อุดมการณ์ประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ตามนัย ‘ประกาศคณะราษฎร’

ใน สถานการณ์แห่งการเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและกว้างขวางเป็นพิเศษนี้ สังคมไทยควรนำ “ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1” (ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2475) มาศึกษากันอย่างครบถ้วนกระบวนความ และอย่างเปิดเผยกว้างขวางเป็นสาธารณะ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของ “ประชาธิปไตย” และ “ความเป็นธรรม” ที่กำลังเรียกร้องกันอยู่ให้ชัดเจน เพื่อสร้าง “อุดมการณ์ร่วมกัน” ในการเดินหน้าต่อไป
 
 
ทำไมจึงจำเป็นต้องศึกษา “ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1” ?
 
คำตอบตรงไปตรงมา เพราะประกาศฉบับดังกล่าวคือ “สัญญาประชาคม” (social contract) แห่ง การเริ่มต้นสังคมประชาธิปไตยไทย เมื่อแรกเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475
 
สัญญาประชาคมดังกล่าวจึงเป็นเสมือน “รากฐาน” ของระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย หากประชาธิปไตยที่เราเรียกร้องไม่ได้ยึดโยงอยู่กับรากฐานดังกล่าว มันก็จะกลายเป็น“ประชาธิปไตยไร้ราก” ที่เป็นเพียงของเล่นซึ่งนำมากล่าวอ้างกันเพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเท่านั้นเอง
 
 
สาระสำคัญของประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 อาจสรุปได้ดังนี้[1]
 
1. เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
 
(1) “...กษัตริย์ ...ทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม…”
 
(2) “...รัฐบาล ของกษัตริย์มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน...ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร...”
 
(3) “…รัฐบาล ของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ (ขีดเส้นใต้เน้นโดยผู้เขียน) คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้ เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป...”
 
(4) “...ประเทศ เรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง...”
 
(5) “...บ้าน เมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย ... ควรเอาเงินที่พวกเจ้ากวาดรวบรวมไว้มาจัดบำรุงบ้านเมืองให้คนมีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย…”
 
(6) “...คณะ ราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมี สภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น ...จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร… (ขีดเส้นใต้เน้นโดยผู้เขียน) และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย...”
 
เหตุผล (ที่ผู้เขียนสรุปเป็นข้อๆ) 6 ข้อ ดังกล่าว คือ “ความไม่เป็นธรรม” (ในสายตาของคณะราษฎร และประชาชนที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง) ที่มีรากฐานมาจากโครงสร้างอำนาจตัดสินใจของคนเพียงคนเดียวซึ่งมีสถานะของ “กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย”
 
2. สัญญาประชาคม 6 ประการ : พันธสัญญาเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
 
(1) จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

(2) จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

(3) ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

(4) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)

(5) จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น

(6) จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

 
3. บทสรุปของประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1
 
“...ประเทศ จะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า”
 
 
อุดมการณ์ร่วมกันและก้าวต่อไป
 
“อุดมการณ์ร่วมกัน” ของสังคมไทยในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะต้องมี “ราก” มาจากเจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือ “ประชาธิปไตยที่ประมุขของประเทศอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร”
 
การปกป้อง “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จะต้องชัดเจนว่า “ชาติคือประชาชน” ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย “ศาสน์” และ “กษัตริย์” ดำรงอยู่ได้ด้วยศรัทธาและฉันทามติของประชาชนบนหลักการที่ว่า “สถาบันใดๆก็ตามจะอยู่ควบคู่ไปกับสังคมอย่างเหมาะสมกับสมัย ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้” (ส.ศิวรักษ์,ฟ้าเดียวกัน,ตุลาคม-ธันวาคม 2551,หน้า 22)
 
ก้าวต่อไปของสังคมไทยที่มี “อุดมการณ์ร่วมกัน” ดังกล่าว ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อล้ม “อำมาตยาธิปไตย” ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อล้ม “ทุนนิยมสามานย์” เพราะนั่นเป็นเพียง “ปีศาจ” ที่มีอิทธิฤทธิ์หลอกหลอนเราอยู่ได้โดยอาศัยการดูด “พลังหลับใหล” ไปจากเรา เพราะเราต่างสยบยอมต่ออำนาจของมันด้วยมัวแต่หลับใหลไม่นำพา “สัญญาประชาคม 6 ประการ” อันเป็นพันธสัญญาแรกเริ่มก่อร่างสร้าง “สังคมประชาธิปไตย” ที่ประชาชาติเจ้าของอำนาจที่แท้จริงจะต้องร่วมกันทำพันธสัญญานั้นให้เป็นจริงด้วยสมองและสองมือ
 
ไม่ใช่มัวรอการหยิบยื่นจาก “ฟากฟ้าสุราลัย” หรือจากชนชั้นนำอื่นๆที่ไม่รู้ค่าความหมายของ “สิทธิเสมอภาคกัน” ไม่เคยตระอย่างจริงใจในหน้าที่ที่ “จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ..” และ “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร”
 
แต่ก้าวต่อไปคือการ “ก้าวกลับเพื่อเดินทางต่อ” ก้าวกลับไปสู่จุดเริ่มต้น “อุดมการณ์ประชาธิปไตย” และ “สัญญาประชาคม” แล้วเดินทางต่อด้วยการร่วมกันสร้างพลังทางสังคมขับเคลื่อนการออกแบบ โครงสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสมอภาคอย่างแท้จริง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวัสดิการ มีเสรีภาพ มีศักดิ์ศรี และอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาที่เป็นธรรม
 
 
 
[1] อ่านฉบับเต็มที่เว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน http://www.midnightuniv.org/forum/index.php?PSPSESSID=d597def7ab4006...
 

Comments

The Other

"ประชาธิปไตยที่ดี" และ "ประชาธิปไตยที่เลว"
==============================

ประชาธิปไตย ก็แปลว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอธิปไตย หรือประชาชนนั่นแหละที่เป็นเจ้าของประเทศ

ประชาธิปไตยเองก็มีหลายระบบ ส่วนใหญ่ก็จะมีผู้เข้าไปใช้อำนาจนั้นแทนประชาชน ซึ่งประชาธิปไตยจะดี หรือเลว ก็อยู่ที่คนเหล่านี้เอง

ถ้าได้คนดีเข้าไปปกครองบ้านเมือง ประชาธิปไตยก็จะดี ถ้าได้คนเลว ประชาธิปไตยก็เลว

จะได้คนดีหรือเลวก็อยู่ที่ประชาชน ว่าจะตระหนัก และเข้าใจในสิ่งเหล่านี้แค่ไหน

ถ้า เลือกโจรเข้าไปปล้นเงินประชาชน แล้วก็เอาเงินเหล่านั้นกลับมาแจกประชาชน แล้วประกาศตัวเป็นนักบุญเป็นโรบินฮู้ด ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็คิดว่าได้คนดี ทั้งที่จริงก็ได้โจรเข้าไป
-----------------------------------------------------------------------------

ที่จริงเปรียบเทียบกับโรบินฮู้ดก็ไม่ถูก เพราะโรบินฮู้ด ดูจะยังเป็นประชาธิปไตยมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ทำเพื่อชาวบ้าน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง

************************************

แต่เดิมที่ผ่านมาสังคมไทยยกย่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย
โดยไม่แยกแยะอะไรมากไปกว่า "ประชาธิปไตย" เฉยๆ

ทั้งที่ประชาธิปไตยก็เหมือนเรื่องอื่นๆ

คือ มีทั้งแบบ "ดี" และ "เลว"

ทุกวันนี้ ดูเหมือนสังคมไทยเรายังไม่ได้นิยามถึง "ประชาธิปไตยที่ดี"
และ "ประชาธิปไตยที่เลว"

จึงไม่ได้ประเมินไปถึงสภาพการปกครอง
ของเราในปัจจุบันว่าเป็น "ประชาธิปไตยที่ดี" หรือไม่เพียงใด

การปกครองระบอบประชาธิปไตย คือการปกครองที่มีศูนย์กลาง
อยู่ที่ "ประชาชน"

เป็นที่มาของประโยคสำคัญที่ดูเหมือนท่องจำ
กันจนเป็นนกแก้วนกขุนทอง โดยไม่เคยพิจารณาความหมาย
ว่าประชาธิปไตยคือ...

"การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน"

ด้วยเหตุที่การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีศูนย์กลางอยู่ที่ "ประชาชน"
จุดอ่อนที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยจึงอยู่ที่ ประชาชน ด้วย

คุณภาพของประชาชนในประเทศเป็นอย่างไร คุณภาพประชาธิปไตย
ในประเทศก็จะเป็นอย่างนั้น

เพราะถึงที่สุดแล้วประชาชนทุกคนนี่เอง

คือผู้บริหารประเทศ ที่จะต้องบริหารประเทศเพื่อประชาชนทุกคน

The Other

มีข้อสงสัยว่า "ประชาธิปไตย" ในความคิดคนบางกลุ่ม
หมายถึงการบริหารประเทศ "โดยประชาชนทุกคนเพื่อประชาชนทุกคน"

หรือบริหาร "โดยประชาชนบางคน เพื่อประชาชนบางคน" กันแน่?
--------------------------------------------------------------------------

ซึ่งหากหมายถึง แบบหลัง เท่ากับคนบางกลุ่มที่ว่านั้นไม่ได้ต้องการ
บริหารประเทศในระบอบประชาธิปไตย

แต่เข้าใจผิด ไปเรียกระบอบการปกครองโดยประชาชนบางคนเพื่อประชาชนบางคน เอาเองว่า
เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย

หากการปกครองที่พวกเขาศรัทธาไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยจริงๆ
แล้วจะพูดกันไปถึง "ประชาธิปไตยที่ดี" ได้อย่างไร?

...

น่าสนใจว่าทุกวันนี้ประชาชนไทยเข้าใจ "ประชาธิปไตย" แค่ไหน

มีคุณภาพเพียงพอจะบริหารประเทศ ให้เป็น "ประชาธิปไตยที่ดี"
ได้จริงหรือไม่เพียงใด

ในเบื้องต้นคิดว่าเราควรนิยาม "Good Democracy" กันได้แล้ว
*************************************************************

บางกอก

ประกาศคณะราษฎรฉบับที่๑ ผู้ได้รับมอบหมายจากคณะให้ร่างประกาศคือ นายปรีดี พนมยงค์

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ก่อนตายสามปี นายปรีดีให้สัมภาษณ์มีใจความที่คัดมาจากวิถีพีเดียดังนี้

คำวิจารณ์ตัวเองของปรีดี
ปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์นิตยสาร เอเชียวีก ฉบับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ก่อนถึงอสัญกรรมไม่ถึง 3 ปี ไว้ดังนี้

"....ในปี ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468) เมื่อเราเริ่มจัดตั้งกลุ่มแกนของพรรคอภิวัฒน์ในปารีส ข้าพเจ้ามีอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น หนุ่มมาก หนุ่มทีเดียว ขาดความจัดเจน แม้ว่าข้าพเจ้าได้รับปริญญาแล้ว และได้คะแนนสูงสุด แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าทางทฤษฎี ข้าพเจ้าไม่มีความจัดเจน และโดยปราศจากความจัดเจน บางครั้งข้าพเจ้าประยุกต์ทฤษฎีอย่างนักตำรา ข้าพเจ้าไม่ได้นำความเป็นจริงในประเทศของข้าพเจ้ามาคำนึงด้วย ข้าพเจ้าติดต่อกับประชาชนไม่พอ ความรู้ทั้งหมดของข้าพเจ้าเป็นความรู้ตามหนังสือ ข้าพเจ้าไม่ได้เอาสาระสำคัญของมนุษย์มาคำนึงด้วยให้มากเท่าที่ข้าพเจ้าควรจะมี... ในปี ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทำการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน... และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น (พ.ศ. 2489 - 90) ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ”

ที่น่าสนใจอย่างมากคือ นายปรีดีอธิบายความหมายของความไม่จัดเจนไว้เองชัดเจนดีแล้ว

ดังนั้นโปรดเสพประกาศคณะราษฎรฉบับที่๑ ด้วยอนุสติว่าผู้เขียน ยอมรับว่าเขียนในขณะที่ยังไม่จัดเจนนะครับ....

The Other

เรายึดถือแนวคิดแบบตะวันตกมากเกินไป คนไทยยังไม่มีความพร้อม (แม้จะมีพัฒนาการมาแล้วถึง 75 ปี มีการเลือกตั้งมาแล้ว 22 ครั้ง )

ปัญหาหลัก คือ การมีประชาธิปไตยมากเกินไป ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) จึงต้องลดอำนาจของประชาชนลง เช่น การให้ประชาชนเลือกตั้งวุฒิสภาเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งแต่งตั้งโดยกลุ่มบุคคลที่มีคุณธรรมและความรู้

ส่วนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากๆ (เพราะการซื้อเสียง) แต่ขาดคุณธรรมในการปกครอง ก็ถือว่าเป็นผู้บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย

การเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎรและพรรคการเมือง เป็นแก่นสารของระบอบประชาธิปไตย เพราะทุกส่วนนั้น เป็นการกลั่นกรองอำนาจของประชาชนทุกคนในประเทศมาปกครองประเทศ

แต่นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ชักจูงให้เราเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นส่วนปลีกย่อย ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมมากกว่านั้น จะต้องเดินขบวนขับไล่รัฐบาลเป็นเดือนๆได้

กลายเป็นว่าการเลือกตั้งไม่มีความหมายเพราะมีการซื้อเสียง และ เมื่อประชาชนเลือกผิดพลาด คือเลือกคนไม่ดีเข้ามามีอำนาจ จึงต้องลดความสำคัญของการเลือกตั้งลงไปอีก

ประชาธิปไตยต้องไม่ใช่การหย่อนบัตรเลือกตั้ง ? นาที แต่จะต้องมีส่วนร่วมมากกว่านั้น

ผมไม่เห็นด้วยกับการพูดว่า ประชาชนเดินไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ได้ศึกษานโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เขาไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงญาติมิตร เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเขาไม่ได้พยายามทำความรู้จักผู้สมัครผู้แทนฯว่า ใครเป็นคนดี คนไม่ดี

ตรงกันข้าม ประชาชนส่วนใหญ่ต้องตื่นตัว และจริงจังกับการเลือกตั้งมากขึ้นด้วยซ้ำ

เพราะนักการเมืองไทยไม่มีคุณภาพ เพราะชาวบ้านเลือกคนไม่มีคุณภาพ หรือเพราะว่า เราต้องมีความยืดหยุ่นไม่ยึดติดกับประชาธิปไตยมากจนเกินไป

อะไร ก็ตามแต่ "ประชาธิปไตย " ไม่ว่า เจ้าลัทธิคนไหน จะเป็นคนต้นคิด นิยาม มันไม่ควรเป็นไปเพียงคนใดคนหนึ่ง หรือ ไม่ใช่ พาราเซตามอล ที่จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

ประชาธิปไตย ห้อยแขวน ป้องกันภูติ-ผี ไม่ได้ นักเลือกตั้ง ก็ อาศัย คำๆ นี้ หากิน จนอ้วนพี จากรุ่น-สู่รุ่น ไม่แปรเปลี่ยน

ประชาธิปไตย ไม่ควรเป็นแค่ คำๆ หนึ่ง ที่ใช้ท่องจำ แต่ ควรจะหาความหมาย ของเหตุและผล ตามความเป็นจริงของโลก

ก่อนที่เรา จะไม่เข้าใจอะไรเลย ต้องเป็นเหยื่อให้ "นายหน้าค้าความ" ปลุกปั่น เพื่อประโยชน์ส่วนตน เรื่อยไป

g

ที่ท่านปรีดี บอกว่ายังไม่จัดเจน เพราะท่านไว้ใจคนผิดและไม่เป็นนายกเสียเอง คิดว่าพรรคพวกเป็นประเภท d1
ที่คิดว่าเหมาะสมเพราะอาวุโสกว่าแต่แนวคิดกลายเป้นพวกศักดินา อำนาจจึงตกไปอยู่ในมี สภาที่มีศักดินากุมบังเหียน นี่คือสิ่งที่ท่านหมายถึง
กรุณาอย่าตัดประเด็น มาโจมตีท่าน ปรีดี

ถ้า คุรได้อ่าน คำตอบโต้ คนเมือง คนกรุงเทพของ โจ๊ก โซคูลแล้ว จะเข้าใจรากหญ้า
ถูกมองว่า เป็นคนบ้านนอก โง่เต่าตุ่น แต่ไม่ใช่ เขามีจิตสำนึก มีความคิด และเพื่อนเขา 70 กว่าจังหวัด มองคนกรุงเพเป้น บ้านนอกต่างงหาก เพราะกรุงเทพนไม่ใช่บ้านเกิดของเขา

dr.Dao

please click to the whole statement
http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=11&s_id=19&d_id=19

ธรรมศักดิ์

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตกาลเมื่อ ๗๕ ปี มาแล้ว กับปัจจุบันการณ์เหตุผลของสังคมชั้นสูงหรืออำมาตย์จะไม่พัฒนาความคิดที่ว่า ไพร่ยังโง่และไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตย

วิวาทะนี้คือต้นตอของปัยหาของอำนาจของสังคมไทยหรือไม่

dr.Dao

In British Queen+ her royal family has to pay tax.

คนเมือง

โชคดีที่เกิดในยุคสมัยนี้ ข่าวสารมีมากให้เสพ
เบื่อที่ยังอยู่ในวังวนเดิมของเรื่องเมื่อครั้ง อดัม อีวา
รัก โกรธ โลภ หลง อ้อแถม หลอก
เสียดายที่ตอนนี้ "คิด"ว่าตัวเอง "ผิด"ไม่เป็น

อิสระ

ถ้าไม่มีท่่านปรีดี ประเทศวันนี้ก็แย่ยิ่งกว่าพม่าแล้วครับ

Freeman

บทความนี้ดี น่าสนใจ แต่ขอไปทำงานก่อน
แต่อย่างไรก็ตามอยากเขียน The Other นิดนึง (คิดถึงนะ) ว่า เจตจำนงค์ของประชาชนนั้นส่วนใหญ่จะถูก ผิดพลาดอาจมีบ้าง แต่ ก็จะกลับมาสู่ความถูกต้องเสมอ

ขอมอบให้เยาวชน หนุ่ม สาว ชาวเสื้อสีแดงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

มันเป็นบาปสำหรับการรับรู้
ถ้าหากเธอยังอยู่กับความหลง

ก้าวไปกับความอ่อนไหวไม่มั่นคง
และพะวงว่าที่นี่จะมีภัย

ทางข้างหน้าหนทางจะว่างเปล่า
แดดจะเผาผิวผ่องเธอหมองไหม้

ที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ
ถ้าอ่อนแอจะก้าวไปอย่างไรกัน

เธอลองมองออกไปให้รอบข้าง
มองผ่านสิ่งต่างต่างซึ่งขวางกั้น

ในที่ไกลแสนไกลออกไปนั้น
ศึกษามันให้เห็นความเป็นจริง

แบกภาระท่ามกลางทางสายนี้
เป็นหน้าที่ซึ่งภูมิใจได้อย่างยิ่ง

ควรทำมันให้ตลอดหรือทอดทิ้ง
เลือกแต่สิ่งง่ายง่ายใกล้ใกล้ตัว

ความอ่อนไหวในอารมณ์ข่มให้นิ่ง
ใช้สมองตรองทุกสิ่งให้ถ้วนทั่ว

วางระแวงหวั่นหวาดความขลาดกลัว
ซึ่งเป็นรั้วรอบรายเธอไว้นั้น

เธอจะยืนได้มั่นคงเดินตรงเส้น
และดีเด่นด้วยงานการสร้างสรรค์

เป็นผู้ตาม, เป็นผู้นำ คนสำคัญ
สมกับที่เรามุ่งมั่นมานานนับ

จากที่นี่คือคืนวันการเริ่มต้น
เราทุกคนเป็นเปลวไฟที่ใกล้ดับ

แต่ก่อนแสงสุดท้ายจะหายลับ
เราต้องการไฟสำหรับการดับไฟ

: กรวิก

Chaem

Comment 8 dr.Dao

Hey, guy

" What the matter with you? "

ประชาไทขอความร่วมมือ
หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด
กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา
และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คน

คิดเป็นแค่นี้หรอ คุดคุ้ยเรื่องเก่ามาพร่ำเพ้อ คิดเรื่องอนาคตซิว่ะ ว่าทำอย่าไรถึงจะทำให้ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และทำอย่างไรมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนในชาติจะดีขึ้น จะได้เรียกตนเองว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว มิใช่ กำลังพัฒนา หรือ ด้อยพัฒนา

บางกอก

ตอบคห.๕ ที่คุณว่ามานั้นเป็นความเห็นของคุณว่านายปรีดีคิดอย่างไร ต่างกันกับที่ผมโพสท์นั้นคิอที่.....นายปรีดีเขียนประกาศคณะราษฎรไว้ตอนอายุ๓๒ปี และต่อมาอีก๕๒ปีต่อมา ตัวนายปรีดีได้วิจารณ์ตัวเองไว้อย่างไร ที่คุณมีความคิดเห็นของคุณมันเรื่องหนึ่ง มันไม่อาจเอาไปหักล้างความคิดความเห็นของเจ้าตัวเขาเองได้ครับ...หรือเห็นว่าตัวคุณเองนั้นสำคัญกว่าปรีดี

ความเห็นตัวส่วนตัวผมเองนั้น ผมว่าแม้ในปี๒๔๘๙-๒๔๙๐ก่อนส่วนเสียอำนาจแกก็ยังไม่จัดเจนอยู่ดีครับ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่๒นั้นแกมีอำนาจการเมืองอยู่ในมือพร้อมกลุ่มติดอาวุธสนับสนุน(เสรีไทย) เรียกได้ว่าพร้อมกว่าตอน๒๔๗๕ที่ต้องอาศัยกำลังทหารจากสายทหารในคณะราษฏรเสียอีก แต่ความไม่จัดเจนการเมืองระหว่างประเทศในยุคแอนตี้คอมมูนิสต์หลังสงครามโลกครั้งที่๒ทำให้ชาติมหาอำนาจที่ชนะสงครามตัดแกออกจากผู้นำที่จะสนับสนุน แกก็เลยปิ๋วไปจากการเมืองไทย แกทำท่าจัดเจนขึ้นตอนย้ายจากปักกิ่งไปปารีสวางตัวไว้แบบว่าถ้าสายเวียตนามโซเวียตยึดครองอินโดจีนรวมทั้งไทยด้วยได้เบ็ดเสร็จ ถ้าแกไม่ตายไปก่อนก็คงมีเฮกันในหมู่สานุศัษย์ แต่พอดีหมดอายุขัยไปก่อน และจีนก็ไม่ยอมให้โซเวียตและญวนได้ประโยชน์มากกว่านั้นเร็วกว่านั้น แกก็เลยแห้วไป...ผลงานของปรีดีที่เป็นคุณต่อประเทศไทยนั้นล้วนเป็นงานช่วง๒๔๗๘ถึง๒๔๘๙ ซึ่งแกเป็นผู้ร่วมรัฐบาลที่สร้างหลายสิ่งหลายอย่างมากที่เป็นคุณกับประเทศและประชาชน ไม่ใช่ก่อนนั้นหรือหลังจากนั้น....

ว ณ ปากนัง

*ประชาธิปไตยที่ไม่ดี ไม่มีแน่
ขอเพียงแต่ เป็นของแท้ แผ่ไพศาล
ไม่อยู่ใต้ ระบอบ ราชการ
ที่คอยผลาญ ประชาธิปไตย

*ประชาธิปไตยแบบ “คนดี” ที่เทพอุ้ม
เทพควบคุม เอาไว้ ไม่ผ่องใส
เป็นของเทียม ไม่แท้ แผ่พิษภัย
เป็นอภิชนาธิปไตย ใฝ่เลือกทาง

*อันระบอบ เส้นสาย นั้นร้ายแรง
ก่อกำแพง ขวางกั้น ชนชั้นล่าง
สิทธิ์พิเศษ อภิชน ล้นทุกทาง
ราษฎร อ้างว้าง สุดวังเวง

*มาวันนี้ จึงต้องรวม กันต่อสู้
ไม่ใช่อยู่ อย่างทาสไพร่ ให้ข่มเหง
รักษ์ประชาธิปไตย ไม่กลัวเกรง
ราษฎรกันเอง จักสู้ตาย

อนุรักษ์นิยมจงล่มสลาย

...บทความที่ดี ตอกย้ำกระเเทกพวกสำนึกไพร่ทาสได้ดี หาบทความและข้อมูลแบบนี้ลงบ่อยๆๆ นะประชาไท....พวกสำนึกล้าหลังมันจะตอบโต้บ้างไม่เปงไรเพราะเราประชาธิปไตยอยู่แล้วมันจะถกเถียงเพื่อเทวดา สมองอันอยากกลับไปเป็นไพร่เปนทาสช่างมัน...
......สู้ๆๆๆๆ.....ล้มอำมาตย์ประชาชน คนยากไร้ ชาวไร่ชาวนา กรรมกร ปัญญาชนก้าวหน้ามาแล้ว ตีนตบสยบอำมาตย์สู้ๆๆๆ....พวกมันใกล้ตายทั้งขบวนแล้ว...ใครขวางประชาชนมันต้องพังทลายในไม่ช้า...ปาคคอมัน...555ด้วยตีนตบ

ปัญญา รุ่งทอง

การอภิวัฒน์ 24 มิถุนา 2475
คือ บทเรียนอันยิ่งใหญ่ ที่ฝ่าย "นักประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้า"
ต้อง เก็บรับและสรุป บทเรียน

ต้องตระหนัก "บทเรียน" ที่ อ.ปรีดี ฯ ถูกกระทำ จากฝ่าย อำมาตย์
ถ้าคิดจะทำการใหญ่ โปรดอย่าได้ "เมตตา กรุณา" ศัตรู เป็นอันขาด
ตีงู ต้องตีให้ตาย !!! ถ้าตีแต่เพียง "หลังหัก" งูก็จะ แว้งกัด ทีหลัง

ความมี "เมตตา กรุณา" เป็นสิ่งที่ดี
ที่ควรมีต่อกันระหว่าง "มิตรสหาย" แต่ มิใช่กับ "ศัตรู"

พี่น้องเสื้อแดง ควรศึกษาบทเรียน(ความจัดเจน)
ของ อ.ปรีดี ไว้บ้างก็ดีนะครับ บวกกับ ความจัดเจน(บทเรียน)
ของพี่น้องเสื้อแดง ที่ประสบด้วยตนเอง เมื่อ 13 เมษ. 52
ว่าอย่า เมตตา-กรุณา อำมาตย์ เด็ดขาด

5241

เจ้าทำนาบนหลังคน

loy

บุญท่านมีมากแล้วที่ได้เกิดเป็นคนไทย ภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้า

Freeman

มรดกที่คณะราษฏร์ได้มอบให้แก่ราษฏรไทย ดังที่ได้ปรากฏดัง "หมุดประชาธิปไตย" บริเวณพระบมรูปทรงม้า

ที่ "หมุดประชาธิปไตย" นั้น มีข้อความจารึกไว้ว่า
:“ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”

คณะราษฏร์ ได้เป็นผู้ประกาศให้ราษฏรไทยทั้งหลายได้ทราบว่า "อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย" ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

การปกครองอยู่ที่กฏหมายสูงสุด คือ รัฐธรรมนูญ ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมายรัฐธรรมนูญไปได้

ถึงแม้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับแรกของคณะราษฏร์จะถูกทำลายไป แต่ เมล็ดพันธ์แห่งประชาธิปไตยก็ได้แผ่กระจายไปทั่วประเทศไทย

ถึงแม้ว่า ต้นไม้แห่งประชาธิปไตย จะถูกทำร้ายทำลาย มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ใหม่เสมอ ดังเช่น รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้สถาปนาขึ้นมาจากประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย และ ถึงแม้ว่า เหล่าบรรดา มารร้าย อำมาตย์ ศักดินา ขุนศึกเผด็จการ ทุนสามานย์บางกลุ่มเช่น กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ทุนแห่งธุรกิจสุราน้ำมเมา หรือ กลุ่มเศรษฐีนักธุรกิจเชลยที่ต้องตกเป็นทาสเช่าที่ดินบางกลุ่ม และ พรรคการเมืองชั่วช้าเลวทรามที่ยังมีชีวิตอยู่ตั้งแต่สมัยสถาปนาเริ่มแรก จะได้สุมหัวกัน ทำร้าย และ ทำลายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นผู้เสนอเจตจำนงค์ ในการสร้างรัฐบาลของเขา

เมล็ดพันธ์แห่งประชาธิปไตยก็จะค่อยๆ หยั่งรากลึกลงไปในแผ่นดิน แตกใบออกกิ่งขึ้นมาต่อสู้กับเหล่าอำมาตยาธิปไตยและพรรคการเมืองสารเลวได้เสมอ

Freeman

ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับแรก จะได้ถูกทำลายลงไป แต่เมล็ดพันธ

สัญญาประชาคม 6 ประการ : พันธสัญญาเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

(1) จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

(2) จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

(3) ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

(4) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)

(5) จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น

(6) จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ดงดิบ

ก็ว่ากันไป...

