กองพิสูจน์หลักฐานสรุปผลตรวจเสื้อ "โบว์" มีสาร "ซีโฟร์" ที่ไม่มีอยู่ในระเบิดแก๊สน้ำตา 7 ตุลาฯ

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ว่า กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้สรุปผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้ส่งมาให้ตรวจพิสูจน์ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญา หรือน้องโบว์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ประกอบด้วย เสื้อยืดสีเหลือง 1 ตัว เสื้อชั้นในสีครีมสภาพฉีกขาด 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สภาพฉีกขาด 1 ตัว เพื่อตรวจพิสูจน์ว่ามีสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดติดอยู่ที่วัตถุของกลางทั้งหมดนี้หรือไม่ ทั้งนี้ พฐ.ตรวจพบวัตถุทรงกลมที่เหลือจากการระเบิดไม่สมบูรณ์บริเวณรอยไหม้สีดำของเสื้อชั้นในและเสื้อยืด ของ น.ส.อังคณา


 


รายงานข่าวแจ้งว่า วัตถุทรงกลมดังกล่าว พ.ต.ท.สมภพ พุฒศรี นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจเคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจพิสูจน์ ด้วยวิธีการตรวจทางกายภาพ ตรวจทางเคมีใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ใช้ไอออนสแกนในการตรวจหากลุ่มวัตถุระเบิดเบื้องต้นโดยใช้เครื่อง FTIR,GC-MS, XRF ได้ผลว่า ตรวจพบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์ (C-4) ติดอยู่ที่เสื้อยืดสีเหลืองและเสื้อชั้นในสีครีมที่ส่งมาตรวจ และตรวจพบสารเคมีชนิด RDX ซึ่งเป็นสารประกอบวัตถุระเบิดติดอยู่ที่กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ส่วนแก๊สน้ำตาทั้งชนิดยิง และชนิดขว้าง ที่ สตช.มีใช้ จะมี RDX เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ไม่มีสารซีโฟร์ นอกจากนี้ วัตถุพยานที่ได้จากผู้บาดเจ็บรายอื่น ก็ตรวจพบเฉพาะสาร RDX เท่านั้น


 


ที่มา : มติชน


 


 


 


  

Comments

สรนันท์

ระเบิดซีโฟร์ (C-4 ) ย่อมาจากคำว่า ส่วนผสมสี่อย่าง (Composition 4) ประกอบด้วย

* RDX - จำนวน 91 เปอร์เซนต์
* Di (2 -ethylhexyl sebacate) 5.3 เปอร์เซนต์
* Polyisobutylene (พอลิไอโซบิวทิลีน) 2.1 เปอร์เซนต์
* น้ำมัน ( Motor oil) 1.6 เปอร์เซนต์

ไม่มีคำว่า "สารซีโฟร์" นะครับ
ไม่ทราบว่าตำรวจหมายถึงสารตัวไหน
ไม่ข่าวลงผิด ก็ตำรวจอาจแถลงผิด
ต้องตรวจสอบกันสักหน่อยนะครับ

จริงๆ ผมคิดว่าสรุปไปแล้วเสียอีก
แต่ในเมื่อตำรวจแถลงว่าพบหลักฐานที่ไม่เหมือนข้อสรุปเดิม
จึงควรทำให้ความจริงปรากฏออกมาให้ได้
ไม่อย่างนั้น จะกลายเป็นความคลางแคลงใจไม่รู้จบ
ไม่ดีต่อตัวน้องโบว์เอง และตำรวจด้วย

บางกอก

ถ้าตำรวจจพฐ.แถลงอย่างนี้ เป็นนัยๆว่าน้องโบว?แกหนีบซีโฟซ์เข้าไปเอง ก็ลองทำสาธิตให้ชาวบ้านและนักข่าวดูหน่อยนะครับ ไปซื้อซากหมูมาสักตัวแล้วเอาซีโฟร์แค่ร้อยกรัมก็พอ ผูกติดหน้าอกซากหมูไว้ แล้วลองจุดระเบิดดูก็จะรู้ว่าซากหมูมันจะเละขนาดไหน ไปเทียบกับบาดแผลน้องโบว์ได้ ผมว่าให้ดีตำรวจคนแถลงข่าวกับคนพิศูจน์ก็น่าจะเข้าไปสังเกตุการณ์ใกล้ๆซากหมูสักหน่อยสักสองสามเมตร จะได้เห็นเหตุการณ์ถ่ายวืดีโอได้ชัดเจนขึ้น.... เชิญคุณพ่อน้องโบว์มาเป็นผู้กดระเบิดทดลองได้เลย แกมาแน่เชื่อผม.....

btu

เท่าที่อ่านจากแถลงการณ์น่าจะหมายถึงว่ามีเฉพาะสาร RDX แต่ไม่พบสารประกอบอีกสามตัวดังที่คคห 1 กล่าวไว้

แถลงการณ์ตัวนี้เป็นกลางมากนะครับ ไม่ได้สรุปทางซ้ายหรือขวาเลยว่า C-4 ที่พบจะมาจากไหน อาจจะมาจากระเบิดที่เจ้าหน้าที่ มือที่สาม หรือกลุ่มผู้ชุมนุมเองยิงใส่กันก็ได้ เข้าใจว่าในทางวิทยาศาสตร์ สามารถตรวจสอบลึกลงไปอีกด้วยซ้ำว่าเป็นระเบิดที่ "ผ่านการยิง" หรือเปล่า

เสธ.ดำ

คห.2 โต้แย้งเก่ง แต่ไม่เข้าใจสถานการจริง รู้ไม่จริง เบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่อย ต้องให้คนที่เขาเข้าใจเรื่องสารประเภทนี้อธิบายรายละเอียด ถ้าผลพิสูจน์เหมือนกับที่รายงานทุกอย่างมันมีคำอธิบาย

ให้ผมแย้งผมก็แย้งได้ แม้แต่สิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจก็นำไปแย้งได้

อู๊ด บางกรวย

สรุปว่าตำรวจ(พวกเดียวกัน)โยนความผิดให้ผู้ตายจาได้ ความจริงมันควรจะเอาหลักฐานไปพิสูตรกันที่ USA.ไปเลยดีกว่า ทำอย่างนี้มันก็เข้าทางพวกมันกันเองอยู่ดี ใครมันอยากจะมาประจารตัวเองกันเล่า เอาหลักฐานมาแล้วโรยสาร C-4 มันก็ย่อมทำได้ ปุดโธ่!

พันทะมวยหัวคิด

กรรมติดเทอร์โบวะ ไอ้พวกกู้ชาติเพื่อโบนัสรัฐวิสาหกิจ อ้วกกกกกกกก

บางกอก

ตอบคห.๔ ผมเองกลุ้มใจอยู่กับพวกอ่านหนังสือไทยไม่แตกในเวปนี้อยู่บ่อยๆ ลองอ่านกระทู้และความเห็นที่๑ดูดีๆนะครับ มันชัดเจนว่าคห.ที่๑ซึ่งแกเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ได้โต้แย้งความเห็นของตำรวจไปโดยสิ้นเชิงแล้วว่าซีโฟร์เป็นสารประกอบที่ประกอบด้วยอาร์ดีเอกซ์เป็นหลักไม่ใช่สารเดี่ยว ตำรวจแถลงมั่วเพราะถ้าแถลงว่าเจอซีโฟร์ก็แปลได้อย่างเดียวว่าแกนำเข้าไปเองไม่เช่นนั้นต้องแถลงว่าเจออาร์ดีเอกซ์ไม่ใช่เจอซีโฟร์ ที่จริงคห.๑แกคงลืมแจ้งให้ทราบว่าเฉพาะหลักฐานของคดีนี้ถ้าส่งไปให้แลปของเอฟบีไอ เขาจะสามารถทดสอบได้ชัดเจนถึงล็อตผลิตและผู้สั่งซื้อวัตถุระเบิดด้วยซ้ำไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีซีโฟร์เกี่ยวข้องเพราะผู้ผลิตทุกรายต้องผสมส่วนผสมที่แลปสามารถแยกระบุแหล่งผลิตได้จากเศษอณูและไอที่เหลือหลังการระเบิด ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่รู้ความจริงข้อนี้ ตำรวจก็เลยดำน้ำแถลงข่าวออกมา ไอ้ที่ผมเสนอไปในความเห็นของผมนั้นมันแค่วิธีพิศูจน์กันอย่างง่ายๆจากสภาพบาดแผลเท่านั้น ผมบังเอิญเคยเห็นภาพสภาพศพน้องแก ก็เลยกะเอาว่าถ้าทดลองอย่างผมว่า ตำรวจที่เข้าไปสังเกตุการณ์ห่างสองเมตรจากซากหมูคงมีศพสภาพประมาณน้องโบว์แก ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้นะครับ...

นิรวาณะ

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง

btu

จากวิกิพีเดียครับ

"The plasticized form of RDX, composition C-4, contains 91% RDX, 2.1% polyisobutylene, 1.6% motor oil, and 5.3% 2-ethylhexyl sebacate....C-4 is manufactured by combining the noted ingredients with binder dissolved in a solvent. The solvent is then evaporated and the mixture dried and filtered. The final material is an off-white solid with a feel similar to modelling clay."

ในทีนี้หมายความว่า C-4 เป็นสารประกอบที่มี RDX อยู่จริง แต่ก็ไม่เหมือน RDX เสียทีเดียว เป็นไปได้ว่าเมื่อเอา RDX ไปผสมรวมกันกับสารอีกสามประเภท มันจะเปลี่ยนสภาพไปจนแยกออกว่าไม่ใช่ RDX (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของแก๊สน้ำตา) อีกต่อไปแล้ว

กำลังรอดู

เห็นด้วยกับ คห.8 กำลังรอดูอยู่ กรรมยุคติดจรวดไม่ต้องรอนาน

อิอิอิ เฮ้อออออออออ..

อิอิอิ แหมเห็นภาพชัดเลยครับคุณบางกอก ระยะขนาดนั้น อย่างน้อยๆกระจู๋มันขาดแน่นอน อิอิ อ้อ อีกอย่าง ตำรวจเป็นผู้เกี่ยวข้อง เป็นผู้ต้องสงสัย มีส่วนได้เสีย แล้วตำรวจกลับมาเป็นคนพิสูจน์หลักฐานเอง แถลงเอง น่าเชื่อถือตายล่ะ ต่อให้เป็นเรื่องจริง ก็ไม่มีใครเชื่อแล้วทำแบบนี้ ทำไมไม่ให้หน่วยงานอื่นๆ ที่ทำงานแบบเดียวกันนี้ของกระทรวงยุติธรรมก็ได้ หรือ เอฟบีไอก็ได้ หรือถ้าหมดท่าจริงๆ ก็ให้ปอเต็กตึ้งก็ได้ เป็นผู้แถลง เรื่องพิสูจน์อะไรนี่ตำรวจแค่คอยประกบอยู่ห่างๆจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เสียความน่าเชื่อถือ อิอิอิ กร๊ากกกก กั่กๆๆๆๆๆๆ

เบญ

โบว์ก็ตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตายเพราะโดนระเบิดหรือโดนอะไร แต่ที่แน่ๆไม่สามารถบิดเบือนได้คือแกตายเพราะมาชุมนุมกับพวกพันธมิตรและแกก็ต้องรู้ดีว่าแผนการของพันธมิตรในวันนั้นคือต้องการให้เกิดการปะทะรุนแรง ดังนั้นการตายของแกย่อมเกิดจากการปลุกเร้าของแกนนำเสื้อเหลืองให้พวกสาวกที่ถูกครอบงำความคิดให้เข้าปะทะกับฝ่ายตำรวจ สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมไม่เหนือความคาดหมายซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่แกนนำต้องการให้มีการตายหรือเจ็บเกิดขึ้นเพื่อเป็นข้ออ้างว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชน แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งในเหตุการณ์เดียวกัน ตำรวจโดนทำร้ายรุนแรงโหดเหี้ยมจากพวกเสื้อเหลืองยิ่งว่าน้องโบว์โดนซะอีก น้องโบว์อาจโชคร้ายโดนระเบิดแล้วตายทันที แต่พวกตำรวจโดนรุมตี รุมแทง โดนรถไล่ทับ มันโหดร้ายยิ่งกว่า ครอบครัวของพวกเขาได้รับความเสียใจไม่น้อยไปกว่าครอบครัวของโบว์เลย ตอนนี้คดีทำร้ายตำรวจไปถึงไหนแล้วไม่มีใครพูดถึง แต่คดีการตายของโบว์ก็พูดกันอยู่ไม่เลิก นี่หรือคือการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันของรัฐบาล

รักกันไว้

เกิดเป็นคนไทยก็ต้องรักในหลวงกันไว้อย่าให้พระองค์ต้องเสียพระทัยเลย

คนไทย

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNekl4TURJMU1nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB5TVE9PQ==

พธม.

กูดูแต่ข่าว กูไม่รู้ กูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ กูกลับก่อนตอนบ่ายสอง กูไม่รู้ดีเหมือนพวกมึงที่แสดงความเห็นทั้งหลาย ทำไม่ดูว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์นั่น ถ้าไม่ทุกข์จริงๆมีใครบ้างอยากตายว่ะ ตำรวจมิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย

red house

ใช่เลย คห.12
ผู้ที่ ฆ่า "โบ" ที่แท้จริงคือ ผู้ก่อการร้ายพันธมิตร ฯ นั่นแหละ
รวมทั้ง ผู้ร่วมชุมนุมทุกคนที่รู้เห็นเป็นใจ ในการ "พกพา"อาวุธ

ตรรกะแบบ ประชาไท อั่กกๆๆๆ

อิอิอิ ข้างบ้านผม น้องเบญ ยังไม่ตาย แต่น้องเบญกินข้าวทุกวัน ทั้งๆที่น้องเบญก็เห็นๆอยู่ คนที่กินข้าวต้องตายทุกคน แต่น้องเบญก็ยังกินข้าว แสดงว่าน้องเบญ ตั้งใจจะตายให้ได้ ทำแบบนี้ไม่รับผิดชอบชีวิตตัวเองจริงๆ รวมทั้งคนที่ปลูกข้าวด้วย โหดร้ายมากที่ปลูกข้าวให้คนกิน ทำให้เขาต้องตาย อั่กกๆๆๆ อิอิอิ อ๊ากกกกกก อั่กกกๆๆๆ

สัจจะย่อมเผยตัวเองในที่สุด

นายบางกอกนี่ แถไปไม่สิ้นสุด

รายงานนี้ ไม่ได้บอกว่าน้องโบ ตายเพราะหนีบระเบิดไปเอง
แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้ตายเพราะแก๊สน้ำตา ดังที่พันธมิตรอ้างกัน

"ตรวจพบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์ (C-4) ติดอยู่ที่เสื้อยืดสีเหลืองและเสื้อชั้นในสีครีมที่ส่งมาตรวจ และตรวจพบสารเคมีชนิด RDX ซึ่งเป็นสารประกอบวัตถุระเบิดติดอยู่ที่กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ส่วนแก๊สน้ำตาทั้งชนิดยิง และชนิดขว้าง ที่ สตช.มีใช้ จะมี RDX เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ไม่มีสารซีโฟร์ นอกจากนี้ วัตถุพยานที่ได้จากผู้บาดเจ็บรายอื่น ก็ตรวจพบเฉพาะสาร RDX เท่านั้น"

ตีความง่ายๆ ก็คือ พบสารอื่นที่เป็นส่วนประกอบของ C-4 ซึ่งถ้าอ่านตามนี้ ก็ตีความได้ว่า การพิสูจน์หลักฐานครั้งนี้พบองค์ประกอบของ C-4 ทั้งสี่สาร บนเสื้อผ้าผู้ตาย และควรสันนิษฐานได้ว่า น้องโบอาจตายจากการระเบิดของ C-4 (ซึ่งตำรวจไม่ได้ใช้ในการสลายผู้ชุมนุม)

