ผู้นำจีนเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ

"หู จิ่นเทา" ประธานาธิบดีจีนเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี อันเป็นการเริ่มการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ "บารัค โอบามา" พร้อมให้สัมภาษณ์วอลสตรีท เจอร์นัล และเดอะวอชิงตัน โพสต์ ในเรื่องมาตรการของจีนในการรับมือกับวิกฤตการเงินโลก และสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะประสานงานเพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาครั้งใหม่โดยเร็ว

ที่มาของภาพ: news.cn

เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา สถานีวิทยุสากลแห่งประเทศจีน ภาคภาษาไทย รายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 18 มกราคม นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนออกเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายบารัค โอบามา

นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน เมืองหลวงสหรัฐอเมริกา เมื่อบ่ายวันที่ 18 มกราคมนี้ตามเวลาท้องถิ่น เริ่มการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมีรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน ให้การต้อนรับ

ที่ท่าอากาศยาน นายหู จิ่นเทาประเดิมด้วยการกล่าวสวัสดีปีใหม่กับประชาชนอเมริกัน อีกทั้งฝากความปรารถนาดีของประชาชนจีนมายังประชาชนอเมริกัน นายหู จิ่นเทายังระบุว่า การเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อถือซึ่งกันและกัน กระชับมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และขยายความร่วมมือสู่ระดับลึก ตลอดจนผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มุ่งร่วมมือกันทุกด้านอย่างจริงจังในศตวรรษที่ 21 ให้ก้าวคืบหน้าต่อไป จีนยินดีร่วมกับสหรัฐฯ ส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้มั่นคงบนพื้นฐานแห่งการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน อำนวยประโยชน์แก่กันและได้ชัยชนะด้วยกัน ร่วมกับทุกประเทศเดินหน้าสร้างโลกแห่งความสมานฉันท์ที่มีสันติสุขที่ยั่งยืน และมีความเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน

โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ในการเยือนเป็นเวลา 4 วันครั้งนี้ นายหู จิ่นเทาจะเยือนกรุงวอชิงตันก่อน โดยผู้นำจีนและสหรัฐฯ จะจัดการเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ตลอดจนปัญหาระหว่างประเทศและส่วนภูมิภาคที่ต่างก็สนใจ นายหู จิ่นเทายังจะพบปะกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯบางคน และพบปะกับบุคคลในวงการต่างๆอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้น จะเดินทางต่อไปยังชิคาโก

โดยปีนี้เป็นปีครบรอบ 40 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และเป็นปีแรกของทศวรรษที่ 2 ศตวรรษที่ 21 จีนกับสหรัฐฯต่างมีความปรารถนาอย่างสูงต่อการเยือนครั้งนี้

นอกจากนี้ นายหู จิ่นเทา ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล และเดอะวอชิงตัน โพสต์ของสหรัฐฯ โดยได้ตอบข้อถามที่เป็นลายลักษณ์อักษรของหนังสือพิมพ์สองฉบับนี้เกี่ยวกับ ประเด็นต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ภาวะแวดล้อมการลงทุนของบริษัทต่างชาติในจีน มาตรการของจีนในการรับมือกับวิกฤตการเงินโลก และสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี เป็นต้น

เกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา กล่าวว่า หากจีนและสหรัฐฯมีความปรองดองกัน ก็จะเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ แต่หากต่อต้านกัน ก็จะสร้างความเสียหายกับทั้งสองฝ่าย ดังนั้น จีนและสหรัฐฯต้องถือผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งสองประเทศเป็นที่ ตั้ง ถือแนวทางสันติภาพและการพัฒนาของโลกเป็นที่ตั้ง ขจัดอุปสรรค และรับมือกับการท้าทายต่างๆ หันหน้าเข้าหากัน เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาสถาวร

ขณะกล่าวถึงบทบาทของดอลลาร์สหรัฐฯ ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา กล่าวว่า ดอลลาร์สหรัฐฯเป็นตระกูลเงินสำรองระหว่างประเทศที่สำคัญ การค้าสินค้าระหว่างประเทศขนาดใหญ่ล้วนชำระด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ การลงทุนและการดำเนินการในตลาดการเงินส่วนใหญ่ก็ใช้ดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกัน ดังนั้น นโยบายการเงินของสหรัฐฯ จึงมีผลกระทบอย่างมากต่อความคล่องตัวทางการเงินและการหมุนเวียนของเงินทุน ระหว่างประเทศ จึงต้องรักษาความคล่องตัวของดอลลาร์สหรัฐฯให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพ

เกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา กล่าวว่า ด้วยความพยายามของจีนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีมีวี่แววที่จะผ่อนคลายลง จีนหวังว่าทุกฝ่ายจะใช้โอกาสนี้พยายามติดต่อประสานงานกัน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาครั้งใหม่โดยเร็ว ส่งเสริมให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีพัฒนาสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 9.07 น. ของวันที่ 19 ม.ค. ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา มีการจัดพิธีต้อนรับนายหู จิ่นเทา ที่ทำเนียบขาว โดยนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ให้การต้อนรับ โดยในโอกาสนี้ทั้งนายหู จิ่นเทา และนายโอบามา ได้ร่วมกันเดินตรวจแถวทหารเกียรติยศด้วย
 

ที่มาของข่าว: เรียบจาก สถานีวิทยุสากลแห่งประเทศจีน [1], [2], [3]

Comments

ปีที่แล้ว

ปีที่แล้ว มีโอกาสไปเที่ยวมณฑลเจียงซี กับกรุ๊ปทัวร์
เครื่องบินไปลงที่เสิ่นเจิ้น ก่อน แล้วจึงต่อไปมณฑลเจียงซี

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นเสิ่นเจิ้น คือ จีนเจริญมากจริงๆ
จีนเจริญผิดคาด เจริญสมกับที่เป็นมหาอำนาจ เหมือนกับว่าเรากำลังเดินอยู่ในยุโรป
ทำให้สงสัยว่าเราคงถูกอะไรบังตา/หลอกลวง มาตลอด

เมื่อไปถึงมณฑลเจียงซี ก็ยิ่งประทับใจมากขึ้น
มองไปทางไหน ดูสะอาดสะอ้าน สบายตา
มีการก่อสร้างอยู่ทั่วไป ทั้งในเมือง นอกเมือง และในชนบทที่เป็นทางผ่าน

มีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ๆที่ทันสมัย รองรับการย้ายเข้าไปอยู่ของประชาชน ก่อนจะทุบทิ้งตึกเก่าเสือมโทรม
ไกด์ท้องถิ่นบอกว่า การเข้าไปอยู่อาศัยในห้องชุดใช้วิธีผ่อนชำระ และถือกรรมสิทธิ์ระยะยาว 40 ปี
สามารถขายสิทธิ์ที่ยังเหลือให้ผู้อื่นได้ แต่เป็นสิทธิ์ภายในช่วง 40 ปีนั้น

ได้เห็นมีการสร้างอาคาร 2 ชั้นที่ยกเอากระท่อมเก่าของชาวนาขึ้นไปตั้งไว้ข้างบนเป็นชั้นที่ 3
ได้เห็นคนงานเป็นกลุ่มๆกำลังปลูกต้นไม้/ตกแต่งริมทางหลวง เป็นระยะๆไปตลอดทาง
ทำให้สองข้างถนนมีการจัดการอย่างดี ไม่รกเรื้อแบบเมืองไทย

ประชาชนในเมืองดูหน้าตาแจ่มใสมีความสุข แต่งตัวทันสมัยเหมือนยุโรป
ประชาชนในชนบท ก็ดูสบายๆ ไม่ดูแร้นแค้นเหมือนชนบทไทย

ไกด์ท้องถิ่นบอกว่า คนจีนทุกคนสามารถลงทุนค้าขายอะไรก็ได้ด้วยทุนของตัวเอง
ถ้าไม่มีงานทำ ก็ไปทำงานกับรัฐบาลได้ รัฐมีงานให้ทำเสมอ
แต่รัฐบาลของเขาไม่ได้ให้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล ต้องจ่ายค่ารักษาเอง

ประชาชนของเขาดูมีความสุข
เกิดความรู้สึกว่าจีนดูแลประชาชนได้อย่างดี

และเกิดคำถามขึ้นในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย
ทำไมประชาชนของเราจึงดูทุกข์ยากกันเป็นส่วนใหญ่

หรือจะเป็นเพราะว่าชื่อประเทศของเขา คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน
มีคำว่า "ประชาชน" อยู่ในชื่อประเทศด้วย

ประชาชนจึงได้รับการดูแลทั่วถึงกัน ใช่มั้ย???

ขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า... การเข

ขอเพิ่มเติมข้อมูลว่า...

การเข้าไปอยู่อาศัยในห้องชุดที่ผ่อนชำระ และถือกรรมสิทธิ์ระยะยาว 40 ปี นั้น
ไกด์ท้องถิ่นจีนบอกว่า เป็นห้องชุดที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ทันที โดยไม่ต้องหาเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม

มองดูเขาแล้วก็ย้อนมามองดูประเทศของเรา
ที่อยู่อาศัยคุณภาพแย่ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ แล้วยังราคาแพงเกินจริง
ราคาแพงมากๆๆๆทั้งซื้อ/เช่า แล้วยังจ่ายค่าน้ำ-ไฟแพงมากอีก

เยาวชนไทยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เงินเดือนน้อยๆ แทบไม่มีเงินพอซื้ออาหารกินครบเดือน
ทุกอย่างในบ้านเราราคาแพงเมื่อเทียบกับเงินเดือน รวมทั้งค่าเดินทางโดยรถสาธารณะด้วย

นี่ก็จะเพิ่ม Vat เป็น 10%
และในอนาคตอาจมีการเรียกเก็บภาษีการศึกษา (คิดอัตราภาษีตามเงินเดือน)
แล้วคนไทยจะอยู่กันยังไง???

อีกหน่อยคนไทยคงต้องสูญพันธุ์
เพราะคนรุ่นใหม่ไม่พร้อมจะมีบุตร เนื่องจากไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว