จี้เลิกประกาศ "สมุนไพร 13 ชนิด" เป็น "วัตถุอันตราย"


 


 



 


 


 


(11 ก.พ.) เครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ 12 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกคำประกาศให้พืชสมุนไพรซึ่งใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชรวม 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก คื่นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดองดึง และหนอนตายหยาก เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 1 นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมตรี ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐมตรีที่เกี่ยวข้อง และข้าราชการที่ผลักดันเรื่องดังกล่าว ว่าได้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ หรือไม่


 


คำแถลงระบุว่า มีการร่างประกาศให้ผู้ใดก็ตามที่ผลิต นำเข้า หรือส่งออกเพื่อขายพืชสมุนไพรดังกล่าวต้องแจ้งล่วงหน้าต่อเจ้าพนักงานตามแบบฟอร์มที่กรมวิชาเกษตรเป็นผู้กำหนด ซึ่งการออกกฎระเบียบดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเกษตรกร ชุมชน หรือผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากประกาศควบคุมเฉพาะ "ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี" และ "เฉพาะที่นำไปใช้ในการป้องกันกำจัด ทำลาย ควบคุมแมลง วัชพืช โรคพืช ศัตรูพืช หรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืช" ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


 


"พืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดเป็นพืชที่เกษตรกรได้นำมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นสารควบคุมแมลงเพื่อทดแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมานาน เนื่องจากไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเลย จนถึงมีผลน้อยมาก ไม่ก่อให้เกิดผลตกค้างที่เป็นอันตรายต่อทั้งเกษตรกรเองและผู้บริโภค สามารถหาได้เองจากในชุมชนหรือจากเพื่อนบ้านใกล้เคียง หรือซื้อได้ในราคาไม่แพงจากชาวบ้าน หรือผู้ประกอบการในท้องถิ่นซึ่งในระยะหลังมีการรวมกลุ่มกันทำการผลิตเพื่อขายกันอย่างแพร่หลาย"


 


"การดำเนินการของกรมวิชาการเกษตรจะสร้างผลกระทบอย่างสำคัญต่อเกษตรกรและคนในท้องถิ่นรวมจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่เริ่มดำเนินการเพื่อพัฒนาสมุนไพรควบคุมศัตรูพืช เป็นการสร้างภาระ และอุปสรรคในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรทั้งในด้านการเกษตร การสาธารณสุขและอื่นๆ เป็นการสร้างเงื่อนไขให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนน้อยที่ไม่สุจริตเรียกร้องผลประโยชน์จากเกษตรกรและผู้ประกอบการ และสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถหาสมุนไพรมาผลิตเองใช้เองต้องหันไปซื้อสารเคมีซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทน"


 


"แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่า การประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อคุ้มครองผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และคุ้มครองเกษตรกร แต่การดำเนินดังกล่าวซึ่งรวบรัดดำเนินการ และไม่ได้ฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากองค์กรสาธารณะประโยชน์ที่ทำงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืน สิ่งแวดล้อม คุ้มครองผู้บริโภค และจัดการปัญหาวัตถุอันตรายในท้องถิ่น รวมทั้งเกษตรกรและองค์กรท้องถิ่นเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบโดยตรงนั้น นอกจากเป็นการดำเนินการที่ปราศจากธรรมาภิบาลแล้ว ยังตั้งคำถามว่า คำประกาศดังกล่าวนั้นมีเจตนาเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเคมีเกษตร และบรรษัทข้ามชาติหรือไม่ ?" คำแถลงระบุ


 


 


 


 


 


คำแถลงของเครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์


เรียกร้องให้ยกเลิกคำประกาศให้พืชอาหารและสมุนไพร 13 ชนิดเป็นวัตถุอันตราย


 


1. สาระสำคัญของเรื่อง


            1.1 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคสอง และมาตรา 18 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยดำเนินการตามข้อเสนอของกรมวิชาการเกษตร และความเห็นชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้ประกาศ [1] ให้พืชสมุนไพรซึ่งใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชรวม 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก คื่นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดองดึง และหนอนตายหยาก เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 1


 


            1.2 ขณะนี้กรมวิชาการเกษตร ได้ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ [2] โดยให้ผู้ใดก็ตามที่ผลิต นำเข้า หรือส่งออกเพื่อขายพืชสมุนไพรดังกล่าวต้องแจ้งล่วงหน้าต่อเจ้าพนักงานตามแบบฟอร์มที่กรมวิชาเกษตรเป็นผู้กำหนด [3] การออกกฎระเบียบดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเกษตรกร ชุมชน หรือผู้ประกอบการรายย่อยโดยแท้ เนื่องจากประกาศควบคุมเฉพาะ "ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี" และ "เฉพาะที่นำไปใช้ในการป้องกันกำจัด ทำลาย ควบคุมแมลง วัชพืช โรคพืช ศัตรูพืช หรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืช" ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามกฎหมาย


 


            1.3 ตามความในมาตรา 18 วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 นั้น ผู้ใดที่ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามความในมาตรา 71 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


 


2. ผลกระทบ


            2.1 พืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดเป็นพืชที่เกษตรกรได้นำมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นสารควบคุมแมลงเพื่อทดแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมานาน เนื่องจากไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเลย จนถึงมีผลน้อยมาก ไม่ก่อให้เกิดผลตกค้างที่เป็นอันตรายต่อทั้งเกษตรกรเองและผู้บริโภค สามารถหาได้เองจากในชุมชนหรือจากเพื่อนบ้านใกล้เคียง หรือซื้อได้ในราคาไม่แพงจากชาวบ้าน หรือผู้ประกอบการในท้องถิ่นซึ่งในระยะหลังมีการรวมกลุ่มกันทำการผลิตเพื่อขายกันอย่างแพร่หลาย เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ คาดว่ามีจำนวนผู้ใช้สมุนไพรดังกล่าวในการควบคุมแมลงหลายแสนครอบครัว และทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหลายร้อยล้านบาทจนถึงพันล้านบาท [4] ทั้งนี้ไม่นับไปถึงคุณค่าในการเกื้อกูลต่อสุขภาวะต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสังคมไทยโดยรวม


 


