สัมภาษณ์สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี: การปะทะไทย-กัมพูชา“ต้องคำนวณแล้วว่าใครจะทนความสูญเสียได้มากกว่ากัน”

ประชาไทสัมภาษณ์นักข่าวอาวุโสซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกัมพูชาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุดคนหนึ่งของไทย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ผลงานชิ้นล่าสุดของเขาก็คือ การเป็นคณะทำงาน “โครงการวิจัย เขตแดนของเรา เพื่อนบ้านของเรา” ที่ถูกโจมตีอย่างหนักจากขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองสายอนุรักษนิยม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่าเป็นชุดงานวิจัย “ขายชาติ” ประชาไทถามคำถามพื้นฐานเพื่อความเข้าใจสถานการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาครั้งล่าสุดที่บริเวณปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควาย ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แม้ว่าพื้นที่ปะทะครั้งล่าสุดจะห่างจากพื้นที่พิพาทเขาพระวิหารถึง 140 กิโลเมตร แต่คำตอบสำหรับการแก้ปัญหานี้ยังคงต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจเรื่องปราสาทพระวิหาร และการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอยู่ดังเดิม ลึกไปกว่านั้น ที่สุดแห่งปัญหาของการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาระลอกล่าสุด มิใช่อะไรอื่น หากเป็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในของไทยเอง ประชาไท: แรงจูงใจของทั้งสองฝ่ายที่ทำให้เกิดการปะทะกันครั้งล่าสุดนี้คืออะไร สุภลักษณ์: แรงจูงใจฝ่ายไทย มีแรงจูงใจที่จะทะเลาะกับกัมพูชาเป็นเรื่องต่อเนื่องของกลุ่มอนุรักษนิยมซึ่งตอนนี้บังเอิญได้เป็นรัฐบาล ที่จะใช้ประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมแรงสนับสนุนทางการเมือง ความจริงเขาก็เริ่มมาตั้งแต่ก่อนเป็นรัฐบาลที่เขาคัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของปราสาทเขาพระวิหารในปี 2551 ซึ่งก็ต่อเนื่อง โดยการคัดค้านโดยอาศัยข้ออ้างว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะทำให้ไทยเสียสิทธิในการทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าสิทธินั้นหมดไปนานแล้ว เพราะว่าพิจารณาจากกฎเกณฑ์ของธรรมนูญศาลโลก การอุทธรณ์ก็หมดลงสิบปีนับจากมีคำพิพากษา นั่นก็คือ พ.ศ.2515 พอพูดเรื่องนี้มากๆ ก็บอกว่าพื้นที่รอบๆ ปราสาทซึ่งเราอ้างสิทธิอยู่ว่าเป็นของเราก็ยังไม่ชัดเจน กัมพูชาจะเอาพื้นที่ตรงนั้นไปทำ Buffer Zone สำหรับมรดกโลกได้อย่างไร (ปกติมรดกโลกจะต้องมี Core Zone และ Buffer Zone สำหรับบริหารจัดการ) ไทยก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเราอ้างสิทธิทับซ้อนอยู่ อ้างสันปันน้ำเป็นเขตแดน ข้อตกลงอะไรต่างๆ แม้ว่าข้ออ้างเหล่านี้จะตกไปหมดแล้วในคำพิพากษาของศาลโลกแต่ก็ยังยกเป็นประเด็นในการคัดค้านการดำเนินการเรื่องปราสาทเขาพระวิหารอยู่ ซึ่งก็ได้แรงสนับสนุนจากคนจำนวนหนึ่งในประเทศไทย มีกลุ่มเสื้อเหลืองเป็นจุดสำคัญ บังเอิญว่าระยะหลังเสื้อเหลืองไปไกลกว่ารัฐบาล ถึงขั้นจะใช้กำลังเอาคืนอย่างจริงๆ จังๆ ให้ยกเลิกสิ่งที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยทำไว้ MOU เช่นการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนที่เคยทำในสมัย พ.ศ.2543 ซึ่งเกินเลยจากที่รัฐบาลอยากจะทำก็เลยเกิดความขัดแย้งกันขึ้นของฝ่ายไทย ทีนี้ความขัดแย้งหลายๆ อย่างก็ถูกยกระดับโดยความขัดแย้งภายในประเทศของไทยเองด้วย ระหว่างความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มของรัฐบาลกับพวกเสื้อเหลือง กับเสื้อแดงซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทักษิณ ชินวัตรซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีมาก่อนกับรัฐบาลในพนมเปญ มันก็สะสมความขัดแย้งเพิ่มขึ้นไปอีก ก็กลายเป็นประเด็นว่าไทยกัมพูชามีปัญหากันในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลด้วย เพราะว่ารัฐบาลฮุนเซนก็ใช้เงื่อนไขความขัดแย้งภายในประเทศเป็นเครื่องมือด้วย ก็ทำให้ข้อขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในฝั่งกัมพูชา วัตถุประสงค์สำคัญของการดำเนินการมีสองอย่าง อย่างแรกนั้นอยากได้จริงๆ ก็คืออยากบริหารจัดการในฐานะที่เป็นมรดกโลก เพราะว่าเป็นแผนทางเศรษฐกิจด้วย ตามหลักแล้วการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ก็ควรเปิดพื้นที่ให้ท่องเที่ยว มีพื้นที่ทำเงินในแง่ของการท่องเที่ยวได้ เหมือนนครวัด เหมือนพื้นที่อื่นๆ ในโลกนี้ ที่เป็นแผนของการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจ ก็จะใช้ตัวมรดกโลกนี้เป็นตัวเชื่อมโยงการพัฒนาพื้นที่ทางภาคเหนือของกัมพูชาเอง อีกส่วนหนึ่ง ในทางการเมืองรัฐบาลฮุนเซนก็ได้เครดิตมากที่สามารถเอาปราสาทเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ถือเป็นแห่งที่สองนับจากนครวัด ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จซึ่งเขาได้แรงสนับสนุนจากประชาชนค่อนข้างมาก เป็นความสำคัญลำดับต้นๆ ในกัมพูชาช่วงที่ได้ขึ้นทะเบียนใหม่ๆ ก็มีการเฉลิมฉลองกันอย่างอึกทึกครึกโครม พอมาประจวบเหมาะกับการที่ไทยคัดค้านก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของเขา เหตุที่ไทยอ้างก็เป็นเหตุที่สำหรับกัมพูชาแล้วฟังดูเหลวไหล เพราะการขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยทั่วไปแม้ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่คร่อมพรมแดน หรืออาจจะมีปัญหาเรื่องเส้นเขตแดน แต่ตามหลักของ UNESCO Convention มาตรา 11 (3) บอกว่า การขึ้นทะเบียนของทรัพย์สินใดๆ ไม่ทำให้ประเทศที่อ้างสิทธิหรืออำนาจอธิปไตยเหนือบริเวณนั้นเสียสิทธิไปแต่อย่างใด ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงการเป็นเจ้าของ ถ้าหากว่าไทยเป็นเจ้าของพื้นที่บริเวณนั้นจริงๆ มันก็ยังคงเป็นอยู่ มันไม่เท่ากับการยอมรับว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นของกัมพูชา เอาล่ะ ปราสาทพระวิหารนั้นศาลโลกตัดสินแล้วว่าเป็นของกัมพูชา แต่พื้นที่โดยรอบบริเวณนั้นก็ยกมาเป็นกรณีพิพาทได้ ทั้งๆ ที่จะไม่ยกให้เป็นกรณีพิพาทก็ได้นะ เพราะถ้าเราบอกว่ายังปักหลักเขตแดนยังไม่เสร็จก็ละไว้ ก็ขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปได้ ความจริงแล้วกัมพูชาก็ยอมไทยมากนะ ก่อนหน้านี้เขาเคลมพื้นที่ 1: 200,000 ซึ่งกว้างกว่านั้นมาก แต่พอรัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวชโดยคุณนพดล ปัทมะก็เจรจาว่าเอาเฉพาะที่ไทยขีดไว้ให้ได้ไหม เพราะว่าที่เหลือเรายังพิพาทกันอยู่ คือทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกเรายังพิพาทกันอยู่คือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็เขียนแผนผังกันใหม่ ซึ่งมติเรื่องนี้ก็บรรจุอยู่ในคณะกรรมการมรดกโลก ตั้งแต่การประชุมที่ควิเบก แคนาดา ในปี 2551 ก็ยังบรรจุอยู่เรื่อยมาว่า พื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารจัดการนั้นไม่รวมพื้นที่พิพาทจนกว่าจะสามารถตกลงกับฝ่ายไทย แต่ว่าฝ่ายไทยก็ไม่แล้วใจ ไม่ไว้วางใจ รัฐบาลชุดปัจจุบัน (ชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ตอนที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งใหม่ๆ ถึงกับพูดว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์เพราะว่าเราคัดค้านอยู่ ทั้งๆ ที่มันไม่มีอะไรที่ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ มันเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เราก็ยังโกหกพกลมกับประชาชนเราได้ เพื่ออะไร ก็เพื่อผลทางการเมือง และสื่อมวลชนก็รายงานตามคำพูดของรัฐบาลทุกคำ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่ไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แผนการบริหารก็คือรายงานประจำช่วงระยะเวลา และคณะกรรมการมรดกโลกก็กำหนดปี 2556 ก็ต้องส่งอีกแผนหนึ่ง เป็นการอัพเดทเรื่อยๆ การส่งแผนไม่ได้เท่ากับว่าจะมีการอนุมัติแล้วต้องหยุดหรือดำเนินการต่อ ไม่เป็นเหตุให้สถานะความเป็นมรดกโลกสะดุดหยุดลงแต่อย่างใด แต่รัฐบาลไทยก็ใช้ข้อพิจารณานี้เป็นเหตุที่ว่า สามารถทำเลื่อนการพิจารณาแผนของกรรมการมรดกโลกได้ว่านี่คือชัยชนะของการต่อสู้กับกัมพูชา เป็นคำอธิบายเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองว่านี่เป็นการต่อสู้กับเพื่อนบ้านในเรื่องปราสาทพระวิหาร ซึ่งเราไม่มีสิทธิอะไรแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อกลับไปมองฝั่งกัมพูชา ฮุนเซน ก็เป็นมนุษย์ปุถุชน เมื่อแผนงานการดำเนินงานของเขาถูกขัดขวางเยี่ยงนี้ก็ย่อมโกรธ และเมื่อสามารถลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจไทยได้ จริงๆ กัมพูชาไม่เคยกล้าหือกับไทย มีไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ ถือเป็นครั้งแรกๆ ถ้านับจากสีหนุ นี่ก็เป็นยุคแรกๆ ที่กัมพูชากล้าหือกับไทย แล้วทำไมฮุนเซนถึงกล้า เพราะในทางการเมืองฮุนเซนถือว่ามีอำนาจมากนะ พรรคฝ่ายค้านในกัมพูชาอ่อนแอโดยฝีมือของฮุนเซนเอง สัม รังสี ก็อยู่ในประเทศไม่ได้ ถูกถอนจากการเป็นสมาชิกสภา พรรคก็เล็กนิดเดียว ก็ทำให้อำนาจของฮุนเซนมาก ประกอบกับฝ่ายไทยก็แสดงอาการอ่อนแอให้เห็นอย่างชัดเจน ก็เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ยามใดที่ไทยอ่อนแอก็เปิดช่องให้ศึกข้างนอกเข้ามาได้ ไทยอ่อนแอในหลายๆ มิติ ตัวรัฐบาลเองก็ไม่มีอำนาจเต็ม เพราะว่าไม่ใช่รัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งมาอย่างใสสะอาด รัฐบาลอภิสิทธิ์อ้างได้ว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่กระบวนการในการสร้างรัฐบาลนี้มีช่องว่างมาก สอง ฝ่ายค้าน หรือกระบวนการอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมีความเข้มแข็งมาก และมีความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชาอีก สาม ทหารต้องการมีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น วิธีเดียวที่จะทำให้ทหารมีความชอบธรรมในการควบคุมทางการเมืองได้ ก็คือการสร้างศึกสงคราม ความขัดแย้ง และมีข้ออ้างเรื่องความมั่นคงมากๆ กรณีนี้ก็เช่นกันที่ประจวบเหมาะมาก