ครบรอบ 35 ปีแห่งการปลดปล่อยเวียดนามใต้

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามฉลองครบรอบ 35 ปีการปลดปล่อยไซ่ง่อนและสิ้นสุดสงครามต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกา ประธานประเทศกล่าวสุนทรพจน์ย้ำชัยชนะในสงครามเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของชาติและเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 20

 

พิธีสวนสนามที่นครโฮจิมินห์ เมื่อ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี สิ้นสุดสงครามและการปลดปล่อยภาคใต้ ที่มาของภาพ: cpv.org.vn และ VNexpress

 

เวียดนามฉลองสิ้นสุด 35 ปี สงครามเวียดนาม

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมาที่ฮานอย คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ประธานประเทศ แนวหน้าปิตุภูมิเวียดนาม ร่วมงานฉลองครบรอบ 35 ปี การปลดปล่อยภาคใต้และการรวมชาติ 30 เมษายน

บุคคลสำคัญที่ร่วมงานประกอบด้วย เลขาธิการพรรคนายโนง ดื้ก หม่าญ (Nông Đức Mạnh) และอดีตเลขาธิการพรรค นายโด เหม่ย (Do Muoi) นายเลอ ขา เผื่อ (Le Kha Phieu) ประธานประเทศหรือประธานาธิบดี นายเหวียน มินห์ เจียต (Nguyễn Minh Triết) และอดีตประธานประเทศเทศนายตรัน ดึก ลอง (Tran Duc Luong) ประธานสมัชชาแห่งชาตินายเหวียน ฟือ ตรอง (Nguyễn Phú Trọng) และนายฮุน ดาม (Huynh Dam) ประธานคณะกรรมการศูนย์กลางแนวหน้าปิตุภูมิเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรค เจ้าหน้าของรัฐบาล ทหารผ่านศึก กรรมกร และผู้แทนจากสถานทูต

นายเหวียน มินห์ เจียต ประธานประเทศ กล่าวในพิธีว่าประชาชนเวียดนามทั้งมวลมีความกตัญญูระลึกถึงอดีตประธานประเทศท่านโฮจิมินห์ (Hồ Chí Minh) และอดีตผู้นำพรรค นักรบนักปฏิวัติ และบรรดาผู้คนซึ่งสละชีพเพื่อสันติภาพและอิสรภาพของเวียดนาม

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิปี 1975 (พ.ศ. 2518) ถือเป็นชัยชนะของมิตรภาพและความสามัคคีจากสากล ประธานประเทศเหวียน มินห์ เจียต กล่าวเพื่อขอบคุณรัฐบาลและประชาชนของประเทศรัสเซีย จีน ลาว กัมพูชา และคิวบา ที่เป็นประชาคมสากลสนับสนุนประชาชนเวียดนามในระหว่างสงคราม

ประธานประเทศยังย้ำว่าชัยชนะดังกล่าวได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของชาติ เป็นหลักหมายสำคัญต่อทั้งประเทศเวียดนามเองและประวัติศาสตร์การต่อต้านการรุกรานของต่างชาติที่ยังไม่สิ้นสุด และเป็นหลักหมายสำคัญต่อประวัติศาสตร์โลกเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 20

ในระยะการเริ่มพัฒนาประเทศในรอบ 25 ปีมานี้ เศรษฐกิจของเวียดนามได้เติบโตอย่างมั่นคง ขณะที่สังคมและการเมืองมีเสถียรภาพ มีหลักประกันในการป้องกันประเทศ สถานะของประเทศมีความสูงเด่นในสากลขณะที่คุณภาพชีวิตของประชาชาติได้รับการปรับปรุงอย่างเพิ่มทวี

การบรรลุผลสำเร็จเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์จากผู้นำของพรรค ทั้งจากความสามัคคีและมีความอุตสาหะของพรรค ประชาชน และกองทัพ ประธานประเทศกล่าว

ประธานประเทศกล่าวว่า ในอนาคตพรรค รัฐบาลและประชาชน จะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชาติ ทั้งการก้าวสู่การพัฒนาประเทศ ทำให้ระบบการเมืองโปร่งใส เร่งพัฒนาเศรษฐกิจ ปรับปรุงยกระดับชีวิตของประชาชนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

เขายังย้ำว่านโยบายต่างประเทศของเวียดนามสอดคล้องกับหลักเป็นอิสระ ไว้วางใจตัวเอง ความร่วมมือ และการพัฒนา มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายระดับ และมุ่งส่งเสริมการบูรณาการระหว่างประเทศ

ในอนาคตอันใกล้ พรรคจะเริ่มมีการประชุมพรรคในหลายระดับเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมพรรคครั้งที่ 11 โดยประธานพรรคยืนยันว่าเวียดนามมีฉันทามติที่จะไล่ตามเป้าหมายตามเส้นทางสังคมนิยม

โดยในวันเดียวกันนี้ ผู้แทนของพรรค สมัชชาแห่งชาติ ผู้แทนจากรัฐบาล และเลขาธิการพรรคนายโนง ดื้ก หม่าญได้เดินทางไปวางพวงมาลาที่อนุสรณ์สถานวีรชนด้วย