นางทาส

อยากรู้ว่าThe Other เป็นใครกันแน่

Freeman

มรดกที่คณะราษฏร์ได้มอบให้แก่ราษฏรไทย ดังที่ได้ปรากฏดัง "หมุดประชาธิปไตย" บริเวณพระบมรูปทรงม้า

ที่ "หมุดประชาธิปไตย" นั้น มีข้อความจารึกไว้ว่า

:“ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”

คณะราษฏร์ ได้เป็นผู้มอบ "มรดก"ให้ราษฏรไทยทั้งหลาย
"อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย" ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การปกครองอยู่ที่กฏหมายมากกว่าตัวบุคคล
:รัฐธรรมนูญ คือ กฏหมายสูงสุด ไม่มี "ใคร" อยู่เหนือกฏหมายรัฐธรรมนูญไปได้

ถึงแม้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับแรกของคณะราษฏร์จะถูกทำลายไป แต่ "เมล็ดพันธ์แห่งประชาธิปไตย" ก็ได้แผ่กระจายไปทั่วประเทศไทย และ ได้หยั่งลึกลงไปในจิตวิญญาณของประชาชนคนไทยแล้ว

ถึงแม้ว่า "ต้นไม้แห่งประชาธิปไตย" ที่ได้ประกาศไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในกฏหมาย รัฐธรรมนูญ จะถูกทำร้ายทำลาย มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ใหม่เสมอ

ดังเช่น รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้สถาปนาขึ้นมาจากประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย และ ถึงแม้ว่า เหล่าบรรดา มารร้าย อำมาตย์ ศักดินา ขุนศึกเผด็จการ ทุนสามานย์บางกลุ่มเช่น กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ทุนแห่งธุรกิจสุราน้ำมเมา หรือ กลุ่มเศรษฐีนักธุรกิจเชลยที่ต้องตกเป็นทาสเช่าที่ดินบางกลุ่ม และ พรรคการเมืองชั่วช้าเลวทรามที่ยังมีชีวิตอยู่ตั้งแต่สมัยสถาปนาเริ่มแรก จะได้สุมหัวกัน ทำร้าย และ ทำลายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นผู้เสนอเจตจำนงค์ ในการสร้างรัฐบาลของเขา

เมล็ดพันธ์แห่งประชาธิปไตยก็จะค่อยๆ หยั่งรากลึกลงไปในแผ่นดิน แตกใบออกกิ่งขึ้นมาต่อสู้กับเหล่าอำมาตยาธิปไตยและพรรคการเมืองสารเลวได้เสมอ

เมล็ดพันธุ์แห่งประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ แห่ง มวลมนุษยชาติ

Freeman

Freeman

มรดกที่ คณะราษฏร์ ได้มอบให้กับราษฏรไทย

ที่ประชาชนคนไทยจะต้องช่วยกันปกปักรักษาไว้ และ ให้มีความเจริญเติบโต หยั่งลงไปยึดแน่นในชีวิตจิตใจของประชาชนคนไทย และ ในแผ่นดินไทย

สัญญาประชาคม 6 ประการ : พันธสัญญาเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

(1) จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

(2) จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

(3) ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

(4) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)

(5) จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น

(6) จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

-------------------------------------------------
ในยุคปัจจุบันนี้ ประเทศไทย มีรัฐบาลที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรม รัฐบาลชุดนี้ รัฐบาบเผด็จการทรรราชมือเปื้อนเลือด ไม่ได้ถูกต้องขึ้นมาจาก เจตจำนงค์ของประชาชน แต่ ถูกต้องขึ้นมาด้วย เลห์กลของ เหล่า "บรรดาขุนศึก" ที่มีขุนนางอำมาตย์ศักดินา พวกอภิชนาธิปไตย หรือ อำมาตย์เกย์เฒ่าเจ้าเลห์บ้าง เหล่ามารร้าย พ่อมดชั่วผู้สร้างแหวนแห่งอำนาจ คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เกิดขึ้นมาภายใต้ "กฏอัยการศึก" ทหาร คมช ครองเมือง

คณะราษฏร์ ถูกเหล่า อำมาตยาธิปไตยเหล่านี้ หักหลัง โดยความร่วมมือของพรรคการเมืองเก่าแก่ บูด ขึ้นรา ทำลาย จนเหล่าบรรดาคณะราษฏร์ต้องหลบลี้หนีภัยไปยัง ต่างประเทศ ก็มาก ด้วยข้อกล่าวหาที่สุดแสนจะทุเรศ เช่น ท่านปรีดี ถูกเชื่อมโยงกับคดีลอบปลง........ และ แนวคิดเค้าโครงร่างเศรษฐกิจ เป็น คอมมิวนิสต์ บ้าง

และ ในยุคปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ถูกทำลาย โดยเหล่า คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ บรรดาพวกที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลัง ยังไม่พอ รัฐบาลที่ถูกเลือกขึ้นมาโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่เป็นผู้แสดงเจตจำนงค์ที่จะให้ท่านทักษิณ เป็นนายกฯ ก็ถูกทำลาย ด้วยข้อหาต่างๆมากมาย เช่น ทำให้ราษฏรมีหลักประกันสุขภาพด้วยบัตรทองบ้าง ทำให้นักเรียนนักศึกษามีเงินทุนการศึกษาจากหวยใต้บินบ้าง ทำให้ราษฏรมีรายได้นอกฤดูการเกษตรด้วย OTOP

ว ณ ปากนัง

*สืบทอด เจตนา คณะราษฎร
เมื่อครั้งตอน อภิวัฒน์ ครั้งยิ่งใหญ่
เปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทย
สู่ประชาธิปไตย ประชาชน

*ไม่มีใคร เหนือกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
ใครเทิดทูน รัฐประหาร ต้องผลาญป่น
อย่าให้พวก เหนือกฎหมาย ทำลายคน
เหมือนชิงปล้น ต้องประหาร ผลาญชีวัน

*ชาติคือประชาชนคนในชาติ
ร่วมบทบาท เป็นเจ้าของ ครองสุขสันต์
อธิปไตย ของปวงชน ผลอนันต์
ร่วมสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า พาชาติเดิน

*ความเท่าเทียม ยุติธรรม ดำรงมั่น
ไม่แบ่งชั้น ปันชน คนสรรเสริญ
การศึกษา นำพา ความเจริญ
กล้าเผชิญ ความจริง ไม่นิ่งงัน

*สิ่งที่คิด จะเป็นจริง หรือสิ่งคิด
ต้องร่วมจิต ร่วมใจ ใฝ่สร้างสรรค์
รู้กระจ่าง ทางที่ไป ไว้ร่วมกัน
ต้องยึดมั่น อุดมการณ์ ประชาธิปไตย

Freeman

ต่อ

ในยุคปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ถูกทำลาย โดยเหล่า คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ บรรดาอำมาตย์และขุนนางเฒ่าเจ้าเลห์

พวกคมช. ได้ฉีกทำลาย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 ทิ้งแล้ว สถาปนา รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่เกิดขึ้นมาในภาวะที่ประเทศอยู่ภายใต้ "กฏอัยการศึก"

ยังไม่พอ พวก คมช. และ พันธมิตรของมัน ยัง "ล้ม" รัฐบาลที่ถูกเลือกขึ้นมาโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่เป็นผู้แสดงเจตจำนงค์เลือกเข้ามา

และ ยังกล่าวหาท่านทักษิณ เช่นเดียวกับ ท่านปรีดี พนมยงค์

ท่านนายกฯทักษิณ ถูกทำลาย ด้วยข้อหาต่างๆมากมาย เช่น

1.ทำให้ราษฏรมีหลักประกันสุขภาพด้วยบัตรทองบ้าง
2.ทำให้นักเรียนนักศึกษามีเงินทุนการศึกษาจากหวยใต้ดินบ้าง
3.ทำให้ราษฏรมีรายได้นอกฤดูการเกษตรด้วย การให้เกษตรและประชาชนประกอบวิสาหกิจ ชุมชน หรือ OTOP บ้าง

และ ที่สุดยอดแห่งข้อกล่าวหาทั้งมวล คือ ข้อหา "ไม่จงรักภักดี"
ท่านอาจกล่าวหานักเรียนนายร้อยด้วยข้อหาอะไรก็ได้
เช่น
พวกนี้ เก่ง เพราะเรียนจบนายร้อยก็ได้วุฒิ วทบ
พวกนี้ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกล้าหาญกว่าชายไทยปกติหลายเท่า
พวกนี้ มักจะมี หญิงสาวสวย มาสมัครเป็นแฟนเสมอ
หรือ อื่นๆอีกมากมาย
(มีอารมณ์ขันหน่อย 5555)

แต่ ท่านจะกล่าวหาว่า ไม่มีความจงรักภักดีไม่ได้ ด้วยการปฏิญานวันไม่รู้กี่รอบ
(ผมไม่เคยเรียนที่นี้หรอก เพราะสอบเข้าไม่ได้ความสามารถไม่เพียงพอ)

ดังนั้น ใครก็ตาม ถ้าหากอยู่ใกล้ๆผมแล้วกล่าวหาว่า ท่านนายกฯ ไม่มีความจงรักภักดี ผมก็จะเอาร้องเท้ายัดปากคนนั้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น ใคร (หรือ คุณ The Other ก็ตาม) แต่ถ้าคุณไม่ได้กล่าวหา ผมก็จะซื้อนมตราหมี ให้คุณ 1 กระป๋อง แทนความรัก

เฮ้อ อ่านความเห็นที่ 17 โดย ปัญญา รุ่งทอง แห่ง 127.0.0.1 61.19.65.140

ผมเลยไม่เขียนต่อ เพราะเห็นด้วยกับความเห็นนี้
เพราะท่านปรีดี เป็น คน "ใจอ่อน" สุดท้ายมาท่านก็ต้อง "อ่อนใจ"

ขอให้ท่านที่อ่านกลับไปอ่านความเห็นที่ 17 อีกครั้ง Again Please

-----------------------------------------------------------------
สุดท้ายของ Comment นี้

หยุดทำร้ายประเทศไทย ด้วยการ ออกไปขับไล่ รัฐบาลโจร รัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลอำมหิต รัฐบาลทรราชฆ่าประชาชน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดรัฐบาลโจรปัญญาอ่อน ที่จะไปสร้าง "หนี้" ให้กับประชาชน

Freeman

จอน สจ๊วต มิลล์ กล่าวว่า

"... ข้าพเจ้าเชื่อว่า อิทธิพลของเหตุผลมีอยู่เหนือความคิดของมนุษยชาติ และ การปกครองจะเป็นไปได้ด้วยดีและเป็นคุณประโยชน์แก่ราษฏร ถ้าบุคคลทุกคนภายในรัฐได้รับการศึกษา มีเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ ได้มีโอกาสใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตัวแทนของตนเข้าไปในสภา เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมติมหาชน

--- ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า ถ้าสถานิติบัญญัติไม่ได้เป็นตัวแทนของชนชั้นหนึ่งชั้นใดแล้ว ก็จะยังประโยชน์ให้กับส่วนรวม และ จะกระทำการทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ทั้งนี้ ก็เป็นผลเนื่องมาจากประชาชนมีความเฉลียวฉลาดในการเลือกคนดีเข้าไปปฏิบัติงาน ซึ่งอาจไว้วางใจได้อย่างเต็มที่

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้.... เห็นว่า

ระบอบอภิชนาธิปไตย (Aristocracy) ซึ่งปกครองโดย อภิชน กลุ่มเดียว เป็นระบอบการปกครองที่ไม่พึงปรารถนา

ท่านได้แสดงให้เห็นตลอดมาว่า ท่านมีความศรัทธาอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย และ สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นสาระอันสำคัญที่สุด ในปรัชญาการเมืองของท่าน"

Freeman: มีความเห็นด้วยกับข้อความนี้

-----------------------------------------------------------------------
ขอมอบกำลังใจให้กับประชาชนผู้ที่มีหัวใจสีแดงทุกๆท่านนะครับ

ไม้หนึ่ง

คือ "หมุดประชาธิปไตย" ที่มีข้อความจารึกไว้ว่า

:“ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”

และ สัญญาประชาคม 6 ประการ : พันธสัญญาเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

ส่งไม้ให้ไม้หนึ่ง
ก่อนไปถึงไม้ต่อไป
ลายลู่วิ่งสู่ชัย
ต้องชี้ชัดวิ่งผลัดชิง

ไม้หนึ่งต้องไตร่ตรอง
ความถูกต้องความสัจจริง
ก่อนตัดสินใจวิ่ง
กีฬานี้เพื่อสีใด

สวมเสื้อลงทีมสี
ย่อมต้องมีซึ่งจิตใจ
ลำบากยากอย่างไร
ต้องมองเห็นประเด็นดี

เพราะรู้คู่แข่งขัน
นั้นสำคัญทั้งมากมี
เชิงชั้นยุทธ์วิธี
กรำศึกนี้มาเนิ่นนาน

ส่งไม้ให้ไม้หนึ่ง
คนใจถึงกระทำการ
ต่อสู้กับหมู่มาร
มอบคนรอไม้ต่อไป

ไม้หนึ่งแล้วไม้สอง
ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
ผลัดวิ่งเข้าชิงชัย
ไม้สามสี่ไม่มียอม.

:วิสา คัญทัพ

ด้วยความรัก จาก Freeman

ว ณ ปากนัง

*ประชาธิปไตยแบบทักษิณไม่กินชาติ
ความสามารถเลิศล้ำนำวิถี
รู้คิดใหม่ทำใหม่ใฝ่ความดี
เป็นเสรีประชาธิปไตย

*ชนรากหญ้าได้เรียนรู้ความสำคัญ
รู้เลือกสรรประชาธิปไตยที่กินได้
รู้เลือกพรรคเลือกนโยบายที่ต้องใจ
รู้ส่วนเสียส่วนได้ใฝ่เท่าเทียม

*การซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพียงข้ออ้าง
ของคนที่ฝันค้างทางโหดเหี้ยม
กระบวนการล้มล้างทางจัดเตรียม
สร้างของเทียมแทนประชาธิปไตย

DDT

อำมาตย์ ศักดินา กัยระบบอุปถัมภ์ แม้ผ่านพ้นมาแล้วกว่า 70 ปี ก็ยังทำนาบนหลังราษฏร งานการที่ทำ ไม่เห็นมี เพราะมีแต่งานที่ไม่ใช่หน้าที่ ที่พวกมันทำ
ก่อนทำการรัฐประหาร 19/09/49 การเงิน การคลังของประเทศ อยู่ในสภาพ คล่อง รัฐบาลสามารถ ทำงบประมาณแผ่นดิน แบบสมบูรณ์ได้เป็น ครั้งแรกตั้งแต่มีประเทศไทย ถึง 2 ปีซ้อน
ประเทศไทย มีความมั่นคง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากนาๆประเทศทั่วโลก เพราะผลจากการดำเนินนโยบาย ที่เป็นคุณแก่ประชาชนประเทศชาติเป็นส่วนรวม มองเห็นเด่นชัด สามารถจับต้องได้ ทั้งในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ หรือแม้แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ตลอดจนองค์การสากลระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอาเซี่ยน ,กลุ่มยุโรป กลุ่มอเมริกา หรือแม้แต่กลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากนโยบายที่แหลมคม ความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละของ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ ซึ่งประชาส่วนใหญ่ มีความฉลาด จากสายตาที่แหลมคม เลือกเข้ามาทั้งสิ้น
ประชาชน กินดีอยู่ดี เพราะราคาพืชผลการเกษตร ที่สูงอย่างน่าพอใจ การค้าระหว่างประเทศ มีการส่งออก ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประเทศมีการใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าและประหยัด พร้อมๆไปกับการลงทุนด้วย ข้อมูล , เทคโนโลยี และหลักวิชาการ เพียบพร้อมรอบด้าน ยังผลให้ ใช้เวลาแค่ 2 ปี ใช้หนี้ประเทศก้อนมหึมา ได้เป็นผลสำเร็จ
ประชาชน มีหลักประกันในชีวิต และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ดีขึ้น อย่างถ้วนหน้า ปัญหาต่างๆของประชาชน ได้รับการแก้ไข เอาใจใส่ การศึกษาเล่าเรียน ของประชาชน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทักษิณ อย่างเอาจริงเอาจัง (แต่ไม่ได้เอางบประมาณมาผลาญเล่น)ประเทศมีเงินเหลือในการพัฒนาอย่างสะบายๆ
จู่ๆ ขุนศึกศักดินาและอำมาตย์ อุปถัมภ์ ก็ก่อการกบฏยึด ทำลาย รัฐบาลของประชาชนลงจนสิ้น เมื่อ 19/09/49 และอีก 2 รัฐบาลต่อมา สถานะการณ์ของประเทศ พลิกกลับไปจากหน้ามือเป็นหลังตีน ประเทศกลับยากจนลง กลายเป็ยขอทาน เที่ยวหากู้เงินต่างประเทศไปทั่วโลก ภาษีอากร ถูกเรียกเก็บแบบมหาโหดกับการขึ้นอัตราภาษีอย่างบ้าคลั่ง ราคาน้ำมัน ขึ้นแล้วขึ้นอีก อย่างไม่มีเหตุผลต้องอธิบาย ประชาชนเดือดร้อนทุกข์ยาก ราคาพืชผลตกต่ำ ตกงาน แต่ในขณะเดียวกัน ค่าครองชีพกลับถีบตัวสวนทาง สูงขึ้นไป จนกระบาลร้อน รอการบริบาล แล้ว

...

ครับ

อิอิ

เวปนี้ พวกเสื้อเหลืองเยอะจัง ไปล่ะนะ

บางกอก

ในทัศนะของผมนั้น ประกาศคณะราษฏรฉบับที่๑และพันธะกิจทั้ง๖ข้อนั้น เป็นต้นฉบับวาทะกรรมปลุกม็อบฉบับแรกของประเทศไทย และเป็นต้นแบบของประกาศคณะปฏิวัติในยุคต่อๆมา สัญญาประชาคมทั้งหกข้อมิได้กล่าวถึงระบบการปกครองที่คณะราษฏรจะเลือกใช้ว่าจะเป็นระบบประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่ได้กล่าถึงการเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย เพียงแต่กล่าวถึง สภาและผู้แทนราษฏร ซึ่งในทางปฏิบัติของคณะราษฎรเองก็มาจากการแต่งตั้งญาติพี่น้องของบรรดาผู้นำคณะราษฏร....ในหลวงรัชกาลที่๗ท่านวิจารณ์คณะราษฎรได้ถูกต้องอย่างยิ่งแล้วครับว่าต้องการที่จะปกครองโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมิได้ตั้งใจจะให้อำนาจการปกครองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง...

การที่นักวิชาการเสื้อแดงยกย่องประกาศฉบับนี้เสมือนเป็นต้นแบบของระบบประชาธิปไตยไทยร่างโดยบิดาของระบอบประชาธิปไตยไทยนั้น ไม่ทราบว่าเอาอวัยวะส่วนไหนคิดและตีความ ประกาศฉบับนี้ที่จริงแล้วควรถูกตีความได้เพียงประกาศล้มเจ้าและสถาปนาระบบเผด็จการรัฐสภาเท่านั้นครับเมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติกรรมของคณะราษฎรและบุคคลในคณะราษฎรต่อเนื่องภายหลังจากประกาศนี้...นายปรีดีเองนั้นมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์โดยตลอด จนห้าสิบสองปีให้หลังถึงยอมรับว่าตัวแกไม่จัดเจนจริงๆ

ประกาศคณะราษฎรฉบับที่๑นี้ เชื่อมโยงอย่างไรกับระบอบทักษิณ ทำไมนักวิชาการเสื้อแดงยกย่องประกาศฉบับนี้กันอย่างแพร่หลาย คำตอบคือ ประกาศนี้เป็นเอกสารที่แสดงเจตนารมณ์ล้มเจ้าต่อสาธารณะชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการยึดพันธกิจหกข้อนั้นเป็นข้ออ้างที่ดียิ่งของทุนสามานย์เผด็จการรัฐสภา เป็นการประกาศของระบบอัตตาธิปไตยและอย่างดีก็แค่คณาธิปไตยโดยแท้ เพราะสาระสำคัญมีเพียง ล้มเจ้าแล้วเชื่อพวกกูแล้วดีเอง.....อ่านประกาศคมช.ยังมีกลิ่นไอประชาธิปไตยมากกว่า (เรื่องร่างประกาศประเภทนี้ให้หวานจ๋อย นายปรีดีไม่จัดเจนสู้นายมีชัยไม่ได้ครับ) ....

Freeman

จากการอ่านมาหลายวัน

ไอ้เจ้า The Other นี่ น่าจะเป็น คุณ ไพศาล มังกรไชยา เด็กของเจ้าแป๊ะลิ้ม หรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้แจ้งแถลงไขด้วยนะครับ

แต่ก็จะถามบ่อยๆ

Freeman

ถึง บางกอก แห่ง 127.0.0.1 58.9.5.179

การแข่งบอลก็ต้องมี 2 ทีม การเลือกข้าง เขาใช้วิธีโยนเหรียญ

ตามประเพณี การต่อยมวย ก็ต้องมี 2 มุมให้เลือก เช่น มุมแดง กับ มุมน้ำเงิน แน่นอน ผมขอจอง มุมแดง แต่ผมจะได้เข้าใจถูกต้อง ว่า คุณอยู่มุมน้ำเงิน หรือ มุมเหลือ(ง)อ๋อย

การที่จะมาต่อสู้กันทางด้านความเห็นคุณควรแสดงจุดยืนก่อนว่าคุณอยู่ข้างไหน ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ แน่นอนผมขอจอง ข้างประชาธิปไตยก่อน ให้คุณประกาศมาเลยว่าคุณอยู่ข้าง คมช. อ่าน (.....อ่านประกาศคมช.ยังมีกลิ่นไอประชาธิปไตยมากกว่า) ของคุณแล้ว จะได้เข้าใจถูกว่าคุณเป็นพวกนิยม คมช เห็นด้วยกับการรัฐประหาร 19 กันยา 2549

ผมเข้าใจถูก หรือ เข้าใจถูก...

บางกอก

ตอบคห๓๕.. คุณฟรีแมนพึ่งเข้ามาบอร์ดนี้ไม่นาน ขาประจำที่นี่เขาพอจะรู้กันว่า ชื่อผมนั้นไม่นิยมระบอบประชาธิปไตยสี่วินาทีแบบเลือกตั้งหนึ่งเสียงหนึ่งโหวตมาแต่ไหนแต่ไร และประกาศตัวอย่างเปิดเผบด้วย... ผมนิยมระบบปกครองและระบบเศรษฐกิจPseudo Commumism หรือพรรคเดี่ยวแบบจีน กับ Cosmstic Democracy แบบญี่ปุ่นมากกว่า ซึ่งทั้งสองระบบนักการเมืองอยู่ใต้ระบบบริหารของนักบริหารที่ระบบคัดเลือกไม่ใช่ถูกประชาชนเลือก ในส่วนนี้ในขณะนี้..ผมเห็นว่าแบบจีนเหมาะกับเมืองไทยมากกว่าแบบญี่ปุ่น...... แต่อย่างไรก็ตาม..ผมจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ไทยที่ผมเห็นได้ด้วยตารุ้สึกได้ด้วยใจเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศเช่นกัน สำหรับเมืองไทยนั้นจะปกครองระบบไหนก็มีที่อยู่ที่วางสำหรับสถาบันกษัคริย์อยู่เสมอ...

ผมไม่ห่วงไม่แคร์เลยครับ ถ้าจะมีใครประนามว่าผมไม่เป็นนักประชาธิปไตย ก็มันไม่เป็นจริงๆแล้วการเป็นเสรีชนมีแนวความคิดเสรีนิยมมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว ที่ระบอบการเมืองไหนจำกัดสิทธิ์ไม่ได้...

รู้ทันศักดินา

ช่วยกันเรียกถนนเลียบทางด่วนรามอินทราว่า "ถนนหลวงประดิษฐ์มนูธรรม"

รู้ทันศักดินา

แปลกดีนิ พอไม่ใช่แขนงของตัวเอง ก็มักจะใช้วิธีเปลี่ยนจากชื่อที่ชาวบ้านคุ้นแล้ว เช่น สะพานซังฮี้ สะพานสาทร ถนนธนบุรีปากท่อ

วิภาดา

บทความนี้ดีมาก

เป็นหลักวิชาการที่อ่านง่าย

น่าจะให้รับบาลอภิสิทธิ์มีการจัดพิมพ์แจกราษฎรทั้งหลาย สัก 1 ล้านเล่ม

จัดเป็นแบบเรียนให้กับนักเรียนมัธยม 30000 โรงเรียน

ให้ชัยราชวัตรเขียนการ์ตูนประกอบเรื่องในส่วนที่แสดงจุดยืนอำมาตย์ ศักดินา เน้าความเป็นไพร่ทาส

แล้วให้เซีย เขียนการ์ตูน ในส่วนส่วนที่แสดงถึงจุดยืนราษฎร เน้าความเป็นเสรีชน
.................................................

ขำดีนะ ที่คนไทยยังตกลงกันไม่ได้ว่า

1.ใครควรผูกขาดการปกครอง...ระหว่างอำมาตย์กับราษฎร

2.ใครควรได้รับสวัสดิการมากกว่ากัน...ระหว่างคนคอยกินกับคนทำมาหากิน

3.ใครควรมีสิทธิลงคะแนนเลือกรัฐบาลมากกว่ากัน....ระหว่างคนพูดคิดเกี่ยวกับความดีทั้งวัน กับคนทำงานสร้างโภคทรัพย์ทั้งวัน

4.ใครควรจับจ่ายแตะต้องเงินภาษีโดยตรงมากกว่ากัน..ระหว่างคนสร้างภาษีใส่คลัง กับคนที่เป็นกาฝากสังคม

...............

แช่น

ระบบการปกครอง จะใช้แบบไปไหน ก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ เช่น

จีน กับ เวียตนาม เป็น สังคมนิยม (ถ้าเป็นประชาธิปไตยจ๋า ก็เจ๊งเลย)

ญี่ปุ่น เป็น ประชาธิปไตย แบบ อำมาตยาธิปไตย (ปกครองด้วยข้าราชการ)

อังกฤษ เป็น ประชาธิปไตย แบบ มีราชินีปกครอง ฯลฯ

ประเทศเหล่านี้ ก็ เจริญรุ่งเรืองดีนี่ครับ

หรือ ภูฐาน ปกครองด้วย กษัตริย์ ประชาชน ก็มีความสุขดีครับ แม้จะไม่รวย

สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ ประเทศเหล่านั้น มี Good gevernance หรือไม่

มี Corruption ดาษดื่น หรือเปล่า

หรือ เป็นระบบ Nepotism (ระบบลิ่วล้อ) หรือไม่

เน้น 2-3 เรื่องข้างล่างนี้เถิดครับ ชาวไทย

ระบบการปกครองมันจะเป็นอะไร

ก็ให้มันเป็นไปตาม บริบท หรือ ให้มันพัฒนาตัวของมันเองเถิดครับ

เป็นตัวของตัวเอง ดีที่สุด

อุปมา เหมือน กบอยากเป็นวัว

พยายามเบ่งตัวเองให้ตัวใหญ่ จนท้องแตกตาย ครับ

doctorJ

One mission that never been accomplished, good education for all.

From absolute monarchy to constitutional monarchy, the education is as BAD as ever. Nothing but loads of propaganda were instilled into children's heads, like a gigantic brainwashing machine. No critical thinking allowed, no questions can be asked, what kind of people can you expect from bad education? Still, all the blame are irrelevantly put in the hands of these poorly educated people. We get 'bad' democracy, all because people are stupid. So it's deem necessary to have some DECENT guys watching over, and act for the sake of these stupid people?

Who's to be blamed for all these ignorant masses ?

IMO, the privileged deliberately maintains this 'bad' education in order to keep their status quo.

Look at the poor kids nowadays, they're struggling to survive the ridiculous 'admission programme'. Suck.

ว ณ ปากนัง

*เสียงจากคน บ้านนา มาสู่กรุง
เพื่อหมายมุ่ง เล่าแจ้ง แถลงไข
ข้อยทำนา บนผืนดิน ถิ่นไทย
กับคู่ใจ คูโบต้า มาช้านาน

*เจ้าทำนา บนหลังคน บนแรงข้อย
ยังคิดถ่อย ดูหมิ่น ถึงถิ่นฐาน
หาว่าโง่ ไม่รู้เรื่อง การเมืองชาญ
ไม่ต้องการ ให้มีเสียง สิทธิ์เพียงกัน

*เห็นตัวแทน ประชาชน คนอย่างข้อย
เป็นพวกด้อย จริยธรรม ทำขวางกั้น
ข้อยเลือกมา เจ้าไล่ไป ใฝ่ประจัญ
แล้วใครกัน มืดบอด ยอดอันธพาล

*ประชาธิปไตย ประเทศใด ไม่เลือกตั้ง
ไม่ถือฝั่ง เสียงข้างมาก มาบริหาร
ให้เลือกพระ มาปกครอง ไม่ต้องการ
เพราะพระท่าน ก็มีกิจ นำจิตใจ

*การเมืองใหม่ ไล่เขาไป แล้วตั้งพรรค
ดีตายชักบัก หัวเหลือง การเมืองใหม่
จริยธรรม คุณธรรม ย้ำเข้าไป
แล้วทำไม ใฝ่ลากตั้ง นั่งครองเมือง

*คิดหรือว่า คนส่วนใหญ่ ล้วนใฝ่เลว
ทองคำเปลว ฝ่าย “คนดี” ต้องสีเหลือง
ใครเล่าพา สู่ยุค ขุกเข็ญเคือง
ใครป่วนเมือง ถึงกับปิด สนามบิน

ดช.บุ่ย(น้องดช.เฟียม)

BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB
____________________
(หยุดอารยะขัดคอชั่วคราว)
ความเห็น ::

ปัญหาที่ครอบคลุมเขตแดนการเมืองของไทย คือ:
ภาวะรัฐซ้อนรัฐ
___________
ศุนย์บัญชาการการบริหารจัดการประเทศมี 2 ศุนย์ คือ :
ศูนย์หนึ่งอยู่ในทำเนียบ
ศุนย์หนึ่งอยู่นอกทำเนียบ

ศุนย์บัญชาการในทำเนียบ : มีสถานะภาพแบบหนังหน้าไฟ/รับทั้งผิด&ชอบ(ตรวจสอบได้)
ศุนย์บัญชาการนอกทำเนียบ : มีสถานะภาพแบบตัวชักใย/รับเพียงชอบ-ไม่ต้องรับผิด(ตรวจสอบไม่ได้)

ทั้งศูนย์ฯใน&นอกทำเนียบ ล้วนเกี่ยวพันกับผลประโยชน์และการบริหารจัดการผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ -นั่นคือ ต่างก็"เล่นการเมือง"-ด้วยกันทั้งสิ้น....
__________
คำถามก็คือ :
ประชาชนผู้รักสังคมเสรีประชาธิปไตยทุกคน จะทราบและ/หรือยอมรับกันรึไม่ว่า
ภาวะรัฐซ้อนรัฐ และ ภาวะ2ศูนย์บัญชาการฯนี้ มีอยู่จริง และเป็นปัญหากับการพัฒนาประเทศ ?............

BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB

รังสรรค์

วันนี้รู้สึกแปลกใจที่ The Others ออกมาด่ารัฐบาลของพวกอมาตย์ ปกติเห็นทำตัวเหมือนเป็นไพร่ทาส ของพวกนั้นมาตลอด

รังสรรค์

จากความเห็นของThe Others ขอแทรกอีกนิดนึงว่าได้ยินมาหลายครั้งแล้ว(โดยเฉพาะตอนหลังข่าวช่อง7ก่อนละคร)เรื่องประชาธิปไตยที่ดี การเลือกคนดีมาบริหารประเทศ พูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่าบ้านเมืองเรานั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีทางที่จะเป็นคนดีทั้งหมด เราควรเลือกและสนับสนุนเฉพาะคนดีมาปกครองบ้านเมือง............... ................... ....................

รังสรรค์

ขอถามหน่อยครับว่า ดีหรือเลว เอาอะไรมาตัดสินครับ ในสังคมเรานี้ ของบางสิ่งคนกลุ่มนึงอาจคิดว่ามันดี แต่คนที่เหลืออาจคิดว่ามันเลวก็ได้ จะดีจะเลวอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน จึงยากที่จะหาขอบเขตให้แน่ชัด ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องสร้างกติกา(กฎหมาย)ขึ้นมาในสังคม แน่นอนกติกานี้คนบางกลุ่มอาจไม่เห็นด้วย แต่ถ้าคนส่วนมากในสังคมเห็นด้วย เราก็ต้องยอมรับกติกานั้นครับ ไม่ใช่ให้คนกลุ่มน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับกติกานั้นมาล้มโดยอ้างว่ามันไม่ดี ทำแบบนี้ก็จะมีคนกลุ่มอื่นมาล้มกติกาอีก ทำแบบนี้ก็ไม่จบสิ้นกันซักที

ถ้าความดี ความเลว คนดี คนเลว ถูก ผิด มันตัดสินกันได้ง่ายๆ เป็นที่ยอมรับของทุกคนในสังคมได้ง่ายๆ ประเทศชาติบ้านเมือง ก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายแล้วครับ

ดังนั้นถ้าเราอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็ควรต้องเคารพในการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ในสังคมด้วย

ว ณ ปากนัง

*ใครคิดว่า ประชาชน ยังโง่อยู่
ลองย้อนดู คณะราษฎร์ ประกาศก้อง
ตั้งแต่ปี เปลี่ยนแปลง การปกครอง
ให้อำนาจ เป็นของ ประชาชน

*พวกชนชั้น ปกครอง สมัยเก่า
ที่เคยเฝ้า หลอกลวง หวงโภชผล
เคยดูหมิ่น กล่าวหา ประชาชน
ว่าไม่พร้อม เป็นคน ประชาธิปไตย

*จนวันนี้ ก็ยังมี ความคิดนั้น
มาปิดกั้น ปันชน คนทันสมัย
ว่าไม่พร้อม มีประชาธิปไตย
ต้องยอมให้ ปัญญาชน คนชั้นนำ

*มันจึงเกิด มีสอง มาตรฐาน
จะพาบ้าน เมืองพัง พลังตกต่ำ
ไม่มีใคร ยอมใคร ให้ล่วงล้ำ
ต้องมีความ เป็นธรรม และเท่าเทียม

หนูแดง

อยากแสดงความคิดเห็นแต่จนปัญญาจะอธิบาย ความหมายประชาธิปไตย ต่างคนต่างเข้าใจ
บางคนยิ่งร้ายไปใหญ่ว่าไม่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ที่ไม่เท่าเทียมกันอาจเป็นเพราะไม่ได้ไปต่อว่าและทำลายข้าวของผู้อื่น

หนูแดง

เบื่อประชาธิปไตยแบบนักคิดนักพูดทั้งหลายที่ทำให้คนส่วนมากเดือดร้อน

สะท้อน

มนุษย์เกิดมา ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ ในอันที่จะดำรงชีวิต และรวมกันอยู่ได้เป็นหมู่คณะ สิทธิและหน้าที่เหล่านี้ย่อมมีขึ้น จากสภาพตามธรรมดาแห่งการเป็นมนุษย์ จำแนกออกได้เป็น 1. ความเป็นอิสระหรือเสรีภาพ (Liberte’ ) 2. ความเสมอภาคหรือสมภาพ (Egualite’)

มนุษย์เกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกันดังกล่าวมาแล้ว มนุษย์จำต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหตุฉะนั้นเพียงแต่มนุษย์มีความเป็นอิสระและมีความเสมอภาคจึงยังไม่เพียงพอ คือ 3.จำต้องมีการช่วยเหลือกันฉันพี่น้องด้วย(Fraternite’) ”

ในประเทศฝรั่งเศสนั้น คำขวัญ “เสมอภาค เสรีภาพ และภราดรภาพ” แพร่หลายมาก และมีปรากฏอยู่ในเงินเหรียญต่างของฝรั่งเศสที่ทุกคนรู้จัก

สำหรับประเทศไทย ประชาชนแทบไม่รู้จักสามคำนี้เลย จะมีคนรู้บ้างก็ถือว่าน้อยมาก จึงมีการให้ความหมายของประชาธิปไตยไปตามแนวทางที่เขาคิด แล้วความคิดนั้นก็เกิดจากหลักการที่หลากหลายและต่างกัน หลักการของประชาธิปไตย น่าจะมีแค่ สามคำ คือ “เสมอภาค เสรีภาพ และภราดรภาพ” เท่านั้น

ทุกประเทศต้องมีประมุขทั้งนั้น ประมุขเรียกต่างๆกันคือ กษัตริย์ ประธานาธิบดี (รวมทั้งประเทศคอมมูนิสต์ด้วย)ประธานประเทศ....และการมีประมุขก็ไม่ใช่เป็นอุปสรรคของประชาธิปไตย การแบ่งชนชั้นมนุษย์โดยศาสนาในอินเดีย ก็ยังเป็นประเทศประชาธิปไตยเลย

สำหรับไทยเรา ไม่มีการแบ่งชนชั้นมนุษย์ และก็ไม่มีหลักการ ๓ อย่างดังกล่าวแล้ว ของประชาธิปไตยอีกด้วย สิ่งที่เรามีอยู่ปัจจุบัณนั้น มันอยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย คอมมูนิสต์ก็เป็นไม่ได้ ประชาธิปไตยก็ไม่ได้เป็น เราอยู่กันเป็นระบบเถื่อน ยิ้มไปยิ้มมา แล้วชอบพูดกันว่าข้าแน่ๆ มันต้องข้าฯ มีแต่คนอยากเป็นนายก,รัฐมนตรี,ทั้งนั้น ทำอะไรก็ไม่ได้ผล แต่ก็ชอบอ้างว่าทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศ เพื่อในหลวง...เป็นประชาธิปไตยของคนเถื่อน.

ปณิธาน

การทำลายทักษิณ และคนเสื้อแดง โดยอ้างสถาบัน
คือ ยุทธวิธีหลักที่ทรงอานุภาพของแป๊ะ โกตั๊บ

ทั้งที่จริงคนเสื้อแดงยังเคารพยึดมั่นในสถาบันมากกว่า
พวกโจรเสื้อเหลืองซะ เพราะไม่อ้างสถาบันทำลายใคร

ขอให้ยึดมั่นในแนวทางนี้ สักวันต้องเป็นวันของคนเสื้อแดงอีก แน่นอน

เฉาก๊วย

ความเห็นผมเป็นไปทางเดียวกับ the Other, บางกอก และ แช่ม ผมมองว่า หลักประชาคมที่คณะราษฎร์คิดขึ้น ก็ดีในระดับหนึ่งเป็นหลักการโดยกว้างๆ ที่เขียนขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนนอกที่ร้อนวิชาจากยุโรป เกิดความคิดแบบคนหนุ่มไฟแรงเจ้าทฤษฎี โดยเฉพาะจากฝรั่งเศส ทั้งนี้ทั้งนั้นสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมขณะนั้น ฝั่งเอเชียโดยเฉพาะบ้านเราที่เพิ่งจะผ่านช่วงการล่าอาณานิคมมาหมาดๆ มันต่างจากยุโรปแบบยอดเขากับก้นเหว รากฐานประชาธิปไตยมันไม่แน่นเท่าฝั่งยุโรป มีเพียงคนจบนอกเท่านั้นที่รู้ทฤษฎีประชาธิปไตย ทฤษฎีทางการปกครองมีสองขั้วใหญ่ๆ คือประชาธิปไตยกับสังคมนิยม ประเทศเราเลือกจะเดินข้างประชาธิปไตย ทีนี้ประชาธิปไตยเองก็มีแบ่งเป็นสองแขนงอีก แบบประธานาธิบดีกับแบบที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราเลือกอย่างหลัง โดยมีประเทศที่ใช้แบบเดียวกับเรา คือ อังกฤษ ญึ่ปุ่น สวีเดน นอรเวย์ สเปน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย (กษัตริย์เวียนตามสุลต่านของรัฐ) บรูไน ฯลฯ ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็เห็นได้ว่า การปกครองเขาก็เลือกเดินแบบเดียวกับเรากันทั้งนั้น แต่ในขณะนี้มีคนไทยบางกลุ่มพยายามเหลือเกินจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบประธานาธิบดี แบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา หรือ ฝรั่งเศส ซึ่งคิดว่าประเทศเหล่านี้ดีกว่า ประชาชนมีเสรีภาพเสียเหลือเกินมีแบบไม่มีลิมิต ซึ่งมันขัดแย้งกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ที่เรามีมาและดำรงอยู่เป็นชาติได้ทุกวันนี้เพราะเรามีสถาบันกษัตริย์เป็นแหล่งยึดเหนี่ยว มีความเห็นหนึ่งบอกว่าที่อังกฤษควีนส์ต้องเสียภาษี ผมขอถามว่าคุณเคยเห็นในหลวงและพระยรมวงศานุวงศ์ท่านทำงานหรือเปล่า แม้แต่ในยามฝนตกฟ้าร้องท่านก็ทรงงาน น้ำหลากท่วมรถพระที่นั่งท่านก็เสด็จทรงงาน อื่นๆอีกในพระราชกรณียกิจ ท่านให้คนไทยตั้งมากตั้งมาย แล้วคุณจะมาพูดอย่างนั้นทำไม
ผมมองว่าการปกครองแบบปัจจุบันของเราเหมาะสมกับสภาพทางวัฒนธรรมของเราดีแล้ว เพียงแต่กระบวนการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้ชี้แจงและนำหลักฐานมาชี้แจงต้องรับผิดชอบข้อมูลของตน ไม่นำหลักฐานเท็จมาชี้แจง เมื่อมีการนำหลักฐานเม็จมาอภิปราย ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านให้เป็นความผิดอาญาที่ยอมความมิได้ ผู้ใดนำความเท็จมาชี้แจงควรให้พ้นสภาพการเป็น สส ให้เว้นวรรคทางการเมือง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและมีการพูดคุยกันแต่เรื่องจริง

DDT.

ผมเห็นด้วยกับคห.46 "คุณรังสรรค์"
จู่ๆ ก็มากำหนด ชี้นำ ว่าความดี ความเลว เอาเอง อย่างไม่เข้าใจแม้ตัวตนของตนเอง ไม่รู้เป็นปราชญ์ ราฃบัณฑิตย์มาจากไหน จึงได้เที่ยว ไปชี้ ผิด ชี้ถูก ว่าอย่างนั้นดี อย่างนี้เลวเอาตามความคิดของตนเป็นใหญ่ จึงอยากถามกลับไปที่ พล.อ.เปรม ว่า...ความดี ความเลวของมึง หมายถึงอะไร??? แล้ว ความวิปริตผิดเพศ นี่ เป็นความดีหรือความเลว ???? อย่าได้เที่ยวไปสั่งสอน ชี้นำใครต่อใครเค้าอีก มันไม่ใช่หน้าที่อะไร ของมึง กลับไปบ้านลองส่องกระจก แล้วถามตัวมึงเองดู ว่ามึงเป็นใคร ???