ทีนี้จะบอกได้หรือไม่ว่า ผู้ชุมนุมจะพกระเบิดไปเอง รายงานก็ไม่ได้ระบุ แต่ต้องไม่ลืมว่า ผู้กองจ๊าบ นั้นตายเพราะเกิดจากระเบิดจำนวนหนึ่งที่พกไว้ในรถ ดังนั้นมีความเชื่อมโยงว่า การบุกทำเนียบครั้งนั้น น่าจะมีการนำระเบิดเข้าไป

มีหน้าเว็บที่แสดงภาพและข้อสมมติฐานไว้ สมควรที่นายบางกอก ควรจะเข้าไปอ่านนะตามลิงก์ข้างล่าง

http://www.newskythailand.com/board/index.php/topic,2853.0.html

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

สมชาย

หลังเคลียร์ทำเนียบ ตำรวจพบระเบิดปิงปองซุกซ่อนไว้เป็นจำนวนมาก มันสอดคล้องกับความจงใจของม๊อบชั่วที่พยายามสร้างสถานณ์การต่างๆเพื่อปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง น้องโบร์ตายเพราะแรงระเบิด และแรงระเบิดนี้ไม่ใช่เกิดจากแก๊สน้ำตา รวมทั้งพวกคนที่บาดเจ็ด แขนขาด ขาขาดอื่นๆด้วย รวมทั้งคดีรถซุกระเบิดหน้าพรรคชาติไทยด้วย สรุปได้ว่าไอ่ม๊อบถ่อยสารเลว ด้วยแกนนำชาติชั่ว มันใช้ชีวิตมวลชนสาวกของพวกมันเป็นเหยื่อ เพื่อสนองแผนของมัน มันสารถทำลายกฏหมาย บรรยากาศของชาติและเศรษฐกิจ เพื่อวัตุประสงค์เอี้ยๆของมัน
พวกมันก็คือก๊วนเสียประโยชน์ที่เข้ามารวมกันเท่านั้นและเอาประเทศเป็นตัวประกัน หึหึหึ

the other

"พระราชินี ฟ้าหญิงเล็ก เสด็จฯทรงทอดผ้าไตร พระราชทานเพลิงศพ "น้องโบว์ อังคณา" ณ วัดศรีประวัติพร้อมทรงโปรดเกล้าฯให้ครอบครัวน้องโบว์เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ddd

น่าภูมิใจนะ

ชายชาติตำรวจยังหาเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วไม่เลิกลา

ไปหาผ้าถุงมาคลุมหัวดีกว่า ตำรวจไทย

เปรียญธรรมเก้า

"น้องโบว์...........สารวัตรจ๊าบ"

ได้ทำอะไรลงไป เพื่อสนองตัณหาใคร..................."นรก" เท่านั้นที่รับรู้

เวรกรรม.........นั้นมีจริง เรื่องแบบนี้ "โกหกกันไม่ได้"

"นตฺถิ โลเก รโห นาม ชื่อว่าความลับไม่มีในโลก."

ขอให้จำเรื่องราวของแท็กซี่ "จอมลวงโลก" สมพงษ์ เลือดทหาร กันเอาไว้.

เอางี้แล้วกัน

เอางี้แล้วกัน แบ่งชนชั้นกันเลย ว่าใครมีจุดยืนเพื่อชนชั้นใด
คุณโบว์ตายเพื่อชนชั้นใด ตายเพื่อสถาบันใด

..................
1.ชนชั้นสูง อยู่สบาย กินสบาย ที่อยู่และของกินได้รับการหนับหนุนจากชนชั้นรากหญ้า

2.ชนชั้นกลาง อยู่สบายกินสบาย เพราะรับใช้ชนชั้นสูง

3.ชนชั้นรากหญ้า อยู่ลำบากกินลำบาก ขอให้ตั้งใจทำการผลิต อย่าสนใจผลผลิต ใครจะแย่งผลผลิตไปก็อย่าสนใจ

คนไทยเสื้อเหลืองควร

ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่รับใช้ชนชั้นใด

..........

ชนชั้นสูงจะกลัว 3 เรื่อง
1.เรื่องชนชั้น
2.เรื่องสงครามประชาชน
3.เรื่องสืบทอดอำนาจทางสายเลือด

.............

สิ่งไหนที่มันกลัว คนรากหญ้าต้องพูดให้มากๆ มันจะได้เข้าโรงพยาบาล

..........
พวกชนชั้นสูงกลัวชนชั้นรากหญ้ารู้ความจริง 3 เรื่องดังกล่าว เลยเฉไฉไปด่าทักษิณ
....คือว่าทักษิณนี่..ใครก็ด่าได้ ถือเป็นแฟชั่น....แต่ด่าพวกชนชั้นสูงไม่ได้..เพราะมันใหญ่จริง..ใหญ่กว่าทักษิณ..ชนชั้นสูงมีกฎหมายปิดปาก ปิดตา คน

แต่มันมีอิทธิพลเปิดตูดคน(เปรม) มีอิทธิพลเปิดจิ๋มคน(ไอ้นั่นแหละ)
................

กลับมาคุยเรื่องคุณโบว์ดีกว่า

เราต้องถือว่าคุณโบว์เป็นวีระสตรีไหม?

เราจะสร้างอนุสรณ์สถานในจุดที่คุณโบว์เสียชีพ?

หรือว่าจะสร้างอนุสรณ์ที่วัดศรีประวัติ?

หรือว่าจะลบออกจากความทรงจำ? เพราะยิ่งนานวันพวกพันธมิตรจะรู้ตัวว่าตกเป็นเครื่องมือชนชั้นสูง ร้องหาสังคมใหม่แบบกระทิงแดง 6 ตุลาเปรี๊ยบเลย...

ช่วง

เอ แล้วในระเบิดปิงปองที่พกกันย่ามตุงกับระเบิดที่เจ้าของเซ่อซ่าทำระเบิดเองในรถมันเป็นระเบิดชนิดชนิดไหนน่ะคะรับ ช่วยอธิบายให้ชาวบ้านโง่ๆอย่างพวกผมได้เข้าใจหน่อยจะได้รู้ที่มาที่ไป

นิรวาณะ

นะโมโพธิสัตว์ กวนอิม

แป๊ะชั่ว

วีรสตรี โบว์ ตายจากอะไรไม่รู้

รู้แต่ว่า ลูกแป๊ะลิ้ม สุขสบายดี

แป๊ะลิ้ม ปลุกปั่น หลอกลูกคนอื่นไปตาย

แต่ลูกของมันสุขสบายดี

เก่ง

ระเบิดพวกนี้ หา e-book ในเน็ตอ่านวิธีการผลิต สารตั้งต้นตามร้านเคมีภัณฑ์ก็มีขาย ไม่ใช่จะมีได้แค่ตำรวจ ทหาร ใครก็ทำได้ใช้ความรู้ระดับเคมี ม.ปลาย ก็ทำได้แล้ว

akp

สมมติว่ามีแก๊สน้ำตาเข้ามา น้องเขาคงจะเอาจั๊กกะแร้เข้าไปหนีบมั๊ง
จนแขนเกือบขาด ซี่โครงหักทุกซี่

ddd

ทำไมต้องเอาสาเหตุการตายของคน ๆ หนึ่ง

มาพูดเหมือนล้อเล่นกันด้วย

ไม่มีใครบอกสอนเกี่ยวกับการให้เกียรติคนตายบ้างรึ ??

มันไม่สนุกเลยสำหรับคนที่สูญเสีย ลูกสาว สูญเสียคนที่รัก

แต่พวกคุณกลับใช้การตายของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเรื่องโต้เถียงกันเพื่อเอาชนะ

สมควรไหม ? กับการพูดถึงคนที่เสียไปแล้วแบบนี้ ??

รู้ทัน

ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ฝูงคนที่กำลังบ้าระห่ำเป็นร้อยเป็นพัน แต่คนอื่นไม่ถึงกับตาย ถือว่าโชคดี แต่น้องคนที่เสียชีวิตนับว่าโชคร้ายมาก .....ความโชคดีของหลายๆคน ช่วยคุ้มครองพวกเขา .....ถ้าพวกเขาโชคร้าย เกิดระเบิดที่อยู่ในรถจี๊บ ถูกนำไปใช้ในภารกิจอย่างสมบูรณ์ เชื่อว่าคงจะมีคนล้มตายเป็นเบือ แต่สวรรค์มีตา พระเจ้าช่วยชีวิตพวกเขาไว้ เลยเลือกให้ผู้คิดก่อการตายแทน นับว่าสมเหตุสมผล เจตนาพกพาระเบิด คงแตกต่างจากเจตนาพกพาดอกบัวและธูปเทียน เรื่องนี้จะหาความจริงไม่ยาก อยู่ที่จะทำกันหรือปล่าวแค่นั้นเอง

แป๊ะชั่ว

วีรสตรี โบว์ ตายจากอะไรไม่รู้

รู้แต่ว่า ลูกแป๊ะลิ้ม สุขสบายดี

แป๊ะลิ้ม ปลุกปั่น หลอกลูกคนอื่นไปตาย

แต่ลูกของมันสุขสบายดี

คนไท

ในที่สุดผลก็ออกมาแล้วว่าโบว์ตายเพราะวัตถุระเบิด ไม่ใช่มาจากแกสน้ำตา
ต่อให้เป็นการตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายตำรวจ
ความจริง ก็คือความจริง ไม่มีใครบิดเบือนได้
โบว์ก็ได้ชดใช้กรรมไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว
เหลือแต่ไอ้พวกพันธมารและไอ้อีที่บงการอยู่เบื้องหลัง
รวมทั้งอีหมอพุดเดิ้ลด้วยที่ตอแหลเก่ง เขียนหนังสือออกมาหลอกลวง แต่หาสาระจับไม่ได้เลย
พอๆกับคนบางคนที่พูดจาให้คนตึความได้กว้างขวาง เพื่อจะได้จับผิดได้ยาก
เหมือนกันหมดไอ้พวกมี DNA ชั่วๆพรรค์นี้

tian

พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระมหาบพิตร ที่สถิตในดวงใจของปวงประชา

******

น้องโบว์เธอเป็นวีรสตรีปกป้องถาบันนะ
จะวิจารณ์อะไรต้องระมัดระวัง...เอ้ากราบเร็ว..กราบบบบบบ

คนบ้านนอก

ที่แน่ๆ ใอ้จำลอง ใอ้สนธิ ใอ้มือที่มองไม่เห็น และใอ้ที่มองเห็นชัดเจน...พาน้องโบ..ไปตาย..
...ชัวส์..ชัวส์..ชัวส์.

ชอบ ความคิด ddd

คือความคิด ddd เป็นความคิดแบบไพร่

ความคิดแบบ tian 125.26.36.ip ก้เป็นแบบไพร่
ไม่มีใครโต้แย้งหรอกนะจ๊ะ มันเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม

...................

เอาล่ะขอรับ ท่านddd พันธมิตรใหญ่.....อย่าถือสาความพูดกันเลย ใครพูดอะไรก็พุดไป อย่าเถียงกัน ดูเอาเองแล้วกัน จะเชื่อหรือไม่เชื่อ

ในความคิดเห็นแต่ละคนก็ต้องให้เสรีภาพกันไป ตามสังคมสมัยใหม่....คนยุคเก่าแบบdddก็ต้องช้ำใจเป็นธรรมดา

พอสังคมเข้าสู่ยุคกลางเก่ากลางใหม่ (กึ่งดิบกึ่งดี) สังคมกำลังจะเปลี่ยนผ่าน ก็ต้องมีคนยุคเก่ากับยุคใหม่โต้แย้งกันไป..แต่ความจริง และคนยุคใหม่ ก็ต้องชนะ...

คนมันจะรอดตายต้องมาจากข้าวปลาอาหาร มันไม่ได้มาจากคำพูด หรือคำยกย่องกันเอง..

ยกย่องddd สิบปี ก็ไม่มีข้าวกิน ต้องลงมือปลูก และอยู่กับวิทยาศาสตร์ สังคมยุคใหม่...คนยุคเก่าแบบDDD ก็เพ้อฝันไปว่าคนชอบหน้าเหลี่ยมเพราะหน้าเหลี่ยมมันหลอกลวง...คุณddd ไม่รู้ว่า หน้าเหลี่ยมคืออนาคต มันเป๋นสัญลักษณ์ของอนาคต..ไม่ใช่ไอ้หน้าแหลมแบบddd ที่เปฌนสะญลักษณ์ของคนล้าหลังงมงายแสนจะทุกข์เข็ญลำเค็ญ

คนเราไม่ได้เจริญด้วยคำพูด

ก็ต้องว่ากันตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ประชาชนไท

ความจริงย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น

ขบวนการความเท็จ ความชั่วร้ายก่อตัวเหนือฟ้าเมืองไทย
ชัดเจนตั้งแต่ปี 2548 เรื่อยมา
แม้จะชักจูงคนรู้ไม่เท่าทันให้หลงเชื่อได้มากระดับหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นคนในเครื่องแบบ
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
นักวิชาการ
ขบวนการยุติธรรมทุกระดับ
สื่อ
และคนทั่วไป

แต่คนในกลุ่มที่เคยเชื่อเพราะรู้ไม่เท่าทันหรือด้วยความเขลา
จำนวนมากกำลังถอยออกมา
กำลังผละหนีสิ่งชั่วร้าย
กำลังคลายมนต์ขลังที่เคยครอบงำ กลับสู่ความจริงมากขึ้นๆ

บางคนออกมาไม่ทัน ต้องสังเวยอวัยวะหรือชีวิต
ให้กับขบวนการทำลายชาติอย่างน่าเสียดายอนาคต

ความจริงจะค่อยๆเปิดเผย
ในที่สุดธรรมะย่อมชนะอธรรม
กฎแห่งกรรมทำหน้าที่เที่ยงตรง มั่นคงทุกวัน
ขบวนการทำลายชาติจะต้องย่อยยับอัปราชัย
โดยฝีมือตัวมันเอง

เสื้อลาย

น่าสงสารคนไทยสู้เพื่อคนอื่นไม่สู้เพื่อตัวเอง

image

ไม่ได้จะให้ร้ายหรือมีเจตนาไม่ดีแก่ผู้เสียชีวิต (น้องโบว์นะครับ) แต่ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดไล่เลี่ยกัน คือรถระเบิดที่หน้าพรรคชาติไทยที่พลาด ระเบิดไปเองก่อน ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า นอกจากคันนี้ที่ระเบิดไปก่อนแล้ว ยังมีอีกรึเปล่า(หมายถึงระเบิด)

ddd

ความคิดเห็นที่ 39
ชอบ ความคิด ddd
203.144.250.ip

ก็เชิญพวกคุณไปบูชาเหลี่ยมแห่งอนาคตกันที่อื่นสิครับ

ตามพ่อเหลี่ยมของคุณไป ไอ้เสรีภาพทางความคิดที่คุณกล่าวอ้างมันเป็นเพียงคำลวงเพื่อกุมอำนาจไว้ในมือ เอาไว้ตักตวงผลประโยชน์ และยื่นกระดูกให้ส่วนรวม

ไอ้เหลี่ยมตลอดชีวิตทำเพื่อใครครับ ?? เพื่อตัวเองทั้งสิ้น

อยากกราบตีนเหลี่ยมก็เชิญแต่บอกแล้ว ไปกราบที่อื่น ไม่ใช่บนแผ่นดินไทย

คนไทย

ที่มา http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01jud30021151&sectionid=0117&day=2008-11-02
แฉผล"บึ้มจี๊ป-ชันสูตรศพ" ดับ"สารวัตรจ๊าบ"7 ตุลาฯ วีรบุรุษในดวงใจพันธมิตร

เหตุ ระเบิดบ้านพักตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนสำคัญ "นายจรัญ ภักดีธนากุล" ในซอยปรีดีพนมยงค์ ท้องที่ สน.คลองตัน ต่อเนื่องเหตุระเบิดเอ็ม 87 ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่ทำให้กลุ่มการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 10 คน ได้รับบาดเจ็บ ท้องที่ สน.นางเลิ้ง

ตามมาด้วยเสียงปืนไร้ที่มา บริเวณแยกสวนมิสกวัน ทำให้ชายวัย 46 ปี ดับด้วยกระสุนปริศนา ท้องที่ สน.ดุสิต เมื่อกลางดึกวันที่ 29 ตุลาคม คร่อมมาถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2551

เหมือน น้ำมันที่รดราดบนกองไฟ เป็นปัจจัยเสริมเพิ่มความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขยายประเด็นขัดแย้ง ทวีความรุนแรงขึ้น ในห้วงที่เผชิญกับเรตติ้งขาลง เพราะไม่มีประเด็นเรียกร้องความสนใจใหม่ๆ

เหตุความวุ่นวายที่เกิด ขึ้นเบื้องต้นต้องตั้งสมมติฐานว่า เป็นฝีมือของใคร และทำเพื่อหวังผลอะไร กลุ่มใดได้ประโยชน์ และกลุ่มไหนเสียผลประโยชน์แห่งเหตุที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการสืบสวนสอบสวนด้วยกระบวนการยุติธรรมจะให้คำตอบได้ในไม่ช้า!!

