเป็นพวกที่เป็นเจ้าของกิจการ เป็นปัญญาชน รวมทั้งยังมีชนชั้นรากหญ้าที่เข้าร่วมอย่างมหาศาล โดยดังดูผลได้จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
คนเหล่านี้พร้อมที่จะยืนหยัดอยู่ข้างความยุติธรรมและความถูกต้อง อาจกล่าวได้ว่าพร้อมที่จะลุกขึ้นมาจับอาวุธูเพื่อทำสงครามประชาชนแบบยุคสงครามเหนือใต้ของสหรัฐ หรือแบบยุคหลุยสที่16ที่ชาวนาชาวไร่ปัญญาชนคนชั้นกลางบุกล้มแวร์ไซลย์ หรืออย่างยุคของโอลิเวอร์ครอมเวลส์
อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศและลูกหลานเหลนโหลนในอนาคต มันก็คงต้องถึงเวลาสักที
ประเทศนี้มันถูกพวกสากดินาทรราชเผด็จการทหารอมาตยาเน่ารวมทั้งพรรคแมลงสาปเน่ามันใช้เรื่องที่มันบิดเบือนมาทำลายผู้อื่นตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ดังนั้นมันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขปัญหาที่มันเป็นอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของพลเมืองไทยได้แล้ว
จงคิดเสมอว่า ทุกคนนั้นล้วนตายได้ทั้งนั้น ดังนั้นอย่ากลัว จงเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้า แล้วตีโต้กลับ ให้หนักหน่วงให้รุนแรง อย่างอมืองอเท้า ให้เป็นฝ่ายที่ถูกกระทำเพียงข้างเดียว
เชื่อว่าโลก จะต้องยืนอยู่ข้างผู้ที่รักประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

แม่มด

ตามข่าวนาน ๆ ที เบื่อการเมือง เบื่อคน
รู้แต่ชูวัสคือเพื่อนเก่า...สู้ ๆ นะ
มีอะไรบอกกันบ้าง
saisawada666.multiply.com

สมเพช

เบื่อโว้ย หมิ่น... หมิ่น....

ทีอ้ายลิ้มประกาศให้ ในหลวงลาออก ทำไม ไม่ไปปาหัวมันมั้งล่ะ

เบื่อพวกตอแหลว่า รักในหลวง........

........

เอ้า....นี่พื้นที่ฝันของคูณ ชูวัส
ขอฝันใฝ่ในวันอันเหลือเชื่อ......

noom^*

หนักแน่นนะครับคุณชูวัส พวกเราจะอยุ่กับคุณนะครับ

noom^*

ครับเห็นด้วยกับคุณคนไทยคนที่2 (ความคิดเห็นที่ 25)100%ครับ

paper

ประชาไทขอความร่วมมือ

หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด
กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา
และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

*** ทางทีมงานประชาไท ขอความร่วมมือตรงนี้มันคืออะไร ในเมื่อผมไม่เห็นทางทีมงานประชาไทจะจัดการอะไรกับหลายๆ ความคิดเห็นที่ดูหมิ่น ว่าร้าย สถาบันเลย ปล่อยให้บ้างคนเข้าใจผิดในสถาบัน และดูถูก เหยียดหยาม คนไทยที่รักและเคารพในสถาบัน โดยที่ทางทีงานประชาไทไม่ออกมาอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับคนเหล่านั่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีคนที่รุ้เท่าไม่ถึงการณ์แบบนาย โชติศักดิ์ขึ้นมาอีกในอนาคต

ถ้าทางทีมงานประชาไทมีความจริงใจกับสิ่งที่ว่ามานี้ ก็ขอให้ทำออกมาเป็นรูปธรรมให้เห็นด้วย

โดยรวมแล้วผมก็เห็นด้วย และพอยอมรับได้กับสิ่งที่ ทางทีมงานประชาไทพยายามจะสื่อออกมา
ยกเว้นเรื่องเดียว คือ เรื่องดูหมิ่น ว่าร้าย สถาบันกษัตริย์

ถ้าทางทีมงานประชาไทสามารถแก้ตรงนี้ได้ ผมคิดว่ามีคนไทอีกมากที่พร้อมจะสนับสนุนพวกคุณ บ้างทีคุณอาจจะได้มากกว่าพื้นที่เล้กๆ ที่คุณต้องการก็ได้...

สุดท้ายนี้ผมขอทิ้งคำถามไว้ซัก 1 ข้อ
**** ทางทีมงานของ เว๊บไซต์ ประชาไทและฟ้าเดียวกันยังรักและเคารพ ในหลวงหรือไม่ ? ****

noom^*

ความรักอันบริสุทธิมันไม่เกิดจากการบังคับข่มขืนใจหรอกครับ

Athit

ให้กำลังใจ โชติศักดิ์
ให้กำลังใจ ประชาไท
ให้กำลังใจ้เดียวกัน
ให้กำลังใจสื่อหัวใจเสรี
ให้กำลังใจคนไทย หัวใจไม่ใช่ทาส

ดช. เฟียม

[emo22.gif]
เสรีภาพจงเจริญ !
เผด็จการลงนรกไป !

[emo22.gif]

orangepao

เป็นกำลังใจให้ทีมงานประชาไทมาเสมอ

ศิลา

ที่ยืนและที่ฝันของประชาไท ก็ไม่น่าจะแยกออกจากที่ยืนและที่ฝันของมวลชน คือควรจะร่วมกันฝันร่วมกับมวลชน ไม่น่าจะฝันอยู่คนเดียว เพราะเราเป็นมนุษย์ด้วยกันในประเทศนี้ เราก็น่าจะไปด้วยกันได้บ้าง ไอ้แบบไม่เอาอะไรสักอย่างนี่ ก็อาจจะมีปัญหาในการอยู่ร่วมกัน สำหรับผมนะครับคิดว่าอยู่ในโลกใบนี้ก็คงต้อง ได้บ้าง-เสียบ้าง แต่ไม่ร่วม-ไม่เอาเผด็จการ กับรัฐบาลทักษิณก็วิพากษ์วิจารณ์ตามความถูก-ผิดในแต่ละเรื่อง คือบางเรื่องก็ o.k. บางเรื่องก็ No.k.
ท่าทีแบบพันธมิตร ไม่ไหวเหมือนกัน
อดทนหน่อยนะครับ แล้วพยายามก้าวต่อไปข้างหน้า เท่าที่กำลังจะพอมี.

samanchon

ขอสนับสนุนการคงอยู่ของสื่ออนไลน์ประชาไท
เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ความเป็นจริงอันหลากหลายแตกต่าง
เป็นสาธารณะสมบัติของประชาชน

หญ้าตง

แค่บอกว่า ไม่เอาอะไรสักอย่าง ก็รู้ว่าผู้เขียนโกหก แถมยังขี้ขลาดตาขาวอีกต่างหาก ไม่กล้าแม้กระทั่งแสดงยึดยืนของตัวเอง

แต่จากพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่วว่า พวกประชาไทยยังโง่งมอยู่กับมากซิสม์ ซึ่งที่ไหนๆเขาก็เลิกเชื่อกันไปหมดแล้ว

การเป็นมากซิสม์ก็ไม่ใช่ความผิดอะไร เหมือนกับการนิยมเจ้า หรือ นิยมทุนนิยมสามานย์ ไม่มีใครผิดทั้งนั้น แต่การเป็นอีแอบต่างหากที่สังคมรังเกียจ ทุกวันนี้เขาเปิดกันหมดแล้วว่าใคร เป็นตุ๊ด ใครเป็นกระเทย ใครเป็นเสือใบ ไม่มีใครเขาว่ากันแล้ว อีแอบต่างหากที่คนเขาหมั่นไส้และหัวเราะเยาะ

ตามธรรมชาติของความเชื่อพวกคุณเข้าไม่ได้ทั้งเจ้าและทุนนิยม แต่เมื่อคุณไม่ยอมบอกชาวบ้าน ว่าคุณเป็นใคร แล้วเมื่อไหร่ความคิดความเชื่อของคุณจะบรรลุผล และผมกล้าพนันได้เลยว่า ถึงคุณจะเผยตัวก็ไม่บรรลุผลเช่นกัน หรือถ้ามันจะบรรลุผลก็ไม่ใช่สังคมอย่างที่คุณคิดหรืออยากให้มันเป็น

ทุนนิยมสามานย์ต่างหากที่จะนำพาสังคมไปสู่สังคมคอมมิวนิสม์อย่างที่คุณฝันถึง ส่วนมันจะทำให้ถึงอย่างไรอันนี้ผมขี้เกียจพูดถึง การที่คุณขัดขวางวิวัฒนาการของทุนนิยม เท่ากับว่าคุณขัดขวางความฝันของคุณเอง พวกคุณได้พิสูจน์แล้วมิใช่หรือว่าการปฏิวัติไม่มีทางที่ขับเคลื่อนสังคมให้ไปสู่สังคมคอมมิวนิสม์ ผมขี้เกียจยกตัวอย่างจีนและรัสเซียพร้อมกับประเทศบริวารทั้งหมดที่กลับหลังหันไปสู่ทุนนิยมกันเป็นทิวแถว

มีแต่ทุนนิยมสามานย์เท่านั้นที่จะก้าวไปถึงสังคมนิยมทุนนิยม และสังคมนิยม สุดท้ายก็คอมมิวนิสม์ที่พวกคุณฝันถึง ถึงแม้การเรียงลำดับของผมจะไม่ตรงกับลำดับของพวกคุณ แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แต่ของพวกคุณมีอยู่แต่ในความฝัน ส่วนพวกเจ้าไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นสิ่งที่ล้าสมัยเป็นสังคมของอดีต ไม่ต้องทำอะไรคนพวกนี้ก็จะตายไปเอง การกระทำใดๆทุกวันนี้จึงเป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของพวกเขา การปิดฟ้าด้วยฝ่าเท้ามันปิดได้ไม่นานเพราะมันเมื่อย

สุดท้ายผมอยากให้พวกคุณกล้าๆหน่อย อย่าเป็นอีแอบอยู่เลย ไอ้เรื่องที่ยืนของคุณก็เหมือนกัน มันไม่มีอยู่แล้ว ในเมื่อพวกคุณไม่กล้ายืน แล้วมันจะยืนได้อย่างไร

ล้างปอด

ผมเป็นคริสเตียน
ผมไม่สักการะรูปเคารพ

คริสเตียนอื่นไม่ถือจึงยืนเคารพ
แต่ผมถือ ผมจึงไม่ยืนเคารพ

ผมรักพระเจ้ามากกว่า
มีอะไรรึเปล่าขอรับ

jaywalker

ความรัก การให้ความเคารพ ควรจะเกิดจากใจไม่ใช่การบังคับ

การแสดงออก ความเชื่อ ควรเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ตัดสินใจเอาเอง

ขอให้กำลังใจทีมงานประชาไทค่ะ

5 5 5 5

หึๆๆ ประชาไทน่ะเหรอ ขอพื้นที่เล็กๆเหรอ 555 ตลกฉิบ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันคืออะไร ยิ่งในสมัยรัฐบาลที่แล้ว มันคือะไร ไม่ว่า จะเป็น นังท่อนจันทร์ กับ ไอ้ กิโยติน ที่โดนจับไป 2ตัว นั้นก็มาจากเวปประชาไท ทั้งนั้น และยังมีอีกหลายตัวที่วนเวียน ในฟ้าเดียวกัน พอเขาเอาจริงทีนึง ก็หลบทีนึง พอเขาเงียบๆ ก็โจมตี สถาบันต่อ อย่ามาแกล้งโง่ดีกว่า ติดตามไอ้เวปเฮงซวยนี้มาตั้งแต่เพิ่งตั้ง วันๆก็เอาแต่โจมตี สถาบัน ทั้งทางตรงทางอ้อม แต่ยังอยากมาขอพื้นที่เล็กๆ ขอโทษนะว่า ที่นี่ ประเทศไทย ธงชาติมีสามสี ถ้าไม่พอใจสีใดสีหนึ่ง เชิญไปเปิดสำนักพิมพ์ที่ ประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆไป ที่นั้นเขามีที่ๆให้เมิงอยู่ แต่ที่นี่ไม่มีที่ให้ไอ้พวกคนชาติอื่นแบบพวกเมิงอยู่ว่ะ คนไทยรัก สีทั้งสามของธงชาติ แต่พวกเมิง มันไม่ใช่คนไทย ดังนั้นไสหัวออกไปซะไอ้เลว

freedom

Prachatai Fight! Fight!

เกาทัณฑ์สยบฟ้า

เหนื่อยหน่อยนะเพื่อน

กลุ่มพลังประชาธิปไตยฝ่ายต่างๆ

กำลังสร้างตำนาน "มหากาพย์แห่งสยาม"

ทุกฝ่ายลงมาเล่น ตามเกมที่ถนัด --- ใครแพ้ ใครชนะ ยังต้องดูต่อไปอีกนาน

ไม่ใช่แค่1ปี 2ปี

ประชาไท เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในช่วงรัชกาลที่ 9 เช่นเดียวกับประชากร 63 ล้านคนเศษ

ต้องรับสภาพ "ภูมิปัญญา" - วุฒิภาวะของสังคมไทย ว่า มีระดับนี้

มีพันธมิตรและแนวร่วม
มีคนรักทักษิณ
มีสื่อมวลชนที่ทรงพลัง
มีนักวิชาการหลากหลาย
มีอมาตยา+รัฐข้าราชการ+ทหาร
มีผู้รักประชาธิปไตย
ฯลฯ

กำลังช่วยกันขับเคลื่อน "มหากาพย์แห่งสยาม"

ผลที่เกิดขึ้น
----สังคมไทยต้องยอมรับมัน

ที่ผ่านมาประชาไท ทำได้ดีแล้ว และต้องพิสูจน์ต่อไป ว่า เราเดินบนเส้นทางประชาธิปไตย

J o r n

ผมสนับสนุน ประชาไท

ขอให้มีที่เล็กๆ สักที่เป็นไร

middle man

เพิ่งเข้ามาอ่าน แต่มีความเห็นว่า ประชาธิปไตย ก้อต้องมีขอบเขต สิ่งใด นำไปสู่ ความวุ่นวายในสังคม เจตนา ยุแยง ตะแคง รั่ว ก้อ ต้องละเว้น ปรามๆ ไว้บ้าง แต่ประชาไท ไม่ยอมปรามเอง ปล่อยจน ตัวเองเดือดร้อน แล้วจะโทษใครได้ รับกรรมไปก่อน แล้วกัน เดี่ยวก้อคงกลับมาซ่าส์ได้ดั่งเดิมนั่นแหละ

มูลนิธิ ๑๑๑

ขอพี้นที่ ขอที่ยีน

OK. OK. แต่คุณต้องบอกคนที่คุณขอเขาด้วยว่า คุณต้องการพื้นที่แบบไหน และคุณต้องการจุดยีนแบบไหน ?

แน่จริงคุณตอบก่อน คนอื่น ๆ เขาถึงจะให้ได้ OK.

นี่ ตรรกะ แบบไหน มั่วจริง ๆ ออกลูกมั่วทางความคิดชัด ๆ คุณเล่นโยนความผิดให้กับเรื่องจุดยืน กับ เรื่องพิ้นที่ ทางความคิด เอาเข้าไป โยนความผิดกันเห็น ๆ

คุณกำลังออกอาการ เหมือนนักวิชาเกิน บางกลุ่ม ที่ชอบมั่วทางความคิด และสังวาสทางความคิด จนติดเป็นนิสัย ไม่ชอบให้ใครเห็นต่างจากพวกคุณ ใครเห็นต่างจากพวกคุณ ไอ้พวกคุณก็จะประดิษฐ์ คำหรือวลี ไม่งั้นก็ ประโยค์แปก ๆ ออกมาด่าฝ่ายตรงข้ามเสมอ อย่าเถียง กรุณากลับไป ทบทวน วาทกรรม ต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ดำเนินมา ว่ามันเริ่มอย่างไร อธิ ลองกลับไปอ่านข่าว ที่นายโฉดให้ข่าว กรุณากลับไปทบทวน อ่านใหม่ทีละคำ ทีละประโยคแล้วทำความเข้าใจ ตีความอย่างเป็นธรรม "อย่างปัญญาชน" ที่พวกคุณชอบอ้าง เพียงเพื่อจะให้ดูดีกว่า "ชนชั้นอื่น" อ่านข่าวของนายโฉด แล้วคุณยังจะบอกว่า เขากระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการ "งั้นหรือ" เอา อะไรคิด แล้วไอ้ที่เวปคุณให้ลงชื่อสนับสนุน นายโฉด ละ ใครคิด และเอาอะไรคิด หรือ คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ หรือ กำลังจะมาบอกคนทั่วไปว่า คุณก็เป็นเหยื่อของเหตุการณ์ นี้ด้วย เลยออกมาขอที่ยืน ขอพื้นที่ สำหรับผมแล้วบอกคุณตามตรง " อยู่อย่างคนชายขอบ ที่มีศักดิ์ศรี ยังจะดีกว่า เป็นเซ็นเตอร์ แบบไร้ความรับผิดชอบ "

กรุณา ไม่ต้องโพส์ ด่าตามหลัง ไม่ชอบ เพราะผมไม่ได้ด่าใคร ถ้าใครด่าแปลง่ายๆ ว่าคุณ รับว่า " เป็นคุณ "

ไม่อ่านหนังสือเพิ่ม ไม่อ่านสังคม ไม่เฝ้าดูลมหายใจตนเอง อย่าคิดว่ายังเป็นบัณฑิตอยู่ " เป็นได้แค่พวก DEATH WOOD เท่านั้น " ตอนนี้พวกนี้มีอยู่เต็ม มหาวิทยาลัย ของรัฐ อยู่ไปวัน ๆ อวดฉลาด แบบเชย ๆ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีสาระอะไรใหม่ ชอบอ้างฝรั่ง แต่เสือ..เอามาใช้ใน บริบทไทย ดูแล้ว พวกคุณสับสนต่างหาก สับสนทางทัศนะ สับสนกับชีวิต มีปัญหากับการใช้ชีวิตในสังคมหรือเปล่า ? เอาให้แน่ แนะนำให้เฝ้าตามลมหายใจตนเองก่อน และเฝ้ามองตนเองว่า ตกลงจุดยืนของตัวเราเอง ต่อ ตัวเราเองนั้นอยู่ตรงไหน ?

คุณจะได้คำตอบ เพราะแท้จริงแล้วมันอยู่ในใจคุณต่างหาก ไม่ต้องเรียกร้องจากคนอื่นเขา มันอยู่ข้างในคุณต่างหาก

เฮ้อ......ป่วยกันทั้งประเทศ.....เราด้วย

K2

Stand for your right and fight against heavy odds!! Keep well.

:)

คนเข้าเว็บฯ นี้ไม่ต้องการการแปะป้ายว่า
ชอบคุณทักษิณ
หรือต่อต้านอมาตยาธิปไตยแบบสุดลิ่มทิ่มประตู หรือแม้แต่เห็นด้วยกับคดีล่อแหลมที่กำลังเป็นอยู่
เป็นแค่คนอ่านที่อยากรับรู้กับข่าวกระแสรองรอบด้าน ไม่เพียงแต่เรื่องแบ่งขั้วอย่างที่มั่วกันมาแรมสองปีกว่า...

นับถือในการทำงานของชูวัส
แต่อยากให้มองรอบด้านว่า
แน่ใจหรือไม่ว่า...ในสองปีหลังที่ผ่านมานั้น
จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ได้พาประชาไทเข้าร่วมวงเล่น^*เกม^*เลือกข้างไปโดยปริยาย
กลายเป็นพื้นที่รองรับกระแส
มากกว่าพื้นที่อันสงบ มั่นคง และมีเวทีให้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
ไม่ส่อเสียด ไม่หยาบคาย อย่างที่เคยเป็นมาก่อน

ลองใคร่ครวญเรื่องนี้ดูอีกที

ที่สำคัญไม่อยากเห็นคนตั้งใจทำงาน
ต้องเป็นเหยื่อกับเหตุบ้านการเมืองอีกเลย
เหมือนคราว 6 ตุลาฯ
คงน่าเสียใจมาก

ด้วยความปรารถนาดี

0

อย่าว่าแต่สถาบันเจ้าเลย สถาบันแห่งความศรัทธาอย่างพุทธศาสนา ที่มุ่งสอนคนให้ละเลิกยึดมั่นถือมั่น สอนให้เป็นผู้รู้ตื่นคิดเห็นด้วยสติปัญญา กลับมีแต่พวกลืมหูลืมตากราบไหว้รูปปั้น ภาวนาขอแต่โชคลาภ แยกไม่ออกระหว่างโมหะกับศรัทธาและปัญญา ติดอยู่แค่เปลือกแห่งพิธีกรรมไม่ต่างอะไรกับลัทธิหมอผีหรือไสยศาสตร์

ดอกบัวมีสี่เหล่า ประชาไทเองก็จงพิจารณาดูเถิดว่าจะเลือกเทศนาแก่เหล่าไหนที่จะยังประโยชน์ให้สำเร็จสูงสุดแก่คนหมู่มากโดยแท้จริง

สิ่งใดที่ตั้งอยู่บนความหลง มันไม่มั่นคงหรอก โลกก็เป็นเช่นนี้แลฯ

คนเคยรักกัน

ที่ยืนคงมีพอนะ ถ้าจะตะแบงว่า
‘เว็บไซต์ประชาไท’ ในฐานะที่เสนอข่าวกรณี โชติศักดิ์ อ่อนสูง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง

แล้วที่เปิดให้ห้ลงชื่อให้กำลังใจ ผู้ดูแลเวบคงรู้เท่าไม่ถึงการณ์เช่นกัน

รักประชาไทนะ ถ้าจะกล้าจริง ก็ให้มันสุดๆ ไปเลย อย่ามาออกลูกแหยงกลางอากาศแบบนี้

ผงชักฟอกเปา

อย่างนี้ต้องประหาร 7 ชั่วโคตร...... เพราะมันไม่ยืนเคารพกรู.....55555555

นีร

ขออภัย
ผมไม่ยืน

จิตประไพ โสภาวันดี

คัดมาให้อ่าน
จาก น.ส.พ. มติชน
คอลัมน์ วิภาคแห่งวิภาค
-----------------------------

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11009

จุดร้อน การเมือง การเมือง ทำลายล้าง ประเด็น "สถาบัน"

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์

เหตุปัจจัยอะไรทำให้บางคนพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องวัดเอาวิทยายุทธ์อย่างที่เรียกว่า "วิชาก้นหีบ" โดยการโยงเรื่อง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้กลายเป็นเรื่อง สถาบันองคมนตรี และให้กลายเป็นเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์

ประการหนึ่ง เพราะบางคนในพรรคประชาธิปัตย์ตระหนักว่า 164 เสียงที่มีอยู่มิอาจเอาชนะ 233 เสียงของพรรคพลังประชาชนได้อย่างตรงไปตรงมา

ที่สำคัญ 233 เสียงของพรรคพลังประชาชนมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ตรงกันข้าม กลับมี 34 เสียงของพรรคชาติไทย 24 เสียงของพรรคเพื่อแผ่นดิน 11 เสียงของพรรคมัชฌิมาธิปไตย 9 เสียงของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และ 5 เสียงของพรรคประชาราช เข้ามาผนึกร่วม

ผนึกร่วมกระทั่งกลายเป็น 316 เสียง 6 พรรคร่วมรัฐบาล

ประการหนึ่ง เพราะบางคนในพรรคประชาธิปัตย์เริ่มเห็นอย่างเด่นชัดเป็นลำดับว่า ไม่สามารถแยกพรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้ แม้ว่าจะพยายามในทุกวิถีทางแล้วก็ตาม

เหตุปัจจัยเหล่านี้เองทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจเล่นเกมที่รุนแรงแหลมคมมากขึ้น

ต้องยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์ ประสบกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปมาแล้วอย่างต่อเนื่อง

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 2 กรกฎาคม 2538

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 17 พฤศจิกายน 2539

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 6 มกราคม 2544

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 6 กุมภาพันธ์ 2548

และรวมถึงการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 23 ธันวาคม 2550

ตลอด 5 สมัยของความพ่ายแพ้ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึง 3 คน จากนายชวน หลีกภัย เป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และจาก นายบัญญัติ บรรทัดฐาน มาเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การเลือกตั้งทั่วไป สมัย 23 ธันวาคม 2550 ถือเป็นโอกาสที่งดงามอย่างมากที่กลไกอำนาจรัฐจากการรัฐประหารอำนวยประโยชน์เป็นอย่างสูงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ กระนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำได้เพียง 164

เป็น 164 ขณะที่พรรคพลังประชาชนซึ่งถูกกดดันรอบด้านกลับทำได้ถึง 233

การกดดันจากสภาพทางการเมืองภายในพรรค และสภาพทางการเมืองภายนอกพรรค นับแต่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งติดต่อกันมา 5 สมัยเช่นนี้ ทำให้บางคนในพรรคประชาธิปัตย์ต้องเลือกหนทางต่อสู้อย่างไม่จำกัดวิธีการ

เพราะว่าหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ภายในพรรคประชาธิตย์ได้มีองค์ประกอบใหม่เข้ามามีส่วนร่วม

องค์ประกอบใหม่นี้คือกลุ่มคนที่มีส่วนเป็นกองหน้าในการปูทางสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร

องค์ประกอบใหม่นี้คือกลุ่มคนที่สะสมความจัดเจนในการเคลื่อนไหวผ่านองค์กรภาคประชาชนมาอย่างโชกโชน

องค์ประกอบใหม่นี้ เมื่อประสานเข้ากับความจัดเจนเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ จึงนำไปสู่หนทางใหม่ วิธีวิทยาใหม่ ที่ประสานการต่อสู้ในหนทางรัฐสภากับที่มิใช่หนทางรัฐสภาเข้าด้วยกันที่ประสานองค์กรที่ถูกกฎหมายกับองค์กรที่ไม่ถูกกฎหมายเข้าด้วยกัน

ขณะเดียวกัน เมื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์แล้ว บางคนในพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรก็พร้อมยกระดับความร้อนแรงการต่อสู้ให้เป็นประเด็นเหมือนกับในห้วงก่อนรัฐประหารเดือนพฤศจิกายน 2490 ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2500 ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

นั่นก็คือ นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการเล่นเกมทำลายฝ่ายตรงข้ามและปูทางสร้างเงื่อนไขให้กับรัฐประหารครั้งใหม่

สภาพทางการเมืองในปัจจุบันจึงเป็นสภาพทางการเมืองที่เล่นกันรุนแรง เอาเป็นเอาตาย

เป็นการเมืองที่มองข้ามลักษณะประนีประนอม เป็นการเมืองที่มองข้ามลักษณะเด่นของการประสานประโยชน์ภายในสังคม หากแต่เป็นการเมืองของการหักล้าง ทำลาย

เป็นการเมืองหักล้าง ทำลาย โดยพรรคการเมืองที่เคยประกาศยึดมั่นในวิถีทางแห่งรัฐสภา

จิตประไพ โสภาวันดี

สาเหตุที่บ้านเมืองวุ่นวายไม่รู้จบ
เป็นเพราะ "แก๊ง 3 ประสาน" ไม่รู้จักคำว่า สปิริตทางการเมือง

1. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และเล่นเกมการเมืองนอกรัฐสภา นอกรัฐธรรมนูญ ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ขุดเอาสันดานเดิมคือทำลายคู่แข่งทางการเมืองด้วยสถาบันกษัตริย์

2. โดยประสานกับ พันธมิตร ฯ ทำลายล้างการปกครองอันมิได้เป็นไปตาม รธน.
ก่อนการเลือกตั้ง 23 ธันวา 50 บรรดาแกนนำพันธมิตร ฯ ต่างก็แห่กันเข้าเป็นสมาชิกพรรคนี้ เช่น ออ.สมเกียรติ ฯ ออ.ประพันธ์ ฯ ออ.สำราญ ฯ รวมทั้ง ลูชาย อดีตเลขา คมช. เป็นต้น

3. แล้ว ร่วมมือกับ ป.เปรม หัวขบวน "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" หรือ "ผู้มีอิทธิพลนอกรัฐสภา" ในนาม "อำมาตยา-อภิชนาธิปไตยสามานย์" เพื่อ 1.โค่นล้ม 2.ทำให้ออ่นแอ่ 3.ทำลายความชอบธรรม รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(อันมิใช่พรรคประชาธิปัตย์)

bezano

ทุกวันนี้อ่านประชาไทแล้วเหมือนมีปอดหายใจ ประชาไทสู้ๆต่อไปคับ

เสรีชน

ก็อาจเห็นด้วยกับข้อความที่คุณหม่องโพสเข้ามาว่า.............

"ดังนั้น"ในปัจจุบันนี้(เฉพาะหน้า) คุณมีทางเลือกเพียง 2 ทางเท่านั้น คือ
1.คุณจะอยู่กับศักดินา.ใหญ่..หรือ
2..เลือกอยู่กับนายทุนกลุ่มใหม่...
เพียง 2 ทางเลือกนี้เท่านั้น...."

สำหรับเรา ประชาไท อาจมีทางเลือกที่ 3 ก็เป็นได้ เป็นสังคมที่มีประชาธิปไตยเพื่อคนส่วนรวมอย่างแท้จริง จะเรียกว่าอะไรก็เถอะ

แต่ที่แน่ๆ เราคิดว่า เราควรจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิและเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็นที่มิใช่เป็นการทำลายผู้ใด แต่เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แสวงหาข้อมูล ข่าวสาร เพื่อทำการตัดสินใจ ได้อย่างมีเหตุผลมากที่สุด

มิใช่เพื่อการล้างสมอง ให้คนเชื่ออย่างงมงาย ในขณะที่กำลังเอารัดเอาเปรียบสังคม และประชาชน อย่างไม่ละอาย

ดังนั้น ทางเลือกใด ที่"ประชาไท" ในฐานะที่เป็นสื่อที่มีความเป็นเอกภาพในด้านการนำเสนอเนื้อหา สาระ ที่ให้ความรู้ และ ให้สังคมได้คิดพิจารณา มาตลอดเวลาที่ก่อตั้งมา

จะตัดสินใจเลือก ควรเป็นทางเลือกที่เอื้อต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

จงยืนหยัด อย่าได้ท้อถอย

กาลเวลาเปลี่ยนไป ยุคสมัยก็เปลี่ยนไป มีผู้กล้าในสังคมก่อนหน้านี้ที่จำต้องยอมพ่ายต่ออำนาจมืด

แต่เราคิดว่ามันถึงเวลาของ"ประชาชน" แล้วล่ะ

"ประชาไท" จะทำหน้าที่ต่อไปเพื่อ"ประชาชน" อย่างแท้จริงอีกหรือไม่

เราขอจับตามอง

อย่าได้เป็นอย่างทนายแมกไซไซบางคน หมอแมกไซไซบางคน และผู้ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์คราว 14 ตุลาบางคน ที่ถูกอำนาจมืดหลงให้ติดกับ ด้วยลาภยศ สรรเสริญ หรือ เศษเงินทียื่นให้เหมือนกับขอทานเราดีๆนี่เอง

ขอให้"ประชาไท" จงยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์จะต้องจารึก ไว้เช่นเดียวกับผู้กล้าของเราคือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ และ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์

เมื่อ"ประชาชน เป็นใหญ่ในแผ่นดิน" อนุเสาวรีย์ของท่านทั้งสอง และ ผู้กล้าในคราว14 ตุลา 6 ตุลา และ พฤษภาทมิฬ รวมทั้ง ลุงนวมทอง จะต้องเป็นอนุสรณ์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้คนจะทำให้ใหญ่ยิ่ง ตกทอดจนถึงรุ่นลูกหลาน ได้รับรู้ถึงความกล้าหาญ และเสียสละ ไม่แพ้บรรพบุรุษในอดีตของเรา

"ประชาไท" ท่านพร้อมที่จะเป็นผู้สร้างตำนานความเป็นสื่อเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง และร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศร่วมกับพวกเราหรือไม่

กาลิเลโอ

เห็นด้วยกับหลายท่าน ที่ต้องการให้ประชาไท ยืนหยัดสู้
โดยเฉพาะ คห 6 หม่องกะโจวเผี่ยว และ คห 25 คนไทยคนที่ 2

แต่ผมขอวิเคราะห์อย่างนี้

1. รู้เขา :

ยุทธวิธีหลักของ พันธมิตร และฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่จะเอาชนะรัฐบาลได้ คือ รัฐประหารเท่านั้น เพราะในสามอำนาจอธิปไตย เล่นในรัฐสภาแพ้แน่นอน ในขณะที่อำนาจตุลาการนั้น อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอีกที (กำลังจะแก้ไข) พันธมิตรจึงหันไปใช้อำนาจนอกระบบ แต่ไม่มีมวลชนที่มากพอที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ด้วยตัวเอง (วิเคราะห์จาก จำนวนผู้ที่เข้าร่วมที่ธรรมศาสตร์ กระแสไม่แรงอย่างที่พันธมิตรคิด) ดังนั้นพันธมิตรต้องพึ่งอำนาจที่มาจากรัฐประหาร

2. รู้เรา :

(จุดอ่อนของรัฐบาล และฝ่ายต้านรัฐประหาร ก็มีแต่ไม่ขอกล่าวถึง รัฐบาลและฝ่ายต้านรัฐประหารต้องรู้และป้องกัน)

3.สถานะการณ์:

รัฐประหารเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างฉับพลัน (เมื่อครั้ง 14 ตุลา ไม่มีรัฐประหาร เพราะสามารถเปลี่ยนรัฐบาลได้ด้วยวิธีอื่น!!! แต่ 6 ตุลา มีรัฐประหาร ก็เพื่อเปลี่ยนรัฐบาอย่างฉับพลัน) ก่อนรัฐประหารจำเป็นต้องมีเหตุวุ่นวายเพื่อให้มีเงื่อนไขเพียงพอ (ในยุค 6 ตุลา มีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆขึ้นมาระยะหนึ่ง แล้วมีการปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายที่มีจุดสุดยอดอยู่ที่ธรรมศาสตร์)

สถานะการณ์ปัจจุบัน ในหลายแง่ ตล้ายๆ 6 ตุลาที่กำลังจะย้อนมาหลอกหลอน ผุ้คนในบ้านเมือง ไม่ว่าจะอยู่สูงต่ำเพียงใด แต่ในครั้งนี้ ฝ่ายกระทำ และ ฝ่ายถูกกระทำ มีพลัง หรือ กำลังทางการเมือง ที่แตกต่างจากเมื่อ 6 ตุลา อย่างเทียบกันไม่ติด เราไม่ได้พูดถึงซ้ายไร้เดียงสา ขวากระหายเลือด ทั้งซ้ายและขวาไม่ชัดเจน แต่ต่างฝ่ายไม่ไร้เดียงสาแน่นอน การจัดตั้งมวลชน ก็ลงลึก และกว้างขวาง (พปช ต้องไม่ลืมว่า จุดแข็งของตนคือ เครือข่าย สส และประชาชน และต้องใช้ให้เป็น แน่นอน เรามีประชาชนที่ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายของสงครามสื่อ ซึ่งขึ้นกับว่า พปช จะรับมือกับสงครามสื่อของอีกฝ่ายได้ดีเพียงไร ) โดยสรุป สงครามมวลชนครั้งนี้ อาจรุนแรงเกินกว่าจะมีใครกล้าจุดชนวน

ดังนั้นการที่ประชาไท รู้สึกถึงรัศมีอำมหิตที่แผ่มาถึงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจ ในการต่อสู้ทางการเมือง ฝ่ายที่มีมวลชนน้อยกว่า จะชนะได้ ก็โดยการสร้างอุดมการณ์อันรุนแรงขึ้นมาให้จำนวนมวลชนส่วนหนึ่งที่ซึมซับอุดมการณ์ที่สุดโต่งนั้น ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น (สำหรับบ้านเรา คือสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารอีกที) เมื่อเราอ่านข่าวและบทความในผู้จัดการ จะเห็นได้ชัดเจนว่า นี่คือยุทธวิธีหลักของพันธมิตร ในขณะที่ประชาไท มีพื้นที่ให้ฝ่ายเสรีนิยมเข้ามาแสดงความเห็นที่เปิดกว้าง ก็ย่อมจะต้องอยู่ในเป้าหมาย ที่ต้องโดนกระทำให้กลายเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดความเกลียดชังระหว่างประชาชนขึ้น

คงจำได้ว่า ในครั้งที่แล้ว ก่อนรัฐประหาร พันธมิตร และผู้ที่มีบทบาทนำในหลายภาคส่วนสังคม ออกมาบอกให้ ประชาชน “เลือกข้าง” และตอนนี้ เรากำลังเห็นการบังคับให้เลือกข้างอีกครั้ง แม้จะไม่มีการออกมาพูดอย่างโจ่งแจ้ง

4.ทางเลือก:

หนึ่ง ประชาไทยืนหยัดอยู่ในจุดเดิม
สอง ประชาไทลดดีกรีความเสรีลง
สาม ประชาไทเพิ่มดีกรีความเสรีขึ้น
สี่ (ปิดไว้ก่อน)

ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี เมื่ออยู่ในฐานะคู่ปรปักษ์ทางการเมือง นั้นมีช่องทางไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายเหนือกว่า (หรือฝ่ายกุมอำนาจรัฐ) แลเมื่อเป็นฝ่ายรอง (ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ) ในแง่นี้ ถ้าเราจะผนวกเอาประชาไท เข้าไปในสงครามด้วย ก็นับว่าประชาไทมองได้ถูกต้อง เนื่องจากประชาไทไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นศัตรูของ พันธมิตร (ที่กำลังใช้สื่อ (ผจก ASTV เนชั่น FM101.0 ฯลฯ เพื่อเล่นงานที่เป้าหมายคือรัฐบาล) ดังนั้น ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของประชาไท จึงต้องไม่ใช่ยุทธศาสตร์เดียวกับรัฐบาล ถ้าพูดให้ชัดเจนคือ ถ้าประชาไทจะหลบลูกระเบิดไปอยู่เฉยๆสักพัก ก็ไม่ทำให้การแพ้ชนะสงครามเปลี่ยนแปลงไป

สื่อทางเลือกอย่างประชาไท จะมีประโยชน์ ในสถานะการณ์พิเศษ ดังนั้น รักษาตัวเองให้ดี อ่านเกมให้ออก อย่าตกเป็นเครื่องมือ การรอคอยจำเป็นต้องมีบ้าง การยอมเสียเป้าหมายรองอาจจำเป็นถ้าหากจะทำให้รักษาเป้าหมายหลักไว้ได้ จำไว้ว่า วิธีการตั้งประเด็นข่าวที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นประเด็นที่ล่อเป้า

ทางเลือกทุกทางใช้ได้ แต่ในสถานะการณ์และเงื่อนไข ที่ต่างกัน และต้องมีพลวัต คือเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขต่างๆ จำไว้ว่า ประชาไท "ยังไม่ใช่" คู่กรณีในสงครามมวลชนปัจจุบัน

โชคดีครับ เรายังจะอยู่ด้วยกันอีกนาน ขอให้กำลังใจในฐานะที่เป็นเสรีชน่คนหนึ่ง

พัน

ขอให้ประชาไทสุ้ต่อไป ประชาธิปไตยทางความคิดห้ามกันไม่ได้ ทำอย่างที่เคยทำ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ถ้าคุณอยู่กับความถูกต้อง เห็นแก่ประชาชนส่วนใหญ๋ของประเทศ

6ตุลาสร้างสถาณการณ์แขวนคอเพื่อเอาชนะฝ่ายนักศึกษาตอนนี้สร้างกระแสเพื่อล้มล้างฝ่ายประซาธิปไตยและรัฐบาล
เดิมพันมันสูงที่สร้างความแตกแยกขยายใหญ่โตในยุคโลกาภิวัฒน์จนตรอกที่จะเอาชนะเขาได้ต้องงัดแผนเ้ดิมๆมาใช้ปชป.กับพันธมาร
เลือกตั้งใหม่ก็แพ้อีกถ้ายังไม่ยอมรับเสียงประชาชนข้างมาก

สมงิ

เคารพคู่ต่อสู้ คือนักกีฬาที่ดี ขอเป็นกำลังใจประชาไท

sai seema

คกลงคุณสุภิญญาจะ"สัมปทาน"ภาคประชาชน"หรือครับ ....
เวปประชาไท..ก็เป็นมิตรของเราแต่เราอาจเชื่อและเป็นสุขไม่เหมือนกัน..คุณปล่อยให้โจรทางความรู้สึกละเมิดเราและอาศัยบ้านคุณ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของมิตรไม่ใช่หรือ ให้ที่พักพิงก็เหมือนละเมิดนั่นแหละครับ คุณจะผันก็ผันไป แต่ถ้าละเมิดผู้อื่นก็ต้องรับผิดชอบ ใครไม่เอาระบอบกษัตริย์ก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ ไปสร้างเกาของตัวเองไปบริสทิสเวอร์จิ้นของทักษิณ ก็ได้ ต่อไปใครทำอย่างนี้ เราจะตบเสียค่าปรับเอา จะได้มีที่ไว้ให้คุณผันไง....

Mr.DogGiie

เป็นกำลังใจให้ครับ ให้ตัวเองด้วย ที่ยืนจะไม่มีอยู่แล้ว

ใต้หล้า

การปะทะกันของขั้วอนุรักษ์VSขั้วเสรีนิยม

การเร่งปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อด้วยความกระเ*****้ยนกระหือรือกระหายเลือดของกลุ่มพลังกดดันการเมืองขวาจัดที่อิงแอบพลังอำนาจจารีตนิยมในขณะนี้ ทำให้สังคมไทยหมิ่นเหม่ต่ออันตราย

จากข้อขัดแย้งของผู้คนในสังคมไทยในรอบ3ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ขณะนี้คงกล่าวได้ว่า ไม่มีใครได้ชัยชนะที่เด็ดขาด และก็ไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำถึงขั้นพ่ายแพ้

ดูเหมือนทั้ง2ปีกฝ่ายรัวเร่งปี่กลองเพื่อบดขยี้อีกฝ่ายให้พ่ายแพ้ศิโรราบลง และชูธงชัยชนะอย่างเด็ดขาด ซึ่งผมเห็นแต่เพียงต้องเกิดสถานการณ์สงครามกลางเมืองเท่านั้นที่จะเป็นมรรควิธีที่จะไปสู่ข้อยุติดังที่ว่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผมเคยมองในแง่ดี และยังมองในเชิงบวกว่า สถานการณ์อาจจะหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองนองเลือดได้ หากฝ่ายประชาธิปไตยจะพัฒนาความขัดแย้งดังกล่าวไปสู่ทางออกที่สันติได้

นั่นก็คือการเปลี่ยนท่วงทำนองของการขับเคี่ยวต่อสู้ไปสู่การเสนออุดมการณ์ที่เด่นชัดระหว่างปีกฝ่ายอำนาจนิยมจารีตนิยม ที่มีพื้นฐานเป็นพวกอนุรักษ์นิยม(Conservative) กับปีกฝ่ายเสรีนิยม ที่มีพื้นฐานเป็นพวกก้าวหน้า(Progressive)

ในแต่ละประเด็นต้องชูธงให้สูงเด่น และเห็นความแตกต่างในทางอุดมการณ์และนโยบายที่ชัดแจ้ง ซึ่งรวมทั้งประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญในขณะนี้

ความจริงการชูธงที่เด่นชัดนั้น ได้มีความพยายามมาแล้วในคราวการลงประชามติรัฐธรรมนูญเมื่อปีกลาย และการเลือกตั้งหนล่าสุด

ทว่าฝ่ายพลังอนุรักษ์นิยมดูจะช่วงชิงวาทกรรมได้ดีกว่ามาก โดยลดบทบาทของฝ่ายก้าวหน้าให้มีค่าติดลบลงเหลือเพียง”ขบวนการลิ่วล้อเหลี่ยม”เท่านั้น ขณะที่พวกเขาสถาปนาตนเป็นขบวนการที่รักชาติรักสถาบันฯ

ความสับสนของฝ่ายประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าVSเอกภาพของพลังอำนาจนิยมจารีตนิยม
หากพิจารณาเป็นปีกฝ่ายอย่างเด่นชัด แม้เราจะเห็นว่า ฝ่ายพลังอำนาจนิยมจารีตนิยม จะขาดแรงสนับสนุนที่เด่นชัดจากมวลชน ทว่าพวกเขามีข้อได้เปรียบที่ชัดแจ้งคือความเป็นเอกภาพ และธงของพวกเขาชัดเจนคือ”ขจัดทักษิณ”

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังกดดันทางการเมือง อย่างพันธมิตร ที่แสดงเอกภาพอย่างสืบเนื่อง พวกเขานำเสนออย่างสอดรับกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างสอดประสาน กลมกลืนกับนักหนังสือพิมพ์นักสื่อสารโฆษณาชวนเชื่ออย่างค่ายผู้จัดการ เนชั่น แนวหน้า เจิมศักดิ์ เป็นฐานรับอันแน่นต่อของความเคลื่อนไหวของพลังอำนาจนิยมจารีตนิยมอย่างสถาบันศาล ปีกนิติบัญญัติที่พวกเขาแต่งตั้งและควบคุมสั่งการได้ และมือที่คนแกล้งมองไม่เห็น

(แม้ว่าโดยเนื้อแท้แล้ว พวกนี้ต่างก็ขัดแย้งและยอกย้อนซ่อนเงื่อนกันอยู่มาก แต่พวกเขาก็พร้อมจะแสดงพลังและความเป็นเอกภาพได้ในฉากหน้าเสมอ)

ขณะที่ปีกฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้นหาธงที่ชัดเจนจับต้องไม่ได้ เป้าใหญ่ก็โจมตีไม่ได้ เป้าหลอกอย่างพลเอกเปรมก็ยังยากจะยุบสลาย เป้าหมายของฝ่ายเสรีประชาธิปไตยจึงสะเปะสะปะ

ซ้ำร้ายกลุ่มการเมืองที่เล่นอยู่หน้าฉากอย่างพลังประชาชนก็บ่อนทำลายพลังแรงใจในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเฉลิมกับลูกๆที่บ่อนเซาะคอรัปชั่นศรัทธาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสมัครที่ยังไม่ได้แสดงบทบาทผู้นำที่โดดเด่นอะไรไปมากกว่าตัดข่าวหนังสือพิมพ์มาด่ากลับในรายการเช้าวันอาทิตย์

ฝ่ายพลังกดดันทางการเมืองของปีกฝ่ายเสรีนิยมยังขาดการชูธงที่สูงเด่นว่า เป้าโจมตีที่แท้จริงของฝ่ายประชาชนที่รักชาติรักประชาชนที่แท้จริงคืออะไร แนวนโยบายที่เด่นชัดคืออะไร แม้กระทั่งธงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ”เอา50ของมึงคืนไป เอา40ของประชาชนคืนมา”ก็เพิ่งจะร้องทำนองเดียวกันกับฝ่ายการเมืองขั้วรัฐบาลไม่กี่วันมานี้

จงชูธงประชาธิปไตยและสันติวิธีให้สูงเด่น ขจัดจุดอ่อนเรื่องตัวบุคคล
ทักษิณจะถูกหรือจะผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทักษิณก็เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าที่ฝ่ายจารีตนิยมอนุรักษ์นิยมใช้เป็นเป้าหมายการโจมตีที่ได้ผลเสมอ(ในทางกลับกันก็เป็นจุดแข็งของฝ่ายประชาธิปไตยด้วยหรือไม่...?)

ฝ่ายประชาธิปไตยจึงสมควรต้องชูธงประชาธิปไตยที่เสรีนิยมก้าวหน้าให้สูงเด่น ลดระดับเรื่องตัวบุคคลลงมาให้มาก แต่อย่าผลักแนวร่วมขนาดมหึมานี้ให้หลุดหายไป และช่วงชิงวาทกรรมนำเสนอต่อมวลชนอย่างชัดแจ้ง เปิดเผย

ฝ่ายประชาธิปไตยจึงจำเป็นอยู่ดีที่จะต้องมีการOrganizeองค์กรเสียใหม่ ปรับปรุงภาพลักษณ์หน้าตาให้มีภาพที่เป็นกลุ่มพลังกดดันทางการเมืองที่เป็นอิสระ และมีลักษณะประชาชาติมากกว่าที่เป็นอยู่

ประการสำคัญให้กำหนดและเปิดเผยท่าทีที่เด่นชัดว่าเราจะเปลี่ยนความขัดแย้งในสังคมไปสู่ความก้าวหน้า(ประชาธิปไตยแบบพรรคการเมือง2ขั้วดังตะวันตก)ไม่ใช่แตกหัก เรายึดกุมระบบประชาธิปไตยสากลไม่ใช่ตัวบุคคล เราต้องการเปลี่ยนผ่านไปอย่างสันติวิธีไม่ใช่กระเ*****้ยนกระหือรือกระหายเลือดอย่างฝ่ายเขา เราต้องการสันติภาพไม่ใช่สงครามกลางเมือง

ความขัดแย้งนี้อาจพัฒนาไปสู่ทิศทางบวกนั่นก็คือให้ประชาชนในประเทศนี้ได้ตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศและชะตากรรมของพวกเขา ระหว่างการก้าวรุดหน้าไป หรือถอยหลังเข้าคลอง ด้วยสันติวิธี

หาไม่แล้ว การบดขยี้กันให้ได้ชัยที่เด็ดขาด และสยบฝ่ายพ่ายแพ้ให้ศิโรราบด้วยสงครามกลางเมืองก็คงหลีกเลี่ยงได้ลำบาก

paper

ประชาไทขอความร่วมมือ

หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด
กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา
และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

*** ผมว่าทางทีมงานควรเอาข้อความเหล่านี้ออกไปได้แล้ว เพราะมันไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครสนใจและให้ความร่วมมือเลย
ก็ยังมีความคิดเห็นที่ว่าร้ายและหมิ่นสถาบันอยุ่

คุณ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
บรรณาธิการบริหาร
ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยว่า ข้อความที่คุณลงไว้นั้นออกมาจากใจ หรือโดนใครขืนใจให้ทำรึเปล่า
โดยเฉพาะข้อความนี้
"ขณะที่เราเปรียบพระเดชานุภาพประดุจร่มโพธิ์ร่มไทร ที่ไม่ว่าชนชาติใดเผ่าพันธุ์ไหน ไม่ว่าจะคิดเห็นต่างอย่างไร ล้วนแต่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร เรากลับจำกัดรูปแบบความจงรักภักดีไว้ไม่กี่แบบ หากไม่เป็นอย่างนั้นคือหมิ่นฯ หากไม่เป็นอย่างนี้คือไม่จงรักภักดี"

คุณกำลังจะบอกว่าพฤติกรรมของ นาย โชตศักดิ์ ที่กระทำอยู่นั้น คือการแสดงความจงรักภักดี อีกแบบหรือ???? แต่ผมมองว่ามันเป็นการท้าทายสถาบันมากกว่า..

ลำพังนายโชตศักดิ์ และเพื่อน ทำนั้น มันก้ไม่ควรมากแล้ว พอเกิดเรื่องก้ไม่สำนึก
ซ้ำยังมีการเรียกร้องเชิญชวน ให้คนอื่นทำตามอีก

โดยเว๊บประชาไทก็ออกตัวสนับสนุน การกระทำของนายโชติศักดิ์ ทันที
แล้วก็ยังตามมาด้วยความคิดเห็นที่ดูหมิ่น ว่าร้ายสถาบัน อย่างมากมาย

เพราะฉะนั้นที่ทางประชาไทออกมาเรียกร้องขอที่เล็กๆ นั้น อยากให้พวกคุณคิดให้รอบด้าน ให้นึกถึงใจเขา ใจเรา

พวกคุณเป็นคนกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน เมื่อเที่ยบกับคนส่วนใหญ่ที่รักและเคารพในสถาบัน
พวกคุณยังต้องการ ขอที่เล็กๆ เลย
แล้วที่คนไทยส่วนใหญ่ขอเรื่องสถาบันเรื่องเดียวทำไม พวกคุณให้ไม่ได้ จะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว มันถูกต้องแล้วหรือ??

ส่วนเรื่องอื่นนั้น มันก็แล้วแต่พวกคุณ
เรื่อง 1 ไม่เอา
2 ไม่เอา
ขอวิจารณ์ ขอติ อย่างเดียว

ถ้าจะให้ดีมันต้องเสริมด้วยคำแนะนำ และวิธีแก้ไข หรือทางเลือกที่ 3 อธิบายด้วยเหตุและผล จุดยืนของตัวเอง และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาแบบไหน

การวิจารณ์ การติ การด่า ใครๆ ก็ทำได้
แต่การคิด การทำ การแก้ไข มันยากว่ามากนัก..

ผมอยากให้ทางประชาไท แก้ไขและทำความเข้าใจเรื่องสถาบันด้วยครับ

เพราะอำนาจในการบริหารประเทศเป็นของประชาชน สถาบันไม่ได้มีอำนาจที่จะเข้ามาสั่งการอะไรได้ ใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้านก็เลือกกันมาเอง ถ้าดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็ต้องโทษตัวเอง ที่เลือกเขามาบริหารประเทศ อย่างไปดึงสถาบันมาเป้นเครื่องมือ...

*** ไม่รัก ไม่เคารพ ก็ไม่เป็นไรไม่บังคับ แต่อย่ามาดุถูก เหยียดหยาม ไม่ได้หรือ***

... เรารักในหลวง...

*-*

ปกติ ตัวเองไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่กระแดะพูดว่า "เบื่อการเมือง" ทั้งที่วันๆ อ่านข่าวการเมืองไม่ถึง 3 ฉบับ

แต่ ณ วันนี้ เช้านี้ รู้สึกเบื่อ หดหู่ สิ้นหวัง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ประชาธิปัตย์สกปรก พันธมิตรฯสกปรก เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือเพราะสู้ในระบบตัวเองพ่ายแพ้ และดูท่าจะยังไม่ชนะไปอีกนาน

บอกตามตรง นาทีนี้ถ้าต้องเลือกข้าง(เราไม่ใช่ 2 ไม่เอา เราเป็นเสรีนิยม) เราเลือกข้างพรรคการเมืองอย่างพลังประชาชน อย่างน้อยมันก็เห็นการต่อสู้แบบคนกับคน จะสกปรกหรือบ้าอำนาจก็ยังคนกับคน ไม่ใช่คนกับเทวดา(ที่ถูกมารนำมาแอบอ้าง) ที่เมื่อไม่เห็นด้วยกับเทวดา หรือไม่รักเทวดา ก็พร้อมจะถูกสาปให้ไหม้เป็นจุล

ยิ่งยะใสออกมาพูดถึงสถาบันครั้งล่าสุด เรายิ่งรู้สึกรังเกียจเขามากๆ เมื่อก่อนไม่เคยคิดกับเขาแบบนี้เพราะเห็นเป็นคนเคยอยู่แวดวงเดียวกัน

สกปรก !

เลือกเถอะ

ท่านชูที่รัก เลือกประชาชนเถอะ ให้เหมือนชื่อเวป แล้วจะดีเอง ท่านก็ทำเพื่อประชาชนมามาก แม้จะไม่มากพอเหมือนประเทศศิวิไลซ์อื่น แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าประชาชนคนไทยมีตัวตน มีที่ยืนอยู่ในสังคมไทย ไม่ใช่เฉพาะชนชั้นสูง ส่วนการปกป้องท่านนั้นพวกเราจะพยายามทำกันเอง เช่นการให้ได้รัฐบาลที่ศิวิไลซ์ เช่นรัฐบาลที่ผ่านมา 2-3 ครั้ง ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้เลือก ขนาดมีรัฐบาลของประชาชนแล้ว ท่านยังจะต้องไปกลัวอะไร โดยเฉพาะท่านก็แทงกั๊กไว้บ้างแล้วมิใช่หรือ ล้อเล่นน่ะ

คนผ่านทาง

เราสนับสนุนการก่อเกิดของประชาไท
เราจับตา ติดตามการเสนอข่าวของประชาไท
เราเคยติติง บทความของประชาไท
ครั้งนี้ ก็ขอวิพากษ์ประชาไทสั้นๆว่า
ประชาไท เสียศูนย์มานานแล้ว ถ้าประชาไทจะทำหน้าที่สื่อเสรี ตามเป้าหมายดังเดิม
พวกเกลียดศักดินา และรักทักษิณ ได้เข้ามายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของประชาไท
พวกที่เกลียดทักษิณ เป็นเสียงส่วนน้อย
จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม บทบก. หลายครั้งก็สื่อให้เห็นว่าเลือกข้างอย่างชัดเจน

เราไม่อยากเห็นสภาพเช่นนี้ในสื่อทางเลือก เช่น ประชาไท
เราเชื่อในประชาธิปไตยที่มีคุณธรรม เราไม่เชื่อใจในทุนนิยมสามานย์ ว่ามันจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้
เราไม่เชื่อว่า คนรวยทุกคน เมื่อรวยแล้วพอ แล้วจะทำเพื่อส่วนรวม เช่นที่สาวกคุณทักษินกล่าวอ้าง เพราะต้องดูว่า การรวยนั้น ได้มาเพราะอะไร
เราไม่เชื่อว่าคนที่พูดอย่าง ทำอีกอย่างจะเป็นอัศวินแก้ปัญหาให้ประเทศไทย

เราเชื่อว่า มีแต่การทำให้ประชาชนรู้เท่าทัน จึงจะสามารถต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่า

ประชาไท จะมีที่ยืน ถ้ามีจุดยืนที่ทำไปเพื่อประชาธิปไตย ที่มีคุณธรรมกำกับ

ddd

เรียน บก.บริหาร นสพ.ประชาไท
ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสารจากหลาย ๆ สื่อ และเคารพในเสรีภาพการนำเสนอขอมูลของสื่อ เพียงแต่อยากขอเสนออีกด้านของเสรีภาพการนำเสนอข่าวสักหน่อย
สื่อมีสิทธิในการนำเสนอข่าวโดยเท่าเทียมกัน แต่หากสื่อใดนำเสนอข่าวที่ทำใหคนในสังคมเกิดความแตกแยกนั้นคุณคิดว่าสื่อ ๆ นั้นควรรับผิดชอบการกระทำดั่งกล่าวหรือไม่
ผมชอบความตรงไปตรงมาในการนำเสนอข่าวสารต่าง ๆ ของประชาไท ชอบความกล้าของคอลัมนิสที่กล้ามองต่างมุมในหลายข่าว
แต่สะดุดใจกับการเสนอ เรื่องนายโชติศักดิ์ หรือเรื่องที่มีผลกระทบต่อสถาบัน มันมากไปหรือป่าวกับเสรีภาพของการวิพากษ์และเกิดกระแสที่คนในสังคมรับไม่ได้ นี่คือผลพวงของคำว่า เสรีภาพในการเสนอข่าว บางเรื่องที่คุณทำ คุณควรคิดถึงผลกระทบในวงกว้างด้วย เพราะการเป็นสื่อเสรีในสังคมประชาธิปไตยต้องไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน และสร้างกระแสปลุกปั่นความวุ่นวายอันนำมาสู่ข้อขัดแย้งในสังคมครับ
ด้วยความเคารพ

paper

ปกติ ตัวเองไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่กระแดะพูดว่า "เบื่อการเมือง" ทั้งที่วันๆ อ่านข่าวการเมืองไม่ถึง 3 ฉบับ

... เห็นด้วยเลยครับ และก็คิดว่าถ้าใครอ่านข่าวการเมืองมากกว่า3 ฉบับ อาจจะเป็นโรคประสาทเอาง่ายๆ ถ้าไม่มีความคิดและจุดยืนของตัวเอง
เพราะข่าวเรื่องเดียวกันแท้ๆ ยังเสนอข่าวกันออกมาแบบหน้ามือหลังมือ จนประชาชนทั่วไปสับซนและเริ่มเบื่อการเมือง...

ใครก็คงอยากจะได้สื่อที่เสนอแต่ความเป็นจริงตรงไปตรงมา.... แต่ก็คงได้แค่ฝัน...

ขอพูดถึงเรื่องเทวดานิดนึงนะครับ
ผมไม่สามารถที่จะไปดุถูก หรือเปลี่ยนความคิดของใครได้

เรื่องมีคนที่ชอบเอาสถาบันมาเป็นเครื่อง มันมีมานานมากแล้ว และสมันก่อนมันก็สำเร้จ
แต่ผมอยากให้คุณมองดู ณ ปัจจุบัน
อย่างกรณีที่ สนธิ ลิ้ม กับ ทักษิณ 2 คนนี้ ต่างเอาเรื่องสถาบันมาเป็นเครื่องมือทำลายกันตลอด...
แต่มีใครตั้งข้อสังเกตไมว่าทำไมทั้ง 2 คนนี้ยังเดินลอยหน้าลอยตาอยุ่ในสังคมได้ ทั้งๆ ที่โดนข้อหาหมิ่นไปไม่รู้กี่ข้อหาแล้ว

เพราะอะไรครับ อยากให้ลองคิดถึงเรื่องนี้ ว่าจริงๆ แล้วเราควรไปโทษ เทวดา หรือ ว่าโทษคนที่อ้างเอาเทวดามาเป็นเครื่องมือ

ถ้าคุณแก้ไม่ถูกจุด ถึงไม่มีเทวดา พวกนี้ก้จะอ้างเรื่องอื่นมาเป็นเครื่องมืออีกไม่รุ้จบ...

คนรักในหลวง

ถ้าจะอ้างว่านายโชติศักดิ์ ไม่รู้ ผมว่าไม่ใช่เหตุผลเพราะว่ายังไปรณรงค์ให้คนอื่นเอาเยี่ยงอีก

มองสองด้าน

เรียน คห.69 คุณPaper

คุณมองว่าคนกลุ่มต่างๆใช้สถาบันเทวดาเป็นเครื่องมือ

คุณมองกลับดูซิครับ "สถาบันเทวดาเอาคนกลุ่มต่างๆเป็นเครื่องมือ" ม้อนย้อนกลับ...มองแบบเอากระจกมอง..จะเห็นชัดแจ๋ว

คนที่ถูกสถาบันใช้เป็นเครืองมือได้แก่
1.ทหาร สถาบันเทวดาต้องมีทหารค้ำบัลลังค์...พระเจ้าตากสินพระองค์ทรงทราบด้วยชีวิต

2.พราหณ์ กวี นักบวช อำมาตย์ ที่ปรึกษา

3.ไพร่-ทาส สำหรับสร้างผลผลิตให้สถาบันเทวดาเอาไปอยู่กินในครอบครัวเทวดา...สาธารณูปโภคเพิ่งจะมีไม่นานมานี้..มีหลังจากฝรั่งเข้ามาบอกว่า...สถาบันเทวดาหรือสถาบันโจร

นั่นคือภาพในอดีต...เชื่อมปัจจุบัน

พศ.2551 กลุ่มคน สถาบันต่างๆ ที่ต้องถูกสถาบันเอาไปใช้เยอะมา.....มีหลายชั้นเชิง...กว่าจะรู้ว่า..สถาบันเทวดาอยู่เบื้องหลัง...ก็ผ่านนอมินี...จากเปรม..สู่ขุนทหาร..สู่กอรมน ฯลฯ

ด้านเศรษฐกิจ..สนง.ทรัพย์...ธ.ไทยพานิด...กุหลาบแก้ว..ลัดดาวัลย์ฯลฯ

ด้านมวลชนก็ผ่านสุเมธ..ประเวศ...ชัยอนันต์...พันธมิตร...ฯลฯ

คนที่ถูกสถาบันเทวดาลากไปใช้ประโยชน์เยอะมาก

ดังนั้น ต้องทำในสิ่งที่สถาบันเทวดากลัวที่สุด "คือความจริง"

ไม่ต้องไปด่าสถาบัน...ไม่ต้องนั่งเวลามีเพลง...ไม่ต้องเอาทหารไปจัดการ...ไม่ต้อง...ทำอะไรใช่งินทองมากนัก....

ใช้ความจริง...ความจริง...เท่านั้น

ความจริงจะปรากฏผ่านภาพถ่าย ...เวป...ซีดี...ใบปลิว...หนังสือเล่ม....การพูดคุย...ในบ้านเรือน...ในตลาด....ฯลฯ

ความจริงจะปรากฎตลอดเวลา

ขอประชาไท...เร่งขยายความจริง...โดยคุณคือ"รถบรรทุกความจริงที่ทรงพลังมาก"

สร้างรถบรรทุกแบบนี้อีกสัก 2-300คันนะครับ

วัยุ่รุ่น ไฮ5 (Hi5) คนแก่ กลุ่มเวปอาชีพต่าง สุขภาพ ฯลฯ รออ่านอยู่ครับ

นายมอม

จริงๆ กรณี "โชติศักดิ์" ว่าไป

ก็ไม่น่าเป็นข่าว

ไม่เป็นประเด็นได้เหมือนกัน

ถ้าหากแต่ละฝ่าย

ไม่ว่าฝ่ายการเมือง

หรือสื่อมวลชน

รวมทั้ง "โชติศักดิ์และสหาย"

ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทาง

กฎหมายอย่างเงียบๆ

เพราะสุดท้าย โชติศักดิ์ก็จะได้รับพระราช

ทานอภัยโทษ และถูกดำเนินคดีเพียงผิด

พ.ร.บ.วัฒนธรรม เท่านั้น

แต่ที่ไม่เข้าใจ "เจตนา" ที่แต่ละฝ่าย

พยายามสร้างกระแสอยู่ในขณะนี้

รวมทั้ง "ประชาไท" ด้วย

ส่วนตัวเข้าใจในเจตนาและจุดยืนของ

ประชาไทในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชน

แต่การที่ คุณ"ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข" เขียนบท

ความตัดพ้อเพื่อนพ้องวงการสื่อมวลชน

ตัดพ้อสังคม

ในทำนอง กำลังปิดกั้นไม่ให้

"ประชาไท" และ "ฟ้าเดียวกัน" มีที่ยืน...?

ก็คงย้อนถามตัวเองด้วยเหมือนกัน

ว่า เป็นผลจากการกระทำของตัวเอง

ด้วยหรือเปล่า...?

เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแต่ละฝ่าย

หยิบไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สุดท้าย "ใคร" เจ็บ

ก็แค่

"ประชาไท" "ฟ้าเดียวกัน" "โชติศักดิ์"

นอกนั้น ไม่มีใครได้รับผลกระทบเลยสักคน

ไม่ว่ากองเชียร์ หรือกองแช่ง

ด้วยจิตคารวะ

กร

สื่อ Jun Rai อย่างนี้ไม่สมควรมีที่ยืน

ฉันเป็นคนบ้าในสังคมป่วย

เมื่อผมเห็นการปิดแสดงความคิดเห็นในกระทู้ 2-3 ข้อนั้น ผมก็นึกอยู่เหมือนกันว่างานนี้สงสัยจะเจอของแข็งข่มขู่

ขอมองโลกในแง่ร้ายแต่ใกล้เคียงความจริงคือ ถ้าถูกปิดก็ทำใจเปิดใหม่ได้ครับ เตรียมเปิดใหม่สำรองไว้ก่อน พอปิดแล้วก็เปิดใหม่รองรับต่อไปได้เลยครับ

ถ้าให้ "เขา" เลือก ไม่มีที่เล็ก ๆ ให้เรายืนและฝันอยู่ในโลกอำนาจนิยมหรอกครับ

แต่เพราะวันนี้เราได้ยืนหยัดอยู่ได้แล้ว และ "เรา" ยังเลือกเดินตามความใฝ่ฝันต่างหากครับ ที่พาเราไปตามเส้นทาง "ตัน" ปิดกั้นของกำแพงแห่งอำนาจนิยม

ไม่มีกำแพงใดจะเป็นนิรันดรครับ หากเรายังเลือกฝันแล้วยังก้าวเดินต่อไป สุดท้ายเราจะหาทางไปต่อได้เสมอครับ ยิ่งผ่านกำแพงมากครั้งขึ้น เราก็จะยิ่งแกร่งขึ้นตามไปด้วย ขอแต่ใจเราอย่ายอมแพ้แก่ความกลัวที่มาบีบคั้นกดดันเราไว้

ผลย่อมมาจากเหตุครับ ถ้า "เรา" กับ "เขา" เชื่อต่างกันว่าความถูกต้องคืออะไร ประเด็นคือการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันตามแต่ใจสมัครของแต่ละฝ่าย ถ้าเรายืนในฐานะสื่อที่ดี ไม่ไปเข้าข้างใด เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความเห็น การกระทำของเราย่อมเป็นเครื่องปกปักรักษาเราไว้ หากใครใช้อำนาจมารังแก กล่าวหา สุดท้ายผู้อ่านย่อมเป็นผู้ตัดสินที่เที่ยงธรรมที่สุดว่าเราเป็นอะไรครับ

แม้เราถูกกลั่นแกล้งอย่างไร ถ้าเรายืนหลักมั่น ยังเดินตามฝันเราต่อไป ผู้อ่านจะติดตามให้การสนับสนุนเราต่อไปเสมอครับ นี่คือเกียรติและศักดิ์ศรีของสื่อที่ดีครับ และการทดสอบที่สำคัญในเส้นทางนี้คือเมื่อเผชิญกับอำนาจแล้วเราจะกลัวและแพ้ไปหรือไม่เมื่อไร ถ้าเรายังไม่แพ้ต่อความกลัว ก็ยังไปต่อได้ครับ แน่นอนว่ายากไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้

ความเจ็บปวดของสังคมป่วยนี้ก็ไม่ต่างกันครับ เราทุกคนยังต้องอยู่ในสังคมป่วยแบบนี้ต่อไปให้ได้ ด้วยการพบความอยุติธรรมมากมาย แล้วทางเลือกในความเป็นจริงก็มีจำกัดครับ ทำให้เต็มที่แล้วไม่ต้องเสียใจกับผลที่จะตามมาครับ

ความจริง

ที่เห่าขอความเห็นใจ มันหาใช่บริสุทธิ์ ที่เล่นตีเอาให้ตาย เหมือนที่หลี่ยมเล่นตีให้ตายหมดด้วยเอกสารคำด่าหยาบ จ๊าบจ้วง ไม่รู้หรือ แต่พวกสื่อนี้เห่าเคยมะที่เอาเรืองเหลี่ยมมาวิพากก็เปล่าไม่เคยปรากฎวะ แล้วจะเมาเสือกเห่าขออะไร เมือตนเองทำตัวไม่เป็นกลาง แล้วจะเห่าหาอะไร แกมันสันดาบดิบไม่เอา ก็ไม่ว่า แต่คนที่เขาความดี ที่ทำให้อยู่ได้ เรื่องอะไรในอนาคต มันก็อยู่ความดีทีทำ แต่พวกแกมันหาไม่พวกสันดาบดิบ ตีให้ตายเพืออะไร ใครเขาก็รุ้กล้ามะเห่าซิ หรือว่าเหลียมดีเลยไม่กลัด แต่สถาบันไม่ดีเลยกัด ณ. ตอนองค์ในหลวงท่านมีคุณต่อประเทศ ความดีของพระองค์ แล้วทำไมยกย่องไม่ได้หรือ ทีไหว้พระ ไหว้พ่อพวกแกยังไหว้ได้ มาเห่าหาอะไร ดีปิดไปเลย

แม็ก

อยู่ได้แต่เลิก ความคิดแบบหมาๆ ที่เอาสภาบัน ลงมาต่ำ แบบไอ้โชติ ไอ้เหียๆ
แบบนั้นอย่าไปให้กำลังใจมัน ถ้าพวกมึงยัง
อยากมีเวปนี้อยู่ กูจับตาดูพวกมึงอยู่ ถ้ายังมีบทความ ที่คิดล้มล้าสภาบัน กูจะส่งเรื่องไปทางราชการ เพื่อปิดเวปนี้เหมือนที่ส่งเรื่องไปปิดเวป ใต้ฟ้าเดียวกันมาแล้ว หวังว่าพวกมึง คงจะเข้าให้นะ อย่าคิดแบบสมองๆควายๆ พวกมึงจะด่ารัฐบาลหรือพาลทะมิด ก็เชิญ แต่เอาสถาบันมาเล่นไม่ได้
กูล้างคุกรอแล้วไอ้สัตร

9v^*so7j^*

xxxx

9v^*so7j^*

ที่แน่ๆ ไม่นานมานี้มีนายใหญ่ท่านหนึ่งเดินสายเสดาะเคราะห์ตามวัดใหญ่ๆ ทั่วเมือง เมื่อไปถึงวัดใหญ่แห่งหนึ่งกลางเมือง หลวงพ่อเทศน์สอนว่า "คนที่ทำความดีไม่ต้องตระเวณเสดาะเคราะห์หรอก มีแต่คนที่ทำชั่วเท่านั้นถึงตระเวณเสดาะเคราะห์ไปทั่ว"

เรื่องนี้ไม่รู้ว่านายใหญ่ลมออกหูหรือเปล่า

555555

ดช. เฟียม

คห.1,คห.41 -ผมอ่านความเห็นเฮียทั้ง2หลายรอบ... แต่พิจารณาดูยังไงก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกะเรื่องที่อาจารย์ให้ลูกศิษย์อมนกเขาเพื่ออั๊พเกรดตรงไหน.....ผมเข้าใจว่าเฮียๆอาจจะท้องอืด(มาก)รึเปล่า? ถ้างั้นผมขอแนะนำให้เฮียลองทานยาระบาย ตราดอกชบาดู....ผมเคยใช้ตอนอายุ8ขวบ ได้ผลดีจริงๆ(ไม่ได้โม้) ข้อสำคัญเวลานอนอย่าให้หัวโดนลมโกรก.........LONG LIVE FREEDOM ! / FUCK DICTATOR GO TO HELL ! ................รักนะเด็กโง่ [emo27.gif]

paper

สำหรับความเห็นที่ 71
ผมก็เห็นด้วยนะครับไม่ใช่เพราะผมเชื่อที่คุณพุดนะครับแต่มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาในอตีค มันอาจจะมีที่บ้างส่วนที่แตกต่างจากที่ผมรู้มา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเอามานั่งเถียงกัน.. และผมก็เคารพความเห็นของทุกคนที่มีเหตุมีผล...

ในความเห็นที่ 69 ผมต้องการจะสื่อให้เห็นว่าปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมืองทุกวันนี้สาเหตุมันมาจากอะไรกันแน่ เพราะเห้นมีหลายคนโยนความผิดไปที่สถาบัน

ประเทศไทยใครๆ ก็รู้ว่า จุดศุนย์รวมจิตใจ คือะไร
1. ชาติ
2. ศาสนา
3. พระมหากษัตริย์

ที่ตอนนี้ มีคนบ้างพวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ดึงเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือ เพราะเขารู้ว่า ทั้ง 3 อย่างที่ว่ามา สถาบันไปอ่อนไหวที่สุด ถึงเกิดเรื่องวุ่นวายอย่างทุกวันนี้...
แต่ถ้ามีคนบอกว่าตัดสถาบันนี้ทิ้งไป อะไรๆ ก็จะดีขึ้นจริงหรือ??

คุณคงพอจะนึกออกนะครับว่าถ้าตัดสถาบันไปก็จะเหลือชาติกับศาสนา มันก็คงหนีไม่พ้น พวกนั้นก็คงเอาเรื่องศาสนามาใส่ร้าย ทำลายกัน หาว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รัก เคารพศาสนา

และถ้ามีคนมองว่าเป็นเพราะศาสนาอีกก็ตัดทิ้งไป จะได้หมดปัญหาจริงหรือ??

แล้วคุณคิดว่าคนพวกนั้นจะอยู่แค่นี้หรอ
เหลืออย่างสุดท้าย คือ ชาติ
ก็เอาความรักชาติมาเป็นเครื่องมืออีก
ก็จะหาเรื่องว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รักชาติ

ผลสุดท้ายมันจะเหลืออะไร....

พูดง่ายๆ ก็คือ คันตรงไหน ก็เกาตรงนั้น
ถ้าเราเกาไม่ถุกที่จะหายคันได้ไง

สมมุติว่าเราคันหัว แต่เราไปเกาแขน เกาขา แต่เกาเท่าไรก็ไม่หายคัน ยิ่งคันมากขึ้น จนทนไม่ไหวตัดขาทิ้งไปนึกว่าจะหายคัน เมื่อตัดขาไปแล้วก็ไม่หายอีก ก็ตัดแขนทิ้ง กว่าจะมารุ้ว่าที่จริงมันคันที่หัวก็ไม่เหลือมือไว้เกาแล้ว

ผมสมมุติให้เห็นภาพนะครับ เรื่องจริงคงไม่มีใครทำแบบนั้น..

สรุปที่พูดมาคืออยากให้พวกเราช่วยกันแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพราะถ้าถึงวันนั้นคนไทยคงไม่เหลืออะไร แม้แต่ ชาติ แผ่นดิน ที่อยุ่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ดช. เฟียม

คห.61,คห.73,คห.75,คห.76 -ผมอ่านที่เฮียทั้ง4เขียนแล้ว ไม่เห็นจะตลกเลย(อ่าน3รอบ)....ไม่รู้ว่าผมเส้นลึกไปรึเปล่า?(ปกติผมอ่าน"ขายหัวเราะ"เป็นประจำ)...........รักนะเด็กโง่ [emo29.gif]

triarrows

ในที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองที่ไร้อุดมการณ์กับพันธมิตรแนวร่วมต่างๆ ก็สามารถสร้างกระแสหมิ่นเจ้า ให้ส่งแรงกระเทือน ได้ตามที่ถนัด อย่างน้อยก็แนวร่วม ประชาธิประไตย อย่างประชาไทย ต้องพบกับความลำบากต้องโต้กระแสคลื่นที่พวกพันธมิตรแนวร่วมพรรคประชาธิปัตย์เหวี่ยงเข้าใส่ แต่นั่นใช่ว่าจะสามารถสกดกั้นความรู้สึกนึกคิดของเหล่าเสรีชนผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ให้หดหายหรือหมดลงได้ ตรงข้าม กลับเป็นการ เติมเชื้อไฟแห่งการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าประชาไทยจะเปลี่ยนไปเป็นชื่อ-แซ่อะไร พวกเขาเหล่านั้นก็ยังคงจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือน พรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน
เป็นธรรมดาของการสู้รบ ต้องมีบาดเจ็บล้มตายกันบ้าง หากแต่เมื่อต้องการบรรลุถึงจุดสุดท้ายแห่งอุดมการณ์แล้ว ความท้อถอยจึงไม่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ แม้แต่เพียงเล้กน้อย ในหัวใจของเหล่านักรบผู้กล้าทุกนาม ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทุกภูมิภาคทั่วโลก เรื่องราวการต่อสู้ของเสรีชน ผู้ถูกกดขี่ บังคับแม้ความรู้สึก จิตใจ ได้ถูกบันทึก เรื่องแล้วเรืองเล่า ทั้งความเจ็บปวดและชัยชนะที่พวกเขาได้รับ หากแต่ไม่เคยมีสนามไหนเลย ที่จะปรากฏความไม่สำเร็จ จากการต่อสู้ของเหล่าเสรีชนนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศษ,รัสเซีย,อังกฤษ ,อเมริกา หรือแม้แต่จีนก็ตาม ความสำเร็จในอดีตเหล่านั้นจึงควรเป็นแนวทาง ให้เสรีชนไท ยึดถือเป็นแบบอย่าง เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า มุ่งสู่จุดหมายแห่งความสำเร็จให้ได้ ในอนาคต อันใกล้นี้....ขอเสรีชนทั้งหลายจงสามัคคี...

คนใจถ่อม

ประเทศเราน่าสงสาร เพราะเราไม่ค่อยรับฟังกัน อนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ "ฟ้าดินจะลงโทษเองแหละครับ" เมือเรามีชีวิตอยู่ก็จงทำดีกับผู้อื่นให้มากที่สุด WWW.THAILANDFUTURE.ORG น่าจะเป็นคำตอบให้เราบางคนได้บ้าง

ความจริง=ความไม่จริง

เห็นด้วยอย่างแรง กับ ความเห็นที่ 71

เอาตัวเองนี่แหละเป็นเครื่องมือวัด
เมื่อก่อนก็นิยมเทวดาอย่างแรง รักมากๆๆๆๆๆ เหมือนที่หลายคนเป็นอยู่

ก็ด้วย ประชาไท นี่แหละที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดอย่างสุดขั้ว ได้ฟัง ได้อ่าน ที่สำคัญ ได้คิดด้วยตนเองแล้วว่า เทวดาไม่มีจริง จากนั้นก็เลิกนับถือผีทันที

ที่ดีใจที่สุดคือ ทุกวันนี้ คนรอบๆตัว เขาก็พูดถึง "ความจริง" กันเยอะมากๆๆๆๆ โดยที่เราไม่ได้เกริ่นอะไร ฟังเฉยๆ เขาเริ่มสงสัยเทวดา มีจริงอะป่าวดิ หุหุ

ขอตอบคำถาม คุณ 80 นะ
"ผลสุดท้ายมันจะเหลืออะไร....
พูดง่ายๆ ก็คือ คันตรงไหน ก็เกาตรงนั้น
ถ้าเราเกาไม่ถุกที่จะหายคันได้ไง "

มันไม่มีอะไรต้องเหลือ เพราะ ทุกคนต้องตายหมด แต่สิ่งที่คนรุ่นเก่าจะต้องสร้าง คือ สอนให้คนรุ่นใหม่ได้คิด ไม่ใช่การบังคับให้ทำ ปิดหูปิดตา แล้ว ความคิดที่แตกต่างจะเกิดขึ้นได้ไง ถ้าเจอปัญหาใหม่ๆ พวกเขาก็ต้องหาทางออกได้ ไม่ใช่นั่งฟังเทวดา ถามหมอดู

ประเทศที่เขา ไม่มีเทวดาไว้ปกปักรักษา เขาไม่เห็นเดือนร้อนเรื่องนี้เลย แต่คนในสังคมเขาต่างหาก ทีเลือกจะอยู่ด้วยตัวเขาเอง เขาพัฒนาสังคมเองได้

คุณรู้ยังหละ ว่า อะไรคือปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมทุกวันนี้

มองรอบๆ

ความเห็น 80 บอกว่า

ถ้าสถาบันเทวดาหมดไป สถาบันต่อไปคือศาสนา และ สถาบันชาติก็จะหมด..ไม่มีแผ่นดินอยู่...

ดีนะที่คุณไม่พูดต่อว่า"เมื่อไม่มีแผ่นดินอยู่และก็จะไม่มีชีวิต..เพราะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

คุณนี่ก็ใช้ตรรกกะของพวก กอรมน.พวกที่ใช้ล้างสมองในกองทัพ..และใครก็ฟังมาจนจับโกหกได้แล้วมุกนี้

1.ใครจะมาล้างเผ่าพันธ์คนไทย..พม่า ญวน ลาว ม้ง กะเหรี่ยง อังกฤษ ฯลฯ ชาติไหนครับ...ตอบด้วย...หรือคุณพูดส่งเดชไปเรื่อยๆ

2.สถาบันเทวดาหมดแล้วศาสนาหมด ...ชาติหมด...นี่ก็มั่วนิ่ม..หลอกได้แต่เด็ก..กับไดโนเสาร์.....คนหลอกลวงยังรู้เลยว่าตนเองจะไม่มีแผ่นดินอยู่....ตัวอย่าก็เห็นที่เนปาลฝรั่งเศส ลาว จีน โซเวียต...แต่ประชาชนมีแผ่นดินอยู่ดีกว่าเดิม

..อเมริกา...ไม่มีสถาบันกษัตริย์..มีศาสนาไหมครับ...มีชาติไหมครับ....เรานั้นดักดานอยู่ประเทศเดียวที่มีเพลงสรรเสริญหรือเปล่า

...คงเหลือประเทศสุดท้าย...เหมือนรอ5เลิกทาสเป็นประเทศสุดท้ายของโลก...คือความรู้สึกช้า...เพราะไดโนเสาร์ตัวใหญ่

ความเห็นที่ 78 กอปปี้มาจากเวปบ้านตุลาไทย...นี่ก็เริ่มเป็นเวปไดโนเสาร์ตัวโตขึ้นเรื่อยๆ...ฟุ้งซ่านแบบชนชั้นนายทุนน้อย...ผู้ไม่อดอยากปากหมอง...มีอาชีพอิสระ...อยู่แบบพระ ฤาษีก็มีกินโดยไม่ต้องลงแรงผลิต...จุดยืนต่างจากกรรมกรอย่างแน่นอน

กรรมกร ชนชั้นกรรมาชีพ เขาต้องต่อสู้แย่งชิงเอาผลผลิตเงินทองเงินภาษีที่เจ้าเอาไปกลับคืนโดยเร็ว...สู้วันนี้โดยเร็ว...ไม่สู้อดตายแน่...แต่พวกเวปบ้านตุลาไทย ....ฉวยโอกาสทำเพื่อสถาบันเจ้า...และปลุกผีทุนนิยมสมานต์...โดยปิดปังทุนศักดินาสามานย์ยิ่งกว่า...

ความเห็นที่ 76..มุงจะล้างคุก...คงอยู่ในคุก..เป็น นช.ชั้นเลว ... อยู่แดนไหนไม่รู้...อ้างว่าจะล้างคุกรอ...สงสัยเป็นพวกผู้พันตึ๋ง...ติดคุกอยู่ด้วยกัน...มีอำนาจบาตรใหญ่จะล้างคุกต้อนรับคนไม่รักจ้าว...

Socratis

ก่อนอื่นต้องขอเป็นกำลังใจให้ "ประชาไท" ยืนหยัดต่อไป พวกคุณเป็นสื่อที่เป็นทางเลือกที่มีน้อยเหลือเกินในสังคมไทย ถ้าขาดหายไปผมคงเสียดายแย่

บอกจุดยืนเสียหน่อยผมมันพวกเกลียดทักษิณ แต่ก็ไม่เอาพันธมิตรฯ เพิ่งอ่าน "ประชาไท" ได้ไม่นาน ยอมรับว่าชื่นชอบในจุดยืนของคุณ และชื่นชอบในคุณภาพของคนอ่านของคุณด้วย

ผมเป็นพุทธแต่ก็เชื่อว่า All men are creatd equal ผมจึงไม่เชื่องเรื่องผีสางเทวดา แต่ก็ไม่ดูถูกลบหลู่หรือบังคับให้คนที่งมงายเลิกนับถือผี แต่ถ้าเราเป็นสังคมที่เจริญแล้วอย่างที่เรากล่าวอ้างกันจริง พวกคุณก็ไม่ควรมาบังคับให้นับถือผีสางเทวดาด้วย ต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งกันดีกว่าไหม สักวันฟ้าจะสว่างแล้วพวกเราจะได้รู้กันว่าเราสามารถอยู่กันด้วยตัวเองได้หรือไม่โดยไม่ต้องอาศัยเทวดามาคุ้มครอง

Dim

ประชาไทไม่เอาทั้งสองข้าง ?

ที่ติดตามมาเห็นเอาข้างเดียว จนเอียงกะเท่เร่ไม่ใช่หรือ

เสรีชน 49

วันก่อน "นอนดู" หนังเรื่อง "จดหมายจากอิโวจิม่า"

มีตอนหนึ่งสะท้อนใจมากครับ ทหารที่ดูแลอยู่ในประเทศเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งมีแต่เด็กผู้หญิงและก็หมาตัวหนึ่ง ทนายทหารโมโหที่บ้านนั้นไม่ติดธงญี่ปุ่น แม่บ้านบอกว่าเธอและเด็กติดธงสูงๆ ไม่ได้ พลทหารจึงขึ้นไปติดให้ หมาออกมาเห่า ในที่สุดหมาตัวนั้นถูกฆ่าตายฐาน"รบกวนการสื่อสารของกองทัพ"
แต่เดี๋ยวนี้ธงญี่ปุ่นปรากฏอยู่บนกางเกงในในหนัง AV ไม่เห็นคนญี่ปุ่นโวยวายอะไรทั้งๆ ที่คนชาตินั้นรักชาติและมีวินัยยิ่งกว่าบางประเทศ องค์จักรพรรดิ์ก็ยังเป็นที่เคารพเหมือนเดิม แม้ว่าคนรุ่นใหม่อาจไม่ปลื้มหรือเฉยๆ แต่ภาพจริยวัตน์ที่งดงามของสมาชิกราชวงค์ก็ทำให้คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจ..... แต่ไม่เคยมีข่าวว่าคนญี่ปุ่นเอาเรื่องธงชาติ เอาเรื่องหมิ่มเบื้องสูงมาเล่นงานกัน.....

สิ่งที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นในกรณีดังกล่าวบ่งบอกอะไรเราบ้างหรือไม่ ?

หรือเป็นเพราะประเทศนั้นคนเขาพัฒนาสติปัญญา เลยช่วยกันสร้างบ้านเมืองเป็นประเทศพัฒนาแล้ว....
แต่สำหรับบางประเทศ คนยังด้อยพัฒนาทางความคิด ประเทศเล "กำลังพัฒนา..."

Thiti

ในโลกหม่นๆ ทะมึนทึมด้วยหมอกควันและกลิ่นสาปของซากเน่าจากคำมุสา
ประชาไทจงอาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา สะบัดมือ แขน ขา ให้ร่างกายคล่องแคล่ว สวมรองเท้าให้กระชับ
แล้วออกเดินทางต่อไป ณ ที่แห่งนั้น มีพวกเราคอยอยู่ และอีกบางพวกกำลังเดินทางตามมา... นาน ไม่นาน
วันที่แดดแผดกล้า ร่างทรงของคำมุสา จะสลายหายไป

ไก่

น่าเสียดาย...เว็บประชาไท

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 1 พฤษภาคม 2551 15:29 น.

ผมเคยติดตามเว็บประชาไทในยุคที่ “เปี๊ยก” สมเกียรติ จันทสีมา เป็นผู้จัดทำด้วยความคาดหวังว่า เว็บแห่งนี้จะเป็นสื่อทางเลือกที่เราจะได้เสพความคิดและข่าวสารอีกด้านหนึ่งที่เน้นในเรื่องของข่าวภาคประชาสังคม ข่าวชาวบ้าน

ที่สำคัญผมศรัทธาแนวทางของอาจารย์จอน อึ๊งอากรณ์ ผู้ริเริ่มและก่อตั้งเว็บนี้

แต่บอกตรงๆ ครับว่า ระยะหลังที่เปลี่ยน บรรณาธิการ ผมสัมผัสได้ว่า บทบาทของเว็บประชาไทเปลี่ยนแปลงไป และมีบรรยากาศบางอย่างเข้ามาครอบงำเว็บไซต์แห่งนี้

ถ้าถามผมว่า คนที่ครอบงำเว็บแห่งนี้คือใคร คำตอบคือ คนรักทักษิณ (เราจะไม่พูดกันในที่นี้ว่าคนรักทักษิณถูกหรือผิด) ปรากฏการณ์ที่เห็นชัดคือ เมื่อเว็บประชาไทคัดลอกบทความแปลของนายปลื้ม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล กับรสนา โตสิตระกูล มาตีพิมพ์ คนที่เข้ามาแสดงความเห็นท้ายบทความนี้ ส่วนใหญ่ตำหนิคุณรสนาและให้การสนับสนุนนายปลื้ม

ทั้งๆ ที่ความคิดของคุณรสนา น่าจะสอดคล้องกับการก่อตั้งเว็บไซต์ประชาไท

ต่างกับเว็บผู้จัดการออนไลน์ (เว็บคนไม่รักทักษิณ) ที่แปลบทความทั้งสองชิ้นมาลงตีพิมพ์เช่นเดียวกัน ปรากฏว่า คนส่วนใหญ่ในนั้นประณามนายปลื้มแต่สนับสนุนรสนา

แม้เหมือนว่า จะไม่ใช่ความผิดอะไรของเจ้าของเว็บ หรือคนทำเว็บซึ่งคงจะต้องอ้างว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยเสรีของคนอ่าน แต่จากตัวอย่างที่ยกมานี้น่าจะทำให้ตระหนักได้ว่า ในเว็บประชาไทนั้นถูกครอบงำไปด้วยบรรยากาศแบบใด

แน่นอนเว็บแห่งนี้ภายใต้การนำของบรรณาธิการท่านนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ก็ดูเหมือนว่าเว็บแห่งนี้ได้ร่วมอยู่ในเกมเลือกข้างไปแล้ว (ด้านตรงกันข้ามกับเว็บผู้จัดการที่เลือกข้างไปแล้วเช่นกัน) แม้ว่า กรรมการและผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่จะสนับสนุนแนวทางของพันธมิตรฯ และเกือบทั้งหมดไม่สนับสนุนระบอบทักษิณ

บนพื้นที่เว็บแห่งนี้บอกเล่าถึงที่มาที่ไปและจุดประสงค์ของการก่อตั้ง ว่า “ประชาไท” คือหนังสือพิมพ์อิสระบนเว็บ ที่คณะผู้ก่อตั้งมีแนวคิดที่จะจัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนและชุมชนต่างๆ ได้มีโอกาสรับรู้และรู้ทันสถานการณ์ของสังคมไทยในด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางด้านการพัฒนาสุขภาวะ วิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาครอบครัวและชุมชน ตลอดจนการขยายโอกาสการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศตามเจตนาของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย เช่น

“ประชาไท” จะพยายามเสนอข่าวและข้อมูลตามความจริงที่พบ โดยไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซง และจะเน้นข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสในสังคม และที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เป็นธรรม และที่สิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนได้รับการเคารพโดยทั่วถึง

“ผมสนใจเรื่องการทำสื่อหนังสือพิมพ์บนอินเทอร์เน็ต คิดๆ กับมันอยู่แล้ว จนกระทั่งประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546 เดินทางไปประชุมที่ประเทศฟิลิปปินส์แล้วเห็นการทำสื่ออิสระที่มินดาเนา ที่ชื่อมินดานิวส์ http://www.mindanews.com จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำอย่างจริงจัง”

จอน อึ๊งภากรณ์ บอกเล่าที่มาของแนวคิดนี้ไว้ในเว็บไซต์ และระบุว่า ต้องใช้เวลาประชุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาแนวทางที่ชัดเจน, หาบรรณาธิการและทีมงาน รวมทั้งจัดหาทุนในการดำเนินการ

ทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่อาจารย์จอนตระหนักอย่างมากนอกจากทุนดำเนินการ และ แนวทางที่ชัดเจนซึ่งอาจารย์มีอยู่แล้วก็คือ บรรณาธิการ ซึ่งต้องนับว่า โชคดีที่ได้เปี๊ยก-สมเกียรติเข้ามาในตอนแรก

เชื่อไหมครับว่า มีเงินสนับสนุนแนวทางของอาจารย์เข้ามาถึงเกือบ 7 ล้านบาท 70 % มาจากองค์กรภาครัฐหรือจากเงินภาษีของประชาชน อีกราว 30 % มาจากองค์กรต่างประเทศ

กองทุนส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ทุนสนับสนุนในการดำเนินการจัดตั้งเว็บไซต์ซึ่งจะเป็นการให้ครั้งเดียวไม่มีการให้ต่อเนื่อง โดยสนับสนุนเป็นจำนวน 2,979,000 บาท และจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นจำนวน 1,896,000 บาท และการสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์อีก 200,000 บาทสำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และได้รับทุนสนับสนุนในการดำเนินงานจาก Open Society Institue (OSI) สำหรับการดำเนินงานในโครงการฯ ระหว่าง 1 ตุลาคม 2548 -30 กันยายน 2549 เป็นจำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,000,000 บาท

เงินจาก 2 องค์กรเกือบ 5 ล้านบาท ต้องนับเป็นการสนับสนุนเงินภาษีอากรของประชาชนจากหน่วยงานของรัฐก้อนโตก้อนหนึ่ง ทั้งนี้คงเป็นเพราะความตั้งอกตั้งใจและเชื่อมั่นในตัวอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์เป็นสำคัญ

สัปดาห์นี้ ผมเข้ามาอ่านเว็บประชาไทอีกครั้ง เมื่อมีคนบอกว่า เว็บไซต์แห่งนี้กล้าหาญมากที่เปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาให้กำลังใจและสนับสนุนการกระทำของ “โชติศักดิ์ อ่อนสูง” ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากไม่ยอมยืนเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ เพลงสรรเสริญ

และแน่นอนว่า ข่าวดังกล่าวคนทำงานสื่อต้องถือว่า เป็นข่าวใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ไม่เคยมีใครท้าทายโครงสร้างของชาติไทยเช่นนี้มาก่อน

และเป็นหน้าที่ของสื่อในการสื่อสารความเปลี่ยนแปลงในโลกให้ประชาชนได้รับรู้ ข่าวดังกล่าวสื่อในเครือผู้จัดการก็นำมาเสนอ และ “คำนูณ สิทธิสมาน” ก็หยิบข่าวนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองของเขา แน่นอนว่า ไม่ตรงกับทัศนคติของคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาครอบงำเว็บแห่งนี้อยู่ เช่นเดียวกับที่ไม่ตรงกับทัศนคติของท่านบรรณาธิการ

แต่เราก็ควรจะเคารพความคิดเห็นของกันและกัน เหมือนที่ท่านบรรณาธิการ “ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข” เขียนรำพึงรำพันไว้ในคอลัมน์ของตัวเองว่า “ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง” ไม่ใช่หรือ

ท่านบรรณาธิการเรียกร้องหาที่ยืนในแบบที่ตัวเองต้องการ แต่กลับเรียกการแสดงความเห็นที่แตกต่างของสื่ออื่นว่า การคุกคาม เหมือนที่ท่านบรรณาธิการเขียนว่า ‘เว็บไซต์ประชาไท’ และ ‘ฟ้าเดียวกัน’ ตกเป็นข่าวพาดพิงในหนังสือพิมพ์ดาวสยามยุคใหม่ ในฐานะที่เสนอข่าวกรณี โชติศักดิ์ อ่อนสูง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง

ผมไม่รู้ว่าท่านหมายถึงใคร แต่ถ้าท่านบรรณาธิการเรียกร้อง “ที่ยืน” ของตัวเอง ก็ควรเคารพต่อ “ที่ยืน” และมุมมองความเห็นต่างของสื่ออื่น ต่อการรายงานปรากฏการณ์ข่าวของโชติศักดิ์และข่าวนักธุรกิจชาวขอนแก่นไปแจ้งความดำเนินคดีโชติศักดิ์ เว็บไซต์ประชาไทและเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันที่ปล่อยให้มีการโพสต์ข้อความโจมตีสถาบัน

ท่านบรรณาธิการจะมีความคิดเห็นอย่างไร จะเป็นพวกไม่เอาทั้ง 2 อย่าง หรือเอาทั้ง 2 อย่างก็ช่างเถอะ แต่ท่านต้องเคารพต่อจุดประสงค์ขององค์กร ของผู้ก่อตั้งองค์กรที่ท่านยืนอยู่ในฐานะที่เราประชาชนทุกคนเป็นผู้ให้การสนับสนุน และต้องเคารพต่อจุดยืนของคนอื่นด้วย

และผมต้องขออภัยที่จะบอกท่านบรรณาธิการว่า ถ้าท่านตีความว่า การรณรงค์อย่างแข็งขันคือ การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมก็คิดว่า วิจารณญาณของท่านบรรณาธิการมีปัญหา

หม่องเอง

ประชาไทและฟ้าเดียวกัน...คือรถบรรทุกดวงตา...ข้อมูล...ข่าวสาร..ความจริง..และความใฝ่ฝันของคนไทย.....ที่อดอยากหิวโหยสัจธรรมมานานแสนนาน

แล่นไปเถิดประชาไทลฟ้าเดียวกัน...แล่นไปแจกจ่ายดวงตา...ข้อมูล...และทางออก

จะไม่มีการเสียเลือดเนื้อมากนัก...หากสัจธรรมถูกมวลชนยึดกุมได้แล้ว....เหมือนเนปาล....แค่ลงประชามติ...หรือเลือกตั้ง...

พรรคที่มีนโยบายไม่เอาจ้าวโลก...ก็ชนะอย่างท่วมท้น....ทำให้ไม่เสียเลือดเนื้อ....ทำให้กลุ่มนิยมเจ้า ลูกมือลูกตี น ปลุกผีไม่ขึ้น

ประชาไทและฟ้าเดียวกัน..ได้โปรดช่วยชีวิตคนไทยด้วยการไขข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่ลับๆ ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนักบุญคนนั้น...ให้มากที่สุด

@ ประชาไทขอปิดข้อความบางส่วนเนื่องจากไม่เหมาะสม @

จุดยืน

ทักษิณกำลังถูกโจมตีเรื่องปล่อยให้เอาชื่อตัวเองไปติดบนธงชาติ สมัคร ถูกโจมตีเรื่องพูดจาหยาบคาย ทะเลาะกับสื่อ นักวิชาการ และทุกคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เฉลิมถูกโจมตีเรื่องวางอำนาจ พูดจาเหมือนอันธพาล วิ่งเต้นคืนยศให้ลูกตัวเองโดยไม่ถูกต้อง จักรภพแทรกแซงสื่อ ไชยา สุธา ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ฯลฯ ประชาไท ช่วยเขียนบทความแก้ต่างให้บุคคลเหล่านี้ด้วยสิ เพื่อประกาศจุดยืนว่าเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

diamat

มวลประชาที่เกิดในแผ่นดินที่เรียกกันว่าประเทศไทยและอาศัยอยู่ในประเทศไทยล้วนแต่ต้องเสียค่าเช่าทุกคน ค่าเช่าที่ว่าคือความจงรักภักดี หากเมื่อใดคุณไม่จ่ายค่าเช่าหรือลืมจ่ายหรือจ่ายช้าคุณจะต้องถูกทวงถามจากเจ้าภาษีนายอากร ที่ผูกขาดการเก็บค่าเช่า หรือพวกที่ประมูลการเก็บค่าเช่า แต่ถ้าหากว่าในที่สุดแล้วคุณไม่จ่ายค่าเช่า(ความจงรักภักดี)แล้วคุณจะต้องถูกตะเพิดออกจากบ้านที่คุณเกิดมาโดยไม่ได้เลือก

อ้อเล็ก

ความเห็นที่ 90 --------

เห็นด้วยอย่างแรง

จุดวิ่ง

ความเห็นที่92 เขียนประชดประชัน...

ประชาไท..ไม่ต้องไปแก้ต่างให้คุณทักษิณ สมัคร เฉลิม นายดวง นายวัน ประชา ไชยา สุธา การุณ จาตุรนต์ นพดล จตุพล จักรภพ ปวีณา อดิศร อริสมันต์ฯลฯ

ไร้สาระที่จะทำเรื่องเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้

เราต้องรู้จักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา....พวกอันทพาลจะก่อกวนไปเรื่อยเปื่อย..จับหลักให้ดีดี

ศักดินาใหญ่คือปัญหาใหญ่ของชาติ...อย่างอื่นเรื่องเล้ก..เพราะประชาธิปไตยจะทำให้ทักษิณถูกคอนโทรลได้....แต่พวกเจ้าอำมาตย์ สมุน สนัข เหล่านี้...ตรวจสอบไม่ได้...มันอยู่นอกระบบ

ประชาไทไม่ต้องไปตรวจสอบสมัครหรอกไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน...เรามีฝ่ายค้านอยู่แล้ว...ชวน..อภิสิทธิ สุเทพ เทพไท วินัยฯลฯตรวจสอบอยู่แล้ว

พวกนี้ไม่กล้าตรวจสอบหรือโต้แย้งพวกจ้าวววหรอก...งานใหญ่ประชาไททำ...งานเล็ก..ปล่อยให้ซ้ายไร้เดียงสาทำ

จุดยืน

ประชาไทไม่ต้องหาที่ยืนหรอก เพราะ "ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร" ใช่ไหม หาที่นั่งดีกว่า

dr.lam

WHAT EVER WILLBE WILLBE

paper

ด้วยความเคารพนะครับ
ความเห็นที่ 95

ได้อ่านข้อความตรงนี้หรือเปล่า..

ประชาไทขอความร่วมมือ

หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด

กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา
และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

*** และอีกหนึ่งข้อความของ คุณ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

บรรณาธิการบริหาร

น่าแปลก ขณะที่เราเปรียบพระเดชานุภาพประดุจร่มโพธิ์ร่มไทร ที่ไม่ว่าชนชาติใดเผ่าพันธุ์ไหน ไม่ว่าจะคิดเห็นต่างอย่างไร ล้วนแต่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร เรากลับจำกัดรูปแบบความจงรักภักดีไว้ไม่กี่แบบ หากไม่เป็นอย่างนั้นคือหมิ่นฯ หากไม่เป็นอย่างนี้คือไม่จงรักภักดี

** ประโยคนี้ ต้องการจะสื่อว่า ทางทีมงานยังจงรักภักดี แต่จะขอแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่าง ใช่หรือไม่ **

คุณความเห็นที่ 95 บอกว่า "ศักดินาใหญ่คือปัญหาใหญ่ของชาติ" และผมก็รู้สึกว่าคุณจะสนับสนุนการทำงานของประชาไท

ผมจึงแปลกใจและสับสน
เมื่อผมอ่านความเห้นของคุณแล้ว มันรุ้สึกขัดกับความเห็นของคุณ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข ซึ่งเป็น บรรณาธิการบริหาร ของเว๊บนี้ อย่างมาก

หรือว่าผมเข้าใจผิดไปเองก็ขอโทษด้วย..

สสา

ขออย่างให้ปิดตามไฮทักษิณนะเดี๋ยวพวกเราไม่มีที่พึ่ง

paper

ต่ออีกนิดนะครับ กับเรื่องที่ผมข้องใจ

‘เว็บไซต์ประชาไท’ และ ‘ฟ้าเดียวกัน’ ตกเป็นข่าวพาดพิงในหนังสือพิมพ์ดาวสยามยุคใหม่ ในฐานะที่เสนอข่าวกรณี โชติศักดิ์ อ่อนสูง ***รู้เท่าไม่ถึงการณ์*** ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง

อ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า กรณี ของ โชติศักดิ์ คือไม่ได้เจตนาไม่เคารพ แต่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

แต่ผมก็เห็นคนที่สนับสนุนประชาไทออกมาบอกว่า กรณี
นายโชติศักดิ์ทำดีแล้ว...

ตกลงจุดยืนของประชาไทอยุ่ตรงไหน..
จะยืนตรงไหนก็ยืนซักที..

.....

ผมก็เสียดาย ผู้จัดการ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสื่อที่สะท้อนปัญหาสังคม เป็นเวทีให้ผู้คน โดยเฉพาะในช่วงก่อนวิกฤติเศรฐกิจ ผู้จัดการเปลี่ยนไปมาก(ตามโฆษณาเลยละ) ผู้จัดการก็ควรสำรวจตัวเองด้วยว่า ที่ออกมาหน้าตาแบบทุกวันนี้เป็นเพราะเหตุไร

จุดยืนของประชาไท

คุณชูวัส และทีมงานสู้ต่อไป
การโจมตีด้านการประโคมข่าว หรือตีปีบให้ดังของพวกพันธมิตร มันก็มีมาเรื่อยละครับ ไม่มีทางที่เราจะให้เขาหยุดพูดไปได้หรอกครับ ถึงไม่มีเรื่องการไม่ยืนเคารพ เดี่ยวมันก็มีเรื่องอื่นๆ เข้ามาอยู่ดี
แม้ว่าเขาจะว่ามาอย่างไร ประชาไท ก็ควรที่จะอยู่ต่อไป
ทุกวันนี้เรื่องการเมืองนั้นดูเหมือนจะรุนแรงแต่ที่รุนแรงมากกว่าการเมืองคือเรื่องชีวิต ความเป็นอยู่ เรื่องปากท้องมากกว่า
แม้พันธมิตรจะออกมาต่อสู้เรื่องสถาบัณ อย่างมาก แต่ไม่ได้มาเรียกร้องเรื่องเศรษฐกิจ หรือปากท้องของประชาชนแล้ว
ก็ยากยิ่งที่พันธมิตรจะเอาชนะได้ แม้ว่าจะชูธงขจัดทักษิณอย่างไรก็ตาม
พันธมิตรออกพูดโจมตีรัฐบาลอย่างมากมาย แต่เมื่อประชาชนไม่สนใจ เพราะชีวิตทุกวันต้องดิ้นรนเพื่อปากท้องของตนเอง เขาคงไม่มีเวลามาฟังพันธมิตร
อีกเรื่องที่พันธมิตรมักมาโจมตีคือเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหนีการยุบพรรค ตามความคิดเห็นผมแล้ว แม้จะมีการยุบพรรคกลุ่มไทยรักไทยเดิม หรือพลังประชาชนก็จะกลับเข้ามาได้เสมอ
พันธมิตรนั้นต้องการให้ทักษิณได้รับการลงโทษ แต่ข้อหาที่ฟ้องร้องกันนั้นแม้ว่าตอนนี้จะถึงการพิจารณาชั้นศาลแล้วก็ยังไม่จบง่ายๆ ยังต้องมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานอีกมาก กว่าจะมีการตัดสินคดี คงจะกินเวลาเป็นปี 2 ปี หรือมากว่านั้น เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมง่ายๆ อย่างแน่นอน
ผมว่าคำว่าสามมานย์ ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีหลายคนออกมาใช้กันอย่างมากมายฟุ่มเฟือยเหลือเกิน
จะเห็นว่าทั้งรัฐบาล ผ่านทางคุณสมัคร และคุณเฉลิมก็ใช้คำพูดที่รุนแรงตอบโต้พันธมิตรเช่นกัน
ว่ากันตรงๆ คือต่างก็ออกมาด่ากัน และจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป และจะมีเรื่องฟ้องร้องเพราะปากพาไปกันมากขึ้น ซึ่งเป็นการฟ้องร้องที่สิ้นเปลืองจนเกินไปแล้ว

อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาไท สิทธิ เสรีภาพ ยังคงมีอยู่ต่อไป

9

http://www.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?QNumber=256321&Mbrowse=9

พูดอย่างทำอย่าง....พูดดูดีแต่พฤติกรรมคือจ้องล้มสถาบัน...เมืองไทยใจดี..ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ใจดี...ถ้าท่านเป็นอย่างที่คุณว่า...ป่านนี้พวกคุณ(ที่จ้องล้มสถาบันที่เป็นสุดยอดดวงใจอของคนไทย)ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แล้ว!!!หรือไม่จริง....

อุดมการณ์กินไม่ได้แต่เงินใช้ซื้อของได้...พวกซ้ายเลย ไปเป็นลูกน้องหน้าเหลี่ยม...

บุญรอด

ขอที่นั่ง และ ที่นอนด้วยได้ไหม ????

ถ้ายืนอย่างเดียวมันเมื่อย และก็นอนไม่หลับ แล้วเราจะฝันกันไม่ได้นะ 555

เฮ้อ

คห 100 paper

จุดยืนของประชาไท กับ คนที่เข้ามาแสดงความเห็นในประชาไท อาจไม่เหมือนกันก็ได้

เวบประชาไท ไม่เหมือน ผจก หรอก เวบนี้รับความเห็นที่แตกต่างกัน
แต่ใน ผจก อย่างเช่น บทความ สรวิชช์ วีรวรรณ ที่ตอบโต้ประชาไทนั้น ผมไปโพสต์ไม่ได้ อย่างนี้ มันไม่แฟร์

ผจก หมิ่นฯสถาบันฯนะ ผมว่า
เขาหมิ่นฯเพราะว่าดึงเอาสถาบันฯเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ
ที่จริงการหมิ่นฯในลักษณะนี้ ร้ายแรงกว่า การไม่ยืนเป็นไหนๆ
เพราะว่า ถ้าหากปล่อยให้เอาสถาบันฯมาเป็นเครื่องมือ แล้วสถาบันฯไม่ออกมาแก้ความเข้าใจผิด
ผลเสียจะตกแก่สถาบันฯเอง

หุหุ

Thailand

Web Daily Offers Forum for Alternative Voices

OSI supports the efforts of Prachathai, an independent Thai language, daily web newspaper, to provide the public with reliable news and diverse viewpoints during an era of severe curbs on the freedom and independence of Thai news media. In only a few years, Prachathai has doubled its readership, recruited over 40 civil society columnists, and formed partnerships with two local newspapers to cover the conflict in the south. It has gained prominence among Thai intellectuals and activists for its stories and online reader discussions"

ดช.เฟียม

[emo2.gif] คห.101(สุรวิชช์) -ผมอ่านความเห็นของเฮีย3รอบ..ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกะเรื่องที่อาจารย์ให้ลูกศิษย์อมนกเขาเพื่ออั๊พเกรดตรงไหน....ผมเดาว่าเฮียอาจจะท้องอืด(มาก)รึเป่า? ถ้างั้นผมขอแนะนำให้เฮียลองทานยาขับลม ตรานกเค้าแมว(ชนิดเม็ด)ดู ผมเคยใช้ตอนอายุ9ขวบ ได้ผลดีจริงๆ(ไม่ได้โม้)...ข้อสำคัญเวลานอนเฮียต้องสวมถุงเท้าและอย่าให้ลมโกรกหัว...ขอให้เฮียหายไวๆนะ..............รักนะเด็กโง่[emo21.gif]

แทน...