Desperate People

อ่านประกาศคณะราษฏร์ฉบับที่ 1 เข้าใจแล้วครับ เข้าใจว่าเป็นประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรพิสูจน์ได้ แสดงถึงสภาพโดยรวมของประเทศในขณะนั้น ซึ่งเป็นเหตุให้กลุ่มบุคคลรวมตัวกันเป็นคณะราษฎร์ เพื่อดำเนินการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในขณะนั้น โดยการนำระบอบการปกครองประชาธิปไตยตะวันตกเข้ามาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นจุดตั้งต้นของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งข้อความทั้งหมดทั้งหลายที่บันทึกไว้เหล่านั้นเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เป็นอดีตที่ผ่านมา ให้ผู้คนในลำดับหลังได้ใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย และเหมือนกับบันทึกประวัติศาสตร์ทั่วไป เหตุที่ทำให้เกิดการกระทำนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนผลที่เกิดจากเหตุ (การเปลี่ยนแปลง) ในกรณีนี้ยังคงอยู่เรื่อยมาจนปัจจุบันและจะคงอยู่ตลอดไปคือ ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่แกนหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือประชาชนยังไม่ได้รับการจัดการเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ (ไม่ได้หมายถึงการศึกษานะครับ) ในรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่วันนั้นในอดีต จนมาถึงปัจจุบัน
จึงย้ำอีกครั้งหนึ่งตามที่ได้เคยแสดงความคิดเห็น ขอคัดลอกบางส่วนมาไว้อีกครั้งครับคือ อยากให้มีผู้รู้ ช่วยเล่าลำดับพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในต่างประเทศประกอบกับการ วิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในแต่ละช่วงเวลาหลักๆ ในขณะเดียวกันก็เล่าถึงการเริ่มต้นและความเป็นมาของรูปแบบการปกครองในประเทศ ไทยนับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประกอบกับการวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีอคติ เพื่อจะได้สร้างความเข้าใจให้กับคนในบ้านเมืองนี้ในเชิงเปรียบเทียบ และการนำมาใช้ในแบบที่เรียกว่า Apply ไม่ใช่ Copy

เฉาก๊วย

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลอาจจะดำเนินการสองขั้น คือ ให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจ เมื่อ สส โหวตไม่ไว้วางใจนายกนั้นๆ แล้ว จึงให้มีการลงมติใหญ่โดยประชาชนทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อ 1) ป้องกันการครหาในฮั้วกันในสภา 2) ให้สิทธิขาดเสียงสิทธิ์ขาดส่วนใหญ่ของประชาชนในการให้นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง

ผมมองว่าระบบการปกครองของเราดีอยู่แล้ว แต่เน้นเรื่องคุณภาพของ สส ความดีของคนดูได้จากไหน 1) ไม่โกหก พูดแล้วต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง 2) ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินให้ครบ ไม่หมกเม็ด ไม่ยักย้ายถ่ายโอน อธิบายที่มาของความแตกต่างของทรัพย์สินก่อนเข้ารับตำแหน่งนักการเมืองได้ 3) เคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่หนีคดี กล้าทำก็ต้องกล้ารับ เมื่อไม่ได้ทำก็ต้องยืดอกอย่างเต็มที่ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ (ไม่มายืนในชี้แจงในศาลแล้วคดีที่ไหนจะเดินได้ล่ะครับ - ก็หนีมันไปอย่างนี้เรื่อยๆ ว่างๆก็โฟนอินเข้ามายุยงชาวบ้านแล้วบอกไม่ได้ยุยงอีก)

รังสรรค์

ถึงคุณเฉาก๊วย คุณอาจจะยังคงมีความเข้าใจผิดในเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการเอาประเทศเราไปเปรียบเทียบว่าเป็นแบบเดียวกันกับบางประเทศในทวีปยุโรป

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในยุโรปนั้น ประมุขของรัฐต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และจะต้องปกป้องรักษารัฐธรรมนูญ รวมทั้งเชิดชูความเป็นประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการรัฐประหารในทุกรูปแบบ การบริหารประเทศเป็นหน้าที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเมื่อรัฐบาลถูกทำรัฐประหารกษัตริย์ในประเทศยุโรปจะออกมาแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วย (ดังเช่นเมื่อเกิดการรัฐประหารในสเปน กษัตริย์ ฮวน คาลอส ได้ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับรัฐประหารดังกล่าว คณะรัฐประหารจึงต้องล้มไป)

ส่วนเรื่องที่ว่ามีคนบางกลุ่ม มีความต้องการจะเปลี่ยนระบอบการปกครองของไทยเป็นแบบสาธารณรัฐอันมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ผมยังไม่เห็นมีใครออกมาแสดงความยอมรับในแนวความคิดนี้เลย มีแต่เป็นข่าวโคมลอยเสียมากกว่า หรือถ้ามองต่างมุม สมมตินะครับว่าถ้าคนในสังคมไทยส่วนใหญ่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเพราะคิดว่าเปลี่ยนแล้วคุณภาพชีวิตจะดีขึ้น สมาชิกในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การเมืองสงบไม่วุ่นวาย เราจะมีสิทธิ์เลือกมั้ยครับ

เราควรจะคิดถึงแต่รากเหง้า หรือเราจะคิดถึงอนาคต เพื่อลูกหลานของเราครับ???

หัวหน้าพรรคสังคมธิปไตย

ช้าก่อนสหาย - ประกาศคณะราษฎรยังไม่ใช่การวางรากฐานและการปูพื้นฐานไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หากจะยึดถือผลประโยชน์ของมหาชนอย่างแท้จริงแล้ว เราจะต้องวิพากษ์ประกาศและหลักหกประการของคณะราษฎรอย่างเห็นทั้งข้อดีและข้อด้อย โดยไม่เข้าใครออกใคร แต่ตรงไปตรงมา ผมเห็นว่าข้อดีของแถลงการณ์หรือประกาศและการเปลี่ยนแปลงการเมืองของคณะราษฎร คือ (1) การยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย (2) การลดอำนาจราชาธิปไตยในการบริหารบ้านเมืองแบบมิใช่ประชาธิปไตย และ การทำให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ (3) การลดบทบาทการตัดสินใจในสังคมและการเบียดเบียนผลประโยชน์ของประชาชนโดยข้าราชการฝ่ายเจ้า (4) การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน (มีความคิดสังคมนิยมโดยรัฐและสหกรณ์ในกำกับของรัฐปนอยู่ด้วย) ส่วนจุดอ่อนนั้น ผมเห็นว่า : (1) การปฏิวัติโดยข้าราชการทหารและพลเรือน มิใช่โดยประชาชนคนชั้นกลางและมวลชนชั้นล่างอิสระ (2) ขาดทิศทางและขาดหลักประกันด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยสากลของประชาชน ทั้งในแถลงการณ์และหลักหกประการ (3) การมีสภาของคณะราษฎรตามที่ตั้งใจและที่เป็นจริง อันไม่ใช่รัฐสภาประชาธิปไตยของประชาชนที่แท้จริง แต่เป็นสภาขุนขาง แต่งตั้ง (จัดตั้ง) กันเองโดยฝ่ายผู้ยึดอำนาจและถูกยึดอำนาจ (4) ไม่มีการอนุญาตให้ประชาชนจัดตั้งพรรคการเมือง (5) ไม่มีหลักการและไม่นำสังคมไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จนถึงสมัยที่คณะราษฎรใกล้อวสาน (หมดอำนาจ) จึงเริ่มมีรัฐธรรมนูญที่อาจจะนำไปสู่การได้มาซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน (14 ปี หลังครองอำนาจ) (6) แนวทฤษฎีการบริหารการเมืองและประเทศของคณะราษฎรไม่ใช่และไม่สามารถนำไปสู่สังคมประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการอำนาจนิยม (เพื่อประชาชน) แบบหนึ่ง มีการผูกขาดความคิดเห็นทางการเมืองในหมู่ผู้ปกครองชุดใหม่ (ขุนนางทหารผสมขุนนางพลเรือน) โดยไม่มีการแข่งขันทางการเมืองของประชาชนอย่างเป็นอิสระ ภายใต้การครอบงำของคณะราษฎรและกลุ่มที่ขัดแย้งกันในคณะราษฎร
ถ้าจะเริ่มต้นวางรากฐานประชาธิปไตยกันใหม่ เราควรจะวิเคราะห์พัฒนาการประชาธิปไตยของโลกและสังคมไทยทุกยุคสมัย แต่เอาหลักการ (ที่ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง) และเส้นทางของคณะราษฎรมาเป็นบทเรียนที่พึงหลีกเลี่ยงจะดีกว่า

พลเมืองดี

ตอบข้อสงสัย-ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์

คมชัดลึก :สวัสดีครับ...อ.พิชญ์

ผมค่อนข้างสับสนในศัพท์ที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วงนี้ และขอตั้งข้อสังเกตและคำถามว่า เท่าที่มีโอกาสได้ศึกษาผ่านมา (ในชั้น ม.ปลาย) “ประชาธิปไตย” กับ “คอมมิวนิสต์” เป็นอุดมการณ์ที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่หรือครับ โดย “คอมมิวนิสต์” ถือเป็นเผด็จการอำนาจนิยมลักษณะหนึ่ง ฉะนั้น เหตุใดในการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยของคนกลุ่มหนึ่งจึงมีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไปได้ (น่าพิศวง!)

จาก ธนาคาร สาระคำ

ตอบคุณธนาคาร : ดีใจครับที่ได้รับจดหมายของคุณอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน สำหรับท่านผู้อ่านคนอื่นอยากเขียนจดหมายมาแลกเปลี่ยนหรือถามคำถามก็เชิญเลยนะครับ

ผมเองคิดว่าคำตอบของผมคงไม่คมชัดลึกเท่าของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่เขียนใน "ประเทศไทยหยุดทำร้ายประชาชน" (มติชน วันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 52. หน้า 6) แต่ก็จะขอลองตอบดูนะครับ

จะว่าไปแล้ว ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับใครครับ เพราะประชาธิปไตยนั้นเป็นทั้งอุดมการณ์และระบอบการปกครองที่มีหลายรูปแบบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าประชาธิปไตยนั้นต้องการ "คำขยายความ" ทั้งนั้น อาทิ ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม (liberal democracy) ประชาธิปไตยสังคมนิยม (social democracy) ก็มี ส่วนคอมมิวนิสต์นั้น เขาก็มักจะตั้งชื่อประเทศว่า ประชาธิปไตย หรือ ประชาชน ด้วยเช่นกันเพราะเขาก็ต้องการผลักดันให้การปกครองนั้นเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับผม

เราจึงอยู่ในยุคที่เผชิญกับประชาธิปไตยหลายรูปแบบ ประชาธิปไตยบางแบบเน้นที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่าตัวแปรอื่น บางแบบเน้นเรื่องของความเสมอภาคทางเศรษฐกิจโดยการกระจายการถือครองปัจจัยการผลิตและกรรมสิทธิ์/ทรัพย์สินอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเชื่อว่าการมีสิทธิเลือกตั้งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการทำให้ประชาชนนั้นมีอำนาจในการปกครองตัวเองได้ จนกว่าประชาชนนั้นจะเริ่มต้นจากการถือครองปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เท่ากัน

หรือแนวคิดที่ว่าประชาธิปไตยนั้นจะต้องคำนึงถึงความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ถึงกับใช้อำนาจรัฐบังคับและยกเลิกการถือครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (รวมทั้งใช้กำลังอาวุธในการยึดอำนาจรัฐ) แต่จะต้องมีกลไกบางอย่างที่ทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นได้ เช่น มาตรการทางภาษีที่ก้าวหน้า คือเก็บเงิน

พลเมืองดี

หรือแนวคิดที่ว่าประชาธิปไตยนั้นจะต้องคำนึงถึงความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ถึงกับใช้อำนาจรัฐบังคับและยกเลิกการถือครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (รวมทั้งใช้กำลังอาวุธในการยึดอำนาจรัฐ) แต่จะต้องมีกลไกบางอย่างที่ทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นได้ เช่น มาตรการทางภาษีที่ก้าวหน้า คือเก็บเงินคนรวยในอัตราที่มากกว่าคนจน เมื่อพิสูจน์ได้ว่าความร่ำรวยนั้นๆ เกี่ยวพันกับความยากจนของคนอื่น และมีการผลักดันระบบสวัสดิการสังคมในรูปแบบที่ทำให้คนจนนั้นได้รับการดูแลจากรัฐและสังคมโดยรวมมากขึ้น เพราะว่าความเจ็บป่วยต่างๆ ของคนจนนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเขา แต่เขาเจ็บป่วยเพราะเขาทำงานหนักให้แก่ความเติบโตทางเศรษฐกิจของสังคม และเขาควรได้รับการศึกษาที่ดีเพราะเขาต้องนำความรู้มาพัฒนาประเทศของทุกคน

ในขณะเดียวกัน ประชาธิปไตยเองนั้นก็มีมิติเผด็จการอยู่ด้วย เพราะเสียงข้างมากที่ไม่ฟังเสียงส่วนน้อยนั้นก็เป็นปัญหาที่นำไปสู่ความยั่งยืนของประชาธิปไตยเอง เพราะเสียงข้างมากที่อ้างว่าตนคือความถูกต้องนั้นจะทำการบังคับเสียงส่วนน้อยให้เชื่อว่าเสียงข้างมากคือความถูกต้อง ทั้งที่ในหลายกรณี เสียงข้างมากนั้นอาจถูกครอบงำหรือจูงใจจากผู้นำ หรือผลประโยชน์ระยะสั้น หรือเสียงข้างมากอาจถูกครอบงำโดยความกลัวหรืออุดมการณ์อื่นๆ ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ประเด็นที่ท้าทายก็คือจะทำให้ประชาธิปไตยนั้นมีคุณภาพอย่างไร และในตอนที่กำลังสร้างคุณภาพของประชาธิปไตยนั้นประชาชนจะมีสิทธิมีเสียงอย่างไรด้วย

นั่นหมายความว่าจะสร้างประชาธิปไตยโดยไม่กีดกันประชาชนส่วนใหญ่ออกจากกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในเวลาเดียวกันได้อย่างไร...ไม่ใช่บอกว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของ/มาจากปวงชนชาวไทย แต่ในกระบวนการทั้งหมดนั้น ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าเขามีส่วนกำหนดประชาธิปไตยที่มีคุณภาพได้เลย

วันอังคารหน้าจะมาพูดกันต่อเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยครับ

aaa

จากการปรากฎตัวขึ้นของทุนนิยมนายหน้าสามานย์ชั่วช้าชั่วชาติที่มี...ทักชั่ว" เป็นหัวโจก.....มี..ตุลาชินตุลาทรามเป็นกุนซือ.....มีนักวิชาการสามานย์เป็นลูกคู่ มีสื่อชั่วช้าเป็นปากกระบอกเสียง.....ฯลฯ...กม.หมิ่น...ยังยกเลิกไม่ได้..จนกว่านักการเมืองไทยและพลเมืองไทยจะมี.."คุณภาพ" เฉกเช่น นักการเมืองของนานาอารยะประเทศ.....

