สุขสวัสดีวันตำรวจไทยและวันตรุษอีฎิ้ลฟิตริ 1429

อ. อับดุชชะกูร์ บิน ชาฟิอีย์ ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ)
 


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสดามุฮัมมัดและละผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุขสวัสดีวันตำรวจไทยและ วันตรุษอีฎิ้ลฟิตริ 1429


ตำรวจหรือ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เป็นคำยกย่องของรัฐและประชาชนที่คาดหวังต่ออาชีพการเป็นตำรวจ


เป็นที่ทราบกันดีว่าอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่เป็นทางการ เป็นข้าราชการ ที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย ดูแล ความสงบสุขและความปลอดภัยแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันโดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน กับข้าราชการตำรวจกลับน่าเป็นห่วง


ดร.<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความคิดเห็นของสาธารณชนต่อ เหตุการณ์สลายม็อบพันธมิตร: กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 2,118 ตัวอย่าง ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 8-9 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ผลสำรวจพบว่า ประชาชนเกินครึ่งหรือร้อยละ 52.9 ไม่เห็นด้วยกับตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม


ซึ่งเดิมก่อนเหตุการณ์สลายการชุมนุมหลายๆคนกลับมีทัศนคติที่ไม่ดีอันเนื่องมาจากพฤติกรรมไม่ดีของตำรวจบางคนแทนที่จะเป็น"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" กลับเป็นผู้พิฆาตสันติราษฎร์เสียเองอย่แล้ว ทำให้ชาวบ้านเหมารวมตำรวจไทยทั้งหมดว่าไม่ดีเช่นกัน ประชาชนและชาวบ้านส่วนใหญ่เลยไม่ชอบและไม่ยินดีกับผลงานที่เขาเหล่านั้นได้ปฎิบัติในฐานะที่กินภาษีของประชาชนเหมือนหน่วยอื่นๆ ทั้งๆที่เนื้อหาสาระของภารกิจที่ข้าราชการตำรวจปฏิบัตินั้นมีความสำคัญมากและเป็นภารกิจที่ลำบาก ต้องเสียสละอย่างมาก ไม่มีวาระจบสิ้น และบางครั้งก็เสี่ยงถึงชีวิต


โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนใต้และเหตุการณ์การเมืองที่แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนที่กรุงเทพมหานครต้องอาศัยตำรวจเพราะ "ตำรวจ"คือหน่วยงานที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนจะได้รับ ตำรวจมีหน้าที่ในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด หาพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ และนำตัวมาสอบสวนตาม ป. วิอาญา เพื่อส่งให้พนักงานอัยการฟ้องคดีต่อศาล หากตำรวจชายแดนใต้และกรุงเทพมหานคร ที่เป็นต้นทาง ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรม ซ้ำร้ายขูดรีดประชาชนเสียเองก็จะยิ่งเป็นเชื้อที่คอยราดน้ำมันสู่เปลวเพลิงแห่งความรุนแรง ทัศนคติที่ไม่ดีซึ่งประชาชนมองตำรวจนั้นยังคงมีอยู่อย่างแน่นอน

ดังที่ นาย
ไชยยงค์ มณีพิลึก นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เคยสะท้อนปัญหาดังกล่าวในสถาบันข่าวอิศราว่า ที่ผ่านมาตำรวจกลายเป็นจำเลยของสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนา เพื่อดับไฟใต้ที่เวทีไหน มีแต่การกล่าวหาว่าตำรวจคือต้นเหตุของความอยุติธรรม ที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับ และกลายเป็นปัญหาความคับแค้นทางจิตใจ จนทำให้ชุมชนส่วนใหญ่ต่างมองตำรวจเป็นศัตรูจนกลายเป็นเรื่องฝังใจ และมีนักวิชาการหลายเวที ถึงกลับฟันธงว่า ถ้าจะดับไฟใต้ให้ได้ผล ต้องทำการ"ยกเครื่อง"ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียก่อน (โปรดดู
 ความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มกระเตื้องขึ้นของตำรวจใต้…)


ดังนั้น การยกเครื่องตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และกรุงเทพมหานครจึงมีความสำคัญ หนึ่งในนโยบายในการยกเครื่องคือ การที่


"ตำรวจต้องเปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีการทำงาน เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" ทั้งนี้ไม่ใช่อะไรก็เพื่อเกียติยศของข้าราชการตำรวจเองและความสงบสุขของประชาชน


สุดท้ายตำรวจจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เสียสละและสุจริตต่อส่วนรวมและของประชาชน สิ่งที่จะหนุนเสริมนโยบายดังกล่าวคือสามารถปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ตำรวจว่า "...การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ แต่เป็นการทำตามหน้าที่ให้ครบถ้วนเท่านั้น...แต่จะเป็นความชอบก็ต่อเมื่อได้คุ้มครองป้องกันเหตุร้าย ให้ชีวิตและทรัพย์สินของข้าแผ่นดิน (ประชาชน) ในท้องที่นั้นให้อยู่เย็นเป็นสุข..."


และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแก่ตำรวจ (ในพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสถาปนาครบ 100 ปี ณ ลานฝึกศรียานนท์ วันที่ 19 เมษายน 2545) ความว่า
 
"ตำรวจมีหน้าที่ ที่สำคัญและกว้างขวางมาก คือต้องทำหน้าที่ทั้งด้านการปกครอง คอยสอดส่องดูแลทุกข์สุขตลอดจนสวัสดิภาพของประชาชน ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และจับกุมผู้กระทำผิด รวมทั้งการปกป้องแผ่นดินไทยเมื่อมีภัยคุกคามอีกด้วย นับว่ามีภาระหนัก มีความรับผิดชอบสูง เพราะต้องเผชิญกับปัญหานานา และต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้สำเร็จครบถ้วนจะต้องเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้มแข็ง อดทนและมีความเสียสละอย่างแท้จริง จึงขอให้ตำรวจทุกคนภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญและมีเกียรตินี้... ...ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบสุข และความถูกต้องเป็นธรรมในบ้านเมือง การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้บางทีก็ต้องใช้เมตตาอารี และเสียสละอย่างสูง ในการช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนโดยเสมอหน้า แต่บางทีก็ต้องใช้ความเข้มงวดเด็ดขาดในการควบคุม ทำลายทุจริตชน และการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ไม่ว่าจะทำหน้าที่โดยความเมตตา เกื้อกูล หรือเข้มงวดกวดขันก็ตาม ตำรวจต้องระมัดระวังตั้งใจปฏิบัติให้ได้ผลตรงตามเป้าหมาย คือให้เป็นการรักษาความสงบสุข เป็นการผดุงความถูกต้องเป็นธรรมอยู่เสมอ อย่าให้ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์เบียดเบียนประชาชน หรือล้มล้างทำลายความเป็นธรรมเสียเองเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์ คุณค่า และเกียรติศักดิ์ของตำรวจไว้ได้..."
 
พระบรมราโชวาทดังกล่าวแสดงถึงหน้าที่สำคัญของตำรวจ แม้งานจะหนักแต่ก็เป็นภาระอันมีเกียรติ เป็นความภาคภูมิใจแก่ตนเองและวงศ์ตระกูล การที่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันตำรวจไทย ก็เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการโปรดให้ รวมกรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน (กรมตำรวจนครบาล) รวมเป็นกรมเดียวกัน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม


สุดท้ายผู้เขียนขอเป็นกำลังใจต่อการทำงานของตำรวจชายแดนใต้และกรุงเทพมหานครที่คอยพิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงทุกท่านแต่ในขณะเดียวกันขอให้อัลลอฮฺจงเปิดใจตำรวจในคราบผู้พิฆาตสันติราษฎร์ สู่ทางนำอันถูกต้อง


สุขสวัสดีวันตำรวจไทยและ วันตรุษอีฎิ้ลฟิตริ 1429 อามีน

Comments

atsit

ช่ายคั้บ ถูกต้องคั้บ แบดุงของผม

ลูกตำรวจคนหนึ่ง

คิดถึงพ่อ
ตอนพ่อยังมีชีวิตอยู่ไม่เคยคุยกัน
เพราะพ่อเป้นตำรวจ ผมเป็นนักกิจกรรมทางสัง
คุยกันทีไร เถียงกันทุกครั้ง

ว ณ ปากนัง

*เกียรติตำรวจ ของไทย น้ำใจกล้า
รู้รักษา หน้าที่ มีกฎหมาย
เป็นกลไก ของรัฐ ขจัดร้าย
พวกพาลพ่าย ชาติยืนยง ดำรงชัย

