สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แถลงกรณีถูกคุกคามจากการอภิปรายเรื่องสถาบันกษัตริย์

 

24 เม.ย. 2554 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แถลงข่าวถึงผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการ: กรณีการอภิปรายเรื่อง สถาบันกษัตริย์-รัฐธรรมนูญ-ประชาธิปไตย ซึ่งเขาได้อภิปรายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2553

 

ก่อนเริ่มการเสวนา ประชาชนผู้เข้าร่วมการแถลงข่าว มอบดอกกุหลาบสีแดงให้กำลังใจนายสมศักดิ์ โดยนายสมศักดิ์ ปรากฏตัวด้วยผมที่ย้อมเป็นสีดำ

นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หนึ่งในกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวถึงที่มาของการจัดอภิปรายเรื่องสถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญปีที่แล้วซึ่งเป็นที่มาของการแถลงข่าววันนี้ว่า เป็นเรื่องที่กลุ่มนิติราษฎร์ทำขึ้น โดยกลุ่มฯ มีความมุ่งหมายที่จะแสดงทัศนะทางกฎหมายในประเด็นที่เป็นสาธารณะ โดยเริ่มจากเรื่องตุลาการ มโนธรรมสำนึก, สถาบันกษัตริย์ รัฐธรรมนูญ ถัดจากนั้นคือ กองทัพกับประชาธิปไตย และล่าสุดคือกฎหมายว่าด้วยหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ โดยเป็นการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและตั้งใจจะทำต่อไปอีก

หลังจากจัดงานในวันที่ 10 ธ.ค.53 ก็เกิดผลพวง โดยบุคคลกลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการกับกลุ่มอาจารย์ที่จัดงาน และอาจารย์สมศักดิ์ และมีคนต้องการให้ดำเนินการทางวินัยกับสมศักดิ์ด้วย แต่ประเด็นเหล่านี้เราเห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ และเห็นว่ากลุ่มฯ ทำกิจกรรมทั้งหมดด้วยความสุจริตใจ

ในตอนท้ายของการอภิปรายวันนั้น ผมได้บอกแล้วว่าไม่มีใครบอกให้เปลี่ยนรูปการปกครองเป็นสาธารณรัฐ การเสนอวันนั้นอยู่ในกรอบประชาธิปไตย ราชอาณาจักร อยู่ในกรอบกฎหมาย เมื่อเกิดสภาพแบบนี้ เราจึงต้องคิดว่าแล้วเราจะเดินต่อไปข้างหน้า ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้แล้วทุกคนเงียบหมด กิจกรรมแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้

กลุ่มนิติราษฎร์เห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ทางวิชาการที่ต้องทำเรื่องเหล่านี้เพื่อให้เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นสาธารณะ อภิปรายกันได้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อภิปรายกัน สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ยังคงนิ่งเฉย ที่สุดแล้ว พื้นที่น้อยนิดที่มีในสังคมไทยก็จะหดหายไป

“หลายคนอาจจะแปลกใจว่าคนที่ถูกดำเนินคดี 112 มีหลายคน ทำไมไม่ออกมาแถลงข่าวแบบวันนี้ ผมเรียนว่าการอภิปรายทั้งหมดทางวิชาการที่เราทำมาแล้ว และจะทำต่อไปนี่คือการช่วยเหลือบุคคลทั้งหลายทั้งปวงที่ถูกดำเนินคดีเหล่านี้อยู่ เราเรียกร้องให้เกิดการดำเนินกระบวนการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม แต่กรณีอาจารย์สมศักดิ์ เป็นพื้นที่ทางวิชาการ เนื้อหาทางวิชาการทำอย่างเปิดเผย เปิดโอกาสให้โต้แย้งกันด้วยเหตุด้วยผล แล้วยังเกิดสิ่งที่เล่าให้ฟังไป ปัญหาคือเราไม่สามารถขยับเขยื้อนต่อไปได้อีก สังคมไทยจะตกอยู่ในภาวะเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดในประเด็นเหล่านี้ซึ่งทุกคนมีความชอบธรรมที่จะพูดได้” นายวรเจตน์กล่าว

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัวของอาจารย์สมศักดิ์ แล้วปล่อยให้ไปเผชิญปัญหาไปโดยลำพัง นิติราษฎร์ในฐานะผู้จัดงานต้องร่วมรับผิดชอบ และเรายืนยันว่าเราทำในกรอบของกฎหมาย สิ่งที่เราทำในวันนี้เป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเราทั้งหมด และการกระทำทางวิชาการของเราเป็นเรื่องที่จะมาข่มขู่กันไม่ได้

"การแถลงข่าววันนี้ไม่ได้มีเฉพาะนิติราษฎร์เท่านั้น เราไม่ได้มีกำลังทรัพย์สิน ไม่ได้มีอาวุธ เรามีเพียงกำลังสติปัญญาตอบแทนกับสังคม การที่บุคคลที่ไม่มีอะไรเลยอย่างพวกเรา ถูกกระทำในลักษณะที่ล่วงละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพอย่างนี้ เราต้องทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ท่านทั้งหลายด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องฉุกละหุกเมื่อวานนี้ และเราได้รับกำลังใจจากนักวิชาการหลายท่านที่มาร่วมกับเราในวันนี้ กลุ่มสันติประชาธรรม ที่ให้การสนับสนุนอย่างดี นักวิชาการอื่นๆ และอีกหลายท่านที่ไม่สามารถมาได้ ทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนก็กำลังจะแถลงท่าทีเหมือนกัน” นายวรเจตน์กล่าวและว่ายังอุ่นใจว่าวันนี้เพื่อนนักวิชาการอื่นๆ ยังร่วมกับกลุ่มฯ ที่จะเดินต่อไปบนหนทางวิชาการที่จะทำให้ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นสาธารณะ

“ไม่ว่าเราจะมีแรงกดดันแรงเสียดทานอย่างไรเราจะพยายามทำต่อไปอีก” นายวรเจตน์กล่าวในที่สุด
 

นายสมศักดิ์ ซึ่งปรากฏตัวในภาพลักษณ์ใหม่ เรียกเสียงปรบมือจากผู้ฟัง เนื่องจากเขาย้อมผมเป็นสีดำ กล่าวว่า บรรยากาศทางการเมืองช่วงที่ผ่านมาชวนให้อึมครึมและเซ็ง ทั้งแม่ทั้งภรรยายุให้ย้อมผมหลายปี ที่ผ่านมาเลยลองย้อมดู แต่พอย้อมแล้วรู้สึกว่าหล่อสู้ของเก่าไม่ได้

เขากล่าวขอบคุณ กลุ่มนิติราษฎร์และนักวิชาการรวมถึงผู้ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแม้ที่ผ่านมาจะมีการถกเถียง ทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งเขารู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ จากนั้นจึงกล่าวแถลงดังนี้

ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นอะไรไปหลังจากนี้ก็รู้สึกคุ้มกับชีวิต

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาผมได้เขียนบทความทางวิชาการและข้อเขียนอื่นๆ และพูดอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ โดยที่ไม่เคยเสนอให้ล้มเจ้าหรือล้มเลิกสถาบันกษัตริย์สิ่งที่ผมพูดอยู่ในกรอบของการมีสถาบันกษัตริย์ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันผมก็ไม่ปิดบังความคิดที่ว่า สถาบันฯ ต้องปรับปรุง ซึ่งไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และอาญา ผมจึงเขียนโดยใช้ชื่อจริงและเปิดเผยโดยตลอด เมื่อปีกลาย 2553 ได้รวบรวมข้อเสนอ 8 ข้อ สว. คำนูณ (สิทธิสมาน) ยังเอาไปเผยแพร่มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่รัฐเห็นว่าเป็นความผิด ผมก็ยินดีจะชี้แจงและไม่เคยคิดหลบเลี่ยง แต่ระยะสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของรัฐได้สร้างบรรยากาศความเครียดกดดัน มีการให้สัมภาษณ์พาดพิง เช่น นักวิชาการโรคจิตที่จ้องทำลายสถาบัน หลังจากนั้น การออกมาให้สัมภาษณ์และการตบเท้าของทหาร แม้ไม่เกี่ยวข้องหรือพาดพิงถึงผม ก็ได้สร้างความหวาดกลัวกับสังคมไทย

“เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบุคคลระดับนำของรัฐบาล แจ้งให้ผมทราบว่าทหารได้กดดันให้ดำเนินการกับผมเป็นการเฉพาะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับผมโดยตรง เช่น ชายสองคนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปเวียนในหมู่บ้านผม โดยบอกกับยามว่า มารับอาจารย์ มีโทรศัพท์ไปที่บ้านผม ว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนายติดตามอย่างใกล้ชิด ผมขอยืนยันว่าผมทำการวิพากษ์วิจารณ์ภายใต้กรอบกฎหมายเสมอมา

“ภายใต้บรรยากาศแปลกๆ ผมต้องชี้แจงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน สิ่งที่ผมทำเป็นสิทธิที่ชอบธรรม ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล และตามกฎหมายของไทยเองก็ตาม และหากจะดำเนินการกับผมก็ควรดำเนินการไปตามแนวทางกฎหมายปกติ หยุดสร้างบรรยากาศหวาดกลัวที่เอื้อกับอำนาจนอกระบบไม่ว่ากับผมหรือผู้ต้องหาอื่นๆ การออกมาแสดงพลังของทหารในหลายวันที่ผ่านมาไม่ใช่ครรลองของกฎหมาย ผมขอย้ำว่าผมมีความบริสุทธิ์ใจและเปิดเผยในสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอด หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าผมมีปัญหาก็สามารถขอพบเพื่อชี้แจง และหากมีการตั้งข้อหาดำเนินคดีผมก็พร้อมจะสู้คดีตามครรลองของกฎหมาย

นายสมศักดิ์กล่าวว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่ได้กระทบกันตนเองมากเท่ากับภรรยา

“หลังจากนั้นมีข่าวกระซิบเขียนด่า แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดชัดเจน มีตัวตนชัดเจน เช่น คุณประยุทธ (จันทร์โอชา) มีโทรศัพท์ไปถึงบ้าน ภรรยาก็ตกใจ เพื่อนฝูงก็บอกให้ผมเผ่นไป ผมก็คิดอยู่ บางคนก็กลัวว่าผมจะโดนดักตีหัว ในที่สุดผมก็คิดว่าไม่ เพราะสิ่งที่ผมพยายามจะทำคือการพยายามจะเปิดพื้นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสังคมไทย ไม่ใช่ทุกคนมีความเห็นเหมือนกันหมดเกี่ยวกับสถานะของสถาบันกษัตริย์ มีคนที่เห็นต่างจากการโฆษณาชวนเชื่อ เผลอๆ เกือบจะเหยียบล้านคนด้วย

“บรรดาผู้พิทักษ์สถาบันทั้งหลายควรจะตั้งสติให้ดีว่าคนเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านที่เขาไม่ได้คิดเหมือนกัน คุณจะทำอย่างไร จะไล่ออกไปนอกประเทศหรือ ปัญหาคือมันไม่ใช่อย่างนั้น มันมีคนจำนวนมากที่เห็นว่าสถานะปัจจุบันของสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องที่..อย่างน้อยที่สุดคือการอภิปรายกันอย่างตรงไปตรงมา

“และผมยอมรับว่าการอภิปรายเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. มันส่งผลที่ผมคาดไม่ถึง แม้แต่พาหมาไปหาหมอ หรือขึ้นลิฟท์ในมหาวิทยาลัยก็มีเด็กมาจ้องหน้าผม ว่านี่คือคนที่อยู่ในวิดีโอใช่ไหม นี่คือความเป็นจริงที่ว่า มีคนเห็นอย่างหลากหลายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ สิ่งที่ผมทำไม่มีอะไรมากไปกว่าการเปิดพื้นที่และบอกว่า เราสามารถอภิปรายเรื่องสถาบันได้ และพิสูจน์ได้ว่าผมไม่เคยบอกให้เลิก สิ่งที่ผมพยายามจะทำคือเอาประเด็นพวกนี้มาเปิดการอภิปรายและชี้ให้เห็นว่าถ้าพูดโดยหลักสามัญสำนึก ผมเถียงจนคนที่มาเชียร์ผมเขาเหนื่อยกันไปเองแต่ผมก็ยังไม่หยุด และการถกเถียงมันหยุดไป เช่น บอร์ดเสรีไทย เพราะใช้วิธีแบนผม

“ผมไม่คิดจะหนีไปไหน สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารไปถึงคนเหล่านี้ว่า ให้มองความเป็นจริงของสังคมไทยบ้าง ความเป็นจริงของโลกบ้าง ถึงคุณจะไม่เห็นด้วยโกรธหรือเกลียดมากอย่างไรก็ตาม แต่ความเป็นจริงคือคนเหยียบล้านที่คิดไม่ตรงกัน แล้วการพยายามจะปิดโน่นปิดนี่ เอากฎหมาย 112 มาเล่นงานคนเป็นร้อยๆ แล้วตอนนี้ จะแก้ไขอย่างไร มันไม่มีที่สิ้นสุด ที่จะสิ้นสุดได้คือการมาพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ภายใต้หลักการประชาธิปไตย ต่อให้ความเห็นไม่ตรงกันอย่างไรก็มานั่งเถียงกัน การจับคนนั้นคนนี้เข้าคุก แม้แต่อากง (ชายที่ถูกกล่าหาว่าส่งSMSหมิ่นเบื้องสูงไปยังโทรศัพท์มือถือของนายอภิสิทธิ์ฯ) ก็ไม่ปล่อย หรือคุณสุรชัย (แซ่ด่าน) ถึงปล่อยมาแกก็คงไม่ไปไหนหรอก เพราะถ้าจะไปแกคงไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นไม่มีเหตุมีผล และที่สุดแล้วมันก็จะนำไปสู่การปะทะใหม่ นำไปสู่ความรุนแรง นำไปสู่การเสียชีวิตอีก

“บรรดาที่ออกมาตบเท้าลองถามตัวเองดีๆ ว่าคุณต้องการให้มันเป็นอย่างไร คุณปิดปากเขา เขาพูดตรงๆ ไม่ได้เขาก็ใช้สัญลักษณ์พูด นี่คือความจริง คุณประยุทธ์เองก็ตาม ไม่มีประโยชน์นะครับท่าทีแบบนี้ไม่มีทางที่จะทำให้คนไม่คิดไม่พูดไม่อภิปรายกัน ประเทศไทยไม่มีทางกลับถึงยุคที่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมด ซึ่งมียุคนั้นจริงหรือเปล่าไม่รู้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และวิธีแก้ปัญหาแทนที่จะใช้กำลังกดดัน จับคนแก่ไม่ให้ประกัน ผู้หญิง ศาลยกเลิกคำตัดสินไปแล้วก็ยังไม่ให้ประกัน วิธีแบบนี้มีแต่ทำให้คนไม่พอใจอยู่แล้วก็ไม่พอใจยิ่งขึ้น คนที่สงสัยก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นและนำไปสู่การปะทะ

“ใครที่เคยอ่านเคยฟังผม ผมก็พูดแบบนี้มาตลอด แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่ผมพยายามยืนยันคือการเสนอให้แก้ให้ปรับปรุงสถาบันกษัตริย์ และถ้าทำตามที่ผมว่า สถาบันกษัตริย์จะมั่นคงมาก ผมยังคิดเล่นๆ ว่า ในอนาคตพวกรอยัลลิสม์จะต้องมาขอบคุณผม ประเด็นคือในระยะยาวมันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ที่คุณให้ข้อมูลด้านเดียวตลอดเวลา ตบเท้า ทำให้ทุกคนต้องเงียบ มันทำไม่ได้หรอก และทำให้ประเทศนี้ไม่น่าอยู่มากๆ เลย

“ผมรักประเทศนี้ แต่เราต้องการประเทศหรือบ้านที่มีสภาพแวดล้อมที่น่ารักกว่านี้ ที่คนมีเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ ถ้ามีเรื่องไม่เห็นด้วยก็แสดงความไม่เห็นด้วยออกมา ไม่ใช่ว่าพอเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์แล้วต้องเงียบ ฐานคิดของผมคือทำให้เราทุกคนมีความเป็นคนปกติในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์เหมือนเรื่องอื่นๆ องค์กรสาธารณะอื่นๆ เมื่อไม่เห็นด้วยก็เถียงกันออกมา นี่คือความเป็นคนปกติธรรมดา แต่สถานะของสถาบันกษัตริย์มาถึงจุดที่ว่า เมื่อคุณจงรักภักดีมาก แล้วพอมีคนไม่เห็นด้วยแล้วคุณต้องการให้คนที่ไม่เห็นด้วยเป็นอะไรล่ะ สังคมแบบนี้ประเทศแบบนี้มันไม่น่าอยู่เอามากๆ” 

000000

000000

ใบแถลงข่าว

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความทางวิชาการและข้อเขียนอื่นๆ และได้พูดอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ โดยที่ในการกระทำต่างๆเหล่านี้ ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่ผมจะเสนอให้ “ล้มเจ้า” หรือ “ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์” สิ่งที่พูดและเขียนทั้งหมดล้วนอยู่ในกรอบของการมีสถาบันกษัตริย์ทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ปิดบังทัศนะที่ว่า สถาบันกษัตริย์ควรต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการปกครองในแบบประชาธิปไตย, หลักนิติธรรม และพัฒนาการของโลกสมัยใหม่ ซึ่งทัศนะหรือการเสนอให้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงสถาบันกษัตริย์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา ผมจึงได้พูดและเขียนโดยใช้ชื่อจริงอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด เมื่อต้นปีกลาย (2553) ผมได้รวบรวมความเห็นเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ออกมาเป็นข้อเสนอ 8 ข้อ เสนอต่อสาธารณชนโดยเปิดเผย และเป็นที่รู้จักกันดีพอสมควร ส.ว.คำนูณ สิทธิสมาน ยังได้เคยนำข้อเสนอ 8 ข้อนี้ ไปตีความเผยแพร่และอภิปรายในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 มาแล้ว

การอภิปรายของผมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2553 และการพูดหรือเขียนในโอกาสต่อๆมา ก็ล้วนแต่ทำขึ้นภายใต้กรอบข้อเสนอที่ไม่ผิดกฎหมาย เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่มีรูปธรรม 8 ข้อนี้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพลเรือนหรือทหาร เห็นว่า การกระทำของผมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผมก็ยินดีจะชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวตามกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ ไม่เคยคิดที่จะหลบเลี่ยงแต่อย่างใด และดังที่ทราบกันดี ในส่วนของประชาชนอื่นๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับผม ผมก็พร้อมและก็ได้เคยทำการโต้แย้งแลกเปลี่ยนด้วยโดยเปิดเผยเสมอ

แต่ในระยะ 2 สัปดาห์เศษที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการสร้างบรรยากาศตึงเครียด กดดันในข้อหาที่เรียกกันว่า “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โจมตี “นักวิชาการโรคจิต” ที่ “จ้องทำลายสถาบัน” หลังจากนั้น การออกมาให้สัมภาษณ์รายวัน และตบเท้าแสดงกำลังของทหาร ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน เป็นต้นมา ในเรื่องข้อกล่าวหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” แม้จะไม่เกี่ยวข้องพาดพิงถึงผม ก็ได้สร้างบรรยากาศแห่งความน่าหวาดกลัวให้กับสังคมไทยในเรื่องนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวผมเองนั้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีบุคคลระดับนำของรัฐบาล เปิดเผยเป็นส่วนตัวว่า มีแรงกดดันจากทหารให้ดำเนินการกับผมเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ก็ยังมีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนถึงการเตรียมที่จะจัดการทางกฎหมายกับผม

ดังที่ได้กล่าวในตอนต้นว่า สิ่งที่ผมได้ทำไปในเรื่องนี้ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมาคือ ภายใต้การแสดงกำลังรายวันของทหารที่ทำให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัวในเรื่องนี้ ได้มีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้นที่เกี่ยวกับผมโดยตรง เช่น เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีชาย 2 คนขี่มอเตอร์ไซต์ 2 คัน เข้าไปวนเวียนในหมู่บ้านผม 2 ครั้ง เมื่อยามหมู่บ้านถาม ก็ได้รับคำตอบแต่เพียงว่า “มารับตัวอาจารย์” โดยไม่มีการแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่หรือมีเอกสารราชการมาแสดงแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีโทรศัพท์ลึกลับไปยังบ้านผมเตือนให้ระมัดระวังตัวว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงบางหน่วย ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนายคอยเฝ้าติดตามผมอยู่ตลอดเวลาโดยใกล้ชิด พร้อมจะดำเนินการจับกุมผมได้ทันทีที่ได้รับคำสั่ง

ผมขอย้ำว่า ผมกระทำการวิพากษ์วิจารณ์และเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์โดยเปิดเผยและภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอมา แต่ขณะเดียวกันภายใต้บรรยากาศและสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น ผมรู้สึกจำเป็นที่จะต้องเรียนสื่อมวลชนและสาธารณชนและฝากผ่านไปยังเจ้าหน้าที่รัฐว่า สิทธิในการแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถานะของสถาบันกษัตริย์นั้น เป็นสิทธิที่ชอบธรรมและได้รับการรับรองตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล และแม้แต่ในหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยเอง ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เรียกว่า “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” นั้น หากจะมีการดำเนินการอย่างใด ไม่ว่าในกรณีผมเองหรือกรณีอื่นๆ ก็ควรดำเนินการไปตามแนวทางของกฎหมายโดยปรกติ ควรหยุดการสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวที่เอื้ออำนวยให้กับการใช้อำนาจนอกระบบไม่ว่ารูปแบบใดๆ ไม่ว่าจะต่อผมเองหรือผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ การออกมาแสดงกำลังรายวันของทหารเป็นเวลาถึง 10 กว่าวันติดต่อกัน ภายใต้ข้ออ้างเรื่อง “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ไม่ใช่การปฏิบัติในลักษณะที่เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย และมีแต่จะส่งเสริมให้เกิดการกระทำที่นอกเหนือจากครรลองของกฎหมายตามมาได้

ผมขอย้ำว่า ผมมีความบริสุทธิ์ใจและเปิดเผยในสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอด หากทางเจ้าหน้าที่มีปัญหาก็สามารถเรียกให้ผมเข้าพบ ซึ่งผมก็พร้อมเสมอที่จะเข้าพบชี้แจง ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องออกหมายจับตัว หรือส่งคนคอยควบคุมการเคลื่อนไหวใดๆ หรือใช้วิธีการกดดันตลอดจนวิธีการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และหากถึงขั้นมีการตั้งข้อหาดำเนินคดี ผมก็พร้อมใช้สิทธิต่อสู้คดีและขอประกันตัว เพราะผมเองมีงานราชการสอนหนังสือและวิจัยทางวิชาการที่จะต้องทำอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยคิดที่จะหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีใดๆ ผมเชื่อว่า การปฏิบัติเช่นนี้ จึงจะเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ในกรณีตัวผมเอง แต่รวมทั้งกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

จึงเรียนมาเพื่อให้ทุกท่านพิจารณา

อ.ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
24 เมษายน 2554

 
 

 

Comments

สิ่งที่คุณสมศักดิ์พยายามทำมาต

สิ่งที่คุณสมศักดิ์พยายามทำมาตลอดคือการด่ากราดนักวิชาการทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณต่างหาก
แต่มาวันนี้คนต่างๆ ที่คุณไปด่ากราดเค้าก็ไม่มีใครทิ้งคุณ จัดเวทีให้คุณมาโรแมนติกต่อหน้าสื่อได้อีก
ควรจะสำนึกในบุญคุณครั้งนี้ไว้ให้ดี

ขอคารวะใน

ขอคารวะใน "จุดยืน"อันแน่วแน่มั่นคง และ ชื่นชมใน "อุดมการ"ที่แจ่มชัด ครับผม

สู้ครับ อาจารย์ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปัญญา รุ่งทอง wrote:ขอคารวะใน

[quote=ปัญญา รุ่งทอง]ขอคารวะใน "จุดยืน"อันแน่วแน่มั่นคง และ ชื่นชมใน "อุดมการ"ที่แจ่มชัด ครับผม

สู้ครับ อาจารย์ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ[/quote]

ขอคาราวะนับถือครับอาจารย์

เฉพาะของสมศักดิ์

เฉพาะของสมศักดิ์ อ่านได้ความว่าตอนนี้แกคงกลัวมากถึงกับออกมาร้องขอความกรุณาจากผู้มีอำนาจว่าอย่าข่มขู่เลย จะมาจับก็มา(แต่อย่าขู่นะกูกลัว)

ผมว่าสิ่งที่สมศักดิ์เสนอเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมควรพิจารณาจริง แต่เนื่องจากสมศักดิ์ยังมีวุฒิภาวะแห่งความเป็นนักวิชาการต่ำ (อาจเนื่องจากมีความเคียดแค้นชิงชังสูง?) แกเลยทำไปโจมตีคนอื่นไป โดยไม่ลืมที่จะยกตัวเองกว่ากูเก่งกูดีกว่าพวกมึงทั้งหมด(ที่เป็นนักวิชาการไร้กระดูกสันหลังและบัดซบ) แต่พอถึงเวลาจริงเห็นไหมครับ แกก็กลัวตายพอที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากนักวิชาการบัดซบเหล่านั้นและสังคม แต่ตอนนี้แกคงชอบใจใหญ่เพราะได้เด่นสมใจ(เสริมด้วยลุคใหม่ผมดำ (ฮา)) ไม่ต้องเกาะกระแสอาศัยความดังของนิธิอีกต่อไป

สิ่งที่สมศักดิ์ทำนั้นไม่ใช่ว่าแกทำ "อยู่คนเดียว" คนอื่นก็ทำมาตลอดในวิถีทางที่แต่ละคนทำได้อยู่แล้วมากบ้างน้อยบ้าง เพียงแต่สมศักดิ์เท่านั้นที่ "กล้า(careless)" พอที่จะทำในเลเวลที่มันต้องกลายเป็นภาระแก่เพื่อนนักวิชาการและคนรอบข้าง (และเป็นเลเวลที่สูงพอที่จะทำให้เมียทุกข์ใจด้วย?)

ผมตั้งใจไว้ว่ารอให้มีการตั้งข้อหาและสมศักดิ์โดนจับด้วยข้อหาหมิ่นฯ ก่อน ค่อยออกมาเต้นไปกับแก ไม่ว่าจะให้ไปลงชื่อคัดค้านที่ไหนก็จะไป แต่ไม่ใช่ด้วยทัศนะที่ว่าแกเป็นนักวิชาการหรืออะไร (นักวิชาการก็ไม่ใช่เทวดาเหมือนกัน) แต่ด้วยทัศนะที่ว่าคนไทยควรมีสิทธิพูดและวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยในขอบเขตของกฎหมาย

"..

".. ทัศนะที่ว่าคนไทยควรมีสิทธิพูดและวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยในขอบเขตของกฎหมาย"
ขอบเขตกฎหมายไทยตามการตีความของผู้พิพากษาไทย ไม่ให้สิทธิพูดและวิจารณ์สถาบัน ลองดูการวินิจฉัยที่ผ่านมาของศาลไทยก่อน ยิ่งตีความยิ่งเลอะเลือน

ถามหน่อยว่าถ้าเปิดให้วิจารณ์ส

ถามหน่อยว่าถ้าเปิดให้วิจารณ์สถาบันโดยอ้างว่าอยู่ในขอบเขตของกฎหมายแล้วมันจะควบคุมได้หรือ ขนาดไม่ให้วิจารณ์ยังมีคนที่อ้างว่าเป็นนักวิชาการจาบจ้วงได้ อย่ามาอ้างว่ารักชาติรักสถาบันเลย...สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นไม่สอดคล้องกับคำพูดของคุณแม้แต่น้อย ถ้าคุณเป็นนักวิชาการที่มีสามัญสำนึกก็ควรรู้ว่ามันอาจส่งผลเสืยหายต่อชาติบ้านเมืองได้ ก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติได้ ตัวคุณเองยังใช้คำว่า "พวกรอยัลลิสต์" นี่ไม่เป็นการแบ่งแยกหรือ ถ้ารักชาติรักสถาบันก็ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง...นอกจากว่าคุณเป็นพวกไม่ประสงค์ดีต่อชาติ ถ้าอยากวิจารณ์ไปวิจารณ์การคอรับชั่นกับระบบเส้นสายในระบบข้าราชการดีกว่า อย่าลืมว่าคุณกินเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของ"พวกรอยัลลิสต์"เหมือนกัน และที่สำคัญที่สุดสถาบันนี้เป็นสถาบันสูงสุดไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำลงมาวิจารณ์ให้แปดเปื้อน

……………………………………………..” มัน

……………………………………………..” มัน “..คือใครดึงฟ้าต่ำ...?.(ตัวจริง)...

……………..............โฉมหน้าเครือข่ายฝูงฆาตกรต่อเนื่อง...!?.............

...............

...............พรรคไอ้ห้อยไอ้โหนโดนแบกไห........ภูมิใจไทยใครภูมิใจอะไรหว่า
อ๋อภูมิใจได้กระทรวงใหญ่ ๆ มา.........................ดูท่าว่าจริงใจไอ้ห้อยไอ้โหน
เหมือนชะนีที่กระโจนโหนไม้ใหญ่......................โหนไปได้ทั้งไพรไม้ไม่โค่น
พรรคชะนีมีที่ไปได้กระโจน...............................ไม้อ่อนโอนโงนเงนเผ่นทันที

...............ธรรมชาติชะนีมีแค่นั้น.......................อาศัยมันดูแลป่าท่าจะหนี
ตัดต้นไม้ขึ้นเขาใหญ่ไปธานี..............................เพื่อให้มีสี่เลนเผ่นหากิน
อยู่กระทรวงมหาดไทยใหญ่คับฟ้า......................กระทรวงคมนาคมสมถวิล
เขาให้เล่นเป็นงูเห่าเข้าทางตีน..................ได้สวมวิญญาณนักปกครองกึกก้องไป

...............ประเทศไทยได้งูเห่าเฝ้ามหาดไทย......โอ้กระไรไพร่ฟ้าหน้าหมองไหม้
ใช้งูเห่าเฝ้าเส้นทางทั่วถิ่นไทย.......................ยิ่งไปใหญ่ใครเขียนบทสลดจัง
อีกกระทรวงพาณิชย์คิดขายค้า.......................น้ำมัน,ปาล์ม,ข้าวปลาน่าแค้นคั่ง
ไข่แข่งขึ้นราคาพากูพัง.....................................หนี้สินรังรุงนุงนัวเนีย

...............สามกระทรวงทะลวงไส้ให้มันล้วง.......ตับไตกลวงปวงชาวบ้านหารเฉลี่ย
มันมีเงินซื้อทีมบอลไว้อ้อนเมีย........................ประชาชนก้นเตี้ยละเหี่ยใจ
สาสมใจใครเขียนบทสลดวะ..............................ในค่ายทหารหาญทำงานใหญ่
ดีดลูกคิดกดเครื่องคิดเลขเบรคเพื่อไทย...............แล้วเป็นไงได้งูเห่าเข้าคล้องคอ

...............ย้อนไปในวันอับกระชับพื้นที่..............ลือว่ามีทหารเขมรเพ่นพ่านหนอ
แถวปากซอยรางน้ำตามเจอตอ..........................อุทานอ้อบริษัทใหญ่ใครนะเออ
ผองไพร่ใช้เส้นทางซอยรางน้ำ..........................ใครเฝ้ายามยิงส่องสมองเว่อ
เครือข่ายใครของไอ้ห้อยซอยนี้เจอ..................คิงพาวเวอร์เบ้อเร่อเฮิ่มเจิมป้ายไว้

.............โอไอ้ห้อยไอ้โหนไอ้งูเห่า..................ในร่มเงาเข้าไม่ถึงมึงเข้าได้
ซอยรางน้ำตามเจอตอขอผ่านไป........................มันพลันใช้สไนเปอร์มาเปรอปรน
มันยิงใส่ไทยทั้งนั้นไอ้จัญเอ๋ย............................ใครทนเฉยไม่เผยแพร่แม้โดนปล้น
รัฐบาลผ่านเลือกตั้งรังปืนกล..............................จึงฆ่าคนไม่สนใจ...ไอ้รียำ

.............เครือข่ายร่วมรัฐบาลไอ้หารไอ้ห้อย.......ไอ้โหนหอยแห่งสุพรรณมันชองช่ำ
ฝากถึงคนสุพรรณบุรีบุรีรัมย์.....................ย้อนยุคถ้ำหงำเหงอะเจอะสุราษฎร์ธานี
เลือกเข้ามาเยอะ ๆ ให้เปรอะประเทศ...................รวมหัวเปรตเวทนาพาเจอผี
ประชาชนคนส่วนใหญ่ช่วยไล่ที......................เฉดหัวหนีไปนั่งฝั่งฝ่ายค้าน

..............มึงขืนอยู่กูเป็นหนี้หัวโตแน่.................ลิงแก้แหแก้ไฟไหม้หมดบ้าน
ขุมเครือข่ายฆาตกรซ่อนสันดาน...................รัฐบาลผ่านเลือกตั้งคลั่งฆ่าคน.....!?
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาออกมาพูด............ปากหรือตูดปูดออกมา... น่าฉงน
เผาเซ็นทรัล“ มัน “ไม่ให้เข้าไปดับจับเล่ห์กล...” มัน “ มืดมนพ่นพิษใส่ไพร่เสื้อแดง.

ทำเป็นสุนัขไปได้

ทำเป็นสุนัขไปได้ เวลาอยู่เป็นฝูงเหาซะเสียงดังทำเป็นกร่าง พอมีคนจะหยิบหินปาหัววิ่งหางจุกตูดร้อง เอ๊ง เอ๊ง จบไม่สวยแน่

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกร

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเขียนบทความ และโพสต์แสดงความเห็นท้ายบทความของอาจารย์สมศักดิ์
เกี่ยวกับประเด็นสถาบันบนจุดยืนเดียวกันกับอาจารย์สมศักดิ์ (แต่อาจไม่ตรงเท่า)

มีตำรวจติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมไปทางมหาวิทยาลัย 2 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว 1 ครั้ง และปลาย ม.ค.ปีนี้อีก 1 ครั้ง
โดยเรื่องทั้งหมดทราบถึงอธิการบดี และมีการให้ผมทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง

แต่ว่าผลกระทบโดยอ้อมคือ ภรรยาผมเป็นครูช่วยราชการอยู่ในหน่วยงานที่ซีเรียสมากเกี่ยวกับเรื่องความจงรักภักดี ถ้าเรื่องของผมเป็นข่าวขึ้นมา เธออาจถูกสั่งให้กลับต้นสังกัดภายใน 24 ชั่วโมง (เรื่อง 24 ชั่วโมงที่ว่าเคยมีมาแล้ว แม้แต่ครูที่ลูกชายเขาขโมยของเพื่อนข้างๆห้องในหอพกัเดียวกัน ยังต้องถูกส่งกลับต้นสังกัดทันที)

ฉะนั้น ผมกับภรรยาจึงปรึกษากันและตัดสินใจย้ายต้นสังกัดของภรรยาจาก สปฐ.มาอยู่โรงเรียนเทศบาล แม้จะต้องเสียสิทธิบางอย่าง (เช่ต้องลาออกจากสมาชิก กบข.ทำบัตรจ่ายตรงกับโรงพยาบาลไม่ได้ เป็นต้น) ก็ยอม เพราะเราไม่อยากแยกกันอยู่คนละภาคของประเทศ

ทั้งหมดนี้ผมแค่อยากสื่อสารให้ทราบว่า สิ่งที่ผมเขียนทั้งหมดเป็นการเขียนในเชิงหลักการบนพื้นฐานของเสรีภาพทางวิชาการทั้งสิ้น สังคมนี้ควรเคารพความเป็นคนของตนเองและของกันและกันเสียที เพียงเพราะคิดต่างกันเราไม่ควรทำร้ายกันอีกต่อไป (เช่นตามแจ้งความซำแล้วซ้ำอีก เป็นต้น)

ตกลงคุณ "ชายขอบ"

ตกลงคุณ "ชายขอบ" เป็นอาจารย์มหาลัยนะครับ
ถ้าอย่างนั้นตอนที่ออกมาด่านักวิชาการทั้งหลายว่าเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ออกมากล้าหาญอย่างสมศักดิ์นั้น อจ."ชายขอบ" ได้ออกมาแสดงความเห็นด้วยชื่อจริงบ้างหรือเปล่าครับ
ถ้าไม่ได้ทำ แล้วจะด่าคนอื่นทำไมครับ
ถ้าไม่ได้ทำ อจ."ชายขอบ"เคยคิดบ้างไหมครับว่า อาจมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ก็อยู่ในภาวะไม่ต่างจากคุณเอง และพวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ตามความสามารถและใต้เงื่อนไขที่เขาทำได้ อาจจะมากกว่าน้อยกว่าที่คุณทำอยู่บนประชาไทแห่งนี้

จุดยืนของสมศักดิ์ต่อสถาบันกษัตริย์และม.112 ตามที่เขาแถลงวันนี้ไม่ต่างอะไรเลยกับที่นักวิชาการหลายคนและใบตองแห้งเคยแสดงออกมาก่อนอย่างระมัดระวังแต่กลับโดนดูถูก โดนด่าอย่างสาดเสียเทเสียจากสมศักดิ์และสาวกว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวกนิยมเจ้าใส่เสื้อคลุมปลอมตัว อนาคตจะไม่มีที่ยืน ฯลฯ

ในการต่อสู้ยากลำบากแบบนี้ อย่าอวดดีเกินตัวเลยนะครับ ทุกคนทำเต็มที่ตามความสามารถและข้อจำกัดก็น่าจะต้องให้กำลังใจกันไว้

อีกอย่าง ขอเสนอแนะอย่างมิตรนะครับว่า อจ."ชายขอบ" น่าจะพัฒนาความคิดตัวเองให้เป็นอิสระกว่านี้ ตั้งแต่โดนสมศักดิ์ด่าแรงๆตั้งแต่ต้น คุณเสียศูนย์จนคิดอะไรไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย นี่ไม่ใช่การกล่าวหากล่าวโทษ แต่เป็นข้อเสนอแนะ ลองทบทวนข้อเขียนของตัวเองดูแล้วกัน

สงสัย wrote:ตกลงคุณ "ชายขอบ"

[quote=สงสัย]ตกลงคุณ "ชายขอบ" เป็นอาจารย์มหาลัยนะครับ
ถ้าอย่างนั้นตอนที่ออกมาด่านักวิชาการทั้งหลายว่าเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ออกมากล้าหาญอย่างสมศักดิ์นั้น อจ."ชายขอบ" ได้ออกมาแสดงความเห็นด้วยชื่อจริงบ้างหรือเปล่าครับ
ถ้าไม่ได้ทำ แล้วจะด่าคนอื่นทำไมครับ
ถ้าไม่ได้ทำ อจ."ชายขอบ"เคยคิดบ้างไหมครับว่า อาจมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ก็อยู่ในภาวะไม่ต่างจากคุณเอง และพวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ตามความสามารถและใต้เงื่อนไขที่เขาทำได้ อาจจะมากกว่าน้อยกว่าที่คุณทำอยู่บนประชาไทแห่งนี้

จุดยืนของสมศักดิ์ต่อสถาบันกษัตริย์และม.112 ตามที่เขาแถลงวันนี้ไม่ต่างอะไรเลยกับที่นักวิชาการหลายคนและใบตองแห้งเคยแสดงออกมาก่อนอย่างระมัดระวังแต่กลับโดนดูถูก โดนด่าอย่างสาดเสียเทเสียจากสมศักดิ์และสาวกว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวกนิยมเจ้าใส่เสื้อคลุมปลอมตัว อนาคตจะไม่มีที่ยืน ฯลฯ

ในการต่อสู้ยากลำบากแบบนี้ อย่าอวดดีเกินตัวเลยนะครับ ทุกคนทำเต็มที่ตามความสามารถและข้อจำกัดก็น่าจะต้องให้กำลังใจกันไว้

อีกอย่าง ขอเสนอแนะอย่างมิตรนะครับว่า อจ."ชายขอบ" น่าจะพัฒนาความคิดตัวเองให้เป็นอิสระกว่านี้ ตั้งแต่โดนสมศักดิ์ด่าแรงๆตั้งแต่ต้น คุณเสียศูนย์จนคิดอะไรไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย นี่ไม่ใช่การกล่าวหากล่าวโทษ แต่เป็นข้อเสนอแนะ ลองทบทวนข้อเขียนของตัวเองดูแล้วกัน[/quote]

ขอบคุณครับอาจารย์ "สงสัย" ที่ชี้แนะ และเห็นใจนะถ้าคุณเป็น 1 ในคนที่ลำบากเพราะเรื่องนี้
แต่คนมี "กึ๋น" อย่างคุณคงแยกแยะว่าผมตำหนิอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักวิชาการประเภทไหน

ขอให้กำลังใจ อ.สมศักดิ์

ขอให้กำลังใจ อ.สมศักดิ์ และนักวิชาการทุกท่าน ที่พยายามเปิดพื้นที่เสรีภาพให้แก่ประชาชน

และขอให้พวกเราช่วยกันปกป้องทุกท่านเหล่านี้ด้วย

อย่ายอมให้ใครจับท่านเหล่านี้เข้าคุกโดยมิชอบอีก

อย่ายอมให้ใครมาย่ำยีประชาชนอีก

เห็นใจอาจารย์จริงๆ เอาความจริ

เห็นใจอาจารย์จริงๆ

เอาความจริงมาพูด

แต่ถูกยัดข้อหา

คุยกันแบบทวิภาคี

ไม่สำเร็จ

เอาพหุภาคีเป็นไง

ยิงปืนถล่มกันให้ดังไปรอบบ้าน

แล้วยูเอ็น ก็เข้ามาเอง

เข้าเมืองไทยไม่ได้

มันก็ส่งมาที่เขมร

แล้วก็ใช้แผนที่

หนึ่งต่อสองแสน

ก็เสร็จฮุนเซ็น

พูดเรื่องเขมรหนักกว่า

ไม่โดน 112

แต่อาจโดน

ทรยศต่อชาติ

แล้วจะอยากวิจารณืสถาบันไปทำไม

แล้วจะอยากวิจารณืสถาบันไปทำไมกัน เป็นอาจารย์ นักวิชาการนี่ไม่รู้หรือไงว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เอาเวลาที่จะมาวิจารณ์สถาบันไปแก้ไขปัญหาของชาติดีกว่า ทั้งคอร์รัปชั่น ยาเสพติด ปัญหาปากท้อง เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ทั้งนั้น มาช่วยกันคิดแก้ปัญหาพวกนี้ดีกว่ามั้ง..... รึคิดไม่เป็น????? แต่อยากเป็นนักวิชาการ???????

พวกคุณไปช่วยเรียกร้องสิทธิที่คนไทยถูกข้าราชการ นักการเมือง ฉ้อโกงดีกว่ามานั่งเรียกร้องสิทธิวิจารณ์สถาบันนะ หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์เสียบ้างนะ

เบื่อความคิดเหน ของคุน

เบื่อความคิดเหน ของคุน สโม้กจัง ไปอยู่ที่ไหนมาคับ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่งึ้นเขาไม่ลุกมาสู้หรอกคับ ใครจะบ้องตื้นอยู่ๆอยาเปนแบบนี้

สงสัย wrote:ตกลงคุณ "ชายขอบ"

[quote=สงสัย]ตกลงคุณ "ชายขอบ" เป็นอาจารย์มหาลัยนะครับ
ถ้าอย่างนั้นตอนที่ออกมาด่านักวิชาการทั้งหลายว่าเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ออกมากล้าหาญอย่างสมศักดิ์นั้น อจ."ชายขอบ" ได้ออกมาแสดงความเห็นด้วยชื่อจริงบ้างหรือเปล่าครับ
ถ้าไม่ได้ทำ แล้วจะด่าคนอื่นทำไมครับ
ถ้าไม่ได้ทำ อจ."ชายขอบ"เคยคิดบ้างไหมครับว่า อาจมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ก็อยู่ในภาวะไม่ต่างจากคุณเอง และพวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ตามความสามารถและใต้เงื่อนไขที่เขาทำได้ อาจจะมากกว่าน้อยกว่าที่คุณทำอยู่บนประชาไทแห่งนี้

จุดยืนของสมศักดิ์ต่อสถาบันกษัตริย์และม.112 ตามที่เขาแถลงวันนี้ไม่ต่างอะไรเลยกับที่นักวิชาการหลายคนและใบตองแห้งเคยแสดงออกมาก่อนอย่างระมัดระวังแต่กลับโดนดูถูก โดนด่าอย่างสาดเสียเทเสียจากสมศักดิ์และสาวกว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวกนิยมเจ้าใส่เสื้อคลุมปลอมตัว อนาคตจะไม่มีที่ยืน ฯลฯ

ในการต่อสู้ยากลำบากแบบนี้ อย่าอวดดีเกินตัวเลยนะครับ ทุกคนทำเต็มที่ตามความสามารถและข้อจำกัดก็น่าจะต้องให้กำลังใจกันไว้

อีกอย่าง ขอเสนอแนะอย่างมิตรนะครับว่า อจ."ชายขอบ" น่าจะพัฒนาความคิดตัวเองให้เป็นอิสระกว่านี้ ตั้งแต่โดนสมศักดิ์ด่าแรงๆตั้งแต่ต้น คุณเสียศูนย์จนคิดอะไรไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย นี่ไม่ใช่การกล่าวหากล่าวโทษ แต่เป็นข้อเสนอแนะ ลองทบทวนข้อเขียนของตัวเองดูแล้วกัน[/quote]

ผมเห็นด้วยกับคุณสงสัยนะ บทความของคุณชายขอบเมื่อช่วงปี 2008,2009 หลายบทความเป็นแรงบันดาลใจของผมเลยทีเดียว แต่ตั้งแต่แกไปหมอบแทบเท้าสมศักดิ์จนหลังๆ ดูเขียนออกมาไม่เป็นตัวของตัวเองผมก็ผิดหวังนิดหน่อย อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง แต่ก็ขอบคุณที่แกมีบทความออกมาสู่สาธารณะบ่อยๆ โดยที่ไม่ได้เงินสักแดง

แต่สำเนียงในนี้ก็คงแสดงแล้วว่าการด่าด้วยท่าทีแบบสมศักดิ์นั้นไม่ช่วยอะไรเลย กลับทำลายบรรยากาศและแนวร่วมเสียมากกว่า นักวิชาการที่มีจุดยืนจริงๆ อย่างกลุ่มนิติราษฎร์และคนอื่นๆ ต่อให้เป็นหมาถ้าโดนจับด้วย 112 เขาก็จะออกมาอย่างที่เห็น ไม่ต้องให้พวกสมศักดิ์มาตะโกนด่าปาวๆ

สงสัยจะกลัวจริง...เลยทำตัวเป็

สงสัยจะกลัวจริง...เลยทำตัวเป็นข่าวใหญ่โต

ไม่ต้องกังวลไป...คนดีจริง ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ทางกองทัพเค้าชัดเจนว่า จะให้ดำเนินการตามกฏหมายบ้านเมือง ไม่มีกฏกู

อ.เจียม ก็ควรจะยืดอกรับให้สมเป็น คุณเจ้าตัวพ่อ หน่อย

พูดอะไรไว้ ทำอะไรไว้ ก็ต้องรับผิดชอบ จะมาหาพวกเป็นเกราะ เลยดูแปลกตาไปซักหน่อย

น่าจะแถลงการณ์ ให้มันดูหนักแน่นเข้มแข็งกว่านี้ อย่างที่เคยไล่เรียงด่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เพราะเห็นต่างในประเด็นสถาบัน

ที่เห็นว่าเข้าข่ายกระทำความผิด หนึ่งในนั้นก็มีบทความที่ว่าด้วย...ในหลวงกับโทรเลขวิกิลีกส์

ก็ดีครับ ถ้ามีการพิสูจน์ความจริงกันในชั้นศาล จะได้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนตัว...ถึงจะไม่เห็นด้วย กับสิ่งที่ คุณดา พูด

แต่นับถือสตรีผู้นี้ ที่แสดงความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ ยึดมั่นในอุดการณ์

และคราวนี้ ก็มากกว่าชายอกสามศอก อย่างเห็นได้ชัด...

สงสัย wrote:ตกลงคุณ "ชายขอบ"

[quote=สงสัย]ตกลงคุณ "ชายขอบ" เป็นอาจารย์มหาลัยนะครับ
ถ้าอย่างนั้นตอนที่ออกมาด่านักวิชาการทั้งหลายว่าเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ออกมากล้าหาญอย่างสมศักดิ์นั้น อจ."ชายขอบ" ได้ออกมาแสดงความเห็นด้วยชื่อจริงบ้างหรือเปล่าครับ
ถ้าไม่ได้ทำ แล้วจะด่าคนอื่นทำไมครับ
ถ้าไม่ได้ทำ อจ."ชายขอบ"เคยคิดบ้างไหมครับว่า อาจมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ก็อยู่ในภาวะไม่ต่างจากคุณเอง และพวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ตามความสามารถและใต้เงื่อนไขที่เขาทำได้ อาจจะมากกว่าน้อยกว่าที่คุณทำอยู่บนประชาไทแห่งนี้

จุดยืนของสมศักดิ์ต่อสถาบันกษัตริย์และม.112 ตามที่เขาแถลงวันนี้ไม่ต่างอะไรเลยกับที่นักวิชาการหลายคนและใบตองแห้งเคยแสดงออกมาก่อนอย่างระมัดระวังแต่กลับโดนดูถูก โดนด่าอย่างสาดเสียเทเสียจากสมศักดิ์และสาวกว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวกนิยมเจ้าใส่เสื้อคลุมปลอมตัว อนาคตจะไม่มีที่ยืน ฯลฯ

ในการต่อสู้ยากลำบากแบบนี้ อย่าอวดดีเกินตัวเลยนะครับ ทุกคนทำเต็มที่ตามความสามารถและข้อจำกัดก็น่าจะต้องให้กำลังใจกันไว้

อีกอย่าง ขอเสนอแนะอย่างมิตรนะครับว่า อจ."ชายขอบ" น่าจะพัฒนาความคิดตัวเองให้เป็นอิสระกว่านี้ ตั้งแต่โดนสมศักดิ์ด่าแรงๆตั้งแต่ต้น คุณเสียศูนย์จนคิดอะไรไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย นี่ไม่ใช่การกล่าวหากล่าวโทษ แต่เป็นข้อเสนอแนะ ลองทบทวนข้อเขียนของตัวเองดูแล้วกัน[/quote]

ผมเห็นด้วยกับคุณสงสัยนะครับ บทความของคุณชายขอบเมื่อช่วงปี 2008,2009 หลายบทความเป็นแรงบันดาลใจของผมเลยทีเดียว(ผมขอบคุณมาก) แต่ตั้งแต่แกไปหมอบแทบเท้าสมศักดิ์จนหลังๆ ดูเขียนออกมาไม่เป็นตัวของตัวเองผมก็ผิดหวังนิดหน่อย รู้สึกพักหลังอ่านไม่สนุกเหมือนเคยเลยอ่านบ้างไม่อ่านบ้าง แต่ความขอบคุณที่แกมีบทความออกมาสู่สาธารณะบ่อยๆ โดยที่ไม่ได้เงินสักแดงก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

แต่สำเนียงในนี้ก็คงแสดงแล้วว่าการด่าด้วยท่าทีแบบสมศักดิ์นั้นไม่ช่วยอะไรเลย กลับทำลายบรรยากาศและแนวร่วมเสียมากกว่า นักวิชาการที่มีจุดยืนจริงๆ อย่างกลุ่มนิติราษฎร์และคนอื่นๆ ที่เขาไปรวมตัวกันที่ธรรมศาสตร์ในวันนี้ ต่อให้เป็นหมาถ้าโดนจับด้วย 112 เขาก็จะออกมาอย่างที่เห็น ไม่ต้องให้พวกสมศักดิ์มาตะโกนด่าสาดเสียเทเสียอยู่บ่อยๆ หรอกครับ

ผมจำได้ว่าสมศักดิ์เคยด่าเพื่อ

ผมจำได้ว่าสมศักดิ์เคยด่าเพื่อนนักวิชาการโดยใช้เหตุผลว่า "พวกคุณ(นักวิชาการ)มีทักษะในการพูดหรือเขียนอย่างไรให้รอดตัวได้มากกว่าชาวบ้านคนธรรมดาๆ ทำไมถึงเงียบแบบนี้แล้วปล่อยให้ชาวบ้านโดนจับ"

นี่หรือครับ "ทักษะ" ของสมศักดิ์ ?
ผมว่าคงเป็นทักษะในการดึงเอานิติราษฎร์มาเป็นโล่ห์บ้าง เอาตัวเองไปหลบอยู่หลังตูดนิติราษฎร์บ้างมากกว่า ;P

ประเทศที่พัฒนาแล้ว

ประเทศที่พัฒนาแล้ว เค้าไม่เลือกที่จะพัฒนาอย่างใดอย่างหนึ่ง อะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนาก็ทำไป อย่ายึดติด ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า ใครมีหน้าที่ทำอะไร ก็ทำไปในทางนั้น นั้นแหละจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เดินถอยหลัง อย่างทุกวันนี้

ขอเป็นกำลังใจให้ อ.สมศักดิ์

ยังไม่ทัน...มีหมายมาเรียก

ยังไม่ทัน...มีหมายมาเรียก เหล่าคุณเจ้าตัวพ่อก็ตกใจ สร้างกระแส ใช้ข่าวใหญ่เป็นเกราะป้องกัน

ไม่ต้องกลัวถึงขนาดนั้น...เรื่องนี้ควรจบที่ศาล ไม่ใช่จบที่ข้างถนน

ถ้ามั่นใจว่า ทำถูก ไม่มีใครไปแตะตัวอยู่แล้ว

ได้เวลาพิสูจน์ ทองแท้ แล้วครับ...พี่น้อง

นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นักปรัชญาชายขอบ]ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเขียนบทความ และโพสต์แสดงความเห็นท้ายบทความของอาจารย์สมศักดิ์
เกี่ยวกับประเด็นสถาบันบนจุดยืนเดียวกันกับอาจารย์สมศักดิ์ (แต่อาจไม่ตรงเท่า)

มีตำรวจติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมไปทางมหาวิทยาลัย 2 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว 1 ครั้ง และปลาย ม.ค.ปีนี้อีก 1 ครั้ง
โดยเรื่องทั้งหมดทราบถึงอธิการบดี และมีการให้ผมทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง

แต่ว่าผลกระทบโดยอ้อมคือ ภรรยาผมเป็นครูช่วยราชการอยู่ในหน่วยงานที่ซีเรียสมากเกี่ยวกับเรื่องความจงรักภักดี ถ้าเรื่องของผมเป็นข่าวขึ้นมา เธออาจถูกสั่งให้กลับต้นสังกัดภายใน 24 ชั่วโมง (เรื่อง 24 ชั่วโมงที่ว่าเคยมีมาแล้ว แม้แต่ครูที่ลูกชายเขาขโมยของเพื่อนข้างๆห้องในหอพกัเดียวกัน ยังต้องถูกส่งกลับต้นสังกัดทันที)

ฉะนั้น ผมกับภรรยาจึงปรึกษากันและตัดสินใจย้ายต้นสังกัดของภรรยาจาก สปฐ.มาอยู่โรงเรียนเทศบาล แม้จะต้องเสียสิทธิบางอย่าง (เช่ต้องลาออกจากสมาชิก กบข.ทำบัตรจ่ายตรงกับโรงพยาบาลไม่ได้ เป็นต้น) ก็ยอม เพราะเราไม่อยากแยกกันอยู่คนละภาคของประเทศ

ทั้งหมดนี้ผมแค่อยากสื่อสารให้ทราบว่า สิ่งที่ผมเขียนทั้งหมดเป็นการเขียนในเชิงหลักการบนพื้นฐานของเสรีภาพทางวิชาการทั้งสิ้น สังคมนี้ควรเคารพความเป็นคนของตนเองและของกันและกันเสียที เพียงเพราะคิดต่างกันเราไม่ควรทำร้ายกันอีกต่อไป (เช่นตามแจ้งความซำแล้วซ้ำอีก เป็นต้น)[/quote]

>>>Sorry to hear what happened to your family.
If they cannot hurt you they will try to hurt your family.
This was the culture of the gangsters for a thousand years. In the old day, the Chinese emperors killed his opponents up to 7 generations.
Of course they do not do the same this day but your family will be hurt by your actions (articles).
<<<

Benni Deutschland

[quote=Benni Deutschland]ยังไม่ทัน...มีหมายมาเรียก เหล่าคุณเจ้าตัวพ่อก็ตกใจ สร้างกระแส ใช้ข่าวใหญ่เป็นเกราะป้องกัน

ไม่ต้องกลัวถึงขนาดนั้น...เรื่องนี้ควรจบที่ศาล ไม่ใช่จบที่ข้างถนน

ถ้ามั่นใจว่า ทำถูก ไม่มีใครไปแตะตัวอยู่แล้ว

ได้เวลาพิสูจน์ ทองแท้ แล้วครับ...พี่น้อง[/quote]

>>ถ้ามั่นใจว่า ทำถูก ไม่มีใครไปแตะตัวอยู่แล้ว<<

So your are not from Thailand.

แปลกมาก

แปลกมาก สมสักบอกว่าไม่เคยคิดล้มเจ้า
แต่สมสักไม่เคยว่ากล่าวตักเตือน
พวกไม่เอาเจ้่าใน ฟดก หรือ คมก
ที่ใช้คำบริภาษด่าเจ้าที่รุนแรง
ในฐานะที่เป็นถึง อาจารย์
แต่ สมสัก เลือกที่จะเห็นข้อความของ
คนที่โพสตรงกันข้ามมากกว่า
จนบางครั้งถึงกับเถียงสู้ไม่ได้
และได้ใช้อภิสิทธิ์ บอกแอดมิน
ให้แบนไอพี ฝ่ายตรงข้ามก็ยังเคย

มันช่าง IRONY, IDiot
and MORON

ผมคิดว่าผมขาวดีกว่าผมดำ

ผมคิดว่าผมขาวดีกว่าผมดำ เพราะผมขาวทำให้มองไม่ค่อยเห็นหัวล้าน
แต่ผมดำมันขับหัวล้านให้เห็นเด่นชัดขึ้น
เห็นด้วยกับหัวโตว่าหัวขาวแบบเดิมหล่อกว่่า

ผู้บังคับใช้กฎหมายไทยมันเฮงซว

ผู้บังคับใช้กฎหมายไทยมันเฮงซวย

คดี112 ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยได้รับประกันตัวระหว่างสู้คดี

ทั้งๆที่ถ้าผิดจริงมันก้อแค่การหมิ่นประมาท

ผู้ถูกกล่าวหาคดีฆ่าคนตายยังได้รับประกันตัวเยอะแยะ

แต่112นี่ ศาลมองว่าร้ายแรงมากตลอด กลัวผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี

นี่หรือ หลักคิดของผู้ที่เป็น ศาล ที่ต้องตัดสินคดีความ

ควรจะ สภาผู้แทนฯ มีอำนาจในการถอดถอน ตุลาการ พวกนี้ได้แล้ว

และให้ ศาล ตัดสินในนาม ประชาชน ไม่ใช่ในนาม กษัตริย์

ไม่งั้นคดี112 มันก้อเหมือนกับ คู่กรณี มาตัดสินผู้ถูกกล่าวหา เลยไม่ให้ประกันตัวตลอดอย่างนี้

"สมศักดิ์ เจียม" เปลี่ยน Look

"สมศักดิ์ เจียม" เปลี่ยน Look ใหม่ "ย้อมผมดำ"

น่าจะมี "อะไร" มากกว่านั้นน๊ะ ...

คิดว่า ต่อจากนี้ไป "ท่าที" ของ "สมศักดิ์ เจียม" คงอ่อนลง

จากการให้สัมภาษณ์ จะเห็นว่า สมศักดิ์ ลด "Tone เสียงลง"

พยายาม Clarify ตัวเองว่า เค้าป่าว "ล้มเจ้า" น๊ะ

แต่เค้าแค่อยากเปลี่ยนแปลง "กฎหมาย" บางฉบับเท่านั้น

ผิดจาก "ท่าที" ในอดีตก่อนหน้านี้

จากนี้ต่อไป ก็คงจะได้เห็น สมศักดิ์ เจียม "Well-behave" มากขึ้น ครับ

[ย้อมผมคราวนี้ หล่อน๊ะ ดูดีออก]

smoker

[quote=smoker]ถามหน่อยว่าถ้าเปิดให้วิจารณ์สถาบันโดยอ้างว่าอยู่ในขอบเขตของกฎหมายแล้วมันจะควบคุมได้หรือ ขนาดไม่ให้วิจารณ์ยังมีคนที่อ้างว่าเป็นนักวิชาการจาบจ้วงได้ อย่ามาอ้างว่ารักชาติรักสถาบันเลย...สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นไม่สอดคล้องกับคำพูดของคุณแม้แต่น้อย ถ้าคุณเป็นนักวิชาการที่มีสามัญสำนึกก็ควรรู้ว่ามันอาจส่งผลเสืยหายต่อชาติบ้านเมืองได้ ก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติได้ ตัวคุณเองยังใช้คำว่า "พวกรอยัลลิสต์" นี่ไม่เป็นการแบ่งแยกหรือ ถ้ารักชาติรักสถาบันก็ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง...นอกจากว่าคุณเป็นพวกไม่ประสงค์ดีต่อชาติ ถ้าอยากวิจารณ์ไปวิจารณ์การคอรับชั่นกับระบบเส้นสายในระบบข้าราชการดีกว่า อย่าลืมว่าคุณกินเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของ"พวกรอยัลลิสต์"เหมือนกัน และที่สำคัญที่สุดสถาบันนี้เป็นสถาบันสูงสุดไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำลงมาวิจารณ์ให้แปดเปื้อน[/quote]
ควาย

นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นักปรัชญาชายขอบ]ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเขียนบทความ และโพสต์แสดงความเห็นท้ายบทความของอาจารย์สมศักดิ์
เกี่ยวกับประเด็นสถาบันบนจุดยืนเดียวกันกับอาจารย์สมศักดิ์ (แต่อาจไม่ตรงเท่า)

มีตำรวจติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมไปทางมหาวิทยาลัย 2 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว 1 ครั้ง และปลาย ม.ค.ปีนี้อีก 1 ครั้ง
โดยเรื่องทั้งหมดทราบถึงอธิการบดี และมีการให้ผมทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง

แต่ว่าผลกระทบโดยอ้อมคือ ภรรยาผมเป็นครูช่วยราชการอยู่ในหน่วยงานที่ซีเรียสมากเกี่ยวกับเรื่องความจงรักภักดี ถ้าเรื่องของผมเป็นข่าวขึ้นมา เธออาจถูกสั่งให้กลับต้นสังกัดภายใน 24 ชั่วโมง (เรื่อง 24 ชั่วโมงที่ว่าเคยมีมาแล้ว แม้แต่ครูที่ลูกชายเขาขโมยของเพื่อนข้างๆห้องในหอพกัเดียวกัน ยังต้องถูกส่งกลับต้นสังกัดทันที)

ฉะนั้น ผมกับภรรยาจึงปรึกษากันและตัดสินใจย้ายต้นสังกัดของภรรยาจาก สปฐ.มาอยู่โรงเรียนเทศบาล แม้จะต้องเสียสิทธิบางอย่าง (เช่ต้องลาออกจากสมาชิก กบข.ทำบัตรจ่ายตรงกับโรงพยาบาลไม่ได้ เป็นต้น) ก็ยอม เพราะเราไม่อยากแยกกันอยู่คนละภาคของประเทศ

ทั้งหมดนี้ผมแค่อยากสื่อสารให้ทราบว่า สิ่งที่ผมเขียนทั้งหมดเป็นการเขียนในเชิงหลักการบนพื้นฐานของเสรีภาพทางวิชาการทั้งสิ้น สังคมนี้ควรเคารพความเป็นคนของตนเองและของกันและกันเสียที เพียงเพราะคิดต่างกันเราไม่ควรทำร้ายกันอีกต่อไป (เช่นตามแจ้งความซำแล้วซ้ำอีก เป็นต้น)[/quote]