ความคิดเห็นที่: 10
แนวคิดที่ว่าประชาธิปไตยนั้

พลเมืองคุณภาพ

แนวคิดที่ว่าประชาธิปไตยนั้นจะต้องคำนึงถึงความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ถึงกับใช้อำนาจรัฐบังคับและยกเลิกการถือครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (รวมทั้งใช้กำลังอาวุธในการยึดอำนาจรัฐ) แต่จะต้องมีกลไกบางอย่างที่ทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นได้ เช่น มาตรการทางภาษีที่ก้าวหน้า คือเก็บเงินคนรวยในอัตราที่มากกว่าคนจน เมื่อพิสูจน์ได้ว่าความร่ำรวยนั้นๆ เกี่ยวพันกับความยากจนของคนอื่น และมีการผลักดันระบบสวัสดิการสังคมในรูปแบบที่ทำให้คนจนนั้นได้รับการดูแลจากรัฐและสังคมโดยรวมมากขึ้น เพราะว่าความเจ็บป่วยต่างๆ ของคนจนนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเขา แต่เขาเจ็บป่วยเพราะเขาทำงานหนักให้แก่ความเติบโตทางเศรษฐกิจของสังคม และเขาควรได้รับการศึกษาที่ดีเพราะเขาต้องนำความรู้มาพัฒนาประเทศของทุกคน

The Red

....เสริม คุณ Freeman

....ครานั้น...
คณะราษฎร์ ได้ครอง อำนาจรัฐ
ไม่กำจัด อภิชน ขุนนางใหญ่
ไม่ทำลาย กลไกรัฐ ราชาธิปไตย
ผลสุดท้าย เป็นภัยร้าย ต่อปรีดี (โดนข้อหาคอมมิวนิสต์-- เพราะสมุดปกเหลือง)

ครั้นเมื่อ รัชกาลที่เจ็ด สละราช ฯ
เป็นโอกาส ครั้งใหญ่ ให้บดขยี้
จะให้อยู่ หรือให้ไป ก็คราวนี้
เพราะประมาท โอกาสดี สุด ๆ จึงหลุดมือไป(เพราะประนีประนอมกับคณะเจ้า)

ครั้นก่อตั้ง เสรีไทย ขึ้นกู้ชาติ
แต่กลับมอบ อำนาจ ให้อำมาตย์ใหญ่(ตั้ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายก ฯ)
ทั้งสลาย กองกำลัง เสรีไทย
สุดท้าย ต้องลี้ภัย ตลอดกาล

จึงเป็นการ อภิวัฒน์ ที่ผิดพลาด
ท่านปรีดี ประกาศ อย่างอาจหาญ
เมื่อมีอำนาจ(รัฐ) ข้าพเจ้า ขาดประสบการณ์
ครั้นจัดเจน ชำนาญการ อำนาจก็ผ่านมือไป

ด้วยความเคารพ

เฉาก๊วย

ถึงคุณรังสรรค์ ในสเปนเคยเกิดรัฐประหาร โดยทหาร (นายพลฟรังโก) ออกมายึดอำนาจจากกษัตริย์และขับไล่กษัตริย์ออกนอกประเทศ และตั้งต้นเป็นผู้นำประเทศ (แบบสาธารณรัฐ) เองไม่ใช่เหรอ ต่อมาปกครองประเทศไม่ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เมื่อฝ่ายประชาธิปไตยโดยสภาผู้แทนได้เชิญกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสขึ้นครองอำนาจ แต่ของไทยทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันและทหารก็คืนอำนาจผ่านการเลือกตั้งรวมถึงให้ประชาชนออกเสียงรับรองรัฐธรรมนูญ ปี 50 แล้วนี่ หลายฝ่ายน่าจะให้การยอมรับว่านี่เป็นกติกาที่คนไทยส่วนใหญ่ให้การรับรอง การจะแก้ไขใดๆ ประชาชนมีสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร จะมีการทำร่างฉบับใหม่ หรือจะกลับไปใช้ฉบับปี 40 ประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร หรือให้ สส ทำหน้าที่แทนอีกตามเคย ก็บอกมา การจะเปลี่ยนแปลงสังคมสามารถทำได้ตั้งหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาจริยธรรมของ สส เพื่อให้ได้คนที่มีคุณภาพ การชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน การไม่ดื่มสุราก่อนและระหว่างการประชุม การทำร้ายร่างกายโดยสส การนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ การไม่รักษาคำพูด เหล่านี้ คือ สิ่งที่ผู้แทนราษฏรพึงจะมี ถ้าผู้แทนราษฎรยังเป็นอยู่ทุกวันนี้ ต่อให้คุณเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบที่คุณว่าดีที่ที่สุด ประเทศไทยของเราก็ไม่พ้นวังวนเดิมๆหรอก ไม่ได้ดีขึ้นกว่านี้หรอก อาจจะเกิดสงครามกลางเมืองด้วยซ้ำ หากเราไม่มีสถาบันเป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติ การปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เหมาะสมกับประเทศไทยแล้วครับ แต่การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ สส จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำ เพราะการเมืองที่ดีต้องมาจาก สส ที่ดีและมีคุณภาพ

กฏธรรมชาติ

เป็นบทความที่ดีเหลือเกิน ผู้มีอำนาจทั้งหลายควรที่จะได้อ่านและรับไว้เป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงแก้ไข ให้เข้ากับยุคสมัย โลกของเราปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการหยุดนิ่งหรือถอยหลัง การที่จะพยายาม drag back ประเทศคงเป็นไปไม่ได้ หรือได้ก็อาจจะได้เพียงไม่นาน การฝืนธรรมชาติ อย่างที่พวกเรารู้ย่อมฝืนได้ไม่นาน อะไรก็ตามที่มันผิดไปจากความเป็นจริง ต่างต้องล้มคลืนลงสักวัน กฏของธรรมชาติมันเป็นแบบนั้น ดั่งที่มันเกิดขึ้นในหลายๆแห่งทั่วโลกของเรา ไม่ว่าใครที่ไหน จะใหญ่คับฟ้าแบบฮิตเลอร์ มุสโซรีนี่ ต่างก็ต้องพบกับจุดจบที่ไม่สวยงามทั้งสิ้น ขอให้ผู้มีอำนาจในประเทศนี้พึงเข้าใจว่า ท่านต้องเดินตามเข็มนาฬิกา ต้องไม่หมุนเข็มกลับ ไม่เช่นนั้นสิ่งที่จะเกิดย่อม เป็นเช่นเดียวกับเผด็จการคนแล้วคนเล่าที่ต้องพบกับจุดจบอันหน้าสะพึงกลัว

Kannika Rachaprarop

The stars seem brighter for idealist, they idealistically beautified imaginary mind.

Idealist understand the world through stars gazing.

Realizing today's politics, idealogies differ are just the bad breath exhaled from bad lungs of monsters!

แพ

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ (ขีดเส้นใต้เน้นโดยผู้เขียน) คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป.

ข้อความนี้ คล้ายๆกับการกระทำของรัฐบาลประเทศหนึ่ง ซึ่งพูดอย่างหนึ่ง
แล้วก็ ขึ้นภาษีอยู่เป็นระยะๆ
แล้วก็ บอกว่าไม่มีผลกระทบ (ไม่รู้ใช้สมองส่วนส้นเท้าคิดหรือเปล่า)
แล้วก็ กู้
แล้วก็ แก้ตัว
อีกหน่อย ก็ โกง

แพ

คห.ที่4
"ปัญหาหลัก คือ การมีประชาธิปไตยมากเกินไป ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) จึงต้องลดอำนาจของประชาชนลง เช่น การให้ประชาชนเลือกตั้งวุฒิสภาเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งแต่งตั้งโดยกลุ่มบุคคลที่มีคุณธรรมและความรู้ "
ใช้สมองส่วนไหนคิดเนี่ย คิดได้ไง
มีที่ไหนประชาธิปไตยมากเกินไป
ลอกมาไม่ได้ใช้สมองพิจารณาก่อนเลย

ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป.

ประชาแดง

เจ้าทำนาบนหลังราษฎรไม่ได้เรื่อง

คณะราษฎรเลยยึดหลังราษฎรมาทำนาแทน

freeman ทักษิณของคุณเป็นคนรวยที่ทำตัวเป็นหัวหน้าคนจน แล้วไปแย่งทรัพย์มาจากคนอีกจำพวก ส่วนหนึ่งก็มาแจกพวกคุณ อีกส่วนก็เม้มไว้ มันก็แค่สวะคนหนึ่ง freemanเอารองเท้ายัดปากตัวเองก่อนแล้วกัน คนอื่นเขาก็มีมือมีเท้า รวมทั้งมีปัญญาดูแลตัวเอง ไม่ต้องเรียกร้องให้ทักษิณมาหาให้ เพราะฉนั้นทักษิณไปไกลๆ อยากแจกอะไรก็เอาเงินตัวเองแจก เอาแรงงานตัวเองแจก อย่าทะลึงมารีดไถคนอื่นไปแจก

บ้านนอก

สุดท้าย คนที่เคยคิดว่า ราษฎรโง่ ก็ยังคิดอยู่บนพื้นฐานความคิดเดิม ทั้งๆที่กาลเวลาเปลี่ยน สังคมโลกเปลี่ยน การเรียนรู้เปลี่ยน แต่คนอย่าง อมาตย์ ยังไม่เปลี่ยน

The Nothing

ผมยังยืนยันว่า " การเปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไข
และกาลเวลาที่เหมาะสมคือสิ่งสวยงาม "

การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย
เมื่อครั้งอดีต ผมเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่
ประเทศไทยยังไม่มีเงื่อนไขที่เพียงพอ และยัง
เป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม

มันจึงทำให้ประชาธิปไตยไทย " ไร้ราก "
มาจนถึงทุกวันนี้

ถามว่า " รากประชาธิปไตย " คืออะไร
มันคงไมีมีอะไรมากไปกว่า " ประชาชน "
และต้องเป็น " ประชาชน " ส่วนใหญ่ของประเทศ
ที่รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคำว่าประชาธิปไตย อย่างลึกซึ้งพอสมควร

การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในครั้งนั้น
เป็นการเปลี่ยนแปลงเพราะ " ความร้อนวิชา "
ของนักวิชาการที่ไปเห็นของ " แปลกใหม่ "
จากต่างแดนก็กระโดดใส่ จนลืม " กำพืด " ของตัวเอง

ถ้าไม่ร้อนวิชาจนเกินไป ค่อย ๆ แจก
" เมล็ดพันธ์ประชาธิปไตย " ซึ่งเป็นพืช
เมืองหนาวให้ประชาชนทั้งประเทศไทย ค่อย ๆ
ดูแลรักษาให้มันเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ
ของมันถึงมันจะนานหน่อย ก็ต้องอดทนได้

แต่เพราะมันไม่เหมาะสมทั้งเวลาและเงื่อนไข
จึงทำให้ต้อง เพาะ " เมล็ดพันธ์รัฐธรรมนูญ "
ไปแล้วไม่รู้กี่เมล็ดก็ล้มหายตายไปหมด

บ้านอื่นเมืองอื่นเขา " ปลูกเมล็ดเดียว "
เจริญเติบโต เป็นไม้ใหญ่ปกป้องคุ้มครอง
เป็นร้อย ๆ ปี แต่ของไทย ปลูกแล้วตาย ปลูกแล้วตาย
โธ่พวกมือร้อน...

จงจำไว้โบราณสอนไว้แล้ว " การชิงสุกก่อนห่าม "
มันไม่ดีอย่างนี้เอง

เมื่อเริ่มต้นไม่ดี มันก็ไม่ดีมาอย่างนี้แหละพี่น้องเอ๋ย

อย่าไปโทษคนโน้นคนนี้เลยอายประเทศอื่นเขา

ถ้าอะไรไม่ดีในบ้านหลังนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน

และอย่าด่ากัน....อายบ้านข้างเคียงบ้าง......

