เมื่อฝุ่นพอจะจาง ได้เวลาอ่าน : ฉบับเต็ม สัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร โดย ‘เดอะ ไทม์ส’

หมายเหตุจากประชาไท : ประชาไท ขออนุญาตคัดลอกบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย Times Online ฉบับเต็ม ซึ่งแปลโดย แชพเตอร์ ๑๑ เวบลิเบอรัลไทย และเว็บบล็อกไทยอีนิวส์มาเผยแพร่ต่อ ด้วยตระหนักว่า นี่เป็นบทสัมภาษณ์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อันเนื่องมาจากการพาดหัวของ ‘ไทส์มออนไลน์’ (ฉบับย่อ) โดยที่คนจำนวนมากยังไม่ได้อ่านและพิจารณาเนื้อหารายละเอียดอย่างจริงจัง

0 0 0
 
 
ฉบับเต็ม สัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร โดย ‘เดอะ ไทม์ส’
ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่ บรรณาธิการของไทม์ด้านเอเชีย
สัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังลี้ภัยที่บ้านของเขาที่นครดูไบ
 

ทักษิณ ชินวัตร: (ชัยชนะจากการเลือกตั้งของผมในปี ๒๕๔๔) ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวชนะคะแนนครึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภา เราชนะอย่างท่วมท้น ครึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภา  เราจัดตั้งรัฐบาลร่วมขึ้นมา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกเช่นกันที่เราได้บริหารประเทศครบ 4 ปีโดยสภาไม่ถูกยุบ และเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ว่านายกรัฐมนตรีได้รับการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยซึ่งเราได้รับชัยชนะกวาดที่นั่งถึง 377 ที่นั่ง หรือร้อยละ 76 ของที่นั่งในสภาในเวลานั้น และจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ต้องมีพรรคร่วม

และนั่นก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับผม เพราะผมมีชื่อเสียงมากเกินไป ประชาชนรักผมมากเกินไป นั่นแหละที่มาของปัญหา


คนของผมบางคนได้เตือนว่า สื่อจะเริ่มโจมตีผมนะ – เพราะฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอมาก ดังนั้นสื่อต้องอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ตอนนั้นผมไม่เชื่อ แต่สุดท้ายผมเห็นว่าสื่อโจมตีผมอย่างไม่มีเหตุผลใดๆ วันหนึ่งผมเผอิญพบกับลูกชายของเจ้าของหนังสือพิมพ์ ผมถามเขาว่า “ถามคุณพ่อคุณหน่อยซิว่า ทำไมหนังสือพิมพ์ของคุณพ่อคุณถึงได้โจมตีผมแบบไม่มีเหตุผลแบบนั้น” เขาตอบผมว่า “ลุงครับ (คำที่ใช้แสดงความเคารพ) ผมทำอะไรไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณพ่อโดนองคมนตรีสองคนเกลี้ยกล่อมอยู่ พวกเขามาทานข้าวมื้อค่ำกับคุณพ่อ และพวกเขามาพูดว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่ต้องประสงค์ลุงแล้ว” ผมพูดไปว่า ผมไม่เชื่อหรอก – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง อาจจะพวกองคมนตรีเองที่มีความลำเอียงกับผม

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่ : ทำไมพวกเขาจึงมีความลำเอียงกับคุณล่ะ
ทักษิณ ชินวัตร: พวกเขาประโคมข่าวลือว่า ผมต้องการเปลี่ยนประเทศไทยเป็นระบบสาธารณรัฐ และตัวผมต้องการเป็นประธานาธิบดี ซึ่งผมไม่เคยมีความคิดเช่นนี้ ผมน่ะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นที่สุด คุณทราบไหมว่า เมื่อผมเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกน่ะ ผมได้เข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักตร์องค์พระเจ้าอยู่หัว ผมกราบบังคมทูลฯ ว่า
 
“ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพเจ้ามีความจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งถือกำเนิดในแผ่นดินของพระองค์ ข้าพเจ้าขอกราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า – ไม่เพียงแต่ข้าพเจ้าจะเสมือนลูกของพระองค์ – แต่เพราะอายุของข้าพเจ้าใกล้เคียงกับพระชนมายุของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระองค์ ขอพระองค์ทรงมีพระเมตตาประทานสั่งสอน และตักเตือนข้าพเจ้าอย่างคนในวัยเดียวกันกับพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ แม้ว่าข้าพเจ้าจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตาม พระองค์ทรงครองราชย์มาสามชั่วอายุคน – รุ่นปู่ของข้าพเจ้า รุ่นบิดาของข้าพเจ้า และมาถึงรุ่นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี สิ่งใดที่ข้าพเจ้าจะต้องปฏิบัติ ขอพระองค์ได้โปรดมีพระเมตตาสั่งสอนข้าพเจ้าด้วย”
 
นี่เป็นคำพูดที่ผมได้เข้าเฝ้า และผมได้กราบทูลฯต่ออีกว่า
 
“พระองค์ทรงงานหนักสำหรับพสกนิกรชาวไทยมาหลายปีแล้ว ขณะนี้พระองค์ทรงมีพระชนมายุมากแล้ว และพระองค์อาจทรงเหน็ดเหนื่อย โปรดให้ข้าพเจ้าได้สนองเบื้องพระยุคลบาท ข้าพเจ้าจะแบกภาระทุกอย่างของพระองค์ และข้าพเจ้าจะทุ่มเททำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของพสกนิกรของพระองค์”
 
นั่นเป็นการกราบทูลฯ ครั้งแรกของผม…ต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และผมทำงานหนักเรื่อยมาจนได้รับความนิยมมากขึ้นๆ และความนิยมเริ่มสร้างปัญหาให้ผม พรรคประชาธิปัตย์พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามมีความสามารถเป็นพิเศษในการปรักปรำผู้คนต่างๆ พวกเขาเริ่มสร้างข่าวลือ และโจมตีผม แม้แต่ตอนที่พวกเขาครองอำนาจ ก็ยังไม่วายใส่ความว่าผมต้องการเป็นประธานาธิบดี เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับชาวไทยเพราะคนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว และคนไทยไม่ยอมให้ใครก็ตามมาล้มล้างสถาบันกษัตริย์..


ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: นั่นเป็นเพราะคนคิดว่าคุณได้รับความนิยมมากกว่าพระมหากษัตริย์หรือ
ทักษิณ ชินวัตร: เมื่อคุณมีลูกชาย ลูกชายรักภรรยา และรักแม่..เป็นความรักคนละแบบ คนรักผมเพราะเขาสัมผัสผมได้ เขาใช้ผมเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเขาได้ แต่สำหรับพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ประชาชนให้ความเคารพต่อพระองค์ดั่งเทพ เป็นความรักคนละแบบ แต่คนพยายามที่จะทำให้เป็นความรักเช่นเดียวกัน นั่นคือปัญหาทั้งหมดอย่างแท้จริง

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ในการเมืองไทย พระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นบุคคลซึ่งทรงอิทธิพลมากที่สุด นั่นเป็นเรื่องดีหรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: พระเจ้าอยู่หัวฯทรงเป็นที่เคารพอย่างที่สุด ในความรู้สึกของคนไทยแล้วพระองค์ทรงเป็นดั่งเทพ คนไทยไม่เชื่อฟังด้วยกันเอง คนไทยต้องการใครสักคนหนึ่งที่พวกเขาให้ความเคารพอย่างจริงจัง – นั่นก็คือพระเจ้าอยู่หัว แต่บุคคลที่รายล้อมรอบพระองค์และสมเด็จพระราชินี ซึ่งผมเรียกว่าผู้ใกล้ชิดในวังที่พยายามสร้างอิทธิพล

องคมนตรีส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการที่เกษียณ..พวกเขามีผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และต้องการจะสร้างอิทธิพลบางอย่าง อย่างเช่น พล.อ.เปรม (ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี) – เขาต้องการให้ใครบางคนเป็น ผบ.ทบ. แต่ถ้าแต่งตั้งคนอื่นขึ้นมา เปรมอาจไม่ชอบใจ นั่นเป็นการแสดงอำนาจซึ่งพระมหากษัตริย์ไม่ทรงประสงค์ หรือเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด เป็นพวกคนใกล้ชิดในวังซึ่งกำลังเล่นเกมต่างๆ

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: อย่างนั้น พล.อ.เปรม และบุคคลอย่างเขากำลังชักใยอยู่เบื้องหลังพระมหากษัตริย์
ทักษิณ ชินวัตร: บรรดาองคมนตรีเป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ พล.อ.เปรม มีบุคคลอื่นด้วย เช่น นางสนองพระโอษฐ์ และใครก็ตามของสมเด็จพระราชินี สังคมไทยดูใหญ่ก็จริง แต่สังคมศักดินาในกรุงเทพจะอยู่ในวงที่แคบมาก ทั้งอิทธิพล และเครือข่ายอยู่ตรงนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้การเมืองมีความยุ่งยาก ไม่เหมือนอังกฤษหรือญี่ปุ่น ซึ่งไม่ยอมให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามามีอิทธิพลได้

นั่นคือปัญหาในประเทศไทย ปัญหาไม่ใช่ระบบกษัตริย์ ระบบกษัตริย์เป็นเรื่องดีสำหรับประเทศไทย ประเทศไทยต้องการมีระบบกษัตริย์ แต่ไม่ควรถูกคนใกล้ชิดในวังนำมาใช้ในทางที่ผิด หรือสร้างความแปดเปื้อน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: นั่นคือระบบกษัตริย์เป็นสิ่งที่ดี แต่สถาบันกษัตริย์ต้องมีการปรับปรุง ใช่หรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: ใช่ครับ ใช่

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ควรมีการปรับปรุงอย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: การปกครองระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญจะต้องยึดถือปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด ทุกสถาบันต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรม และหลักทางการเมือง แต่บางครั้งสถาบันเหล่านี้ก็ทรงอิทธิพล ระบบยุติธรรมถูกก้าวก่ายจากผู้ใกล้ชิดในวัง

ประชาธิปไตยอย่างไทยยังพัฒนาไม่ถึงที่สุด ดูเหมือนจะเติบโตแต่ยังไม่เติบโต เพราะการก้าวก่ายของกองทัพซึ่งไม่ควรจะยอมให้เกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร อำนาจอธิปไตยจะโดนควบคุม – ซึ่งไม่ควรยอมให้เกิดขึ้น ประชาธิปไตยควรมาจากการเลือกตั้งเพียงทางเดียว – คุณต้องให้อำนาจต่อประชาชน แต่อำนาจไม่ได้อยู่กับประชาชน การเลือกตั้งเป็นเพียงการรับรองความเป็นประชาธิปไตย คุณต้องใส่ใจกับประชาชน คุณต้องสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน

มันเป็นการวางแผนเพื่อดึงอำนาจ จริงๆ แล้วมีแค่สองฝ่ายเท่านั้น ประชาธิปัตย์ (พรรคประชาธิปัตย์ของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) และฝ่ายสนับสนุนผม พวกเขาต้องการดึงอำนาจจากฝ่ายสนับสนุนผมไปให้ประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ต้องการอำนาจสองทาง – ซึ่งอำนาจไม่ได้มาจากประชาชน เป็นอำนาจที่ได้มาจากการทรยศของ ส.ส.จากพรรคอื่น

ในประเทศไทยเราเรียกพวกนี้ว่างูเห่า – ประชาชนไม่ไว้ใจพวกงูเห่า งูเห่าสามารถแว้งกัดเจ้าของได้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: เมื่อเดือนเมษายน คุณได้วิงวอนให้พระมหากษัตริย์ (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ) ทรงลงมาแทรกแซงเพื่อคืนความปรองดองของสังคมไทย คุณยังมีความหวังว่าพระมหากษัตริย์จะทรงทำเช่นนั้นหรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: รัฐบาลสร้างความขัดแย้งกับฝ่ายสนับสนุนผม เราเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน ดังนั้นรัฐบาลไม่อยู่ในฐานะที่จะมาแก้ปัญหาใดๆ ได้ รัฐบาลไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไว้ใจได้ เพราะพวกเขาทำการปล้นอำนาจ พวกเขาแย่งอำนาจไปจากประชาชน

หนทางเดียวที่รัฐบาลจะเข้ามาเกี่ยวข้องได้ก็คือ รัฐบาลต้องหัดคิดใหม่ในเรื่องการเป็นศัตรูกับคนอื่น แต่รัฐบาลนี้ใจไม่กว้างพอ เพราะรัฐบาลนี้กลัวว่าถ้ามีการเลือกตั้งอีกครั้ง พวกเขาจะแพ้ ผมขอรับรองเลยว่า รัฐบาลนี้จะแพ้การเลือกตั้ง เรา (พรรคเพื่อไทย ของฝ่ายสนับสนุนทักษิณ) กำลังจะชนะอย่างขาดลอยอีกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมรัฐบาลนี้ถึงได้เกาะเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น – พวกเขาไม่ต้องการยุบสภา ผมไม่สนใจหรอก แต่ตอนนี้ประชาชนกำลังเป็นทุกข์ ประเทศกำลังลำบาก – คุณก็เห็นแล้วนี่ ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่ปัญหาเพิ่มขึ้นอีก

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: พระมหากษัตริย์จะทรงทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้
ทักษิณ ชินวัตร: จะต้องนำสองฝ่ายมาร่วมกัน และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือ อภัยโทษให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณจะกล่าวอะไรต่อพระมหากษัตริย์บ้าง
ทักษิณ ชินวัตร: ผมจะกราบทูลฯว่า
“ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะทรงประทานพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย ขอพระองค์โปรดประทานความสันติสุขให้พวกเขา ให้ประชาชนได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบโดยวิธีนิรโทษกรรม และการพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้พสกนิกรทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และร่างรัฐธรรมนูญใหม่”…

พวกเขา (ศัตรูของทักษิณ) พยายามฆ่าผม ได้มีการพบปะกันที่บ้านของคุณปีย์ (มาลากุล) .. พล.อ.สุรยุทธ์ (จุลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตนายกรัฐมนตรีหลังจากทักษิณถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหาร) ได้ขอให้พล.อ.พัลลภ (ปิ่นมณี) สังหารผม

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: แล้วพระมหากษัตริย์ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ผมแน่ใจว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือ (การเมืองทั้งปวง) แต่พวกคนใกล้ชิดในวังซึ่งมีเครือข่าย พวกเขาร่วมมือกัน พูดคุยด้วยกัน พวกเขาต้องการสร้างภาพว่าพวกเขานั้นมีความจงรักภักดีเป็นที่สุด และพวกเขาต้องทำการกำจัดใครก็ตามซึ่งไม่จงรักภักดี ใครก็ตามที่อาจจะเปลี่ยนประเทศไทยไปเป็นสาธารณรัฐ พวกเขาต้องการกำจัดผมเพราะพวกเขาพูดว่า ผมน่ะพยายามเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นสาธารณรัฐ และจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ นั่นไม่ใช่ความจริง ผมน่ะมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นที่สุด

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: การที่สมเด็จพระราชินีทรงเสด็จไปงานพระราชทานเพลิงศพหนึ่งในผู้สนับสนุน เสื้อเหลือง (“เสื้อเหลือง” ฝ่ายตรงข้ามทักษิณ) คุณคงจะแปลกใจไม่น้อย
ทักษิณ ชินวัตร: ทุกๆ คน ทั้งประเทศไทยต่างประหลาดใจ แต่ผมทราบในองค์สมเด็จพระราชินี พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อใครบางคนกราบบังคมทูลฯ พระองค์ด้วยข้อมูลผิดๆ (เช่น) “สตรีผู้นี้ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากพยายามปกป้องสถาบันกษัตริย์” ผมคิดว่าพระองค์ทรงถูกโกหก พวกคนใกล้ชิดวงในของวังพยายามกราบบังคมทูลฯให้ทรงคล้อยตาม โดยให้ข้อมูลผิดๆ กับพระองค์”

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณได้อ้อนวอนให้พระมหากษัตริย์ทรงเข้ามาแทรกแซง และฝ่ายสนับสนุนของคุณได้ยื่นฎีกาขอถวายพระราชทานอภัยโทษให้กับคุณ ทำไมพระมหากษัตริย์จึงทรงเพิกเฉย

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าอาจจะเพราะขณะนี้ทรงพระประชวร พระองค์ทรงเข้าออกโรงพยาบาล ผมหวังว่าหลังจากที่พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงขี้นแล้ว พระองค์จะทรงหาหนทางให้ประเทศกลับคืนสู่ความสามัคคี เราไม่สามารถให้ประเทศเป็นอย่างนี้อีกต่อไปได้ เราเองจะยิ่งแย่ลง และแย่ลง และความแตกแยกจะยิ่งหนักขี้น และมากขี้น

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: พระมหากษัตริย์ทรงดูเหมือนจะทรงมีพระพลานามัยดีขี้นจากพระอาการประชวรเมื่อไม่นาน มานี้ และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรัชสมัย จะมีความหมายอย่างไรต่อการเมืองไทย และสังคมไทย
ทักษิณ ชินวัตร: ประเทศไทยได้รับการปกครองโดย..พระราชวงศ์จักรีมากกว่า 200 ปี จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่น แต่สิ่งแรกคนไทยต้องสมานฉันท์กันก่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนรัชสมัย เพื่อการเปลี่ยนรัชสมัยจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: สักวันหนึ่งที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ จะทรงดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ จะมีแบบอย่างอันแตกต่างจากพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: อาจจะมีความแตกต่าง แต่ผมคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นไปด้วยความราบรื่น เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ข้าราชบริพารรอบพระองค์จะเป็นคนใหม่ และผู้ใกล้ชิดในวังจะไม่ใหญ่โตขนาดนี้ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เนื่องจากพระองค์ทรงยังใหม่ อาจจะยังไม่ได้รับความชื่นชมมากเสมอเท่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ดี พระองค์จะทรงประสบปัญหาน้อยลง เพราะคนใกล้ชิดราชวังจะมีขนาดเล็กลง เนื่องจากทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณจะอธิบายถึงพระราชอุปนิสัยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชว่าเป็นอย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: พระองค์ทรงเป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: แล้วพระราชบุคลิกภาพของพระองค์ล่ะ เป็นอย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: พระองค์ทรงมีพระประสงค์อย่างเด็ดเดี่ยวที่จะกระทำการสิ่งใดให้สำเร็จ พระองค์ท่านมีความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: พระองค์ทรงต้องการมุ่งมั่นจะทำอะไรให้สัมฤทธิ์ผลบ้าง
ทักษิณ ชินวัตร: แม้พระองค์จะยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ และพระบารมีอาจจะยังไม่ปรากฏชัดเจนในขณะนี้ แต่หลังจากที่พระองค์เสด็จขี้นครองราชย์แล้ว ผมแน่ใจว่าพระบารมีของพระองค์จะโชติช่วงเป็นที่ประจักษ์ในฐานะตำแหน่งองค์พระประมุข เนื่องจากพระองค์ทรงสังเกตจากองค์พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชบิดามานานปี พระองค์ทรงเรียนรู้จากองค์พระเจ้าอยู่หัวมากมาย …ยังไม่ใช่เป็นเวลาของพระองค์ แต่เมื่อถึงเวลานั้นผมคิดว่า พระองค์จะทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถเป็นแน่”

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: บางครั้งแม้แต่ในการปกครองระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ขี้นครองราชย์ ย่อมต้องมีความรู้สึกใหม่ในประเทศ คุณคาดว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ – พระองค์ทรงเติบโตมาจากต่างประเทศ พระองค์ทรงได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ และพระองค์ทรงยังหนุ่ม ผมคิดว่าพระองค์ทรงเข้าใจถึงโลกสมัยใหม่ สำหรับพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของโลกที่กำลังมีการเปลี่ยน พระมหากษัตริย์ทรงต้องหมุนเปลี่ยนไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนี้เช่นกัน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณคิดว่าสำหรับราชวงศ์ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัยหน้าอย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: โดยเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และทรงเข้าใจว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นั่นเพียงพอแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณได้รับเลือกตั้งถึง 3 ครั้งในประเทศไทย คุณไม่เคยแพ้ และคุณถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหาร ตำแหน่งขณะนี้ของคุณคืออะไร คุณยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่อยู่ในระหว่างลี้ภัยไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ตอนนี้หรือ ผมคิดว่าตัวผมเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และกำลังอยู่ในระหว่างการลี้ภัย ผมได้เคยถูกขอร้องให้เป็นผู้นำรัฐบาลพลัดถิ่น ผมไม่ทำเช่นนั้นเพราะผมไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับพระราชวงศ์ ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยให้กับการทำรัฐประหาร ตอนนั้นผมพูดว่า “ทุกอย่างยุติแล้ว”