ขอแสดงความเห็นใจมายังคุณ "นักปรัชญา" และฝากแสดงความเห็นใจไปยังภรรยาด้วย

ผมยังโชคดีอยู่บ้างที่ภรรยาทำงานบริษัทเอกชนที่ใหญ่และมั่นคงมาก (ของต่างชาติ) ซึ่งไม่มีทาง(หรือแทบไม่มีทาง)ทีบริษัทเขาจะกลั่นแกล้งเขาด้วยเหตุทัศนะทางการเมืองของเขาหรือของผม

แต่ผมเข้าใจและตระหนักดีว่า ในระบบราชการของไทยนั้น โดยเฉพาะในหน่วยงานระดับล่างๆลงไป (หรือแม้แต่ในระดับมหาลัยที่ไมใช่มหาลัยใหญ่อย่างธรมศาสตร์ที่ผมทำงานอยู่) โอกาสของการกลั่นแกล้ง บีบบังคับเรื่องงาน จนถึงขั้นให้ออก เพียงเพราะเรื่องทัศนะการเมืองของตัวเองหรือของคู่แต่งงานนั้น เป็นไปได้อย่างยิ่ง และในการทำในทำนองนี้นั้น หน่วยงานลักษณะนั้น สามารถที่จะใช้ "ข้ออ้าง" ที่ "เป็นทางการ" อื่น มาอ้างได้ (แต่จริงๆ มาจากเรื่องการเมือง) พูดง่ายๆคืออาจจะบีบ กดดัน ให้กระทั่งให้ออก ด้วยข้ออ้างอื่นบังหน้า แต่จริงๆ มาจากเรื่องการเมือง (เรื่องความจงรกภักดี) ดังนั้น ที่คุณและภรรยาตัดสินใจใช้มาตรการป้องกันหรือเลี่ยงเลี่ยงไว้ก่อน ทั้งๆที่ต้องเสียสิทธิหลายอย่างไป จึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และน่าเห็นใจอย่างยิ่ง

กรณีผมโชคดีอย่างที่บอก จึงสามารถพูดและเขียนอะไรได้หลายปีมากๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องผลกระทบต่องานของภรรยา แต่สถานการณ์ขณะีนี้ สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ต้องออกมาแถลงชี้แจง ก็เพราะว่า ในขณะที่ไม่มีผลกระทบใดๆต่อภรรยาในแง่ความมั่นคงของการงานของเขา แต่มันมีผลกระทบโดยตรงต่อเขาแล้ว ใน เรื่องมอเตอร์ไซต์ลึกลับ มาวนเวียนหาตัวผม โทรศัพท์ลึกลับดึำกๆ ซึ่งเขาเป็นคนรับสาย และบรรยากาศของการ "ตบเท้า" ข่มขู่เรื่อง "หมิ่นสถาบัน" ติดตอ่กันทุกวันถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีแต่ส่งเสริมให้ใครที่คิดจะทำอะไรแบบ "นอกระบบ" ได้ใจมากขึ้น (ถ้าไมใช่พวกที่มาตบเท้าเอง ลงมือทำเสียเอง ซึ่งก็เป็นไปได้อย่างยิ่ง) ทำให้เขาต้องเครียด อยู่ในภาวะหวาดกลัวมากๆว่า อาจจะเกิดอะไรในลักษณะ "นอกระบบ" กับผม หรือไม่ โทรศัพท์ดึกๆเป็นเรื่องของการ "หวังดี" (เตือนภัย) หรือ หวังร้าย (ขู่) กันแน่ ชายที่มาวนเวียนหาผม นี่มาหาเพราะอะไร รถวิ่งผ่านช้าๆหน้าบ้าน มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผมหรือเปล่า ฯลฯ แม้แต่การงานของเขาในหลายวันนี้ (ซึ่งเป็นงานเยอะมากๆเพราะเป็นบริษัทใหญ่ งานเยอะ) ก็เสียหายไป เพราะมัวแต่ต้องมาคอยระวัง หวาดระแวงเรื่องผมนี้

ก็ต้องขอย้ำเรื่องความเห็นใจอีกครั้ง ซึ่งคุณ (และหวังว่าภรรยาคุณ) คงต้องพยายามอดทนและเข้าใจว่าสังคมประเทศนี้มีลักษณะแบบนี้เอง และสิ่งที่เราทำ ก็คือพยายามเปลี่ยนแปลงให้สังคมนี้ มีเสรีภาพของความคิดและการแสดงออกอย่างแท้จริง เืพื่อให้คนรุ่นหลังเรา ลูกหลานเราสามารถหายใจในอากาศของเสรีภาพทางความคิดอย่างแท้จริง

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

แล้วรู้ได้อย่างไร ว่าเป็น จนท

แล้วรู้ได้อย่างไร ว่าเป็น จนท

อาจเป็น ประชาชนชาวไทยทั่วไป

ที่ทนไม่ไหว และไม่อยากทนเห็น

สมสักจาบจ้วงก็ได้

ผมรู้สึกมีความสุข ที่ได้เกิดเป็นคนไทย

แต่บรรยากาศแห่งความสุข มันขาดหายไป

ตั้งแต่พวกคุณออกมาใช้คำที่มิบังควรและจาบจ้วง

คงจะไม่ผิด ถ้่าประชาชนทั่วไป จะพาเหรดไปที่บ้่านของคุณ

เหมือน ยุคหนึ่งที่ นปช ยกขบวนไปที่สี่เสา เทเวศร์

และมีนักวิชาเกิน โรคจิต ผมดำ (used to be หงอก)

ทำตัวเป็นอีแอบ ทำตัวผลุบๆโผล่ๆ อยู่ในม๊อป นปช

ผมอยากถามว่าคำว่า อีกนิดเดียวก็สำเร็จแล้ว

หมายความว่าอะไรครับ นักวิชาเกิน โรคจิต ผมดำ (used to be หงอก)

@Scion

@Scion ครับกลับไปอ่่านบทความของใบตองแห้งนะ

ใบตองแห้งออนไลน์: ปิดปากสมศักดิ์ จะผลักคนไปทางไหน
http://prachatai3.info/journal/2011/04/34208

อธิบายได้ดี

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

[quote=สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล][quote=นักปรัชญาชายขอบ]ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเขียนบทความ และโพสต์แสดงความเห็นท้ายบทความของอาจารย์สมศักดิ์
เกี่ยวกับประเด็นสถาบันบนจุดยืนเดียวกันกับอาจารย์สมศักดิ์ (แต่อาจไม่ตรงเท่า)

มีตำรวจติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมไปทางมหาวิทยาลัย 2 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว 1 ครั้ง และปลาย ม.ค.ปีนี้อีก 1 ครั้ง
โดยเรื่องทั้งหมดทราบถึงอธิการบดี และมีการให้ผมทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง

แต่ว่าผลกระทบโดยอ้อมคือ ภรรยาผมเป็นครูช่วยราชการอยู่ในหน่วยงานที่ซีเรียสมากเกี่ยวกับเรื่องความจงรักภักดี ถ้าเรื่องของผมเป็นข่าวขึ้นมา เธออาจถูกสั่งให้กลับต้นสังกัดภายใน 24 ชั่วโมง (เรื่อง 24 ชั่วโมงที่ว่าเคยมีมาแล้ว แม้แต่ครูที่ลูกชายเขาขโมยของเพื่อนข้างๆห้องในหอพกัเดียวกัน ยังต้องถูกส่งกลับต้นสังกัดทันที)

ฉะนั้น ผมกับภรรยาจึงปรึกษากันและตัดสินใจย้ายต้นสังกัดของภรรยาจาก สปฐ.มาอยู่โรงเรียนเทศบาล แม้จะต้องเสียสิทธิบางอย่าง (เช่ต้องลาออกจากสมาชิก กบข.ทำบัตรจ่ายตรงกับโรงพยาบาลไม่ได้ เป็นต้น) ก็ยอม เพราะเราไม่อยากแยกกันอยู่คนละภาคของประเทศ

ทั้งหมดนี้ผมแค่อยากสื่อสารให้ทราบว่า สิ่งที่ผมเขียนทั้งหมดเป็นการเขียนในเชิงหลักการบนพื้นฐานของเสรีภาพทางวิชาการทั้งสิ้น สังคมนี้ควรเคารพความเป็นคนของตนเองและของกันและกันเสียที เพียงเพราะคิดต่างกันเราไม่ควรทำร้ายกันอีกต่อไป (เช่นตามแจ้งความซำแล้วซ้ำอีก เป็นต้น)[/quote]

ขอแสดงความเห็นใจมายังคุณ "นักปรัชญา" และฝากแสดงความเห็นใจไปยังภรรยาด้วย

ผมยังโชคดีอยู่บ้างที่ภรรยาทำงานบริษัทเอกชนที่ใหญ่และมั่นคงมาก (ของต่างชาติ) ซึ่งไม่มีทาง(หรือแทบไม่มีทาง)ทีบริษัทเขาจะกลั่นแกล้งเขาด้วยเหตุทัศนะทางการเมืองของเขาหรือของผม

แต่ผมเข้าใจและตระหนักดีว่า ในระบบราชการของไทยนั้น โดยเฉพาะในหน่วยงานระดับล่างๆลงไป (หรือแม้แต่ในระดับมหาลัยที่ไมใช่มหาลัยใหญ่อย่างธรมศาสตร์ที่ผมทำงานอยู่) โอกาสของการกลั่นแกล้ง บีบบังคับเรื่องงาน จนถึงขั้นให้ออก เพียงเพราะเรื่องทัศนะการเมืองของตัวเองหรือของคู่แต่งงานนั้น เป็นไปได้อย่างยิ่ง และในการทำในทำนองนี้นั้น หน่วยงานลักษณะนั้น สามารถที่จะใช้ "ข้ออ้าง" ที่ "เป็นทางการ" อื่น มาอ้างได้ (แต่จริงๆ มาจากเรื่องการเมือง) พูดง่ายๆคืออาจจะบีบ กดดัน ให้กระทั่งให้ออก ด้วยข้ออ้างอื่นบังหน้า แต่จริงๆ มาจากเรื่องการเมือง (เรื่องความจงรกภักดี) ดังนั้น ที่คุณและภรรยาตัดสินใจใช้มาตรการป้องกันหรือเลี่ยงเลี่ยงไว้ก่อน ทั้งๆที่ต้องเสียสิทธิหลายอย่างไป จึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และน่าเห็นใจอย่างยิ่ง

กรณีผมโชคดีอย่างที่บอก จึงสามารถพูดและเขียนอะไรได้หลายปีมากๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องผลกระทบต่องานของภรรยา แต่สถานการณ์ขณะีนี้ สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ต้องออกมาแถลงชี้แจง ก็เพราะว่า ในขณะที่ไม่มีผลกระทบใดๆต่อภรรยาในแง่ความมั่นคงของการงานของเขา แต่มันมีผลกระทบโดยตรงต่อเขาแล้ว ใน เรื่องมอเตอร์ไซต์ลึกลับ มาวนเวียนหาตัวผม โทรศัพท์ลึกลับดึำกๆ ซึ่งเขาเป็นคนรับสาย และบรรยากาศของการ "ตบเท้า" ข่มขู่เรื่อง "หมิ่นสถาบัน" ติดตอ่กันทุกวันถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีแต่ส่งเสริมให้ใครที่คิดจะทำอะไรแบบ "นอกระบบ" ได้ใจมากขึ้น (ถ้าไมใช่พวกที่มาตบเท้าเอง ลงมือทำเสียเอง ซึ่งก็เป็นไปได้อย่างยิ่ง) ทำให้เขาต้องเครียด อยู่ในภาวะหวาดกลัวมากๆว่า อาจจะเกิดอะไรในลักษณะ "นอกระบบ" กับผม หรือไม่ โทรศัพท์ดึกๆเป็นเรื่องของการ "หวังดี" (เตือนภัย) หรือ หวังร้าย (ขู่) กันแน่ ชายที่มาวนเวียนหาผม นี่มาหาเพราะอะไร รถวิ่งผ่านช้าๆหน้าบ้าน มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผมหรือเปล่า ฯลฯ แม้แต่การงานของเขาในหลายวันนี้ (ซึ่งเป็นงานเยอะมากๆเพราะเป็นบริษัทใหญ่ งานเยอะ) ก็เสียหายไป เพราะมัวแต่ต้องมาคอยระวัง หวาดระแวงเรื่องผมนี้

ก็ต้องขอย้ำเรื่องความเห็นใจอีกครั้ง ซึ่งคุณ (และหวังว่าภรรยาคุณ) คงต้องพยายามอดทนและเข้าใจว่าสังคมประเทศนี้มีลักษณะแบบนี้เอง และสิ่งที่เราทำ ก็คือพยายามเปลี่ยนแปลงให้สังคมนี้ มีเสรีภาพของความคิดและการแสดงออกอย่างแท้จริง เืพื่อให้คนรุ่นหลังเรา ลูกหลานเราสามารถหายใจในอากาศของเสรีภาพทางความคิดอย่างแท้จริง

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล[/quote]

ขอบคุณมากครับอาจารย์ ผมก็เข้าใจความรู้สึกของอาจารย์และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว และผมก็ใช้เวลายาวนานมากในการอธิบายสิ่งที่ผมเขียนบนจุดยืนเดียวกับอาจารย์เพื่อให้ภรรยาผมเข้าใจ จนเราทะเลาะกันหลายครั้ง แต่ในที่สุดผมคิดว่าเธอเข้าใจผมมากขึ้น แต่ผมก็เห็นใจเธอเช่นกันเพราะเรามีกันแค่ 3 คน พ่อแม่ลูก

แต่เมื่อผมเห็นประชาชนถูกฆ่าตั้งแต่ 10 เมษา 53 ผมคิดว่าเราควรต่อสู้เพื่อเสรีภาพและความเท่าเทียมทุกเวทีที่เราสามารถทำได้

ขอบคุณมากครับ และเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์และครอบครัวเช่นกันครับ!

........ไอ้จตุพรปากหมา

........ไอ้จตุพรปากหมา ทำไมไม่ด่ามันบ้างหละ ชายขอบ การแสดงออกทางด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดนะ มันได้และมีทุกคน แต่จะทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไหม......

Scion wrote:แล้วรู้ได้อย่างไร

[quote=Scion]แล้วรู้ได้อย่างไร ว่าเป็น จนท

อาจเป็น ประชาชนชาวไทยทั่วไป

ที่ทนไม่ไหว และไม่อยากทนเห็น

สมสักจาบจ้วงก็ได้

ผมรู้สึกมีความสุข ที่ได้เกิดเป็นคนไทย

แต่บรรยากาศแห่งความสุข มันขาดหายไป

ตั้งแต่พวกคุณออกมาใช้คำที่มิบังควรและจาบจ้วง

คงจะไม่ผิด ถ้่าประชาชนทั่วไป จะพาเหรดไปที่บ้่านของคุณ

เหมือน ยุคหนึ่งที่ นปช ยกขบวนไปที่สี่เสา เทเวศร์

และมีนักวิชาเกิน โรคจิต ผมดำ (used to be หงอก)

ทำตัวเป็นอีแอบ ทำตัวผลุบๆโผล่ๆ อยู่ในม๊อป นปช

ผมอยากถามว่าคำว่า อีกนิดเดียวก็สำเร็จแล้ว

หมายความว่าอะไรครับ นักวิชาเกิน โรคจิต ผมดำ (used to be หงอก)[/quote]
ส้นตีน

แช่ม wrote:"สมศักดิ์ เจียม"

[quote=แช่ม]"สมศักดิ์ เจียม" เปลี่ยน Look ใหม่ "ย้อมผมดำ"

น่าจะมี "อะไร" มากกว่านั้นน๊ะ ...

คิดว่า ต่อจากนี้ไป "ท่าที" ของ "สมศักดิ์ เจียม" คงอ่อนลง

จากการให้สัมภาษณ์ จะเห็นว่า สมศักดิ์ ลด "Tone เสียงลง"

พยายาม Clarify ตัวเองว่า เค้าป่าว "ล้มเจ้า" น๊ะ

แต่เค้าแค่อยากเปลี่ยนแปลง "กฎหมาย" บางฉบับเท่านั้น

ผิดจาก "ท่าที" ในอดีตก่อนหน้านี้

จากนี้ต่อไป ก็คงจะได้เห็น สมศักดิ์ เจียม "Well-behave" มากขึ้น ครับ

[ย้อมผมคราวนี้ หล่อน๊ะ ดูดีออก][/quote]

ไม่นะ แกยืนยันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า เค้าป่าว "ล้มเจ้า" น๊ะ
"ท่าที" ในอดีตและจนถึงตอนนี้ จุดยืนแกก้อยังเหมือนเดิม
ผมดูแล้วคุณคงไม่เคยอ่านงานของ สมศักดิ์ เจียมฯ ไม่งั้นคงไม่เขียนอย่างนี้แน่

ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์

ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ และจะยังคงเผยแผ่แนวคิดของอาจารย์
เพื่อให้ประเทศไทย เป็นสังคมที่น่าอยู่กว่าในปัจจุบัน

คนกตัญญูแผ่นดินเกิด

[quote=คนกตัญญูแผ่นดินเกิด]ที่จริงถ้าไม่มีความสุขในบ้านนี้เมืองนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นซะก็สิ้นเรื่อง[/quote]
ก่อนจะให้ไครย้ายไปอยู่ที่อื่น ขอตามตัดหัวให้หลุดจากตัวเอ็งก่อนแล้วกัน โอเคมั้ย

ไม่ค่อยหวังกับสื่อไทยแล้ว

ไม่ค่อยหวังกับสื่อไทยแล้ว ฝากความหวังกับสื่อต่างชาติ และสถานทูตต่างๆ ถ้าหากทหารไทยยัง มาฆ่า ทำร้าย ขู่ คุกคาม ประชาชนอีก อยากให้บอยคอต ตัดความสัมพันธิ์ทางการทูตับไทยไปเลย

เขาไม่อยากให้ยุ่ง

เขาไม่อยากให้ยุ่ง ก็อย่าไปยุ่ง
น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

รออีกเพียง 10 แป๊บเดียว

รู้สึกสมศักดิ์จะสงบปากสงบคำขึ

รู้สึกสมศักดิ์จะสงบปากสงบคำขึ้น เริ่มหันมาใช้ภาษาคนคุยกับชาวบ้านได้ซะทีเพราะมีแต่คนที่เคยไปด่าเขาไว้ออกมาช่วยเหลือ โล่งใจที่เห็นว่าแม้กระทั่งอย่างคนสมศักดิ์ก็ยังรู้จักสำนึกบุญคุณคน หวังว่าต่อไปนี้คงจะกลับตัวกลับใจ ยอมรับความคิดหรือการแสดงออกที่แตกต่างของคนอื่นได้มากขึ้น เลิกพฤติกรรมนักเลงเว็บบอร์ด bully เขาไปทั่วเหมือนที่ผ่านมา นะลูกนะ

เปิดหน้าประชาไทมา

เปิดหน้าประชาไทมา มีเรื่องของสมศักดิ์เจียมคนไม่รักเจ้า อยู่หลายอันมากจนผมไม่รู้จะเขียนกระทู้ตรงใหนดี

ผมเห็นที่พอจะฟังได้ก็มีแต่อ.วรเจตน์ เท่านั้น แต่ไม่รู้ไปไงมาไงไปรวมกับนายสมศักดิ์ได้ไงก็ไม่รู้ทั้งๆที่เริ่มต้นไม่ได้

เหมือนกันเลย

อ.วรเจตน์อาจจะหลงประเด็นของตัวเองอยู่บ้าง เพราะตั้งแต่เรื่องมาตรา7. อ.เคยพูดไว้ว่าพระมหากษัตริย์ทรง

อยู่เหนือการเมืองการ และเรื่องม.7 อาจมีคนมองกันไปได้ว่าเป็นการนำพระองค์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่

ซึ่งผมสรุปได้ว่า อ.มองว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองแล้วแต่ถูกดึงลงมาสู่การเมือง แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่า

อ.มองว่าพระองค์อยู่เหนือการเมืองแต่ในทางปฎืบัติไม่ได้เป็นเช่นนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ผมว่าอ.มีมุมมองที่เปลี่ยนไปแล้วล่ะครับ

smoker

[quote=smoker]ถามหน่อยว่าถ้าเปิดให้วิจารณ์สถาบันโดยอ้างว่าอยู่ในขอบเขตของกฎหมายแล้วมันจะควบคุมได้หรือ ขนาดไม่ให้วิจารณ์ยังมีคนที่อ้างว่าเป็นนักวิชาการจาบจ้วงได้ อย่ามาอ้างว่ารักชาติรักสถาบันเลย...สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นไม่สอดคล้องกับคำพูดของคุณแม้แต่น้อย ถ้าคุณเป็นนักวิชาการที่มีสามัญสำนึกก็ควรรู้ว่ามันอาจส่งผลเสืยหายต่อชาติบ้านเมืองได้ ก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติได้ ตัวคุณเองยังใช้คำว่า "พวกรอยัลลิสต์" นี่ไม่เป็นการแบ่งแยกหรือ ถ้ารักชาติรักสถาบันก็ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง...นอกจากว่าคุณเป็นพวกไม่ประสงค์ดีต่อชาติ ถ้าอยากวิจารณ์ไปวิจารณ์การคอรับชั่นกับระบบเส้นสายในระบบข้าราชการดีกว่า อย่าลืมว่าคุณกินเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของ"พวกรอยัลลิสต์"เหมือนกัน และที่สำคัญที่สุดสถาบันนี้เป็นสถาบันสูงสุดไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำลงมาวิจารณ์ให้แปดเปื้อน[/quote]

คนในสถาบันโดดลงมาจากหิ้ง โดมาเล่นหุ้นขายหุ้น โดดลงมารัยส่วย โดลงมาแปดเปื้อนดินโคลนเอง โดยมาชี้ทางให้กับแม่ธรณีมวยผมหรือเปล่า...หุหุ

