ต้านข้อเสนอดักข้อมูลบนเน็ต หวั่นละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

จากกรณี "คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ วานนี้ (19 ม.ค.)(ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ)

จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความเห็นว่า การติด Sniffer ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะหากมีการดาวน์โหลด จะแยกไม่ออกว่า กำลังดาวน์โหลดโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ หรือถ้ามีการเข้ารหัสไว้ก่อน ก็ยากที่ระบบจะสามารถตรวจสอบได้ ทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะสิ่งที่จะเห็นคือข้อมูล text โดยยกตัวอย่างว่า ขณะที่การเก็บข้อมูล log files จะเห็นว่า ใครส่งอีเมลติดต่อกับใคร แต่ถ้าใช้ Sniffer จะเห็นข้อความที่คุยกัน

นอกจากนี้ จิตร์ทัศน์ บอกว่า ปกติแล้ว Sniffer เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ถ้าอินเทอร์เน็ตใน ม.เกษตรช้า ก็ใช้เครื่องนี้ตรวจดูว่าปัญหามาจากเครื่องไหน แต่หากนำมาใช้เก็บข้อมูลตลอด คงทำไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีลายน้ำ นั่นคือ ถ้ามีการใส่ลายน้ำไว้ในหนังเรื่องหนึ่งๆ ก็เป็นไปได้ที่จะใช้ Sniffer ตรวจเจอ แต่ก็ยากมาก เพราะนอกจากจะไม่สามารถตรวจสอบในกรณีที่มีการเข้ารหัสเพื่อซ่อนเนื้อหาได้ และอาจจะต้องดักข้อมูลตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองฮาร์ดดิสท์ และนอกจากผู้ผลิตจะต้องใส่ข้อมูลลายน้ำแล้ว ผู้ที่ตรวจก็ต้องมีข้อมูลของลายน้ำนั้นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ป้องกันการตรวจนี้

ต่อประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เขามองว่า การใช้การเข้ารหัสก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งไม่น่าจะยากเกินไป ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะป้องกันตัวเองได้ เช่น เข้าเว็บด้วย https, ส่งอีเมลแบบเข้ารหัส

ขณะที่ ปรเมศวร์ มินศิริ เจ้าของเว็บไซต์ kapook.com แสดงความเห็นไว้ที่ http://board.thaifollow.com/topicboard.php?tid=72 ว่า หาก กทช.เห็นชอบตามข้่อเสนอของคณะทำงานฯ ก็จะมีผลกระทบหลักๆ ต่อสังคมไทย 3 ข้อ ได้แก่ 1. ความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่จะถูกรุกล้ำอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างเช่น อีเมลที่ส่งหากัน การเรียกดูเว็บไซต์ต่างๆ ของทุกคนมีโอกาสที่จะถูกเห็นโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบการที่ดูแลเกตเวย์รายนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องโดยมีกฎหมายรองรับ ซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงและต่อส่วนตัวมากขึ้นแทนที่จะลดลง

2. ต้นทุนของผู้ประกอบการเกตเวย์ในการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูล และเก็บข้อมูล ตลอดจนสืบค้นข้อมูลจำนวนมาก อาจเป็นภาระกลับไปยังผู้บริโภคที่ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อตอบสนองต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ และ 3. ในแง่กฎหมายหากข้อมูลที่ Sniff เก็บไว้ถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ จะมีผลกระทบอย่างมากต่อผู้ให้บริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

"ต้นทุนที่สังคมจะต้องเสียไปทั้งหมดนี้ เพียงเพื่องานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้หลายคนมีคำถามว่า คุ้มกันหรือไม่? จึงเรียนมาเพื่อให้ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการ ตามที่คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเสนอมา" ปรเมศวร์ ระบุ
 

ด้านผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายคนในเว็บไซต์ twitter.com มีการแสดงความเห็นด้วยว่า การติด Sniffer น่าจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ใส่ tag #thaiNoSniff เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการติดตั้งเครื่อง Sniffer รวมถึงมีการตั้งกลุ่ม ThaiNoSniff ในเว็บไซต์ facebook.com ด้วย

บางส่วนจาก http://twitter.com/#search?q=%23ThaiNoSniff

 

กลุ่ม ThaiNoSniff ในเว็บไซต์ facebook.com


 

อนึ่ง คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" แต่งตั้งโดยกระทรวงไอซีทีคณะทำงานประกอบด้วยกระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และมีนายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธาน

 

Comments

ร่วมผลักดัน ต่อต้าน

ร่วมผลักดัน ต่อต้าน ไม่ยอมให้รัฐแอบดูการใช้อินเทอร์เน็ตของเรา ต่อต้านการ sniff
http://www.ilaw.or.th/node/297

ต่อไปคงกรองมือถือด้วยยยยยยยยย

ต่อไปคงกรองมือถือด้วยยยยยยยยยยย

ไม่มีประโยชน์ดอกคับ.......ที่จะรักษาสถาบันวิธีนี้

มีวิธีด่าโดยถูกกฏหมายเยอะแยะมากมายยยยยย

๑๑๒ คุ้มครองแค่ จ้าวววว ปจุบัน..........