ที่ทหารไทยยินดีอย่างยิ่ง กัมพูชาก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะกระโจนเข้าสู่ความขัดแย้งนี้ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในของทั้งสองฝ่าย จริงๆ ฮุนเซนก็ได้แรงสนับสนุนมากขึ้นมากจากประชาชนของเขา เราก็ทราบดีว่าชาวกัมพูชานิยมชมชอบความขัดแย้งนี้เพราะเขาคิดว่าฮุนเซนเป็นคนที่สามารถสยบไทยได้ในเรื่องปราสาทพระวิหาร คือทำให้ไทยหยุดพูดให้ได้ เพราะทุกครั้งถ้าสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปราสาทพระวิหาร ไม่ว่าใครก็ตาม ที่พูดว่าปราสาทหินทั้งหลายแหล่ไม่ใช่ของกัมพูชา พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณเป็นของไทยมาก่อน จะพูดจริงหรือไม่ก็ตามไม่ต้องไปสืบสวนด้วยซ้ำไป ขอให้ได้ยินว่าคนไทยอยากได้ปราสาทหิน วันนั้นคนเขมรจะเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที ยิ่งคนไทยพูดว่าปราสาทพระวิหารเป็นของไทยยิ่งแล้วใหญ่ มันเหมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิง เพราะฉะนั้นก็ผสมผเสกันหลายอย่าง ความขัดแย้งจึงมีทีท่าที่จะลุกลาม เพราะมีประเด็นพ่วงค่อนข้างมาก ซึ่งประเด็นพ่วงที่เป็นปัญหาภายในของไทยก็มากอยู่ ความขัดแย้งภายในก็มากและเกือบจะเป็นกำลังขับที่สำคัญในความขัดแย้งครั้งนี้ด้วยซ้ำไป นั่นก็คือความขัดแย้งทางการเมืองภายใน บังเอิญว่ากลุ่มเสื้อแดงและทักษิณมีความสัมพันธ์อันดีกันมาก่อนกับกัมพูชา ซึ่งเปิดโอกาสให้ฮุนเซนเล่นการเมืองไทย ไม่บ่อยนักนะในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่ผู้นำกัมพูชาจะมีทักษะและมีความกล้าหาญมากที่จะเข้ามาเล่นการเมืองภายในของไทย แต่ก่อนมีแต่ฝ่ายไทยเป็นผู้เล่น เมื่อก่อนไทยสนับสนุนฝ่ายเขมรแดง ต่อต้านฮุนเซน นี่คือประวัติศาสตร์ช่วงความจำระยะสั้นนะ ไม่นับรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ไทยเข้าบุกยึด หนุนคนนั้นคนนี้ขึ้นเป็นกษัตริย์เพื่อสถาปนาอำนาจของสยามในกัมพูชา แต่ในยุคร่วมสมัยนี้ การที่ไทยสนับสนุนเขมรแดง เจ้าสีหนุต่อสู้กับฮุนเซน แล้วทำไมฮุนเซนจะจำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ล่ะ เขาต้องจำได้สิ เพราะว่าเขาอยู่ในช่วงนี้ของประวัติศาสตร์ เขาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศมาก่อน ในช่วงที่ไทยสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลของเขาตอนนั้นเราก็เชื่อว่าเวียดนามสนับสนุนฮุนเซนเพื่อต่อต้านไทย นั่นก็เป็นการเล่นการเมืองภายในของกัมพูชา เพราะฉะนั้น กลับกัน มาถึงยุคนี้เมื่อฝ่ายไทยแตกแยกบ้างเขาก็เห็นช่อง เรื่องนี้เบลมกันไม่ได้ ในกัมพูชาก็มีความขัดแย้ง เนชั่นสุดสัปดาห์ก็เพิ่งเขียนบทวิเคราะห์ไปว่าในกัมพูชาเองก็มีความขัดแย้งสูง คะแนนเสียงฮุนเซนกำลังตก นั่นเป็นข้อแก้ตัวของชนชั้นนำไทย ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมฮุนเซนก้าวร้าวกับตัวเองขนาดนี้ เลยอธิบายว่าฮุนเซนต้องการที่จะสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าฝ่ายค้านของกัมพูชาไม่ได้เข้มแข็งขนาดที่ว่าฮุนเซนจะต้องสร้างคะแนนนิยมเพื่อหล่อเลี้ยงสถานะทางการเมืองของตัวเองขนาดนั้น แม่ทัพภาคสองบอกว่า กัมพูชาเสียดินแดนให้เวียดนามเยอะ ก็มีมูล เวียดนามกับกัมพูชาก็ยังปักเขตแดนไม่เรียบร้อยดี ก็ยังทะเลาะกันอยู่ มีปัญหา แต่ความที่ฮุนเซนติดหนี้บุญคุณกับเวียดนามมากเขาก็ไม่กล้าดึงดันกับเวียดนามมากนักเมื่อเทียบกับไทย เพราะเวียดนามเคยช่วยฮุนเซนรบกับไทย มิติระหว่างประเทศล่ะ ดูเหมือนฮุนเซนมั่นใจว่าอาเซียนยืนอยู่ข้างตัวเองหรือเปล่า ในกรณีนี้ เรื่องปราสาทพระวิหาร ต้องบอกว่าความชอบธรรมของไทยมีน้อย เพราะว่าปราสาท ศาลโลกตัดสินแล้วว่าเป็นของกัมพูชา ก็อธิบายยากว่าเป็นของกัมพูชาแล้วเราไปคัดค้านอะไรเขา จะคัดค้านเพราะกลัวว่าเราเสียดินแดน มันก็รับฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะว่าจะไปเสียดินแดนได้ยังไงในเมื่อเขาไม่ได้ไปปักปันเขตแดนกัน คือคณะกรรมการมรดกโลกไม่ใช่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินนะ คุณจะไปพิสูจน์เรื่องการปักปันเขตแดนได้อย่างไร ความขัดแย้งในกัมพูชาไม่ได้มากนักหรอก เมื่อเทียบกับไทยแล้วปัญหานั้นไม่ได้ลึก ไม่ได้เป็นแรงขับที่รุนแรงอะไร ถ้าเทียบกับความปรารถนาที่จะหยุดปัญหาของฮุนเซน ถ้าเทียบกับไทย ความขัดแย้งของเขาไม่ลึกเป็นแค่การสร้างคะแนนนิยมเบาๆ ปีหน้ามีการเลือกตั้งท้องถิ่น อีกสองปีถึงจะมีเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา ไม่ใช่เวลานี้ เพราะฉะนั้นประเด็นพวกนี้เอามาวิเคราะห์ก็แค่ปลอบประโลมใจตัวเองไปแค่นั้นว่าเขามีปัญหานะ เขาถึงมาทะเลาะกับเรา แต่จริงๆ แล้วเราต้องดูตัวเองว่าเรามีปัญหามากกว่า ใครล่ะที่บอกให้รัฐบาลเอาเอฟ 16 ไปถล่ม ไม่ใช่คนไทยเหรอ ใครล่ะที่บอกให้รัฐบาลใช้กำลังทหารขับไล่ชุมชนกัมพูชาออกไปจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ก็คนไทย ใครล่ะบอกให้ยกเลิก MOU 2543 ก็คนไทยอีกนั่นแหละ เพราะฉะนั้นแรงขับจากด้านนี้แรงกว่า แรงเกินกว่าจะไปอ้างหรือกล่าวโทษฝ่ายโน้นฝ่ายเดียวโดยลำพัง ประเด็นเรื่องกัมพูชามั่นใจในทางระหว่างประเทศมากกว่า ความชอบธรรมในการคัดค้านเรื่องปราสาทพระวิหารของไทยไม่หนักแน่นแข็งแรงมากนัก คือกัมพูชามีความชอบธรรมจากคำพิพากษาศาลโลกปี พ.ศ.2505 เป็นพื้นฐานอยู่แล้วเขาก็อ้างได้ตลอดเวลา ไปไหนเขาก็อ้าง ในขณะที่ไทยเถียงไม่ค่อยออกว่าศาลไม่ได้ตัดสินแบบนั้น เพราะศาลตัดสินแบบนั้น ศาลตัดสินว่าปราสาทพระวิหาร “อยู่ข้าง” กัมพูชา เขาไม่ได้ใช้คำว่า “เป็นของ” ด้วยนะ คำนี้สำคัญมาก ภาษาอังกฤษเขาไม่ได้ใช้คำว่า “Belong” แต่เขาใช้คำว่า “ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา” คำว่า “อาณาเขต” อ่านโดยคนที่อ่านหนังสือออกก็เข้าใจแล้ว ไม่ต้องคิดมาก ว่าพื้นที่มันต้องมีกว้างมียาวพอสมควร จะมาพูดเหมือนที่นายกฯอภิสิทธิ์มันดูเหมือนศรีธนญชัยไปหน่อยว่าศาลตัดสินเฉพาะตัวปราสาทแต่แผ่นดินเป็นของเรา คือไปพูดที่ไหนก็อับอาย อยู่บ้านเราพูดเลอะเทอะอย่างไรก็ได้ แต่เรื่องแบบนี้เอาไปโต้แย้งในต่างประเทศแล้วฟังดูตลก คำพิพากษาไม่ได้ว่าอย่างนั้นสักหน่อย ถ้าศาลเปิดช่องว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา เราก็พอจะอ้างได้แต่เขาไม่ได้เขียนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่ว่าชาติต่างๆ จะมองเห็นว่าไทยไม่ค่อยมีความชอบธรรม สอง ไทยเป็นชาติใหญ่กว่า ก็เหมือนรถใหญ่ชนกะรถเล็ก รถใหญ่ผิด เป็นสามัญสำนึกทั่วๆ ไปกัมพูชามีทหารน้อยกว่า ฐานะเศรษฐกิจยากจนกว่า พึ่งพิงคนอื่นตลอดเวลา ยุทโธปกรณ์ก็ไม่ดีเท่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมารบกับประเทศที่ใหญ่โตขนาดไทย เป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ เป็นผู้ก่อตั้งอาเซียน เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ยากที่จะเชื่ออย่างที่ที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเราบอกว่าเราถูกรังแก คือมดคงไม่รังแกช้างกระมัง นี่เป็นธรรมดา เป็นเรื่องเข้าใจยากที่จะอธิบายให้สากลโลกเข้าใจ สาม กัมพูชามีพวกมากตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเขาเป็นประเทศเล็กและมีปัญหามาตลอดประวัติศาสตร์ในช่วงความทรงจำระยะสั้น ปัญหากัมพูชาเป็น Global Issue มานานแล้ว ตั้งแต่เรื่องเขมรแดงเรื่องอะไร ประเทศนี้ตกอยู่ในชะตากรรมที่น่าสงสารมาตลอด เพราะฉะนั้นก็เป็นไปได้มากแม้พฤติกรรมส่วนตัวของฮุนเซนจะน่ารังเกียจ แต่ในแง่ความเป็นประเทศ กัมพูชาก็เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นประเทศซึ่งถูกมหาอำนาจครอบงำมานาน มหาอำนาจซึ่งครอบงำมานานเขาก็คงเห็นใจมากกว่าจะเห็นใจไทย ไทยก็รู้ว่าอย่างไรฝรั่งเศสก็คงไม่เข้าข้างไทย ถ้าฝรั่งเศสเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในระยะเวลาเดือนสองเดือนนี้ โอกาสที่ไทยจะมีพวกก็น้อย และไทยก็มีพวกน้อยจริงๆ แม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน ลาวก็คงไม่เข้าข้างเรา ประเทศเพื่อนบ้านเราเขามองว่าไทยเป็นคนไม่น่ารัก เรามีปัญหากับเพื่อนบ้านรอบทิศ ถ้าไม่มีกับกัมพูชาเราก็อาจจะมีกับพม่าในเรื่องคล้ายๆ กันคือเรื่องเขตแดน จึงสามารถพิจารณาได้ว่าสุ้มเสียงของต่างชาติ แม้จะไม่มีใครพูดชัดเจนว่าเข้าข้างกัมพูชาอย่างโจ่งแจ้ง แต่หลายประเทศก็แสดงออกผ่านสื่อของเขา อย่างจีนก็ชัดเจนไปดูข่าวซินหัวสิ เวลาอภิสิทธิ์ด่าฮุนเซนลงนิดเดียว แต่เวลาฮุนเซนด่าอภิสิทธิ์ลงเสียยืดยาวทุกคำพูด แปลว่าสื่อบ้านเราบางสำนักก็ประเมินผิดว่าจีนน่าจะอยู่ข้างไทยมากกว่า คือเราอยากให้เขาอยู่ข้างเรา เราคิดว่าเรามีสัมพันธ์อันดีกับจีน ทั้งราชวงศ์และอะไรต่อมิอะไร เราคิดไปอย่างนั้นเพราะเราเชื่อ คนไทยเป็นพวกหลงตัวเองยังไงไม่รู้นะ ไปไหนก็คิดว่าคนรักตัวเอง แต่ลืมมองอีกด้านหนึ่ง ต้องมองรอบๆ หน่อย จีนเขาอาจจะไม่ได้รักกัมพูชาเท่าไหร่หรอก แต่ผลประโยชน์ของจีนในกัมพูชานั้นมีมากขึ้นๆ เขาลงทุนของจีนในกัมพูชาเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะที่ไทยตกอันดับลงไปเรื่อยๆ แล้วในดุลยภาพของการต่อสู้เพื่อสร้างฐานอำนาจของจีนในกัมพูชาก็ต้องต่อสู้กับเวียดนามซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมาของจีนและมีอิทธิพลเหนือกัมพูชามาตลอด อิทธิพลของไทยเหนือกัมพูชานั้นไม่ได้มีมากเท่าไหร่ กัมพูชาเป็นสนาม โอกาสที่จีนจะทิ้งกัมพูชามาหาไทยและแสดงออกว่าเข้าข้างไทยอย่างชัดเจนก็เป็นไปไม่ได้ แล้วฮุนเซนก็รู้ข้อเท็จจริงนี้ เขาก็เอาใจจีนมาตลอด สังเกตตอนส่งชาวอุ้ยเก๋อ (หรืออุยกูร์-ซึ่งเป็นชาวจีนมุสลิม จำนวน 20 คน) กลับจีน ใครๆ ก็บอกว่าอย่าส่งกลับ ฮุนเซนก็ส่งตัวกลับไปเฉยๆ ไม่เห็นมีใครไม่แคร์ ฮุนเซนไม่ต้องแคร์เรื่องพวกนี้ แล้วจีนชอบไหม จีนชอบ แม้สหรัฐจะด่าเป็นฟืนเป็นไฟ ฮุนเซนก็ไม่แคร์สหรัฐ เพราะจีนให้ผลประโยชน์ได้มากกว่า ความช่วยเหลือต่างๆ นานา บริษัทจีนลงทุนมากขึ้นๆ การค้าก็มากขึ้น ในขณะที่ของไทยวันๆ หาแต่เรื่องตัดความช่วยเหลือ หาแต่เรื่องปิดด่าน มันก็ธรรมดา โลกทุกวันนี้มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบค่าย เพราะมีปัจจัยเยอะ จีนก็ต้องคิดถึงประโยชน์ในกัมพูชามากพอๆ กับผลประโยชน์ของตัวเองในไทย ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีผลประโยชน์ในไทย แต่กัมพูชาเป็นพื้นที่เปิดใหม่ เขาก็ต้องการสถาปนาอำนาจของเขาที่นั่นด้วยเช่นกัน และจีนเขาก็แข่งกับเวียดนาม ไม่ใช่เขาเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนกันแล้วเขาจะไม่แข่งกัน เขาก็ต้องการอิทธิพลของเขามากด้วย จีนก็ต้องคิดถึงดุลยภาพอำนาจ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ง่ายๆ ว่าเราจะวิ่งหาพวกเพื่อต่อต้านกัมพูชาได้ง่ายๆ มันมีปัจจัยอีกเยอะ ที่ต้องคำนึงถึง เพราะฉะนั้นเวลาวิเคราะห์เรื่องนี้มันไม่สามารถได้ง่ายๆ ว่าจีนเขาจะชอบไทยและจีนจะเข้าข้างไทยเพราะราชวงศ์ของเราไปเกี่ยวดองกับจีน มันไม่เสมอไป คุณบอกว่าฝ่ายอนุรักษนิยมอยู่ในรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ แต่เมื่อต้นปี อภิสิทธิ์ก็เคยพูดว่าต้องพัฒนาพื้นที่ร่วมคล้ายๆ กับที่นพดลเคยพูดว่าต้องพัฒนาร่วมกัน โดยข้อเท็จจริง มันไม่อาจจะทำอย่างที่ฝ่ายอนุรักษนิยมอยากจะทำได้ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล อภิสิทธิ์จริงๆ ก็เข้าใจเรื่องนี้มาแต่ต้นแล้วล่ะว่า ข้อแรก เราคงไม่อาจจะเอาปราสาทพระวิหารคืนมาได้ ไม่ว่าจะทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์แถลงเอาไว้ว่าจะเอาปราสาทเขาพระวิหารคืนมาให้ได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า ความจริงถ้ามันมีเหตุจะเอาคืนได้ในชาตินี้ก็คงไม่ต้องรอชาติหน้า ฉะนั้นทุกคนก็ต้องรู้ดีอยู่ว่าเมื่อชาตินี้คงเป็นไปไม่ได้ และอย่าหวังว่าชาติหน้าจะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะทำให้รู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อปราสาทพระวิหารของเรายังคงอยู่ ก็มีแต่ต้องญาติดีกับกัมพูชาเพื่ออย่างน้อยที่สุด ก็คือแผนการแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันซึ่งมีการวางแผนมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณและขิงแก่แล้วล่ะ ก็คือการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน แล้วไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก คือมีชิ้นที่เป็นปราสาทและชิ้นที่เป็นบริวาร เช่น สถูป ซึ่งอยู่ใกล้ไทยมาก แม้จะไม่สามารถเถียงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ทะเลาะไม่ขัดแย้งกัน ข้อเสนอเดิมคือกัมพูชาเป็นผู้เสนอหลักเอาตัวปราสาทขึ้นทะเบียน แล้วไทยก็พัฒนาพื้นที่ข้างล่างแล้วเอาไปจดทะเบียนอีกชิ้นหนึ่งคู่กันและบริหารร่วมกัน ซึ่งถ้าความสัมพันธ์ดีก็ทำได้ แต่บังเอิญว่าฝ่ายฮาร์ดคอร์อนุรักษนิยมปีกหนึ่ง บอกว่าไม่ได้ เราอยากจะร่วมในทรัพย์สินซึ่งเป็นของกัมพูชาชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เขาคงไม่ยอม แล้วเราก็ไปพูดเพ้อเจ้อว่าเขาไปขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวโดยเราไม่ได้ เราต้องแบ่งพื้นที่ ไม่...เราไม่ได้ตกลงกันอย่างนั้น ตอนสมัยขิงแก่ ที่ตกลงกันที่ไครซ์เชิร์ช ก็ตกลงกันว่าไทยจะเป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันให้กัมพูชาเป็นฝ่ายจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ นั่นคือข้อตกลง แต่ไม่รู้ใครเป็นผู้เอามาบิดเบือนว่ากัมพูชาไม่ยอมให้เราขึ้นทะเบียนร่วมเขาไม่เคยพูด ขึ้นร่วมไม่ได้ แต่เอาไปขึ้นทะเบียนชนกันได้ เหมือนน้ำตกอีควอซูระหว่างบราซิลกับอาร์เจนตินาต่างขึ้นทะเบียนคนละครึ่งแบบนั้นทำได้ แต่ไม่ใช่การเคลมว่าเราจะไปขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารร่วมกัน เวลาอธิบายจึงต้องชัดเจน ว่าขึ้นทะเบีบนร่วมคือการทำอย่างไร คนก็ยังเข้าใจผิดอยู่นะ นักข่าวก็ยังเขียนผิด ว่าเขาไปขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว ก็ต้องเป็นฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ก็มันเป็นของเขาน่ะ ไม่มีฝ่ายอื่น แต่การขึ้นทะเบียนโดยเอาส่วนของเราไปขึ้นทะเบียนบ้าง นั่นก็ทำได้ แต่เมื่อไม่อธิบาย ทำให้คนคลุมเครือ ทำให้คนรู้สึกเกลียดกัมพูชาว่ามันเห็นแก่ตัว เอาไปขึ้นฝ่ายเดียว ทางขึ้นก็ไม่มี มันเข้าใจผิดทั้งเพ เขาก็ทำถนนขึ้นเราก็ทำถนนขึ้น ทางขึ้นฝ่ายกัมพูชาก็มี สื่อกัมพูชาบอกว่าทหารไทยไม่ยอม ขณะที่รัฐบาลไทยน่าจะพยายามเจรจามากกว่า ใช่ พูดค้างไว้อยู่เมื่อกี้ว่ากองทัพใช้ข้อขัดแย้งกับกัมพูชาเป็นที่แสวงอำนาจ ในอดีตคนที่กำหนดความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน คือกองทัพ ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศ นี่คือสมัยสงครามเย็น ก่อนรัฐบาลชาติชาย สมัยเปรม สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ กองทัพเป็นคนกำหนดความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อบ้านในนามของความมั่นคง ไม่ว่าจะเปิดด่านปิดด่าน คนในกองทัพอาจจะฝันหาวันชื่นคืนสุขแบบนั้นอีก ที่จะได้กำหนดนโยบายของไทยที่มีต่อกัมพูชาไม่ใช่ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนกำหนด ฉะนั้นกรณีที่ไทยไปตกลงเรื่องให้มีผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซียที่ปราสาทพระวิหาร รัฐบาลตกลงแล้ว พอกลับมากองทัพบอกไม่เอา เราไม่ต้องการบุคคลที่สาม เกิดข้อขัดแย้งระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกองทัพ กินกันไม่ลง จนถึงบัดนี้กษิตก็ยังต้องไปเปลี่ยน TOR ขอแก้ขอเพิ่ม ขอขยาย ก็ยังไม่สามารถพาผู้สังเกตการณ์เข้าพื้นที่ได้สักที ทั้งๆ ที่กัมพูชาทันทีที่มีข้อตกลง TOR ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ตอบกลับไปแล้วว่ายินดีให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปในพื้นที่โน่นนี่นั่น กัมพูชาเขาเคยชินแล้วกับการมีผู้สังเกตการณ์ขนาดกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปเป็นกองทัพยังเคยมาแล้ว นับประสาอะไรกับการมีผู้สังเกตการณ์แค่สิบกว่าคน แต่ทหารไทยไม่ชิน ไม่เคย เราเคยแต่ไปดูกิจการของประเทศอื่น เราไม่เคยต้องเปิดบ้านให้คนอื่นดู ถือเป็นเรื่องน่าอายของทหารไทย เขาก็รับไม่ได้ ไม่ได้ตกลงกับรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศก่อน กระทรวงการต่างประเทศเป็นคนไปว่าเอง ทีแรกกระทรวงฯ ต้องการบลัฟกัมพูชา เพราะตอนแรกกัมพูชาเสนอให้มีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้าไปรักษาสันติภาพ คุณกษิตก็ไปเสนอใหม่เป็นการบลัฟโดยเสนอให้ผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดเป็นผู้สังเกตการร์ร่วมกับทหารไทย เข้าใจว่าบลัฟกัมพูชา เข้าใจว่าคุณกษิตยังไม่ได้ปรึกษากับกองทัพ กัมพูชาก็รับ ไทยก็รับแต่พอกลับมาบ้าน กองทัพไทยบอกว่าเขาต้องมี Final State ในพื้นที่ที่เขาดูแล นี่คือกองทัพ ก็เป็นไปได้ที่กัมพูชาจะรู้สึกว่าไทยไม่มีอำนาจเต็ม Full Mandate เจรจากับเขาแล้ว ตกลงกับเขาแล้วก็ทำไม่ได้ ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ อินโดนีเซียก็โมโหกับท่าทีของไทยมาก จนบัดนี้ก็ยังส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาไม่ได้ จนกระทั่งรบกันครั้งหลังเพิ่มขึ้นอีก แนวรบจะขยายไปเรื่อยๆ เราขัดแย้งตรงเขาพระวิหาร แต่ล่าสุดปะทะกันในพื้นที่ห่างออกมาถึง 140 กม. ทำไมจึงออกมาไกลขนาดนี้ มีเหตุผลสองอย่าง อย่างแรกพื้นที่นั้นคลุมเครืออยู่ เดิมมีหลักเขตปักปันกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว แต่ช่วงสงครามกลางเมืองหลักเขตแถวนั้นหายไป เจตนาใครย้ายหรือพังด้วยสภาพก็ไม่รู้ ก็ด่ากันไปด่ากันมา กัมพูชาก็ว่าไทยเป็นคนย้ายหลักเขต แต่เอาเถอะมันหายไป และเมื่อมันหายไปก็เกิดความไม่ชัดเจน คือกลุ่มปราสาทตาเมือนมีหลายหลัง แล้วบังเอิญว่าจำนวนหนึ่งตั้งคร่อมสันปันน้ำพอดี ทีนี้ถ้าเคร่งครัดกับเรื่องเส้นเขตแดน ก็อาจจะต้องผ่า องค์หนึ่งเป็นของกัมพูชา องค์หนึ่งเป็นของไทย มันก็เกิดความเบลอในแง่ของการจัดการ แต่บังเอิญไทยอาศัยว่าพื้นที่นั้นเคยเป็นพื้นที่ฐานที่มั่นของเขมรแดงเก่า และไทยเคยให้การสนับสนุนเขมรแดงมาก่อนในพื้นที่บริเวณนั้น เขาก็ไม่ว่า และไทยก็ให้กรมศิลป์ไปบูรณะขึ้นทะเบียนเป็นของเราเรียบร้อยแล้ว เราก็อ้างว่าเป็นของเรา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เขมรเขาก็บอกว่ามันไม่แน่นะ พักหลังๆ เขาก็เลยส่งทหารขึ้นมาประจำ ก็ไล่ตั้งแต่ ปราสาทตาควาย คนไทยไม่กล้าเรียกว่าตากระเบย หรือตากระบือ เราเลยต้องพูดคำหยาบว่าตาควาย จริงๆ ชื่อเดิมคือปราสาทตากระเบย เราเลยต้องแปล จำเป็นต้องแปล เราต้องเปลี่ยนศัพท์หลายอย่างที่เรายืมมาจากกัมพูชา พระวิเฮีย ก็ต้องเรียกพระวิหาร ต้องปรับให้เป็นภาษาไทย เสียมเรียบ เราก็พูดว่าเสียมราฐ ศรีโสภณบังเอิญไม่รู้จะเรียกว่าอะไรก็ต้องเรียกศรีโสภณ เหตุที่สองที่มันขยายการปะทะมาก็เป็นเพราะว่า ฝ่ายกัมพูชาต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าการที่ไทยไม่รับผู้สังเกตการณ์เสียทีมันจะไม่มีสันติภาพที่ถาวร แปลว่าความขัดแย้งจะขยายไปที่ไหนก็ได้ ไม่มีใครรู้ พูดแบบนี้ก็แปลว่าครั้งนี้กัมพูชาเริ่มก่อน จริงๆ ก็ใช่ เพราะแต่ก่อนนั้นไม่มีกำลังทหารกัมพูชาในพื้นที่แถวนั้นมาก่อน เพิ่งเอาเข้ามาเมื่อเร็วๆ นี้เอง กัมพูชาไม่ได้พัฒนาพื้นที่แถวนั้นเลยเป็นป่าเขาลำเนาไพร แต่เหตุใครเริ่มก่อน บางทีก็พูดยาก บางทีเขมรเป็นฝ่ายยิงก่อนก็จริง แต่เกิดจากการยั่วยุของฝ่ายไทย เหมือนกรณีการปะทะที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั่นก็เขมรยิงก่อน เพราะว่าอะไร เพราะว่าไทยเอารถแทร็กเตอร์ไถถนนขึ้นไปจากวัดแก้วไปภูมะเขือ แต่ถามว่าใครยิงก่อน เขมรยิงก่อนใช่ไหม แต่ถามว่าใครยั่วล่ะ เหมือนตอนที่เราเอาเอฟ 16 ไปบิน ชั่วนาตาปีไม่เคยบิน วันนี้อยากบิน เขมรเห็นบินมาก็ยิงไว้ก่อน เพราะไม่รู้จะล้ำมาหรือไม่ เราก็กล่าวหาได้ว่าเขมรยิงก่อน ก็ไม่ผิด เรื่องอย่างนี้พูดกันไปก็ขนมผสมน้ำยา ยิงกันข้างเดียวที่ไหนก็ยิงกันทั้งสองข้าง ตราบเท่าที่เอาทหารไปไว้ใกล้กันมันก็ยิงกัน แต่ก่อนมันไม่ใช่ปัญหา ทหารเมายิงกันวันเดียวก็จบ วันเดียวเคลียร์ได้ แต่ตอนนี้เคลียร์ไม่ได้ ไม่ได้ถามว่าเมาหรือเปล่า ทหารไทยไม่ชินกับการที่ให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซง อยากกลับไปสู่คืนวันที่กำหนดทิศทางได้ แต่ถ้ามองไปที่ประชาคมอาเซียนจะสามารถเข้ามามีบทบาทได้หรือไม่ ไม่ขัดแย้งกันหรอก เราอยากเป็นประชาคมแบบยุโรป แต่เราก็ไม่กล้าไปถึงจุดนั้นจริงๆ เรายังหวงอำนาจอธิปไตยอยู่ เราไม่กล้าให้อาเซียนเป็นองค์กรเหนือรัฐ เราให้มันเป็นแค่องค์กรระหว่างรัฐ แต่เราก็อยากเพราะโลกเป็นกันอย่างนั้น แต่พอถึงเวลามีปัญหาเราก็ไม่อยากให้องค์กรนี้เข้ามายุ่มย่ามกิจการภายในของเรา ก็เป็นข้อที่อิหลักอิเหลื่อมาก และสังเกตได้ในเรื่องของความลงตัวไม่ลงรอย กัมพูชาซะอีกที่ยังมีสปิริตกว่า เพราะว่ามีปัญหาก็เอาไปให้อาเซียน ไทยกลับรู้สึกว่านี่เป็นการฉีกหน้าไทยทำไมต้องให้อาเซียนเป็นคนไกล่เกลี่ย อ้าว ก็ไทยบอกว่าอาเซียนเป็นองค์กรของภูมิภาคไม่ใช่เหรอ เป็นครอบครัวเราไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ให้อาเซียนเป็นคนไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งนี้ล่ะ กัมพูชาไปถึงยูเอ็น ยูเอ็นก็บอกว่าให้อาเซียนทำ อาเซียนก็บอกจะส่งกำลังเข้ามารักษาสันติภาพ พอถึงวัน ไทยก็บอกว่าเรารับไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียนนะ เราทำใจไม่ได้ที่จะมีคนอื่นมาดูแลกิจการความขัดแย้ง ไทยอาจจะรู้สึกว่าเราเป็นพี่เบิ้ม เราเป็นผู้ใหญ่ แต่มันน่าอายที่ผู้ใหญ่ต้องตอแยกับเด็กแล้วมีผู้ใหญ่อีกคนมาบอกว่าเฮ้ย ทะเลาะกับเด็กนะเว้ย ผมว่าไทยรับไม่ค่อยได้ที่จะให้เกิดสภาพแบบนั้น โดยเฉพาะให้อินโดนีเซียทำยิ่งแล้วใหญ่เลย อินโดนีเซียมีความชำนาญเรื่องนี้เพราะว่าเขาทำเรื่องนี้ร่วมกับไทยมาก่อน ในฐานะที่เป็นประธานอาเซียนตอนนี้ เขาก็อยากให้อาเซียนมีบทบาทนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ไทยไม่ให้ความร่วมมือเพราะบังเอิญว่าเป็นปัญหาของไทยโดยตรง แต่ก่อนนั้นเป็นปัญหากัมพูชากับเวียดนาม คุณมองกัมพูชาในแง่ดีเกินไปหรือเปล่าในแง่ที่เขามีสปิริต จริงๆ แล้วเพราะเขาเป็นประเทศเล็กเขาจึงต้องหาที่พิง แล้วไทยไม่หาเหรอ ไทยก็หาเหมือนกัน เวลาเราสู้กับสหรัฐเราก็ต้องหาพวก หรือแม้แต่สู้กับกัมพูชาเราก็วิ่งหาจีน นี่เป็นธรรมดาของกฎเกณฑ์ของการมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคสมัยซึ่งไม่มีค่าย เมื่อไม่มีค่ายก็ต้องหาพวก เมื่อก่อนมีค่าย ก็ไม่ยากเท่าไหร่ ไทยแทบไม่ต้องคิดเองถ้าจะทะเลาะกับกัมพูชาก็แล้วแต่วอชิงตันจะว่า เปิดฐานทัพให้บอมบ์ประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ไม่รู้สึกอับอายอะไรนี่ กัมพูชาก็มีสิทธิที่จะวิ่งหาความช่วยเหลือเราก็ไม่ใช่ว่าไม่วิ่งหา เราก็เรียกทูตสหรัฐทูตจีนมาบรีฟไม่ใช่เหรอ เราก็วิ่งหาพวกเพียงแต่เราไปสร้างวาทกรรมอีกแบบว่าเราจะจัดการปัญหานี้ได้ เราจะใช้ทวิภาคีเพราะเชื่อว่าถ้าอยู่ในทวิภาคีเราก็จะบีบเขมรได้ เราก็ไม่อยากให้เขมรมีพวก เราก็เลยว่าเขาวิ่งหาพวก แล้วมันผิดตรงไหน ในการประชุมอาเซียนที่จะมีการสร้างองค์กรสร้างสันติภาพจะเป็นไปได้หรือไม่ มันคงไม่เวิร์ก องค์กรสร้างสันติภาพไม่มีอำนาจสร้างสันติภาพ เพราะประเทศคู่ขัดแย้งไม่ฟัง เราจะมีองค์กรสันติภาพเอาไว้ศึกษาแต่แก้ปัญหาไม่ได้ เพราประเทศคู่ขัดแย้งไม่ฟัง ถ้าคู่ขัดแย้งฟัง หรือองค์กรใดก็ตามฟัง ผู้ที่จะมาไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาได้ แต่นี่ไม่พร้อมอะไรสักอย่าง ทำได้อย่างเดียวคือยิงก่อนต่อไปจนกว่ากระสุนจะหมด คืออาเซียนถ้าสมาชิกทุกคนยอมรับนับถือว่าเป็นองค์กรที่จะช่วยแก้ปัญหาได้และยอมให้แก้ปัญหา แต่ตอนนี้ถ้าปัญหาของเพื่อน เรายินดีให้เขาไปแก้ แต่ปัญหาของเราเราไม่ยอม แบบนี้ก็แย่ อย่างกรณีพม่า เราก็บอกให้อาเซียนแก้ปัญหา พม่าก็ไม่เอา สามจังหวัดภาคใต้ ไทยจะยอมไหม ก็เหมือนกันแหละ ประเทศไทยและประเทศส่วนใหญ่ของอาเซียนไม่ชินให้คนอื่นแก้ปัญหา แต่กัมพูชาชินกับการให้คนอื่นแก้ปัญหาให้ ชินกับการวิ่งหาคนนั้นคนนี้ให้คนอื่นแก้ปัญหาให้มาตลอด การเจรจาหยุดยิง แล้วยังยิงกันอยู่ นั่นเป็นแท็กติกเฉยๆ ไม่ใช่การเจรจาหยุดยิง เป็นเพียงยุทธวิธี แต่เราพูดราวกับของจริง ก็เพื่อดิสเครดิตเขมรเท่านั้น จริงๆ เราก็ทำแบบเดียวกัน เพราะว่ากัมพูชาก็คงอยากได้ตำแหน่งที่ดีในการวางกำลังบนเทือกเขาพนมดงรักบริเวณนั้น ฉะนั้นเขาก็จะยังไม่หยุดจนกว่าจะได้ตำแหน่งที่เขาต้องการ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ แต่จะทำได้เลยหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ เพราะกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เขาไม่พร้อม ถ้าเทียบกับฝ่ายไทย กัมพูชาก็เลยใช้การเมืองระหว่างประเทศมาช่วย ทหารไทยก็เข้าใจนั่นแหละไม่งั้นคงไม่ด่ากัมพูชา นี่คือพยายามดิสเครดิตกัน “ตกลงกันแล้ว ทำไมยังยิงอยู่” นี่เป็นแท็กติก แบบยิงไปด้วยเจรจาไปด้วย เป็นวิธีการที่ประเทศในอินโดจีนถนัด เป็นการต่อสู้แบบจรยุทธ์ ไม่ใช่สงคราม จริงๆ แล้วเป็นการปะทะตามแนวชายแดนเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ดีกว่าในการควบคุมชายแดน ไทยก็อยากได้ภูมะเขือไว้ควบคุมชายแดน แล้วทำไมถึงคิดว่าเขมรไม่อยากได้ พื้นที่ตรงนั้นยังเบลอไม่รู้ว่าของใคร? จริงๆ มันไม่ค่อยเบลอเท่าไหร่ แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายตัดสินใจจะใช้กำลังกันแล้ว เรื่องการเคลียร์เขตแดนก็พักเอาไว้ก่อน จริงๆ พื้นที่นี้ไม่ได้ยากอะไรหรอก มันเคยมีหลักฐาน เคยมีหมุดอ้างอิงที่พอจะหาได้ แต่ก็เจตนาจะทำให้มันเบลอกันทั้งคู่ การปะทะจะยืดเยื้อ? จนกว่าปัญหาดั้งเดิมจะได้รับการแก้ไข ถ้าไทยหยุดการคัดค้านปราสาทพระวิหาร ไม่ขวางแผนอะไรของเขา ถอนทหารออกแล้วมาเจรจาสำรวจและปักเขตแดนกัน แต่ถ้ายังยันกันอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวประชุมปารีสเราจะไปค้าน ไปประชุมคณะกรรมการมรดก เราก็จะไปค้าน ก็อย่าหวังว่าจะเลิก ในเมื่อกัมพูชาเป็นประเทศเล็ก ทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ไม่พอ แล้วกัมพูชาจะได้อะไรหากปะทะกันไปเรื่อยๆ อาเซียนก็ยื่นมือเข้ามาช่วยไม่ได้ ไม่ได้ เขาก็เสีย และเขาก็คงกำลังคำนวณว่าจะสู้แบบนี้ได้สักกี่วัน ไทยก็คิดนะ จะยิงกันต่อไปได้อีกสักกี่วัน มีลูกปืนพอหรือเปล่า ฝ่ายเราหรือฝ่ายเขาที่คิดอย่างนี้ ฝ่ายเราคิด ยิงมายิงไป เขายิงมาลูกนึง เรายิงไปสิบ จริงๆ กัมพูชาก็รู้ว่าเราไม่ได้ยิงได้นานขนาดนั้น เราก็ไม่ได้มีของมากขนาดนั้น อย่าคิดว่าเรามีมาก เอาล่ะ หลงจ๊งทหารไทยรบได้หกเดือน แต่เขมรรบมาแล้วสิบปี ต้นทุนเขมรถูกกว่าไทย เวลาวิเคราะห์ว่าไทยมีแสนยานุภาพมากกว่าก็จริง กำลังพลดีกว่า อาวุธดีกว่า แต่ต้นทุนการรบของเราแพงพอๆ กับสหรัฐ เพราะอะไร ประชาชนไทยบริเวณแนวชายแดนทำมาหากินได้วันนึงไม่น้อย ถ้าเขาหยุดทำมาหากินสักหกเจ็ดวัน เขาต้องของบประมาณมาสนับสนุนแล้วล่ะ เดี๋ยวนี้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณไปเป็นพันๆ ล้านแล้วล่ะ สวนยางสวนหนึ่งแปดพันบาท ต้นยางหักต้นนึงก็แปดพันบาทนะ ทำบังเกอร์อันละแสนสอง ทำไปหลายร้อยอันแล้วล่ะ มันใช้เงินมากในการจัดการปัญหาข้อพิพาท ในขณะที่กัมพูชานั้น ผมยังไม่เห็นทำบังเกอร์ให้ประชาชนกัมพูชาสักอันเดียว แล้วประชาชนกัมพูชาหาได้ไม่เกินวันละสองดอลล่าร์สหรัฐ ในขณะที่ไทยหาได้เอาแค่กรีดยางวันหนึ่งเป็นพันบาทหยุดไปเจ็ดวันก็เจ็ดพันบาท ต้นทุนของไทยน่ะแพง ไอ้ความที่เขาจนต้นทุนเขาก็ถูกด้วย ถ้าพิจารณาแบบนี้แล้วเขาสูสี ผมยังคิดได้เลย ฮุนเซนมันเก่งกว่าผมตั้งเยอะ ฉันยิงไปลูกหนึ่งแกยิงมาสิบ แปลว่าไทยหมดไปสิบแล้ว เขมรหมดไปลูกเดียวนะ นี่เป็นแท็กติกทางการทหารแล้ว ในขณะที่ไทยออกข่าว โอ้โห ทหารเขมรตายสามร้อยแล้ว สามร้อยนี่กองพันหนึ่งแล้วนะ แล้วทำไมมันยังไม่หยุด แปลว่ายังไม่หมด แปลว่ายังรบต่อไปได้อีก ฉะนั้นต้องคำนวนแล้วแหละว่าใครจะทนความสูญเสียได้มากกว่ากัน ประเทศกัมพูชาผ่านความสูญเสียอันมากมายมหาศาลมาแล้ว เขายังทนได้ ฆ่ากันล้านเจ็ดยังทนมาได้ ของไทยเคยฆ่ากันได้ถึงล้านเจ็ดหรือเปล่า เราไม่เคยฆ่ากันถึงล้านเจ็ด เดี๋ยวเราต้องเรียกร้องให้หยุดสงครามแน่นอน เพราะไทยคงทนไม่ไหว ถ้าอย่างนั้น อีกหกเดือนข้างหน้าทำอย่างไร ก็ต้องหาทางหยุด สื่อไทยเสนอข่าวเรื่องโล่มนุษย์ เรื่องโล่มนุษย์ ผมคิดว่าใช้กันทั้งคู่ สงครามนะ ถ้าทำความเสียหายให้พลเรือนได้ก็โพนทะนาว่าอีกฝ่ายหนึ่งไร้มนุษยธรรม ง่ายๆ เขมรยังไม่ค่อยโพนทะนาว่าเรายิงถูกประชาชนของเขาเท่าไหร่ อาจเพราะไม่โดนจริงๆ หรือว่าชีวิตประชาชนเขมรไม่มีค่า ต้นทุนถูกไง ปกติถ้าไม่รบกับไทยก็เดินเหยียบกับระเบิดอยู่แล้ว เพราะแถวนั้นกับระเบิดเยอะอยู่แล้ว ในเขมรวัวแพงกว่าคน ฉะนั้น ทำไมฮุนเซนถึงคำนวณว่าสู้กับไทยไหว กองทัพก็เล็ก อาวุธก็น้อยกว่า งบประมาณก็น้อยกว่า แล้วทำไมกล้ายิงไทย ต้องชัวร์ว่ากระสุนแต่ละลูกแพงมาก ของเราโดนบ้านพลเรือนหลังหนึ่งโอ๊ยจะเป็นจะตาย ออกสื่อกัน ไทยใช้คลัสเตอร์บอมบ์ไหม เราใช้นั่นแหละ แต่เราไม่เรียกว่าคลัสเตอร์บอมบ์ คืออะไรที่ยิงออกไปแล้วแตกเป็นลูกๆ ก็เรียกคลัสเตอร์บอมบ์ทั้งนั้นแหละ แต่ไทยบอกว่าลูกนี้ไม่เรียกคลัสเตอร์บอมบ์ จริงๆ เรามีข้อโต้แย้งอย่างเดียวว่าเราไม่ได้เป็นภาคีคลัสเตอร์บอมบ์ เราใช้โดยเสรีภาพเพราะว่าเชื่อว่าไม่มีใครเอาผิดได้ เสียหน้านิดหน่อยตรงที่อ้างว่าตัวศิวิไลซ์แต่ใช้ของไม่ศิวิไลซ์ แต่อ้างว่าไม่ใช้นี่ไม่ควรอ้างนะ ยอมรับแบบลูกผู้ชายดีกว่า แต่เราไม่ได้เป็นภาคี สรุป 6 เดือนก็ต้องเจรจาอยู่ดี ทางออกก็คือ มีแนวโน้มที่จะออกแบบทุเรศๆ อภิสิทธิ์คงรอดตัว ก็ต้องหาทางหยุด จริงๆ ถ้าไทยไม่ยิงกลับก็หยุด แต่เราพูดแบบนั้นก็คงไม่ได้ ถ้าเขายิงมาเราไม่ยิงไปก็คงยอมไม่ได้ ถ้าหยุดก็คือไทยต้องหยุดยิง สอง ต้องไปผลักดันอาเซียนทำแพลทฟอร์มการเจรจายุติความขัดแย้งนี้ได้จริงๆ สุดท้ายทหารไทยอาจจะต้องยอมให้มีผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซียเข้ามาประจำการสักห้าหกเดือน เขาก็คำนวนแล้วแหละสักห้าหกเดือนก็คงหยุด สาม อ้างเหตุยุติ เพราะกัมพูชาให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาปี 2505 ก่อน ก็อาจจะเป็นเหตุให้หยุดได้ทั้งสองฝ่าย โดยไม่เสียหน้า เพื่อรอฟังคำพิพากษาก่อน คือการรบไปแล้วหยุดก่อนก็เสียหน้า ไทยก็อาจจะมีเหตุว่าถ้าอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง การเลือกตั้งของไทยอาจจะเป็นเหตุยั่วยุให้กัมพูชารุกมากขึ้นก็ได้ แต่เขมรไม่มีศักยภาพพอที่จะรุกมาถึงกรุงเทพฯ เขาอาจจะยิงมา แล้วไม่ยิงกลับไป เขาก็ยิงได้ไม่กี่นัด แบบนั้นจะยุติเร็วกว่า แต่ถ้าเขายิงมาหนึ่งเรายิงไปสิบ แรงมาแรงไปก็หยุดยาก เป็นไปได้ว่าจะต้องหาคนกลางเข้ามา ก็อาจจะยุติกันได้ ตอนนี้ก็เพียงแต่ว่าทำให้คนกลางเข้ามาให้เร็วขึ้น รัฐบาลไทยก็คงต่อต้านเรื่องนี้ยาก เพราะบังเอิญหลวมตัวตกลงไปแล้วอย่างน้อยวันอังคารนี้ก็ต้องพูดกันแล้ว ครม. ก็คงต้องตัดสินใจก่อนยุบสภา หรืออาจจะอาศัยเหตุที่จะยุบสภาแล้ว ก็เลยไม่ตัดสินใจโยนภาระให้รัฐบาลใหม่ อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ ถ้ามั่นใจว่าตัวเองจะไม่กลับมา เพื่อจะได้บลัฟกันในวันสุดท้ายว่าแกเป็นคนสร้างสงครามไม่ใช่ข้า เหมือนกรณีให้ศาลตีความแผนที่หนึ่งต่อสองแสน ซึ่งคงตีความในรัฐบาลนี้ไม่ทัน แล้วรัฐบาลหน้าเข้ามาก็โป๊ะเชะ ก็มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะไม่ตัดสินใจ ก็เป็นไปได้ มีแนวโน้มก็อาจจะชิ่งออก ครม. ยังไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ หรือรับไว้ก่อนแต่ยังไม่พิจารณา พอยุบสภาก็ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ แต่กัมพูชาต้องอาศัยเหตุหยุดยิงได้ เพราไปศาลโลกแล้ว ถ้ากัมพูชาหยุดไทยก็หยุดเหมือนกัน ความขัดแย้งนี้จะส่งผลต่อการเมืองไทยแค่ไหน เป็นเชื้อปะทุที่หยิบมาใช้ได้เรื่อยๆ สมมติว่ารัฐบาลหน้าเป็นพรรคเพื่อไทย จับผลัดจับผลู หรือใครก็ตามที่ให้เฟเวอร์กัมพูชาหรือมีท่าทีประนีประนอมกับกัมพูชา อีกฝ่ายหนึ่งจะหยิบเรื่องนี้มาใช้ได้อีก จะเป็นเหตุให้ขยาย กลายเป็นเชื้อปะทุทางการเมืองที่ดี เก็บไว้ใช้ได้ยืดยาว ตราบใดที่ทัศนคติคนไทยเป็นอย่างนี้ เลี้ยงความเกลียดชังเพื่อนบ้านเอาไว้ สื่อก็ช่วยกระพือว่ากัมพูชาเป็นชาติที่ทรยศ พวกลูกหลานพระยาละแวกมันเป็นอย่างนี้ ทุกวันนี้เราก็เกลียดคนเขมรมากขึ้นเรื่อยๆ วาทกรรมเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าไม่มีพลังหรือ มีอยู่ เพียงแต่ว่าสองสามปีที่ผ่านมามู้ดแบบคลั่งชาติมันเยอะ มันประกอบกันหลายส่วน คือคนที่พูดเรื่องค้าๆ ขายๆ ก็เป็นประมาณทักษิณ ก็จะถูกอธิบายว่าเป็นพวกขายชาติ เห็นแก่เงินทองเล็กๆ น้อยๆ ไม่เห็นแก่เกียรติภูมิของชาติ อำนาจอธิปไตยต้องมาก่อน แต่จริงๆ แล้ววาทกรรมสนามรบเป็นสนามการค้ายังมีพลังอยู่ วันก่อนหอการค้าไทยออกข้อเสนอมาชุดหนึ่ง เป็นชาติชายกลับชาติมาเกิดเลย คือบอกว่า อย่าไปด่าว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่าปิดด่าน อย่าตัดน้ำตัดไฟเขา เราค้าขายกว่าแปดหมื่นล้าน เขาไม่เสียมาก แต่เราเสีย รัฐบาลก็คงคำนวณเรื่องนี้แหละ กษิตก็คงอยากปิดด่านจะแย่ อยากจะปิดด่านใจจะขาด แต่ถ้าทำก็เหมือนยิงปืนใส่หัวแม่เท้าตัวเอง ถ้าคุณปิดด่านกัมพูชาการค้าขายเป็นหมื่นๆ ล้านของคุณก็จะหายไปเลย ยังไม่นับว่าตลาดของคุณจะถูกจีน เวียดนาม เกาหลีใต้แซงขึ้นมา ไอ้เรื่องทำให้เขมรรักไทยก็คงทำไม่ได้ แต่อย่าทำให้เขาเกลียดมากขึ้นก็จะดี สื่อไทยถามทหารว่าไทยตั้งรับมากเกินไป ทหารก็คงทำได้นั้น จะให้บุกไปถึงพนมเปญก็คงไม่ได้ สื่อไทยก็เป็นอย่างนี้ สื่อไทยก็ใช้วาทกรรมก่อนสงครามเย็น สื่อบางที่ก็อธิบายว่าสงครามครั้งนี้เกิดจากการพยายามผลักดันลูกชายฮุนเซนขึ้นมา นั่นคงต้องใช้กับเกาหลีเหนือมากกว่ามั๊ง ก็คิดได้ แต่โดยสามัญสำนึกนะ ถ้าลูกชายบ่มิไก๊ จะดันยังไงก็ดันไม่ขึ้น ฮุนเซนถึงจะไม่ใช่คนดีเท่าไหร่แต่คงไม่เอาประเทศทั้งประเทศเสี่ยงเพื่อลูกชายตัวเองหรอก เขาต้องเข้าใจว่าลูกชายของเขาเก่งหรือไม่เก่ง แล้วลูกชายเขาเก่งหรือเปล่า บังเอิญลูกชายเขาเก่ง ไม่งั้นคงไม่จบเวสปอยท์ได้ พธม. มีเป้าประสงค์อะไรมากกว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร ไม่ พธม.ไม่ต้องการ 4.6 จริงๆ พธม.ต้องการใช้สิ่งนี้เป็นสะพานรวมพลังอนุรักษนิยมรวมพลังกันให้มากกว่านี้เพื่อสถาปนาอำนาจของตัวเองในสารบบการเมือง บังเอิญที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใจถึงขนาดนั้น ไม่เล่นด้วย และหลายอย่างทำไม่ได้อย่างที่ พธม. ต้องการ พธม.ก็หาเหตุ แนวร่วมในกองทัพก็ไม่มี ก็เลยจุดกระแสไม่ค่อยขึ้น เซนส์ของเรื่องการเอาพื้นที่คืน หรือการเอาปราสาทคืนนั้นในทางปฏิบัติมันทำยาก ถ้าเราไม่มีคำพิพากษาศาลโลก อาจจะโน้มน้าวคนไทยได้มากกว่านี้ แต่บังเอิญสิ่งที่พูดมันขัดแย้งกับข้อเท็จจริง คือถ้าไม่มีคำตัดสินศาลโลกหรือไม่มีคดีกันมาก่อน ก็คงพอจะพูดได้ ใช้กำลังยึดก็คงได้ ชอบธรรมที่จะทำ แต่ตอนนี้ก็ยาก แค่พูดแผนที่สองสามตัวคนก็งงตายห่าแล้ว ทั้งสันปันน้ำ ทั้งแผนที่ ไอ้คนพูดก็ไม่เคยเห็นสันปันน้ำว่าหน้าตาเป็นยังไง ยังไม่นับการไปยกข้อโต้แย้งที่ศาลโลกตีตกไปหมดแล้วมาเป็นข้ออ้าง ก็เลยถูกอีกฝ่ายโต้แย้งตลอดเวลา และรัฐบาลไม่เหมือนรัฐบาลที่มีอำนาจมาก จะทำอะไรก็ต้องประนีประนอมคนจำนวนมากอยู่ จะเอาใจ พธม. ข้างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ พธม. พยายามทำให้เข้าใจว่าทำงานให้ข้างบน? ถ้าทำงานให้ “ข้างบน” จริงๆ น่าจะมีคนสนับสนุนมากกว่านี้ แต่นี่ด่ากันเองกระทั่งพวกไฮโซ ไฮซ้อ ก็ด่ากัน เดี๋ยวนี้เริ่มตีตัวออกจากกัน เกินเลยกว่าที่อยากจะได้แล้ว แต่ที่สำคัญ คือ พธม.เสนอทางออกไม่ได้ เสนอได้ไม่ดี เช่น การกลับมาพูดเรื่องมาตรา 7 อีกครั้ง พวกอีลิทเขาก็ถามว่าแล้วจะเอาเทวดาที่ไหนมาเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ดีที่สุดแล้ว ชาติตระกูลดี การศึกษาดี หน้าตาดี ปัญหาของอีลิทคือไม่มีตัวเลือกที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนทั้งมวลเห็นว่าคนของตัวเองเจ๋ง ถึงที่สุดก็คงไม่สามารถหาเทวดาที่ไหนมาปกครองประเทศนี้ได้ ถ้าข้อเสนอมาตรา 7 เป็นเรื่องใช้ได้จริง การปฏิวัติ 2549 ก็คงจะสวยงามกว่านี้ ให้ผลที่ดีกว่านี้ คุณไม่มีทางที่จะหาผู้นำที่เลิศเลอนำพาประเทศไปได้หลังทำความเสียหายครั้งใหญ่ ความคิดเรื่องการทำความสะอาดทางการเมือง ยิ่งทำก็ยิ่งเลอะ ข้อเสนอนี้ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าทำไม่ได้ และเป็นข้อเสนอที่ไม่ accommodate ความเห็นอื่นๆ คุณจะทำอย่างไรกับเสื้อแดงล่ะ คุณไม่มีทางทำให้เสื้อแดงศิโรราบได้ คุณก็อยู่ยาก คุณไม่สามารถจะยิงแล้วยิ้มได้ตลอดเวลา ครั้งหน้าคุณยิงแล้วอาจจะยิ้มไม่ได้ก็ได้ ยิงแล้วมันยังไม่ตายนี่แหละเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าตายหมดก็ง่าย แต่นี่ไม่ตายแล้วมีแนวโน้มโตขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดแล้วเสื้อแดงจะไม่ต่อต้านแค่รัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่จะต่อต้านทั้งระบบ ก็จะยุ่งกันใหญ่นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า ปัญหาปะทะกับกัมพูชาเป็นเงื่อนไขให้รัฐประหารได้ไหม ได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นคุณจะควบคุมไม่ได้ ถ้าบังเอิญว่าคุณสามารถร่วมมือกับฮุนเซนได้ คุณก็คุมสถานการณ์ได้ แต่คุณไม่มีทางควบคุมฮุนเซนได้ ฮุนเซนก็คงคำนวณว่าถ้าคุณติดศึกสองด้าน คุณก็เสร็จ ถ้าต้องวุ่นวายกับการเอากำลังมาปิดล้อมทำเนียบด้วย ฮุนเซนอาจร่วมมือกับทักษิณโจมตีชายแดนไทย แล้วทักษิณมีใครอยู่ในกองทัพล่ะ ทักษิณหนุนใครในกองทัพให้ทำรัฐประหารได้บ้าง จริงๆ ในสากลโลกก็มีแบบนี้ ที่ร่วมมือกับต่างชาติเปิดศึกสองด้าน แต่ข้อสังเกตนี้ไม่สมจริงเพราะเราไม่เห็นคนของทักษิณอยู่ในกองทัพ ไม่ต้องใหญ่มาก แต่สักกองพันหนึ่ง ทำให้กองทัพส่วนใหญ่พะวักพะวงระหว่างการคุ้มครองทำเนียบรัฐบาลกับการคุ้มครองชายแดน แต่ถ้าการรัฐประหารโดยฝั่งตรงข้ามทักษิณล่ะ เขาจะเอาอภิสิทธิ์ลงทำไม เพราะอภิสิทธิ์ให้เขาได้ทุกอย่าง คุณจะไปหาใคร ข้ออ้างเรื่องเศรษฐกิจแย่ลงล่ะ ถ้าทหารยึดอำนาจด้วยเหตุที่ว่าเศรษฐกิจแย่ลง เขาก็จะทำให้มันเลวลง ทหารเขามีประสบการณ์แล้วล่ะ ทหารเขารู้ตัวดีว่าเขาทำงานเศรษฐกิจได้ไม่ดี แม้แต่ตักน้ำขายยังขาดทุนเลยกองทัพไทยน่ะ อย่าว่าแต่ค้าขายนะ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีอย่าอ้างเป็นเหตุยึดอำนาจเพราะจะทำเลวยิ่งกว่า แค่พวกที่จะต่อต้านรัฐประหารทิ้งหุ้นคราวเดียวก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว กองกำลังเวียดนามเข้ามาหนุนกำลังให้กัมพูชาจริงหรือเปล่า ไม่มี ยุคนี้แล้ว นี่เป็นศตวรรษที่ 21 แล้ว กองกำลังเวียดนามจริงๆ ถอนออกไปจากัมพูชาตั้งแต่ 2529 ก่อนการเลือกตั้งในกัมพูชา แม้จะไม่มีผู้สังเกตการณ์ แต่ก็เป็นการถอนโดยสมบูรณ์แบบ แต่มีข่าวออกมาว่าเวียดนามหนุนกัมพูชา ทหารไทยมีอิมเมจเดิมๆ อยู่ว่าเวียดนามจะต้องช่วยลาวและกัมพูชา นี่เป็น Cold War Mentality แต่ข้อเท็จจริงคือไทยชุดนี้ไปขอให้เวียดนามช่วยพูดกับฮุนเซนให้หยุด แปลว่าเขาเชื่อว่าเวียดนามจะช่วยไทยเพื่อเห็นแก่สัมพันธภาพอันดี แปลว่าเขาก็รู้ด้วยว่าไม่มีทหารเวียดนามไปช่วยกัมพูชา การชูประเด็นเขาพระวิหารของ พธม. แป้ก แต่ทำไมยังเกิดการปะทะได้ มันแป้กในประเทศแต่สำหรับฮุนเซนไม่แป้ก ไม่ใช่ว่าฮุนเซนไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ความขัดแย้งอันนี้ เขาก็พร้อม เมื่อได้เชื้อเพลิง แม้ไทยจะไม่โหมกระพือต่อต้านเขมรมากมาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้กัมพูชาตัดสินใจที่จะส่งทหารมาประชิดชายแดนได้ ตามจริงฮุนเซนจะถอนทหารแล้วนะ เขาเป็นคนเสนอตั้งแต่สมัยคุณเตช บุนนาคเป็น รมต.ต่างประเทศเหลือไว้แค่สักสิบยี่สิบคนแล้วเสนอการบริหารจัดการชั่วคราว เหลือผู้ประสานงานที่ไม่มีอาวุธอยู่สี่ห้าคนในพื้นที่ทับซ้อน แต่ไทยไม่เอา เพราะตอนนั้น พธม. อยากจะรบ ประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้านอยู่ จริงๆ เดิมพื้นที่นั้นก็ไม่มีทหาร แต่บังเอิญ ผบ. กองกำลังสุรนารี ขึ้นไปช่วยพวกธรรมยาตราและถูกจับ กองกำลังสุรนารีก็มีเหตุจากการตามไปช่วยแล้วก็ตรึงกำลังอยู่นับแต่นั้นมา ความขัดแย้งเกิดจากการเมืองภายในของไทยโดยตรงเลย พูดอย่างนั้นได้ไหม สาเหตุมาจากไทย เกิดจากจุดนี้เลย เกิดจากความขัดแย้งการเมืองภายในของไทย แล้วเราหยิบเรื่องเขาพระวิหารมาเล่น ถ้าเราไม่หยิบเรื่องนี้มาเล่น เขาก็อยากทำอีกแบบ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เปิดให้คนมาท่องเที่ยว ขายไก่ย่างส้มตำ เขาก็อยากทำแบบนั้น แต่ไทยมันหยุดไม่ได้ เริ่มหนึ่งสองสามสี่ห้า จะกลับก็ไม่ได้ สรุปว่าไทยเล่นเกมทำลายต้นทุนตัวเองอยู่ใช่ไหม มันเสี่ยงนะ เสี่ยงมาก แต่ก็มีหลายปัจจัย To be Fair ไม่มีเสื้อเหลืองก็มีเสื้อแดง ความขัดแย้งก็ไม่จบลงง่ายๆ