คนกตัญญูแผ่นดินเกิด

[quote=คนกตัญญูแผ่นดินเกิด]ที่จริงถ้าไม่มีความสุขในบ้านนี้เมืองนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นซะก็สิ้นเรื่อง[/quote]

ความคิดแบบนี้ถือว่าอยู่ในสกุล ทฤษฏีพงษ์พัฒน์..."ใครไม่รักพ่อให้ออกจากบ้านนี้ไป"
แทนที่จะกลับไปคิดว่าความเป็นมนุษย์ชาตินั้นติดตัวมาจากกำเหนิด
มนุษย์เกิดมาเมื่อเสียสละสิทธส่วนตัวให้กับผู้ปกครองแล้วก้อเพื่อหวังให้ผู้ปกครองมีความบริสุทธิยุติธรรมใช้สิทธิอำนาจแทนตนเพื่อกระทำการใด ๆ ให้ตนนั้นได้รับความสงบสุขร่มเย็น โดยผู้สละสิทธิเสรีภาพสิทธิอำนาจก้อยอมที่จะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ปกครอง (ในรูปภาษีเงินได้และอื่น ๆ )

แทนที่ผู้ปกครองจะพยายามนำความสงบสุขมาให้ กับมอบการข่มแหงเข่นฆ่า เอารักเอาเปรียบ และขับไล่คนที่ไม่มีความสุขเพราะรู้ทัน

ความคิดแบบนี้นับว่าเป็นความคิดของคนที่รู้สำนึกได้อย่างไร

ตอนที่อ.สุธาชัยโดนจับ

ตอนที่อ.สุธาชัยโดนจับ มีนักวิชาการออกมาเรียกร้องกันเยอะแยะนั้น อ.สมศักดิ์ไม่เคยลงชื่อช่วยเรียกร้องเลยนี่นา
มีคำอธิบายไหมครับ

"ตีปลาหน้าไซ" หรือ "ทำไขสือ"

"ตีปลาหน้าไซ" หรือ
"ทำไขสือ" ดูจะตรงกับเหตุการณ์นี้
ที่สังคมเขาตัดสินคุณสมศักดิ์ เขาไม่ได้ดูแค่วันสองวัน
เขาดูมาตลอดหลายๆปีนี่แหละ
ที่อ.บอกว่าโชคดีที่ทำแบบนี้มาหลายปี
ไม่ไช้โชคดีครับ
มันเป็นสิทธิของอ.
ทุกวันนี้ อ. ก็ยังทำเหมือนหลายปีที่ผ่านมาได้อยู่
ที่แต่ต่างคือ อ.เคลื่อนไหวโดยเชื่อมโยงและมีจุดประสงค์ทางการเมืองเพิ่มขั้น
ที่เป็นข่าวแบบนี้ ก็เพื่อสร้างกระแสการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นแหละ
และมันจะไปสอดรับกับบนเวทีเสื้อแดงทุกที
อย่าดูถูกประชาชน
ไม่ไช่แค่ทำไขสือ แล้วเขาจะเชื่อคุณ

ผมสงสารคนที่โดน ม.112

ผมสงสารคนที่โดน ม.112 อีกมากมายที่ไม่ใช่นักวิชาการ หลายคนโดนจับ โดนถอนประกัน คุณพ่อลูกติดโดนตัดสินติดคุกหัวโตไปแล้ว ไม่เห็นมีนักวิชาการออกมาช่วยพวกเขาเลย
อ.สมศักดิ์ชอบด่านักวิชาการว่าเป็นพวกที่ใช้อภืสิทธิ์ มีผู้อ่านผู้ฟังเยอะ คราวนี้อาจารย์ได้บุญจากอภืสิทธิ์ของการเป็นนักวิชาการที่มีผู้อ่านผู้ฟังน่าจะมากที่สุดในประเทศนะครับ
ผมเข้าใจครับที่ต้องพยายามทุกทางเพื่่อช่วยคนที่เดือดร้อน ถ้าผมเป็นนักวิชาการผมก็จะเซ็นชื่อด้วย แต่คราวหน้าคราวหลังจะด่าคนอื่นว่าใช้อภืสิทธิ์ก็อย่าใช้เอง ถ้าจะใช้ก็อย่าด่าคนอื่น
อ้อ ! แล้วที่เคยกักขฬะกับนักวิชาการคนอื่นโดยอ้างเหตุผลว่าเขามีอิทธิพล มีผู้อ่านผู้ฟังเยอะ จึงสมควรโดนชำแหละ ถึงวันนี้ยังไม่เห็นสาวกสักคนออกมาตรวจสอบอ.สมศักดิ์ผู้มีอิทธิพล มีผู้อ่านผู้ฟังเยอะเลยสักนิด มีแต่ปกป้องราวกับยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
ผมเห็นด้วยกับการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบกัน แต่ผมอนาจกับการยกย่องชูหางพวกเดียวกันจนเว่อแต่กลับกักขฬะกับคนอื่น แล้่วหาเหตุผลมั่วๆมารองรับการกระทำของตัวเอง แล้วลงท้ายก็ไม่ใช้เหตุผลนั้นกับพวกตัวเอง

Maew

[quote=Maew]ร่วมกันแสดงน้ำใจกับสถาบันกษัตริย์บ้างได้ไหม

ปัจจุบันมีคนไทยกลุ่มหนึ่งอ้างว่าคิดใหม่ทำใหม่ แต่อาจคิดผิดทำผิดเสียยิ่งกว่า อีกทั้งยังมีนักวิชาการที่อาจจะมากด้วยสมอง แต่ด้อยและต่ำในด้านจริยธรรม ไปรวมตัวกับคนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายอาญาว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งมีหลักว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" พวกเขาเหล่านั้นเรียกร้องหาความเท่าเทียมกันระหว่างมนุษย์โดยวางหลักความคิดว่า "เจ้าก็เป็นคนเหมือนกัน ทำไมจะถูกพูดพาดพิงหมิ่นประมาทไม่ได้ และหากถูกหมิ่นประมาท ทำไมไม่ไปแจ้งความร้องทุกข์เอาเอง"

แท้ที่จริง กฎหมายอาญามุ่งคุ้มครองสิทธิประชาชนชาวไทยทุกคนอยู่แล้ว โดยประมวลกฎหมายอาญาได้วางหลักไว้ว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม (หมิ่นประมาท) โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี (มาตรา 326) และผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน (มาตรา 393) ซึ่งความแตกต่างระหว่างการหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นบุคคลทั่วไป กับ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็มีหลักสำคัญดังนี้

(1) สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นความมั่นคงของชาติ หากถูกทำลายให้เสียหายและขาดความน่าเชื่อถือจะทำให้ประเทศชาติไม่มั่นคง ดังนั้น โทษจำคุกจึงสูง (3 - 15 ปี)

(2) สถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเสียสละในการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อส่วนรวมโดยไม่ได้คำนึงประโยชน์ส่วนพระองค์แม้แต่น้อย และประพฤติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พสกนิกรชาวไทย การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพน่าจะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน (เป็นผลกระทบต่อสาธารณะ ซึ่งผู้เสียหายได้แก่พสกนิกรชาวไทยทั้งมวล) จึงไม่ควรต้องให้พระองค์เสด็จฯไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจด้วยพระองค์เอง แต่บุคคลใดที่พบเห็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสามารถแจ้งความกล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานนี้ได้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (8)

ดังนั้น หากเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว ไม่น่าจะคิดไปในทางอื่นได้นอกเสียจากว่า ผู้เรียกร้องเหล่านั้น ต้องการให้สถาบันดำเนินคดีพวกเขาด้วยพระองค์เองโดยใช้มาตรา 326 และ มาตรา 393 ดังที่กล่าวข้างต้น กล่าวคือ สถาบันต้องลงมาแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในฐานะผู้เสียหายด้วยพระองค์เอง ซึ่งข้อเรียกร้องของพวกเขาต้องอาศัยหลักความคิดที่ว่า การหมิ่นสถาบันไม่ได้เป็นการกระทบกระเทือนสาธารณะ ซึ่งหมายถึงว่า หากสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศและทั่วโลกถูกหมิ่นประมาทมากกว่า 1 รายขึ้นไป พระองค์ท่านก็ไม่ต้องมีเวลาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แต่ต้องลงไปเตรียมพระองค์ในการเบิกความเป็นพยานในศาลในฐานะผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

การหมิ่นประมาทบุคคลสาธารณะทั่วไป อาทิเช่น นักการเมืองคนหนึ่งๆ ก็ยังพอทำเนาที่จะใช้หลักตามประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยหมิ่นประมาทและดูหมิ่นทั่วๆ ไป เพราะนักการเมืองนั้นแม้อาจจะมีใจกว้างต่อคนไทยบ้างก็คงไม่ได้เท่าเศษธุลีฉลองพระบาทของพระมหากษัตริย์ แต่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงให้แต่สิ่งดีและประเสริฐกับพสกนิกรตลอดมา อีกทั้งทรงมีน้ำพระราชหฤทัยที่กว้างใหญ่ไพศาลต่อคนไทย แต่ก็ไม่วายที่จะต้องทรงประสบกับข่าวลือและคำว่าร้ายต่าง ๆ นานา อาทิ "คนในบอกว่า..." หรือ "เขาว่ากันว่า..." หรือแม้แต่ "เขาลือกันว่า..." ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถหาต้นตอข่าวลือได้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนไทยยังจะยอมให้พระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นที่รักของเราทุกคนถูกว่าร้ายใส่ความต่อไปอีกหรือ ลำพังแค่คนไทยไม่ช่วยปกป้องพระองค์ท่านให้ดีเท่าที่ควร มันก็เป็นการอกตัญญูมากพออยู่แล้ว แต่นี่ยังจะขอยกเลิกกฎหมายที่ถวายความคุ้มครองต่อพระองค์ เพื่อให้พระองค์ทรงสามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องทรงตรากตรำไปฟ้องคดี ไปเบิกความที่ศาลให้เสียเวลา อันเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ผู้เขียนขอถามตรงๆ ว่า พวกเราใจแคบกับสถาบันกษัตริย์มากเกินไปหรือเปล่า[/quote]

ตั้งแต่ติดตามความขัดแย้งต่างๆเรื่องการเมือง ไม่เคยเห็นหรือได้ยินใครหมิ่นฯพระเจ้าอยู่หัวเลย เห็นมีอยู่คนเดียวคือสนธิ ลิ้มฯมันชอบดึงสถาบันฯมาเป็นเครื่องมือการทำชั่วของมัน สนองตัณหาของมัน ถ้ามันไม่พูดคำนี้มันกลัวตายมันต้องพูดซ้ำๆย้ำบ่อยๆว่าปกป้องสถาบันฯทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงสถาบันฯ จะทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์อำนาจขนาดไหนก็อย่าเอาสถาบันฯมาอ้าง และในที่สุดก็เละสมใจไอ้โกเต๊กลิ้มแล้ว
และที่เห็นชัดๆคน3คนไปนั่งสุมหัวดูหมิ่นฯองค์รัชทายาท ทำไมคุณไม่พูดถึงเลยและดูคุณไม่รักองค์รัชทายาทเลยนะ
และดูเหมือนว่าคุณยึดมั่นตัวอักษรตามกฏหมายมาก เหตุใดโกเต๊กลิ้ม นำคำพูดของดาร์ตอปิโดไปโฆษณาต่อ ดาร์ตอปิโดติดคุก แต่โกเต๊กลิ้มซึ่งทำผิดกฏบัตรกฏหมายชัดเจนไม่ติดคุก คุณๆเคยสงสัยหรือไม่ หรือไม่เป็นไรเพราะนิยมชมชอบพวกบ้าคลั่งชาตินิยม หรือจะแถตะแบงอะไรกันเพื่อแก้ตัวแทนพวกคุณอีก
ถึงจะไม่มีกฏหมายมาตรา112 สถาบันก็จะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกจนคุณตายไปก็ยังอยู่ ห่วงก็แต่ประชาชนคนธรรมดาเท่านั้นที่จะมีกิน มีสิทธิเสรีภาพตามสมควรแห่งความเป็นมนุษย์กันไหม

คำกลอนที่ชี้แจงอย่างแจ้งชัด ส

คำกลอนที่ชี้แจงอย่างแจ้งชัด
สืบสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่า
ประเพณีจารีตอดีตมา
เป็นคุณค่าทนุแต่บุราณ

หลอมเป็นจิตวิญญาณมานานนัก
แลประจักษ์สากลคนเล่าขาน
เกียรติ์ขจรร่อนไกลใหญ่โอฬาร
ยิ่งยืนนานเอกราชแห่งชาติไทย

ประชาธิปไตยเล่าที่กล่าวขาน
เพิ่งเบ่งบานแตกหน่อกอไม่ไหญ่
ไปหลงไหลได้ปลื้มจนตาลาย
ลืมชื่อความเป็นไทยในวันนี้

ไปยึดติดมัวเมาเอาเป็นเหตุ
ก่ออาเพศคิดอ้างอย่างบัดสี
คณะราษฎร์ยึดอำนาจมากี่ปี
ทุกวันนี้ยังไม่มีประชาธิปไตย

คำอ้างสิทธิ์วาทกรรมนำมากล่าว
ร้อยเรื่องราวเทียมเท่ามาเล่าไว้
กระเหี้ยนกระหือรืออยู่ร่ำไป
ทำจะเป็นจะตาย..ไอ้อัปรีย์

สาวริมปิง

[quote=สาวริมปิง]คำกลอนที่ชี้แจงอย่างแจ้งชัด
สืบสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่า
ประเพณีจารีตอดีตมา
เป็นคุณค่าทนุแต่บุราณ

หลอมเป็นจิตวิญญาณมานานนัก
แลประจักษ์สากลคนเล่าขาน
เกียรติ์ขจรร่อนไกลใหญ่โอฬาร
ยิ่งยืนนานเอกราชแห่งชาติไทย

ประชาธิปไตยเล่าที่กล่าวขาน
เพิ่งเบ่งบานแตกหน่อกอไม่ไหญ่
ไปหลงไหลได้ปลื้มจนตาลาย
ลืมชื่อความเป็นไทยในวันนี้

ไปยึดติดมัวเมาเอาเป็นเหตุ
ก่ออาเพศคิดอ้างอย่างบัดสี
คณะราษฎร์ยึดอำนาจมากี่ปี
ทุกวันนี้ยังไม่มีประชาธิปไตย

คำอ้างสิทธิ์วาทกรรมนำมากล่าว
ร้อยเรื่องราวเทียมเท่ามาเล่าไว้
กระเหี้ยนกระหือรืออยู่ร่ำไป
ทำจะเป็นจะตาย..ไอ้อัปรีย์[/quote]
่สาวริมควายชอบนอนแช่ปลัก

สรรพสิ่งเกิดจาก

สรรพสิ่งเกิดจาก เหตุ
จะแก้ให้ไปแก้ที่ เหตุ

เหตุคืออะไร ทุกคน รู้

แต่ทำไม่ ทุกคนก็ ตีกรรเชียง ไม่อาจเข้าใกล้เหตุ

ตายแล้วเกิดอีก 8000 ชาติ

ก็ไม่อาจแก้

ทุกคน รู้

มดแดงจะรุมสะกรัม
พวกมนุษย์ที่ไปรังแก เพลี้ย
เพราะมดแดง ได้ กินเยี่ยวเพลี้ย ที่ขับออกมา
เป็นผลตอบแทน

มาให้กำลังใจ อ.สมศักดิ์

มาให้กำลังใจ อ.สมศักดิ์ และยืนยันว่า ท่าทีในการวิพากษ์วิจารณ์ของ อ.ที่ผ่านมา แม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นด้วยไปเสียทั้งหมด แต่ก็เห็นว่าเป็นเรื่องของกระบวนการโต้แย้งทางปัญญา ปัญญาชนด่ากันแรง ๆ บนฐานความคิดและเหตุผลที่แตกต่าง มันคนละเรื่องกับการออกมาปกป้องสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นปัญญาชนหรือไม่เป็น และผมเชื่อว่าปัญญาชนที่มีวุฒิภาวะทุกคน ก็ใจกว้าง และมีสปิริตพอจะออกมาปกป้อง อ.สมศักดิ์ในกรณีนี้ แม้ว่าหลายคนอาจจะเคยถูกอาจารย์ด่า หรือเคยด่าอาจารย์ เพราะนี่คือเรื่องของเสรีภาพทางวิชาการ ในกรณีของท่านอื่น ๆ ที่ถูกคุกคามก่อนหน้านี้ พวกเราต่างก็ไม่ได้อยู่เฉย และกรณีของ อ.สมศักดิ์ก็จะไม่อยู่เฉยเช่นกัน

Anonymous

[quote=Anonymous]สิ่งที่คุณสมศักดิ์พยายามทำมาตลอดคือการด่ากราดนักวิชาการทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณต่างหาก
แต่มาวันนี้คนต่างๆ ที่คุณไปด่ากราดเค้าก็ไม่มีใครทิ้งคุณ จัดเวทีให้คุณมาโรแมนติกต่อหน้าสื่อได้อีก
ควรจะสำนึกในบุญคุณครั้งนี้ไว้ให้ดี[/quote]

ก็เพราะอาจารย์สมศักดิ์มันด่าไง

อ้ายพวกนักวิชาการบ้างคนมันถึงได้ตาสว่างขึ้นมาบ้าง

วาด รวี wrote:มาให้กำลังใจ

[quote=วาด รวี]มาให้กำลังใจ อ.สมศักดิ์ และยืนยันว่า ท่าทีในการวิพากษ์วิจารณ์ของ อ.ที่ผ่านมา แม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นด้วยไปเสียทั้งหมด แต่ก็เห็นว่าเป็นเรื่องของกระบวนการโต้แย้งทางปัญญา ปัญญาชนด่ากันแรง ๆ บนฐานความคิดและเหตุผลที่แตกต่าง มันคนละเรื่องกับการออกมาปกป้องสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นปัญญาชนหรือไม่เป็น และผมเชื่อว่าปัญญาชนที่มีวุฒิภาวะทุกคน ก็ใจกว้าง และมีสปิริตพอจะออกมาปกป้อง อ.สมศักดิ์ในกรณีนี้ แม้ว่าหลายคนอาจจะเคยถูกอาจารย์ด่า หรือเคยด่าอาจารย์ เพราะนี่คือเรื่องของเสรีภาพทางวิชาการ ในกรณีของท่านอื่น ๆ ที่ถูกคุกคามก่อนหน้านี้ พวกเราต่างก็ไม่ได้อยู่เฉย และกรณีของ อ.สมศักดิ์ก็จะไม่อยู่เฉยเช่นกัน[/quote]

ปัญญาชนด่ากันแรงๆ บนฐานความคิดและเหตุผลที่แตกต่าง?
บนฐานความคิดและเหตุผลที่แตกต่าง คุณไม่จำเป็นต้องไปด่าใครแรงๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าลดทอนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของกันไม่ว่าคุณจะเป็นปัญญาชนหรือไม่ วิพากษ์คือวิพากษ์ ด่าทอคือด่าทอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่า "การด่าทอ" ไม่จำเป็นเวลาเสนอแนวคิดหรือจุดยืน
การดำรงอยู่ของท่าทีด่าทอแบบสมศักดิ์ผมว่ามันเสื่อมมากสำหรับวงวิชาการบ้านเรา เพราะมันสร้างวัฒนธรรมการด่าทอขึ้นมาแทนการวิพากษ์อย่างเคารพในความเห็นต่างของกันและกัน
ยิ่งเวลาเห็นว่ามีคนเอาตาม ออกมาเขียนบทความไปด่าไป แล้วบอกว่าให้ถ้อยคำเหมาะสมแล้ว
ในฐานะประชาชนเจ้าของประเทศ เวลามองเข้าไปว่าเนี่ยเหรอคำพูดของคนที่อยู่ในวงวิชาการของประเทศไทย แล้วมันหดหู่ครับ ทั้งที่ดูน่าจะมีทั้งความรู้และการให้เกียรติกันอย่างมนุษย์ปกติ จะว่าผมดัดจริตก็ได้ แต่ผมแค่เรียกร้องการเคารพความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นธรรมดาๆ เท่านั้นเอง (คำอย่าง"ไม่มีกระดูกสันหลัง"มันลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด)
อย่าบอกว่านักวิชาการเพราะโดนสมศักดิ์ด่าถึงตาสว่างเพราะมันพิสูจน์ไม่ได้
แต่เห็นด้วยว่าแม้กระนั้นนักวิชาการก็ใจกว้างพอ (หรืออาจจะแค่เอาหน้าก็มิทราบได้)
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้สมศักดิ์สำนึกถึงความใจกว้างของเพื่อนๆ และมีท่าทีในการ"วิพากษ์"(ไม่ใช่ด่าทอ) ด้วยความเคารพผู้อื่นมากขึ้นอย่างวิญญูชนพึงกระทำ

ส่วนแนวคิดของสมศักดิ์ ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยครับ

ครับยอมรับว่าช่วงนี้มีเวลาเข้

ครับยอมรับว่าช่วงนี้มีเวลาเข้าเน็ตในหน้าเว็ปบอร์ดแบบนี้น้อยลงเพราะ ต้องเร่งงานเพราะหยุดไปต่างจว.หลายวัน ผมเห็นเรื่องนี้แล้ว และค่อนข้างไม่แปลกใจ แต่รู้สึกเสียใจ และเห้นใจองสมศักดิ์ จนถึงเป็นกำลังใจให้ครับ

เพราะผมเป็นพยาน ในหลายบทวิเคราะห์บทความในนี้ โดยเฉพาะตัวเนื้อหาจริงๆถ้าคนๆไทยใจเปิดจริงๆ หรืออีกเงื่อนเวลาหนึ่ง ควายไทยทั้งหลายจะขอบคุณอ.ด้วยซ้ำ ที่พยายาม จะถอดหลักมุดของเงื่อนไขวัวพันหลักที่เป็นต้นน้ำของปัญหาใหญ่ที่สุดในบ้านเมืองตรงนี้

ด้วยเนื้อหาที่นำเสนออย่างเป็นวิชาการ แต่ด้วยเงื่อนไข เวลาเราลงมือผ่าตัดมันคงมีหลายผลกระทบข้างเคียงไปยัง พวกหูเอียงเพราะสิ่งที่สนตะพายแบบควายไทย มันจึงรับไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนี้ ถ้าจะพุด ต้องถึงแก่นเนื้อในของเนื้อหา มันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าข้อเท็จจริงหลายเรื่องจะหกระทบ"เหล่าปาราสิต" ต่อสถาบัน เช่นพวกกองขี้(ขี้นะดีแล้วถ้ายิ่งมาเป็นกองทัพหรือทับมันยิ่งเหม็น)

ที่ออกมาตบเท้าไม่กี่วันนี้ ยิ่งเจ้า "จะอุด อั้นสุขา"(ไปย้อนดุว่าด่าไว้ยังไง ถ้ามันไม่เก็ตมาดีเบตกับกุเลยจุอุด มึงกล้าไหม?) เพราะอาวุธกุมีแค่เหตุแค่ผล ทางปัญญา แบบประชาธิปไตย แต่ถ้า อาวุธพวกมึงคือ ความักง่ายในการประกอบอาวุธร้ายแรงผ่าน ม.112 กฎหมายเถื่อน

ตัวเงื่อนไขของบ้านของเมืองระดับต้นน้ำระดับที่สร้างบาดแผลมหาเงื่อนไขฆาตรกรรมหมู่ใหญ่หลายครั้งเพราะเงื่อนไขต้นน้ำแบบนี้ มันวนประวัติศาสตร์มาพาลกันอย่างไร ผ่าน มุกเก่าๆ "ตุลา19โมเดล" การประกอบอาวุธร้ายแรงที่มักง่าย เพราะ มันสนตะพายควายไทยมานานแล้ว ทั้งที่ตัวพวกมึงมี อาวุธที่มาจากเงินภาษีปชช.และเงื่อนไขเงินภาษีที่ใช้จ้างพวกมึงรักษาประเทศชาติปชต.และปชช.

