เมื่อ The Yes Men กลุ่มนักเสียดสีต้านบรรษัทงัดข้อกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ

กลุ่มเดอะ เยส เมน นักเสียดสีที่ชอบปลอมตัวเป็นตัวแทนบรรษัทจัดแถลงข่าวหลอก ๆ สร้างเว็บไซต์ปลอมของหน่วยงาน อย่าง ของ WTO หรือของ จอร์จ บุช จูเนียร์ ล่าสุดโดนสภาหอการค้าสหรัฐฯ ฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และให้ข้อมูลเท็จ แต่เยส เมน ก็ยังออกแถลงการณ์โต้สภาหอการค้าต่อ

 
 
ภาพข่าวที่สมาชิกเดอะ เยส เมน ปลอมเป็นตัวแทนบริษัท ดาวเคมมิคอล ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี
 
 
เดอะ เยส เมน นักป่วนวัฒนธรรมผู้แสดงละครเสียดสีความจริง
กลุ่ม เดอะ เยส เมน (The Yes Men) เป็นกลุ่มต่อต้านบรรษัทและรัฐบาลด้วยการ "ป่วนวัฒนธรรม" (Culture Jamming) โดยที่พวกเขามักจะแกล้งปลอมตัวเป็นบุคคลผู้มีอำนาจหรือโฆษกขององค์กรที่มีชื่อเสียง ซึ่งพวกเขาใช้วิธีการที่เรียกว่า การแก้ไขอัตลักษณ์ (Identity Correction)
 
นอกจากนี้พวกเขาก็ยังล้อเลียนด้วยวิธีอย่างเช่นการสร้างเว็บไซต์ปลอมที่ดูคล้ายของคนที่พวกเขาต้องการล้อ การแกล้งไปออกรายการโทรทัศน์ หรือจัดการแถลงข่าวแบบหลอก ๆ ซึ่งในการแถลงข่าวแบบหลอก ๆ นั้นพวกเขามักจะพูดถึงจุดประสงค์ที่แฝงอยู่เบื้องหลังขององค์กรที่พวกเขาปลอมตัวมา หรือไม่ก็พูดอะไรที่ฟังดูขัดแย้งในตัวเอง โดยที่หลายครั้งไม่มีใครทราบด้วยซ้ำว่าคนที่พูดแถลงข่าวอยู่เป็นกลุ่มเยส เมน ที่ปลอมตัวมา
 
ผลงานเด่น ๆ ของพวกเขาคือ การสร้างเว็บไซต์ปลอมเพื่อล้อเลียนอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ
จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ในชื่อ www.gwbush.com ในช่วงที่มีการเลือกตั้งปี 2000 เมื่อมีการถามบุชเรื่องของเว็บไซต์นี้ เขาก็บอกว่ามันสร้างขึ้นมาโดยพวกขยะและเสนอว่า "เสรีภาพควรจะมีขอบเขต" จนทำให้ประโยคนี้กลายเป็นที่จดจำสำหรับหลาย ๆ คน
 
ตัวอย่างผลงานอื่น ๆ ของ เดอะ เยส เมน ก็เช่น การสร้างเว็บไซต์ปลอมขององค์กรการค้าโลก (WTO) ที่ชื่อ http://www.gatt.org จนมีคนที่สับสนส่งจดหมายไปถาม และพวกเขาก็ตอบกลับไปราวกับเป็นตัวแทนของ WTO จริง ๆ
 
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2004 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปี อุบัติเหตุโรงงานเคมีในเมืองโบปาล ประเทศอินเดีย แอนดี้ บิชบาม หนึ่งในคณะเดอะ เยส เมน ก็แกล้งปลอมเป็นตัวแทนของบริษัทดาวเคมมิคอล (Dow Chemical) ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ทางบริษัทจะยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และทำความสะอาดจุดเกิดเหตุ
 
การให้สัมภาษณ์หลอก ๆ ครั้งนี้ มีผลกระทบทำให้ราคาหุ้นของบริษัทตกไป 4.2 เปอร์เซนต์ ภายใน 23 นาที กระทั่งทางบริษัทตัวจริงต้องรีบออกมาแก้ความเข้าใจผิด
 
กลุ่มเดอะ เยส เมน มีผลงานเผยแพร่เป็นสื่อภาพยนตร์และหนังสือ เช่นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขาเรื่อง The Yes Men ในปี 2003 ซึ่งล่าสุดพวกเขามีตอนต่อของภาพยนตร์ในชื่อ The Yes Men Fix The World ซึ่งเริ่มฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ ในช่วงต้นปี 2009 และเริ่มฉายในสหรัฐฯ วันที่ 23 ต.ค. โดยพวเขายังเคยจัดพิมพ์หนังสือชื่อ The Yes Men: The True Story of the End of the World ด้วย
 
ภาพยนตร์เรื่อง The Yes Men ภาคแรก นำเสนอเรื่องราวของนักกิจกรรมสองคนคือ แอนดี้ บิชบาม และ ไมค์ บอนนาโน ปลอมตัวเป็นโฆษกขององค์กรการค้าโลก และกล่าวในที่ประชุมอย่างประชดประชันว่าให้เปลี่ยนประเทศโลกที่สามให้เป็นแรงงานทาสเสีย
 
โดยบทวิจารณ์ของเจมี รัสเซล ใน บีบีซี ระบุว่าเดอะ เยส เมน ไม่ได้มีการวิพากษ์เทสาดเทเสียระดับ ไมเคิล มัวร์ และอาจไม่ได้อธิบายความผิดปกติของระบบอย่างละเอียดเท่านอม ชอมสกี้ แต่พวกเขาเอาประเด็นยาว ๆ มาย่อยให้เป็นประโยคเด็ด ๆ ย่อยง่าย ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีมาก
 
 
Trick or Treat : จะยอมรับกฏหมายสิ่งแวดล้อม หรือจะถูกหลอกหลอนโดยนักปลอมตัว
แต่ล่าสุดกลุ่ม เดอะ เยส เมน ก็ถูกฟ้องหลังจากการจัดแถลงข่าวหลอก ๆ ขึ้นในวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมาโดยคราวนี้พวกเขาปลอมเป็นสภาหอการค้าของสหรัฐฯ (US Chamber of Commerce)
 
ในวันที่จัดแถลงข่าวปลอมนั้น สมาชิกเดอะ เยส เมน ผู้บอกว่าตนเป็นตัวแทนของสภาหอการค้าของสหรัฐฯ ออกมากล่าวสนับสนุนให้มีการผ่านร่างกฏหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ
 
ทั้งที่ก่อนหน้านี้สภาหอการค้าสหรัฐฯ มีจุดยืนไม่ยอมรับการผ่านร่างฏหมายดังกล่าวจนทำให้บริษัทแอปเปิ้ลและบริษัทใหญ่ ๆ อีกหลายบริษัทออกจากการเป็นสมาชิกหอการค้า
 
แต่หลังจากดำเนินการแถลงข่าวไปได้สัก 20 นาทีจนถึงช่วง ถาม-ตอบ ของการแถลงข่าว ก็มีชายคนหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นโฆษกตัวจริงของสภาหอการค้าก็บอกในที่ประชุมแถลงข่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องจัดฉากขึ้น
 
 
 

วิดิโอคลิปเหตุการณ์แถลงข่าวปลอมในวันที่ 19 ต.ค.
ในช่วงราวนาทีที่ 1:05 โฆษกตัวจริงของสภาหอการค้าสหรัฐฯ ก็ออกมาแสดงตัว บอกว่าการจัดแถลงข่าวครั้งนี้เป็นของปลอม ก่อนเดินออกมาบอกนักข่าวหน้าเวทีว่าหากต้องการพูดคุยกับโฆษกของสภาหอการค้าตัวจริงแล้วให้มาคุยกับเขา และข้อมูลจากการแถลงข่าวปลอมนี้เชื่อถือไม่ได้ หลังจากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปพร้อมแจกนามบัตรให้กับนักข่าว(ที่มา: fluxdepot/Youtube)
 
แม้ว่าทางเดอะ เยส เมน จะออกมายอมรับว่าพวกเขาเป็นผู้จัดการแถลงข่าวปลอมนี้ขึ้นมาเอง แต่ก็มีทั้งกลุ่มองค์กรสิ่งแวดล้อมและสื่อที่เข้าร่วมรับฟังเชื่อว่าเนเรื่องจริง จนเผลอนำเสนอเรื่องนี้ไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรอยเตอร์, วอชิงตัน โพสท์, นิวยอร์ก ไทม์ ต่างก็นำการแถลงข่าวปลอมนี้ไปลงราวกับข่าวจริง (ก่อนที่จะถอนข่าวออกในเวลาต่อมา)
 
ซึ่งในการแถลงข่าวปลอมครั้งนั้น คนที่เล่นเป็นตัวแทนของสภาหอการค้า ยังได้พูดถึงเรื่องพลังงานถ่านหินละอาดว่าเป็นเรื่องโกหก และควรเอางบไปใช้กับการวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า
 
อิริค วอห์ชเลเกล (Eric Wohlschlegel) โฆษกตัวจริงของสภาหอการค้า ออกมาหน้าเวทีของการแถลงข่าวปลอม กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องโกหก และเขาเชื่อว่าเป็นการทำผิดกฏหมายด้วย อิริค บอกว่าเขาทราบถึงการแถลงข่าวปลอมครั้งนี้เมื่อมีผู้สื่อข่าวมาถามหาที่ประชุมแถลงข่าวที่สำนักงานของหอการค้า
 
หลังจากเหตุการณ์แถลงข่าวปลอมดังกล่าวกลุ่มเดอะ เยส เมน ก็ออกแถลงการณ์ถึงสิ่งที่พวกเขาทำไปว่าเพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงปัญหานโยบายสิ่งแวดล้อม โดย แอนดี้ บิชบาม ผู้ที่ปลอมตัวเป็นผู้แทนหอการค้าในงานแถลงข่าวหลอก ๆ ครั้งนั้นบอกว่าจุดยืนของหอการค้าสหรัฐฯ ในเรื่องกฏหมายสิ่งแวดล้อมด้านวิกฤติของสภาพอากาศนั้นช่างคับแคบ ทั่วโลกควรจะเห็นว่าเรื่องวิกฤติของสภาพอากาศเป็นเรื่องเร่งด่วน และประเทศที่ร่ำรวยควรลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
 
"พวกเราที่สภาหอการค้าพยายามผลักไสเรื่องการศึกษาสภาพภูมิอากาศให้ออกห่างจากธุรกิจ แต่ถ้าหากสภาพภูมิอากาศไม่คงที่แล้ว เราก็ทำธุรกิจไม่ได้" บิชบามกล่าว ขณะปลอมตัวเป็นสมาชิกสภาหอการค้าในที่แถลงข่าว
 
เอมี่ กู๊ดแมน เขียนบทความไว้ในเว็บไซต์ TruthDig.Org เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เปรียบเทียบการแถลงข่าวหลอก ๆ ของกลุ่ม เดอะ เยส เมน ว่า ดูเหมือนกลุ่มเด็ก ๆ ในวันฮาโลวีน ที่จะไปแกล้งเคาะประตูตามบ้านเพื่อขอขนมไม่เช่นนั้นจะเป็นผีมาหลอก (เป็นประเพณีวันฮาโลวีนของตะวันตก ที่เรียกกันว่า Trick or Treat – ผู้แปล)
 
 
นักปลอมแปลงเสียดสีองค์กร ถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์
ในเวลาต่อมา กลุ่ม เดอะ เยส เมน ก็ถูกสภาหอการค้าสหรัฐฯ สั่งฟ้อง โดยในวันที่ 26 ต.ค. ทางสภาหอการค้าได้ไปที่ศาลแขวงเพื่อสั่งฟ้องกลุ่ม เดอะ เยส เมน ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์, ลอกเลียนตราสินค้า, แข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และโฆษณาให้เกิดความเข้าใจผิด กลุ่มสภาหอการค้าบอกอีกว่า กลุ่ม เดอะ เยส เมน จัดแถลงข่าวไปเพื่อผลประโยชน์ด้านการเงินของพวกเขาเอง
 
สตีเวน ลอว์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านกฏหมายของหอการค้าและทนายความ ระบุว่า กลุ่ม เดอะ เยส เมน ไม่ได้เป็นแค่พวกขี้แกล้งที่ทำเพื่อความสนุกสนาน แต่พวกเขาจงใจฝ่าฝืนกฏและระเบียบเพื่อเอาไว้ขายหนังสือ ภาพยนตร์ และสินค้าอื่น ๆ ของพวกเขา
 
"การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่อะไรมากไปกว่าการลอกเลียนแบบที่ฉาบหน้าด้วยความเป็นนักกิจกรรมสังคม" ลอว์กล่าว "การละเมิดลิขสิทธิ์และการหลอกลวงนั้นฟังดูขัดแย้งกับหลักการอภิปรายในประเด็นสำคัญ เพราะเป็นการปกปิดไม่ให้สื่อและประชาชนรับทราบจุดยืนของทางสภาหอการค้า และพวกเขาก็แกล้งนำเสนอจุดยืนโดยทำเหมือนเป็นของจริง"
 
ทางด้านกลุ่มเดอะ เยส เมน ดูจะไม่ระคายอะไรกับการถูกฟ้อง จาคส์ เซอร์วิน (เป็นอีกชื่อหนึ่งของ แอนดี้ บิชบาม) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง เดอะ เยส เมน หัวเราะเมื่อรู้ข่าวและบอกว่าเขาแปลกใจที่ทางหอการค้าฟ้องร้องกลุ่มพวกเขา จาคส์ยังบอกอีกว่าพวกเขาไม่ได้หลอกใครนานเกินไปกว่าหนึ่งวินาทีเลย และรู้สึกผิดหวังที่สภาหอการค้าใช้วิธีนี้กับการบรรยายทางการเมือง
 
 
สงครามข้อมูลอินเตอร์เน็ต เว็บปลอม และความย้อนแย้งของคำว่า “เสรีภาพ”
โดยก่อนหน้าการแถลงข่าวหลอก ๆ เดอะ เยส แมน ก็เคยสร้างเว็บไซต์ chamber-of-commerce.us ซึ่งเป็นเว็บไซต์ ปลอมที่ดูคล้ายเว็บของจริงของสภาหอการค้าสหรัฐฯ มาก เว้นแต่แถลงข่าว บทความ และถ้อยแถลงต่าง ๆ ในเว็บล้วนเป็นของปลอม นอกจากนั้นแล้ว เว็บปลอมยังมีการเชื่อมลิงค์ไปยังเว็บไซต์ของจริงของสภาหอการค้าด้วย
 
ทางสภาหอการค้าเคยสั่งฟ้องกรณีนี้ เมื่อเดอะ เยส เมน ปฏิเสธจะปิดเว็บไซต์ ในวันที่ 22 ต.ค. สภาหอการค้าก็ส่งจดหมายไปถึง เฮอร์ริเคน อิเล็กทริกซ์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (Internet Service Provider หรือ ISP) ปลอมดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ลบเว็บไซต์ออก ซึ่งทางเฮอร์ริเคนก็ยอมทำตาม แต่ เดอะ เยส เมน ก็ย้ายไปใช้บริการ ISP แห่งใหม่ จากการสำรวจของผู้เรียบเรียงพบว่า http://chamber-of-commerce.us ยังคงใช้ได้ (สำรวจวันที่ 31 ต.ค.)
 
ในวันที่ 23 ต.ค. เดอะ เยส เมน ก็กล่าววิจารณ์สภาหอการค้า เรื่องสั่งปิดเว็บปลอมว่าเป็นการทำลายเสรีภาพสื่อ และเป็นเรื่องที่ทางสภาหอการค้ามือถือสากปากถือศีลในเรื่องเสรีภาพ เพราะเสรีภาพที่สภาหอการค้าสนใจคือเสรีภาพในการดำเนินธุรกิจของบรรษัทใหญ่ ๆ โดยไม่เห็นหัว วิทยาศาสตร์ ความเป็นจริง และประชาธิปไตย เท่านั้น
 
ทนายฝ่ายหอการค้าบอกว่าแม้เขาจะสนับสนุนเสรีภาพในการสื่อสารอย่างหนักแน่น แต่สิ่งที่กลุ่ม เดอะ เยส เมน ทำผิดคือการโกหกสื่อ
 
"ทางสภาหอการค้าสนับสนุนเสรีภาพสื่ออย่างหนักแน่นและเปิดโอกาสให้ประชาชนอภิปรายในประเด็นปัจจุบัน" ลอว์กล่าว "อย่างไรก็ตาม กฏหมายบอกไว้ชัดเจนว่า คุณไม่สามารถละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินของตนเองได้"
 
นอกจากจะมีการตอบโต้เดอะ เยส เมน ด้วยกฏหมายลิขสิทธิ์แล้ว สภาหอการค้าสหรัฐฯ ก็ยังได้เปิดหน้าเว็บขอสนับสนุนเงินทุน เพื่อการต่อสู้กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวแบบพวก เดอะ เยส เมน ด้วย โดยในหน้าเพจ มีข้อความระบุว่า "สภาหอการค้าสหรัฐฯ กำลังถูกโจมตี" พร้อมทั้งแบนเนอร์โฆษณาที่บอกว่า "คลิกตรงนี้เพื่อแสดงว่าคุณสนับสนุนเรา"
 
เมื่อคลิกเข้าไปแล้วหน้าเว็บจะขึ้นหัวว่า "ช่วยยับยั้งไม่ให้สภาหอการค้าถูกโจมตี" ตามด้วย "พวกเสรีนิยมซ้ายจัดกับพวกพ้องฝ่ายซ้ายเหล่านั้นกำลังจู่โจมเรา เพราะว่าเราต่อสู้เพื่อคุณ!" ถัดลงมาเป็นส่วนให้ระบุจำนวนเงินช่วยเหลือ ข้อมูลส่วนตัว และบัตรเครดิต
 
 
 
 


หน้าเพจของ The Yes Men ในเฟสบุ๊ค

 
แถลงการณ์แสบ ๆ ของนักเสียดสีผู้ไม่หวั่นคดี
จนในวันที่ 28 ต.ค. กลุ่มเดอะ เยส เมน ก็ตอบโต้สภาหอการค้าสหรัฐฯ ด้วยวิธีแสบ ๆ คัน ๆ อีกเช่นเคย โดยการออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขา แสดงการยอมรับว่าพวกตนเป็นพวกซ้ายจัดด้วยความยินดี และยอมรับด้วยเช่นกันว่าสภาหอการค้าคงต้องการเงินทุนเพื่อชดเชยจากการที่พวกเขาสูญเสียไปในการใช้ล็อบบี้
 
ซึ่งเนื้อหาแถลงการณ์ทั้งหมดเขียนโดย แอนดี้ บิชบาม มีดังนี้
 
"พวกเราทำสำเร็จแล้ว" แอนดี้ บิชบาม จากเดอะ เยส เมน กล่าว "พวกเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกซ้ายจัดได้อย่างเป็นทางการแล้ว"
 
"อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่พวกคุณจะได้รู้หากคุณคลิกเข้าไปใน Google ads พิมพ์ข้อความ 'Yes Men' ซึ่งจะนำไปสู่หน้าเว็บเพจขอสนับสนุนเงินทุนของสภาหอการค้าสหรัฐฯ ที่สร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน หรือไม่ก็เมื่อคุณได้รับอีเมลล์ที่พวกเขาส่งมาขอความช่วยเหลือ ด้วยข้อความว่า 'พวกเรากำลังถูกโจมตี' เป็นข้อความที่นำไปสู่หน้าเพจขอสนับสนุนเงินทุน"
 
"พวกเราเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการเงินทุนเหล่านั้น เพราะในปีนี้เพียงปีเดียว พวกเขาก็ใช้เงินไปแล้วมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,600 ล้านบาท) ไปในการล็อบบี้ แต่มันก็ฟังดูย้อนแย้งชอบกลที่ทางสภาหอการค้าจะขอเงินมาช่วยปราบปรามผู้วิพากษ์วิจารณ์ เพราะพวกเขาแสดงจุดยืนต่อต้านการฟ้องดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และมีจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ"
 
"ทางสภาหอการค้าหาว่าพวกเราให้ข้อมูลผิด ๆ กับประชาชน แต่สภาหอการค้าเองก็ให้ข้อมูลผิด ๆ กับประชาชนเช่นกันเมื่อพวกเขาบอกว่าเป็นตัวแทนของหน่วยธุรกิจกว่า 3 ล้านหน่วย ซึ่งเป็นการฉาบหน้าว่าตนเป็นกลุ่มองค์กรประชานิยม แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามองกันดี ๆ จะพบว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของธุรกิจแค่ 10 หน่วยเท่านั้นเอง แต่สภาหอการค้าก็ยังคงให้ข้อมูลจำนวนสมาชิกที่ชวนให้โต้แย้งนี้ในข้อมูลข่าวที่พูดถึงการฟ้องร้องพวกเรา น่าไม่อายจริงเล้ย!"
 
"แน่นอนว่า การบ่นเรื่องจำนวนสมาชิกให้ฟังนี้เป็นแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น หนึ่งในเรื่องอื่น ๆ ที่จะพูดถึงคือการที่สภาฯ มักจะบ่อนทำลายประชาธิปไตยของอเมริกา ด้วยการใช้เงินไปหลายล้านในการต่อต้านกฏหมายสิ่งแวดล้อมด้านภูมิอากาศ ต่าต้านนโยบายปฏิรูประบบประกันสุขภาพ และปฏิเสธกฏหมายทางเลือกเสรีของคนงาน (Employee Free Choice) ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องโครงการที่แสร้งบอกว่าเป็นโครงการระดับล่างอย่างการทำลายการควบคุมของธนาคาร ใช่แล้ว ทางสภาหอการค้ากำลังล็อบบี้เพื่อนำไปสู่ระบบเดียวกับที่ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ปั่นป่วน"
 
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชาวอเมริกัน 63 เปอร์เซนต์ ไม่เชื่อข่าวที่มาจากการล็อบบี้ของกลุ่มธุรกิจใหญ่และการให้เงินทุนมหาศาลในการโฆษณาโครงการต่าง ๆ ก็เป็นการทำลายสื่อ และสิ้นเปลืองในการนี้ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี มันน่าละอายที่ทางสภาหอการค้าพยายามกำจัดกลุ่มที่เรียกร้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างพวกเรา เพียงเพราะพวกเราต่อต้านและเรียกร้องให้สภาหอการค้าเปลี่ยนจุดยืนเท่านั้น"
 
 
ที่มาแปลและเรียบเรียงจาก
 
U.S. Chamber Sues Activists Over Climate Stunt, Anne C. Mulkern, Greenwire, New York Times, 27-10-2009
Chamber Says ‘No Thanks’ to the Yes Men, Neil King Jr. Wall Street Journal Blog, 26-10-2009
Trick or Treat for Climate Change, Amy Goodman, TruthDig, 20-10-2009
US Chamber of Commerce falls victim to 'fraud' over climate hoax, Suzanne Goldenberg, The Guardian, 19-10-2009
Satirical Web Site Poses Political Test, Terry M. Neal, Washington Post, 29-09-1999
แถลงการของกลุ่ม The Yes Men วันที่ 28 ต.ค. 2009
บทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่อง The Yes Men ของ BBC เขียนวันที่ 12 กุมภาพันธ์
 
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://theyesmen.org/ (เข้าดูเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2009)
http://en.wikipedia.org/wiki/Yes_men (เข้าดูเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2009)
http://en.wikipedia.org/wiki/Bhopal_disaster (เข้าดูเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2009)

Comments