แน่ นอนว่า ระหว่างนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถูกหยิบไปปราศรัยอย่างกว้างขวางบนเวทีที่ "ทำเนียบรัฐบาล" และเวที "ความจริงวันนี้" แต่คงแตกต่างกันตรงแง่มุมที่ต่างเวทีเลือกหยิบยกขึ้นมาพูดลักษณะ

"เอาดีเข้าตัว"

ซึ่งเป็นในทำนองเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่แต่ละเวทีต่างเลือกหยิบมุมดีเข้าตัว ไปโฆษณารักษาเรตติ้ง

ทั้ง ที่วันนี้ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังคงเป็นปมคาใจ ที่คนในสังคมซึ่งไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังตั้งคำถาม

โดย เฉพาะกรณี การเสียชีวิตด้วยแรงระเบิดอานุภาพสูงคารถยนต์จี๊ป เชอโรกี บริเวณหน้าที่ทำการพรรคชาติไทย บนถนนสุโขทัย ของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ อดีตนายตำรวจ ที่ผันตัวเองไปเป็นหัวหน้าการ์ดพันธมิตร

ถึง แม้ว่าการเสียชีวิตของ "หัวหน้าการ์ดพันธมิตรผู้นี้" จะอยู่ห่างจากจุดที่เกิดความวุ่นวายจากการสลายการชุมนุมในวันนั้น มากกว่า 500 เมตร

จนแทบจะอธิบายยากลำบากว่าเขาเสียชีวิตเพราะโดนลูกหลงจากแก๊

คนไทย

อดีตนายตำรวจแนวร่วมพันธมิตร น้องเขยนายการุณ ใสงาม หนึ่งในแกนนำพันธมิตรผู้นี้ คือ "วีรบุรุษ" ผู้สละชีพ และเป็นเหยื่อฝีมือรัฐบาล!!

ทั้งที่สังคมยังตั้งคำถามว่า แรงระเบิดจากไหนที่ทำให้ พ.ต.ท.นายนี้ เสียชีวิต ระเบิดอยู่ในรถ หรือถูกยิงเข้าไป!?

ในรถบรรทุกระเบิดมาจำนวนมากจริงหรือ ?

และขนระเบิดมาทำไมมากมาย ?

ใครเป็นคนสั่ง !?

เจ้าของรถหายไปไหน ?

ทั้งหมดล้วนเป็นคำถามที่รอคำตอบ !

ทั้ง นี้ทั้งนั้น เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจที่เกิดเหตุ จากหน่วยเก็บกู้ระเบิด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ และกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งเก็บรายละเอียด ทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อประกอบการสำนวนการสอบสวน ระบุว่าผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบว่ารถของ พ.ต.ท.เมธีถูกแรงระเบิดทำให้ชิ้นส่วนปลิวกระจายออกมา แล้วจึงเกิดเพลิงไหม้

"พบคราบเขม่าเคมี RDX ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตัวผสมสารดินระเบิดแรงสูงที่นำมาประกอบเป็นระเบิด หลงเหลืออยู่บริเวณรอบๆ รถ หลังจากรถถูกไฟไหม้ไปแล้วแต่ไม่หมดที่ยังหลงเหลือคราบเขม่า เศษชิ้นส่วนผนังพิง เศษกระจกข้าง ถูกแรงดันระเบิดกระเด็นแตกออกมา พบเชื้อปะทุไฟฟ้า 1 ดอก กองทับในซากที่ไหลไปตามน้ำอยู่บริเวณหน้าล้อรถ

ซึ่งสันนิษฐานว่า เชื้อปะทุดังกล่าวไฟไม่ไหม้หรือเสื่อมคุณภาพหรือวางอยู่ใกล้ทำให้ถูกแรงระเบิดปลิวออกมา

นอกจากนี้ ยังพบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปลิวออกนอกรถและบางส่วนเสียบที่ตัวผู้ตาย

จึง สันนิษฐานได้ว่า พ.ต.ท.เมธีน่าจะทำเกี่ยวกับระเบิด เพราะขณะระเบิดน่าจะถือระเบิดไว้ในมือเพราะมือขาด พบขาขวาอยู่ในรถและร่างกายอยู่นอกรถตรงล้อหลังด้านซ้าย

สันนิษฐาน ว่า ตำแหน่งของระเบิดอยู่ด้านซ้ายประตูยุบโก่งงอ ประตูขวาไม่ชำรุดแรงระเบิดจากภายในทำให้เกิดแรงดันประตูเปิดทั้ง 4 บาน ใบหน้า พ.ต.ท.เมธีแหลกหายไป

ขณะเกิดเหตุเชื่อว่าน่าจะก้มลงอยู่ ส่วนจะเป็นคาร์บอมบ์นั้นไม่ชัดและไม่น่าจะมี"

จาก ข้อสันนิษฐานของกลุ่มพันธมิตรว่าตำรวจยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะระเบิดเอ็ม 79 ต้องมีสะเก็ดระเบิดฝังเป็นรูตามรถแต่รถที่พบนั้นไม่มีสะเก็ดระเบิด

ขณะ ที่ผลการตรวจค้นภายในรถจี๊ปคันนี้ พบระเบิดทีเอ็นที ระเบิดซีโฟร์ และน้ำมันโซลาร์ผสมแอมโมเนียมไนเตรด หรือแอนโฟร์ ซึ่งล้วนเป็นระเบิดที่มีอานุภาพทำลายล้างทั้งสิ้น

คนไทย

ขณะ ที่ข้อมูลชันสูตรศพ พ.ต.ท.เมธี แพทย์หญิง จิตตา อุดหนุน แพทย์ประจำหน่วยนิติเวช และ พล.อ.ต.นายแพทย์ วิชาญ เปรี้ยวนิ่ม แพทย์นิติเวชและหัวหน้าหน่วยนิติเวช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า

"เป็นชายผมสั้นสีดำยาว 2-3 เซนติเมตร สภาพศพฉีกขาดและไหม้เกรียมเกือบทั้งตัว ใบหน้าตั้งแต่คางขึ้นไปด้านแขนขวา แขนซ้าย ต้นขาขวาขาด และไหม้เกรียม บริเวณหน้าอกและหน้าท้องฉีกขาดจนถึงอวัยวะภายในทั้งหมด บริเวณขาขวาสวมถุงเท้ามีอักษร NISSAN?เหลือติดอยู่ตรวจพบเศษวัสดุและเศษโลหะหลายขนาดจำนวนมากฝังกระจายอยู่ ตามร่างกาย

ศีรษะ-กะโหลกศีรษะ และกระดูกใบหน้าทั้งหมดแตกหักและมีบางชิ้นส่วนที่ตรวจไม่พบ

ต่อ มาพบรอยต่อของกะโหลกศีรษะเชื่อมติดกันทั้งหมดแล้ว พบเนื้อสมองบางส่วนบริเวณรอบๆ ศพ ที่คอพบคราบเขม่าจำนวนมาก ลิ้นและกล่องเสียงไม่พบคราบเขม่าภายในหลอดลม ช่องอก-กระดูกสันอกหัก กระดูกซี่โครงหักทั้งหมด เยื่อหุ้มหัวใจและปอดซ้ายฟกช้ำและมีเลือดออก ไม่พบความผิดปกติของหลอดเลือดแดงเลี้ยงหัวใจ

ช่องท้องภายในกระเพาะ อาหารพบอาหารย่อยบางส่วนสีเหลืองประมาณ 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร ม้าม ตับอ่อน ต่อมหมวกไส้ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไส้ติ่ง หลอดเลือดแดงและดำใหญ่ และกล้ามเนื้อด้านหลังฟกช้ำ แขนขา-ต้นแขนขวา แขนซ้าย ต้นขาขวา ต้นขาซ้าย ดำเกรียม

สาเหตุตายจากสมองและอวัยวะทั่วร่างกายฉีกขาด สันนิษฐานว่าเกิดจากแรงระเบิด"

นี่ คือข้อเท็จจริง พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากผู้เชี่ยวชาญ นำมาสู่การแจ้งข้อหากับ พ.ต.ท.เมธี ว่ามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง และกระทำการให้เกิดระเบิดอันน่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นไว้

ซึ่ง พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต สรุปสำนวนเสนออัยการสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.เมธี เนื่องจากเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ที่ว่าการสั่งฟ้องถูกระงับ เมื่อผู้ถูกฟ้องเสียชีวิต?!

อย่าง ไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏน่าจะพอเป็นจิ๊กซอว์ต่อภาพให้เห็นคำตอบ ที่มาที่ไปสาเหตุการเสียชีวิต ของหัวหน้าการ์ดพันธมิตรผู้นี้ได้บ้างบางส่วน

แต่น่าเสียดายที่ "วีรบุรุษพันธมิตรผู้นี้" ไม่สามารถมาให้ปากคำได้ ว่าระเบิดจำนวนมากที่พบในรถคันนี้ ถูกนำมาเพื่ออะไร ?!

ทั้งๆ ที่กลุ่มพันธมิตรประกาศนักหนาว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งขัดแย้งอย่างรุนแรงกับภาพของวีรพบุรุษพันธมิตรผู้นี้

คนไทย

ทั้ง นี้ เชื่อว่าความจริงของทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงนี้จะปรากฏในไม่ช้า คนผิด ผู้กระทำความวุ่นวายที่ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายจะต้องถูกส่งเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม

อย่าปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเด็ดขาด!?!

aaa

ยอมรับความจริงนหน่อยเห๊อะ
น้องเขาก็เสียไปแล้ว
ใครเล่าอยากจะไปใสความ
เพียงแต่ผู้อยู่เบื้องหลังที่ยุยงปลุปลั่นเท่านั้น
ทำให้ผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงทันต้องเสียชีวิตโดยใข่เหตุ
สำนึกกันมั่ไม๊เนี่ย
กรรมใคร ก็ กรรมใคร สาธุ...

เดาเอา

ถ้าน้องโบว์รู้ว่าการไปบุกบชน.และรัฐสภาวันนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และเป็นยุทธวิธีที่แกนนำใช้ความรุนแรง

แถมยังเป็นแผนย่อยในยุทธศาสตร์ใหญ่ของชนชั้นสูง

น้องโบว์คงไม่ไปร่วมบุก บชน.แน่ๆ และอาจจะเปลี่ยนใจไปร่วมกับคนเสื้อแดงก็ได้

เดาเอาเองนะ...เดา.จากข้อมูลที่ชี้ชัดว่า "มีเส้นใหญ่เดินเกมให้แกนนำพันธมิตรทำตาม"

payu

ตร สมองเวื่องช้าจัง ประชาชนเขารู้กันตั้งแต่แรกแล้ว่าน้องโบว์พกระเบิดเข้าไปเพราะแฟนเป็นการ์ด พธม ไม่ใช่หรือ สมรู้ร่สมิดะเอาไปทำร้ายคนอื่น เลยโดนเสียเอง บาปกรรมจริง ๆเลย
นีนี้ล่ะคนที่ไปสรรเสริญเยินยอวีรกรรมมิอายแทบแทรกแผ่นดินหนีหรือ ความจริงมันปรากฏแล้วที่พวกหมอ รพ หัวหมอไปด่าว่า ตร ก่อนแล้วเปไงยะ
หมอหัวหยิกพรถีบอีกคนเสนอหน้าแถลงเปนฉาก ๆ น่าสมเพศจริง
แกสน้ำตาทำให้คนตายไม่มีในโลก ถ้างั้น พวก นกป คงตายเป็นเบือไปแล้ว อย่าแกล้งโง่หลอก ปชช ต่อไลย ทำผิดก็จงรับผิดซะเรื่องจะได้แล้ว จะไปเอาผิดกับใคร ทำตัวเอง ต้องไปเอาผิดแกนนำ พธม โน่น ไอ้หัวเกรียนหัวโกร๋น ทั้งหลายมันจะรับผิดหรือเปล่าถ้าคุณไปกันเอง

คนขายประกัน

สุดท้ายแล้วมีแต่ความสูญเสียของคนที่จากไป (น้องโบว์)ครอบครัวมีแต่ความเศร้าใครช่วยได้พันธมิตรทั้งหลายช่วยปลอบครอบครัวนี้ด้วยและดูแลกันไปให้ตลอดรอดฝั่งน่ะ....อย่าหนีเอาตัวรอดคนเดียวคราวหน้าจะไม่มีใครไปช่วยชุมนุมน่ะ ตอนนี้ขอตัวไปซื้อหวยใต้ดินก่อนดีกว่าเพราะว่าหาซื้อง่ายเหลือเกิน/ยาบ้าก็เยอะดีเดี๋ยวซื้อเอาไปฝากเพื่อนดีกว่าเวลาแข่งกีฬาจะได้มีพลังเยอะๆเอาชนะคู่แข่งได้/คนขายก็ผู้มีบารมีอยู่แถวๆนี้ไม่ต้องกลัวตำรวจจับ(มุกดาหาร)

อยากรู้

การทดสอบของ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นั่นก็ "ทำถูกต้อง" ตามหลักวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ วิธีวิทยาชุดนั้น มุ่งค้นหาคำตอบว่า ในบาดแผลน้องโบว์ "มีสารที่ใช้ในแก๊สน้ำตาจริงหรือไม่" ซึ่งคำตอบก็คือ "มี"

ส่วนกองพิสูจน์หลักฐานของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดวิธีวิทยา เพื่อหาคำตอบว่า มี "สารชนิดอื่น" ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดระเบิดจนทำให้น้อง เค้าเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ "มี"

ไม่ว่าจะเป็นคำตอบของใคร แต่เชื่อได้ว่า ในวิธีวิทยา จะตั้งสมมติฐาน และแนวทางการทดสอบสมมติฐาน รูปแบบการทดลอง การควบคุมตัวแปร โดยละเอียด แม้ไม่ปรากฎตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมืออุปกรณ์ สารเคมี และวิธีการควบคุมตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และหากจะทดสอบซ้ำ ด้วยชุดความคิดชุดเดิม แนวทางเดิม ยังไงก็ได้ผลเหมือนเดิม

มเชื่อโดยสุจริตใจว่าทั้ง 2 สำนัก ไม่ได้ตกแต่งต่อเติมหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น