ขณะนี้ผมเพียงแต่พยายามที่จะต่อสู้เพื่อความชอบธรรม ไม่ใช่สำหรับตัวผมเอง แต่สำหรับประชาชนในประเทศไทย โดยเฉพาะคนยากจน พวกเขาได้เคยรับโอกาสต่างๆ และพวกเขาได้เริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ แต่เมื่อมีการทำรัฐประหาร ทำลายความหวังของพวกเขา และตอนนี้ประเทศตกอยู่กับความเลวร้ายลงตลอด 3 ปีมานี้ ผมจึงต้องสู้เพื่อความยุติธรรม พวกเขาสมควรที่จะได้รับโอกาสต่างๆ

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เปรียบเทียบคุณกับ ออง ซาน ซูจี ของพม่า เป็นการเปรียบเทียบที่ดีไหม
ทักษิณ ชินวัตร: มีบางอย่างที่คล้ายกันนะ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง ที่คล้ายกันคือเราได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง เราได้เข้าบริหารประเทศ เราถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหาร และเรามาจากประชาชน เราเป็นผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างประชาธิปไตย และเรามาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน – เสียงจำนวนมหาศาลจากประชาชน ไม่ใช่แค่จำนวนมากเท่านั้น

เธอถูกการกักบริเวณ ผมถูกเด้งออกจากประเทศ พวกเขารู้ว่าถ้าผมยังอยู่ในประเทศ จะส่งผลเลวร้าย (สำหรับพวกเขา) ยิ่งกว่า ออง ซาน ซูจี

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณจะเข้าพบสมเด็จฮุนเซนแห่งกัมพูชาอาทิตย์นี้ คุณจะย้ายที่ไปอยู่กัมพูชาหรือ
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ครับ ผมทำงานผ่านทางออนไลน์ได้ ผมทำงานผ่านทางอีเมล์ได้ แต่ผมต้องการพบตัวท่านฮุนเซนเอง

หลังจากที่ท่านประกาศพระราชกฤษฎีกาแล้ว ผมโทรศัพท์ไปขอบคุณท่าน และท่านได้เชิญผมให้ไปกัมพูชา

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: รัฐบาลไทยได้มีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างเต็มที่ โดยการเรียกเอกอัครราชทูตกลับ ทำไมพวกเขาจึงได้แสดงอาการมากเช่นนั้น
ทักษิณ ชินวัตร: รัฐบาลนี้กำลังพยายามที่จะรักษาอำนาจไว้โดยทุกวิถีทาง พวกเขากลัวว่าถ้าผมจะอยู่ที่นั่น อาจจะใกล้เกินไป เอาเถอะ ผมไม่อยู่หรอก แต่ผมต้องเดินทางไปมาที่นั่น

รัฐบาลทั้งหมดนั้นมัวเอาแต่หวาดวิตกเกี่ยวกับผม เลยไม่ต้องทำอะไรให้กับประเทศ พวกเขาหวงอำนาจจนเกินไป อำนาจที่พวกเขาได้มามันไม่ใช่ง่ายๆ เมื่อถึงเวลาได้อำนาจจากความช่วยเหลือของกองทัพ และประธานองคมนตรี พวกเขาเลยต้องกอดเก้าอี้ไว้อย่างเหนียวแน่น – เหมือนงูจงอางหวงไข่

พวกเขาเป็นเด็กมากเกินไป พวกเขาได้แต่กลัวว่า ถ้าผมอยู่ที่นั่น ผู้สนับสนุนของผมจะมีความหวังมากเกินไป เพราะผมอยู่ใกล้เข้ามาแล้ว ผมจะไม่อยู่ที่นั่น ผมรู้ว่ามันใกล้เกินไป แต่ผมจะไปเยี่ยมเป็นครั้งเป็นคราว

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: เมื่อเดือนเมษายนคุณพูดว่า: “ถ้ามีเสียงปืนดังขี้น ทหารยิงประชาชนเมื่อไร ผมจะกลับไทยทันที และเป็นผู้นำเดินขบวนเข้ากรุงเทพ” กัมพูชาจะเป็นสถานที่เหมาะไหม ที่จะเริ่มเดินขบวนนั้น
ทักษิณ ชินวัตร: ถ้าผมจะเริ่มต้นเดินขบวน ผมจะเริ่มต้นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย บนแผ่นดินไทย แต่ผมจะต้องผ่านด่านเข้าประเทศไทย ผมสามารถเข้าไทยจากทางลาว กัมพูชา พม่า ผมหาทางของผมได้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ในสถานการณ์เช่นไรที่คุณจะทำเช่นนั้น
ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่พยายามที่จะทำหรอก ผมมีวิธีการ (ก่อนที่จะทำแบบนั้น) การชนะการเลือกตั้ง – นั่นสำคัญมาก แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทยหรอก อาจจะแก้ปัญหาของผมได้ แต่ไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทย ปัญหาของประเทศไทยจะต้องแก้โดยการนำทั้งสองฝ่ายมานั่งกัน และให้ลืมทุกอย่าง เพื่อความสมานฉันท์ของชาติ

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: แล้วใครที่จะทำเช่นนั้นได้ล่ะ
ทักษิณ ชินวัตร: องค์พระเจ้าอยู่หัว ปกติแล้วประธานองคมนตรีควรเป็นบุคคลที่ทำเช่นนี้ได้ แต่ขณะนี้ประธานองคมนตรีเข้ามาก้าวก่ายแล้ว และจะถูกโจมตีอย่างหนักจากเสื้อแดง (ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ) ตอนนี้ไม่มีใครเหลือ ไม่มีใครเหลือให้ทำการสมานรอยร้าวเช่นนี้ จะต้องเป็นองค์พระเจ้าอยู่หัว หรือไม่ก็สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งจะเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไป

รัฐบาลต้องการให้ผมพ้นไปจากประเทศไทย พวกเขาไม่ต้องการให้ผมกลับไปประเทศไทย พวกเขาต้องการให้ผมออกไปจากการเมือง มีแต่ความต้องการทางการเมืองแท้ๆ

ถ้าผมต้องกลับไปตอนนี้ จะยิ่งสร้างความยุ่งเหยิงให้มากยิ่งขี้น เพราะฝ่ายสนับสนุนของผม จำนวนล้านๆ คน จะออกมา พวกเขาทราบว่าผมถูกกระทืบให้จมดินทางการเมือง ผมไม่ได้รับการพิจารณาคดี หรือได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม

ถ้าผมต้องกลับไปตอนนี้ อาจจะเกิดการนองเลือด เพราะรัฐบาลนี้จะต้องใช้กำลังกองทัพ และใช้อาวุธจริงอย่างแน่ๆ ดังนั้นผมกลับไปจะไม่ได้ประโยชน์กับฝ่ายใด

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณจะบรรยายสถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้ได้อย่างไร
ทักษิณ ชินวัตร: กีฬาไหนๆ ก็ไม่มีเรื่องวุ่นวายหรอกถ้าผู้ตัดสินมีความยุติธรรม และถ้าทั้งสองฝ่ายต่างเล่นตามกติกา ในการเมืองไทยพวกเขาไม่เล่นตามกติกา

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ ภาพพจน์ของประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความสามัคคีและมีเอกลักษณ์แห่งชาติที่โดดเด่น แล้วทำไมคนไทยจึงได้ขาดความสามัคคีกันได้ขนาดนี้
ทักษิณ ชินวัตร: ก็เพราะความหวาดระแวงเรื่องความมั่นคงของราชวงศ์ พวกเขาคิดว่าผมน่ะได้รับความนิยมมากเกินไป และอาจจะเกินราชวงศ์ และผมจะเปลี่ยนประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งผมไม่เคยแม้แต่จะคิด ผมเพียงพยายามที่จะรับใช้ประเทศชาติ ผมน่ะมีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ของผม ผมจะทำแต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อราชวงศ์

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: มีโอกาสจะประนีประนอมไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ครับ ขี้นอยู่กับว่าใครจะนั่งหัวโต๊ะ

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณได้เคยติดต่อกับคนในรัฐบาลบ้างไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่เคยครับ พวกเขาไม่เคยติดต่อผม พวกเขาอ้างว่าได้ติดต่อผม แต่ไม่เคย พวกเขาไม่ต้องการขจัดปัญหา ไม่อย่างงั้นพวกเขาจะไม่สามารถกุมอำนาจเอาไว้ได้ พวกเขามัวเมาแต่อำนาจ ถ้าประเทศไม่เละเทะ และไม่มีใครช่วยพวกเขาให้เข้ามามีอำนาจ พวกเขาก็จะไม่มีทางที่จะกุมอำนาจไว้ได้อย่างนี้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: เงินจำนวนมากของคุณยังคงอยู่ในประเทศไทย จำนวน 76,000 ล้านบาท (รัฐบาลทำการอายัดทรัพย์ในขณะที่ทักษิณถูกดำเนินคดี และถูกตัดสินว่ากระทำผิดข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง) คุณจะได้กลับคืนมาไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าวันหนึ่ง ถ้ามีความยุติธรรมเกิดขึ้น ผมคงได้เงินกลับมา เพราะเป็นเงินของครอบครัว ซึ่งได้แจ้งในบัญชีสินทรัพย์ก่อนหน้านี้ เป็นหุ้นจำนวนเดิมซึ่งเราเป็นเจ้าของก่อนที่จะเข้าสู่การเมือง และครอบครัวทั้งหมดได้ขายหุ้นไป ดังนั้นจึงมีที่มาของเงินอย่างชัดเจน แต่พวกเขายังคงพยายามสร้างเรื่องว่าราคาหุ้นเพิ่มเพราะอิทธิพลของผม จริงๆ แล้วหุ้นทั้งหมดในตลาดหุ้นมีราคาเพิ่มขึ้นตามดัชนีมูลค่าหุ้น และบางบริษัทมีราคาเพิ่มกว่าปกติ แต่มันไม่ใช่บริษัทของครอบครัวเรา เป็นบริษัทของคนอื่น ครอบครัวของเราได้รับตามมูลค่าดัชนี

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ถ้ารัฐบาลกล่าวกับคุณว่า “เอาล่ะ เราจะให้เงินคืน แต่คุณต้องอย่าเข้ามายุ่งกับการเมือง ให้เป็นแค่นักธุรกิจ” คุณจะเห็นด้วยไหม
ทักษิณ ชินวัตร: เอ่อ ผมเพียงต้องการความยุติธรรม ผมไม่สนใจว่าผมจะได้กลับไปเล่นการเมืองอีกหรือไม่ แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ยังต้องการผม ตอนนั้นผมจะต้องกลับไป ผมไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้ แต่ถ้าจะต้องให้ผมเลือก ผมจะเลือกใช้ชีวิตอย่างสงบ ผมต้องการจะตั้งพรรคการเมืองใหม่เรียกว่า “พรรคความสุขของชีวิต” (หัวเราะ) คุณทราบไหมว่า ผมน่ะไม่มีเวลาหาความสุขกับชีวิต ผมทำงานหนักตั้งแต่ผมโตขึ้นมา หลังจากผมประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจแล้ว แทนที่ผมจะได้อยู่อย่างมีความสุข ผมขออาสาทำงานให้กับประเทศ ปกติแล้วการเมืองไม่เหมาะสำหรับคนรวย ยากนักที่คนรวยจะต้องการเข้ามาเล่นการเมือง แต่ผมรักประชาชน ผมรักประเทศของผม ผมต้องการทำสิ่งที่ดีๆ สำหรับเขาเหล่านั้น .. ผมอาจเดินหนีไปได้ ผมเอียนจริงๆ กับการเมืองแบบไทยๆ แต่ถ้าประชาชนทำให้ผมได้กลับไป นั่นผมเป็นหนี้พวกเขา

ผมน่ะพวกนิยมการเปลี่ยนแปลง ผมต้องการให้มีการปฏิรูป ผมทำการปฏิรูปในหลายๆ อย่าง ผมทำการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลซึ่งเคยเป็นแบบนั้นมานับร้อยปี ผมกำลังปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งหมดเพื่อให้ทันสมัยขึ้น

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ตั้งแต่คุณออกจากประเทศไทยแล้ว การสนับสนุนในประเทศไทยเองมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ก็ลดลงเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในเมืองซึ่งสื่อลำเอียงต่อต้านผม เอียงกะเท่เร่ด้านเดียวตลอดเวลา แต่หลังจากผมเคลียร์ตัวเองแล้ว การสนับสนุนจะกลับมาอย่างเร็ว การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายหลังการทำรัฐประหาร (เดือนธันวาคม 2550) แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าผมไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว เรายังคงได้รับที่นั่งเพิ่มขึ้น แล้วจะเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าผมต้องอยู่ที่นั่น นั่นจะยิ่งได้คะแนนเสียงมากขึ้นไปใหญ่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฝ่ายตรงข้ามของผม พรรคประชาธิปัตย์ถึงได้กลัวผมนักหนา และพยายามป้ายสีผม พวกเขาพยายามทุกวิถีทางที่จะกำจัดผม

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณให้การสนับสนุนทางการเงินกับเสื้อแดงเท่าไร
ทักษิณ ชินวัตร: ถ้าคุณลองไปถามเสื้อแดงคุณจะเข้าใจได้ดีเลยนะว่า พวกเขาออกเงินกันเอง และพวกเขายังช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บริจาคเงินบ้างเล็กน้อยเมื่อพวกเขาเข้ากรุงเทพฯ พวกเขารวบรวมเงินกันนะ พวกเขาช่วยกันเองมากเลย น่าประหลาดใจมาก ไม่เหมือนพวกเหลือง (เสื้อเหลือง) พวกเหลืองนี่มาจากกองทัพที่ไปยึดสนามบิน (เสื้อเหลืองยึดสนามบินสุวรรณภูมิในปี 2551)

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณต้องให้เงินพวกเขาบ้าง คุณเป็นมหาเศรษฐีนี่
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ครับ ทรัพย์สินของผมถูกอายัดไว้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: แต่ไม่ทั้งหมดนี่นะ – คุณต้องมีทรัพย์สินอยู่นอกประเทศไทยบ้างล่ะนะ
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่มากครับ ไม่มาก

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณมีสินทรัพย์สุทธินอกประเทศไทยเท่าไร
ทักษิณ ชินวัตร: นอกประเทศไทยมีเพียงแค่ 3,000 กว่าล้านบาท หรือ 5-6 พันล้านบาท จริงๆ แล้ว มี 3,500 ล้านบาท

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: 5-6 พันล้านบาท จริงๆ แล้ว มี 3,500 ล้านบาท
ทักษิณ ชินวัตร: ผมเคยมีถึง 5-6 พันล้านบาท แต่จ่ายเป็นค่าบ้าน ค่าโน่นค่านี่ เหลือประมาณ 3,500 ล้านบาท

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: จะใช้ได้ไปอีกนานเท่าไร
ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่ทราบ แต่ตอนนี้ผมทำงาน ผมทำธุรกิจ ผมไม่สามารถนอนงอมืองอเท้าใช้แต่เงิน ผมทำธุรกิจ ขณะนี้ผมลงทุน ผมมีเหมืองทองสิบแห่งที่อูกันดา ผมมีใบอนุญาตดำเนินการล็อตเตอรี่ในอูกันดา ในฟิจิ ในแองโกลา เราจะเริ่มเดือนมกราคม แล้วเรื่องใบอนุญาตเหมืองทอง ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีมาก ผมยังได้ลงนามในสัญญาสัมปทานเหมืองทอง และที่ดินในปาปัวนิวกินี ผมทำเรื่องเพชรดิบด้วย เราเจียรนัยด้วย ผมตัดสินใจไม่ทำเหมืองแร่เนื่องจากว่าเสี่ยงเกินไป เราจะทำให้มีกำไรได้อย่างรวดเร็ว

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณใช้เวลาอย่างไรเมื่อคุณอยู่ที่ดูไบ
ทักษิณ ชินวัตร: ก็ทำธุรกิจ พบปะเพื่อนฝูง และผู้สนับสนุนผมจากประเทศไทย และเดินทาง ผมจะเดินทางประมาณ 10 วันต่อเดือน อยู่ที่ดูไบ 20 วัน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณใช้เวลาวันละกี่ชั่วโมงต่อวันในการพูดคุยกับผู้สนับสนุนในประเทศไทย
ทักษิณ ชินวัตร: ประมาณสามชั่วโมงนะ ประมาณนั้น

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณพูดกับใครบ้าง
ทักษิณ ชินวัตร: แม้กับคนขับรถแท็กซี่ พ่อค้าแม่ค้าเล็กๆ และนักการเมืองบ้าง

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: นักการเมืองคนไหน
ทักษิณ ชินวัตร: พรรคเพื่อไทย

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณให้ความช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยอย่างไร คุณทำอะไรสำหรับพรรคบ้าง
ทักษิณ ชินวัตร: ตัวผมเองเป็นจุดขายของพรรค บางครั้งบางคราวผมก็ต้องไปพูดกับบรรดาผู้สนับสนุน ทุกวันอังคารผมต้องทำรายการวิทยุทางอินเตอร์เน็ต

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน จะมีคอนเสิร์ตเพื่อการระดมทุน ผมจะร้องเพลง (ชื่อเพลงไทย) “ขอบคุณที่ซ้ำเติม” เพราะพวกเขาเอาแต่โจมตีผม เนื้อร้องของเพลงนี้เป็นอย่างนี้ “ขอบคุณที่ซ้ำเติม จุดเดิมที่เคยเจ็บ” นี่เป็นเพลงเกี่ยวกับความรักนะครับ

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณมีแผนการทางการเมืองไหม
ทักษิณ ชินวัตร: มีครับ แต่ในทางสงบ ผมต้องการเห็นการสมานฉันท์ มากกว่าการประจันหน้ากัน ผมต้องการให้เสื้อแดงกดดันให้มีการสมานฉันท์ ไม่ใช่นองเลือด หรือประจันหน้ากัน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: คุณกำหนดเวลาไว้ไหมว่าเมื่อไรจะกลับประเทศไทย
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจของผม เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ผมยังอยู่ที่นี่ได้ปีหนึ่ง สองปี ผมสบายดี แต่สถานการณ์ของประเทศไทยควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ทำไมหรือ ถ้าปัญหาไม่ถูกแก้ไข อะไรจะเกิดขึ้นหรือ
ทักษิณ ชินวัตร: เศรษฐกิจจะยิ่งเลวลง คนไทย ชีวิตของพวกเขา จะแย่ลงไปด้วย และประเทศไทยจะไม่อยู่ในสายตาของประเทศใหญ่ๆ อีกต่อไป ศูนย์ทางการเมืองจะไม่อยู่ที่ประเทศไทยอีกต่อไป สำหรับอเมริกาแล้วจะย้ายไปอินโดนีเซียแทน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: บางคนในประเทศไทยดูเหมือนจะตื่นกลัวมากกว่าแค่เรื่องเศรษฐกิจซบเซา และการเพิกเฉยทางการทูต คุณได้ยินคนพูดกันเรื่องประเภทเศรษฐกิจพังทลาย สงครามกลางเมือง เป็นไปได้ไหม
ทักษิณ ชินวัตร: ประเทศไทยใกล้ถึงขั้น “ล้มเหลว” ทุกสถาบันเกือบไม่สามารถทำงานอะไรได้ เพราะไม่ยอมทำตามกติกา ไม่ยอมใช้หลักนิติธรรม มีแต่ความอคติต่อผู้อื่น คุณไม่โชติช่วงต่อสายตาโลก คุณเอาแต่ต้องการกุมอำนาจโดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่น นั่นทำไมผมถึงพูดว่าประเทศไทยกำลังจะล้มเหลว เพราะไม่มีใครไว้ใจใคร ไม่มีสถาบันใดที่จะได้รับความน่าเชื่อถืออย่างเช่นแต่ก่อน

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ความผิดพลาดของคุณคืออะไร
ทักษิณ ชินวัตร: ผมเล่นการเมืองโดยไม่ทำความเข้าใจให้ดีถึงโครงสร้างอำนาจของสังคม ผมพยายามที่จะจัดการให้เหมือนนักธุรกิจ พยายามที่จะทำการตลาด ทำการรณรงค์ และทำด้านการค้า ผมพยายามที่จะช่วยคนยากจน และรณรงค์เพื่อให้ได้รับความนิยม รณรงค์ในเรื่องที่ผมได้ทำสำหรับพวกเขา และทำงานหนักเพื่อพวกเขาโดยลืมนึกถึงความสลับซับซ้อนของโครงสร้างอำนาจของการเมืองไทย ผมไม่เดียงสาในเรื่องนั้น ผมจึงได้สะดุด

