สหภาพฯรถไฟ ออกแถลงการณ์ชี้คนปาระเบิดป่วนเสื้อแดงไม่ใช่สมาชิกสหภาพ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 53 ที่ผ่านมา ที่ทำการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ ได้นำสมาชิกสหภาพฯออกแถลงการณ์ “ชี้แจงข้อเท็จจริงตามปรากฏเป็นข่าว กรณีพนักงานการรถไฟฯ รับจ้างป่วนม็อบ” โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

Comments

เหรอ...... จับได้ไล่ทัน

เหรอ...... จับได้ไล่ทัน ก็เลยกินปูนร้อนท้อง นึกหรือว่าสังคมเขาไม่รู้ว่าหน่วยงานพวกมึงจัดตั้งขึ้นเพื่อทำกิจกรรมอะไร เอาแถลงการณ์มึงไปเผาทิ้งเสียเถอะ รกกองขยะ

การรถไฟและสหภาพต้องออกมายืนยั

การรถไฟและสหภาพต้องออกมายืนยันว่า นายเต้ย และนายสมชายทำงานอยู่ที่การรถไฟหรือเปล่า ไม่ใช่โยนลูกกันไปมา ถ้าทั้งสองเป็นพนักงานจริง ก็ต้องมีการสอบสวนถึงการกระทำที่เกิดขึ้น อย่าให้เรื่องเงียบหายไปเอง

*ประชาธิปไตยย่อมได้

*ประชาธิปไตยย่อมได้ จากการสู้
ต้องเชิดชู ประชาชน คนยิ่งใหญ่
ต้องกำจัด รัฐประหาร มหาภัย
จึงจะได้ ประชาธิปไตย มหาชน

*สู้เถิดพี่น้องสู้ ชูธงแดง
สู้กำแหง ยิ่งใหญ่ ในทุกหน
สู้อย่าง ทรหด อดทน
เราคือประชาชน รักเสรี

*ถึงเหนื่อยยาก เพียงใด มั่นใจสู้
สู้ให้รู้ ว่าจะสู้ อยู่ไม่หนี
สู้ฝ่าฟัน อันตราย ใฝ่พร้อมพลี
สู้เพื่อสิทธิ์ เสรี ประชาธิปไตย

ผมเคยดีใจและชื่นชมพร้อมกับคนไ

ผมเคยดีใจและชื่นชมพร้อมกับคนไทยทั้งประเทศเมื่อได้ดูการเสด็จของสมเด็จพระเทพถ่ายทอดสดทางทีวี ที่พระองค์ เดินทางไปร่วมในพิธียิงจรวดปล่อยดาวเทียม นามพระราชทานว่า ไทยคม ที่มีบริษัท ชินแซทเทริน์ไลท์ ของทักษิณและครอบครัวที่ได้ขอสัมปทาน

และได้รับอนุญาติจากรัฐบาลของประเทศไทยให้มีสิทธ์ในการทำธุรกิจ สร้างและปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเหนือประเทศไทย เพื่อให้ประเทศต่างๆเช่าคลื่นความถี่ใช้ในการสื่อสาร ณ ประเทศเฟร้นกิอาน่า อดีตอานานีคมของฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศสใช้เป็นฐานยิงจรวดปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อาวกาศอยู่เป็นประจำ มาในครั้งนี้ ก็ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทชินแซทเทริน์ไลท์ของทักษิณ ให้ยิงจรวดปล่อยดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่อวกาศ

ในวันนั้นพอยิงขึ้นสู่อวกาศเสร็จ ทักษิณก็ลุกขึ้นถือไมโครโฟนพูดกับคนไทยทั้งประเทศ ว่าดาวเทียมดวงนี้เป็นของคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนจงภูมิใจ ทุกคนที่ได้ชมการถ่ายทอดสดในวันนั้นรวมทั้งผมด้วย ก็หลงดีใจว่าต่อไปนี้ประเทศเราไม่น้อยหน้าชาติอื่นแล้วเพราะเรามีดาวเทียมของเราเองแล้วไม่ต้องไปขอเช่าประเทศอื่นเขา

แต่ต่อมาอีกหลายปีสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศแทบช็อคก็เกิดขึ้น ช่วงก่อนปีใหม่ก็มีข่าวแพร่ออกมาทางสื่อสารมวลชนในประเทศไทยว่าบริษัท ชินแซทเทรินไลท์ของทักษิณกำลังจะเสนอขายสัมปทานดาวเทียมพร้อม คลื่นโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอนุญาติจากรัฐบาลของประเทศไทยให้กับบริษัทเทมาเสกของสิงค์โปร ในราคา 76000 ล้านบาท แต่ติดข้อกฎหมายว่าให้ต่างชาติถือหุ้นในส้มปทานได้ไม่เกิน 25% เทมาเสกจึงไม่ตกลงที่จะซื้อเพราะว่าบริษัทเทมาเสกต้องการถือหุ้นใหญ่เกิน 50% ในบริษัทชินแซทเทรินไลท์ จึงจะยอมตกลงซื้อ

ทักษิณซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในขณะนั้ัน จึงได้วางแผนใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี แก้ ออก กฎหมายใหม่ให้ต่างมี ถือหุ้นในสัมปทานดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทยได้ 49% และเพื่อเลีย่งกฏหมายที่ไม่ให้ต่างชาติถือหุ้น100% จึงไปตั้งบริษัทกุหลาบแก้วโดยมีคนไทยเป็นนอมินีให้เทมาเสก ถือหุ้นอีก 51% ออกกฏหมายเสร็จเทมาเสกตกลงซื้อก็แอบนัดเซ็นสัญาขายกันในวันขึ้นปีใหม่

ทักษิณพร้อมลูกเมียก็เดินทางไปสิงคโปรโดยตอบนักข่าวว่าจะไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร ไม่ได้ไปเซ็นสัญญาขายดาวเทียมไทยคม แต่พอทักษิณไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร ก็มีสื่อต่างประเทศลงข่าวว่าทักษิณได้ตกลงเซ็นสัญญาขายสัมปทานคลื่นโทรศัพท์มือถือ และดาวเทียมไทยคมโดยในสัญญาซื้อขายยังรวมเอาวงโคจรดาวเทียมไทยคม ที่เป็นสมบัติของชาติไทยยกให้เป็นกรรมสิทธ์ของบริษัทเทมาเสกของประเทศสิงค์โปรแต่ผู้เดียว

จึงทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีสิทธ์ที่จะอนุญาติให้ใครเช่าใช้ หรือยิงจรวดส่งดาวเทียมขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือประเทศตัวเองทุกกรณีตลอดไปต้องขออนุญาติเช่าจากประเทศสิงค์โปรเท่านั้นเพราะว่าทักษิณได้ขายให้เขาไปแล้ว มันช่างน่าอับอายประเทศอื่นเขาไปทั้งโลก ที่รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่เป็นคนไทยมาขายวงโคจรดาวเทียมที่เป็นสมบัติของชาติไทยให้ต่างชาติ

มันไม่มีประเทศไหนในโลกนี้เขาทำกัน ประเทศก้มพูชา ลาว พม่า เขายังมีวงโคจรดาวเทียมไว้ปกป้องประเทศเขายามเกิดสงคราม แต่ประเทศไทยไม่มี วงโคจรดาวเทียมที่จะยิงจรวดส่งดาวเทียมเพื่อใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัยเหมือนที่ประเทศอเมริกามีใช้ เพื่อใช้ทำสงครามปกป้องประเทศไทย ให้พ้นภัยเมื่อถูกรุกรานจากประเทศอื่น ทุกวันนี้เวลากลางคืนผมมองท้องฟ้าทีไรน้ำตามันจะไหล เมื่อนึกถึงดาวเทียมทีมีชื่อจากการได้รับนามพระราชทานว่า ไทยคม