จดหมายถึงโชติศักดิ์

โชติศักดิ์เอ๋ย!!! โลกใบนี้มีความเสมอภาคจริงหรือ? คุณต้องการความเสมอภาคทุกเรื่องเลยหรือ? สิทธิเสรีภาพที่คุณไขว้คว้าเรียกร้องนั้นมันต้องทุกเรื่องเลยหรือ? คุณต้องการอะไร? สิ่งที่คุณเรียกร้องนี้แค่สิทธิเสรีภาพเท่านั้น จริงหรือ? มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และตราบใดที่คุณยังอยู่ในสังคม ธรรมชาติย่อมสร้างกฏของสังคม เป็นสัจธรรมหรือความจริง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาบ่มเพาะอย่างยาวนาน มีที่มาที่ไป

ความจริงโดยธรรมชาติ ก็คือ คุณจึงอย่าหวังว่าสิทธิและเสรีภาพของคุณจะไม่มีข้อจำกัด นอกเสียจากว่าคุณจะละทิ้งสังคม แล้วใช้ชีวิตอยู่คนเดียว นั่นสิ สังคมจึงจะไม่มีอิทธิพลต่อคุณ และคุณจะได้ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม? .....คุณเป็นนักศึกษา ลองหาหนังสือหรือตำราทางประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของชาติไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กว่าจะมาถึงวันนี้ สังคมที่หลอมรวมบรรพบุรุษของเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไทยได้และต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง บทเรียนความช้ำใจก็เพราะคนไทยไม่รักกัน ประเด็นเล็กน้อยแต่สร้างความแตกแยกได้มหาศาล....

หากคุณจะรักและเทิดทูนใครสักคน มันมีที่มาที่ไปและต้องใช้เวลาบ่มเพาะทางความรู้สึกอย่างยาวนาน อย่างแรก คนที่คุณจะรักต้องเป็นคนดี และทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม คุณมองเห็น ถามว่าทำไมเราต้องรักและเทิดทูนกษัตริย์ มองด้วยใจเป็นธรรม วิเคราะห์ด้วยภูมิความรู้แห่งตน ก็เพราะท่านเป็นคนดี ชีวิตท่านทำเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคมของเรา ซึ่งก็คือ “ชาติไทย” ..........หากสิ้นชาติไทยแล้วไซร้ สิทธิเสรีภาพของพวกคุณมันจะมีอยู่จริงหรือ?.

คุณไขว่คว้าสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาพ ซึ่งมันไม่มีอยู่จริงในธรรมชาติของสังคมมนุษย์ ลองตรองดูหากทุกคนมีอิสระที่จะทำสิ่งใดก็ได้ตามใจ สังคมจะเป็นเยี่ยงไร จะสับสนอลหม่านเพียงไหน ............อย่าคิดว่าสิ่งที่เราทำเพื่อกษัตริย์มากมาย เป็นการให้อภิสิทธิ์แก่ท่าน แต่โปรดรับรู้ไว้ว่า สิ่งนั้นคือการเทิดทูนยกย่องคนดี ด้วยความต็มใจ เป็นแบบอย่างให้อนุชนได้รับรู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สังคมต้องมีหลักยึดเหนี่ยว สังคมต้องมีศูนย์รวม หากปราศจากศูนย์รวมแล้วไซร้ สังคมไทยย่อมแตกแยก มลายลง นั่นคือกลียุค.....

ทุกวันนี้นักการเมืองมากมาย นายทุนทั้งหลาย ก็พวกอภิสิทธิ์ชนทั้งนั้น ขายชาติ ปล้นประชาชน โกงกินสารพัด ไม่เห็นคุณจะไปเรียกร้องสิ่งใดหรือหาทางรณรงค์จัดการกับคนพวกนี้ โชติศักดิ์เอ๋ย!!! ถามว่าคนพวกนี้เท่าเทียมกับพวกเราจริงหรือ? ................ระหว่างที่เราต้องยอมสยบให้นักการเมืองและนายทุนเลวๆในสังคม กับการที่เราจะยกย่องและเทิดทูนคนดีที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเอง นอกจากทำเพื่อชาติและประชาชน สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แผ่นดิน... ผมขอเลือกอย่างหลังด้วยความเต็มใจ แล้วคุณล่ะ จะเลือกสิ่งไร?

ตลอดชีวิตของคุณที่ผ่านมา อย่าปฏิเสธเลยว่าคุณมิได้รับรู้ว่าท่านเป็นเช่นไร .......แต่เพราะอคติในใจคุณ และเพราะ............อีกหลายๆอย่างที่คุณย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าคุณทำเพื่อสิ่งไร? ขบวนการของคุณ อุดมการณ์ของคุณ กำลังย่ำยีชาติไทยและหัวใจของคนไทย วันนี้คุณอาจจะไม่รักท่านด้วยใจ ก็ไม่เป็นไร แต่คุณสามารถมองได้ด้วยธรรมในใจคุณ หากคุณยังพอจะมีหลงเหลืออยู่บ้าง คุณต้องใช้เหตุผลในการมอง เปรียบเทียบดู กับสิ่งที่ท่านทำเพื่อสังคมเพื่อชาติไทยของเรา และสิ่งที่คุณพอจะทำให้ท่านได้บ้างด้วยการยกย่องเทิดทูนท่าน แสดงความเคารพในบุคคลที่ควรเคารพ มันยากและลำบากนักหรือ? ......

สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้อภัย หากคุณก้าวพลาดก็จงถอยหลังกลับมา.......อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร ลดอคติในใจคุณ มองทุกอย่างกลางๆ ทางสายกลาง คือทางแห่งเหตุผลและปัญญา .........ยอมรับว่าคุณมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ แต่วิเคราะห์ให้คุณเห็นว่า สิทธิและเสรีภาพอันน้อยนิดที่คุณต้องการนั้น สร้างปัญหาให้กับสังคมและประเทศชาติได้มากมาย คุณยังจะต้องการมันอีกหรือ เมื่อคุณชั่งน้ำหนักแล้วว่าสิ่งที่คุณต้องการนั้นมีโทษมากกว่ามีคุณ.........

โชติศักดิ์เอ๋ย!!! ประเทศชาติต้องการความกล้าของคุณ แต่คุณต้องปรับเปลี่ยนนำมาใช้ในทางที่สร้างสรรค์ คุณเป็นคนมีพลัง โปรดจงใช้พลัง เพื่อตอบแทนคุณของแผ่นดิน โปรดช่วยดึงพี่น้องผองพี่ที่ตกอยู่ในขบวนการเบื้องหลังคุณคืนมา คืนมาให้สังคม ปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อออกมาจากความหลงผิด ......ร่วมกันสร้างความสามัคคีให้สังคม พลังของคุณยังทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ได้โปรดช่วยกันทำลายและเปิดโปงขบวนการที่ชักนำคุณมา .......คุณรู้อยู่ว่าขบวนการนี้มีใครบ้าง ณ เวลานี้คุณมีโอกาสแก้ตัวและตอบแทนแผ่นดินไทยแล้ว ด้วยการเลิกสร้างความแตกแยก และหาทางหยุดยั้งขบวนการที่ทำลายสังคมไทย...พาผู้หลงผิดกลับคืนมา ....

อย่าเถียงและอย่าเรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพจอมปลอมกันนักเลย แต่โปรดใช้ปัญญาตรองดู ว่าการกระทำสิ่งใดจะทำให้สังคมสงบสุข.....หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน โปรดรู้ไว้ว่า ความกตัญญูกตเวที นำมาซึ่งความเจริญ และความอกตัญญูนั้นนำมาซึ่งความเสื่อม การสร้างความแตกแยกให้กับสังคม การหลงมัวเมาอยู่กับความเชื่อที่มีโทษมากกว่ามีคุณ การปล่อยตัวไปกับอคติ เหล่านี้ ล้วนเป็น “บาป” ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น คุณจะสะสม “บาป” ไปทำไม

หากคุณต้องการจะฝากชื่อในแผ่นดินนี้ คุณต้องทำความดีให้ปรากฏ สังคมไทยก็พร้อมจะยกย่องคุณ ....มันขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการ “การยกย่องสรรเสริญ” หรือการ “สาปแช่ง” ผมมิได้มิอคติกับคุณ เพียงแต่อยากช่วยชี้ทางสว่างและดึงคุณกลับมา เพราะคุณกำลังหลงทาง ......โชติศักดิ์เอ๋ย!!! โปรดใช้ปัญญาคิด ตรองดู เลิกสร้างความแตกแยก และหาทางหยุดยั้งขบวนการที่ทำลายสังคมไทย...พาผู้หลงผิดกลับคืนมา หากคุณทำได้ คุณนั่นแหละคือฮีโร่ตัวจริง .......แต่....หากทำไม่ได้....โปรดจงรู้ไว้ว่า “บาป” จะตามติดตัวคุณไป ตลอดกาล.....

จากผม สัญญา โศภาอรุณรุ่ง (ศิษย์เก่า มธ.)
สัญญา โศภาอรุณรุ่ง

จุดยืน

คุณชูวัส และทีมงานสู้ต่อไป ถ้าโค่นล้มได้สำเร็จ ท่านประธานทักษิณ ไม่ลืมพวกคุณแน่ อย่าเพิ่งรีบด่วนมีอันเป็นไปพร้อมกับท่านประธานทักษิณและสมัครพรรคพวกร่วมอุดมการณ์ทุนนิยมสามานย์ตามศัพท์ที่พวกศํกดินาล้าหลังเรียกก็แล้วกัน

นายทองใบ ทองเปาด์

ทนายแมกไซไซ ชี้ใครไม่ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติ มีโทษจำคุกสถานเดียว ระบุศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาในเรื่องนี้มาแล้ว ขณะที่ตำรวจสั่งดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว

วันนี้ (24 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ต ตามเว็บไซต์ต่างๆ และสถานีวิทยุบางสถานี ถึงกรณีที่ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง อายุ 27 ปี กับพวก ถูก นายนวมินทร์ วิทยากุล อายุ 40 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีต่อนายโชติศักดิ์ ฐานไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2550 โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.โสเพชร จันทร์พลงาม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัว นายโชติศักดิ์ มารับทราบข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ทั้งนี้ ระหว่างที่ นายโชติศักดิ์ เดินทางไปรับทราบข้อหานั้น ได้ถือป้ายและสวมเสื้อสกรีนข้อความ “ไม่ยืน ไม่ใช่อาชญากร คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม” ที่หน้าโรงพักด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นคดีความและเวลาล่วงเลยมาราว 7 เดือน คณะกรรมการกองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงมีความเห็นให้ออกหมายเรียกนายโชติศักดิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวไปชั่วคราว เนื่องจากนายโชติศักดิ์เดินทางเข้ารายงานตัวด้วยตนเอง

นายทองใบ ทองเปาด์ อดีต ส.ว.มหาสารคาม ทนายความรางวัลแมกไซไซ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี และถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งการยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติ ทุกคนต้องกระทำด้วยความสุภาพ ยืนตัวตรง ห้ามแกว่งแขน หรือยืนยิ้ม ต้องยืนด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งในอดีตเคยมีเหตุการณ์นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องติดคุก 2 ปี เพราะไม่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะไปฟังการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะในโรงภาพยนตร์จะมีข้อความระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า “โปรดยืนถวายความเคารพ”

สน.ปทุมวัน

สอบสวนยังไม่ได้เรียก แต่นัดแนะสื่อต่างชาติไปทำข่าวกันพรึบ ในขณะที่สื่อไทยมีเพียง 2 ฉบับ ยัวะสื่อผู้จัดการ เอาข้อมูลไปเผยแพร่ อ้างเป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง

วันนี้ (29 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ สน.ปทุมวัน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากไม่ยอมยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อุดม เปี่ยมศักดิ์ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายโชติศักดิ์ ยังคงสวมเสื้อยืดสีดำที่ข้อความว่า “ไม่ยืน ไม่ใช่อาชญากร คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม” มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดิม โดยมีสื่อมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสื่อต่างประเทศที่มารอทำข่าวหน้าโรงพัก

ภายหลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นายโชติศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้ ตนเข้าใจว่า จะเป็นแค่มารายงานตัวเท่านั้น แต่ทางตำรวจเข้าใจว่าตนจะเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม จึงทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้วันนี้ตนยังไม่ได้ให้การเพิ่มเติมอะไร แต่ตนได้นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า จะทำคำให้การเป็นหนังสือแล้วส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจนำมามอบให้พนักงานสอบสวนภายในวันที่ 8 พ.ค.ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะสอบสวนเพิ่มหรือไม่ ถ้าจะสอบเพิ่มก็คงจะต้องนัดตนมาอีกครั้ง แต่หากคิดว่าพอแล้ว สอบสวนครบแล้วพนักงานสอบสวนก็จะส่งให้อัยการพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากพนักงานสอบสวนเรียกมารับทราบข้อหาไปแล้วนั้น มีใครข่มขู่บ้างหรือไม่ นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า มีโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่บ้าง นอกจากนี้ ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งก็มีคนนำที่อยู่ของตน ทั้งที่อยู่เก่าและที่อยู่ใหม่ไปโพสต์ไว้ในเว็บไซต์ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการคุกคามอย่างหนึ่ง ตนก็ใช้วิธีไปนอนตามบ้านเพื่อนบ้าง ถ้าถามว่ากลัวหรือไม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

“ในส่วนของคดีก็ปล่อยไปตามของกระบวนการของศาลไป ส่วนเรื่องที่มีคนมานำผมไปโยงทางการเมือง ผมก็คงจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องออกไป นอกจากนี้ ผมได้ร้องเรียนสภาการหนังสือพิมพ์ไว้ ว่า สื่อในเครือผู้จัดการเอาข้อมูลเกี่ยวกับผมไปเผยแพร่อย่างไม่ถูกต้อง แต่ผมไม่แน่ใจว่า จะทำอะไรกับสื่อที่บิดเบือนได้บ้าง” นายโชติศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของสื่อมวลชนไทยนั้น มีเพียง นสพ.มติชน และ นสพ.ผู้จัดการ ที่เดินทางไปทำข่าวที่ สน.ปทุมวัน เท่านั้น นอกนั้นล้วนเป็นสื่อต่างประเทศหมด ซึ่งเข้าใจว่า นายโชติศักดิ์ เป็นผู้นัดแนะมา ในขณะที่ตำรวจต่างปิดปากเงียบ ไม่กล้าที่จะเปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วอย่างไร ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว ควรที่จะทำให้เป็นคดีตัวอย่างเสียด้วยซ้ำ

ดังไฟ

@ ประชาไทขอปิดความเห็นนี้เนื่องจากไม่เหมาะสม @

ทองแดง ทองเปาวด์

ขอเก้าอี้เล็กๆให้เรานั่ง(เผื่อเมื่อย...!!!)

และเตียงเล็กๆให้เรานอนหลับด้วย....

ถ้าไม่ได้นอนหลับฝันไม่ได้หรอก....

ไม่รอบคอบเลย.....

คุณชูเอ๋ย.....

ทองแดง ทองเปาวด์

พวกคลั่งเจ้านี่มันมีลักษณะเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ ใช้ภาษาได้ สถุลย์มากกก...!!

ความถ่อย.!!! ดังกล่าวเป็นลักษณะร่วม..!!
ยากที่ใครจะลอกเลียนแบบ.....

เป็นลักษณะทางพันธุกรรมระดับ DNA !!!

ทองแดง ทองเปาวด์

สังเกตุได้ว่า คนผู้จัดการ ใช้ภาษา ได้ดีสุภาพ ดูมีความรู้ แกนนำพันธมิตรก็เหมือนกัน.....

เช่นบทความ เสี้ยม...!!!ของ สุรวิชญ์ ที่เจ้าตัวเที่ยวเอาไปปิดเอาไว้หลายที่ จนรกบอร์ดไปหมด

คณะนี้ไม่ได้คลั่งเจ้าเหมือนกองเชียร์เลย
ในอดีตเป็นพวกคลั่งทักษิณด้วยซำ....

ถ้าพวกกองเชียร์คลั่งเจ้าได้ยินท่านผู้นำทางจิตวิญญานของท่านคุยเรื่องเจ้าแล้วจะหนาว

รับรองว่าจะต้องหันเอาความถ่อยสถุลย์ทั้งหลายที่พ่นกลับออกมาพุ่งกลับไปสู่แกนนำพันธมิตรนั่นแหละ...

อยากลองฟังตัวอย่างไหม...???

โง่บัดซบ...ต่อไปอีกสักพักเถอะ....สนุกดี

คนเดียวในแกนนำพันธมิตรที่ไม่เคยด่าเจ้าคือ จำลอง ศรีเมือง... จำไว้ให้หายโง่..!!

Oyashiro-Sama

For some fake Royalists in modern DaoSiam ...you give love a bad name!

You make ones who really love him look stupid. Because you are partially lie about your royality and the way you try to convince people to believe is...contangious , non-creative and regressive

Make your own way to Hell...Ones who REALLY love him know that you just use him without any respect.

ดังไฟ

ท้องแดง ทองเปาวด์
แน่จริงอย่าดีแต่เห่าแต่หอน เก็บปากใว้กินตีกูเถอะไอ้ชาติหมา ไอ้ชิงหมาเกิด ถุยๆ

มั่วน่า

ความเห็น 117 จะไปเหมาว่าเขาเป็นคนเอาบทความตัวเองมาโพสต์ได้อย่างไร ใครๆก็เข้ามาโพสต์ได้ ผมเชื่อด้วยซ้ำว่า ความเห็น 101 สุรวิชช์จะเข้ามโพสต์ด้วยตัวเอง

ทองหล่อ

555 คห.119 หมิ่นท่านทองแดง

ไอ้คนไม่สำนึกในบุญคุณ ของท่าน

เด๋วจะให้ พี่คลำนูน ปะกาดลง ผู้จัดการ

ไอ้พวกไม่จงร๊าก......

แก้ไข120

ความเห็น 117 จะไปเหมาว่าเขาเป็นคนเอาบทความตัวเองมาโพสต์ได้อย่างไร ใครๆก็เข้ามาโพสต์ได้ ผมไม่เชื่อด้วยซ้ำว่า ความเห็น 101 สุรวิชช์จะเข้ามาโพสต์ด้วยตัวเอง

ตาสว่าง

สมศักดิ์ สมเกียรติ ภิภพ 3 คนนี้ เขาวิเคราะห์ในเวที่ประชุมวิเคราะสถานการณ์ว่า "ทุนศักดินาหรือพวกเจ้าเป็นพลังล้าหลังและอ่อนแอ....ปล่อยไว้เดี่ยวก็หมดพลังงานไปเอง....

แต่จำเป็นต้องอาศัยเจ้าต่อต้านทุนครอบโลก...และทักษิณป็นทุนบริวารรับใช้ทุนครอบโลก.....ต้องชูกษัตริย์เป็นเครื่องมือรวมใจคนไทยตีทักษิณและทุนครอบโลก"

--------------------

ตีความได้ว่า...พวกซ้ายไร้เดียงสา...หรืออาจเป็นนักฉวยโอกาส.เอียงขวา...คิดว่าศักดินาจะลงจากเวทีได้เองอย่างสมัครใจ...ซึ่งไม่มีในประวัติศาสตร์....และคิดแทนพวกศักดินาราชนิกูล...โดยเพียงคิดแทน....ถามว่า..."ศักดินาคนไหนที่จะยอมลงจากเวทีผลประโยชน์...ได้คนหมอบกราบ..ได้เงินฟรีๆหลายรายการ...ไป-มาสะดวก......ใครจะจะยอมถอย

ประชาไท

ประชาไทลบความคิดเห็นที่ 101 เนื่องจาก ^*คุณสุรวิชช์ วีรวรรณ^* แจ้งมายังกอง บก.ว่า ความคิดเห็นนี้เป็นการ ^*แอบอ้างชื่อ^* และอาจทำให้ตีความได้ว่า เจ้าของบทความเป็นผู้มาโพสต์ด้วยตัวเอง

ขออภัยในความไม่สะดวก
[emo2.gif]

ddd

ถ้าพวกกองเชียร์คลั่งเจ้าได้ยินท่านผู้นำทางจิตวิญญานของท่านคุยเรื่องเจ้าแล้วจะหนาว

พวกคลั่งเจ้านี่มันมีลักษณะเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ ใช้ภาษาได้ สถุลย์มาก
เอาตัวเองนี่แหละเป็นเครื่องมือวัด
เมื่อก่อนก็นิยมเทวดาอย่างแรง รักมากๆๆๆๆๆ เหมือนที่หลายคนเป็นอยู่

ก็ด้วย ประชาไท นี่แหละที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดอย่างสุดขั้ว ได้ฟัง ได้อ่าน ที่สำคัญ ได้คิดด้วยตนเองแล้วว่า เทวดาไม่มีจริง จากนั้นก็เลิกนับถือผีทันที

ที่ดีใจที่สุดคือ ทุกวันนี้ คนรอบๆตัว เขาก็พูดถึง "ความจริง" กันเยอะมากๆๆๆๆ โดยที่เราไม่ได้เกริ่นอะไร ฟังเฉยๆ เขาเริ่มสงสัยเทวดา มีจริงอะป่าวดิ หุหุ

ศักดินาใหญ่คือปัญหาใหญ่ของชาติ...อย่างอื่นเรื่องเล้ก..เพราะประชาธิปไตยจะทำให้ทักษิณถูกคอนโทรลได้....แต่พวกเจ้าอำมาตย์ สมุน สนัข เหล่านี้...ตรวจสอบไม่ได้...มันอยู่นอกระบบ
มันไม่มีอะไรต้องเหลือ เพราะ ทุกคนต้องตายหมด แต่สิ่งที่คนรุ่นเก่าจะต้องสร้าง คือ สอนให้คนรุ่นใหม่ได้คิด ไม่ใช่การบังคับให้ทำ ปิดหูปิดตา แล้ว ความคิดที่แตกต่างจะเกิดขึ้นได้ไง ถ้าเจอปัญหาใหม่ๆ พวกเขาก็ต้องหาทางออกได้ ไม่ใช่นั่งฟังเทวดา ถามหมอดู

ประเทศที่เขา ไม่มีเทวดาไว้ปกปักรักษา เขาไม่เห็นเดือนร้อนเรื่องนี้เลย แต่คนในสังคมเขาต่างหาก ทีเลือกจะอยู่ด้วยตัวเขาเอง เขาพัฒนาสังคมเองได้

ครับ.....นี่คือตัวอย่างการใช้เสรีภาพบนเวบประชาไท..........เสรีภาพในการวิพากษ์สถาบันอันป็นที่เคารพของชาติโดยมีประชาไทเป็นช่องทาง.......เหมือนกับประชาไทต้องการให้มีคนคิดแบบเสรีเหมือนอย่างประชาไท ...............เป็นเสรีภาพที่เหยียบย่ำจิตใจคนส่วนใหญ่ในชาติครับ

ดังไฟ

พวกมึงก็ก็แค่สือ เหี่ยๆ สือที่ทำให้กระดาษเป็นเพียงกระดาษเช็ดตูด
เดียวกูจะเอาเวปพวกมึงนี้ไปทำลิงค์
ต่อเอามาเวปมึง หึๆ เตรียมเซพเวอร์ล่มได้
เลย5555+

เคารพสิทธิตัวเองแล้วต้องเคารพสิทธิ์คนอื่นด้วย

คุณเคยเสียใจที่ทำให้คนอื่นเขารู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่เป็นความเชื่อของเขาบ้างไหม ความเชื่อของเขาจะถูกจะผิดอย่างไร เราควรจะใช้วิธีการเหยียดหยามความเชื่อของผู้อื่น ตีปี๊บ ให้กำลังใจคนที่เหยียดหยามเขา จริงหรือ (อย่าบอกว่าไม่มีเจตนาเลยมันทุเรศ)

คุณเข้าไปประเทศบางประเทศเขาให้คุณคุมศรีษะ คุณยังต้องคลุมเลย และคนที่มีอารยะธรรมเขาก็ต้องเข้าใจ แต่นี่คุณทำอะไร อย่ามาออกเฉไฉเลยว่าพวกคุณมีความคิดอะไรนอกเหนือจากเสรีภาพในการไม่ยืน คุณเขียนอะไรที่หลอกตัวเองแบบนี้ได้ยังไง

คุณไม่ต้องพูดถึงผู้จัดการหรอก หัดเข้าไปดูเว็บอื่นๆ บ้าง คนเขาคิดอย่างไร ในการที่คุณไปเหยียดหยามความเชื่อของเขา หยาบคายต่อความเชื่อของคนอื่น พอมีคนเขาบอกว่าอย่าทำเลย คุณก็กล่าวหาเขาต่างๆ นานา คลั่งเจ้า ดาวสยาม เอาคนนู้นคนที่มาช่วยด่า กลับบอกว่าคนที่เขารู้สึกว่าคุณเหยียดหยามเขาว่า ห้ามโกรธเพราะคุณมีเสรีในการแสดงออกในลักษณะนี้

คลื่นยามเขาก็รู้สึกอย่างที่ผมบอกนั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าพวกนี้รุนแรงเขาทำไปนานแล้ว ห่วงพวกสนามหลวงดีกว่า อย่ากลัวมากมันดูน่าละอาย พวกนี้ปากดีกันอยู่ในเว็บนั่นแหละ ตั้งแต่สมัยไล่ทักสินแล้ว แต่ไม่เคยมีอะไรซักที เจอกันตัวๆ ทีไร โดนเขาปา โดนเขากระทืบ ด่าพ่อล่อแม่ทุกที ลองไปดูข้อความในบอร์ดคุณเถอะ

บทความของคุณสุรวิชญ์อ่านดีๆ จะได้สติ คุณชูวัส คุณนั่นแหละทำให้ประชาไทพังลงไปกับมือ ด้วยวิจารญาณที่แคบของคุณ ยอมรับความจริงเถอว่าคิดอะไรอยู่ และทำอะไรลงไป และอย่ากลัวให้มันมากนัก

***ดาวสยามน่ะมันแต่งรูป แต่งเรื่อง แต่นี่เขาแต่งรูปแต่งเรื่อง หรือว่าคุณทำมันจริงๆ

คนไทย

สื่อระยำอย่าง"ประชาไท"มันสมควรถูกปิดขอทำนายว่าซักวันพวกมันจะไม่มีที่ยืน

คนใต้

สื่อถ้าไม่ยืนหยัดอยู่ตรงคุณธรรม ก็ย่อมกลายเป็น เ สีอ ก เพราะสื่อทุกชนิดถือเป็นตัวการสำคัญที่จะให้ประเทศสงบ หรือวิบัติได้

