บันทึกทนายความ ฉบับที่ 1 : เสียงกระซิบจากแดนตาราง

ที่มา: http://rli.in.th/2011/04/05/บันทึกทนายความ-ฉบับที่-๑/
 
 
เดิมผมชั่งน้ำหนักการเขียนบันทึกในฐานะทนายความว่าควรเขียนดีหรือไม่ด้วยเหตุผลอยู่ 2-3 ประการ คือ บางทีอาจทำให้มองว่าเป็นการพรีเซนท์ตัวเอง หรืออาจถูกข้อหาอยากดังเป็นต้น แต่ภายหลังจากที่เข้าเยี่ยมจำเลยคดีหมิ่นล่าสุด(4 เมษายน 2554) ผมจึงตัดสินใจว่า งานของทนายความคงไม่สามารถจำกัดตัวเองอยู่เพียงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย หรือคดีความเท่านั้น แต่ต้องเป็นกระบอกเสียงให้จำเลยที่กระซิบผ่านจากแดนตารางด้วย
มัน มีเรื่องหลายเรื่องที่อยากเล่าผ่านผู้อ่าน ซึ่งจริงๆแล้วผมได้ทยอยเขียนเป็นข้อความสั้นๆผ่านทางเฟซบุ๊ค ของผมแล้ว แต่นั่นอาจสื่อความหมายหรือข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน และบางครั้งก็กลับกลายเป็นปัญหาให้ตีความไปเสียหลายทาง ผมจึงขออนุญาตเขียนเป็นชิ้นงานขนาดกลางเพื่อเป็นการสื่อสารข้างต้น และในฉบับหลังๆ อาจขออนุญาตเล่าย้อนไปในเหตุการณ์ที่ประทับใจ หรือน่าสนใจในการทำงานช่วยเหลือทางกฎหมาย และแน่นอนว่ามันอาจไม่ได้เป็นงานเขียนระดับนักเขียนมืออาชีพ แต่น่าจะเป็นงานเขียนที่บอกเล่าสิ่งที่ผมในฐานะทนายความอยากเล่า และเป็นเสียงที่ผู้ต้องขังอยากบอกเช่นกัน
…ประตู บานใหญ่ทะมึนหลังลูกกรงค่อยๆเปิิดออก ถาพที่ผมเห็น คือชายสามคนที่พยุงกันอออกมาหาทนายความ และหนึ่งในสามคนนั้นเป็นชายแก่ที่เดินเองไม่สะดวกด้วยอาการเท้าชาไม่มีแรง ทั้งอาการมะเร็งยังกำเริบอีก เขาชื่ออำพล ตั้งนพกุลหรือที่ผมเรียกว่า “อากง” ส่วนชายวัยหนุ่มอีกสองคนที่ทำหน้าที่บุรุษพยาบาล(จำเป็น) ที่คอยพยุงร่างของอากงออกมาคือ คุณหมี สุริยันต์ กกเปือย และ คุณหนุ่ม ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ทั้งสามเป็นจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และติดคุกมาร่วมปีแล้ว
เรา มีเพียงกระจกกั้นเราไว้เป็นสองโลก คือโลกแห่งความจริงที่มีผมเป็นทนายความ และโลกแห่งแดนตาราง ที่มีทั้งสามคนกำลังอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำในโลกของผม ส่วนอีกโลกเป็นพัดลมเพดานเล็กๆ ซึ่งคอยขับไล่เหงื่อของทั้งสามคนไม่ให้เปียกจนเกินไป
อา กงจะยกมือไหว้ผมและร้องไห้เสมอที่เจอหน้ากัน ด้วยอาการมะเร็งทำให้แกพูดไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ แต่ที่จับใจความได้คือแกอยากให้ช่วยเรื่องประกันตัว ซึ่งทางทีมทนายความก็ได้ยื่นประกันตัวแล้วถึงสามครั้ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากศาลสถิตยุติธรรม ผมได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจว่าเราจะพยายามพาอากงกลับบ้านให้ได้ ซึ่งคดีของอากงจะสืบพยานอีกทีในเดือนกันยายนนี้ โดยมีทนายเมย์ และพี่ทนายธีรพันธุ์ เป็นทีมทนายความสู้คดี โดยหากคดีนี้ศาลรับฟังว่าจำเลยกระทำความผิดจริง อากงอาจถูกตัดสินให้จำคุกถึง 60 ปี ( ตามกฎหมายอนุญาตให้จำคุกได้ 20 ปี) ซึ่งนี่อาจทำให้เสรีภาพในบั้นปลายถูกปล้นไปจากชีวิตเลยทีเดียว
ตอน เช้า ป้าอุ๊ ภรรยาอากงมาเยี่ยมและแจ้งว่า ลูกสาวของอากงต้องออกจากงานเพราะลามาทำเรื่องประกันอากงบ่อยไป และถูกนายจ้างบีบให้ออกในที่สุด (ความจริงผมทราบว่านายจ้างไม่ปลื้มที่ลูกน้องมีพ่อเป็นจำเลยคดีหมิ่นฯ๑๑๒ สักเท่าไหร่) ตอนนี้กำลังหางานทำอยู่ ส่วนป้าอุ๊ ก็ต้องดูแลหลานอีกสามคน ไม่สะดวกที่จะมาเยี่ยม แต่ด้วยความเห็นก่วง ป้าอุก็พยายามมาเยี่ยมให้ได้เดือนละ 2-3 ครั้ง และอากงแจ้งผมว่าให้ช่วยทำเรื่องขอให้หมอมารักษาด้วยเพราะแกมีอาการปวดและขากเสลดออกมาเป็นเลือดแล้ว…
ส่วน พี่หมี สุริยันต์ กกเปือย รายนี้ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แกเป็นห่วงก็แต่พ่อกับแม่เท่านั้น ด้วยอาการโรคเบาหวานทำให้พ่อของพี่หมีไม่สามารถทำงานนานๆได้ ต้องพักอยู่บ่อยๆ ส่วนแม่ก็ต้องมาช่วยทำงาน ความลำบากของทั้งสองคนถูกสะกัดกั้นไม่ให้ผมบอกกับพี่หมีเพราะกลัวแกจะคิดมาก แต่ผมทราบว่าแกน่าจะรู้เพราะดูจากอาการที่ผมไปเยี่ยมทุกครั้งแแกจะฝากให้ไป เยี่ยมพ่อแม่แกด้วย
คดี ของพี่หมีอยู่ในระหว่างการขอรับพระราชทานอภัยโทษ เพราะในคดี แกรับสารภาพว่าได้โทรศัพท์ไปกล่าวข้อความที่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จริง ซึ่งศาลได้ตัดสินจำคุก 6 ปี กับ 30 วัน แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงต้องรอความเมตตาจากในหลวงเท่านั้นจึงจะทำให้พี่หมีได้กลับไปสู่อ้อมกอดของ ครอบครัวโดยเร็ว…
ผมหอบสำเนาสำนวนคดีหมิ่นฯของพี่หนุ่มไปฝากให้แกช่วยดูด้วย เพราะคดีของแกอยู่ในระหว่างเขียนอุทธรณ์ ซึ่งจะครบกำหนดยื่นในวันที่ 15 เมษายนนี้ แต่ทราบว่าทางศาลยังพิมพ์คำพิพากษายังไม่เสร็จ คงต้องขอขยายระยะเวลายื่นออกไปอีกสักพัก เพราะคดีนี้มีรายละเอียดเยอะมาก แต่โชคดีที่ได้ทีมงาน iLaw มาช่วยคดี และแน่นอนว่าแม้ผลของคดีจะออกมาไม่เป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่พี่หนุ่มก็ฝากขอบคุณทีมทนายทุกคน และให้กำลังใจในการทำงานต่อสู้กับคดีเหล่านนี้ต่อไป แกบอกว่าอยากให้ใช้เคสแกรณรงค์ถึงความอยุติธรรมของกฎหมายหมิ่นฯ และอยากให้สังคมเราก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
“วัน ที่ผมไปฟังคำพิพากษา พอเริ่มอ่านผมก็รู้แล้วว่าเขาลงโทษแน่ แต่ผมดีใจที่เพื่อนๆไปให้กำลังใจ โดยเฉพาะกลุ่มเรดนนท์ , ป้าอุษา, ทีมทนาย และเพื่อนๆของโลกไวเบอร์อีกหลายคนที่บางคนผมไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ”
ผมแจ้งเรื่องเงินช่วยเหลือน้องเวป ลูกชายวัย 10 ขวบของแกให้ทราบ แกร้องไห้และฝากขอบทุกคุณท่านที่ช่วยดูแลน้องเวปมาด้วย
เจ้าหน้าที่ตะโกนบอกว่าอีก 5 นาทีหมดเวลาเยี่ยม เราร่ำลากันด้วยถ้อยคำอันคุ้นเคย ผมซื้อของฝากเข้าให้ทั้งสามคนโดยใช้เงินบริจาคจากบัญชีสำนักกฎหมายราษฎร ประสงค์ ผมเดาเอาว่าท่านที่บริจาคด้วยยอด 1,112 บาท คงประสงค์เพื่อการนี้ และแน่นอนผมไม่รู้หรอกว่าทั้งสามอยากได้อะไรเพราะทั้งสามคนไม่เคยเรียกร้อง อะไรจากทนายความเลย … ผมได้แต่คิดเอาเองว่าผมอยากกินอะไรก็ซื้ออันนั้น และไม่ลืมนมและเครื่องดื่มประเภทบำรุงรังนกสำหรับกำลังของอากง…
ภาพที่พี่หนุ่มกับพี่หมี พยุงร่างอากงกลับเข้าสู่แดนตารางทำให้ผมคิดถึงใครบางคน… ใครบางคนที่ไม่อาจเห็นภาพเหล่านี้ได้ นี่คือความไม่เท่าเทียมกันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน …
ผม กลับออกจากเรือนจำตอนบ่ายสามโมง มารวมกับน้องทนายอีกสี่คนที่ไปเยี่ยมคดีเสื้อแดงและกำลังทำประสานเรื่อง ประกันตัวกับกรมคุ้มครองสิทธิ์อยู่ ทั้งสี่คนดูหัวยุ่งกันนิดหน่อย เราเดินคุยกันมาจนแว็ปเจอรถเข็ญขายส้มตำ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของอาการจู๊ดๆ ในขณะกำลังเขียนบันทึกฉบับนี้ !
 

Comments

....ขอแสดงความคาระวะต่อทีมทนา

....ขอแสดงความคาระวะต่อทีมทนายความทุกๆท่านที่ได้ดูแล ช่วยเหลือเหล่าผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลาย...เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับคำพูดที่ว่า "โลกแห่งความเป็นจริง" ถ้าทุกคนยืนอยู่บนโลกเดียวกันนี้ ปัญหาที่พวกท่านต้องต่อสู้กันอยู่ก็คงจะไม่เกิด?
....ท่านรำพึงถึงใครบางคนที่ไม่อาจจะมาพบเห็นภาพแห่งชีวิตจริงนี้ได้...และความเท่าเทียม ?!
....มนุษย์ทั้งหลาย ก่อเกิดมาจากขบวนแบบเดียวกันแท้ๆ ทำไม ถึงวันนี้แล้วพวกเราจึงยังจะต้องร้องเรียกหาความ "เท่าเทียม" กันอยู่? มีแต่เพียงคนธรรมดาเดินดินเท่านั้นหรือ ที่รับรู้ได้ถึงความไม่เท่าเทียมกันของชีวิต?
....โลกแห่งความเป็นจริง....ความเท่าเทียม...และชีวิตรันทด !!!

รายการวู๊ดดี้ เกิดมาคุย

รายการวู๊ดดี้ เกิดมาคุย น่าจะไปทำการสัมภาษณ์และตีแผ่คนที่อยู่หลังตารางนะ พวกเขาก็คงอยากจะบอกว่า มันไม่ยุติธรรม คงเป็นอีกรายการที่น่าจะได้รับความนิยม คนไทยคงอยากติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

เยี่ยมจริงๆ ดร

เยี่ยมจริงๆ ดร สมศักดิ์

(เม้นจนได้แหละ)

ML wrote:รายการวู๊ดดี้

[quote=ML]รายการวู๊ดดี้ เกิดมาคุย น่าจะไปทำการสัมภาษณ์และตีแผ่คนที่อยู่หลังตารางนะ พวกเขาก็คงอยากจะบอกว่า มันไม่ยุติธรรม คงเป็นอีกรายการที่น่าจะได้รับความนิยม คนไทยคงอยากติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง[/quote]

คนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมาย
ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายทางสังคม (Social Norms) คนติดตารางผิดทุกกรณี
โดยปกติ ไม่มีนักโทษคนไหนบอกว่าตนเองผิด สัมภาษณ์ไปก็ป่วยการ คนประเภทนี้ปากแข็งอยู่แล้ว

