“พะจุณณ์” ปฏิเสธข่าว “เปรม” ป่วย

พล.ร.อ.พะจุณ์ ตามประทีป ปฏิเสธข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ยันยังแข็งแรงดีและอยู่บ้านสี่เสาเทเวศร์

วันนี้ (23 มี.ค.) มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มีอาการป่วยและไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นจริง อย่าไปเชื่อข่าว เพราะท่านยังสบายดีไม่ได้ไปหาหมอ หรือไปโรงพยาบาลอะไรทั้งนั้น หากสงสัยก็โทรศัพท์ไปเช็ครายชื่อคนไข้ได้ที่โรงพยาบาล จะได้รู้ว่าท่านไม่ได้ป่วยอย่างที่เป็นข่าว

พล.ร.อ.พะจุณณ์ ยืนยันด้วยว่า พล.อ.เปรม ยังคงอยู่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ท่านยังสบายดี และว่ามีแต่คนโทรมาสอบถามเรื่องนี้กับตนทั้งวัน จริงๆ ท่านยังแข็งแรงไม่มีอะไรที่ต้องห่วง

อนึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า พล.อ.เปรม ป่วยอยู่ที่ รพ.พร้อมมิตร

 

Comments

วิธีแก้ข่าวที่เห็นผล

วิธีแก้ข่าวที่เห็นผล และง่ายมากๆก็คือ ให้เปรมมิกาออกมาโชว์หน้าตาทางทีวีสิ แล้วจะเชื่อว่าไม่ได้ป่วยจริง เรื่องง่ายๆแค่นี้ ไม่น่าที่จะคิดไม่เป็นเลยเน๊อะ แต่ถ้าเปรมป่วยจริง โองการแช่งเลือดของชาวเสื้อแดงก็เห็นผลทันตาเห็นเหมือนกัน

ครับ ไม่ป่วยก็ดีแล้ว

ครับ ไม่ป่วยก็ดีแล้ว ทำไมไม่รีบออกมาบอกกันให้ เร็วๆ กว่านี้หน่อย เล่นเอาทาสเหลือง และรัฐบาลนอมินี ใจแป๋วหมดเลยย์ ครับผม

ถ้าอยากมี อำนาจแบบ เบ็ดเสร็จ

ถ้าอยากมี อำนาจแบบ เบ็ดเสร็จ ก็ไปอยู่ ภูมิ อื่นซะเถอะ ท่านเปรมเอ๋ย จะสวรรค์ภูมิ หรือนรกภูมิ ก็ตามกรรมที่ก่อก็แล้วกัน
ส่วนโลกภูมิ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่คนไทยต้องการ ประชาธิปไตย ไม่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จ เผด็จการ แบบ เปรมหรอกนะซิบอกให่

*******************

*******************

มหาบรุษแห่งสยามประเทศ

*******************

* การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แม้ประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาหนักมาก ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ

แค่ท่านก็สามารถบริหารประเทศ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลังไว้ได้ด้วยความเรียบร้อย โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามนโยบาย 66/2523 เข้าจัดการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ ซึ่งปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

สำหรับในด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจของโลก เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยตลาดโลกสูงขึ้น ฯลฯ รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้พยายามแก้ไข ด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสามารถรักษา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ

นอกจากนั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการนั้น เป็นบ่อนทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ตลอดจนได้จัดตั้ง คณะกรรมการการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นแก้ไขพัฒนา ระบบบริหารราชการพลเรือน และประเทศชาติอย่างจริงจัง

และที่จะละเว้นกล่าวถึงมิได้ คือ ท่านเป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย โดยได้นำการแต่งกาย ด้วยชุดพระราชทาน ซึ่งต่อมาเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนคนไทยทั่วไป

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นผู้นำที่สร้าง ความสำเร็จทางด้านการฑูต และความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างดียิ่ง ท่านได้ติดต่อประสานสัมพันธ์ กับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และราบรื่น

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินไปได้อย่างจริงจังด้วย โดยกำหนดนโยบายสำคัญในสถานทูต และที่ปรึกษาการพาณิชย์ ประจำประเทศต่าง ๆ เร่งรัดหาตลาดสินค้า ให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

หลังจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้เป็นองคมนตรี และได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์

ในโอกาสเดียวกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่สามัญชนพึงได้รับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวลงจากเวทีการเมือง อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เป็นนักการทหาร และนักปกครอง ที่ต้องขึ้นสู่เวทีการเมืองนั้น จากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในส่วนรวมทุกด้าน ดังประจักษ์ขึ้นแก่ ผู้คนทั้งหลาย ชีวิตท่านอุดมไปด้วยเกียรติประวัติ ที่งดงามหมดจด ยากที่จะลบเลือนหายไปได้ง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกระทำไว้ถูกต้อง และชอบธรรม แม้ท่านจะมิได้หวังผล ให้คนในสมัยเดียวกันพากันขอบคุณ

แต่ประวัติศาสตร์ จะจารึกเรื่องราวนี้ไว้ สำหรับคนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงบุคคลผู้หนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คนหนึ่งในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่อง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น "รัฐบุรุษ" ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 เป็นต้นไป.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอ้ย! ป่วยด้วยกันทั้งคู..เลย

เอ้ย! ป่วยด้วยกันทั้งคู..เลย คิดซะว่า พระยายม ยมพระบาล เรียกไปสอบถามความจริงล่ะกัน...ใครตายก่อนก็คนนั้นแหละว่ะชั่ว...ตายก่อนเพราะสร้างกรรมกะประชาชนไว้เยอะ!! จริงป่ะ!! (หายเครียดดีน่ะ 555)

ถ้าป๋ายังไม่ป๋วย ป๋าต้องรีบป่

ถ้าป๋ายังไม่ป๋วย

ป๋าต้องรีบป่วย

เข้า รพ. โดยด่วน

ดีเข้าแอบตัวเองอยู่ใน ราบ 11 รอ. รนย.

อยู่ รพ. สบายดี

เสื้อแดงไม่ไปยุ่งด้วย

ถ้าให้ดีก็ส่งรถฉุกเฉินมารับที่ ราบ 11 รอ. รนย.

รถวิ่งเปิดเสียไซเรน

ป๋าป่วยแล้ว ป๋าป่วยแล้ว

ส่วนประชาชนก็จะว่า

ป๋าตายแล้ว ป๋าตายแล้ว

รับรองได้ว่า

ป๋าตายแล้ว

บ้านเมืองจะดีขึ้น

เมื่อวันเสาร์

เมื่อวันเสาร์ เสื้อแดงเดินขบวนอย่างเนืองแน่

รถติดวินาศสันตโร

แต่เลือกเดินวันเสาร์

ก็กลายเป็นความชอบ ว่าไม่ต้องการให้

ชาวกรทม. เดือดร้อน

ได้รับชัยชนะไป

แต่วันจันทร์นี้

ศอรส. วปิดถนน 8 สาย

รถติดวินาศสันตโรไปทั่ว กทม.

ประชาชนด่าพ่อด่าแม่อำมาตย์กันทั่วหน้า

ที่ได้ยินมากที่สุดคือ

เอ็ด แม่อำมาตย์

แล้วบิ๊กตู่ ก็ออกมาสำทับ

ให้ ตำรวจ ทหาร เปิดถนนทันที

เอาเครื่องกีดขวางออก

ถ้าไม่แล้ว

เสื้อแดง จะเป็นคนไปเอาออกและเปิดถนนเอง

มันจะแพ้ชนะก็หมากนี้แหละครับ

ไม่ต้องมีการเจรจาอะไรกันหรอก

ประชาชนจะให้ปิดหรือให้เปิดถนน

พรุ่งนี้รู้

ถ้าจงใจนำเลือดบริสุทธิ์ของประ

ถ้าจงใจนำเลือดบริสุทธิ์ของประชาชนไปลงนรกด้วย ก็ตามใจ
ชัยชนะจากอำนาจปืนวันนี้ เป็นของชั่วคราว
รอยแผลจะฝังลึกในจิตใจของประชาชน

ผู้ที่ถูกท่านยิง แม้เป็นเพียงหนึ่งชีวิต แต่ท่านได้พรากอะไรไปจากครอบครัวของเขา
นั่นหมายถึงท่านได้ปลิดชีพคนทั้งครอบครัว
ผลกระทบที่ส่งถึงญาติพี่น้องและญาติมิตรของเขา
จะทำให้ท่านติดลบไปอีกเท่าใด

กับประชาชนมือเปล่า ดูอาจหาญและเข้มแข็งเหลือเกิน

ท่านครับ

ท่านครับ คนระดับท่านเปรมป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านให้ไปเช็คว่าจริงหรือไม่โดยไปเช็ครายชื่อของคนป่วยที่โรงพยาบาล???

อือ!!! แล้วมีข่าวว่าทานอยู่เบื่องหลังเหตุการณ์ต่างๆที่ตกเป็นข่าว เราจะสามารถไปหาความจริงที่ไหนดี

จะให้ข่าวทั้งที่ก็คิดหน่อยซิครับ อย่านึกว่าคนเขาโงกัน คนอย่างเปรมถ้าเข้าโรงพยาบาลจริงแล้วไม่อย่ากให้คนรู้ จะไม่สามารถสังโรงพยาบาล ไม่ให้เปิดเผยรายชื่อผู้ป่วยได้เลยหรือครับท่าน

เป็นถึงนายพล ทำงานระดับชาติ จะให้ข่าวอะไรคิดหน่อยครับท่าน บ้านเมืองกำลังแตกแยกครับท่าน

เข้ารูปเดิมอีกแล้ว

เข้ารูปเดิมอีกแล้ว ป๋าเปรมเจ้าเก่า นายกเตมีย์ใบ้ เล่นการเมืองแบบเหนือกฎหมายเหนือรูปแบบ คือกูจะทำอะไรก็ได้ กูไม่พูดกูไม่สนเพราะกูเป็นประธานองคมนตรี มีเรื่องอะไรกูหนีไปโคราช กูหนีเข้าโรงพยาบาล เรื่องสงบกูกลับมาอยู่เทเวศน์เล่นการเมืองแบบขี้ขลาดต่อ อย่างไรก็ตามถ้าป๋าป่วยจริง ป๋าก็ค่วรจะลาสังขารได้แล้ว เพราะป๋าเป็นเผด็จการทหารทำความเสียหายให้เมืองไทยมามากแล้วเข้ารูป หนักแผ่นดิน นะป๋านะ.

The One

[quote=The One]*******************

มหาบรุษแห่งสยามประเทศ

*******************

* การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แม้ประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาหนักมาก ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ

แค่ท่านก็สามารถบริหารประเทศ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลังไว้ได้ด้วยความเรียบร้อย โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามนโยบาย 66/2523 เข้าจัดการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ ซึ่งปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

สำหรับในด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจของโลก เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยตลาดโลกสูงขึ้น ฯลฯ รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้พยายามแก้ไข ด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสามารถรักษา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ

นอกจากนั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการนั้น เป็นบ่อนทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ตลอดจนได้จัดตั้ง คณะกรรมการการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นแก้ไขพัฒนา ระบบบริหารราชการพลเรือน และประเทศชาติอย่างจริงจัง

และที่จะละเว้นกล่าวถึงมิได้ คือ ท่านเป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย โดยได้นำการแต่งกาย ด้วยชุดพระราชทาน ซึ่งต่อมาเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนคนไทยทั่วไป

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นผู้นำที่สร้าง ความสำเร็จทางด้านการฑูต และความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างดียิ่ง ท่านได้ติดต่อประสานสัมพันธ์ กับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และราบรื่น

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินไปได้อย่างจริงจังด้วย โดยกำหนดนโยบายสำคัญในสถานทูต และที่ปรึกษาการพาณิชย์ ประจำประเทศต่าง ๆ เร่งรัดหาตลาดสินค้า ให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

หลังจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้เป็นองคมนตรี และได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์

ในโอกาสเดียวกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่สามัญชนพึงได้รับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวลงจากเวทีการเมือง อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เป็นนักการทหาร และนักปกครอง ที่ต้องขึ้นสู่เวทีการเมืองนั้น จากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในส่วนรวมทุกด้าน ดังประจักษ์ขึ้นแก่ ผู้คนทั้งหลาย ชีวิตท่านอุดมไปด้วยเกียรติประวัติ ที่งดงามหมดจด ยากที่จะลบเลือนหายไปได้ง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกระทำไว้ถูกต้อง และชอบธรรม แม้ท่านจะมิได้หวังผล ให้คนในสมัยเดียวกันพากันขอบคุณ

แต่ประวัติศาสตร์ จะจารึกเรื่องราวนี้ไว้ สำหรับคนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงบุคคลผู้หนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คนหนึ่งในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่อง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น "รัฐบุรุษ" ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 เป็นต้นไป.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------[/quote]