เคารพสิทธิตัวเองแล้วต้องเคารพสิทธิ์คนอื่นด้วย

คนที่เขาโทรเข้าไปคลื่นยามฯ น่ะ เขาอึดอัด เขาไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร เขาไม่ได้มีเว็บไซต์อย่างคุณนิ อย่าเรียกว่าเขาปลุกเร้าเลย astv เขาพูดขึ้นมาเพราะคุณไปตีปี๊บเรื่องนี้ ทั้งที่เรื่องโชติศักดิ์มันเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว คุณโปรโมตโชติศักดิ์ราวกับว่าเป็นดาราดวงใหม่ นักกีฬาโอลิมปิก ไปผ่านสมรภูมิรบ เป็นวีรบุรุษกลับมาขนาดนั้นเลย อย่างนี้ถ้าเขาไม่พูด เขาไม่รู้สึกคับแค้นใจเขาจะทำยังไง

พฤติกรรมแบบนี้ของคุณก็ไม่ได้เพิ่งเกิดมาเกิดมานานแล้ว แต่ครั้งนี้เขาทนไม่ไหวจนต้องออกชื่อเว็บคุณไป เขาผิดด้วยหรือที่จะให้คนในสังคมได้รับรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจะทำอะไร

ประชาไทโดนด่า ข่มขู่ แค่นี้ไม่ต้องกลัวหรอก คน astv คนผู้จัดการเขาโดนมาเยอะและหนักกว่าคุณหลายร้อยหลายพันเท่า ทั้งการคุกคามด้วยอำนาจรัฐ อำนาจทุน เอามอเตอร์ไซด์ 100 กว่าคันไปบุก เอาคนถ่อยมาปิดสำนักงาน ตั้งเว็บ เปิดคลื่นวิทยุด่า ข่มขู่กันทุกรูปแบบ ทำอะไรลงไป ก็หัดยอมรับความจริงบ้าง มาออกลูกกลัว ฟ้องคนนู้นฟ้องคนนี้มากไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือ

***ทีนี้ทำไมไม่อ้างเสียงส่วนใหญ่บ้างล่ะ ว่าเขาคิดอย่างไรเรื่องสถาบัน คิดให้มันมากๆ หน่อยก็ดี อย่าเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น

ในนามของวันนี้

การกล่าวหาด่าว่าคนอื่นไม่จงรัก ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ดูจะเป็นหนึ่งในถ้อยคำยอดนิยมอย่างหนึ่งมานานแล้ว

คิดว่าต้องไล่ประชากรออกไปเป็นผู้อพยพพลัดถิ่นสักเท่าไรจึงสาแก่ใจผู้จงรักแบบนี้

บางทีคงต้องไล่คนออกจากประเทศไปสัก 65 ล้านคน เหลือผู้จงรักพันธุ์แท้ไม่ถึงพันคน ตามจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมาร-พาลทมิด

ผู้นำประเทศจะเหลือแค่หกคน นี่คือการทำเพื่อประเทศไทยที่กลายเป็นของคนกลุ่มเดียว

ถ้าไม่ไล่คนออกไปจากประเทศ คงไม่แคล้วเกิดการฆ่าหมู่กลางเมืองเพื่อกำจัดคนอื่นที่ไม่จงรักตามที่คนกลุ่มนี่บอก

ถึงต้องฆ่าคนสัก 65 ล้านคนเพื่อปกป้องด้วยจงรัก คนกลุ่มนี้ก็คงทำได้ด้วยความเกลียดชังคนอื่นในนามความจงรักของพวกเขา ซึ่งพูดเองเออเองทั้งหมดฝ่ายเดียว

ถึงต้องโดดเดี่ยวตัวเองจากทั้งโลก ซึ่งไม่เข้าใจความจงรักของพวกเขาก็ทำได้ ความจงรักที่ทำตามกลุ่มผู้นำทั้งหกสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ใครที่เห็นต่างล้วนเลว ผิด แล้วควรถูกกำจัดในนามความจงรักของกลุ่มผู้นำหกคน กับกลุ่มผู้ตามพันคน

เว้นแต่คนอีก 65 ล้านคนจะเชื่อฟังเหมือนผู้ตามพันคน ส่วนคนที่ต้องถูกกำจัดที่เหลืออีกไม่กี่พันคนก็ปลุกเร้าให้ไปฆ่ากันกลางเมืองเหมือน 6 ตุลา ในนามความจงรัก(แบบไหนกันเนี่ย)

สำหรับผู้นำบางคนก็หาทางไล่ให้ไปตายต่างแดน เหมือนกรณีนายปรีดี มีการจ้างคนไปตะโกนในโรงหนังกล่าวหา (โกหก ใส่ความ) แล้วยังมีนายตี๋ (พยานเท็จ) มาใส่ความ (เท็จ)

หกสิบสองปีแล้วเหรอเนี่ย กรณีนายปรีดี
สามสิบสองปีแล้วเหรอเนี่ย กรณี 6 ตุลา
สองปีแล้วเหรอเนี่ย กรณีทักษิณและ 19 กันยา

ไม่ใช่โลกไม่เปลี่ยนเลยนะครับ โลกนะเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

แต่การเมืองหาความแบบนี้ในเมืองไทยไม่เคยเปลี่ยน หาความด้วยเรื่องเดิม ๆ

เท่ากับอายุพรรคการเมืองเก่า ๆ พรรคหนึ่งพอดี

บางคนเปลี่ยนจากนายตี๋เป็นนายวีระ สมความคิด หรือเทพไท เสนพงศ์ หรือไทกร พลสุวรรณ แม้กระทั่งชวน หลีกภัย ก็เล่นบทเดียวกัน

บางกลุ่มเปลี่ยนจากกลุ่มกระทิงแดง- นวพล ไปเป็นพันธมาร-พาลทมิด

ข้อกล่าวหาทั้งหมดของการรัฐประหารจากปี 2490 จนถึง 2549 ก็คือ ทุจริต กับหมิ่นสถาบันกษัตริย์ แล้วค่าเฉลี่ยในการทำรัฐประหารประเทศไทยในรอบ 76 ปีคือทุก 3-4 ปีก็ทำกันสักครั้งหนึ่ง แม้ว่าในรอบ 32 ปีหลังสุดมีการทำรัฐประหารเพียงสองครั้งก็ตาม

คิดดูในรอบสามปีก็มีการกล่าวหากันแบบเดิมซ้ำ ๆ กันซ้ำเป็นรอบที่สองแล้ว

บางทีการเมืองไทยยังติดอยู่กับอดีตเมื่อหกสิบปีก่อนคือเวลายังไม่เดินไปข้างหน้าอีกเลยนับจากนั้นเป็นต้นมา

ระยะห่างทางเวลาระหว่างโลกกับประเทศไทยจึงห่างกันอยู่ที่ 62 ปี เราจึงเข้าใจไม่ตรงกับโลกเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

ถ้าคนไทยอีก 65 ล้านคนกับประชากรโลกอีก 6000 ล้านคนมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันแล้ว ถ้าอยากจะสมานฉันท์ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการสื่อสารกับกลุ่มคนราว 1006 คนที่ความคิดยังติดอยู่กับอดีตเมื่อ 62 ปีที่แล้วเป็นประการแรก

เอ๊ะ ประเทศนี้เลิกทาสไปหรือยังครับ ชักไม่แน่ใจ

แล้วพม่ามาตีกรุงศรีอยุธยาแล้วแพ้หรือชนะนะครับ

น่าปลื้มใจในพ่อขุนรามคำแหงจังเลยนะครับ ชนช้างชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดด้วย

...

อ้าว ทำไมเหลือแต่มนุษย์ถ้ำป่าเถื่อน ตะโกนโหวกเหวกเต็มไปหมด ยุคนี้เป็นยุคไม่มีขื่อมีแป ยังปกครองกันแบบศาลเตี้ยอยู่เลย มนุษย์เถื่อนยังไม่รู้จักอาย ยังไม่รู้จักกติกาสังคมว่าคนที่เจริญแล้วเขาอยู่กันอย่างไร

...

อ้าว ย้อนเวลากลับไปไกลไปหน่อย

โชติ

คุณ ชูวัส และผองเพื่อน
เรามีที่ยืนแน่นอน..ไม่ว่าสถานการณ์ หรือ
ณ.เวลาใด..ตราบใดที่หัวใจไม่ยอมแพ้..
ยังมีลมหายใจ..เราจะฝันไกล..และวันนั้น
ไม่นานเกินรอ..

ความฝัน..กลางเดือนหนาว
เจ็บปวดร้าว มาหลายปี
จิตวิญญาน อันเสรี
ตราบวันนี้ มิเลือนลาง จางหายไป

เฝ้ามอง...ดาวเกลื่อนฟ้า
กลืนน้ำตา..เอาไว้ในใจ
.....
...
..
ความฝัน...กลางเดือนหนาว
โหมไฟเข้า...เผาอธรรม....

โชติ วงษ์ชน

อยากได้ จัดให้แน่

ชูวัส อยากได้ที่เล็กๆ ไว้ยืนและฝันงั้นเหรอ ได้แน่ๆ อีกไม่นาน จะมีคนจัดให้ ห้องเล็กๆ แคบๆ ไว้ยืน นั่ง นอน ฝัน ทบทวนความคิด การกระทำของตัวเอง หรือจะทำอะไรก็ได้ ถ้าแสดงความอยากได้ด้วยวิธีนี้ อีกไม่นาน มีคนจัดให้ รับรอง

คนสยาม

อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน
พระเจ้าอยู่หัวฯ สอนเรามานานแล้วให้ "รู้รัก สามัคคี" วิกฤติบ้านเมืองทุกตรั้ง พระเจ้าอยู่หัวทรง
เข้าแก้ไข คน ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ยังจำเช้าวันที่นักศึกษา ประชาชน ลุยน้ำข้าคลองข้างสวนจิตรลดา หลบลูกปืน ตำรวจ ทหาร ปีรั้วเข้าไปในสวนจิตร และสวนจิตรลดาก็เป็นที่ปลอดภัย พระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชินีฯ เสด็จออกมาเยี่ยมนักศึกษาที่เข้าไปในสวนจิตรอยากทรงมีพระเมตตา
ถ้าพระองค์ไม่ออกทีวีขอให้ทุกฝายสงบ ขบวนการนักศึกษาจะประกาศชัยชนะได้หรือ เราลืมเหตุการนั้นกันแล้วหรือผู้รักประชาธิปไตย
พฤษภาคม ๒๕๓๕ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวฯไม่เรียก พล.อ.สุจิดา พล.ต.จำลอง เข้าเฝ้าฯ คนไทยจะต้องฆ่ากันตายอีกมากมาย สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นแน่ ลืมกันแล้วหรือ แล้วพวกทีชอบอ้างตัวเองว่าเสรีชน เตยช่วยกัน
แก้ปัญหาบ้านเมืองกันบ้างไหม แค่ปัญหายาเสพติดที่มีเต็มเมืองช่วยพาคนเสพยา
มารักษาสักคนเคยไหม่ ครู อาจารย์ สอนหนังสือเรา เรายังยืนเคารพเวลา เข้า - ออกห้องเรียน เพราะท่านมีพระคุณเป็นผู้ให้ความรู้ แต่พระเจ้าอยู่หัวของเรา ให้คนไทยมากกว่าความรู ผมว่าแค่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมียังน้อยไปด้วยซ้ำ
คนเราคิดต่างกันได้ แต่ไม่ไช่คิดให้แตกแยก ประเทศไทยที่ให้เราอยู่ ทำม่หากิน เกิดมาอย่างมีความสุข ไปอ่านประวัติศาสตร์ว่า
เรามีอะไรดี วัฒนธรรมความจงรักภักดีต่อสถาบันฯของไทย ต่างชาติเขายกย่องทั่วโลก ช่วยกันรักษาไว้ ก่อนที่จะไม่มีประเทศไทย ของเรากลายเป็นประเทศของคนกลุ่มเดียว

มธ17

ต้องแยกประเด็นให้ชัดว่าเรื่องโชติศักดิ์ก็คือเรื่องโชติศักดิ์ ฝ่าย 2 ไม่เอา ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับโชติศักดิ์ทั้งหมดก็ได้ บางคนก็อาจจะบอกว่าโชติศํกดิ์ทำอะไรเกินไป ไม่เหมาะสม หรือสุ่มเสี่ยงไป เอาง่ายๆว่าเป็นผม ผมก็ไม่ทำอย่างโชติศักดิ์ ถ้าผมเป็นเพื่อนโชติศักดิ์ ผมก็จะห้ามปราม

แต่ประเด็นที่คุณชูวัสกำลังพูดถึงคือ ผู้จัดการและพันธมิตร ฉวยโอกาสให้ร้ายพวก 2 ไม่เอา ปลุกความเกลียดชังเข้าใส่ประชาไท ฟ้าเดียวกัน 19 กันยา

เป็นท่าทีที่ชัดเจนว่าผู้จัดการกับพันธมิตรกำลังหน้ามืด ถือว่าพวก 2 ไม่เอาหรือฝ่ายที่สามเป็นศํตรูขวางหน้า ฝ่ายที่สามนำเสนอเหตุผล หลักการประชาธิปไตย ซึ่งกลายเป็นประโยชน์กับทักษิณและพลังประชาชน ผู้จัดการกับพันธมิตรจึงต้องการทำลายฝ่ายที่สาม

ที่น่าเศร้าคือ การจุดประเด็นแบบนี้มาจากคนอย่างคำนูณ คนอย่างสนธิ ซึ่งหลัง 14 ตุลา สมัย 6 ตุลา พวกนี้เป็นใคร เป็น royalist หรือ น่าหัวเราะ เราต่างก็รู้ทัศนะกันดี ก่อนหน้าจะไล่ทักษิณ พวกคุณคิดต่างจากโชติศักดิ์หรือ

เช่นกัน คนอย่างสุริยะใส สมเกียรติ พิภพ สมศักดิ์ ฝ่ายซ้ายด้วยกันทั้งนั้น แม้ปากจะไม่พูดแต่วางเฉยไม่ยับยั้งกระแสที่เป็นประโยชน์กับพันธมิตร

ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะสร้างรอยร้าวที่ลึกซึ้ง เหมือนเดิมเป็นรอยแยกอยู่แล้ว แต่จะกลายเป็นเหวหรือร่องแผ่นดินไหว ระหว่างพันธมิตรกับฝ่ายที่สาม ที่จะต้องแยกตัวกันเด็ดขาด ประกาศเป็นเสมือนศัตรู

ภาคประชาชน NGO นักวิชาการ จะต้องจัดแถวกันทั้งหมด ใครเป็นฝ่ายที่สาม ก็จะถูกสายพันธมิตรผลัก (หรือโดดถีบ) ออกมาเป็นฝ่ายตรงข้าม

ในด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องดี ภาคประชาชนหรือ NGO ที่ไม่ร่วมกับพันธมิตร จะได้ก้าวออกมายืนแยกกันชัดเจน ถ้าพันธมิตรพัง เราก็ไม่ต้องพังไปด้วย จะเป็นคนกลุ่มน้อยอย่างไร ถ้าเรามีเหตุผล มีหลัก เราก็จะสร้างพลังที่เข้มแข็งได้

แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่กระเทยแก่

สนธิลิ้มเอาเบื้องสูงมาหาแดกอีกแล้วในไม่ช้าก็เอาเสื้อ วีซีดี สดุดีเบื้องสูงมาหลอกขายประชาชนอย่างเรา

โชติศักดิ์ควรที่ต้องขอบคุณผู้จัดการ

พันธมิตรกำลังโยงไปว่าเรื่องของโชติศักดิ์นั้นต้นตอ หรือแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนโชติศักดิ์นั้น มาจากกลุ่มคนรักทักษิณ และประชาไทก็มาจากกลุ่มเดียวกัน
การที่พันธมิตรประโคมข่าวเรื่องนี้ด้วยว่าเป็นการปกป้องสถาบันฯ
จริงอยู่ที่โชติศักดิ์จะคิดในเรื่องเสรีภาพอย่างสุดขั้ว ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขานักหรอก แต่ก็ไม่ควรที่จะมาเร่งกระแส ไม่ดีก็ว่าไม่ดีไป แต่พี่พาลทะมิด ดันมาเร่งกระแสอย่างแรงเหมือนจะไปติดเทอร์โบให้กับโชติศักดิ์ อย่างนี้ผมว่านะ ความจริงโชติศักดิ์ควรจะต้องขอบพระคุณทางพาลทะมิด หรือผู้จัดการ ด้วยซ้ำ ที่ทำให้เขาได้แสดงตัวตนของเขา ความคิดเห็นของเขา โชติศักดิ์จึงได้ดังสมใจนึก
แต่การที่พันธมิตรมาประโคมข่าวในเรื่องนี้ต้องการอะไร ปกป้องสถาบัน หรือต้องการโยงว่าเป็นการกระทำของใครปางคน และเพื่อให้ประชาชนเกลียดคนคนนั้นอย่างนั้นนะหรือ
หากพาลทะมิดจะต้องการมวลชน ควรชูธง ด้านปากท้อง ของชาวบ้านตาดำๆ จะดีกว่า เช่นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ของแรงงาน เรื่องการแก้ไขปัญหาของแพง การแก้ไขปัญหานำมันแพง ข้างแพง ช่วยไปเร่งนโยบายพวกนี้ของทางรัฐบาลได้ไหม ช่วยคนรากหญ้าได้ไหมพาลทะมิด แล้วเมื่อนั้นละ มวลชนจะอยูกับท่าน

แอน

ดูเวบนี้มีความรู้ดีค่ะ สามารถจัดทำได้น่าดู น่าอ่าน หลากหลายดี แต่ในความหลากหลาย มันเหมือนมีอะไรเคลือบแคลง ทำให้เกิดความสงสัย มีลัทธิอะไรมาเคลือบแฝงเพื่อล้างหัวสมองคนไทย หรือเปล่า ค่อยๆ ซึมลึก ......
เส้นทางในการเดินของคนบางกลุ่มบางคน อาจจะมีบางอย่างที่รู้สึกขัดหูขัดตา หากแต่บางอย่างคล้ายกับการโฆษนาชวนเชื่อ สร้างภาพ แต่ถ้าต้องเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายใด แล้ว ตอนนี้ดิฉันมองไปที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ หากเหมือนกัน หรือมีเศษเสี้ยวที่เหมือนกัน ดิฉันก็จะเลือกยืนอยู่ข้างนั้น โดยที่ละทิ้งกระบวนการ เหล่านั้น ไม่ได้สนใจเส้นทาง หากแต่จะมองแค่ที่ที่จะไป
แต่คงไม่ใช่ยืนข้างคุณแน่ๆๆ และก็อย่าฝันว่าฉันจะเผื่อเหลือที่ไว้ให้คุณยืน

ผิดหวัง

ชูวัส ตอแหลสุดๆ คุณกำลังทำลายโชติศักดิ์ กลัวจนหัวหด ยังปากกล้าอีก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พูดมาได้ไง ตอสุดหวะ

รักชาติ

รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่น่าจะมีคำพูดนี้ออกมาจากบรรณาธิการบริหาร นะ
คิดได้อย่างไงเนี้ยะ อายุเท่าไร โชติศักดิ์ อายุเท่าไรแล้ว เด็กอนุบาล ยังรู้เลย ว่าสมควรทำอย่างไร ดำเนินคดี เหมือนอดีต ให้เข็ด ติดคุกแค่ 2 ปี เอง เข้าข้างโชติศักดิ์ ต้องดำเนินคดีด้วย ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง ในคุกไงได้ยืนแน่นอน ไม่นาน

ซูกัส

ชูวัส วิสามัญฆาตกรรม โชติศักดิ์

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียแล้ว

ชูวัสตอบด้วย

**ฉะเว็บ “ประชาไท”อุดมการณ์หดหาย

จากนั้น ผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวถึงเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งมีการเข้าไปให้กำลังใจนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีว่า เราไม่เคยมีความคิดว่าความคิดที่แตกต่างอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่คิดว่าความคิดแตกต่างที่หลากหลายอยู่ด้วยกันได้

สำหรับเว็บไซต์ประชาไทนั้นตั้งขึ้นมาจากความตั้งใจของนายจอน อึ๊งอากรณ์ ที่ต้องการทำสื่อที่ไม่ถูกควบคุม โดยเฉพาะจากหน่วยงานของรัฐ โดยเห็นตัวอย่างจากสื่อของประเทศฟิลิปปินส์ จึงเริ่มโครงการวารสารข่าวทางอินเตอร์เน็ต เพื่อการศึกษาและสุขภาวะของชุมชน และเว็บไซต์นี้ก็ได้รับการสนับสนุนเงินจาก สสส.ที่มาจากเงินภาษีอากรของประชาชน ทั้งนี้คงเป็นเพราะความตั้งอกตั้งใจและเชื่อมั่นในตัวนายจอน เป็นสำคัญ

วันนี้อุดมการณ์และความเชื่อมั่นที่นายจอนทำมาตลอด กำลังจะหายไป เนื่องจากเว็บไซต์ประชาไทเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาให้กำลังใจและสนับสนุนการกระทำของ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากไม่ยอมยืนเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ไม่เคยมีใครท้าทายโครงสร้างของชาติไทยเช่นนี้มาก่อน

ข่าวดังกล่าวสื่อในเครือผู้จัดการก็นำมาเสนอ หยิบข่าวนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ตรงกับทัศนคติของคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาครอบงำเว็บประชาไทอยู่ เช่นเดียวกับที่ไม่ตรงกับทัศนคติของบรรณาธิการเว็บประชาไท ซึ่งภายหลังได้เขียนรำพึงรำพันไว้ในคอลัมน์ของตัวเอง เรียกร้องหาที่ยืนในแบบที่ตัวเองต้องการ แต่กลับเรียกการแสดงความเห็นที่แตกต่างของสื่ออื่นว่า การคุกคาม

บรรณาธิการเขียนว่า เว็บไซต์ประชาไท และ ฟ้าเดียวกัน ตกเป็นข่าวพาดพิงในหนังสือพิมพ์ดาวสยามยุคใหม่ ที่เสนอข่าวกรณีนายโชติศักดิ์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง และประกาศคล้ายๆ กับว่า เขาเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ได้ต้องการที่จะเข้าข้างพันธมิตรฯ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นพวกของโปรทักษิณ เหมือนกัน

ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า ไม่รู้ว่า “ดาวสยามยุคใหม่”นั้น หมายถึงใคร เพราะข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดที่เครือผู้จัดการหรือเอเอสทีวีที่เดียว บางประเด็นเช่น กรณีธงชาติที่มีชื่อทักษิณ ก็เป็นข่าวจากมติชน และข่าวสด ที่ผู้จัดการนำมาเสนอต่อ

นอกจากนี้ กรณีหนังสือพิมพ์ดาวสยามที่ทำให้เกิดเหตการณ์ 6 ตุลาฯ นั้น เป็นการตัดแต่งภาพที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ผู้จัดการและเอเอสทีวี หรือจำรวมมติชน-ข่าวสดนำเสนอนั้น เป็นข้อเท็จจริง

ชูวัสตอบด้วยอีกเรื่องหนึ่ง

**นิตยสารเนื้อหาหมิ่นฯ โยงคน “จึงรุ่งเรืองกิจ”

ผู้ดำเนินรายการ กล่าวต่อว่า จากบทความของ ดร.ชัยอนันต์ ทำให้อยากพูดถึงนิตยสารเล่มหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ที่ไม่ยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถ้าเลิกมาตรานี้ ก็จะเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าประชาชนจะยอมรับได้อย่างไร

นิตยสารฉบับนี้ตีพิมพ์ราย 3 เดือน ที่ผ่านมาบางฉบับก็มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันจนถูกเก็บออกจากแผง โดยฉบับเดือนมกราคม-มีนาคม 2551 ที่ผ่านมา ก็มีเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ต่อการหมื่นสถาบันเบื้องสูง มีการนำงบประมาณรายจ่ายของราชสำนักไทยเปรียบเทียบกับราชสำนักอังกฤษ โดยไม่สนใจว่างานประมาณนั้นใช้ในโครงการพระราชดำริอย่างไรบ้าง มีการสัมภาษณ์นักวิชาการต่างประเทศที่เห็นว่าต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ได้ และยกย่องข้อความในหนังสือต้องห้าม เรียกร้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตรงกับกลุ่มของนายโชติศักดิ์

นอกจากนี้บทความจากนิตยสารเล่มนี้ก็มีเผยแพร่ในเว็บไซต์ “ประชาไทย” และ “ฟ้าเดียวกัน” ด้วย

ผู้ดำเนินรายการตั้งข้องสังเกตว่า หนังสือเล่มนี้ น่าจะมีนายทุนรุ่นใหม่มาสนับสนุนหรือไม่ เพราะมีการตีพิมพ์ด้วยกระดาษและรูปแบบอย่างดี เมื่อตรวจสอบดูที่อยู่ของนิตยสารเล่มนี้ เดิมใช้ตู้ ปณ.156 ปทจ.ยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพฯ แต่เบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่ให้ไว้นั้น เมื่อตรวจสอบแล้วกลับปรากฏว่า มีที่อยู่ที่เลขที่ 1026 ลุมพินีปาร์กวิลล์ ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯ ที่อยู่ดังกล่าวเป็นคอนโดมีเนียมหรู จึงน่าสงสัยว่า นิตยสารที่พิมพ์แค่ 4,000 เล่ม ทำไมต้องตั้งอยู่ในสำงานที่หรูขนาดนี้

นอกจากนี้ ยังพบว่าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ พี่สาวของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และเป็นมารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ต่อมาเมื่อนิตยสารเล่มนี้ถูกดำเนินคดี เพราะมีเนื้อหาล่อแหลม จึงได้ย้ายสถานที่ไปถนนเจริญนคร บางลำภูล่าง เขตคลองสาน แล้วเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ของนิตยสารไปเป็นโทรศัพท์ของบรรณาธิการแทน

สำหรับนายธนาธร บุตรชายของนางสมพรนั้น มีความใกล้ชิดกับคนทำหนังสือกลุ่มนี้มาก และเป็นรุ่นน้องเตรียมอุดมศึกษา 1 ปี ของนายพานทองแท้ ชินวัตร และไปเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน และนายธนาธรเคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเพื่อนที่สนิทกับนายพานทองแท้มาก เคยกินเที่ยวด้วยกัน

สมัยเป็นนักศึกษานายธนาธรเป็นนักกิจกรรมตัวยง เคยเป้นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(อมธ.) ปี 2542 หลังจากนั้นไปเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ ก็เคลื่อนไหวเป็นเอ็นจีโอที่นั่น มีความชื่นชมในลัทธิมาร์กซ์และเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มนายใจ อึ๊งภากรณ์ และตามข่าวที่ปรากฏนั้น นายธนาธรมีความใกล้ชิดกับนายโชติศักดิ์เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยว่า ในช่วงการเคลื่อนไหวไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของคนกลุ่มนี้ได้เงินสนับสนุนมาจากไหนกันแน่ โดยเฉพาะข้อสงสัยที่ว่ามาจากนายธนาธรที่เป็นหลานของนายสุริยะหรือไม่ จึงมีการลงหนังสือพิมพ์ได้อย่างต่อเนื่อง

หัวใจไทย

พวกที่ไม่อยากให้มีสถาบันฯ พวกคุณก็อพยบไปอยู่ประเทศที่ไม่มีสถาบันฯ เพราะพวกคุณเกิดที่หลังระบบสถาบันฯกันทั้งนั้น
****จำใส่สมองหมูของพวกคุณเอาไว้*******
คห.39,95,109,114 เป็นคอมมิวนิวส์เหรอ

พนิดา วสุธาพิทักษ์

ขอที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนและฝันบ้าง (ด้วยคน)

เชื่อมั่นในพี่ชูวัส
เชื่อมั่นในประชาไทนะคะ

สู้ต่อไปค่ะ อย่าท้อแท้ :)

รักทักษิณและชูวัส

อย่าท้อนะชูวัส ตอนนี้เว็บไฮทักษิณก็ปิดไปแล้ว พวกเราไม่มีที่พึ่งแล้ว ก็หวังว่าเว้บประชาไทนี่แหละจะเป็นที่พึ่งของพวกเรา

krubannok

ไม่รู้ว่าความจริงนี้มีคนรู้สักกี่คน
เก็บจาก Web อื่นมาฝาก
เสียงจากออสเตรเลีย
โดย อาคม ซิดนี่ย์
เสียงจากออสเตรเลีย
ตอนที่๑ แค้นของคนชื่อเปรม โดย อาคม ซิดนี่ย์
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ถ้าหากจะบอกว่ารัฐบาลทักษิณมีอันจะต้องพังคลื่นลงด้วยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุลนั้น ก็คง เป็นการให้ราคาค่างวดคนอย่างนายสนธิมากเกินไปแต่หากบนความเป็นจริง กว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่มี ปรากฏการนายสนธิลิ้ม ทองกุลในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามารถ สร้างความหนักใจให้กับรัฐบาลทักษิณได้อย่างยาวนานจนเหลือเชื่อแต่ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ย่อมมีเหตุและปัจจัยหนุนส่งด้วยกันทั้งสิ้นลำพังนาย สนธิคนเดียวคงไม่มีความกล้าหาญชาญชัยที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับคนระดับ พ.ต.ท.ทักษิณชิณวัตรอย่างแน่นอนถ้าหากไม่มีคนให้ท้ายหรือสนับ สนุนอยู่เบื้องหลังและแน่นอนที่สุดคนที่จะสนับสนุนในการนี้ได้จะต้องเป็นคนที่นายสนธิประเมินแล้วว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นภัยได้ หรืออย่างน้อยอิทธิพลและบารมีต้องไม่เป็นรอง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้ทุกคนก็คงจะทราบดีแล้วว่าบุคคลที่ผมกำลังกล่าวถึงอยู่นี้จะเป็นใครไม่
ได้นอกจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
พล.อ.เปรม ก้าวขึ้นมามีอำนาจเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมาด้วยความกังขาของคนทุกวงการ แม้วงการทหารเองก็ยังมีการตรวจสอบความเป็นมาของเส้นทางสู่อำนาจในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก่อนที่จะทยานขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพล.อ.เปรมมาแรงแซงโค้งแบบชนิดที่นายทหารดังยุคสมัยนั้นต้องหลีกทางให้แทบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เสริมณ.นคร พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ.อยุธยา หรือแม้แต่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องยอมก้าวลงจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.เปรม เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน การเป็นผู้นำบนตำแหน่งสูงสุดของ พล.อ.เปรม ก็ใช่ว่าจะมีความราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในทางตรงกันข้ามกับมีปัญหาอุปสรรค์จนส่งผลให้เกิดการรัฐประหารถึงสองครั้งแต่ ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็น กบฏ เมษายน ๒๕๒๔ โดย พ.อ.มนูญ รูปขจร และการก่อความไม่สงบ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นการก่อการโดยคนเดิมคือ พ.อ.มนูญ เจ้าเก่า เพียงแต่ครั้งนี้มีน้องชาย น.ท.มนัส รูปขจร เข้าร่วมด้วย (คนเดียวกันกับ พล.อ.อ.มนัส หรือที่ พล.อ.สนธิ เรียกพี่นัส ให้ลงมาจากนครสวรรค์ เพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธิน ในการทำปฏิวัติ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา) ยุคพล.อ.เปรม เป็นผู้นำ มีเหตุการณ์รุนแรงไม่เพียงมีการก่อการกบฏเท่านั้น หากแต่ยังมีการลอบ สังหารอีกหลายหน ทำให้เกิดอาการเครียดถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีได้อันเชิญกระเช้าดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถไปเยี่ยมถึงบ้านสี่เสา ในเวลาเดียวกันก็มีกระเช้าดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยาม มงกุฏราชกุมาร เท่านั้นยังไม่พอ พล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้นำผู้ใต้บังคับบัญชาแต่งชุดทหาร สวมหมวกเบเลย์สีแดง ๔๐๐ นายตบเท้าเข้าให้กำลังใจ อันเป็นการสยบการเคลื่อนไหวของฝ่าย พล.อ.อาทิตย์กำลังเอกโดยสิ้นเชิง ด้านบริหารราชการแผ่นดินบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรมเข้าดำรงตำแหน่งหลายครั้ง หลายหนโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งและไม่เคยยินยอมให้มีการอภิปรายตัวเองอย่างเด็ดขาดนอกจากอภิปรายเป็นรายบุคคล เมื่อไรก็ตามที่ฝ่ายค้านประกาศจะอภิปรายทั้งคณะ เมื่อนั้นพล.อ.เปรม ก็จะประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสุดท้ายพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งก็จะไปเชิญ ให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดเวลากว่า ๘ ปี จนกระทั่งเกิดมีกลุ่มนักวิชาการประกาศ รวมตัวกันคัดค้านการเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายใต้ชื่อ �กลุ่มนักวิชาการ ๙๙� นำโดย ศ.ดร.ชัย อนันต์ สมุทรวานิช จึงเป็นการอวสานตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.เปรม พอพ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล พล.อ.เปรม ก็ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง องคมนตรีและประธานองคมนตรีตามลำดับ และถึงแม้จะหลุดพ้นจากฝ่ายบริหารแล้ว แต่บนความ เป็นจริง พล.อ.เปรม ก็ยังดูแลกำกับงานด้านความมั่นคงอยู่แม้กระทั่งทุกวันนี้ ดังนั้นฤดูโยกย้ายประ จำปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามเหล่าทัพ แม้จะผ่านชั้นตอนของการจัดโผซึ่งตามระบบ ผบ เหล่าทัพจะ เป็นผู้จัดทำแล้วส่งขึ้น ผบ.สูงสุด, ปลัดกระทรวงกลาโหมแล้วผ่านไปรัฐมนตรีกลาโหม ตามลำดับ สุดท้ายนายกรัฐมนตรีจะต้องลงนามเห็นชอบซึ่งถือว่าสิ้นสุดและสมบูรณ์แล้ว แต่สำหรับเมืองไทย ยังต้องผ่านประธานองคมนตรีเห็นชอบและถ้าหากไม่เป็นที่สบอารมณ์ก็อย่าได้หวังว่าโผในปีนั้นจะคลอดได้อย่างที่เคยปรากฏมาแล้ว ดังนั้นถ้าหากจะให้เข้าใจการเมืองไทยแล้วละก็ ต้องเข้าใจว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอันเป็นตำ แหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารนั้น ที่จริงแล้วยังมีสูงขึ้นไปอีกคือนายกรัฐมนโท นักข่าวเคยสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคราวแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อปีที่แล้วว่า �แน่ใจไหมว่าโผทหารจะไม่มีการเปลี่ยน แปลง� คำตอบที่ได้รับคือ �นายกรัฐมนตรีเซ็นไปแล้วใครจะเปลี่ยน� จึงเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะโผถูกดองจนสุดท้ายต้องเปลี่ยนโผทหารอากาศให้ พล.อ.อ. ชลิต ผุกผาสุข ขึ้นแทน พล.อ.อ.ธเรศ ปุญศรี ปรากฏการกระทบกระทั่งระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณและประธานองคมนตรี ไม่ว่าจะเป็นการดัน พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ จากผู้บัญชาการทหารบกขึ้นไปบนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดย ไม่ผ่าน พล.อ.เปรม ในครั้งนั้น ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับ พล.อ.เปรม เป็นอย่างยิ่ง เพราะนับ ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นต้นมา ไม่ปรากฏว่ามีรัฐบาลไหนที่กล้าลูบคมด้วยการ นำโผทหารขึ้นทูลเกล้าฯ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.เปรม ดังนั้นสัมพันธภาพ ของรัฐ บาลทักษิณกับประธานองคมนตรีในครั้งนี้ซึ่งเกิดเป็นรอยร้าวชนิดบาดลึก รอวันแค้นที่ต้องชำระ ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีผู้สันทัดกรณีตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการเอาคืน เพื่อ หวังดิสเครดิตรัฐบาลทักษิณ โดยมีพรรคการเมืองเก่าแก่ให้ความร่วมมืออย่างลับๆ ถือเป็นจุด เริ่มต้นในการโค่นล้ม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็คงทราบดี ดังนั้นการลงพื้นที่จึงเป็นไปด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะยุติการลงพื้นที่ในที่สุด ด้วยเกรงอุบัติเหตุจากการต่อสู้แบบดำน้ำ จึงมีข่าว สะพัดว่ามีการตั้งค่าหัวให้เด็ดชีพ พ.ต.ท.ทักษิณ
เกมเอาคืนด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นหวังผลสองด้านคือ เด็ดชีพแบบดำน้ำให้เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายหากสามารถฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ถึงจุดนั้น ก็จะเป็นหน้าที่ของผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญออกมายุติปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นการ แสดงถึงบารมีที่สามารถทำให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ แต่การไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เพราะต้องไม่ลืมว่าปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นมีมานานแล้ว เมือไรที่ รัฐบาลมีความเข้มแข็ง ภาคใต้ก็เกิดความร่มเย็น แต่ถ้าหากการเมืองอ่อนแออันสืบเนื่องจากมีความ ขัดแย้ง ปัญหารุนแรงก็กลับมาให้รัฐบาลต้องกุมขมับอีก และยิ่งมีการแอบสนับสนุนในทางลับ ก็เปรียบเสมือนเตะชิ้นหมูไปเข้าปากหมานั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจในกรณีที่ผู้มีบารมี นอกจากไม่สามารถแสดงบารมีได้อย่างที่คิดไว้แล้ว แถมยังเกือบเอาชีวิตไปทิ้งอีกต่างหาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้ซึ่งอยู่บนตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคง จึงต้องหลุดพ้นจากวงจร อำนาจด้วยประการฉะนี้ เมื่อไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลทักษิณด้วยปัญหาความรุนแรงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีหรือที่คนอย่าง พล.อ.เปรมจะยุติความแค้นที่ต้องชำระ จึงหันมาสนับสนุนให้มีการโค่นล้มแบบดาวกระจาย โดยผ่านไปในหลายช่องทางแบบร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆและเครือข่ายของสื่อ มวลชน เริ่มจาก �รายการเมืองไทยรายสัปดาห์� ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเปิดประเด็นเรื่องลูกแกะหลงทาง เป็นการเปิดประเด็นอย่างจงใจที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่เกลียดชังของคนทั่วไปที่ ไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการหยิบยื่นความตายให้เหมือนเมื่อครั้ง ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร เคยกล่าวโทษหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าเคยดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา ประเด็นลูกแกะหลงทางทำให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของนายสนธิถูกแบน แต่ก็มีรายการ ร่วมด้วยช่วยอุ้ม จาก ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช ผู้อำนวยการโรงเรียนวิชราวุธ ส่วนทางด้าน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี ด้วยการ เปิดห้องประชุมให้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรได้ จากนั้นก็เกิดมีขบวนการนักวิชาการ ออกมาร่วมสนับสนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เป็นที่น่าสังเกตุว่า กลุ่มคนที่ออกมาโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตรนั้น ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับบุคคลผู้ได้ชื่อว่า รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาททั้งสิ้น ไม่ ว่าจะเป็นพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่เที่ยวไปปลุกระดมตามสถาบันต่างๆ และ โรงเรียนทั้งสามเหล่าทัพดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายกสภามหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสามารถรวบรวมกลุ่มก๊วนนักวิชาการและคณาจารย์ โดยผ่านทาง ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช ผู้อำนวยการ รร.วิชรา วุธ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อบุคคลชั้นสูงยื่นถวายฏีกาขอนายกฯพระราชทาน อีกทั้งนายชัยอนันต์ ยังมีลูกชายที่ทำงานเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอยู่ในกลุ่มหนังสือพิมพ์ผู้จัดการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล นอกจากนี้แล้วยังมีกลุ่มขาประจำอันประกอบด้วยกลุ่มนักวิชาการที่ผันตัวเองไปเป็นนักจัดรายการแล้วถูกแบนอย่าง ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตลอดจนพวกที่เป็นนักวิชาการอยากดังที่ต้องการให้ตัวเองเป็นข่าว แต่ถูกเรียกเหมารวมว่าขาประจำอย่างเช่น นายธีรยุทธ บุญมี นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และอาจารย์ตุ้งติ้งเสรี วงค์มณฑา ตลอดจนนายไชยยันต์ ไชยพรอาจารย์ฉีกบัตร เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มก๊วนผูกกันเป็นเครือข่ายกับกลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่ารับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท
อาคม ซิดนีย์
arkomsydney@yahoo.com.au
copyright � arkomsydney 2007

รักนายหลวง

2 ทางเลือก ที่คุณจะยืน
1. อยู่ใต้ระบอบนี้ต่อไป ที่มีแต่ให้
2. อยู่ใต้ระบอบนายทุน 1 คน ที่มีแต่รับ

สัปปะเหร่อเฝ้าป่าช้า

"นิทานสื่อเรื่องเด็กวัดน๊อตหลุด"

มีเด็กวัดอยู่กล่มหนึ่ง (มีชื่อกล่มด้วยชื่อประชาไท-555) ไม่ค่อยชอบท่านสมภารเท่าไหร่ มันเลยทำทุกอย่างที่จะกระแซะสมภารให้ออกจากตำแหน่งให้ได้ ไม่ว่าจะตอดเล็กตอดน้อย กระแนะกระแหน กระทบกระเทียบ ท่านสมภาร มันไปเรื่อยๆ

อยู่มาวันหนึ่งความเกิดแตก เนื่องจากดันไปเชียร์ไอ้เด็กวัดอ้วนดำคนหนึ่งที่ไปแสดงออกต่อสาธารณชนว่า "กูไม่เอาหรอกโว้ยสมภารคนนี้" จนออกนอกหน้า จนกระทั่งไอ้เด็กวัดอีกกลุ่มหนึ่งที่ชื่อ (ยามเฝ้าแผ่นดิน) มันเลยเอาไปฟ้องชาวบ้าน

คราวนี้ไอ้เด็กวัดกลุ่มนี้จะทำยังไงเมื่อความแตก มันก็เลยอ้างไปข้างๆ คูว่ามันไม่ได้คิดอย่างนั้น มันแค่เมื่อยไม่อยากยืนเฉยๆ เป็นเสรีภาพของพวกมัน ด่าไอ้เด็กวัดที่ไปฟ้องว่า ชั่ว ว่าเลว เอาสมภารมาล้อเล่นบ้าง แต่งเรื่องเหมือนอีนังดาว (สยาม) อดีตนางร้ายประจำหมู่บ้าน

และด้วยความ พวกมันก็กลัวเที่ยวไปฟ้องผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคนนู้นบ้างคนนี้บ้าง ข้อมูลที่เอาไปให้ก็บอกไม่หมด ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนก็บ้าจี้ตามมัน เสียคนกันไปตามๆ กัน ถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้จะทำยังไง ทางออกทางเดียวก็คือ การหันไปประนามไอ้เด็กวัดกลุ่มนั้นที่ดันเอาเรื่องไปฟ้องชาวบ้าน ว่าอย่างนั้นว่าอย่างนี้ แล้วเกิดอาการน๊อตหลุดตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็ยังเสีย self ไม่หาย

ihere...

ขอโทษนะครับผมก็พอเข้าใจอยู่บ้างในเรื่องของความเคารพและศรัทธาของพวกท่าน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีทั้งความเคารพและศรัทธา แต่พวกท่านอย่าลืมสิครับเมื่อคนเรา คนๆหนึ่งมันก็ไม่เหมือนกัน ใช่ว่าเราจะออกมาจากรูเดียวกันซะที่ไหน ขอเถอะนะครับโปรดเข้าใจในความต่างของแต่ละคน อย่าเอามาเป็นประเด่นในเรื่องนี้ ผมไมได้เกี่ยงว่าจะยืนหรือไม่ยืน แต่ประเทศของเราก็มีพื้นที่ให้เราได้คิด หรือได้ทำเท่าๆกันไม่ใช่หรือครับ เอ๋ะ หรือว่าผมฝันไปคนเดียว หรือว่าผมยังไม่ศรัทธาและฉลาดพอเท่ากับพวกท่านๆ...

อภิปุญโญ

ผมยอมรับว่าหลายครั้งที่ผมมีความเห็นแตกต่างจากประชาไทอย่างสุดขั้ว และอีกหลายครั้งและหลายกรณีผมก็พร้อมที่จะโต้เถียงกับเพื่อนผู้ทำงานในประชาไทอย่างรุนแรง และตรงไปตรงมา (แต่เราก็ยังไม่เคยชกหน้ากันสักที)

แต่สิ่งที่ผมงงก็คือว่า เหตุใดสังคมของเราจึงมองว่าความเห็นที่แตกต่างมันจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้? และโทษของคนที่เห็นแตกต่างจึงต้องลงเอยด้วยการถูกกระทืบ

สำหรับครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ถูกปลูกฝังให้จงรักภักดีต่อสถาบันอย่างลึกซึ้งยืนยันได้ด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดับไว้อย่างเทิดทูน แต่ขณะเดียวกันสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวผมไม่ได้ปลูกฝังคือความนิยมในการทำร้ายร่างกายของผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง แม้กระทั่งในเรื่องของสถาบัน

ผมเกลียดทักษิณ...ที่ใช้กลวิธีการตลาดในการเรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากประชาชน ผมเกลียดการขายนโยบายที่ไม่ได้แตกต่างจากการโฆษณาโปรโมชั่นมือถือ เพื่อยืนยันว่าสินค้าของตัวเองดีที่สุด แล้วป้ายขี้ให้กับผู้อื่น แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ^*ฆ่ามันทิ้ง^* ซึ่งคือสิ่งที่กลุ่มคนผู้ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันกำลังต้องการจะให้มันเกิดขึ้น

ผมไม่อยากสูญเสียความศรัทธาในการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร เพราะครั้งหนึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในบรรยากาศในการเคลื่อนไหวในครานั้น แต่วิธีการในการกำจัดผู้ที่เห็นแตกต่างก็ทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจ และก็มีอีกหลายคนที่เริ่มไม่แน่ใจ

ผมเคยคุยกับเพื่อนสนิทไปหลายครั้งแล้วว่า สถานการณ์ในสังคมไทยทุกวันนี้สงสัยจะหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ยาก เพราะความสูญเสียมันคงเป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้ชาวบ้านทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเพียงเหยื่อ และเครื่องจักรสังหาร ที่ผู้มีอำนาจทั้งสองฝ่ายกำลังกดปุ่มให้เดินหน้าเข้าห้ำหั่นกัน

เมื่อถึงวันนั้นไอ้คนกดปุ่มทั้งสองฝ่ายมันก็จะเดินหน้าเข้าเจรจากันบนโต๊ะ แต่สำหรับพี่น้องประชาชนก็ต้องมานั่งร่ำไห้กับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในสงครามที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนจุดชนวน และมันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนักหากพวกเขาต้องพบว่า ศพของศัตรูที่อยู่ตรงหน้าที่แท้อาจจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้องของพวกเขาเอง

ผมไม่อยากให้ใครก็ตามต้องตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้ซึ่งนั่นหมายรวมถึงประชาไท

ขอให้กำลังใจกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในประชาไทครับ

พฤษภาคม 2551

พฤษภาคม 2551

เห็นข่าวหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 คน ไปประชุมกันที่ร้านอาหารอิตาเลียนแล้วทำให้นึกถึงเรื่อง God Father ที่บรรดาเจ้าพ่อมาเฟียทั้งหลายที่เป็นหัวโจกใหญ่สุด 5-6 คน มักจะประชุมกันเพื่อตกลงกันเรื่องผลประโยชน์และอำนาจ

ก็คงจะตกลงกันได้สมอารมณ์หมายไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้ออกมาแถลงข่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา รัฐบาลไม่เกี่ยว ว่าไปโน่น!

ก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยของเรานี้จะมีใครสักกี่คนที่ยังหลงเชื่อหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 คนนี้? เพราะที่ผ่านมานั้นพูดจาอะไรไว้แล้วเชื่อถืออะไรกันได้บ้าง?

คอลัมน์นี้ไม่มีวันเชื่อหัวหน้าพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคนี้เป็นอันขาด

เหตุที่ไม่เชื่อก็เพราะว่ามีคติในทางศาสนาอยู่ว่าคนทุศีลที่เคยโกหกประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่านั้นย่อมโกหกประชาชนได้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ไม่ต้องดูกันอื่นไกล แค่ไม่ถึง 12 ชั่วโมงหลังจากแถลงข่าวการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลก็มีข่าวกลุ่มมวลชนในเครือข่ายของรัฐบาลบุกสภา เพื่อยื่นญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยอ้างว่ามีประชาชนเข้าชื่อกัน 150,000 คน

แต่พอไม่ทันไร โฉมหน้าข่าวก็เปลี่ยนไปเป็นว่าเป็นแค่ยื่นร่างรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขให้กับ ส.ส. และ ส.ว. ในเครือข่ายของรัฐบาลเท่านั้น

แปลว่ายังชักเย่อกันไม่จบ และยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่

ดังนั้นในวันนี้จึงยังไม่รู้ว่าที่แถลงว่าเป็นเรื่องของสภานั้น พรรครัฐบาลจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง หรือว่าจะอาศัยมือมวลชนของรัฐบาลเป็นผู้ยื่นกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ เวลากำลังเนิ่นช้าออกไปโดยลำดับ

ส่อเค้าให้เห็นอย่างเลือนลางว่าคนที่บุญหล่นทับเสวยสุขอยู่ในขณะนี้อาจคบคิดกันเพื่อปล่อยเกาะคนบางคนให้เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเอาเองตามลำพังเสียแล้ว

การอาศัยมือมวลชนของรัฐบาลบังหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญหากเกิดขึ้นก็เป็นเพียงเล่ห์กลอุบายทางการเมืองเพื่อไม่ให้ ส.ส. ของรัฐบาลถูกถอดถอนเพราะกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเท่านั้น

เพราะกรณีเช่นนี้ใคร ๆ ก็รู้เท่าทันว่าในการล่ารายชื่อคนเป็นแสนคนนั้นย่อมแยกไม่ออกจากการขับเคลื่อนบงการของ ส.ส. กลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องบอกก็ต้องรู้ว่าเป็นพวกรัฐบาลนั่นแหละ

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มความเคียดแค้นชิงชังให้กับประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยว่าคนพวกนี้คิดย่ำยีฉีกรัฐธรรมนูญแล้วยังไม่พอ ยังคิดหลอกต้มประชาชนหรือดูถูกประชาชนซ้ำอีกเล่า!

และเท่าที่ปรากฏจากการแถลงข่าวของมวลชนกลุ่มนี้ก็ปรากฏว่าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันนั้น เนื้อหาทั้งหมดก็เหมือนกับที่คณะทำงานพรรคพลังประชาชนเคยพูดไว้คือเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ปรับปรุงให้สอดคล้องกับประโยชน์ของพรรคใหญ่มาใช้แทนรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยคงเหลือไว้เฉพาะบททั่วไปกับบทที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์เท่านั้น

เป้าหมายหลักเหมือนกันทุกประการ คือการตัดตอนไม่ให้คดีทุจริตเลือกตั้งและไม่ให้คดีทุจริตที่ คตส. สอบสวนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังแถมด้วยการทำลายล้างองค์กรอิสระเพื่อจะได้เข้าแทรกแซงอย่างที่เคยประพฤติปฏิบัติอีกด้วย

แต่ก็ต้องพูดไว้ในที่นี้ว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้บังเกิดมรรคผลเบื้องต้นแล้ว คืออาจทำให้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลไม่กล้าเข้าชื่อเสนอญัตติ แล้วต้องหันไปใช้เล่ห์กลให้ประชาชนเป็นเกราะบังหน้าแทน

และถ้าทำเช่นนั้นจริง ๆ ก็คงมีการกระชากหน้ากากให้เห็นเบื้องหลังกันต่อไปว่าใครบงการอยู่ข้างหลังเรื่องนี้?

แต่การเลือกวิธีการเช่นนี้ออกจะเสี่ยงอยู่เป็นอันมาก และคงยากที่จะทันต่อสถานการณ์ที่บีบรัดเจ้าของพรรคพลังประชาชน

เพราะกำหนดแล้วเสร็จคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองที่จะมีการสืบพยานนัดสุดท้ายในเดือนกันยายน ศกนี้ เป็นตัวบังคับ เพราะอาจมีการตัดสินคดีในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่ไม่มีคนอยากจะเสี่ยง

ดังนั้นถ้ามองกันในเชิงหมากรุก ระยะเวลาดังกล่าวจึงเป็นตัวกำหนดเกมให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแล้วเสร็จโดยเร็วก่อนที่จะมีการตัดสินคดี มิฉะนั้นก็ต้องเลือกทางเลือกอื่น คือต้องพึ่งตัวช่วยสุดท้ายได้แก่การยึดอำนาจหรือปฏิวัติตัวเอง

ทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะไม่ทันต่อสถานการณ์เล่า? ก็เพราะว่า

ประการแรก การเสนอแก้ไขโดยทางประชาชนเข้าชื่อนั้นต้องมีการตรวจสอบรายชื่อก่อน เมื่อครบถ้วนถูกต้องแล้วจึงจะบรรจุวาระการประชุมและเรียกประชุมรัฐสภาได้ ซึ่งการใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าชื่อถึง 150,000 คน นั้นอาจจะใช้เวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้

ความล่าช้าแบบนี้ย่อมไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองอาจตัดสินคดีไปก่อน และทำให้บางคนต้องเสี่ยงตะรางมากเกินไป

ประการที่สอง เมื่อเป็นการเสนอโดยประชาชนก็ต้องเสนอตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อกันเสนอกฎหมายของประชาชน

แต่ปรากฏว่าหลังจากรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้บังคับ ยังไม่มีกฎหมายที่ว่านี้ ที่มีอยู่เป็นกฎหมายที่ออกตามรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งไม่สอดคล้องกัน เพราะว่าในหมวดที่สองของกฎหมายดังกล่าวนั้น ประชาชนจะเสนอได้ก็เฉพาะร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามความในมาตรา 291 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 เลย

เมื่อไม่มีกฎหมายก็เสนอโดยประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาซึ่งขณะนี้ยังคงเป็นประธานวุฒิสภาทำหน้าที่อยู่ว่าจะรับเป็นญัตติหรือไม่รับเป็นญัตติ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 (1) วรรคสอง

ประการที่สาม การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทำตามใจชอบไม่ได้ เพราะมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ 2550 คือทำได้เฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น จะยกเลิกเสียเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งฉบับไม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่ารัฐธรรมนูญอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนเล็กน้อยโดยที่ไม่เปลี่ยนเนื้อหาใหญ่หรือเนื้อหาหลักที่ประชาชนได้ลงประชามติไว้

การเสนอแก้ไขเท่าที่ปรากฏในข่าวนั้นโดยผลก็คือฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 เกือบหมดทั้งฉบับ เหลือไว้เฉพาะบททั่วไปและบทว่าด้วยพระมหากษัตริย์เท่านั้น

นี่ไม่ใช่การแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่เป็นการฉีกหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ประชาชนได้ลงประชามติไว้ จึงอาจไม่เข้าเงื่อนไขที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาที่จะวินิจฉัยหรือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าญัตติแบบนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ก็ต้องใช้เวลานานโข ไม่ทันต่อสถานการณ์อีก

ประการที่สี่ รัฐธรรมนูญ 2540 นั้นถูกฉีกไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2544 คืออำนาจอธิปไตยทั้งสามถูกแย่งยึดมาอยู่ที่คนเพียงคนเดียว และอำนาจบริหารมีฐานะครอบงำรัฐสภาและอำนาจตุลาการจนเสียดุลไปหมด แม้องค์กรอิสระก็เดี้ยงไปหมด ทั้งกระบวนการยุติธรรมก็พินาศไปเกือบหมด

เคยมีคนพูดว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ตายแล้วก็มี หรือเคยพูดว่ามีการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทั้งฉบับแล้ว เหลืออยู่แต่บททั่วไปเท่านั้นก็มี ดังนั้นการเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้จึงเป็นการฟื้นระบอบเผด็จการทรราชเดิมนั่นเอง

แล้วมันจะไหวหรือ? แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่ทันกาลแน่ เพราะต้องไม่ลืมว่าอำนาจอธิปไตยทั้งหลายนั้นเป็นของปวงชน พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตยที่ว่านี้

รัฐบาล รัฐสภา และศาลเป็นแค่ตัวผ่านการใช้อำนาจเท่านั้น รัฐบาลอย่าได้เหิมเกริมว่าเป็นอำนาจของตนเองแล้วคิดอ่านจะใช้คนแค่ 300 คนย่ำยีบ้านเมืองอย่างไรก็ได้เป็นอันขาด

ดังนั้นหนทางการยืมมือมวลชนของรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงยังมีอุปสรรคขวากหนามและเสี่ยงต่อการไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ศาลฎีกาจะตัดสินคดี

พอ ๆ กับการที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจะเข้าชื่อแก้ไขเหมือนกัน เพราะในพลันที่เข้าชื่อกันยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระบวนการถอดถอนก็จะเกิดขึ้นคู่ขนานกันไป ในขณะที่อุปสรรคขวากหนามก็ยังเผชิญอยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด

และไม่ว่าจะใช้เล่ห์กลยืมมือมวลชนของรัฐบาลก็ดี หรือใช้ ส.ส. ของรัฐบาลในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ย่อมไม่สามารถหลอกลวงตบตาประชาชนข้างมากของประเทศได้

ไม่เห็นหรือว่านับวันความรู้ความเข้าใจในหมู่ประชาชนที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่พยายามผลักดันกันอยู่นี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่เพื่อประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่คนในทางส่วนตัวเท่านั้น

เขารู้กันทั้งนั้นแหละลุงว่าความบ้าคลั่งที่ถึงขนาดไม่แยแสไยไพแก้ไขความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎรที่ตกอยู่ในวิกฤตข้าวยากหมากแพงอย่างรุนแรง เอาแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียวนั้นก็เพื่อตัดตอนการโกงเลือกตั้งและการทุจริตไม่ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น

กระแสการต่อต้านจึงขยายตัวลุกลามออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันไหน ประชาชนที่เขาลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 กว่า 14 ล้านคน ก็ไม่ยอม

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเกิดการปะทะกันระหว่างมวลชนของรัฐบาลกับมวลชนที่รักชาติรักประชาธิปไตย และมุ่งพิทักษ์การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในวันนี้รัฐบาลยังคงเดินหน้าเข้าเกียร์ห้าอย่างเต็มที่ แต่ว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ให้มันแตกหักกันไปสักทางหนึ่งดีกว่าที่จะอึดอัดขัดใจกันอยู่อย่างนี้

คือแตกหักกันไปในทางที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเอาไว้ได้ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบสาธารณรัฐในที่สุดตามที่ท่านอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้พูดไว้หรือไม่

แล้วใครเขาจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ และใครจะยอมปล่อยให้คนไทยต้องนองเลือดกันถึงขนาดนี้เล่า เรื่องที่ใครไม่อยากให้เกิดขึ้นก็อาจเกิดขึ้น

เมื่อฝ่ายหนึ่งยากที่จะหาทางเลือกอย่างอื่นที่ทันต่อสถานการณ์และเวลา ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องการพิทักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเอาไว้ ในขณะที่รัฐบาลหุ่นก็เดินหน้าเข้าเกียร์ห้าเร่งสถานการณ์อย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อต่างฝ่ายต่างก็หาและพึ่งพาตัวช่วยแบบนี้ สถานการณ์ก็คงหนีเส้นทางปฏิวัติไม่พ้น!

