ศาลรธน.ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไม่ขัด รธน. "สุเทพ" เผยลากยาว พรก.ฉุกเฉิน ตั้ง "คณิต" สอบเหตุสลาย นปช.

9 มิ.ย. 53 -  ที่ศาลรัฐธรรมนญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดส่งความเห็นในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.19/2553 เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 211 ว่าพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 16 บัญญัติว่า "ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพ.ร.ก.นี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง" ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 223 หรือไม่ ทั้งนี้ ศาลได้แถลงด้วยวาจาก่อนลงมติและลงมติโดยผลปรากฎว่า ศาลมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 16 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติและลงมติโดยเอกฉันท์ในประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดขอให้ศาลวินิจฉัย พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 47 ตรี วรรคหนึ่ง (7) และมาตรา 47 ทวิ (2) ซึ่งบัญญัติถึงลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้สมัครและผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมในทางทุจริตนั้น ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 4 มาตรา 27 และมาตรา 39 วรรคสาม

ศอฉ.ชี้เลิก-ไม่เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินชัดก่อน 7 ก.ค.นี้  เตรียมทำซีดีแจงเหตุทหารสลายแดง
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการศอฉ. เป็นประธานในการประชุม โดยมีตัวแทนจากเหล่าทัพต่างๆเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 1 ชั่วโมง  หลังจากที่ประชุมศอฉ.ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาขอบข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ในที่ประชุมวันนี้ทางกระทรวงมหาดไทยและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้มีการเสนอการพิจารณาในส่วนของตน หลังจากที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้มีการเสนอไปแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลือบางหน่วยงานที่ยังไม่ได้เสนอข้อมูลพิจารณาเข้ามา ดังนั้นที่ประชุมจึงขอให้หน่วยงานที่เหลือพิจารณาและนำเสนอต่อที่ประชุมศอฉ.ในโอกาสต่อไป  ซึ่งที่ประชุมมั่นใจว่า จะมีการพิจารณาว่า จะยกเลิกหรือต่ออายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ทันก่อนที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะครบกำหนด 3 เดือนในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้  อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ในที่ประชุมศอฉ.เห็นว่า แม้ที่ผ่านมาจะยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่ไม่ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับสังคม และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังสอบถามถึงความคืบหน้าในการรวบรวมข้อมูล ภาพเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศอฉ.ในการขอคืนพื้นที่แยกราชประสงค์ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำเป็นซีดีนำไปสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่คาดว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมศอฉ.ได้เร็ว ๆ นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อบ่ายวันที่ 8 มิถุนายน นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการฉุกเฉิน (ศอฉ.) แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ถึงการปรับลดกำลังพลของศอฉ.เนื่องจากสถานการณ์ลดระดับความรุนแรงลง หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ทหารกลับเข้าสู่กรมกองเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงสารวัตรทหารและตำรวจดูแลสถานการณ์เป็นหลัก

ปณิธานอ้างพบแดงก่อหวอดใต้ดิน
กระนั้นก็ตามในประเด็นการไม่ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินใน 24 จังหวัดนั้น นายปณิธาน อธิบายว่าเพราะเกรงว่า จะมีการก่อวินาศกรรมต่อเนื่อง อีกทั้งการควบคุมตัวผู้ต้องหากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มเสื้อแดง ก็ต้องอาศัยกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยขณะนี้ทางศอฉ.ขณะนี้ได้พยายามติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจก่อความไม่สงบแก่บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวมักจะเป็นการเคลื่อนไหวแอบแฝง มีการนัดพบปะกันประมาณ 200 - 300 คนในรูปแบบต่างๆ เช่นงานต่างๆที่ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง ในขณะเดียวกันก็ได้มีการปลุกระดม

เกาะติดท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง
เมื่อถามถึงกรณีคนที่อยู่ในต่างประเทศมีการจ่ายเงินเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้นายปณิธานกล่าวว่า สำหรับข้อมูลทางด้านการเงินเป็นข้อมูลที่หลายหน่วยงานได้เริ่มนำมาใช้ในการดำเนินการได้อย่างได้ผลมากขึ้น เราจะสังเกตเห็นว่าข้อมูลย้อนหลังเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ต่อไปการยุติและการขออนุญาตทำธุรกรรมจากต่างประเทศจะเป็นระบบ และถ้าย้อนหลังกลับไปจะเป็นพิมพ์เขียวว่ากิจกรรมใดบ้างที่ผ่านมาใครทำอะไรอย่างไรตรงไหน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นมากกว่าในอดีต เพราะว่าการให้สถาบันทางการเงินต่างๆได้รายงานภาพรวมของเครือข่ายทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยทำมาก่อน

แกะรอย 5 หมื่นล้านใช้เคลื่อนไหว
เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนมีตัวเลขคราวๆในการเคลื่อนไหวที่ท่านนายกฯไปคอนเฟิร์มแล้วประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาทนายปณิธานกล่าวว่า ท่านนายกฯได้พูดในเวที WEF ว่ามีการเบิกเงินในลักษณะที่น่าสงสัยในเครือข่ายหรือในกลุ่มที่น่าจะมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังมีตัวเลขเบื้องต้นในช่วงแรกๆอยู่แล้ว และขณะนี้จำนวนเงินตรงนั้นจะมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนในช่วงที่ใช้ กฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ ว่าส่วนไหนที่เกี่ยวข้องบ้าง และเพื่อความยุติธรรมถ้ามีความเกี่ยวข้องจะนำไปเข้าสู่ระบบการดำเนินคดี
นายปณิธานกล่าวต่อว่า เงินจำนวนมากจำนวนหนึ่งที่ขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงสามรถเบิกเงินได้มากขนาดนี้ ต้องดูว่าเงินจำนวนดังกล่าวเบิกไปทำอะไรบ้าง ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินที่น่าสงสัย โดยตัวเลขของตัวบุคคลที่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ อยู่ในกลุ่มที่ถูกอายัดทางธุรกรรม

เทือกอ้างมีข่าว 2 เดือนแดงมาอีก
ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผอ.ศอฉ.ให้สัมภาษณ์ยอมรับมีความกังวลต่อกระแสข่าว ที่กลุ่มเสื้อแดง จะกลับมาเคลื่อนไหวในอีก2เดือนข้างหน้า ดังนั้นจึงต้องเตรียมการเอาไว้ไม่ให้ใครเผาบ้านเผาเมือง และต้องคงอำนาจ พรก.ฉุกเฉินไว้อีกระยะหนึ่ง

ลากยาวประกาศ พรก.ฉุกเฉิน
เมื่อถามว่า ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึง 7 กรกฎาคม ก็จะไม่มีการพิจารณาประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังจะไม่มีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังจะต้องใช้อยู่อีกระยะ ซึ่งตนจะต้องทำงานแข่งกับเวลา
นายสุเทพ ยังระบุว่า ทางกระทรวงต่างประเทศรายงานในที่ประชุม ศอฉ.ว่านานาประเทศเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลได้ดำเนินการเกี่ยวกับการชุมนุมทั้งหมด แต่สำหรับกรณีของประเทศบรูไน ที่อนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาก่อการร้ายเข้าออกประเทศได้นั้น เราก็จะทำหนังสืออธิบายไป เพราะไทยกับบรูไน มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอด

ตั้ง "คณิต" สอบเหตุสลายแดง
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศอฉ.มีการประเมินการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมตลอด และทางศอฉ.เห็นว่าต้อง คงไว้ซึ่ง พรก.ฉุกเฉินอีกระยะหนึ่งหลังมีกระแสข่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงอาจจะกลับมารวมตัวอีกครั้งในช่วง 2 เดือนข้างหน้า