Comments

อาทิตย์ก่อนคุยกับข้าราชการบำน

อาทิตย์ก่อนคุยกับข้าราชการบำนาญคนนึง เขาโปรปชป. ด่าเขมร เราก็เลยบอกว่าตอนนี้ปชป.กำลัง'จ่ายต้นทุน'ให้เขมร เพราะปชป.เอาเรื่องเขมรมากระทืบเล่นเพื่อขึ้นเป็นรัฐบาลโดยเฉพาะมรดกโลกช่องทางทำมาหากินของเขมร เลือกตั้งปีนี้ เขมรเลยเอาคืนอภิสิทธิ์โดยทำสงครามชายแดน บอกเป็นนัยๆว่าถ้าเลือกอภิสิทธิขึ้นมาอีกสงครามมีได้เรื่อยๆ

และแล้วชาติเล็กๆในเอเวียตะวัน

และแล้วชาติเล็กๆในเอเวียตะวันออกเฉียงใต้ก็เดินตามเกมส์ชาติตะวันตกที่วางไว้หลังสิ้นสุดสงครามอินโดจีนคือยุให้แตกแยกเพื่อง่ายต่อการเข้าครอบครองผิดกันประเทศตะวันตกอย่างสหภาพยุโรปเขาใช้เงินสกุลเดียวกันเข้า-ออกประเทศกันโดยเสรีแค่ถือบัตรประจำตัวใบเดียว

ถาม

ถาม ทำไมกัมพูชาจึงกล้าเปิดสงครามกับไทย
ตอบ ง่ายๆเพราะกัมพูชาใช้มนต์ดำปลุกเสกทหารลิงลมได้ และฝึกงูเห่าให้เข้าโจมตีทหารไทยได้

ผู้สัมภาษณ์ต้องทำการบ้านอีกเย

ผู้สัมภาษณ์ต้องทำการบ้านอีกเยอะ สำหรับงานแบบนี้ บางคำถามที่ขาดหายไป

1. judicial review ที่ตัดสินกรณีปราสาทพระวิหารในสมัย นายกฯ สมัคร มีส่วน shape การกระทำทางรัฐบาลในระยะยาวอย่างไร

2. policy engagement ในอาเซียนเขามี road map อย่างไรบ้าง (+status และ real politik ของการ form อาเซียน) และ*ทำไม* UNSC ถึง acknowledge ปัญหานี้แต่โยนให้อาเซียนจัดการ

3. การแทรกแซงของ UNSC ต่อความขัดแย้งพรมแดนแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น ลองดูเคส 1827, 1862 และ 1907 อันนี้แหละที่ผมมองว่าเป็นข้อที่จะต้องระวังของฝ่ายไทยมากกว่าเรื่องความแพงกว่า (ผมเชื่อว่าเอาเข้าจริง หากต้องการรัฐไทยก็ทำสงคราม "จำกัดเขต" ระยะยาวแบบนี้ได้ เหมือนกับที่ทำในสามจ.ใต้ หรือ political turmoil ในการเมือไทยมากว่า 5 ปี) และ *เศรษฐกิจไทย* ไม่ได้แย่อย่างที่คนถามถามนะครับ ความจริงนี่ตรงข้ามเลย นี่มี "เพื่อนอาวุโส" มาเช็คผมเรื่อยๆ ผมก็ตอบแบบนี้ตลอด ลองดูข้อมูลใน http://web.worldbank.org/WBSITE/EXTERNAL/COUNTRIES/EASTASIAPACIFICEXT/THAILANDEXTN/0,,menuPK:333302~pagePK:141159~piPK:141110~theSitePK:333296,00.html

4. ในช่วงที่ กต. ไทย รับรองอาเซียนในการแก้ไขปัญหา ฝ่ายที่เริ่ม offside และปฏิเสธเรื่องการเข้ามาไกล่เกลี่ยของอินโดฯ คือ "กองทัพ" ซึ่งไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ (แน่ล่ะ อันที่จริงไม่มีอะไรบังเอิญ)

ผมมีความเห็นแย้งกับคุณสุภลักษณ์นิดหน่อยว่า กัมพูชามีข้อจำกัดเยอะในสงครามครั้งนี้ด้วย กรณีถ้าฮุนเซนเดินเกมพลาดเรื่องนี้ก็ส่งผลเสียต่อฐานอำนาจภายในของเขาเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่มีปัญหาภายในกัมพูชาเลย การที่เขาใช้ข้ออ้างเรื่องคอรัปชั่นเพื่อกำจัดระดับนำในกองทัพ (และในกองกำลังตำรวจ) ในด้านหนึ่งก็แสดงว่ามีปัญหาภายในอยู่

กานต์ ยืนยง

[quote=กานต์ ยืนยง]ผู้สัมภาษณ์ต้องทำการบ้านอีกเยอะ สำหรับงานแบบนี้ บางคำถามที่ขาดหายไป

1. judicial review ที่ตัดสินกรณีปราสาทพระวิหารในสมัย นายกฯ สมัคร มีส่วน shape การกระทำทางรัฐบาลในระยะยาวอย่างไร

2. policy engagement ในอาเซียนเขามี road map อย่างไรบ้าง (+status และ real politik ของการ form อาเซียน) และ*ทำไม* UNSC ถึง acknowledge ปัญหานี้แต่โยนให้อาเซียนจัดการ

3. การแทรกแซงของ UNSC ต่อความขัดแย้งพรมแดนแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น ลองดูเคส 1827, 1862 และ 1907 อันนี้แหละที่ผมมองว่าเป็นข้อที่จะต้องระวังของฝ่ายไทยมากกว่าเรื่องความแพงกว่า (ผมเชื่อว่าเอาเข้าจริง หากต้องการรัฐไทยก็ทำสงคราม "จำกัดเขต" ระยะยาวแบบนี้ได้ เหมือนกับที่ทำในสามจ.ใต้ หรือ political turmoil ในการเมือไทยมากว่า 5 ปี) และ *เศรษฐกิจไทย* ไม่ได้แย่อย่างที่คนถามถามนะครับ ความจริงนี่ตรงข้ามเลย นี่มี "เพื่อนอาวุโส" มาเช็คผมเรื่อยๆ ผมก็ตอบแบบนี้ตลอด ลองดูข้อมูลใน http://web.worldbank.org/WBSITE/EXTERNAL/COUNTRIES/EASTASIAPACIFICEXT/THAILANDEXTN/0,,menuPK:333302~pagePK:141159~piPK:141110~theSitePK:333296,00.html

4. ในช่วงที่ กต. ไทย รับรองอาเซียนในการแก้ไขปัญหา ฝ่ายที่เริ่ม offside และปฏิเสธเรื่องการเข้ามาไกล่เกลี่ยของอินโดฯ คือ "กองทัพ" ซึ่งไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ (แน่ล่ะ อันที่จริงไม่มีอะไรบังเอิญ)

ผมมีความเห็นแย้งกับคุณสุภลักษณ์นิดหน่อยว่า กัมพูชามีข้อจำกัดเยอะในสงครามครั้งนี้ด้วย กรณีถ้าฮุนเซนเดินเกมพลาดเรื่องนี้ก็ส่งผลเสียต่อฐานอำนาจภายในของเขาเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่มีปัญหาภายในกัมพูชาเลย การที่เขาใช้ข้ออ้างเรื่องคอรัปชั่นเพื่อกำจัดระดับนำในกองทัพ (และในกองกำลังตำรวจ) ในด้านหนึ่งก็แสดงว่ามีปัญหาภายในอยู่[/quote]

ผมก็เชื่อว่ากัมพูชามีปัญหาภายในอยู่จริง แต่รัฐบาลของเขามีเอกภาพมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ประชาชนไม่ได้แบ่งขั้วอย่างชัดเจน ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของเค้า และอีกอย่างการทำสงครามจำกัดเขต เปรียบกับสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้เลย มันคนละเงื่อนไข แถมยังเพิ่มภาระให้กองทัพมากขึ้น กำลังส่วนหนึ่งยังต้องคงไว้ในพื้นที่สามจังหวัด ส่วนหนึ่งทำสงครามกับเขมร อีกส่วนหนึ่งต้องรักษาฐานที่มั่นป้องกันความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีศึกรอบด้านอย่างนี้เชื่อว่า เขมรคงอ่านได้เช่นกันจึงกล้าเปิดหน้ากับไทยตรงๆ อย่างนี้

"ที่สุดแห่งปัญหาของการปะทะระห

"ที่สุดแห่งปัญหาของการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาระลอกล่าสุด มิใช่อะไรอื่น หากเป็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในของไทยเอง"

ผมยอมรับว่ามีส่วนจริง แต่ผมมองว่าเจ้าของบทความ ให้น้ำหนักกับบทบาทของพันธมิตรฯ มากเกินไป (อาจจะเพราะมีอคติกับพันธมิตรอยู่แล้ว) ที่สำคัญผมมองว่าคนไทยสนับสนุนทหารในเรื่องพรมแดน แต่ไม่ได้หมายความถึงสนับสนุนทหารให้ยึดอำนาจ หรือหงอกับทหาร การวิเคราะห์ทำนองว่าสนับสนุนทหารไปในทุกเรื่อง เป็นการวิเคราะห์เกินจริง

นิดหนึ่งสำหรับทหาร ผมว่าตอนนี้ทหาร เขากำลังสร้างทางถอยอยู่ เพียงแค่พรบ. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศผ่านสภา (หรือผ่านแล้วไม่แน่ใจ) ก็หมายถึงว่าอุตสาหกรรมทางทหารเกิดได้มันจะมีผลดีต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ นั่นหมายถึงว่า ต่อไปกลุ่มทุนอุตสาหกรรมทางทหารจะมีบทบาททางการเมืองแทนทหาร ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายคงยอมรับได้มากกว่า (อนุสนธิจากสงครามร่มเกล้าทำให้ทหารไทยสร้างอุตสาหกรรมอาวุธขึ้นมาระดับหนึ่งเช่นผลิตกระสุนปืนใหญ่ได้เอง เพื่อรองกับกับกรณีพิพาทชายแดน ไม่ได้ซื้อไปเสียทั้งหมด)

ผมอ่านแนวทางของเจ้าของบทความแล้วเข้าใจว่าทางไทยสามารถทำได้ 2 แนวทาง ขึ้นอยู่กับความสามารถทางการทูต

1. ให้ยกพื้นที่ๆเป็นปัญหาพิพาทให้เขมร ไปอย่างเงียบๆ (เรื่องปราสาทพระวิหารมันจบไปแล้วเหลือแต่ 4.6 ตรกม.)
2. หรือให้ทำแบบชายแดนมาเลเซีย คือทางมาเลเซียเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่พิพาททั้งหมดแต่บอกว่าเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน (เท่าที่จำได้) คนมาเลย์เข้าพื้นที่ได้อิสระแต่พอคนไทยจะเข้าบ้างกลับมีขั้นตอนตรวจสอบการเข้าพื้นที่พัฒนาร่วม