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: เรื่องการขายชินคอร์ปล่ะ (บริษัทโทรคมนาคมของครอบครัวทักษิณ ได้ขายให้กับรัฐบาลสิงคโปร์ในราคา 77,400 ล้านบาทโดยไม่ได้จ่ายภาษี ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทักษิณได้รับการวิจารณ์อย่างหนักในระยะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี) คุณไม่ได้จ่ายภาษี ถ้าเอาเรื่องความผิดถูกทางกฎหมายวางไว้ก่อน นี่เป็นการตัดสินใจผิดพลาดทางการเมืองหรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: แม้ว่าจะต้องการจ่ายภาษี แต่กรมสรรพากรก็ไม่ยอมรับชำระภาษีนั้น สำหรับประเทศไทยแล้วกำไรจากการขายหุ้นไม่ต้องเสียภาษี กฎหมายยกเว้น บางประเทศคิดภาษีจากกำไรนี้ แต่กฎหมายไทยได้บัญญัติไว้มาหลายปีแล้ว เพื่อเป็นสิ่งจูงใจสำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะได้รับการยกเว้นภาษีจากกำไรที่ขายหุ้นได้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: อย่างนั้นคุณไม่เสียใจ หรือวิตกใดๆ เกี่ยวกับวิธีที่คุณจัดการในเรื่องนั้น
ทักษิณ ชินวัตร: คุณครับ ผมตกอยู่ในที่นั่งลำบากที่จะพูดอะไรในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวผม ผมอยู่ในสภาวะอิหลักอิเหลื่อในฐานะนายกรัฐมนตรีที่จะพูดอะไรออกไปได้

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: แต่ถ้าคุณได้พูดในฐานะเป็นประชาชนธรรมดาในขณะนี้ ก็หมายถึงได้ทำผิด ใช่หรือไม่
ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ใช่ครับ เพราะเป็นเรื่องความอิจฉา ผมเป็นเพียงไม่กี่คนที่มีเงินสดมาก พวกศักดินาอิจฉา ผมเป็นตัวแทนของชาวชนบทซึ่งเติบโตขึ้นมา และมีเงินมากขนาดนั้น ครอบครัว (ของผม) ต้องการให้ผมมีอิสระ และปราศจากการถูกวิจารณ์ในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้นพวกเขาคิดว่าเป็นทางดีที่จะขาย (บริษัท) ออกไป

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: เกี่ยวกับการก่อความไม่สงบในภาคใต้ (ซึ่งมีประชาชนจำนวนนับพันได้เสียชีวิตจากการถูกโจมตีจากบรรดามุสลิมหัวรุนแรง)
ทักษิณ ชินวัตร: ผมมีอุดมการณ์อย่างอ่อนนอกแข็งใน หนังสือพิมพ์ และสื่อหลักได้วาดภาพให้ผมมีแต่การใช้ไม้แข็ง ผมช่วยในเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก ผมได้ช่วยเหลือในด้านที่อยู่อาศัย ด้านประกันสุขภาพ และด้านการศาสนา

แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น – สภาพยังคงเลวร้ายลงทุกปี

คุณก็คงทราบว่าสถานการณ์มันสุกงอมมาหลายปีแล้วเนื่องจากประวัติศาสตร์ในภาคนั้นของประเทศไทย แผนที่ได้ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ บางส่วนที่เคยเป็นของประเทศไทยได้กลายเป็นของมาเลเซีย บางส่วนที่เคยเป็นมาเลเซียกลับกลายมาเป็นของไทย ส่วนของไทยไปเป็นมาเลเซีย ไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในส่วนของมาเลเซียซึ่งเป็นของไทยนี่แหละที่มีปัญหา พวกเขามองไปที่มาเลเซีย ซึ่งมีความเจริญ แต่ในส่วนทางประเทศไทยไม่เจริญ มันควรจะเจริญ แต่เราไม่ได้จัดการให้ถูกวิธีเนื่องจากปัญหาเรื่องการศึกษา เรายอมให้พวกเขามีแต่การสอนศาสนาได้อย่างเดียว ซึ่งหมายถึงว่าพวกเขาจะออกไปทำมาหากินอะไรไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงยากจน – พวกเขาต้องการกลับไปอยู่ด้านมาเลเซียเพราะด้านนั้นเขาดีกว่า นี่เป็นปัญหาซึ่งเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว

และเมื่อพวกเขาปล้นคลังอาวุธ และยึดเอา เอ็ม 16 ไปมากกว่า 400 กระบอก – จากนั้นพวกเขาเริ่มรวบรวมกำลัง และแข็งแรงขึ้น

เราต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่โชคไม่ดีที่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ตากใบ (เหตุการณ์โด่งดังที่ชาวมุสลิม 85 คนได้เสียชีวิต หลังจากถูกจับจากการประท้วงซึ่งสร้างความรุนแรง พวกเขาถูกจับให้นอนซ้อนกันหลังรถบรรทุกขนถ่ายของทหาร ซึ่งเกิดการเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจจำนวนมาก) เป็นความโชคร้าย เพราะการขนถ่ายของกองทัพ พวกเขาไม่มีความฉลาดเอาเสียเลย พวกเขาไม่มีรถบรรทุกลำเลียงเพียงพอ เลยเอาผู้ประท้วงมาซ้อนกัน จึงขาดอากาศหายใจ เป็นเรื่องโชคร้าย ใน (การชุมนุม) เกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดการเสียชีวิตประมาณ 4 หรือ 5 คน แต่กลายเป็น 80 คนเนื่องจากถูกนำตัวมาซ้อนกัน และยิ่งเป็นช่วงเดือนถือศีลอดแล้วด้วย ยิ่งขาดอากาศได้ง่ายเข้าไปใหญ่ พวกเขาไม่ได้ดื่ม ไม่ได้ทาน แล้วมาถูกนายทหารชั้นผู้น้อยทำการขนย้ายแบบนั้นด้วย พวกทหารไปซ้อนพวกเขา เพราะพวกทหารกลัวตาย

ริชาร์ด ลอยด์ แพรี่: ไม่กี่ปีก่อนคุณได้หย่ากับภรรยา บางคนพูดว่าเป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องทางกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ
ทักษิณ ชินวัตร: ภรรยาผมเข้าใจว่าผมมีผู้สนับสนุนเยอะ ผมไม่สามารถเลี่ยงไม่กลับไปเล่นการเมืองได้ เนื่องจากผู้สนับสนุนได้ตั้งความหวังเอาไว้กับตัวผม และเธอไม่ได้สนับสนุนให้ผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่แรก เพราะเธอมาจากครอบครัวที่ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง เธอไม่ค่อยออกไปไหนกับผม โดยเฉพาะต่างประเทศ เธอไม่เคยติดตามผมไปไหน เธอต้องการอยู่อย่างเงียบๆ เธอไม่ชอบการเมืองเลยแม้แต่สักนิดเดียว แต่เธอเข้าใจดีว่าผมต้องกลับไปเล่นการเมือง เธอเลยบอกกับผมว่า: “น้องไม่สามารถห้ามพี่เข้าไปเล่นการเมืองได้อีกต่อไป เพราะพี่เห็นแก่ผู้ที่สนับสนุนทางพี่ แต่พี่ต้องเห็นใจน้องด้วย น้องรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันมากเกินไปสำหรับชีวิตของน้อง ทางที่ดีเราควรหย่ากัน” เราจึงหย่ากันด้วยความเข้าใจกัน เราช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการดูแลลูก แต่ถ้าเรื่องการเมืองแล้ว เธอพูดว่า “ขอร้องเถอะค่ะ – น้องไม่ต้องการเข้าไปยุ่งอีกต่อไปแล้ว” เธออยู่ที่ประเทศไทย และตั้งแต่หย่าแล้วเราไม่ได้เจอกันอีกเลย

(ในเรื่องการปรับปรุงสถาบันกษัตริย์) เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ทุกๆ อย่างต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเหมือนกับร่างกายมนุษย์ เมื่อคุณแรกเกิดเป็นทารก หัวใจจะมีขนาดเล็กมาก แต่เมื่อโตขึ้น หัวใจก็จะต้องโตตามร่างกายที่เติบโตนั้น เราจะมีหัวใจทารกในร่างของผู้ใหญ่ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ทุกสถาบัน ไม่เพียงแต่สถาบันกษัตริย์ ทุกๆ สถาบันก็เหมือนกันหมด – ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับอะไรที่กำลังเปลี่ยนแปลง

Comments

ถ้าอยากรู้ว่าแม้วพูดว่าอะไรบ้

ถ้าอยากรู้ว่าแม้วพูดว่าอะไรบ้างระหว่างให้สัมภาษณ์ มันต้องฟังจากเทปหรือวีดีโอต้นฉบับที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการใช้โปรแกรมตกแต่งครับ ไม่ใช่อ่านเอาจากบทความที่ผ่านการเขียนใหม่ละกลั่นกรองมาแล้ว อยากฟังเทปครับ อยากดูวีดีโอครับ.....ไทม์แน่จริงต้องเอาวีดีโอหรือเทปมาโพสท์ให้ดูให้ฟังกันเองครับ.....ข้อความรีไรท์ไม่น่าสนใจไม่น่าเชื่อถือครับ

ผมได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษแล้ว

ผมได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษแล้ว รู้สึกว่าฉบับภาษาไทยอันนี้แปลได้โอเค ตรงส่วนใหญ่ แต่บางจุดก็อาจจะลำบากนิดหน่อย อาจเพราะข้อจำกัดของภาษา ผมเข้าใจ ถ้าให้ผมแปลเองก็ไม่รู้ว่าจะดีกว่านี้รึเปล่า ในความคิดผมนะ ผมว่าคุณทักษิณไม่หมิ่น แต่มีบางจุดที่อาจถูกมองว่าหมิ่นเหม่ได้ ซึ่งถ้าเราดูภาพรวมและเจตนา ผมว่าสามารถทำความเข้าใจได้นะ ยกเว้นสำหรับบางท่านที่ Monarchist สุดๆ ประมาณว่าพูดถึงไม่ได้เลย คือถ้าพูดถึงต้องดีเท่านั้น อันนี้ก็ลำบาก คือถ้าคนพวกนั้นอ่านยังไงก็หมิ่น ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอะ การที่เราเทิดทูน......ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถแสดงความเห็นได้นะ ตราบเท่าที่เราไม่ได้ offence อะ ผมว่าโอเค ซึ่งคุณทักษิณก็ไม่ได้โจมตีเลยเพียงให้ความเห็นตามจริง ซึ่งเราคนไทยควรใจกว้างตามโลกที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งฝรั่งอาจไม่เข้าใจเราในตอนนี้ก็ได้ ประมาณว่า เฮ้ย ยูทะเลาะไรกันเนี่ย ไอไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย

สุดท้าย อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองหาหนังอังกฤษน่าเบื่อเรื่อง The Queen มาดู เป็นหนังไม่เก่ามากประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว หาไม่ยาก เพื่อนๆ อาจได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับการปกครองในบ้านเค้า ไม่ได้หมายความว่าให้เลียนแบบนะ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราอาจนำมาปรับปรุงได้

เห็นด้วยกับคุณรังนก

เห็นด้วยกับคุณรังนก ตอนอ่านภาษาอังกฤษก็ได้อารมณ์ประมาณนี้ นี่รู้สึกจะเป็นฉบับเต็มไม่ใช่หรือ เอามาลงได้ยังไง ไม่กลัวถูกจับเหรอ? จริงๆ ตอนอ่านภาษาอังกฤษก็รู้แล้วว่ามีแต่ความยกย่อง แต่อาจจะมีการคาดการณ์อนาคตข้างหน้าอยู่ด้วย แต่บ้านนี้เมืองนี้มันปิดหูปิดตากันหมด ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา เฮ้อ...

ความคิดเห็นของ นาย บางกอก

ความคิดเห็นของ นาย บางกอก หรือ พวกไอ้เตี้ยสาทิตย์ที่ชอบโพสป่วนเว็ปนี้ นะ ผมขอเเนะนำให้ไปอ่านเว็ปไซด์ของหนังสือพิมพ์ในเครือชั่วอย่างผู้จักการดีกว่าครับ เว็ปไซด์ ประชาไท มีไว้ให้กับคนที่มีสมองที่เขามีความคิดไม่โง่งมงาย อีกอย่างจะบอกให้รู้นะครับ สื่อในเครือ ผู้จัดการมันยังไม่จ่ายเงินเดือนนักข่าวเลยครับ นี่เรื่องจริงครับ ตัวผมอยู่ในวงการสือ ผมเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ ผมรู้ทุกเรื่องดีเเละไม่ทำงานตามใบสั่งด้วย

ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็นตั

ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็นตักเตือน ที่ผมเขียนไปนะ อาจเป็นเพราะความเจ็บเเค้นใจที่ได้อ่านความเห็นต่างๆมากมาย ที่ประสบพบอ่านเเล้วไม่สบายใจในความคิดของบุคคลเหล่านั้น (คนบางคนยังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เเต่มักชอบป่วนเเละใช้คำพูดที่หยาบคาย รุนเเรง บางทีถ้าเขาพวกนี้อ่านบทความต่างๆจริงอาจเข้าใจเเละเปลี่ยนความคิดเห็นและเข้าใจอีกด้านหนึ่งก็เป็นได้) ผมไม่ได้มีเจตนาจะตีใคร เเต่ตัวผมเองต่างหากที่เคยถูกกระทำมาก่อนจนทำให้ฝังใจเจ็บกับกลุ่มบุคลตรงข้ามสีเเดง (ชัดเจนนะครับ) เเละส่วนตัวค่อนข้างเข้าใจธรรมชาติของสื่อมวลชนดี เเละดีใจมากที่ได้มีโอกาสเเสดงความคิดเห็นใน ประชาไท เเต่ถ้าท่าน ความคิดเห็นข้างบนจะลองไปตรวจสอบพาดหัวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ โดยเฉพาะในเครือเสื้อเหลืองอย่างคมชัดลึก เนชั่น ผู้จัดการ ที่ประกาศตัวเป็นสื่อเสื้อเหลืองชัดเจน จะเห็นว่ามีสื่ออีกประเภทที่ชอบทำตัวเป็นอีเเอบ อย่าง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง สยามรัฐ เเนวหน้า ซึ่งเหล่านี้เป็นหนังสือพิมพ์ประเภทประชานิยมที่ไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นสีอะไร เเต่ถ้าท่านสังเกตุพาดหัวในช่วง สอง สาม วันนี้ หรือแม้เเต่ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าพาดหัวได้ชั่วช้ามาก ตีกินคุณทักษิณ ชนิดบ้าคลั่ง เเต่ก็ขอชื่นชมสื่อ อย่างไทยรัฐ เดลินิวส์ ที่มิเห็นเป็นอย่างนั้น สองฉบับหลังนี้มีการพาดหัดที่ยังให้คนอ่านมีโอกาสได้คิดได้ตัดสินใจ ไม่ได้ฟันธงหรือตีกินเขาเอาฝ่ายเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้ บ้านเมือง เเนวหน้า สยามรัฐ ผมว่าคุณน่าจะประกาศตัวไปเลยว่าเป็นพวกไหน พวกอำมาตย์ หรือพวกไหนไปดีกว่าครับ (อึดอัด) ที่ผมไล่ให้ไปอ่าน astv ก็เพราะเหตุผลที่ว่าคนเหล่านี้ไม่มีทางจะหลุดพ้นจากคำว่า คนคับเเคบในทางสมองได้เลย

พูดแบบนี้ไม่มีประโยชน์อย่างไร

พูดแบบนี้ไม่มีประโยชน์อย่างไร ปกติ บทสัมภาษณ์ุ โดยเฉพาะบทสัมภาษณ์คนสำคัญ ล้วนผ่านการตรวจมาแล้วทั้งสิ้น และในทุกกรณี คนให้สัมภาษณ์ ระหว่างตรวจบทสัมภาษณ์นั้น ก็จะขัดเกลาแก้ไขไปเยอะ

กรณีบทสัมภาษณ์ทักษิณนี้ เท่าที่ดูสำนวน ผมกลับเห็นว่า น่าจะมีส่วนตกแต่งแก้ไขน้อย

คำว่า "รีไรท์ไม่น่าสนใจไม่น่าเชือ่ถือ" จึงผิด "ไม่น่าเชื่อถือ" หมายถึงอะไร นี่คือข้อความที่คนให้สัมภาษณ์ต้องการสื่อต่อสาธารณะ คุณจะเชื่อหรือไ่ม่ ไม่เกี่ยวกับการถูกรีไรท์เลย

(บทสัมภาณ์ปรีดี ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ทุกฉบับ ล้วนแต่ผ่านการรีไรท์ ดังกล่าวเช่นกัน ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรง มีต้นฉบับการถอดเทปครั้งแรก หรือระหว่างรีไรท์บางกรณีด้วย แต่นั่น ไมใช่ประเด็นเชื่อได้หรือไม่ได้ ประเด็นอยู่ทีว่า ปรีดีต้องการสื่ออะไรต่อสาธารณะ นี่คือ function ของการสัมภาษณ์

" จริง ๆ แล้วทักษิณน่าจะตัดบท

" จริง ๆ แล้วทักษิณน่าจะตัดบท ไม่น่าพาดพิงเกี่ยวกับเรื่องราชวงศ์เพราะเป็นเรื่องเปราะบางมาก "

แสดงว่า เมืองไทย ถ้าพูดเรื่องสถาบัน คือพูดแบบเชียร์สุดๆได้อย่างเดียว เหมือนกับที่ ออกอากาศทางทีวี วิทยุ ฯลฯ แบบนัเ้นใช่ไหมครับ?

ทำไม จึง "ทารก" เหลือเกิน เมืองไทย และความเห็นคุณ (ที่ยกมาข้างต้น) ลองอ่านบทนำ Times ที่พูดเรื่องนี้ เขาพูดไว้ดีนะ ในความเป็น ทารก ของการคิดแบบนี้

อย่าถือว่าคุณเป็นอ. มหา'ลัย

อย่าถือว่าคุณเป็นอ. มหา'ลัย เที่ยววิจารณ์คนอื่น แล้วจะต้องเดินตามหลังคุณตลอด คุณควรเอาเวลาไปศึกษาเพื่อสั่งสอนเด็ก ๆ ให้มีความรู้ดียิ่งไปกว่านี้ดีกว่า
ความเห็นของผมไม่ได้รบกวนใคร ใครจะเชียร์ใครหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องไปรับรู้ด้วย เพียงแต่อะไรที่มันเสี่ยงก็ควรพยายามเลี่ยงเสีย
คนสมัยนี้เรียกร้องมากจริง ๆ เรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ทุกขณะ แต่อย่าลืมว่าประชาธิปไตยของตัวเองไม่ควรไปรบกวนประชาธิปไตยของคนอื่น ทุกคนควรเคารพขอบเขตและสิทธิของซึ่งกันและกัน

ผมเป็นเพียงแค่คนไทยคนหนึ่งเป็

ผมเป็นเพียงแค่คนไทยคนหนึ่งเป็นพวกไม่มีสี เพียงแต่บางครั้งเห็นอะไรที่มันเลยเถิดก็อดออกมาติงไม่ได้
เห็นพวกที่ เป็นคนไทยเหมือนกันพูดภาษาเดียวกัน แต่ฟังกันไม่รู้เรื่อง ก็เห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
ผมใช้ชีวิตนอกประเทศไทย แต่โชคดีได้เทคโน ฯ สมัยใหม่ ทำให้ได้ติดตามข่าวสารในเมืองไทย แต่ก็รู้บ้างไม่รู้บ้างเพราะไม่ได้อยู่ใกล้เหตุการณ์จริง ๆ
จากการที่ได้อ่านข้อความต่าง ๆ ที่พวกคุณโพสมาก็พอเข้าใจอะไรได้บ้าง ซึ่งบางครั้งก็ถือเป็นวิทยาทานทีเดียว

ขำประชาธิปไตย

ขำประชาธิปไตย ของไทยอารยะชนจริงๆ

เวลาที่คุณสมศักดิ์ วิจารณ์ เขาก็วิจารณ์ ในชื่อ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แบบประชาชนคนธรรมดาทั่วไป
ไม่มีคำว่า อาจารย์ นำหน้า

เขาควรจะเอาเวลาของเขาไปทำอะไร
เขากำลังเสี่ยงชีวิต เพื่ออะไร
เขารู้ดี

เขมรมันโหดอยู่แล้ว เด็กหนุ่มว

เขมรมันโหดอยู่แล้ว

เด็กหนุ่มวิศวกรที่ถูกจับนั่น คงจะถูกมันทรมานหนักมากๆจนที่สุดจำต้องเซ็นใบสารภาพตามที่ฝ่ายเขมรจะสร้างนิยายปั้นแต่งให้พูดทำร้ายรัฐบาลไทยหรือสถานทูตไทย จากนั้นให้ออกมาแถลงข่าว น่าสงสารเด็กนั่นมาก การณ์มันจะออกมารูปนี้แน่นอน คอยดูไป

เขมรเวลานี้จ้องให้ประเทศไทย รัฐบาลไทย+สถานทูตตกเป็นจำเลยประชาคมโลก ดังนั้นไอ้ฮุนเซ็นหรือลูกสมุนมันต้องทรมาน ทำร้ายเด็กวิศวกรนั่นจนทนไม่ไหวแน่ๆ

ขอให้คนไทยรู้ทันเขมร ออกมาพูดดักคอไว้กอ่น ทำให้เป็นข่าวไว้ก่อน เขมรจะได้ไม่กล้าทำร้ายเด็ก ที่สำคัญเพราะถ้าเด็กทนไม่ไหวอาจจะยอมพูดตามที่ฝ่ายเขมรบงการก็ได้