การปฏิวัติจึงยังคงเป็นตัวช่วยตัวสุดท้ายของสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นการปฏิวัติแบบไหน คือ

แบบที่ดำรงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเป็นระบอบอื่น

การปฏิวัติบางทีก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เช่นเดียวกับเสียงข้างมากในสภาก็หาใช่ว่าจะดีงามเสมอไปไม่ มิฉะนั้นแล้วสารพัดชั่วจะครองเมืองได้หรือ!

หลงยุค

ที่นี้มีแต่พวกหลงยุค
1 หากินกับคำว่าประขาธิปไตย
2 หากินกับคำว่าเสรีภาพ
3 หากินกับคำว่าประชาชน
4 หากินกบคำว่าเผล็จการ
5 หากินกับคนตายในเหตุการทีผ่านพ้นไป
ไอ้พวกซำซากหลงอดีต จบกับอดีต
รู้จักมั้ยอนาคตน่ะ ....ฟายจริงๆๆๆ

upcountry old man

เข้ามาอ่าน "แม่นไหม ไม่ทราบ"

เห็นแว่บๆ ... "ขอที่เล็กๆให้เราได้ยืน และฝันบ้าง" เลยตามมาอ่าน
เพราะเคยดูละคร "ความฝันกลางเดือนหนาว" และประทับใจกับ quote นี้มากๆ

จริงๆ โดยส่วนตัว ไม่อยากแตะเรื่องโชติศักดิ์
เพราะเห็นเป็นเรื่อง"เอาไม้สั้น ไปรันขี้"
พูดกันแบบคนโตๆกันแล้ว .... ให้มองที่เจตนา
ที่สำคัญ นายคนนี้ไม่ได้สร้างวีรกรรมอะไร หรือทำคุณประโยชน์อะไรให้ใคร
การเข้าไปมีส่วนกับเรื่องแบบนี้มันไรสาระว่ะ
ปล่อยไปไม่นาน ก็คงลืม

ตรงนี้ไม่ทราบว่า ประชาไท/ฟ้าเดียวกัน มองเจตนาของโชติศักดิ์ ว่าอย่างไร
แต่ก็ได้เห็นข่าวมาบ้าง ว่า ประชาไท/ฟ้าเดียวกัน เป็นคนแรกๆ ที่เอาไม้สั้นไปรันขี้

คุณไปเล่นกับขี้ แล้วก็มาบอกว่า "ขอที่เล็กๆให้เราได้ยืน และฝันบ้าง"
มันเลยกลายเป็นที่เล็กๆกลางกองขี้ ... ซึ่งมันก็ต้องเหม็นเด่ะ จะบ่นไปทำไมอ่ะ ?

.....

ไปอ่านเจอโพสต์ของน้องอายุ 18 ปีคนนึง เขียนได้ดีมากๆ เลยฝากมาให้อ่านครับ

จริงๆ ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะมีระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ตั้งแต่ไหนแต่ไร
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากๆๆ
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้
พูดอีกนัยนึง ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเหมือนแค่ propaganda เท่านั้น
ซึ่งถ้าไม่นับคนเมืองที่มีการศึกษาแล้ว เรียกง่ายๆ คนไทยไม่รู้เรื่องแบบนี้เลย
ประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญ มีประชาธิปไตย มาก้นานแล้ว
แต่ทำไมผมถึงบอกว่าประเทศไทยยังไม่พร้อม
เนื่องด้วยว่า ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัติรย์เป็นประมุขของประเทศไทยไม่มีการพัฒนา ปรับปรุง ให้ไปเป็นในทิศทางที่ถูกที่ควร
พูดอีกนัยะหนึ่งก็คือ ไปเชื่อตามคนอื่นเขาว่า ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัติรย์เป็นประมุข เป็นการปกครองที่ล้าหลัง เชื่องช้า แต่หารู้ไม่ ว่า การปกครองแบบนี้ผมเชื่อว่าเป็นการปกครองที่ดีที่สุด เพราะอะไรครับ???
อนึ่ง คือ ไม่ใช่การเมืองอย่างเดียวที่มีอำนาจจะพาประเทศไปในทิศทางใดก้ได้ แต่ประมุขของประเทศถึงแม้จะไม่มีอำนาจในการเมือง แต่ก้เป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งประเทศเอาไว้เช่นเดียวกัน
ในข้อนี้อยากจะให้ลองมองข้ามคนเมืองไปอีกเช่นกัน คนที่อยู่บ้านนอก ข่าวสารเข้าไม่ถึง ก้จะมีพระมหากษัติรย์ของเราเป็นที่รัก ในทางขนานก้จะมีนักการเมืองกลุ่มนึงเป็นที่รักเช่นเดียวกัน
แต่มันกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในหลวงของเรา ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาล จนเป็นที่รักของคนทั้งประเทศ แต่ในทางกลับกันนักการเมืองแค่ควักเงินออกจากกระเป๋า และก้โปรยลงไป
จากตรงนี้ ก้คงสรุปได้คร่าวๆว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัติรย์เป็นประมุข
จะเป็นการปกครองที่ทรงคุณค่า และ เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบไปด้วยสามส่วน
หนึ่งคือ ประชาชน ต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในระบอบการปกครอง
สองคือ พระมหากษัติรย์ที่ดี ซึ่งในข้อนี้คงไม่มีข้อสงสัย หรือ คลางแคลงใจเลย ว่าประเทศไทยเรามีพระมหากษัตรย์ที่ทรงคุณค่าที่สุดเรียกว่าในโลกก้เป็นได้
สามคือ นักการเมืองที่ดี มีคุณภาพ และ ซื่อสัตย์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแทบจะนับคนได้ ซึ่งคนดีๆ ก้ต้องพ่ายแพ้พลังเงินไปย่อยยับนับครั้งไม่ถ้วน
กล่าวคือ ประเทศไทย ขาดอย่างเดียวคือ นักการเมืองที่มีคุณภาพจริงๆ

This text is produced by myself with deeply concern!! However, if this text has been misleading to some misunderstanding arise by itself or in any mean!! Please refer to that i am only 18 years old!!!
Anyhow, if there is some mistake, please do correct them as you wish!!!

18 yrs old young man!!

ก็แค่ตัวปัญหา

ทำไมคุณต้องขอที่ยืน
คุณยืนเหยียบหัวผู้อื่นมาตลอด
พวกประชาธิปไตยจอมปลอม

คนเดียวกับ 156

ถึงน้องอายุ 18 ในความเห็นที่ 155
อ่านแล้วฟังดูดีมากตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ
ในประโยคท้ายๆ ผมเข้าใจดังนี้ว่า
น้องคิดว่าชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นโง่ ซื้อได้ด้วยเงิน
น้องครับ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาฉลาดมากแล้วครับ
ถ้าทำงานไม่เป็น ให้เงินเขาก็รับ แต่เขาไม่เลือก มันถึงได้แพ้
และ
น้องครับ เมืองไทยไม่ได้ขาดแคลนนักการเมืองคุณภาพครับ
เมืองไทยขาดแคลนสื่อที่มีคุณภาพต่างหาก

((ท้าวคำหลาย))

ทำอย่างไรให้สังคมไทยเลิกขัดแย้ง

ขณะนี้ความขัดแย้งในสังคมบ้านเราดูจะบานปลายขยายตัวออกไปมากขึ้น หลังจากที่เคยขัดแย้งกันมาแล้วอย่างหนักเมื่อช่วงห้าหกปีที่ผ่านมาในยุคของรัฐบาลทักษิณ เรามองปัญหานี้กันอย่างไร และจะมีแนวทางอย่างไรที่จะแก้ปัญหานี้ให้ลดน้อยลงไปได้เพื่อประโยชน์สุขภายในบ้านเมืองของเรา ในท่ามกลางปัญหาหนักๆ หลายอย่างที่มีอยู่แล้ว
"กวักหัตถ์ ตรัสประภาษ" ส่งความเห็นมาให้คิดกันอย่างนี้
1. ทำไมสังคมไทยจึงเป็นสังคมแห่งความขัดแย้ง ?
เป็นสังคม "ไก่ตรุษจีน" จิกตีกันอยู่ในสุ่ม รอคนมาจับไปเชือด
เป็นสังคมที่พร่ำพูดและพยายามสร้าง "ความสมานฉันท์" ความปรองดองของคนในชาติ แต่ยังมองไม่เห็นทางเป็นไปได้ เป็นสังคมที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ตั้งป้อมยึดมั่นในเหตุผลของตนเองว่าเป็นฝ่ายถูก เหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่งผิด เป็นสังคมหลายมาตรฐาน
2. สาเหตุที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง ที่เป็นนิสัยประจำชาติ สั่งสมมานับร้อยๆ ปี ฝังเข้าไปในยีน จนกลายเป็น "นิสัยถาวร" และยังไม่มีการพยายามแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะเป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขามองไม่เห็นปัญหา ก็คือความไม่มีระเบียบวินัย ไม่ชอบปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับใดๆ หรือที่รู้จักกันดีก็คือ "ทำอะไรตามใจคือไทยแท้"คนไทยมีนิสัยเป็นปัจเจกบุคคล ถือตนเองเป็นใหญ่ ไม่ยึดในกฎ กติกา มารยาท คุณธรรม จริยธรรม ที่เป็นกติกาสากลอยู่ในสังคม แต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มจะตั้งกฎขึ้นมาเองเป็นมาตรฐานสำหรับใช้วัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และยึดถือว่ามาตรฐานนั้นเท่านั้นที่ถูกต้อง จึงกลายเป็นสังคมที่ทุกคนมีมาตรฐานของตน ที่คิดขึ้นมาเองเป็นสังคมหลายมาตรฐาน ไม่มีใครยอมใครเพราะใช้ตัวชี้วัดต่างกัน ขัดแย้งกันในทุกเรื่องเช่น ตำรวจจับมอเตอร์ไซค์ซ้อน 3 คน แต่ผู้ขี่ก็แย้งว่าผมถูกนะเพราะผมสวมหมวกกันน็อกทั้ง 3 คน หรือคนไทยกลุ่มหนึ่งเห็นว่าผู้นำรัฐบาลคนหนึ่งผิดเพราะ คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย มีผลประโยชน์ทับซ้อน ลิดรอนสิทธิสื่อมวลชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน ในขณะที่คนไทยอีกกลุ่มหนึ่งแย้งว่า แต่เขาก็มีนโยบายที่จะให้ประโยชน์แก่คนระดับรากหญ้า เงินทองที่มีปัญหาก็เป็นของเขาเอง เป็นต้น ในความเป็นจริงแล้ว กฎ กติกา ของบ้านเมืองมีอยู่ มารยาท คุณธรรม จริยธรรมมีอยู่ แต่คนไทยไม่มีนิสัยนำมาใช้ในชีวิตประจำวันกันเอง และเชื่อหรือไม่ว่าถ้าใครนำมาใช้จะประสบปัญหาอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่เขาไม่ประพฤติปฏิบัติกัน ด้วยข้ออ้างที่ว่าเป็นการปฏิบัติ "แบบไทยๆ" ไม่ต้องใช้กฎ กติกาอะไรผู้ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท จะขัดแย้งกับคนส่วนมากในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นการจราจรบนถนน การทำงานในที่ทำงาน การใช้สิ่งสาธารณะต่างๆ หรือแม้แต่การเล่นกีฬา (เช่น กอล์ฟ ซึ่งมีกฎ กติกา มารยาท กำกับค่อนข้างเข้มงวด) ฝรั่งเคยถามเพื่อนคนไทยว่า ถนนมี 3 ช่องทาง แต่ทำไมคนไทยขับ 5 ช่องทาง เส้นแบ่งเลนมีไว้ทำอะไรทำไมไม่ใช้ เพื่อนคนไทยตอบว่าในเมืองไทยใครนึกจะขับอย่างไรก็ขับได้ (ตามมาตรฐาน หรือกฎที่ตนคิดขึ้น และถือว่าเป็นกฎที่ถูกต้องเสมอ) ส่วนเส้นแบ่งเลน มีไว้สำหรับเวลาชนกัน เอาไว้สำหรับตำรวจใช้ตัดสินว่าใครผิด ใครถูก เท่านั้น ในกรณีนี้ ตัวอย่างของคนที่ปฏิบัติตามกฎ ด้วยการขับรถตรงช่องอยู่ในเลนที่แบ่งไว้บนถนน จะขัดแย้งกับรถรอบตัวอย่างรุนแรง เพราะทุกคนเขาต่อแถวกัน 5 แถว แต่คนนี้ขับรถแปลกไม่รู้อยู่แถวไหนกันแน่ สงสัยจะขับรถไม่เป็น หรือในหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษในไทย ก็มีชาวต่างชาติเขียนจดหมายแสดงความห่วงใย ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการที่ไทยอยากจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งต้องมีการปฏิบัติตามกฎของการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพราะรู้ว่าคนไทยทำไม่ได้ เป็นต้น ทำไม "นิสัยถาวร" นี้จึงอยู่ยั้งยืนยงมาหลายชั่วอายุคน ? คำตอบง่าย ๆ ที่รากเหง้าของปัญหาก็คือ คนไทยขาดการควบคุมที่เข้มงวดจากผู้รักษากฎหมาย และขาดการอบรมสั่งสอนให้เป็นคนมีระเบียบวินัย ยึดมั่นในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ "นิสัยถาวร" นี้จะแสดงออกเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เวลาไปอยู่เมืองนอกจะปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ อย่างตัวลีบเคร่งครัด
เพราะผู้รักษากฎหมายเมืองนอกเอาจริง และมีระบบตรวจจับที่มีประสิทธิภาพ แม้แต่คนของเขาเองส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบปฏิบัติตามกฎ ก็ไม่กล้าทำผิด เพราะถูกจับและถูกลงโทษแน่นอน
การที่คนไทยแต่ละคนไม่ยึด "หลักการ" ยึดแต่ "หลักกู" จึงทำให้ไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ จึงเป็นที่มาของการที่คนไทยต้องมี "หัวหน้า" ในทุกเรื่อง เพราะทุกคนจะยอมสละ "หลักกู" ไปใช้ "หลักของหัวหน้า" จะเป็นด้วยเกรง "บารมี" หรือเพราะ "ผลประโยชน์ร่วมกัน" ก็แล้วแต่
ฉะนั้นคำว่า "แล้วแต่นายครับ" จึงเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะในเมืองไทย ที่ปฏิบัติกันแพร่หลาย ซึ่งถ้านาย หรือหัวหน้าใช้ "หลักการ" ที่เป็นธรรมก็ดีไป แต่ถ้านายใช้"หลักกู" ของนายเองที่ไม่เป็นธรรม ก็นำพาองค์กร หรือประเทศชาติเข้ารกเข้าพงอย่างที่เคยปรากฏมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ท้าวำหลาย (ป.ลาว)

[emo16.gif]

เราเอง

สั้นๆ ว่า "ให้กำลังใจนะเพื่อน"

บอล

ผมว่าบ้านเราขาดทั้งนักการเมืองและสื่อคุณภาพครับ

เพราะคุณภาพจะลดลงเสมอด้วยอำนาจ และเงิน ^^

สงสัยจัง

แล้วตกลง ‘โชติศักดิ์’ โดนกระทืบ หรือยัง ยังไม่เห็นมีข่าวเลย ชอบคิดกันไปเอง แล้วก็ว่าคนอื่นเขาเลว ถ้าเป็นผมไม่กระทืบให้เจ็บเท้าหรอก มันไร้ค่าเกินไป เก็บเงินเสียค่าปรับไว้กินขนมดีกว่า ใหญ่แต่ตัวใจปลาซิวอย่าออกมาเรียกร้องอะไรให้สังคมเลย คนพวกนี้ถ้ามีการเดินขบวนก็ได้แต่หลบอยู่หลังคนอื่น

"ขอร้องใจไม่ึถึงแล้วอย่าซ่าส์ ลูกผู้ชายตัวจริงเขาไม่กลัวกะอีแค่เสียงคนขู่หลอก" (อายุผมน่าเท่า ‘โชติศักดิ์’ เลยขอบอก)

แค่ขำ 555+

สงสัยจัง

ถึงคุณ
คนเดียวกับ 156

ถึงน้องอายุ 18 ในความเห็นที่ 155
อ่านแล้วฟังดูดีมากตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ
ในประโยคท้ายๆ ผมเข้าใจดังนี้ว่า
น้องคิดว่าชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นโง่ ซื้อได้ด้วยเงิน
น้องครับ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาฉลาดมากแล้วครับ
ถ้าทำงานไม่เป็น ให้เงินเขาก็รับ แต่เขาไม่เลือก มันถึงได้แพ้
และ
น้องครับ เมืองไทยไม่ได้ขาดแคลนนักการเมืองคุณภาพครับ
เมืองไทยขาดแคลนสื่อที่มีคุณภาพต่างหาก

แนวบ้านหนูเวลาเลือกตั้ง ชาวบ้านเขาถามว่า "ให้เงินเ่ท่าไร" ผมอยู่อ้อมน้อย สมุทรสาครอ่ะ

"อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดเหมือนที่คุณคิด ตัวผมก็คิดเหมือนคุณ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเหมือนคุณกะผม ชาวบ้านเขาคิดเพียงแค่ว่า เงินมาเรากากเท่านั้นแหละ เพราะเขาถือสัทจะคือเรื่องใหญ่"

ตราบใดที่การศึกษา ยังเป็นเช่นนี้ เมืองไทยมันก็แค่นี้แหละ ผมว่ามาเรียกร้องเรื่องนี้ดีก่อนไหม เรียกร้องขอทีวี 1 ช่อง เพื่อเป็นช่องการศึกษาจะมีประโยนช์กว่านะครับพวกคนรักประชาไท

คำพูดคุณ 162 คือคำตอบ

อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดเหมือนที่คุณคิด

คุณคิดว่าคนอื่นส่วนใหญ่ ซื้อได้ด้วยเงินหรือ?
คุณแน่ใจหรือว่าที่เขาบอกว่าเงินไม่มา กาไม่เป็น
เขาไม่ได้หลอกคุณ?

เขาอาจมี สส ในใจแล้วก็ได้
แต่ใครให้เงินมา เขาก็รับ ก็แค่นั้น

ชาวบ้าน จะเลือกใคร โดยรับเงิน หรือไม่
อย่างน้อยมันเป็นสิทธิของเขา
จะผิดกฏหมายเลือกตั้ง หรือไม่ ว่าไปตามกฏหมาย

แต่

จะอ้างว่าเพราะ เขาการศึกษาด้อยกว่าคุณหรือผม
ฟังไม่ขึ้นครับ

ถ้าประชาไท ไม่เข้าใจคำว่า "สิทธิ"
ก็อย่าพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยเถอะครับ

สงสัยจัง

ถึง 163
สมควรแล้วล่ะที่คิดได้เท่าที่คุณกำลังคิด ผมไม่ได้พูดเรื่อง "ชาวบ้านเขาด้อยการศึกษาด้อยกว่าผมหรือคุณ"

แต่ผมกำลังพูดถึงว่า ในเมื่อเมืองไทยมันชอบพูดกันกันว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน แล้วทำไมประชาชนไมคิด่เรียกร้องที่จะมีทีวีซักช่อง เพื่อเป็นทีวีเพื่อให้ความรู้และการศึกษา จ้างครูที่เป็นติวเตอร์ที่มีชื่อเสียง ดังๆ ที่เด็กไทยต้องเสียเงินไปนั่งติวทุกเสาร์-อาทิตย ให้อ.พวกนี้มาติวผ่านฟรีทีวีช่องใหม่ไปเลย เพราะเด็กที่ไม่มีเงินหรือคนต่างจังหวัดที่ไม่มีโอกาศเหมือนเด็กในเมืองซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ จะได้รับความเท่าเทียมอย่างที่พวกคุณชอบใช้ ผมอยากให้ทุกคนออกมาเรียนร้องตรงนี้มากกว่า เพราะคุณกะผมมันอยู่ในประเทศนี้ได้อีกไม่นานนักรอ การสร้างปัญญาความรู้ให้เด็กรุ่นใหม่ต่างหากที่สำคัญ คุณเคยดูช่องผ่านดาวเทียมไกลกังวลบ้างไหม หรือว่าไม่เคยสนใจสิ่งที่กษัตริย์ทำเลย จ้องแต่จะหาทางตรวจสอบพระองศ์อย่างเดียว อย่างช่องพวกนี้คนทั่วไปไม่มีโอกาศได้ด ต้องติดจานถึงจะได้ดูู ผมจึงอยากให้มีทีวีปรเภทนี้ซักช่องก็ยังดี ที่เป็นฟรีทีวี ทีคนมีเพียงเสาก้างปลาก็สามารถรับชมได้

ประเด็นที่ผมหยิบยกมาเขียนเพราะผมคิดเรื่องแบบนี้ มิใช่ยกขึ้นมาเพื่ดูถูกเรื่องการศึกษา่

ซึ่งเรื่องเหล่านี้นักการเมืองทั้งหลายเขาคงไม่ทำหลอก เพราะพวกคนเหล่านี้ต้องการ ให้ประชาชนโง่ เพื่อที่จะกดหัวและหลอกได้ง่ายๆ จึงเป็นหน้าที่ขอประชาชนทุกคนออกมาเรียกร้องตรงนี้ดีกว่า และจะเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติมากกว่าในอนาคตข้างหน้า ดีกว่าจะมานั่งตรวจสอบสถาบัน

เข้าใจสิ่งมที่ตูเขียนไหมเงี้ย

"คุณคิดว่าคนอื่นส่วนใหญ่ ซื้อได้ด้วยเงินหรือ"

ถ้าไม่หลอกตัวเองมากไปคุณก็เห็นอยู่แล้ว ไม่ต้องถามผมหลอก

หรือทุกวันนี้ที่คุณทำงาน คุณไม่อยากได้เงิน สร้างคุณตอบว่าคุณทำเพราะคุณมีความสุขกับการทำงาน คุณก็อย่ารับเงินจากงานที่คุณทำซิ การจัดสัมมนาของนักวิชาการที่พวกคุณต่างนับถือและศรัทธาแต่ละครั้งไม่ใช้เงินหรือผมถามแค่นี้ ทุกคนมันก็อยู่ด้วยเงินกันทั้งนั้นแหละ ถ้าคุณศรัทธาจริงก็ทำด้วยใจซิ อย่าไปรับเงินจาก NGO

"ชาวบ้าน จะเลือกใคร โดยรับเงิน หรือไม่
อย่างน้อยมันเป็นสิทธิของเขา"

มันก็เป็นสิทธิ์ ของคุณที่จะคิดเช่นนี้ และมันก็เป็นสิทธิ์ของผมเช่นกันที่จะคิดอย่าที่ผมคิด

"ก็เพราะว่ามันเป็น"""สิทธิ์"""ิ์ อย่างที่คุณบอกไงครับ

(ถ้าผิดพลาดประการใดก็ของอภัยด้วย เพราะผมไม่ใช๋ ดร.น่ะครับ หวังว่าคงเข้าใจในสิ่งที่ไอ้กระผมนำเสนอนะครับ อย่าคิดอะไรให้มากมากนัก คิดให้ได้แค่ว่าเราจะมีชีวิตอยบนใบนี้โลกต่อไปยังไง ในขณ ใบู่ในขณะที่โลกนี้กำลังจะเรียกคืนสิ่งที่มนูษย์ได้กระทำไว้กับธรรมชาติ
"ยังมีประโยชน์เสียกว่า คิดยังได้หรือยังว่าถ้าไม่มีโลกใบนี้แล้วจะไปอยู่ที่ไหนกัน"
สบายใจแล้ว "รักน่ะทุกคน" ไม่ว่าจะคิดเหมือนหรือแตกต่าง ี(หวังว่าคงเข้าใจ)

คนเดิมแหล่ะ

ผมอ่านและเข้าใจในสิ่งที่คุณพูดครับ
แต่แค่ผมคิดไม่เหมือนกันกับคุณ ก็แค่นั้นครับ
ความงดงามของประชาธิปไตย
คือ
การคิดเห็นที่แตกต่างได้ ชนชั้นแตกต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก และไม่แบ่งแยก

สุดท้าย ถ้าถ้อยคำผมออกไปทางปรักปรำหรือ ก้าวร้าว คุณ 164 ก็ขออภัยจริงๆครับ

น้อย โชตินิติธรรม

วางปืน

ยืนตรง

นั่งลง

กราบองค์พระ

ละสิ้นซึ่งกิเลส

เหตุให้เกิดโลภ โกรธ หลง

ปลงซะเถอะ...พ่อจำเนียน ฯลฯ

คำท่านพุทธทาสบอกไว้ว่า...
..........
................
อยากรู้โลกภายนอกมองออกไป
อยากรู้โลกภายในให้มองตน
ฯลฯ

ขอฝากอีกนิด...
มองไม่เป็น ก็ไม่เห็นศิลปะ
กองขยะมองให้ดีก็มีศีล
มองไม่เห็นก็ไม่เป็นศิลปิน
ความชาญชินเหนือกว่าศิลป์ปริญญา ฯลฯ