            2.2 การดำเนินการของกรมวิชาการเกษตรจะสร้างผลกระทบอย่างสำคัญต่อเกษตรกรและคนในท้องถิ่นรวมจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่เริ่มดำเนินการเพื่อพัฒนาสมุนไพรควบคุมศัตรูพืช เป็นการสร้างภาระ และอุปสรรคในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรทั้งในด้านการเกษตร การสาธารณสุขและอื่นๆ เป็นการสร้างเงื่อนไขให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนน้อยที่ไม่สุจริตเรียกร้องผลประโยชน์จากเกษตรกรและผู้ประกอบการ และสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถหาสมุนไพรมาผลิตเองใช้เองต้องหันไปซื้อสารเคมีซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทน


 


            ในยุคของวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งขณะนี้ยังไม่มีนโยบายใดๆ ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร การดำเนินการของกรมวิชาการเกษตรยังเป็นการสร้างปัญหาให้เพิ่มขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เกษตรกรเผชิญปัญหาด้านต่างๆ มากเกินพออยู่แล้ว


 


3. ข้อสังเกตบางประการ


            แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่า การประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อคุ้มครองผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และคุ้มครองเกษตรกร แต่การดำเนินดังกล่าวซึ่งรวบรัดดำเนินการ และไม่ได้ฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากองค์กรสาธารณะประโยชน์ที่ทำงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืน สิ่งแวดล้อม คุ้มครองผู้บริโภค และจัดการปัญหาวัตถุอันตรายในท้องถิ่น [5] รวมทั้งเกษตรกรและองค์กรท้องถิ่นเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบโดยตรงนั้น นอกจากเป็นการดำเนินการที่ปราศจากธรรมาภิบาลแล้ว ยังตั้งคำถามว่า คำประกาศดังกล่าวนั้นมีเจตนาเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเคมีเกษตร และบรรษัทข้ามชาติหรือไม่ ?


 


4. ข้อเสนอ


            เครือข่ายของภาคประชาชน ตามท้ายคำแถลงนี้ ขอเรียกร้องต่อผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดังต่อไปนี้


            4.1 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการให้มีการยกเลิกคำประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 และยกเลิกการดำเนินการของกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ...." โดยให้ยกเลิกภายใน 30 วัน


 


            4.2 ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐมตรีที่เกี่ยวข้อง และข้าราชการที่ผลักดันเรื่องดังกล่าว ว่าได้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้


 


เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก


เครือข่ายสุขภาพวิถีไทย


เครือข่ายหมอพื้นบ้าน


โรงเรียนชาวนา จ.สุพรรณบุรี


มูลนิธิชีววิถี


มูลนิธิสุขภาพไทย


มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค


มูลนิธิชีวิตไทย


มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย)


สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน จ.เชียงใหม่


โครงการรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม


คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.)


 


 


แถลง ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552


 


 


...................................


เชิงอรรถ


[1] ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 18 ง หน้า 4 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552


[2] โปรดดู ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ....


[3] แบบ วอ./กษ./กวก.16


[4] จากการประมาณการของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)


[5] ในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่3) พ.ศ.2551 บัญญัติให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง 5 คน แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนขององค์กรสาธารณประโยชน์และมีประสบการณ์ การดำเนินการคุ้มครองสุขอนามัย ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ด้านการจัดการปัญหาวัตถุอันตรายในท้องถิ่น หรือด้านสิ่งแวดล้อม อ้างอิงจาก อังคณา สุวรรณกูฐ "เจาะลึกพ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่" ในจดหมายข่าวผลิใบ, กรมวิชาการเกษตร


 


 

Comments

PUNISHER

จะให้กลับไปใช้สารเคมีแทนหรือไง

ข้าราชการคือข้านายทุน

พวกข้าราชการทั้งหลายมันคิดได้ไง ตอนนี้มันเป็นยุคไหนกันเนี่ย งงเต๊ก

pPpP

น่าจะสนับสนุนสมุนไพรไทย สร้างรายได้ให้กับคนไทย และเป็นภูมิปัญญาที่คนไทยมีมาแต่ช้านาน ทำไมถึงไม่ส่งเสริม และลดการนำเข้าสารเคมี ไม่อยากให้คนในประเทศชาติมีสุขภาพดีแข็งแรงหรืออย่างไร

Dr.Withya

ครั้งนี้ถือได้ว่ากรมวิชาการเกษตรทำผิดพลาดมาก เหตุผลคือ

1.โดยหลักข้าราชการที่ดีจะต้องช่วยเหลือประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่วประชาชนผู้ยากจนหรือมีฐานะไม่ดี ดังเช่นเกษตรกรไทยจำนวนมาก การประกาศเช่นนี้ นอกจากจะไม่ช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ดูเหมือนยังเป็นการทำร้ายดกษตรกรอีกด้วย เพราะกระทรวงเกษตรฯโดยเฉพาะกรมส่งเสริมฯได้ออกแนะนำให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และแนะนำให้ใช้สารอินทรีย์หรือสารจุลินทรีย์แทน เพราะจะประหยัดกว่าและเป็นอันตรายน้อยกว่า พอประกาศออกมาเช่นนี้ เกษตรกรจะไม่มึนงงเลยหรือ

2.ถ้าหากกรมวิชาการเกษตรรักและห่วงใยเกษตรกรจริง ก็น่าจะได้พิสูจน์และแถลงให้เกษตรกรและประชาชนได้ทราบว่า สมุนไพรที่ได้ประกาศเป็นวัตถุอันตรายประเภท 1 นั้น มันเป็นอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างไร ไม่ใช่อยู่ๆก็ประกาศออกมาโดยไม่มีเหตุผลที่ดีมารองรับ แบบนี้ไม่น่าจะเป็นข้าราชการที่ดีของประชาชนได้ โดยส่วนตัวผมเองมีความรู้ทางการเกษตรมากพอสมควร และได้ติดตามข่าวสารทางการเกษตรอยู่ตลอดเวลา ผมไม่ได้เห็นข่าวสารที่ได้แจ้งให้ประชาชนได้ทราบเลยว่า สารสมุนไพรเหล่านั้นเป็นอันตรายอย่างไรต่อชีวิต สุขภาพและสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยก็ตรวจสอบได้จากหนังสือ "กสิกร" ที่ออกปีละ 6 เล่ม และเป็นของกรมวิชาการเกษตรอีกด้วย หนังสือ "กสิกร" ยังได้เคยกล่าวถึงประโยชน์และความดีของการใช้พืชสมุนไพรแทนการใช้สารเคมีด้วยซ้ำไป เพราะฉนั้นการประกาศว่าสารใดเป็นวัตถุอันตราย โดยหลักของกรมวิชาการเกษตร จะต้องทำการทดสอบ พิสูจน์ จนแน่ใจว่าเป็นวัตถุอันตรายจริง จากนั้นจึงจะประกาศพร้อมกับแสดงหลักฐานการพิสูจน์ ให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรได้รับทราบ

3.เพราะฉนั้นกรมวิชาการเกษตรจะต้องนำหลักฐานที่เชื่อถือได้มาแสดงให้ทราบทั่วกันว่า สารสมุนไพร เหล่านั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมจริง และสมควรที่จะประกาศเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 1 ถ้าหากไม่สามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์ได้ ก็สมควรที่อย่างน้อย อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และ ผ.อ.กองที่เกี่ยวข้อง น่าจะได้ลาออกหรือถูกปลดออกจากตำแหน่งไป แต่ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าสมควรประกาศเป็นวัตถุอันตรายจริง ก็ควรจะได้ยอมรับและควรให้เครดิตแก่อธิบดี และ ผ.อ.กองที่เกี่ยวข้อง เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องและกล้าหาญ

นพชีพ

กั๊กเอาไว้ให้ญี่ปุ่น ไปจดทะเบียนสิทธิบัตร แบบสมุนไพรชุดก่อนๆ หรือเปล่า

mn

เห็นด้วยควรยกเลิก เพราะจะทำให้เกษตรกรมีปัญาหา ควรที่จะมีการส่งเสริมสนุบสนุนสมุนไพร ส่งเสริมให้วิสาหกิจชุม ใช้สมุนไพรมากขึ้น เป็นการสร้างงาน สร้างเงิน การที่มาออกประกาศฉบับดังกล่าว เสมือนกับเป็นเป็นการทำลายมากกว่า
จึงขอสนับสนุนให้ยกเลิก หากไม่ยกเลิกควรไปฟ้องศาลปกครองเพิกถอน

เพื่อนเกษตรกร

ผลประโยชน์ของผู้ขายสารเคมีถูกกระทบ ฟันธงได้ว่ามีผลประโยชน์แอบแฝง

เกษตรกร

หากข้าราชการกระทรวงเกษตรฯไม่คิดที่จะช่วยให้เกษตรกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว เห็นควรเสนอยุบกระทรวงนี้ซะ

lannian

'หนูเอียด ไอ่น้องเหย ! จ้วยกราบวิงวอนกราบตี๋นป้อทูนหัวสนธิ-จำลอง ของคิงกำเต้อะ

บ้าว่ะ

นอกจาก ไข่ เป็นอาวุธแล้ว สมุนไพรที่ใช้ในครัวเรือนยังเป็นวัตถุอันตรายอีกเวรกรรมประเทศไทย

pornthip100

จะบ้าตายใอ้รัฐบาลชุดนี้มันหิวเงินมากจนจะสูบเลือดจากเกษตรกรเชีวยหรือมันมีแผนอะไรที่จะมาลงความเห็นสมุนไพร๑๓ชนิดเป็นอันตรายคงมีแต่พวกเหี้ยเท่าที่คิดแบบนี้คนไทยต้องต่อสู้ให้มันยกเลิกนะอย่าให้กรณี(ต้นเป้าน้อย-สะระแหน่ที่ประเทศญี่ปุ่นมันมาจดลิสิทธิ์ไปเป็นของมัน)เพราะตัวเหี้ยหนุนหลังต้นเป้าน้อยมีสรรพคุณทางยาและสมุนไพร๑๓ชนิดก็เป็นที่ต้องการทางญี่ปุ่นต้องการเสียด้วยไม่เชื่อก็ให้สอบหาในเว็บทางยาดูคงไม่นานคงจะจ้างคนไทยลูกและส่งออกกลับไปต่างประเทศส่งกลับมาขายให้ประเทศไทยอีกต่อหัวหมอมากเลยนะใอ้พวกชั่วไร้เทียมทานขายชาติตัวจริงเมื่อคืนได้โทรบอกคนที่เป็นเพื่อนเขาเรียนแผนสมุนไพรแล้วให้ต่อต้านถึงที่สุดมันคิดอย่างไรที่จะให้พวกเกษรตกรหันมาใช้สารเคมีอีกขอสาปแช่งพวกมันให้ตายทั้งโคตรเลยขอให้พ่อชีวกลงโทษใอ้ชั่วที่เห็นแก่ป่วยตายรักษาไม่ได้สมุนไพร๑๓ชนิดมีประโยนช์มากในทางยามากและปลูกยากในต่างประเทศตั้งแต่โบรานมาสมุนไพรเหล่านี้เป็นยาผีบอก ขอให้คนไทยช่วยกันป้องยาให้พวกมันเอาไปให้ประเทศอื่นจดลิขสิทธิ์ได้นะ

คนมีสมอง

สมุนไพรไทยใช้มาเป็นพัน ๆ ปี พริก ขิง ขมิ้น ข่า ตะไคร้ สะเดา ชาวบ้านทั่วประเทศใช้ประกอบอาหารกินทุกวัน เป็นยาสมุนไพร เป็นสารกำจัดแมลง แทนที่จะช่วนกันอนุรักษ์และส่งเสริม กลับจะขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุอันตราย ผู้ใดผลิต หรือมีไว้ครอบครอง มีโทษติดคุกตั้ง 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท โทษหนักกว่ายืดสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ปรับตั้งแต่ 500-10,000 บาท ไม่รู้ใช้สมองคนหรือสมองหมาคิด

คนรักษ์แผ่นดิน

พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านครับ สมุนไพรหล่านี้อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นพันๆปี ใช้มาตั้งแต่รุ่น(ปู่ย่า ตา ทวด ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกประกาศนี้เสียด้วยซ้ำ ยังไม่สำเนียก) เราเคยเสียเปล้าน้อย มาแล้วเพราะความโง่ของ บางคน และความเห็นแก่ได้ ของบางคน และอยู่บนความเจ็บปวดของคนในชาติ (พวกขายชาติกิน) ทีนี้เราต้องเสียสมุนไพรอันมีค่า อีก 13 ชนิด โดยความรู้เท่าถึงการณ์ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของใครบางคน และใครหลายๆคน รวมถึงความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ จนลืมว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ตายไปก็เป็นปุ๋ยผง คนในชาติเจ็บปวดยิ่งกว่า การถูกโขมยเปล้าน้อยหลายเท่าตัว ที่คนในชาติต้องมาเข่นฆ่ากันเอง อย่างนี้
ในหลวงท่านทรงงานเหนื่อยมามากพอแล้ว ทำไมพวกท่านทั้งหลายไม่ทำสิ่งที่ให้พระองค์ท่านสบายพระทัยบ้าง นอกจากหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนเอง โดยไม่นึกถึงคนในชาติ ขออันเชิญกระแสพระราชดำริ องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "การรักษ์ทรัพยากร คือการรักชาติรักแผ่นดิน

.

มีสมุนไพรไทยติดคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 ยึดสนามบินนานาชาติ ยึดทำเนียบรัฐบาล ขโมยข้อมูลความลับของรัฐบาลหรือข้อมูลลับของประเทศ ปรับ 500 บาท ความยุติ-ความเป็นธรรม จบข่าว

ปากชาวบ้าน

คนชลบทอยู่ใด้ เพราะพืชสมุนไพรกลุ่มต้องห้ามของพวกท่านกลุ่มนี้ มาแต่ โบราณไม่มีพิษ
แปลกว่ะ มายุคนี้มันมีพิษ เออ..เอาประกาสด้วยแล้วกันให้ แม่ค้าที่ขายน้ำพริกสะเดาน้ำปลาหวาน หรือผู้บริโภค มาแจ้งกับสาธารณะสุขด้วยที่ครอบครองสะเดาใว้เป็นของตัวเองเพราะรู้เท่าไม่ถึงการ ติดคุก5ปี ปรับ50.000นะครับ..มันบ้าไปแล้ว.

101

เอากันเข้าไป สนุกดีออกๆนโยบาลมาอีกสนุกดี ดีๆทั้งนั้น ชอบจริงๆ

คนกินสมุนไพรประจำ

สมุนไพรไทยเคยมีใครออกมาให้ข่าวว่า กินข่าฆ่าตัวตายไหม มีแต่กิน ยาฆ่าแมลง แล้วตาย หรือไม่ก้อเดี้ยง ..คิด..คิด..มั่งดิ...มันเอาอะไรคิดที่พูดออกมาแบบนี้ พวกนี้น่าจะไล่ออกให้หมดคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประกาศพวกนี้ บอกมาได้อย่างไร คิดมาแล้วแค้น....แค้น..มาก ๆ เลย ขอบอกนะ ไม่เคยโพสต์ข้อความขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเลยนะ ..ไม่ขอยุ่งเกี่ยวเรื่องต่าง ๆ เลย ทั้งการเมืองหรือว่าการมุ้ง...แต่ในนี้ขอเถอะ แค่นี้มันยังไม่หนำใจเลย...
ถ้ามีกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรพวกนี้ประท้วงบอกด้วยจะไปด้วย ตัวเองไม่ได้ปลูกแต่ว่ามันเป็นของคนไทย ก้อเลยแค้น ของของเราถ้าไม่รักษา...แล้วมันจะให้รักษา.........จริงไหมคนไทยทุกคน

เด็กสาธุ

ผลประโยชน์แอบแฝงกับบริษัทค้ายาฆ่าแมลง

เอวัง

จะบ้าตายทำไปได้นะเนีย เอาสมองหรือตูดคิดเนีย นอกจาไม่ช่วยชาวบ้านแล้วยังเหยียบซ้ำอีกนะ คิดได้กันแค่นี้เองหรอ อะไรที่ชาวบ้านเขาทำให้กันเองได้ออกมาห้ามสะงั้น อยู่ไกล้ๆขอเขกบาลสักทีเถอะ เวรจิงๆ

ชุ่ย

มีผลการวิจัยที่แน่นอนยืนยันหรือยังว่าพืชเหล่าเป็นพิษมีสารอันตราย
คนไทยกินพืชผักเหล่านี้มาตั้งแต่เกิด ไม่เห็นตาย มีแต่ประโยชน์
หรือเรื่องนี้มีอะไรแอบแฝง ทำไมต้องรีบร้อนออกกฏหมายนี้..นี่หรือคือเงาของป ปชป.

คนป่า

ข้าฯเคยได้ยินแต่ว่าสนุนไพรเหล่านี้เป็นประโยชน์และข้าฯก็ได้ใช้ประโยชน์จากมันตลอดมาตั้งแต่เกิดไม่เห็นว่าจะมีโทษจนต้องจัดเป็นวัตถุอันตรายประเภท 1 สูผู้ประกาศฯคิดอะไรอยู่ สงสัยว่าจะมีเอี่ยวกับผู้ค้ายา สูเล่าให้ชัดเจนด้วย ใครได้ทำวิจัยถึงอันตรายมันไว้บ้าง

cherd

ทำไมมันทุเรศสิ้นดีอย่างนี้(รมต)

red plants

สมน้ำหน้าครับ งานนี้
นอกจาก ปลากระป๋องเน่า แล้ว สมุนไพรยังเป็น วัตถุอันตราย อีก ฮ่า ๆ ๆ

yelly

ไม่รู้จะพูดยังไง เลวชาติ
ทำไมบางคนมันยังหลงไหลไอ้พวกพรรคบ้านี้อยู่
ทำไมไม่เข้าใจจริงๆเลย หงุดหงิด ปลงมากๆค่ะ