คนไทยต้องคิดได้ก่อนและเท่าทันคนชั่วๆจะได้หาทางแก้ไขสถายฃนการณ์ไว้ก่อน

อย่าลืมว่าเขมรแดง ขนาดคนของมันๆยังฆ่าตายซะสามล้านคน สาอะไรกับคนต่างชาติ ไม่ครนามือมันหรอก คนไร้ศีลธรรมอย่างพวกมัน ฮุนเซ็นกับพรรคมันก็เขมรแดงมาก่อน มันโหดสุด

อีกอย่างรัฐบาลต้องหาทางจับสายลับเขมรที่เป็นคนเขมรแท้ๆให้ได้ เพื่อแก้ลำ และต้องเอาให้ได้หลายๆคน เพราะผู้นำเขมรไม่รักคนของมัน หากจับสายลับเขมรได้แค่คนหนึ่งหรือสองสามคน ผู้นำเขมรมันทิ้งแน่ แต่ถ้าหากได้หลายๆคนเป็นสิบๆคนขึ้นไป มันจึงจะค่อยใส่ใจ ไม่ใช่เพราะมันเป็นห่วงคนของมันแต่เพราะมันกลัวเสียคะแนนเสียงในหมู่ประชาชนเขมรกับกลัวประชาชาติประนาม ทำได้อย่างนี้จะได้ต่อรองแลกตัวกับเด็กได้ แต่ก่อนส่งตัวกลับให้รีดข้อมูลออกมาให้หมดแล้วให้ออกสื่อ จากนั้นค่อยว่ากันไปตามกระบวนการส่งตัว

รัฐบาลไทยรีบๆเข้า วางแผนทั้งรับ และรุกไว้ ผู้นำเขมรเป็นคนสกปรก ในใจมีแต่แผนการชั่ว+โหดร้าย ตามันเข+เหล่ด้วย คบไม่ได้หรอก คนอนย่างนี้ ทำร้ายเพื่อนบ้านที่เคยช่วยมันมาก่อน

อีกอย่างหนึ่งหาทางขับเจมรออกจากประชาคมอาเชี่ยน เพราะไม่หวังดีต่อเพื่อนบ้าน ประเทศที่ผู้นำไม่ดีต้องอย่าไปส่งเสริม ต้องกดไว้ อย่าให้เผยอ หากเผยอเมื่อไหร่ คนชั่วจะยิ่งเหิมเกริมสร้างความชั่วแผ่ขยายออกไปอีกในระดับภูมิภาค ดังนั้นประเทศไทยควรลอบบี้ให้เขมรออกจากประชาคมอาเชี่ยน

อย่าลืมว่าแต่ก่อนประเทศไทยคือมิตรประเภทม้าอารีที่เคยช่วยดัน+ส่งเสริม+สนับสนุนเขมรทุกวิถีทางให้ร่วมเข้าในประชาคมอาเชี่ยน ตอนนั้นหลายประเทศรังเกียจเจมรมาก เพราะป่าเถื่อน โหดร้าย เขมรถูกรังเกียจมาก แต่เพราะไทยล๊อบบี้ให้เขมรแข็งขัน เขมรจึงมีที่ยืนในอาเชี่ยนวันนี้ ดังนั้นเมื่อไทยให้โอกาสเขมรได้ และเขมรเกเรร้ายกาจเช่นนี้ ไทยก็ไม่ควรปล่อยให้เขมรเติบโตและมีสมาคมกับชาติอื่นๆ การทำให้เขมรออกจากประชาคมอาเซี่ยนจะทำให้เขมรโดดเดี่ยว และมวยวัด สู้ไปเองโดดๆตามยถากรรม ซึ่งเท่ากับตัดกำลังให้เขมรเจอแต่ปัญหาภายในรุมเร้าต่อไป เพราะไม่มีใครคบค้าและไทยก็มีเวลาดูแลบ้านเมืองให้เข้มแข็งขึ้นมาได้

ส่วนเด็กวิศวกรนั่น หากใช้หลายวิธีการทางตรงและทางอ้อมช่วยเหลือไม่ได้ผล น่าจะสืบจนรู้ที่คุมขังเด็กแล้วใช้วิธีการจู่โจมไปรับตัวด้วยวิธีการฯลฯ เดินทางกลับอย่างไรจะกลับถึงประเทศปลอดภัยที่สุดเร็วที่สุดด้วย น่าจะคิดควบคู่กันไป ฝากให้รัฐบาล+สถานทูต

ส่วนบริษัทสามารให้สัมภาษณ์เรื่องช่วยเหลือลูกน้องนั้นดูแกนๆเต็มที ใจกว้างๆแข็งขันหน่อย เด็กนั่นไม่ใช่ใคร เขาเป็นลูกน้องทำงานให้บริษัทคุณ ในยามนี้บริษัทต้องจริงใจที่จะช่วยเหลือ+ดูแลเขาอย่างดีที่สุดทุกทาง เพราะนั่นมันพิสูจน์น้ำใจผู้บริหาร ต่อไปลูกน้องจะได้ไม่หมดกำลังใจหากหัวหน้า+ผู้บริหารเต็มที่ให้ แต่ถ้าช่วยแบบแกนๆเหมือนน้ำปัสสาวะไหลปริบๆหรือใจเท่าปิ๊มด ลูกน้องที่เหลืออยู่ก็หมดกำลังใจแน่ เพราะเด็กนั่นคือเพื่อนๆของลูกน้องทุกคน และประชาชนเขาก็มองออกบริษัทนี้เป็นอย่างไร มันจะสะท้อนมาในรูปการช่วยอุดหนุนสินค้าบริษัทหรือไม่ ฝากให้พิจารณาเพื่อผลดีทุกฝ่าย
ใครก็ได้

ฟฟฟฟ

ต้องขับคนเขมรและแรงงานเขมรออกนอกประเทศทั้งหมด.......รวมทั้งพวกโคตรแม้วทุกสาแหรก รวมทั้งพวกหลูกลาดสายเลือดชั่วฮุนซวยตามมหาลัยต่างๆด้วย

ได้อ่าน "ฉบับย่อ" และ

ได้อ่าน "ฉบับย่อ" และ "ฉบับเต็ม" จาก Time Online แล้ว

มีความรู้สึกว่า ท่านทักษิณ ไม่มี "วุฒิภาวะ" ในการพูด

เป็นพวก "ซ้ำเติม" ตัวเอง เหมือนเพลงที่ท่านชอบ คือ "ขอบคุณที่ซ้ำเติม"

รู้ว่า เรื่องนี้มัน "สุ่มเสี่ยง" แต่ก็ยัง "พูดซ้ำพูดซาก" จนเกิดเรื่อง ซ้ำแล้วซ้ำอีก

นี่แสดงว่า "ขาดวุฒิภาวะ" โดยแท้

และการพูดครั้งนี้ ท่านก็ยอบรับว่า "ท่านพลาดไป"

เพราะท่าน ออกมา "ขอพระราชทานอภัยโทษ" หลังจากนั้น

"ประเด็นนี้" ก็คงชัดเจนครับ "ดิ้นไม่หลุด" เพราะมี "ใบเสร็จ" ครับ

Confirm !!!

ส่วนเด็กวิศวกรนั่น

ส่วนเด็กวิศวกรนั่น หากใช้หลายวิธีการทางตรงและทางอ้อมช่วยเหลือไม่ได้ผล น่าจะสืบจนรู้ที่คุมขังเด็กแล้วใช้วิธีการจู่โจมไปรับตัวด้วยวิธีการฯลฯ เดินทางกลับอย่างไรจะกลับถึงประเทศปลอดภัยที่สุดเร็วที่สุดด้วย น่าจะคิดควบคู่กันไป ฝากให้รัฐบาล+สถานทูต

ฟฟ
ถ้าลูกหลานของเราเป็นอะไรไป.....พวกคนเขมรในประเทศไทยจะต้องรับผลที่ติดตามมาทั้งหมดรวมทั้งพวกทรพีแผ่นดินทุกโคตรทุกคน

สังคมไทยเป็นสังคมที่ปัญหาน้อย

สังคมไทยเป็นสังคมที่ปัญหาน้อยทำให้เป็นปัญหาใหญ่ได้
หรืออาจการเมืองทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ขยายเป็นปัญหาใหญ่

ขึ้นอยู่กับทัศนะคติของมวลชนนั้น ๆ
เรื่องนี้มีมูลแค่ 10เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

และอีก 90เปอร์เซ็นต์
สร้างกุกันเพิ่มขึ้นมาเอง*

ผมไม่เข้าใขท่านพูดแค่นี้โดนด่

ผมไม่เข้าใขท่านพูดแค่นี้โดนด่า แต่ไอ้สนธิทำยิ่งกว่าทักษิณ ทั้ง นำคำพูด ดา ตอปิโด มาพูด ไม่เปิดทางเสด็จ นำสัญลักษณ์ของพระองค์มาใช้ทางการเมือง นำผ้าอะนามัย มาเช็ด ที่พระบรมรูปทรงม้า แต่ยังได้ชื่อว่า คนจงรักพักดี ..บ้านเมืองนี้แปลกดี..

ผมไม่ใช่คนใจแคบนะ

ผมไม่ใช่คนใจแคบนะ อ่านทั้งข่าวเสื้อแดงและเสื้อเหลือแหล่ะ
แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ASTV จะให้ข่าวลักษณะน้ำท่วมทุ่งมากกว่า พูดเยอะแต่ไม่มีสาระ
ถ้าแน่จริงก็พูดตรงๆให้ชัดเจนดีกว่าไม๊ ชอบยกตัวอย่างโน่น นั่น นี่่ น่ารำคาญ บอกมาตรงๆเลยกลัวอะไร
ถ้าบอกว่าหมิ่นสถาบันบอกมาเลยว่าคำอะไรที่หมิ่นสถาบัน พอดีผมเป็นคนที่ชอบอะไรชัดเจนซะด้วย

ถามหน่อย ว่าพวกคุณรู้ไหมครับ ว่าพวกกัมพูชาที่คุณด่า หรือชวนเย้วๆๆๆให้พวกของคุณทักษิณไปอยู่ที่นั่นน่ะ
เราได้เปรียบดุลการค้าเขาเกือบ 1000 ล้านดอลฯเชียวนะครับ (ไม่ใช่บาท) นั่นรายได้ของประเทศนะ
แล้วสงสัยมากว่าไอบ้าที่ไหนพยายามจะไปมีปัญหากับเขาน่ะ แทนที่จะคุยกันดีๆ

หรือว่าคุณชอบครับ แบบที่ยึดสนามบิน ให้รายได้และความน่าเชื่อถือในประเทศตกลงอย่างฮวบฮาบ
ผมก็ใจกว้างดู ASTV บ่อยเหมือนกัน ถ้าพวกคุณใจกว้างพอแล้วลองเปิดดูทั้งสองสีบ่อยๆเหมือนกับผมนะครับ
จะรู้เองว่าสนธิ ลิ้มฯ โดนยิงเพราะอะไร (เพราะปากของมันเองน่ะแหล่ะ ขอไม่เอ่ย ณ ที่นี้)

ความเห็นผมต่อบทสัมภาษณ์ทักษิณ

ความเห็นผมต่อบทสัมภาษณ์ทักษิณ

ผมคาด(เดา)เอาเอง(เพราะไม่อาจยั่งรู้ความคิดชั่วร้ายในใจของพวกตอแหล)ว่า ที่รัฐบาลโวยวายว่า "หมิ่นฯ" ก็ที่ประเด็นเดียว

เอาเป็นว่าในสังคมไทย(โบราณ) การพูดว่าอีกหน่อย"ลูกผู้ใหญ่บ้าน"น่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ดีแทนพ่อซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน มันส่อนัยยะทางอ้อมว่า อีกไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็ตายแล้ว หรือว่าแช่งให้ตายก็ได้(ถ้ามองในแง่ร้าย) ทั้งๆที่ในความเป็นจริงผู้ใหญ่บ้านก็ต้องตายแน่นอน (แม้ว่าลูกบ้านสอพลอจะบอกว่า ขอให้อายุยืนหมื่นๆปี) มันเป็นวัฒนธรรม(สอพลอ)เฉพาะของไทยแท้ๆ(ตอแหลสุดๆ)

แต่นี่มันสหัสวรรษใหม่แล้ว สังคมไทยอยู่ในยุคประชาธิปไตย(ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง)ไม่ไช่หรือครับ ยังจะใช้มาตรฐานโบราณอย่างนั้นมาตัดสินการกระทำในพศ.นี้ได้อยู่อีกหรือ? ไม่มีใครทราบเจตนาของคุณทักษิณในการพูดอย่างนั้น เพราะไม่มีใครไปนั่งในใจเขาได้ ดังนั้นจึงควรตัดสินกันด้วยหลักฐาน(hard fact) ที่ประจักษ์ ซึ่งเท่าที่ปรากฏ ผมไม่เห็นมีส่วนใดที่เป็นข้อความหมิ่นประมาท หรือส่อเจตนาร้าย แต่ถ้าใครจะใช้มาตรฐานข้างต้นตัดสิน ก็กรุณาสั่งให้คนไทยขับเกวียนเทียมด้วยควายไปด้วยจะได้มีบริบทของสังคมในยุคเดียวกับคำตัดสินแบบนั้น ทัศนคติแบบนี้ฝรั่งเขาไม่มีวันเข้าใจ ถ้าคุณไม่สนใจสังคมโลก ก็ไม่ต้องพิจารณา คิดแบบไทยๆ(ที่โบราณด้วย)ต่อไปให้สุดๆเลยครับ

ส่วนคุณบางกอกจะไม่เชื่อถือTimesก็เป็นสิทธิของท่าน แล้วคุณบางกอกคิดว่าASTV/Managerน่าเชื่อถือกว่าหรือไม่ ก็ตามแต่ชอบตามแต่จะคิด แต่มันก็มีผลต่อความน่าเชื่อถือในcommentของคุณด้วยเช่นกัน อันนี้ก็เป็นสิทธิของผู้อ่านท่านอื่นๆด้วยเช่นกัน : )

คุณจะไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สมศ

คุณจะไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ก็เป็นสิทธิอันชอบของคุณ คุณอยากเลือกที่จะ"หุบปาก"ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เป็นเสรีภาพของคุณที่จะเลือก"ปิดปาก"ตัวเอง แต่กรุณาอย่าเที่ยวพยายามปิดปากคนอื่นด้วย กรูณาเคารพในสิทธิของคนอื่นด้วย

หวังว่าคงจะมีโอกาสได้อ่านบทความเรื่องSiamese SpatในTimesฉบับวันที่ 11 พย.นี้ด้วย ผมว่าฝรั่งเขาวิจารณ์อย่างสุภาพมากแล้วนะ ถ้าไม่เห็นด้วย อยากจะอยู่ในกะลาที่เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ต่อไปก็เชิญ ปิดหู ปิดตา ปิดปากตัวเองต่อไปได้ ขอให้โชคดีกับชะตากรรมของลูกหลานในอนาคต(มืดๆ)

ขอแถลงเพิ่มเติมหน่อยครับ ผมเอ

ขอแถลงเพิ่มเติมหน่อยครับ

ผมเองเป็นคนแรกๆเลยครับที่ อ่านข้อความรีไรท์ทั้ง๑๒หน้าที่ไทม์เอามาลง แล้วให้ความเห็นชัดเจนว่า ข้อความทั้ง๑๒หน้านั้นผมเห็นว่า ไม่หมิ่น แค่เสือก.....ขยายความโดยสุภาพก็คือ ไปให้ความเห็นเรื่องครอบครัวผู้อื่นและคนแวดล้อมเขาเขา เพื่อหวังผลประโยชน์แก่ตัวเอง ทั้งนี้จะไปโทษนักข่าวเสือกถามนำก็คงจะไม่ได้ เพราะด้วยวุฒิภาวะที่พึงมี ก็ควรรู้ว่าไม่ควรเสือกตอบ

ข้อความรีไรท์ทั้ง๑๒หน้านั้น หรือแม้แต่หัวข้อคำถามคำตอบนั้น ได้ถูกกลั่นกรองแล้วจากที่ปรึกษากฎหมายมากมายที่ทั้งไทม์ทั้งแม้วมีใช้ในมือ ให้แน่ใจได้ว่าการอ่านตามตัวอักษรนั้นจะไม่สามารถเอาความผิดข้อหาหมิ่นได้เพราะขาดการกระทำและเจตนาที่จะหมิ่น โดยมีประโยคออกตัวแก้ไขไว้แล้วแทบทุกหัวข้อ....โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้อ่านเป็นชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย... หากรัฐบาลโอเวอร์รีแอคท์ด้วยการพยายามหาความผิดเรื่องหมิ่นฯ อย่างที่เป็นข่าวว่าตำรวจบางกลุ่มกำลังทำอยู่ที่จะเอาผิดไทม์ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าบทความข้อความนั้นศาลจะตีความว่าอย่างไร การกระทำเช่นนั้นยิ่งดิสเครดิตกม.หมิ่นและสถาบันไทยในสายตาคนต่างชาติ ซึ่งส.ศิวรักษ์เคยกล่าวไว้ว่าตำรวจของแม้ว ร่วมมือรังแกสถาบัน ซึ่งอาจจะเป็นหมากซ้อนจุดประสงค์ที่แท้จริงของการให้สัมภาษณ์นี้

ในวาระนี้ ผมเสนอว่าอยากฟังเทปหรือวีดีโอการสัมภาษณ์มากกว่า มีใครที่ไม่เห็นว่า มันชัดเจนกว่า ข้อความที่รีไรท์มาแล้วไหมครับ
อย่างสมศักดิ์เจียม ผมถามกลับว่า สมศักดิ์อยากฟังเทปหรือดูหนังดูวีดิโอการสัมภาษณ์ปรีดี มากกว่าอ่านที่คนอื่นเขาสัมภาษณ์มาไหมครับ อ่านกากที่นักวิชาการคนอื่นที่อาจไม่สามารถแม้เศษเสี้ยวของสมศักดิ์จับประเด็นมา กับดูฟังด้วยหูตนเอง อันไหนมันจะสำเร็จความใคร่(อิ..อิ..อิ..ในการได้รับรู้วิเคราะห์เจาะลึก) ของสมศักดิ์เจียมผู้ยิ่งใหญ่ได้ดีกว่ากันครับ......

ก่อนจบผมควรเพิ่มเติมสักหน่อยว่า เทปและวีดิโอ น่าเชื่อถือกว่า บทความรีไรท์แล้วแน่นอน............ลึกๆในใจผมสงสัยว่าไทม์จะไม่มีอยู่ในมือด้วยซ้ำไป เผลอไอ้ที่เอามาลงอาจมาจากอีเมล์โต้ตอบกันของนักกฏหมายไทม์กับนักกฎหมายแม้วตอนรีไรท์เสร็จแล้ว

ถ้ามีก็เอามาลงสิครับ ผมชอบดูวืดิโอแม้วให้สัมภาษณ์นักข่าวสากลแบบโต้ตอบสดเป็นชีวิตจิตใจ ประเภทพูดข้างเดียวไม่นิยมครับ จะได้อัดสะสมไว้....

ในผู้จัดการออนไลน์ ก็มี link

ในผู้จัดการออนไลน์ ก็มี link บทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ

ICT ไม่ได้บล็อก เว็บประชาไทก็ลงได้ เว็บไหนก็ลงได้

แสดงว่าไม่มีเนื้อหาผิดกฏหมายแต่อย่างใด ฟันธง!!!

คือว่าจะเอาให้ผิดให้ได้ยังงั้

คือว่าจะเอาให้ผิดให้ได้ยังงั้นเถอะ หรือไม่พวก ปชป กับพธมไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษเอาเสียเลย คุณคิดว่า Times จะช่วยอดีตนายกทักษิณเหรอ และถ้าอดีตนายกไม่ได้ทำจริง Timesonline ก็ต้องถูกฟ้องแล้วจากอดีตนายกแล้วกัน แต่ดีที่ว่าเขามีจรรยาบรรณมากกว่าของเรา ไม่ใช่เอาตามน้ำเข้าว่า ของเราพอลงผิดก็ทำเป็นเงียบไร้จรรยาบรรณจริงๆ

เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ

เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ อ่านแล้วยังรู้สึกว่าอดีตนายกท่านก็รักสถาบันและเทอดทูนนะ ส่วนเรื่องที่อดีตนายกได้พูดเหมือนคาดเดานั้นไม่น่าจะใช่ เพราะเรื่องนี้นายกปัจจุบันได้เคยให้สัมภาษณ์เป็นจริงเป็นจังไปแล้วที่ต่างประเทศ จริงๆ แล้วนายกปัจจุบันท่านก็อาจะพูดได้เพราะท่านคงเห็นว่ามีการับรองแล้วมั้ง

ร่ายเสียยาว

ร่ายเสียยาว สรุปว่าคุณแช่มเห็นว่าบทสัมภาษณ์อันนี้"หมิ่นฯ"หรือไม่หมิ่นฯกันแน่ ถ้าหมิ่น ตรงไหนที่หมิ่นครับ?

คุณคิดอย่างนี้จะทำให้เรื่องเล

คุณคิดอย่างนี้จะทำให้เรื่องเลวร้ายไปอีก และยิ่งเมื่อเช้าเห็นข่าว รมต ต่างประเทศพูดเรื่องนี้อย่างดุดันและเดินหนีไป รู้สึกเศร้าใจกับประเทศนัก การพูดและทำกริยาแบบนี้อาจจะทำให้น้องวิศวกรคนนั้นลำบากยิ่งขึ้นไปอีก จริงๆ น้องเขาน่าสงสารอยู่ อาจจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ และถ้าจริงก็ไม่รู้ไปทำทำไม เพราะไม่คุ้มกับการเสี่ยงเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อใครก็ไม่รู้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเห็นใจน้องเขาจริงๆ และเชื่อว่าอดีตนายกทักษิณช่วยได้ มิได้เข้าใจว่าท่านไปร่วมด้วยนะ แม้ท่านก็ต้องเคารพกัมพูชาเหมือนกัน ท่านก็คงรอให้รัฐบาลไทยแก้ไขกันเองไปก่อน แต่ในส่วนตัวนะ กลัว รบ นี้จะทำไม่ได้น่ะ ดู รมต ตปท แล้วกลุ้มใจแทนน้องจริงๆ

คุณแช่มมีความรู้ภาษาอังกฤษหรื

คุณแช่มมีความรู้ภาษาอังกฤษหรือเปล่า หรือเกทับว่าอ่านแล้ว เข้าใจว่าการที่อดีตนายกขอพระราชทานอภัยโทษ ถ้าฟังจริงๆ แล้วเหมือนกับคนมีมารยาทน่ะ ก็ต้องขอโทษไว้ก่อนผิดหรือไม่ผิดก็ว่ากันอีกที คนเราถึงพูดดีมากๆ แต่อาจไม่ถูกใจใครเขาก็ขอโทษไว้ก่อน ตามมายาทน่ะ

Am I trying to shut anyone

Am I trying to shut anyone out? Since when?

Are you communicating with the wrong person doctor J ?

My apology to khun Kannika, I

My apology to khun Kannika, I posted my response in the wrong place indeed.

So sorry, I meant to respond to the 'anonymous' comment.

Will be more careful next time

คุณจะไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สมศ

คุณจะไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ก็เป็นสิทธิอันชอบของคุณ คุณอยากเลือกที่จะ"หุบปาก"ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เป็นเสรีภาพของคุณที่จะเลือก"ปิดปาก"ตัวเอง แต่กรุณาอย่าเที่ยวพยายามปิดปากคนอื่นด้วย กรูณาเคารพในสิทธิของคนอื่นด้วย

หวังว่าคงจะมีโอกาสได้อ่านบทความเรื่องSiamese SpatในTimesฉบับวันที่ 11 พย.นี้ด้วย ผมว่าฝรั่งเขาวิจารณ์อย่างสุภาพมากแล้วนะ ถ้าไม่เห็นด้วย อยากจะอยู่ในกะลาที่เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ต่อไปก็เชิญ ปิดหู ปิดตา ปิดปากตัวเองต่อไปได้ ขอให้โชคดีกับชะตากรรมของลูกหลานในอนาคต(มืดๆ)

>การพูดว่าอีกหน่อย"ลูกผู้ใหญ่

>การพูดว่าอีกหน่อย"ลูกผู้ใหญ่บ้าน"น่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ดีแทนพ่อซึ่งเป็น ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน มันส่อนัยยะทางอ้อมว่า อีกไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็ตายแล้ว หรือว่าแช่งให้ตายก็ได้

ทำไมการพูดถึงสมัย"ลูกผู้ใหญ่บ้าน"ส่อนัยยะทางอ้อมว่า อีกไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็ตายแล้วล่ะครับ

ดูตัวอย่างผู้ใหญ่บ้านฎูฐานสิครับ ตอนท่านขึ้น ผู้ใหญ่บ้านคนก่อนก็ยังมีชีวิตอยู่นี่?

ถ้าเนื้อหาตามนี้ก็ชัดเจน

ถ้าเนื้อหาตามนี้ก็ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีหมิ่น แต่ที่โดนเต็มๆก็ท่านประธานฯ นั่นแหละ

You have no idea how closed

You have no idea how closed you are to get kill with love.
Romantic gene is still hiking in me.

You won't survive next time, :) try me.

You are such a nice person

You are such a nice person khun chanpen with beautiful communicating language.

Unlike someone,:) like khun Chaem อิอิ..

เออ

เออ แล้วมันตรงไหนว่ะ
อาจจะหมื่น ตรงคนที่พยายามแปลให้ผิด
งั้นก็ยอมรับผิดเถอะ

เป็นอย่างไร แช่ม

เป็นอย่างไร แช่ม รนจนได้เจอผู้ที่เขาสันทัดในภาษาอังกฤษดี ตอกหน้าจนหัวทิ่มเลย จะรู้สึกสงสารแช่ม หรือจะสะใจให้แช่มนะเนิ่ย (คุณจัทร์เพ็ญ ถามว่า แช่มรู้ภาษาอังกฤษดีแค่ไหน)

Time Online เป็นข่าวตั้งแต่วันที่ฝ่ายรํฐบาล ออกมาประโคมข่าวนี้วันแรกๆ ก็พยายามเข้าไปใน google เพื่อหาอ่าน ทั้งหมดที่เขาบอกว่ามิ่นนั้น อ่านแล้วไม่เห็นมี ที่เห็นนั้นตรงข้ามที่กล่าวหากัน แล้วก็เข้ามาโพสต์ความเห็น ว่าท่านทักษิณ ไม่มีคำให้สัมภาษณ์ช่วงไหนเลย ที่มีหมิ่น

เรื่องนี้ถือว่าสื่อที่เข้าข้างรัฐสื่อฉบับไหนบ้างเรารู้กันดี คนของรัฐที่ออกมาประโคมข่าวขยายความให้ใหญ่โตนั้น กะเอาให้ ท่านทักษิณตายอย่างเขียดแน่คราวนี้ เวลามีการแปลและโพสต์ให้อ่านกันทุกคน ที่นี้ทุกคนคงจะรู้กันหมดแล้วว่า คนปล่อยข่าวคนนั้นไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษเลย

ได้อ่านภาษาอังกฤษแล้วตั้งแต่แ

ได้อ่านภาษาอังกฤษแล้วตั้งแต่แรก มีคนเอา link มา

สรุปว่า

คุณทักษิณให้สัมภาษณ์ปกป้องสถาบันมากๆ ทุกหัวข้อ

ไม่เห็นมีการหมิ่นสักบรรทัด

หากพูดอะไรไม่ได้เลย เพราะมีผู้ตีความต้องการให้เกิดเรื่อง

ขอให้ความเห็นว่า ไม่ควรพูดถึงเลย

แต่กลัวจะหาว่าหมิ่นอีกละซี

คราวนี้ เรื่องจองหอง พองขน

ว่าจะไม่แตะไอ้ควายแช่มแล้วเชี

ว่าจะไม่แตะไอ้ควายแช่มแล้วเชียว เพราะไอ้ควายแช่มนี่มันก็เป็นขี้ที่เหม็นเน่าแบบไอ้พวกแมงสาปเน่าประชาวิบัติและไอ้โจรเจ๊กกาบดโกเตจ๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาตินั่นแหละ (ต้องดูคลิปในยูทูปส์ที่โจรเจ๊กกาบดมันพูดเรื่องที่เรียกร้องให้่คนขากเสลดถ่ถุยใส่รดหรือเอาเกือกตบใบหน้าของมัน แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงเปรียบเทียบพวกมันว่าคือขี้)นั่นคือถ้าเอาไม้ไปรันขี้เข้ามันก็จะส่งกลิ่นที่เหม็นไปทั่ว

ควายแช่มมันก็แค่นี้แหละที่ดีแต่แถ แถเหมือนกับไอ้โจรสถุลปรสิตและไอ้โจรมารค เพราะพอโดนจับได้คาหนังคาเขาก็เล่นแถ ไม่ว่าจะเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องอุปทูตที่โดนขับไล่แบบหมูแบบหมาเพราะดันไปใช้วิศวกรคนไทยที่ทำงานรับจ้างบริษัทของคนไทยอีกเหมือนกันที่ดูแลควบคุมการบินขึ้นลงของเครื่องบินในพนมเป็ญ ให้ไปทำจารกรรม บอกตารางการบิน ว่าเที่ยวไหนที่ทักษิณจะบินเข้าบินออกเวลาอะไรเอาไปให้ขี้ทูต ขนาดโดนจับคาหนังคาเขา และเขมรก็ได้ประจานไปทั่วโลก โดนผ่านสำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำอย่างเอพี (ชั้นนำหรือไม่ ไม่ทราบแต่ทราบว่าไอ้พวกเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าของตอแหลแลนด์ก็ต้องไปซื้อข่าวจากสำนักข่าวนี้มันตลอดตั้งแต่ก่อนสงครามเวียตนามซะอีก นั่นเพราะเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าของตอแหลแลนด์มันไม่มีปัญญา)
แต่ไอ้ควายปรสิต กับไอ้รัฐบวมเถื่อนโจรก่อการร้ายยึดสนามบิน กลับเถียงคอเป็นเอ็น แถมยังจะปล่อยเกาะ หนุ่มไทยผู้โชคร้ายที่ดันหลงตกเป็นเหยื่อของพวกขี้ทูต กุดถัง
เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่ารวมทั้งเศษจอตู้เน่าของตอแหลแลนด์นั้นไม่เคยบอกเลยว่าพวกขี้ทูตที่มันโดนเขมรไล่นั่นเพราะอะไรถึงโดนไล่ กว่าที่คนไทย จะได้รู้ก็ต่อเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศอย่างเอพี เขาเสนอข่าวออกมา คนไทยที่อ่านภาษาอังกฤษออกเลยถึงทราบ และที่สำคัญ ขี้ทูตกับหนุ่มวิศวกรรายนั้นก็ดันเป็นเพื่อนกันซะอีก เลยไม่ต้องไปเถียงหรือหาทางแถ
มันก็เหมือนกับโจรขโมยควายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาขณะที่กำลังจูงเชือกที่ร้อยกับจมูกควาย แต่โจรรายำนั่นดันแถกับศาลว่ามันไม่ได้ขโมยควาย มันแค่หยิบเชือกที่ผูกติดกับจมูกควายเท่านั้น

เอ้อแล้วที่ไอ้ควายแช่ม ว่าการที่เขาออกมาขอพระราชทานอภัยโทษ นั่นแปลว่ามีใบเสร็จ มันไม่คนละเรื่องเดียวกันไปหน่อยหรือ เพราะไม่ว่าจะขอโทษหรือไม่ขอโทษ ไอ้พวกโจรชั่วมันก็ถล่มใส่หาเรื่องทักษิณอยู่แล้วเพราะพอขอโทษมันก็บอกว่านี่ไงใบเสร็จผิดชัวร์ แต่พอไม่พุดขอโทษ มันก็บอกว่านี่ไงมันยะโสโอหังขนาดไหน นี่มันเป็นอย่างนี้เพราะเห็นมันใช้วิธีการเน่าๆเยี่ยงนี้มาตลอดยาวนานในประวัติศาสตร์ที่เน่าๆของตอแหลแลนด์
ถ้าหากจะว่าทักษิณจาบจ้วง ตอนที่ไอ้ควายมารคตอบกับบลูมเบิรก มันไม่ยิ่งกว่าอีกเรอะ
หรือยิ่งที่ตอนไอ้โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์ยืนเท้าสะเอวพูดถึง ไอ้นั่นน่ะมันจะไม่ยิ่งกว่าอีกเรอะ

อย่าทำสถุลสันดานเน่า แบบไอ้พวกแมงสาปเน่าไปหน่อยเลยไอ้ควายแช่ม สันดานที่เลวรายำเยี่ยงนี้แหละที่ทำให้แผ่นดินนี้มันทรุดลงทุกวัน

คุณบางกอก

คุณบางกอก ให้ความเห็นเหมือนกับไม่เชื่อที่เขาแปลมานั้นเป็นเรื่องถูกต้อง

ทั้งคุณบางกอกใช้คำว่า รีไรท์ คือเขียนใหม่

ความจริงเรื่องบทสัมภาษณ์ มันต้องทำอย่างที่ได้แสดงความเห็นไว้ในเนื้อข่าวเรื่องนี้

การไปสรุปบทการให้สัมภาษณ์ ก็เท่ากับการคิดและเขียนเองของผู้สื่อข่าวที่ทำการสัมภาษณ์

ซึ่งอาจไม่ตรงกับความหมายของผู้ให้สัมภาษณ์

วันนี้ "ประชาไท" ได้เอื้อเฟื้อบทสัมภาษณ์ที่แปลโดยถูกต้องฉบับเต็ม มิใช่ฉบับย่อ

ก็น่าจะถือได้ว่าเป็นข้อมูลเรื่องนี้ ที่ผู้อ่านสามารถรับรู้ และวิเคราะห์ได้

แต่ถ้าคุณบางกอก ไม่เชื่อว่าการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ ฉบับเต็ม ที่ได้แปลมาโดยถูกต้องแล้วนี้

เป็นความจริงตามเนื้อความดังกล่าว และเรียกร้องจะขอฟังคลิปเสียงต้นฉบับอีก

ก็เลยเกิดคำถามย้อนกลับไปที่คุณบางกอกว่า

แล้วคุณบางกอกเชื่อได้อย่างไรว่าบทสรุปย่อคำให้สัมภาษณ์ ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ฉบับเต็มเหมือนดังวันนี้นั้น

คุณบางกอกเชื่อได้อย่างไรว่าคำแปล คำที่พิมพ์คำสัมภาษณ์ ฉบับย่อนั้น

ถูกต้องตามความเป็นจริงตามที่ได้ให้สัมภาษณ์

มันก็มีคำถามเกิดขึ้นได้เสมอแหละนะ ถ้าคิดจะไม่เชื่อกันแล้ว

ใช่มั้ยครับ

Guest ดำดิน

14 พฤศจิกายน 2552

*การต่อสู้ ระหว่าง

*การต่อสู้ ระหว่าง มาร์คกับทักษิณ
ไม่ใช่เรื่อง การหมิ่น สิ้นสงสัย
ฝ่ายทักษิณ ประชาธิปไตย
มุ่งขับไล่ ฝ่ายมาร์ค เผด็จการ

*เพราะฝ่ายมาร์ค ไม่มี ความชอบธรรม
จึงมุ่งใช้ วาทกรรม นำสังหาร
มุ่งกล่าวหา หมิ่นเบื้องบน ก่นประจาน
เพื่อต่อต้าน ฝ่ายประชาธิปไตย

*คำให้สัมภาษณ์ของทักษิณไม่หมิ่นประมาท
ไม่อาฆาต มาดร้าย ให้หวั่นไหว
มีแต่คำ ยกย่อง ปกป้องไว้
แล้วทำไม ว่าดูหมิ่น เหมือนสิ้นคน

*เพราะฝ่ายมาร์ค ไม่มี ความชอบธรรม
จึงเพียรใช้ วาทกรรม ทำลายผล
คอยกล่าวหา สัปดี้ สีปดน
เหยียบย่ำคน รักประชาธิปไตย

-----------------------------

------------------------------------------

มนุษย์ระยำ ชื่อ ทักษิณ

------------------------------------------

ทุกย่างก้าวของทักษิณ ทั้งก่อนหน้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และ ภายหลังจากการได้นั่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย เขาทำเพียงเพื่อได้เป็น ..อภิชนผู้ครอบครองประเทศไทย ผู้ครอบครองโลก..

เขา ต้องการเป็นนักธุรกิจนายทุนการเมืองที่ทรงอำนาจในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะการเมือง กฎหมาย ธุรกิจ หรือ การทหาร เขาต้องการมีอำนาจเหนือทุกสถาบัน โดยพยายามที่จะใช้ระบบสื่อสาร เงินตรา

และ เครือข่ายอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่ในมือประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของตนเองให้อยู่เหนือผู้อื่นตลอดเวลา และ พยายามกีดกันบทบาทของสถาบันต่างๆลง เพื่อลดทอนการคานอำนาจการบริหารประเทศของเขา

มันเลยทำให้การบริหาร ประเทศของทักษิณ ตั้งแต่เริ่มแรก เน้นไปที่การพัฒนาทุนนิยมแบบสุดโต่ง และ พัฒนาสังคมนิยม(นโยบายประชานิยม) แบบสุดตีน จนประเทศแทบจะพังทลายเหลือแต่ตูด

ในขณะที่คนไทยยังงมงายอยู่กับข่าวสารประชาสัมพันธ์ของเขา ว่าเศรษฐกิจดี ..ดี..ดี ทั้งๆที่จริงแล้วมันก็หนี้ทั้งนั้น และ เป็นหนี้ที่ไม่จ่ายไม่ได้ด้วย เราคนไทยทุกคนก็ต้องช่วยกันจ่ายอยู่ดี!!..

ใน อดีตที่ผ่านมาทักษิณมีคนที่รักและบูชาหลงใหลในตัวเขาหลายล้านคนนั่นคือสิ่ง ที่ทำให้เขามักนำไปอ้างสิทธิ์เหนือหัวคนรากหญ้ารากเน่าในประเทศไทยมาโดยตลอด

เขามักจะพูดถึงคะแนนเสียง ๑๙ ล้านเสียง มักพูดถึง ส.ส. ๓๗๗ ที่นั่ง ที่เขาเคยได้มาอย่างถล่มทลายด้วยการใช้ "อำนาจเงิน" ในมือของเขาหว่านซื้อมาอย่างบ้าคลั่ง !!

คนรากหญ้าในประเทศหลงใหลเขา อย่างหัวปักหัวปำ ทำให้ค่านิยมความเชื่อของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก กลายเป็นสังคมที่นับถือเงินคือพระเจ้า สังคมคุณธรรม สังคมดีงามหายไปแทบหมดสิ้น เมืองไทยยุคทักษิณเป็นยุคที่คนบ้าเงินแบบสุดๆ ไม่มียุคใดเหมือน ..

ปรัชญา ศาสนา ธรรมชาติ ศิลปะ หนังสือ ตำรา คือ สิ่งที่คนไทยเริ่มหลีกหนี ในขณะที่เทคโนโลยี ความมั่งคั่งร่ำรวย วุฒิการศึกษา ทีวีสิ่งบันเทิง และ ยานพาหนะ คือสิ่งที่คนไทยค่อนประเทศนั่งเฝ้าและนับค่ามันเป็นสมบัติ !! ในขณะที่สมบัติจริงๆที่มีติดตัวมาแต่เกิดคือ ปัญญาและสมองนั้น แทบจะละลายหายไปจนหมดสิ้น!!..

ทักษิณ ก็คิดว่าตัวเขาก็คือพระราชานั่นแหละ เป็นพระราชาตามแบบฉบับนิยามของ "ทุนนิยม" เพราะนิยามพระราชาของเขาก็คือ เขามีอำนาจ มีบารมี มีเงินตรา ที่อำนาจที่จะสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในมือได้ ..

อภิชน คนร่ำรวยทางธุรกิจแบบเขา เมื่อได้ก้าวไปหยิบสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วก็อยากจะหยิบจะฉวยมาเป็นของตัวเองต่อ ไปเรื่อยๆ คนเหล่านี้ต่างทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายหลักคือ ผลประโยชน์ของพวกเขาเอง ..สุดท้ายเมื่อเขาได้เป็น "อภิชน" ที่มีผู้รักใคร่และศรัทธา นายทุนที่ละโมบโลภมากอย่างเขาก็เลยฝันอยากเป็น "อภิสิทธิ์ชน" ที่มีอำนาจอยู่เหนือหัวผู้อื่น ไม่ยอมรับกติกาใดๆนอกจากกติกาที่ตนเองได้ประโยชน์

เขาคืออภิชน ที่พยายามจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกฎหมายโดยใช้อำนาจเงินกดหัวอำนาจฝ่าย ยุติธรรมมาโดยตลอด ปัญหาทั้งมวลของประเทศไทยตอนนี้ก็มาจากการที่ทักษิณพยายามที่จะไต่เต่าตัว เองไปเป็น "อภิสิทธิ์ชน" เป็น "เจ้าเหนือหัว" ของประชาชนชาวรากหญ้ารากเน่าของไทย เพื่อนำมาใช้เป็นฐานกำลังในการผูกขาดการครอบครองประเทศไทยไปอีกชั่วลูกชั่ว หลานตระกูลแม้วของเขาแค่นั้นเอง ..

ไม่มีอะไรในหัวสมองของมหาเศรษฐี หนีคุกคนนี้นอกจากเรื่อง อำนาจ เงินตรา บารมี เท่านั้น ไม่ว่าจะได้สิ่งเหล่านี้มาด้วยวิธีไหน แลกมาด้วยความเดือดร้อนของผู้คน หยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และ ชีวิต ของใครต่อใครมาก็ตาม..

มนุษย์ระยำตัวนี้ มันไม่ใส่ใจทั้งสิ้น !!!