แต่มิติบทบาทหน้าที่ของทหารไทยทั้งกองขี้(ทัพหรือยิ่งทับมันยิ่งเหม็น) มันมีมิติแค่ทหารท่มีวิสัยทรรศแบบที่ผมว่าไว้ว่ากำลังจะพาคนไทยไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่า ในวิธีคิด หรือตอบโจทยืในบทบาทหน้าที่ทหารของปชชงหรือปชต. มันคิด ได้ไกลกว่าผ้าถุง ไหม? เช่นข่มขืนประเทศ,คนในประเทศ(ปฎิวัติ)

วิสัยทัศน์ แบบนี้ หรือพวกมึงอ้างปกป้องสถาบันฯ แต่วิธีการกระทำแบบนี้ต่างหาก มันจะพากันจมกอดคอกันตาย เพราะมันถวายโอสถพิษ เพราะความสาระแนแบบนี้ของมัน อำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นทางอำนาจดิบๆ เถื่อนๆ นอกระบบแบบที่ทำตอนนี้ ดีเดยืตอนนี้ผ่าน"จะอุด อั้นสุขา"

แม้อ้างหน้าที่(ปกป้องฯ) แต่มันมองได้แค่มิตินี้จริงเหรอ ฮ้าไอ้จะอุด และปาราสิตทั้งหลายต่อสถาบันฯ เพราะพวกมึงต่างหากกำลังลากสถาบัน มาฟัดกับปชช.ของพระองค์ สร้างงเอนไข ให้สถาบันมาไฟ้ตืกับวิธีการกระบวนการปรัชญาหลักของแนวทางปชต. ในระดับสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน

จะอุดฯ ถ้ามึงไม่รู้ว่ากูพูดอะไร ไปเอาอะไรออกจากทุกทวารการรับรู้ แบบคนทั่วๆไป ก่อน อย่าใช้การหน้าหน้าที่ออกมาใช้วิธีการ ห้ามขี้ห้ามตดกับคนไทยแบบนี้ เพราะวิการมันไปถึงขั้นนั้นแล้วถ้าจะทำกันจริงๆ เพราะคู่กรณีมึงมีในห้องน้ำเพียบเลย กับหน้าที่ศอฉ.(ศูนย์อั้นฉี่)

และแม้มันจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ด้วยการเปลี่ยนชื่อมาเป็นศอรส. มันก้ยังไม่วายเป็น"ศูนย์อำนวยการรื้อส้วม"อยู่ดี ด้วยพฤติกรรมแบบนี้ นี่หรือคือทางรอดของสถาบันฯ แนวทางการอั้นขี้อั้นตดคนไทยแบบนี้เหรอคือแนวทางของกองทัพ เพราะรูปธรรมมันคือกองขี้มากกว่าเพราะวิธีการและเงื่อนไขมันปลายทางมันจะขยายปัญหาที่มากกว่าการพยายามแก้ไขปัยหาด้วยการเอามือลงไปโกยขี้

หรือลุยขี้แบบพธม.(เหลืองอ๋อยเต็มสนามบิน) เพราะอ้างกันแบบนี้ ทั้งที่แนวทางแบบสุขาภิบาล(ปชต.) แบบที่องสมศักดิ์ หรือใคร(นิติราษฎร์)รวมผลในนั้นพยายามชี้ว่าขี้หรือความเห็นสาธารณะแบบปชต. และบุคคลที่สร้างผลกระทบรวมในบทบาทหน้าที่ใหญ่ๆ ควรมีมิติการตรวตรวจสอบ บริหารจัดการ การใช้อำนาจ แบบใด ตรงมาตรงไปแบบไหน เพราะถ้าสัดส่วนตรงนี้มันแปลผกผัน(ยิ่งมากยิ่งตรวจสอบไม่ได้ที่สุดใช้วิธีอุดปากหรืออุดตูด ห้าตดห้ามขี้)

วิธีการแบบนี้ของพวกมึงเหรอจะอุดฯ คือวิธีปกป้องสถาบันฯ ห้ามตดห้าขี้นี่น่ะนโยบายกองขี้ มึงคิดได้แค่นี้เหรอ ในการปกป้องสถาบันฯ เพราะมันเอาตูดคิดแทนหัวใช่ไหม?ไอ้พวกปาราสิตสถาบันทั้งหลาย ถามจริงมันปกป้องหรือมันทำลาย???

ปล.ขอไม่ตรวจคำผิดไม่แน่ใจคอมฯ?

Anonymous

[quote=Anonymous]เฉพาะของสมศักดิ์ อ่านได้ความว่าตอนนี้แกคงกลัวมากถึงกับออกมาร้องขอความกรุณาจากผู้มีอำนาจว่าอย่าข่มขู่เลย จะมาจับก็มา(แต่อย่าขู่นะกูกลัว)

ผมว่าสิ่งที่สมศักดิ์เสนอเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมควรพิจารณาจริง แต่เนื่องจากสมศักดิ์ยังมีวุฒิภาวะแห่งความเป็นนักวิชาการต่ำ (อาจเนื่องจากมีความเคียดแค้นชิงชังสูง?) แกเลยทำไปโจมตีคนอื่นไป โดยไม่ลืมที่จะยกตัวเองกว่ากูเก่งกูดีกว่าพวกมึงทั้งหมด(ที่เป็นนักวิชาการไร้กระดูกสันหลังและบัดซบ) แต่พอถึงเวลาจริงเห็นไหมครับ แกก็กลัวตายพอที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากนักวิชาการบัดซบเหล่านั้นและสังคม แต่ตอนนี้แกคงชอบใจใหญ่เพราะได้เด่นสมใจ(เสริมด้วยลุคใหม่ผมดำ (ฮา)) ไม่ต้องเกาะกระแสอาศัยความดังของนิธิอีกต่อไป

สิ่งที่สมศักดิ์ทำนั้นไม่ใช่ว่าแกทำ "อยู่คนเดียว" คนอื่นก็ทำมาตลอดในวิถีทางที่แต่ละคนทำได้อยู่แล้วมากบ้างน้อยบ้าง เพียงแต่สมศักดิ์เท่านั้นที่ "กล้า(careless)" พอที่จะทำในเลเวลที่มันต้องกลายเป็นภาระแก่เพื่อนนักวิชาการและคนรอบข้าง (และเป็นเลเวลที่สูงพอที่จะทำให้เมียทุกข์ใจด้วย?)

ผมตั้งใจไว้ว่ารอให้มีการตั้งข้อหาและสมศักดิ์โดนจับด้วยข้อหาหมิ่นฯ ก่อน ค่อยออกมาเต้นไปกับแก ไม่ว่าจะให้ไปลงชื่อคัดค้านที่ไหนก็จะไป แต่ไม่ใช่ด้วยทัศนะที่ว่าแกเป็นนักวิชาการหรืออะไร (นักวิชาการก็ไม่ใช่เทวดาเหมือนกัน) แต่ด้วยทัศนะที่ว่าคนไทยควรมีสิทธิพูดและวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยในขอบเขตของกฎหมาย[/quote]

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฟิลลิ่ง"ระหว่างบรรทัด"
ลีลา
ทัศนคติต่อสถานะการณ์
วิธีมองโลก
และ "หัวใจ"......
แบบ"พวกชั้นกลางขี้เปียก" ที่เฮีย anonymous แก้ผ้าโชว์กร่างอยู่เนี่ยเรอะ ?
ที่แสดงถึง "วุฒิภาวะ 'สูง' ทางวิชาการ" ของเฮีย anonymous
เหมือนกะที่เฮียพยายามจะ "วางฟอร์มหัวเสรีนิยมจัด" ยกก้นตัวเองให้ "ดูดี" ในย่อหน้าสุดท้ายของความเห็น ?....

พูดแบบ rock 'n roll ก็คือ
ถ้าการกระทืบคนเป็นเรื่องไม่ผิดจริยธรรมสมัยใหม่&กฏหมายของสังคมละก็.....
คนประเภทฉวยโอกาสและเหยียบหัวคนเอาตัวรอดแบบเฮียนี่แหละ--ที่สมควรจะโดนกระทืบ ๑ ใน ๕ คนแรก !

คนแบบเฮียมันต้องเจอกะคนแบบ "พอลพต-ผู้นำเขมรแดง : นักกวาดล้างชนชั้นกลางขี้เปียก" โน่น
มันถึงจะเหมาะกัน-เหมือนผีแห้งกะโลงผุ !

คนฉวยโอกาส "ประเภทเฮีย"
แม้แต่พวก "เลียเจ้า" ระดับคุณภาพ--ที่อยู่ตรงข้ามกะพวก "ล้มเจ้า"
เขาก็ไม่อยากได้เอาเป็นพวกหรอก-เชื่อเหอะ !

-----------------------
ค า ก ค า ก
ค า ก ค า ก....
หัวเราะด้วยความทุเรศ !
:(

BBBB
BBBB

ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )

[quote=ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )][quote=Anonymous]เฉพาะของสมศักดิ์ อ่านได้ความว่าตอนนี้แกคงกลัวมากถึงกับออกมาร้องขอความกรุณาจากผู้มีอำนาจว่าอย่าข่มขู่เลย จะมาจับก็มา(แต่อย่าขู่นะกูกลัว)

ผมว่าสิ่งที่สมศักดิ์เสนอเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมควรพิจารณาจริง แต่เนื่องจากสมศักดิ์ยังมีวุฒิภาวะแห่งความเป็นนักวิชาการต่ำ (อาจเนื่องจากมีความเคียดแค้นชิงชังสูง?) แกเลยทำไปโจมตีคนอื่นไป โดยไม่ลืมที่จะยกตัวเองกว่ากูเก่งกูดีกว่าพวกมึงทั้งหมด(ที่เป็นนักวิชาการไร้กระดูกสันหลังและบัดซบ) แต่พอถึงเวลาจริงเห็นไหมครับ แกก็กลัวตายพอที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากนักวิชาการบัดซบเหล่านั้นและสังคม แต่ตอนนี้แกคงชอบใจใหญ่เพราะได้เด่นสมใจ(เสริมด้วยลุคใหม่ผมดำ (ฮา)) ไม่ต้องเกาะกระแสอาศัยความดังของนิธิอีกต่อไป

สิ่งที่สมศักดิ์ทำนั้นไม่ใช่ว่าแกทำ "อยู่คนเดียว" คนอื่นก็ทำมาตลอดในวิถีทางที่แต่ละคนทำได้อยู่แล้วมากบ้างน้อยบ้าง เพียงแต่สมศักดิ์เท่านั้นที่ "กล้า(careless)" พอที่จะทำในเลเวลที่มันต้องกลายเป็นภาระแก่เพื่อนนักวิชาการและคนรอบข้าง (และเป็นเลเวลที่สูงพอที่จะทำให้เมียทุกข์ใจด้วย?)

ผมตั้งใจไว้ว่ารอให้มีการตั้งข้อหาและสมศักดิ์โดนจับด้วยข้อหาหมิ่นฯ ก่อน ค่อยออกมาเต้นไปกับแก ไม่ว่าจะให้ไปลงชื่อคัดค้านที่ไหนก็จะไป แต่ไม่ใช่ด้วยทัศนะที่ว่าแกเป็นนักวิชาการหรืออะไร (นักวิชาการก็ไม่ใช่เทวดาเหมือนกัน) แต่ด้วยทัศนะที่ว่าคนไทยควรมีสิทธิพูดและวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยในขอบเขตของกฎหมาย[/quote]

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฟิลลิ่ง"ระหว่างบรรทัด"
ลีลา
ทัศนคติต่อสถานะการณ์
วิธีมองโลก
และ "หัวใจ"......
แบบ"พวกชั้นกลางขี้เปียก" ที่เฮีย anonymous แก้ผ้าโชว์กร่างอยู่เนี่ยเรอะ ?
ที่แสดงถึง "วุฒิภาวะ 'สูง' ทางวิชาการ" ของเฮีย anonymous
เหมือนกะที่เฮียพยายามจะ "วางฟอร์มหัวเสรีนิยมจัด" ยกก้นตัวเองให้ "ดูดี" ในย่อหน้าสุดท้ายของความเห็น ?....

พูดแบบ rock 'n roll ก็คือ
ถ้าการกระทืบคนเป็นเรื่องไม่ผิดจริยธรรมสมัยใหม่&กฏหมายของสังคมละก็.....
คนประเภทฉวยโอกาสและเหยียบหัวคนเอาตัวรอดแบบเฮียนี่แหละ--ที่สมควรจะโดนกระทืบ ๑ ใน ๕ คนแรก !

คนแบบเฮียมันต้องเจอกะคนแบบ "พอลพต-ผู้นำเขมรแดง : นักกวาดล้างชนชั้นกลางขี้เปียก" โน่น
มันถึงจะเหมาะกัน-เหมือนผีแห้งกะโลงผุ !

คนฉวยโอกาส "ประเภทเฮีย"
แม้แต่พวก "เลียเจ้า" ระดับคุณภาพ--ที่อยู่ตรงข้ามกะพวก "ล้มเจ้า"
เขาก็ไม่อยากได้เอาเป็นพวกหรอก-เชื่อเหอะ !

-----------------------
ค า ก ค า ก
ค า ก ค า ก....
หัวเราะด้วยความทุเรศ !
:(

BBBB
BBBB[/quote]

นี่ล่ะฮะ ผลผลิตสั่วๆ ของคนแบบสมศักดิ์

ครับที่ต้องแรงกับคนกลุ่มนี้

ครับที่ต้องแรงกับคนกลุ่มนี้ เพราะเขากำลังจะกำกับละครย้อนประวัติศาสตร์แขวนคอหรือ"ตุลา19โมเดล" และหรือพล็อตเรื่อง"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"(แบบไทยๆ) แต่เวอร์ชั่นฝรั่งคือ"ล่าแม่มด" สมัยยุโรปกลางหรือศาสนาจักร สร้างเงื่อนไขยุคมืดสมัยยุโรปกลาง เช่นกรณีจับขัง"กาลิเลโอ"

คนกลุ่มที่เป็นปาราสิตต่อสถาบันกลุ่มนั้น(รวมพวกกองขี้(ทัพ)ทั้งหลายเหล่านี้) มันกำลังสร้างเงื่อนไขกำกับละครย้อนประวัติศาสตรืผ่านพล็อตเรื่องเงื่อนไขเดิมๆ ในการขุดประวัติสาสตรืเอามาพาลเอามาล้างผลาญ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางการเมืองกันกับเงื่อนไขการประกอบอาวุธร้ายแรงมุกเดิมๆแบบนี้

มันวนๆปัญหายิ่งกว่าวัวพันหลัก เพราะเงื่อนไขต้นน้ำของปัญหาแบบนรี้มันยังถูกวางพล็อตออกแบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นต้นน้ำของปัญหาเดิมๆ และผลิตซ้ำๆ ทั้งวาทะกรรมและคหกรรม,บาทากรรม(นวดหน้าด้วยฝ่าเท้าด้วยระบบยุติทำ(ตีนทำ))

ด้วยเงื่อนไขคนกลุ่มเดิมๆมุกเดิมๆวนๆแบบเดิมๆ ไม่ไปไหนแบบนี้???

ถ้าบอกว่าเงื่อนไขเพราะพัฒนากา

ถ้าบอกว่าเงื่อนไขเพราะพัฒนาการของสังคมไทยไม่เปลี่ยน หรือ มันเปลี่ยนแบบพัฒนาการไหลย้อนกลับ จนเงื่อนไขแบบเดิมๆเอามาผลิตซ้ำ ทั้งที่มันเป็นเรื่องบาดแผลความอำมหิตป่าเถื่อนในการก่ออาชญากรรมใหญ่ๆ แบบประวัติศาสตร์ฆ่าแขวนคอ(ตุลา19)

เป็นรูปแบบสังคมแห่งความกักขฬะมุมมามทางอำนาจจนสร้างเงื่อนไขแบบ"ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป" ได้แม้กระทั้งคนรุ่นใหม่ยุคโลกาภิฯ ด้วยกลยุทธเดิมๆ(ตุลา19โมเดล) ตัวละครแบบเดิมๆ(นวพล2010ก็คือเสื้อหลากสี กระทิงแดงคือพธม.) วิทยุยานเกราะ ก็คือสื่อของนู่หริ๋ง"สาแทะ ลงหนองเลย" (สาทิตย์)ที่ชงให้ไก่อู "ขันเกิน ล่อระเบิด" เอามาขันเช้าขันเย็นกับมายแม็ปล้มเจ้า

สร้างเงื่อนไขความชอบธรรมในการฆ่าประกอบเมนู"ลาบซ่ะประสงค์" ให้เสื้อแดง แบบฆ่าคอมมิวไม่บาปฯ? เพราะเขาใช้การทหารแบบ"ประชาธิปตาย"(ทหารที่ยึดโยงอำนาจนอกปชต.ในการบดขยี้แบบเดียวกับสมัยตุลาฯ) ตอบโจทย์? ไม่ใช่ทหารที่ยึดโยงอำนาจปชต.หรือปชช.ในแบบการปราบจราจลตามหลักสากลปกติ?

เพราะมาจากโจทย์เริ่มต้นว่าใช้พล็อตเรื่องอะไรในการบลิ้วผู้ปฎิบัติ พล็อต"ตุลา19โมเดล"ใช่ไหม???

อีกไม่นานอาจารย์สมศักดิ์ท่านจ

อีกไม่นานอาจารย์สมศักดิ์ท่านจะได้รับหนังสือขอบคุณจากพวกอนุรักษ์นิยมที่มือบอดทางสติปัญญาเพราะสถาบันจะอยู่อย่างมั่นคงถาวรคู่สังคมไทยตราบนานเท่านานได้เพราะท่านชี้ทางสว่างปลายอุโมงให้

มีเจ้าทำให้คนทั้งหลายมานั่งทะ

มีเจ้าทำให้คนทั้งหลายมานั่งทะเลาะกัน มีคนติดคุกเพราะพูดเรื่องเจ้า มันเป็นธรรมดาซักวันนึงก็ต้องมาถึงวันที่เจ้าจะถูกล้ม ไม่วันนี้ ก็วันโน้นน เพราะเจ้าอาจล้มตัวเองด้วยการกระทำของตัวเอง เป็นสัจธรรม ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า อย่าทะเลาะกันเลย

kuk

[quote=kuk]มีเจ้าทำให้คนทั้งหลายมานั่งทะเลาะกัน มีคนติดคุกเพราะพูดเรื่องเจ้า มันเป็นธรรมดาซักวันนึงก็ต้องมาถึงวันที่เจ้าจะถูกล้ม ไม่วันนี้ ก็วันโน้นน เพราะเจ้าอาจล้มตัวเองด้วยการกระทำของตัวเอง เป็นสัจธรรม ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า อย่าทะเลาะกันเลย[/quote]
เห็นด้วยอย่างยิงครับสูงสุดคืนสู่สามัญชนเป็นสัจธรรม

jabjab wrote:@Scion

[quote=jabjab]@Scion ครับกลับไปอ่่านบทความของใบตองแห้งนะ

ใบตองแห้งออนไลน์: ปิดปากสมศักดิ์ จะผลักคนไปทางไหน
http://prachatai3.info/journal/2011/04/34208

อธิบายได้ดี[/quote]

Yes, Scion. You should read it. It is excellent and straight to the point. Bai Tong Hang did a very good job on this one. It won't take much of your time and it will be worth it.