สิ่งที่ผมอยากจะเห็นจริงๆ คือข้อเสนอของทางฝ่ายแดง ซึ่งถือว่าเป็นคู่ขัดแย้งและมีบทบาทหลักในปัญหาการเมืองไทย ทุกวันนี้ข้อเสนอทางแดงมันเป็นนามธรรม โจมตีเรื่องชาติเรื่องอุดมการณ์ไร้พรมแดน อะไรก็ไม่รู้ อยากให้ทางแดงเสนออย่างเอาจริงๆถึงขั้นขีดพื้นที่เลย เอาให้ชัดๆแบบที่ทางเหลืองเขาขีดไว้ เพราะสุดท้ายมันก็ต้องขีดเส้นให้ได้มากที่สุดอยู่ดี

อ่านๆความเห็นสุภลักษณ์ดูแล้ว

อ่านๆความเห็นสุภลักษณ์ดูแล้ว รู้สึกไทยเป็นประเทศที่ไช้ไม่ได้
ส่วนเขมร ฮุนเซนดูเป็นคนเป็นประเทศที่น่าสงสาร

ก็สุภลักษณ์เล่น ออกตัวแทนเขมรแทนฮุนเซน หาเหตุผลให้หมดเสียอย่างนี้
ก็ไม่รู้จะว่าไงเหมือนกัน

ครับคุณสุภลักษณ์นี่น่ะผู้เชี่

ครับคุณสุภลักษณ์นี่น่ะผู้เชี่ยวชาญชายแดนเขมร ส้นตีนนิ?(ที่ด่าประชาไทว่านำเสนอข่าวนี้บนยุทธศาสตร์เดียวกับเสื้อแดงเขาเลยเอาข้อมูลคนๆนี้คนไทยหัวใจเขมรแบบนี้น่ะ) แบบนี้เขาเรียกว่าผู้เชี่ยวชายในการเข้าข้างเขมร ตัวนี้มันคนไทยหัวใจเขมรชัดๆ เคยด่าใว้จในกระทู้นี้แล้ว

http://www.prachatai3.info/journal/2011/02/33292

(9เหตุผลส้นตีนในการแสดงตัวตนว่ามันคือคนไทยใจเขมร อ่านเอาว่าหักล้างมันยังไงบ้าง)

http://www.prachatai3.info/journal/2011/02/33095

(วัวพันหลัก ตัวมันนั้นล่ะพันหลักคิดบ้าๆแบบนั้นของตัวเองติดกับดักทางความคิดเพราะข้อมูลด้านเดียว คือด้านคนไทยหัวใจเขมร)

คือบังเอิญว่าเข้าหน้านี้มาคอม

คือบังเอิญว่าเข้าหน้านี้มาคอมฯเดี้ยงจึงต้องเปลี่ยนเครื่องเข้าใจว่าประชาไทบล็อกชัดแล้ว คือ เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเขมร ประชาไทยุทธศาสตร์เดียวกับเสื้อแดงที่เล่นการเมืองผ่านเขมร

จนป่านนี้ เรื่องไปถึงไหนแล้วพึ่งจะมีเนื้อข่าวบทความเรื่องนี้ ผ่านเจ้าตัว" สุกรลัก กะจะขุนไว้กินฟรี" คนไทยหัวใจเขมรแบบนี้ คือถ้าเหตุผลมันครบทุกด้านไม่เข้าข้างเขมรจนกวนตีนแบบนี้จะไม่ด่ามันแรงๆแบบนี้

เอาง่ายๆมันพูดมาได้ไง4.6 ว่าของเขมร? หรือกล่าวหาว่าไทยไปยื้อแบบหาเหตุ หรือศรีธนญชัย ไอ้ส้นตีนเอ้ย มันคนไทยใจเขมรชัดๆ ทั้งที่ตัวมันยังชี้เรื่องนี้ผิดๆเลย(หรือจะมาดีเบตกับกู) ไอ้ส้นตีนนิ? เขมรเองมันยังต้องส่งตีความใหม่เลย?ที่มึงชี้ให้เขมรน่ะ? มึงเป็นใครจึงยกให้เขมรไปแล้ว? มึงอยากรู้เหตุผลก็ที่เคยด่า อัครพงษ์และนักวิชาการ7.1ล้านไว้

ที่ยกคำตัดสินศาลโลกมาให้มึงอ่านชัดๆมันยังจะตะแบงเลย

มึงมาตอบกูด้วยไอ้สุภลักษณ์?(โกรธจริงๆครับเพราะมันคนไทยใจเขมรได้หน้าด้านขนาดนี้)?

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]อ่านๆความเห็นสุภลักษณ์ดูแล้ว รู้สึกไทยเป็นประเทศที่ไช้ไม่ได้
ส่วนเขมร ฮุนเซนดูเป็นคนเป็นประเทศที่น่าสงสาร

ก็สุภลักษณ์เล่น ออกตัวแทนเขมรแทนฮุนเซน หาเหตุผลให้หมดเสียอย่างนี้
ก็ไม่รู้จะว่าไงเหมือนกัน[/quote]

ชัดมาก ว่าคนไทยหลายส่วนยังหลอกตัวเองอยู่ต่อไป ตามที่คุณสุภลักษณ์แกว่าไว้แล้วจริง ๆ คนที่เข้ามาค้านนี่ ยิ่งค้านแก ยิ่งทำให้คนอ่านเห็นว่าแกพูดของแกถูกแล้ว!

เห็นสุภลักษณ์ตอบแทนรัฐบาลไทย

เห็นสุภลักษณ์ตอบแทนรัฐบาลไทย และ รัฐบาลเขมรได้คล่องแคล่วดี ผมขอถามสักสามข้อนะครับ

๑.เอ็มโอยู๔๓ เป็นสนธิสัญญาที่ทำโดยไม่ผ่านสภา ผิดรัฐธรรมนูญ๔๐ ตามที่พันธมิตรกล่าวหาไว้หรือไม่ครับ

๒. เอ็มโอยู๔๓ ใช้แผนที่หนึ่งต่อสองแสนปักปันดินแดน ข้อนี้ขัดรัฐธรรมนูญเขมร ซึ่งระบุให้ใช้แผนที่หนึ่งต่อหนึ่งแสน ในการปักปันพรมแดนกับเพื่อนบ้าน จริงไหมครับ..

๓. ถ้าสองข้อข้างต้นจริง เอ็มโอยู๔๓ หมดความชอบธรรมที่จะใช้เป็นข้ออ้างอิงใดๆในการแก้ไขปัญหาพรมแดน ไทย เขมร ใช่ไหมครับ.....

การเจรจาพรมแดนไทยเขมรรวมทั้งพระวิหารมรดกโลกนั้น ในทัศนะผม ควรต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดจากข้อเท็จจริงและบูรณะภาพอธิปไตยของดินแดนที่เกี่ยวข้อง...ก่อนการเจรจา เอ็มโอยู๔๓

ย้อนกลับไปตอนนั้น ในพื้นที่จริงภาคปฏิบัติ ทั้งไทยและเขมรหรือแม้แต่เวียตนามใช้เส้นเขตุแดนตามที่ระบุไว้บนแผนที่ หนึ่งต่อห้าหมื่น ของทั้งสองประเทศที่อเมริกาทำไว้ มีข้อแตกต่างรายละเอียดให้คุยกันน้อยมาก และไม่มีพื้นที่ทับซ้อน๔.๖ตารางกม.

เขมรโดนเวียตนามไล่บี้ดินแดนก็เพราะแผนที่มาตรฐาน หนึ่งต่อห้าหมื่นนี่แหละครับ เขมรอ้างรัฐธรรมนูญเขมรจะใช้แผนที่หนึ่งต่อแสน.....

เวียตนามบอก..หล่าย ซ่งตีง นี่ไง...อิ อิ อิ

ไม่ชอบล่าแม่มด wrote:งานกร่อย

[quote=ไม่ชอบล่าแม่มด][quote=งานกร่อย]อ่านๆความเห็นสุภลักษณ์ดูแล้ว รู้สึกไทยเป็นประเทศที่ไช้ไม่ได้
ส่วนเขมร ฮุนเซนดูเป็นคนเป็นประเทศที่น่าสงสาร

ก็สุภลักษณ์เล่น ออกตัวแทนเขมรแทนฮุนเซน หาเหตุผลให้หมดเสียอย่างนี้
ก็ไม่รู้จะว่าไงเหมือนกัน[/quote]

ชัดมาก ว่าคนไทยหลายส่วนยังหลอกตัวเองอยู่ต่อไป ตามที่คุณสุภลักษณ์แกว่าไว้แล้วจริง ๆ คนที่เข้ามาค้านนี่ ยิ่งค้านแก ยิ่งทำให้คนอ่านเห็นว่าแกพูดของแกถูกแล้ว![/quote]

มันแย้งกันที่เหตุที่ผลครับ ไม่ได้หลอกตัวเอง คือถ้าสุภลักษณ์มันกล้าชี้ชัดให้เขมร ทั้งที่เขมรเองยังต้องส่งตีความที่ศาลเพิ่มเลย?(ตรงนี้มันชัดแล้วว่าผมหมายถึงอะไรแต่ไอ้ส้นตีนสุภลักษณ์มันกล้าตะแบบงออกมาแบบนี้ได้ไง) แบบนี้ ใครหลอกตัวเอง? ว่าเป็นคนไทยแต่ใจมันเขมรกันแน่?

หรือจะให้ร่ายยาวอีกรอบ???

อะตอม

[quote=อะตอม]ครับคุณสุภลักษณ์นี่น่ะผู้เชี่ยวชาญชายแดนเขมร ส้นตีนนิ?(ที่ด่าประชาไทว่านำเสนอข่าวนี้บนยุทธศาสตร์เดียวกับเสื้อแดงเขาเลยเอาข้อมูลคนๆนี้คนไทยหัวใจเขมรแบบนี้น่ะ) แบบนี้เขาเรียกว่าผู้เชี่ยวชายในการเข้าข้างเขมร ตัวนี้มันคนไทยหัวใจเขมรชัดๆ เคยด่าใว้จในกระทู้นี้แล้ว

http://www.prachatai3.info/journal/2011/02/33292

(9เหตุผลส้นตีนในการแสดงตัวตนว่ามันคือคนไทยใจเขมร อ่านเอาว่าหักล้างมันยังไงบ้าง)

http://www.prachatai3.info/journal/2011/02/33095

(วัวพันหลัก ตัวมันนั้นล่ะพันหลักคิดบ้าๆแบบนั้นของตัวเองติดกับดักทางความคิดเพราะข้อมูลด้านเดียว คือด้านคนไทยหัวใจเขมร)[/quote]

ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน ปล่อยไป รอให้ศาลโลกเขาตีความคำวินิ๗ฉัยเขาเองชัดๆ อีกรอบแล้วกัน สำคัญว่า ถึงตอนนั้นแล้ว ประเทศที่นึกว่าตัวเองอารยะแล้วอย่างไทยจะป่าเถื่อนถึงขนาดกีฬาแพ้คนไม่แพ้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เอายังงั้นนา อายเขา แค่นี้ยังอายคนอื่นเขาไม่พออีกหรือ

เมื่อไหร่สังคมไทยเราทั้งสังคมจะกล้าหาญพอจะยอมรับความจริงได้เสียทีหนอ ว่า พวกเรากันเองวางสนุ้กกันไว้รอบตัวเราเองแท้ๆ จนเราเดินไปไม่ได้เอง เขมรอาจจะสันดานโกงหรือฉวยโอกาสจริง แต่ก็ตัวเราเองดันไปเปิดช่องให้เขาทำไมเล่า เขาเห็นช่องเขาก็ฉวยโอกาสได้สิ

ประเด็นเรื่องความอ่อนแอทางการเมืองภายในของไทยเองนั้น โทษเขมรไม่ได้เลยที่มัน "บังอาจเหิมเกริม" ใครล่ะทำตัวใครเอง

อีกข้อหนึ่ง เว้นแต่ศาลโลกจะมีมาตรฐานเท่า "สาน" ตลก รธน. สารขัณฑ์ประเทศ ที่ตีความข้างๆ คูๆ ไว้เป็นบรรทัดฐานแห่งสองมาตรฐาน หากไม่เป็นดังนั้นแล้วไซร้ศาลโลกที่มีมาตรฐานสากลก็คงไม่อาจตีความคำวินิจฉัยเดิมของตนกลับดำให้เป็นขาวไปได้ เมื่อศาลโลกสมัย 2505 ชี้ไว้แล้วว่า ปราสาทพระวิหา ตั้งอยู่บนดินแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา การที่จะตีความใหม่จะตียังไงก็ได้เพียงสร้างความชัดเจนให้กับสิ่งที่ตัดสินไว้แล้ว ไม่ใช่การกลับคำตัดสินใหม่ คดีมันสิ้นสุดไปแล้ว
(ไม่มีคำว่า อาจ เหมือนตลกรัฐธรรมนวยด้วย) ดังนั้น ไม่ว่าตีความอย่างไร พี่น้องไทยเสื้อหลากสีโปรดทำใจว่า เราจะไม่ได้ตัวปราสาทพระวิหารคืนกลับมาเป็นของไทยโดยกระบวนการตีความนี้เป็นอันขาด ถ้าโดยกระบวนการอื่นก็เป็นอีกเรื่อง

คิดถึงเบนนี่ดอยทชลันด์ อยากถามแกว่า จำซูเดเตนแลนด์ ฉนวนดานซิก และ "พื้นที่ดำรงชีพ" ที่ฮิตเลอร์ใช้ปลุกระดมคนเยอรมันก่อนสงครามโลกได้ไหม แล้วตอนนี้ฮิตเลอร์กับอาณาจักรไรช์พันปีของแกไปไหนซะแล้วล่ะ (ส่วนพรรคการเมืองในประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศที่ขโมยตรานาซีมานั่นไม่นับ)

คือมันชัดทั้งพฤติกรรมและ

คือมันชัดทั้งพฤติกรรมและ เจตนา ว่าเขมรไม่ได้หยุดแค่4.6ตรกม.(ที่ยังใกล้เคียงคำตัดสินโลกตามการตีความแบบคนไทยใจเขมรของสุภลักษณ์) เพราะการยึดภูมะเขือ ,วัด? ทั้งที่ศาลไม่ได้ชี้ชัดตัวแผนที่(ตัดสินเคสปราสาทไม่ได้ตัดสินแผนที่) แต่เขมรใช้แผนที่1/200000ยืนยันเขตแดน

ที่สุดลามไปถึงตาเมือนถมที่สุรินทร์,บุรีรัมย์ นั้นคือเหตุผลของเขมรคือแผนที่1/200000 นั้นคือมากกว่าที่สุภลักษณ์มาละเมอ เพ้อพกอะไรในนี้ทั้งที่เขมรเองก็ต้องส่งตีความที่ศาลใหม่? แล้วมึงเป็นใครฟันธงให้เขมรไปแล้วหรือเข้าข้างเขมรไปแล้ว?