ม.7

พ๊ม ทนไม่ไหวจริงๆ กรมวิชาการเกษตร รมต.เกษตร นักวิชาการ นักวิจัย สมุนไพร 13 ชนิด มีสมองเป็นเลิดทางความคิด ข้อหา นำเข้าส่งออก มีใว้ในครอบครอง ติดคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท (โดย ทางอุตสาหกรรม สมุนไพรเป็นสารมีพิษ เป็นวัตถุอันตราย) ท่านเคยคิดไหมว่า กระทบต่อการท่องเที่ยว อย่างรุนแรง กระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง กระทบต่อความเป็นอยู่ ต่อประชน ในพื้น ทวีป เอเชีย โดยตรง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทางตรงคือ...การบิโภค..ไม่ว่าคนหรือ สัตว์ เป็นโรงงานอุตหกรรมใหญ่ที่สุดในโลก เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดเอว ถ่าย พยาธิ ก็เอามาต้มกิน เกิดการเปลียนแปลงทางเคมีแน่นอน...ทางอ้อม...สปา ธุระกิจสปา มีทั่วโลก ที่ชื่นชอบที่สุดคือของไทย สปาไทย นักท่องเที่ยว แค่ปิดสนามบิน ธุรกิจท่องเที่ยว เสียหายเท่าไร สนามบินถูกปิด สปาถูกปิด อาหารไทยถูกปิด(ต้มยำกุ้งที่ดังไปทั่วโลก) พริก ข่า ตะใคร ไบมะกรูด ขมิน เอามาต้ม มีผลทางเคมีแน่นอน สปา ต้องพูดถึงน้ำมันหอมระเหย ลูกประคบ สมุนไพร 13 ชนิด ไม่กว่า 1408 ชนิด สวิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เปล้า ฮี ยุ้ม อะวัยวะสืบพันธุ์หญิงรวมรังไข่ ที่มีน้ำคาว มีกลิ่นเหม็น (ตกขาว) หย่อนยาน มดลุกไม่กระชับ ไม่ต้องไป รีแพร์ให้เสียตัวค์ อยู่ไฟหลังครอด (ผลดี ของเปล้าฮียุ้ม)..พูดถึงปิดสนามบินแล้ว ปิดสปา ปิดอารหารไทย เป็นการปิดการท่องเที่ยวถาวร เป็นกฎหมายที่ละเมิดสิทธิประชาชนอย่างชัดเจนที่สุด ละเมิดต่อความมั้นคงของชาติ เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ และ ภูมิภาคเอเชีย มากมายเท่าผงสีขาวในซองจดหมาย( สงครามชีวภาพ) บอกกระทรวงมหาดไทย สร้างคุกรอใว้เลยติดคุกแน่นอน

sedd

ตลกดีนะสมุนไพรที่ใช้กิน ใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็นสารอันตราย ผู้ใหญ่เขาคิดได้แค่นี้หรอ ถ้าไม่สนับสนุน ก็ไม่ควรทำลาย

I love Thailand

ความมหัศจรรย์ เกิดขึ้น ทุกวัน ที่นี่ "ประเทศไทย"

คนกินสะเดา

ถ้าอันตรายก็ตายไปแล้ว กินอยู่ทุกวัน อย่าเห็นแก่ตัวเพราะผลประโยชน?ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทำอะไรควรให้โปร่งใส

รับไม่ได้

ถ้าหากพืชทั้ง 13 ชนิดที่เกษตรกรใช้ในการควมคุมแมลงต่างๆ ในไร่ สวน เป็นเป็นอันตราย ทำไมสารเคมีที่ใช้แล้วก่อให้เกิดมลพิษและอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค กลับ มีวางจำหน่ายตามท้องตลาด

คนไทยเรากินพริก กินขิง กินข่า กินสะเดา กันมาตั้งนานแล้ว

ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันสมุนไพรเหล่านี้อยู่คู่คนไทยมาช้านาน เหตุใดปัจจุบันถึงได้กล่าวว่าเป็นสมุนไพรต้องห้ามซึ่ง**ไม่เห็นด้วย**เป็นอย่างยิ่ง

งง

ใช้ส่วนใดคิด

chuang

อีกซักพักคงเหมือนกฏหมายห้ามโทรขณะขับรถนะแหละ ไม่เห็นมีใครสนใจเลย

Homo erectus

สะใจเอ็นจีโอ "วัฒนธรรมชุมชน" ผู้มากล้นด้วยศีลธรรมและคุณธรรมจริงจิ๊ง...

คนไทยคนที่2

สาธุชนเห็นหรือยัง ว่า ไอ้ พรรคแมงสาปเน่าประชาวิบัติ มันทำอะไรเป็น นอกจากตอแหลใส่ร้ายเอาตีเข้าตัวเอาชั่วให้ผู้อื่นรายวัน
นี่แค่เดือนเศษ เมื่อมันออกมาแสดงฝีไม้รายมือ ก็ล้วนมีแต่เรื่องที่มันซกมกเน่ารายวัน
เริ่มแรกก็กู้เงินมาถลุงแบ่งกันงาบ แล้วยังเสือกอ้างพอเพียง ทิ้งหนี้ให้ชาวบ้าน
งาบถุงปลิดชีพ ปลากระปํองเน่า ยาโบราณ
ด่าชาวบ้านว่าโกงซื้อสิทธิขายเสียง แต่พรรคมันเองที่ไม่เคยซื้อสิทธิขายเสียงกลับได้ใบแดง
เพราะกกตจับได้ว่าไอ้แมงสาปเน่าไปซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง
นี่คราวนี้มามาดใหม่ ว่างจัด ไม่มีอะไรจะทำ กลัวชาวบ้าน มันยังจนไม่กระหน่ำ กลัวชาวบ้าน
จะไม่มาขอถุงยังชีพ ไม่มาขอผ้าห่ม9ล9 คราวนี้ ถึงขั้นประกาศให้พืช ที่คนไทยมันกินอยู่ทุกวันตั้งแต่ยุคหินใหม่จนมาถึงสุโขทัยอยุธยา นั่นคือขิงข่าตะไคร้9ล9 ให้กลายเป็นพืชมีพิษถ้าใครมีในครอบครองต้องแจ้ง ต้องบอกว่าบิดามัน ไอ้แมงสาปเน่า
ถ้าหากไอ้พืชพวกนี้มันพิษมากจริง ทำไมคนไทยมันถึงไม่สูญพันธุ์ เพราะคนไทยมันก็กินพืชพวกนี้มาตั้งแต่ยุคหินใหม่ ไม่ใช่แค่ไทย จีนแขก ฝรั่งญี่ปุ่นมันก็กิน
นี่อีกหน่อยไอ้แมงสาปมันคงออกกฏหมายว่า อ๊อกซิเย่นนั้นเป็นวัตถุอันตรายเพราะระเบิดได้ หรือทำให้ตาบอดได้ ใครใช้ต้องเสียภาษีหรือต้องแจ้ง
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มันล้วนมีทั้งคุณและโทษ อยู่ในตัวของมันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่เล่นมาออกกฏหมายมันส่งๆเดชๆ หน้าที่ของกรมวิชาการของทางราชการหรือมหาวิทยาลัย ก้เพียงแค่บอกข้อดีและข้อเสียของมัน ให้กับประชาชนทราบ ส่วนการตัดสินใจนั้นคือตัวของประชาชนเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่อาชญากรรมหรือยาเสพย์ติด มันต้องแยกแยะให้ออก และมันก็ไม่ใช่ตัวที่ไปทำลายสิ่งแวดล้อมดังคำกล่าวอ้าง
ต้องบอกว่า สมญานามแมงสาปเน่า นี่ มันไม่ไช่ได้มาอย่างฟลุคๆ ไม่ใช่ได้มาอย่างโชคช่วย
ไม่ใช่ไำด้มาจากการช่วยเหลือ แต่ทว่ามันได้มาจาก ฝีมือที่มันเน่าๆและควายๆ จริงๆ
มันเป็นกรรมของประชาชนโดยแท้