 

จัดสวนสนามรำลึกปลดปล่อยเวียดนาม ที่โฮจิมินห์

นอกจากนี้ในวันที 30 เม.ย. มีการสวนสนามฉลองการสิ้นสุดสงครามและการปลดปล่อยภาคใต้ของเวียดนาม ที่นครโฮจิมินห์ หรืออดีตนครไซง่อนด้วย โดยมีประชาชนราว 50.000 คนร่วมชมการสวนสนาม โดยในขบวนสวนสนามมีทหารหญิงแต่งชุดสีดำ มีผ้าพันคอลายหมากรุก ซึ่งเป็นเครื่องแบบของทหารแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติหรือเวียดกง รวมสวนสนามด้วย

โดยนายเหวียน มินห์ เจียด ประธานประเทศเวียดนามได้ร่วมชมการสวนสนามพร้อมผู้นำในรัฐบาล และผู้แทนจากคิวบา รัสเซีย กัมพูชา และลาว นอกจากนี้ยังมีทหารผ่านศึก สมาชิกพรรค และตัวแทนจากสาขาพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามระดับท้องถิ่นร่วมเป็นแขกในการชมการสวนสนามด้วย

อย่างไรก็ตาม ท่านโว เหวียน เกียบ อายุ 98 ปี ผู้บัญชาการสงครามเวียดนามตั้งแต่สมัยพิชิตฝรั่งเศสในยุทธการเดียนเบียนฟูและสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนาม ซึ่งจะมาร่วมงานทุกปี ในปีนี้ไม่ได้ร่วมงานเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ

ทหารแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติบุกทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนามใต้เมื่อ 30 เม.ย. 2518

ทหารแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติหรือ เวียดกงปลดปล่อยไซง่อนเมื่อ 30 เม.ย. 2518
ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=IdR2Iktffa

ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=7UdGZ-5VcZQ

 

35 ปีแห่งการรวมชาติและบาดแผลจากสงคราม

สำหรับวันที่ 30 เมษายนของทุกปีถือเป็นวันที่ทหารแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ (NLF) หรือที่ถูกสหรัฐอเมริกาเรียกว่าเวียดกง ร่วมกับทหารเวียดนามเหนือเข้าปลดปล่อยกรุงไซง่อน เมืองหลวงของรัฐบาลเวียดนามใต้ซึ่งหนุนหลังโดยสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จเมื่อ 30 เม.ย. พ.ศ. 2518 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “ยุทธการโฮจิมินห์” ที่กองทัพเวียดนามเหนือและแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติดำเนินการรุกครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2517 และสามารถยึดได้หลายเมืองของเวียดนามใต้ กระทั่งสามารถยึดเมืองหลวงไซง่อนได้สำเร็จ โดยกำหนดยึดให้ได้ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2518 ซึ่งตรงกับวันแรงงาน แต่ส่วนหน้าของแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติสามารถเข้ายึดไซ่ง่อนได้ก่อนกำหนด 1 วัน โดยนครไซง่อนถูกเปลี่ยนชื่อเป็นนครโฮจิมินห์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานประเทศ และต่อมาอีก 1 ปีมีการรวมชาติระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้

วันที่ 30 เมษายน ปี 2518 จึงถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเวียดนามที่ดำเนินมายาวนานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 โดยสงครามเวียดนาม หรือที่เวียดนามเรียกว่าสงครามต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกา เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือที่หนุนหลังโดยค่ายสังคมนิยม และเวียดนามใต้ที่หนุนหลังโดยค่ายสหรัฐอเมริกา โดยมีรัฐบาลไทยในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร ให้การสนับสนุนสหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพอากาศในประเทศไทยเพื่อส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา และยังส่งทหารทั้งในราชการและทหารรับจ้างไปร่วมรบในเวียดนามและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอินโดจีนด้วย

โดยสงครามเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตในสงครามมากกว่า 5.8 ล้านคน เฉพาะพลเรือนมีผู้เสียชีวิตกว่า 4.3 ล้านคน ทหารสหรัฐอเมริกาเสียชีวิต 58,000 คน ปัจจุบันยังมีผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามทั้งทุนระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาจากเครื่องบินของสหรัฐอเมริกาที่ยังเก็บกู้ไม่หมด และผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่สหรัฐอเมริกาปล่อยลงมาทางอากาศ

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

National meeting celebrates 35th liberation day, Vietnam News, 30 April 2010,

http://vietnamnews.vnagency.com.vn/Politics-Laws/199143/National-meeting-celebrates-35th-liberation-day.html

Thành phố Hồ Chí Minh kỷ niệm trọng thể 35 năm Ngày Giải phóng 16:47 | 30/04/2010 http://www.cpv.org.vn/cpv/Modules/News/NewsDetail.aspx?co_id=30071&cn_id=401338

Vietnam War, Wikipedia, http://en.wikipedia.org/wiki/Vietnam_War