ว ณ ปากนัง

*ชนชั้นนำ ทำนา บนหลังคน
ครองโภชผล ส่วนใหญ่ ไว้เต็มที่
เป็นมานาน ก่อนวันนั้น จนวันนี้
ก็ยังมี การทำนา บนหลังคน

*อภิสิทธิ์ชน เป็นพวกคน หวงอำนาจ
หวงบทบาท หวงประโยชน์ หวงโภชผล
พวกปลิ้นปล้อน พวกหลอกลวง ประชาชน
ว่าทุกคน ผู้อาศัย ในแผ่นดิน

*ประเทศนี้ มีเจ้าของ คือปวงชน
จะเป็นผล ต้องต่อสู้ ผู้โหดหิน
ยืนยันสิทธิ์ และเสรี มิสูญสิ้น
นี่แผ่นดิน ของปวงชน คนธรรมดา

*บรรพบุรุษ ของราษฎร สร้างแผ่นดิน
ให้มีอยู่ มีกิน กันถ้วนหน้า
ราษฎร เป็นเจ้าของ ครองพสุธา
มีคุณค่า สืบมา จนวันนี้

*คนเสื้อแดง สืบทอด เจตนา
ของคณะราษฎร สอนศักดิ์ศรี
รักษ์ประชาธิปไตยใฝ่ความดี
ทำวันนี้ เพื่อวันหน้า ฝ่าฟันไป

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ

คุณ The Nothing คห.70
คุณพูด (โอ๊ะเขียน) ราวกับว่าคณะราษฎรปฏิวัติบนความว่างเปล่าปราศจากเสียงเรียกร้องปชต.ณ เวลานั้น ความจริงเสียงเรียกร้องระบบ Parliament มีมาตั้งแต่สมัย ร.5 โน่นแน่ะ ปัญญาชนนักเขียนอย่างเทียนวรรณ วิจารณ์การปกครองของกษัตริย์ เรียกร้องให้เลิกระบบทาส เรียร้องการปกครองระบบ Parliament แบบนานาอารยประเทศ แต่เทียนวรรณก็มีอันต้องเทียวเข้าๆออกๆคุกหลวงเป็นว่าเล่น

" การเปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไข
และกาลเวลาที่เหมาะสมคือสิ่งสวยงาม " เวลาไหนล่ะ ให้ประชาชนรู้จักปชต.ลึกซึ้งก่อนงั้นรึ แล้วพวกเจ้าเขาส่งเสริมการศึกษาให้ข้า ไพร่ รู้ประชาธิปไตยรึไง

พิโธ่...อำนาจนิยม ชนชั้นนิยมไม่อนุญาตให้ข้า ไพร่ฉลาดรู้ทันหรอกนะ
ผมว่าปฏิวัติ 2475 ช้าไปด้วยซ้ำ
มันไม่ใช่ความผิด บกพร่องอะไรของคณะราษฎร หรือปรีดีหรอก
มันคือความผิดความบกพร่องของพวกเราต่างหากที่ยังจมอยู่กับความขลาดกลัว
แม้เราจะมีการศึกษากันพอสมควรแล้ว ฉลาดมากขึ้นพอรู้ทันอะไรๆแล้ว
แต่ความขลาดกลัวทำให้พวกเราดูเหมือนเขลา
แล้วพวกศักดินา-อำมาตย์ก็แสวงหาประโยชน์จากความขลาด-เขลาของพวกเราอยู่เช่นนี้ร่ำไป

สู้สิสู้!!! สู้เพื่อเปิดพื้นที่เสรีภาพในการพูดความจริง!!!
ทำให้พื้นที่เสรีภาพในการพูดความจริงขยายทาบทับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ปชต.ของแท้จึงจะเกิดขึ้นได้ แล้วเมื่อนั้นข้า ไพร่ จะเป็นปวงประชาที่มีศักดิ์ศรีเสรีอย่างแท้จริง!!!

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ (กลัว "ศักดิ์สิทธิ์" กระทืบอ่ะ)

The Red

...........คือผู้อภิวัฒน์ประชาธิปไตย คือวันประกาศชัยสามัญชน......

............ยี่สิบสี่ มิถุนา สองสี่เจ็ดห้า.........วันสถาปนา ระบอบ การปกครองใหม่
จากสมบูรณาญา ฯ สู่ ประชาธิปไตย.........นี่คือวัน ประกาศชัย สามัญชน
อภิวัฒน์ สังคมเก่า สู่ “สังคมใหม่”.............ปลดปล่อยไพร่ ให้เป็นไท ทุกแห่งหน
เพื่อเปลี่ยนแปลง การปกครอง สู่สากล......เพื่อก้าวเดิน บนหนทาง ความเป็นไท

......................คณะราษฎร์ ประกาศยึด อำนาจรัฐ
......................อภิวัฒน์ จัดระเบียบ “การเมืองใหม่”
......................อภิวัฒน์ เพื่อสร้างรัฐ ประชาธิปไตย
......................สามัญชน ต้องเป็นใหญ่ ในบั้นปลาย

...........คำประกาศ สามัญชน จึงปรากฏ....เป็นตัวบท รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
จำกัดสิทธิ อภิชน และเจ้านาย................ชนทั้งหลาย จึงเท่าเทียม อา...เท่าเทียมกัน
สามัญชน ต้องสร้าง การเมืองใหม่............สร้างระบอบ ประชาธิปไตย แห่งชนชั้น
สร้างทฤษฎี อุดมการใหม่ มาประชัน.........ประชาชนเท่านั้น เป็นเจ้าของ อธิปไตย

.................ด้วยความเคารพ

swiss

ทั้งหลายทั้งปวง....จุดเริ่มต้น ที่มีการ Vote........ไม่ใช่ แก้ที่ปลายเหตุ

1. Vote ...ตั้งแต่โครงการใหญ่ๆๆๆ ถึง ระดับ ตำบล เช่น สถานอนามัย โรงเรียนสร้างห้องน้ำเพิ่ม สวนสาธารณะ และขยายถนน อื่นๆๆๆ แต่ละ ตำบล อบต.Vote เองในท้องถิ่นนั้น

2. Vote....ผู้ว่าจังหวัด ผู้นำ 3 เหล่า ผบ. ตำรวจ

3. ค่าใช้จ่ายในการ Vote (อย่าเหมา 2 พันล้าน) แต่ละที่ไม่พร้อมกัน ...ตำบลไหน Vote อบต.มี--จัดเก็บภาษีก็จ่ายเอง

4. Vote...โดยทางไปรษณ์ มี เอกสาร Vote รับไม่รับ...นี้ใส่ซองปิดมิดชิด เอกสารลาย เซ็นต์ชื่อ.....แผ่นพับ อธิบายโครงการต่างๆๆๆๆ

5. ขจัดนัการเมือง คอรัปชั่น ลดพวกอำมาตย์ มือที่มองไม่เห็น อำนาจแอบแฝง ปัญหานักการเมืองท้องถิ่นฆ่ากันตาย และมาเฟีย อื่นๆๆๆๆๆ

6. ประเทศไทย มีพัฒนาประชาธิปไตยที่เจริญแล้วววว

ได้แต่ฝัน

คนไทยต้องเรียนให้สูงๆ หรือไม่ก็ศึกษาหาความรู้แล้วสร้างฐานะให้เป็นปึกแผ่น มั่นคง ไม่ต้องรวยมากก็ได้(มิให้ส.ส.มาซื้อเสียงได้)และศึกษาเหตุการณ์บ้านเมือง สนใจส่วนรวม มีทัศนคติที่ดีต่อสารธารณะ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ไม่บูชาวัตถุนิยมเกินไป เคารพในสิทธิของความเป็นมนุษย์ เคารพกฎหมาย ...คงทำได้

Freeman

เรียน คุณ ได้แต่ฝัน แห่ง 125.26.70.148

เมื่อเรียนหนังสือสูงๆ ได้เป็น นักวิชาการ หรือ เป็น ฐานันดรที่ 4 แล้ว จะต้อง เคารพ และ เชื่อฟัง "คนถือปืน" ด้วยไหมเอ่ย

Kannika Rachaprarop

I like your poem and its well organized structure, khun The Red 58.8.108.198 ,

อนันต์ ประพงษ์

ด้วยความเคารพสำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงของคณะราษฏร เมื่อ 2475 นั้น จึงขอโอกาสนี้ทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะคณะผู้ปกครอง เท่านั้น โดยเนื้อหาและหลักการเปลี่ยนแปลงนั้น คณะราษฏร ไม่ได้มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป้นระบอบประชาธิปไตยเลย เพียงแต่เห็นว่า การมีรัฐธรรมนูญ คือเครื่องหมายของความเป้นระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้คณะราษฏรหลังยึดอำนาจได้ เพียง 3 วันก็มี รธน.ฉบับชั่วคราวขึ้นมา โดยสำคัญผิดว่านี้ คือ ประชาธิปไตย จึงทำให้ประชาชนคนไทยหลงผิดอยู่กับรัฐธรรมนูญและแย่งอำนาจกันโดยผ่านการเขียรนรัฐธรรมนูญ
จึงเป้นเครื่องพิสูจน์ว่าในนโยบายของคณะราษฏร นั้น ไม่มีนโยบายประชาธิปไตยที่จะทำให้อำนาจเป็นของประชาชน แม้จะมีการหลวกใน รธน. ฉบับแรกว่า อำนาจปกคาองสูงสุดเป็นของราษฏรทั้งหลาย แต่หลังจากนั้น อีก 6 เดือนก็มาเปลี่ยนเป้น คำว่า "อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศมาจากปวงชนชาวไทย" ในปัญหาคำว่ามาจากนั้น แต่ไม่รู้ว่าเป้นของใคร ซึ่งคำนี้ถูกถ่ายทอดมาเรื่อยๆในหมู่นัการเมืองและนักวิชาการของคณะราษฏรต่อมาเรื่อยๆ
ในเรื่องนโยบายหรือหลัก 6 ประการ นั้นจึงไม่มีหลักการอำนาจอธิปไตยปวงชน ทีสะท้อนถึงความเป้นระบอบประชาธิปไตย ได้ แต่ในนโยบายทั้ง 6 ประการไม่มี จึงเป้นข้อยืนยันได้นับแต่วันนั้นมาถึงวันนี้ว่า ประเทศไทยไม่เคยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยเลย
และเป้นการยืนยันจาก อ.ปรีดีเองว่าไม่มีความเจนจัด ซึ่งก็คือ ประสบการณ์ในทางการเมือง ในช่วงที่มีอำนาจ แต่พอมีความเจนจัดหรือประสบการณ์กลับไม่มีอำนาจ เอาหละถึงแม้ในช่วงที่มีอำนาจ แม้จะไม่มีความเจนจัดหรือไม่มีประสบการณ์ก็ความเจนจัดและประสบการณ์ก็สามารถเรียนรู้จากคนอื่นได้และคนจบสูงๆจากเมืองนอกเช่นนี้ก็สามารถเรียนรู้จากคนอื่นได้
ในความเป้นจริงแล้ว คณะราษฏร มีความรู้ไม่ถูกในเรื่อง ประชาธิปไตย ต่างหาก ไม่ใช่ไม่มีความเจนจัด
เพราะฉะนั้นรัฐบาลและกลุ่มประชาชนกองทัพควรจะเอาประสบการณ์ของคณะราษฏร อีกอย่างประสบการณ์และความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยในตอนนั้น พระบาทสมเด็จตประปกเกล้า ร.7 กำลังจะลงมือสร้างประชาธิปไตยอยู่และเป้นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก แต่คณะราษฏรไม่ยอมรับประสบการณ์และความรู้เรื่องประชาธิปไตยของ ร.7 ที่ประเทศเราก็มีความตื่นตัวและปฏิรูปการเมือง พร้อมกับประเทศญี่ปุ่น แต่ของเราทำได้ครึ่งเดี

บางกอก

ปัจจัยสำคัญยื่งประการหนึ่งที่ผู้นิยมการยึดอำนาจของคณะราษฎรไม่ค่อยจะพูดถึงกันก็คือปัญหาเศรษกิจตกต่ำทั่วโลกปี๑๙๓๐ที่เกิดขึ้นสองปีก่อนการยึดอำนาจนั้น ในหลวงร.๗ท่านกำลังใช้นโยบายแก้ไขโดยการดุลย์ข้าราชการออกจากราชการเป็นจำนวนมากเพื่อลดรายจ่ายของประเทศ ในใจของบรรดาผู้นำคณะราษฎรก็หวาดระแวงอยู่ว่าจะโดนดุลย์ออกด้วย จึงเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดการยึดอำนาจขึ้นแบบปราศจากความพร้อมว่ายึดแล้วจะไปทางไหนต่อดี กำจัดเจ้าแล้วจะแบ่งปันอำนาจเจ้ากันอย่างไรดี เมื่อคนในคณะราษฎรเองยังอยู่ในสภาพเช่นนั้น ก็อย่าได้ถามเลยว่าประชาชนไทยทั่วไปในขณะนั้นมีความรอบรู้เรื่องระบบอบการปกครองทางการเมืองขนาดไหน

ส่วนในฝ่ายของเจ้าเองนั้นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความคิดและการกระทำล้มเจ้า ส่วนตัวผมเห็นว่าเกิดจากฝ่ายเจ้าเองก็ส่งลูกส่งหลานไปเรียนต่างประเทศมากมายตั้งแต่ร.๕เมื่อกลับมาแทนที่จะเข้ารับราชการและเติบโตไปตามปรกติของระบบราชการ กลับปรากฏว่าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชาก้าวหน้าข้ามหัวสามัญชนที่ได้รับการศึกษาทัดเทียมกัน การกระทำเช่นนี้ของสถาบันก็คือการอัตวิบาตกรรมตัวเองที่ราชวงศ์ทั่วโลกโดนมาแล้วในยุคสมบูรณาญาสิทธิราช ในหลวงร.๗นั้นแม้นมีความคิดส่วนพระองค์ด้านการเมืองอย่างไรก็ไม่อาจจะขัดบรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายที่ต่างเป็นใหญ่เป็นโตในราชการได้... ดังนั้นเมื่ออนาคตแห่งอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวเริ่มมีแววปัญหาเกิด และสำนึกว่าความอยู่รอดนั้นก็คือต้องได้อำนาจอธิปัตย์มาไว้ในมือ จึงไม่น่าแปลกใจที่คณะราษฎรจะต้องทำการยึดอำนาจจากกษัตริย์ให้ได้ก่อนเพื่อชีวิตและครอบครัวตัวเอง ส่วนได้อำนาจแล้วจะบริหารประการใดต่อไปไว้ไปตายเอาดาบหน้า บรรดาข้าราชการชาวกรุงที่พากันหนุนการยึดอำนาจนี้ก็เรื่องกลัวถูกดุลย์นี่แหละครับ หากไม่มีการปลดข้าราชการในช่วงนั้น ผมไม่คิดว่าคณะราษฎรจะทำการสำเร็จ และหากไม่มีการเอาแต่เจ้ามาเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต่าง ความคิดจะยึดอำนาจก็คงยังเป็นแค่ความคิดของเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ปฎิบัติ.......กรณีของญี่ปุ่นนั้นผิดกับของไทยมากเอามาคุยกันไม่ได้ จักรพรรดินั้นเสียอำนาจให้โชกุนไปกว่าสี่ร้อยปีแล้ว บรรดาผู้ได้รับการศึกษาแบบตะวันตกยึดอำนาจจากโชกุน โดยเอาข้ออ้างที่ชาวญี่ปู่นฟังเข้าหูคือคืนอำนาจให้จักรพรรดิ จักรพรรดินั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลยในการปกครองก่อนและหลังการชิงอำนาจ ต่างกับกสถาบันกษัคริย์ไทยมากครับ...

เรียนให้สูงๆ

เรียนให้สูงๆ จบออกมาจะได้เป็นเจ้าคนนายคน?

เรียนให้สูงๆ

เรียนให้สูงๆ จบออกมาจะได้เป็นเจ้าคนนายคน?