อนุฯ คอป.ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ครั้งแรก ขอข้อมูลชาวบ้านค้นปม 15 ศพบ่อนไก่

25 มี.ค.54 เวลาประมาณ 14.30 น.คณะอนุกรรมการชุดที่ 4 ตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ  บริเวณบ่อนไก่-สีลม สวนลุมพินี-ซอยรางน้ำ-สามเหลี่ยมดินแดงและการเผาอาคารใน กทม. ภายใต้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เป็นครั้งแรก โดยมีชาวบ้านในชุมชน 30-40 คนเข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรกของการแนะนำตัวของคณะอนุกรรมการ ชาวชุมชนบางส่วนได้เริ่มต้นด่าทอรัฐบาล ทหาร รวมถึงต่อว่าและแสดงความไม่ไว้วางใจคณะอนุกรรมการฯ โดยตั้งคำถามถึงความล่า ช้าเกือบ 1 ปีกว่าจะมีการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทางอนุกรรมการฯ ได้ชี้แจงเหตุผลว่ามีการเก็บข้อมูลจากทุกฝ่ายมาโดยตลอดแล้วจึงลงพื้นที่เก็บ ข้อมูล แล้วสุดท้ายจะประมวลข้อมูลที่ได้ส่งคณะกรรมการชุดใหญ่ จากนั้นชาวชุมชนจึงยอมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเชื่อว่าทหารเป็นผู้ ยิงประชาชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย 

ทั้งนี้ มีการกระจายตัวเก็บข้อมูลกลุ่มย่อยโดยอาสาสมัครนักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ เอแบค เซนจอห์น ราชภัฏ ราว 20 คน จากนั้นตัวแทนอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง วัยกว่า 50 ปีอาศัยอยู่ในแฟลตชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งถูกยิงหน้าชุมชนบ่อนไก่ขณะรอรถเมล์จะไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.53 จนเป็นอัมพาต จากนั้นคณะอนุกรรมการฯ จึงให้ชาวบ้านชี้จุดที่เชื่อว่ามีสไนเปอร์อยู่บนตึกริมถนนพระราม 4

ระหว่างการให้ข้อมูล นายสมพงษ์ บุญธรรม กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตที่บ่อนไก่มีจำนวน 15 คน ไม่ใช่ 9 คนอย่างที่อนุกรรมการฯ เข้าใจ ซึ่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นบางส่วนเป็นคนในชุมชนที่ไปซื้อของที่เซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ได้ใส่เสื้อแดง เช่น นายบุญมี เริ่มสุข ที่ถูกยิงและรักษาตัวอยู่เกือบ 2 เดือนก่อนเสียชีวิต และการยิงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ช่วงบ่าย

ขณะที่นางนารี แสนประเสริฐศรี มารดานายมานะ แสนประเสริฐศรี หน่วยกู้ชีพที่ถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยคนเจ็บได้นำรูปศพของลูก ชายมาด้วย และเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองต้องคอยหลบลูกกระสุนเมื่อออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น หน้าชุมชน และเมื่อรู้ข่าวว่าลูกชายถูกยิงเธอออกไปรับศพลูกและไม่สามารถกลับเข้าชุมชน ได้เพราะมีการยิงตลอดเวลา ขณะที่ชุมชนก็ถูกตัดน้ำตัดไฟหลายวัน

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดนี้เป็นคณะที่ 4 ในจำนวน  5 ชุดที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีต่างๆ ได้แก่ ชุดที่ 1 รับผิดชอบเรื่องภาพรวมความขัดแย้ง สุรปตัวเลขผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย รวมถึงผู้ต้องหาในคดีที่เกิดขึ้น ชุดที่ 2 รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของ 6 ศพวัดปทุมฯ และเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 รวมถึงการปะทะกันที่สถานีไทยคม ชุดที่3 รับผิดชอบตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของนักข่าวญี่ปุ่น นักข่าวอิตาลี และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ชุดที่ 5 รับผิดชอบตรวจสอบกรณีการเผาสถานที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด นำโดยนายรัษฎา มนูรัษฎา ประธานอนุกรรมการฯ และคณะ ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่เพื่อสอบถามและบันทึกข้อเท็จจริงจากประชาชนในชุมนุม ที่เห็นเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนพฤษภาคม

Comments

อนุฯ คอป ผ่านมา ๑๐ เดือน

อนุฯ คอป

ผ่านมา ๑๐ เดือน เพิ่งลงพื้นที่ ครั้งแรก
แบบนี้ จะได้ข้อมูลถูกต้องอย่างไร

ความจริงย่อมอยู่เหนือฟ้าเหนือ

ความจริงย่อมอยู่เหนือฟ้าเหนือน้ำของให้วิญญาณผู้บริสุทธิ์ช่วยกันลากคอผู้กระทำและผู้บงการมาลงโทษ ฆ่าคนไม่ได้ดีหรอก จะคอยดู