ทายาทกุลา

อีกแล้วๆ กรมวิชาการมันไม่มีอะไรทำรึไง ข้าวหอมมะลิก็ไม่หอม มันเปลี่ยนสายพันธ์หมดแล้ว พี่น้องมะลิ105 ไม่ใช่ของแท้หรอก นักวิชาการมันทำเละหมด ไม่นุ่ม ไม่หอม ผมเกิดที่ทุ่งกุลา แต่พูดไม่ได้ เพราะการศึกษาน้อย พูดไปก็ไม่มีใครได้ยิน อนาถใจจัง

คนเห็นด้วย

สมุนไพรที่ว่ามานั้นมีพิษจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อลองกินเข้าไปสักสี่ห้ากิโลสิครับ รับรองนั่งไม่อย่กับที่โดยเฉพาะพริก งานนี้นักวิชาการเกษตรอาจจะลองมาแล้วก็ได้ ใกล้ให้พระหาสวดหรือยังฮิฮิ เป็นไปได้พ่อคุณ

คนโง่

ทีสารเคมี มีพิษมากมาย กลับปล่อยให้ใช้ ดีดีที ที่โลกพัฒนาอุตสาหกรรมแล้วเขาห้ามผลิตห้ามจำหน่าย ยังกลับปล่อยให้นำเข้ามาขาย มาทำลายสุขถาพและชีวิตคนไทยอยู่ได้ตั้งนาน แล้วสมุนไพรธรรมชาติ ดันกลับกลายมาเป็นวัตถุมีพิษได้ยังไง จริงด้วย คำอธิบายก็ไม่มี ยังไม่ทันไร ออกลายแล้ว ภายใต้รัฐบาลนี้

สมุนไพรไทย

ผลงานพรรคประชาธิปัตย์ต่อเกษตรกรไทย ต้องการให้หันไปใช้สารเคมีที่สั่งมาจากต่างประเทศเพื่อคอรัปชั่น นี่คือผลงานเศรษฐกิจพอเพียงของสถาบัน นี่คือผลงงานการละเมิดสิทธิมนุยชน คนเกษตรที่ใฃ้พืชสมุนไพรไทยในการรักษาสมดุลธรรมชาติและสุขภาพคนไทย นี่คืผลงานอันยิ่งใหญ่ของรัฐโจร ที่ปล้นอำนาจจากประชาชน นี่แหละโจรพันทมาร
รัฐบาลเทพประทาน มารอุ้มชู กูมากับทหาร พวกมารศรีวิชัย ก่อการร้ายทำลายไทย

ตี๋

สงสัยไอ้พวกรัฐบาลอภิสิทธิ์ พ่อแม่พวกมันไม่เคยกินสมุนไพรจำพวกนี้ เลวจริงๆ

Aoi

ผมเพิ่งทราบว่า ราชการไทยและผู้มีอำนาจสั่งการ มีคำสั่ง มาทำลายประเทศ ขอย้ำทำลายประเทศนะครับ ไม่ใช่แค่หลอกลวงประช่าชน ขอให้ฟ้องศาลปกครอง เอาผู้สั่งการมาลงโทษ

wonderful animal

หรือว่าใช้ประกาศนี้แลกกับเงินกู้รถไฟฟ้า

รักสมุนไพร

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จะทบทวนแสดงว่า คิดไม่เสร็จ หรือไม่ได้ใช้สมองคิด

ท่านสิงห์

รัฐบาลนี้ ทำไรน่าเกรียจมากไปป่าว

อั๊ว รับไม่ด้ายย

totoboy

ไม่รู้ว่าพวกมันใช้รูทวารรูไหนคิด ถ้ารู้จะเอาพริกผสมข่า และอื่นๆ ยัดทวารมัน จะได้รู้ ไอเ ว ร เสียดายภาษี อายต่างประเทศ

พรวิรา

อุ้ยท่บ้านของเดียนอายุปาเข้าไป 108 ปี กินแต่พริก ข่า ตะไคร้ หมอท่โรงพยาบาลให้โลห์อายุยืนและแข็งแรง อยู่ๆออกมาประกาศว่าสิ่งที่อุ้ยยายกินเป็นพิษ นี่ถ้าอุ้ยยายของเดียนรู้ข่าวนี้แล้วชอคอกแตกตาย ไครจะรับผิดชอบ ไม่รู้เอาหัวริดสิดวงคิดแทนหัวอื่นหรือไงยะ

นายสมุนและนายไพร

อันตายแปลว่าอะไรครับ
กินแล้วตาย ทำให้เกิดอาการแพ้ ฯลฯ
เรากินมาตั้งแต่ยุคใหนแล้วกินแล้วไม่เห็นเป็นไรเลย

หากต้องการปกป้องสิทธิคนใช้ล๊ะก็
น่าจะคิดวิธีใหม่เช่น กำหนดให้มีฉลากระบุส่วนผสมว่ามาจากสารเคมีหรือสมุนไพรชนิดใด
สมุนไพรไม่อันตราย สารเคมีต่างหากที่อันตราย
มีใครกล้ากินสารเคมีบ้าง คนกินแล้วตายเยอะแยะ

หากจะกำหนดเพราะอยากให้เขาจะเอาไปปราบศตรูพืช ไม่อยากให้เอาไปกิน
มันก็ไม่ต่างกันกับบอกว่า ข้าว เป็นอาหาร
เด็กหนึ่งขวบยังรู้เลยว่าข้าวเป็นอาหาร
แล้วผู้ใหญ่ที่ใช้แล้วก็ผลิตยาปราบศตรูพืชเองจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าทำออกมาแล้วใช้ปราบศตรูพืชน๊ะ ก็เขาผลิตเอง ก็เขาไปหาซื้อมาใช้เอง

แล้วติดว่าอันตรายทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์เลยน๊ะมันผิดน๊ะต้องบอกด้วยว่าที่แปรรูปออกมาแล้วอันตรายโอ้ยยิ่งโพสยิ่งปวดไปนวดตัวดีกว่า

ข้าทาสการอเมริกัน...