ผมเห็นด้วยกับ ddd ว่าเราควรให้เกียรติคนตาย เพราะน้องโบว์ ยังไงก็ตายไปแล้ว และยังมีผู้อันควรเคารพยกย่อง ยืนยันว่าเธอเป็นคนดี ดังนั้นเธอจึงเป็นคนดี ที่พวกเราควรเชิดชู ผมจึงสนับสนุน แนวทางการเชิดชู ให้เธอวีรสตรีของชาติ และสร้างอนุสาวรีย์ให้เธอ ณ จุดที่เธอเสียชีวิต เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสดุดี แด่เธอ

แต่ประเด็นสำคัญ ต้องสืบค้นก่อนว่า "เสียชีวิตที่จุดใด" เพื่อจะได้สร้างอนุสาวรีย์กันอย่างถูกต้อง

ระหว่างการก่อสร้าง ควรสืบค้นข้อมูล เพื่อบอกให้ได้ว่า เธอเสียชีวิตที่จุดนั้นจริงๆ มันเริ่มจากการเข้าร่วมกลุ่มไหน ใครเป็นคนชักชวน หรือศรัทธาแกนนำคนไหน ไปรู้จักกันได้อย่างไร เข้าไปแล้ว เธออยู่ตรงจุดไหน แล้วไปโดนระเบิดแก๊สน้ำตาตรงจุดนั้น ได้อย่างไร (ถ้าได้ข้อมูลว่าตำรวจชั่วคนไหนเป็นคนยิงจะดีมาก)

และเพื่อให้ประวัตินี้โดดเด่น จึงควรเรียกร้องให้ เพื่อนร่วมกลุ่มชุมนุมของเธอ ที่ถูกตำรวจชั่วยิงด้วยกระสุนปืนจริง จนบาดเจ็บ อย่าทำเป็นหายหัว รีบพากันไปแจ้งข้อหาตำรวจพยายามฆ่าด้วย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่า ที่ตำรวจชั่วถูกพวกเดียวกันยิงบาดเจ็บแน่นอน

ใครจะถกจะเถียง หรือจะด่าให้พูดเฉพาะเนื้อๆ สาระ หรือข้อมูล ที่แตกต่าง อันเนื่องจากวิธีวิทยา ที่แตกต่างกันเท่านั้น

แถไม่ออกเลย

ใครก็ไม่รู้ชอบออก คห อ้างอิงประหลาด เจอมนุษย์ประชาไท หายไปเลยยย

อยากรู้

นอกจากนี้ยังควรบันทึก แถมด้วยว่า กระบวนการสอบสวน สาเหตุ 7 ต.ค.51 ตกอยู่ในมือของ ปปช. ได้อย่างไร และทำไม ปปช. เสนอให้ ผู้สอบสวนเรื่องนี้คือ "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" แทนที่จะเป็น "คณะกรรมการกลาง" ที่มีหลายฝ่ายเข้าร่วม เหมือนที่พวกตำรวจชั่วเสนอ

แน่นอนว่าเพราะน้องเค้าเป็นคนดี นั่นเอง ดังนั้น กลุ่มที่น้องเค้าเข้าร่วมย่อมเป็นคนดีไปด้วยเช่นกัน

แนนอนว่า "ธง" หลักการของ คณะกรรมการสิทธิ์ฯ ก็คือ การตรวจสอบการกระทำของรัฐ ที่สร้างความรุมแรงต่อประชาชน ซึ่งย่อมไม่รวมไปถึงการกระทำของประชาชน ที่ทำความรุนแรงกับรัฐ (ตำรวจชั่วในวันนั้นพวกนั้นก็คือรัฐ)

คณกรรมการสิทธิ์ ฯ ย่อมไม่ไปตั้งตำถามว่า ทำไม พธม. จึงเคลื่อนไปปิดล้อมตรงจุดนั้น และทำไม ตำรวจชั่วจึงต้องสลาย

ในการปะทะกัน ระหว่าง พธม.กับตำรวจชั่ว กรรมการสิทธิ์ฯ ย่อมไม่ตั้งคำถามว่า ตำรวจชั่ว ถูกลูกปืนของใครยิง ก็ในเมื่อ พธม.มีแต่ปืนของเล่น กระสุนก็ของเลียนแบบซื้อมาจากสนามซ้อมยิงปืน เท่านั้น มันจะยิงตำรวจชั่วเจ็บ ได้อย่างไร โดยกลุ่ม มนุษย์ พธม. เป็นคนดี เขาจะทำแบบนั้นได้อย่างไร ส่วนพวกมนุษย์ตำรวจชั่วถูกแทงอย่างน่าสะใจนั้น ย้อมต้องพวกมันเนื้อหนังเปราะบาง ฉีกขาดง่าย เพราะ มนุษย์พธม. มีเพียงเหล็กแบนฝนปลายแหลม และเจียร อีกข้างจนคมเหมือนมีดดาบ แต่พวกเค้าก็เอามาเป็นคันธง เพราะเห็นๆ อยู่แล้วว่ามีธงสวมใส่อยู่ มันจะเป็นมีดได้อย่างไร ส่วนที่พวกตำรวจชั่วช้ำตามตัว มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่มนุษย์ แต่มันเป็นรัฐ ถึงมันบอกว่า โดนไม้เบสบอลตี ก็เหอะ แต่ไม้เบสบอล เค้าใช้เล่นกีฬาตีลูกเบสบอล พธม. จะเอามาตีคนได้อย่างไร นี่ไม่ต้องพูดถึงไม้กอล์ฟ หัวเหล็กเบอร์ 1 นะ นั่นชื่อมันก็บอกแล้วว่า เอาไว้เล่นกอล์ฟ

แน่นอนว่า กรรมการสิทธิ์ ย่อมต้องให้คุณค่า มนุษย์ พธม.สูง ย่อมไม่ไปตั้งคำถามว่า ตำรวจชั่วในด้านหนึ่งมันเป็นคนของรัฐ แต่อีกด้านหนึ่งมันก็เป็นมนุษย์ ซึ่งมีสิทธิในความเป็นมนุษย์เหมือนกัน กับพวกมนุษย์ พธม. โดยอธิบายว่า คนของรัฐ มันคือคนอื่น (other) ไม่ใช่มนุษย์ หรือเป็นแค่พวกที่คล้ายๆ มนุษย์ ทำนองเดียวกับพวกเสื้อแดงนั่นเลยยังไงยังงั้น

ควรสืบค้นข้อมูลประมาณนี้แหละ เอามารายงานแบบพิศดาร เพื่อให้สมกับเป็นวีรสตรีของชาติจริงๆ และบันทึกไว้ในแบบเรียน โดยให้มีการออกเป็นข้อสอบ ใครตอบต่างจากนี้ไปถือว่าผิด สอบตก

นี่ก็เพื่อการเชิดชูเธ

นักวิทยาศาสตร์

ความเห็น 53 คุณอยากรู้

อ่านแล้วไม่เก็ตว่าคุณต้องการอะไร
เอางี้ การพิสูจน์ของยัยคุณหยิงดาราหน้าจอนั้น เป็นเพียง subset ของ การพิสูจน์ของ กองพิสุจน์ฯ คุณไม่เข้าใจประเด็นนี้แล้วจะอ้างความจริงได้อย่างไร

ประเด็นก็คือ ยัยคุณหยิงอ้างว่า ในแก๊สน้ำตามีสาร RDX แล้ว พบว่า ในเสื้อผ้าของน้องโบว์ มีสาร RDX เช่นกัน จึงสรุปว่า น้องโบว์ตายเพราะระเบิดแก๊สน้ำตา

ถ้ามองด้วยใจเป็นธรรม และ objective พอ จะเห็นว่า ยัยคุณหยิงนี่ ไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นนักพิสุจน์หลักฐานได้เลย และผลสรุปนี่ ก็เรียกว่า นักวิทยาศาสตร์ไม่อาจยอมรับได้ เพราะว่า มีธงไว้เรียบร้อยแล้ว คำถามก็คือ RDX ที่พบบนเสื้อผ้าน้องโบว์ มาจากระเบิดอื่นๆได้หรือไม่ นอกจากระเบิดแก๊สน้ำตา (ที่จริง ไม่ใช่ระเบิดแก๊สน้ำตา แต่สารระเบิดใช้เพื่อยิงแก๊สน้ำตาออกไปเท่านั้น) กองพิสูจน์ฯ ก็ได้ข้อสรุปว่า เป็นไปได้เพราะว่า พบสารระเบิดอื่นๆที่เป็นส่วนประกอบของ C-4 บนเสื้อผ้า

แล้วคุณจะบอกว่า หยวนๆกันไป ให้น้องโบว์เป็นวีรสตรี กระนั้นรึ

ใครทำให้น้องโบว์ตาย ยังไม่มีข้อสรุป แต่เรามีหลักฐานว่า สารวัตรจ๊าบ ขนระเบิดไปบนรถ และเกิดระเบิดขึ้นจนเละ (สารวัตรจ๊าบกลายเป็นวีรบุรุษ อานันท์ ปันยารชุนไปงานพระราชทานเพลิงศพ) อย่างนี้ ก็เห็นความเชื่อมโยงแล้ว ประกอบกับ ภาพที่เกลื่อนอินเทอร์เน็ต ก็แสดงให้เห็นว่า พันธมิตรพกพาระเบิดปิงปองไปด้วย (น้องโบว์จะพกหรือไม่ ต้องสอบสวนต่อไป)

สิ่งที่เราต้องการคือ "ความจริง" ครับ ไม่ใช่การสร้างภาพ หลอกลวง

ความจริงจะชนะความลวงในที่สุด

เสธ.ดำ

ไฟที่เผาศพน้องโบว์ลุกโชติช่วงสว่างไสวทำให้คนไทยหูตาสว่างขึ้นเยอะ มองเห็นสิ่งสกปรกในสังคมไทยได้ชัดเจน

ต่อให้การตายของน้องโบว์ วีรสตรี ที่ชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ เป็นผลงานของตำรวจจริง ผมไม่โทษตำรวจเลย เพราะตำรวจทำเพื่อรักษากฎหมาย ทำเพื่อรักษาสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ใช่ทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

ทั้งน้องโบว์และตำรวจก็ทำเพื่อจุดหมายเดียว แต่เพราะทั้งสองฝ่ายผิดคิวกันเอง

หลังจากน้องโบว์ตาย วันที่ พธม.บุกยึดสนามบิน 2 แห่ง ทั้งตำรวจ ทหาร ไม่มีใครแตะต้องกลุ่มผู้ประท้วงเลย เพราะมีคนประกาศชัดเจนแล้วว่าน้องโบว์ตายเพื่อปกป้องสถาบัน

ถ้าผู้บงการประกาศตั้งแต่แรกว่า การบุกยึดรัฐสภาครั้งนี้เพื่อปกป้องสถาบัน น้องโบว์ ของพวกเราคงไม่ตาย เธอคงไม่ได้เป็นวีรสตรี ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ

ฉะนั้น ความผิดจึงไม่ใช่ตำรวจหรือน้องโบว์ ความผิดตกอยู่ที่ผู้บงการต่างหาก ที่ประกาศสถานะของผู้ประท้วงช้าไปหน่อย จนทำให้เกิดการผิดคิวระหว่าง ตร. กับ พธม.

007

ความคิดเห็นที่ 30

ddd
122.154.18.ip ทำไมต้องเอาสาเหตุการตายของคน ๆ หนึ่ง

มาพูดเหมือนล้อเล่นกันด้วย

ไม่มีใครบอกสอนเกี่ยวกับการให้เกียรติคนตายบ้างรึ ??

มันไม่สนุกเลยสำหรับคนที่สูญเสีย ลูกสาว สูญเสียคนที่รัก

แต่พวกคุณกลับใช้การตายของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเรื่องโต้เถียงกันเพื่อเอาชนะ

สมควรไหม ? กับการพูดถึงคนที่เสียไปแล้วแบบนี้ ??
^
^
^
พูดภาษาคน คิดเหมือน คน ก็เป็นหรือ3D นึกว่า คิด นึกได้แต่ตรรกะแบบ ควายๆ แถ แบบหมาขี้เรื้อนเสียอีก เปลี่ยนพฤติกรรมแบบนี้ค่อยรู้สึกว่า เป็นคนกับเขาเหมือนกันนะ

ประชากรไทย

วันนี้พวกคุณดื่มความจริงกันหรือยัง

มืดมาสว่างไป

อย่างน้อยการตายของน้องโบว์ก็ทำให้คนไทยทั้งประเทศตาสว่างว่าใครที่อยู่เบื้องหลังม็อบโกเต็ก

วิทยาศาสตร์

อธิบายเพิ่มเติมให้คุณ อยากรู้ ความเห็น 55 เข้าใจ

การพิสูจน์หาสารเคมี บนเสื้อผ้าและร่างกายผู้ตาย ก็เพื่อพิสูจน์ว่า
สาเหตุของการตายคืออะไร เครื่องยิงแก๊สน้ำตา หรือ ระเบิดอื่นๆ

เรามีข้อสมมติฐานที่ สมเหตุผลอย่างยิ่งดังนี้

เหตุ1 เครื่องยิงแก๊สน้ำตา (มี RDX) ยิงไปทำให้น้องโบว์เสียชีวิต
ผลคือ ---> RDX อยู่บนเสื้อผ้า ร่างกาย น้องโบว์

เหตุ2 ระเบิดอื่น (เช่น C-4 มี RDX + xxx +yyy +zzz รวมสี่ชนิด)
ผลคือ ---> RDX+ xxx+ yyy + zzz อยู่บนเสื้อผ้า ร่างกาย น้องโบว์

ปรากฎกว่า ยัยคุณหยิง ไปพิสูจน์พบว่า มี RDX บนเสื้อผ้าน้องโบว์
หล่อนสรุปทันทีว่า "เกิดจาก เหตุ 1 คือ เครื่องยิงแก๊สน้ำตา" และตำรวจต้องรับผิดชอบ

กองพิสูจน์หลักฐานฯ ได้ข้อพิสูจน์ว่า นอกจาก RDX แล้ว ยังมี xxx +yyy +zzz อีกบนเสื้อผ้า
กองพิสูจน์หลักฐานฯ "ไม่ได้สรุปสาเหตุการตาย"

ท่านทั้งหลาย ใครดำรงความยุติธรรมมากกว่ากัน

ถ้าตำรวจทำให้น้องโบว์ตาย แล้ว สาร xxx +yyy +zzz ไปปรากฎบนเสื้อผ้าน้องโบว์ได้อย่างไร
(แสดงว่า มีการระเบิดเกิดขึ้น จากลูกระเบิดที่ไม่ทราบแหล่ง)

และถ้าสันนิษฐานจาก ลักษณะบาดแผลบนศพแล้ว จะพบว่า มีรอยที่ชายโครงใต้แขน
(เกิดจากการพกระเบิดในย่ามหรือถุงที่พกพาไปหรือไม่) ฯลฯ ซึ่งส่อว่าการระเบิดเกิดขึ้นจากระเบิดที่พกพากับตัว

แค่นี้ เราก็พอสรุปได้ว่า การตายของน้องโบว์เกิดจากแรงระเบิดอื่น ไม่ใช่จากแก๊สน้ำตา โดยมีความน่าจะเป็นที่สูงมาก