สะดิ้งหลวง

[quote=สะดิ้งหลวง]....ขอแสดงความคาระวะต่อทีมทนายความทุกๆท่านที่ได้ดูแล ช่วยเหลือเหล่าผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลาย...เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับคำพูดที่ว่า "โลกแห่งความเป็นจริง" ถ้าทุกคนยืนอยู่บนโลกเดียวกันนี้ ปัญหาที่พวกท่านต้องต่อสู้กันอยู่ก็คงจะไม่เกิด?
....ท่านรำพึงถึงใครบางคนที่ไม่อาจจะมาพบเห็นภาพแห่งชีวิตจริงนี้ได้...และความเท่าเทียม ?!
....มนุษย์ทั้งหลาย ก่อเกิดมาจากขบวนแบบเดียวกันแท้ๆ ทำไม ถึงวันนี้แล้วพวกเราจึงยังจะต้องร้องเรียกหาความ "เท่าเทียม" กันอยู่? มีแต่เพียงคนธรรมดาเดินดินเท่านั้นหรือ ที่รับรู้ได้ถึงความไม่เท่าเทียมกันของชีวิต?
....โลกแห่งความเป็นจริง....ความเท่าเทียม...และชีวิตรันทด !!![/quote]

ในครอบครัวคุณเท่าเทียมกันหรือไม่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา น้อง ลูก หลาน เหลน โหลน นี่คือวัฒธรรมทางครอบครัว

ประเทศชาติก็มีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเช่นเดียวกัน

นางสาวส้มจี๊ด

[quote=นางสาวส้มจี๊ด][quote=สะดิ้งหลวง]....ขอแสดงความคาระวะต่อทีมทนายความทุกๆท่านที่ได้ดูแล ช่วยเหลือเหล่าผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลาย...เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับคำพูดที่ว่า "โลกแห่งความเป็นจริง" ถ้าทุกคนยืนอยู่บนโลกเดียวกันนี้ ปัญหาที่พวกท่านต้องต่อสู้กันอยู่ก็คงจะไม่เกิด?
....ท่านรำพึงถึงใครบางคนที่ไม่อาจจะมาพบเห็นภาพแห่งชีวิตจริงนี้ได้...และความเท่าเทียม ?!
....มนุษย์ทั้งหลาย ก่อเกิดมาจากขบวนแบบเดียวกันแท้ๆ ทำไม ถึงวันนี้แล้วพวกเราจึงยังจะต้องร้องเรียกหาความ "เท่าเทียม" กันอยู่? มีแต่เพียงคนธรรมดาเดินดินเท่านั้นหรือ ที่รับรู้ได้ถึงความไม่เท่าเทียมกันของชีวิต?
....โลกแห่งความเป็นจริง....ความเท่าเทียม...และชีวิตรันทด !!![/quote]

ในครอบครัวคุณเท่าเทียมกันหรือไม่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา น้อง ลูก หลาน เหลน โหลน นี่คือวัฒธรรมทางครอบครัว

ประเทศชาติก็มีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเช่นเดียวกัน[/quote]
วัฒนธรรมไม่ได้อยู่ใน DNA เปลี่ยนยุดสมัย ไม่งั้นคนสมัยนี้แต่งตัวแบบคนสมัยอยุธยา ทำไมต้องเหมือนฝรั่งตะวันตก ครอบครัวเป็นสายใยทางครอบครัว แต่ประเทศเป็นสาธารณะมหาชน ร้อยพ่อพันแม่ ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ครอบครัวกับประเทศชาติ

Culture is one thing, to

Culture is one thing, to subjugate human beings to slaves is another.

ML is justified in suggesting that Woody went and interviewed some of the prisoners charged with M112 and see what they have to say. The public would surely be interested to listen.

Don't be "one sided" Woody. After all you belong to the so-called "4th Royal State". Perhaps not, since you'd rather enjoy sharing a piece of biscuit with the Royal Dog.