ล่าสุด,วิทยุชุมชนที่บ้านผมเริ่มโหมโฆษณากระหน่ำเข้าหูชาวบ้านกันยกใหญ่...

"ราวอัพกลับมาแล้วๆ สินค้าดีมีคุณภาพของมอนซานโต้ จากสหรัฐอเมริกา..."

พออ่านข่าวชิ้นนี้แล้ว ไหงมันทะแม่งๆ พิกลหนอ
หรือว่า งานนี้มอนซานโต้เป็นเจ้าภาพ เหวย...!!!
ข้าทาสการอเมริกัน...

Walaya

ความคิดอย่างนี้ของรัฐบาล ไม่ใช่ต้องออกเฉพาะรมต.อุตสาหกรรม รมต.เกษตร เท่านั้น ต้องรัฐบาลทั้งคณะด้วย มาร์ค ชาญชัย ธีระ มีมันสมองระดับนี้เป้นรัฐมนตรีได้อย่างไร เบื้อก เป็นเพื่อประชาชนหรือเพื่อพ่อค้าสารเคมีนำเข้า ออกไปๆๆๆๆๆๆๆ

biyha

ท่านทั้งหลายไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรแปลกหรอก

ในยุคที่ไข่ไก่เป็นอาวุธ พริกก็ต้องเป็นสารอันตรายแน่นอน

ไข่ไก่มันทำร้ายจิตใจ พริกโดนเข้าไปก็แสบก้น

อันตรายทั้งนั้น

Anubis

โง่ เพี้ยน หรือ ผลประโยชน์

เป็นห่วง

เอ......มีพวกพันธมารขายสารเคมีหรือเปล่า ใครตรวจสอบทีซิ รบ.อนุบาลภิสิทธ์มันอาจจะต้องตอบแทนบุญคุณนะ

tt

แบบนี้ถือว่าซ้ำเติมเกษตรกรที่สุด ทำไมไม่คิดจริงใจกับกลุ่มคนด้อยโอกาสบ้าง จะให้เกษตรกรโชคร้ายไปถึงไหน ลูกหลานของพวกเขาก็คงจะต้องขาดโอกาสทางสังคมต่อไปด้วยเพราะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจจ ากการต้องซื้อปุ๋ยเคมีที่เอามามอมเมาเกษตรกรให้ใช้ว่าได้ผลดี แต่สุดท้ายต้องกู้ยืมเงินมาซื้อปุ๋ย พอได้ผลผลิตก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้น สุดท้ายก็เข้าวงจรโง่ จน เจ็บ

อู๊ด บางกรวย

เผอิญ เรามีอธิปดี แบบว่า โง่ๆ ปกครองอยู่ทำให้ชาวเกษตกรที่ฉลาดๆ เขาปวดหัวเล่นก็เท่านั้นเอง หรืออาจจะเป็นการตรวจสอบการกระตือลือล้นของชาวบ้านก็ได้ว่ามีปฏิกริยาอย่างไรกับ กระทรวง ที่ออกกฎอันตรายของพืชที่เขากินกันมาเป็นร้อยๆปีออกมา เพื่อผลประโยชน์ของาริษัทใดบริษัทหนึ่งที่มันมีหุ้นอยู่ด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะความเป็นจริงสมุนไพรพวกนี้มีประโยชน์ต่อร้างกายมนุยษ์ คนไม่ต้องมีความรู้สูงนักก็ยังรู้และเข้าใจถึงสรรพคุณของมันเลย
แล้วอธิปดีจะไม่ทราบเลยหรือ ถึงโง่ออกประกาศออกมาได้ แสดงว่าต้องมีนัยแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน

รากหญ้า100%

ผลงานอันน่าย่องย่องไปถึงรุ่นบิดา-มารดามัน
1. มูมมามกินปลากระป๋องเน่า
2. เอาสมองส่วนไหนจัดพืชสมุนไพรที่"กรูแดรก"ทุกวันเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 1
3. พอเพียง"แล้วไปกู้มาไว้เฉยๆทำไม" เมิงว่างแล้วเสือกโง่
4. กินหนมปังแล้วฉลาดเหรอ
5. แจกเงินชาวบ้าน
ไม่รู้จะด่าเป็นภาษาอะไรมันถึงจะเข้าใจ

คนไทย

มีองค์การใหนกล้าออกมารับประกันมั้ยครับว่ามันอันตรายช่วยชี้แจงหน่อย

แล้วลาดกันแมลงมันอันตรายแล้วกินไปมันไม่ตายหมดประเทศแล้วหรอ!

ครายมานคิดหว่า! ใช้สมองส่วนใหน ถ้าญี่ปุ่นมันรุ้ว่าไช้ได้ดี แมร้งประเทศเราก็ยกให้แมร้งดีมั้ง ห่าขนาดข้าวข้าวมันยังแย้งเราเลย

คนคิดแมร้งโง่หมดหมดไงหว่า มีภูมิปัญญาแต่ว่าอันตราย รัฐบาลได้เท่าไหรหว่า ทำห่ารายกานอยุ่ว่ะรัฐบาลเอ้ยยยยย (รัฐบาลโจร)

รากหญ้า

ตูกลุ้มกับตอแหลแลนด์...

เดี๋ยวจะไปต้มน้ำขิงกินฆ่าตัวตายแ...ม่.....ง....เลย เจ็บใจจริงๆ

คนรากหญ้า

ไอ้เวร มีเวลาว่างมากรึไง..มาคิดอะไรที่ไร้สาระ..