เหตุมันเกิดยังไม่ครบปีดี

เหตุมันเกิดยังไม่ครบปีดี จริงๆแล้วเราก็รู้กันอยู่ว่าใครเป็นคนยิงประชาชนที่บ่อนไก่ (รวมทั้งที่วัดปทุมด้วย) แต่รัฐบาลกับทหารมีนมีอำนาจคับฟ้า ถีบคนเข้าคุกมากมาย หลักฐานต่างก็พยายามกลบเกลื่อน ล่อหลอกไปวันๆ แต่สมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อ หกตุลา คนเขารู้กันทั้งเมือง อีกไม่นานหรอกเราก็จะมีการเปิดเผยกันจะๆซํกที ความจริงย่อมเป็นความจริงกันวันยังค่ำ.

ขอให้กำลังใจคุณเมธา มาสขาว

ขอให้กำลังใจคุณเมธา มาสขาว อนุกรรมการชุดนี้ครับ คนหนุ่มไฟแรงความหวังของวงการสิทธิมุนษยชนไทย

แล้วถ้าสืบหาความจริงได้แล้ว

แล้วถ้าสืบหาความจริงได้แล้ว จะจัดการกับผู้ร้ายเส้นใหญ่ได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวล นายมาร์คไม่เท่าไรหรอกเพราะมันต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นนายกอยู่แล้ว แต่อยากจะลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังอ้ายมาร์คอีกที มันมีกันกี่ตัว โดยเฉพาะอ้ายคนที่มันพูดว่า"ประเทศไทยโชคดี(เป็นบ้า)ที่ได้ไอ้มาร์คมาเป็น นา ยก(โลงศพ)

สืบหาความจริง! ถึงแม้จะรู้ควา

สืบหาความจริง!
ถึงแม้จะรู้ความจริงแต่ก็เปิดเผยความจริงไม่ได้
เพราะมีอะไรปิดปากอยู่ มีอำนาจบางอย่างกดคออยู่
แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะสักวันความจริงต้องปรากฏ
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

ฝากเรื่อง 2 ศพ

ฝากเรื่อง 2 ศพ

"ชุมชนนางเลิ้ง" ด้วยเน้อ...

BBBB BBBB มองข้ามกระดานไป....

BBBB
BBBB

มองข้ามกระดานไป.....

เมื่อข้อมูลหลักฐานเริ่มชัดเจนเพิ่มมากขึ้น
และ "การแกะรอย" ก็เข้าใกล้ "ฆาตกรและผู้บงการ" เข้าไปทุกที.....

"ฆาตกรและผู้บงการ"
มันยังมี "เคล็ดลับสุดท้าย" ที่จะหลุดรอดตะรางไปได้.....
นั่นคือ :
จัดฉาก / สร้างกระแส "อะไรซักอย่าง" ขึ้นมา....
แล้วฉวยจังหวะประกาศนิรโทษกรรมแบบเหมารวม--ทั้งผู้บงการ / ฆาตกร / และเหยื่อ.....

ด้วยข้ออ้างคลาสสิค >>> เพื่อความสามัคคีสมานฉันท์ของผู้คนในประเทศ
ตามด้วย "มหาวาทะ" ที่ว่า >>> เราควรมองและเดินไปข้างหน้าโดยเอา "ประโยชน์ของชาติ" เป็นที่ตั้ง-มากกว่าจะมาชำระแค้นกันและกันแบบไม่สิ้นสุด......

โ ป ร ด ค อ ย ติ ด ต า ม !!

----------------------------------------

คากคาก
คากคาก.....
:(
BBBB
BBBB

เมื่อความจริงเริ่มเปิดเผย

เมื่อความจริงเริ่มเปิดเผย เค้ารางของการปฏิวัติรัฐประหารก็มีความน่าจะเป็นสูง

แล้วก็ให้คณะรัฐประหารหรือรัฐบาลภายใต้คณะรัฐประหารออกกฎหมายนริโทษ

ให้กับเฉพาะกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ที่สั่งฆ่า และผู้ที่ได้รับโทษน้อยกว่าการสั่งฆ่า

แล้วใครจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน

ขอให้กำลังใจกับคณะอนุกรรมการ(

ขอให้กำลังใจกับคณะอนุกรรมการ(คอป.)คณะที่4ด้วยค่ะ โดยเฉพาะอาจารย์พงษ์ศักดิ์ อนุกรรมการคนหนุ่มไฟแรง ที่มุ่งมั่นที่จะหาความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อหาความยุติธรรมให้กับพี่น้องที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว