ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : "ปราสาทเขาพระวิหาร" กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม

                                                             มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

                                          ท่าพระจันทร์  จังหวัดพระนคร

                              สยามประเทศ (ไทย)

                          

                           20 มิถุนายน 2551

 

เรื่อง      "ปราสาทเขาพระวิหาร-กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง-ลัทธิชาตินิยม"

ถึง         นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกัลยาณมิตร

จาก       ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

 

            สืบเนื่องจากการที่ประเด็นเรื่องของ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองในการโค่นล้มรัฐบาลของ นรม. สมัคร สุนทรเวช และ "ระบอบทักษิณ" ทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นปัญหาของการเมืองภายใน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาด้วยนั้น เรื่องนี้จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำความเข้าใจที่มาและที่ไปของเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทางประวัติศาสตร์ และทางรัฐศาสตร์การเมือง ดังนั้น จึงขอบรรยายตามลำดับ ดังต่อไปนี้

 

 

(1)

"ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นส่วนหนึ่งของ "ประวัติศาสตร์แผลเก่า" ระหว่าง "ชาติไทย" กับ "ชาติ กัมพูชา" ระหว่าง "ลัทธิชาตินิยมไทย" และ "ลัทธิชาตินิยมกัมพูชา" แม้จะเกิดมานานเกือบ 50 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นบาดแผลที่ไม่หายสนิท จะปะทุพุพองขึ้นมาอีก และถูกนำมาใช้ทางการเมื่อไรก็ได้ ในด้านของสยามประเทศ (ไทย) "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นส่วนหนึ่งของ "การเมือง" และ "ลัทธิชาตินิยม" ในสกุลของ "อำมาตยาเสนาธิปไตย" ที่ถูกปลุกระดมและเคยเฟื่องฟูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และถูกตอกย้ำสมัย "สงครามเย็น" ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (และก็ถูกสืบทอดโดยจอมพลถนอม กิตติขจร และบรรดานายพลและอำมาตยาธิปไตยรุ่นต่อๆ มา)

 

 

 

ภาพมุมสูง  ปราสาทเขาพระวิหารจากฝั่งประเทศไทย

 

 

 ภาพมุมสูง  ปราสาทเขาพระวิหารจากฝั่งประเทศกัมพูชา

 

 

(2)

"ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม "บรรพชนของขะแมร์กัมพูชา (ขอม) แต่โบราณ" ที่อาศัยอยู่ทั้งในกัมพูชาปัจจุบัน และในภาคอีสานของเรา ขะแมร์กัมพูชา เป็นชนชาติที่มีความสามารถยิ่งในการสร้าง "ปราสาท" ด้วยหินทรายและศิลาแลง ต่างกับชนชาติไทย ลาว มอญ พม่าที่สร้าง "ปราสาท" ด้วยอิฐและไม้ ความสามารถและความยิ่งใหญ่ของขะแมร์กัมพูชา (โบราณ) เทียบได้กับชมพูทวีป กรีก และอียิปต์ สุดยอดของขะแมร์กัมพูชา คือ Angkor หรือ "ศรียโสธรปุระ-นครวัด-นครธม"

 

ขะแมร์กัมพูชา ก่อสร้างปราสาทบนเขาพระวิหารติดต่อกันมายาวหลายรัชสมัย กว่า 300 ปี ตั้งแต่กษัตริย์ "ยโสวรมันที่ 1" ถึง "สุริยวรมันที่ 1" เรื่อยมาจน "ชัยวรมันที่ 5-6" จนกระทั่งท้ายสุด "สุริยวรมันที่ 2" และ "ชัยวรมันที่ 7" จากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 (หรือจากพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 หรือก่อนสมัยสุโขทัย 300 ปีนั่นเอง)

 

"ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นเสมือนเทพสถิตย์บนขุนเขา หรือ "ศิขเรศร" เป็น "เพชรยอดมงกุฎ" ขององค์ศิวะเทพ (พระอิศวร) ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเทือกเขาพนมดงรัก  ("พนมดงแร็ก" ในภาษาขะแมร์ แปลว่าภูเขาไม้คาน ซึ่งสูงจากพื้นดินกว่า 500 เมตร และเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 600 เมตร ปัจจุบันตั้งอยู่ใน (เขต) จังหวัด "เปรียะวิเฮียร" (Preah Vihear) ของกัมพูชา

 

 

(3)

"ปราสาทเขาพระวิหาร" น่าจะถูกทิ้งปล่อยให้ร้างไปเมื่อหลังปี พ.ศ. 1974 (ค.ศ. 1431) คือภายหลังที่กรุงศรียโสธรปุระ (นครวัดนครธม) ของกัมพูชา "เสียกรุง" ให้แก่กองทัพของกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยของพระเจ้าสามพระยา) ขะแมร์กัมพูชาต้องหนีย้ายเมืองหลวงไปอยู่ละแวก อุดงมีชัย และพนมเปญ ตามลำดับ และ "หนีเสือไปปะจระเข้" คือเวียดนามที่ขยายรุกเข้ามาทางใต้ปากแม่น้ำโขง

 

แต่ประวัติศาสตร์โบราณเรื่องนี้ ไม่ปรากฏมีในตำราประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาฯ ของไทย (หรือของเวียดนาม) ดังนั้นคนในสยามประเทศ(ไทย) ส่วนใหญ่จึงรับรู้แต่เพียงเรื่องการ "เสียกรุงศรีอยุธยา" (พ.ศ. 2112 และ 2310) แต่ไม่รู้เรื่องของ "เสียกรุงศรียโสธรปุระ" (พ.ศ. 1974)

 

ทั้งกัมพูชาและสยามประเทศ(ไทย) คงลืมและทิ้งร้าง "ปราสาทเขาพระวิหาร" ไปประมาณเกือบ 500 ปี จนกระทั่งฝรั่งเศสเข้ามาล่าเมืองขึ้นในอุษาคเนย์ ได้ทั้งเวียดนาม ทั้งลาว และกัมพูชา ไปเป็น "อาณานิคม" ของตน และก็พยามยามเขมือบดินแดนของ "สยาม" สมัย ร.ศ. 112 (พ.. 2436) ถึงขนาดใข้กำลังทหารเข้ายึดเมืองจันทบุรี และเมืองด่านซ้าย (ในจังหวัดเลย) ไว้เป็นเครื่องต่อรองอยู่ 10 กว่าปี

 

 

(4)

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ที่พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จยุโรปเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งที่ทรงแต่งเรื่อง "ไกลบ้าน") จึงได้ทรงลงนามสัตยาบันในสัญญากับประธานาธิบดีฝรั่งเศส แลกเปลี่ยนยกดินแดนเสียมเรียบ (อันเป็นที่ตั้งของนครวัดนครธมหรือกรุงศรียโสธรปุระ) กับพระตะบอง และศรีโสภณให้กับฝรั่งเศส ทั้งนี้โดยการแลก "ตราด และด่านซ้าย (เลย)" กลับคืนมา (ครบรอบ 101 ปีในปี 2551 นี้) จันทบุรีนั้นฝรั่งเศสคืนมาให้ก่อนเมื่อ พ.. 2447

 

เมื่อถึงตอนนี้นั่นแหละที่เส้นเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส ทางด้านทิศตะวันออกของประเทศเรา มีพรมแดนและเส้นเขตแดนติดกัมพูชาและลาวอย่างที่เรารับรู้กันในปัจจุบัน และตัวปราสาทเขาพระวิหาร ก็ถูกขีดเส้นแดนให้ตกเป็นของฝรั่งเศส ดังนั้นเมื่อกัมพูชาได้รับเอกราช จึงอ้างสิทธิในการครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร

 

กล่าวโดยย่อในสมัยของรัชกาลที่ 5 ที่มีสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ เป็นเสนาบดีมหาดไทยนั้น ฝ่าย "รัฐบาลราชาธิปไตยสยาม" ได้ยอมรับเส้นเขตแดนที่ถือว่าปราสาทเขาพระวิหาร ขึ้นอยู่กับฝรั่งเศสไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันโดยสันติ และที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อเป็นหลักประกันในการรักษา "เอกราชและอธิปไตย" ส่วนใหญ่ของสยามประเทศเอาไว้

 

และดังนั้น เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ในปี พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) เมื่อทรงดำรงตำแหน่ง "อภิรัฐมนตรี" ในสมัยรัฐบาลของรัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเสด็จไปทอดพระเนตรทั้งปราสาทเขาพนมรุ้ง และปราสาทเขาพระวิหาร จึงทรงขออนุญาตฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ที่จะขึ้นไปทอดพระเนตร "ปราสาทเขาพระวิหาร" ที่อยู่ภายใต้ธงไตรรงค์ของฝรั่งเศส (และนี่ ก็คือหลักฐานอย่างดีที่ทำให้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช และ ม.จ. วงษ์มหิป ชยางกูร ทนายและผู้แทนของฝ่ายรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่อ่อนข้อมูลและหลักฐานจดหมายเหตุ ต้องแพ้คดีปราสาทเขาพระวิหารเมื่อ 15 มิถุนายน 2505)

 

 

(5)

กาลเวลาล่วงไปจนถึงสมัยสิ้นสุดระบอบ "ราชาธิปไตย" ภายหลังการปฏิวัติ 2475 เรื่องของ "ปราสาทเขาพระวิหาร" กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นประเด็นครุกรุ่นทางการเมืองมาแล้ว 2 ครั้ง (ก่อนครั้งที่ 3 ของการ "โค่นรัฐบาลสมัคร" ในสมัยนี้) คือครั้งแรก สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม (ปีกขวาของคณะราษฎร) และครั้งที่สอง สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยุคสงครามเย็น (ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และต่อต้านนโยบายเป็นกลางของกัมพูชาสมัยพระเจ้านโรดม สีหนุ)

 

ในครั้งแรก สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามนั้น สืบเนื่องมาจากการปฏิวัติประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งเมื่อ "คณะราษฎร" ยึดอำนาจได้แล้วแม้จะโดยปราศจากความรุนแรงและนองเลือดในปีแรกก็ตาม แต่ก็ประสบปัญหาในการบริหารปกครองประเทศอย่างมาก เพราะเพียง 1 ปีต่อมาก็เกิด "กบฏบวรเดช" พ.ศ. 2476 (ที่นำด้วยพระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกลาโหมของรัชกาลที่ 7 และพระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ ผู้เป็นตาของพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์) เกิดการนองเลือดเป็น "สงครามกลางเมือง" และส่งผลให้รัชกาลที่ 7 ถึงกับสละราชสมบัติในปี พ.ศ. 2477 และประทับอยู่ที่อังกฤษจนสิ้นพระชนม์

 

ในท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองนั้น รัฐบาลพิบูลสงคราม หันไปพึ่ง "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" ปลุกระดมวาทกรรม "การเสียดินแดน 14 ครั้ง" ให้เกิดความ "รักชาติ" ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น

 

-24 มิถุนายน 2482 รัฐบาลเปลี่ยนนามประเทศจาก "สยาม" เป็น "ไทย"

-(แล้วเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรให้เป็น "ไทยๆ" ซึ่งรวมทั้ง

-พระไทยเทวาธิราช -ธนาคารไทยพาณิชย์ -ปูนซิเมนต์ไทย)

 

รัฐบาลปลุกระดมเรียกร้องดินแดนจากฝรั่งเศส (คือดินแดนที่ได้ตกลงแลกเปลี่ยนกันไปแล้วในสมัยรัชกาลที่ 5) ในเดือนตุลาคม 2483 ผลักดันให้นิสิตนักศึกษาทั้งจุฬาฯ และ มธก. เดินขบวนเรียกร้องดินแดน "มณฑลบูรพา" และ "ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง"

 

จนในที่สุดก็เกิดสงครามชายแดน รัฐบาลส่ง "กองกำลังบูรพา" ไปรบกับฝรั่งเศส ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ญี่ปุ่น "มหามิตรใหม่" เข้ามาไกล่เกลี่ยบีบให้ฝรั่งเศส (ซึ่งตอนนั้นเมืองแม่หรือปารีสในยุโรปอ่อนเปลี้ยถูกเยอรมนียึดครองไปเรียบร้อยแล้ว) จำต้องยอมยกดินแดนให้ "ไทย" สมัยพิบูลสงคราม (ทำให้นายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม กระโดดข้ามยศพลโท-พลเอก กลายเป็นจอมพลคนแรกในยุคหลัง 2475)

 

 

 

ตราจังหวัดพิบูลสงคราม

รูปอนุสาวรีย์ไก่กางปีก ระยะเวลาการใช้ พุทธศักราช 2482-2489

 

และนี่ก็เป็นที่มาที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ดินแดนทั้งเสียมเรียบ (ที่ถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆว่า จังหวัดพิบูลสงคราม) พระตะบอง ศรีโสภณ จำปาศักดิ์ (ซึ่งรวมทั้งที่อยู่ในลาว และอยู่ในบริเวณพนมดงรัก เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร และเมืองจอมกระสาน) ตลอดจนถึงไซยะบูลี (จังหวัดนี้อยู่ตรงข้ามหลวงพระบาง และถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆ คือ จังหวัดลานช้าง คำว่า "ลาน" ในสมัยนั้นยังไม่มีไม้โท)

  

 

 

ตราจังหวัดพระตะบอง
รูปพระ
ยาโคตรบองเงื้อกระบองทำท่าจะขว้าง ระยะเวลาการใช้ พุทธศักราช 2484-2489                         

 

ตราจังหวัดลานช้าง 

รูปโขลงช้างยืนอยู่กลางลานกว้าง  ระยะเวลาการใช้ พุทธศักราช 2484-2489
             

                                                                                                                                   

หมายเหตุ หมายเลข 1 จังหวัดพระตะบอง

             หมายเลข 2 จังหวัดพิบูลสงคราม

             หมายเลข 3 จังหวัดจำปาศักดิ์

 

 

 

 

            แผนที่ดินแดนในอินโดจีนของฝรั่งเศสที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามยึดได้มาเมื่อปี พุทธศักราช 2484 คือ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดพิบูลสงคราม และจังหวัดนครจำปาศักดิ์ ในกรณีของจังหวัดพิบูลสงครามนั้น คือจังหวัดเสียมเรียบของกัมพูชาเดิมนั่นเอง แต่ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็นของไทย ในกรณีของจังหวัดจำปาศักดิ์นั้น รวมอาณาบริเวณทางตอนใต้ของเทือกพนมดงรัก เช่น ปราสาทเขาพระวิหารและเมืองจอมกระสาน ฯลฯ

 

 

 

และก็ในตอนนี้นั่นแหละที่ทั้งปราสาทและเขาพระวิหาร กลับมาสู่ความสนใจและความรับรู้ของคนไทย รัฐบาลพิบูลสงคราม ดำเนินการให้กรมศิลปากร (ซึ่งในสมัยหลังการปฏิวัติ 2475 ได้หลวงวิจิตรวาทการ นักอำมาตยาเสนาชาตินิยม มือขวาของจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นอธิบดี หลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) ทั้งพูด ทั้งเขียน ทั้งแต่งเพลงแต่งละคร ปลุกใจให้รักชาติ) ได้จัดการขึ้นทะเบียนให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นโบราณสถานของไทย โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2483 (เราไม่ทราบได้ว่าในตอนนั้น ฝรั่งเศสในอินโดจีนจะทราบเรื่องนี้ หรือประท้วงเรื่องนี้หรือไม่)

 

ในสมัยดังกล่าวนี้แหละ ที่รัฐบาลพิบูลสงคราม ชี้แจงต่อประชาชนว่า "ได้ปราสาทเขาพระวิหาร" มา ดังหลักฐานในหนังสือ "ประเทศไทยเรื่องการได้ดินแดนคืน" ของกองโฆษณาการงานฉลองรัฐธรรมนูญ พ.. 2484 สมัยนั้น มีรูปปราสาทเขาพระวิหารพิมพ์อยู่ด้วย พร้อมด้วยคำอธิบายภาพว่า "ปราสาทหินเขาพระวิหาร ซึ่งไทยได้คืนมาคราวปรับปรุงเส้นเขตแดนด้านอินโดจีนฝรั่งเศส และทางการกำลังจัดการบูรณะให้สง่างามสมกับที่เป็นโบราณสถานสำคัญ"

 

 

(6)

สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วย "มหามิตรญี่ปุ่น" ปราชัยอย่างย่อยยับ รัฐบาลพิบูลสงครามก็ล้ม ซึ่งก็หมายถึงว่า "ไทย" จะต้องถูกปรับเป็นประเทศแพ้สงครามด้วย ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษที่เสียทั้งดินแดนและผลประโยชน์ให้กับไทย ก็ต้องการ "ปรับ" และเอาคืน

 

โชคดีของสยามประเทศ (ไทย) (ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อในภาษาอังกฤษกลับเป็น Siam ได้ชั่วคราว) ที่มีทั้งมหาอำนาจใหม่ คือ สหรัฐฯ สนับสนุน และมีทั้ง "ขบวนการเสรีไทย" ภายใต้การนำของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ที่กู้สถานการณ์เจรจาต่อรองกับฝ่ายสัมพันธมิตร ให้การประกาศสงครามของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และการเข้าร่วมกับญี่ปุ่น กลายเป็นโมฆะหรือ "เจ๊า" กับ "เสมอตัว" ไม่ต้องถูกปรับมากมายหรือถูกยึดเป็นเมืองขึ้นอย่างญี่ปุ่นหรือเยอรมนี

 

แต่รัฐบาลใหม่ของไทยที่เป็นฝ่ายเสรีประชาธิปไตย (ค่ายปรีดี พนมยงค์) ก็ต้องคืนดินแดนที่ไปยึดครองมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดินแดนในอินโดจีนของฝรั่งเศสที่กล่าวข้างต้น แต่ยังรวมถึงเมืองขึ้นของอังกฤษที่รัฐบาลพิบูลสงครามยึดครองและรับมอบมา เช่น เมืองเชียงตุง เมืองพานในพม่า หรือ 4 รัฐมลายู (ที่เคยถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นไทยๆ อย่างสวยหรูชั่วคราวว่า "สี่รัฐมาลัย" คือ กลันตัน ตรังกานู ปะลิส และเคดะห์) 

 

แต่ก็ในตอนนี้อีกนั่นแหละที่ระเบิดเวลา "ปราสาทเขาพระวิหาร" ถูกวางไว้อย่างเงียบๆ กล่าวคือ ตัวปราสาทหาได้ถูกคืนไปไม่ และต่อมารัฐบาลอำมาตยาเสนาธิปไตยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม (ซึ่งคืนชีพมาด้วยการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 ภายใต้การนำของพลโทผิน ชุณหะวัณ ร่วมด้วยช่วยกันจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายควง อภัยวงศ์) ได้ส่งกองทหารไทยให้กลับขึ้นไปตั้งมั่นและชักธงไตรรงค์อยู่บนนั้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497 (1954)

 

กล่าวได้ว่า ความห่างไกลและความกันดารของทั้งตัวภูเขาและตัวปราสาทในสมัยนั้น และเพราะการที่เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ต้องพะวงกับสู้รบปราบปรามขบวนการกู้ชาติของเวียดนาม กัมพูชา และลาว ก็ไม่ทำให้เรื่องของปราสาทเขาพระวิหารเป็นข่าว หรืออยู่ในความรับรู้ของผู้คนโดยทั่วๆ ไป

 

 

(7)

ระเบิดเวลาลูกนี้ระเบิดขึ้น เมื่อกัมพูชาได้เอกราชในปี พ.ศ. 2496 (1953) อีก 6 ปีต่อมา พระเจ้านโรดมสีหนุซึ่งทรงเป็นทั้ง "กษัตริย์และพระบิดาแห่งเอกราช" และ "นักราชาชาตินิยม" ของกัมพูชา ก็ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลโลก (International Court of Justice) เมื่อ 6 ตุลาคม 2502 (1959)

 

รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ที่ทำปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม) แต่งตั้ง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช (อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) เป็นทนายสู้ความ รัฐบาลสฤษดิ์ ปลุกระดมให้ประชาชน "รักชาติ" บริจาคเงินคนละ 1 บาทเพื่อสู้คดี (เข้าใจว่าเมื่อจบคดีอาจจะมีเงินหลงเหลืออยู่ ณ ที่หนึ่งที่ใดประมาณ 3 ล้านบาท ค่าของเงินในสมัยนั้น เทียบได้กับก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ท่าพระจันทร์ตอนนั้น ชามละ 3 บาท (ตอนนี้ 30 บาท) ตอนนั้นทองคำหนัก 1 บาทราคาเท่ากับ 500 บาท (ตอนนี้ 1.4 หมื่นบาท) 

 

ศาลโลกที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ใช้เวลา 3 ปี และลงมติเมื่อ 15 มิถุนายน 2505 (1962) ตัดสินด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 ให้ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ตกเป็นของกัมพูชา และให้รัฐบาลไทยถอนทหาร ตำรวจ ยามและเจ้าหน้าที่ออกนอกบริเวณ ศาลโลกครั้งนั้นประกอบด้วยผู้พิพากษา 12 นาย จาก 12 ประเทศ 9 ประเทศที่ออกเสียงให้กัมพูชาชนะคดี คือ โปแลนด์ ปานามา ฝรั่งเศส สหสาธารณรัฐอาหรับ อังกฤษ สหภาพโซเวียต ญี่ปุ่น เปรู และอิตาลี

 

ส่วนอีก 3 ประเทศ ที่ออกเสียงให้ไทย คือ อาร์เจนตินา จีน ออสเตรเลีย น่าสังเกตว่าอาร์เจนตินา คือ ประเทศที่พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกเกมคณะปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ส่งไปเป็นทูต (ลี้ภัยการเมือง) และมีส่วนวิ่งเต้นให้อาร์เจนตินาออกเสียงให้ฝ่ายไทย ส่วนจีนนั้น คือ จีนคณะชาติ หรือไต้หวันของนายพลเจียงไคเช็ค หาใช่จีนแผ่นดินใหญ่ของเหมาเจ๋อตุงไม่ ดังนั้น ก็ต้องออกเสียงอยู่ในฝ่ายค่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์สมัยสงครามเย็น

 

ว่าไปแล้วรัฐบาลไทยแพ้คดีนี้อย่างค่อนข้างราบคาบ และคำพิพากษาของศาล ก็ยึดจากสนธิสัญญาและแผนที่ที่ทำขึ้นหลายครั้งในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 นั่นเอง แผนที่และสัญญาเหล่านั้นขีดเส้นให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอินโดจีนของฝรั่งเศส หาได้ใช้หลักทางภูมิศาสตร์หรือสันปันน้ำ หรือทางขึ้นไม่ การกำหนดพรมแดนดังกล่าว รัฐบาลสยามในสมัยนั้นของรัชกาลที่ 5 และสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ได้ยอมรับไปโดยปริยายโดยมิได้มีการท้วงติงแต่อย่างใด ดังนั้นผู้พิพากษาศาลโลก ก็ถือว่าการนิ่งเฉยเท่ากับเป็นการยอมรับหรือ "กฎหมายปิดปาก" ซึ่งไทยก็ต้องแพ้คดี นั่นเอง (โปรดดูสรุปย่อคำพิพากษาของศาลโลกเป็นภาษาอังกฤษได้จาก http://www.icj-cij.org/docket/files/45/12821.pdf  

  

 

(8)

กล่าวโดยย่อ ปราสาทเขาพระวิหาร ตกเป็นของกัมพูชาทั้งจากทางด้านประวัติศาสตร์ ทางด้านนิติศาสตร์ ข้ออ้างของฝ่ายไทยเราทางด้านภูมิศาสตร์ คือ ทางขึ้นหรือสันปันน้ำ นั้นหาได้รับการรับรองจากศาลโลกไม่ แต่คดีปราสาทเขาพระวิหาร ก็มีผลกระทบอย่างประเมินมิได้ต่อจิตวิทยาของคนไทย ที่ถูกปลุกระดมด้วยวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน"

 

ขอกล่าวขยายความไว้ตรงนี้ว่าวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน" ถูกสร้างและ "ถูกผลิตซ้ำ" มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว เริ่มด้วยกระบวนการสร้างจิตสำนึกใหม่ว่าเขาและปราสาทพระวิหารเป็น "ของไทย" หรือขยายความการตีความประวัติศาสตร์ ให้ไทยมีความชอบธรรมในการครอบครองเขาพระวิหารยิ่งขึ้น มีการเสนอความคิดว่า "ขอมไม่ใช่เขมร" ดังนั้น เมื่อ "ขอม" มิได้เป็นบรรพบุรุษของเขมรหรือขะแมร์กัมพูชา ประเทศนั้นก็ไม่ควรมีสิทธิจะครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร

 

วิธีการตีความประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดจิตสำนึกว่าเป็น "ของไทย" แบบนี้ จะพบในงานเขียนมากมายของยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานของ ปรีดา ศรีชลาลัย, . ณ ปากน้ำ, พลูหลวง รวมทั้งของบุคคลสำคัญที่มีงานเขียนเชิงประชาสัมพันธ์ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" เช่น "นายหนหวย" เป็นต้น และยังถูกถ่ายทอดต่อมาในวงการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีของหลายสถาบัน รวมทั้งปรากฏอยู่เป็นประจำในงานสื่อสารมวลชน นสพ. รายวัน รายการวิทยุและทีวีโดยทั่วๆไปอีกด้วย

 

 

(9)

สรุป

เราจะเห็นได้ว่าวาทกรรมของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" และ "การเสียดินแดน" นั้นถูกสร้าง ถูกปลุกระดม ถูกผลิตซ้ำมาเป็นระยะเวลา 3-4 ชั่วอายุคน ฝังรากลึกมาก ดังนั้น

ประเด็นนี้จึงกลายเป็น "ร้อนแรง-ดุเดือด-เลือดพล่าน" จุดปุ๊บติดปั๊บขึ้นมาทันที "5 พันธมิตรฯ" ดูจะได้อาวุธใหม่และพรรคพวกเพิ่มในอันที่จะรุกรบให้แพ้ชนะกันให้เด็ดขาด นำเอาเวอร์ชั่นของ "อำมาตยาเสนาชาตินิยม" มาคลุกผสมกับ " "ราชาชาตินิยม" ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลนอมินีสมัคร (ของทักษิณ และเป็นนอมินีของอีกหลายๆฝ่ายหลายๆสถาบันที่เรามักจะมองข้ามไป) ก็ดูจะขาดความสุขุมรอบคอบและความละเอียดอ่อนทางการทูตในการบริหารจัดการกับปัญหากรณีทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องของตัวปราสาท และบริเวณของเขาพระวิหาร

ดังนั้น คำถามของเราในที่นี้ คือ

 

ในแง่ของการเมืองภายใน

-รัฐบาลสมัครจะล้มหรือไม่

-รัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่

-พันธมิตรจะรุกต่อหรือต้องถอย

-จะเกิดการนองเลือดหรือไม่

-ทหารจะปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจอีกหรือไม่

หรือจะ "เกี้ยเซี้ย" รักสามัคคี สมานฉันท์ แตกต่าง หลากสีกันได้ ไม่มีเพียงสีเหลือง กับสีแดง

 

เราทั้งหลายได้เรียนรู้ ได้รับบทเรียนอันวิปโยคและปลื้มปิติกันมาแล้ว

ทั้งการปฏิวัติ 2475

กบฏบวรเดช 2476

รัฐประหาร 2490

ปฏิวัติ 2500-2501

การลุกฮือ 14 ตุลาคม 2516

การรัฐประหารนองเลือด 6 ตุลาคม 2519

พฤษภาเลือด (ไม่ใช่ทมิฬ) 2535

และท้ายสุดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

หรือว่าเท่านั้น ยังเป็นตัวอย่าง เป็นแบบเรียนไม่พออยู่นั่นเอง

 

ในแง่ของการเมืองระหว่างประเทศ

เรื่องของเขาและปราสาทพระวิหาร

จะบานปลายไปเป็นการเมืองระหว่างไทยและกัมพูชา

รุนแรงจนขั้นแบบเผาสถานทูต

ปิดการค้าชายแดน

กลายเป็นการเมืองภายในของกัมพูชา (ที่จะมีการเลือกตั้ง 27 กรกฏานี้)

หรือ

ทั้งไทยกับกัมพูชา ตระหนักว่าต้องอยู่ร่วมกันโดยสันติ

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านพรมแดนยาว 800 กม. เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน

ตกลงเสนอทั้งปราสาทและทั้งเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกัน

บริหารจัดการและ (เอี่ยว) แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสมานฉันท์ เพื่อคนไทย คนกัมพูชา คนลาว คนกูย คนขะแมร์อีสานใต้ คนกำหมุ คนแต้จิ๋ว คนไหหลำ คนฮกเกี้ยน คนกวางตุ้ง คนปาทาน คนๆๆๆ หรือมนุษยชาติ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นประชากรอันหลากหลายของสองสามรัฐชาติบนผืนแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์นี้

 

คำตอบไม่น่าจะอยู่ในสายลม มิใช่หรือ…

                               

 
ภาพปราสาทเขาพระวิหารแนวตัด

 

ภาพจาก: หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  การเมือง  24 มิถุนายน 2551

 

www.petitiononline.com/SIAM2008  

 

 

…………………………

ที่มา

"ปราสาทเขาพระวิหาร- กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม" (www.charnvitkasetsiri.com - 20 มิถุนายน 2551)

 

 

หมายเหตุ

ประชาไทแก้ไขข้อมูลล่าสุดจากผู้เขียน เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 51 เวลา 01.06น.

 

 

 

 

Comments

แม้ว

มันต้องงี้ซิจาน

ใจ..เอ้ย...มาอ่านหน่อยซิ..มาดูซิว่านักวิชาการน่ะ เขาควรแสดงความเห็นต่อสาธารณะอย่างไร

แบบนี้ซิถึงจะเรียกว่า "บทความ" ไม่ใช่ "บทสำรากความ"

ysostupid

พันธมิตรประชาธิปัตย์อ่านซะ แล้วหยุดปั่นหัวปลุกกระแสคลั่งชาติได้แล้ว

24

กระแสคลั่งชาติเรื่องหนึ่ง
แต่ความถูกผิดก็เรื่องหนึ่ง
ไม่เอากระแสคลั่งชาติไปล้มอีกฝ่ายหนึ่ง
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เอาคำว่า "อย่าเล่นกระแสคลั่งชาติ" ไปกลบเกลื่อนความผิดพลาดของอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน
หากยอมรับความผิดพลาดเสีย เรื่องก็จบไม่ใช่หรือ
แต่เมื่อไม่ยอมรับ ก็ต้องถูกเขาจับเอามาใช้เป็นกระแสจนได้
การเรียกร้องจึงไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายกระแสรักชาติ
แต่อยู่ที่ฝ่ายทำความผิดพลาดต่างหาก
ฝ่ายที่ความผิดพลาดต้องแก้ไขก่อน
เช่นนี้จึงจะลดกระแสลงไปได้
แต่หากไม่ยอมแก้ ก็ต้องถูกเขาเล่นไปอย่างนี้

panwat

เขียนได้ถูกใจมากครับ

doublezero

เขียนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง และจิตใจของนักวิชาการ

พวกนักวิชาเกินทั้งหลายหัดเรียนรู้เป็นแบบอย่างด้วย

คนไทยคนที่2

ต้องขอบคุณต่อชาญวิทย์ที่ได้นำประวัติศาสตร์ ที่เป็นความจริงมาบอกกับผู้คนในยุคนี้ให้ได้เห็นความเป็นมาที่แท้จริง และยังแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าที่แท้จริงว่าทำไม ประเทศไทยมันถึงพัฒนาไปเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วกับเขาไม่ได้เสียที
จริงๆแล้ว ควรต้องตั้งคำถามว่า ถ้าหากเรื่องนี้ในขณะนี้ ที่พวกกลุ่ม เจ๊ก กา บดสนธิและพันธมิตรชั่วขายชาติ เอาเรื่องที่เน่าๆเรื่องนี้มาปลุกปั่นหลอกลวงยุยงผู้คน จนกระทั่งเกิดสงครามระหว่างไทยกับเขมร ใครจะต้องรับผิดชอบ ต้องบอกเลยว่าต้องมีคนรับผิดชอบซึ่งไม่ใช่แค่รัฐบาลแต่ต้องมากกว่านั้นและพวกพันธมิตรชั่วขายชาติ ก็จะต้องหนีความรับผิดชอบไม่ได้ อยากจะดูว่า มีพวกมันอาสาออกไปรบไหม แต่คาดว่าคงไม่ เพราะมันคงหลบหนีออกไปต่างประเทศตามฟอรม แล้วปล่อยให้คนไทยชั้นรากหญ้าไปตายแทนในสนามรบ

ppp

ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าตนเองไม่ใช่หนึ่งในพวกคลั่งชาติ แต่อาจจะคลั่งอย่างอื่นเสียมากกว่า

ประเด็นที่ร้อนแรงในเรื่อง ปราสาทเขาพระวิหาร ดูเหมือนว่าจะถูกโยงไปเกี่ยวกับหลายเรื่องนัก
แต่คำถามก็คือ เมื่อเกิดคำถามเรื่องดินแดน (หาใช่เรื่องสิทธิในตัวปราสาทเขาพระวิหารแต่อย่างใดไม่) ข่าวลือที่ว่าไทยได้ยอมรับแผนที่ของกัมพูชา (แผนที่ที่คนไทยไม่มีโอกาสได้เห็น) ซึ่งกินดินแดนส่วนที่ควรจะเป็น
เขตอธิปไตยของไทยไป เป็นจริงมากน้อยเพียงใดต่างหากที่เกิดการกังวล หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงและแถลงไขเรื่องข้องใจเหล่านี้ให้คนไทยได้ ก็สมควรเป็นประเด็นที่สังคมควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมิใช่อ้างเรื่องว่าฝ่ายใดคลั่งชาติ ฝ่ายใดได้ประโยชน์เพียงอย่างเดียวเพื่อโต้แย้งกันไปมา
(ที่ดินเป็นสิ่งสำคัญ คุณไม่สามารถหาคืนได้ ไม่สามารถทำมันเพิ่มได้)นะขอรับกระผม

f9

เขียนดี หรือไม่ดีเรื่องรองครับ
แต่รบกวนสำรวจวาทกรรมหน่อยเถอะ ใครเป็นคนเขียน เบื้องหลังความคิด ฐานคิด ผู้เขียนบทความเขียนนี้เขียนไปทำไม? เพื่ออะไร?

Gneisenau

คห.ที่8 คุณอ่านแล้วข้องใจอะไรหรือครับ??? อ่านรู้เรื่องไหม?? เค้าเขียนเป็นภาษาไทย ให้คนที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์ได้อ่านและเข้าใจ ฤาถ้าคุณจะอ่านไม่ออกจริงๆด้วย ชื่อคนเขียนก็บอกอยู่ทนโท่ แล้วจะมาถามหาถ้วยอะไรตรงนี้มิทราบ???

รักชาติ แต่ไม่คลั่งชาติ

เมื่อกี้ ฟังคุณสำราญ รอดเพชร สรุปหลังจากคุณเทิดภูมิ ใจดีขึ้นพูดเรื่องนี้ (โดยคุณเทิดภูมิ ได้ยกบทความที่จอมเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เขียนไว้ ซึ่งตรงกับที่อ.ชาญวิทย์ ว่าไว้ว่า "เป็นการปลุกลัทธิคลั่งชาติ ทำให้คนไทยเกลียดชังเพื่อนบ้านชนิดฝังรากลึก ยากที่จะเข้าใจในข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพราะปลุกปั่นกันมานานถึง 50 ปี")

พ.ศ.ตรงกับที่อ.ชาญวิทย์ยกมาทุกประการ

แต่เหตุไฉน เนื้อหาจึงแตกต่างกันคนละเรื่อง ปลุกระดมให้คนฟังเกิดความโกรธแค้น เกลียดชังคนในรัฐบาลที่ทำเรื่องนี้ และเลยไปถึงคนเขมร ไม่รู้ว่าถ้าปล่อยไปตามลม(ปาก)แบบนี้
เหตุการณ์จะบานปลายไปถึงไหน????? น่าเป็นห่วงจริง ๆ

หัวดอ

ผีกลัวแสงสว่างฉันใด
พวกคลั่งชาติขาดสติ(ทั้งไร้เดียงสาและฉวยโอกาสคลั่งชาติ)
ย่อมกลัวข้อเท็จจริง ฉันนั้น

คห.8 นี่ ปึกหลายเติบ ฮ่วย !!!!

aa

อาจารย์ชาญวิทย์ทำไมไม่พูดบ้าง ทำไมรัชกาลที่ 5 ถึงต้องยอมแลกดินแดนอย่างนั้น ยอมแลกกับจันทบุรีและตราด แล้วมันยุติธรรมกับประเทศเล็กๆที่ถูกฝรั่งเศสมันคุกคามหรือไม่ แสดงว่าสิ่งที่พวกล่าอาณานิคมทำอะไร กดดันสยามอย่างไร เป็นสิ่งถูกต้องใช่หรือไม่ ทำไมไม่พูดบ้าง มันเป็นคุณพ่อของอาจารย์หรือ ถึงต้องไปยอมรับในสิ่งที่ฝรั่งมันบังคับให้สยามทำด้วยกำลัง หากมันไม่ยุติธรรมมาตั้งแต่ต้นอย่างนี้เสียแล้ว จะมาอ้างความชอบธรรมต่อมาได้อย่างไร

ภูวดวย หัวโขน

พี่น้องที่รักทั้งหลาย ถ้าเราเอาเขาพระวิหารคืนมา แล้วต้องเอาจันทบุรี กับตราด คืนเขมรด้วยมั้ยครับ ฯพณฯ ลิ้ม

พอได้หรือยัง

เป็นที่น่ายินดีว่ายังมีนักวิชาการที่รู้ผิดชอบชั่วดีแบบอ.ชาญวิทย์ ไม่เหมือนอธิการบดีธรรมศาสตร์คนปัจจุบันที่ทำลายจนธรรมศาสตร์ย่อยยับไม่เหลือความดีไว้ให้จารึก อธิบดีคนปัจจุบัน สุรพลไม่เพียงแต่ไม่มีอุดมการ์ณ ไม่รู้จักกติกา แถมยังไปรับใช้พรรคการเมืองแบบปชปแบบไร้ยางอายที่สุด เลียแข้งเลียขาเผด็จการคมช นิยมระบอบสมบูรณ์ ไม่รู้จัผิดชอบชั่วดี ทั้งๆที่ตนเองควรจะเป็นตัวอย่างที่ดี เฉกเช่นเดียวกัยนายธีรยุทธ บุญมี ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อดที่จะกล่าวไม่ได้ หลังจากต่อสู้กับเผด็จการในสมัยเป็นนักศึกษา แต่ปัจจุบันมีฐานะร่ำรวย อุดมการ์ณก็เปลี่ยนไป จากคนที่ต่อต้านเผด็จการ กลับกลายไปเป็นคนสนับสนุนเผด็จการ สนับสนุนให้ประเทศไทยกลับไปใช้ระบอบสมบูรณ์ หน้าอับอายที่สุด

ส่วนคนไทยเราก็ตามเคย ใครว่าอะไรอย่างไรก็เฮไปกับเขาด้วย ตอนร่มเกล้าก็แบบนี้ ไปรบกับลาว นึกว่าลาวเป็นประเทศเล็กๆ ดันไปทิ้งระเบิดพวกเดียวกันเอง ทหารไทยตายเพรียบ ในที่สุดต้องส่งเกรียงศักดิ์ไปขออย่าศึก อับอาบขายหน้าเขาแบบปะไม่ติด นี่ก็เอาอีกแล้ว เดี๋ยวกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศรบกับกัมพูชาถึงตอนนั้นจะหนาว เพราะทหารไทยรบไม่เป็นยกเว้นแต่งตัวหล่อและปฏิวัติ

aa

ฝรั่งพวกล่าอาณานิคม มันเป็นพระเจ้า สิ่งที่มันทำ สิ่งที่มันกำหนดต้องถูกต้องใช่หรือไม่ อจ.ชาญวิทย์ช่วยตอบด้วย

aa

ในยุคล่าอาณานิคม ประเทศไทยได้เสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสรวม 5 ครั้ง เป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 481,600 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โดยไทยต้องยินยอมเสียดินแดนบางส่วนไป เพื่อรักษาเอกราชและดินแดนส่วนใหญ่ไว้ ทำให้พื้นที่ประเทศไทยเหลืออยู่เพียง 513,600 ตารางกิโลเมตร

ดินแดนที่เสียไปตามลำดับมีดังนี้

1. แคว้นกัมพูชา เมื่อปี พ.ศ. 2410

2. แคว้นสิบสองจุไทย เมื่อปี พ.ศ. 2431 เป็นพื้นที่ 87,000 ตารางกิโลเมตร

3. ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง อันได้แก่ ประเทศลาวปัจจุบัน ในพื้นที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทร์ และอาณาเขตนครจัมปาศักดิ์ตะวันออก ตลอดจนบรรดาเกาะต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง เมื่อปี พ.ศ. 2436 หรือที่รู้จักกันดีคือ ร.ศ. 112 เป็นพื้นที่ 143,000 ตารางกิโลเมตร

4. ดินแดนทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง บริเวณที่อยู่ตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง และตรงข้ามเมืองปากเซ เมื่อปี พ.ศ. 2446 เป็นพื้นที่ 62,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี ที่ฝรั่งเศสยึดไว้เมื่อ ร.ศ. 112

5. มณฑลบูรพา ได้แก่ พื้นที่เมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เมื่อป

aa

ในยุคล่าอาณานิคม ประเทศไทยได้เสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสรวม 5 ครั้ง เป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 481,600 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โดยไทยต้องยินยอมเสียดินแดนบางส่วนไป เพื่อรักษาเอกราชและดินแดนส่วนใหญ่ไว้ ทำให้พื้นที่ประเทศไทยเหลืออยู่เพียง 513,600 ตารางกิโลเมตร

ดินแดนที่เสียไปตามลำดับมีดังนี้

1. แคว้นกัมพูชา เมื่อปี พ.ศ. 2410

2. แคว้นสิบสองจุไทย เมื่อปี พ.ศ. 2431 เป็นพื้นที่ 87,000 ตารางกิโลเมตร

3. ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง อันได้แก่ ประเทศลาวปัจจุบัน ในพื้นที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทร์ และอาณาเขตนครจัมปาศักดิ์ตะวันออก ตลอดจนบรรดาเกาะต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง เมื่อปี พ.ศ. 2436 หรือที่รู้จักกันดีคือ ร.ศ. 112 เป็นพื้นที่ 143,000 ตารางกิโลเมตร

4. ดินแดนทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง บริเวณที่อยู่ตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง และตรงข้ามเมืองปากเซ เมื่อปี พ.ศ. 2446 เป็นพื้นที่ 62,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี ที่ฝรั่งเศสยึดไว้เมื่อ ร.ศ. 112

5. มณฑลบูรพา ได้แก่ พื้นที่เมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เมื่อป

คน

เอคนคนนี้เป็นคนไทยไม้น้อแล้วเขาสอนอะไรให้เด็กหว่า เอาแค่นี้ถามว่าหากอ้างว่าในอดีตขอมเป็นเจ้าของเทวสถานแล้วอย่ากรู้ว่าคนไทยในดินแดนอีสานเขาไม่ได้มีเชื้อสายเดียวกันกลับชัยวรมันหรือไทยเรายังสามารถย้ายเมืองหลวงได้เลยเป็นสุโทย อยุธา ธนบุณี กทม.
หรือก่อนที่ไทยตั้งบ้านเรือนเชื้อชาติมาเสียอีกตรงนี้ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ชัดเสียด้วย แล้วบอกว่าตนเองเป็นนักวิชาการก็ต้องรู้สิถึงการผสมของชาติพรรณการย้ายถิ่นแค่ในไทยมีกิ่สายเชื้อพรรณ แล้วในเขมรเองขอมร้วนๆหรือ หรือในยุโรปโรมัน กรีก เตือกอื่นๆอีกไม่มีการผสมของชาติพรรณหรือดินแดนเทวสถานเขาเป็นของเขาเชื้อชาติเดียวหรือคุณจะอะธิบายให้สาทรณชนรู้อะไรที่มีประโยชน์ที่เขาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการรักชาติและแผ่นดินบ้างมีไหมอย่าเอาความจริงผสมเท็จ หรือจริงเพียงตาม%เท่าที่คุณต้องการให้คนเข้าใจเพื่อประโยชน์ในการขายแผ่นดิน จอมพลป.ท่านก็ไม่ได้ยอมรับท่านได้ทำหนังสือคัดค้านเอาไว้เพราะตอนนั้นอย่างที่คุณเองเกินมานั้นแหละว่าไทยตกอยู่ในสถานะถูกมัดมือจากมหาอำนาจไทยเป็นประเทศเล็กและที่สำคัณแผนที่ถูกเขียนขึ้นเองและหนอนบ่อนใส้ในชาติมันคร้ายๆที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้ไม้

คน

เอคนคนนี้เป็นคนไทยไม้น้อแล้วเขาสอนอะไรให้เด็กหว่า เอาแค่นี้ถามว่าหากอ้างว่าในอดีตขอมเป็นเจ้าของเทวสถานแล้วอย่ากรู้ว่าคนไทยในดินแดนอีสานเขาไม่ได้มีเชื้อสายเดียวกันกลับชัยวรมันหรือไทยเรายังสามารถย้ายเมืองหลวงได้เลยเป็นสุโทย อยุธา ธนบุณี กทม.
หรือก่อนที่ไทยตั้งบ้านเรือนเชื้อชาติมาเสียอีกตรงนี้ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ชัดเสียด้วย แล้วบอกว่าตนเองเป็นนักวิชาการก็ต้องรู้สิถึงการผสมของชาติพรรณการย้ายถิ่นแค่ในไทยมีกิ่สายเชื้อพรรณ แล้วในเขมรเองขอมร้วนๆหรือ หรือในยุโรปโรมัน กรีก เตือกอื่นๆอีกไม่มีการผสมของชาติพรรณหรือดินแดนเทวสถานเขาเป็นของเขาเชื้อชาติเดียวหรือคุณจะอะธิบายให้สาทรณชนรู้อะไรที่มีประโยชน์ที่เขาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการรักชาติและแผ่นดินบ้างมีไหมอย่าเอาความจริงผสมเท็จ หรือจริงเพียงตาม%เท่าที่คุณต้องการให้คนเข้าใจเพื่อประโยชน์ในการขายแผ่นดิน จอมพลป.ท่านก็ไม่ได้ยอมรับท่านได้ทำหนังสือคัดค้านเอาไว้เพราะตอนนั้นอย่างที่คุณเองเกินมานั้นแหละว่าไทยตกอยู่ในสถานะถูกมัดมือจากมหาอำนาจไทยเป็นประเทศเล็กและที่สำคัณแผนที่ถูกเขียนขึ้นเองและหนอนบ่อนใส้ในชาติมันคร้ายๆที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้ไม้

คน

ที่สำคัญไทยไม่จำเป็นต้องยอมรับก็ได้แต่ไทยเลือกที่จะรักษาแผ่นดินส่วนใหญ่ให้คนเนลคุณแผ่นดินได้อาศัยร่วมกลับคนไทยแต่มีสิทธิที่เมื่อเราได้คนดีนักรู้นักรบที่มีจิตใจรักชาติรักแผ่นดินมาทำหน้าที่ในการทวงตัวบ้านคืนไม่ใช่ที่ทางเป็นของเราทางเข้าบ้านเป็นของเราแต่ตัวบ้านโดนคนเขาไปยึดครองด้วนวิธีจ่ายเงินให้คนเนรคุณแผ่นดินเอากระไดแอบให้เขาปีนเข้ายึดบ้านแล้วให้จิ๊กโก๊ถือปืนถือไม้คุมเชิงด้านหลัง
ที่สำคัณไม่ว่าจะพูดถึงที่ดินด้านรอบที่ถือเป็นของติดไม้ติดมือให้เขมรไปด้วย แล้วคำถามสัณญาที่เกาะกงและสิ่งที่จะตามมา แหล่งนำมันและแก๊ชทางทะเลที่มีการผยามขีดแบ่งให้เขมรและนักลงทุนทรราชไม่เคยตอบ แค่นี้ก่อนสำหลับเขมร อังไม่รวมที่ต่างๆที่ไทยเสียและกำลังจะเดสียอีกร้อบบ้านโดยทรราชพวกนี้
แต่ทุกครั้งนี้ไทยไม่ได้ทุกคนเดียวหลอกคอยดูกันไปว่าเมื่อคนเลวนี้เข้าไปอยู่เกาะกงไม่เกิน5ปีเขมรก็อาจจะได้สมเด็จองค์ใหม่ที่เป็นประทานธิปดีไม่ใช่แค่นายกแต่ตอนแรกเขาจะใช้คนในเขมรเองเป็นนอมินีเช่นในไทยก่อน ฮุนก็ฮุนเถิอนักรบรับจ้างหาง่ายจะตายเตียมหนาวสันหลังไว้นะจะ

คน

ที่สำคัญไทยไม่จำเป็นต้องยอมรับก็ได้แต่ไทยเลือกที่จะรักษาแผ่นดินส่วนใหญ่ให้คนเนลคุณแผ่นดินได้อาศัยร่วมกลับคนไทยแต่มีสิทธิที่เมื่อเราได้คนดีนักรู้นักรบที่มีจิตใจรักชาติรักแผ่นดินมาทำหน้าที่ในการทวงตัวบ้านคืนไม่ใช่ที่ทางเป็นของเราทางเข้าบ้านเป็นของเราแต่ตัวบ้านโดนคนเขาไปยึดครองด้วนวิธีจ่ายเงินให้คนเนรคุณแผ่นดินเอากระไดแอบให้เขาปีนเข้ายึดบ้านแล้วให้จิ๊กโก๊ถือปืนถือไม้คุมเชิงด้านหลัง
ที่สำคัณไม่ว่าจะพูดถึงที่ดินด้านรอบที่ถือเป็นของติดไม้ติดมือให้เขมรไปด้วย แล้วคำถามสัณญาที่เกาะกงและสิ่งที่จะตามมา แหล่งนำมันและแก๊ชทางทะเลที่มีการผยามขีดแบ่งให้เขมรและนักลงทุนทรราชไม่เคยตอบ แค่นี้ก่อนสำหลับเขมร อังไม่รวมที่ต่างๆที่ไทยเสียและกำลังจะเดสียอีกร้อบบ้านโดยทรราชพวกนี้
แต่ทุกครั้งนี้ไทยไม่ได้ทุกคนเดียวหลอกคอยดูกันไปว่าเมื่อคนเลวนี้เข้าไปอยู่เกาะกงไม่เกิน5ปีเขมรก็อาจจะได้สมเด็จองค์ใหม่ที่เป็นประทานธิปดีไม่ใช่แค่นายกแต่ตอนแรกเขาจะใช้คนในเขมรเองเป็นนอมินีเช่นในไทยก่อน ฮุนก็ฮุนเถิอนักรบรับจ้างหาง่ายจะตายเตียมหนาวสันหลังไว้นะจะ

นักปะวัดสาด

เยี่ยมมากครับอาจารย์ ลอง มาอ่านเร็ว นี่ของจริง อย่าหลอกชาวบ้านอีกเลย

มธ17

ขอถามกลับ aa ว่าตกลงไทยควรยึดเสียมเรียบ พระตะบอง จำปาศักดิ์ กลันตัน ปะลิศ ตรังกานู กลับมาเป็นของเราไหม

เวลาด่าฝรั่ง คุณก็ต้องคิดบ้างว่าก่อนฝรั่งจะเข้ามา จักรวรรดินิยมในภูมิภาคนี้คือไทยเรานี่เอง ถ้าคุณจะสืบสาวประวัติศาสตร์ว่าตรงนั้นตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นของเรา บัดนี้ต้องเป็นของเรา คุณจะเอาอะไรไปแย้งกับคนปัตตานีที่เขาอยากแยก 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะเมื่อก่อนเขาก็เป็นอิสระ กองทัพไทยยกทัพไปปราบอย่างโหดเหี้ยม กวาดต้อนแขกใส่เรือมาตั้งรกรากอยู่มีนบุรีหนองจอกในปัจจุบัน

เช่นเดียวกัน อาณาจักรล้านนาก็ไม่เคยเป็นของไทย แต่เป็นเมืองขึ้นไทยบ้าง พม่าบ้าง เป็นอิสระบ้าง จนไทยกลืนเขาในสมัย ร. 5

เวลาที่คุณยกย่องพระนเรศวร คุณรู้ไหมว่าเจ้าอนุวงศ์ที่ต่อสู้เพื่ออิสระภาพของลาว ยกทัพมาตีโคราช แล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชายกทัพไปปราบ จับเจ้าอนุวงศ์มาใส่กรงขังโชว์ที่สนามหลวงเหมือนสัตว์ คนลาวยกย่องเป็นวีรบุรุษแห่งชาติของเขา

คน

และสุดท้ายต้องหน้าดีใจกลับเขมรถึงเขาจะโดยต่างชาติยึดครองแผ่นดินแต่คนของเขาไม่เคยโดนยึดศ้กศรีของความเป็นคนเขมรเขาจึงรักชาติและทำทุกอย่างถึงแม้จะโกงและเนลคุณชาติที่ช่วนเหลือเขาในยามทุกยากต้องเป็นเขมรอพยพให้ในหลวงของคนไทยทรงช่วยให้ที่พักที่กินให้เขาได้ผลิตลูกหล่านในแผ่นดินไทยและได้กลับไปรวมชาติอีกครั้ง ทั้งนี้ไม่รวมหลังจากที่จะมีทักเหลี่ยมนะตอนนั้นเขาก็จะเนรคุณแผ่นดินเช่นเดียวกลับทราชแผ่นดินของไทยเช่นกัน
แล้วคุณเป็นคนเช่นไรหรือพ่อลูกหลานเนรคุณ

มธ17

การอ้างชาตินิยมไปชี้ว่าตรงนั้นตรงนี้เคยเป็นของเราจึงไม่ถูกต้อง เพราะการกำเนิด"รัฐชาติ"ที่แท้จริง มีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนเกิดขึ้นสมัย ร.5 ภายหลังการเสียดินแดนนั่นเอง ก่อนหน้านี้ยังเป็นอาณาจักรที่มีพรมแดนกว้างๆ มีการปกครองแบบหัวเมือง เมืองประเทศราช ร.5 เป็นผู้ปฏิรูประบบราชการแผ่นดิน ยึดอำนาจมาสู่ศูนย์กลาง ทำให้เกิดประเทศสยามที่มีความเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว

ทุกคนที่เกิดในสยาม ไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาใด ไทย จีน ลาว แขก ขะแมร์ มอญ ต้อง"จบ"เรื่องอดีต ยอมรับว่าเราเป็นไทยด้วยกัน อย่าแบ่งแยก แล้วก็ "จบ" เรื่องของเขตแดนระหว่างประเทศว่าขีดแบ่งกันไปแล้วในสมัย ร.5 การปฏิบัติต่อประเทศเพื่อนบ้าน หรือการปฏิบัติต่อคนในชาติที่ต่างเชื้อชาติศาสนา ต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

คน

และสุดท้ายต้องหน้าดีใจกลับเขมรถึงเขาจะโดยต่างชาติยึดครองแผ่นดินแต่คนของเขาไม่เคยโดนยึดศ้กศรีของความเป็นคนเขมรเขาจึงรักชาติและทำทุกอย่างถึงแม้จะโกงและเนลคุณชาติที่ช่วนเหลือเขาในยามทุกยากต้องเป็นเขมรอพยพให้ในหลวงของคนไทยทรงช่วยให้ที่พักที่กินให้เขาได้ผลิตลูกหล่านในแผ่นดินไทยและได้กลับไปรวมชาติอีกครั้ง ทั้งนี้ไม่รวมหลังจากที่จะมีทักเหลี่ยมนะตอนนั้นเขาก็จะเนรคุณแผ่นดินเช่นเดียวกลับทราชแผ่นดินของไทยเช่นกัน
แล้วคุณเป็นคนเช่นไรหรือพ่อลูกหลานเนรคุณ

พันไชย คำระวี

ชัดเจนครับ มธ17
ขอบคุณที่อดทนอธิบายด้วยเหตุและผล

aa นี่สงสัยมาจาก "รัฐพันธมิตร ฯ " ล้าหลังคลั่งชาติถึงเพียงนี้
เพิ่งตั้งรํฐมาได้ แค่ 30 วันเอง อาจหาญหึกเหิมมาก

เอ่อ ลืมไป "รัฐพันธมิตร ฯ" มี "นักรบศรีวิชัย" อยู่นี่
เอาเลย ส่งนักรบศรีวิชัย ไปทำสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ กับ นักรบ"ศรียโสธรปุระ"
ให้แตกหักไปเลย เอ้า เฮ !!!!!!!!!!!!!!!!!!

คนไทยคนที่2

คห16,18,20 นี่ต้องบอกว่าเป็นพวกคลั่งชาติเหมือนกับพวกฝูงวัวควาย ที่จะถูกชักจูงได้ง่าย
ชาญวิทย์เขาไม่ได้พูดเสียหน่อยว่าฝรั่งเป็นพระเจ้า หรือทำอะไรไม่ผิด แต่สิ่งที่ชาญวิทย์พูด
คือความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้ ทำไมไม่หัดรู้จักใช้ประวัติศาสตร์มาแก้ไขเป็นบทเรียนแก้ข้อบกพร่องของชาติตนเอง นี่ต่างหากคือสิ่งที่คนไทยทุกคนควรจะกระทำ ไม่ใช่เอาแต่ตกเป็นเหยื่อแห่งการคลั่งชาติที่พวกสากดินาทรราชทหารอำมาตยาเน่ามันปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงให้ผู้คนไปตายแทนพวกมัน
เราควรจะตั้งคำถามว่าทำไมสยามหรือไทยถึงต้องรบแพ้ฝรั่งเศสทำไมถึงยอมให้ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษเข้ามาเฉือนดินแดน ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนั้น แค่ฝรั่งเศสส่งเรือปืนเข้ามาที่ปากอ่าวไทยปากทางแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยอมแพ้แล้ว
ต้องถามตนเองว่า แล้วตอนนั้นทำไมประชาชนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากนับสิบล้านคน กับอีแค่ทหารฝรั่งเศสแล้วไม่ใช่กองทหารต่างด้าวลียั่นแนร์ด้วยที่มีจำนวนไม่กี่ร้อยคนดันสามารถบังคับให้สยามยอมรับความพ่ายแพ้ยอมให้ฝรั่งเศสมันยึดเมืองจันทบุรีได้ สิ่งเหล่านี้ต้องตั้งคำถามให้คนไทยหรือคนสยามตอบ

คน

คนที่14เราเขียนข้อความใดที่มันหยาบคายหรือ การให้ความรู้ในการอ่านคนที่หากินในเว็บและผู้ที่ใช้เว็บขายแผ่นดินมันมีข้อใดที่คุณคิดว่ามันไม่ดีถามเช่นนั้นคุณก็คงรู้ตนเองใช่หรือไม่ว่าคุณกำลังทำอไรอยู่และที่สำคัญเราบอกคุณแล้วว่าตราบใดคุณใช้ภาษีของชาติเรามาทเว็บเราก็จะต้องทองสิทธิอันนี้ตลอดไปทั้งที่เรารู้ว่าคนเข่นพวกคุณเป็นเช่นไรและทำไม่รัฐจึงไม่กล้าจัดการกลับคุณ
คุณไม่สามารถหลกทุกคนได้ทุกเวลาจริงไม้คำของพวกนักวิชาการเอง

คน

คนที่14เราเขียนข้อความใดที่มันหยาบคายหรือ การให้ความรู้ในการอ่านคนที่หากินในเว็บและผู้ที่ใช้เว็บขายแผ่นดินมันมีข้อใดที่คุณคิดว่ามันไม่ดีถามเช่นนั้นคุณก็คงรู้ตนเองใช่หรือไม่ว่าคุณกำลังทำอไรอยู่และที่สำคัญเราบอกคุณแล้วว่าตราบใดคุณใช้ภาษีของชาติเรามาทเว็บเราก็จะต้องทองสิทธิอันนี้ตลอดไปทั้งที่เรารู้ว่าคนเข่นพวกคุณเป็นเช่นไรและทำไม่รัฐจึงไม่กล้าจัดการกลับคุณ
คุณไม่สามารถหลกทุกคนได้ทุกเวลาจริงไม้คำของพวกนักวิชาการเอง
ถามคุณกลัวอะไรหากบริสุทธใจในข้อคิดเห็นจริงไม้

idang

คนแผ่นดินยุโรปปัจจุบันไม่มีเส้นพรมแดน หลายประเทศใช้เงินตราสกุลเดียว คนแต่ละชาติสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันโดยเสรีไม่ต้องใช้พาสปอร์ต วีซ่าเข้าเมือง
ที่ดินแดนสุวรรณภูมิ มีการฆ่ากันหลายๆ ครั้งตามการปลุกระดมคลั่งชาติเช่นกรณี ร่มเกล้า และปัจจุบันกำลังจะเกิดขึ้นตามเจตน์จำนงของกลุ่มพันธมิตรฯ ให้คนไทยทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่คนในหมู่บ้านชายแดนต่างล้วนเป็นพี่น้อง ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน
โดยที่ พวกตัวเองส่วนใหญ่ก็คือชนชั้นได้เปรียบในสังคมไทย ที่ไม่เคยแม้แต่เพียงสักครั้ง หลั่งเลือดสู้รบ ลิ้มรสกับการสูญเสีย เฉกเช่นทหารตำรวจลูกหลานคนจนที่ธงชาติคลุมร่างศพแล้วศพเล่า

aa

ความเห็นที่ 25
ถูกต้อง เราไม่ควรใช้ประวัติศาสตร์มาตัดสินเรื่องดินแดน เพราะมันจะอ้างได้ไม่รู้จบ แต่อาจารย์ชาญวิทย์หาได้กระทำเช่นนั้น อาจารย์ชาญวิทย์ได้ใช้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 2450 ที่พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงลงนามสัตยาบันในสัญญากับประธานาธิบดีฝรั่งเศส และอ้างเป็นเหตุว่าเราได้ยอมรับให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมรมาตั้งแต่สมัยนั้น แล้ว ซึ่งถ้าหากจะอ้างกันอย่างนี้ ก็ควรต้องอธิบายถึงความไม่เป็นธรรมด้วยว่าสยามประเทศขณะนั้นตกอยู่ในสภาวะจำยอม กับการกระทำของมหาอำนาจเช่นฝรั่งเศส ที่ใช้กำลังบีบบังคับประเทศเล็กเพื่อล่าอาณานิคม จนสยามต้องเสียดินแดนไปเป็นจำนวนมาก แต่อาจารย์ชาญวิทย์ก็ไม่ได้อธิบายถึงน้ำหนักความไม่ชอบธรรมนี้ ดังนั้นการอ้างสัตยาบันฯ ของอาจารย์ชาญวิทย์ เพื่อเป็นข้อโต้แย้งทางนิติศาสตร์ในกรณีปราสาทเขาพระวิหารนี้ จึงแสดงถึงความลำเอียงและไม่เป็นธรรม

คน

- จำได้ไม้ไม่ให้ดูที่ชื่อผู้ลงความคิดเห็แต่ให้ดูที่สำนวน หากไม่แน่ใจให้จี่ถามไปเลือยๆเขาจะหลุดเอง
-จำได้ไม้มือไม้ของทราชทั้งคนลงบทความและลงความเห็นมี3ประเภท
1.เด็กที่อาศัยร้าน com พวกนี้ไม่ต้องการเงินเท่าไร แต่ต้องการความยอมร้บมากว่า
2.พวก นปก พวกนี้ลงบทความเองและถามตอบเองประเภทนี้เลวรู้ข้อมูลทั้งหมดแต่เพราะเงินหาตัวได้ตามแหล่งชุมนุมทั้ง นปก และ พันธมิตมีก้องเป็นอาวุฒจะทำน่าโง่ๆเพื่อหาข้อมูลกลับไปทำร้ายชาติ
3.พวกเขี้ยวลากดิน คนหล่าวนี้อยู่ตามบกข่าว และอวดอ้างคนเป็นนักวิชาการ ประเภทนี้ไม่คอยลงความเห็นเองแต่จะใช้ประเภท 1.-2.ลงเพื่อสนับสนุน
-จำได้ไม้การหาข้อมูลทั้งหมดห้ามหาจากที่ใดที่หนึ่ง และที่สำคัญหากเรื่องมันเกิดใน กทม แล้วคุณยังไม่สามารถหาข้อมูลได้ก็ไม่ต้องถามหาจาใต้สุด เหนือสุด อีสานชิดเขมรหลอก
และในการตัดสินเชื่อหรือไม่คุณต้องอ่านคนๆนั้นคิดและทำอะไรเพื่อใครให้ได้ก่อน
-จำได้ไม้ทุนทราชเขาจำทำเช่นไรหากต้องกานให้คุณเชื่อ
1.ใช้ละบบการโฆษณาหาคำง่ายๆ สมานฉัน สีแดง สีขาว คลังชาติ ศักดินา สวยต้องขาวอื่นๆอีกมากถามลายละเอียดจะวนเวียนกลับการทำให้คุณยอมเนรคุณแผ่นดิน

คนกันเอง

สยามจริงๆแล้วน่าจะมีสุโขทัย,กรุงศรีอยุธยา,กรุงรัตนโกสินเท่านั้น
ทางอิสานเท่าที่สังเกต...จะเป็นวัฒนธรรมทางขอมมากกว่า...ขนาดสุโขทัย
สมัยพ่อขุนรามก็เป็นขอมเลย...ทางเหนือก็เป็นวัฒนธรรมทางล้านนาเขา
ทางใต้ก็วัฒนธรรมอีกรูปแบบไปทางมาลายู...แล้วเราก็รวมๆกันเป็นประเทศไทย
แต่การพัฒนาประเทศแต่ละส่วนนั้น...กลับมุ่งแต่ภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพฯ
ปริมณฑลเท่านั้น...เขาพระวิหารถ้าเป็นศิลปของเขมรก็ควรจะให้เขาไป...
.....เป็นเพียงข้อสังเกตเท่านั้นเอง....

คนริมโขง

สรุปแล้วก็คือ ณ บัจจุบัน เราไม่ต้องจำเป็นที่จะต้องมาเสียดายกับปราสาท แลเ ดินแดนที่เสียไปแล้วตามที่บทความกล่าว เนื่องจากศาลโลกได้ตัดสินไปแล้ว เหมือนที่ดินที่ถูกครอบครองปรปักษ์แล้วก็ต้องเสียที่ดินให้ทางกัมพูชาไป นั่นคือ ทำไมกัมพูชาถึงอยากได้ ปราสาทพระวิหาร เพราะเขารักศักดิ์ศรีความเป็นชาติเขมร
ไม่ยอมที่จะให้ มรดกวัฒนธรรมของชาติตนไปเป็นสมบัติของชาติอื่น ( และเป็นหนึ่งเรื่องในการในการหาเสียของ พณฯสมเด็จ ฮุนเซน สำหรับการเลือกตั้งด้วย )

แล้วกลับมาย้อนดูว่า ชาตไทยของเรารักศักดิ์ศรีตนเองมากเพียงใด
แล้วต่อไป ชาติไทยจะมีศักดิ์ศรีเหลือเพียงใด หรือคำว่า ชาติไทยจะเป็นเพียงคำที่ติดตรายางประทับตาม บัตรประชาชน พาสสปอร์ต

คน

ทุนทราชใช้ใครได้บ้างคุณลองคิดดู และแปกใจหรือไม่ที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกลับเหลี่ยมและเหลี่ยมมีเงินขนาดใด และคนกลุ่มนี้ขนาดทำร้ายฆ่าคนในสถานที่สาทรณะซึ่งมันควรจะมีข่าวตามฟีทีวtv หนังสือพิม แล้วคุณเคยได้เห็นไหม ข้อมูลที่ไทยเรามีพลังงานอย่างมหาสารเราเองเคยได้รู้ข้อมูลหรือไม่จากที่ใดหรือไม่ ทั้งหมดที่เรากำลังเกิดปัญหาในประเทศหล่าวนี้มาจากอะไรเล่าทำไมนักการเมืองทราช และทุนทราช นักวิชาการทราชจึงพยามตีชาติไทยขนาดนี้พยามแทรกความคิดทรยดแผ่นดินไม่ใช่เรื่องผิด ถึงทหาร ประชาชนที่รักแผ่นดินจะยอมปกป้องชาติอย่างไรเขาก็จะอ้างว่าเป็นคนโง่คนคลั่งชาติแต่ไม่เคยเลยที่จะเอาข้อมูลที่จริงมาตีแผ่ แต่จะบอกความรับให้คนหล่าวนี้จะไม่กล้ากลับคนที่เขามีความรู้จริงเป็นนักวิชาการที่รู้จริงและรู้ว่าเขาได้อะไรเป็นของกำนันจะไม่ประทะหากไม่จำเป็นจะโจมตีก็ต่อเมื่อคนๆนั้นเป็นคนดีหรือไม่คิดโกด ขายทุกอย่างขายทุกที่เพื่อผลประโยชน์ของตน

aa

สรุปก็คือ ข้ออ้างของอาจารย์ชาญวิทย์ ที่อ้างประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอ สิ่งที่เราต้องตระหนักในขณะนี้ก็คือ แม้ศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่รัฐบาลไทยขณะนั้นได้สงวนสิทธิ์ไปแล้วว่าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ปี 2505 และหลังจากนั้น 46 ปี ก็ไม่เคยมีรัฐบาลใดเลยที่จะยอมรับว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร มีแต่รัฐบาลชั่วชุดนี้ที่ได้มีมติ ครม.ขายชาติช่วยเขมร ไปยอมรับประสาทพระวิหารว่าเป็นของเขมร และจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ค้ำคอเราให้ไม่สามารถโต้แย้งได้อีกต่อไป

ฟ้าสีทอง

ขอบคุณประชาไท และอาจารย์ชาญวิทย์มากครับ สำหรับบทความที่มีข้อมูลกระชับ ละเอียดชัดเจน

มีบางจุดที่ผมเห็นว่ายังอาจมีข้อโต้แย้งได้และหากสามารถอธิบายได้ก็จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่สมบูรณ์ในระดับที่มองหาข้อยุติ (สำหรับฝ่ายไทย) ได้อีกระดับหนึ่งครับ

จุดที่อาจารย์ได้ชี้ว่า สยามในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ยอมรับแล้วว่าเขตแดนในส่วนของเขาพระวิหารได้ตกเป็นของฝรั่งเศสแล้วนั้น ยังน่าจะคลุมเครืออยู่ จนเป็นทีมาของกรณีพิพาทภายหลัง เนื่องจากขีดจำกัดทางเทคนิคการทำแผนที่ ซึ่งเส้น (ตามทฤษฎี เส้น จะไม่มีมิติทางด้านกว้าง แต่ในทางปฏิบัติจะมีขีดจำกัดอยู่) ที่ลากบนแผนที่ เมื่อเทียบกับภูมิประเทศจริงจะกินตวามกว้างมากพอที่จะทำให้เกิดความคลุมเครือได้เช่นในกรณีเขาพระวิหารนี้
ดินแดนที่อยู่ทางสองฟากของเส้นนั้นไม่มีปัญหา สามารถเข้าใจได้โดยไม่มีข้อสงสัยครับ แต่พื้นที่ที่เกิดปัญหาในเวลาต่อมาเป็นพื้นที่ที่คาบเส้น และในที่สุดศาลโลกก็วินิจฉัยโดยใช้ข้อมูลอื่นประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น
แต่ผลการตัดสินของศาลก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงเส้นเขตแดน แต่เป็นการตัดสินในประเด็นอำนาจอธิปไตยเหนือตัวปราสาท

ดาว อิสาน

ข้อเขียนของอาจารย์เข้มข้นร้อนแรงเหมือนน้ำร้อนiาดหัวจำลอง

เหมือนน้ำกรดราดหัวโพธิ์รักษ์พระทุศีล

เหมือนไม้หน้าสามฟาดหัวพันธมิตร

พวกพันธมิตรหน้าโง่ดิ้นพล่านเต็มเวปประชาไท

พันธมิตรสันดานโจร..ที่สืบทอดมาจากการปล้นราชบัลลังค์ของพระเจ้าตาก....ก็ถูกถ่ายทอดมาถึงรุ่นพันธมิตรเหล่านี้นี่แหละ

วันหลัง พวกพันธมิตรและศักดินาช่วยเอาพระแก้วมรกตไปคืนลาวด้วย...เอาปัตตานีคืนมุสลิม...เอาภาคอิสาณทั้งภาคคืนให้คนอิสาน... เอาดิแดนเขมร ศีลปเขมร เช่น พิมาย ละโว้คืนเขาไปด้วยนะ.. ปรางค์สามยอดลพบุรีคืนเขาไป...เอาแต่ตัวอาคารก็ได้....เดียวเขาก็ขนเอาไปได้เอง

ไม่ต้องอ้างว่าเป็นของไทย...เพราะเขาสร้างมาก่อนมีประเทศไทย

.พวกพันธะมิตรสันดานโจร....(เราต้องไม่คุยกับโจรแบบวิญญูชนอีกต่อไป...เพราะเคยอธิบายดีดีมามากแล้ว)

ถ้าพันธมิตรและศักดินาไทยแน่จริงก็เอาดินแดนที่เสียไปสมัย ร.5 กลับคืนมาด้วยซิ...ใครตัดดินแดนให้เขาไป...ประชาชน หรือศักดินา

ทีนพดลด่าเอาด่าเอา แต่ คนทำเสียดินแดน สมัย ร.5 กลับไม่กล้าด่า

มรึงกลัวพ่อมรึงเร้อะ

บ้าบอคอแตก....ยึดมั่นถือมั่น...เอาพระปลอมมานำม็อบบ้ากันใหญ่

ฟ้าสีทอง

แต่ศาลโลกยังยกเว้นการตัดสินในส่วนของเส้นเขตแดน ทำให้เรื่องนี้ยังคลุมเครืออยู่ ต่างฝ่ายต่างสามารถบอกได้ว่าตนเองยังขีดเส้นเขตแดนของตนเอง ตรงนี้จึงยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน ต่างฝ่ายต่างมีข้อยุติของตนเอง และคงเป็นไปได้ยากที่จะมีข้อยุติร่วมกัน ยังคงปล่อยให้เป็นพื้นที่สีเทาอยู่คล้ายๆกับอีกหลายแห่งในโลก

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลหลักฐานอันหนึ่งที่มีอยู่จริงแต่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาในวงกว้าง นั่นคือมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นเกี่ยวกับคำพิพากษานี้ครับ ว่าไทยยอมรับหรือไม่ยอมรับในส่วนไหนบ้าง

จึงอยากขอรบกวนหากเป็นไปได้ที่ประชาไทจะนำเอาเอกสารมติของคณะรัฐมนตรีขณะนั้นมาเสนอ เพื่อให้เห็นข้อยุติ (อาจไม่ใช่ข้อยุติร่วมกัน แต่เป็นข้อยุติของฝ่ายไทย) ต่อกรณีนี้ครับ ว่าเรามีทีท่าอย่างไรกับคำตัดสินนี้ และมีความสอดคล้องหรือแตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

ด้วยความนับถือ

รักชาติ

เป็นหน้าที่ของผู้นำแต่ละยุคแต่ละสมัยที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติให้รอดพ้นภัยจากต่างชาติ โดยเฉพาะลัทธิจักรวรรดินิยม หากจะยกเอาประวัติศาสตร์มาอ้างอิงดินแดนที่ใครเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแล้ว มันไม่จบ มันต้องปล่อยให้เลยตามเลย ถามว่าในสมัยของคุณ ในยุคของคุณที่มีโอกาสตัดสินใจ แล้วคุณก็มีข้อมูลเพียงพอแล้ว จะคิดตัดสินใจอย่างไร ดินแดนแค่นั้นไม่ได้มีมากพอที่จะทำอะไรได้มากนัก ไม่ว่าใครจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (ไทย หรือเขมร หรือร่วมกัน) ก็ยังคงไว้ซึ่งปราสาทที่มีไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ถ้าพูดอย่างนี้ นักอธิปไตยเหนือแผ่นดินไทยก็จะบอกว่าเราเสียเขาพระวิหารแน่...

บั้งไฟแสนแดนอีสาน

@..ข้อยเป็นชาวศรีสะเกษ
เขตแดนลำดวนอีสาน
บรรพบุรุษอยู่มายาวนาน
สร้างบ้านแปลงเมืองมั่นคง

-พระวิหารเป็นของขะแมร์
จริงแท้บ่แย่ลืมหลง
ประวัติความจริงยืนยง
มั่นคงทั้งนิติธรรม

-คนชาวศรีสะเกษส่วนใหญ่
บ่ได้เดินขบวนชวนขำ
ไปทวงพระวิหารงานต่ำ
เข้าถ้ำพันธมิตรจิตพิการ

-พวกข้อยทำมาหากิน
บ่สิ้นความคิดจิตหาญ
สร้างสรรค์มิตรภาพยืนนาน
ต่อต้านเผด็จการแน่นอน

คนแก่ ๆ

ต้องขอบคุณ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ทึ่กรุณาให้ข้อมูลให้พวกเราได้ศึกษา

อ.ชาญวิทย์ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ไทย ที่ไม่ธรรมดานะครับ

เมืองไทยน่ะมีไม่กี่คนหรอก ที่นักวิชาการทั่วโลกยอมรับเฉกเช่น อ.ชาญวิทย์

คน

- จำได้ไม้ไม่ ให้ดูที่ชื่อผู้ลงความคิดเห็แต่ให้ดูที่สำนวน หากไม่แน่ใจให้จี่ถามไปเลือยๆเขา
จะหลุดเอง

- จำได้ไม้มือไม้ของทราชทั้งคนลงบทความและลงความเห็นมี3ประเภท

1.เด็กที่อาศัยร้าน com พวกนี้ไม่ต้องการเงินเท่าไร แต่ต้องการความยอมร้บมากว่า

2.พวก นปก พวกนี้ลงบทความเองและถามตอบเองประเภทนี้เลวรู้ข้อมูลทั้งหมดแต่เพราะเงิน
หาตัวได้ตามแหล่งชุมนุมทั้ง นปก และ พันธมิตมีก้องเป็นอาวุฒจะทำน่าโง่ๆเพื่อหาข้อมูล
กลับไปทำร้ายชาติ

3.ประเภทอาจารให้อ่านหนังสือเล่มแล้วตอบข้อสอบที่ร้ายกว่านั้นอาจารเขียนเอง

4.พวกเขี้ยวลากดิน คนหล่าวนี้อยู่ตามบกข่าว และอวดอ้างคนเป็นนักวิชาการ ประเภทนี้ไม่คอยลงความเห็นเองแต่จะใช้ประเภท 1.-2.ลงเพื่อสนับสนุน

-จำได้ไม้การหาข้อมูลทั้งหมดห้ามหาจากที่ใดที่หนึ่ง และที่สำคัญหากเรื่องมันเกิดใน กทม แล้วคุณยังไม่สามารถหาข้อมูลได้ก็ไม่ต้องถามหาจาใต้สุด เหนือสุด อีสานชิดเขมรหลอก
และในการตัดสินเชื่อหรือไม่คุณต้องอ่านคนๆนั้นคิดและทำอะไรเพื่อใครให้ได้ก่อน

พงศ์

ชาตินิยมก็ยังดีกว่าคนขายชาติ คนคลั่งชาติก็ยังดีกว่าคนที่ยอมเป็นวัวควายให้เงินจูงจมูก
ตั้งแต่2505 เป็นต้นมาศาลโลกได้ตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ในกระบวนการของศาลเขายังเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ฎีกาได้ เป็นถึงอาจารย์ก็อย่าแกล้งโง่เลย เพราะถ้าเป็นประชานทั่วไป เขาคงไม่รู้ในข้อนี้ การที่กัมพูชาจะให้ไทยรับรองยินยอมให้กัมพูชาจดทะเบียนให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะย่อมแสดงให้เห็นว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด เพราะยังมีสนธิสัญญาที่ฝรั่งเศสทำกับไทยก่อนคืนอำนาจให้กัมพูชาว่าเขาพระวิหารเป็นของไทย เพราะไทยไม่เคยเป็นประเทศราชย์ของฝรั่งเศสเราจึงคืนให้เฉพาะที่ดินที่เป็นของกัมพูชา ดังนั้นถ้าเราหาสนธิสัญญาฉบับนี้เจอก็สามารถจะอุทธรณ์ต่อศาลโลกและได้เขาพระวิหารกลับคืนมาเป็นของไทยอีกครั้ง

ฟ้าสีทอง

คำพิพากษาของศาลโลกถือเป็นสิ้นสุดครับ ไม่มีการอุทธรณ์

ประเด็นคือ เราทำตามคำสั่งศาลหรือเป่ล่า มีมติคณะรัฐมนตรีถอนสิทธิ์เหนือดินแดนหรือยัง

กรุงเทพ

ความเห็นของคุณ " คน" สงสัยจะเป็นคนใต้ เนอะ

คน

-------- ขณะนีคนในเว็บได้ถูกแยกเป็น2พวกแล้วไม่ใช่ไม่ดีเป็นสิ่งดี

1.เครื่องมือทราชใช้เพื่อเปิดทางทำมาหากินขายแผ่นดินโดยใช้คน4ประเภทมีทั้งพวกที่ไม่รู้ข้อมูลจริงและพวกที่รู้จริงและวางแผนเก่งทั้งการเขียนบทความและลงความเห็นให้คนที่ขาดข้อมูล งง หรือคนที่พอรู้แต่ไม่เคยต้องเถียงกลับคนที่เก่งเปี่ยนเปี่ยงเปนข้อมูล มีทั้งเถียงอย่างโง่ๆและมาแบบกอนประตูพวกนี้ใก้ลเคียงน้องตุดตู่มาก หรือเชื่ออย่างจริงใจตามที่อาจารวางไว้ให้มีอีโก้อ่านเล่มเดียวประเภทนี้ยังไม่รู้เลยว่าอ.ตนเองใช้อะไรในการเรียกคนออกมาประท้วงในเดือนตุลา ประเภทตุลาทราชแล้วรู้ไม้หมักเป็นคนเรียกคนออกไปฆ่าคนตุลาแต่ตอนนี้อ.คุณเอากลับปกป้องแล้วอะไรคือศักดินาที่แท้จริงหันกลับไปดูเสียว่าคนหล่าวนี้ดูถูกประชาชนขนาดใดแค่ลูกตนเองไม่เกี่ยวกลับการบริหารชาติทำไมข้าราชการต้องไปเป็นขี้ข้ารับใช้ทั้งในและนอกประเทศ และประเภทเขี้ยวลากดินหลบอยู่กลับคำว่านักวิ๙การ นักการเมืองทราชไม่สามารถคิดแผ่นใดๆได้ตนเองนอกจากอาศัยนักวิชาการทราชและตอบแทนด้วยเงินและตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐแลเอชน

อ่านเองคิดเองได้

เสียเวลาเข้ามาอ่าน ข้อมูลหลักฐานยืนยัน ไม่ปรากฏให้ผมหาข้อมูลที่ชัดเจนเลย ท่านคิดว่าจะใช้ความเป็นอาจารย์มายัดเยียดความคิดเห็นของท่านให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาสมัยใหม่ ไม่ได้นะครับ

คน

ประเภทที่2.
คนที่รู้ข้อมูล หรืออยากรู้จึงตามหาความจริงและถูกสั่งสอนมาให้รู้จักการแยกแยะความจริงออกจากคำพูดโกหก รู้ว่าส่วนใดจริงส่วนใดโกหก ส่วนใดมีความจริงกี่%คนหล่าวนี้มีมากรวมถึงผู้ที่เขามาอ่านเฉยๆไม่แสดความคิดเห็นแต่รู้ และพวกที่ต้องการให้คนอื่นรู้ทันกลุ่มที่2มีมากแต่บางคนไม่ต้องการเถียงกลับเด็กรับใช้ทราชจึงเป็นแค่คนที่อ่านแล้วรู้ทันดีนะแต่ควรขยายความเข้าใจให้เด็กและคนที่เขาไม่รู้มิชนั้นคนที่ทำเลวแต่เขาพูดทุกวันว่าเขาดีจนทำให้คุณลืมความเลวที่เขากะทำและบางเหตุการลูกหลานท่านไม่รู้เพราะเกิดไม่ทันไม่รู้และไม่เคยได้ยินความเลวที่เขาทำเขาก็จะกลายเป็นคนดีและกลับมาทำลายคุณเอง

---อาจมีบางส่วนน้อยมากที่ไม่เข้าใจข้อมูลใดๆเลยก็น่าเห็นใจเพราะทุกอย่างรัฐคุมหมดอย่าถามข้อมูลจากฟรีทีวี วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ที่เอากามเข้าล่อ-----

ส่วนไอ้คำคลังชาติ ไม่สมานนฉันเดียวตีกัน สีแดง สีขาว ไม่เลือเขาแล้วเลือกใคร เงินของทักษินอื่นๆอีกมากมันก็เป็นแค่เทคนิคการทำโฆษณาหาคำง่านๆติดปากแต่ไม่สามารถอะธิปายข้อเท็จจริง

อะตอม

ครับลัทธิคลั่งชาตินี้ เอามาโยงประเด็นเสียดินแดน ผมว่าเราพูดให้ไกลตัวตนปัญหาเกินไปแล้วถ้าขยายออกไปให้ไกลข้อเท็จจริงของปัญหามันจะบานปลายเป็นกรณีน้ำผึ้งหยดเดียวจากปัญหาภายในเป็นปัญหาระดับประเทศ
กรณีที่เราเสียดินแดนอ้างอิงสมัย ร.5นั้น เขตแดนสมัยนั้นไม่ชัดเจนเหมือนสมัยนี้ในความเป็นรัฐแต่เป็นการแบ่งดินแดน แบบการยึดครอง เป็นหัวเมืองทั้งประเทศราช ผ่านบรรณาการเขตแดนแบบรัฐชาตสมัยนี้ไม่ชัดเจน

มันจึงอ้างอิงสิทธิเหนือดินแดนมากกว่าวิธีการแบ่งเขตแดนแบบสมัยนี้และสิทธิเหนือดินแดนสมัยนี้กับสมัยนั้นเงื่อนไขต่างกัน ตัวแปรชาติล่าอาณานิคมที่ใช้การเข้าหามหาอำนาจในการต่อรอง บางทีวิธีการแบบนั้นมันอาจจะแตกต่างจากข้อเท็จจริงของความถูกต้องจริง ถ้าถูกพิจรณาภายใต้เงื่อนไขการต่อรองแบบใหม่ เช่นยกตัวแปรมหาอำนาจออก

การใช้หลักเกณฑ์สิทธิเหนือดินแดนนั้นมันไม่ใช่ต่อไปแล้ว เราน่าจะมาว่ากันที่ข้อเท็จจริงของหลักเกณฑ์ ปักปันเขตแดนแบบใหม่ที่เป็นที่ยอมรับ และพื้นที่ทับซ้อนแน่นอนมันยังไม่ชัดเจน ด้วยอ้างอิงหลายหลักเกณฑ์และตัวแปรการต่อรองของสังคมโลกเปลี่ยนไป

นี่คือช่องทางที่เราจะหยิบยกมาพิจารณาใหม่หาข้อมูลแย้งใหม่ไม่ปิดตา

ธนูทอง

ข้อเท็จจริงเบื้องตันที่บางคนยังไม่ยอมรับก็คือปราสาทเขาพระวิหารถูกตัดสินให้เป็นของเขมรแต่บอกว่าสงวนสิทธิ์ได้ที่จะไม่ยอมรับ มันน่าจะต้องทำความเข้าใจว่าคำตัดสินก็คือคำตัดสินถ้าไม่ยอมรับก็เข้าไปรุกล้ำไม่ได้ ทางพฤตินัยก็เข้าไปไม่ได้ทางนิตินัยก็มีคำตัดสินค้ำอยู่และไทยต้องถอนทหารและกำลังพลกลับมาตั้งแต่ปี 2505 ถ้ามีการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยเฉพาะพื้นที่ตรงที่เป็นตัวปราสาทก็ไม่สามารถจะไปทำอะไรได้ ควรอยู่กับเพื่อนบ้านอย่างสุขสงบจะดีกว่า แต่ถ้ารุกล้ำเข้ามาก็ต้องใช้แผนที่ในการตรวจสอบโดยกรมแผนที่ทหารที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ถ้าผู้รับผิดชอบบอกว่าไม่รุกล้ำแล้วจะเอายังไงอีก การขอขึ้นมรดกโลกก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเขตแดนต่อไปแล้ว เมื่อวานฟังพวกพันธมิตรทั้งสนธิและจำลองบอกว่าไม่เคยยอมรับว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมรนี่น่าจะบอกธาตุแท้ของคนพวกนี้ได้ว่ากูเชื่ออย่างไรต้องเป็นอย่างนั้น ปัญหาคือเราจะจัดการกับคนที่เห็นตามแต่ใจตัวเองเหล่านี้อย่างไร

*******

ผมเองชอบชมโบราณสถาน ชอบดูความเจริญและอารยะธรรมเก่าๆ แต่ก็สงสัยทำไมเราต้องมานั่งเถียงกันทะเลาะกันเหมือนเด็กๆแย่งสมบัติบ้า กะอีแค่ปราสาทหินเก่าๆ ของเขาก็ให้
เขาไปเถอะ ถ้าเขาจะมาเอาพนมรุ้งหรือพิมายของเราค่อยว่ากันใหม่

ปลายฟ้า

อ่านบทความแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มเติม ว่าความเป็นมาอย่างไร และจบอย่างไร เรื่องของขบวนการที่จะมีต่อหรือไม่เมื่อศาลโลกตัดสิน ฉันไม่ทราบเพราะไม่ใช่นักกฎหมาย
แต่อยากแสดงความคิดเห็นในกรณีที่พันธมิตรใช่ประเด็นนี่โจมตีรัฐบาล ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่เข้าข้างใด ฉันก็เป็นคนหนึ่งทีมีความคิดของตัวเอง มองว่าสิ่งใดควรไม่ควรด้วยตนเองและเหตุผล มิใช่ตามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก่อนหน้านี่ฉันเห็นด้วยที่เขาออกมาคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะแท้จริงแล้วรัฐควรที่จะแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ก่อน เพื่อประชาชน แต่เมื่อมีการยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเขาก็จับประเด็นต่างๆ มาเล่นต่อ ผลสุดท้ายก็ลงเอยด้วยประเด็นดังกล่าว ซึ่งฉันมองว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ฉันไม่ได้มองว่าควรจะเป็นของประเทศใด แต่ฉันมองว่ามันจะสร้างปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้าเราจะพูดหรือแสดงความคิดเห็นกันอยู่อย่างนี่ การเสียดินแดนก็เป็นเรื่องที่เราคงยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทุกวันนี่เราต้องยอมรับว่าเราได้ข้อมูลไม่ครบว่าปัญหาอยู่ที่ใด การตกลงเป็นอย่างไร ฝ่ายรัฐเองก็ต้องยอมเปิดปากพูดให้ชัดเจนว่าข้อตกลงคืออะไร ไม่ควรที่จะสั่งห้ามให้ใครออกมาพูด พูดได้เฉพาะตัวเอง

aa

จากบางส่วนของหนังสือ “ไทยแพ้คดี เสียดินแดนให้เขมร” เขียนโดย บุญร่วม เทียมจันทร์ ประภาส เฉลยมรรค และ ศรัญญา วิชชาธรรม

รัฐบาลไทยประท้วง คำตัดสินของศาลโลก

๑๓ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว ๒๐ กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก โดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม

นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเอาปราสาทพระวิหารกลับคนมาในอนาคตด้วย

ต่อไปนี้เป็นคำประท้วง

“ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๕๙ (พ.ศ.๒๕๐๒) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร”

“ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั

aa

คห 57

ถูกต้อง รัฐบาลพยายามปกปิดข้อมูล ทุกอย่างดูไม่ชัดเจน ทัี้้งที่สามารถทำให้ชัดเจน
ต่อสาธารณะได้ โดยนำทุกอย่างมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

คำถามก็คือถ้าคิดว่าทำถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เป็นอธิปไตยของชาติ ทำไมยังต้องปกปิด

ปลายฟ้า

การปิดบังข้อมูล ที่คนไทยทั้งหมดควรทราบเป็นเรื่องที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง
ต้องยอมรับว่าประเทศชาติมิใช่ต้องอยู่ในการบริหารเพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
แต่อย่างไรฉันก็หวังว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบด้วยดีและช่วยกันแก้ไขปัญหาปากท้องที่ประชาชนกำลังเดือนร้อน นี่คือปัญหาสำคัญ รึใครจะเถียง ว่าตอนนี้ไม่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันและฉันก็หวังว่าจะได้เห็นความสามัคคีของคนชาวไทยยืนยง

หยุด

คุณ คห.๓๗ หยุดคร่ำครวญพิไรรำพันเสียที่ สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้โดยสภาวะธรรมแล้วมันเป็นเพียงธาตุทั้ง๔ แต่โดยสมมติบัญญัติแล้วม้นก็เป็นรูปทรงต่างๆ คุณอย่าไปยึดมั่นถือมั่นต่อวัตถุธาตุเหล่านี้เลย กลับมาดูจิตดูใจของเจ้าของดีกว่า หยุด โลภะ โทสะ โมหะ เสียบ้างอย่าไปจริงจังกับสิ่งสมมติอยู่เลย ถ้าสิ่งใดเป็นของเรามันก็เป็น ถ้าสิ่งใดไม่ใช่ของเราก็ต้องรู้จักอุเบกขาบ้าง ถ้าวิตกจริตเกี่ยวกับสรรพสิ่งที่ได้รับรู้ รับฟังมากเกินไปก็จะทำให้จิตวิญาณเศร้างหมอง ควรจะว่างจิตให้เป็นแค่ผู้รู้ ผู้ดูพอ อย่ากระโจนไปคลุกกับสิ่งสมมติเลย ด้วยความปรารถนาดี

ธรรมศักดิ์

ขอขอบคุณอาจารย์สำหรับข้อมูลทางวิชาการในฐานะผู้รู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ผมในฐานะศิษย์เก่ามธ. ขอให้กำลังใจอาจารย์ เพราะรู้ดีว่าอาจารย์ได้ตกเป้นฝ่ายข้างน้อยไปแล้วในประชาคมธรรมศาสตร์

เดินขบวน2505

หน้าตาคนไทยคนเขมรทุกวันนี้ดูซิผิดกันตรงไหน มันผสมปนเปกันหมดแล้วเรื่องชาติพันธ์นั้นน่ะ หน้าขอมยังมีเหลือให้เห็นที่ไหนหรือ คนเขมรทุกวันนี้ก็บวกไทยบวกลาวบวกญวน พระบาทสีหนุนั้นก็มีพระโลหิตกษัตริย์อยุธยา ล้านช้าง เวียตนามรวมอยู่ทั้งนั้น--ขอเชิญอ่านประวัติศาสตรกัมพูชาสำหรับนักเรียนซึ่งอาจารย์ศานติ ภักดีคำแปลจากภาษาเขมรเป็นไทย ไม่ได้ดูที่การสอนปลุกปั่นให้เกลียดชังกันซึ่งไม่มีวันหมดตราบใดที่พระบาทสีหนุยังมีพระชนม์และเวบไซทืของท่านอยู่ แต่ดูที่เนื้อความจะเห็นว่าต้นราชวงศกษัตริย์ขอมตั้งแต่สมัยฟูนันถึงเจนละบกนำล้วนไปจากสยาม (กรุณาอ่านประวัติศาสตร์ศรีวิชัยของอาจารย์ธรรมทาส พานิชประกอบด้วย) ราชวงศ์ชัยวรมันที่2มสุริยวรมันที่1และมหิธรปุระสุดท้ายล้วนเสด็จไปสร้างเมืองเขมรจากสยามไชยา ลพบุรี โคราช พิมาย จนชัยวรมันที่9องค์สุดท้ายถูกคนสวนแตงหวานปลงพระชนม์โดยเข้าใจผิดและกลายเป็นกษัตริย์แทนสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์เขมรว่าขอมเคยมารุกรานสยามเลยสังเกตกันบ้างไหม การปกครองสมัยโบราณเป็นระบบจ้กรวรรดิ์เมืองเครือญาติใครใหญ่ก็ยกเป็นหัวหน้า ต่อมาจนถึงสมัยสยามสุโขทัยและสยามอยุธยา

ศิษย์ที่ลงทะเบียนไม่ทัน

เขาพระวิหารสำหรับคนรุ่นผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กเพิ่งเริ่มจำความ
ข้อจริงเท็จเป็นเช่นไรยากจะสืบค้นด้วยแหล่งข้อมูลในยุคโน้นไม่เท่าเทียมยุคนี้
อาศัยข้อมูลตามบทความของอาจารย์ซึ่งทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์
พอประเมินได้ว่าการเสียไปในครั้งนั้นศาลตัดสินจาก "กฎหมายปิดปาก"
อันตีความให้คนรุ่นเราๆเข้าใจก็คงทำนอง "การครอบครองโดยปฏิปัก"
นั่นหมายถึงอะไร หมายถึงว่า ในสมัยรัชกาลที่ห้า การทำแผนที่เป็นเรื่องใหม่มากสำหรับสยาม
แผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นโดยไม่ได้อิงหลักทางภูมิศาสตร์ดังสากลเขากระทำกันนั้น
คณะศาลที่เป็นอารยะกันแล้วล้วนเข้าใจได้ดี แต่เมื่อสยามโง่เองย่อมช่วยไม่ได้
จริงอยู่เราศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาและเป็นไปของถิ่น
ณ วันนี้เราคงมิไปเรียกร้องทวงคืนใดๆให้โลกวุ่นวาย
แต่ประเด็นในกรณีนี้สำหรับผมแล้วคิดว่า มันมิได้อยู่ที่ประสาทเขาพระวิหาร
แต่มันอยู่ที่แผนที่ปักปันเขตแดนระหว่างประเทศอันยังไม่ชัดเจนจนปัจจุบัน

ศาลโลก

ขอยืนยันในระบบศาลถ้ามีข้อเท็จจรืงหรือข้อกฎหมายในประเด็นใหม่สามารถอุทธรณ์ได้ครับ

ศิษย์ที่ลงทะเบียนไม่ทัน

ไทย(ซึ่งไม่ใช่สยาม)อ่อนเชิงนักในเรื่องการถกเขตแดน
ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านที่ล้วนผ่านการถกกันมาหลายรอบ
ประเด็นมันอยู่ที่ท่าทีลับๆล่อๆของรัฐมนตรีไทย
ที่ทำดั่งราวประเทศเป็นตนคนเดียว
จริงอยู่ประเด็นนี้ละเอียดอ่อน อาจกระทบความสำพันธ์ระหว่างประเทศ
แต่ท่าทีก็ไม่ควรเร้นลับเสียขนาดนี้ การที่เอาตำแหน่งเป็นเดิมพันนั้น
ตำแหน่งคุณเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
และถ้าเรื่องทั้งหมดมันง่ายๆเหมือนที่รัฐมนตรีและนายกฯยกมาบรรยายผ่านจอ ก็ในเมื่อมันตรงไปตรงมาเข้าใจง่ายซะขนาดนั้น ใยต้องใช้ท่าทีเร้นลับขนาดนั้น
ทั้งหมดทั้งปวงของความคิดเห็นของผมจะเป็นด้วยเกิดจากผลของวาทกรรม"อำนาตยาเสนาชาตินิยม" สวยหรูอะไรนั่นตามที่อาจารย์กล่าวมาหรือไม่ผมไม่แน่ใจ แต่ด้วยสามัญสำนึกแล้วการใดที่มีผลต่อเรื่องการปักปันเขตแดน มันมิใช่เรื่องที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะกระทำด้วยอำนาจสิทธิขาดเพียงผู้เดียวได้ไม่

ฟ้าสีทอง

ขอขอบคุณความเห็นที่ 58 ครับ และขอเพิ่มเติมว่าสามารถหาอ่านได้ที่ Wikipedia http://th.wikipedia.org/wiki/ปราสาทเขาพระวิหาร

สำหรับความเห็นที่ 65 เห็นด้วยครับ หากมีประเด็นใหม่ก็สามารถขอต่อศาลให้พิจารณาตามประเด็นใหม่ได้ครับ โดยไม่ถือเป็นการอุทธรณ์
และสอดคล้องกับคำประท้วงของรัฐบาลไทยด้วย ที่ว่า "ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง"

ฟ้าสีทอง

หากเป็นไปตามนี้ และไม่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาภายหลังเพื่อลบล้างคำประท้วงนี้ ก็แสดงว่าไทย (โดยฝ่ายเดียว) ยังคงถือว่าตนมีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร และไม่มีการตกลงไดๆเกี่ยวกับเส้นเขตแดน (ตามบทความก่อนหน้านี้) ต่างฝ่ายต่างยังคงถือเอาเขตแดนตามที่ตนเองขีดเส้นเป็นข้อยุติของแต่ละฝ่าย

หากเป็นไปตามนี้ การตกลงเส้นเขตแดนไดๆที่ล้ำเข้ามาจากแผนที่เดิมของไทย สำหรับมุมมองของรัฐบาลไทย ถือว่าเป็นการเสียดินแดนแน่นอน

และการรับรองให้กัมพูชาจัดการบริหารไดๆกับตัวปราสาท ก็เท่ากับรับรองอธิปไตยเหนือตัวปราสาท (ซึ่งไทยถือว่าอยู่ในอธิปไตยของไทย)ก็เท่ากับเป็นการเสียอธิปไตยเช่นกัน

หากจะมีท่านไดแย้งว่า ทำไมที่ผ่านมากว่าสี่สิบปีจึงไม่มีการดำเนินการไดๆ

ก็สามารถถามแย้งในทำนองเดียวกันได้เช่นกันว่า กัมพูชาก็ละเว้นที่จะร้องเรียนต่อคณะกรรมการในองค์การสหประชาชาติเพื่อบังคับคดีเช่นกัน จึงไม่ควรโต้เถียงกันในประเด็นนี้อีก

ทางออกของกรณีนี้คือให้ละข้อยุติที่แตกต่างระหว่างไทยและกัมพูชาในข้อนี้เสีย แล้วดำเนินการโดยถือเป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันไปก่อน

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติต่อกรณีนี้อย่างเหมาะสม โดยละ

ฟ้าสีทอง

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติต่อกรณีนี้อย่างเหมาะสม โดยละเว้นการตกลงไดๆกับกัมพูชาเกี่ยวกับเส้นแบ่งเขตแดน ยกเว้นว่าจะเป็นไปตามที่ไทยกำหนดไว้ และไม่ยินยอมให้กัมพูชาบริหารจัดการไดๆ (รวมทั้งการเสนอเป็นมรดกโลก) โดยไทยไม่ได้เป็นผู้ที่มีส่วนในการบริหารร่วมด้วย

มิเช่นนั้นจะรัฐบาลนี้จะเป็นผู้ทำให้ราชอาณาจักรสูญเสียดินแดนและอธิปไตย อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะพิจารณาตามรัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม

The Kingdom

ครั้งหนึ่งความเกลียดชังเช่นนี้เคยทำให้คนไทยสามารถลงมือสังหารเพื่อนร่วมชาติเดียวกันได้อย่างโหดเหี้ยม และทำให้อาจารย์ป๋วยต้องออกจากประเทศไป มาวันนี้เรากำลังทำซ้ำประวัติศาสตร์ที่เพิ่งผ่านมาเพียง 32ปี ซึ่งไม่ได้ยาวนานเกินชั่วอายุคน แต่เราก็ลืมกันไปเสียแล้ว สิ่งนี้น่าจะเป็นความล้มเหลวในการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถทำให้เราคิดอะไรพ้นไปจากอะไรบ้างเป็นของเรา อะไรบ้างที่คนอื่นขโมยเราไป
เจตนาของผู้สร้างเขาพระวิหารน่าจะยิ่งใหญ่กว่าบรรดาผู้คนที่พยายามจะแสดงความเป็นเจ้าของไม่ว่าไทยหรือกัมพูชา ซึ่งไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าแหล่งท่องเที่ยวหาเงินหรือความพยายามโค่นล้มผู้มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง
ศรัทธาเพียงเท่านี้ไหนเลยอุกอาจอยากเป็นเจ้าของ

ddt

ผมว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เคลื่อนพลไปตีจังหวัดล้านช้างกันเลยดีกว่ามั้ย ... พะยะค่ะ (พูดไปพลาง กราบไปพลาง)

ดอกจาน

ดูจากประวัติศาสตร สถาปัตยกรรม ปราสาทก็ไม่ใช่ของไทยอยู่แล้วครับ

รากหญ้า

นี่คือบทความที่เขียนขึ้นด้วยเหตุและผลการวิเคราะห์แนวคิดเหตุแห่งการคิดเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อยากให้พวกพันธมารทั้งหลายๆเหล่านั้นได้มาอ่านบทความดีดีที่มีเหตุและผลแบบนี้บ้างจะได้หูตาสว่าง การจะเชื่อมั่น ยึดมั่นในสิ่งใดๆก็แล้วแต่ต้องคิดอย่างมีสติ มีเหตุมีผล ไม่ใช่ใช้อารมณ์และไม่ฟังความคิดคนอื่นไม่ฟังเหตุฟังผล ปิดหูปิดตา
**แล้วประเทศไทยของเราจะพัฒนาได้อย่างไร**

สติปัญญาเเค่นี้ ไม่น่าเป็นอาจารย์ได้เลย

โอ้ ดีใจจัง
ในที่สุดก็ได้เห็นธาตุเเท้ เเละสติปัญญาอันเเท้จริง ของคุณชาญวิทย์ ชินวัตร เอ๊ย..เกษตรศิริ
ว่าอีหรอบเดียวกับคุณใจ (เขมร) เลย
ใครเคยเรียนกับสองคนนี้ น่าจะเอาเล็คเชอร์ไปคืนท่านนะ หรือไม่ก็เผาทิ้งไปเลยก็น่าจะดี จะได้ไม่เป็นเสนียดเเก่บ้าน อ้าว..พูดจริงนะเนี่ย
เรื่องตัวปราสาทพระวิหาร ว่ามันควรเป็นของใคร ผมไม่ขอพูดถึงละกัน ขี้เกียจพูด ขี้เกียจอธิบายให้สาวกเเม้วในเวปนี้ฟัง เพราะรู้ว่าป่วยการอธิบาย ทั้งที่เรียนมาโดยตรงจากสำนักท่าช้างวังหน้า เพราะยึดธรรมะของพระองค์ที่สอนว่า พวกบัวใต้โคลนตมไม่สมควรเสียเวลาสั่งสอน เพราะสอนอย่างไรมันก็ฟัง ด้วยกิเลสเเละอวิชชา อามิส มันปิดบังดวงตาพวกนี้อยู่
ผมอยากถามอาจารย์เเค่ว่า ก่อนจะเขียนบทความนี้นะ อ่านข่าวสารบ้านเมือง มั่งหรือเปล่า หรือว่าวันนี้เพิ่งมุดออกมารู หูตาเหลือก รีบเขียนทันที ช้าเดี๋ยวนายใหญ่ไม่ปลื้ม.เเฮ่ๆ
คำถามคือ ทำไมนายนพเหล่ ถึงได้รีบรน ปกปิด ซ่อนเร้น การลงนามสนับสนุนเขมรให้ขึ้นทะเบียนมรดกในครั้งนี้เหลือเกิน รีบเอาเข้าครม.ให้ลงมติ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นเเผนที่ของเขมรเลย กว่าจะเห็นก็ในเช้าวันเซ็นสัญญา อย่างนี้มันหมายความว่าอะไรครับ

F9

ไม่เคยคิดเถียงประเด็นว่าปราสาทนั้นของเขมรมั้ยครับ? ไม่หวงด้วย
แต่สนใจเรื่องพื้นที่ทับซ้อนมากกว่า... ใครจะอธิบายครับ
จู่ๆ มาว่าคลั่งชาติได้ไง เรื่องปราสาทจบไปแล้ว
เอาปัญหาขณะนี้สิครับ... วัดเขมรมาตั้งจะว่าไง

แบบนี้คลั่งชาติป่ะ?

สติปัญญาเเค่นี้ ไม่น่าเป็นอาจารย์ได้เลย

เอ้าถามต่ออีกหน่อยก็ได้
เผื่อสาวกเเม้วในเวปนี้ จะได้เอาไปถามเจ้านายของพวกมัน
คำถามคือ วันนี้ใครได้เห็นเเผนที่เขมรตัวจริงหรือยัง นายนพเหล่ที่เอาเเผนที่มาเเถลงนะ เป็นเเผนที่ ที่กรมเเผนที่ทหารของไทยทำขึ้นนะ มันมีอะไรลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนอยู่หรือถึงไม่ยอมเปิดเผยเเผนที่จริงให้เจ้าของประเทศเขาได้ดูกันเสียที อย่าบอกนะว่ากระดาษมันบางกลัวขาด..ฮา หรืออย่าบอกนะว่าเขมรขอไว้ เพราะต้องการให้การเลือกตั้งเขมร ผ่านไปก่อน เพราะคนที่พูดอย่างนี้น่าจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเขมร มากกว่า เอ...หรือว่า นพเหล่ นี่มันเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเขมร ฝากอาจาน เเละสาวกเเม้วในเวปนี้ตอบให้ด้วยครับ โดยเฉพาะทาสเเม้วทั้งหลายฝากไปถามเจ้านายคุณด้วย ว่าต้องการเอาเขาพระวิหาร ไปเเลกกับการได้สัมปทานในเกาะกง เเล้วก็สัมปทานต่างๆ ในเขมร อย่างที่รัฐมนตรีพานิชย์เขมร เผลอหลุดออกมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหรือเปล่า

นักวิชาเกิน

ถ้าฟังไม่ผิด พันธมิตรเขาไม่ได้ทวงเอา ปราสาทพระวิหาร นะ เขาพูดถึงดินแดนรอบปราสาทต่างหาก พวกที่ว่าพันธมิตรได้ไปดูหรือเปล่า เขมรสร้างบ้านอยู่รอบปราสาทแล้ว ส่วนเรื่องปราสาท พันธมิตรเขาต้องการให้ไทยขอยื่นร่วมกับเขมร เพื่อรักษาสิทธิ์ที่ประเทศไทยควรจะมี เพราะทางขึ้นมันอยู่บ้านเรานะ ถ้าคนที่เข้ามาแสดงความเห็นไม่เคยไปเขาพระวิหารก็ควรจะไปดูเสียก่อนแล้วค่อยว่า พันธมิตรเขา พวกมีอคติมากนี่ทำให้สมองทึบ ถึง ทึบมาก มาหาว่าคลั่งชาติ รักชาติจนคลั่งนะไม่ดีตรงไหน ดีกว่าพวกไม่รักชาติ คิดแต่จะโกงชาติ โกงภาษีของประชาชน ญี่ปุ่นเขาเจริญขึ้นมาได้เพราะเขาสอนให้คนของเขารักชาติ

สติปัญญาเเค่นี้ ไม่น่าเป็นอาจารย์ได้เลย

อีกคำถามละกัน กำลังมัน
อาจาน หรือสาวกเเม้วในเวปนี้
พวกคุณมีใครได้เห็นตัวสัญญา หรือเเถลงการณ์ร่วมไทยเขมร หรือบ้าบออะไรเเล้วเเต่นายนพเหล่ จะสรรหามาเรียกกันหรือยัง
ตัวสัญญา หรือเเถลงการณ์เเท้ๆ ที่มีลายเซ็นต์ นายนพเหล่ กับทูตเขมร ลงนามนะ
ไม่ใช่ สรุปย่อของเเถลงการณ์ ที่นายนพเหล่ เอามาเเถลง
อยากฝากถามอาจาน กับสาวกเเม้ว ไปถามพวกนายคุณหน่อยว่า
มีข้อความที่บอกประมาณว่า ประเทศไทยขอให้คำโต้เเย้งที่เคยมีมาทั้งหมด ต่อประเทศกัมพูชา ต่อกรณีเขาพระวิหาร เป็นโมฆะ (หรือยกเลิก)
อย่างนี้หมายความว่าไรครับจาน?
ไม่รู้จริงๆ ว่าจริงหรือเปล่า เพราะบอกเเล้วว่าไม่เห็นตัวสัญญาจริงๆ สักที
วานอาจาน เเละสาวกเเม้วในเวปนี้ฝากไปถามเจ้านายคุณด้วย ถ้านายเหลี่ยมไม่อยู่ในไทยเเล้ว ก็ไปถามนายเหล่ก็ได้ ถามให้หน่อยนะ ทาสเเม้วทั้งหลาย อยากรู้จริงๆ ตัวเอง...

เด็กบ้านนอก

หนังสือพิมพ์มีก็หัดอ่านกันบ้าง

เดิมเขมรยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารทั้งเขา แต่รัฐบาลไทยประท้วงต่อยูเนสโก และเขมรก็ยอมแก้ไขแผนที่แนบท้ายตามแผนที่ไทยที่ปรับปรุงตามแนวสันปันน้ำแล้ว ยกเว้นส่วนตัวประสาทที่เพิ่มล้ำเข้ามาตามคำตัดสินศาลโลก

โดยถ้ายูเนสโกขึ้นทะเบียนได้ จะทำให้เขมรต้องยอมมาเจรจาตกลงพื้นที่ทับซ้อนกับไทย โดยไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้อีกเหมือนแต่ก่อน

ปล. การขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารไม่ใช่สนธิสัญญา ดังนั้นไม่มีผลในการตกลงดินแดนในอนาคต ฟังให้เข้าสมองด้วย ไอ้ควาย..............

แดนไท

ยิ่งถกเถียงเรื่องเขาพระวิหาร..ศักดินาใหญ่และระบอบเจ้านายขุนนางอำมาตย์ยิ่งถูกสาวไส้ลึกจนเห็นถึง ธาตุแท้แห่งความเป็นโจร มหาโจรไปปล้นบ้านเมืองเขา กวาดต้อนคน แล้วก็มานั่งตัดตอนประวัติศาสตร์เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่เขมร (เขาสร้างก่อนมีประเทศไทย)

หยุดสาวไส้ได้แล้วถ้ายังรักในระบอบกษัตริย์

เพราะถ้าสาวไส้ไปถึง สมัย ร.5 ก็อาจจะทำให้เสื่อมพระเกียรติยศที่อาจถูกนินทาว่าทำให้เสียดินแดนยอมแพ้ฝรั่ง...แต่กับประเทศเพื่อนบ้านแล้วก้รังแกเขา ยึดเอายึดเอา..รังแกคนที่อ่อนแอกว่า

กวาดต้อนปล้นฆ่าสารพัด..แล้วก็ไม่แบ่งสินสงครามให้ไพร่ทาส ไพร่ทาสจึงเสียชีวิตฟรี รบฟรี ไม่มีเงินเดือน

นี่คือระบอบโจราธิไตย นิสัยโจรจึงตกมาถึงบรรดาพันธมิตร

ทำท่าเป็นหวงดินแดน ทั้งๆที่ไปยึดของเขามา...เขาให้บันได ก็ดีแล้ว

ทำไมไม่ไปด่าคนขายหุ้นให้ต่างชาติว่าขายชาติด้วย....มีบริษัทต่างชาติมาตั้งโรงงานหากินบนดินแดนไทยเยอะมาก

หรือว่าแผ่นดินไทยให้เช่า...เราคิดค่าเช่าขึ้นบันไดก้ได้...ทำสัญญาให้เช่าเลย...หรือให้ผมซึ่งเป็นคนไทยเช่าก็ได้...ผมขอเช่า 99 ปี ราคาค่าเช่าเท่ากับที่ให้พวกศักดินาเช่าดอยต่างๆปลูกกาแฟ แมคาเดเมีย ฯลฯ

คนไทยคนที่2

คห68นี่ ค วา ยมันได้ดักดานดี ที่คห79กล่าวนั้นถูกต้องแล้ว
เพราะคำจำกัดความคำว่ามรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ของยูเนสโก้ ที่ได้ประชุมกันในปีคศ1972ที่ปารีสนั้นในที่ประชุมนานาชาติได้ตกลงเห็นพ้องต้องกันได้ให้บัญญัติออกมา38มาตรา และมาตราที่11ข้อ3นั้นได้บัญญัติเอาไว้ชัดเจน ว่าการรับรองว่าเป็นมรดกโลกนั้นไม่ได้มีผลบังคับใช้ว่าจะนำไปเป็นข้ออ้างเหนือสิทธิ์ของพื้นที่ที่มีปัญหาระหว่างหลายชาติที่ต่างอ้างสิทธิ์ พูดสั้นๆ ชัดๆว่า ไม่ได้รับรองเรื่องสิทธิของดินแดนที่มรดกโลกรับรองว่าเป็นของชาติใดโดยเฉพาะ เหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้ ก็เพื่อป้องกัน ไม่ให้พวกศรีธนญชัยมันใช้วิธีนี้เที่ยวโกงชาวบ้าน(ศรีธนญชัยไม่ใช่มีแค่ประเทศไทย) ยูเนสโก้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าดูแลเรื่องวิทยาศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบูรณภาพของดินแดน เขาดูแลบูรณะสิ่งที่เป็นตัวมรดกโลก ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์แห่งการก่อตั้งให้ชัดเจนด้วย
คนไทยเรานี่มันช่างหูเบา เรื่องจริงความจริงก็ไม่ยอมเข้าไปค้นคว้าหาศึกษา เว็บไซด์ของยูเนสโก้เขาก็มี แล้วก็ลงเรื่องราวต่างๆเอาไว้ชัดเจน

triarrows

ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสนธิสัญญา ทั้งเจ้ากรมแผนที่ทหาร ทั้งรัฐมนตรี ต่างประเทศ ทั้งนักวิชาการ เค้าออกมาแถลง จนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว ไอ้พวกบ้า ลูกกะโล่ ตีนมือ เจ๊กกบฏ สนธิลิ้ม ไม่เสือกดูเอง มัวงมขี้อยู่แต่กับ ASTV จึงไม่ต่างอะไรกับควาย ตะแบงอยู่ไม่หยุด นี่ก็โผล่มาใหม่ ไม่พูดเรื่องตัวปราสาทแล้ว แต่เรื่องเขมรไปตั้งวัดในที่ทับซ้อน อีก มันก็หาประเด็นมามั่วอีกนั่นแหละ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้อธิบายไปแล้ว ว่ามันเกิดมาตั้ง ปี 42-43 โน้น รัฐบาลนี้เพิ่ง 4 เดือน ก็กำลังหาทางเจรจาอยู่ การที่เราไปค้านไว้ไม่ให้ ทางเขมรเค้าเสนอขึ้นทะเบียนแต่แรกนั้น ก็เพื่อให้ ทางเขมรเค้ายอมรับพื้นที่ทับซ้อนนี่เสียก่อน แล้วจะได้เปิดเจรจากัน เมื่อเค้ายอมรับแล้ว คุณนพดล จึงได้ยอมให้เขาขอขึ้นทะเบียนตัวปราสาท เรื่องนี้ ใช่ว่า รมต.ต่างประเทศจะดำเนินการโดยลำพัง เขามีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาเป็นคณะ แต่ รมต.ต่างประเทศ เป็นแม่งาน ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง มีกฏหมายรองรับโว้ย ไม่ใช่ไอ้พวกแก๊งข้างถนน มีกฏหมายไหนรองรับวะ ถึงได้เที่ยวมา ชี้นิ้วสั่งการจะเอาอย่างนั้นอย่าง

คนไทยคนที่2

คนที่รักชาติน่ะ เขาไม่หาเหาใส่หัวให้กับชาติหรอก เช่นทำซ่า ไปหาเรื่องท้าตีท้าต่อยกับเพื่อนบ้าน แบบสมัยอดีตเวลาไปไล่กราทืบลาว ไล่กราทืบเขมรได้ ทำดีใจว่าข้าเก่ง พอโดนพม่าบุกมากราทืบบ้าง(ความจริงไทยไปหาเรื่องกราทืบพม่าก่อน)แล้วเอาเป็นเมืองขึ้น ทำสอนลูกหลานให้เกลียดชังพม่า นี่มันเป็นซะแบบนี้
ไอ้สมบัติโบราณที่ไปปล้นเขมรปล้นลาวมา ก็ถุกพม่าปล้นเอาไป หลักฐานทางประวัติศาสตร์มี
เรียกว่ามันคือกงกรรมกงเกวียนตามหลักพุทธศาสนาจริงๆ
คนที่รักชาติจริงๆน่ะคือคนที่จะต้องพยายามทำให้ประเทศชาติเจริญ ทำให้คนในชาติมีความเท่าเทียมกัน รวมทั้งพร้อมที่จะออกรบที่แนวหน้ายอมเสียสละชีวิตถ้าหากข้าศึกศัตรูบุกรุกดินแดนเข้ามา
นี่ไอ้โนแมนส์แลนด์เนื้อที่ราว4.6ตารางกิโลเมตรที่ไทยมีปัญหาอยู่กับกัมพุชาเมื่อครั้งศาลโลกตัดสินให้ไทยแพ้ ที่ตรงนั้นคือที่ที่ใกล้ๆกับที่ตั้งเขาพระวิหารที่ทั้งไทบและเขมรต่างอ้างสิทธิ ที่ตรงนี้ศาลโลกไม่ได้ตัดสินว่าเป็นของใคร และมันถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนเมื่อปี2543รัฐบาลประชาวิบัติ ปล่อยให้คนเขมรรุกที่เข้ามาสร้างสิ่งก่อสร้างในโนแมนส์แลนด์
และคราวนี้นพดลจะไล่พวกเขมรออก นี่แหละคนที่รักชาติตัวจริง

ดช. เฟียม

FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF

ประกาศกึ่งแถลงการณ์ !

ร็อคคงโคยแซบอีหลีDELICIOUS

ขอให้"คนชาติไทย"และ"คนชาติเขมร" ตลอดจน "คนสารพัดชาติหน้าคอมฯนี้" โปรดช่วยกันยกปราสาทเขาพระวิหารไปไว้ที่อื่นด้วย(จะเอาไปไว้ไหนก็ตามแต่รสนิยมของพวกท่าน).....เพราะวิญญาณของพวกข้าพเจ้าที่อยู่ในหลุมดินใต้ปราสาทนี้เข้าออกลำบากซะละเกิน...ยิ่งตอนท้องเสียจะรีบไปห้องนำก็ยิ่งลำบากเป็นทวีคูณ.....

จะ "รักชาติ" หรือ "ชักราติ" ก็แล้วแต่พระคุณท่าน...แต่ขอให้เห็นใจกันหน่อย-ได้มะ ? ยังไงๆพวกข้าพเจ้าก็อยู่ละแวกนี้มาก่อนพวกท่านแน่นอน(ใครจะเถียง-ก็เรียงหน้ามา !)

ด้วยรักและงมงาย

ลงชื่อ
*&^^*%*
ในนาม มนุษย์นีอานเดอร์ธัลแมน(รุ่น2-รุ่นแมมม็อธใกล้สูญพันธุ์)

FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF

ไจผัก

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ แต่ที่สรุปได้คือ
1. ผู้เขี้ยนมีอคติอย่างสูงต่อคำว่า อมาตยาธิปไตย ซึ่งต้องแยกวิจารณ์ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
2. เมือย้อนประวัติศาสตร์ ขึ้นไปถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ปรากฎเป็นหลักฐานว่า ไทย(สยาม)สูญเสีย ปราสาทเขาพระวิหารให้แก่เขมร อยู่ดี
3. ถ้าใช้หลักเกณฑ์ทีว่า ย้อนขึ้นไปสมัยอยุธยาเราไปตีขะแมร์เป็นเมืองขึ้นยึดดินแดนมา นั่นแสดงว่าเราควรยกดินแดนในอีกหลายจังหวัดในประเทศไทยปัจจุบันคืนให้เขมรด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ ทางออกก็คือต้องตั้งจุดอ้างอิงเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่รัชกาลรัตนโกสินทร์ ดังนั้น เมื่องตั้งต้นที่จุดนี้ อย่างไรเสียสยามหรือไทยก้ กล่าวได้ว่าเสียเขาพระวิหารที่เคยเป็นดินแดนของสยามประเทศให้แก่กัมพูชาประเทศไปจริง ๆ
4. ต้องนับถือนายกที่ผู้เขียน ดูดูกว่าเป็นอมาตยาธิปไตย ที่ฉวยโอกาส ฉวยจังหวะ หาทางเอาดินแดน เสียมเรียบ ฯลฯ คืน มา แม้ว่าผู้เขียนบทความจะดูถูกว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสชาตินิยม แต่อย่างไรเสีย การรักชาติ ก็ย่อมดีกว่า การไม่เอาธุระกับชาติบ้านเมือง โดยไม่แคร์ว่าลูกหลานของตนเองนั่นแหละที่ต้องมีชีวิตในประเทศเดียวกันนี้

มองทะลุ

สมัยนู้น เอเชียพัฒนาการรบได้ดีหรือไงก็ม่ายรู้ เจงกิสข่าน มันถึงเกือบปกครองโลก ทีมันทำอย่างนั้น เพราะมันเป็นค่านิยมของกษัตริย์โบราณที่จะรบปล้นทำลายอาณาจักรอื่นๆ แบบว่า เป็นค่านิยมว่า ข้าคือ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

ของไทยก็มีเหมือนกัน กษัตริย์ที่ขยายดินแดนได้มาก ก็ได้รับการยกย่อง

ต่อมาถึงทีฝรั่ง มันก็มาแบบเดียวกัน ล่าอาณานิคมไปทั่ว แถวเอเซียก็โดนด้วย

พอเข้ายุคใหม่ คนเบื่อหน่ายสงครามรุกรานที่เสียหายล้มตายมหาศาล ก็เลยมีสหประชาชาติขึ้นมา ไว้คอยดูแลไม่ให้ประเทศรุกรานกันหรือทำสงครามเพราะทะเลาะกัน ถ้าใครละเมิดจะถูกกองกำลังสหประชาชาติเข้าไปตอบโต้ ประมาณนั้น

ไอ้ที่รุกรานกันมาก่อน ก็คงแล้วกันไป แต่ก็คงไม่ปิดโอกาสเรื่องเรียกร้องเอกราช อย่างเช่น ติมอร์

ทุกประเทศย่อมรักชาติตัวเอง แต่ก็อาจกระทบกระทั่งกัน เมื่อต่างก็รักชาติของตนไม่ยอมลงให้กัน มันก็พร้อมจะทำสงครามทำลายกัน

สมัยใหม่เราไม่จำเป็นต้องทำสงครามกันแล้ว มีคนกลางอย่างสหประชาชาติไกล่เกลี่ย และมีศาลโลกไว้ตัดสินข้อพิพาท ทุกฝ่ายก็อยากชนะ ถ้ายอมรับระบบศาล ก็จบ

ถ้าไม่ยอมรับระบบศาล จะใข้กำลังทหารยึดมาจะเอาอย่างนั้นหรือ

มองทะลุ

จะเอาอย่างนครเยรูซาเล็มไหม รบกันมาเป็น 1000 ปีเพื่อความเป็นเจ้าของ ตอนนี้ไม่รู้เลิกรบอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดรึยัง ?

คนไทย

ไม่ได้ทวงเขาพระวิหาร แต่เป็นห่วงที่ดินบริเวณรอบๆต่างหาก เมื่อก่อนก็ไม่มีรุกล้ำพอทักษิณเข้ามาเท่านั้นแหละละเลยหรือเจตนามิทราบสั่งมิให้ทหารไปรื้อถอนอ้างกลัว
กระทบความสำพันธ์ การรักชาติห่วงแผ่นดินไทยมันผิดหรือ พวกคุณที่อยู่ฝ่ายทักษิณย่อมไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว ทักษิณทำอะไรถูกไปหมด
ผมอยากรู้จริงถ้าที่ดินบ้านคุณโดนคนข้างบ้านมารุกล้ำ พวกคุณจะโวยหรือไม่
ถ้าพวกคุณไม่โวยวายหรือฟ้องร้องผมจะกราบเท้าพวกคุณทันที แผ่นดินไทยถ้า
คนที่ไม่รักษาประโยชน์ชาติปล่อยให้ถูกรุกล้ำไปเรื่อยๆทุกปี ปีละ 1 วา ไม่กีปีก็หมดครับ
ผมทราบว่าประเทศไทยไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่ผมรักชาติรักแผ่นดินเกิด ผมต้องการรักษา
ให้ลูกหลานไทยในวันข้างหน้าต่างหาก พวกคุณมันคนชั่ว คิดชั่ว เหมือนคนที่พวกคุณศรัทธานั่นแหละ ไอ้พวกขายชาติ นำพวกต่างชาติมาบีบซื้อที่ชาวนา
เอาแผ่นดินไทยไปแลกผลประโยชน์ส่วนตัว คนชั่ว ผมจะจัดการนายพวกคุณ

Thiti

ขออนุญาติ เรียกสติผู้คน
1 ศาลโลกมีคำตัดสินชัดเจน ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมร ( อย่ายื้อ ) มันเป็นเรื่องเพื่อนบ้านติดกัน ไม่มีไรทำหรือไง รบกันเองไม่พออยากหาเรื่องเพื่อนบ้านหรือ ....
2 การร้องประท้วงต้องทำใน 10 ปี และต้องเป็นหลักฐานใหม่ เท่านั้น
( คือต้องทำก่อนปี 2515 ขณะนี้เกินมา กี่ปีแล้ว คร๊าบ)
3 ถามว่าวันนี้มันเป็นไรกัน เขมรอยากดัง อยากสร้างเรื่องการท่องเที่ยว ( ดังอยู่แล้ว ) ก็ขอไปเอาหน่วยงานกลางระดับโลกมาการันตี ก็เรื่องเขาดิ
4 ตอนเราเอาอยุธยา ไปขึ้นทะเบียน เราก็ว่าของเราแต่ต้องล้อบบี้ให้ชาติต่าง ๆ เห็นด้วย คือ ประเทศรอบ ๆ เราและ ยุโรป ต้องได้เสียงมากว่า 75 % จาก 45 ชาติ ( ตอนนั้น ) รัฐบาลต้องเอาเงินไปนำพวกชาติต่าง ๆ มาเที่ยวแล้วล้อบบี้ให้ช่วยเรานะ เขมรก็เหมือนเรา ขอเราช่วย เพื่อนบ้านกันไม่ช่วยได้ไง ..
5 ใครที่ปัญญาน้อย แนะนำ หนังสือ 2 เล่ม ให้อ่าน ของ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ แกเขียนไว้โน่น นานมาก ๆ ไม่เกี่ยวกับทักษิณไร ๆ ทั้งนั้นแหละ
เล่มแรก " อาณาจักรแห่งความกลัว "
เล่มสอง " สุวรรณภูมิ เกมพระราชา "
อ่านแล้วจะเห็นแจ้งแทงตลอด คล้าย

นายสัจจะ

อำมาตย็ศักดินา และคน๕คนนั่น กล่าวเท็จตั้งแต่ล้มล้างรัฐบาลก่อนต่อเนื่องกันมาจนบัดนี้ และจะกล่าวเท็จอีกต่อไปดว้ยใจบาปของเขา เพื่อล้มล้างรัฐบาลใหม่ ๔ เดือน ตามกมลสันดานและย่ามใจที่เคยทำได้ โดยไม่ไช่วิถีประชาธิปไตยที่อารยะประเทศนิยม นั่นคือจุดม่งหมาย ของการกล่าวเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ร้ายป้ายสีคนอื่นทุกวันนี้
อย่าพากันหลงประเด็น นำเรื่องโบราณที่ผ่านมา และข้อเท็จจริงก็ชัดเจนแล้วจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนมายืนยันว่า เราไม่ได้เสียดินแดนให้ใครในขณะนี้ มาปนกับความชั่วร้ายของ ๕คนนั่นที่กำลัง ทำผิดกฏหมาย จาบจว้งสถาบัน และปั่นปวนความสุขสงบร่มเย็นของชาวไทย อย่างไม่เกรงกลัวสะทกสะท้านต่อผู้ใด ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน
อย่าหลงประเด็น แยกออกเป็นคนละเรื่อง
ปัญหารีบดว่นของพลังเงียบและชาวไทยที่รักสงบทั้งหลายขณะนี้คือ ยุติความกักขละสามหาว กร้าวร้าว และการดึงฟ้าลงต่ำ และการกระทำผิดกฏหมายที่จะล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยวิธีป่าเถื่อนไม่ไช่วิถ๊ประชาธิปไตย ของแก๊งกวนเมืองทั้ง๕คนลงเสีย อย่าปล่อยให้ทำลายประเทศไปต่อหน้าต่อตาชาวไทยต่อไป.

thiti

อ่านแล้วจะเห็นแจ้งแทงตลอด เพราะ ความจริงและความเห็นเป็นเรื่องใกล้กันมาก ไม่ใช่ข้อเขียน ข้อคิดเห็น ณ เวลานี้ ที่ ความเห็นไม่มีพื้นฐานบนความจริง

ถ้าเป็นความเห็นผมเอง ผมคิดคล้าย ๆ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ " พรมแดน "คือเรื่องที่ " รัฐ" บอกกับโลก แต่ประชาชน เขาใช้วัฒนธรรมในการบอกความแตกต่าง หาใช่ "พรมแดน" ไม่ และ ที่เราควรถวิลหาคือ "แม้จะมีพรมแดนทางรัฐ แต่ เส้นแบ่งของเราคือ วัฒนธรรม ต่างหาก

และเมื่อไรที่เราข้ามพ้นยิ่งกว่า เราต่างจะรู้ว่า เราล้วนไม่แตกต่าง เราล้วนเคารพต่อความแตกต่าง และเราต่างไม่มีพรมแดนเลย ทั้งพรมแดนแห่ง "รัฐ " และ "วัฒนธรรม"

ast

นายชาญวิทย์ นักวิชาการเกลียดเจ้า ก็แค่นั้น ไอ้ที่ร่ายมาก็เพื่อหนับหนุนทัศนคติของตัวเอง ไอ้เด็กวานซืนบ้าลัทธิก็ฮือฮากันใหญ่

มองทะลุ

เรื่องดินแดนปักเขตดินแดง ก็ต้องมองโครงสร้างการทำงานว่า ฝ่ายทหารรับบทหลัก เพราะหน้าที่ทหารก็ชัดแล้วว่า ปกป้องอธิปไตยฃองชาติ ฝ่ายการเมืองต้องประสานฝ่ายทหารตลอด ถ้าฝ่ายทหารชี้แจงเรื่องนี้ออกมาก็ควร "รับฟัง" ด้วย คนกลางอยากมีใจเป็นธรรม ต้อง "รับฟัง 2 ด้าน"เป็น ชอบฟังสื่อสนธิก็ตามใจ แต่ต้องฟัง 2 ด้าน คือ ฟังฝ่ายทหารพูดด้วย คำพูดฝ่ายทหารอันไหนไม่พอใจ ยกมาแสดงให้ดูหน่อย จะได้ช่วยด่า

คน

คนไทยคนที่2เราเจอกันบ่อยเลยไม่ใช่หรือคุณเป็นหนึ่งใน4ที่เราให้คนตามดูที่สำนวนมิใช่หรือคนเช่นคุณรู้จักคำว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัติ แค่ไหน คุณอายุไม่น่าเกิน40เศษมากเกินไปหน่อยด้วยซ้ำสำหลับความคิดคนเช่นคุณสำนวนของคุณแสดงถึงความโอหังจังนะคุณถามว่าทำไมไทยเก่งจริงไมสู้กลับฝลังเศษ อังกฤษ เราคิดว่าจากสำนวนคุณเป็นพวกเก่งแต่ปากคนเช่นคุณหากให้ลบจริงบอกได้เลยว่าจะอยู่หลังเพื่อนแน่ เราไม่ได้ดูถูกคุณแต่เราอ่านคุณจากสำนวนที่คุณเขียนการที่เขาไม่รบเพราะย่อมต้องรู้กำลังของตนดีและมิใช่เขากลัวแต่เขาต้องการลักษาแผ่นดินให้คนเช่นคุณได้อยูกินและขับถ่ายในแผ่นดินไง ในตอนนั้นไทยเรามีอาวุฒเองหรือสร้างเองได้ไม้แม้แต่จีนที่เคยเป็นมหาอำนาจก่อนคนผิวขาวเสียด้วยก็ยังไม่สามารถเอาตัวลอดเลยพ่อคุณ และมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทั้งที่รู้ว่าแผนที่ถูกเขียนขึ้นมันปอมแต่ต้องยอมเพื่อรอเวลาโดยทำหนังสือคัดค้านเอาไว้รอเวลาให้คนเช่นคุณเมือมีความรู้ได้มีการศึกษากลับมาพัฒนาประเทศให้เป็นมหาอำนาจได้ไงแต่กลับเป็นว่าได้ต้วเนละคุณแผ่นดินมาแทน
อย่าพยามใช้คำโฆษณากลับเราเลยไอ้คำคลังชาติอะไรเราย่อมอ่านคุณออกเสมอนะน้องใช้วิธีนี้มันช้งเด็กเนจริงๆ

พันไชย คำระวี

ควายก็คือควายวันยังค่ำ
ไม่รู้จักดื่มดำกับเสียงซอ ฉ้นใด
พวกที่ ล้าหลังคลั่งชาติ หูหนวก ตาบอด
ไม่รับฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งนั้น

ก็มันจะล้มรัฐบาลนี่ ก็จับแพะชนแกะไปเรื่อย ๆ
มันสมองหมา ปัญญาควาย ทั้งนี้น

อาเมน

Reader

1.การไปเซ็นสัญญายอมให้เขมรขึ้นทะเบียนแต่ผู้เดียวก็ถือว่าไทยยอมสละสิทธิในการที่จะเอาเรื่องนี้กลับเข้าไปในศาลโลก ถามจริงๆ ประเทศไทยอยากเอาพระวิหารคืนจริงๆหรือ เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเราก็ยอมรับกันว่าเป็นส่วนของเขาไม่ใช่หรือ
2. บริเวณทางขึ้นซึ่งถือว่าอยู่ในส่วนของประเทศไทย มันยังไม่เป็นที่ยอมรับกันใช่มั้ยว่าเป็นของไทย ฝ่ายเขมรหรือนานาชาติถือว่าเป็นเขตที่ยังถกเถียงกันใช่มั้ย ได้เคยมีการแบ่งเส้นชายแดนที่ชัดเจนและยอมรับจากทั้งสองประเทศหรือไม่ว่าส่วนทางขึ้นเป็นเขตของไทย ถ้ามีและเป็นที่ยอมรับกัน การยอมให้เขมรเอา พระวิหารไปขึ้นทะเบียน ก็ไม่น่าจะกลัวว่าจะทำให้เขมรมาอ้างทีหลังได้ว่าบริเวณ ทางขึ้น เป็นของเขมรด้วย
3. บริเวณทับซ้อน การไปเซ็นสัญญาดังกล่าวของ รมต. ทำให้ทางเขมรมีเหตุผลที่อ้างได้ว่าที่ทับซ้อนดังกล่าวเป็นของเขมรด้วยได้หรือไม่ ก็ไม่น่าจะได้ คิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเค้าขึ้นทะเบียนเฉพาะส่วนของปราสาทไม่ใช่หรือ
4. ฉะนั้นจะมาว่ารัฐบาลขายแผ่นดินฟังไม่ขึ้นนะ แต่ถ้ากล่าวหาว่าทำให้ไทยเสียสิทธิในการที่จะเข้าไปบริหารตัวปราสาทร่วมกันก็พอยังฟังขึ้น แต่มันคนละเรื่องกับยกแผ่นดินให้คน

Reader (ต่อ๗

แต่มันคนละเรื่องกับยกแผ่นดินให้คนอื่นนะ นอกเสียจากว่าเราไม่เคยยอมรับว่าพระวิหารเป็นส่วนของเขมรและประเทศไทยมีความต้องการตลอดระยะเวลา 40- 50 ปีที่ผ่านมาที่จะเอาพระวิหารคืนกับมา (กรุณาอ่านข้อสังเกตุในข้อ (1) )

คน

อ้ออีนิดนะประเภททีพยามใช้คำโฆษณาให้คนฟังติดปากแล้วตาไว้สำสลับใช้บีบคนนะคุณคงจะใช้วิธีนี้กลับเราไม่ได้หลอกนะ หรือคนอื่นที่เป็นปรปักกลับนายคุณมันก็ฟังไม่ขึ้นหลอกและขอโทษเราตั้งแต่เกิดจนแก่ก็คนกทมไม่ได้ย้ายไปไหนหลอกนะรับรองไม่หลังเขาที่อ่านหรือไม่รู้ข้อมูลหลอกและอายุขนาดนี้ย่อมต้องเคยเห็นและรู้จักผลงานของนายคุณ หรือประเภทอาจารเล่มเดียวของคุณมาบ้างอาจไม่รู้ทั้งหมดก็อ่านแนวได้นะไม่ว่าคุณจะมาในรูปมั่วนิมข้อมูลจริงเป็น% หรือจริงผสมเท็จพวกคุณนะเด็กน้อยแค่สำนวนย่อมบอกตัวตนแล้ว
เราไม่ว่าหลอกกลับการที่ต้องการหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวแต่เงินมันควรจะได้มาจากการทำงานที่ซื่สัตรต่อตนเองและสังคมมิใช่หรือ คุณคิดไม้หากปล่อยให้นายคุณทำกลับแผ่นดินต่อไปเรื่อยๆสุดท้ายผลกะทบมันย่อมมาถึงคุณและลูกเมีย พ่อแม่ พี่น้อง ดูง่ายๆคำว่าพ่อกู้เป็นใครมันดังก้องในหูของคนกลางคืนไม่ใช่หรือขาดที่เขายังมีอำนาจไม่เต็ม คุณจะหนีพ้นหรือ

คน

อ้าวยอมบอกชื่อแล้วหรือไม่รู้จะเถียงเช่นไรหรือพ่อคุณ

พันธมิตรเชียงใหม่

จิต สำนึก ของ พวก ที่ คิดว่า ตัวเองเป็น นักวิชาการ นั่งเขียน หนังสือ ให้คนอ่าน
คิดว่า ตัวเอง มีความรู้มาก สอน คนนั้น สอน คน นี้ แล้ว มีปํญญา รักชาติ ออก มา เสียสละ
กล้า หาญ เลือกข้าง เพื่อแสดงจุดยืน บ้างไหม แน่จริง ออกมา ประกาศ
ทำได้ไหมแบบพันธมิตร พวกคุณ ทำไม่ได้ เพราะ พวก คุณ ขี้ขลาด พวกคุณ กลัว เขียนข้อมูลออกมา ให้คน อ่าน และคิดว่า ตัวเองแน่ หลบอยู่ ข้างหลัง ดูว่า จะมีใคร แสดงความคิดเห็น พวกคุณคงไม่ใช่คนไทย พันธมิตรจะคลั่งชาติ หรือไม่ แต่เขาไม่เนรคุณต่อประเทศ
เขาต้องการรักษาอำนาจอธิปไตย
อย่ามัวแต่ กินหญ้า เลย จะไม่มีแผ่นดินจะอยู่

คน

แสดงว่าคุณขาดการตามข้อมูลตัวปราสาทเปรียบเหมือนบ้านเขาพ้องเอาไป แต่สวนประตูทางเข้าบ่อนำทางขึ้นยังเป็นของเราโดยสมบูรณแต่หากเขาทำสำเร็จส่วนต่างนี้จะติดไปด้วยแล้วไม่ได้ฟังจากปากนายกเองหรือสิ่งที่จะเสียไป4.ตารางก.มนี่เท่าที่ยอมบอกนะแผนที่ก็ไม่เห็นอัดตราส่วนแผนที่ 1:200000 กลับ 1:50000มันต่างกันมาขนาดไหนแล้วเราจะเสียอีแค่ไหนและที่สำคัณมีใครเคยเห็นข้อสัญญาหรือไม่ใครได้อะไร ใครจะเสียอะไร เหล่เนลคุณเคยบอกทั้งหมดหรือไม่ ขนาดสื่อในเขมรเขายังรู้แล้วทำไมไทยเองกลับไม่รู้อะไรเลยแค่การเซ็นยอมรับก็เท่ากลับเรารับคำตัดสินที่ถูกโกงและยังมีที่หมกเม็ดอื่นๆอีก ดูแค่ 72000ล้านที่มันทรับซ้อนการขายปตท แหล่นำมันที่จะนะเขาถามเส้นแบ่งเขตว่ามันควรเป็นของคนไทยทั้งหมดจากแนวเส้นแบ่งหากตามที่ใช้เกาะลังกาวีต้องเป็นของไทยด้วยทำไมไม่มีคำตอบและเมื่อถามปุ๋ทำไมการฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งจึงเกิดทันทีทำให้ไม่มีใครกล้าลงไปตามหาความจริงแล้วแหล่งนำมันพลังงานที่มีมากมายในไทยใครรู้ข้อมูลบ้าง อย่าแปลกใจทำไมเขาจึงสงใสแล้วอ่าถามแบบโง่ๆอีเลยมันดูหน่อมแน้มจัง

ชาวบ้าน

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาพระวิหารนั้นเป็นของใคร
มันเป็นเรื่องที่คุยกันได้ทางการทูต
และเป็นที่รับรู้โดยประชาชนทั้งสองประเทศอย่างเปิดเผย

คำถามมันมีอยู่ว่า..

ถ้าเขมรเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์.....
ทำไมต้องมาให้ไทยเซ็นต์รับรองในสิทธิ์

ถ้ากลุ่มนายนพดลไม่มีผลประโยชน์ใดๆในการนี้
ทำไมจะต้องรีบมาเซ็นต์เอกสารแบบฉุกละหุกกระทันหันกันในตอนนี้

และนายนพดลทำไมจึงต้องปกปิดข้อมูล รายละเอียด บ่ายไปเบี่ยงมา...
ถ้ามีเจตนาสุจริตเพื่อชาติบ้านเมือง

คุณไปทำลับๆล่อๆอย่างนี้ได้อย่างไร
นี่มันเป็นเรื่องระดับประเทศที่ละเอียดอ่อน
มันเป็นเรื่องของแนวขอบเขตดินแดนของประเทศ

คุณทำตัวลับๆล่อเหมือนพ่อค้าของผิดกฏหมาย ต่อหน้าคนทั้งประเทศ
นี่คุณเป็นอะไรกันแน่ เป็น รมต.ต่างประเทศ หรือ เป็นนายหน้าค้ายาบ้า

ถ้าเป็น รมต. ก็ทำอะไรที่มันโปร่งใส ชัดเจนสิครับ
จะได้ไม่มีใครมากล่าวหาคุณได้....

พะงั่ว

สมัยขอมเรืองอำนาจนั้นสิ้นสุดลงเมื่อกองทัพสยามยึดนครวัดนครธมและตามธรรมเนียมของยุคสมัยกวาดต้อนผู้คนขอมเขมรกลับมากรุงศรีอยุธยาหลังจากนั้นมานับร้อยปีเขมรไม่มีปัญญาสร้างอารยะธรรมใดๆที่พอจะเป็นคู่แข่งของไทยพม่าญวนได้อีก สมัยรัตนโกสินทร์ดินแดนก่อนเสียไปให้ฝรั่งเศสและอังกฤษนั้นล้วนเป็นดินแดนของไทยมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑หรือประมาณ๔ชั่วคนผู้คนที่ติดดินแดนไปถูกเสี้ยมสอนให้เป็นคนเขมรโดยฝรั่งเศสและรัฐบาลเขมรยุคหลังนี่เอง ถ้าให้ชาวเขมรในจังหวัดพระตะบองเสียมเรียบศรีโสภณโหวตเลือกประเทศได้น่ากลัวว่าฮุนเซนจะแพ้สมัคร ปราสาทระวิหารนั้นขอมสร้างไม่มีใครเถียงแต่ที่น่าจะเถียงก็คือขอมไม่ใช่เขมรที่เป็นเศษขอมส่วนขอมตัวจริงถูกกวาดต้อนมาผสมกับไทยกลางไทยอีสานไปแล้ว สงครามในอดีตในอุษาอาคเนย์ไม่เคยยึดติดกับดินแดนแต่ยึดติดกับการกวาดต้อนผู้คนกลับไปบำรุงผู้ชนะ ตัวปราสาทพระวิหารจะเป็นของใครไม่ใช่สาระสำคัญและไม่อาจใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องวัด แต่มรดกโลกอุทยานพระวิหารเต็มรูปแบบนั้นควรเป็นสมบัติร่วมของทั้งสองชาติ การกระทำใดๆที่ทำให้มรดกโลกแห่งนี้ตกเป็นของชาติใดชาติหนึ่งชาติเดียวควรถูกประนาม

คนดง

ปัญหาคือทำไม นพดล+รัฐบาล ไม่ทำให้โปร่งใส เอาเข้าไปในสภา อีกประการมีผลประโยชน์ของ คุณเหลี่ยม แอบแฝงในกรณีนี้หรือไม่

นพดล คือใคร ย่อมทำอะไรก็ได้ให้คุณเหลี่ยม ได้ใช่หรือไม่

ถ้ามีผลประโยชน์ก็ไม่ชอบธรรมแน่นอน

มันช่วยไม่ได้ถ้าจะถูกโจมตีเรื่องคลั่งชาติหรอก พันธมิตรมีความชอบธรรมในเรื่องนี้แน่นอน

คนไทยคนที่2

ต้องพูดให้ชัดๆอีกที ความจริงอย่างให้ทางกระทรวงการต่างประเทศรวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรืออัยการนักกฏหมายระหว่างประเทศที่ได้เคยร่วมเสนอให้เขาใหญ่ ทุ่งใหญ่นเรศวร อยุธยา9ล9 เป็นมรดกโลก ให้ออกมาอธิบายคำจำกัดความของคำว่ามรดกโลกที่ได้มีการประชุมที่กรุงปารีสเมื่อวันที่16พฤศจิกายนปี1972 ซึ่งมันมี38มาตรา ต้องออกมาบอกคนไทยที่ดวงตามืดบอดจากการถูกบิดเบือนหลอกลวง ให้ได้เข้าใจชัดเจนว่าคำว่ามรดกโลก
แบบที่บอกจนปากแทบฉีกถึงรูหูว่า มาตราที่11 ข้อที่3 นั้นบอกชัดเจนว่า ประเทศที่เป็นเจ้าของมรดกโลกนั้น ไม่สามารถที่จะตัดสิทธิ์ต่อการเรียกร้องอธิปไตย ต่อบริเวณที่ยังมีปัญหากันอยู่ต่อประเทศที่ก็อ้างอธิปไตยเหนือที่บริเวณนั้นเช่นกัน มันแปลว่าอะไร แปลว่าที่โนแมนส์แลนด์บริเวณเขาพระวิหารที่ไทยกับเขมรยังต่างฝ่ายต่างอ้างอยู่นั้น เขมรไม่สามารถที่จะอ้างเป็นเจ้าของที่ตรงๆนี้ได้โดยการอ้างว่าเพราะยูเนสโก้รับรองว่าเป็นมรดกโลก มันชัดเจนนะตรงนี้
คห88 ที่ตรงโนแมนส์แลนด์นี้ รัฐบาลพรรคประชาวิบัติ ได้ปล่อยให้คนเขมรบุกรุกเข้ามาสร้างอาคารร้านรวง และมันก็ถูกปล่อยเรื้อรังผ่านรัฐบาลทักษิณจนมาถึงรัฐบาลสุรยุทธ
แล้วให้โทษทักษิณหรื

คน

ถึงอาจารที่มีความรู้เหรือคนที่รักชาติทั้งหลายราอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกลับชาญวิทย์เขาเป็นใครทำอะไรบ้างแนวความคิดเขาเราพอรู้แต่เราไม่มีข้อมูลประวัติตัวตนการอ่านคนๆนี้จึงไม่สมบูรณพอหากใครมีข้อมูลช่วนบอกยัวตนเขาที

คนไทยคนที่2

มันไม่ตลกไปหน่อยหรือ นี่นพดลของรัฐบาลสมัคร เขาพยายามแก้ปัญหาขี้ที่มันถูกทิ้งมาตั้งแต่ครั้งสฤษดิ์เสนีย์ นั่นคือการไม่ปักปันเขตแดนให้มันเสร็จสิ้นสมบูรณ์และมันก็คือระเบิดเวลาดีดีนี่เอง เหมือนแคว้นอัลซาสลอเร็นส์ที่ทำให้เกิดสงครามโลกถึงสองครั้ง
การที่นพดลสามารถคุยกับฮุนเซ็นให้ปักปันดินแดนได้ชัดเจนจนไทยไม่ได้เสียดินแดนเลยแม้นแต่ตารางนิ้วเดียวแถมโนแมนส์แลนด์ก็แบ่งกันชัดเจน นี่ต้องให้เครดิตกับนพดลเพราะถ้าหากสมมติว่าไทยเกิดปัญหารบพุ่งยืดเยื้อกับเขมรเพราะที่โนแมนส์แลนด์นี้แล้วสามารถจับมือเซ็นต์สัญญาสงบศึกแบ่งกันชัดเจนได้ ทั้งนพดลและฮุนเซ็นต์ต้องได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แบบที่เลดัคโทและคิสซิงเก้อร์ได้ตอนยุคสงครามเวียตนาม หรืออย่างเมนเนเฮมเบกิ้นและยัสเซอร์อาราฟัตได้โนเบลกรณีที่จับมือกันได้เพื่อยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
พม่ามลายูมันเมืองขึ้นอังกฤษ ลาวเขมรญวนเมืองขึ้นฝรั่งเศส อินโดเนเซียเมืองขึ้นเนเธอร์แลนด์ พวกนี้เมื่อได้เอกราช พวกนี้ต่างก็ได้ดินแดนกลับคืนมาเรียบแถมอย่างอินโดกับมาเลย์ ดันได้เนื้อที่เพิ่มมากกว่าตอนไม่เป็นเมืองขึ้นเสียอีก
สยามไม่เป็นเมืองขึ้นแต่ทว่าที่ลดลง
พวกนี้

คนไทยคนที่2

และเนื้อที่ลดลงมากกว่าหนึ่งเท่าของประเทศ เท่านั้นยังไม่พอ ยังสูญเสียอธิปไตยทางด้านกฏหมายอีกด้วย นั่นคือสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็แทบไม่ต่างไปจากเมืองขึ้น เพราะพวกขี้ข้าของฝรั่งเศสนั่นคือญวนเขมรลาวขี้ข้าของอังกฤษนั่นคือพม่ามาเลย์
ขี้ข้าของเนเธอร์แลนดืนั่นคืออินโด คนในบังคับเหล่านี้เมื่อทำความผิดในแผ่นดินสยามไม่ต้องขึ้นศาลของสยาม แต่ทว่าขึ้นศาลของประเทศที่เป็นเจ้าของเมืองขึ้นนั้นๆ
ถ้าหากมีสมองและรักชาติจริง คงคิดได้
จริงๆแล้วถ้าหากให้มีการศึกษากับประชาชนในยุคนั้นอย่างกว้างขวาง ให้คนไทยอ่านออกเขียนได้ ให้รู้หนังสือกันให้ทั่ว พวกฝรั่งมันก็ไม่สามารถที่จะล่าเมืองขึ้นได้
ถ้าหากไม่รู้หนังสือ มันก็ต้องรบให้เก่งแบบเจงกิสข่าน นั่นถึงจะเอาชนะฝรั่งชนะจีนได้
(เจงกีสข่านยึดครองที่ดินตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิคถึงทะเลสาปแคสเปี้ยน)
เมื่อคนรู้หนังสือก็สามารถที่จะคิดค้นสร้างเทคโนโลยี่ได้สร้างอาวุธที่มีพลานุภาพขึ้นมาได้
เมื่อรู้หนังสือ มันก็มีวินัย ที่สามารถรวมกำลังเป็นหนึ่งได้

คนไทยคนที่2

เอ้อสุดท้าย พูดมันไปเรื่อยเปื่อยส่งเดชว่าเขมรมันจะยึดที่ไทย ฮุนเซ็นมันคงไม่หน้าด้านแบบสีหนุหรอก
อ้อแล้วไปมั่วอะไรกับ72000ล้าน ปตท นี่สงสัยกินหญ้า ที่เจ๊ก กา บด สนธิจับยัดปากป้อนแน่ๆ มันถึงได้ดักดานอย่างนี้
กิจการเขาทำเจริญรุ่งเรืองมาเสียภาษีถูกต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วเขาเกิดอยากเปลี่ยนอาชีพ เขาก็ขายของๆเขาไปมันผิดหรือ มันคดโกงแผ่นดินคอรับชั่นหรือ โน่นสปก4-01คดโกงแผ่นดินแน่นนอนของจริง โน่นคอรับชั่นยาสมัยรัฐบาลชวน2 จนรมตติดคุก นั่นคอรับชั่นของจริง
โถเอาไอ้พวก ค วา ยหน้าด้านจะนะมาอ้างจะไปยึดบ่อแกสของมาเลย์ จริงๆแล้วนี่ว่ากันตามเนื้อผ้าเลยนะ ไทยนี่แหละแสบ เพราะบอกกับชาวโลกว่า ขอถืออำนาจอธิปไตย12ไมล์ทะเล
เพราะหวังกะไปไล่ล่าจับปลาในเขตน่านน้ำของประเทศอื่น แต่แขกมาเลย์น่ะเหนือเมฆกว่าเพราะเลือก120ไมล์ทะเล ใครโง่ ใครหน้าด้าน เมื่อเขาประกาศ120ไมล์เราก็ต้องเปลี่ยนเป็น120ไมล์ด้วย เพราะไอ้ที่หวังจะไปจับปลาเขามันต้องเป็นหมัน
นอกจากนี้แค่ทางรัฐบาลจะขอวางท่อแกสผ่านขึ้นมาเพื่อเอาแกสมาใช้ทางภาคใตจ้ของไทย
ไอ้พวกแขกจะนะมันยังไม่ยอม คิดเอาเองแล้วกันว่ามันรายำไหม

คห. 109 แกล้งโง่ใช่ปะ

คห. 109 นี่แกล้งโง่ใช่มั้ย ไอ้เหลี่ยมมันขายหุ้นชินคอร์ป แล้วเลี่ยงไม่เสียภาษี เขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เป็น 1 ใน 13 เรื่องที่ คตส. ไต่สวน รับเงินมาโพสต์ก้อให้เนียนๆ หน่อยนะอีนังกระหรี่ขายตัว

หัวดอ

ไอ้พวกล้าหลังคลั่งซาติ
อ่านบทความของ อ.ชาญวิทย์ ฯ กันบ้างหรือเปล่า
เรียบเรียงมาเป็น ฉาก ๆ อะไรป็นอะไร ใครทำอะไรโง่ ๆ ให้กับบ้านเมืองน่ะ
โปรดใช้ "สมอง" พินิจพิจารณา และ วิเคราะห์ ให้ดี ๆ
ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับมากระเดียด

gimlly

เห็นข้อความแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า อมายตธิปไตยใช้ช่องทางเดิม ๆ ปลุกกระแส ทั้งที่เขาพระวิหารเป็นของเขมรเขาไปนาน (ศาลโลกตัดสินไปแล้ว) และประวิติศาสตร์การปฏิวัติรัฐประหาร ก็มี พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้สนับสนุนก่อการด้วย วิธีโบราณนี้ได้ตกจากรุ่นสู่รุ่น จนธึงมาร์ค ม.7

คน

ยังไม่เข็ดอีกหรือมือปืนพิทักนายทราชก็ไม่เพราะไอ้72000ล้านนะหรือเหล่เขาถึงเอาแผ่นดินไทยไปเที่ยวเล่ขายให้ชาตินั้นทีชาตินี้ที่และที่ดูจากสำนวนประเภทนี้บอกได้เลยว่าไม่ใช่ไม่รู้ข้อมูลแต่ไม่หมดเท่าที่นายมันอยากให้รู้เพื่อเเล้ยงให้โง่จะได้เป็นเครื่องมือที่ถูกเลี้ยงด้วยเงินและความเชื่อที่งมงายประเภทนี้จะเชื่องและยอมลงสนามแบบโง่ๆจนตัวตาย ( แต่ขออยู่หลังเพื่อน) หากคิดว่าตนรู้ข้อมูลดีจากการเล่านิยายของนายคุณและฉลาดเก่งกว่าคนเป็นแสนๆที่เขาลงมาปกป้องแผ่นดิน จงถามตนเองว่าแหล่งข้อมูลที่ตนได้มาจากใคร แหล่งใด ทำไม่เขาต้องการให้รู้เพื่ออะไร แล้วข้อมูลนั้นให้ประโยชน์แก่ใครและหากเชื่อตามนั้นใครจะได้ใครจะเสีย หากไม่รูจะเถียงอย่างไรก็อย่าพยามทำให้คนอ่านคุณจากสำนวนได้มากเลยเพราะยิ่งอ่านยิ่งปะเมินระดับการศึกษาของคุณและละดับของครอบครัวคุณได้มากขึ้นจนคุณเองอาจจะ
ผืออบอกตัวตนออกมาได้แล้วคุณจะไม่สามารถอยู่ในสังคมได้อีกหลังจบงานนี้

คน

อย่างน้อยตอนนี้ก็ดีใจที่มีคนกล้าที่จะออกมาตอบโต้มือปืนพิทักนาย4จำพวกด้วยความคิดและข้อมูลและช่วยกันจี้ให้มือปืนหล่าวนี้เปิดตัวตนให้มากที่สุดจนทำให้สามารถชีได้ว่าสำนวนใดเป็นของมือปืนเพราะเมื่อก่อนคนหล่าวนี้จะมั่วด้วยชื่อที่เปี่ยนไปเรือยๆทำให้ดูเสมือนเป็นคนที่มีกลุ่มจำนวนมากเพื่อสนับสนุนบทความที่เขียนเองบ้างที่นายเรียนบ้างและคนที่เขามาอ่านจะรู้ศึกว่าตนเองเป็นคนกลุ่มน้อย วิธีนี้เขาเรียกว่าการใช้จิตวิทยากลุ่ม และจะลากสังคมให้ลงเหวโดยคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้นเรื่องเขาพระวิหารเป็นเพียง1ในหลายๆเรื่องที่คนกลุ่มนี้ทำร้ายชาติ ศาสนาและในหลวง และเขาก็จะกดความคิดของทุกคนที่รักชาติด้วยวิธีการทำให้คุณคิดว่าเป็นคนกลุ่มน้อยและคนที่ไม่เลวคือคนปะหาดและโง่พวกล้าหลังไม่เป็นประชาธิปไตรทั้งหมดของคำหล่าวนี้ใช้หลักของจิตวิทยากลุ่มคุณไม่เห็นด้วยเป็นคนโงคนเลว และหลอกล่อสังคมด้วยการมอมเมาให้อยู่ในอบายมุกให้ลูกหลานเด็กรุ่นใหม่สนใจแต่ตัวตนความสวยและสุดท้ายเรื่องของการผสมพันธ์เท่านั้น คุณจะอยู่ในกับดักที่เขาสร้างไว้หรือไม่และถ้าคุณตอบไม่คุณจะต้องหาวิธีให้ลูกคุณเองเท่าทัน

----อย่าเป็นแค่เหยื่อจงสอนบทเรียนให้นักล่า---

แมงป่อง

อย่างน้อย การที่เขมรปิดเขาพระวิหารไม่ให้นักท่องเที่ยวเขาไปชมภายในตัววิหารก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ใครมีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง พวกประท้วงที่ถูกระดมมาก็ได้แหงนคอตั้งบ่าด่าทอเขมรเหมือนสุนัขบ้า เสร็จแล้วก็ไปพาลกับชาวบ้านเขมรในพื้นที่ทับซ้อน โห่ฮา โบกมือไล่ เหมือนคนไร้อารยะ...ตอนนั้น หากมีใครสักคนในกลุ่มธรรมยาตราบ้าเลือดไปไล่ตีเขมร ผมว่า ทหารเขมรคงหาเหตุยิง ค.มาใส่ คงได้ตายหมู่กันแน่...เฮ่อ พวกมันชักศึกเข้าบ้านจนได้
ถามพันธมารและกลุ่มผู้คลั่งชาตินิยม หากเกิดสงครามขึ้นมา พวกท่านกล้าจะเสียสละหรือไม่
หากพวกท่านไปกดดันพวกเขาก็อาจจะถูกโต้กลับเพราะเขาก็ถือว่า เขาก็มีหน้าที่ปกป้องสมบัติและประชาชนของพวกเขาเหมือนกัน
พูดง่ายๆ เขมรก็มีสิทธิคลั่งชาตินิยมเหมือนกัน ตัวอย่างก็มีเมื่อหลายปีก่อน...แล้วใครจะรับผิดชอบ
เรื่องของเพื่อนบ้านเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก จะมาอ้างมั่วซั่วเอามันเข้าว่า แล้วเราได้อะไร นอกจากจะสูญเสีย
งานนี้ พันธมารเปิดศึกเปรอะไปหมด จนเสียมวลชนไปมากโข แม้แต่นักวิชาการยังตีตัวออกห่าง ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมสนธิจึงขุดผีจอมพลสฤษณ์มาเล่นเมื่อคืนนี้ หมดมุกแล้วซิท่า...

1111

คุณชาญวิทย์ช่วยตอบเรื่องแผนทีแล้วพื้นทีรอบๆเขาพระวิหารให้หน่อยนะครับเพราะเรื่องตัวประสาทคนส่วนใหญ่เขารู้แล้วครับ(แผนทีใหม่ของเขมร)อย่าลืมนะครับ

gery

เขาพระวิหารเป็นของเขมร

เดิมนั้น อิสานทั้งภาคเป็นคนลาว และเขมร..ขอม..กูย....ผู้ไท...ศักดินาไทยไปยึดถือเอาแล้วล้างสมองว่ายูเป็นไทยนะ..อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารนะ...(พึ่งโครตพ่อโครตแม่ท่านหรือจะ...ใครพึ่งใครหว่า)

เดิมศักดินาไทยไปอิสานลำบากต้องผ่านดงพญาไฟ..ปีนเขาสูง..ล้มตายมาก

พอสักร้อยปีกว่าก็มีทางรถไฟ..เดินทางสดวก...อิสานก็เลยเสียส่วยง่าย...แล้วศักดินาไทยก็บอกว่า.".มรึงคือคนไทย."....

อย่าพูด อย่าหลงเรื่องชนชาติ เชื้อชาติเลย บรรดาควายไทยทั้งหลายเอ๋ย

มาพูดเรื่องชนชั้นดีกว่า..เรื่องชนชั้นกรรมาชีพเป็นพี่น้องกันทั่วโลก..ไม่มีเขตประเทศ

คนที่คิดว่าคุณเป็นคนเชื้อชาติไทย สัญชาติไทยจริงๆหรือเปล่า.. .ควรสำรวจตรวจดูโครตพ่อโครตแม่คุณให้ดีเหียก่อนเน่อร์

สำรวจโครตเหง้าฮื้อดี..จะได้มั่นใจว่า "คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า" มิฉะนั้นท่านจะเปิดเผยความเป็น "ควาย สัญชาติควาย เชื้อชาติควาย นิสัยลิง"

Reader

ถ้าเป็นอย่างความคิดที่ 105 อธิบาย ความผิดของคะนพดลก็แค่ยอมให้เขมรจัดการแต่ผู้เดียวกับตัวปราสาท เพราะได้ยินมาว่า ศาลโลกตัดสินให้ทั้งสองประเทศใช้บริเวณเขาพระวิหารร่วมกัน จริงเท็จขนาดไหนใตรทราบบ้าง แต่ถ้มีคำตัดสินดังกล่าวจริง ก็อาจจะไม่ได้หมายถึงการจัดการบริหารบริเวณโบราณสถานส่วนที่อยู่ในประเทศเของตน แต่หมายถึง การอนุญาติให้อีกฝ่ายได้เข้าร่วมใช้บริเวณดังกล่าวร่วมกันหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็กล่าวหาไม่ได้ว่า ยอมสละสิทธิในการเข้าไปจัดการร่วมกัน ในความเป็นจริง ไทยไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายเรื่องการจัดการอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าเข้าไปชม เป็นต้น ส่วนทาวเขมรเองก็ไม่สามารถมาจัดการอะไรกับส่วนทางขึ้นที่อยู่ฝั่งไทยไม่ใช่ เหรอ ถ้าเป็นอย่างนี้จริงก็ดูเหมือนกับว่า พวกพันธมิตร ก็ป่าวร้องเรื่องขายชาติ อย่างไม่มีเหตุผล ส่วนเรื่องที่นพดลทำไปเพื่อ นายตัวเองจะได้ไปทำธุรกิจในเขมรได้คล่องขึ้น มีหลักฐาน น่าเชือมากน้อยขนาดไหน

ปลายฟ้า

มันเป็นเรื่องเข้าใจยากมากกับประวัติศาสตร์ว่าใครถูกหรือผิด ควรเป็นเจ้าของหรือไม่ควรเป็นเจ้าของ จากการติดตามข่าวสารมา ก็พบว่าประเทศกัมพูชาจะขอขึ้นเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก (ในช่วงหลังที่มีการเจรจากันแล้ว) แต่ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องมีการเจรจากับฝ่ายไทยให้มีข้อตกลงกันว่าไทยเห็นชอบด้วย และมีประเด็นพื้นที่ซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหลังจากมีคำตัดสินของศาลโลกก็มีมติในการถือปฏิบัติของฝ่ายไทยว่าพื้นที่ซับซ้อนเป็นของฝ่ายไทย ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มีชาวเขมรมาสร้างที่พักอาศัยหลายร้อยคน และยังมีการสร้างวัดด้วย ในปี 48 ทางทหารจะทำการรื้อสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็ถูกเบรคโดยรัฐบาลโดยการนำของคุณทักษิณ โดยอ้างว่าจะมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ทำให้มีความแตกแยกกันเองภายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน
เมื่อวานเจ้ากรมทหารของประเทศกัมพูชาได้สั่งปิดประตูห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไป ซึ่งเขตดังกล่าวเป็นพื้นที่ซับซ้อนที่อยู่ฝ่ายไทย แต่ไทยก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาไม่ให้เข้าก็ไม่ได้เข้า ประเด็นก็คือเมื่อมีการปลูกสร้างในพื้นที่ ที่มีสัญญาต่อกันว่าจะไม่ปลูกสร้างในบริเวณดังกล่าว

ปลายฟ้า

เหตุใดไทยไม่จัดการตั้งแต่เริ่มต้น เหตุใดให้ปัญหาบานปลายมาทำให้คนไทยด้วยกันต้องทะเลาะกันเหมือนเช่นทุกวัน (หากข้อมูลตกหล่นต้องขออภัย)

เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ

เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า นพดล สมัคร และทักษิณเป็นคนดี ดีมากมาก จนคนอิจฉา เพราะประชาชนเชื่อถือมาโดยตลอด เขามีเงินมาก แต่ก็พยายามทำเพื่อคนไทยทุกระดับชั้น แต่ฝ่ายชนชั้นสูง และชนชั้นกลางที่อยากสูง แม้ได้ประโยชน์จากการบริหารงานที่ดีเลิศจนทั่วโลกยกย่อง แต่ไม่พอใจ เพราะความริษยา และกลัวว่าในที่สุดคนไทย จะเสมอภาคกัน กรรมกรจะมีรายได้เท่าทัน นายจ้างจะไม่ได้จ้างคนราคาถูกอีกแล้ว ที่สำคัญจะไม่อาจชูคอในหอคอยงาช้างได้อีกต่อไป ประเทศไทยจะเหมือนยุโรป อเมริกา ที่คนงานมีเงินเดือนไม่ต่างจาก คนมีความรู้เท่าใดนัก แถมชนชั้นสูง ชั้นกลางมากรายที่ทำตัวตกต่ำ ขายของเก่ากิน ทำตัวหัวสูง ไม่หารายได้ หรือทำตัวแบบแจกเงินดารานักร้อง เงินก็หมด เสียชื่อเสียง พวกนายทุนใหม่แบบทักษิณ ก็เลยน่าอิจฉา ก็เลยหาเรื่องแกล้งทักษิณ อ้อ นายทุนสื่อบางราย ก็พยายามแข่งกับทักษิณ ขยายอาณาจักหลายสิบบริษัท แต่ก็เพราะความทะเยอทะยาน ความโลภผสมโง่ เลยเจ๊งล้มละลาย ก็ต้องแกล้งกัน แบบตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เพราะแค้นเหลือเกิน สงสารเหล่าปัญญาชน ที่หลวมตัวไปเข้าข้าง ทำเป็นอารยะขัดขืน ที่จริงเหมอืนแกผ้ากลางแดด ดูถูกประชาชนว่าโง่ แต่พวกเขารู้ทันหมดแล

แมงป่อง

ประเด็นก็คือ ในปี 2543 รัฐบาลของนายชวนยินยอมให้มีการรุกล้ำพื้นที่ทับซ้อนได้อย่างไร จุดเริ่มต้นของปัญหามันอยู่ตรงนี้ ทำไมรัฐบาลและฝ่ายทหารในช่วงเวลานั้นไม่รีบผลักดันออกไปตั้งแต่ต้น จึงเกิดสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงขึ้นจนถึงปัจจุบัน
แม้กระทั่งวันนี้ ฝ่ายทหารก็ยอมรับว่าจะผลักดันชาวเขมรในพื้นที่ทับซ้อนได้ก็ต้องเวลาถึง 2 ปี
จริงๆแล้ว พื้นที่ทับซ้อนมันก็คือ พื้นที่ที่ตกลงกันไม่ได้เป็นของใครกันแน่ มีการเจรจากันมาตลอดหลายสิบปี การที่ต่างฝ่ายไม่กล้าสรุปก็เพราะไม่ต้องการประกาศสงครามแย่งชิงพื้นที่กัน ที่ทำได้ก็คือใช้ชั้นเชิงทางการเมืองระหว่างประเทศ เรียกว่า "คุมเชิงไว้ แต่ต้องไม่เผลอ" จนกระทั่งปี 2543 นี่แหละที่ไทยเผลอเลยเจอเสียบ ชาวเขมรที่จ่อชายแดนมาสร้างบ้านสร้างวัดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงเดือน เจอแบบนี้ไทยก็พูดไม่ออก จะไล่จะลุยก็เจอผู้หญิงลูกเล็กเด็กแดงนั่งหน้าบ้านเป็นแถว....ก็เหมือนจำลองเอาผู้หญิง+เด็กบังหน้านั่นแหละ คนใจแข็งที่สุดก็ไม่กล้าลงมือ

คนไทยคนที่2

คห111ไอ้อภิอัครมหากราบือที่เอาแต่โง่มันดักดาน เพราะดันมัวกินหญ้าจากเจ๊ก กา บดสนธิ
และแก้วสากเน่า
กฏหมายที่คนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์(ซื้อขายหุ้น)นั้นเงินได้ไม่ต้องเสียภาษีกฏหมายนี้ออกมาตั้งแต่มีการเปิดตลาดหุ้นครั้งแรกในประเทศไทยสมัยรัฐบาลสัญญาธรรมศักดิ์
เหตุที่ต้องออกเช่นนี้เพราะเพื่อต้องการระดมทุน และรัฐบาลไม่ต้องเข้าไปรับประกันความเสี่ยงซึ่งผู้ที่ซื้อขายหุ้นต้องรับความเสี่ยงเอาเอง แต่ทว่าเงินได้จากการปันผลที่ได้จากการถือหุ้นนั้นต้องเสียภาษี กฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ได้มีการปรับปรุงครั้งที่สองในยุครัฐบาลอานันท์ แต่ก็ยังคงสาระที่สำคัญอยู่เช่นเดิม และก้ได้มีการปรับปรุงอีกเป็นครั้งที่สาม ในรัฐบาลชวน2ซึ่งก็ยังคงสาระสำคัญแบบเดิมดังที่กล่าว
ดังนั้นต้องทราบความจริงด้วยนะไอ้เด็กควายเกิดในซ่องคห111 แล้วก็ควรหมั่นศึกษาหาความรู้ด้วยนะไอ้รายำ
ถ้าหากกรมสรรพการไปเก็บภาษีทักษิณในเรื่องนี้ กรมสรรพากรก็ผิดเพราะทำผิดกฏหมายแถมซ้ำร้ายมันจะเกิดทุรยุคกลียุคขึ้นในแผ่นดิน เพราะพวกที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นต้องถูกเก็บภาษีย้อนหลังแม้นแต่ดีแตกที่ก็ขายหุ้นไป บอกได้คำเดียว เลือดนองท้องช้าง

คนไทยคนที่2

เหตุที่ต้องพูดให้มันดุดันชัดเจน เพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานที่ยุติธรรม ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง กฏหมายทุกคนต้องเคารพ เพราะมันคือสัญญาประชาคม
ส่วนทักษิณนั้นเขาเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่งที่สำคัญ เขาทำตามกฏหมายทุกอย่าง
อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรม
ใครก็ตามที่ถูกกลั่นแกล้งถูกความอยุติธรรมเข้าเล่นงาน ต้องถือว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่รักสิทธิเสรีภาพ รักความยุติธรรม เคารพประชาธิปไตย ต้องเข้าไปยืนหยัดเข้าช่วยเพื่อให้สังคมสามารถที่จะยืนหยัดต่อต้านเหล่าอธรรม ที่ใช้กฏหมู่และบิดเบือนตัวตัวบทกฏหมาย
ถ้าหากว่า คนบริสุทธิ ที่หากินด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่ได้หากินในทางที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ทำลายสิ่งแวดล้อมทำลายผืนป่าแม่น้ำลำคลองกระทั่งทะเลจนกระทั่งร่ำรวยขึ้นมาแล้วแถมยังมีตำแหน่งที่สำคัญที่สุดรวมทั้งยังช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศให้เดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยทำให้คนชั้นรากหญ้าได้มีโอกาสที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ชนชั้นกลาง แต่ทว่าก็ยังถูกอำนาจอธรรมเข้าทำลาย แล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ คนอื่นๆในประเทศนี้ไม่ว่าจะเจ้าของเหล้า เจ้าของกระทิงดง เกษตร รวมทั้งคนชั้นกลางรากหญ้าอื่นๆ มันจะไปเหลือหรือ
ลองคิดดู

ddd

เท่าที่อ่านมามีการใช้คำพูด หยาบคาย รุนแรง ตลอดเช่น คห.126
ผมไม่เห็นประชาไทจะทำอะไรเลย ทีคนที่เสนอความเห็นไม่ตรงกับประชาไท ปิดเฉยเลย
เลือกปฎิบัติจริง ๆ

อารีรัตน์

อยากให้อาจารย์ชาญวิทย์ที่รู้จริงได้รับเชิญออกทีวี ให้ความรู้ที่แท้จริงบ้าง ก่อนที่สถานทูตจะถูกเผา

ศาลโลกไม่ใช่ศาลไทย

ขอโทษนะศาลโลกเป็นผู้ตัดสินเป็นศาลที่ชาวโลกเขายอมรับ เป็นศาลที่เวลามีการพิพาทระหว่างประเทศ เขาจะเอาคนที่มีความเป็นกลางและหน้าเชื่อถือเกินร้อยเปอร์เซ็นต์มาเป็นผู้พิพากษา ตาชั่งตรงเปะ ไม่ได้เอียงไปทางใดทางหนึ่ง ไม่มีใครจะมาชี้นำได้ ไม่เกลียดใคร ไม่เข้าข้างใคร ไม่มีส่วนได้เสีย ตัดสินแบบยุติธรรม ตามหลักฐานที่คู่วิวาทย์เสนอไป ไม่ใช่ศาลปกครองไทย ไม่ใช่ศาลไทยที่มีมือที่มองไม่เห็นสั่งการได้ ไม่ใช่ศาลไทยที่ตัดสินแบบไม่ต้องดูหลักฐาน ไม่ต้องดูกฏหมาย ถ้าจะเอาผิดใครก็แก้กฏหมายเพื่อเอาผิดคนๆนั้น ทั้งๆที่กฏหมายสากลเขาก็ใช้กันทั่วไปว่ากฏหมายย้อนหลังให้คุณแต่ไม่ให้โทษ แต่คำตัดสินของศาลไทยกับไม่เป็นเช่นนั้น คนดีถูกกลั่นแกล้งเพราะใครบางคนรู้สึกว่าคนๆนั้นดังเกินไปเด่นเกินไป ต้องทำลายทิ้งให้ราบคราบ เป็นที่หน้าเสียดายอย่างยิ่งของประเทศไทย ที่ประเทศต้องตกต่ำในทุกๆเรื่องตลอด3ปีที่ผ่านมา จนเป็นที่ตลกขบขันของชาวโลกถึงความพิสดารของระบบต่างๆในไทย คนอื่นเขาเดินไปข้างหน้าในทุกๆเรื่อง แต่เราเลือกที่จะถอยหลัง เลือกที่จะย้อนยุค 3ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่ได้ไปไหนเลย ถอยหลังตลอด ถึงเวลานี้ก็ยังถอยหลังไม่รู้เมื่อไหร่จะจบ

คนไทย 2008

สงสัยจริงๆ ที่ชอบพูดกันนักว่าเราไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก เราสงวนสิทธิที่จะทวงคืน

ก็ในเมื่อศาลเขาตัดสินแล้ว แล้วเราไม่ยอมรับ แล้วเขาจะมีศาลไว้ทำไมล่ะ แล้วที่บอกจะไป

เรียกร้องทวงคืนกลับมาเป็นของเรา แล้วเขมรเขาจะยอมหรือ สงสัยจริงๆ ใครรู้ช่วยตอบหน่อย

ถ้ามันปฏิเสธไม่ได้จะได้เลิกพูดกันเสียที พูดไปก็ทะเลาะกับเพื่อนบ้านเปล่าๆ

Reader

เห็นด้วยกับ คห 121 ป็นเรื่องที่ยุ่งยากและหาทางออกยากมากในการใช้เหตุผลทางประวัติศาสตร์ วัฒธรรม ภาษา และเชื้อชาติในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อให้เกิดรัฐชาติใหม่ อะไรที่มันเป็นอยู่ในสภาพปัจจุบัน ก็ควรให้มันเป็นเช่นนั้น นอกจากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องขีดเส้นแบ่งอนาเขตให้เช็ดเจนก็ว่า เป็นเรื่องๆไป เช่นมีการเจอบ่อน้ำมันบริเวณทับซ้อนและทั้งสองประเทศก็ต้องการจะเข้าครอบครองใช้ประโยช์ ในกรณีดังกล่าวก็อาจจะต้องมีการตกลงกันให้ได้ว่า ตรงไหนเป็นของใคร และแน่นอนว่าจะต้องมีที่ตกลงกันไม่ได้ แล้วจะให้ทำอย่างไร ทำสงครามกันเหรอ ซึ่งก็น่าจะหมดยุคได้แล้ว องค์กรที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางก็คงไม่แคล้วว่าต้องเป็นศาลโลก และถ้าเยอมอาเข้าศาลโลก ก็น่าจะยอมรับคำตัดสิน หรือยื่นอุทรณ์ภายในเวลาที่ศาลกำหนดและตามเงื่อนไขที่ศาลตั้งไว้ด้วย (เช่นกรณี ของปราสาทพระวิหารก็น่าจะจบสิ้นเรียบร้อยแล้วทั้งการตัดสินและเงื่อนไขในการอุทรณ์ )

เต้

คนไทยคนที่สอง นี่เหมือนจะเก่ง จะรู้เรื่องเยอะนะ แต่เอาแต่กรอบวิเคราะห์อะไรไม่รู้ เห่ยๆ มาอ้าง
อ้างเรื่องกฏหมาย?? มีใครยังบ้าเรื่องนี้อยู่อีก ใครๆ ก็รู้ว่ากฏหมายมีไว้เพื่ออะไร และถ้ามันไม่ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนได้รับความเป็นธรรมทางสิทธิ และหน้าที่ แล้วก็กฏหมายก็ไม่ไมีความหมาย ต้องแก้ไข

เพราะฉะนั้น ถ้าการขายหุ้นโดยทางเศรษฐศาสตร์ ทางจริยศาสตร์ หรือทางอื่นๆ แล้วมันควรจะต้องมีกลไก ในการคืนสู่ส่วนรวม ก็ต้องทำ ไม่ใช่มาอ้างกฏหมาย

ทำตัวเป็นศรีธนญชัยไปวันๆ

ธีระพุธโธ

"เทือกเขาพนมดงรักหาบเขาพระวิหารเชื่อมแผ่นดินสองประเทศ" เหมือนต้องคำสาป ต้องดูแลร่วมกัน ถ้าคิดแยกกันเมื่อได ความวิบัดเดือดร้อนจะนำพามันผู้นั้น

อย่าหลงหรือจงใจเบี่ยงประเด็นครับ

สาวกแม้วทั้งหลาย เก่งจริง ตอบคำถามข้อ 74, 76 และ 78 ให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาเถียงกันดีมั้ย คราวนี้คงไม่ลบความเห็นของผมอีกนะ เว็บประชาไท

คนบางรัก

134 คุณมีสมองแค่นี้เองหรือ ผมชอบระบอบทักษิณว่ะที่ทำให้ประเทศชาติเจริญในยุคท่าน
ขอขอบคุณท่านนายกทักษิณผมจะไม่มีวันลืมท่าน

คนไทยคนที่2

คห132 พูดอะไรที่มันเน่าๆ ออกมา ถ้าคนไม่เคารพกฏหมายแล้ว สังคมมันจะเป็นอย่างไร
บ้านเมืองจะพินาศหรือไม่ คนที่อ่อนแอจะทำอย่างไร คนที่ไร้ทางต่อสู้ คนที่บริสุทธิ์จะทำอย่างไร ใครจะคุ้มครอง ใครจะให้ความเป็นธรรม
ไอ้สำบัดสำนวนหลักรัฐศาสตร์นิติศาตร์เศรษฐศาสตร์หรืออื่นๆที่จะมาอ้างนั้นขอบิณทบาตที
สิ่งที่สำคัญ เราต้องดูว่า ใครรัฐบาลไหนที่ออกกฏหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ในตลาดหุ้น
รัฐบาลที่ออกกฏหมายล้วนเป็นรัฐบาลที่มีมาก่อนหน้ารัฐบาลทักษิณทั้งสิ้น รัฐบาลทักษิณไม่ได้เข้าไปยุ่งในกฏหมายนี้
คนที่เล่นหุ้นย่อมทราบดีในเรื่องนี้ ยกเว้นไอ้พวก ค วา ย ที่เอาแต่โกหกบิดเบี้ยวหลอกลวงประชาชน
เอ้อ คห127 หลายหนคหของคนไทยคนที่2ก็ถูกลบ ไม่ใช่ไม่เคย ถ้าเรามีจิตใจที่เป็นประชาธิปไตย เราต้องยอมรับ
การดีเบตมันเป็นเรื่องปรกติ ใครคิดว่ามันมีเหตุผลและหลักฐานที่น่าเชื่อถือก็ควรที่จะแสดงออกมา เพื่อ ประชาชนที่เขายังไม่ทราบจะได้ทราบความจริง

คนชายขอบ

อยากให้เครือข่ายพันธมิตรมาอ่านจัง จะได้มีประเด็นที่สร้างสรรค์กว่านี้ในการนำมวลชน ประเด็นเขาพระวิหารน่าจะจบได้แล้ว ยอมรับความจริงบ้าง หากต้องการให้สมัครลง หรือให้ทักษิณรับผิดกับการกระทำ ก็นำข้อมูลของทั้งสองมาเปิดเผย รู้หรือเปล่าตอนนี้สมัครอนุมัติโครงการเขื่อนทั่วประเทศใช้ภาษีประชาชนหลายแสนล้าน คนจนเดือดร้อนทั่วประเทศทำไมไม่เอามาพูดกัน เอาประเด็นชาตินิยมมายุคนไทยให้ฆ่ากัน ยุให้เป็นศัตรูกับเพื่อนบ้านทำไม พวกคุณมีความสุขนักหรือ ใช้ประเด็นสร้างสรรค์หน่อยโตๆกันแล้ว ความรู้ก็เยอะ บทเรียนก็มีมากมาย แนวทางของพันธมิตรไม่ต่างจากเผด็จการจอมพลสฤษฐ์ ....พันธมิตรก็ไม่ต่างกัน...ตกลงพวกคุณต้องการประชาธิปไตยแบบไหนกันแน่ ฉันสงสัยจริงๆ
...คนชายขอบ

sam

แ ม .. งง ....อ่านตั้งนานที่แท้ ...ก็เถียงกัน....ก ... รู.....รู ...เสียเวลาอ่านแท้ๆ..
..............อย่าตีกันเลย..........เลิกเถอะทั้งหมดและ เราทุกคนแหละ.....
..........รู้..รู้...กันอยู่.....ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนนมไก่.......
..................พอได้แล้ว......พอได้แล้ว...............เรามาช่วยกันหาทางออกดีฟ่า................
...แล้วจะร้องเพลงชาติทำไม? ยืนตรงทำไม? สรรเสริญทำไม? อายประเทศอื่นเขามั่ง.........
เพราะแบบนี้แหละถึงเสียเมืองให้กับพม่า ฝรั่ง และอีกหลายอย่าง รับวัฒธรรมมาเยอะ เลยไม่รู้อันไหนถูก อันไหนผิด..สุดท้ายเลย รบกันเอง ไม่ต้องไปรบกับใครหลอกแพ้ตั้งในมุ้งแล้ว...เมืองเรานี้หน่อ...จบ...

โชคดี

บทความนี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง โชคดีที่ได้อ่าน แต่น่าเสียดายที่พี่น้องคนไทยหลายคนไม่ได้อ่าน ทำให้กลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มกดดันทางการเมือง เขาบอกให้พูดว่าอะไร ก็พูดตาม

feeling pathetic

คนไทยควรหัดอ่านให้มากๆ (จากหลายแหล่งด้วย ไม่ใช่เฉพาะในบทความนี้) มีมุมมองให้กว้างๆ เข้าใจประเด็นให้ชัดเจน คิดให้เป็น (ด้วยตัวเอง) วิเคราะห์ สังเคราะห์ให้มากๆ ก่อนที่จะพูดโวยวายเป็นตุเป็นตะในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้เรื่องจริง คนส่วนใหญ่ชอบและเก่งแต่ comment งานของคนอื่น แต่ไม่ค่อยชอบอ่าน เขียนหรือทำอะไรเอง เป็นอย่างนี้เกือบในทุกองค์กร น่าเบื่อ แต่ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ต่อไป

อะตอม

ครับต่อจาก#54เขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินไปแล้วให้เขมร มีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารด้วยเงื่อนไขตัวแปรขณะนั้น(มีทั้งความไม่ทันเกมของเราในแง่กฎหมายฯและตัวแปรมหาอำนาจสมัยล่าอาณานิคม)

ซึ่งตัวแปรเงื่อนไขแบบนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย และข้อเท็จจริงของตัวตนปัญหาการมีสิทธิ์เหนือดินแดนของเขมรต่อตัวปราสาทฯที่มีปัญหาการทับซ้อนไม่ชัดเจนของเขตแดน ตัวตนของปัญหาคือหลักเขตแดนที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในสากลโลกไม่ใช่อธิปไตยเหนือดินแดนในพื้นที่ทับซ้อน??? เพราะตรงนี้มันขึ้นกับเงื่อนไขการต่อรองมากกว่าข้อเท็จจริง เช่นกรณีหมู่เกาะฟอรค์แลนด์อักฤษกำลังเหนือกว่าก็ได้ไป? เขาพระวิหารเหมือนกันเขมรได้เพราะฝรั่งเศส

หลักวิธีการปักปันเขตแดนที่เป็นที่ยอมรับสากลตอนนี้จะเป็นตัวแปรใหม่ในการตัดสินว่าปราสาทเป็นของใครนี่คือประเด็นที่เราจะแย้งไปใหม่เพราะศาลโลกตอนนั้นตัดสินภายใต้เงื่อนไขแบบใดสมัยนั้นซึ่งต่างจากเงื่อนไขสมัยนี้
ดังนั้นการยอมรับแบบนพดล นั้นคือการยกระดับการยอมรับว่าเราไม่เอาแล้ว?แม้ข้อเท็จจริงภายใต้เงื่อนไขแบบใหม่จะเปิดช่อง?

มันถูกต้องแล้วหรือ???

ความอดทนก็มีที่สิ้นสุด

ขอบคุณสำหรับข้อเท็จจริง ที่มีให้อ่านค่ะ

เป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่กำลังวิตกกังวล กับความคิดที่ไม่มีการเคารพ กฎ กติกา มารายาท

รัฐบาล มาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายรักชาติ รักประชาธิปไตย กลับไม่ยอมฟังเสียงข้างมาก คอยแต่จะล้มรัฐบาล เลือกตั้งใหม่คราวหน้า ถ้าไม่ชอบใจพวกท่าน ๆอีก ก็คงกลับมาประท้วง ไม่เลิก ไม่ลา ประเทศไทย ถอยหลังไปทุกวัน ๆ ฝ่ายที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล มีการศึกษากันทั้งนั้น หากพวกคุณรักประเทศชาติจริง ๆ ทำไมช่วยกันร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล หาทางช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เศรษฐกิจ อะไรไม่ถูก ไม่ต้อง ก็ให้จัดการในระบบของรัฐสภา หรือช่องทางกฎหมายอื่น ๆ ที่มี

เขาพระวิหาร ศาลโลกตัดสิน เราก็ไม่ฟัง เรียกร้องอย่างโน้น อย่างนี้ สร้างความแตกแยกในประเทศยังไม่พอ ยังจะเอี่ยวเอา เพื่อนบ้าน เกิดศึกทั้งในบ้าน และ นอกบ้าน แล้ว ใคร หน้าไหน จะกล้าเข้ามาเยี่ยมเยียนเมืองไทย กันหละคะ

อะตอม

เมื่อมันพลาดไปแล้วโดยนพดลเราจะแก้เกมอย่างไรดีกว่ามาด่ากันหาเหตุขยายบานปลายเป็นกรณีน้ำผึ้งหยดเดียว เราลองมาดูว่าหลักเกณฑ์ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกมีอะไรบ้าง หาจุดบอดในจุดอ่อนที่เราจะคัดค้านภายใต้กติกาสังคมโลก

แต่อย่าเอากติกากูแบบพันธมิตรไปเล่นกับสากล(กับไทยมั่วได้เพราะเรามหามั่วอยู่แล้ว)จุดอ่อนอะไรบ้างเช่น การบริหารจัดการต่อตัวปราสาทถ้าขาดความสมบูรณ์ในเงื่อนไขตัวแปรการทับซ้อน เช่นการขึ้นทะเบียนแค่ตัว?ไม่เอาขาไม่เอาบรรยากาศหรือพื้นที่รอบนอกตลอดจนทางเข้าไปสู่ตัวมรดกโลก อย่างไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ เช่น

ต้องเหาะขึ้นมาดูปราสาท ถ้าจะดูจากฝั่งเขมร มันทำได้เหรอ?ทั้งที่ทางขึ้นที่เป็นขา ของตัวปราสาทอยู่ที่ฝั่งไทย ที่เป็นความงามดั่งเดิมของตัวปราสาท แล้วถ้าเขมรออกแบบทางขึ้นใหม่ มันก็ผิดหลักเกณฑ์มรดกโลกแล้วที่การดัดแปลงผิดแบบตัวตนของปราสาทเดิม

ดังนั้นเงื่อนไขตัวแปรหลายเรื่องที่จะนำไปสู่การผิดหลักเกณฑ์ การขอขึ้นฯ ถ้าไม่ผ่านเรา แต่ไม่ใช่เอาเหตุผลแบบนพดลว่าเขมรเขาไม่ยอมให้ขึ้นคู่ การต่อรองกับคู่กรณีที่กูจะเอาไม่มีใครยอมหรอกครับ แต่การต่อรองจริงคือเอาคนที่จะพิจารณาจริงUNESฯ เป็นตัวตั้งไม่ใช่ตัวกูตั้ง

อะตอม

ถ้าจะให้มีน้ำหนักในการคัดค้านเขมรที่จะขอขึ้นเดี่ยวก็เทียบเคียงกับกรณีตัวอย่างจากนานาประเทศ(เพราะตอนนี้เรากำลังพูดกับเวทีโลก)ไม่ใช่แค่เขมรคู่กรณีอย่างเดียว ดังนั้นหลักเกณฑ์จึงต้องใช้หลักสากลประเพณีสากลในการอ้างอิงไม่ใช่เถียง
แค่เขมร

เพราะหลายที่ที่มีกรณีปัญหาแบบนี้ เขาก็ต้องขอขึ้นคู่ทั้งนั้นเพื่อไม่ให้มรดกโลกที่เป็นมรดกของโลก มามีปัญหากับเรื่องมรดกกู หรือนึง ?ยังเถียงกันไม่จบ แล้วมันจะเป็นมรดกโลกได้อย่างไร? ข้อคัดค้านแบบนี้จะเพิ่มน้ำหนัก มากกว่าที่เราจะยอมให้กรณีศาลโลกที่ตัดสินไปแล้ว? หรือเพิ่มน้ำหนักแค่ส่วนนั้น

หรือมาบ้าบอคลั่งชาติชกลมชกฟ้าถ่มน้ำลายรดฟ้าแบบพันธมิตร หาเรื่องกันเองด่าทอขยายบานปลายจะกลายเป็นกรณีน้ำผึ้งหยดเดียว แล้วกลับไปเลียนแบบเขมรสมัยเผาสถานทูต อันนั้นเขมรยังมีความคิดเหนือกว่าเราที่เผาคนอื่นแต่นี่เราเผาตัวเองมันได้อะไรกับการต่อรองระดับเวทีโลก

เพราะเขาฟังแค่เหตุแค่ผลที่เป็นสากล ไม่ใช่สาเกเรหรือสากูรูแบบพันธมิตร เรื่องนี้ทำกันให้ดีดีอย่างมีหลักวิชาการตามสากลโลก ไม่ใช่วิชากูมันจะเสียหายแบบ2505อีก???

อะตอม

อ้อผมยกตัวอย่างกรณีหมู่เกาะฟอร์คแลนด์นั้นไม่ชัด ผมว่ากรณีเกาะฮ่องกงจะชัดกว่าเพราะ การที่ฮ่องกงเคยเป็นของอังกฤษ เพราะลัทธิล่าอณานิคม ที่สมัยก่อนทำได้ อย่างที่ฝรั่งเศสทำกับเราได้

แต่ข้อเท็จจริงที่มันเป็นของใคร เมื่อเงื่อนไขตัวแปรของการล่าอาณานิคมหมดไปที่สุดก็ต้องกลับมาเป็นของเจ้าของที่แท้จริง นั้นคือจีนตามหลักเขตแดนที่ถูกต้องที่คำว่ารัฐชาติมีการประกาศเขตแดนชัดเจนและค่อนข้างเสถียรกว่าสมัยนั้น

ว่าของใครของใครตามหลักเกณฑ์ปักปันเขตแดนแบบสากล ถ้าตรงนี้เราจะต้องเสียให้เขาถ้าตามหลักเกณฑ์แบบใหม่บอกว่าเราต้องเสีย เราก็ต้องเคารพยอมเสียอย่างไม่คาใจกรณีเกาะฮ่องกงมันจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดว่าของเราก็ต้องเป็นของเรา

แม้มันเคยเป็นของใครโดยชอบธรรมแต่ความชอบธรรมที่แท้จริงคือความชอบธรรมที่ไม่ค้านหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ทั่วโลกยอมรับและตัวเจ้าของเดิมยอมรับด้วยภายใต้กติกาสากลที่ทั่วโลกยอมรับด้วย???

มองรอบด้าน

เชิญอ่านข่าวนี้ด้วย

เช้าวันนี้ (13 พ.ค.) หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ได้ตีพิมพ์ข่าว “รมต.เขมรถลกไทย ยกขุมพลังงานพ่วงเจรจาเขาพระวิหาร สื่อกัมพูชาปักใจ “น้ำมัน-ก๊าซ” มหาศาล” โดยมีเนื้อหาอ้างอิงถึงข่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะ คอมโบเดีย เดลี (The Cambodia Daily) ระบุถึงคำให้สัมภาษณ์ของ นายจาม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายที่พยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารเข้ากับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาไม่เห็นด้วย

“พวกเขาต้องการโยง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ดังนั้น หากเราแก้ปัญหาเขาพระวิหาร เราก็ต้องแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนด้วย มันเป็นคนละเรื่องกัน” นายจาม กล่าว

ก อากา กาดำ

อดีตคือบทเรียน
หากย้อนไปเรียกร้องเอาคืน..คงมีอีกหลายแห่ง..พม่า..ลาว..ยุ่งตายห่......!
ระวัง..ปัจจุบัน อย่าให้ด้ามขวามหักก็แล้วกัน.

คันธง

๑.ประเด็นทางวิชาการ อาจารย์เลือกอธิบายอย่างมีเป้าหมาย เพียงเพื่อเคลมว่ากรณีที่พันธมิตรยกมานี้ เป็นการตกร่องการปลุกกระแสคลั่งชาติเหมือนสมัยจอมพล ป. และ การตีอมาตยาธิปไตย(ผ่านสำเนียงปลายเสียงที่กวัดแกว่งฉวัดเฉวียนไปมากับคำว่าอมาตยาธิปไตยอย่างหมั่นใส้ในอารมณ์...)

การมุ่งใช้ลักษณะทางวิชาการ เพื่อสนองอรมณ์ลึกๆอย่างนี้ ไม่ใช่การแสดงทัศนะของนักวิชาการแท้ๆ จึงไม่เพียวจริง ไม่ต่างอะไรกับนักวิชาการค่ายฟ้าเดียวกันและประชาไท ที่มี ธง อยู่ในใจก่อนแล้วเสมอ

๒. ประเด็นหลักของกรณีเขาพระวิหารอยู่ที่การดำเนินการไม่โปร่งใสของ รมว.ตปท.ไทย ที่ทำให้ผู้คนสงสัยเชื่อมโยงกับการเข้าไปรับสัมปทานมูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทในการพัฒนาเกาะกง และ สัมปทานขุดเจาะน้ำมันในน่านน้ำเขมร ของคุณทักษิณ เจ้านาย รมว.ตปท.นั่นเอง....ซึ่งหมายถึงว่า บทความของ อ.ชาญวิทย์ น่าเชื่อถือทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธ์ขนาดไหน ไม่สำคัญแล้ว ...ไม่สามารถอธิบายหรือตอบโจทย์การที่กรณีเขาพระวิหารเป็นการฉ้อฉลเชิงนโยบายต่างตอบแทนในกรณีนี้ได้...ไม่เกี่ยวกัน อธิบายแทนกันไม่ได้ คนละเรื่องเดียวกัน....

๓.คลั่งชาติ รักชาติ ขายชาติ...เลือกได้...

จอร์จ เบต

ทำไมไม่ลองอ่านคำตัดสินศาลโลกก่อนล่ะครับ ว่ามันโกงกันอย่างไร
เรายังไม่เสียดินแดนสักหน่อย ผู้เขียนต้องการไรกัน แน่

เราเสียอธิปไตยจิงแต่คำพิพากษาไม่ได้ตัดสินซะหน่อยว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นของใคร
แล้วการที่เรายังมีข้อพิพาษว่าพื้นที่ส่วนนั้นเป็นของใคร ในเมื่อเราอ้างสิทธิได้ทำไมอยู่ดีๆไปยกให้เค้าล่ะ เออหรือจะเหมือน ใจ อึ้งภากรณ์ ที่อ้างไว้ว่าจะทะเลาะกันทำไมน้ำมันมันจะลดไหม

บอกเลยว่าไม่ลดครับ แต่คนชั่วจะลดแน่ครับถ้าพวกคุณรีบๆๆออกไปจากประเทศนี้

555

คุณเขียนโยงได้ดีนะ แต่คุณลืมไปว่า ผู้ที่มีอำนาจและอาวุธในยุคก่อน ใช้กำลังเข้ายึดครองผืนดินทั่วโลกไว้ อ้างแต่ว่าตนเองเป็นพวกศิวิไลซ์ ถ้าคิดได้ตามบทความที่คุณเขียน ก็ขอให้ชนเผ่าต่างๆในโลกนี้เรียกร้องเอาดินแดนที่ถูก มหาอำนาจพันธุ์ถ่อยครอบครองอยู่กลับคืน

คนโลก

เราเป็นคน เขมรก็เป็นคน อย่าให้ความเชื่อ คำว่า ชาติต้องทำให้ระหว่างคนต้องฆ่ากันเลย เรารู้กันทุกคนว่าสงครามมันเลวร้ายอ ตอนนี้คุณกำลังทำสงครามทางวาจาอยู่ ถ้าไม่หยุดมันจะกลายเป้นสงครามจริงๆ

มณฑา ขนเม่น

เรื่องเขาพระวิหารมีการวิจารณืกันมากแล้ว เห้นด้วยกับรับบาลบ้างด่ารัฐบาลบ้าง แต่ประเด้นที่น่าสนใจกว่าเรามาลองช่วยกันคิด
1. เขาพระวิหารเป้นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าของมนุษยชาติ
2. การที่รัฐบาล กระทรงการต่างประเทสทำอะไรแปลกๆเช่น ไปลงนามในข้อตกลง แล้วมาเข้ามติ ครม.ทีหลัง ล การที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะตั้งแต่แรก โชคดีที่มีการเปิดโปงถึงได้ยองเปิดบางส่วน
3. จากข้อ 2 รัฐบาลทำอะไรแบบนี้อกับกรณ๊อื่นๆหรือเปล่า ( แอบทำดดยไม่บอกให้ชาวไทยเจ้าของประเทศรับรู้ )
4. ถ้าไม่มีคน(กลุมคน) รู้ทันเกมศ์ของคนฉ้อฉลเราจะรู้ไหมว่ารัฐบาลไปทำอะไรไว้บ้าง
การอ้างเอาแต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหลักกลัวว่าจะกระทบกระเทือน แต่ทำไมไม่นึกถึงว่ากัมพูชาไม่เห็นจะกลัวไทยกระทบกระเทือนเลยคราวที่แล้ว เขาทำร้ายจิตใจคนไทยเผาธงชาติของเรา ทำลายสถานทูตของเรา คนเหล่านั้นมีภาพถ่ยชัดเจน เขาถูกลงโทษหรือยัง เราคนไทยรักสงบก็จริง แต่รบเราก็ไม่ขี้ขลาด เขาพระวิหารเรายังสงวนสิทธิ์อยู่ยังไม่ใช่ของเขมร อย่าขีชลาดที่จะต่อสู้ อย่าคิดถึงแต่ประโยชน์ตนและพวกพ้อง วเคราะหืหลายๆด้าน อย่าเข้าข้างรัฐบาล

วิชัย

กราบเรียนอาจารย์ นำเสนอได้ดีครับ แต่ทำไม ไม่ยอมให้ไทยเสนอร่วมครับ
เสนอร่วมได้ไหมครับ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน win-win situstion ได้ไหมครับ
ถ้าไม่ได้ต้องถามว่า ทำไม why,wyh 5 ครั้ง ให้ได้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมไม่ได้
และถ้าเสนอข้างเดียวอย่างที่ทำอยู่ เขาจะได้อะไร ไทยจะได้อะไร คิดหลาย ๆ ชั้น
น่าจะได้คำตอบนะครับ

X-คลู-สีฟ

เห็นด้วยและคิดเหมือน คห.153...ประเด็นอยู่ที่ความเป็น Good Governmentหรือ "หลักธรรมาภิบาล"ที่ นพดลและ ครม.ควรมีและเป็นแบบอย่าง ภาครัฐพรำบอกให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยใช้หลักนี้ทำงาน บริหารงาน แต่ผู้บริหารระดับสูงกลับไม่นำพา ทุกการกระทำ ทุกนโยบายของรัฐบาลจึงเกิดความคลางแคลงใจ เหมือนมีวาระซ่อนเร้น มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นความเสื่อมต่ำมาตั้งแต่ยุคทักษิณ ยุคโลกาภิวัฒน์แล้วนะ ไม่อาจปิดกั้นพรมแดนแห่งการรับรู้ข่าวสารได้เหมือนยุคมืด ประเด็นทีนักวิชาการหลายท่านนำมาตีแผ่ขณะนี้ ก็นับว่าดีในมิติการเรียนรู้ให้กับชนรุ่นหลัง แต่"ความจริงก็คือความจริง"วันยังค่ำ จะบิดเบือนหรือทำให้ไขว้เขวก็อยู่ที่คุณธรรมของท่านเหล่านั้น การหักล้างกันด้วย"ข้อมูล"ที่เป็นจริงและถูกต้อง ย่อมเกิด"ปัญญา" แต่"ความจริง"นั้นเป็นนิรันดร์" ส่วน "ความถูกต้อง"ผมว่าแล้วแต่สถานการณ์และการนำไปใช้มากกว่า(ไม่ใช่ศรีธนญชัยนะ..หรือจะใช่ก็ไม่เถียง") เหมือนกับ"ความถูกต้อง"มักสวนทางกับ"ความถูกใจ"ในหลายๆกรณี ข่าวสารวันนี้ที่กระทบกับ นพดลและกระทรวงต่างประเทศรวมทั้งผู้รับผิดชอบในข้อมูล "เขาพระวิหาร"เหมือนจะเป็น"ด้านลบ"เข้

X-คลู-สีฟ

(ต่อ)..เข้าทางที่เขาเย้ยหยันที่ว่า.."คิดไป ทำไป แก้ตัวไป" เช่นนี้ไปวันๆ อย่างนี้ใช้ได้หรือครับกับเกียรติภูมิของ รมต.และรัฐบาล หากจะช้าหน่อย ทำตามขั้นตอน สิ่งที่มีผลระหว่างรัฐต่อรัฐต้องฟังเสียง ปชช.เจ้าของประเทศ และผ่านการรับรองจาก ครม.,รัฐสภา ก็ไม่เห็นจะเสียหายนี่ครับ! กรณีตัวอย่างเช่นนี้(เขาพระวิหาร)น่าจะเป็นบทเรียนของรัฐบาล..(ว่าแต่ว่าจะมีโอกาสอีกหรือปล่าว ก็ไม่รู้) ท่าทีของรัฐบาลต่อเรื่องนี้ดูท่าจะตรงข้ามกับตอนแรก คือฟังดูเหมือนจะคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารของเขมรที่จะมีการประกาศใน1-2วันนี้ที่ควิเบก แคนาดา ถามว่า ไทยเราเสียหายอะไรไหม โดยความคิดส่วนตัว ผมว่าเราไม่เสียหายครับแต่มีคนเสียหน้า(อันนี้ก็ช่างเขา) หนักไปกว่านั้นอาจเสียผลประโยชน์ของใครบางคนที่กะเก็งไว้ ก็ไม่เห็นต้องทำให้คนไทย(ที่รักแผ่นดินนี้)เดือดร้อนอะไร ผมอยากเห็นเกียรติภูมิของรัฐบาลและ ครม.เป็นที่ยอมรับของคนในชาติ ไม่ใช่ถูกดูแคลนอย่างทุกวันนี้ ไม่อยากเห็นการใช้สื่อทั้งของรัฐและพวกพ้องออกมาทวนกระแสความเป็นจริง อยากเห็นคุณธรรมจากฝ่ายการเมือง สนองคุณแผ่นนีครับ รับผลประโยชน์ตามควรแต่อย่าโกงชาติ ครับผม...

ชัยเทวี

ประวัติศาสตร์ไม่สน สนแค่เขมรเข้ามาทำไมเป็นร้อยครอบครัว แล้วจะขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทหรือจะเอาสี่ตารางกิโลเมตรที่เป็นของเราแน่ๆไปด้วย แล้วคุณทักษินมีผลประโยชน์ที่ในใต้ทะเลอ่าวไทยจริงมั๊ย ถ้ายังคลุมเครือเราเฝ้าระวังกันไว้หน่อยไม่ดีหรือ ดูๆแล้วเขมรไม่จริงใจในการแก้ปัญหาเลยมีวาระซ่อนเร้นยังไงไม่รู้

ฟายขะแม

ผมเผาสถานทูตไทย และเคยเสียใจ
หลังจากได้มาเรียนที่ประเทศไทย จึงรู้สึกผิดเพราะคนไทยใจดี มีน้ำใจ โอบอ้อมอารีมาตลอด ช่วยเหลือมีบุญคุณกับผมมากมาย แต่เดี๋ยวนี้อาจคิดผิตเสียแล้ว ไม่รู้ผีบ้าซาตานตนไหนดนจิตดนใจให้คนไทยกลายเป็นคนงก งกมาก งกที่สุด งกไม่รู้จักพอเพียง
เขมรเชื่อและเกลียดชังคนไทยมาในถานะผู้บุกรุกตลอดเวลาผ่านมา
ดินแดนบรรพชนขอมเขมรของเรา ก่อนยุคพ่อขุนรามฯ(กว่า๗๐๐ปี) เราเคยมีดินแดนที่กว้างใหญ่ไปจรดแดนพม่าที่กานจนบุรี(ปราสาทเมืองสิง) ลพบุรี(ปรางสามยอด) นครราชสีมา(พิมาย) บุรีรัม(พนมรุ้ง) ศีรษะเกด(เขาพระวิหาร) แม้แต่พงสาวดานมอญและสุโขทัยก็ยังยืนยันได้ เราเสียดินแดนไปเพราะสุโขทัยมีอำนาจมากกว่า เราทำใจได้ โดยเป็นยุคสมัยของการใช้กำลังมากกว่าเหตุผล แต่ปัจจุบันเราใช้เหตุผลนำหน้าการขัดแย้ง ศาลโลกมีวิจารณญาณตัดสินตามหลักรัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์ ทุกวันนี้คนเขมรเชื่อยู่ข้อเดียว และไม่มีวันที่ศาลโลกจะกลับคำตัดสินเป็นอื่นได้
ที่ศาลโลกเข้าข้างตัดสินเขาพระวิหารให้เขมร
แก่ประเทศเล็กยากจนด้อยโอกาสขาดแคลนอย่างเรา เพราะประเทศไทยแย่งดินแดนของเราไปมากเกินพอแล้ว เราไม่

ฟายขะแม

...... ที่ศาลโลกเข้าข้างตัดสินเขาพระวิหารให้เขมร
แก่ประเทศเล็กยากจนด้อยโอกาสขาดแคลนอย่างเรา เพราะประเทศไทยแย่งดินแดนของเราไปมากเกินพอแล้ว เราไม่ได้เรียกร้องแม้แต่แผ่นดินที่คนไทยเองดูถูกเรียกคนท้องที่ว่า”อ้ายเขมร”เพราะภาษาพูดที่เขาใช้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษขอมเขมร(อุบลฯบางส่วน ศรีสะเกด สุริน บุรีรัม สระแก้ว ปราจีนฯ นครนายกบางส่วน ฉะเชิงเซาบางส่วน จันฯบางส่วน ตราดบางส่วน) แค่เสี้ยวน้อยหนึ่งของภูเขา ที่เผื่อไว้ยาไส้ได้หากินกับนักท่องเที่ยว คนไทยใจมหาสมุทรคงไม่เค็มจนเกินไป แต่ผิดคาดเพราะการเมืองภายในไทยได้ปลุกกระแสกันเอง นักการเมืองที่โหนกระแสหวังชิงอำนาจก็ช่วยกันโหมใหญ่ ปลุกกระแส”คลั่งชาติ”เหมือนผมถูกปลุกที่พนมเปญ

ฟายขะแม

แล้วผมก็วิ่งตามเพื่อนไปช่วยกันเผาสถานทูตไทย
ความรู้สึกตอนนั้นผมสะใจและเป็นวีรบุรุษยิ่ง ที่ได้ตอบโต้ผู้เอาเปรียบ ดูถูก เยาะเยิ้อยพวกเรามาตลอด แต่ตอนนี้ผมใกล้เป็นมหาบัณฑิตจากประเทศไทยแล้ว ผมเป็นหนี้บุญคุณคนไทยมากมายตั้งแต่อาจารย์จนนักการภารโรงที่ชี้แนะห้องพักร้านค้าและโรงไม้ใจดีที่อุดหนุนจุนเจือให้ทำงานคราทุนส่งมาไม่ทัน ทำให้รู้สึกผิดในสิ่งที่ทำมา ตั้งใจว่าเมื่อผมกลับไปรับราชการต่อ ที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ผมจะพยายามทำดีต่อคนไทยและประเทศไทยที่ผมไม่มีวาสนาได้มาเกิด

ฟายขะแม

....................... แต่ผมเกิดเป็นเขมร
ตายไปก็ต้องเป็นผีเขมร ผมต้องทำทุกอย่างให้ประเทศพ่อผมเจริญเท่ากับรึยิ่งกว่าประเทศไทย เหมือนที่ไทยเจริยแซงหน้าฟิลิปินและอินโดนีเซีย ที่เขาสะดุดกระแสขับไล่ผู้นำโดดเด่นของเขาเองอยู่หลายสิบปีมาแล้ว และไทยก็จะเป็นเช่นกันอีกหลายสิบปี(ดูจากอายุสะหายแต่ละฝ่าย) แต่คงไม่เกินเวียดนามประเทศแม่ผมได้ เพราะคนเขาขยันมุ่งมั่นจริง และสงครามกลางเมือง๒๐ปีทำให้เขารู้ค่าความปองดอง (รือหลังสงครามกลางเมืองไทยจะรุ่ง)

ชัยเทวี

คุณฟายขะแมนี่แกเป็นเขมรปลอมต้วมาจิงเหยอย? ดูแกรู้ภูมิศาสตร์เราดี๊ ดี เหมือนเกิดที่นี่เลย ตาใจปลอมตัวมารึปล่าว?

คนจร

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ชาติไทยไม่ยอมให้ใครกดขี่

หูตาสว่าง

ไอ้ชาติชั่วเอ๋ย ข้อความภาษาอังกฤษชี้ชัดเลยว่ามันไม่ได้คัดค้าน เขียนสำหรับขายชาติชัดๆ คิดตีหน้าเซ่อโกหกคนทั้งชาติ มันก็เลวพอๆกะไอ้เหลี่ยมนั้นแหละ ตายไปขออย่าให้ได้ไปผุดไปเกิดเลย...สาธุ และก็หยุดเห่าได้แล้ว คนไทยไม่เชื่ออีกต่อไปชั่วชีวิต ขอให้คนไทย จำไว้ ตระกูล ขายชาติ เขาใช้ให้คุณโกง ให้คุณบิดเบือน ให้คุณหลอกใครต่อใคร ทำไปเดี๋ยวก็ลืม แต่ ทักษิน ใช้ให้คุณ ยกแผ่นดินไทย ให้เขมร น่ะคุณคิดได้ไง ทำได้ไง ประวัติศาสตร์ ชาติไทยจารึกไว้ แล้วสาบแช่ง จงรับคำสาปนี้ไป “ กลิ่นธูปควันเทียน หากเวียนเข้าร่าง ขอให้สะสาง สาปแช่ง อาถรรพ์ ขอให้จังไรเข้าใส่ตัวมัน รับคำสาปนั้น ฉิบหายทันที" เจ้าคิด คดทรยศต่อแผ่นดิน รับคำสาปนี้ไป

ฟายขะแม

ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย ว่าสิ่งทีผมและคนเขมรทั้หลายเคยทำมานั้นไม่ผิดในอุดมคติทีเราตรงข้ามกัน แต่เมื่อทำใจเปนกลางแล้วเราย่อมรูตัวดีว่าเราผิด และจะไม่ยึดมั่นในแนวคลั่งชาติอีกต่อไป ประวัติศาตมันเปนความสะไจของคุณ ปัจจุบันมันเป็นความสะไจของเรา โง่ทั้งคู่ทีไม่รูจักประสานประโยด รู้จักไหม win win คนโง่จองหอง ถือเกียตยศของประเทศ เถรตรงเปนแบบนี้ทั้งหมด แท้จริงแล้วประเทดแลพรมแดน เปนสิ่งก่อความขัดแย้งแลฆ่ามนุสชาดมากที่สุด เปนสิ่งทีราชาผู้นำประเทดโบรานเอามาใช้เปนเครื่องมือหลอกใหเราพลเมืองโลกฆ่าฟันกันเองอย่างมีเหตผลรองรับแลไม่รูสึกผิด ไม่รูรืปัจจุบันทำไมสหประชาชาดพะยามเน้นเรื่อง"โลกไร้พรมแดน"และมรดกโลก ก็เพาะโลภแก่งแย่งชิงดีขัดแย้งกันนี่เอง แต่อนิจา "คนกับฟายแตกต่างกันแค่นุ่งผ้ากับแก้ผ้าเท่านั้นเอง"

ฟายขะแม

แท้จริงแล้วประเทดแลพรมแดน เปนมหันตภัยเปนสิ่งก่อความขัดแย้งแลฆ่ามนุสชาดอย่างโหดร้ายทารุนมากที่สุด(ยิ่งกว่าซือนามิ) เปนสิ่งทีราชาผู้นำประเทดโบรานเอามาใช้เปนเครื่องมือดำรงสถานพาบตัวเอง หลอกใหเราพลเมืองโลกฆ่าฟันกันเองอย่างมีเหตผลรองรับแลไม่รูสึกผิด ไม่รูรืปัจจุบันทำไมสหประชาชาดพะยามเน้นเรื่อง"โลกไร้พรมแดน"และ"มรดกโลก" ก็เพาะโลภแก่งแย่งชิงดีขัดแย้งกันนี่เอง แต่อนิจาคตินิยมที่ถูกหลอกหลอมมาทำไห "คนกับฟายแตกต่างกันแค่นุ่งผ้ากับแก้ผ้าเท่านั้นเอง"

ฟายขะแม

ผมจะดีใจมากเลย หากมีกษัตโบรานประเทดได โดยเฉพาะของไทย ทีตีได้ทังโลกคนไทยเปนจ้าวโลก ทังโลกเป็นคนไทย โลกก็จะไร้พรมแดน ผมก้อจะมีวาสนาเปนคนไททันที เขาพระวิหาร นครวัต กำแพงเมืองจีน ปิรามิด ฯลฯ เปนของไท(อิสระ)หมดเลย มนุดโลกจะไดไมเป็นฟายนุ่งผ้าทะเละฆ่ากัน วางระเบิดกัน เลือดท่วมดิน เพราะพรมแดนทีสมมุดวาเปนของตน แต่ถ้าเปนไปไมไดก็ยึดแนวสหประชาชาต ลดการคลั่งชาตตนเองเถิด คนบนโลกจะไดไมเหมอนฟายนุ่งผ้าไง เหมือคนเขมรเกียดคนไทยผูรุกรานแตอยากเปนคนไทย(แต่ร้ายวาสนาเกิด) คนไทยเกียดอเมริกาเคยประท้วงขับไล่แต่ไปอยู่ขอกรีนการ์ดขอเป็นประชากรอเมริกันเป็นแถว เห็นไหมเราเปนประชากรโลก หาไชฟายโงทีเขาขีเราเอาไปขวิดไครๆไม วันนี้คุณถูกขี่แล้วรือยัง คุณ.......

katta

เกี่ยวกับเรื่อง hot และกำลังพิพาทกันอยู่ในขณะนี้ ปราสาทวิหาร เราชอบคิดอะไรในทางที่แปลกกว่าคนอื่น มันผิดไหม ถ้าเราจะขอเปรียบเทียบแบบสมมุติว่า ถ้าห้างๆหนึ่งเป็นของนายเขม ซึ่งนายเขมจะเอาไปจำนำจำนองหรือจะเอาไปบริหารอย่างไรมันก็เรื่องของเขา จริงไหม แต่ทางเดินเข้าเป็นของนายทร (แสดงว่านายเขมเป็นพื้นที่ ที่เขาเรียกกันว่า ตาบอด ไม่มีทางเข้า ที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้า ไม่เห็นมีใครอยากได้ ต้องนั่งเครื่องบินเข้าไป) ผิดไหมที่นายทร จะทำการบริหารทางเดินเข้าโดย เก็บที่ผ่านทาง และสร้างอะไร ๆกับทางเข้า ในสายตาของเรา เราได้ผลประโยชน์เต็มๆ ไม่มีเสีย แล้วทำไมคนทำถูกด่ายับ
นี่กระมังที่ผู้ใหญ่สอนให้เรา คิดผิดๆ ตั้งแต่เริ่มหลุดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่ มันถึงเกิดปัญหาสังคมจนทุกวันนี้อะ ลองนึกว่าบ้านของเรา เราจะทำซุปเปอร์มาร์ต แต่ข้างบ้านมันไปร้องเรียนทางการว่า คนเดินพลุกพล่าน รำคาญ ห้ามทำเรารู้สึกไง ถ้าคุณๆ ตอบคำถามตรงนี้ได้ คำตอบของพระวิหารก็คือคำตอบของคุณนั่นแหละ
ทำนองเดียวกัน ตัวปราสาทคงไม่รู้สึกหรอก แต่ผู้ที่รู้สึกคือคน คน คน ที่ยึดติดก็ คน คน คน นั่นแหละ พระพุทธเจ้าถึง ตรัสไงว่า เอาใจของเขามาใส่ใจของเราแล้วจะรู้ว่าเขาคิดอย่างไร เปิดประตูหัวใจให้มันแง้มออกมา
อย่าที่คาราบาว นำมาทำเพรงไงจ้า
มนุษย์มีอวัยวะหนึ่งที่เป็นไฟนรค จะติดไฟโดยนรก และไม่มีใครทำให้มันเชื่องได้เลย นี่เรามิได้พูดเอง พระเยซูกล่าว ดู bible ได้ที่ http://www.biblegateway.com/passage/?version=9&search=james+3:6
และนี่ก็คือคำตอบที่ว่า ทำไมเราถึง วุ่นวายกันนัก

katta

ไม่มีอะไรในโลกที่แก้ไม่ได้ กฎของมนุษย์ มนุษย์เป็นคนกำหนดเพื่อให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ถ้ากาลเวลาเปลี่ยนไป มันก็ต้องเปลี่ยน เป็นของแน่นอน อย่าว่าแต่รัฐธรรมนูญเลย บรรยากาศของโลกมนุษย์ มันยังเปลี่ยนเลย นี่คือกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครฝืนได้
คนที่ว่าเขา ตัวเขาเองเปลี่ยนไปตั้นนานแล้ว แต่จะให้คนอื่นๆ เขาฝืน พวกลืมดูตนเอง

เกิดทีหลัง

ขอบคุณทุกบทความและประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนรุ่นหลังได้รับรู้เรื่องราวที่น่าศึกษา หากไม่มีนักวิชาการที่หวังดีกับเยาวชน บริสุทธิ์ใจในการให้แนวทางของกรณีศึกษาอย่างท่าน เยาวชนอย่างเราคงได้แต่รับฟังข้อมูลที่กระพือโหมแรงที่สุดและเอาทึกทักว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องตาสว่างคงเป็นเรื่องยากของคนรุ่นหลัง

แปลกใจอยู่เรื่องนึงค่ะ?
นานมาแล้วที่มีกลุ่มคนที่ใช้เลือดเนื้อ ต่อสู้มาหลายชั่วอายุคนสืบต่อกันมาเพื่อให้ได้แผ่นดิน ได้ประเทศ แต่พวกเราไม่รู้ว่ามาจากเทือกเถาเหล่ากอไหนกันบ้าง เผอิญเกิดมาทีหลังเค้า มีบุญได้อาศัยเกิด เติบโต ทำมาหากิน โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ อยู่กันอย่างสบายๆ ฟรีๆ แต่ทำไมยังมีพวกที่อาศัยแผ่นดินเค้าเกิดที่นอกจากจะไม่สำนึกในบุญคุณแล้ว ยังมาแย่งชิง คดโกง เอาของที่เค้าสร้างกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มาตัวเปล่าแต่จะฮุบเอาอำนาจ เอาผลประโยชน์ เอาทุกสิ่งที่มีค่าไป ละโมบ ไม่รู้จักพอ คนสำนึกรักในชาติ คนรู้คุณชาติเค้ายังมีอีกเยอะ เค้าไม่ปล่อยให้แผลงฤทธิ์หรอก บ้านเราไม่น่าปล่อยให้คนพรรค์นี้มามีอำนาจ แล้วก็แปลกจริงๆเลยชอบทำแต่เรื่องที่ยัดแต่ความอัปยศอดสูให้ตัวเอง ทำกะใครไม่ทำ มาทำกะประเทศชาติที่หวงแหนของเรา เวรกรรมมันมีจริงนะเจ้า... สงสัยมากค่ะว่าในพงศาวดารก่อนหนูเกิดพอมีบันทึกชื่อใครที่เลวเท่านี้มั้ยคะ

kan

เป็นอีกมุมมองหนึ่งของนักวิชาการที่น่าสนใจ แต่คงไม่ใช่การตัดสินใจว่าถูกหรือผิด เพราะบุคลที่อยู่ในแต่ละสถานการณ์ย่อมต้องใช้การตัดสอนใจด้วยหลายอย่างประกอบกัน แต่สิ่งที่น่าจะดีที่สุดตอนนี้คืออย่าใช้อารมณ์ส่วนตนเองตัดสินใจ เพราะอารมณ์มักจะตัดสินใจจากมุมเดียว เราทุกคนเป็นชาติพันธ์มนุษย์เหมือนกัน มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ด้วยระยะเวลาเท่าๆกัน นึกถึงใจเขาใจเราบ้างเถิด

สมนึก

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...
(4) ... พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...ได้ทรงลงนามสัตยาบันในสัญญากับประธานาธิบดีฝรั่งเศส
แลกเปลี่ยนยกดินแดนเสียมเรียบ (อันเป็นที่ตั้งของนครวัดนครธมหรือกรุงศรียโสธรปุระ) กับพระตะบอง
และศรีโสภณให้กับฝรั่งเศส ......และตัวปราสาทเขาพระวิหาร ก็ถูกขีดเส้นแดนให้ตกเป็นของฝรั่งเศส
ดังนั้นเมื่อกัมพูชาได้รับเอกราชจึงอ้างสิทธิในการครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร

(5) ...บีบให้ฝรั่งเศส ...จำต้องยอมยกดินแดนให้ “ไทย” !!!

(7) ...พระเจ้านโรดมสีหนุซึ่งทรงเป็นทั้ง “กษัตริย์และพระบิดาแห่งเอกราช” และ “นักราชาชาตินิยม”
ของกัมพูชา ............รัฐบาลไทยแพ้คดีนี้อย่างค่อนข้างราบคาบ และคำพิพากษาของศาล
ก็ยึดจากสนธิสัญญาและแผนที่ที่ทำขึ้นหลายครั้งในสมัยปลายรัชกาลที่ 5...

(9) สรุป ....ทั้งไทยกับกัมพูชา ตระหนักว่าต้องอยู่ร่วมกันโดยสันติ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน
พรมแดนยาว 800 กม. เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกันตกลงเสนอทั้งปราสาทและทั้งเขาพระวิหาร
เป็นมรดกโลกร่วมกันบริหารจัดการและ (เอี่ยว) แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน

โชค

ขอขอบคุณอาจารย์ชาญวิทย์ เคยฟังท่านบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อุษาคเนย์และวาทกรรมของผู้มีอำนาจในประวัติศาสตร์ และได้อ่านบทความนี้แล้วแสดงให้เห็นว่าท่านนี่แหละนักวิชาการตัวจริง คุณๆทั้งหลายที่อ่านไม่เข้าใจลองอ่านอีกหลายๆรอบซิ แล้ววางใจให้เป็นกลางๆ จะเข้าใจเหตุการณืในปัจจุบันว่าเขาทำอะไรกันอยู่ พวกที่อ้างว่ารักชาตินะ อย่าหวงชาติไทยไว้รักคนเดียวซิ

โชค

อ่านแล้วนี่แหละบทความของนักวิชาการจริง พันธมิตรเพื่อประชาฯลองอ่านหน่อย

k

ชอบมีคนบอกว่าให้พวกพันธมารมาอ่าน อ่านแล้วไงพวกมันก็คงพูดคำเดิม ว่ากูพูดอะไรก็คือสิ่งที่ถูก เพราะพวกมันไม่เคยมีอยู่สิ่งเดียวก็คือความจริง

คนชายแดน

เอาข้อมูลอ้างอิงมาจากไหนครับ...รู้ได้ยังไงว่าขอมสมัยโบราณเป็นต้นตระกูลของเขมร...แล้วขอมที่อยู่พื้นที่ลพบุรีเมืองกาญมาก่อนนี่ละ...เป้นต้นตระกูลเขมรเหมือนกันเหรอครับ...ขอมไม่ใช่อยู่แค่อิสานต่ำใช่ไหมครับ

ตะวัน

อยากให้คนไทยที่หลงผิดอ่านจังเลย จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันเองอย่างนี้ แกนนำพันธมิตรเลวระยำจริง อ้าย...จำลองและพวกขอให้ทรนีสูบพวกมันลงนรกด้วยเถิด