เข้าใจหรือยัง คุณอยากรู้

คนไทยคนที่2

เวลา หรือโครโนโลยี่ หรือไทม์ไลน์ นี่มันซื่อสัตย์จริงๆ มิติที่4 คือ เวลา ที่มันไหลของมันไปเรื่อยๆ และก้ค่อยๆได้เเผยโฉมหน้า ของฆาตรกรตัวจริง ให้กับ ประชาชนผุ้รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตย รวมทั้งผู้ที่หลงผิด ให้ได้พบกับความจริง
ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถจับต้องได้ พิสูจน์ซ้ำอย่างใดมันก็จะเป็นอย่างนั้น ถ้าหากสิ่งนั้นคือความจริง
ไม่ว่าจะใช้การโกหกตอแหลบิดเบือนประวัติศาสตร์ ด้วยเพราะความจงใจที่บิดเบือน
แต่ทว่าเมื่อเวลาได้ไหลไป ถึงจุดหนึ่ง ความจริงที่จริงแท้ก้จะปรากฏขึ้น นี่คือสัจจะธรรม
มันเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่ง ที่มีการรีบเผาทำลายศพ ที่เป็นหลักฐานที่สำคัญทิ้งเสียจนไม่เหลือแม้นแต่เถ้าถ่าน เพราะไฟได้ทำลายหลักฐานหมดสิ้นแม้นกระทั่งดีเอ็นเอก็ยังไม่เหลือ
คำถาม มันมีอยู่ว่า รีบเผาศพไปทำไม
ขนาดบางที่ศพที่ถุกฝังเพราะยังไขปริศนาไม่ได้ ก็ยังถูกขุด เอาออกมาตรวจฟัน ดูร่องรอยการเคยได้รับการรักษาทางทันตกรรมมาหรือเปล่า เอากระดูกเอาเนื้อหนังที่หลงเหลือมาตรวจดีเอ็นเอ แม้นแต่จะเอาเข้าเครื่องซีทีสแกน เพื่อตรวจหาสาเหตุแห่งการตาย ดังเช่นมัมมี่ตุตังคาเมนที่ขนาดเป็นมัมมี่อายุนานกว่า3500ปี นักอาชญวิทยานักวิทยาศาสตร์ ก็ยังเอามาเข้าเครื่องแสกนตรวจดูเพื่อหาสาเหตุการตาย เลยพบว่าตุตันคาเมนถูกฆ่า
แต่ของเรา นี่มันดันรีบเผาทำลายหลักฐาน แต่ทว่า ต้องขอบคุณสวรรด์
เพราะก่อนที่ศพจะถูกทำลาย ทางกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บตัวอย่างเอาไว้อย่างละเอียดพอสมควร รวมทั้งผลการทำผ่าตรวจศพ
และได้ส่งสิ่งแปลกปลอมที่พบบนร่างของศพ ไปตรวจด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
และก็ได้พบอย่างชัดเจนว่ามันเป็นสารประกอบของซีโฟร์
ซึ่งแน่นอนสารระเบิดเหล่านี้ มันมีอยู่ในระเบิดปิงปองและระเบิดที่ทำลายล้างอื่นๆ
และมีใช้มานานแล้ว ไม่ใช่ของใหม่
ขนาดเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่ฮ่งกง มีวัยรุ่น ทำระเบิดปิงปอง ขึ้นใช้ปรากฏว่า มันระเบิดและทำเอาถึงกับมือเกือบขาด ข่าวดังไปทั่วเกาะฮ่องกง
การที่พบหลักฐานที่ชัดๆ เช่นนี้ มันทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ตาย นั้นโดนระเบิดของตนเองตายคาที่ ไม่ใช่โดนระเบิดแกสน้ำตา เพราะระเบิดแกสน้ำตา ไม่ได้มีสารประกอบของซีโฟร(อย่าทำศรีธนญชัยอ้างอาร์ดีเอ็กซ์มันอย่างเดียว เพราะถ้าพูดถึงซีโฟร์มันต้องมีสารประกอบครบตามสูตรของมัน)

คนไทยคนที่2

สาธุชน ความจริงมันปรากฏชัด มันได้ตอกย้ำให้เห็น
และยิ่งกรณีโจรจ๊าบที่ตายคาที่รถจี๊บเชอโรกีของตนเอง(อาจอ้างว่าของญาติความจริงต้องสอบญาติที่เป็นเจ้าของรถด้วย เพราะถ้าเป็นเอฟบีไอ เป็นสอบกราวรูดไม่เหลือ เพราะมันคือหลักฐานที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่จะลากโยงไปถึงหนึ่งในจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังซึ่งไม่แน่อาจเป็นพวกแมงสาปเน่า) เพราะมันชัดยิ่งกว่าชัด แต่ดันปิดสำนวนเพราะเห็นว่าคนร้ายตาย
แต่ทว่าจริงๆมันยังไม่จบเพราะคนร้ายตัวจริงจอมบงการที่วางแผนที่อยู่เบื้องหลัง ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย
นี่ถ้าเป็นศาลโลก หรือเป็นศาลในยุโรปสหรัฐ รับประกันซ่อมฟรีว่า
พวกโจรก่อการร้ายเสื้อเหลืองเจ๊ก กา บดพันธมิตรขายชาติ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดนจับดำเนินคดี ลงโทษ เข้าคุก รวมทั้งต้องชดใช้ค่าเสียหาย
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน มันทำให้เถียงไม่ได้ หรือหาข้อโต้แย้งไม่ได้
รีบๆ จับโจรก่อการร้ายเสื้อเหลืองเจ๊ก กา บดพันธมิตรชั่วขายชาติมาเข้าคุกได้แล้ว
อย่าทำร้ายประเทศชาติมากไปกว่านี้เลย
ถ้าหากยังคิดว่ามีความเป็นคนหลงเหลืออยู่
ถ้าหากยังคิดว่า ตนเองรู้จักเคารพตนเอง
ถ้าหากคิดว่าตนเองยังมีความยุติธรรมอยู่ และต้องการให้มีความยุติธรรมดำรงค์อยู่ในสังคมที่เหลวแหลกของแผ่นดินนี้

อิอิอิ

อิอิอิ วันนี้ประชาไท แถเต็มที่เลยนะ อิอิ โกหกพกลมใส่กันเต็มที่อย่าประมาทให้มากนัก โกหก ใส่ร้ายคนอื่นโดยเฉพาะคนดีๆ คนที่จงรักภักดี คนที่รักชาติ กตัญญูต่อชาติ คนที่ไม่ได้โต้ตอบมันบาปหนัก

ทำร้ายผู้ไม่ทำร้ายตอบย่อมถึงฐานะ ๑๐
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า๑-
“ผู้ประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้าย หาอาชญามิได้
ด้วยอาชญา ย่อมพลันถึงฐานะ ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่งทีเดียว
คือ พึงถึงเวทนาอันหยาบ, ความเสื่อม, ความแตกแห่งสรีระ,
ความเจ็บไข้อย่างหนัก, ความฟุ้งซ่านแห่งจิต, ความขัดข้อง
แต่พระราชา, ความกล่าวตู่อย่างทารุณ, ความเสื่อมรอบแห่ง
หมู่ญาติ, ความย่อยยับแห่งโภคะ, อีกประการหนึ่ง ไฟป่าย่อม
ไหม้เรือนของผู้นั้น,
เพราะความแตกแห่งกาย เขาผู้มีปัญญาทราม ย่อมเข้า
ถึงนรก.”
____________________________
๑- คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐

ดู ดา ตอปิโด เป็นตัวอย่าง ตอนนี้ปากอักเสบ เป็นหนองพูดไม่ได้ไปแล้ว นั่นน่ะกรรมของจริง รอแต่กายแตกอีกอย่างเดียว ก็เข้าถึงนรกแน่นอน อิอิอิ

อิอิอิ กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆ

เอ่อ แล้วที่แถไปแถมานั่นน่ะ เบี่ยงประเด็นอะไรปล่าววะ เป็นไง เรื่องการชุมนุมเป่านกหวีดครั้งใหญ่อภิมหึมาขับไล่รัฐบาลน่ะ ทำไม๊ มันเงียบเป็นเป่าสากกะเบือเลยวะ เนี่ยเหรอพลังหมาประชาชนแดง อิอิอิ กร๊ากกก กรั่กกๆๆๆๆๆๆๆ

คนไทยคนที่2

เทวทัต มักอ้างหลักธรรมเสมอ และหลายครั้งก็ทำเป็นอ้างหลักธรรม ของพระพุทธเจ้า
แต่ที่ไหนได้ มันคือของเก๊ ของเก๊ ก็ย่อมเป็นของเก๊อยุ่วันยังค่ำ
และเวลา ก้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงของเก๊นั้น ว่ามันเก๊
ขี้ อย่างไรก็ยังคงเป็นขี้ ย่อมมิอาจที่จะกลายเป็นทองได้
แต่ทว่า ขี้อาจกลายเป็นทองได้ นั่นเพราะภูติผี ได้หลอกหลอนล่อลวงต่อผู้ที่ถูกหลอกทำให้เห็นว่า ขี้ นั้นคือทอง แต่เมื่อมนต์สะกด ของภูติผีวิญญานร้ายสิ้นสุดลง ผู้ที่ถูกหลอกว่ากำลังถือทองอยู่ที่ไหนได้ กลับดันถือขี้อยู่กองเบ้อเร่อ

เบื่อเซ็ง

น้องโบว์ เป็นวีรสตรีของ eพวกให้ท้ายอมนุษย์ กับพวกสาวกสวะม็อบมารโกเต๊กชาติชั่ว ... เท่านั้น

เจ้าของแผ่นดิน

เธอคือวีระสตรี

เธอคือผู้เสียสละเพื่อสถาบัน (พันธมิตร)

สมควรรับเกียรติยศสูงสุด

สมเพศประเทศไทย

อดีตนักศึกษาวิชาทหารจากวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษรุ่นท

ระเบิดซีโพร์(C-4)และระเบิดปิงปองทำได้ง่ายมากไม่แตกต่างอะไรกับที่เด็กๆเล่นเลย ดอกไม้ไฟหรือที่เรียกว่ากระเทียมที่แกะออกมาแล้วค้วาลงพื้นก็แตก เด็กๆชอบหาซื้อมาเล่นในเทศกาลวันลอยกระทง ถ้าจะเพิ่มอนุภาพการทำลายล้างก็ใส่ปู๋ยยูเรียหรือตะปู โซ่รถจักรกะยนต์เข้าไปเหมือนที่กลุ่มก่อการร้ายทางภาคใต้ทำกัน...หลักการหรือวิธีการทำเหมือนกัน ***สรูปพันทามิดชุมนุมประท้วงที่ใหนต้องมีการตายที่นั้น ไม่ใช่แค่น้องโบว์อย่าลืมว่ายังมีอีกศพที่ตายอยู่ที่สนามบินสุวรรณภมิที่ฆ่าแล้วเอาศพไปซ่อนใว้ในกองขยะตำรวจดำเนินการไปถึงใหนแล้วเขาก็คนเหมือนกันควรปฏิบัติเท่าเทียมกันแม้จะแตกกันในเรื่องสถานที่.จากอดีตนักศึกษาวิชาทหารจากวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษรุ่นที่จบ2541.

นวมทอง

ผลพิสูจน์ออกมาเร็วไปหน่อย

แบบแปลนอนุสาวรีย์ วีรสตรีไทยพธม.ภายใต้ระบอบ พธม. อันมีไอ้ลิ้มเป็นหัวโจก

กำลังจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ที่ก่อสร้างก็มีแล้ว

แล้วจะจบอย่างไรจึงจะสมเกียรติ

นวมทอง

ขอตั้งชื่อไว้เป็นเกียรติก่อนก็แล้วกัน

โบว์ซีโฟร์

จำง่าย

เรียกง่าย

ตรงประเด็น

เสธ.ดำ

มนุษย์ชอบอ้าง...ชอบอ้างสิ่งที่ตนเองไม่มี...หรือมีเพียงเล็กน้อย พูดให้มากเข้าไว้เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ตัวเองขาดไป

อ้างธรรมะ...ทั้งที่ไม่เคยสัมผัสกับรสของธรรมะ (จำเขามาเล่าให้ขี้นปาก)ไม่ต้องอ้างอะไรเยอะแยะสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่เคยทำชั่ว ทำใจให้สงบผ่องใส ไม่เบียดเบียนคนอื่นไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เท่านั่นเองสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก็จะได้รับอานิสงส์นับไม่ถ้วน

อ้างความซื่อสัตย์...คนอื่นโคตรโกง

อ้างความรักชาติคนเดียว...คนอื่นทำลายชาติ

อ้างรักสถาบันคนเดียว...คนอื่นล้มล้าง

อ้างความดี...คนอื่นชั่วหมด

อ้างความคิดเห็นตัวเองถูกที่สุด...ข้อนี้อันตราย ตายเท่านั้นถึงจะแก้ได้

***รักเมืองไทย จงช่วยกันทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง***
พันธมิตร กู้ชาติ ** ประชาธิปัตย์ กู้หนี้ญี่ปุ่น

poowa

"อันพ่อแม่ย่อมเป็นวีรบุรุษ-วีรสตรี ของผู้เป็นบุตรเสมอ" ฉันใดก็ฉันนั้น สารวัตรจ๊าบ กับ น้องโบว์ ก้อย่อมเป็นวีรบุรุษและวีรสตรีของกลุ่มโกเต๊กฉันนั้นไม่แปลก... คนเสื้อแดงก็ยอมๆให้เขาเทิดทูนกันไปเถอะ ...คิดว่าเอาบุญละกัน..

Maple Leaf

จริงๆ สงสารโบว์นะ ที่ตกเป็นเหยื่อของคนที่พยายามจะรักษาอำนาจ ยิ่งเปืดหน้าเล่นมากเท่าไรจุดจบก็ยิ่งใกล้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ยิ่งใหญ่จะกล้าเดิมพันขนาดนี้ เล่นทุ่มหมดหน้าตักเลย จริงๆ ดีดลูกคิดผิดรางมากกว่า นึกว่าการที่ทุ่มไปแล้วจะได้การสนับสนุนจากมวลชนส่วนใหญ่ แต่ผิดคาดบารมีที่สะสมมาหายวับไปเลย แล้วตอนนี้ก็พยายามใช้อำนาจสีเขียวมาปิดปากตาสีตาสาชาวไร่ชาวนา ดูเหมือนยิ่งทำมันก็ยิ่งตกลงไปในหลุมลึก ตอนนี้ทักษิณไม่ใช่ตัวแปลแล้ว ถึงแม้ตอนนี้ไม่มีทักษิณชาวบ้านก็คงไม่เลิกหรอก มันลึกเกินกว่าที่จะกลับไปอยู่แบบเดิมแล้ว

บางกอก

ที่สรุปกันว่าพันธมิตรเอาระเบิดเข้าไปเองนั้น ไม่ทราบว่ามีตำรวจผู้ใดมีหลักฐานว่าถูกอาวุธระเบิดของพันธมิตรหรือไม่ครับ ศพก็ไม่มีแผลก็ไม่มี RDXนั้นเป็นส่วนผสมหลักของระเบิดแรงสูงทางทหารเกือบทุกประเภท แต่ปรกติไม่ใช้กับระเบิดแก็สน้ำตายกเว้นของจีน แต่ในลูกเอ็ม๗๙ที่เป็นอาวุธสงครามน่าจะมีบ้างและวันนั้นตำรวจยิงเอ็ม๗๙ประสานไปกับแก็สน้ำตาด้วยมีพยานเป็นทหารที่รู้จักอาวุธทั้งสองชนิดเป็นอย่างดี และไม่มีในระเบืดปิงปองที่เด็กอาชีวะชอบทำเล่นกัน ระเบิดซีโฟร์นั้นคืออาร์ดีเอกซ์ผสมกับfillers ที่ช่วยทำให้จุดระเบิดยากขึ้นและต้องใช้ชนวนแรงสูงหรือไฟฟ้าช่วยจุดระเบิดเท่านั้น เอาไฟเผาเอาปืนยิงก็ไม่ระเบิด ปรกติซีโฟร์ใช้ทำลายอาคารสิ่งก่อสร้างด้วยแรงดันของระเบิด ถ้าจุดระเบิดซีโฟร์สักร้อยกรัมข้างตัวน้องโบว์รับรองได้ว่าเละกว่านี้แน่ และถ้าปริมาณน้อยๆน้องโบว์แกจะขนไปทำไมไม่ทราบครับ เรียนตามตรงผมเองไม่เชื่อสักนิดว่ามีการจุดระเบิดซีโฟร์ในพื้นที่หนึ่งร้อยตารางเมตรรอบตัวน้องโบว์ไม่ว่าจากฝ่ายใด เพราะหาเหตุผลที่จะใช้ซีโฟร์ไม่ได้จากทั้งสองฝ่าย รถที่ระเบิดของสารวัตรจ๊าบก็ไม่มีซีโฟร์ มีแต่ทีเอนทีกับอาร์ดีเอกซ์ อนุมานได้ไหมครับว่านอกจากที่น้องโบว์แล้วไม่มีการพบซีโฟร์ที่ไหนอีกเลย ถ้าเป็นเช่นนั้นเศษซีโฟร์ที่น้องโบว์ก็ถูกใส่เข้าไปที่หลังครับ....แน่จริงหาศพหาแผลตำรวจที่โดนซีโฟร์พันธมิตรมาให้ดูหน่อยสิครับจะได้หักล้างกันได้....การรีบทำลายหลักฐานสถานที่เกิดเหตุและรถสารวัตรจ๊าบนั้นก็ยังต้องถกเถียงกันต่อไป แต่เท่าที่เห็นภาพตอนระเบิดทำงานนั้นน่าจะเป็นทีเอนทีเกรดชาวบ้านใช้ระเบิดหินมากกว่า ถ้าสารวัตรจ๊าบแกพลาดทำตัวเองตายก็ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะต้องรีบทำลายหลักฐานที่เกิดเหตุสู้ปล่อยไว้แจ้งเอฟบีไอมาช่วยสอบหน้าจะดูหรูกว่าเยอะ ไม่ใช่รีบลากรถและล้างทาสีทับที่เกิดเหตุ จ๊าบมันโดนระเบิดตายคคารถแน่นอนครับแต่ระเบิดของใครมีที่มาอย่างไรตำรวจต้องชี้แจงให้กระจ่างกว่านี้...อ่านดีๆนะครับซีโฟร์กับอาร์ดีเอ็กซ์นั้นเกือบจะเหมือนกันแต่แล็ปตรวจสอบระเบิดแยกได้แน่นอน แล้วอย่าลืมเอ็ม๗๙ด้วยเพราะมีกระสุนทั้งแก็สน้ำตาและกระสุนสังหารหลายแบบที่ถูกยิงออกมาประสานกับกระสุนแก็สน้ำตาจีนในวันนั้น มีแม้แต่ลูกสะเก็ดแตกกลางอากาศที่มุ่งสังหารบุคคลโดยเฉพาะ.....

บางกิ๊กก๊อก

ความเห็นที่ 77 บางกอก มามั่วอีกแร้ว

ก่อนอื่น ให้เข้าไปดูที่เว็บนี่เลย เรื่องหลักฐาน ว่ามีการระเบิดหรือไม่

http://www.newskythailand.com/board/index.php/topic,2853.0.html

เมื่อมีการระเบิด คนที่รับเคราะห์คือพวกพันธมิตรเอง น้องโบว์ ก็คือเหยื่อ
แล้วยังมีคนมือขาดเท้าขาด (ตามรูป)
ตามหลักฐาน วิดีโอ หรือ ภาพถ่าย ไม่ปรากฎว่า ตำรวจใช้ระเบิดอื่นใด นอกจากแก๊สน้ำตา

แล้วนาย บางกอก จะมาแถในเรื่องข้อเท็จจริงพวกนี้อีกทำไม
ถ้าจะมีระเบิด ก็ต้องไปถามว่า พันธมิตร พกระเบิดเข้าไปหรือไม่
เพราะว่า ระหว่างตำรวจ กับพันธมิตร ที่ประจันหน้ากันอยู่นั้น ตำรวจไม่ได้ใช้ระเบิด
แล้วระเบิดมันจะโผล่มาจากไหน ลองอ่านข่าวนี้ดู

"สื่อข่าวรายงานวันนี้ (8 ต.ค.) ว่า พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ้ม แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี แถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า น.ส.อังคณา เสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล ด้วยสาเหตุมีบาดแผลที่หน้าอกด้านซ้ายต่อเนื่องถึงแขนซ้าย มีเลือดออกในเยื่อหุ้มปอดซ้าย ปอดช้ำ หัวใจ และกระเพาะอาหารทะลุ ลักษณะของบาดแผลมีขนาดใหญ่มากจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนความเป็นไปได้ที่ทำให้เกิดแผลใหญ่ขนาดนี้ และมีรอยไหม้เป็นหย่อม ๆ มีเขม่าที่เสื้อชั้นใน ต้องถูกของแข็งที่มีความร้อน ด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าใส่ ซึ่งการยิงแก๊สน้ำตาไม่น่าจะทำให้เกิดแผลได้ขนาดนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นระเบิด แต่ก็ไม่พบเศษโลหะติดอยู่ที่แผล

“ความรุนแรงของแผลดังกล่าว เทียบความรุนแรงได้กับการตกตึก 3 ชั้น ล่าสุดได้นำเขม่าที่เสื้อชั้นในส่งให้พนักงานสอบสวนกองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นเขม่าของอะไร” พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสจะเป็นระเบิดปิงปองหรือไม่ พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้"

ส่วนสารวัตรจ๊าบนั้น อ่านได้ที่นี่
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01jud30021151§ionid=0117&day=2008-11-02

ซึ่งถ้านายบางกอก ตาไม่บอด ก็คงเห็นว่า ความเห็น44-47 ก็ทำสำเนามาให้อ่านอยู่แล้ว
คดีสารวัตรจ๊าบนี่ เรียกว่าหลักฐานชัดเจนมากว่า ระเบิดเกิดจากการกระทำของสารวัตรจ๊าบเอง
และอำนาจระเบิดก็รุนแรงมาก

แล้วนายบางกอกยังจะมาแถอีกรึ

บักดอง

พันธมิตรทำกันเอง ตายเอง นั่นคือความเป้นจริง ส่วนประกอบของระเบิดมันก็เห้นกันอยู่ ในหน้าข่าว และมันมีในกองทัพ ใครเอามาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบแค่นี้ก็น่าจะรู้ ...เห็นใจญาติคนตาย แต่ไม่เสียใจ หรืออาลัย มันก็เหมือนพวกเด็กซิ่งขี่มอไซค์บวกเสาไฟฟ้า คงไม่ต้องไปยกย่องเป็นวีรชน อะไรหรอก เพราะมันไม่ใช่ ...วีรชน 7 ต.ค. มันมีค่าเท่ากับวีรชนแว้นบอย เท่านั้น

อิอิอิ เฮ้อออออออออ..

คห 66 ระวังโทสะตัวเองไว้ด้วย กรรมที่เกิดจากความปากพล่อย หมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้วงพระธรรม มันอันตรายมาก แม้ไม่เจตนาก็ตาม ที่จริง ธรรมะที่ยกมานี้ ไม่เก๊ คัดลอกมาจากพระไตรปิฎกฉบับหลวงทั้งดุ้น อ้างอิงให้เสร็จ มาจาก คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐ อ่านแล้ว ถ้าไม่ชอบใจ ไม่โมทนา ก็เฉยๆไว้ ไม่ใช่ ไปลบหลู่หรือกล่าวตู่ลอยๆ เพราะผม ไม่ได้พูดเอง แค่ก๊อปมาให้ดูเฉยๆ ถ้าไม่เชื่อก็หุบปากไว้จะปลอดภัยกว่า ปล่อยให้คนอื่นๆ ได้อ่าน บางทีอาจจะมีบางคน เกิดสัมมาทิฐิ ก็จะยังประโยชน์ให้แก่คนนั้นๆ เขาอาจจะเข้าใจ และหยุดการทำกรรมชั่ว หันมาทำกรรมดี เป็นเสบียงสะสมไว้กับตัวของเขา ตัวคุณเองก็อย่าเอาแต่เลียไข่แม้วจนหน้ามืดตามัว อะไรที่มันเฉียดฉิวต่อนรก ก็อยู่ห่างๆไว้ น่าจะฉลาดกว่านะ

ส่วนเสธ ดำ ถ้าบรรลุธรรมขนาดนั้นแล้วละก็ จะเข้ามาในเวบนี้ทำไม หือ ทำมาพูดยกหูชูหางตัวเอง ทั้งสองคนนี่ ที่พูดมาน่ะเข้าตัวเองทั้งนั้น เอาล่ะ คราวนี้ จะไม่ด่า เพราะเดี๋ยวจะบาป ไหนๆก็ ได้ยกธรรมะมาเป็นสิริมงคลไว้ข้างบนนี้แล้ว ขอให้ทุกคนโชคดี รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด อิอิอิ

เห็นใจ

อยู่สูงเกินเลยเห็นชีวิตคนข้างล่างเหมือนผักปลา
ใครเชิดชูบูชาก็ชมเขา
ใครตำหนิทักท้วงแม้นจริงก็ยังโกรธ
ปลุกปลั่นคนรู้น้อยไม่เท่าทันไห้ยอมตายเพื่อประโยชน์ตนก็เอา
ชั่วมั๊ยครับพี่น้อง......

คนไทยคนที่2

ไอ้ที่ปากพล่อย และแสดงคห ที่เน่าๆ เที่ยวเอาธรรมะ มาอ้างน่ะน่าจะเป็นไอ้ ค วาย คห80มากกว่า
แบบที่บอก เพราะไอ้ ค วา ย คห80 มันก็เหมือนเทวทัต ที่เที่ยวยก ธรรมะมาอ้าง
แต่ที่ไหนได้ จิตใจของตนเองนั้นกลับชั่วต่ำทรามเสียยิ่งกว่าสัตว์นรกเปรตอสุรกายหรือเหล่าโอปาติกะ ที่ยังล่องลอยวนเวียนหาทางจุติไม่ได้
มันก็เหมือนกับที่ในอดีตครั้งหนึ่ง ที่มีคนชั่วบังหน้าโดยการพิมพ์พระไตรปิฏก ออกมาจำหน่าย
แต่ทว่าที่ไหนได้เบื้องหลังกลับชั่วช้าสารเลว เสียจนแทบไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ไอ้ควายนี่ชอบอ้างธรรมะ เป็นอาจินต์
พระพุทธเจ้าน่ะ ไม่ได้แนะนำให้สาวกหรือสานุศิษย์ ท่องจำคำภีร์หรือเที่ยวลอกคำภีร์แบบนกแก้วนกขุนทอง แต่พระศาสดา สอนหรือแนะนำให้ปฏิบัติต่างหากในทางที่พระองค์ได้ค้นพบ
กลุ่มคนชั่วที่มีจิตใจเป็นเผด็จการหรือกลุ่มพวกกาฝากที่จิตใจที่เต็มไปด้วยความโลภประดุจเปรตอสุรกายที่ขนาดไม่ใช่แค่โลภในภพนี้แต่ทว่ายังโลภถึงโลกหน้า มักใช้ข้ออ้างทางศาสนาเพื่อหลอกลวงผู้คนเพื่อการดำรงอยู่ของตน นั่นคือการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทำมาหารับประทาน
กลุ่มคนเน่าเหล่านี้เราสามารถพบเห็นได้ทุกวัน และก็มีข่าวให้เห็นมันทุกวัน

เสธ.ดำ

คห 65, 80 เรื่องการชุมนุมเป่านกหวีดครั้งใหญ่อภิมหึมาขับไล่รัฐบาลน่ะ ทำไม๊ มันเงียบเป็นเป่าสากกะเบือเลยวะ เนี่ยเหรอพลังหมาประชาชนแดง อิอิอิ กร๊ากกก กรั่กกๆๆๆๆๆๆๆ

คุณด่าว่าเปรียบเปยคนอื่นที่ไม่ใช่พรรคพวกตัวเองเป็นหมา ยังมีหน้านำธรรมะมากล่าวอ้าง ข่มขู่อาฆาต ผู้ไม่สนับสนุนคุณ พวกมิจฉาทิฏฐิก็กล่าวอ้างได้แค่ธรรมพื้นฐานอย่างนี้

พระพุทธเจ้าบอกว่า "อักขาตาโร ตถาคตา" แปลให้ "พระพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงผู้บอกกล่าวเท่านั้น" ส่วนผู้ฟังจะเชื่อหรือไม่นั้นพระองค์ให้ใช้ดุลยพินิจหรือใช้ปัญญาก่อนค่อยเชื่อ (สัทธาสัมปะยุตตะปัญญา) ไม่ใช้วิธี อ้างนรกสวรรค์ เวรกรรม มาขู่เข็ญ

ธรรมะมันต้องออกจากปากของคนดี ประพฤติดี ปฏิบัติดี มีศีลธรรม ไม่ใช่ออกจากปากสุนัข ที่โดนเหยียบปากแล้วร้อง อิอิอิ กร๊ากกก กรั่กกๆๆๆๆๆๆๆ

ทุกท่านว่าจริงเปล่า

ต่างแดน

ยังมีคำถามอีกว่า
เกิดระเบิดและพบระเบิดในทำเนียบรัฐบาล หลังจะกลุ่ม พธม. ได้ย้ายออกไปแล้วมาจากไหน?

ยังพบระเบิดและอาวุธสงครามในสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิมาจากไหน?

และการจับกุมการ์ดพธม.พร้อมอาวุธ มีเพื่อไร?

