‘การเมืองใหม่’ กับอนาคตสังคมไทย

การเมืองใหม่ตามแนวคิดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดูเหมือนจะมีจุดยืนที่ประกาศออกมาชัดเจนอยู่ 3 เรื่องหลักๆ คือ

 

1. เป็นการเมืองที่มุ่งปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทย หรือยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่า สังคมไทยควรปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

 

2. เป็นการเมืองที่มุ่งขจัดการทุจริตคอรัปชัน หรือเป็นการเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพิ่มอำนาจการตรวจสอบของภาคประชาชน เป็นการเมืองที่ได้นักการเมืองที่เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมมาปกครองบ้าน เมือง

 

3. เป็นการเมืองที่มีกระบวนการให้ได้มาซึ่ง ผู้แทนปวงชน ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้แทนของปวงชนจริงๆ เช่น ผู้แทนที่เป็นตัวแทนของคนในสาขาอาชีพหรือภาคส่วนต่างๆของสังคม

 

แนวทางผลักดันให้เกิดการเมืองใหม่ดังกล่าวของพันธมิตรฯ เท่าที่เปิดเผยต่อสาธารณะ คือ

 

1) ตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างมิติใหม่ทางการเมืองในระบบรัฐสภา นั่นคือเป็นการเมืองที่นักการเมืองเป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม ปลอดจากการทุจริตคอรัปชัน หรือการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง อย่างที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า พรรคการเมืองของพันธมิตรจะเป็นเสมือนหมู่บ้านศีล 5 ในดงโจร

 

2) รักษามวลชนและผนึกแนวร่วมของการเมืองภาคประชาชนเพื่อเสริมพลังตรวจสอบให้เข้มแข็ง

 

หากการดำเนินตามแนวทางทั้งสองบรรลุผลภาพอนาคตสังคมไทยที่มีการเมืองใหม่ในสายตาของพันธมิตรฯ (ประมาณว่า) คือ สังคม ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนักการเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรม ปลอดการทุจริตคอรัปชัน การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็งควบคู่กับความเข้มแข็งของการเมืองภาคนักการเมือง ที่มีผู้แทนปวงชนมาจากประชาชนทุกภาคส่วนจริงๆ

 

ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคมไทย ผู้เขียนขอแลกเปลี่ยนกับฝ่ายเรียกร้องการเมืองใหม่ ดังนี้

 

ประเด็นแรก ดูจากการกระทำของพันธมิตรฯในเรื่องการชูวาทกรรม ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อปลุกกระแสมวลชนเท่าที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนความเป็นการเมืองใหม่แต่อย่าง ใด แต่เป็นการเมืองอนุรักษ์นิยมสุดขั้วที่นำสถาบันกษัตริย์มาแบ่งแยกผู้คนในปะ เทศเป็นฝักฝ่ายอย่างไร้ความรับผิดชอบ (เช่น เพียงแค่คนที่ซื้อหนังสือพิมพ์บางฉบับที่พันธมิตรไม่เอาด้วยก็ถือว่าพวกเขา ไม่เอาสถาบันกษัตริย์แล้ว เป็นต้น)

 

นอกจากนี้การสร้างวาทกรรม ทหารของพระราชา ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้อเรียกร้องให้เพิ่ม พระราชอำนาจ (เช่น การแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพควรเป็นพระราชอำนาจเท่านั้น) ทำให้น่าสงสัยว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะอยู่เหนือระบอบประชาธิปไตยหรือ อย่างไร หรือประเทศนี้จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยภายใต้การกำกับของระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์

 

ในระบอบประชาธิปไตยเราไม่อาจจินตนาการถึง พระราชอำนาจ ที่อยู่เหนือ ฉันทานุมัติ หรือ อำนาจของประชาชน ไม่อาจจินตนาการถึงกองทัพหรือข้าราชการซึ่งกินภาษีของประชาชนแต่ไม่ใช่ ผู้รับใช้ประชาชน หรือไม่ใช่ผู้พิทักษ์ป้องหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค

 

ที่ สำคัญการที่พันธมิตรฯ ประณามนักวิชาการหรือประชาชนฝ่ายที่เรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายหมิ่นพระบรม ราชานุภาพซึ่งยืนยันหลักการความเสมอภาคและความโปร่งใสที่ว่า ในสังคมประชาธิปไตยทุกสถาบันต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการเมืองใหม่ของพันธมิตรไม่ใหม่จริง (เพราะเป็นการเมืองที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความมีเสรีภาพและความเสมอ ภาคมากขึ้น)

 

ประเด็นที่สอง การชูการเมืองที่ความโปร่งใสตรวจสอบได้ ถ้าหมายถึงการสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้ย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้า (เน้น ถ้า) เป็นการชูคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม หรือชู คนดี ให้เหนือ ระบบที่ดี อาจมีเป็นปัญหาตามมา

 

เวลาที่เราพูดถึง คนดีในทางการเมือง เราอาจต้องนิยามให้ชัดเจนว่าหมายถึง คนที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง และกระทำการต่างๆตามหรือพิทักษ์ปกป้องหลักการ กติกา อุดมการณ์แห่งระบอบการเมืองการปกครองนั้นๆ (ซึ่งคนดีเช่นนี้ไม่เกี่ยวกับว่าจะกินอาหารมื้อเดียว มังสวิรัติ หรืออาบน้ำวันละ 5 ขัน หรือไม่) ดังนั้น ระบบการเมืองจึงเป็นตัวกำหนดคนดีในทางการเมือง

 

การ เรียกร้องคนดีในทางการเมืองจึงไม่ใช่การเรียกร้องหาคนดีที่สิ้นกิเลส หรือคนที่อ้างศาสนาอ้างศีลธรรมเพื่อสร้างเครดิตให้กับตนเอง (การอ้างศาสนาในทางการเมืองควรอ้างหลักการของบางคำสอนในทางศาสนาว่าสนับสนุน หลักการทางการเมืองอย่างไร เช่น หลักธรรมาธิปไตยสนับสนุนหลักประชาธิปไตยอย่างไร เป็นต้น ไม่ควรอ้างศาสนาเพื่อแบ่งแยกว่าคนนั้นคนนี้หรือฝ่ายนั้นฝ่ายนี้เป็นคนดีหรือ ไม่ดี)

 

ถ้า เรายึดระบบที่ดีเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในการอยู่ร่วมกัน ผลที่ตามมาก็คือ ไม่ว่าคนที่มีภาพเป็นคนดีหรือมีภาพเป็นคนไม่ดี ถ้าทำผิดกติกาเดียวกันเขาย่อมถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่ถ้าเรายึดคนดีเหนือระบบที่ดีผลที่ตามมาคือคนที่มีภาพเป็นคนดีหรือมีภาพ เป็นคนไม่ดีถ้าทำผิดกติกาเดียวกันจะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน

 

และ อาจเลยเถิดไปถึงว่าคนที่เรายกย่องกันว่าเป็นคนดีนั้นอาจอยู่เหนือการตรวจสอบ เพราะความเชื่อที่ว่าเขาเป็นคนดีเขาย่อมไม่ทำผิด (หรือแม้แต่เขาทำผิดเราก็อาจมองข้ามไปเฉยๆ) หรือาจเลยเถิดไปจนกระทั่งว่า ฝ่ายที่ถือว่าพวกตนเป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมอาจทำตัวเป็น อภิสิทธิชนทางศีลธรรม เที่ยวตัดสินถูก-ผิดแทนสังคม และวางเงื่อนไขต่างๆกดดันให้สังคม เลือกข้าง อย่างไม่เคารพเสรีภาพทางความคิด เป็นต้น

 

ประเด็นสุดท้าย การเมือง ที่ได้ผู้แทนปวงชนที่เป็นผู้แทนของปวงชนจริงๆเป็นอุดมคติของระบอบ ประชาธิปไตย แต่จะใช้วิธีการอย่างไรจึงจะทำให้อุดมคตินั้นเป็นจริงย่อมเป็นเรื่องที่ถก เถียงกันได้ (ด้วยเหตุผล)

 

ระบบ การเลือกตั้งแบบ 1 คน 1 เสียง โดยพิจารณาความเป็นผู้แทนของปวงชนจากนโยบายของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง เป็นวิธีตรงไปตรงมาและง่ายในทางปฏิบัติ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้การทุจริตเลือกตั้งลดลงได้เป็นประเด็นที่สังคมต้อง ตระหนักร่วมกัน และเป็นเรื่องที่เราต้องเคารพต่อการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจของประชาชน

 

หมายเหตุสำคัญ คือ ประเด็นหลักของการวิเคราะห์เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ที่ว่า นักการเมืองในการเมืองเก่าเลว การเมืองใหม่ต้องการนักการเมืองที่เป็นคนดี เป็นประเด็นเก่าแก่และแคบ ปัญหาที่ควรเป็นประเด็นหลัก เช่น ความเป็นธรรมทางสังคม มีการพูดถึงน้อยมาก และแนวทางขับเคลื่อนการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ที่ดำเนินมาบนหลักการที่ว่า เป้าหมายหรือผลสัมฤทธิ์สำคัญเหนือวิธีการ ก็เป็นแนวทางแบบเดียวกับแนวทางของการเมืองเก่าที่พันธมิตรฯ ประณาม

 

ผู้เขียนจึงจินตนาการไม่ออกว่า การเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ จะเปลี่ยนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้อย่างไร โดยเฉพาะจะสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมมากขึ้นได้อย่างไร!

Comments

ว ณ ปากนัง

*การเมืองเก่า การเมืองใหม่ ให้แตกต่าง
สู่ปลายทาง คนละทาง ต่างเงื่อนไข
การเมืองเก่า สู่ประชาธิปไตย
การเมืองใหม่ ประชาธิปไตย แบบควบคุม

*การเมืองเก่า ของปวงชน ชาวไทย
การเมืองใหม่ พันธมิตร ลิขิตกลุ่ม
พาฝูงชน ตั้งหน้า มาชุมนุม
เพื่อโอบอุ้ม รัฐประหาร พาลบีฑา

*กลุ่มทุนเก่า อมาตยาธิปไตย
กลุ่มทุนใหม่ ประชาธิปไตยก้าวหน้า
กลุ่มทุนเก่า เบียดเบียน บีฑา
กลุ่มทุนใหม่ เสาะหา ความเจริญ

*กลุ่มทุนเก่า เน่าหนอน ชอนไช
กลุ่มทุนใหม่ มีค่า น่าสรรเสริญ
กลุ่มทุนเก่า เหมือนบ่วง ขวางทางเดิน
กลุ่มทุนใหม่ หกเหิน เดินหน้าไป

*การเมืองเก่า ของทุนใหม่ ไม่ยากไร้
การเมืองใหม่ ของทุนเก่า เน่าไม่ไหว
การเมืองเก่า เป็นประชาธิปไตย
การเมืองใหม่ ฝันใฝ่ เผด็จการ

*การเมืองเก่าสร้างสังคมที่เป็นธรรม
การเมืองใหม่สร้างกรรมทำลายผลาญ
การเมืองเก่าประชาธิปไตยยั่งยืนนาน
การเมืองใหม่อันธพาลครองเมือง

The Other

ทำไมการเมืองเก่าจึงต้องดับสูญ? และทำไมการเมืองใหม่จึงต้องอุบัติขึ้น?
==============================================

การเมืองเก่าได้พิสูจน์ให้ประชาชาติไทยรู้เช่นเห็นชาติต่อเนื่องมาอย่างน้อย 70 กว่าปีแล้วว่าเป็นการเมืองที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว หรือหมู่เดียว คณะเดียว ไม่ใช่การเมืองที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

เป็นการเมืองเพื่อแสวงหาประโยชน์และช่วงชิงอำนาจเพื่อกลุ่มตนและพวก พ้อง โดยมิได้คำนึงถึงความพินาศฉิบหายยับเยินของประเทศชาติและความยากจนข้นแค้น ล้าหลังของอาณาประชาราษฎร

นักการเมืองเก่าได้ใช้อำนาจรัฐในการสร้างสมความมั่งคั่งให้แก่ตนและ พวกพ้อง ในขณะที่ประเทศชาติเหลือแต่ก้างกระดูกและประชาชนเหลือแต่กระดูกสันหลัง ความล้าหลังยากจนข้นแค้นแผ่กระจายไปทั่ว และทำให้ประเทศชาติต้องล้าหลัง ถดถอย จนอยู่ใกล้ปลายแถวสุดของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ไปแล้ว

นักการ เมืองเก่าได้โกงบ้านกินเมืองและสร้างสมฐานะของตนจนร่ำรวยมหาศาล แทบจะกล่าวได้ว่าผลการทำมาหากินของประชาชาติไทยถูกปล้นชิงไปอยู่ในเงื้อมมือ ของนักการเมืองเก่าจนแทบหมดสิ้น

มันพัฒนาจนกลายเป็นธุรกิจการเมืองที่ไม่แยแสและไม่ฟังเสียงประชาชน ตั้งหน้าโกงบ้านกินเมืองอย่างหน้าซื่อตาใส การโกงชาติ โกงประชาชนซึ่งๆ หน้าเกิดขึ้นดาษดื่นไม่เว้นแต่ละวัน

และมันยังพัฒนาจนกลายเป็นธุรกิจการเมืองแบบครอบครัว ที่ระดมเอาผู้คนในครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ แม้กระทั่งคนรับใช้ใกล้ชิด เข้ามาสู่อำนาจทางการเมือง จนระบอบสืบทอดอำนาจในระบบครอบครัวของนักการเมืองเก่า ได้ขยายตัวออกไปยิ่งกว่ายุคสมัยใด

มันพัฒนาจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว! คือถึงขั้นที่ใช้อำนาจทางการเมืองเข้ายึดครองเขตพื้นที่เป็นจังหวัดๆ กระทั่งกำลังยกระดับขยายขึ้นเป็นระดับภาค หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ ในที่สุดประเทศไทยก็จะถูกแบ่งแยกโดยกลุ่มการเมือง แบบที่เคยเป็นในยุคขุนศึกของประเทศจีน ที่กลุ่มนักการเมืองแบ่งแยกดินแดนและเขตอิทธิพลเพื่อครองอำนาจการเมืองตลอดกาล

The Other

เพราะเหตุนี้การเมืองแบบเก่าจึงจำเป็นต้องใช้ทุนรอนมากขึ้นเพื่อบำรุง เลี้ยงระบอบธุรกิจครอบครัวการเมือง ที่จะสืบสันตติวงศ์ไปไม่มีที่สิ้นสุด

ในขณะที่ประชาชนไทยกำลังคล้ายกับเป็นทาสที่มีแค่โอกาสขายสิทธิเลือกตั้ง เพียงไม่กี่ร้อยบาท แล้วยกอำนาจอธิปไตยให้กับระบอบธุรกิจการเมืองในระบบครอบครัวที่สุดแทน สามานย์ ครองบ้านผลาญเมืองต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

การเมืองเก่าที่พัฒนามาในลักษณะนี้ได้ทำให้ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สภาพสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน

สภาพ ดังกล่าวนี้ถึงพัฒนาต่อไป ชาติบ้านเมืองและประชาชนก็ทนแบกรับต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว แต่ประชาชาติไทยก็ไม่อาจยินยอมพร้อมใจให้การเมืองแบบเก่าในลักษณะนี้ดำรง อยู่ต่อไปเช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าทางใด การเมืองแบบเก่าซึ่งกำลังเน่าเฟะผุพัง และกำลังพังทะลายลงมาจึงต้องเดินหน้าพังทะลายต่อไปจนถึงกาลสิ้นสุดในอนาคต อันไม่ไกลจากนี้

ในสภาพเช่นนี้ การเมืองใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น มันเป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติของสังคมที่ต้องเป็นไปเช่นนั้นเอง เพราะความล้าหลัง ยากจน ข้นแค้น ความไม่เป็นธรรม และการถูกข่มเหงรังแก ได้แผ่ขยายปกคลุมจนผู้คนสัมผัสได้ทั่วถึง

ในวันนี้ความขัดแย้งในสังคมไทยและประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาชนชั้น ชนชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หรือเพศวัยใดๆ อีกแล้ว

แต่มันเป็นความขัดแย้งในเชิงอุดมการณ์ว่า จะกอบกู้ฟื้นฟูชาติ หรือจะโกงชาติกินเมือง หรือระหว่างความถูกกับความผิด ระหว่างความดีกับความชั่ว ระหว่างธรรมกับอธรรมเท่านั้น ตรงนี้จะกลายเป็นเส้นแบ่งทางการเมืองของการเมืองใหม่และการเมืองเก่า และมันจะกลายเป็นจุดชี้ขาดให้ประชาชาติไทยได้ตัดสินใจว่าใครจะยืนอยู่ข้าง ไหน ใครจะเลือกอนาคตของประเทศชาติและตนเองแบบไหน

ใครกอบกู้ฟื้นฟูชาติ ใครยืนหยัดในความถูก ความดี ความงาม และธรรมะ ที่มีอนาคตอันรุ่งโรจน์ และความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง ต้องมายืนอยู่กับการเมืองใหม่

ใครจะโกงชาติกินเมือง ยืนหยัดอยู่ในสิ่งผิดๆ ความชั่วร้ายและอธรรม ที่มีอนาคตที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง แม้กระทั่งความสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน ก็ไปยืนอยู่กับการเมืองเก่าต่อไปตามเดิม

Khon

Thailand the land of " Dictated " not " Democracy "
Thailand the land of " No Longer Smile "
Thailand the land of " Deviated "
And Thailand the land of " Ice Age " took over by Old sag nonsense peoples.

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ

The Other

"ใครกอบกู้ฟื้นฟูชาติ ใครยืนหยัดในความถูก ความดี ความงาม และธรรมะ ที่มีอนาคตอันรุ่งโรจน์ และความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง ต้องมายืนอยู่กับการเมืองใหม่

ใครจะโกงชาติกินเมือง ยืนหยัดอยู่ในสิ่งผิดๆ ความชั่วร้ายและอธรรม ที่มีอนาคตที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง แม้กระทั่งความสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน ก็ไปยืนอยู่กับการเมืองเก่าต่อไปตามเดิม"

ในทางการเมือง
เก่า-ใหม่
ดี-ชั่ว
ธรรม-อธรรม
แยกกันได้ชัดเจนเด็ดขาดขนาดนั้นหรือ?

วิธีอธิบายพัฒนาการทางการเมืองแบบ "ลัทธิลิ้ม แห่งสงครามศักดิ์สิทธิ์"
น่ากลั๊ว น่ากลัวจะไม่จริง!!!

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ (เอิ่ก!!!...)

ทะเสหมอก

การเมืองใหม่ของพธม. ...แน่ใจหรือจะไม่โกงกิน...
คห. 2 - 3 อย่าฟุ้งซ่าน...กินยาระงับประสาทแล้วนอนซะ

คนเลือกข้าง

การเมืองใหม่ของ พธม 1.ส่งเสริมอำนาจ ของ บรรดา ชนชั้นสูง เอาสถาบันมาเป็นเครืองต่อรองทางการเมื่อง เอาสถาบันมาป้องกันผลประโยชน์ที่พวกตนต้องเสียไปถ้า ชนชั้นสูงต้องถูกลดอำนาจลง ข้อแรกก็เห็นแก่ตัวชัดเจน 2. คนดีมีคุณธรรม ในความหมายของ พธม ก็ต้องปิดสนามบิน ได้ ปิดทำเนียขได้ เข้าไปกินอยู้กันได้ สมสู่กัน ต้องตอแหล เก่ง อย่าง นายอภิสิท ต่อแหล หน้าตายไปวันๆ อย่างนี้เรียกคนดีของ พธม ล่ะ 3.เอาบุคคล จากหลายสาขาอาชีพ ก็เข้าอีหรอบ เดิม นักวิชาการ สมองหมา ปัญญา ควาย พวกัน หรือไม่ก็ พวก นักธุรกิจที่ เสียผลประโยชน์ จากรัฐบาลทักษิณ ตกลง การเมืองให้หรือปกป้องผลประโยชน์ ของกันและกัน กันแน่

plt

มีคนตั้งข้อสังเกตุและจัดประเภทพวกเสื้อเหลืองเทียมว่า

1. เชื่อคนง่าย ไม่สามารถวิเคราะห์เหตุผล อย่างมีหลักการที่ดีได้

2. มีทิฐิมานะ อคติสูง

3. ใช้วาจาไม่ห่างจากพวกเดรัจฉาน

4. ใจคออำมหิต ผิดมนุษย์ทั่วไป

ที่เรียกว่าเสื้อเหลืองเทียมเพราะว่า สีเหลืองเป็นสีประจำวันประสูตของในหลวง มีความหมายสูง แต่พวกนี้เอามาใส่แล้ว ถือพระบรมรูป แล้วไปเที่ยวยิงคน ไปสร้างความเสียหาย ต่างๆ นาๆ ให้พระองค์ เหลือคณานับ จึงถือว่าเป็นเหลืองเทียม

มีเหลืองแท้ก็มีเหลืองเทียมได้

มีแดงแท้ก็มีแดงเทียมได้

คนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเหลืองแท้ อย่าหาว่าด่ากันเลย (จากการที่มีคนตั้งข้อสังเกตุ) ส่วนเหตุผลที่เหลืองแท้ตกกระไดพลอยโจน ก็เนื่องมาจากไม่ได้ต้ง สติ และขาดการใช้เหตุผลในการรับฟัง

สำหรับแดงเทียมนั้นต้องมีการพิสูจน์กันต่อไปในแต่ละเหตุการณ์

กำลังบอกว่ามีความแตกต่างกันของอุดมการณ์อย่างมาก สำหรับปรากฎการณ์ เสื้อแดง และเสื้อเหลือง

เสื้อแดงต้องการความเป็น ประชา + อธิปไตย ( เสรีภาพ + ไม่เบียดเบียน )

ส่วนเสื้อเหลืองเทียมต้องการทำลายล้างคน ๆ หนึ่ง

ในแต่ละครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศสยามนี้ ไม่ว่า 14 ต.ค. 2516 16 ต.ค. 2519 พฤษภา 2535 19ก.ย. 2549 และ 13 เม.ย. 2552 มีผู้บงการทั้งสิ้น และการกระทำแต่ละครั้งนั้นได้เอาชีวิตของคนไทยด้วยกันเป็นเหยื่อเพื่อให้สำเร็จตามความตั้งใจ

ความต่างจากครั้งอื่นๆ กับครั้งล่าสุด เมษา 52 ก็คือคนที่เคยอยู่เบือ้งหลังได้ปรากฎกาย

ดังนั้นไม่ว่า แดง หรือ เหลือง ที่เดินตามอุดมการณ์ของตนเองนั้น จึงกลายเป็น หมากตัวหนึ่งบนกระดาน

ทุกอย่างจึงเดินไปด้วยเจตนา และเจตนาจะเป็นตัวแยกแยะว่า อุดมการณ์ของใครเป็นสิ่งที่ดี หรือ ไม่ดี ต่อส่วนรวม ถึงแม้ว่าจะเป็นหมากบนกระดานด้วยกันทั้งคู่

เสื้อแดงมีกำลังใจเข้มแข็งเพราะยึดมั่นต่อคำว่า คุณธรรม + ยุติธรรม + เทิดทูลในหลวง

ส่วนเหลืองเทียมยึด หลักที่ต้องการทำลายล้าง ทั้งระบอบประชาธิปไตย ทำลายบุคคล ทำลายคนไทยด้วยกัน

ลองไตร่ตรองดูนะครับ ว่าวันใดที่คนบงการล้มหายตายจากไปแล้ว ประเทศของเราจะอยู่กันแบบไหน เราจะเป็นแบบ ตะวันออกกลางหรือเปล่า (ยัสเซอร์อาราฟัช รบกับอิสราเอล ) รบกันไม่รู้จักจบจักสิ้น หรือเราจะใช้หลักการและเหตุผลที่คนที่มีใจเป็นธรรมมองเห็นว่าเป็นของกลางๆ มาใช้แล้วรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อรักษาบ้านเมืองกันต่อไป

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ปัญญาชน นักวิชาการ โดยเฉพาะคนที่มีอาชีพทางปรัชญา อย่างผู้เขียน
ทำผิดสำคัญมากๆ ที่ใช้สถาบันกษัตริย์ เป็น ฐานฯ ในการวิพากษ์คนอื่น (ทักษิณ "มิบังควร" "ประชดประชันเบื้องสูง") ซึ่งในบริบทสังคมไทยและจากจุดยืนของความยุติธรรมที่ผู้เขียนอ้างตลอดเวลา การกระทำเช่นนั้น เป็นเรื่องบัดซบมากๆ

ใครที่ทำความผิดระดับนี้ แต่ไม่เคยยอมรับ และวิจารณ์ตัวเองอย่างเปิดเผย
ผมเห็น่วา ไม่มีคุณสมบัติจะมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสำคัญๆอย่างการเมือง, ความยุติธรรมอีก (ตราบเท่าที่ไม่ยอมรับในความผิดสำคัญนั้น)

การขาดความละอายแก่ใจ และยอมรับในความผิดพลาด ที่ใช้ข้ออ้างเรืองสถาบันกษัตริย์ กล่าวหาคนอื่นเป็นเรื่องที่ทั้งน่าเศร้า และน่าสมเพชอย่างยิ่ง

DC

คห.6 แสดงว่าคุณชอบให้นักการเมืองชั่วหละซี เพราะมีคนแบบคุณมั่กมากประเทศชาติเลยเต็มไปด้วยนักการเมืองที่โกงกิน มูมมามไม่รู้จักพอ คนที่ชอบปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
งัยหละ

ว ณ ปากนัง

*พันธมิตร บิดเบือน การเมือง
ให้เป็นเรื่อง ศีลธรรม ล้ำเลิศค่า
ทั้งที่ตน ก็มุสา วาทา
ทั้งก่นด่า กล่าวหา อยู่ร่ำไป

*แท้การเมือง เป็นเรื่อง การต่อรอง
การถือครอง ผลประโยชน์ โภชผลได้
เคยกีดกัน คนลำบาก คนยากไร้
ซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ ในแผ่นดิน

*คนรากหญ้า ป้องประชาธิปไตย
เคารพเสียง ส่วนใหญ่ ไม่หยามหมิ่น
ใช้แรงกาย ทำมาหากิน
ไม่เล่ห์ลิ้น ลวงคำ ทำลายคน

*ยินดีด้วย ที่ตั้งพรรค พันธมิตร
เล่นตามสิทธิ์ พึงได้ ไม่สับสน
สู้กันตาม กติกา อย่าวกวน
บนถนน ของประชาธิปไตย

*แม้แพ้การเลือกตั้งรู้นั่งคอย
อย่าตะบอย ก่อกวน ป่วนเงื่อนไข
อย่าอวดอ้าง ธรรมาธิปไตย
ตั้งตนให้ ยิ่งใหญ่ แต่ผู้เดียว

อำนาจของภาษา

ความคิดๆหนึ่งเลวเพราะถูกตีตราว่าเลว
อุดมการณ์ๆหนึ่งเลวเพราะถูกตรีตราว่าเลว
ซ้ายหรือความขวาเลวเพราะถูกตีตราว่าเลว
เหลืองหรืแดงเลวเพราะถูกตีตราว่าเลว
คนๆหนึ่งเลวเพราะถูกตีตราว่าเลว

อำนาจของภาษา
ภาษาของอำนาจ
ภาษาของการตีตรา

ภาษานักวิชาการ
ภาษาน่าสมเพช
เพราะในหยักสมอง
มีแต่ขยะน่าสมเพช

เด็กตั้ยแหลงทองแดง

ทรท ไทยรักไทย ป๊วกมันมั่ยรัก แต่ เรา รัก ทรท
พปช พลังประชาชน ป๊วกมันมั่ยรัก แต่ เรา รัก พปช
พท. เพื่อไทย ป๊วกมันมั่ยรัก แต่ เรา รัก พท
และเราจะรักต่อปัย
มั่ยมีม๋าตัวหนัยจะมาบังคับขืนจัยมั่ยหั้ยรัก
ปัยรักปั๊กตัวซวยปั๊กอื่นหรอกวะ
ทรท พปช พท คือตัวแทนของเรา โหย่ในใจเราดะหลอดปัย

โบ๋เลา จะมั่ยเลือกปะจาติ๊ปัดฉะหวะ ปันต๊ะมืด หั้ยเป็นฉะเหนียดจันลัย

เข้าจัยมั๊ยปัดฉะหวะตั๊งหลัย รักชาติจนเหม็นขี้ฟันเลยนะป๊วกเอ๋ง

doctorJ

To Somsak Jeam comment#9

I fail to discover the part of the aricle which contain the lines you refer to.
Could you specifically point it out for me ( and may be some others too ), thanks.

doctor J

นที

เมื่อไหร่ PAD จะพูดออกมาให้ชัดเจนเสียทีว่า การเมืองใหม่ของพวกเขา คืออะไรกันแน่
ชุมนุมกันข้ามปีแล้ว ยังคิดกันไม่ออกอีกเหรอ เห็นทำแต่อ้ำๆอึ้งๆ พูดจาวกวน กลับไปกลับมา (ไอ้ลิ้มมันเคยประกาศว่าจะไปบวช หากไล่รัฐบาลสมชายได้ และไม่หวังผลอะไรทางการเมือง) พธม. พูดถึงแต่อุดมการณ์การเมืองที่เป็นอุดมคติ แต่ไม่เคยเสนอวิธีการหรือหนทางที่ชัดเจนที่จะทำสิ่งที่พวกเขาต้องการให้เป็นจริงได้ วันๆเอาแต่ด่าปลุกระดมโจมตีเรื่องชั่วๆ ที่จริงมั่งไม่จริงมั่งของคนอื่น แต่ตัวผู้นำ พธม.เอง ก็ไม่ได้มีภาพพจน์ที่ใสสะอาดเท่าไหร่ แถมแนวคิดทุกอย่างที่แสดงออกมา มันไม่เห็นมีอะไรที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยเลย มีแต่จะดึงถอยหลังลงคลองให้กลับไปยึดถือตัวบุคคลมากกว่าระบอบ

ที่ทุเรศก็คือ ตอนนั้นทำเป็นโยนหินถามทาง เรื่อง 70/30 แต่พอคนด่าเยอะแยะก็ทำเป็นไก๋ เล่นลิ้นว่า เป็นแค่เป็นความคิดผ่านๆ โธ่เอ๋ย เด็กอมมือมันยังดูออกเลย มันสะท้อน hidden agenda ที่พวก พธม.และพวกอีแอบอำมาตย์ที่สนับสนุน นึกไว้ในใจและต้องการอยู่ตลอดเวลา

พธม. คิดหรือว่า หากให้อำนาจกลับไปอยู่ในมือคนกลุ่มเล็กๆไม่กี่คนในประเทศ พวก 70 ที่จะโดนแต่งตั้งขึ้นมา จะสามารถหรือยินยอมที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เหลือทั้งประเทศ

พธม.คิดหรือว่าคนกลุ่มเล็กๆที่มีอำนาจจะสามารถล้างความชั่วร้าย ทุจจริต ต่างๆ ในระบอบการเมืองออกไปได้ โดยที่พวกเขาจะไม่เป็นผู้กระทำความชั่วเหล่านั้นเสียเอง?
และที่เลวร้ายที่สุดก็คือ จะเป็นการยากมากๆ ที่ประชาชน จะสามารถ "ไล่" คนกลุ่มนี้ให้พ้นจากอำนาจไปได้อีก เพราะพวกเขาจะมีทั้งอำนาจกฎหมาย ที่ปกป้องพวกเขา จากการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆก็ตาม (ตามที่ รมต. บางคนในพรรคประชาธิปปัตย์ เคยพยายามเสนอกฎหมายหมิ่นฯ ให้ครอบคลุมไปถึงองคมนตรี และเพิ่มโทษให้หนักขึ้น) มีอำนาจทางการเงิน ที่อีกสิบทักษิณ ก็ไม่อาจเทียบเทียม และที่สำคัญ มีอำนาจทางทหาร โดยที่พวกเขาเป็นผู้แต่งตั้งผู้นำทัพ (ในทางพฤตินัย) มาโดยตลอด (พอทักษิณทำผิด protocol นี้ ก็เริ่มเป็นจุดเริ่มของขบวนการล้มล้าง เพราะถือว่าไปเลื่อยขาสำคัญที่ค้ำยันอำนาจ)

นที

การเมือง ไม่ว่าจะ เก่า หรือ ใหม่ คงไม่สามารถหนีพ้นเรื่องของอำนาจ และ ผลประโยชน์ ของเหล่านักการเมือง และชนชั้นปกครอง ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องรอง หรือเป็นแค่เรื่องที่ต้องทำๆให้เสร็จๆไป ตามหน้าที่ แต่มันไม่ตื่นเต้น ไม่หอมหวาน เหมือนกับอำนาจ และ ผลประโยชน์ส่วนตัว

แต่ระบอบประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เป็นการประสานผลประโยชน์ของประชาชนที่อยู่ร่วมกันในประเทศ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยมีสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในระดับพื้นฐาน ในการที่จะเข้าถึงโอกาส และทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง พวกพ้อง และ สังคมโดยส่วนรวม ผ่านระบอบการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและโปร่งใส โดยมีการเมืองภาคประชาชนนอกสภา และ สื่อต่างๆ เป็นตัวเสริม และช่วยตรวจสอบ แต่ไม่ควรที่จะทำำถึงขั้นล้มล้างรัฐบาลและก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลแก่ประเทศได้

การเมืองและระบอบประชาธิปไตย ในความคิดของทักษิณ อาจจะเป็นประเภท MONEY TALKS, BULLSHIT WALKS. คือใช้เงินเพื่อที่จะ "Get things done." แต่การเมืองใหม่ของ พธม. ต้องการใช้ "Dictatorship to get things done." อย่างนั้นหรือ แล้วพันธมิตรเป็นใครที่จะมาตัดสินแทนประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ว่าประชาชนต้องการให้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้? ก็ดีแล้วที่ตั้งพรรคขึ้นมา เสียงของประชาชนที่จะเลือกพวกคุณ จะเป็นตัวพิสูจน์

ขออย่างเดียว เปลี่ยมชื่อเสียเถอะ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เปลี่นเป็น พันธมิตรประชาชนเพื่อระบอบเผด็จการ ให้มันชัดๆไม่ต้องเหนียมไปเลย
และไอ้ชื่อพรรค ก็อย่าเอาคำว่า "ธรรม" มาเป็นส่วนประกอบเพื่อสร้างภาพเลย มันไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาหรอก คนที่รักและสนับสนุนแนวคิดของพวกคุณ อย่างไรเขาก็เลือกพวกคุณอยู่แล้ว ส่วนพวกที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ พธม. จะตั้งชื่อให้ประเสริฐเลิศเลออย่างไร ก็คงไม่มีวันไปเลือกพวกคุณหรอก ผมคนหนึ่งที่ไม่เอาด้วยหรอก กับการเมือง "ใหม่" แบบ พธม.

นที

คนดี ไม่ดี บ่อยครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า เขา "สร้างภาพ" ได้เก่ง หรือ ไม่
คนดี ไม่ดี บ่อยครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า เขา ดี กับใคร
คนดี ไม่ดี บ่อยครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า เรา ชอบ เขาหรือไม่
คนดี ไม่ดี บ่อยครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า เรา เป็น พวกใคร

ภาษาของอำนาจ

ดีไม่ดี บ้างครั้ง ไม่ใช่ภาษาของศีลธรรม
ดีไม่ดี บางครั้ง เป็นภาษาของอำนาจ
ภาษาของศีลธรรม บางครั้ง เป็นภาษาของอำนาจ
อำนาจตรวจสอบ บางครั้ง ก็ใช้เพื่อเหยียดหยาม
เหยียดหยามเพื่อกีดกัน/เขี่ยคนเห็นต่างออกไปจากเวที
โดยเฉพาะเวที่ที่เรียกกันสวยหรูว่า
ประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเสมอภาค
ช่างน่าสมเพชที่คนชั้นนำในประเทศนี้
เลือกที่เปิด/ปิดเวทีของสวยหรูอย่างว่า
สำหรับพวกเขา/พวกเราเท่านั้น

ภาษาของอำนาจ

เวทีประชาธิปไตยถูกสร้างขึ้น
โดยพวกที่อ้างหลักการประชาธิปไตย
และเวทีประชาธิปไตยก็ถูกทำลายลง
โดยพวกที่อ้างหลักการนั่น

รัฐประหารเพื่อปฏิรูปประชาธิปไตย
การเมืองใหม่เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง
เวทีวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประชาธิปไตย
เว็บบอร์ดเพื่อประชาธิปไตย

ฯลฯๆๆๆๆๆ

ถูกสร้างขึ้นโดยอ้างหลักการประชาธิปไตย
และหลัdการที่อ้างก็ถูกใช้ทำลาย "เนื้อหา" ของประชาธิปไตยเสียเอง

ตรวจสอบ! ตรวจสอบ!(เพื่อจะฆ่าให้ตาย)
ราวีตีตรา! ราวีตีตรา!
แบ่งแยก! แบ่งแยก!
อยู่กันอย่างแปลกแยก! แตกแยก!
น่าสมเพช! น่าสมเพช!

Chaem

Agree with 14 (Doctor J)

His comment may stem from the previous heated article by the same author..

Right ?

ภาษาของอำนาจ

ภาษาของอำนาจ
อำนาจแห่งอคติ
อคติจากการตีความ
ตีความจากกรอบความเชื่อ
ความเชื่อที่เชื่อว่าตรงกับ fact
แต่ไม่เฉลียวว่า fact นั้นผ่านการให้ความหมายโดยผู้เชื่อ
ที่น่าสมเพชคือผู้เชื่อพยายามบังคับให้ fact ที่มีความหมายซับซ้อนกว่าความหมายจากการตีความของผู้เชื่อ แสดงความจริงเท่าที่ผู้เชื่อตีความเท่านั้น

น่าสมเพช! น่าสมเพช!

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

Reply to Doctor J #14 and Chaem #20

I refer to an article the author published in Manager in January 2006, calling on 'the society' to criticize Thaksin for making the two (in)famous remarks "if I, as prime minister is not royal to the thrown, what devils are?" and "if His Majesty whispers to my ear, I will resign" See the article here :

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000000148

and the debate I have with the author following his previous article on this site:
(from #16 onwards)
http://www.prachatai.com/05web/th/home/comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=17001&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

...........................

ตอบ Doctor J #14 และ Chaem #20

ผมหมายถึงบทความที่ผู้เขียนตีพิมพ์ใน ผู้จัดการ ต้นปี 2549 เรียกร้องให้ "สังคม" ช่วยกันวิพากษ์ทักษิณ ที่ "มิบังควร" ที่ไป "ประชดประชันสถาบันเบื้องสูง" ด้วยการเอ่ยประโยค "ถ้าผมไม่จงรักภักดี ผีที่ไหนจะจงรักภักดี" และ "ถ้าในหลวงกระซิบให้ผมออกจากตำแหน่ง"
ดูตัวบทความที่นี่

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000000148

และดูที่ผม ดีเบต กับผู้เขียน หลังบทความที่แล้วในประชาไท นี้ ที่นี่
(จาก ความเห็นที่ 16 เป็นต้นไป)

http://www.prachatai.com/05web/th/home/comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=17001&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ

สมศักดิ์ กำลังใช้สถาบันเป็นฐาน (ในด้านกลับ) เพื่อ reject สุรพศ ออกไปจากพื้นที่การเสวนาแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาสังคมการเมืองหรือไม่?

สมศักดิ์ มีน้ำยาจริงทำไมไม่เถียงกับบทความที่เขากำลังเสนอ?
ทำอะไรให้เกิดการสร้างสรรค์ทางปัญญาหน่อยได้ไหม?
แทนที่จะไล่จับ(ในสิ่งที่คุณตีความว่า)ผิดเพื่อนมนุษย์ที่กินขี้ปี้นอนเช่นเดียวกับคุณ

สมศักดิ์ ชกให้สมศักดิศรีหน่อยได้ไหม?

อิอิอิไม่กร๊ากๆๆๆๆ (อ๊วก!!!!)

อิอิ

pad nont หนีตอบกระทู้ตั้งแต่ดึกเมื่อวาน หนีไปรักษาฝี .....ที่ปากแน่ อิอิ ปากเสีย
งานเลยเข้า หายอยากไปเลย นี่แหละพวกปากซุกซน ไม่ควรใช้ปากในทางที่ผิด

The Otherไปตามลูกน้อง ขอกำลังมาช่วยด่วน เร็ว อิอิ

ง่ายมาก

การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ลงทุนโปรโมตการตั้งพรรคใหม่
ด้วยทุนของประเทศมหาศาล เช่นยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน
ตั้งแต่ยังไม่ตั้งพรรค
จับแพะชนแกะ และเกาะแข็งเกาะขาอำมาตย์ และทหารการเมือง
ของคนกลุ่มน้อยเก่าๆแก่ๆที่สอบตกหรือไม่ประสบผลสำเร็จทางการเมือง
และต้องเป็นเด็กเส้น ชอบเส้นใหญ่ๆๆ อิอิ
มาสุมหัวกันโดยมีพวกหางเหลืองคอยตามแห่

บางกอก

ถึงสมศักดิ์ เจียม
สองประโยคนั้น หากมีใครเอาไปตีความว่าหมิ่นสถาบัน ผมก็ว่าออกจะชาล้นถ้วยไปหน่อย ขี้เกียจกลับไปอ่านที่ดีเบตกัน เอาเป็นว่าเรื่องสองประโยคนี้ เห็นด้วยกับสมศักดิ์ครับ เรื่องอื่นที่หมิ่นกว่าก็ยังมี ไม่ยักยกมาดีเบตกัน....

ดี

การเมืองไม่ใช่เรื่องศาสนา
จะเป็นโจรเป็นพระก็พูดได้
จะเห็นต่างเห็นตามก็ช่างใคร
ประชาไทไม่ขีดเส้นเช่นนี้ดี

รู้ทันพวกศักดินากาขาว

ถุย แค่ภาษีเรื่องง่ายๆ ยังเลี่ยงไม่ยอมเสียเลย ทะลึ่งจะมาว่านักการเมือง มึงนั่นแหล่ะนักโกงเมืองตัวจริง โกงมายาวนานหลายสิบปี นักการเมืองมันก็แค่เหยื่อเวลาที่มึงจะหาเรื่องให้ไอ้พวกยามออกมาปฏิวัติ

ดูปฏิวัติปี 34 ก็ได้ หาว่าเค้าร่ำรวยผิดปกติ แล้วคืนทรัพย์สินให้เค้าทำไมวะ ถุย ทำไมไม่ยึดไปให้หมดเลยล่ะ

แล้วไอ้ทหารพระราชาผู้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนนี่ก็น่าภาคภูมิใจจริงๆ ถุย ถุย ถุย ประเทศนี้มันอัปปรีย์ คนดีอยู่ไม่ได้ เพราะคนจัญไรมันครองเมือง ถุย

ถุงเท้าไม่เคยซัก

อำนาจ อภิสิทธิ อิทธิพล และผลประโยชน์มหาศาล ที่อยู่เหนือกฎหมายและสืบทอดได้ นั่นแหละคือสิ่งที่ส่งเสริมปกป้องสนับสนุน และทำลายใครก็ได้ ที่ตนต้องการ ประเทศไหนที่ผู้นำมีครบทั้ง6ประการ มาตราฐานไม่ต้องไปถามหา ไล่ทีละประเทศได้เลย ยิ่งเจริญมากเท่าไร เจ้า6สิ่งที่ว่าจะยิ่งลดน้อยถอยลง ยิ่งล้าหลังคลั่งบ้าเจ้า6สิ่งก็ยิ่งเข้มข้นเป็นทวีคูณ ใครชอบแบบไหน ดีไม่ดีลองตรองดู ถ้าคิดว่าคนเราอยู่ไม่ถึง100ปี ลูกหลานที่จะตามมาภายหลังจะยกย่องใคร ยกย่องคนอย่างโฮหรือโงดินเดียม ยกย่องซุนยัดเซนหรือยวนซือไข ยกย่องประจันดาหรือพิเรนทรา ยกย่องคานธีหรือมหาราชา ฯลฯ คิดหรือว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ ที่ได้มาหรือมีอยู่จะจีรังยั่งยืนและเอาไปได้เมื่อตายไป คิดและทำเพื่อให้คนรุ่นหลังมีความสุข เป็นไท มีอิสระ เสรีภาพ ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวแม้กระทั่งจะคิดก็ยังไม่กล้า หาแต่ทางเอาตัวรอดไปวันๆ เอาของเก่ามาขายยังไม่พอ ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นของใหม่ ใช้ส่วนไหนคิดไม่ทราบ

คนผ่านมา

ไม่มีเก่ามีใหม่ในการเมือง
มีแต่ความต่อเนื่องไม่ขาดสาย
อยากได้ใหม่เหยียดเก่าเผาทำลาย
เพื่อกลับกลายเป็นเก่าถูกเผาทิ้ง?!

คัดลอกจากบอร์ดคุยกับเสธแดงครับ.....

ไอ้พวกพันธมิตร พวกมัน….โง่เหลือหลายครับ เกินจะบรรยาย ไอ้สมองหมา ปัญญาควาย…

สน .....ตะพายควายเดินตามเป็นหางแถว
ธิ .....ธงแถวโบกไสวไล่ทักษิณ
จำ ....อวดอ้างขับไล่เพราะโกงกิน
ลอง ...แลบลิ้นใครมีแฉกแยกกว่ากัน
สุ .....นัขเห่าเค้าให้เดินถอยห่าง
ริ .....อวดอ้างจาบจ้วงนิดผิดมหันต์
ยะ ....โสยิ่งหมิ่นองค์สถาบัน
ไส ....หัวมันออกไปจากไทยเรา
พิ ....นอบนบคนไทยในแผ่นหล้า
ภพ ...นี้น่าที่คนไทยทุกหมู่เหล่า
สม ...โภชองค์เหนือหัวของพวกเรา
ศักดิ์…. ศรีเก่าที่ทุกคนหลงลืมไป
สม... คุณค่าคุณความดีพระองค์ท่าน
เกียรติ ...สถาบันใครหมิ่นไทยทุกเหล่า
จง ...ขับไล่ไปจากแผ่นดินเรา
ออก ..มาเผาพริกเกลือสาปแช่งมัน
ไป ...ที่ไหนให้ทุกไทยช่วยต่อต้าน
จาก ….วันวานที่พระองค์ถูกเหยียดหยัน
แผ่น….ป้ายค้านร่วมเสือกไสไล่พวกมัน
ดิน..... หินนั้นขว้างปาใส่ไล่มันที...!!!

นที

คห 33

เมื่อเช้าผมอ่านข่าวนี้เหมือนกัน ในความคิดของผม เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดเลย (มีใครไม่รักในหลวงบ้าง คนที่ชอบทักษิณ และก็รักในหลวง มีมากมาย และอาจจะเป็นส่วนใหญ่ของประเทศด้วยซ้ำ) ดร.สุเมธ พูดราวกับต้องการตอกย้ำว่ามีคนต้องการและคิดจะล้มล้างสถาบัน และสถาบันกำลังอ่อนแอ เปราะบาง และเป็นผู้ถูกกระทำ อย่างไรก็ดี หากไม่คิดมากเกินไป ดร.สุเมธ อาจจะมีเจตนาแค่ต้องการจะเตือนใจคนบางกลุ่ม (ส่วนน้อย) ให้คิดรำลึกและมองย้อนกลับไปให้ยาวๆถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ท่านได้ให้ไว้กับเมืองไทยและประชาชนชาวไทยตลอด 60 ปี ที่ผ่านมา (ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ และมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน) ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรมิใช่หรือ ในฐานะองคมนตรี (การมี เฟอร์รารี่ คงไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ ดร.สุเมธ พูด ถึงแม้ว่ามันจะขัดกับภาพลักษณ์ของ เศรษฐกิจพอเพียง แต่ ดร.สุเมธ คงมี "เพียงพอ" ที่จะซื้อมาขับเล่น)

อย่างไรก็ตาม ผมไม่เห็นด้วยที่ ดร.สุเมธ จะไปสรุปง่ายๆแทนคนรัสเซีย ว่าการที่พวกเขาอัญเชิญพระอัฐิของพระเจ้าซาร์มาประดิษฐานในโบสถ์หลวง สถาปนาให้เป็นนักบุญนิโคลัสเพื่อสักการะบูชานั้น ทำไปเพราะพวกเขาต้องการให้มีการสถาปนาระบอบกษัตริย์ขึ้นมาใหม่
มันเป็นไปได้อย่างยิ่งที่คนรัสเซีย อาจจะมีเหตุผลทางอารมณ์บางอย่าง เกี่ยวกับการล่มสลายของระบอบกษัตริย์ของพวกเขา และ โศกอนาฏกรรมการถูกฆาตกรรมหมู่ของพระเจ้าซาร์ และ พระบรมวงศ์ษานุวงศ์ ซึ่งความเศร้า ความรู้สึกผิด ความเวทนา ต่างๆ ล้วนเป็นเหตุผลได้ทั้งสิ้น

และถึงแม้ว่าคนรัสเซียต้องการที่จะให้กลับมามีสถาบันกษัตริย์อีก ดร.สุเมธ ก็ไม่อาจทราบหรือสรุปได้ว่า คนรัสเซียต้องการมีกษัตริย์เพื่อมามีอำนาจปกครองประเทศ หรือมีอำนาจทางการเมือง การทหาร หรือเพียงเพื่อมาเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนทางวัฒนธรรมซึ่งสะท้อนให้ชาวโลกเห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน และความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของรัสเซียในอดีตเท่านั้น (เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านยุโรปอื่นๆ)

แต่ในความคิดของผม สิ่งที่ชาวรัสเซียกำลังทำอยู่ คือการ "รำลึก" ถึงอดีตกษัตริย์ของเขา มากกว่าความต้องการที่จะกลับมาสถาปนาสถาบันกษัตริย์ให้เกิดขึ้นมาใหม่ เพราะมันไม่อาจจะเข้ากันได้กับวิถีของการปกครองระบอบใหม่ ซึ่งได้พัฒนาไปไกลเกินที่จะย้อนกลับไปเป็นเช่นเดิมแล้ว

สิ่งที่ผ่านมาอาจจะประเสริฐที่สุด แต่ไม่ได้การันตี สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และนั่นคือประเด็นสำคัญ

เนียนจริงนะเพ่

การเมืองไทยวุ่นวาย เพราะมีเพียงไม่กี่ครอบครัว ที่สูญเสียอำนาจเพราะประชาธิปไตย เลยทำเนียนแกล้งสนับสนุน แต่หลังฉากคอยแทรกแซงมาตลอด ไม่ให้ประชาธิปไตยเติบโตได้อย่างราบรื่น

เมธเอ๊ยเมธ

เมธ กังหันวิดน้ำ พอเพียงจนน้ำลายไหล ออกมาเดินสายอีกแล้ว เตรียมซวยอีกรอบประเทศนี้ อ้าปากก็เห็นถึงไส้ติง

จับตามันเดินเกมยุบการปกครองท้องถิ่น รวบอำนาจ กลับสู่ระบอบการปกครองแบบโบราณ มันทำได้ มันทำได้ เพราะพวกนี้มันคุมทหารได้

ซวยจริงๆ เกิดเป็นเมธ เป็นหนังหน้าไฟตลอด

คนไทยคนที่2

คห2และ3ควายthe other มันก็ควายดักดานนั่นแหละ เรียกได้ว่าไม่ได้มีการพัฒนาทางสมองเอาซะบ้างเลย และก็ยังคงควายดักดาน แบบพวกโจรก่อการร้ายเหลืองขี้สดเจ๊ก กาบดพันธมิตรขายชาติ ที่ไม่รู้จักละอาย ไม่รู้จักแม้นกระทั่งของความเป็นคน ว่าคนเรานั้นเกิดมาเท่าเทียมกัน
นี่เป็นความจริง ที่มิอาจที่จะปฏิเสธได้
แต่ที่ทุกวันนี้ หรือนับตั้งแต่อดีตที่มีการบันทึกประวัติศาสตร์ ปัญหาของมวลมนุษยชาติล้วนเกิดจากการกระทำที่เรียกว่า คนกลุ่มน้อยนิดได้กดหัวคนกลุ่มใหญ่เอาไว้เป็นทาสแรงงานทาสการผลิต และทุกสิ่งทุกอย่าง พวกที่เป็นปฐมเหตุของสิ่งเหล่านี้นั่นคือพวกนักรบที่ตั้งตนเป็นกษัตริย์
เมื่อยังไม่มีศาสนาพวกกษัตริย์ใช้หมอผีในการ ควบคุมฝูงชนให้ยอมรับในชะตากรรม โดยการอ้างดินฟ้าและบรรพชน และเมื่อมีศาสนาเกิดขึ้น ก็ใช้ศาสนาเข้ามาเป็นเครื่องมืออีกเช่นกัน
ปรากฏการณืเช่นนี้เป็นมัีนทั้งโลก นั่นอ่จกล่าวได้ว่าคนยุคนั้นยังเขลาอยู่ การศึกษา นั้นอยู่ในวงที่แคบมากเพราะสอนกันในหมู่นักบวชเท่านั้น ก็ขนาดกษัตริย์ขนาดเจงกิสข่านก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก แล้วประชาชนมันจะอ่านออกหรือ
ในยุคที่ไทยต้องสูญเสียดินแดนไปกว่าหกแสนตารางกิโลเมตร นั้นประชาชนรู้เรื่องด้วยหรือ
แทบจะไม่รู้เรื่องเลยซะด้วยซ้ำ และแทบจะไม่รู้้เสียด้วยซ้ำว่าฝรั่งเศสบุกเข้ามาถึงแม่น้ำเจ้่าพระยา ประชาชนก็ยังคงตกอยู่ในการโฆษณาชวนเชื่อบิดเบือนมาตลอด เรื่องเขาพระวิหารเป็นประจักษ์พยานที่ดี
ใครขืนเชื่อไอ้ควาย เจ๊ก กาบดพันธมิตรเหลืองขี้สด ว่ามันเสนอการเมืองใหม่ ก็ย่อมควายเต็มทน เพราะไอ้ที่มันเสนอมานั้นล้วนเก๋ากึ๊ก เป็นโบราณวัตถุเต็มที นั่นคือเผด็จการทรราชมันชัดๆ แถมไม่ใช่ธรรมดา ถ้าดูในรายละเอียดพวกมันนำลัทธิคอมมิวนิสต์มาใช้ซะด้วยซ้ำ เพราะจะเอาแบบโปลิตบิวโร มาใช้ในการบริหาร
สมัยที่สหรัฐประกาศอิสรภาพ และเกิดปฏิวัติในฝรั่งเศสตามมานั้น พวกกษัตริย์ต่างๆในโลก ยังไม่มีใครกลัวหรือตกใจ นั่นเพราะมองเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ได้ทำลายกษัตริย์เพราะกษัตริย์ที่กลายเป็นสามัญชน ก็ยังประกอบอาชีพและรวยได้แบบชนิดรวยไม่รู้เรื่อง
แต่เมื่อเลนินสตาลินทรอตสกี้พวกบอลเชวิคล้มระบบกษัตริย์ของรัสเซียลงนั่นแหละ ผลของมันสั่นสะเทือนไม่ใช่แค่ในยุโรป แต่ทว่า สั่นสะเทือนมันไปทั่วโลก เพราะคอมมิวนิสต์ยึดทรัพย์กษัตรย์เรียบ ระบบคอมกับกษัตริย์มันไปด้วยกันไม่ได้แบบน้ำกับน้ำมัน

คนไทยคนที่2

ดังนั้นการที่พวกโจรเจ๊กกาบดเหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติมันอ้างว่ามันจะรักษาระบบกษัตริย์เอาไว้มันก็เป็นการโกหกเต็มที เพราะไอ้ระบบที่ใช้กรรมการกลางพรรคแบบโปลิตบิวโร มันไม่ยอมให้กระทำแบบนั้นได้
ไม่งั้นทั้งรัสเซียจีน เกาหลีเหนือเวียตนามคิวบา ตลอดจนประเทศกลุ่มกติกาสัญญาวอร์ซอและพวกคาบสมุทรบัลข่าน มันก็ต้องสมควรมีกษัตริย์อยู่ แต่นี่ที่ไหนได้ ล้วนเรียบวุธ สูญพันธ์
สิ่งที่ไอ้พวกโจรกบฏก่อการร้ายเหลืองขี้สดนั้น ไม่มีอะไรใหม่ มันเป็นโบราณวัตถุที่ย้อนยุคไปได้นับพันปีเสียด้วยซ้ำ เพราะที่มันเสนอมานั้น เป็นการหยิบยื่นระบอบเผด็จการทรราชชนิดสุดขั้วหรืออุลตราลิสต์หรือแแบออร์ธอด๊อกซ์เต็มขั้นเท่านั้น

คนไทยคนที่2

เอ้ออีกนิดคห28 น่ะกราบือมันดักดาน ดันเอาที่สุเมทพูดมาลงได้
คนที่ได้ดูรัสเซียทูเดย์ ที่ถ่ายทอดสดจากประเทศรัสเซีย วันที่มีการเชิญกระดูกของพระเจ้าซาร์และพระราชวงค์ในโบสถ์หลวงนั้น คนรัสเซีย เขาไม่ได้พูดเสียหน่อยเลยว่าต้องการระบอบกษัตริย์หรืออยากมีพระเจ้าแผ่นดินเสียหน่อย เพียงแต่เขาบางคนที่เข้าร่วมพิืธีนั้นสงสารในชะตากรรมของซาร์นิโคลัสต่างหาก
แต่ทว่า วันที่รัสเซียจัดแสดงแสนยานุภาพปีนี้ ในวันครบรอบ76ปีที่รัสเซียรบชนะเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่2
บอกตรงๆว่าหวาดเสียวเหมือนกันว่ากลัวว่า รัสเซีย จะเปลี่ยนมาเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะกองทหารที่เดินขบวนดันเล่นถือธงฆ้อน เคียว พร้อมโชว์รถถังรุ่นล่าสุดกับจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปรวมทั้งเครื่องบินรบรุ่นล่าสุด

รู้ทันพวกกาขาว

ตราบใดที่ประชาชนยังไปให้ความสำคัญกับตัวแทนของระบอบโบราณ ประชาธิปไตยก็พัฒนายาก เพราะระบอบโบราณจะคอยแทรกแซงไม่ให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เพราะไม่งั้นจะเกินหน้าเกินตาพวกมัน

หัวตะขาบ

การเมืองใหม่ จะทำได้ ก็ไม่ยาก
รอให้นักการเมืองเก่าตาย
พร้อมๆกันทั้งหมด สูญพันธุ์เหมือนไดโนเสา
อย่าให้มันแพร่พันธุ์ได้

แต่คงยาก
เพราะแมงสาบมันทน

นำมาฝาก

"ดังนั้นผมขอฟันธงว่า ในระบบประชาธิปไตยแท้ พลเมืองจะต้องจงรักภักดีและเคารพศักดิ์ศรีของเพื่อนพลเมืองด้วยกัน เราจะต้องไม่จงรักภัคดีต่อคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ นายพล นายกรัฐมนตรี หรือ ประธานาธิบดี และไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์นอกจาก “สิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเสมอภาค” นักการเมืองหรือนักวิชาการคนไหนที่พูดว่าเราต้องจงรักภักดีต่อกษัตริย์ในยุคนี้ต้องถือว่าไม่เข้าใจประชาธิปไตยอันแท้จริง"

นำคำพูของ อ.ใจ มาฝาก
ด้วยรักและคิดถึงอย่างแฮง

จริงๆ

จริงๆ แล้วคนไทยไม่ต้องคิดอะไรมาก เนื่องมาจากประเทศนี้ไม่ต้องการให้คนในชาติลืมตาอ้าปากได้ ต้องการให้เป็นเสมือนคนที่ไร้ความสามารถ ตกเป็นธาตุของคนที่มีโอกาสมากกว่า และถูกทำนาบนหลังต่อไป

สาเหตุที่ประเทศไทยสะดุด เนื่องมาจาก การนำหวยใต้ดินขึ้นมาบนดินจึงทำให้คนที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เสียรายได้อย่างมหาศาล จึงทำให้เป็นนเหตุให้ถึงกับต้องทำให้ประเทศไทย ต้องตกอยู่ในสภาพที่ ไร้ขื่อแป อยู่ทุกวันนี้

เวรของกรรม

ถ้าจะทำให้ประเทศไทยมีความเจริญทางความคิดกับเขาบ้างก็เอาพวกทาสของอำมาตย์ทั้งหลายไปเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติเสียให้หมดจึงจะสามารถทำให้ประเทศไทยดีขึ้น

plt = คนรักแผ่นดินเกิด

I tend to agree with your

I tend to agree with your comment, khun บางกอก

I wonder what kind of Russians are asking for Tzar? It's a pity, those Russians suffered and died from the famine in bloody Nicholas period, couldn't make their voices heard today.

If one can runs a referendum today, asking whether Russians want the Romanov especially Tzar Nicholas back or not. I'm so keen to know how many Russians would say 'yes'