ครับเพิ่มเติมกรณีที่หลายฝ่ายพ

ครับเพิ่มเติมกรณีที่หลายฝ่ายพยายามจะปรับให้มันซอร์ฟลงมาจาก เงื่อนไขแบบตุลา19 ให้มันลงมาในระดับให้ใช้การต่อสู้กันในทางข้อกฎหมาย ที่เป็นข้ออ้างของทหารหรือรบ.นี้ ว่าทำตามหน้าที่ตัวบทกฎหมาย

ที่ฟังเหมือนดูดี แต่จริงๆมันซ่อนเงื่อนไขต้นน้ำความอำมหิตทางอำนาจนอกระบบที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือการทำลายล้างกันทางการเมือง เพราะเงื่อนไข ทั้งตัวเนื้อหา(ที่กำหนดแบบกว้างๆเหมือนเซ็นต์เชคเปล่าให้ผู้บังคับใช้ตีความเอาเอง)

ผลมันจึงคือการบังคับใช้แบบดับเบิ้ลสแตนดาร์ด เช่นกรรีเสื้อเหลืองหลายคน ไม่โดน ป๋าฯหรือแม้แต่ อีกฟากที่ต่างทางขั่วอำนาจไม่โดน แต่แดงเลือดอาบได้อย่างเดียว ทั้งที่เนื้อหาเข้าข้อกฎหมายเหมือนกัน แต่การดำเนินการต่างกัน เพราะเกิดจากการตีความบังคับใช้ ในระดับปฎิบัติต่างกัน จนถึงเครื่องมือของฝ่ายไหน ในการทำลายกัน

ที่สุดจะสร้างเงื่อนไขระยะยาวกระทบต่อหลายๆเรื่องต่อสถาบันเอง ในภาพรวม(ไม่ใช่ตัวบุคคล) เช่นความน่าเชื่อถือของระบบนิติรัฐที่ขาดนิติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายที่กระทบ สิทธิขั้นพื้นฐานระดับสิทธิมนุษยชน ที่มันหมายถึงความน่าเชื่อถือของประเทศนั้นๆ รวมไปถึงความเข้าใจที่เสียหายต่อสถาบัน

ถ้าเงื่อนไขแบบนี้ถูกขยายผล ทั้งที่เรื่องนี้ผมเชื่อว่าพวกสาระแนพวก"ปาราสิต" ต่อสถาบันทั้งนั้น ดำเนินการโดยอ้างหน้าที่ นี่ไงครับเงื่อนไขมหาเงื่อนไขที่เกิดจากกฎหมายเถื่อนม.112นี้ ผมกระทบมหาศาลในหลายมิติ เพราะที่บางคนชี้ว่าเฉพาะผู้ก้าวล่วงฯมันจึงไม่ใช่?

มันเสียหายระดับต้นน้ำของปัญหาวิกฤตบ้านเมืองเลย

ไม่แน่ใจคอมฯ

สิ่งที่จะตามมาที่น่าห่วงคือ

สิ่งที่จะตามมาที่น่าห่วงคือ ความไม่มั่นคงทางศรัทธาที่มาจากสำนึกข้างใน ไม่ใช่มาจากผลแห่งการบังคับใช้ หรือใช้อำนาจกดหัวให้ต้องยอมรับสภาพการบังคับใช้กำหมายแบบนี้ ด้วยการอ้างปกป้องสถาบัน

ผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมต่อความมั่นคงของสถาบันฯ จากการ บังคับใช้กฎหมายเถื่อนฉบับนี้ มันจึงส่งผลทั้งต่อสถาบันเอง และคนไทยในหลายมิติ(ไม่ใช่แค่ผุ้ก้าวล่วง เช่นมหาวิกฤตบ้านเมืองตอนนี้ส่วนหนึ่งภายใต้โครงสร้างอำนาจแบบนี้ที่ออกมาเป็นกฎหมายแบบนี้)

ดังนั้นการมองอย่างมักง่ายแบบอ้างหน้าที่ตีกินแบบแกล้งโง่บริโภคของพวกตีกิน(เอามาประกอบอาวุธร้ายแรงที่ทรงพลังที่สุดในการทำลายคู่กรณีทางการเมืองตน)ตรงนี้ไงคับผลกระทบมันไม่เกี่ยวแค่ผู้ก้าวล่วงฯครับ และหรือ อ้างว่าเขาปฎิบัติตามหน้าที่ครับ เพราะผลการปำบัติตอนนี้มันขยายเงื่อนไขมหาเงื่อนไขความขัดแย้งให้ขยายวง เช่นนักการเมืองต่อนักการเมือง สีเสื้อกับสีเสื้อ(เหลือง,แดง,น้ำเงิน) ปชชงกับสถาบันฯ(ตรงนี้สำคัยมากที่เรามองข้ามกันทั้งที่บางทีสถาบันเองไม่รู้เรื่องแต่พวกสาระแนจัดให้)มากกว่าแก้ไขปัญหาครับ

มันจึงเป็นเงื่อนไขแบบสังคมอุดมปัญหา ไม่ใช่สังคมอุดมปัญญา เพราะเงื่อนไขแบบยุคมืดยุโรปกลาง ผ่านเงื่อนไขกฎหมายนี้???

มีแต่ข่าวของนายสมศักดิ์

มีแต่ข่าวของนายสมศักดิ์ เจียมเยอะจริงๆช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา จนผมไม่รู้จะตอบกระทู้ใหนดี หรือควรจะตอบทุกกระทู้ที่

เกี่ยวกับนายสมศักดิ์ เจียม ก็ไม่แน่ใจ

ตอนนี้คนที่เห็นด้วยกับนายสมศักดิ์ ก็เปิดหน้าออกมาเต็มที่ แบไพ่กันออกมาแล้ว ความกล้าหรือความขี้ขลาด

ของนายสมศักดิ์ก็ได้เห็นแล้ว

และที่สังเกตได้อีกอย่างคือ นายสมศักดิ์ ออกมาแถลงโดยไม่ได้ใส่เสื้อสีแดงอย่างเคยก็ตาม ก็ยังมีคำพูดมุดเข้ามุดออก

ขอบคุณเสื้อแดง(ปลอม)อยู่ และก็ยังคงอ้างจตุพรอยู่ไม่เลิก ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิงคำพูดจตุพร

ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะพวกแดงปลอมหรืออ้างเป็นแดงน่ะมีมากมาย

อีกอย่างพวกนายสมศักดิ์ก็เรียกร้องเรื่องม.112 มาเป็นปีแล้ว แล้วพวกคุณก็บอกมีคนเห็นด้วยกับพวกคุณเป็นล้าน

ผมให้พวกคุณอีก 1 ปีเลย รณรงค์กันเลย ถ้า1ปีนี้แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินอย่างจตุพรซึ่งโดนข้อหา ม112 ไปเต็มๆ

หรือแม้แต่ทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อไทยเอง ถ้าคนเหล่านี้เห็นดีเห็นงามด้วยกับความคิดของนายสมศักดิ์ กับพวก

ให้แก้ม.112 หรือยกเลิกม.112 เพื่อเป็นการรักษาสถาบัน(เอาไว้ให้ด่าได้)ละก็ ผมจะกราบตีนพวกคุณรายตัวเลย

ครับเงื่อนไขที่มาจากเนื้อหาเร

ครับเงื่อนไขที่มาจากเนื้อหาเรื่องนี้(โยงวิธีการปฎิบัติหรือตอบโจทยืแบบทหารมันวนๆแถวนี้ผ่านม.112)ที่อันตรายมากที่สุดขณะนี้คือ"ปฎิวัติ" เป็นข้ออ้างคลาสสิกสุดในการที่ทหารมีความชอบธรรมแบบเถื่อนๆหรือไทยๆ ในการลงมือข่มขื่นประเทศ,ปชต.

แล้วล่าสุดพวกกองขี้(ยิ่งมาเป็นทัพยิ่งทับยิ่งตบเท้ายิ่งเหม็นแค่กองขี้ดีแล้วให้เกียรติแล้ว)กลุ่มหนึ่ง ออกมาทำการ"บาทากรรม"(ตบเท้า)ข่มขู่ในบทบาทอันะพาลตัวใหญ่หมัดหนักว่า พุดมาจะลากไปข่มขื่นแบบลูกพี่พม่าอีก(ที่เคยเปรยว่าทหารกำลังจะพาคนไทยไปนุ่งผ้าถุงแข่งกับพม่า)

นี่ไงครับเงื่อนไขแบบนี้มันเห็นเป็นรูปธรรมทั้งทางตรงทางอ้อมต่อเนื้อหา เรื่องนี้ ผ่านเงื่อนไขวิธีคิดภายใต้โครงสร้างอำนาจแบบนี้ จนได้ม.112นี้บนเงื่อนไขที่จะขยายเป็นมหาเงื่อนไขของต้นน้ำมหาวิกฤตในบ้านเมืองขณะนี้

เรื่องนี้มันจึงใหญ่มากเพราะคือตัวแปรระดับต้นน้ำของปัยหาบ้านเมืองหลายเรื่องที่จะส่งผลทันที เช่นปฎิวัติหรือไม่ปฎิวัติ จนชะตากรรมบ้านเมือง หรือปชต.,ปชช. ทั้งหมดยืนอยู่บนเส้นด้ายภายใต้เงื่อนไขผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อม(ไม่ใช่แค่คนก้าวล่วงฯอย่างที่จะอุดหรือหลายคนอ้างแน่นอน)

เพราะรูปธรรมมันอย่างที่ชี้ไว้ทั้งหายแค่ส่วนหนึ่งตรงนี้ครับจนผมเคยเสนอให้สังฆายาณา ไม่ใช่ยกเลิกเพื่อคงเจตนารมณ์ปกป้องให้ตรงกับวิธีการปฎิบัติที่ถุกต้องผ่านเครื่องมือที่ชัดเจนในตัวบทกฎหมายต่อไป???

เห็นต่าง

[quote=เห็นต่าง]มีแต่ข่าวของนายสมศักดิ์ เจียมเยอะจริงๆช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา จนผมไม่รู้จะตอบกระทู้ใหนดี หรือควรจะตอบทุกกระทู้ที่

เกี่ยวกับนายสมศักดิ์ เจียม ก็ไม่แน่ใจ

ตอนนี้คนที่เห็นด้วยกับนายสมศักดิ์ ก็เปิดหน้าออกมาเต็มที่ แบไพ่กันออกมาแล้ว ความกล้าหรือความขี้ขลาด

ของนายสมศักดิ์ก็ได้เห็นแล้ว

และที่สังเกตได้อีกอย่างคือ นายสมศักดิ์ ออกมาแถลงโดยไม่ได้ใส่เสื้อสีแดงอย่างเคยก็ตาม ก็ยังมีคำพูดมุดเข้ามุดออก

ขอบคุณเสื้อแดง(ปลอม)อยู่ และก็ยังคงอ้างจตุพรอยู่ไม่เลิก ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิงคำพูดจตุพร

ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะพวกแดงปลอมหรืออ้างเป็นแดงน่ะมีมากมาย

อีกอย่างพวกนายสมศักดิ์ก็เรียกร้องเรื่องม.112 มาเป็นปีแล้ว แล้วพวกคุณก็บอกมีคนเห็นด้วยกับพวกคุณเป็นล้าน

ผมให้พวกคุณอีก 1 ปีเลย รณรงค์กันเลย ถ้า1ปีนี้แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินอย่างจตุพรซึ่งโดนข้อหา ม112 ไปเต็มๆ

หรือแม้แต่ทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อไทยเอง ถ้าคนเหล่านี้เห็นดีเห็นงามด้วยกับความคิดของนายสมศักดิ์ กับพวก

ให้แก้ม.112 หรือยกเลิกม.112 เพื่อเป็นการรักษาสถาบัน(เอาไว้ให้ด่าได้)ละก็ ผมจะกราบตีนพวกคุณรายตัวเลย[/quote]

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่ต้องรอนานหร็อกครับ ตอนนี้ก้อไปกราบได้แล้ว กราบตืนคนเสื้อแดงที่เขาชุมนุมอย่างเปิดเผยอย่างสนติ แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่เอา 112 ไปกราบเขาเถอะครับ การเรียกร้องของเขาจะผิดจะถุกอ่างไร เขาก้อไม่ใส่หน้ากาก พูด ไม่ถือปืนพูด แบบทะแกล้วทหารกล้า ไม่หน้าตัวเมียแบบใคร ๆ ไม่แกล้งตาบอดมองไม่เห็นมาตราฐานความอยุติธธม
..ไปกราบ teen พวกเขาได้แล้วล่ะครับคุณ #373999 » ความคิดเห็นของ เห็นต่าง (visitor)..ไปเถอะไป๊!

อ้อครับเมื่อพูดแล้วต้องพูดให้

อ้อครับเมื่อพูดแล้วต้องพูดให้ครบ กรณี ไทยกับเขมร ผมเชื่อว่าโยงกับเรื่องนี้ หรือการเมืองภายในภายนอก และคิดว่าไม่ใช่สถานการณ์โดยธรรมชาติพาไป? ปัญหาคือปชช.ตาดำๆทั้งไทยเขมรตอนนี้ ที่รับกรรมจากมหาวิบากรรมร่วมเกมการเมืองระหว่างประเทศครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าเศร้าครับ

ที่ชะตากรรมคนไทยเขมร ต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้โดยเฉพาะชาวบ้านแถบนั้นที่รับผลกระทบตรงๆ ต้องมาวิ่งหลบห่ากระสุนเขาเกมการเมืองระหว่างประเทศของคนโตหรือผู้นำของประเทศตน?

ปล.สังเกตุได้แม้แต่ในประชาไทยังไม่ปกติ ต่อการนำเสนอข่าวเรื่องนี้ ทำให้ผมเชื่อสมมุติฐานที่ว่าเสื้อแดงเล่นการเมืองในแระเทศผ่านเขมรในหลายกรณี แม้แต่เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ผมยอมรับคนเสื้อแดงไม่ได้หลังจากที่รับไม่ได้ในการพยายามใช้"พฤษภาฯทมิฬโมเดล"จนโนย้อนรอยด้วย"ตุลา19โมเดล"มันทำร้ายประเทศทั้งคู่จากกาสิโนอำนาจครั้งนี้???

แต่ผมยังรู้สึก

แต่ผมยังรู้สึก ดีอยู่อย่างหนึ่งคือเกม รบไปฟ้องไปของเขมรครั้งนี้ มันต่อมุกไม่ได้ อย่างครั้งแรก(ที่พระวิหารไปถึงUNSCฯ) เพราะกลยุทธจับเท็จเด็กเลี้ยงแกะที่ผมเคยให้เอาไปใช้ตอนนั้น(ตอนเขมรซัลโวชาวบ้านภูมิซาลอน)

แล้วรบ.นี้เอาไปใช้จริง ?และมีผลทำให้เราตั้งรับเกมเขมรนี้ได้เพื่อบีบพื้นที่ เขมรบนความเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ตัวเล็กแสป ด้วยการขยายภาพ พฤติกรรมนั้นผ่านการล็อบบี้ชี้แจง อย่างมีกลยุทธ ยิ่งถ้าเราโฉ่งฉ่างตามแรงยุพธม. มันยิ่งจะเข้าทางเขมรที่ยั่วยุให้เราขยายผลเล่นด้วย แบบสาวหมัดหากัน ไม่มีเด็กผู้ใหญ่

เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้รบเฉพาะแค่เขมร แต่เรากำลังรบกับสายตาชาวโลก มองเรา แบบไหน?มันเกี่ยวโยงกับน้ำหนักหลายๆเรื่อง โยงมรดกโลกโยงหลายกรณีโฉยเฉพาะการขยายผลเกมล็อบบี้ ดังนั้นเรื่องนี้ จึงจะเอาสะใจไม่ได้ อย่างที่หลายกระแสมองว่าเรา รบแบบไม่สมศักดิ์ศรีประเทศ ผมเข้าใจและยอมรับว่าทหาร เราไม่บุ่มบาม และรบ.นี้ ได้ใช้กลยุทธที่ผมให้ไว้ ได้ดีระดับหนึ่ง

ที่แม้มันจะค้านทวนกระแสคนไทย(เรื่องยุให้ลุยเลย จัดหนัก?สังสอนเขมรเลย) แต่เรื่องนี้ผมเข้าใจและมองว่าทหารหรือรบ.ทำได้ดีระดับหนึ่ง?(ส่วนที่พธม.ให้ใช้โอกาศในการผลักดันเขมรฯซึ่งฟังมีเหตุผลแต่เสี่ยงเกินไปในการไปเข้าทางเขมร) และรบ. น่าจะเข้าใจกลยุทธที่ผมให้ไว้ดีเพราะเกมนี้มีตัวแปรเกี่ยวข้องหลายตัวแปรมาก

จะมามองอย่างมักง่ายหรือง่ายๆแบบพธม.ไม่ได้?มันซับซ้อน กว่าไทยรบเขมรอย่างเดียว มันมีตัวแปรที่ซับซ้อนซ่อนไว้กว่าที่เห็นมากครับ เขมรออกลูกโฉ่งฉ่างแบบนี้ เราควรเอามาใช้ประโยชน์ให้ได้ เพื่อบีบพื้นที่เขมรในเกมล็อบบี้ชี้แจงให้มีน้ำหนัก ในการขยายภาพเด็กเลี้ยงแกะเด็กแสป ตัวตอแหล?

แต่เชื่อว่า กรณีพระวิหาร เขมรได้ข้อมูลใหม่ในระดับที่เขาอาจจะปรับความเชื่อใหม่(ในนี้ของผม และพธม.นำเสนอได้ดี )เรื่องความเป็นต่อเดิมเรื่องนั้น นี่ไงครับเหตุผลของการเจรจา และค่อยๆคุยกัน หักล้าง ด้วยเหตุด้วยผลจน อีกฝ่ายเถียงไม่ออกในเหตุในผล การยอมจำนนด้วยเหตุด้วยผล ด้วยอำนาจการต่อรอง,ล็อบบี้ มันเสียหายน้อยกว่าจำนน ด้วยปลายกระบอกปืนใครใหญ่กว่ากันมากครับ?เพราะแบบนั้นเขมรได้ขุดบ่อล่อปลาเราไว้ มันขยายเงื่อนไขมากกว่าแก้ไขปัญหาเพียงแค่ตอบสนองนีดความสะใจได้อย่างเดียว???

ครับ

ครับ ขอออกนอกประเด็นเรื่องพระวิหารฯ,เขมร(เพราะประชาไท บีบพื้นที่เรื่องนี้ตามกลยุทธเสื้อแดงที่เล่นการเมืองผ่านเขมรเป็นเรื่องที่ผมสาปส่งเสื้อแดง เรื่องนี้)

เรื่องนี้เขมรส่งเรื่องให้ศาลตีความ ที่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ พธมงบอกว่าบล้อกไว้แล้วเพราะเรา ไม่ได้ต่อสมาชิกตั้งแต่หลังคดีเท่ากับอำนาจศาลโลกไม่มีสิทธิบังคับเราขึ้นศาลได้ แต่ในเมื่อเราขึ้นไปแล้วของเดิม การตีความของเดิมที่เขมรใช้ช่องทางนี้ ที่ผมเคยโต้ไอแพดไว้ให้ เอาไปบอกพธม.ด้วย

แล้ววันนี้ ที่ผมพูดไว้จริงทุกอย่างที่ผมเคยชี้ให้เราเตรียมกาลไว้ถึงศาลโลก ตั้งแต่สมัยพธม.บุกภูมิชารอล สมัยอดีตนายยกสมัคร ผมชี้ไว้ตั้งแต่ช่วงนั้น?

นั้นคือถ้าทางนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้?(เพราะเขมรออกแบบในเป้าหมายหลักเขา) เราควรใช้สิทธิที่เคยสงวนฯไว้ในการทวงคืนฯ(ในเมื่อมันได้คืบจะเอาศอก ไม่พอแบบนั้น ดังนั้น เราเอาคืนทั้งคืบทั้งศอกเลย) สวนหมัดเขมรไปเลย? เพราะถ้าเขาอ้างว่าหมดอายุความ เขมรก็หมดเหมือนกันในการตีความเพิ่มเติม?แม้แต่กฎหมายปิดปากเราก็ใช้ครอบครองปฎิปักษ์กับเขมรเลยเพราะพฤตินัยเราล้อมรั้วไว้ และเขมรขึ้นมาพระวิหารได้แค่บันไดหัก นั้นแสดงว่าเขมรยอมรับแค่นั้นตามคำตัดสินตรงนั้น

ผมจึงเห็นว่าหลายข้อมูลที่พธม.ท้าเขาเหย่งๆ(ระดมทุนทวงพระวิหารคืน) นี่ไงโอกาส? แล้วทำไม วันนี้ ยังพูดอีกอย่าง? สวนทางกับจุดยืนที่ประกาศไว้(วันนี้พธม.กลัวการขึ้นศาลทำไม? แล้วจะใช้ช่องทางไหน?ในการทวงคืนถ้าไม่ใช่ช่องทางนี้ ผม ล่ะงงกับพธม.จริงๆ)

คือยังไงๆแนวทางที่จบสั้นที่สุดคือตรงนี้ครับ? ถึงแม้หลายฝ่ายว่าเราจะเสียเปรียบ แต่เราคงหลีกเลี่ยงเป้าหมายตรงนี้ของเขมรยากแล้วล่ะ ดังนั้นเป้าหมายเราคือสวนหมัดเขมรในเป้าหมายเอาคืนทั้งพระวิหารฯเลย? ถ้าเขมรมันโลภมากนัก? ก็เอาคืนมาหมดนั้นล่ะ?ผมมั่นใจถ้าได้ชงคดีเองเราเอาคืนได้???