นายกรัฐมนตรี ยังแถลงด้วยว่า ครม.ได้อนุมัติให้ นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงในเหตุการเดือนพฤษภาคม โดยให้นายคณิตไปเป็นผู้คัดเลือกผู้มาเป็นกรรมการให้แล้วเสร็จใน15วันจากนั้นก็ร่วมกันทำความจริงให้กระจ่าง ทั้งนี้ นายคณิต เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์

สำหรับอำนาจของคณะกรรมการฯชุดนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รวบรวมตรวจสอบเหตุการณ์ข้อเท็จจริงและนำเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงต่างๆ และถ้าพบว่ามีใครกระทำความผิดก็ต้องส่งข้อมูลดำเนินการตามกฎหมาย

เปิดทางสอบรัฐบาลด้วย
เมื่อถามว่า การทำงานคณะกรรมการฯชุดนี้จะเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยหรือเปล่า นายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผลการสอบ และถ้ามีประเด็นอะไรที่มาเกี่ยวข้องกับตน หรือคนอื่นๆ ในรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางการเมือง เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาตัดสินใจอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามนายกฯกล่าวว่า มีบางเรื่องที่ตนต้องไปดูเป็นพิเศษ ที่เป็นผลกระทบต่อเนื่องตจากการชุมนุม โดยเฉพาะเรื่องของอาวุธสงครามที่มีการใช้กันมาก จะให้กระทรวงมหาดไทย และกลาโหม เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

ชี้พท.ร้องเลิกพรก.มีแผนชั่ว
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทย(พท.)เรียกร้องให้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินว่าเพราะมีวาระซ่อนเร้นดังนี้ 1.จะถือโอกาสสร้างสถานการณ์และเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งบนดินและใต้ดิน ขึ้นมาใหม่ 2.หวังผลด้านคดีความที่แกนนำ นปช.ถูกคุมขังด้วยอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ และแกนนำส่วนหนึ่งกำลังหนีการจับกุมอยู่ก็หวังจะมอบตัวหลังจากที่ยกเลิก พ.ร.ก.แล้ว 3.เปิดทีวีดาวเทียมพีเพิลเชแนล และสถานีวิทยุชุมชน รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์เรดนิวส์ วอยส์ออฟทักษิณ และหนังสือพิมพ์ความจริงววันนี้ ปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงต่อไป 4.หวังที่จะให้มีการยกเลิกการงดใช้ธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มนิติบุคคล บุคคล ต่างๆ ซึ่งเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงมาสู่แกนนำ และขยายผลต่อไปยังมวลชนกลุ่มต่าง ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

"คณิต"บอกขอตั้งหลักก่อน
วันเดียวกันนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงการจะไปเป็นประธานสอบเหตุการพฤษภาคมว่ากล่าวว่า ขอตั้งหลักก่อน และต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

ด้าน นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่าเห็นด้วยที่นายคณิต เข้าไปรับหน้าที่ดังกล่าว เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถได้รับการยอมรับ

เพื่อไทยคัดค้านตั้ง"คณิต"
ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงปปช.ให้สอบสวนกรณีที่พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ขอออกหมายจับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เข้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยอ้างว่า พล.ต.อ.ปทีป ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

นายพร้อมพงษ์ ยังกล่าวว่าไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะตั้งนายคณิต ณ นคร เป็นประธานสอบเหตุการเดือนพฤษภาคม และ ทางพรรคเพื่อไทยจะยื่นหนังสือคัดค้าน เนื่องจากว่า จากนายคณิตไม่เป็นกลาง เพราะใกล้ชิดกับแกนนำรัฐบาลบางคน แม้นายคณิตจะเป็นผู้ร่วมก่อนตั้งพรรคไทยรักไทย มาก่อน แต่ไม่ต่างกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่เคยร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยมาเช่นกัน ในเรื่องดังกล่าวโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังเสนอให้องค์กรต่างประเทศเป็นผู้เข้ามาตรวจสอบเหตุการพฤษภาคมทั้งหมดอีกด้วย

หมอประเวศชี้ "คณิต" คนดี เชื่อทำให้รู้ความจริง
ด้าน นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์ที่ จ.ขอนแก่น กรณีที่ ครม.มีมติแต่งตั้ง นายคณิต ณ นคร เป็นประธานการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ว่า เท่าที่รู้จัก คุณคณิต เป็นคนดี มีความรู้ และเชื่อว่าจะทำให้รู้ความจริงและเกิดความสมานฉันท์ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบ ตนมองว่าเป็นคณะกรรมการสัจจะสมานฉันท์มากกว่าที่จะไปสอบสวนเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ

หมอประเวศ ยังได้ยกตัวอย่างที่ประเทศอเมริกา ท่ามกลางกระบวนการทำงานที่มีความขัดแย้งว่าใครผิดใครถูก เช่นเรื่องสีผิว ระหว่างคนขาว คนดำ ซึ่งผู้พิพากษาไม่กล้าตัดสินเพราะกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง จึงไปใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาที่เรียกว่า "ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟู เชิงสมานฉันท์

ส่วนกรณีที่ ครม.ได้มอบอำนาจใน นายคณิต ไปสรรหาคณะกรรมการเองนั้น ราษฎรอาวุโสมองว่า เนื่องจากคณะกรรมการเป็นคณะกรรมการอิสระ ซึ่งให้สิทธิประธานฯ ที่จะไปหาคณะกรรมการเพื่อร่วมทำงาน เพราะบางทีหากภาครัฐมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาให้สุดท้ายก็ทำงานไม่ได้ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยมองว่าประธานฯ ไม่เป็นกลาง นั้น หมอประเวศ ระบุว่า แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน คงห้ามได้

"ผมรู้จักคุณคณิต ท่านเขียนบทความเยอะ ท่านเป็นนักวิชาการ เป็นคนซื่อตรงต่อวิชาชีพ เป็นนักหนังสือ และที่ผ่านมาผมก็เคยเสนอให้ท่านเข้ามาช่วยในหลายๆ เรื่อง แต่ท่านไม่ค่อยรับ ครั้งนี้คงเห็นว่าบ้านเมืองคงลำบากมากก็เลยรับ ซึ่งเชื่อว่าคุณคณิตจะเป็นคณะกรรมการเพื่อสัจจะและสมานฉันท์แก้ไขวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มากกว่าจะไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก" หมอประเวศ กล่าว

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ, เว็บไซต์แนวหน้า, เนชั่นทันข่าว

Comments

ผมพอจะเข้าใจมาตรฐานของ"คนดี"ใ

[i]ผมพอจะเข้าใจมาตรฐานของ"คนดี"ในสายตาคุณหมอประเวศแล้วครับ

ว่า คนดีของคุณหมอคือ คนอย่างคุณสุรยุทธ(ณ เขายายเที่ยง), คุณอภิสิทธิ์(ร้อยศพเพื่อรักษานิติรัฐในฉบับของศอฉ.), คุณป๋าคอเอียง(...ไม่อาจบรรยายสรรพคุณในที่แคบๆแบบนี้ได้หมด.....),

คนดีก็คงจะรวมถึงผมด้วยมั๊ง ถ้าบังเอิญผมเห็นด้วยกับคำจำกัดความเรื่องคนดีของคุณหมอด้วย

แต่บังเอิญที่ผมเห็นต่างกับคุณหมอแทบจะ180องศา ผมจึงเป็นได้แค่ ไอ้ลูกสมุนของนักการเมืองสามานย์อย่างทักษิณ, รับเงินเขามาเขียนกระแนะกระแหนคนดีๆอย่างคุณหมอประเวศ

จะมองผมอย่างนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ถือสา เพราะผมเชื่อมั่นเหมือนกันว่า คนดีนั้น ต้องพร้อมให้คนอื่นๆตรวจสอบได้เสมอ และต้องพร้อมที่จะถูกวิพากษ์ วิจารณ์ได้เสมอ คนดีที่แตะต้องไม่ได้ ผมไม่เคยเชื่อครับ (ถ้าผมผิด คงเป็นเพราะผมหัวแข็งเกินไป ครูสอนเท่าใด ผมก็ไม่ยอมเชื่อ)[/i]

เพิ่งจะเข้าใจ..กรรมการสิทธิฯก

เพิ่งจะเข้าใจ..กรรมการสิทธิฯก็วันนี้แหละ ดูเหมือนท่านจะเห็นชอบด้วย(ทุกอย่าง)ที่รัฐบาลชุดนี้ทำ ส่วนคุณหมอประเวศก็นับวันจะชัดขึ้น ๆ ทุกวัน ๆ ว่าตัวตนที่แท้เป็นคนยังไง

เฮอ..เลิกให้บทบาทกับคนพวกนี้ได้แล้ว ถามคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนธรรมดาสามัญ ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักบ้างเถอะ
ให้คุณค่ากับคนธรรมดาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศบ้างอ เบื่อสังคมขุนนางนี่เต็มทีแล้ว

ว่าแต่ว่าคนตาย คนสูญหายในพฤษภาอำมหิตครั้งนี้ จะได้รับความยุติธรรมมั้ยน้อ

ครับ เวศ ราษฎรเพี้ยน บอก คณิต

ครับ เวศ ราษฎรเพี้ยน บอก คณิต คนดี จะเป็นคนดีที่หนึ่งเลย อย่าง อภิสิทธิ์ ที่เปรมเคยการันตีหรือเปล่านะ สำหรับผม ต้อง หมอบรรลุ ศิริพานิช ที่สอบงบไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข คนนั้นแหละ ครับผม

ใช้ พรก.ฉุกเฉิน

ใช้ พรก.ฉุกเฉิน จนถึงเลือกตั้งไปเลย ไม่รู้หมกเม็ดอะไรกันอยู่ ไม่โปร่งใสนะ

ลัทธิประเวศ ออกมาการันตี

ลัทธิประเวศ ออกมาการันตี คนระยำ

ไม่แปลกใจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ออกมารับรอง พรก ฉุกเฉิน

ศาลทั้งหมด เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตั้งแต่คดีสวรรคตรัชกาลที่แปดสั่งฆ่าผู้บริสุทธิ์สามคน

ศาลไทยรับรองการทำรัฐประหารเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ประดิษฐ์ถ้อยคำ รัฐฐาธิปัตย์ เพื่อหลอกลวงประชาชน ตั้งแต่ รัฐประหาร 8 พย 2490

ตั้งแต่ 25 เมษายน 2549 ศาลไทย ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ

สุเทพบอกว่า ยังไม่เลิก พรก

สุเทพบอกว่า ยังไม่เลิก พรก ฉุกเฉิน เพราะเกรงว่าเสื้อแดงจะชุมนุมอีก

ถ้าจะอ้างเหตุผลนั้น สงสัยต้องคง พรก นี้ตลอดอายุรัฐบาลแน่

เอางี้สิ ออกเป็นพระราชบัญญัติเลยดีกว่า พรบ ว่าด้วยการห้ามชุมนุม
ของคนเสื้อแดง คนยกมือผ่านกฎหมายก็มีอยู่แล้ว ทำเลย ขัดเจนดี
ไม่ต้องเสียเวลายืดอายุ พรก ด้วย รัฐบาลนี้มีเรื่องชั่วร้ายเกิดขึ้นหลายอย่างแล้ว
มีเพิ่มอีกเรื่องไม่น่าจะแปลกอะไร และไม่ต้องกลัวคนจะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ
เขาไม่ทำหรอกเพราะเขารู้ว่าศาลชุดนี้จะตัดสินอย่างไร