ด่าจ้าวววว ในอดีตไม่ผิด55555555555

ขี้ที่ทับไว้ ไม่นาน......กระจายยยยยยย

+10 !

+10 !

เรียนท่าน

เรียนท่าน คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ผมไม่ทราบท่านคณะทำงานฯ จะนำอุปกรณ์ sniffer มาใช้กับการเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ท่านจะสามารถทำได้อย่างไร เพราะโดยคุณสมบัติแล้วมันนำมาใช้ เป็นโปรแกรมคอยดักฟังข้อมูลในเครือข่าย เท่าที่มีช้อมูลเรื่อง sniffer ในทางที่ดี มีการใช้งานเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับดูแล ความเร็ว ความช้าของระบบเชื่อมโยง แต่ถ้าสำหรับทางร้ายก็เป็นโปรแกรมคอยดักฟังข้อมูลในเครือข่าย คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.thaicert.org/paper/ids/idsfaq4.php
ถ้าสมมุติว่าถ้าเราคิดจะนำอุปกรณ์ sniffer มาใช้ทำการกรองข้อมูล หรือโปรแกรม ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจริง ๆ เพียงเจ้าตัว sniffer มันไม่มีทางทราบได้ครับว่า ข้อมูลที่ผ่านมันเป็นข้อมูลละเมิทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ มันต้องมีตัวที่มีฐานข้อมูลที่จะเอาข้อมูลที่ได้จากเครื่อง sniffer ไปเทียบว่าเป็นข้อมูล หรือโปรแกรมละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือไม่ ฉะนั้น ถ้ามีการใช้จริง ๆ ท่าน คณะทำงานฯ คงต้องตอบคำถาม เหล่านี้นะครับ
1. รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๖ ไปใช้ที่ไหนดี เพราะมีข้อยกเว้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เท่านั้น
2. การป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของทั้งผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างไร
3. เงินที่จะใช้ซื้ออุปกรณ์ sniffer และ เครื่องฐานข้อมูล ต้องลงทุนอีกเท่าไร
4. ใคร่กันนะจะได้ประโยชน์จากการออกกฎนี้
5. ใคร่กันที่จะเสียประโยชน์จากการออกกฎนี้

คำตอบของ คำถาม สำหรับผม
1. สุ่มเสียงกับการกระทำผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๖
2. ไม่สามารถการป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
3. ผมประมาณได้เลยว่าเป็นหลักล้านบาท เพราะเพียงตัวอุปกรณ์ก็เป็นหลักล้านบาท และยังต้องมีค่า สิทธิการใช้โปรแกรมหลักล้านบาทเช่นกัน
4. ประโยชน์จากการออกกฎนี้
4.1 ผู้ขายเครื่อง sniffer
4.2 ผู้ขายเครื่องฐานข้อมูล
4.3 ผู้ขายสิทธิการใช้โปรแกรมของทั้ง sniffer และ เครื่องฐานข้อมูล
4.4 เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ที่อยากได้ข้อมูลไปทำอะไรต่อมิอะไรต่อ

5. ผู้เสียประโยชน์
5.1 ประชานผู้ใช้บริการต้องรับภาระค่าบริการจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
5.2 ประชานผู้ใช้บริการต้องรับภาระติดตั้งโปรแกรมเข้ารหัส
จากข้อ 5.2 เพียงข้อเดียว ทุกอย่างที่คณะทำงานฯ ที่อุสาห์คิด แทบตาย ผู้ให้บริการเสียเวลาติดตั้งระบบฯ ประชานผู้ใช้บริการเสียค่ามากขึ้น เท่ากับศูน เพราะเพียงเท่านี้ก็ไม่มีผลแล้ว เพราะฉะนั้นคณะทำงานฯ ฉลาด จริง ๆ เลย

No one last long forever.

No one last long forever. Just tell us that you wanna get rid of people who against you not for commercial copy license or whatever! This is bull crap freaking idiot!

นาย d เก่งซะด้วยนะ

นาย d เก่งซะด้วยนะ รู้กฎหมายซะด้วยนะ ดูมันหาช่องทางเลี่ยงจนได้ แล้วถ้าเอ็งโดนอุ้มจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ฮ่าๆๆๆ ไอ้หอกหักเอ้ย อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว มันน่าตบกระโหลกจริงๆ ชอบหาเรื่องเดือดร้อนให้พ่อแม่ดีนัก คนที่ทุกข์ก็คือพ่อกับแม่มึงนั่นแหละ คนที่ได้ประโยชน์คือไอ้ทักษิณและบริวาร หัดใช้วิจารณญานหน่อยซิ ทำไมต้องไปเป็นเครื่องมือให้พวกมันด้วย

คนที่ถูกอุ้ม ไม่มีมือ

คนที่ถูกอุ้ม ไม่มีมือ ไม่มีตีนหรือไง?

พวกเอ็งเท่านั้น ที่มีมือมีตีน หรือไง

ทุเรศ

เรื่องนี้ถ้าเป็นประเทศเจริญแล

เรื่องนี้ถ้าเป็นประเทศเจริญแล้ว คนที่เสนอความคิดให้ผู้ให้บริการ isp ติดตั้งsniffer จะต้องออกมาขอโทษประชาชนแน่นอนเพราะเป็นการเสนอให้มีการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวตาม ร.ธ.น. มาตรา36 ยังเป็นการบังคับให้ ISP ทำความผิดฐานดักรับข้อมูลซึ่งเป็นอาชญากรรม ตาม มาตรา 8 ของพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกต่างหาก

ทุกวันนี้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามีโทษรุนแรง (มีโทษอาญาขั้นต่ำ) และที่กำลังแก้ไขอยู่ก็จะมีการเอาโทษกับผู้บริโภค (โทษปรับ) และ ISP ต่างๆ ในฐานะผู้สนับสนุน (contributory liability) จนคนทั้งประเทศไม่ว่านักศึกษา หรือเยาวชนก็จะกลายเป็นอาชญากรกันไปหมดแล้ว นี่ยังจะไปบังคับให้ผู้ประกอบการ ISP ไปทำตัวเป็นอาชญากรไปอีก

นอกจากนี้ปกติแล้ว ISP โดยเฉพาะพวก access provider นั้นไม่มีหน้าที่รับทราบหรือกลั่นกรองข้อมูลข้อผู้ใช้บริการ (ต่างจาก Host provider หรือ Content provider) ทำให้แนวทางใหม่นี้เหมือนกันเป็นการบังคับให้ Access provider มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปรับทราบ และมีความเสี่ยงที่จะต้องร่วมรับผิดกับผู้ใช้บริการที่กระทำความผิดอีก

ที่สำคัญคือการปล่อยให้มีการเข้าถึง และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลโดยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่จะกำหนดมาตรฐาน หรือเอาผิดกับผู้ควบคมข้อมูลที่ไม่มีความรับผิดชอบ ปล่อยให้มีการเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบ ซึงในขณะที่ร่างพ.ร.บ.คุมครองข้อมูลส่วนบุคคล ยังไม่มีผลใช้บังคับย่อมเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่รัฐบาลเน้นการควบคุมสื่อสูง และมีการกวาดล้างผู้ที่ความคิดเห็นทางการเมืองที่รัฐคิดว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

แม้จะเข้าใจได้ว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐต้องการจัดการ แต่อย่างน้อยการบังคับใช้มาตรการเพื่อการตรวจสอบอาชญากรรม ต้องมีหลักประกันสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้วย 3 ประการ คือ
1. มาตรการที่ใช้ต้องพอเหมาะกับการกระทำผิด และต้องเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมที่สุด
2. การใช้มาตรการต้องมีความจำเป็นจริงๆ เช่น มีข้อสงสัยเพียงพอว่ามีการกระทำผิดเกิด (ทำนอง reasonable suspicion หรือ probable cause)
3. การใช้มาตรการต้องกระทบสิทธิของประชาชนน้อยและจำกัดที่สุด เช่น อยากทราบเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็ต้องหาวิธีที่จะตรวจสอบให้รู้ถึงการละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น จะไปดักรับหรือสกรีนข้อมูลประเภทอื่นไม่ได้

ไม่รู้ว่าประเทศไทยนี่ใช้ควายมาบริหารประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าอยากให้ประเทศเจริญขึ้นผมขอแนะนำให้ไอ้คนที่เสนอไอเดียนี้ไปลาออกเพื่อทำให้ประเทศมันสูงขึ้นหน่อย

ใครไม่มีมือ

ใครไม่มีมือ มีตีนก็พิการแหละจ๊ะ มีกันทุกคนแหละมือกับตีน แต่เจ้าหน้าที่มีปืน มึงมีหรือปล่าวล่ะปืน ปืนกูมีแน่ๆ ระเบิดก็มี ได้ข่าวมาว่า เสธ. แดง คนเก่งของพวกเอ็ง ถล่ม ห้องทำงานอนุพงษ์มิใช่เรอะ จะไหวหรอ มีแต่ M 79 ระวังจะเจอ RPG เด้อ กำลังพลพวกเอ็งมีเท่าไหร่ล่ะ อาวุธครบมือไหม ถ้าพวกเอ็งมีครบก็บุกซะทีซีว่ะ แหมเก่งๆกันทั้งนั้น จริงไม่กลัว กลัวไม่จริง แกนนำพวกเอ็งข้าเห็นว่า เงาหัวไม่ค่อยมีซะแล้วซิ ( เดาเอาเองนะ ) คิดว่าถ้าสุขงอมเมื่อไหร่โดนกวาดเรียบ ผมก็ยุแหย่ยั่วโมโหพวกเอ็งไปงั้นแหละ ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรอกนะ ถ้ากูมีหน้าที่เกี่ยวข้อง มันส์แน่ๆๆๆ จะสอยให้เกลี้ยงเลยไอ้พวกเก่งๆเหล่านี้ เป้าหมายแรกๆคือไอ้ เสธ แดง พันลภ กูล่อหมดแหละไม่เอาไว้หรอก แม่งเสียศักดิ์ศรีว่ะ ขนาดห้องทำงาน ผบ.ทบ.ยังโดนถล่มด้วย M 79 หมดสภาพจริงๆ ถ้ากูเป็นอนุพงษ์ล่ะมึง จะเล่นแม่งทั้งในและนอกกฎหมายเลย แม่งหยามกันชัดๆ ยิงแม่งให้ล่วงให้หมดเลย มึงไปเจอกับอนุพงษ์มะเขือเผา มึงก็ข่มได้ซิ ถ้าเป็นกูล่ะมึง ไม่ปล่อยให้เหลือหรอกนะ เสียดายที่กูไม่ใช่ทหาร

พวกอำมาตย์ เผด็จการ

พวกอำมาตย์ เผด็จการ มันพ่ายแพ้ ต่อพลังของ ประชาชน ในเวป ที่คัดค้านขัดแย้งแสดงเหตุและผลกับพวกมันมาตลอด ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกมันไม่สามารถสร้างกระแสร์ ทำลายล้างได้สำเร็จตามเป้าของพวกมัน มันก็พยายามคิดค้นหาทางกำจัดคนที่ต่อสู้กับพวกมันบนเวปทิ้ง หาทางเอาผิด
ประเทศนี้ มันคิดค้นแต่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความผิดติดตัว คนที่มีอำนาจมันเป็นบ้า เพราะไม่มีใครในโลกที่เป็นผู้นำแล้วพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนของตัวเองมีความผิดติดตัว
ความคิดเห็น การระบาย การแสดงทัศนคติ ในทุกมุมมอง ย่อมมีข้อดีต่อผู้มีอำนาจเสมอ
ตราบใดที่ผู้มีอำนาจ มีจิตใจคับแคบ เต็มไปได้ไฟแค้น ประเทศนั้นๆ ย่อมแตกสลายและไม่สงบในที่สุด

พวกอำมาตย์ เผด็จการ

พวกอำมาตย์ เผด็จการ มันพ่ายแพ้ ต่อพลังของ ประชาชน ในเวป ที่คัดค้านขัดแย้งแสดงเหตุและผลกับพวกมันมาตลอด ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกมันไม่สามารถสร้างกระแสร์ ทำลายล้างได้สำเร็จตามเป้าของพวกมัน มันก็พยายามคิดค้นหาทางกำจัดคนที่ต่อสู้กับพวกมันบนเวปทิ้ง หาทางเอาผิด
ประเทศนี้ มันคิดค้นแต่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความผิดติดตัว คนที่มีอำนาจมันเป็นบ้า เพราะไม่มีใครในโลกที่เป็นผู้นำแล้วพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนของตัวเองมีความผิดติดตัว
ความคิดเห็น การระบาย การแสดงทัศนคติ ในทุกมุมมอง ย่อมมีข้อดีต่อผู้มีอำนาจเสมอ
ตราบใดที่ผู้มีอำนาจ มีจิตใจคับแคบ เต็มไปได้ไฟแค้น ประเทศนั้นๆ ย่อมแตกสลายและไม่สงบในที่สุด

เวปนี้พวกมึงโพสเป็นส่วนใหญ่

เวปนี้พวกมึงโพสเป็นส่วนใหญ่ แต่เวปอื่นๆทั่วไปเขาด่าพวกมึง มึงจะไปศิริราชใช่ไหม ไอ้พวกเสื้อแดง กูหมดความอดทนกับพวกมึงอีกต่อไปแล้ว มันมากเกินไปแล้ว ถ้ามึงยกพวกกันไปเมื่อไหร่จะได้เห็นดีกัน ไอ้พวกชาติชัว

FFFFF FFFFF อำมาตย์"ซ่งติง"ไม

FFFFF
FFFFF

อำมาตย์"ซ่งติง"ไม่เคยหลับไหล.......
ในรอบปีมานี้ พวกเขากำลังอาศัยความชุลมุนของเหตุการณ์บ้านเมืองและทีเผลอของชาวบ้าน แอบตรากฎหมายหลายๆข้อออกมาเพื่อเอาไว้ใช้เป็นเครื่องมือสู้กะคนที่พวกเขาเห็นเป็นศัตรู........
กฏหมายล้วงข้อมูลนี้ก็เป็นอีกข้อหนึ่งเช่นกัน.......

กฎหมาย"ซ่งติง"นี้อาจจะมีข้ออ้างงามหรูพิสดารกว่าพระไตรปิฎก+ตำราควอนตั้มฟิสิคส์.....
แต่แก่นประสงค์แท้จริงสำหรับ"เมืองพุทธ"นั้นมีอันเดียว คือปิดช่องทางการสื่อสารของบรรดาเสรีชนในประเทศไทย........

นี่คือ"เสียงริงโทนมรณะ"ที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้เสรีชนได้รู้ว่า หลังการปิดช่องทางสื่อสารสำเร็จ อีกไม่นานนัก"การปราบใหญ๋เพื่อเสริมคุณธรรมให้ราษฎร"ก็จะตามมา......
ตามแผน"แปรเมืองไทยให้เป็นเมืองจีน".......

.......................................
ขอเรียกร้องให้เฮียๆเจ๊ๆเสรีชนทุกคนtake actionตามความสามารถในทุกวิถีทาง
อย่าเอาแต่นั่งอ่าน"ขายหัวเราะ" รึนอนเกาสะดือฟังเพลงของเจ๊บียองเซ่แบบชิลล์ชิลล์ไปวันๆ........

ขอให้ถือเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชีวิต+วาระแห่งชาติ!
ก่อนที่สังคมไทยจะหนาวว์กว่าเกาหลีเหนือ...............
.......................................

FFF
FIGHT FOR FREEDOM
-------
FFFFF
FFFFF

ผมจะไปสืบหาบ้าน เสธ.แดง

ผมจะไปสืบหาบ้าน เสธ.แดง ผมจะให้เด็กไปเผาบ้านมัน ไอ้นี่มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน ถึงจะเอามันอยู่ ยิงแม่งให้ขาลากเลย มันเก่งมาจากไหนจริงจังชักอยากจะลองของซะแล้วซิ มันแน่มาจากไหนว่ะ ถ้าหมดจ่าฝูงพวกมึงก็ไม่มีน้ำยาหรอก

มึงรู้ใช่ไม๊ ว่ากูเป้นใคร่

มึงรู้ใช่ไม๊ ว่ากูเป้นใคร่ มึงแรงไปหรือเปล่าจ่า ถ้าอยากเจอ ไอ้แดง กูจะให้คนพามึงไป มีงมาหากูที่ศูนย์ราชการ ก็แล้วก็กัน

เรื่องนี้เป็น idea ของ

เรื่องนี้เป็น idea ของ รมช.อลงกรณ์ จ้า...แม่ม สุดยอดความคิดจิงๆ ไม่ได้รู้เรื่องเทคนิคเล้ยยย

ส้นตีน

ส้นตีน มึงอยู่กองบัฐชาการกองทัพไทยหรือไง ถ้าไม่ใช่ อยู่ศูนย์ราชการอยู่ฝั่งไหนวะ A หรือ B อยู่กรมฯอะไร แต่มึงใช้มือถือในการเชื่อมต่อแน่ๆ ของกูใช้ LAN สำนักงานโพสเฉพาะกลางวัน กลางคืนขี้เกียจเชื่อมต่อเปลืองเงินค่ามือถือว่ะ มึงไม่ต้องมาพากูไปหามันหรอกไอ้เสธ.แดง กูเช็คที่มหาดไทยตามทะเบียนบ้านก็เจอแล้ว กูจะไปทำมันทำไม มันไม่เต็มเต็ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเขาก็จัดการมันตามกฎหมายเองแหละ