รู้สึกตอนนี้ บางคน

รู้สึกตอนนี้ บางคน ในประเทศกลัวการเปลี่ยนแปลงเหลือเกิน

ออกมา ดิ้น ทั้งใน ทีวี และใน บอร์ด

แต่ก้อแสดงความ...ออกมา ยิ่งเป็นการทำให้เห็น หลักคิด ของคนพวกนี้

ว่าที่จริง ก็แค่ คนเห็นแก่ตัวธรรมดา

นี่แหละยิ่งทำให้ ตาสว่าง กันมากขึ้น

ประเทศนี้...มีแต่...เทวดาปลอม

ใครจะรัก เทวดาปลอม มากกว่า พ่อแม่ตนเอง ก็เชิญตามสะดวก ถือว่า เป็นความซวยของพ่อแม่ท่านเองที่มีลูกอย่างท่าน

แต่เวลามาโพสในบอร์ด โปรดใช้สมองให้มากกว่านี้ เพราะเหตุผลที่ยกมามันแสดงถึง การใช้สมองที่น้อยเกินไป ไม่สมศักดิ์ศรี มนุษย์ ที่มีสติปัญญาเหนือสัตว์ทั้งหลาย

นางสาวส้มจี๊ด wrote:ML

[quote=นางสาวส้มจี๊ด][quote=ML]รายการวู๊ดดี้ เกิดมาคุย น่าจะไปทำการสัมภาษณ์และตีแผ่คนที่อยู่หลังตารางนะ พวกเขาก็คงอยากจะบอกว่า มันไม่ยุติธรรม คงเป็นอีกรายการที่น่าจะได้รับความนิยม คนไทยคงอยากติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง[/quote]

คนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมาย
ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายทางสังคม (Social Norms) คนติดตารางผิดทุกกรณี
โดยปกติ ไม่มีนักโทษคนไหนบอกว่าตนเองผิด สัมภาษณ์ไปก็ป่วยการ คนประเภทนี้ปากแข็งอยู่แล้ว[/quote]

คนติดคุก..ผิดทุกกรณี.???? งั้นคนที่ไม่ติดคุกถือว่าถูกทุกกรณีหรือ...???
..จะอธิบายยังไงกับกรณี..คดีเชอรี่แอน ดันแคน
..จะอธิบายยังไงกับกรณี..คดีสวรรคต ร.8 (จนป่านนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า3คนที่ถูกประหารเป็นแพะ จนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่สามารถหาผู้กระทำผิดที่แท้จริงได้)
..จะอธิบายยังไงกับกรณี..การทำรัฐประหารทั้งๆที่กฎหมายบอกว่าผิด..แต่...ศาลไม่สามารถตัดสินลงโทษได้เพราะศาลดันไปถือว่าคณะรัฐประหารที่ทำการสำเร็จ...เป็นองค์รัฐถาธิปัตย์..ทั้งที่ไม่มีในกฎหมาย...
ฯลฯ
จริงๆอยากจะแลกเปลี่ยนต่อเรื่องที่มาของกฎหมาย..
และระบอบการเมืองการปกครอง...แต่เอาแค่นี้ก่อน...

นางสาวส้มจี๊ด wrote:ML

[quote=นางสาวส้มจี๊ด][quote=ML]รายการวู๊ดดี้ เกิดมาคุย น่าจะไปทำการสัมภาษณ์และตีแผ่คนที่อยู่หลังตารางนะ พวกเขาก็คงอยากจะบอกว่า มันไม่ยุติธรรม คงเป็นอีกรายการที่น่าจะได้รับความนิยม คนไทยคงอยากติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง[/quote]

คนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมาย
ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายทางสังคม (Social Norms) คนติดตารางผิดทุกกรณี
โดยปกติ ไม่มีนักโทษคนไหนบอกว่าตนเองผิด สัมภาษณ์ไปก็ป่วยการ คนประเภทนี้ปากแข็งอยู่แล้ว[/quote]
คุณส้มจิ๊ด กฏหมายนั้นใช่ ว่ามันบรรญัติไว้ว่าใครทำผิดอะไรมีโทษอะไร การใช้และปฏิบัติตามกฏหมายอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียมนั้น คงไม่ใช่ประเทศนี้ แน่นอนประเทศที่บังคับใช้กฏหมายตามตัวบทในกฏหมายย่อมน่าเคารพและปฏิบัติตาม ไม่ใช่ใช้กฏหมายอย่างสองมาตรฐาน ยังรออยู่ว่าเมื่อไรพวกผู้ก่อการร้ายจะโดนกฏหมายเล่นงานซะที ไม่รู้ทันชาตินี้จะเห็นหรือเปล่า