*ไม่เป็นมิตร ผู้ผิด ต่อกฎหมาย
พวกตัวร้าย ปราบจริง แม้นยิ่งใหญ่
รักษาชาติ ประชาชน ให้พ้นภัย
ตำรวจไทย ผู้พิทักษ์ รักษ์ปวงชน

*ถึงจะถูก หยามเหยียด เกลียดดูหมิ่น
ก็ไม่สิ้น ไม่ถอดใจ ไม่สับสน
รู้เล่ห์เหลี่ยม พันธมาร ชาญเล่ห์กล
ไม่จำนน อันธพาล การเมืองไทย

*ตำรวจไทย ใจกล้า รักหน้าที่
ไม่หลีกลี้ หลบพาล มารหัวเหลือง
บ้านเมืองไทย ทุรยุค ขุกเข็ญเคือง
พลเมือง พึ่งตำรวจ คอยตรวจตรา

*แม้นมีเสียง ก่นด่า ว่าประจาน
ถูกต่อต้าน หมิ่นแคลน แสนกล่าวหา
ไม่ท้อถอย น้อยใจ ในโชคชะตา
มั่นรักษา หน้าที่ ตำรวจไทย

ว ณ ปากนัง

*ตำรวจไทย ใจกล้า รักหน้าที่
ไม่หลีกลี้ หลบพาล มารหัวเหลือง
บ้านเมืองไทย ทุรยุค ขุกเข็ญเคือง
พลเมือง พึ่งตำรวจ คอยตรวจตรา

*แม้นมีเสียง ก่นด่า ว่าประจาน
ถูกต่อต้าน หมิ่นแคลน แสนกล่าวหา
ไม่ท้อถอย น้อยใจ ในโชคชะตา
มั่นรักษา หน้าที่ ตำรวจไทย

*เกียรติยศ เกียรติศักดิ์ จักดำรง
แลมั่นคง อยู่ได้ ไม่หวั่นไหว
เป็นเครื่องมือ ของรัฐ ขจัดภัย
เป็นกลไก แก้วิกฤต พิชิตพาล

*มุ่งรักษา กฎหมาย ให้ยิ่งใหญ่
เกียรติตำรวจ ของไทย ใจหาญกล้า
มีศักดิ์ศรี มีวินัย ไม่อ่อนล้า
มีคุณค่า ที่พึ่งพา ของสังคม

ทักชั่วพะลังปะชาชั่วนปชั่วปะชาชั่ว

Re: เมื่อความจริงค่อยๆ ปรากฏ
« ตอบ #105 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:54:20 »

--------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันนี้ที่ห้องเรียนนิติเวช
หมอตั้งเด็กหนุ่มรูปร่างท้วม กิริยาท่าทางออกจะตุ้งติ้งหน่อย ปกติเป็นหมอโรคผิวหนัง แต่ก็มาลงเรียนแบบเล่นๆ ขาดมากกว่ามาเรียน แต่เช้าวันนี้เห็นแกเดินพล่านเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ ไปตามดูจึงพบว่าแกไปร่วมอยู่กับหน่วยหมออาสาของพันธมิตรเมื่อวันที่ ๗ ตุลาด้วย จากคนที่ไม่เคยคุยเรื่องการเมืองเลยครั้งนี้แกกลับทำการบรรยายให้เพื่อนฝูงรวมทั้งอาจารย์ได้ฟังเป็นฉากๆ พร้อมกับภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยตัวเอง
แกแสดงภาพหลายภาพ พร้อมกับระบุว่าบาดแผลเช่นนี้ไม่ใช่บาดแผลจากแก๊สน้ำตาธรรมดาๆ เพราะไม่เพียงแต่พุพองหากแต่ยังติดเชื้อลาม จนไม่อาจทำการเจาะแผลเอาน้ำออกแล้วตัดหนังได้เพราะกลัวการติดเชื้อ
แกถ่ายให้เห็นถึงสะเก็ดระเบิดที่แคะออกมาจากเนื้อของผู้บาดเจ็บ พร้อมกับบอกว่าหลักฐานเหล่านี้จะพูดได้อย่างไรว่าไม่มีระเบิด พูดไปก็บ่นไปถึงคุณหญิงพรทิพย์ว่าสรุปออกมาได้อย่างไรในวันแรกนั้น
แกบอกว่าพวกหมอเขาเห็นภาพการกระทำต่อคนธรรมดามือเปล่าอย่างนี้ พวกหมอเขาจึงทนไม่ได้ เขาจึงใช้มือถือถ่ายภาพบ้าง สื่อสารถึงกันบ้าง จึงทำให้กลุ่มหมอออกมาคัดค้านตำรวจกันมากก็เพราะเขาได้เห็นกับตาของตัวเอง

แล้วแกก็ถ่ายอีกภาพที่กำลังเย็บศีรษะให้นายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ปลอมตัวแฝงเข้ามาในผู้ชุมนุมแล้วถูกจับได้ แต่ขัดขืนทำท่าจะชักปืนออกมาจึงถูกตีหัวแตก แกบอกว่าผมเป็นคนเย็บแผลให้ตำรวจคนนี้เอง ๑๒ เข็ม แต่พอมันออกไปข้างนอกได้มันกลับไปพูดว่าเราดูแลมันไม่ดี นี่ผมแต่งแผลมันอย่างสวยเลย แล้วมันก็ไปกินมักกะโรนีของพันธมิตร ผมเห็นกับตา แต่มันกลับออกไปพูดว่าพันธมิตรไม่ได้ให้ข้าวอะไรมันกินเลย พูดแล้วเจ็บใจจริงๆ

แล้วพวกเขายังมีภาพถ่ายเต๊นท์ที่นอนหน้าทำเนียบ เมื่อมีคนถามว่าแล้วอาบน้ำกันที่ไหน แกก็บอกว่าอาบน้ำห้องน้ำในทำเนียบนั่นแหละ ข้างในมีแอร์ด้วย

หัวข้อในห้องเรียนนิติวิทยาศาสตร์เช้านี้จึงเต็มไปด้วยเสียงแซวว่า แหมข้อสอบน่าจะออกหรือไม่ก็ให้ทำรายงานว่า "จากบาดแผลของผู้บาดเจ็บเมื่อเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลา ท่านคิดว่าเป็นการบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตาธรรมดาหรือจากวัตถุบางอย่างที่ระเบิดได้"

แต่ ๑๑ โมง

อึ้งพากอนอย่าเนรคุณแผ่นดินเปิดพื้นที่ให้พวกชั่ว

แต่ ๑๑ โมงวันนี้ข่าวก็ออกมาจากคุณหญิงพรทิพย์แล้วว่าพบสาร RDH วัตถุระเบิดในแก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้ในวันนั้นแล้วจริง

จากนี้ใครจะต้องรับผิดชอบ ผมว่าอย่างน้อยต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก สตช. เอาให้หนักๆ ๑๐๐๐ ล้านนั่นแหละ

แล้วผบ.ตร.ก็ต้องลาออก ผบ.ชน.ก็ต้องลาออก แล้วอีกคนก็นายกนั่นแหละต้องลาออกอีกคน

ป.ล.จากที่สังเกตใครว่าคนกรุงเทพไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมของพันธมิตร ในห้องเรียนวิชานิติเวช 50 คนนี้ เกินครึ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นทั้งแพทย์และพยาบาลอาสาเมื่อวันที่ ๗ ตุลา และยังมีภาพของรุ่นน้องอีกรุ่นหนึ่ง ที่พากันไปอยู่แถวหน้าใส่เสื้อหลังตะโกนด่าตำรวจอยู่ เห็นว่าภาพนี้ได้ออก ซีเอ็นเอ็น ด้วย ระหว่างที่กำลังพิมพ์อยู่นี้หลินเด็กนศ.ลูกจีนรักชาติก็ถามขึ้นว่า "พี่ๆ พี่เคยไป พธม.แล้วหรือยัง" พอเรายิ้มๆ แกก็ควักมือตบอันเล็กๆ ขึ้นมาบอกหนูเอาฝาก เดี๋ยวหนูจะโดดเรียนต่อจะไปงานศพน้องโบว์

ppppppppppppp

Thai Police!! done the right thing!! about( Paantaamit!!) the world!! do know!! Thailand needs to do something!! to( saves ,safe!! ) Democracy!! and fair to all Thai people!!( Hope so much ) Thai people open they eyes!! to the real world!!

บังวิน

โจรอัณฑะมิตร และโจร3จังหวัดชายแดนใต้ยิ้มเลยครับผม

ชาเขียว

คนไทยเป็นอะไรกันไปหมด ไม่รู้สึกกับความตายที่ไม่ยุติธรรม

จ๋อ

ยัรฮัมมะกัลลอฮ ขอพระองค์ทรงเมตตา ต่อผู้ที่ปรารถนาในความรุนแรง เห็นเลือดนองแล้วสะใจ จงพบความสันติ อย่าได้แค้นเคือง ต่อผู้ที่คิดแตกต่าง และขอพระองค์ทรงนำแนวทางอันสันติ เคารพต่อสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ และนำความเห็นอันถูกต้องมาสู่พวกเขาด้วยเทอญ วะญะดีกุมุลลอฮ

]ลูกตำรวจ

พ่อหนูเป็นตำรวจทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ชาติ บ้านเมือง ทำไมสังคมไทยต้องประณามว่าตำรวจไม่ดี ทำไมสังคมต้องแบ่งแยกกันด้วย

shukur

พิธีศพมุสลิมหลังปู่เย็น
อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ
อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ
Shukur2003@yahoo.co.uk
http://www.oknation.net/blog/shukur
http://www.hi5.com/friend/140328909--Abdul--Profile-html

หลังจากการเสียชีวิตของนายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น จากอาการหัวใจล้มเหลว ทางจังหวัดเพชรบุรีนำโดยนายไฟซ้อน โครงเซ็น ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.เพชรบุรี รวมทั้งมุสลิมและต่างศาสนิกได้ร่วมกันในพิธีศพของท่าน ที่มัสยิดกลาง จ.เพชรบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และ ฝั่งร่างปู่เย็นในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 13 ตุลาคม ทำให้ต่างศาสนิกอาจจะสงสัยว่ามุสลิมและหลักการศาสนามีทัศนะอย่างไรต่อชีวิตหลังความตายและมีการปฏิบัติต่อศพอย่างไร ในการนี้ผู้เขียนขอนำสรุปการบรรยายเรื่อง “พิธีศพมุสลิม”เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา 13.30-15.30 น. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้จัดการบรรยายเรื่อง “พิธีศพมุสลิม” ของผู้เขียนและอาจารย์บูดีมาน แยนา ผู้เชี่ยวชาญหลักนิติศาสตร์อิสลามดังนี้
เนื้อหาการบรรยายสามารถสรุปได้กว้างๆ 3 ประเด็น คือ ทัศนะต่อความตายของศาสนาอิสลาม, ขั้นตอนพิธีศพมุสลิม และกรณีศพที่ไม่ได้เสียชีวิตตามปกติ ทั้งนี้ ผู้เขียนได้นำวีดีทัศน์ซึ่งสาธิตขั้นตอนการทำพิธีศพมาฉายประกอบการบรรยายด้วย

ศาสนาอิสลามและทัศนะต่อความตาย
สัจธรรมข้อหนึ่งที่ทุกคนรู้ดี คือ “ทุกชีวิตต้องลิ้มรสความตาย” แต่ในศาสนาอิสลามนั้น ความตายมิได้เป็นการสิ้นสุดหรือจุดสุดท้ายของชีวิต หากเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวไปสู่ชีวิตที่แท้จริงและเป็นนิรันดร์ อิสลามถือว่าชีวิตในโลกนี้คือการเตรียมตัวสำหรับชีวิตในโลกหน้าอันถาวร
ชาวมุสลิมเชื่อว่า เมื่อมนุษย์เสียชีวิตลง วิญญาณของทุกคนจะไปรวมตัวกันอยู่ในโลกหนึ่งที่เรียกว่า “บัรซัค” อันเป็นโลกที่คั่นกลางระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับการฝังอย่างถูกต้องหรือไม่ก็ตาม จนกระทั่งวันแห่งการสิ้นสุดมาถึง ทุกชีวิตจะถูกทำให้ฟื้นขึ้นเพื่อรอรับการตัดสินการกระทำต่างๆ ที่เขากระทำไว้ขณะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้
เมื่อมนุษย์ถูกฝังอยู่ในสุสานหรืออยู่ในโลกของบัรซัค จะมีมาลาอีกะฮ์ (เทวฑูต) 2 ท่าน มาสอบสวนพฤติกรรมของผู้ตาย หากผู้ตายเป็นคนดี ปฏิบัติตามบทบัญญัติข

shukur

มื่อมนุษย์ถูกฝังอยู่ในสุสานหรืออยู่ในโลกของบัรซัค จะมีมาลาอีกะฮ์ (เทวฑูต) 2 ท่าน มาสอบสวนพฤติกรรมของผู้ตาย หากผู้ตายเป็นคนดี ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด เขาก็จะตอบคำถามของมาลาอีกะฮ์เกี่ยวกับศรัทธาและบทบัญญัติต่างๆ ของศาสนาได้อย่างง่ายดาย หากผู้ตายเป็นคนชั่ว ก็จะหลงลืมคำตอบเสียสิ้น แม้จะเคยรู้คำตอบดีก็ตาม สำหรับผู้ที่ตอบคำถามได้ ระหว่างที่อยู่ในโลกบัรซัค เขาก็จะได้ความสุขสบายดุจอยู่ในสรวงสวรรค์ ส่วนผู้ที่ตอบคำถามไม่ได้ ก็จะถูกมาลาอิกะฮ์ลงทัณฑ์อย่างเจ็บปวดทรมาน

ขั้นตอนพิธีศพ
ศาสนาอิสลามมองว่า พิธีศพนั้นเป็น “สิทธิของศพ” และเป็น “หน้าที่ของผู้มีชีวิตอยู่” ตามหลักศาสนา เมื่อมีผู้เสียชีวิตลง ต้องรีบจัดการศพ มิให้เก็บศพไว้นาน
หลักการปฏิบัติต่อศพของผู้ตาย อันเป็นข้อบังคับที่ศาสนาอิสลามบัญญัติไว้มี 4 ประการ คือ 1) ต้องอาบน้ำให้ 2) ต้องห่อศพให้ 3) ต้องละหมาดให้ และ 4) ต้องนำศพไปฝัง ดังรายละเอียดต่อไปนี้ :-
1) การอาบน้ำศพ หากผู้ตายเป็นชาย ผู้อาบน้ำให้ควรเป็นชาย หากผู้ตายเป็นหญิง ผู้อาบน้ำให้ควรเป็นหญิง ทั้งนี้ผู้อาบน้ำศพควรเป็นคนที่เชื่อถือได้ จุดประสงค์ของการอาบน้ำศพคือเพื่อให้ศพสะอาด วิธีการอาบ เริ่มด้วยการชำระล้างสิ่งสกปรก เอาน้ำรดทั่วร่างกาย จากนั้นจึงรดด้วยน้ำใบพุทราสลับกับน้ำสะอาด 3 ครั้ง แล้วใช้พิมเสนรดเป็นน้ำสุดท้าย โดยเริ่มจากด้านขวาก่อน จากนั้นจึงอาบน้ำละหมาดให้ผู้ตาย เสร็จแล้วเอาสำลีหรือผ้าสะอาดซับน้ำให้แห้ง
2) การห่อศพ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ห่อศพผู้ตายโดยใช้ผ้าสะอาดอย่างน้อยหนึ่งผืนห่อให้มิดชิดตลอดทั้งร่างกาย แต่การห่อศพที่ดีนั้น ศพผู้ชายควรห่อด้วยผ้า 3 ชั้น ส่วนศพผู้หญิงควรห่อด้วยผ้า 5 ชั้น วิธีห่อศพ เริ่มจากปูผ้าลงไป แล้วเอาของหอม เช่น ผงไม้จันทน์ พิมเสน โรยลงบนผ้า เอาผ้าผืนที่สองทับ แล้วโรยของหอมอีกจนครบผ้าทุกชั้น จากนั้นจึงยกศพมาวางบนผ้าโดยให้นอนหงายเหยียดตรง เอามือทั้งสองข้างวางบนอก โดยให้มือขวาทับมือซ้าย เอาสำลีซึ่งคลุกด้วยของหอมแปะไว้ตามซอกหรือข้อพับของร่างกายและที่จมูก แล้วจึงพับผ้าห่อศพโดยตลบชายผ้าด้านซ้ายมาทางขวา และตลบชายผ้าด้านขวามาทางซ้ายทีละชั้นๆ จนเสร็จ จึงรวบชายผ้าหัวท้ายผูกไว้ทั้ง 2 ด้าน และผู้ระหว่างตัว 2-3 เปลาะ เพื่อไม่ให้เปิดออกขณะนำไปฝัง
3) การละหมาดศพ – อิหม่ามหรือผู้นำละหมาดควรเป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตข

shukur

3) การละหมาดศพ – อิหม่ามหรือผู้นำละหมาดควรเป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตของผู้ตาย วิธีการเริ่มจาก นำผู้ตายไปวางยังที่จะทำพิธีละหมาดญะนาซะห์ [ศพ] โดยวางศพตามขวางกับทิศอันเป็นที่ตั้งของเมืองมักกะฮ ประเทศซาอุดิอารเบีย ศพผู้ชายให้หันศีรษะไปทางทิศใต้ ศพผู้หญิงหันศีรษะไปทางทิศเหนือ ข้อบังคับในการละหมาดญะนาซะห์ มี 7 ประการ คือ (1) ยืนตรงหันหน้าไปทางศพ (2) ตักบีร [คือกล่าวว่า อัลลอฮผู้ยิ่งใหญ่] ครั้งที่ 1 พร้อมเนียต [ตั้งเจตนา] (3) อ่านบิสมิ้ลลาและฟาติฮะห์จนจบ (4) ตักบรีครั้งที่ 2 แล้วอ่านซอละวัตนาบี [คำสรรเสริญศาสดามุฮัมมัด] (5) ตักบีรครั้งที่ 3 แล้วอ่านดุอา [ขอพร] (6) ตักบรีครั้งที่ 4 แล้วอ่านดุอาอีก (7) กล่าวสลาม เมื่อเสร็จพิธีละหมาดแล้วรีบนำศพไปฝังที่กุโบร์ [สุสาน]
4) การฝังศพ –การฝังนั้นต้องขุดหลุมให้ลึกพอที่จะระงับกลิ่นที่จะมีในภายหลัง และป้องกันสัตว์ร้ายมาคุ้ยเขี่ยศพ โดยปกติจะขุดหลุมลึกประมาณ 2 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร วิธีการฝัง ให้ญาติพี่น้องใกล้ชิดเป็นผู้นำศพลงหลุม โดยวางนอนตะแคงขวา หันหน้าไปทางทิศอันเป็นที่ตั้งของเมืองมักกะฮ

หลักการใหญ่ๆ ของพิธีศพมี 4 ข้อดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น แต่ในสังคมมุสลิมเองก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจหลักการใหญ่ๆ ของพิธีศพ ทำให้มีการปฏิบัติที่แตกต่างหลากหลาย มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป
สำหรับการไปร่วมงานศพของคนต่างศาสนานั้น ชาวมุสลิมสามารถทำได้ในเงื่อนไขที่ว่า ไปเพื่อปลอบทุกข์หรือแสดงความเห็นใจแก่ครอบครัวหรือญาติของผู้ตาย แต่จะร่วมทำพิธีกรรมทางศาสนาไม่ได้

ตำหลูด

สล้าง บุนาค ตบอ.ปว๋ย อึ้งพากรณ จนหูเสีย นี่คือ ผลงานของตำรวจไทยในอดีต

Joy

I applaud the author. This is a wonderful piece of writing!!

รักยุติธรรม

๑.กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ พวกพันธมิตรพันธมาร น่าจะเป็นฝ่ายทำผิดกฏหมาย เป็นกบฏที่ล้มล้างอำนาจบริหารโดยยึดทำเนียบ และล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติโดยขัดขวางการประชุมรัฐสภา

๒.เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ตามกฎหมาย จะมีความผิดตามกฎหมายข้อใด แกสน้ำตานั้นตำรวจไม่ได้ผลิด เราซื้อมาใช้สลายการชุมนุม ไม่ได้เอามาฆ่าใคร ให้เอาผิดคนซื้อ ห้ามโทษตำรวจ หรือต่อไปถ้าโจรเคลื่อนทัพมา ควรจะให้ตำรวจ เข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง ๑๐๐๐แถว วางกระบองและก้มกราบขอร้องพวกโจร จะเอาอย่างนั้นหรือ รัฐบาลตั้งกรรมการตรวจสอบผู้รักษากฎหมายทำไม่ ตรวจสอบตำรวจทำไม ตรวจสอบจนท.ผู้รักษากฎหมายทำไม แต่ทำไมไม่ตรวจสอบ จับกุม สอบสวน เอาผิดพวกทำผิดกฏหมาย ผมมีความรู้สึกจริงๆว่าสังคมไทยมันกำลังวิปริต คนรักษาและทำตามกฎหมายเป็นคนผิด คนทำผิดกฏหมายเป็นฝ่ายถูก

๓. ผู้นำฝ่ายพันธมารและคณะได้ชุมนุมโดยสงบหรื่อไม่ ได้ละเมิดกฎหมายหรือไม่ ผู้ใหญ่ที่เป็นหลักบ้านหลักเมือง ควรเข้าข้างใคร ฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด

๔. เราแปลความหมายของประชาธิปไตยถูกหรือยัง?