ปลอยใจให้ว่าง ใช้สมองคิดสักนิด เราจะพบเข้าใจอาไรดีขึ้น

fffffffffk

do all Thai know Bow!! fuucckk with who!!? She have been using by man!! a lots of Thai girls!! do not mind ( to be with power man in Thailand! ) Sorry she dies! for Brain washing!! sorry is trues!! this is Thailand every Thais!! should know!! who own Thailand!! ( disgusting)

ลิ่วลม

ผมไม่เรียกน้องโบว์เพราะไม่ใช่น้องผมและนางโบว์ก็ไม่ใช่จิมโบว์วี่ที่เสียสละชีวิตเพื่อป้องกันป้อมอลาโม่นางโบว์เป็นเพียงตัวประกอบตัวหนึ่งของผู้ร่วมขบวนการล้มล้างรัฐธรรมนูญการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตรย์ทรงเป็นพระประมุข นางโบว์เป็นผู้สนับสนุนการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการคัดเลือกจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเท่านั้นเองแต่การกระทำเป็นไปในจังหวะที่รัฐบาลสมชายถูกอำนาจมึดเข้าทำลายจนสำเร็จโบว์จึงกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกอำนาจมึดที่ดึงเอาเข้ามาเป็นข้ออ้างอย่างน่าละอายสะอิดสะเอียนสุดๆแม้แต่หมอพรทิพย์ที่เคยได้รับการยกย่องก็ยังเอนซวนเซกับข้อพิสูจน์ศษอย่างไร้เกียรติ์//พูดมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า นางโบว์ ตายด้วยแก๊สน้ำตา แล้วแก๊สน้ำตาบ้าบอที่ใหนในโลกนี้มันทำให้คนตาย //วะ

อิอิ เฮ้อ

เฮ้อ น่าสงสารจริงๆ ก็กรรมมันบังหูบังตา คนเรา ทำชั่วมามาก กรรมมันก็ส่งผลแบบนี้แหละ ยังไม่ยอมหุบปากอีก เอาเถอะ ใครจะพล่ามต่อไปก็ตามใจ เอ่อ ทั้งเสธด่าง ทั้งแขมร์ตัวที่สอง น่ะ อิอิ สมองมีหรือเปล่า กูไม่ได้บอกนี่ว่ากูเป็นผู้บรรลุหรือมีคุณธรรมสูงส่งอะไร ส่วนมึงน่ะ ชอบยกตัวว่ามีคุณธรรมสูงมึงบอกธรรมะต้องออกจากปากผู้มีคุณธรรม แล้วมึงก็พูดเรื่องธรรมะ แสดงว่ามึงคิดว่ามึงมีคุณธรรมสูง แล้วมึงก็ว่าคนอื่นเป็นหมา กูน่ะไม่อยากจะบอกว่ากูพิมพ์ผิด ถ้ากูบอกกูพิมพ์คำว่ามหา เป็นหมา เพราะกรรมของพวกมึงทำให้กูตาลายล่ะ ข้อที่มึงยกมาก็ตกไปแล้ว อิอิ แต่กูจะไม่พูดอย่างนั้น ไหนๆก็ไหน กูอาจจะตั้งใจก็ได้ อีกอย่างกูก็ไม่ได้บอกว่ากูดีเด่อะไรมาจากไหน กูไม่ได้บอกว่าธรรมะต้องออกจากปากผู้มีคุณธรรมสูงเท่านั้น เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นสากล ขอให้ทรงจำให้ถูกต้องตรงต่อต้นฉบับเดิม จะออกจากปากใครก็เหมือนกัน เราจึงต้องนั่งฟังพระสวดด้วยภาษาบาลีที่เราฟังไม่รู้เรื่องยังไงล่ะ เพราะเขาต้องรักษาไว้ บอกต่อๆกันมา ถ้าเอาตามทฤษฎีที่มึงว่านะ มึงก็ไปหาเอาเองเถอะ มึงจะไปหาใครวะที่มึงบอกว่ามีคุณธรรมสูงๆ มึงรู้จักเหรอ พระตามวัดเดี๋ยวนี้น่ะ มึงแน่ใจเหรอ อิอิอิ ไอ้ควายเอ๊ย ธรรมะ ก็คือธรรมะ เขาคัดลอกมาให้อ่านก็อ่านไป ก็แค่นั้น ใครจะมีคุณธรรมสูงคุณธรรมต่ำ มึงไม่ต้องไปสนใจหรอก ไม่ได้ไปปฏิบัติธรรมนี่หว่า จะได้ต้องไปเลือกเฟ้น อย่าสับสนกัน อีกอย่าง ถึงสนใจ มึงก็ไม่รู้อยู่ดี คนโง่ ก็คิดอะไรโง่ ๆ แบบนี้แหละ มึงไม่รู้เหรอ ในอนาคตกาล พระจะทุศีลกันเป็นส่วนใหญ่เหลือแค่ผ้าเหลืองพันคอ แต่ธรรมะยังอยู่ ยังมีคนสามารถบรรลุมรรคผลจากการฟังธรรมได้อยู่ และคาถาที่มึงยกมานั้น ท่านก็บอกอยู่แล้วว่า ท่านแค่บอกให้ฟังเท่านั้น จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ท่านไม่ได้บอกนี่ว่า ไม่มีนรก สวรรค์ ไม่ต้องเชื่อ ท่านไม่ได้ขู่ แต่มีคาถาที่ท่านบอกว่าใครไม่เชื่อ ก็เป็นมิจฉาทิฐิ มึงอยากเป็นมิจฉาทิฐิ ก็ตามใจสิ
อั่กๆๆๆ เอาละ พูดเรื่องธรรมะมากๆเดี๋ยว จะพาคนโง่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกิดอกุศลจิต พาลไปจาบจ้วงกล่าวตู่พระธรรม เดี๋ยวพวกมึงจะไปกันใหญ่ ส่วนกูไม่เกี่ยว เพราะกูแค่ยกธรรมะ เอามาอ่านเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นการเตือนสติคนบางคน คนที่มีบุญมีสติปัญญาก็ต้องมีอยู่ ใครบาปหนาฟังไม่รู้เรื่อง ยังขืนดันทุลัง ก็คงต้องปล่อยไป หุ หุ หุ

อิอิ

เอ่อ ไหนๆก็ พูดถึงมิจฉาทิฐิ พูดถึง สวรรค์ นรก ก็ต้องเอามาให้ดูกัน เดี๋ยวจะหาว่าพูดเองอีก อิอิอิ

"มิจฉาทิฐิ มีความเห็นวิปริตว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล
การบวงสรวงไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมดี กรรมชั่วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้า
ไม่มี มารดาไม่มี บิดาไม่มี สัตว์ทั้งหลายที่ผุดเกิดขึ้นไม่มี สมณพราหมณ์ผู้
ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ กระทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้ว
สั่งสอนประชุมชนให้รู้ตาม ไม่มีในโลก "

"ชนเหล่าใด เกิดในมนุษยโลกแล้ว เมื่อพระตถาคตทรง
ประกาศสัทธรรม ไม่เข้าถึงขณะ ชนเหล่านั้นเชื่อว่าล่วงขณะ
ชนเป็นอันมาก กล่าวเวลาที่เสียไปว่า กระทำอันตรายแก่ตน
พระตถาคตเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ในกาลบางครั้งบางคราว
การที่พระตถาคตเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ๑ การได้กำเนิด
เป็นมนุษย์ ๑ การแสดงสัทธรรม ๑ ที่จะพร้อมกันเข้าได้
หาได้ยากในโลก ชนผู้ใคร่ต่อประโยชน์ จึงควรพยายามใน
กาลดังกล่าวมานั้น ที่ตนพอจะรู้จะเข้าใจสัทธรรมได้ ขณะ
อย่าล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะบุคคลที่ปล่อยเวลาให้
ล่วงไปพากันยัดเยียดในนรก ย่อมเศร้าโศกอยู่ หากเขา
จะไม่สำเร็จอริยมรรค อันเป็นธรรมตรงต่อสัทธรรมในโลก
นี้ได้ เขาผู้มีประโยชน์อันล่วงเสียแล้ว จักเดือดร้อนสิ้น
กาลนาน เหมือนพ่อค้าผู้ปล่อยให้ประโยชน์ล่วงไป เดือดร้อน
อยู่ ฉะนั้น คนผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ พรากจากสัทธรรม
จักเสวยแต่สงสาร คือ ชาติและมรณะสิ้นกาลนาน ส่วน
ชนเหล่าใดได้อัตภาพเป็นมนุษย์แล้ว เมื่อพระตถาคตประกาศ
สัทธรรม ได้กระทำแล้ว จักกระทำ หรือกระทำอยู่ ตาม
พระดำรัสของพระศาสดา ชนเหล่านั้นชื่อว่าได้ประสบขณะ
คือ การประพฤติพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมในโลก ชนเหล่า
ใดดำเนินไปตามมรรคา ที่พระตถาคตเจ้าทรงประกาศแล้ว
สำรวมในศีลสังวรที่พระตถาคตเจ้าผู้มีจักษุเป็นเผ่าพันธุ์แห่ง
พระอาทิตย์ ทรงแสดงแล้ว คุ้มครองอินทรีย์ มีสติ
ทุกเมื่อ ไม่ชุ่มด้วยกิเลส ตัดอนุสัยทั้งปวงอันแล่นไปตาม
กระแสบ่วงมาร ชนเหล่านั้นแล บรรลุความสิ้นอาสวะ
ถึงฝั่ง คือ นิพพานในโลกแล้ว ฯ "

แป๊ะชั่ว

วีรสตรี โบว์ ตายจากอะไรไม่รู้

รู้แต่ว่า ลูกแป๊ะลิ้ม สุขสบายดี

แป๊ะลิ้ม ปลุกปั่น หลอกให้ลูกคนอื่นไปตาย

แต่ลูกของมันสุขสบายดี

ประชาชนไท

เห็นด้วยกับ
คนไทยคนที่ 2 และเสธ.ดำ
ใน คห 82, 83
นะครับ
ขอให้ทั้งสองท่านมั่นคงกับแนวทางที่ทำอยู่ตลอดไป
ผมเชื่อว่า
ถ้าไม่เหลืออด ท่านคงไม่ออกมาตอบโต้

ขณะนี้
ผมกำลังเชียร์ให้คนไทยเสื้อแดง
รวมพลังกันมากขึ้นเป็นทวีคูณ จตุคูณ อนันตคูณ
แดงให้ท่วมเมือง
แดงให้เต็มบ้าน
แดงให้ทั่วประเทศ

ความเลวและคนเลวคงจะหมด
จากประเทศไทยไปเอง

เย้ยยุทธจักร

เหลือง - แดง ใครถูกใครผิด ฟ้าเท่านั้นที่รู้
แม่น้ำเจ้าพระยาใหลหลั่งไปทางทิศใต้
ใหลหลั่งอย่างนี้ชั่วนาตาปี
แต่คนเรา
แม้ว่าจะเป็นบุรุษชาติอาชาไนยนักเพียงใหน
แม้จะเป็นผู้กล้าสักเพียงใด
ใครเล่าจะหนี้พ้นความตาย
จะว่าไปแล้ว
ชีวิตคนๆหนึ่งจะอยู่ได้สักกี่สิบปีกัน

ลิ่วลม

คห 22 แม๊ะพูดถูกใจม๊ากมากเยี่ยมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆยกนิ้วโป้ให้เลยอย่างนี้ไม่เสียชื่อนักเรียนธรรม มาๆๆๆๆวิเคราะห์มั่งนางโบว์ได้รับการชักชวนปุกปั่นจากเพื่อนว่า//กลุ่มเสื้อเหลืองกำลังสร้างวีรกรรม( จอมปลอม )ต่อค้านรัฐบาลสมชายสมัครโดยการเป่าหูว่ารัฐบาลนี้กำลังล้มสถาบัน( ซึ่งมันโกหกมาตลอดสองปีเต็มจากจำลอง-สนธิ-สุริยะใส-ไฮ้เคราดก-และไอ้
สส.สมเกรียรติ) ไอ้พวกนี้มันโหนสถาบันลงมาอย่างไร้ความเคารพแล้วมันก็ประกาศอย่างหน้าด้านว่าพวกมันคือผู้ค้ำบัลลังค์( ไอ้เลว) พวกมันพูดจนกระทั่งนางโบว์ที่มีกะโหลกมันสมองนิ่มอยู่แล้วก็เลยเข้าร่วมขบวนการอย่างไม่ทันยั้งคิด ( ต้องไม่ลืมนะครับว่าสีของเสื้อมันมีอิทธิพลมากนะครับเพราะว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ใส่เสื้อสีเหลืองแล้วเข้าไปฟังคำตอแหลของเหล่าพวกแกนนำที่ขึ้นเวทีด่า รัฐบาลในชุดนั้นแล้วเคริ้มทุกคน ) นางโบว์ก็เช่นกันเมื่อเข้าไปแล้วจึงเหมือนกำลังถ่ายเลือดจากไอ้พวกเสื้อเหลืองอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อการสลายการชุมนุมเกิดขึ้นในวันที่7 ที่ ตร ใช้แก๊สน้ำตานั้นการชุลมุนก็เริ่มขึ้นอย่างกะทันหันและมีพวกการ์ดบางคนที่กลัวความผิดที่มีระเบิดใว้ในตัวก็เริ่มแสดงความเป็นลูกตัวเมียวิ่งเอากระเป๋าที่บันจุระเบิดส่งมาให้นางโบว์ช่วยถือแต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของนางโบว์จึงรับไว้และก็เกิดเหตุดังกล่าว........ส่วนไฮ้สารวัตรจ๊าบนั้นมันตั้งใจแน่วแน่ว่ามันจะขับรถที่บรรทุกลูกระเบิดวิ่งเข้าสภาให้ได้เพื่อจะถล่มสสของพรรครัฐบาล เพราะขณะนั้น สส ปชป ไม่มีเลยซักกะตัวในสภา เรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่อย่างนี้แหละพี่น้องเอ๋ย

ผีเปรตฃ

- ตัดจากบางส่วนที่ตำรวจแถลง "ส่วนแก๊สน้ำตาทั้งชนิดยิง และชนิดขว้าง ที่ สตช.มีใช้ จะมี RDX เป็นส่วนประกอบเท่านั้น ไม่มีสารซีโฟร์ นอกจากนี้ วัตถุพยานที่ได้จากผู้บาดเจ็บรายอื่น ก็ตรวจพบเฉพาะสาร RDX เท่านั้น"
- ตัดจากบางส่วนของ คห.1 "ระเบิดซีโฟร์ (C-4 ) ย่อมาจากคำว่า ส่วนผสมสี่อย่าง (Composition 4) ประกอบด้วย
* RDX - จำนวน 91 เปอร์เซนต์
* Di (2 -ethylhexyl sebacate) 5.3 เปอร์เซนต์
* Polyisobutylene (พอลิไอโซบิวทิลีน) 2.1 เปอร์เซนต์
* น้ำมัน ( Motor oil) 1.6 เปอร์เซนต์

ไม่มีคำว่า "สารซีโฟร์" นะครับ
ไม่ทราบว่าตำรวจหมายถึงสารตัวไหน
ไม่ข่าวลงผิด ก็ตำรวจอาจแถลงผิด
ต้องตรวจสอบกันสักหน่อยนะครับ "

- ของผมเอง " ไม่รู้หรือไงว่า “วัฒนธรรมตำรวจ” (เรียกเสียเพราะเชียว ความจริงต้องเรียกว่า “นิสัยถาวร”) เพราะ “นิสัยถาวร” ของตำรวจก็คือ บ่มเพาะความเอาแต่ได้ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตนจนมองข้ามประชาชน เพราะถือว่ามีปืน มีกฎหมาย(ชั่ว) อยู่ในมือ จึง “ย่ามใจ” เป็นยังไง คดีต่าง ๆ ที่สะท้านบ้านนี้เมืองนี้ - เพชรซาอุ, ตระกูลศรีธนะขันธ์, เชอรี่ แอนดันแคน, สมชาย นีลไพจิตร, ชิปปิ้งหมู, ฆ่าตัดตอน 2,000 กว่าศพ , แก๊งผู้กองณัฐ ยัดยาบ้า,สาวโอเกะถูกฟันแขนขาด, ล่าสุดซานติก้า นักร้องเกือบติดคุกฟรี , ใต้ลุกเป็นไฟ เพราะตำรวจใช้ “นิสัยถาวร” ที่ใช้กับภาคอื่นแล้วได้ผล แต่ที่ภาคใต้เขาบัญญัติไว้ในอันกุรอ่านว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน ดีนะในไตรปิฎกไม่มี ไม่งั้นละเมิงเอ๊ย !! ยังมีอีกมาก ฯฯฯฯฯฯ ลลลลลล ฯฯฯฯฯฯ ในแผ่นนี้มีใครบ้างไม่เคยถูกตำรวจรีดไถ นี่ไงที่บ่มเพาะความ “ย่ามใจ” จะทำอะไรก็ได้ แม้แต่คนที่เป็นนายกถ้ามาจากตำรวจ ก็จะพกพา “วัฒนธรรม” “นิสัยถาวร” จน “ย่ามใจ” ทำผิดกฎหมายหลายกรรมหลายวาระ จนเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนไปถึงทั่วโลก เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมตำรวจถึงได้มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่สวนทางกับความจริง ดูอย่างวันแรก ๆ ที่ สุชาติ เหมือนแก้ว กับ อำนวย นิ่มมะโน ออกมาให้ข่าว แล้วพออีกสองสามวันทั้งภาพทั้งข่าวก็ปรากฏออกมา ซึ่งในตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก แต่ชาวบ้านร้านช่องธรรมดา ๆ จบแค่ ป.4 ยังมองออกเลยว่าอะไรเป็นอะไร ผมไม่เชื่อว่าสองคนนี้เป็นนายพลตำรวจ แต่วุฒิภาวะทางสติปัญญา (ไอคิว) กับวุฒิทางอารมณ์ (อีคิว) แค่เด็กมัธยมเอง เมื่อไหร่ที่องค์กรตำรวจยังรวมศูนย์(Centralized)

ผีเปรต

(ต่อ) อยู่อย่างนี้ อีกร้อยปีก็ยังเป็นอยู่อย่างนี้ แต่ถ้ามีการกระจายอำนาจเมื่อไหร่(Decentralized) ตำรวจจะดีขึ้น

ปากชาวบ้าน

ใอ้พวกมนุษย์แถ.... มันก็จะแถตลอด...ต่อล้อ ต่อเถียงกับพวกมันเมื่อยมือเหนื่อยปาก...มีใครคิด..จะเอาโจรก่อการร้ายพวกนี้เข้าเครื่องจับเท็จบ้างวะ...สนับสนุนเต็มที่ว่ะ.

กูเองคนรากหญ้าที่มีการศึกษา

ใครโกหกขอให้มันตายทั้งโคตร ใครอยู่เบื้องหลังขอให้ครอบครัวและโคตรฮิบหายวายวอดไปทั้งตระกูลทั้งชาติ ใครหลอกลวงประชาชน ขอให้กรรมตามสนองในชาตินี้และชาติต่อไป
ใครรังแกเจ้านายกู ขอให้มันตายๆๆๆๆๆๆโหงตายห่า
กูคนหนึ่งที่ขอตายแทนทักษิณ กูพร้อมทุกเมื่อถ้าความอดทนกูระเบิด

The Other

จับผิดวิชามารตำรวจปูดซีโฟร์ให้ร้ายน้องโบว์

1.โดยนัยของข่าวจาก สนว.ตร.(สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ หรือเดิม คือกองพิสูจน์หลักฐาน) คือ

(1) จงใจให้คนอ่านข่าวคนดูข่าวเข้าใจว่าน้องโบว์อาจเสียชีวิตจากระเบิดซีโฟร์ ไม่ใช่แก๊สน้ำตา โดยการบอกว่า พบแต่สารซีโฟร์ ไม่พบสารอาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งอยุ่ในแก๊สน้ำตา และ

(2) จงใจให้คนอ่านข่าวคนดูข่าวเข้าใจว่าผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่งเสร็จ สิ้น (ฉะนั้น ป.ป.ช. ที่กำลังจะชี้มูลกรณี 7 ต.ค. 2551 จะต้องพิจารณา ถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลว่า ตร.ผิด แสดงว่าไม่รับฟังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา) เป็นการซ้ำรอยวาทกรรมเดิม ของ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ที่ว่าน้องโบว์อาจพกระเบิดมาเอง

2. ทั้ง ๆที่เรื่องนี้เป็นผลการพิสูจน์หลักฐานเก่า เสร็จตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2551 โดย พ.ต.ท.สมภพ พุฒศรี นักวิทยาศาสตร์ (สบ 3 ) พิสูจน์จากหลักฐานเพียง 3 ชิ้น คือเสื้อชั้นนอก เสื้อชั้นใน และกางเกงยีนส์ ของน้องโบว์ ไม่ได้รวมกับผลการชันสูตรศพ และหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ

3.ที่มาของข่าวในวันแรกที่ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์ (ข่าวสด,มติชน,) คืออังคารที่ 25 ก.พ. 2552 ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคนแถลง เป็นการเขียนในลักษณะ "รายงานข่าว" แสดงว่าเป็นการจงใจปล่อยข่าวของตำรวจ - ร่วมกับนักข่าวสายตำรวจที่มีอคติต่อพันธมิตร-ต่อมาในวันเดียวกัน จึงเป็นการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สนว.ตร. โดยได้คายความจริงออกมาว่า ที่เพิ่งแถลง เพราะ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.เพิ่งมอบหมายให้ชี้แจง เพื่อป้องกันความสับสน

4.เหมือนกับพูดว่า "เจอแต่น้ำเชื่อม-ไม่เจอน้ำตาล" หรือ "เจอแต่แกนนำพันธมิตร ไม่เจอนายสนธิ ลิ้มทองกุล"

The Other

5.การพิสูจน์หลักฐานของ สนว.ตร.พิสูจน์แค่เสื้อผ้า 3 ชิ้น ต้องนำมารวมกับผลการชันสูตรพลิกศพ และหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ อีกมากเฉพาะการชันสูตรพลิกศพโดย พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี (หนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภา) ระบุไว้ในรายงานของอนุกรรมาธิการว่า "ในกรณีของน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒินั้น ได้ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยได้ส่งเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิก และมีการใส่ท่อช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิตเมื่อเข้าห้องฉุกเฉิก แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาลแล้ว -

โดย ในช่วงที่เข้าไปในห้องชันสูตรศพ เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพจะมีความรู้สึกแสบตามากต้องทำการล้างศพหลายครั้ง จึงทำการชันสูตรศพได้ และในขณะที่ชันสูตรศพ มีแก๊สน้ำตาลอยคละคลุ้งอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายไปในระยะประมาณ 1-2 เมตร" เรื่องที่ว่าไม่โดนแก๊สน้ำตานั้นจึงเป็นอันตกไปแน่นอน แต่สาเหตุที่เสียชีวิต ไม่ใช่เพราะดมแก๊สน้ำตา แต่เสียชีวิตเพราะแรงระเบิด ซึ่งก็คือ เสียชีวิตเพราะระเบิดแก๊สน้ำตา

6.ผลการสอบสวนของอนุกรรมาธิการ ส.ว. ที่มี ศ.นพ.วิรัติ พาณิชพงษ์ เป็นประธาน พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม (แพทย์ผู้ผ่าศพชันสูตร) และส.ว.กลุ่ม 40 อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นอนุกรรมาธิการ และมีผุ้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ และอาวุธอย่าง พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา เป็นที่ปรึกษา ไม่ได้ละเลยประเด็นน้องโบว์ถูกกล่าวหาว่าพกระเบิดมาเอง

แต่ได้พบกระเป๋าสะพายติดตัวน้องโบว์ด้วย อยู่ในสภาพดี มีทั้งภาพถ่ายและหลักฐานกระเป๋าใบจริงยืนยัน จึงสรุปในรายงานว่าเป็นไปไม่ได้ที่น้องโบว์จะพกระเบิดมาเอง "หากมีการพกระเบิดไว้ในกระเป๋าสะพาน ไม่ว่าจะเป็นระเบิดลูกเกลี้ยง หรือระเบิดปิงปอง เมื่อเกิดระเบิดขึ้นกระเป๋าจะไม่คงอยู่ในสภาพดี รวมทั้งจะพบเศษโลหะติดอยุ่ตามร่างกาย แต่สภาพในขณะที่นำส่งมายังโรงพยาบาล กระเป๋ายังอยุ่ในสภาพดี"

The Other

ความจริง

1.ข่าวที่ออกมาว่าไม่พบ อาร์ดีเอ็กซ์ (ซึ่งอยู่ในแก๊สน้ำตา) นั้น - จงใจโกหก เพราะ ในรายงานของ พ.ต.ท.สมภพ พุฒิศรี ฉบับวันที่ 10 ต.ค. 2551 ของจริง ระบุว่า "...ตรวจพบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิด ซีโฟร์ ติดอยู่ที่ของกลางรายการที่ 1 และ 2 (เสื้อยืดสีเหลืองและเสื้อชั้นในสีครีม)ตรวจพบสารเคมีชนิด อาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารประกอบของวัตถุระเบิด ติดอยู่ที่ของกลางรายการที่ 3 (กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน)..."

2.ต้องเข้าใจว่า "แก๊สน้ำตา" แท้จริงแล้วต้องเรียกว่า "ระเบิดแก๊สน้ำตา" โดยเฉพาะระเบิดแก๊สน้ำตาเป็น Bursting Type จุดระเบิดแบบชนวนถ่วงเวลา ชนิด High Explosive เพื่อทำหน้าที่จุดระเบิดดินขยายการระเบิด (Booster) จำนวน 7 กรัม มีส่วนประกอบของสารอาร์ดีเอ็กซ์ ผสมอยู่ด้วย สารอาร์ดีเอ็กซ์ นี้เป็นสารที่ผสมอยู่ในระเบิดแทบทุกชนิด รวมทั้ง ซีโฟร์ ที่มีส่วนผสมของสารอาร์ดีเอ็กซ์ อยู่ถึงกว่า 90 % เพราะฉะนั้นการพูดหรือการเขียนรายงานว่า "...พบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิด ซีโฟร์ " และ "พบสารเคมีชนิด อาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารประกอบของวัตถุระเบิด..." จึงเข้าข่าย Half truth propaganda คือพูดความจริงครึ่งเดียว เพื่อให้คนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในเรื่องวิชาการเฉพาะเช่นนี้คิดต่อเอาเอง โดยเข้าใจผิด ในกรณีนี้คือคิดว่าเป็น "ระเบิด" ไม่ใช่ "แก๊สน้ำตา" ทั้ง ๆ ที่มันคือสิ่งที่ต้องเรียกให้ถูกต้องว่า "ระเบิดแก๊สน้ำตา" ที่มีส่วนผสมของ อาร์ดีเอ็กซ์

3.ทั้งรายงานของตำรวจ และคำแถลงของตำรวจ จงใจจะแยก "ระเบิด" ออกมาจาก "(ระเบิด)แก๊สน้ำตา" จงใจแจะแยก "ซีโฟร์" ออกมาจากสาร "อาร์ดีเอ็กซ์" ทั้ง ๆ ที่อาร์ดีเอ็กซ์ เป็นสารที่อยู่ใน Booster 7 กรัมของระเบิดแก๊สน้ำตา และเป็นส่วนประกอบกว่า 90 % ของ ซีโฟร์ ข่าวทั้ง ๆ ที่การตรวจสอบเสร็จตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2551 ก็เพราะ ผบ.ตร.สั่งให้แถลง

The Other

4. ระยะเวลาที่แถลงข่าวนี้ "บังเอิญอย่างร้ายกาจ" ที่ใกล้เคียงกับเวลาที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดกรณีนักการเมืองและตำรวจถูกกล่าวหาว่าจงใจฆ่าประชาชน ในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 และมีแนวโน้มสูงมากว่า ป.ป.ช. จะชี้ว่าตำรวจมีความผิด

5.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้พูดทางโทรศัพท์กับบางคน เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.พ. 2552 ในเชิงออกตัวว่า ไม่ได้จงใจจะให้ข่าวเพื่อเบี่ยงเบนผลการตัดสินจาก ป.ป.ช. ที่ใกล้จะออกมา - แต่เป็นเพราะตนเพิ่งรู้จริง ๆว่ามีผลการตรวจสอบอยู่ใน สนว.ตร. เมื่อรู้จึงบอกให้แถลง เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนควรรู้ และบอกว่าทีแรกตั้งใจจะต้องคณะกรรมการสอบสวนโดยเชิญแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เข้ามาร่วมด้วย แต่พอรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตั้งกรรมการอิสระขึ้นสอบสวน ทางตนก็เลยไม่ได้ตั้ง ยุติเรื่องตั้งแต่นั้น - ในการพูดโทรศัพท์ครั้งนี้ ผบ.ตร.ระบายว่า เชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ป.ป.ช. อาจจะชี้มูลว่าตำรวจทำผิด และสถานการณ์ขณะนี้ตำรวจส่วนใหญ่รู้สึกน้อยใจสังคม กรณีที่ตกเป็นจำเลยสังคม จึงปฏิบัติหน้าที่ไปวัน ๆ แบบแกน ๆ และอาจจะมีการเคลื่อนไหวต่อต้านคัดค้าน โดยมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในอดีตเป็นแกน อาทิ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค , พล.ต.อ.สุพาสน์ .... (ที่เพิ่งถูกดึงเข้ามา) ตนเองพยายามห้ามพยายามปรามไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน

6.มีข่าวลือว่ามีความพยายามจะขอร้องทาง ป.ป.ช.ให้ชะลอการชี้มูลความผิดในคดี 7 ต.ค. 2551 นี้ออกไป ข่าวลือที่ว่านี้อ้างว่าหนึ่งในผู้พยายามคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

อนุภาพซีโฟร์

จากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ.เปิดเผยถึงอานุภาพของแรงระเบิดซีโฟร์ขนาด 1 ปอนหรือครึ่งกิโลกรัม ว่าสามารถทำลายชีวิตคนในรัศมี 1-2 เมตร ถ้าระยะห่าง 8 เมตร สามารถทำลายปอดหรือแก้วหู ห่างออกไป 16 เมตรทำให้กระจกอาคารแตกได้ และถ้าห่าง 40 เมตรทำให้อาคารเสียหายได้
ในส่วนของระเบิดซีโฟ กับ ทีเอ็นที นั้นมีอานุภาพทำลายล้างใกล้คียงกัน แต่ซีโฟร์ จะมีอานุภาพมากกว่า

อะตอม

ขอแปะ(ความคิดเห็นไว้ในพันทิพที่เกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี)ก่อนเพราะไม่มีเวลาอ่าน มีเวลาแล้วจะมาอ่านและตอบตามประเด็นบทสนธนาครับ?

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7563067/P7563067.html#150

อะตอม

บังเอิญได้อ่าน ข้อความคุณ"The Other" ที่น่าสนใจคือประเด็นปปช. ต่อเรื่องนี้ เนื้อหาเรื่องนี้คือกระบวนการยุติธรรม แต่เราเอาปปช. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไปตอบโจทย์ปัญหา แบบเอาเคาน์เตอร์เพนไปสีแทนยาสีฟัน เพราะมองแบบมั่วๆว่าคนล่ะเรื่องเดียวกัน?

แน่นอน มันมีส่วนเกี่ยวโยงในความคล้ายกันแค่ลักษณะหลอด?แต่เราจะเอามาใช้ร่วมกันไม่ได้? หรือเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหาฟันผุไม่ได้? ถ้าแบบนั้นบ้านนี้เมืองนี้มั่วกันไปใหญ่แล้ว? เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องจริงๆคือกระบวนการยุติธรรม แต่เนื้อหาเคารพสิทธิไม่เคารพสิทธิ์แม้จะเกี่ยวข้องก็อีกเรื่อง ?

หรือทีหลัง? ที่หลังจากหน้าที่เจ้าภาพหลักตรงนี้ทำงาน หรือถ้าจะทำงานตัวเองแบบคู่ขนานตามบทบาทหน้าที่ก็ได้? แต่ไม่ใช่วิธีการเอาเคาน์เตอร์เพนไปสีแทนยาสีฟัน เอาแค่ความเหมือนแค่ลักษณะหลอดแบบนั้น ปปช. เหมือนกันงานของคุณไม่มีหน้าที่มาชี้ใครถูกผิดต่อกรณีแบบนี้ได้ในภาพรวมหรือเจ้าภาพหลักเพราะงานหลักคุณคือคู่กรณีกับรบ.ขณะนั้น แต่งานโจทย์นี้ เจ้าภาพหลักคือกระบวนการยุติธรรมในเรื่องที่เกินกว่ารบ.นั้น เป็นเรื่องคดีที่เกี่ยวโยงกับอะไรบ้างไม่ใช่รบ.ขณะนั้น

แม้คุณจะเป็นหนึ่งในนั้นแต่ยังเป็นซับเซ็ตของกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เจ้าภาพหลัก ?แต่ผมว่าเราใช้งานหรือเครื่องมือบริหารจัดการกับความต่างแบบมั่วๆ มันเลยออกมามั่วๆไม่ชัดเจนแบบนี้ ใครคือสาเหตุแห่งความมั่ว???