ไม่แฉตัวเองมั่งหล่ะสมศักดิ์ว่

ไม่แฉตัวเองมั่งหล่ะสมศักดิ์ว่าเป็นสยท.(แก๊งค์กะเตาะของพคท.)ตั้งแต่วัยหนุ่มก่อนหกตุลาหนึ่งเก้า จะสู้ก็ต้องเปิดไพ่ให้หมด
สิเพื่อน คนอยู่ในเกมจะได้ไม่คาใจ จะได้รู้ไปเลยว่าเป็นปึกแผ่นกับพคท.มานานแล้ว แหกปากกระทบชิ่งเจ้ามาตลอดตั้งแต่ยุคโน้น หาเหตุผลข่างๆคูๆหลอกเด็กวานซืนมาตลอด จนวันนี้เอ็งไม่อายตัวเองบ้างหรือ รวมถึงนายนิธิ นายยิ้มปัญญาอ่อนด้วยแก่จะเข้าโลงแล้วยังไม่สำเนียก ปลุกผีศักดินาอยู่ได้น่ารำคาญชิบเป๋ง

นางคำผกาอีกตัว.....

นางคำผกาอีกตัว..... กระสันอยากได้สันติเพียบ เสรีเพียบ ภราดรเพียบ ซังกาบ๊วยห่วยแตกแหก .......หื่นมากจนต้องแก้ผ้าถ่ายรูปเพื่อบรรลุออแกสซึ่ม .......ทำไมไม่ขยับแตร(ด)ไปหาไอ้ฮุนซวยให้ช่วยบรรเทาอาการสปาสซึ่มส์มาเนียฟะ จะได้หายอยากถากหอยสมดังเจตนารมณ์ปลาร้าของแก .......แถมได้อยู่ในประเทศที่ปลดปล่อยเป็นประเทศที่มีอารยะแล้ว แถมมีเจ้าเป็นแค่สัญญาลักษณ์อีกด้วย....... ฮี่โธกระสันอยากได้สังคมเสมอภาค.......แต่ยอมศิโรราบกราบตรีนไอ้ม็อบกะเฬวรากที่เต็มไปด้วยลูกมือลูกตรีนนักการเมืองเฮงซวยห่วยแตก อากัปกิยาแบบไพร่สถุลจริงๆตามที่พวกเอ็งยกย่องมาตลอด แถมยีงไอ้เศรษฐีอัปรีย์จอมขูดรีดเป็นหัวโจกอีก..... องค์ประกอบของสังคมใหม่ของเอ็งมันช่างน่าดูชมเสียนี่กระไรจริงๆนะ

นายธงชัย อีกหน่อ......

นายธงชัย อีกหน่อ...... เป็นสยท.มาตั้งแต่อยู่ศูนย์นักเรียน .... ลัทธิหมากซีสต์เลยขึ้นมากองอยู่ในสมองพร้อมกับขี้กองเบ้อเร้อ .......
แต่สงสัยว่าเอ็งทำไมไม่ลี้ภัยไปหาอยู่หากินกับแก๊งค์สีคนของเมืองจีนวะ .....เพราะดูไปแล้วอยู่สายจัดตั้งสุดโต่งเดียวกันนี่ ........ไหงดันไปเกาะกระโปรงไอ้กันสารเลวที่เอ็งด่าประเทศมันมาตลอดตั้งแต่อายุสิบสี่......งงจริงๆเพื่อน

ส่วนนายนิธิจอมปี้ที่ได้เพื่อน

ส่วนนายนิธิจอมปี้ที่ได้เพื่อนนายสมศักดิ์เป็นเมียตามโครงการ"แลกเพื่อนเปลี่ยนเมีย"ของก๊วนสหายสายหมากซี๊ด
มันน่าขำจริงๆที่มันอ่านหนังสือมาจนปุทั้งเป้า....แต่ดันตีโจทย์ง่ายๆของประเทศไม่แตก..... ยังหลงคิดว่าศักดินายังมีอำนาจอิทธิพลต่อสังคมไทย .....ทั้งที่เห็นทนโท่ว่าไอ้ก๊วนนักเลือกตั้งมันยึดประเทศไปเรียบร้อยตั้งแต่หลังปี2522แล้ว......ปัดโธ่เอ็งโง่หรืออารมณ์ค้างวะ...ไอ้แก่

ส่วนไอ้ยิ้มสุธาชัย

ส่วนไอ้ยิ้มสุธาชัย นี่มันเป็นบ้าพูดไม่เป็นภาษามนุษย์มาตั้งแต่มันเรียนสวนกุหลาบแล้ว....ปัญญาอ่อนซ่อนรูปมาตลอดสี่สิบปี ไม่รู้มันเป็นครูสอนหนังสือเชิงล้างสมองให้กับเด็กรุ่นลูกที่ดักดานกับเอกสารปลุกผีศักดินาอันแสนอีเดียดของพลพรรคหมากซี๊ดสยท.ได้ยังงัยวะ

บรรพบุรุษของพระองค์ทรงรักษาแผ

บรรพบุรุษของพระองค์ทรงรักษาแผ่นดินเอาไว้ให้ลูกหลานเราได้อยู่สุขสบายทุกวันนี้ควรมีสำนึกที่ดี และพระราชวงษ์ทรงบำเพ็ญเพื่อประชาชนมาตลอดแค่นี้ก็น่าจะยกย่องเชิดชูท่านแล้วไม่ควรอย่างยิ่ที่จะวิจารย์ท่านควรที่เรจะเคารพบูชาครับเราชาวพุทธควรเคารพบุคลที่ควรเคารพบูชาคนที่ควรบูชา

ครับ คุณ"หยอง" สิ่งที่คุณยกมา

ครับ คุณ"หยอง" สิ่งที่คุณยกมา ในการพยายามแสดงตัวตนอ.สมศักดิ์ หรือใครๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้จะมีเหตุผล(แบบไทยๆและหรือควายไทยระดับหนึ่ง) แต่ เงื่อนไขคือคำว่า"ควายไทย" เราจะหลุดพ้นอย่างไร ในเงื่อนไขที่เป็นปัญหาต้นน้ำของปัญหามหาวิกฤติครั้งนี้

เพราะตัวบุคคลอย่างอ.สมศักดิ์หรือใครๆที่คุณยกมามันแค่เงื่อนไขปลายน้ำของปัญหา? แล้วเป็นเงื่อนไขที่ตอบสนองต่อมหาเงื่อนไขนี้แบบ"ควายไทย"(เน้น) คือถ้าตอบสนองมันแบบคนๆทั่วๆไปหรืออารยะประเทศทั่วๆไป เขาจะไม่แค่นี้? ตรงนี้คือตัวเนื้อหาของต้นน้ำปัญหาครับ? อย่ามาเพ่งโทษที่ปลายน้ำปัญหาที่ตัวบุคคลแบบนี้(เพราะจะมีกว่าคนอย่างอ.สมศักดิอีกมหาศาลเพราะต้นน้ำของมหาเงื่อนไขแบบนี้อย่าพยายามปิดแผ่นฟ้าหรือหาข้อแก้ตัวให้ความจริงแบบนกกระจอกเทศแก้ไขปัยหาแบบเอาหัววซุกทรายเลย)

เพราะ ถ้าเงื่อนไขมันมี ? อีกกี่อ.สมศักดิ์หรือหลายๆคนแบบนี้ มันก็ต้องมี? ต้องเกิด(แล้วเกิดบนความโชคดีแบบไทยๆที่มันซอร์ฟๆแค่นี้ดัวยอัตลักษณ์ลักษณะไทย) ที่พูดเพราะต้องมองให้ไกลกว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา? เพราะปฎิสัมพันธ์เราไปไกลกว่านั้น? ถึง โลกาภิฯ,พานิชย์นาวี มันเกี่ยวโยงบนความเป็นทุกหนึ่งในนั้นของหลัก อตัมสกสูตร,อิทัปปัจฯ

เพราะระบบนิเวสน์โลกเราออกแบบเองโดยลำพังไม่ได้(อ้างอธิปไตยเราบ้านเราใครห้ามเกี่ยวแบบพม่า) แต่ข้อสำคัญคือ เราจะปรับตัวเข้าหาธรรมชาติความต่างตรงนั้นแบบไหน? แต่ถ้าเราไปสร้างเงื่อนไขกฏหมายเถื่อน ที่ขัดหลักนิติธรรมหรือหลักสิทธิมนุษยธรรมสากล แบบม.112 นี้ ?

ตรงนี้คือเนื้อหาที่สำคัญกว่าจะมาเอากระสอบทราบมาปิดน้ำท่วมพันปีของมหาเงื่อนไขตัวต้นน้ำของปัญหา หรือต้นน้ำของปัญหาที่ ไม่ว่าจะมองแค่กระพรี้ปลายน้ำของปัญหาแบบอ.สมศักดิ์หรือใครๆที่คุณกล่าวถึง มันแค่ ปฎิกิริยา ตอนสนองเงื่อนไขจากต้นน้ำของปัญหาแบบปละปลาย(คือน้อยกว่าตัวตนของมหาเงื่อนไขด้วยซ้ำเพราะลักษณะไทย)

ผมขอบคุณตรงนี้ด้วยซ้ำ? ที่ลักษณะไทย(อัตลักษณ์) ที่ช่วยแอพซอร์พปัญหานี้ไว้แค่นี้ แค่คนแบบอ.สมศักดิ์? หรือใครๆที่คุณกล่าวถึง? ที่พยายามจะชี้ปัญหาบนมหาเงื่อนไขแบบนี้ของสังคมไทยแบบ ค่อนข้างลงลึก ในการอภิปรายต้นน้ำของปัญหานี้ ในแบบสีซอใครควายไทยแบบคุณฟัง? บนพันธนาการจากมหาเงื่อนไขต้นน้ำของปัญหาตรงนี้

ปัญหาจริงๆคือ คุณ หรือควายไทยทั้งหลายจะยอมหลุดพ้นพันธนาการอุบาทว์นี้ไหม? ถ้าตอบว่าไม่? ก็จบลงที่ไม่?คือให้เขาสนตะพายต่อไป???

ปล.ไม่ตรวจสอบคำผิด

มองไปรอบๆ คุณเห็นอะไร

มองไปรอบๆ คุณเห็นอะไร พ่อแม่พี่น้องที่เปลี่ยนไป ต่างคนต่างมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ต่างจากเหมือนก่อน ถามแล้วมันดีไหม ? อเมริกา ต่างกับญี่ปุ่นตรงไหน ประเทศแรกประชาธิปไตยจัด ผิดเป็นฟ้องดะ ประเทศที่สองใช้วัฒนธรรมให้สอดคล้องกับการปกครอง สิ่งที่เห็นคืออะไร ประเทศไหนเจริญกว่ากัน ประเทศไหนมั่นคงกว่ากัน อน่าเอาต่างประเทศซะลืมตัวตน อย่าเอาแต่อ้างกฏหมายจนลืมศีลธรรม

ศาลเอียง

[quote=ศาลเอียง]ผู้บังคับใช้กฎหมายไทยมันเฮงซวย

คดี112 ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยได้รับประกันตัวระหว่างสู้คดี

ทั้งๆที่ถ้าผิดจริงมันก้อแค่การหมิ่นประมาท

ผู้ถูกกล่าวหาคดีฆ่าคนตายยังได้รับประกันตัวเยอะแยะ

แต่112นี่ ศาลมองว่าร้ายแรงมากตลอด กลัวผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี

นี่หรือ หลักคิดของผู้ที่เป็น ศาล ที่ต้องตัดสินคดีความ

ควรจะ สภาผู้แทนฯ มีอำนาจในการถอดถอน ตุลาการ พวกนี้ได้แล้ว

และให้ ศาล ตัดสินในนาม ประชาชน ไม่ใช่ในนาม กษัตริย์

ไม่งั้นคดี112 มันก้อเหมือนกับ คู่กรณี มาตัดสินผู้ถูกกล่าวหา เลยไม่ให้ประกันตัวตลอดอย่างนี้[/quote]

เพราะคุณคิดได้แค่นี้งัยครับ การหมิ่นประมาทมีหลายรูปแบบ เช่นหากคุณไปหมิ่นประมาทพระอัลเลาะที่ชาวมุสลิมเค้านับถือ คุณอาจจะผิดกฏหมายของหลายประเทศ อาจถึงโดนประหารชีวิตเลยก็ได้ การที่คุณหมิ่นสิ่งที่เป็นอันที่รักของอีกหลายๆคน ก็เป็นการทำผิดที่รุนแรงกว่าหมิ่นบุคคลคนเดียว คุณคิดว่าคนไทยก็ %ที่จบ ระดับมัธยมถึง 50%ไหม ญ๊่ปุ่น เกาหลี่เค้าจบ ระดับมัธยมปลายร้อยละ95 ถึงไม่มีใครมาโฆษณาชวนเชื่อได้ นักวิชาการส่วนใหญ่ก็แค่ตั้งประเด็น แล้วเอาหลักคิดของตัวเองใส่ลงไป อยากจะลองดีเบตกับสมศักดฺ์จังเลย แนวคิดที่แตกต่างบนประเทศที่มีแนวคิดรักนิยม มองคนที่ก้มกราบคนดีเป็นควาย มองคนที่ระลึกถึงบุญคุญบรรพบุรุษเป็นควาย แบบนี้ต้องไปอยู่อเมริกา ประเทศที่อายุครบ 18 เมื่อไรหน้าไหนก็อย่ามายุ่งกับข้า ถ้าข้าจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมายแม้จะผิดศีลธรรมก็ตาม

เสรีในการพูด คิด อ่าน เขียน

เสรีในการพูด คิด อ่าน เขียน เป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย พวกอำนาจนิยมทั้งหลาย อย่ามาขู่ท้าตีท้าต่อย

หยอง

[quote=หยอง]ไม่แฉตัวเองมั่งหล่ะสมศักดิ์ว่าเป็นสยท.(แก๊งค์กะเตาะของพคท.)ตั้งแต่วัยหนุ่มก่อนหกตุลาหนึ่งเก้า จะสู้ก็ต้องเปิดไพ่ให้หมด
สิเพื่อน คนอยู่ในเกมจะได้ไม่คาใจ จะได้รู้ไปเลยว่าเป็นปึกแผ่นกับพคท.มานานแล้ว แหกปากกระทบชิ่งเจ้ามาตลอดตั้งแต่ยุคโน้น หาเหตุผลข่างๆคูๆหลอกเด็กวานซืนมาตลอด จนวันนี้เอ็งไม่อายตัวเองบ้างหรือ รวมถึงนายนิธิ นายยิ้มปัญญาอ่อนด้วยแก่จะเข้าโลงแล้วยังไม่สำเนียก ปลุกผีศักดินาอยู่ได้น่ารำคาญชิบเป๋ง[/quote]

หยอง

[quote=หยอง]นางคำผกาอีกตัว..... กระสันอยากได้สันติเพียบ เสรีเพียบ ภราดรเพียบ ซังกาบ๊วยห่วยแตกแหก .......หื่นมากจนต้องแก้ผ้าถ่ายรูปเพื่อบรรลุออแกสซึ่ม .......ทำไมไม่ขยับแตร(ด)ไปหาไอ้ฮุนซวยให้ช่วยบรรเทาอาการสปาสซึ่มส์มาเนียฟะ จะได้หายอยากถากหอยสมดังเจตนารมณ์ปลาร้าของแก .......แถมได้อยู่ในประเทศที่ปลดปล่อยเป็นประเทศที่มีอารยะแล้ว แถมมีเจ้าเป็นแค่สัญญาลักษณ์อีกด้วย....... ฮี่โธกระสันอยากได้สังคมเสมอภาค.......แต่ยอมศิโรราบกราบตรีนไอ้ม็อบกะเฬวรากที่เต็มไปด้วยลูกมือลูกตรีนนักการเมืองเฮงซวยห่วยแตก อากัปกิยาแบบไพร่สถุลจริงๆตามที่พวกเอ็งยกย่องมาตลอด แถมยีงไอ้เศรษฐีอัปรีย์จอมขูดรีดเป็นหัวโจกอีก..... องค์ประกอบของสังคมใหม่ของเอ็งมันช่างน่าดูชมเสียนี่กระไรจริงๆนะ[/quote]

หยอง wrote:นายธงชัย

[quote=หยอง]นายธงชัย อีกหน่อ...... เป็นสยท.มาตั้งแต่อยู่ศูนย์นักเรียน .... ลัทธิหมากซีสต์เลยขึ้นมากองอยู่ในสมองพร้อมกับขี้กองเบ้อเร้อ .......
แต่สงสัยว่าเอ็งทำไมไม่ลี้ภัยไปหาอยู่หากินกับแก๊งค์สีคนของเมืองจีนวะ .....เพราะดูไปแล้วอยู่สายจัดตั้งสุดโต่งเดียวกันนี่ ........ไหงดันไปเกาะกระโปรงไอ้กันสารเลวที่เอ็งด่าประเทศมันมาตลอดตั้งแต่อายุสิบสี่......งงจริงๆเพื่อน[/quote]

หยอง

[quote=หยอง]ส่วนนายนิธิจอมปี้ที่ได้เพื่อนนายสมศักดิ์เป็นเมียตามโครงการ"แลกเพื่อนเปลี่ยนเมีย"ของก๊วนสหายสายหมากซี๊ด
มันน่าขำจริงๆที่มันอ่านหนังสือมาจนปุทั้งเป้า....แต่ดันตีโจทย์ง่ายๆของประเทศไม่แตก..... ยังหลงคิดว่าศักดินายังมีอำนาจอิทธิพลต่อสังคมไทย .....ทั้งที่เห็นทนโท่ว่าไอ้ก๊วนนักเลือกตั้งมันยึดประเทศไปเรียบร้อยตั้งแต่หลังปี2522แล้ว......ปัดโธ่เอ็งโง่หรืออารมณ์ค้างวะ...ไอ้แก่[/quote]

หยอง wrote:ส่วนไอ้ยิ้มสุธาชัย

[quote=หยอง]ส่วนไอ้ยิ้มสุธาชัย นี่มันเป็นบ้าพูดไม่เป็นภาษามนุษย์มาตั้งแต่มันเรียนสวนกุหลาบแล้ว....ปัญญาอ่อนซ่อนรูปมาตลอดสี่สิบปี ไม่รู้มันเป็นครูสอนหนังสือเชิงล้างสมองให้กับเด็กรุ่นลูกที่ดักดานกับเอกสารปลุกผีศักดินาอันแสนอีเดียดของพลพรรคหมากซี๊ดสยท.ได้ยังงัยวะ[/quote]

คุณหยองพอจะมีวิธิที่จะทำให้ปร

คุณหยองพอจะมีวิธิที่จะทำให้ประชาชนที่กำลังโดนล้างสมอง หูตาสว่างมากกว่านี้มั๊ย โดยใช้ตรรกะง่ายๆ ไม่ใช้คำหยาบคาย ส่อเสี่ยด หรือด่าว่าบุคคล โดยไม่มีคำอธิบายมารองรับ....นะ คุณหยอง..นะ....ยังมีประชาชนอีกมากมายที่ไม่ชอบวิธีใช้คำพูดของคุณทั้งๆที่พวกเขามีความคิดเห็นไปในทางเดียวกับคุณ....จะน่าสงสารประชาชนเหล่านั้นขนาดไหนหากโดนล้างสมองไปกับเขาด้วยโดยที่คุณไม่ได้ช่วยทำอะไรให้มันดีขี้นเลย...นอกจากความสะใจ จากคนที่กำลังโดนล้างสมอง

ดิฉันมีความสงสัยในตัวอจ.สมศัก

ดิฉันมีความสงสัยในตัวอจ.สมศักดิ์กับกลุ่มคนเห็นด้กกาจาบจ้วบสถาบัน พวกท่านอ้างความเป็นนักวิชาการแสดงคิดเห็นที่ยึดเอาความเห็นและความยากความอิจฉาและตงการให้คื่นมีความเห็นตตนเอง ดิฉันบังอาจสอนอจ.สมศักดิ์ และถามท่านตั้งแต่เกิดมาทำอะไรให้บ้านเมืองบ้าง เรียกร้องประชาธิปไตย ถ้าบ้านนี้เมืองนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยอจ.ก็คงไม่ได้มานแสดงความเห็นแบบนี้ ญี่ปุ่น อังกฤฤษ เมืองต้นแบบประชาธิปไตยเค้ายังมีกฎหมายคุ้มครองสถาบัน แล้วนี้ประเทศไทยสถาบันทำงานหนักเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ออกเยี่ยมราษฎรในถิ่นกันดารทำให้ราษฎรมีอาชีพมีรายได้ตลอด50-0-60ปี
แล้วกลุ่มพวท่านทำอะไรให้ชาติบ้านเมือง นั่งอย่ในห้องแอร์แหงนมองเพดานแล้วคิดอคติเพื่อตัวเอง ไม่เคยใช้ความรุ้แก่ไขความอดยากของประชาชน ไม่เคยช่วยหาทางแก้ไขปัญหาสังคม มีแต่ทำให้สังคมแตกแยกนี้เหรอนักวิชาการ ไม่มีคุณธรรมใดๆในสันดาน คุณใช่คนไทยหรือเป่ล่า ถ้าบ้านนี้เมืองนี้อยแลวไม่สบายไปอยู่เมืองที่ปกครองแบบคอมมิวิสต์เลยหรือไปหาเมืองในฝันดีก่ว่าไหม