อ๊วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ต่อให้อีกหน่อย พลเอกเปรม เป็นรัฐบุรุษ คนเดียวของประเทศไทย

ที่ "โดนเด็กชกหน้า" ที่สนามกีฬาหัวหมาก รามคำแหง 555+

The One

[quote=The One]*******************

มหาบรุษแห่งสยามประเทศ

*******************

* การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แม้ประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาหนักมาก ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ

แค่ท่านก็สามารถบริหารประเทศ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลังไว้ได้ด้วยความเรียบร้อย โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามนโยบาย 66/2523 เข้าจัดการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ ซึ่งปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

สำหรับในด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจของโลก เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยตลาดโลกสูงขึ้น ฯลฯ รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้พยายามแก้ไข ด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสามารถรักษา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ

นอกจากนั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการนั้น เป็นบ่อนทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ตลอดจนได้จัดตั้ง คณะกรรมการการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นแก้ไขพัฒนา ระบบบริหารราชการพลเรือน และประเทศชาติอย่างจริงจัง

และที่จะละเว้นกล่าวถึงมิได้ คือ ท่านเป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย โดยได้นำการแต่งกาย ด้วยชุดพระราชทาน ซึ่งต่อมาเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนคนไทยทั่วไป

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นผู้นำที่สร้าง ความสำเร็จทางด้านการฑูต และความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างดียิ่ง ท่านได้ติดต่อประสานสัมพันธ์ กับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และราบรื่น

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินไปได้อย่างจริงจังด้วย โดยกำหนดนโยบายสำคัญในสถานทูต และที่ปรึกษาการพาณิชย์ ประจำประเทศต่าง ๆ เร่งรัดหาตลาดสินค้า ให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

หลังจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้เป็นองคมนตรี และได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์

ในโอกาสเดียวกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่สามัญชนพึงได้รับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวลงจากเวทีการเมือง อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เป็นนักการทหาร และนักปกครอง ที่ต้องขึ้นสู่เวทีการเมืองนั้น จากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในส่วนรวมทุกด้าน ดังประจักษ์ขึ้นแก่ ผู้คนทั้งหลาย ชีวิตท่านอุดมไปด้วยเกียรติประวัติ ที่งดงามหมดจด ยากที่จะลบเลือนหายไปได้ง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกระทำไว้ถูกต้อง และชอบธรรม แม้ท่านจะมิได้หวังผล ให้คนในสมัยเดียวกันพากันขอบคุณ

แต่ประวัติศาสตร์ จะจารึกเรื่องราวนี้ไว้ สำหรับคนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงบุคคลผู้หนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คนหนึ่งในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่อง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น "รัฐบุรุษ" ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 เป็นต้นไป.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------[/quote]
นโยบาย 66/2523 ผู้ที่คิดนโยบายนี้คือพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เปรมเป็นเพียงผู้รับชอบเท่านั้น

คำว่าอำมาตย์

คำว่าอำมาตย์ ของนักโทษชายหนีคุก ทักษิณ ชินวัตร!
หากใครที่ได้ติดตามข่าวของเวทีเสื้อแดง เราจะเห็นว่าคอนเซปต์ของเวทีเสื้อแดงก็คือ ชวนไพร่มาไล่ “อำมาตย์” คำถามก็คือคำว่า“อำมาตย์”ของผู้นำคนเสื้อแดงหมายถึงใคร
ฉากหลังของเวทีเขียนว่า โค่นรัฐบาลอำมาตย์ จะหมายถึงคุณอภิสิทธิ์ใช่ไหม หรือว่าหมายถึงใคร นี่ก็เป็นคำถามหนึ่ง แล้วคุณทักษิณให้ความหมายคำว่า“อำมาตย์”ว่าอย่างไร หลายครั้งที่ทักษิณโฟนอิน มีเนื้อหาที่ชวนให้คนไทยทุกคนต้องร่วมกันคิด... จากการวบรวมคำพูดของทักษิณที่โฟนอินทั้งสี่วันที่ผ่านมา ขอตั้งคำถามกับทักษิณว่าคำว่า “อำมาตย์”ของคุณนั้น...หมายถึงใคร???
1.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์อายุแปดสิบกว่าแล้ว ถามว่าอำมาตย์คนไหนอายุแปดสิบ ในขณะที่เวทีเสื้อแดงล้วนมุ่งเป้าไปที่พลเอกเปรมฯ แต่คนอย่างทักษิณจะไม่รู้เชียวหรือว่าพลเอกเปรมฯนั้น อายุเก้าสิบเอ็ดปีแล้ว คำถามคือ “อำมาตย์”ที่ทักษิณว่าอายุแปดสิบกว่านั้นหมายถึงใคร?
2.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์นั้นรวยแล้ว มีมรดกเพียงพอแก่ลูกหลานแล้ว ปล่อยประชาชนไปเถอะ คำถามก็คือ พลเอกเปรมฯที่ทักษิณว่าเป็นอำมาตย์นั้น ท่านมีลูกหรือเปล่า ท่านไม่เคยแต่งงาน และไม่มีลูก!!!แล้วคำว่าอำมาตย์ที่ว่านั้นหมายถึงใคร????
3.ทักษิณบอกว่าอำมาตย์ไทยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับเหมือนกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะไทยมีวัฒนธรรมประเพณีศาสนาที่มั่นคง คำถามก็คือทักษิณกำลังหมายถึงใคร???
4.ทักษิณบอกว่าถ้าอำมาตย์รัก “ประชาชน”จริงก็ต้องเลิกอุ้มอีกฝ่ายหนึ่ง ถามว่าคำว่า “ประชาชน”ในบริบทนี้โดยทั่วไปเราจะใช้กับใคร???
5.ทักษิณพูดว่ามีคนไป “เพ็จทูล”อำมาตย์ คำว่าเท็จทูลนี้เราจะใช้กับใคร??? พลเอกเปรมฯหรือ???
6.ทักษิณบอกให้อำมาตย์เลิกเอาไม้ค้ำประชาชนได้แล้ว เพราะไม้ค้ำนั้นเป็นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ คำถามก็คือ “ความศักดิ์สิทธิ์”ที่เราพวกเราชาวไทยเคารพนับถือนั้นคือใคร!!!
7.ทักษิณบอกว่า อำมาตย์ไปอยู่เหนือการเมืองเถอะ อำมาตย์ในที่นี้หมายถึงใคร เพราะในรัฐธรรมมีกฏหมายบางข้อที่เขียนว่า พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง!!!
8.คนที่บอกให้ผมพัก ทำไมไม่บอกให้นายอภิสิทธิ์พักบ้าง ซึ่งมีความสอดคล้องกับวันที่ 5 เมษายน 2549 ที่ทักษิณออกมาแถลงว่าจะเว้นวรรคโดยการไม่รับตำแหน่งนายก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วคำว่าอำมาตย์ของทักษิณนั้น หมายถึงใคร!!!
9.ทักษิณทวงระบอบประชาธิปไตยโดยผ่านการโฟนอิน และเรียกว่าระบอบประชาธิปไตยเพื่อประชาชน แทนที่จะบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนทุกคนต้องแสวงหาความจริงและออกมาปกป้องในหลวงของเรา...ในหลวงผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ผู้ที่ได้เหยียบย่างพื้นที่ทุกตารางของแผ่นดินไทย เพื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ ผู้ที่เป็นเอ็นจีโอตัวจริงที่ไม่เคยอวดอ้างถึงความดีที่ทรงทำมาตลอดหกสิบกว่าปีที่ทรงครองราชย์ ผู้ที่บอกให้เราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ผู้ที่สร้างงานสร้างอาชีพ ผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตในการค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาถิ่นที่อยู่ให้กับประชาชนของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้กับเราได้รู้ว่าการปิดทองหลังพระนั้นคืออะไร...
(ข้อมูลข้างต้นได้มากจากการวิเคราะห์ของพลเรือโท ปทีป ชื่นอารมณ์ ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ วันที่ 21 มีนาคม 2554 ทางสถานีเอเอสทีวี)
ข้อย้ำว่าท่านอย่าได้เชื่อข้อมูลทั้งหมดนี้ แต่จงแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อท่านจะมีสติปัญญารู้แจ้งเห็นแจ้ง เพราะมันคือหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันตัดสิน และแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และเราจะกู้เอาประเทศไทยที่เคยร่มเย็นผาสุกของเรากลับคืนมา!!!

ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม บทความ

ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม

บทความเรื่อง “สัตว์เศรษฐกิจสถิตเปรม” ผมได้รื้อฟื้นความจำของท่านผู้อ่านในเรื่องที่มาของคำว่า “สัตว์เศรษฐกิจ” เป็นการเรียกน้ำย่อย โดยไม่สามารถลงลึกในรายละ เอียดได้ เพราะต้องใช้เวลามากในการนำเสนอและคงจะกลายเป็นเรื่องยาว ดังนั้นในฉบับนี้ผมจะขอเติมให้เต็มด้วยการเขียนถึงในบางประเด็นและบาง เหตุการณ์ที่ผมเห็นว่า มีส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อจากอดีตถึงปัจจุบันว่า ระบบสัตว์เศรษฐกิจยังคงสิงสถิตอยู่ในตัวเปรมอยู่จนแม้กระทั่งทุกวันนี้

การที่นายเอกยุทธ์ อัญชัญบุตรออกมาเปิดประเด็นโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณแบบจู่โจมนั้นท่าน ผู้อ่านต้องทราบด้วยว่า นายเอกยุทธ์ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่ำรวยจากการนำเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจาก ต่างประเทศเข้ามาปล่อยกู้กินกำไรส่วนต่างของดอกเบี้ยเฉกเช่นเดียวกับนายพอล สิทธิอำนวย ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ตามกระแสในเวลานั้น เพราะมีกลุ่มคนหากินกับเงินนอกระบบและร่ำรวยอย่างชนิดเห็นทันตา แล้วกลุ่มคนที่เข้าร่วมขบวนการแชร์ในเวลานั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นคนในกองทัพนี่แหละที่ถือได้ว่า เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพอากาศที่เป็นลูกค้าแชร์ชั้นดีของแม่ชม้อย

ขบวนการหากินกับเงินนอกระบบซึ่งส่วนหนึ่งอันเป็นที่มาของคำ ว่าสัตว์เศรษฐกิจนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขของสาเหตุแห่งการยึดอำนาจตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ ก่อการที่นำ โดยพ.อ.มนูญ รูปขจรและน.ท.มนัส รูปขจร ในกรณีกบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นเรื่องคลุมเคลือและไม่เป็นที่กระจ่างจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะแม้แต่หนังสือ “วีรบุรุษสะพานมัฆวานฯ” ของพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอกก็มีเขียนบันทึกเรื่องนี้ไปในทางหนึ่ง ส่วนหนังสือ “รัฐบุรุษชื่อเปรม” มีรายละเอียดไปทางหนึ่ง แต่บันทึกของอาคม ซิดนี่ย์เป็นไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะขอนำเสนอดังต่อไปนี้ ความจริงสัตว์เศรษฐกิจนั้นมีต้นกำเนิดมาจากนายบุญชู โรจน์เสถียรแต่เนื่องจากท่านผู้นี้ เพิ่งได้อำลาจากโลกนี้ไปแล้ว ผมจึงขออนุญาติงดเว้นที่จะกล่าวถึงเพราะจะเป็นการซ้ำ เติมที่ไม่ยุติธรรมนัก อันอาจทำให้เพิ่มความโศกเศร้าแก่ครอบครัวซึ่งมิได้มีส่วนรู้เห็น

ธุรกิจการเงินนอกระบบในยุคเปรมเรืองอำนาจ นอกจากการกักตุนสิ้นค้าเพื่อเก็งกำไรและแชร์ลูกโซ่แล้ว ยังเกิดมีปรากฏการณ์ของบ่อนการพนันที่เปิดกันแพร่หลายไม่เพียง แต่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น หากตามจังหวัดต่างๆก็มีความคึกคักไม่น้อยหน้า ไปกว่ากัน และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เด็ดขาดนั่นก็คือกิจการหวยปิงปอง ซึ่งสาหัสกว่าหวยใต้ดินเป็นสิบเท่า เนื่องจากไม่ต้องรอผลการออกรางวัลของกองสลากกินแบ่ง เพราะมีการออกหวยกันทุกสองชั่วโมง ด้วยการนำลูกปิงปองสิบลูกเขียนติดหมายเลข ๐-๙ แล้วใส่ภาชนะเจาะรูตรงกลางพอที่จะให้มือเข้าไปล้วงหยิบออกมาเป็นเลขรางวัล

ธุรกิจการพนันนี้ได้สร้างความร่ำรวยให้กับบรรดาตำรวจและมือ ปืนรับจ้างทวงหนี้กันอย่างทั่วหน้า ในส่วนของเจ้าพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึงย่อมต้องมีผลประโยชน์มากเป็นเท่าทวีคูณ ด้วยการเก็บค่าคุ้มครองและมีการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในหมู่เจ้าพ่อด้วยกัน ตำนาน เสี่ยปุ้ยแห่งไนท์พลาซ่าจังหวัดเชียงใหม่ และเสี่ยเต็งโก้แห่งขอนแก่นก็ต้องจบชีวิตลง ด้วยเรื่องบ่อนและการค้ายาเสพติดให้กับเจ้าพ่อเมืองกรุงนามเฮียเหลาหรือนาย แคล้ว ธนิกุล แล้วเจ้าพ่อเมืองกรุงก็มีอันต้องสังเวยชีวิตเรียบร้อยโรงเรียนรสช. จากนั้น ตำนานทหารมาเฟียก็เข้ามาแทนที่ ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นผลพวงอันเกิดจากการบริหารของเปรมคนดีศรีสังคมนี่แหละ

ในปีพ.ศ.๒๕๒๖ ธุรกิจการเงินนอกระบบเริ่มออกอาการ เพราะถึงจุดอิ่มตัวและผู้คนเริ่ม มีความสงสัยในเรื่องที่มาของเงินผลตอบแทนที่สูงถึง ๑๐ % ต่อเดือน จวบกับลูกแชร์ที่ลงทุนเล่นมาในช่วงต้นๆเริ่มมีการถอนทุนคืน เมื่อผู้เล่นลดจำนวนน้อยลง ในขณะที่การถอนทุนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่นานวงแชร์ก็ล้มลงในที่สุด แชร์ชาร์เตอร์ของนายเอกยุทธ์ อัญชัญบุตร ก็อวสานในเวลาไร่เรี่ยกัน แต่พื้นฐานของนายเอกยุทธ์เคยไปใช้ชีวิตศึกษาร่ำเรียนอยู่ที่เมืองนอก จึงทำให้มีช่องทางหลบหนีได้ไม่ยาก แต่ที่ไม่ชัดเจนและยังเป็นปริศนาคาใจก็คือนางชม้อย ทิพย์โส เจ้ามือแชร์ที่ใหญ่ที่สุดและนางนกแก้ว ทั้งคู่มีที่ไปที่มาอย่างไรยังไม่มีใครสามารถบอกได้แน่นอนว่าคือใครแม้ กระทั่งทุกวันนี้ เมื่อวงแชร์ล้มครึนไม่เพียงส่งผลให้ลูกแชร์จำนวนมากไม่ได้เงินคืนซึ่งทำให้ รัฐบาลต้องกุมขมับเท่านั้น หากแต่ภาพรวมของเศรษฐกิจในเวลานั้นก็มีผลกระทบรุนแรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้ จวบจนกระทั่งปี ๒๕๒๗ ภาวะเศรษฐกิจก็เข้าสู่ขั้นวิกฤติที่ยากต่อการแก้ไข รัฐบาลเปรมจึงต้องใช้มาตราการแก้ไขด้วยการประกาศลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๗โดยนายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเวลานั้น

การประกาศลดค่าเงินบาทส่งผลให้พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งเป็นเสาหลักมาโดยตลอดในการค้ำบัลลังก์เปรมเกิดความไม่พอใจ และทำการเคลื่อนไหวในกลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ด้วยการทำหนังสือในนามของกองทัพและมีผู้บัญชาการทั้งสามเหล่าทัพร่วมลงนาม ยื่นคำขาดให้เปรมปรับครม. พร้อมกับออกโทรทัศน์ในอาทิตย์ต่อมาซึ่งเป็นคืนวันลอยกระทงโจมตีรัฐบาลเปรม แบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน พร้อมกับมีกระแสข่าวความไม่พอใจของบรรดาขุนทหารที่มีต่อเปรมจนถึงขั้นเตรียม การยึดอำนาจ ท่านผู้อ่านต้องไม่ลืมนะครับว่าในเวลานั้นนับได้ว่าพล.อ.อาทิตย์ เป็นนายทหารที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในกอง ทัพที่อยู่บนตำแหน่งทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบก แล้วบารมีขณะนั้นก็ขึ้นชั้นวัดรอยเท้าเปรมได้

ในขณะที่บารมีอาทิตย์กำลังเจิดจ้าในส่วนของเปรมก็เริ่มอ่อน แรง ท่านผู้อ่านต้องรู้ด้วย ว่าการต่ออายุราชการของพล.อ.อาทิตย์ นั้นเกิดขึ้นจากการเสนอของพล.ท.เชาวลิตและพล.ท.พิจิตร จึงทำให้เปรมไม่แน่ใจในการเลือกฝ่าย แม้ทั้งสองจะเติบใหญ่ขึ้นมาจากสูตรยาและอาหารเสริมของเปรมก็ตาม อีกทั้งขณะนั้นยศและตำแหน่งตลอดจนบารมีทั้งคู่ยังห่างไกลเกินกว่าที่จะขึ้น มาแทนที่พล.อ.อาทิตย์ได้ จึงทำให้เปรมไม่สามารถที่จะทำอะไรได้นอกจากเก็บอาการเพื่อรอคอยโอกาสและ พยายามประคับประคองรัฐนาวาด้วยความระมัดระวัง อยู่ในสภาพทำได้แค่คอยคุมเชิง

ขอย้อนกลับมากล่าวถึงนายเอกยุทธ์ ภายหลังจากที่หลบหนีการจับกุมก็มีข่าวว่าไปหลบ ซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนที่จะเข้าไปปักหลักอยู่ที่ประเทศ เยอร์มัน และที่เยอร์มันนี่แหละที่ทำให้นายเอกยุทธ์มีโอกาสโคจรมาพบพ.อ.มณูญ รูปขจร นอนกอดถุง เงินไม่ยอมกลับประเทศไทยทั้งๆที่ “กบฏเมษาฮาวาย ๒๕๒๔” นั้นเปรมได้ออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้ทุกคนภายหลังเหตุการณ์สงบ ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากเงินก้อน ดังกล่าวพ.อ.มณูญยังไม่สามารถหาเหตุผลมาเคลียร์กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วม เป็นร่วมตายได้โดยเฉพาะกลุ่มยังเติร์ก

พ.อ.มณูญได้รับสัญญาณติดต่อจากเฒ่าหัวเกรียนจำลอง ศรีเมืองว่ามีงานสำคัญซึ่งเป็นความลับที่สุด ความลับที่สุดมาปรากฏผลเป็นรูปธรรมเมื่อเช้ามืดวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๕ โดยเริ่มจากนายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาวนำชาวคณะไปสวนอัมพร เพื่อเปิดการแสดงโดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีช่อง ๕ ช่อง๗ และช่อง ๙ เพื่อดึง ประชาชนมาร่วมสนับสนุนในการยึดอำนาจ ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลรูปขจรแยกย้ายคุมกำลังเข้ายึดสถานที่สำคัญกอง บัญชาการทหารสูงสุด กรมประชาสัมพันธ์ และองค์ การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมกับประกาศผลสำเร็จและออกแถลงการณ์คณะปฏิวัติด้วยการระบุพล.อ.เสริม ณ นครเป็นหัวหน้าคณะ โดยมีนายเอกยุทธ์รวมอยู่ ในกลุ่มผู้ก่อการที่บก.คณะปฏิวัติ

การก่อการครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่พล.อ.อาทิตย์เดินทางไป ยุโรปเพื่อดูงานด้านการโทรศัพท์ ซึ่งก็บังเอิญเหลือเกินที่เปรมก็กำลังจะไปขึ้นเครื่องเพื่อเยือนประเทศอินโด นิเซีย แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหมายกำหนดการ เพียงแต่ได้มอบหมายให้พล.ท.เชาวลิต รองเสธ.ทหารบกช่วยประสานงานเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ก่อนขึ้นเครื่อง ที่น่าสนใจ ที่สุดนั่นก็คือหลังเหตุการณ์สงบพล.ท.เชาวลิตและพล.ท.พิจิตรเดินทางไปส่งพ .อ.มนูญ และพรรคพวกถึงสนามบินดอนเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพล.ท.พิจิตรร่วมเดินทางไปถึง สนามบินสิงคโปร์

(ต่อ)........................

(ต่อ)..........................

แม้การก่อการยึดอำนาจไม่ประสพผลสำเร็จ (ต้องไม่สำเร็จอยู่แล้วเพราะเป็นกบฏปาหี่) แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจและตื่นเต้นไม่น้อยก็ตรงที่มีการเคลื่อนรถถังระดม ยิงเข้าไปในอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่หนึ่งรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของพล.ต.อิสระพงศ์ หนุนภักดี (จปร ๕คู่รักคู่แค้นจปร๗) และการระดมยิงเข้าไปกรมประมวลข่าวกลางในวังปารุสก์ฯ ส่งผลให้นายนีล เดวิสนักข่าวต่างชาติชาวออสเตรเลี่ยน และนายบิล แรตชผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันเสียชีวิต

ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่แพ้กันนั่นก็คือการก่อความ ไม่สงบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้ปรากฏมีรายชื่อบุคคลสำคัญที่เป็นอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมด้วยถึง สี่คนด้วยกันอันประกอบด้วย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสริม ณ นคร อดีตรองนายกรัฐมนตรี(หัวหน้าคณะปฏิวัติ) พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยาอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและพล.อ.กระแส อินทรัตน์อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แม้ในเวลาต่อมานายพลทั้งสี่จะรวมตัวเป็นคณะสี่เต่าทอง (The Beatles) ร่วมกันประสานเสียง “พวกเราไม่รู้เรื่อง” แต่ก็ยังอยู่ในความสงสัยของผู้คน สงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร แล้วทำไมเปรมจึงได้รีบออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มกบฏทุกคนรวมทั้งพ .อ.มนูญและนายเอกยุทธโดยเฉพาะอย่างยิ่งน.ท.มนัส รูปขจรยังสามารถกลับเข้ารับราชการจนครองยศถึงพลอากาศเอก ที่ถูกพล.อ.สนธิ บุญรัตน์กลิน เชิญตัวมาจากลำปางเพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธินไม่ให้ต่อต้านในการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙

ภายหลังเหตุการณ์กบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ผ่านพ้นไปนายทหารสร้างที่เปรมเร่งให้ยาและอาหารเสริมได้รับการปูนบำเหน็จ ทั่วหน้า พล.ท.เชาวลิตได้เลื่อนขึ้นครองยศพลเอก ในตำแหน่งเสธ.ทบ. พล.ท.พิจิตรขึ้นครองยศพลเอกในตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท. สุจินดาเลื่อนจากผู้ช่วยเสธ.เป็นรองเสธ.ฝ่ายยุทธการทบ. เมื่อการจัดทัพลงตัวเป็นที่เรียบ ร้อย ภาพในกองทัพก็เริ่มชัดเจนเพราะอย่างน้อยที่สุดเด็กสร้างของเปรมก็เกาะกลุ่ม ติดอยู่ในห้าเสือของกองทัพถึงสองคน พล.อ.เชาวลิตและพล.ท.สุจินดา ต่างแสดงว่าอยู่ข้างเปรมอย่างเหนียวแน่น นี่ยังไม่รวมถึงเพื่อนร่วมรุ่นจปร ๑ ที่คุมกำลังหลักอย่างพล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษเพื่อนซี้และพล.ท.วันชัย เรืองตระกูลแม่ทัพภาคที่ ๔ นอกจากนี้ยังมีนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นที่คุมกำลังและกำลังโด่งดังอยู่ในเวลา นั้นของนายพลทั้งสองอีกจำนวนมาก

แม้กระนั้นก็ตามเปรมก็ยังไม่วางใจถึงร้อยเปอร์เซ็น จึงมีปฏิบัติการลับชนิดสุดยอดด้วยการมอบหมายให้พล.อ.เชาวลิตใช้อิทธิพลทาง ทหารเข้ายึดพรรคกิจสังคมโดยให้พล.อ.อ. สิทธิ เศวตศิลาขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์แกนนำสำคัญของพรรคกิจสังคมร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านล้มพ.ร.บ.ขนส่ง ทางบกทำให้รัฐบาลต้องพ่ายแพ้ ส่งผลให้เปรมต้องยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายบุญเท่งได้กวาดต้อนสส.ตบเท้าออกจากพรรค และได้ก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคสหประชาธิปไตยโดยมีข่าวว่าพล .อ.อาทิตย์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเวลานั้นเปรมก็มีความพร้อมจึงไม่รีรอที่จะปลดฟ้าผ่าพล.อ.อาทิตย์ออกจาก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๙ แล้วให้พล.อ.เชาวลิตขึ้นนั่งแทน ส่งผลให้พรรคสหประชาธิปไตยมีอันต้องเฉาตายในทันที

ตอนนี้ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้เห็นภาพชัดเจนแล้วว่ากบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ที่ผมเรียกว่ากบฏปาหี่ที่คลุมเคลือนั้นไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเราจะ เข้าใจได้ การที่เปรมไม่กล้าปลดพล.อ.อาทิตย์ในทันทีที่ออกมาโจมตีในกรณีลดค่าเงินบาท เมื่อปลายปี๒๕๒๗ นั้นก็สืบเนื่องจากไม่แน่ใจในการเลือกฝ่ายของบรรดาขุนทหารนั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือเด็กสร้างของเปรมในเวลานั้นยังโตไม่ทัน แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจแล้วนะครับว่าเหตุใดเปรมจึงด่วนออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้ กับกลุ่มผู้ก่อการทุกคน เพราะการก่อการในครั้งนี้เปรมใช้ให้ทำเพื่อหยั่งกำลังพล.อ.อาทิตย์ แล้วก็ไม่ต้องสงสัยแล้วนะครับว่าเหตุใดการยึดอำนาจในการครั้งนี้จึงไม่มี เพื่อนร่วมรุ่นจปร๗ของพ.อ.มนูญเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว และดูเหมือนคนที่โชคร้ายที่สุดก็คงเป็นนายเอกยุทธ อัญชัญบุตรกระเป๋าเงินที่สนับสนุนการก่อการ เพราะถูกหลอกด้วยเชื่อว่าหากการยึดอำนาจเป็นผลสำเร็จจะได้อาศัยอิทธิพลแห่ง อำนาจล้มคดีให้ได้ แล้วก็คงหายสงสัยนะครับว่าเหตุใดแอ๊ดคาราบาวจึงมีส่วนร่วมเอี่ยวกับการต่อ ต้านคุณทักษิณ ในกรณีต่อต้านโจมตีคุณหญิงสุดารัตน์ เรื่องวัคซีนไข้หวัดนก

ดังนั้นถ้าหากจะทำความเข้าใจกับคนชื่อเปรม ท่านผู้อ่านต้องรู้นะครับว่าคนอย่างเปรมมีความอดทนเป็นอย่างยิ่งกับการรอคอย เปรมนั้นรอได้เสมอ อันเช่นเดียวกับการรอคอยล้างแค้นเอาคืนพ.ต.ท.ทักษิณในกรณีที่ปลดพล.อ.สุ รยุทธ การที่เปรมสามารถกำจัดผู้ทรงอิทธิพลได้ในแต่ละครั้ง ทำให้กลุ่มทุนที่เคยให้การสนับสนุนไหลเข้ามารวมศูนย์ อยู่ที่เปรมแต่เพียงผู้เดียวแบบชนิดกินรวบ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักธุรกิจใหญ่และลูกค้าชั้นดีอันดับต้นๆของ ธนาคารกรุงเทพจึงห้อมล้อมอยู่รอบกายเปรม แล้วก็อย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมจึงมีชื่อเป็นที่ปรึกษาอยู่ตามบริษัทต่างๆ มากมายจนนับไม่ถ้วน แล้วก็เงินเดือนที่ปรึกษาจากที่ต่างๆรวมกันในแต่ละเดือนซึ่งเป็นเงินมหาศาล นานนับสิบปี เงินก้อนนี้จะเรียกได้ไหมว่าผลประโยชน์ทับซ้อน นี่ยังไม่นับรวมเงินบริจาคเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษที่ก่อตั้งขึ้นมารองรับให้ เป็นเงินคอรัปชั่นที่ถูกกฏหมาย (ฟอกเงิน) อีกต่างหาก แล้วเงินได้เหล่านี้เปรมได้ชำระภาษีอย่างถูกต้องกระนั้นหรือ

เงินที่เปรมได้รับในแต่ละเดือนไม่ต่างไปจากการเรียกค่าคุ้ม ครอง เพราะในแต่ละบริษัทที่มีชื่อเปรมเป็นที่ปรึกษาย่อมได้รับการยกเว้นในเรื่อง ของการตรวจสอบภาษีไม่มากก็น้อย ด้วยบารมีของเปรมจึงมีขีดความสามารถที่ขจัดปัดเป่าสารพัดปัญหาจากใหญ่ให้ เล็กลงได้ทันตา “กลับบ้านเถอะลูก” ก็เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เปรมใช้อยู่เป็นประจำแม้ทุกวันนี้ ด้วยคาถาบทนี้ต่อให้อธิบดีกรมสรรพกรมาตรวจสอบด้วยตนเองก็ต้องเดินตัวรีบกลับ ไป พฤติกรรมของเปรมที่ผมนำเสนอในอีกด้านที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีความแตกต่างกัน กับภาพที่เราท่านได้เห็นกันอยู่เป็นประจำนั้น ก็สืบเนื่องจากหน้ากากรัฐบุรุษที่สวมใส่อยู่ ดังนั้นการที่เปรมออกมาเรียกร้องคุณธรรมและจริยธรรม จึงเป็นเรื่องโกหกเพราะมันแตกต่างกับตัวตนที่แท้จริงของเปรมราวขาวกับดำ

การเป็นที่ปรึกษาในธุรกิจต่างๆเหล่านี้อันเปรียบเสมือน หนึ่งเปรมเป็นตัวแทนของกลุ่ม ทุนผูกขาดนั่นเอง ดังนั้นเปรมจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องออกมาปกป้องนโยบายพัฒนาเศษรฐกิจ ให้ทันสมัยของรัฐบาลทักษิณ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าเพื่อเอื้อ ประโยชน์ต่อผู้บริโภคตามเงื่อนไขขององค์การค้าโลก(wto)ที่ประเทศไทยเป็น สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง แต่นโยบายนี้ทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเสียผลประโยชน์ เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบอีกต่อไป จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมถึงต้องออกมาเอาเป็นเอาตายกับคุณทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ

เปรมสร้างฐานะจากเงินนอกระบบจนร่ำรวยพอที่จะเลี้ยงดูบรรดา ทหารโจรเพื่อมาค้ำบัลลังก์แห่งอำนาจ และสามารถทำการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอันเป็นระบอบประชาธิปไตย ได้สำเร็จด้วยวิธีการอันสกปรก สามารถยืนยันในตัวตนที่แท้จริงของเปรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง เพราะตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา เปรมให้การสนับสนุนกับทุกกลุ่มคนไม่เลือกหน้าขอเพียงมีเป้าหมายร่วมกันในการ โค่นล้มทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและความถูกต้อง ไม่สนใจแม้สถานะของตัวเองและข้อจำกัดตามกฏหมายว่ามีข้อห้ามอย่างไรในตำแหน่ง องคมนตรี บนตำแหน่งประธานองคมนตรี เปรมกลับใช้บารมีในการแทรกแซงเข้าไปในทุกองค์กรอย่างเปิดเผย แม้แต่องค์กรตุลาการก็ไม่เว้น

การประกาศว่า “ผมพอแล้ว ขอให้พวกคุณทำกันต่อไป และผมอยากเห็นประชาธิปไตยเดินหน้า” เมื่อครั้งพล.อ.ชาติชายเดินทางไปเชิญเปรมกลับไปเป็นนายกฯ ก็เป็นโกหกคำโตของเปรมอีก ทั้งนี้เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคค้ำยันเปรมที่ซื่อสัตย์นั้น ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ เกิดปัญหาแตกแยกอันสืบเนื่องจากการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งมีนายชวน หลีกภัยกับนายประจวบ ไชยสาส์นคู่ชิงบนตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายวีระ มุกสิกพงศ์ กับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ผลปรากฏคู่ของนายวีระและนายประจวบแพ้ ทำให้นายวีระและสส.กว่าสามสิบคนที่รู้จักกันในนาม “กลุ่ม๑๐มกรา”ถอนสมอออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลให้พรรคประ ชาธิปัตย์แพ้ในการเลือกตั้งให้กับพรรคชาติไทย เปรมจึงไม่มั่นใจในฐานสนับสนุน จวบกับกระแสเรียกร้องไม่เอาเปรมจากกลุ่มนักวิชาการ๙๙นำโดย ดร.ชัยอนันท์ สมุทรวานิช

การดันทุรังออกมารับประกันความเป็นคนดีของพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ทั้งๆทีรู้อยู่แก่ใจว่ามันไปไม่รอด โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ และไม่สนใจในความ รู้สึกของประชาชน ด้วยมุ่งจะเอาชนะในการทำลายล้างพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวให้สมอารมณ์แค้น เปรมทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเองโดยปราศจากความรับผิดชอบ นี่มันเป็นพฤติกรรมที่ทำลายชาติชัดๆ รัฐบุรุษเป็นเพียงหน้ากาก หากถอดออกมาเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่สมควรถูกโค่นล้มให้สิ้น ซาก ถึงเวลาแล้วหรือยังพี่น้องร่วมชาติที่รักทุกคน

อาคม ซิดนีย์

บทความทั้งหมด

บทความทั้งหมด ไปหาอ่านได้

http://1.3.hidemyass.com/index.php?q=aHR0cDovL3d3dy5hcmtvbXN5ZG5leS5jb20vQXJ0aWNsZXMuaHRt

เน่าทั้งที่ยังมีลมหายใจ

เน่าทั้งที่ยังมีลมหายใจ มันช่างโหดร้ายซะเหลือเกิ้น ๆ ....จำใส่กะลาหัวไว้ มันผู้ใด จะยิ่งใหญ่ขนาดใหน ถ้ากระทำชั่ว กระทำเลว แล้วอ้างว่าเป็นคนดี จะแหกตาได้เฉพาะพวกทาส ....ไม่สามารถแหกตาไพร่ฟ้าประชาชนได้ สุดท้ายมันผู้นั้นก็ตายทั้งเป็น

คนไทย

[quote=คนไทย](ต่อ)..........................

แม้การก่อการยึดอำนาจไม่ประสพผลสำเร็จ (ต้องไม่สำเร็จอยู่แล้วเพราะเป็นกบฏปาหี่) แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจและตื่นเต้นไม่น้อยก็ตรงที่มีการเคลื่อนรถถังระดม ยิงเข้าไปในอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่หนึ่งรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของพล.ต.อิสระพงศ์ หนุนภักดี (จปร ๕คู่รักคู่แค้นจปร๗) และการระดมยิงเข้าไปกรมประมวลข่าวกลางในวังปารุสก์ฯ ส่งผลให้นายนีล เดวิสนักข่าวต่างชาติชาวออสเตรเลี่ยน และนายบิล แรตชผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันเสียชีวิต

ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่แพ้กันนั่นก็คือการก่อความ ไม่สงบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้ปรากฏมีรายชื่อบุคคลสำคัญที่เป็นอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมด้วยถึง สี่คนด้วยกันอันประกอบด้วย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสริม ณ นคร อดีตรองนายกรัฐมนตรี(หัวหน้าคณะปฏิวัติ) พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยาอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและพล.อ.กระแส อินทรัตน์อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แม้ในเวลาต่อมานายพลทั้งสี่จะรวมตัวเป็นคณะสี่เต่าทอง (The Beatles) ร่วมกันประสานเสียง “พวกเราไม่รู้เรื่อง” แต่ก็ยังอยู่ในความสงสัยของผู้คน สงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร แล้วทำไมเปรมจึงได้รีบออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มกบฏทุกคนรวมทั้งพ .อ.มนูญและนายเอกยุทธโดยเฉพาะอย่างยิ่งน.ท.มนัส รูปขจรยังสามารถกลับเข้ารับราชการจนครองยศถึงพลอากาศเอก ที่ถูกพล.อ.สนธิ บุญรัตน์กลิน เชิญตัวมาจากลำปางเพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธินไม่ให้ต่อต้านในการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙

ภายหลังเหตุการณ์กบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ผ่านพ้นไปนายทหารสร้างที่เปรมเร่งให้ยาและอาหารเสริมได้รับการปูนบำเหน็จ ทั่วหน้า พล.ท.เชาวลิตได้เลื่อนขึ้นครองยศพลเอก ในตำแหน่งเสธ.ทบ. พล.ท.พิจิตรขึ้นครองยศพลเอกในตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท. สุจินดาเลื่อนจากผู้ช่วยเสธ.เป็นรองเสธ.ฝ่ายยุทธการทบ. เมื่อการจัดทัพลงตัวเป็นที่เรียบ ร้อย ภาพในกองทัพก็เริ่มชัดเจนเพราะอย่างน้อยที่สุดเด็กสร้างของเปรมก็เกาะกลุ่ม ติดอยู่ในห้าเสือของกองทัพถึงสองคน พล.อ.เชาวลิตและพล.ท.สุจินดา ต่างแสดงว่าอยู่ข้างเปรมอย่างเหนียวแน่น นี่ยังไม่รวมถึงเพื่อนร่วมรุ่นจปร ๑ ที่คุมกำลังหลักอย่างพล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษเพื่อนซี้และพล.ท.วันชัย เรืองตระกูลแม่ทัพภาคที่ ๔ นอกจากนี้ยังมีนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นที่คุมกำลังและกำลังโด่งดังอยู่ในเวลา นั้นของนายพลทั้งสองอีกจำนวนมาก

แม้กระนั้นก็ตามเปรมก็ยังไม่วางใจถึงร้อยเปอร์เซ็น จึงมีปฏิบัติการลับชนิดสุดยอดด้วยการมอบหมายให้พล.อ.เชาวลิตใช้อิทธิพลทาง ทหารเข้ายึดพรรคกิจสังคมโดยให้พล.อ.อ. สิทธิ เศวตศิลาขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์แกนนำสำคัญของพรรคกิจสังคมร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านล้มพ.ร.บ.ขนส่ง ทางบกทำให้รัฐบาลต้องพ่ายแพ้ ส่งผลให้เปรมต้องยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายบุญเท่งได้กวาดต้อนสส.ตบเท้าออกจากพรรค และได้ก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคสหประชาธิปไตยโดยมีข่าวว่าพล .อ.อาทิตย์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเวลานั้นเปรมก็มีความพร้อมจึงไม่รีรอที่จะปลดฟ้าผ่าพล.อ.อาทิตย์ออกจาก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๙ แล้วให้พล.อ.เชาวลิตขึ้นนั่งแทน ส่งผลให้พรรคสหประชาธิปไตยมีอันต้องเฉาตายในทันที

ตอนนี้ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้เห็นภาพชัดเจนแล้วว่ากบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ที่ผมเรียกว่ากบฏปาหี่ที่คลุมเคลือนั้นไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเราจะ เข้าใจได้ การที่เปรมไม่กล้าปลดพล.อ.อาทิตย์ในทันทีที่ออกมาโจมตีในกรณีลดค่าเงินบาท เมื่อปลายปี๒๕๒๗ นั้นก็สืบเนื่องจากไม่แน่ใจในการเลือกฝ่ายของบรรดาขุนทหารนั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือเด็กสร้างของเปรมในเวลานั้นยังโตไม่ทัน แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจแล้วนะครับว่าเหตุใดเปรมจึงด่วนออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้ กับกลุ่มผู้ก่อการทุกคน เพราะการก่อการในครั้งนี้เปรมใช้ให้ทำเพื่อหยั่งกำลังพล.อ.อาทิตย์ แล้วก็ไม่ต้องสงสัยแล้วนะครับว่าเหตุใดการยึดอำนาจในการครั้งนี้จึงไม่มี เพื่อนร่วมรุ่นจปร๗ของพ.อ.มนูญเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว และดูเหมือนคนที่โชคร้ายที่สุดก็คงเป็นนายเอกยุทธ อัญชัญบุตรกระเป๋าเงินที่สนับสนุนการก่อการ เพราะถูกหลอกด้วยเชื่อว่าหากการยึดอำนาจเป็นผลสำเร็จจะได้อาศัยอิทธิพลแห่ง อำนาจล้มคดีให้ได้ แล้วก็คงหายสงสัยนะครับว่าเหตุใดแอ๊ดคาราบาวจึงมีส่วนร่วมเอี่ยวกับการต่อ ต้านคุณทักษิณ ในกรณีต่อต้านโจมตีคุณหญิงสุดารัตน์ เรื่องวัคซีนไข้หวัดนก

ดังนั้นถ้าหากจะทำความเข้าใจกับคนชื่อเปรม ท่านผู้อ่านต้องรู้นะครับว่าคนอย่างเปรมมีความอดทนเป็นอย่างยิ่งกับการรอคอย เปรมนั้นรอได้เสมอ อันเช่นเดียวกับการรอคอยล้างแค้นเอาคืนพ.ต.ท.ทักษิณในกรณีที่ปลดพล.อ.สุ รยุทธ การที่เปรมสามารถกำจัดผู้ทรงอิทธิพลได้ในแต่ละครั้ง ทำให้กลุ่มทุนที่เคยให้การสนับสนุนไหลเข้ามารวมศูนย์ อยู่ที่เปรมแต่เพียงผู้เดียวแบบชนิดกินรวบ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักธุรกิจใหญ่และลูกค้าชั้นดีอันดับต้นๆของ ธนาคารกรุงเทพจึงห้อมล้อมอยู่รอบกายเปรม แล้วก็อย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมจึงมีชื่อเป็นที่ปรึกษาอยู่ตามบริษัทต่างๆ มากมายจนนับไม่ถ้วน แล้วก็เงินเดือนที่ปรึกษาจากที่ต่างๆรวมกันในแต่ละเดือนซึ่งเป็นเงินมหาศาล นานนับสิบปี เงินก้อนนี้จะเรียกได้ไหมว่าผลประโยชน์ทับซ้อน นี่ยังไม่นับรวมเงินบริจาคเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษที่ก่อตั้งขึ้นมารองรับให้ เป็นเงินคอรัปชั่นที่ถูกกฏหมาย (ฟอกเงิน) อีกต่างหาก แล้วเงินได้เหล่านี้เปรมได้ชำระภาษีอย่างถูกต้องกระนั้นหรือ

เงินที่เปรมได้รับในแต่ละเดือนไม่ต่างไปจากการเรียกค่าคุ้ม ครอง เพราะในแต่ละบริษัทที่มีชื่อเปรมเป็นที่ปรึกษาย่อมได้รับการยกเว้นในเรื่อง ของการตรวจสอบภาษีไม่มากก็น้อย ด้วยบารมีของเปรมจึงมีขีดความสามารถที่ขจัดปัดเป่าสารพัดปัญหาจากใหญ่ให้ เล็กลงได้ทันตา “กลับบ้านเถอะลูก” ก็เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เปรมใช้อยู่เป็นประจำแม้ทุกวันนี้ ด้วยคาถาบทนี้ต่อให้อธิบดีกรมสรรพกรมาตรวจสอบด้วยตนเองก็ต้องเดินตัวรีบกลับ ไป พฤติกรรมของเปรมที่ผมนำเสนอในอีกด้านที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีความแตกต่างกัน กับภาพที่เราท่านได้เห็นกันอยู่เป็นประจำนั้น ก็สืบเนื่องจากหน้ากากรัฐบุรุษที่สวมใส่อยู่ ดังนั้นการที่เปรมออกมาเรียกร้องคุณธรรมและจริยธรรม จึงเป็นเรื่องโกหกเพราะมันแตกต่างกับตัวตนที่แท้จริงของเปรมราวขาวกับดำ

การเป็นที่ปรึกษาในธุรกิจต่างๆเหล่านี้อันเปรียบเสมือน หนึ่งเปรมเป็นตัวแทนของกลุ่ม ทุนผูกขาดนั่นเอง ดังนั้นเปรมจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องออกมาปกป้องนโยบายพัฒนาเศษรฐกิจ ให้ทันสมัยของรัฐบาลทักษิณ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าเพื่อเอื้อ ประโยชน์ต่อผู้บริโภคตามเงื่อนไขขององค์การค้าโลก(wto)ที่ประเทศไทยเป็น สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง แต่นโยบายนี้ทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเสียผลประโยชน์ เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบอีกต่อไป จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมถึงต้องออกมาเอาเป็นเอาตายกับคุณทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ

เปรมสร้างฐานะจากเงินนอกระบบจนร่ำรวยพอที่จะเลี้ยงดูบรรดา ทหารโจรเพื่อมาค้ำบัลลังก์แห่งอำนาจ และสามารถทำการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอันเป็นระบอบประชาธิปไตย ได้สำเร็จด้วยวิธีการอันสกปรก สามารถยืนยันในตัวตนที่แท้จริงของเปรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง เพราะตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา เปรมให้การสนับสนุนกับทุกกลุ่มคนไม่เลือกหน้าขอเพียงมีเป้าหมายร่วมกันในการ โค่นล้มทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและความถูกต้อง ไม่สนใจแม้สถานะของตัวเองและข้อจำกัดตามกฏหมายว่ามีข้อห้ามอย่างไรในตำแหน่ง องคมนตรี บนตำแหน่งประธานองคมนตรี เปรมกลับใช้บารมีในการแทรกแซงเข้าไปในทุกองค์กรอย่างเปิดเผย แม้แต่องค์กรตุลาการก็ไม่เว้น

การประกาศว่า “ผมพอแล้ว ขอให้พวกคุณทำกันต่อไป และผมอยากเห็นประชาธิปไตยเดินหน้า” เมื่อครั้งพล.อ.ชาติชายเดินทางไปเชิญเปรมกลับไปเป็นนายกฯ ก็เป็นโกหกคำโตของเปรมอีก ทั้งนี้เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคค้ำยันเปรมที่ซื่อสัตย์นั้น ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ เกิดปัญหาแตกแยกอันสืบเนื่องจากการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งมีนายชวน หลีกภัยกับนายประจวบ ไชยสาส์นคู่ชิงบนตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายวีระ มุกสิกพงศ์ กับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ผลปรากฏคู่ของนายวีระและนายประจวบแพ้ ทำให้นายวีระและสส.กว่าสามสิบคนที่รู้จักกันในนาม “กลุ่ม๑๐มกรา”ถอนสมอออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลให้พรรคประ ชาธิปัตย์แพ้ในการเลือกตั้งให้กับพรรคชาติไทย เปรมจึงไม่มั่นใจในฐานสนับสนุน จวบกับกระแสเรียกร้องไม่เอาเปรมจากกลุ่มนักวิชาการ๙๙นำโดย ดร.ชัยอนันท์ สมุทรวานิช

การดันทุรังออกมารับประกันความเป็นคนดีของพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ทั้งๆทีรู้อยู่แก่ใจว่ามันไปไม่รอด โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ และไม่สนใจในความ รู้สึกของประชาชน ด้วยมุ่งจะเอาชนะในการทำลายล้างพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวให้สมอารมณ์แค้น เปรมทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเองโดยปราศจากความรับผิดชอบ นี่มันเป็นพฤติกรรมที่ทำลายชาติชัดๆ รัฐบุรุษเป็นเพียงหน้ากาก หากถอดออกมาเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่สมควรถูกโค่นล้มให้สิ้น ซาก ถึงเวลาแล้วหรือยังพี่น้องร่วมชาติที่รักทุกคน

อาคม ซิดนีย์[/quote]

...ข้อมูลที่ลงไว้ ผมอ่านนะครับ แต่ผมไม่เชื่อ เพราะพลเอกเปรมท่านสร้างความดีให้แผ่นดินนี้มากมาย ไอ้คนที่มันเขียนบทความนี้ออกมา ทั้งไอ้อาจารย์สมสากนะ ผมถามหน่อยเถอะว่า สองท่านนี้มันสร้างประโยชน์อะไรให้แก่แผ่นดินผืนนี้ ลองหามาเทียบสักอย่างสองอย่างได้ไหม ท่านผู้รู้ ( อย่าเชื่อเพราะเขาเป็นอาจารย์ หรืออย่าเชื่อเพราะอ่านจากตำรา ) เหตุและผลเมือ่ชั่งน้ำหนักแล้ว ผมเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ ว่าท่านพลเอกเปรมดีกว่า สองท่านนี้แน่นอน ...ว่าไหม

รู้ทัน

[quote=รู้ทัน]เน่าทั้งที่ยังมีลมหายใจ มันช่างโหดร้ายซะเหลือเกิ้น ๆ ....จำใส่กะลาหัวไว้ มันผู้ใด จะยิ่งใหญ่ขนาดใหน ถ้ากระทำชั่ว กระทำเลว แล้วอ้างว่าเป็นคนดี จะแหกตาได้เฉพาะพวกทาส ....ไม่สามารถแหกตาไพร่ฟ้าประชาชนได้ สุดท้ายมันผู้นั้นก็ตายทั้งเป็น[/quote]

....ไอ้แม้วไง ตอนนี้ตายทั้งเป็นเพราะมันทำชั่วไว้เยอะ แผ่นดินจะอยู่ยังไม่มี ไม่ต้องรอชขาติหน้าเลยครับท่าน เห็นๆว่าไหม..หรือว่าไม่ใช่...

เปรม เป็นคน ไม่ใช่เทวดา

เปรม เป็นคน ไม่ใช่เทวดา จึงย่อมมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย
ขึ้นอยู่กับว่า ส่วนดี แผ่กว้างเท่าใด
ส่วนเสีย แผ่กว้างเท่าใด
ผู้ได้รับส่วนดี ก็ยกย่องชื่นชม
ผู้ได้รับส่วนเสีย ก็ติฉินนินทา
นี่เป็นธรรมดาโลก

คนไม่ชอบ จะบังคับให้ชอบ ก็ลำบาก
คนชอบ จะบังคับให้เกลียด ก็ลำบาก
ของแบบนี้ มันลางเนื้อชอบลางยา

ถ้ามั่นใจว่าตนเองเป็นคนดี ก็ไม่ต้องเดือดร้อน
ทองแท้ ไม่กลัวไฟ
ถ้าไม่มั่นใจตนเองว่าดีจริง กลัวคนรู้ ก็ต้องมีกลวิธีในการปิดป้อง
นี่ก็ธรรมดาโลก

ขณะที่ยังมีชีวิต ปวงชนอาจไม่ตระหนักว่า ดีมาก หรือ เลวมาก
ดังเช่นบุคคลสำคัญของโลกต่างๆ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว ผู้คนจึงรู้ว่า อ้าว เป็นคนดี ไม่ใช่คนเลวอย่างที่เป็นข่าว
ดังนั้น ผู้ที่ทำความดี ย่อมมีความมั่นใจในตัวเอง และให้อภัยแก่ความเข้าใจผิดของผู้อื่น

ส่วนผู้ที่วางตัวเป็นกลางนั้น เขาจะพิจารณาดูเองว่า คนที่เป็นคนดีแท้จริงนั้น แม้มีอำนาจและอาวุธยุทโธปกรณ์
แต่อาวุธที่คนดีใช้นั้น คือ เมตตาธรรม
ผู้มีเมตตาธรรม คนธรรมดาทั่วๆไปจะสัมผัสได้จากรอยยิ้มและแววตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แววตา

เพราะแววตา คือ หน้าต่างของหัวใจ

Maximus wrote:เปรม เป็นคน

[quote=Maximus]เปรม เป็นคน ไม่ใช่เทวดา จึงย่อมมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย
ขึ้นอยู่กับว่า ส่วนดี แผ่กว้างเท่าใด
ส่วนเสีย แผ่กว้างเท่าใด
ผู้ได้รับส่วนดี ก็ยกย่องชื่นชม
ผู้ได้รับส่วนเสีย ก็ติฉินนินทา
นี่เป็นธรรมดาโลก

คนไม่ชอบ จะบังคับให้ชอบ ก็ลำบาก
คนชอบ จะบังคับให้เกลียด ก็ลำบาก
ของแบบนี้ มันลางเนื้อชอบลางยา

ถ้ามั่นใจว่าตนเองเป็นคนดี ก็ไม่ต้องเดือดร้อน
ทองแท้ ไม่กลัวไฟ
ถ้าไม่มั่นใจตนเองว่าดีจริง กลัวคนรู้ ก็ต้องมีกลวิธีในการปิดป้อง
นี่ก็ธรรมดาโลก

ขณะที่ยังมีชีวิต ปวงชนอาจไม่ตระหนักว่า ดีมาก หรือ เลวมาก
ดังเช่นบุคคลสำคัญของโลกต่างๆ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว ผู้คนจึงรู้ว่า อ้าว เป็นคนดี ไม่ใช่คนเลวอย่างที่เป็นข่าว
ดังนั้น ผู้ที่ทำความดี ย่อมมีความมั่นใจในตัวเอง และให้อภัยแก่ความเข้าใจผิดของผู้อื่น

ส่วนผู้ที่วางตัวเป็นกลางนั้น เขาจะพิจารณาดูเองว่า คนที่เป็นคนดีแท้จริงนั้น แม้มีอำนาจและอาวุธยุทโธปกรณ์
แต่อาวุธที่คนดีใช้นั้น คือ เมตตาธรรม
ผู้มีเมตตาธรรม คนธรรมดาทั่วๆไปจะสัมผัสได้จากรอยยิ้มและแววตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แววตา

เพราะแววตา คือ หน้าต่างของหัวใจ[/quote]

....ความคิดนี้น่าชื่นชม นะครับ ทางสายกลาง ไม่ด่าคนอื่นว่าโง่บัดซบ หากคนอื่นเห็นตรงข้าม เหมือนอาจารย์ บางท่าน ไม่มีใครไปบังคับให้ใครหรือบุคลใดเชื่อตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อได้หรอกครับ เพราะทุกคนย่อมมีเหตุและผลในความเชื่อของตัวเอง......นับถือนะครับ ความคิดนี้ แม้นเราจะอยู่คนละด้าน..

***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น

***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น บุรุษครับ *****

นี่มันเป็นตุ๊ด จึงเป็นรัฐบุรุษไม่ได้

ต้องเป็น รัฐตุ๊ด ไม่ใช่รัฐบุรุษ

ทำไมคนในนี้ถึงใจร้ายกันนัก

ทำไมคนในนี้ถึงใจร้ายกันนัก บ้างก็แช่งชัก หักกระดูก

เชื่อหรือว่าคนอายุเยอะ ๆ จะมีอำนาจไปบงการใคร
บางคนเสียอีก มีอำนาจเงินบงการจากทางไกล

เฮอคนไทย ทำไมไม่รักกัน

จะเหลือง จะขาว เค้าก็ไม่สะเทือนหรอกหากไม่มีคนมีอายุสักคน

คิดได้ยังไงว่าข่าวแบบนี้คนอื่นจะเสียกำลังใจ
ข่าวเฉลิมป่วย สมัครเสีย พวกแดงยังไม่เสียกำลังใจเลย

นี่มันกลยุทธข่าวชวนเชื่อชัด ๆ เหมือนคอมมิวนิสไม่มีผิด
ชวนเชื่อหลวงตาบัว ชวนเชื่อคนนั้นคนนี้ย้ายจากเหลือง ตลอด ๆ

สนุกมั้ยอะถามจริง ๆ
ปลอยข่าวเองบ่อย ๆ สักวันคงหลงเชื่อเรื่องที่ตัวเองปล่อยข่าวแหละ

รัฐตุ๊ด wrote:***** รัฐบุรุษ

[quote=รัฐตุ๊ด]***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น บุรุษครับ *****

นี่มันเป็นตุ๊ด จึงเป็นรัฐบุรุษไม่ได้

ต้องเป็น รัฐตุ๊ด ไม่ใช่รัฐบุรุษ[/quote]

...เขาดูกันที่ผลงาน การกระทำ การปฏิบัติหน้าที่ อย่าได้ไปดูถูกเพสที่สามเลยครับ มีอีกมากมายที่เขาเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถ...คุณชอบมองคนแค่กระพี้นะครับ มองให้ถึงแก่นสิ...แล้วอีกอย่างไอ้พวกที่วิจารณ์ ท่านพลเอกเปรมอยู่ในขณะนี้ เวลานี้ มีใครบ้างที่สร้างคุณงามความดีให้แผ่นดินนี้ ยกตัวอย่างมาสักคนสิครับ เอาแบบมีเหตุผลนะครับ ไม่ใช่แค่ บทวิจารณ์ จากพวกอาจารย์ วิชาเกิน .....

นวมทอง wrote:เมื่อวันเสาร์

[quote=นวมทอง]เมื่อวันเสาร์ เสื้อแดงเดินขบวนอย่างเนืองแน่

รถติดวินาศสันตโร

แต่เลือกเดินวันเสาร์

ก็กลายเป็นความชอบ ว่าไม่ต้องการให้

ชาวกรทม. เดือดร้อน

ได้รับชัยชนะไป

แต่วันจันทร์นี้

ศอรส. วปิดถนน 8 สาย

รถติดวินาศสันตโรไปทั่ว กทม.

ประชาชนด่าพ่อด่าแม่อำมาตย์กันทั่วหน้า

ที่ได้ยินมากที่สุดคือ

เอ็ด แม่อำมาตย์

แล้วบิ๊กตู่ ก็ออกมาสำทับ

ให้ ตำรวจ ทหาร เปิดถนนทันที

เอาเครื่องกีดขวางออก

ถ้าไม่แล้ว

เสื้อแดง จะเป็นคนไปเอาออกและเปิดถนนเอง

มันจะแพ้ชนะก็หมากนี้แหละครับ

ไม่ต้องมีการเจรจาอะไรกันหรอก

ประชาชนจะให้ปิดหรือให้เปิดถนน

พรุ่งนี้รู้[/quote]

อย่าบอกนะว่า
กำลังจะปิดประตูตีแมว

ความคิดแบบทาสมักมองไม่เห็นคนเ

ความคิดแบบทาสมักมองไม่เห็นคนเลวๆ ซึ่งต่างจากไพรฟ้าประชาชน ......แม้แต่คนที่ตกเขายายเที่ยงตายไปแล้ว คนที่คิดอย่างทาสก็ยังมองไม่เห็นความเลว หรือคนที่กำลังเน่าเฟะทั้งที่ยังเดินได้ ความคิดแบบทาสก็ไม่คิดที่จะติเตียน ไม่คิดที่จะปลดปล่อย แค่พวกอำมาตย์ชั่วขุนนางกังฉิน แหกตามันนิดเดียว มันก้เชื่อหัวปักหัวปำ เหมือนผลผลิตจากทาสหลายๆตัวในนี้ .....มันจะท่องจะจำยันลูกชั่วหลานชั่วของพวกมัน ว่ามันจะอยู่ไม่ได้ โดยปราศจากอำมาตย์ชั่ว ขุนนางเลว ทั้งๆที่ความเป็นจริง ไม่ว่าไพร่ทาสอย่างพวกมันก็มีสองมือสองตีน สามรถทำมาหากินเลี้ยงลูกหลานได้ โดยไม่จำเป็นต้องประจบสอพลออำมาตย์ชั่วขุนนางกังฉิน

รัฐตุ๊ด wrote:***** รัฐบุรุษ

[quote=รัฐตุ๊ด]***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น บุรุษครับ *****

นี่มันเป็นตุ๊ด จึงเป็นรัฐบุรุษไม่ได้

ต้องเป็น รัฐตุ๊ด ไม่ใช่รัฐบุรุษ[/quote]

ความคิดเห็นนี้สิครับ จึงเป็นความจริงแท้

จริงหรือไม่จริง ขุนทหารที่เคยพิสูจน์มาแล้ว เป็นผู้ยืนยันได้เป็นอย่างดี

เห็นด้วย......กับการที่ต้องเรียกว่า "รัฐตุ๊ด" ครับโผ้มมมมมม

ไฟ wrote:รัฐตุ๊ด wrote:*****

[quote=ไฟ][quote=รัฐตุ๊ด]***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น บุรุษครับ *****

นี่มันเป็นตุ๊ด จึงเป็นรัฐบุรุษไม่ได้

ต้องเป็น รัฐตุ๊ด ไม่ใช่รัฐบุรุษ[/quote]

...เขาดูกันที่ผลงาน การกระทำ การปฏิบัติหน้าที่ อย่าได้ไปดูถูกเพสที่สามเลยครับ มีอีกมากมายที่เขาเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถ...คุณชอบมองคนแค่กระพี้นะครับ มองให้ถึงแก่นสิ...แล้วอีกอย่างไอ้พวกที่วิจารณ์ ท่านพลเอกเปรมอยู่ในขณะนี้ เวลานี้ มีใครบ้างที่สร้างคุณงามความดีให้แผ่นดินนี้ ยกตัวอย่างมาสักคนสิครับ เอาแบบมีเหตุผลนะครับ ไม่ใช่แค่ บทวิจารณ์ จากพวกอาจารย์ วิชาเกิน .....[/quote]

แม้เราไม่เคยทำดียิ่งใหญ่ให้ปรากฎในแผ่นดิน (เพราะเราไม่ได้มีอำนาจอย่างอำมาตย์)

แต่เราก็ไม่เคยทำชั่วแม้เพียงน้อยนิดแก่แผ่นดิน (เพราะเราเป็นไพร่ ผู้รักชาติ รักแผ่นดิน)

ดี....ยกให้ตระกูลอำมาตย์ ประเทศชาติพัฒนาและอยู่มาได้จนถึงวันนี้เพราะอำมาตย์ ขาดอำมาตย์ชาติจะเจ๊ง...
ชั่ว... ยกให้ตระกูลไพร่ เป็นพวกถ่วงความเจริญ เป็นภาระของชาติ
ฮา....... อย่างนี้มันต้องถอน... อย่างนี้มันต้องถอน... อย่างนี้มันต้องถอน
จั๊งซี้มั๋นต้องถ้อนนนนนนนนนนนนนนน........โว้ยยยยยยยยยยยยยยย

<<<<<80 ปี

<<<<<80 ปี ไข้ก็ตายไม่ไข้ก็ตายจะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้สักอย่าง จงละจงวาง ให้หายหม่นเศร้า คนเก่าๆเล่ามาไว้ตั้งนาน....... ปลงเสียเถอะคุณเปรม หลับตา หลับใจเสีย ไม่ต้องเป็นหว่งเป็นใยอะไรคนรุ่นใหม่เขาจะดูแลประเทศได้ดีเท่ากับ หรือมากกว่าที่คุณเปรมเคยดูมา ประเทศอยู่ได้และไปได้ดีถ้าคุณเปรมปล่อยมือ อย่าคิดมากนะ่คนดี มันก็เหมือนกับที่คนรุ่นก่อนๆเขาปล่อยให้คุณเปรมนั่นแหละ หลับตาลงเสียนะคนดี หลับตรงที่มีกับเราสองคนหลับเสียนะไม่ต้องตื่นตลอดไป>>>>>>

ทองดี wrote:ไฟ wrote:รัฐตุ๊ด

[quote=ทองดี][quote=ไฟ][quote=รัฐตุ๊ด]***** รัฐบุรุษ ต้องเป็น บุรุษครับ *****

นี่มันเป็นตุ๊ด จึงเป็นรัฐบุรุษไม่ได้

ต้องเป็น รัฐตุ๊ด ไม่ใช่รัฐบุรุษ[/quote]

...เขาดูกันที่ผลงาน การกระทำ การปฏิบัติหน้าที่ อย่าได้ไปดูถูกเพสที่สามเลยครับ มีอีกมากมายที่เขาเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถ...คุณชอบมองคนแค่กระพี้นะครับ มองให้ถึงแก่นสิ...แล้วอีกอย่างไอ้พวกที่วิจารณ์ ท่านพลเอกเปรมอยู่ในขณะนี้ เวลานี้ มีใครบ้างที่สร้างคุณงามความดีให้แผ่นดินนี้ ยกตัวอย่างมาสักคนสิครับ เอาแบบมีเหตุผลนะครับ ไม่ใช่แค่ บทวิจารณ์ จากพวกอาจารย์ วิชาเกิน .....[/quote]

แม้เราไม่เคยทำดียิ่งใหญ่ให้ปรากฎในแผ่นดิน (เพราะเราไม่ได้มีอำนาจอย่างอำมาตย์)

แต่เราก็ไม่เคยทำชั่วแม้เพียงน้อยนิดแก่แผ่นดิน (เพราะเราเป็นไพร่ ผู้รักชาติ รักแผ่นดิน)

ดี....ยกให้ตระกูลอำมาตย์ ประเทศชาติพัฒนาและอยู่มาได้จนถึงวันนี้เพราะอำมาตย์ ขาดอำมาตย์ชาติจะเจ๊ง...
ชั่ว... ยกให้ตระกูลไพร่ เป็นพวกถ่วงความเจริญ เป็นภาระของชาติ
ฮา....... อย่างนี้มันต้องถอน... อย่างนี้มันต้องถอน... อย่างนี้มันต้องถอน
จั๊งซี้มั๋นต้องถ้อนนนนนนนนนนนนนนน........โว้ยยยยยยยยยยยยยยย[/quote]

...ไร้ซึ่งเหตุผล แบบนี้อย่ามาตอบผมดีกว่า หากคิดว่าตอบเพื่อสะใจ ผมถามว่าไอ้สองตัวนักวิชาเกินนะครับ มันทำอะไรให้กับแผ่นดินี้บ้าง แค่นี้เองคุณก้ไปหามาสิครับ หากจะมาเขียนวิจารณ์ แบบนี้แบบโน้นผมก็ทำได้ครับ ไม่ยากเย็นเลยครับเรื่องแบบนี้....เอาที่เป็นผลงานที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนสิครับ...ขอร้องนะอย่าแถแบบนี้อีกเลยครับผม...มันดูไม่ดี

The One

[quote=The One]*******************

มหาบรุษแห่งสยามประเทศ

*******************

* การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แม้ประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาหนักมาก ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ

แค่ท่านก็สามารถบริหารประเทศ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลังไว้ได้ด้วยความเรียบร้อย โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามนโยบาย 66/2523 เข้าจัดการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ ซึ่งปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

สำหรับในด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจของโลก เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยตลาดโลกสูงขึ้น ฯลฯ รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้พยายามแก้ไข ด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสามารถรักษา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ

นอกจากนั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการนั้น เป็นบ่อนทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ตลอดจนได้จัดตั้ง คณะกรรมการการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นแก้ไขพัฒนา ระบบบริหารราชการพลเรือน และประเทศชาติอย่างจริงจัง

และที่จะละเว้นกล่าวถึงมิได้ คือ ท่านเป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย โดยได้นำการแต่งกาย ด้วยชุดพระราชทาน ซึ่งต่อมาเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนคนไทยทั่วไป

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นผู้นำที่สร้าง ความสำเร็จทางด้านการฑูต และความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างดียิ่ง ท่านได้ติดต่อประสานสัมพันธ์ กับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และราบรื่น

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินไปได้อย่างจริงจังด้วย โดยกำหนดนโยบายสำคัญในสถานทูต และที่ปรึกษาการพาณิชย์ ประจำประเทศต่าง ๆ เร่งรัดหาตลาดสินค้า ให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

หลังจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้เป็นองคมนตรี และได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์

ในโอกาสเดียวกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่สามัญชนพึงได้รับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวลงจากเวทีการเมือง อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เป็นนักการทหาร และนักปกครอง ที่ต้องขึ้นสู่เวทีการเมืองนั้น จากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในส่วนรวมทุกด้าน ดังประจักษ์ขึ้นแก่ ผู้คนทั้งหลาย ชีวิตท่านอุดมไปด้วยเกียรติประวัติ ที่งดงามหมดจด ยากที่จะลบเลือนหายไปได้ง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกระทำไว้ถูกต้อง และชอบธรรม แม้ท่านจะมิได้หวังผล ให้คนในสมัยเดียวกันพากันขอบคุณ

แต่ประวัติศาสตร์ จะจารึกเรื่องราวนี้ไว้ สำหรับคนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงบุคคลผู้หนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คนหนึ่งในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่อง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น "รัฐบุรุษ" ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 เป็นต้นไป.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------[/quote]

เสื้อเหลือง

เสื้อเหลือง เสื้อแดง

นับว่าเป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ทีเดียว

โครงเรื่องของมหากาพย์ทั้งหลายก็มักจะแสดงถึงความกล้าหาญของตัวเอก

ดังจะเห็นได้จากเรื่องรามเกียรณ์

มีตัวเอกคือ ลิงขาว หรือ หนุมาร

บางท่านก็ว่าน่าจะเป็นพระรามที่สามารถปราบยักษ์ได้

หนุมารนั้นแหละตัวเอกจริงๆ

ไม่งั้นมันจะไปเอากล่องดวงใจทศกัณท์ได้อย่างไร

แม้แต่เมียทศกัณท์ยังเอามาเล่นเสียเลย

ส่วนพระรามนั้นมันของปลอม

รู้ลึกแล้วไม่มีใครยกย่อง

ก็หน้ามืดเอาลูกยักษ์มาเป็นเมีย

พ่อเอาลูกคืนก็ว่าพ่อแย่งเมียไป

ไม่พอใจฆ่าพ่อตาและญาติฝ่ายเมียเสียหมดเมือง

เอาเมียคืนมาแล้วก็ให้มีใจคิดระแวงเมียว่าเป็นชู้กับพ่อตัวเอง

ใจมันชั่วจริงๆ

เมียนั้นต้องเดินไฟพิสูจน์ว่าตัวบริสุทธิ์

หนุมารเองรู้อยู่แก่ใจว่าถ้ากูไม่ช่วยพัดให้ไฟเย็น

เห็นท่าสีดาจะเป็นสีเถ้าทุลี

หนุมานนั้นชาญเกมส์รักใครก็รู้

แล้วสีดาจะรอดมือไปได้อย่างไร

ก็ต้องช่วยสีดาเอาไว้ด้วยใจรักเสน่หา

พระรามก็บ่ฮู้บ่อหัน

แต่งตั้งให้หนุมานเป็นเมืองบุรุษลพบุรี

เมื่อสีดามีลูกแล้วสองคน

พระรามก็ยังสงสัยว่าเป็นลูกชู้

ออกตามราวีส่งม้าไปกินเมือง

ม้าถูกลูกสีดาจับได้

พระรามต้องออกไปไถ่ม้า

เกิดสู้รบกันไม่แพ้ไม่ชนะ

สีดาต้องออกมาห้ามว่า

เด็กทั้งสองเป็นลูกของพระราม

พระรามเห็นสู้ไปก็แพ้แน่

ยอมก็ยอมว่ะ

แต่ในใจก็ไม่เชื่อว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของตน

ก็ได้คอยเวลาแก้แค้นเป็นเวลาสามพันปี

พระรามก็เอาเลือดมาให้หมอพรทิพย์

ตรวจดีเอ็นเอ

ว่านี่เป็นเชื้อสายคนหรือเชื้อสายลิง

ประชาชนชาวสารขัณท์เรียกร้องให้หมอพรทิพย์

เปิดเผยความจริง

หมอแกก็เอาแต่ลงใต้

ก็ต้องคอยตอนต่อไป

Stay Tune

เกิด แก่ เจ็บ ตาย

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดาโลก

บางท่านผ่านเกิด แก่ ไปแล้ว กำลังก้าวเข้าสู่ เจ็บ
เลยอยากถามว่าเมื่อไรจะตายเสียทีล่ะ คนเขาภาวนา
อยากให้ตายเร็วๆอยู่นะ เรื่องทั้งหลายแหล่มันจะได้จบ
เสียที

พัดแดงสายไหม wrote:The One

[quote=พัดแดงสายไหม][quote=The One]*******************

มหาบรุษแห่งสยามประเทศ

*******************

* การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แม้ประเทศไทย ต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาหนักมาก ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศ

แค่ท่านก็สามารถบริหารประเทศ ให้ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลังไว้ได้ด้วยความเรียบร้อย โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ตามนโยบาย 66/2523 เข้าจัดการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ ซึ่งปรากฏผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

สำหรับในด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจของโลก เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยตลาดโลกสูงขึ้น ฯลฯ รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้พยายามแก้ไข ด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสามารถรักษา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ

นอกจากนั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในวงราชการนั้น เป็นบ่อนทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ตลอดจนได้จัดตั้ง คณะกรรมการการปฏิรูประบบราชการ ขึ้นแก้ไขพัฒนา ระบบบริหารราชการพลเรือน และประเทศชาติอย่างจริงจัง

และที่จะละเว้นกล่าวถึงมิได้ คือ ท่านเป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย โดยได้นำการแต่งกาย ด้วยชุดพระราชทาน ซึ่งต่อมาเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนคนไทยทั่วไป

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นผู้นำที่สร้าง ความสำเร็จทางด้านการฑูต และความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างดียิ่ง ท่านได้ติดต่อประสานสัมพันธ์ กับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และราบรื่น

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินไปได้อย่างจริงจังด้วย โดยกำหนดนโยบายสำคัญในสถานทูต และที่ปรึกษาการพาณิชย์ ประจำประเทศต่าง ๆ เร่งรัดหาตลาดสินค้า ให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

หลังจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้เป็นองคมนตรี และได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคล นพรัตนราชวราภรณ์

ในโอกาสเดียวกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่สามัญชนพึงได้รับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวลงจากเวทีการเมือง อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เป็นนักการทหาร และนักปกครอง ที่ต้องขึ้นสู่เวทีการเมืองนั้น จากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในส่วนรวมทุกด้าน ดังประจักษ์ขึ้นแก่ ผู้คนทั้งหลาย ชีวิตท่านอุดมไปด้วยเกียรติประวัติ ที่งดงามหมดจด ยากที่จะลบเลือนหายไปได้ง่าย ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกระทำไว้ถูกต้อง และชอบธรรม แม้ท่านจะมิได้หวังผล ให้คนในสมัยเดียวกันพากันขอบคุณ

แต่ประวัติศาสตร์ จะจารึกเรื่องราวนี้ไว้ สำหรับคนรุ่นหลัง ได้รับทราบถึงบุคคลผู้หนึ่ง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คนหนึ่งในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่อง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น "รัฐบุรุษ" ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2531 เป็นต้นไป.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------[/quote][/quote]

สิ่งทั้งปวงเปลี่ยนได้ คนเคยดีก็เสียคนตอนแก่มาเยอะ ภาพเก่าก็เพียงเล่าตำนาน การเล่าตำนานที่ดี จะต้องเล่าทั้งด้านดีด้านเลว เล่าตำนานมีด้านดีอย่างเดียว เป็นเรื่องของเทวดา ไม่ใช่เรื่องของมนุษย์
ไม่ว่าเปรมจะดียังงัย หรือเคยดียังงัย ตอนนี้ก็เสียคนแล้ว เหมือนราษฎรอาวุโส กวีศรีรัตนโกสินทร์ และคนแก่ ๆ อีกจำนวนมาก - รับรู้ในฐานะที่เป็นมนุษย์ซึ่งมีดีและมีเลว ยกย่องในส่วนที่ดี วิจารณ์ในส่วนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้รู้สึกดีกว่าเยอะ เพราะมันทำให้เราเปิดใจรับความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ๆ ได้เท่าเทียมกัน

ตายได้ตอนนี้ก็จะดีมากป๋า

ตายได้ตอนนี้ก็จะดีมากป๋า แผ่นดินไทยจะสูงขึ้นอีกหน่อย เพราะป๋า หนักแผ่นดิน จริงๆ ตลอดชัวิตที่มีอำนาจของป๋า ป๋าไม่เคยสนับสนุนให้ประเทศไทยได้เป็นประชาธิปไตยเลย ป๋าชอบอ้างไปเรื่อยแล้วกุมอำนาจเป็ดเส็ร่จ ทำตัวเป็นเผด็จการผู้รักชาติมากๆ จนต้องเป็นเผด็จการเพราะมีคนไม่รักชาติมากเต็มไปหมด กลัวชาติจะล่มจม ไปๆมาๆประเทศชาติไม่เคยเป็นประชาธิปไตย พอได้เลือกตั้งบ้าง พักเดียวลูกป๋าก็ปฎิวัติเสีย(รัฐบาลชาติชาย..รัฐบาลทักษิณ สองรัฐบาลนี้ไม่มีเด็กป๋าเข้ามาเอี่ยว เลยโดนดี) แล้วก็เข้าฟอรม์เก่าคือกินชาติเสียเอง ใครจะกล้าว่ากูทหารซักอย่าง ประเทศชาติจะเจริญถ้าป๋าตายและทหารเลิกปฎิวัติ ตายเสียเถอะป๋าถ้ารักชาติจริงๆ.

คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตาม

คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกตั้งตามกระแส และมองการเมืองแบบแฟชั่น สวย หล่อ ดูดี มีชาติตะกูล ชื่นชมคนมีฐานะที่คิดไปเองว่าอยู่สูงชนชั้นตัวเอง(อยากเปลี่ยนชนชั้นแล้วเหยียดผู้อื่นโดยใช้ข้ออ้าง การศึกษา ประโยคคลาสสิกของชนชั้นปกครองที่คนช้นกลางร่วมสนับสนุน) (พวกปัญญาชนหางเครื่อง)

ชอบฟังคำพูดนักวิชาการหรือผู้ชี้นำในสังคมที่ตรงกับอคติตัวเองและเป็นคนในเมืองที่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการดูถูกและมีทัศนคติที่ไม่ดีกับชาวบ้าน คนจน คนขาดโอกาส (แต่ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดมาจากภาพคนจนในละคร tv. น้ำเน่าด้วยที่ดูมาตั้งแต่เด็ก ถูกยัดเยียดวัฒนธรรมทาสศักดินาจากรัฐและระบบราชการให้โดยไม่รู้ตัว ไม่เคยรู้ความจริงเลยว่าลูกสาวกำนันตอนนี้ไปเรียนเมืองนอกหมดแล้วหมดสมัยแล้วที่จะที่ถือกระชอมแก่นแก้วผูกเปียเข้ากรุงเทพ)

คนกรุงเทพส่วนใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ก็อ่านแต่ข่าวพาดหัว เข้าเว็บก็ขออ่านแต่ที่ด่าตรงกับอคคติตัวเอง ขาดการวิเคราะห์รอบด้าน ขาดการเป็นคอการเมืองที่อาศัยข้อเท็จจริงแบบสภากาแฟบ้านนอก จึงมักถูกหลอกปลุกข่าวสารให้เป็นกระแสใด้มากที่สุดเพราะมักสนใจแต่ข้อมูลที่ตรงกับอคติความเชื่อของตนเอง แต่ไม่สนใจที่จะติดตามข้อเท็จจริงผลที่เกิดข้นสุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร พูดง่ายๆข้อมูลของชาวบ้านยังเปี่ยมไปด้วยข้อเท็จจริงแบบถึงแก่นและวิเคราะห์แล้ววิเคราะห์อีก

คนกรุงเทพชอบหลงตัวเองว่าไม่ซื้อเสียง เราเก่งมีอิสระทางความคิด ก็จะไปซื้อได้อย่างไรละ ข้างบ้านยังไม่มองหน้ากันคุยกันเลย สังคมแบบโดดเดี่ยวตัวใครตัวมันชีวิตกูกูต้องรอดอย่างเดียว ลองสังเกตุดูสิบางเขตที่ชุมชนหนาแน่นอบอุ่นแบบฝั่งธนบุรีก็จะได้ทุกสมัยติดต่อกัน คนกรุงเทพไม่มีวันเข้าใจสังคมแบบอุปถัมส์ของชาวต่างจังหวัดหรอก ว่าเรื่องเงินมันเรื่องเล็กน้อยที่เขาลงคะแนนให้กัน เขาช่วยกันมาจากระบบหัวคะแนนที่ผ่านคนคุ้นเคยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่งานบุญ งานบวช งานแต่งต่างๆ สังคมชนบทเขาเอื้อเฟื้อต่อกัน ที่นี้เวลาเลือกตั้งที่เขาก็ไม่ทิ้งกันดูแลกัน เขาไมมีเวลามากระแดะอวดรู้ว่าใครดีใครไม่ดีในภาพรวมหรอก เขาไม่สนภาพใส่สูทผูกไทด์พูดจาจีบปากจีบคอมีหลักการหรอก ลองเปรียบเทียบตัวเราดูถ้าใครดีกับเรา เราก็ดีตอบเช่นกัน ถึงคนนั้นจะไม่ดีกับคนอื่น แต่ดีกับเราเป็นงั้นก็พอเราย่อมรู้สึกดี

ส่วนใหญ่คนที่ทำงานในกรุงเทพเป็นคนที่มาจากต่างจังหวัดเสียส่วนใหญ่ แทนที่พวกนี้จะเข้าใจธรรมชาติการเลือกตั้งธรรมชาติการเมืองของชาวบ้าน(ก็เข้าใจว่าเป็นทาสลูกจ้างทางธุรกิจอยู่ ต้องนั่งรถไฟฟ้าบรรทุกทาสไปทำงานให้นายทุน) กลับไปยอมรับไปเชื่อฟังคาถาของชนชั้นนำที่ไม่ศรัทธาการเลือกตั้ง และผสมกับคนชั้นกลางในเมืองที่สนใจแต่ทำมาหากินของตัวเองเท่านั้นคนในประเทศจะประสบอย่างไรพวกเราไม่สนขอไม่ให้กระทบชนชั้นเราหน้าที่เราเป็นพอใจ เพราะจะมีชนชั้นนำที่ไหนที่จะยอมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาริดรอนผลประโยชน์ของตัวเอง มารู้ทันเค้กก้อนโต ก้อนใหญ่ ทีเกาะกินฝังรากมานาน แล้วใช้คาถามหาอมตะ ซื้อเสียง โกงกิน นักการเมืองชั่วเลว แล้วไอ้กลุ่มทุนทั้งอำมาตย์ พรรคข้าราชการที่ตัวเองอีแอบกอบโกยผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนี้เรียกว่าอะไร(ผู้วิเศษเทวดาหรืออย่างไร) ผู้รักการตรวจสอบและปราบคอรัปชั่นทั้งหลาย อย่าลืมตรวจสอบ พรรคข้าราชการ พรรคที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด เพราะถ้าพวกคุณมัวแต่ตรวจสอบบุคคลแต่ไม่ตรวจสอบระบบ ระบบแบบนี้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีวันหายไปไหน ไม่ต้องไปโทษแล้วเอาระบอบทักษิณมาอ้างปลุกระดมประชาหรอก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้แก้ไขใดเลยและยังคงมีอำนาจริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนจากระบบนี้เป็น 70:30 ก็ตามหรือจะทำการเมืองใหม่ที่ตำรารัฐศาสตร์ทั่วโลกต้องฉีกทึ้งหลักการประชาธิไตยที่ปฏิบัติที่ลองฆ่าฟันมาหลายชั่วอายุคน พวกเราต้องรื้อสอนสังคมกันใหม่ทั้งหมด

ตั้งแต่ชั้นประถมที่เวลาเลือกหัวหน้าห้องก็ต้องแต่งตั้งขึ้นมาตามใจผู้มีอำนาจผู้ที่เห็นว่าดี ผู้ที่เห็นว่าปกครองได้(เพราะความคิดที่ไม่เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิเสมอภาค คิดแต่ว่าคนอื่นโง่กว่า ฉลาดน้อยกว่าสุดโต่งแบบทุนเก่าดักดาน)

แต่งตั้งจากอะไร ได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคนในห้องจริงหรือไม่ ลองคิดดูว่าสังคมมันเพี้ยนขนาดใหน ส่วนหนึ่งเพราะทางแกนนำที่ไม่สามารถลงเลือกตั้งไม่สามารถแปรนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเดียวต่อคนส่วนใหญ่ได้พวกนี้มักจะปากดีอยู่ข้างสนามเหมือนคนเล่นหมากรุกแล้วมีคนดุ พวกนี้รู้ทันทุกเรื่องทุกอย่าง แต่ไม่เคยรู้ทันปากท้องพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาศและไม่เข้าถึงนโยบาย

ไม่เคยรู้ถึงโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่คนมีสะสมกินกัน 200 ชาติก็ไม่หมดจากระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา โดยอาศัยพรรคการเมืองพรรคข้าราชการและนักการเมืองเป็นฐานอำนาจธุรกิจ(แต่ปากด่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว นักการเมืองซื้อเสียง แต่ข้าราชการ(อํามาตย์)เราไม่คอรับชั่นเราไม่เอื้อพวกพ้องไม่เอื้อหน่วยงานตนเองหรืออย่างไร)กลุ่มทุนกลุ่มผลประโยชน์เศรษฐีหมื่นล้านพันล้านหลายคนและพรรคข้าราชการ(อำมาตย์)ที่เป็นอีแอบเล่นข้างหลังนอมินีบุคคลพวกนี้เหมือนกันที่ชอบเล่นเกมใต้ดินพวกนี้เป็นพวกกาฝากสังคมที่เกาะกินผลประโยชน์คนส่วนใหญ่ บ้างวันก็ปากดีออกมาเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผลประโยชน์ตัวเอง

สรุปธรรมชาติของพรรคการเมืองกลุ่มผลประโยชน์นายทุนและกลุ่มผลประโยชน์ข้าราชการมุ่งหวังเพียงแต่พลัดกันมีอำนาจเท่านั้นเอง แบ่งเค้กงบประมาณให้ดั่งใจกลุ่มตูแล้วกัน แล้วเราประชาชนจะยอมเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร ขอให้มองเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

ปัญหาที่สำคัญที่สุด เราในฐานะประชาชนคนไทยที่เกิดมาอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้ เราต้องมีคติความคิดทางการเมืองที่ต้องมุ่งช่วยคนจนคนขาดโอกาศ ต้องร่วมผลักดันสนับสนุนนโยบายของรัฐให้ประชาชนที่ขาดโอกาศได้มีโอกาศเข้าถึงแหล่งทุนการประกอบอาชีพปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและมีความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมที่สุด ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐสวัดิการพื้นฐานคือหน้าที่ของรัฐที่ต้องกระทำ นั่นคือการพัฒนาเศรษกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยซึ่งนี้คือ การเมืองใหม่ที่แท้จริงที่เกิดประโยชน์สุขต่อประชาราษฎ์ถ้วนหน้า ไม่ใช่มุ่งประโยชน์สุขต่อคนส่วนน้อยแล้วมาสะกดจิตมวลชนส่วนน้อยว่าคนส่วนใหญ่สร้างปัญหาเบียดบังชนชั้นอันสมมุติของฉัน

ผู้ปกครองประเทศที่ผ่านมาสะกดจิตมวลชนด้วยคำๆนี้ :ไม่มีความยากจน ในหมู่คนขยัน: ทั้งที่จริงมันต้องเป็นคำๆนี้ที่จะบอกประชาชน

ไม่มีความยากจน ในสังคมที่ผู้ปกครองเป็นธรรม
ไม่มีความยากจน ในประเทศที่เป็นธรรม
ไม่มีความยากจน ในนโยบายของรัฐที่เป็นธรรม
หยุดโทษชาวบ้านได้แล้ว สโลแกนเก่าที่กดหัวประชาชนและหลอกคนส่วนใหญ่ให้ก้มหน้ารับชะตากรรม

FFF FFF เดี๋ยวๆ.... เฮียชูวัส

FFF
FFF

เดี๋ยวๆ....
เฮียชูวัสพาดหัวข่าวผิดไปละมะเนี่ย ?.....

ผมว่าน่าจะเป็น
"เปรม" ปฎิเสธข่าว "พะจุณณ์"ปกติ.....
ซะมากกว่านะ

ลองเช็ค"แหล่งข่าว"ดูดีๆอีกทีซิ....

-------------------------------------------

คิกคัก คิกคัก
^_^

FFF
FFF