สงสารท่านทักษิณจริงๆ

สงสารท่านทักษิณจริงๆ พูดก็ถูกด่า ไม่พูดก็ถูกด่า แต่ตอนนี้หมั่นไส้ไอ้กษ.มากๆเลย อยากให้มันรับรู้ถึงความเจ็บปวดบ้างแช่งทุกวัน ขอเป็นแรงใจให้ทุกคนที่รักประชาธิปไตยและท่านทักษิณ

^ ^ ไอ้ขยะเศษโฟม

^ ^

ไอ้ขยะเศษโฟม หาประโยชน์ใช้สอยใดๆ ก็มิได้

จับกดน้ำ ก็ไม่ยอมจม แทกแถ ดันทะลึ่งขึ้นโพล่พ้นเหนือน้ำ

จับฝังดินก็ไม่ยอมย่อยสลาย

เอาไปเผาไฟทิ้ง ก็กลับจะก่อเป็นมลพิษ เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น

"ขี้" ที่ว่าน่ารังเกลียด ยังเอาไปทำเป็นปุ๋ยได้ โยนให้หมา หมายังกิน

แต่ไอ้ขยะเศษโฟมนี้ เลวววววววว จริง ๆ

^ ^ Anonymous :

^ ^

Anonymous : นี้ก็อีกตัวหนึ่ง

ไอ้ขยะเศษโฟม หาประโยชน์ใช้สอยใดๆ ก็มิได้

จับกดน้ำ ก็ไม่ยอมจม แทกแถ ดันทะลึ่งขึ้นโพล่พ้นเหนือน้ำ

จับฝังดินก็ไม่ยอมย่อยสลาย

เอาไปเผาไฟทิ้ง ก็กลับจะก่อเป็นมลพิษ เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น

"ขี้" ที่ว่าน่ารังเกลียด ยังเอาไปทำเป็นปุ๋ยได้ โยนให้หมา หมายังกิน

แต่ไอ้ขยะเศษโฟมนี้ เลวววววววว จริง ๆ

ต้องขอขอบคุณประชาไทเป็นอย่างม

ต้องขอขอบคุณประชาไทเป็นอย่างมาก ที่ได้นำฉบับเต็มที่แปลได้อย่างถูกต้ องด้วยสำนวนและเนื้อหา จากไทมส์มาให้อ่าน(ความจริงประชาไทก็เว็บลิงค์ที่ประชาไทนำมานี่แสดงถึงความเคา่รพตนเองของประชาไทซึ่งคือสิ่งที่ ดีอย่างมากที่ควรที่คนไทยทุกคน สมควรที่จะกระทำส่วนพวกจอมแถแถกเหงือกไม่รู้จักเคารพตนเองก็คงต้องปล่อยพวกบัวใต้น้ำเหล่านี้ไป)
ประชาชนทั้งชาติจงตื่นเถิด ตื่นขึ้นจากการหลับไหล จงตื่นขึ้นเพื่อพบกับความจริง
และเหล่าปวงประชา ก็จะสามารถจับการโกหกโป้ปดมดเท็จบิดเบือนของพวกเหล่าสากดินาอำมาตยาทรราชเน่า ที่พวกรายำเหล่านี้ได้กุมสื่อมันทุกประเภททุกชนิด อยู่ในกำมือของพวกมัน ในการระดมการโฆษณาปลุกปั่นยุยง แถ โกหกมดเท็จบิดเบือน
จับยัดใส่สมองของผู้คน ถ้าหากหลงไปดูหรือเสพย์พวกข่าวจากจอตู้เน่า 3579หอยม่วง นกแร้ง แอสโฮล และทีเอ็นๆหรือควายกราบือที่มีแต่เอ็น หรือหลงตกเป็นเหยื่อไปซื้อไอ้เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าของตอแหลแลนด์

ขนาดทั้งๆที่ไทมส์ลงบทความคำสำภาษณ์ที่ชัดเจน ที่ถ้าหากคนที่พออ่านภาษอังกฤษได้ หรือคนที่มีความรู้ลึกซึ้งทางด้านภาษา ก็จะเห็นว่า ไม่ได้มีเนื้อความตรงไหนที่แสดงถึงคำในสิ่งที่เรียกว่า หมิ่นแต่อย่างใด แต่ทว่ากลับยกย่องเชิดชูซะด้วยซ้ำ

และเช่นเดียวกัน ขนาดบทบรรณาธิการของไทมส์เอง ก็ยังยืนยันชัดเจนว่า ทักษิณนั้นกล่าวเทิดทูนยกย่องเสียด้วยซ้ำ และไม่ได้มีข้อความตรงไหนที่แสดงถึงการหมิ่นแต่อย่างใด นี่ขนาดถึงขั้นบรรณาธิการเจ้าของภาษา ต้องเขียนบทความออกมาเองเพื่อยืนยัน ทว่า ไอ้พวก ที่ทำตัวเป็นเจ้าซะยิ่งกว่าเจ้า กลับดันแถ พยายามที่จะหาทางเอาผิด เรียกได้ว่าเลวซะไม่มีดี
เลวแบบเลวซับเลวซ้อน เลวแบบชนิดมหาเลว ที่ไม่ได้เคยคิดที่จะพัฒนาตนเองให้มันดีขึ้นเลวลดลง ไม่มี ทว่ากลับดันถลำลึกลงสู่ห้วงมหรรณพแห่งความเลว

อย่างว่า นี่คือยุทธวิธีที่เน่าๆของพวกรัฐบวมเถื่อนโจรก่อการร้ายแมงสาปเน่าซากเดนสมุนทรราช ที่จะต้องใช้วิธีการที่เน่าๆ หาเรื่องแถ มันรายวัน หาเรื่องโน้น เรื่องนี้ที่มันไร้สาระไม่ได้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเลยแม้นแต่น้อยมันรายวัน ไม่ว่าจะเรือ่ง โคอิโงะ หมีแพนด้า แม่แพนด้าหมีดีเด่นพอหมดจากเรื่องนี้ ก็หันมาปั่นเรื่องหมอดูทำนายพอเห็นคนจับไต๋ได้ ก็มาปั่นเรื่องไสยาศาสตร์ เสร็จแล้วมาปั่นเรื่องเด็กพับเครื่องบิน แล้วก็มาปั่นเรื่องเขมร ปั่นเรื่องเขาพระวิหาร ทะเลาะกับลาว
ทะเลาะกับพม่า ทะเลาะกับมาเลย์ ปล่อยโพลล์เน่า 9ล9 เพียงเพื่อเบี่ยงเบนหรือกลบเกลื่อน ความเป็นรัฐที่ล้มเหลว ภายใต้การไม่บริหารของรัฐบวมโจรเถื่อนก่อการร้ายแมงสาปเน่า ที่สุดสันหลังยาว งานการไม่ทำ แต่แดกคอรับชั่นกันกระจายรวมทั้ง เอาแต่เกาะโพเดี้ยมเห่าหาเรื่องทะเลาะ กับผู้คนชาวโลกไปทั่ว
และนอกจากนั้น ก็ยังใช้วิธีการอาศัยช่วงที่มันชุลมุนที่พวกมันก่อสถานการณ์ขึ้นมาเอง ก็รีบแอบออกกฏหมายเพื่อให้ประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้องนั่นคือลากกฏหมายเพิ่มเงินเดือนให้กับพวกตนเองมันขึ้นมา รวมทั้งหาเรื่องคอรับชั่น โดยที่ผู้คนหรือประชาชนมัวแต่ไปหลงกลหลงกระแสที่พวกมันปลุกปั่นขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ถ้าหากประชาชนเฝ้าติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องมาตลอด ก็ย่อมจะเห็นพฤติกรรมที่มันเน่าๆและสถุลเยี่ยงนี้ เมื่อยามที่แมงสาปเน่า มันเข้าครองเมือง

^ ^ ไอ้คุณท่าน "แช่ม" :

^ ^

ไอ้คุณท่าน "แช่ม" : นี้ก็อีกตัวหนึ่ง แต่ตัวนี้ต้องเติม s ท้ายคำว่าเลว พร้อมทั้งใส่ ๆ ด้วย

ไอ้ขยะเศษโฟม หาประโยชน์ใช้สอยใดๆ ก็มิได้

จับกดน้ำ ก็ไม่ยอมจม แทกแถ ดันทะลึ่งขึ้นโพล่พ้นเหนือน้ำ

จับฝังดินก็ไม่ยอมย่อยสลาย

เอาไปเผาไฟทิ้ง ก็กลับจะก่อเป็นมลพิษ เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น

"ขี้" ที่ว่าน่ารังเกลียด ยังเอาไปทำเป็นปุ๋ยได้ โยนให้หมา หมายังกิน

แต่ไอ้ขยะเศษโฟมนี้ เลวววววววว จริง ๆ

ดูหนังฝรั่งมากไปหรือเปล่า

ดูหนังฝรั่งมากไปหรือเปล่า ตื่นๆ

ไม่นานเดี๋ยวก็ปล่อยใจเย็นๆ เอาใจช่วยนะกัฟ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน

แต่คงไม่บ้าเพ้อฝัน แบบควาย ๆ

ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวแล

ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวและพาดหัวข่าวของไทม์ ที่เป็นข่าวชุดแรกเลยครับ ก็แค่ข่าว กับเทคนิคการพาดหัวข่าว ผมให้ความเห็นครั้งแรกหลังอ่าน๑๒หน้าจากไทม์แล้ว อ่านเองแปลเองได้

หลังจากอ่านภาคอังกฤษ ผมไม่ได้เชื่อถือว่าไอ้๑๒หน้าที่ไทม์นำมามาลงที่หลังนั้น มันตรงกับที่ทั้งนักข่าวทั้งแม้วพูดกันทุกคำพูดยำทุกคำพูด ซึ่งในการสัมภาษณ์ ปรกติ มันต้องมีการคุยกันแบบออฟเรคคอร์ดประกอบด้วยอยู่แล้ว แต่ต้องชมว่าคนรีไรท์เก่ง แต่ประเมินความลื่นไหลในการใช้ภาษาอังกฤษของแม้วสูงไปหน่อย

ผมเชื่อว่าถ้าได้ดูเทปวีดีโอต้นฉบับ หรืออย่างน้อยฟังเทปเสียงต้นฉบับ ผมสามารถหาบทสรุปของผมเองที่คนอื่นไม่จำเป็นต้องเชื่อตามว่า เรื่องนี้มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร และอย่างว่าละครับ ผมได้รับความบันเทิงเป็นอย่างยิ่งกับการรับชมการสัมภาษณ์สดเป็นภาษาอังกฤษของแม้วทุกครั้ง เลยอยากดูอยากฟังเป็นพิเศษ

ตรรกะง่ายๆแค่นี้คงเข้าใจนะครับ

ตราบใดที่ไทม์และแม้วยังไม่เปิดเผยวีดิโอหรือเทปตัวจริงไม่ตัดต่อ ผมก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องสมคบคิดแฝงผลประโยชน์อยู่ดี (โดยเฉพาะเมื่ออ่านข่าวตาม ของไทม์ที่วิจารณ์กม.หมิ่น และน่าจะมีตามมาอีกเป็นชุด)

วงการสื่อโลกตอนนี้ตกต่ำสุดขีดจากภาวะเศรษฐกิจ คนกลับนิยมเสพสื่อฟรีประเภทออนไลน์ สำนักข่าวไหนก็ต้องดิ้นรนหารายได้กันทั้งนั้น บ้างก็ปิดไป บ้างก็ขายไป หากติดตามข่าวต่างประเทศลึกๆหน่อย ก็จะพอเข้าใจได้.......

พวกโรคจิตเสื่อม

พวกโรคจิตเสื่อม ได้แต่ใช้คำหยาบด่าคนอื่น โดยไม่ใส่ความคิดแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับคนอื่น พิจารณาตัวเองก่อนนะ mountain

*เพราะฝ่ายมาร์ค ไม่มี

*เพราะฝ่ายมาร์ค ไม่มี ความชอบธรรม
จึงเพียรใช้ วาทกรรม ทำลายผล
คอยกล่าวหา สัปดี้ สีปดน
เหยียบย่ำคน รักประชาธิปไตย

*ผู้ผูกขาด อำนาจ ความภักดี
แต่ไม่มี ความภักดี ที่ผ่องใส
ใช้อำนาจ ความภักดี ตีคนไท
แสวงหา ความยิ่งใหญ่ ให้ตนเอง

*สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนบูชา น่าเคารพ
คนประจบ อยู่รอบข้าง สร้างความหมอง
อาศัยอ้างสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ คิดลำพอง
ตอบสนอง เพื่ออำนาจ ของตนเอง

*พวกทำลาย สิทธิ์เสรี ประชาชน
คอยมุ่งก่น คุกคาม หยามข่มเหง
ปกป้องผล รัฐประหาร ผลาญให้เกรง
ยกตนเอง ผู้จงรัก ผู้ภักดี

*เร้าระดม ข่มประชาธิปไตย
โป้ปดไป ด้านด้าน ผลาญศักดิ์ศรี
สร้างกระแส ชาตินิยม เข้าโจมตี
อ้างหมิ่นความภักดี ที่ไม่จริง

จากการที่ได้อ่าน comments

จากการที่ได้อ่าน comments ของเพื่อนๆ ก็พบว่านี่เป็นประเด็นที่เปราะบางจริงๆ น่าดีใจนะครับที่เราเทิดทูน........มาก แต่ก็อย่าลืมว่า free speech ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในระบอบประชาธิไตย แม้ว่าเราคนไทยจะไม่มี free speech 100% ก็ตาม เราก็ไม่ควรจะไปกรอบมันมากนักจนทำให้เราเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงความเห็น มีหลายท่านได้แสดงความเห็นที่ค่อนข้างรุนแรงโดยที่(ผมคาดว่า)ยังไม่ได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษ 12 หน้า ผมรู้สึกว่าท่านเหล่านั้นมีความเกลียดชังคุณทักษิณเป็นพื้นฐาน ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่เรากำลังคุยกันเรื่องข้อความในบทสัมภาษณ์ไม่ใช่เหรอครับ ดังนั้นก็ควรไปอ่านกันก่อนแล้วมาถกกัน

ความเห็นของคุณDr. J อันแรกสุด ยกตัวอย่างได้น่าสนใจมากครับ อยากให้เพื่อนๆ ได้ไปอ่านดู

อย่าลืมเรื่องดู The Queen กันนะครับ แล้วมาเล่าด้วยว่ารู้สึกยังไง

ถ้าเป็นคำสัมภาษณ์เยี่ยงนี้จริ

ถ้าเป็นคำสัมภาษณ์เยี่ยงนี้จริง เราก็หลงเข้าใจผิดไปแล้วคนหนึ่ง เพราะฝ่ายหนึ่งเขาบอกว่า จาบจ้วง ไม่จงรักภักดี หมิ่นๆๆๆและหมิ่นฯ แต่ดูแล้วไม่เห็นหมิ่นตรงไหนเลย แต่กลับเป็นตรงข้ามเสียอีก คือคำกล่าวที่เป็นทางบวกทั้งนั้น..เอ..แล้วจะเอาผิดทักษิณได้ด้วยวิธีใดหละนี่..พอทักษิณมากัมพูชา รับตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับชาวต่างชาติ แทนที่จะภูมิใจกับเขากลับทำร้ายประเทศตัวเองโดยเรียกทูตกลับ ทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านมีปัญหา เขาเป็นลูกค้าเราแท้ๆ ...อย่าคิดว่าเขาจะง้อเรา ต่อไปเรานี่แหละจะต้องง้อเขา ไม่เชื่อมาพนันกันก็ได้ 100 หนึ่งเอาขี้หมากองเดียว

เข้าใจแล้วคนอื่นพูดได้

เข้าใจแล้วคนอื่นพูดได้ คิดเป็น เป็นคนดี แต่ห้ามเสื้อแดงกับทักษิณพูด เพราะเป็นคนไม่รักชาติ เป็นคนโง่ เป็นคนไม่ดี

แปลกแต่จริง

แปลกแต่จริง ที่คุณเปิดประเด็นในความเห็นแรกว่าข้อความรีไรท์ ไม่น่าเชื่อถือ

ก็บอกแล้วไงว่าบทสัมภาษณ์ที่เป็นข่าวในหัวข้อนี้ ไม่ใช่รีไรท์ เพียงเป็นการลงคำให้สัมภาษณ์เต็ม ไม่ตัดต่อ

ผมว่าเนื้อข่าวนี้ไม่ใช่รีไรท์ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เปิดให้ประชาชนผู้อ่านได้อ่านอย่างครบถ้วน เพียวๆ

และแล้วจอมริยำเจ้าเก่าก็เข้าม

และแล้วจอมริยำเจ้าเก่าก็เข้ามาโพสเพราะชอบเหลือเกินเรื่องแบบนี้ อ่านที่จอมริยำโพสแล้วผมงงเลยละ งงตรงจุดนี้ ( ประเด็นอยู่ทีว่า ปรีดีต้องการสื่ออะไรต่อสาธารณะ นี่คือ function ของการสัมภาษณ์ ) โยงไปของเก่าเลยนะมึง ผมไม่เปิดเผยชื่อแบบคุณหรอก ผมทำงานอยู่ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ หลักสี่ แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วแหละ

กรูนั่งอ่านทั้ง 12 หน้า

กรูนั่งอ่านทั้ง 12 หน้า ไม่เห็นว่าทักกี๊จะหมิ่นตรงไหนเลย ถึงจะเกลียดก็ควรจะเป็นธรรมหน่อย กรูเหลือเชื่อจริงๆว่าทำไมมันใส่ร้ายกันได้ขนาดนี้ ศีลธรรมไม่มา โลกาจะวินาศศศศศ

*สัจธรรม ธรรมดา

*สัจธรรม ธรรมดา สิ่งทั้งหลาย
มีเกิดแก่ เจ็บตาย ได้ทุกสิ่ง
แม้เทวา บนสวรรค์ อันเพริศพริ้ง
หนีความจริง ไม่พ้น เป็นธรรมดา

*ให้ความจริง เป็นสิ่ง ที่พูดได้
จักนำพา ชาติไทย ให้มีค่า
ใช้ความจริง นำไทย ไม่เสื่อมล้า
ให้คนกล้า พูดความจริง สิ่งที่เป็น

*สมัยใหม่ คนไทย น้ำใจกว้าง
รู้จักสร้าง สิ่งใหม่ ให้งามเด่น
คนรู้รัก ประชาธิปไตย ใฝ่ร่มเย็น
ความคิดเห็น เป็นประโยชน์ โปรดคิดตรอง

*การกล่าวหา ไม่จงรัก ไม่ภักดี
การต่อตี ข้อหาหมิ่น ลิ้นจองหอง
เพื่อประโยชน์ ทางการเมือง เรื่องแย่งครอง
ล้วนสนอง ต่อตัณหา ของคนเลว

ฮุนเซนโมเดลกับปริศนาเจ้าองค์ท

ฮุนเซนโมเดลกับปริศนาเจ้าองค์ที่ 10

----------------------------------------

จากเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น ...

จากพฤติกรรมของ นช.ทักษิณที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตนับเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีทฤษฎีๆ หนึ่งที่น่าสนใจที่สามารถอธิบายการกระทำของเขาได้ นั่นคือ “ฮุนเซนโมเดล” เพราะดูเหมือนว่า นช.ทักษิณกำลังคิดถึงมากเป็นพิเศษ และคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า นช.ทักษิณกำลังคิดถึงทฤษฎีนี้อยู่ก็คือ “นายคำนูณ สิทธิสมาน” ส.ว.สรรหา

เนื้อหาสาระสำคัญของฮุนเซนโมเดลหรือโมเดลที่ทำให้ฮุนเซนก้าวขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชา ก้าวขึ้นเป็นสมเด็จอัตรมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน มีอยู่ 3 ประการคือ 1.ใช้กองกำลังต่างชาติ 2.ใช้วิธีการโค่นล้ม จัดการเอาพระมหากษัตริย์ที่ครอบงำไม่ได้ออก แล้วก็เชิดเจ้านายที่คิดครอบงำได้เป็นกษัตริย์แทน 3.ให้กษัตริย์ที่ตัวเองครอบงำได้นั้น แต่งตั้งให้ตัวเอง เป็นเจ้า

อธิบายง่ายๆ อย่างได้ใจความก็คือ ฮุนเซนได้อำนาจเพราะกองทัพต่างชาติ แม้จะมีการเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งครั้งแรกใน ค.ศ. 1993 พรรค CPPของฮุนเซน ได้คะแนนเป็นอันดับสอง แต่ฮุนเซน ไม่ยอมรับให้ ทำให้ สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา ต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีถึงสองคน ต่อมามีการเลือกตั้งครั้งที่สอง ในปี ค.ศ.1998 ฮุนเซนก็เล่นแง่คิดปฏิวัติ จะจับตัว เจ้ารณฤทธิ์ โดยกล่าวหาว่าเป็นกบฎ ทำให้เจ้ารณฤทธิ์ ต้องหลบหนีไปต่างประเทศ จากนั้นการเลือกตั้งในครั้งต่อๆมา ฮุนเซน จะใช้เทคนิคปูทางสู่อำนาจ ในการเลือกตั้ง ด้วยการขว้างระเบิดสังหารผู้นำฝ่ายตรงข้าม ใช้เงินซื้อตัวส.ส. จนเป็นเหตุให้สามารถรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ แม้กระทั่งกษัตริย์ กัมพูชาก็อยู่ในอำนาจของฮุนเซน ตรงนี้เองเป็นสาเหตุทำให้ฮุนเซนก้าวร้าวอยู่ในขณะนี้

จากข้อสมมติฐานเรื่องฮุนเซนโมเดลที่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ใช่หรือไม่ แต่หากย้อนกลับไปดูเรื่อง “ไสยยาสตร์เรื่องตัวเลข” จากการกระทำของนายใหญ่แห่งดูไบก็อาจจะทำให้เริ่มเห็นถึงเค้าลางของทฤษฎีนี้ ได้

ก่อนหน้านี้นายใหญ่แห่งดูไบนั้นเป็นคนที่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์เป็น อย่างมาก และหนึ่งในไสยศาสตร์ที่เขาเชื่อก็คือ เลข “8” ไม่ว่าจะทำอะไรจะยึดเลข 8 เป็นสำคัญ เช่น หากจะสั่งการให้สมุนเสื้อแดงชุมนุมวันไหน วันที่กำหนดจะต้องสัมพันธ์กับเลข 8 เช่น ต้องเป็นวันที่ 17 พ.ย. เพราะเมื่อนำเลข 1 มาบวกกับเลข 7 แล้วผลลัพธ์ออกมาก็คือเลข 8 เป็นต้น

แต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด ในระยะหลัง ความเชื่อในเลข 8 ของเขาเปลี่ยนแปลงไป อาจจะเป็นเพราะซินแซคู่กาย หรือหมอดูอีทีแห่งกัมพูชามากระซิบข้างหูก็ได้ว่า ต่อไปขอให้ยึด “เลข10” เป็นเลขมงคลสำหรับชีวิตของเขาแทน ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้ยึดเลข 10 เป็นสำคัญ เพราะจะส่งผลทำให้ก้าวขึ้นไปนั่งเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ลำดับที่ 10 หรือเทียบเท่าผู้ยิ่งใหญ่ลำดับที่ 10ได้

และดูเหมือนว่า นายใหญ่แห่งดูไบจะเชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจังเสียด้วย เพราะเขาเองก็เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นถึงนายกรัฐมนตรี

ด้วยความเชื่ออันนี้เอง ทำให้มีการระดมเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย นัยว่า เพื่อเป็นการเสริมบารมีให้กับเพื่อนรักชั่วนิรันดร์ผู้นี้

นอกจากนี้ ถ้าสังเกตให้ดีก็จะพบว่า เขาเลือกที่จะนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเข้าประเทศกัมพูชาตามคำเชิญของนายก รัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซนในวันที่ 10 พ.ย.เช่นกัน

แหล่งข่าววงในเผยความลับประการหนึ่งว่า ในปี ค.ศ.2010 จะเป็นปีที่นักโทษหนีคดีรายนี้ทุ่มหมดหน้าตักเพื่อช่วงชิงอำนาจให้กลับคืนมา ให้จงได้ ส่วนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ลำดับที่ 10 หรือเทียบเท่าได้หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

...ถึงตรงนี้คงต้องบอกว่า พระเจ้ามูลเมืองเลือกแล้วที่จะเป็นข้าในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชาอย่างยินยอมพร้อมใจ โดยไม่สนใจใยดีต่อแผ่นดินเกิดของตนเอง และไม่ต้องการพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่จะถอนสัญชาติไทยและเชื้อชาติไทยของผู้ชายคนนี้เพื่อให้ เป็นไปตามความต้องการของเขา

ต่อไปนี้ เขาคงไม่มีสิทธิ์แม้จะใช้คำว่า “นาย” นำหน้า หรือแม้แต่มีชื่อเป็นภาษาไทย

แต่คงไม่นานนักสมเด็จฯ ฮุนเซนเพื่อนรักของเขาที่ประสบความสำเร็จในการให้กษัตริย์กัมพูชาพระราชทาน ราชทินนาม “สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน” มาแล้ว คงจะไม่ยากเกินไปนักที่ขอให้กษัตริย์กัมพูชาพระราชทานราชทินนามให้ นช.ทักษิณ ใหม่ว่า “สมเด็จฯ พระเจ้ามูลเมือง” หรือไม่ก็ ““สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ทักษิณ”

TO: THE ORTHER

TO: THE ORTHER

ขอให้คุณไปดูเฉพาะ ASTV ของบิดาสนธิของคุณเท่านั้นที่คิดว่าสื่อตัวเองถูกต้อง ข่าวต่างๆที่ ASTV มานำเสนอนั้นมีแต่สร้างความแตกแยกให้สังคมน่าจะปิดไปซะ อ่านข่าวนำเสนอจาบจ้วงคนอื่นอย่างเสียหาย อยากลองให้คนอื่นๆลองวิจารณ์สื่อสร้างความแตกแยกแห่งบ้านพระอสรพิษ(อาทิตย์)บ้างแล้วจะรู้สึก เหมือนวิทยานิพนธ์สถาบันพระปกเกล้าเคยมาออก

มนุษย์ระยำ ชื่อ

มนุษย์ระยำ ชื่อ ทักษิณ

------------------------------------------

ทุกย่างก้าวของทักษิณ ทั้งก่อนหน้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และ ภายหลังจากการได้นั่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย เขาทำเพียงเพื่อได้เป็น ..อภิชนผู้ครอบครองประเทศไทย ผู้ครอบครองโลก..

เขา ต้องการเป็นนักธุรกิจนายทุนการเมืองที่ทรงอำนาจในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะการเมือง กฎหมาย ธุรกิจ หรือ การทหาร เขาต้องการมีอำนาจเหนือทุกสถาบัน โดยพยายามที่จะใช้ระบบสื่อสาร เงินตรา

และ เครือข่ายอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่ในมือประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของตนเองให้อยู่เหนือผู้อื่นตลอดเวลา และ พยายามกีดกันบทบาทของสถาบันต่างๆลง เพื่อลดทอนการคานอำนาจการบริหารประเทศของเขา

มันเลยทำให้การบริหาร ประเทศของทักษิณ ตั้งแต่เริ่มแรก เน้นไปที่การพัฒนาทุนนิยมแบบสุดโต่ง และ พัฒนาสังคมนิยม(นโยบายประชานิยม) แบบสุดตีน จนประเทศแทบจะพังทลายเหลือแต่ตูด

ในขณะที่คนไทยยังงมงายอยู่กับข่าวสารประชาสัมพันธ์ของเขา ว่าเศรษฐกิจดี ..ดี..ดี ทั้งๆที่จริงแล้วมันก็หนี้ทั้งนั้น และ เป็นหนี้ที่ไม่จ่ายไม่ได้ด้วย เราคนไทยทุกคนก็ต้องช่วยกันจ่ายอยู่ดี!!..

ใน อดีตที่ผ่านมาทักษิณมีคนที่รักและบูชาหลงใหลในตัวเขาหลายล้านคนนั่นคือสิ่ง ที่ทำให้เขามักนำไปอ้างสิทธิ์เหนือหัวคนรากหญ้ารากเน่าในประเทศไทยมาโดยตลอด

เขามักจะพูดถึงคะแนนเสียง ๑๙ ล้านเสียง มักพูดถึง ส.ส. ๓๗๗ ที่นั่ง ที่เขาเคยได้มาอย่างถล่มทลายด้วยการใช้ "อำนาจเงิน" ในมือของเขาหว่านซื้อมาอย่างบ้าคลั่ง !!

คนรากหญ้าในประเทศหลงใหลเขา อย่างหัวปักหัวปำ ทำให้ค่านิยมความเชื่อของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก กลายเป็นสังคมที่นับถือเงินคือพระเจ้า สังคมคุณธรรม สังคมดีงามหายไปแทบหมดสิ้น เมืองไทยยุคทักษิณเป็นยุคที่คนบ้าเงินแบบสุดๆ ไม่มียุคใดเหมือน ..

ปรัชญา ศาสนา ธรรมชาติ ศิลปะ หนังสือ ตำรา คือ สิ่งที่คนไทยเริ่มหลีกหนี ในขณะที่เทคโนโลยี ความมั่งคั่งร่ำรวย วุฒิการศึกษา ทีวีสิ่งบันเทิง และ ยานพาหนะ คือสิ่งที่คนไทยค่อนประเทศนั่งเฝ้าและนับค่ามันเป็นสมบัติ !! ในขณะที่สมบัติจริงๆที่มีติดตัวมาแต่เกิดคือ ปัญญาและสมองนั้น แทบจะละลายหายไปจนหมดสิ้น!!..

ทักษิณ ก็คิดว่าตัวเขาก็คือพระราชานั่นแหละ เป็นพระราชาตามแบบฉบับนิยามของ "ทุนนิยม" เพราะนิยามพระราชาของเขาก็คือ เขามีอำนาจ มีบารมี มีเงินตรา ที่อำนาจที่จะสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในมือได้ ..

อภิชน คนร่ำรวยทางธุรกิจแบบเขา เมื่อได้ก้าวไปหยิบสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วก็อยากจะหยิบจะฉวยมาเป็นของตัวเองต่อ ไปเรื่อยๆ คนเหล่านี้ต่างทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายหลักคือ ผลประโยชน์ของพวกเขาเอง ..สุดท้ายเมื่อเขาได้เป็น "อภิชน" ที่มีผู้รักใคร่และศรัทธา นายทุนที่ละโมบโลภมากอย่างเขาก็เลยฝันอยากเป็น "อภิสิทธิ์ชน" ที่มีอำนาจอยู่เหนือหัวผู้อื่น ไม่ยอมรับกติกาใดๆนอกจากกติกาที่ตนเองได้ประโยชน์

เขาคืออภิชน ที่พยายามจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกฎหมายโดยใช้อำนาจเงินกดหัวอำนาจฝ่าย ยุติธรรมมาโดยตลอด ปัญหาทั้งมวลของประเทศไทยตอนนี้ก็มาจากการที่ทักษิณพยายามที่จะไต่เต่าตัว เองไปเป็น "อภิสิทธิ์ชน" เป็น "เจ้าเหนือหัว" ของประชาชนชาวรากหญ้ารากเน่าของไทย เพื่อนำมาใช้เป็นฐานกำลังในการผูกขาดการครอบครองประเทศไทยไปอีกชั่วลูกชั่ว หลานตระกูลแม้วของเขาแค่นั้นเอง ..

ไม่มีอะไรในหัวสมองของมหาเศรษฐี หนีคุกคนนี้นอกจากเรื่อง อำนาจ เงินตรา บารมี เท่านั้น ไม่ว่าจะได้สิ่งเหล่านี้มาด้วยวิธีไหน แลกมาด้วยความเดือดร้อนของผู้คน หยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และ ชีวิต ของใครต่อใครมาก็ตาม..

มนุษย์ระยำตัวนี้ มันไม่ใส่ใจทั้งสิ้น !!!

เหมือนเดิมหละครับท่าน..จะแปล

เหมือนเดิมหละครับท่าน..จะแปล จะถอดเทป หรือเอาเทปมาเปิด มันก็ไม่เชื่อหรอกครับ มันก็เป็นของปลอมวันยังค่ำ ถ้าพวกนั้นไม่เห็นข้อความหมิ่น จากในเทป ก็คนมันจะใส่ร้าย มันก็ตะแบง ตะแคงข้าง แถไปเรื่อยแหละ ไม่มีใครทำอะไรมันได้หรอก

ขอบคุณประชาไท

ขอบคุณประชาไท ที่นำบทสัมภาษณ์มาลง มีแต่การยกย่องเทิดทูนแล้วทำไมมนุษย์ระยิมมาวัน เด็กมาร์ค เตี้นหนองเตย กุ้ยกสิดจึงโกหกหน้าด้านๆว่าหมิ่น เล่นการเมืองแบบนี้ชาวบ้านเขาตามทันว่าใส่ไค้ล ไม่น่าเชื่อเลย นี่ผู้นำประเทศน่ะนักเรียนนอกพ่อเป็นหมอไม่ได้สั่งสอนให้เป็นคนดีหรือ ทำเรืองโกหกให้จับได้ พวกนี้ทำงานไม่เป็นอิจฉาเขามีอะไรสาดโคลนได้ก็ทำทุกอย่าง อนาถ ทุเรศผู้นำประเทศไทย

ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรง

ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรง""""""ลงพระปรมาภิไธยให้กับการทำรัฐประหาร """"""ตอนนั้นผมพูดว่า “ทุกอย่างยุติแล้ว”

""""""""""""""""กร๊ากกกกกกกกกกก 555555"""""""""

ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรง

ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรง""""""ลงพระปรมาภิไธยให้กับการทำรัฐประหาร """"""ตอนนั้นผมพูดว่า “ทุกอย่างยุติแล้ว”

"""""""""""ข่าวลือว่า ""ไม่เต็มใจเซ็น""" ตะหาน รปภ...ยิงต่อพวกไอ้บังตัยห่ ไปหลายคน แต่ไม่ยักกะมีใครได้ยินเสียงปืนว่ะ55555555

มันคงยิงกันด้วยปืนเก็บเสียง5555555 แต่ในที่สุดก้เข้าไปได้อยู่ดี....(ตงนี้ข่าวลือไม่ได้บอกว่าทำไมถึงเจ้าได้)

ขอร้องหละ

ขอร้องหละ พูดเรื่องอื่นเยอะแยะมากมายจนชาวบ้านฉิบหายไม่รู้เท่าไร ช่วยพูดอีกนิดเหอะว่า""""รปห. เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง"""""แค่นี้หละ ขอ.....ได้โปรด พูดซักครั้งก่อนที่จะตัยหง ตัวห่

จริงหรือเท็จขึ้นอยู่กับผู้ฟัง

จริงหรือเท็จขึ้นอยู่กับผู้ฟัง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้พูด

ผีมีจริงหรือไม่มีจริง ก็เถียงกันอยู่นั่นแหละ

ตอนแรกบอกว่าไทม์เป็นเรื่องจริง ก็เพราะว่ามันเข้าทางความคิด

แต่พอไทม์แปลให้ฟังชัดๆ แล้วไม่มีอะไร ก็บอกว่ามันโกหกบิดเบือน

แล้วจะเอายังไง

ควาย ย่อมเป็น ควาย !!!

ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า... คนที่

ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า...

คนที่มี "ความจงรักภักดี" จริง

พูดให้สัมภาษณ์ "เรื่องอย่างนี้" ได้อย่างไร

และพูดไป "เพื่ออะไร" ?!?

เรื่องแบบนี้

เรื่องแบบนี้ "พูดผิดแล้วพูดใหม่" เหรอ

ขอโทษ "แบบผ่านๆ" อย่างนั้นเหรอ ?

รู้สึกว่า "ความคิด" ของคุณจะ "ดิบ" ไปหน่อยมั๊ง

ตามหลักจิตวิทยาแล้ว

ตามหลักจิตวิทยาแล้ว การกระทำย่อมสะท้อนความคิดในใจคนได้ เนื่องด้วยความคิดจิตใจเป็นบ่อเกิดของทิศทางแห่งการกระทำ

ตามข้อเขียนที่คุณ The Other นำมานั้น ถ้าให้เฉพาะเจาะจงคือ ความคิดของ "นายคำนูณ สิทธิสมาน"

เป็นที่รู้กันว่านายคำนูณย่อมจงเกลียดจงชังคุณทักษิณ

แต่ลองดูความคิดของนายคำนูณนั่นสิ นอกจากนายคำนูณจะคิดถึงฮุนเซนโมเดลแล้ว นายคำนูณยังคิดถึงเจ้าองค์ที่ ๑๐

นายคำนูณจะจินตนาการเกี่ยวกับเลข ๑๐ อย่างไรก็แล้วแต่ ช่างนายคำรูณเขา

แต่นายคำนูณเอาเรื่องของสมเด็จฯฮุนเซน มาผนวกกับคำกำกวมเช่น "เจ้าองค์ที่ ๑๐" มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของตัวเองแบบนี้

ถามจริงวัตถุประสงค์เพื่ออะไร แล้วหลายครั้งหลายหนแล้วที่พลพรรคเสื้อเหลืองกระทำการเยี่ยงนี้มา กระทำการเช่นเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาสร้างความหวาดระแวงให้เกิดในหมู่คนแบบนี้

ถามจริงเถอะว่า ไม่ใช่การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรอกรึ

ข้อเขียนอันนี้มันไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากกว่าบทสัมภาษณ์ของคุณทักษิณหรอกหรืออย่างไร?

ตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา

ตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา

ใครที่ติดตามประวัติศาสตร์ สมัย คณะราษฎร์ , สมัยปรีดี ,ร.8 ถูกลอบปลงพระชนม์

จอมพลปอ ,สะหริด, ถนอม-ประภาส,14ตุลา16 ,6ตุลา19 หรือ พฤษภาทะมิน35

ถึงล่าสุด 19กย.49ใครจะปฏิเสธ มั้ย?! ว่า มันเป็นเรื่องเดียวกันและต่อเนื่องกันมาตลอด

"ปอบที่แตะไม่ได้"และบุคคลรอบ ๆ เกี่ยวข้องกับการเมืองแบบเต็มๆ ทั้ง ๆ ที่ต้อง

ห้ามยุ่งกับการเมืองอย่างเด็ดขาด ที่เห็น ๆ การปฏิวัติ กี่ครั้ง ๆ แบบที่ ดา ตอร์ปิโต

ว่าไว้ นั่น การวิจารณ์ล้วน ๆ ว่า "ปอบ" ตัวไหน อยู่เบื้องหลัง

กี่ครั้งมาแล้ว รวมทั้งเหตุการณ์ 14 ตุลา 16, 6 ตุลา 19 "ปอบ" หรือองคมนตรี

ต้องไม่มีวาระเกี่ยวกับ เศรษฐกิจ การเมือง การบริหารใด ๆ ไม่ต้องมาสอนใครๆ

หลัง ปี2475 เบื้องหลัง กบฎบวรเดช "ปอบ" ก็บงการข้างหลัง พอความเผยแก่

สารธารณะ "ปอบ" นั้น ก็หมดสภาพ หรือว่าวันนี้ "ปอบ"ปัจจุบัน ก็จะไปแบบเดียวกัน

เบื้องหลัง คดี ร.8 ก็ พูดง่าย ๆ ว่าคดีถูกล้ม เพราะ "ปอบ" ที่เกี่ยวข้อง แตะไม่ได้

ปรีดี จึงต้องจากแผ่นดินนี้ แบบไม่มีวันกลับ และนี่คือ บทบาทของกฎหมายหมิ่น

ที่ใช้ปกป้อง"ปอบ" และคนชั้นสูง และใช้ทำลายประชาธิปไตย จนถึงปัจจุบัน เป็นที่มา

ของความมั่งคั่งของราชวงค์ ที่มั่งคั่ง สูงสุด ในระดับราชวงศ์ ทั่วโลก

แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องอยู่ในสถานะที่ต้อง "พอเพียง" ตอนนี้

พอจะจับโกหก ได้หรือยังว่า อะไรที่ปกป้องกัน หนักหนา นั้น มันคือ "พิรุธ" ที่ปิดไม่มิด

60 กว่าปี ดูดงบประมาณ และความมั่งคั่งของผู้คนในประเทศนี้ ไปตุงที่ "ปอบ" ตนไหน

6 ปี ที่ทักษิณ อยู่ ดูดลำบาก เพราะทุกเรื่อง ถูกตรวจสอบ แทบถลกหนัง กันเลย

หลังจากขับไล่ทักษิณ ไป งบประมาณ และการกู้หนี้ยืมสิน นับล้าน ๆ บาท เอางบหลายปี

มาทบรวมใช้ในคราวเดียว ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างที่เคยเป็น ก็อย่างที่เห็นๆ

ดูเหมือน "ปอบ" ที่แตะไม่ได้ และราชวงศ์จะทำงานอย่างเป็นระบบ มีหนังสือพิมพ์เป็นพวกทั้งหมด

ก็อิ่มกันทั่วถึง พูดง่าย ๆ ว่า โกงอย่างเป็นระบบ โดยมีกฎหมายหมิ่น เป็นอาวุธดาบสุดท้าย

เอาไว้ทำมาหากิน พูดง่าย ๆ ว่า ตอนนี้ ลูกน้อง"ปอบ"ปัจจุบัน ถ้าไม่มีกฎหมายหมิ่น

ก็วัน ๆ ต้องนั่งตบยุง คือ ไม่คิดจะทำอะไรกันเลยวัน ๆ เอาแต่ "ทักษิณ" เป็นเป้าหมาย

และก็ทั้งเสก และสวด ให้กฎหมายหมิ่น ศักดิ์สิทธิ์ น่ากลัวขึ้นมา อุแม่เจ้า!! ถิ่นกาขาว 2009

ดูตัวอย่าง สมัย IMF ปี40 ปี41มั่นมีเงื่อนไขก่อนจะใช้ 2-3แสนล้านบาทตอนนั้นนะ

งบทุกงบตอนนั้น ถูกตรวจสอบและต้องแจกแจง อย่างละเอียด ยิบ IMF มันคุมเข้มโหด

CASH FLOW ของประเทศ ถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือแสง

ที่สว่างวาบ 6 ปี ในสมัยทักษิณ ประเทศไทยฟื้นคืนชีพ แต่นั่นเพียงแค่ฝันดี เท่านั้น

และตอนนี้ คนไทย กลับมาอยู่กับความจริงอีกครั้ง ว่า กฎหมายหมิ่นบังคับให้

เชิดชู "ปอบ"และชูราชวงศ์ ชนิดที่รู้กันว่า "แตะ" ก็ไม่ได้ เรียกว่า ตัวกฎหมายนี้

เอาไว้ทำมาหากิน ทำนาบนหลังประชาชน โดยเฉพาะ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ คนไทย

ไม่ใช่ "ทาส" แล้ว นะ!!

ลิ่วล้อสมุน และบริวาร พวกอำมาตย์ ก็อิ่มหมี พุงกางกันถ้วนหน้า

คนไทยส่วนใหญ่ ลำบาก ยากไร้ พวกการเมือง ฝ่ายตรงข้าม ก็มีแต่เรื่องไม่จงรักภักดี

ไปที่ไหน ๆ ก็มีแต่ป้าย ปกป้องสถาบัน และ โฆษณษาล้างสมอง โหมกระหน่ำ ไม่ลืมหูดลืมตา

หมกเม็ดเรื่องราว ความฉาวโฉ่ ของ"ปอบ" และการคอรัปชั่น ทั้งระบบ

แล้วทีท่านนายกอภิสิทธิ์ถึงให้

แล้วทีท่านนายกอภิสิทธิ์ถึงให้สัมภาษณ์เรื่องสถาบันได้กับสำนักพิมพ์ที่ยุโรป แห่งหนึ่ง เคยอ่านน่ะ (ชื่อจำค่อนข้างจำยากหน่อยค่ะเลยขอไม่พิมพ์) แม้ท่านเองก็บอกเสมอค่ะว่าท่านจงรักภักดี

เรื่องพูดใหม่คงไม่มีใครทำได้อ

เรื่องพูดใหม่คงไม่มีใครทำได้อยู่แล้วค่ะ แต่คาดว่าท่านคงตกใจกับหัวข้อที่ฝรั่งตัดตอนแบบเพื่อดึงดูดผู้อ่านแบบเนื้อหาอาจจะคนละเรื่องก็ได้ และก็คงคำนึงถึงความรู้สึกของผู้สนับสนุนท่าน ตามมารยาทอย่างที่ว่าท่านก็ต้องออกตัวขอโทษไว้ก่อน พอได้อ่านทั้งหมดโดยไม่ใส่อคติเข้าไป ก็ไม่มีอะไร แต่พวกที่เดือดร้อนน่าจะเป็นพวก circle มากกว่านะ

คุณลองไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษดูส

คุณลองไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษดูสิ เผื่อจะเลิกอคติ การแปลภาษาหนึ่งมาอีกภาษาหนึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะตรงหรือไม่ตรงกับความคิดของผู้พูด เหมือนคุณดูหนังพากษ์น่ะบางทีคนละเรื่องกับต้นฉบับเลย เพราะมีการใส่อรรถรสตามผู้แปลแล้วแต่จุดประสงค์จะให้หัวเราะหรือร้องไห้

*นี่แหละคือ ลัทธิ

*นี่แหละคือ ลัทธิ “ชาตินิยม”
นี่แหละเรื่อง ปลุกระดม ขึ้นเข่นฆ่า
นี่แหละเรื่อง คลั่งชาติ ไม่พัฒนา
นี่แหละเรื่อง อำมาตยา บ้าชนชั้น

*ไม่ใช่เรื่อง เอกราช อธิปไตย
แต่หาเรื่อง เผาไฟ ให้ใจพรั่น
ใครหาเรื่อง ใครก่อน ผ่อนสัมพันธ์
และใครกัน เริ่มปลุกเร้า เผาไมตรี

*คนไม่ผิด เหยียบย่ำ ว่าทำผิด
ทั้งเบือนบิด รุกราน ผลาญศักดิ์ศรี
ตั้งธงไว้ ใส่ความ ตามจิกตี
อำนาจชี้ ชั่วช้า สาริยำ

*หนึ่งประชาวิบัติ รัฐบาลบ้า
สองชั่วช้า พันธมาร สันดานต่ำ
สามขุนนาง เฒ่าชรา ขาประจำ
สามตัวนำ ทำร้าย ทำลายไทย

*ต้องร่วมใช้ ตีนตบ สยบพาล
ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ หมู่พาลใหญ่
ต้องรวมใจ สีแดง เป็นแสงชัย
ต้องขับไล่ อันธพาล ผลาญบ้านเมือง

*สามัคคี คนรัก ประชาธิปไตย
ไม่พร้อมใจ พวกบ้า โพกผ้าเหลือง
ไม่ยอมให้ รัฐบาลบ้า พาแค้นเคือง
ไปกับเรื่อง ไม่เป็นเรื่อง เปลืองแผ่นดิน

ผมคาด(เดา)เอาเอง(เพราะไม่อาจย

ผมคาด(เดา)เอาเอง(เพราะไม่อาจยั่งรู้ความคิดชั่วร้ายในใจของพวกตอแหล)ว่า ที่รัฐบาลโวยวายว่า "หมิ่นฯ" ก็ที่ประเด็นเดียว

เอาเป็นว่าในสังคมไทย(โบราณ) การพูดว่าอีกหน่อย"ลูกผู้ใหญ่บ้าน"น่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ดีแทนพ่อซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน มันส่อนัยยะทางอ้อมว่า อีกไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็ตายแล้ว หรือว่าแช่งให้ตายก็ได้(ถ้ามองในแง่ร้าย) ทั้งๆที่ในความเป็นจริงผู้ใหญ่บ้านก็ต้องตายแน่นอน (แม้ว่าลูกบ้านสอพลอจะบอกว่า ขอให้อายุยืนหมื่นๆปี) มันเป็นวัฒนธรรม(สอพลอ)เฉพาะของไทยแท้ๆ(ตอแหลสุดๆ)

แต่นี่มันสหัสวรรษใหม่แล้ว สังคมไทยอยู่ในยุคประชาธิปไตย(ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง)ไม่ไช่หรือครับ ยังจะใช้มาตรฐานโบราณอย่างนั้นมาตัดสินการกระทำในพศ.นี้ได้อยู่อีกหรือ? ไม่มีใครทราบเจตนาของคุณทักษิณในการพูดอย่างนั้น เพราะไม่มีใครไปนั่งในใจเขาได้ ดังนั้นจึงควรตัดสินกันด้วยหลักฐาน(hard fact) ที่ประจักษ์ ซึ่งเท่าที่ปรากฏ ผมไม่เห็นมีส่วนใดที่เป็นข้อความหมิ่นประมาท หรือส่อเจตนาร้าย แต่ถ้าใครจะใช้มาตรฐานข้างต้นตัดสิน ก็กรุณาสั่งให้คนไทยขับเกวียนเทียมด้วยควายไปด้วยจะได้มีบริบทของสังคมในยุคเดียวกับคำตัดสินแบบนั้น ทัศนคติแบบนี้ฝรั่งเขาไม่มีวันเข้าใจ ถ้าคุณไม่สนใจสังคมโลก ก็ไม่ต้องพิจารณา คิดแบบไทยๆ(ที่โบราณด้วย)ต่อไปให้สุดๆเลยครับ

ส่วนคุณบางกอกจะไม่เชื่อถือTimesก็เป็นสิทธิของท่าน แล้วคุณบางกอกคิดว่าASTV/Managerน่าเชื่อถือกว่าหรือไม่ ก็ตามแต่ชอบตามแต่จะคิด แต่มันก็มีผลต่อความน่าเชื่อถือในcommentของคุณด้วยเช่นกัน อันนี้ก็เป็นสิทธิของผู้อ่านท่านอื่นๆด้วยเช่นกัน : )

.....................................................................................
....................................................................................
เห็นด้วยอย่างมากครับ ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาที่ดีขึ้น เราต้องยืนอยู่บนความจริง อย่าเอาประเด็นไปตีความกันมาก เพราะปัญหาร้อยทั้งร้อยเกิดจากการตีความนี่ละครับ

ท่านเขียนได้ดี

ท่านเขียนได้ดี ส่วนตัวผมอยากให้คนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ ลดอคติลงบ้าง มองโลกให้กว้างไว้ จะได้ไม่เป็นทุกข์ หรือเป็นเครื่องมือ ของใคร

สงสัยจะหมิ่น

สงสัยจะหมิ่น ฯเป็นการส่วนตัวนะสิครับ คือคนพูดไม่หมิ่นฯ แต่คนฟังหรืออ่านหมิ่นแทน เอ๋ แต่ว่าคนฟังหรืออ่านที่คิดว่าไม่หมิ่นฯก็มีนี่ครับ สรุป มันก็อยู่ที่การตีความกันไป แต่ถ้าเปิดใจให้กว้าง ฟันธงได้ว่าไม่มีตรงไหนที่หมิ่นฯครับ

ผมว่าที่ทักษิณชมว่า

ผมว่าที่ทักษิณชมว่า "....เป็นคนทัยสมัย" ต้องถือว่าโคตรกะล่อนหรือไม่ก็โคตรสอพลอ
ส่วนที่ตอบคำถามเกี่ยวกับเมียเหมือน "ท่องบทพูด" ในละคร ต้องถือว่าโคตรลวงโลก

ครับ "คุณ maintain"

ครับ "คุณ maintain"

น่าจะเป็น "พวกจิตเสื่อม" ครับ

แปลกใจมาก

แปลกใจมาก กับความคิดที่เชื่อว่าเขาเรียบเรียงใหม่ โดยตัดในสิ่งที่ไม่ดีออกไป แล้วเหลือเฉพาะในสิ่งที่ดีๆ ทีนี้ผมขอแยกแยะประเด็นอภิปรายกับคุณหน่อยว่า
ทันทีที่มีข่าวว่าหมิ่น ข่าวนั้นมาจากไหน ก็คงบอกได้ชัดว่า เป็นบทสรุปสัมภาษณ์ที่นักข่าวเขาพยายามเขียน แม้มันจะมาจากการสัมภาษณ์จริงๆ แต่อย่าลืมว่ามันเป็นการสรุปที่มีความเห็นและความนึกคิด รวมถึงความ "เข้าใจว่า" ของนักข่าวเข้าไปด้วย บวกกับการพาดหัวให้ดูแรงๆ (อาจจะคิดผลลัพธ์ไว้ก่อนก็ได้) ซึ่งก็ได้ผล อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่โจษกันให้แซด ในเมืองไทย มีคนเข้าอ่านมากมาย
และคนที่เล่นเรื่องหมิ่น ก็นำบทสรุปนี้มา กล่าวหา ทักษิณ อย่างรุนแรง รัฐบาลก้ผสมวงเล่นด้วย นั่นก้อเป็นเหตุที่ทำให้ทักษิณต้องเรียกร้องความเป็นธรรมกับสำนักข่าว และความจริง ก็คือความจริง สำนักข่าวได้การันตี ว่าทักษิณล้วนเต็มไปด้วยความเคารพ และระมัดระวังในการตอบคำถามมาก และเพื่อแสดงความบริสุทธิใจก็เลยลงบทสัมภาษณ์ที่ถอดเทปมาเต็มๆ แล้วแต่ผู้อ่านจะพิจารณาดู
ถ้าคนอ่านมีใจเป็นธรรม ไม่ต้องเข้าข้างใคร หรือ ไม่รับรู้ปัญหาแต่ภูมิหลัง ย่อมตัดสินใจได้อย่างชัดเจน ว่าหมิ่นและไม่หมิ่น แต่ผมก้ยืนยันได้เลยว่า แม้คนที่อยู่ตรงข้ามทักษิณที่อ่านดีๆ ก็รับว่า ใน 12 หน้าที่ออกมานั้นไม่หมิ่น (เช่นเดียวกับคุณ) ลองไปสังเกตความคิดเห็นท้ายบทความดูสิ รู้ได้เลยว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามทักษิณ แต่ไม่ได้ระบุว่าบทความนั้นหมิ่น กลับบอกว่าอย่าไปเชื่อในสิ่งที่ทักษิณให้สัมภาษณ์ เขาเป็นคนเลว เขาสร้างภาพ (ตรงนี้บอกกลายๆว่า บทสัมภาษณ์ดี แต่อย่าเชื่อ)
ทีนี้มาเรื่องการเรียบเรียง ผมละแปลกใจจริงๆ ที่คุณจะพยายามหาสิ่งที่นอกเหนือจากนี้ เช่นคำสัมภาษณ์ที่ไม่ได้ลงเทป หรือเทปจากการสัมภาษณ์ ซึ่งไม่มีหลักฐาน หรือเป็นหลักฐานที่ตกแต่งได้ เพื่ออะไร เพื่อยืนยันว่า คุรทักษิณเลวๆ และต้องพูดอะไรเลวๆ แน่ๆ ใช่หรือไม่

ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมว่าคุณไม่ต้องเขียนให้มันยืดยาวอะไรหรอก (แต่ผมเขียนยาวจัง) แค่คุณคิดและยึดมั่นก็พอว่า ทักษิณเป็นคนเลว และเขาก็จะทำอะไรเลวๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ การพูด หรือรวมถึงการคิดด้วย ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็น ทักษิณก็ต้องเลวอยู่ดี

บังเอิญผมมี Siamese Spat

บังเอิญผมมี Siamese Spat ของไทม์ออนไลน์ด้วย ซึ่งไม่ยาว เลยสำเนาให้ท่านๆ อ่านกัน (สำหรับท่านที่ยัง)

From The Times
November 11, 2009

Siamese spat

Thais should be free to understand more about the role of their own monarchy
On Monday The Times published an interview with Thaksin Shinawatra, the ousted Prime Minister of Thailand. As a result of his comments about that country’s Royal Family, part of the Times Online website has been blocked in Thailand. Thaksin and this newspaper’s Asia editor could also, theoretically, face up to 15 years in jail. The Thai laws of lèse-majesté have always been excessive. They now look childish, too.

To those unversed in the peculiarities of the Thai system, Thaksin’s alleged offence may be hard to discern. He did not abuse the Royal Family, or even find fault with them. Instead, he merely discussed the link between the monarchy and Thai politics, and speculated as to how the landscape might change if the much revered king, Bhumibol Adulyadej, should one day die.

King Bhumibol is the world’s longest-serving head of state and is admired in Thailand for the stabilising role he has played during his six decades on the throne. He is also 81, and has been in hospital for the past seven weeks with suspected pneumonia. This should not have been inflammatory stuff. Thailand is an exciting, modern, forward-looking nation, but nothing jars with this quite so much as the antiquated prohibition against discussing the monarchy in anything but the most fawning and platitudinous terms. At times, the country can seem less like a constitutional monarchy and more like a personality cult. This benefits nobody, not even the royals themselves.

Indeed, in this as in so many things, King Bhumibol himself is a beacon of good sense. “The King can do wrong,” he reminded the Thai people, in an address on the eve of his 78th birthday. “If we hold that the King cannot be criticised or violated, then the King ends up in a difficult situation.”

In recent years, the King has found himself in such a difficult situation a number of times. The Royal Family themselves do not invoke the law of lèse-majesté , but when citizens bring charges on their behalf the police are obliged to investigate. Earlier this year the King pardoned an Australian author who had been sentenced to three years in prison owing to a 100-word passage in a novel that sold seven copies. More often, they are exploited as a means of silencing dissent, imprisoning dissenters or of cowing domestic and international journalists. The BBC’s respected correspondent Jonathan Head has found himself investigated for lèse-majesté on several occasions. This is a petty law, which only opens Thailand up to ridicule.

In Thaksin’s words, either way, one finds neither criticism nor violation of the monarchy. Instead we find something that the Thai Establishment regards as equally taboo — the mere acknowledgement that some in the royal circle may have some involvement in Thai politics. That this should be publicly unutterable in any 21st-century nation beggars belief, let alone one with the potential and ambition of Thailand.

In his interview, Thaksin spoke of how influences in Thai public life may change, should King Bhumibol be succeeded by the Crown Prince Maha Vajiralongkorn. We wish the King a speedy recovery, but whatever the future holds, Thailand can only benefit from a free and frank discussion of its own system of government. Scrutiny need not entail disrespect.

http://www.timesonline.co.uk/tol/comment/leading_article/article6911613.ece

อ่านแล้วไม่เห็นหมิ่นตรงใหน คน

อ่านแล้วไม่เห็นหมิ่นตรงใหน

คนที่หมิ่นจริงๆอย่างไอ้เจ๊กกบฎโกเต๊กน่ะ ไม่ต้องตีความครับ ตัวเป็นๆ ไม่เห็นจัดการเลย

คนจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียร

คนจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ท่านนี้ดูจะทรงภูมิความรู้มากมาย
แต่ไม่กล้าสู้กับข้อเท็จจริง ก็เลยไพล่ไปใช้เหตุผลที่ไม่เป็นเหตุผลแทน (ใช้การด่าคนอื่นแทนเมื่อไม่อาจเอาข้อเท็จจริงมาแย้งได้-สงสัยว่าคนด่าคนอื่นว่าริยำนี่จะสูงส่งในด้านคุณธรรมจริยธรรมขนาดไหนกัน ?)

คุณจะไปใส่ใจทำไมครับว่า

คุณจะไปใส่ใจทำไมครับว่า ที่อัดเทปอันวิดีโอนั้นเป็นอย่างไร เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการเผยแพร่ หรือเห็นว่าไม่มีความสำคัญ ไม่มีสาระเพียงพอที่จะสื่อสารออกไป
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ที่พวกคุณพวกผมมาถกเถียงกันอยู่นี้ หรือที่พวกรัฐบาล สนธิ หรือนสพ.ไทยทั้งหลายเอามาสร้างกระแสนั้นก็คือข้อความที่ลงพิมพ์ใน time มิใช่เหรอ ในเมื่อ time ลงให้อ่านอย่างเต็มที่แล้ว คุณก็ต้องคิดบนฐานข้อมูลเท่าที่ได้สิ การที่คุณอยากฟังอยากได้เทปนั่น ก็เพราะคุณมีอคติอะไรบางอย่าง เช่น คุณไม่เชื่อว่าทักษิณจะแอบแช่งใคร แล้วก็บอกว่าอย่าเอาไปลงอย่างนั้นหรือ ?

สังคมไทย ไร้สติกันมานานพอแล้ว เพราะความรักและความเกลียด
ตัวอย่างข้อกล่าวหาทักษิณครั้งนี้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการไร้สติของคนในบ้านเมืองนี้ ยังไม่ได้อ่านข่าวเต็ม ก็กล่าวหาไปแล้ว นั่นคือการตั้งธงไว้เพราะความเกลียดชังในใจของเราเอง

ในที่สุดแล้ว แทนที่จะหาเทปมาฟัง เราอาจจะต้องตรวจสอบจิตสำนึกของเราเองว่าคิดอะไรอยู่ มันซื่อตรงหรือลำเอียงแค่ไหน เพราะไม่ว่าข้อมูลจะเป็นอย่างไร ใจที่มีอคติย่อมบิดเบือนหาช่องทางเล่นงานคนอื่นได้เสมอ ?

เป็นการสัมภาษณ์ที่ดีมากครับ

เป็นการสัมภาษณ์ที่ดีมากครับ เทอญทูนสถาบันจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกศรัธาในตัวทักษิณจริง ๆ ประเทศไทยต้องมีคนกล้าพูดในเรืองจริง อย่างนี้สิ ประเทศไทยเจริญแน่ ๆ

"พวกเขา (ศัตรูของทักษิณ)

"พวกเขา (ศัตรูของทักษิณ) พยายามฆ่าผม ได้มีการพบปะกันที่บ้านของคุณปีย์ (มาลากุล) .. พล.อ.สุรยุทธ์ (จุลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตนายกรัฐมนตรีหลังจากทักษิณถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหาร) ได้ขอให้พล.อ.พัลลภ (ปิ่นมณี) สังหารผม "

ตรงที่เป็น .. นั้น ประชาไท จงใจแปลข้ามไปหนึ่งประโยค

ซึ่งเป็นประโยคที่ สำคัญมาก แต่ประชาไท ไม่กล้าแปล

อยากรู้ไม๊? ว่าประโยคนั้น เขียนว่ากระไร?

อยากรู้ไม๊? ว่าประโยคนั้น

อยากรู้ไม๊? ว่าประโยคนั้น เขียนว่ากระไร? เชิญอ่านได้ที่

http://liberalthai.wordpress.com/2009/11/11/thaksin-shinawatra-the-full-transcript-of-his-interview-with-the-times/