ฏฏ

อยากจะบอกให้ ตอนนี้อาศัยอยู่ในประเทศเเถบตะวันออกกลาง ประเทศเหล่านี้เเทบหาพืชผักสมุนไพรอะไรไม่ได้เลย เเม้เเต่ต้นไม้ยังขึ้นยาก เขาจึงหันไปสนับสนุน พืชผัก เเละผลไม้พื้นเมืองเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศเอง เช่นพวกอินทผาลัม มะเดื่อ มะกอก

ประเทศไทยมีพืชพรรณมากมายหลายชนิด เดี๋ยวนี้เเทบจะสูญพันธุ์ไปหมดเเล้ว เเต่ดันสั่งผักนอกมาปลูกเเทน พี้นที่อากาศมันต่างกัน ทำไมใกล้เกลือกินด่างกันนัก

เสธ.ดำ

นี่คือน้ำย่อยของรัฐบาล ที่ดีที่สุดของเจ้เขา

bobury

รัฐบาลนี้เก่ง คิดเพื่อชาติอื่นทุกนโยบาย.

ทักษิณ 5 ปี มีเงินปล่อยกู้,
ม7, 5นาที มีแต่กู้กับกู้........ฮา.......................ฮา.............
เป็น bobury ทำเสียวงศ์ตระกูล:-
1. อายเมียตัวเองที่ สร้างหนี้ให้ประเทศไทย แล้วรอ พณ.พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มาใช้หนี้ให้.
2. อายเพื่อนบ้าน เพราะสร้างหนี้ให้ลูกเพื่อนบ้านมาชดใช้.
3. ชาวโลกเขารู้ว่า หยาก(ไม่ใช่อยาก) ได้ตำแหน่ง ถึงขนาดยอมให้เตื้อกใช้ตนเองเป็หุ่น.
4. แล้วน้อง ม7 จะสอนลูกตัวเองยังไง?....ให้มี จิต วิญญาน ในการยอมรับ และเคารพเสียงส่วนใหญ่.
bobury ไม่ถึงขนาด ‘ฮาราคีรี’ ตัวเองเหมือนนักรบแห่งจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น,
bobury เพียงยุบสภาเพื่อให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นผู้ตัดสินอีกครั้ง, ก็เท่านั้นเอง ง่ายมาก.
หากทำไม่ได้ น้อง ม7 ก็คือ บิดาผู้ฆ่าลูก, เมีย, และวงศ์ตระกูลของตนเอง, เป็นเพื่อนบ้านที่ฆ่าเพื่อนบ้าน,
แล้ววงศ์ตระกูลของตนเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน............น้องเอ้ย.....(การสื่อสารมันไร้พรหมแดน และบันทึกประวัติศาสตร์นั้นไม่มีการลบล้างได้ จนกว่ายุคสุดท้าย จะมาถึงโลกมนุษย์อีกครั้ง) น้อง ม7. เป็นผู้ชายเรอะเปล่า?

pss

นี่คือความคิดของคนท่บอกว่าตนเองฉลาด ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนแน่ๆ เพราะเมืองไทยมีคนฉลาดแบบนี้ไงถึงไม่เจริยซักที

ชาวบ้าน-1

สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา
พริก คื่นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดองดึง และหนอนตายหยาก

มีหลักฐานทางวิชาการมายืนยันหรือไม่ว่า
เมื่อนำมาใช้กำจัดแมลง โรคพืช หรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืช
แล้วมีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์??

โดยเฉพาะพืชอาหารและสมุนไพรอย่างสะเดา ขมิ้นชัน ขิง ข่า พริก คื่นฉ่าย
การออกกฎระเบียบที่มีผลกระทบในวงกว้าง ต้องชัดเจนและโปร่งใส อธิบายได้

เอกวีร์

ก่อนจะสรุปว่าอะไรดี ไม่ดี
ลองอ่านความเห็นอีกด้านที่ไม่ใช่พวกเรา NGO ด้วยกันนะครับ
บางทีเราคุยกันเอง ก็อาจจะเห็นด้านเดียว
ลองอ่านความเห็นของหมอแมวดูนะครับ

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7516742/X7516742.html

ด้วยความเคารพ

ประชาชน

ต่อไปอะไรก็ต้องทำเป็นพาณิชหมดงัย จะแกงส้ม ตำน้ำพริก ก็ต้องวิ่งไปบิ๊กซี เพราะไม่มีการวางขายเหมือนเดิมอีกแล้ว ก็มันผิดกฏหมายนี่ ฉลาดซะไม่มีนะท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วที่ใช้ยาฆ่าแมลงอยู่ทุกวันนี้น่ะไม่เป็นพิษกับสุขภาพแล้วก็สิ่งแวดล้อมเหรอจ๊ะ ถ้าแน่จริงก็ประกาศให้เลิกใช้ และก็ยกเลิกการนำเข้ายาปราบศัตรูพืชเสียสิ หรือกลัวไส้จะแห้งกันแน่ จ๊ะ! อยากอ้วกแตกว่ะ

ชาวบ้าน

ชี้แจงมาเลยว่าเป็นอย่างไรไม่ต้องอ้างหมอแมวหรือหมอ....ที่ไหนหลอก

phenic

บอกได้แค่ว่า บัดซบโครตๆ ชั่ว คนมันไม่มีสำนึก

เหตุผลไม่น่าเชื่อถือ

คนอนุมัติคำสั่ง มีเหตุผลที่ดีพอหรือเปล่า ยังไงก็เตรียมตัวน้อมรับคำประณาม/คำด่า/คำแช่ง ..จากคนที่ไม่เห็นด้วย(เยอะเลยแหละ) ใว้ให้ดีเน้อ

แน่นอน

คำประกาศดังกล่าวนั้นมีเจตนาเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเคมีเกษตร และบรรษัทข้ามชาติแน่นอน

คิดให้ลึก

ไม่ใช่เขาคิดไม่ได้นะ

แต่เป็นเรื่องของการจดสิทธบัตร เสรีการค้า FTA

เอื้อผลประโยชน์ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ทุนใหญ่จะกินเรียบหมด

คือต่อไปเราอาจจะได้กิน ขิง ข่า ตะไคร้ ยี้ห้อซีพีกันละ

เขามีสมอง เขาไม่โง่หรอก

ฉะนั้นขออย่าอยู่เฉยๆกัน