แบบนี้ถ้ามันไม่ใช่คนไทยใจเขมร? จะให้เรียกว่ายังไง? เพราะถ้าอ้างว่าเป็นนักวิชาการด้านนี้ มันก็น่ารู้ดี? แต่มันชี้มาแบบนี้มันเจตนาแบบไหน?มากกว่า?

คุณไม่ชอบล่าฯ

คุณไม่ชอบล่าฯ ครับคือไม่ต้องอ้างโน้นอ้างนี่ไปไกลถึง ฮิตล่ง,ฮิตเล่อร์คลั่งชาติหรือชาตินิยมแบบนั้น

คือเอาชัดๆง่ายๆตรงประเด็นในแบบพูดให้รู้ที่เอาอย่ามาเมาประเด็นแบบนี้ ที่แม้แต่เขมรเองยังไม่แน่ใจหรือไม่กล้าชี้ชัด(จนต้องส่งตีความอีกรอบ) แต่คนไทยใจเขมรยังเมาประเด็นแบบคุณ

พูดไม่รู้ที่เอาตรงไหนสิทธิ์อันพึงมีพึงได้?พึงต้องปกป้อง รักษามรดกหรือยืนยันสิทธิ์ตามเหตุตามผลชัดเจนตรงประเด็น แยกแยะให้ถูก ไม่ใช่มั่ว ? สาละวนพูดไม่รู้ที่เอาแบบแบบเมาประเด็น เพ้อเจ้ออย่างนี้? แบบจินตนาการหลงป่าของนักวิชาการ7.1ล้าน ที่เป็นต้นน้ำหรือที่มาของการหลงทางหลายๆเรื่องครั้งนี้ของรบ.นี้?(โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศ)

แม้แต่ลูกพี่รบ.นี้? ยังเป๋ฯตามโรดแม้ปหลงป่า จินตนาการเขตแดนแบบยุคป่าหิมพราน ละเมอถึงกินรีกินนร ที่ผมด่าว่า"ปฎิบัติการณ์ฟันน้ำนม"? นั้นน่ะชัดมาก? เพราะมันมั่วมากจนมันเสียหายมากแบบนี้?

และสุภลักษณ์น่าจะมาจากนักวิชาการสำนักนั้นที่โดนด่าไปหลายตัวแล้ว???

อ้อครับถ้าจะให้ชัดอีกทีแผนที่

อ้อครับถ้าจะให้ชัดอีกทีแผนที่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาเขตแดน แม้1/200000 ของเขมร จะเป็นหลักฐานอ้างอิงที่มีน้ำหนักสุด เช่นตัวอย่างเหตุผลที่เวียตนาม?(เขมรมันโดนกินแดนไปเท่าไหร่?) เพราะเหตุผลของเงื่อนไขตัวแปรต่างๆที่เป็นองคประกอบด้านเขตแดนมันมีตัวแปรเสริมตัวแปรหลักตัวแปรรองหลายๆเรื่องกว่านั้น?

แผนที่1/200000 ผ่านเงื่อนไขเวลาตัวแปรใหม่ๆ(ถ้าฝ่ายไทยออกแบบเป็น) หรือใช้จังหว่ะถูกทางมันก็จบง่ายๆแบบลาวฯ? คือ แค่ตัวแปรด้านความสัมพันธุ์แค่นั้น? ทั้งที่เงื่อนไขตัวแปรแผนที่1/200000 เหมือนกัน?

นี่ไงครับ? คนไทยใจเขมรทั้งหลาย เราจะยอมเขมรง่ายๆส่งๆชั่วๆมั่วๆแบบนั้นแบบที่ยังไม่ชัดเจนแม้แต่เขมรเองมันยังต้องส่งตีความฯใหม่แบบนั้นเหรอ? ไอ้พวกลูกหลานจัญไร???

เหตุก็ต้องฟัง

เหตุก็ต้องฟัง ท่าทีก็ต้องดู
ท่าทีสุภลักษณ์ มีปัญหา
ให้สัมภาษณ์แบบ โต้ทุกดอก ออกตัวแทนทุกเม็ด
โต้ชนิดหากมีไครไปสัมภาษณ์รัฐมนตรีเขมร ทหารเขมร แม้กระทั่งฮุนเซนยังตอบไม่ได้แบบนี้
อาทิ..

สื่อบางที่ก็อธิบายว่าสงครามครั้งนี้เกิดจากการพยายามผลักดันลูกชายฮุนเซนขึ้นมา
นั่นคงต้องใช้กับเกาหลีเหนือมากกว่ามั๊ง(มายกอด) ก็คิดได้ แต่โดยสามัญสำนึกนะ ถ้าลูกชายบ่มิไก๊ จะดันยังไงก็ดันไม่ขึ้น ฮุนเซนถึงจะไม่ใช่คนดีเท่าไหร่แต่คงไม่เอาประเทศทั้งประเทศเสี่ยงเพื่อลูกชายตัวเองหรอก (ฮุนเซนยิ้มเลยนะนี่) เขาต้องเข้าใจว่าลูกชายของเขาเก่งหรือไม่เก่ง(อวยกันเข้าไป)

แล้วลูกชายเขาเก่งหรือเปล่า
บังเอิญลูกชายเขาเก่ง ไม่งั้นคงไม่จบเวสปอยท์ได้ (นั่น..ได้ใจฮุนเซนไปเลย)

สื่อไทยเสนอข่าวเรื่องโล่มนุษย์
เรื่องโล่มนุษย์ ผมคิดว่าใช้กันทั้งคู่(น่าน...) สงครามนะ ถ้าทำความเสียหายให้พลเรือนได้ก็โพนทะนาว่าอีกฝ่ายหนึ่งไร้มนุษยธรรม ง่ายๆ เขมรยังไม่ค่อยโพนทะนาว่าเรายิงถูกประชาชนของเขาเท่าไหร่ (พ่อพระ พ่อสุภาพบุรุษ)
...ทำนองนี้มีอีกเพียบ...........

ขอมอบตำแหน่งโฆษกประจำตัวฮุนเซนให้เลย
สุภลักษณ์ พูดถูกอยู่อย่างไทยอ่อนแอเพราะขัดแย้งภายใน
ที่แย่ไปกว่านั้นการให้ไม่รู้จักแยกแยะศึกนอก ศึกใน กรรมจริงๆ

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เขียนว่า
Quote
สอง ฝ่ายค้าน หรือกระบวนการอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมีความเข้มแข็งมาก และมีความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชาอีก
สาม ทหารต้องการมีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น วิธีเดียวที่จะทำให้ทหารมีความชอบธรรมในการควบคุมทางการเมืองได้ ก็คือการสร้างศึกสงคราม ความขัดแย้ง และมีข้ออ้างเรื่องความมั่นคงมากๆ กรณีนี้ก็เช่นกันที่ประจวบเหมาะมาก ที่ทหารไทยยินดีอย่างยิ่ง กัมพูชาก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะกระโจนเข้าสู่ความขัดแย้งนี้ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในของทั้งสองฝ่าย
แต่ทหารไทยไม่ชิน ไม่เคย เราเคยแต่ไปดูกิจการของประเทศอื่น เราไม่เคยต้องเปิดบ้านให้คนอื่นดู ถือเป็นเรื่องน่าอายของทหารไทย เขาก็รับไม่ได้ ไม่ได้ตกลงกับรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศก่อน กระทรวงการต่างประเทศเป็นคนไปว่าเอง ทีแรกกระทรวงฯ ต้องการบลัฟกัมพูชา เพราะตอนแรกกัมพูชาเสนอให้มีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้าไปรักษาสันติภาพ คุณกษิตก็ไปเสนอใหม่เป็นการบลัฟโดยเสนอให้ผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดเป็นผู้สังเกตการร์ร่วมกับทหารไทย เข้าใจว่าบลัฟกัมพูชา เข้าใจว่าคุณกษิตยังไม่ได้ปรึกษากับกองทัพ กัมพูชาก็รับ ไทยก็รับแต่พอกลับมาบ้าน กองทัพไทยบอกว่าเขาต้องมี Final State ในพื้นที่ที่เขาดูแล นี่คือกองทัพ
สรุปว่าไทยเล่นเกมทำลายต้นทุนตัวเองอยู่ใช่ไหม
มันเสี่ยงนะ เสี่ยงมาก แต่ก็มีหลายปัจจัย To be Fair ไม่มีเสื้อเหลืองก็มีเสื้อแดง ความขัดแย้งก็ไม่จบลงง่ายๆ Unquote

จริงๆ แล้ว เนชั่น พธม. อีลิท ทหาร สื่อชั่ว นักวิชากาก องค์การอิสระ ทะเหี้ย ข้าราชการในระบบยุติธรรม ทังหมดแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศไทย ต้องการกอบโกยทั้งอำนาจและเงิน พวกอสูร/มารเหล่านี้ ร่วมกันผลักดันให้ทะเหี้ยฆ่าคนในประเทศเป็นว่าเล่น มีแต่กฏกูและกฏหมาเท่านั้น ผลักไสให้ฝ่ายเห็นต่าง กลายเป็นฝายแค้น แล้วจะโทษใครได้ ต้องโทษคนดีของประเทศสารขัณฑ์ ที่ทำร้ายตัวเอง ไม่มีใครเห็นประเทศอื่น ดีกว่าประเทศตนเอง แต่พวกอสูร พวกมารทำให้คนบางส่วนเห็นว่าประเทศนี้ไม่น่าอยู่ ไม่มีอิสระภาพ ไม่มีความยุติธรรม

".....แรงจูงใจฝ่ายไทย

".....แรงจูงใจฝ่ายไทย มีแรงจูงใจที่จะทะเลาะกับกัมพูชาเป็นเรื่องต่อเนื่องของกลุ่มอนุรักษนิยมซึ่งตอนนี้บังเอิญได้เป็นรัฐบาล ที่จะใช้ประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมแรงสนับสนุนทางการเมือง"

แล้วทำไมคราวนี้กลุ่มเดิม ถึงไม่ส่งกำลังคนไปสนับสนุนกลุ่มที่ชุมนุมหล่ะครับ งงเล็กน้อย

คุณอะตอม..... ไปช่วยรัฐบาลเขา

คุณอะตอม.....

ไปช่วยรัฐบาลเขาหน่อยเป็นไร (คุณบางกอกด้วย)...เรื่องมันจะได้จบๆซะที.....เฮ้อ เดี๋ยวน้ำท่วมโลกซะก่อนที่ไทยจะได้เป็นเจ้าของ.....

อะตอม

[quote=อะตอม]คือบังเอิญว่าเข้าหน้านี้มาคอมฯเดี้ยงจึงต้องเปลี่ยนเครื่องเข้าใจว่าประชาไทบล็อกชัดแล้ว คือ เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเขมร ประชาไทยุทธศาสตร์เดียวกับเสื้อแดงที่เล่นการเมืองผ่านเขมร

จนป่านนี้ เรื่องไปถึงไหนแล้วพึ่งจะมีเนื้อข่าวบทความเรื่องนี้ ผ่านเจ้าตัว" สุกรลัก กะจะขุนไว้กินฟรี" คนไทยหัวใจเขมรแบบนี้ คือถ้าเหตุผลมันครบทุกด้านไม่เข้าข้างเขมรจนกวนตีนแบบนี้จะไม่ด่ามันแรงๆแบบนี้

เอาง่ายๆมันพูดมาได้ไง4.6 ว่าของเขมร? หรือกล่าวหาว่าไทยไปยื้อแบบหาเหตุ หรือศรีธนญชัย ไอ้ส้นตีนเอ้ย มันคนไทยใจเขมรชัดๆ ทั้งที่ตัวมันยังชี้เรื่องนี้ผิดๆเลย(หรือจะมาดีเบตกับกู) ไอ้ส้นตีนนิ? เขมรเองมันยังต้องส่งตีความใหม่เลย?ที่มึงชี้ให้เขมรน่ะ? มึงเป็นใครจึงยกให้เขมรไปแล้ว? มึงอยากรู้เหตุผลก็ที่เคยด่า อัครพงษ์และนักวิชาการ7.1ล้านไว้

ที่ยกคำตัดสินศาลโลกมาให้มึงอ่านชัดๆมันยังจะตะแบงเลย

มึงมาตอบกูด้วยไอ้สุภลักษณ์?(โกรธจริงๆครับเพราะมันคนไทยใจเขมรได้หน้าด้านขนาดนี้)?[/quote]

ปกติไม่ค่อยได้สนใจความเห็นของคุณอะตอมเนื่องจากยาวมากๆ บางทียาวมากกว่าบทความอีก
แต่นับถือในความวิริยะ พึ่งได้อ่านความเห็นสั้นๆได้ใจความก็ที่ข่าวนี้
ได้ข้อสรุปง่ายๆเลยว่า คุณอะตอมน่ะโคตรกาก...เลยว่ะ

Phoenix

[quote=Phoenix]คุณอะตอม.....

ไปช่วยรัฐบาลเขาหน่อยเป็นไร (คุณบางกอกด้วย)...เรื่องมันจะได้จบๆซะที.....เฮ้อ เดี๋ยวน้ำท่วมโลกซะก่อนที่ไทยจะได้เป็นเจ้าของ.....[/quote]

ครับเรื่องนี้ขึ้นกับหน้างานอยู่ในมือใคร แต่ถ้าให้ชี้เลย มันจบได้ภายในปีนี้เลยไม่ต้องรอน้ำท่วมโลกหลอก ถ้าหน้างานในมือผม เพราะยังไงๆยุทธสาสตร์ชายแดนด้านเขมรภายใต้โรดแม็ปหลงป่าหลงนางกินรี,กินนรจิตนาการด้านเขตแดนที่หลงยุค แล้วอ้างตัวว่านำเสนอได้ก้าวหน้าแบบโลกไร้พรมแดน แต่รูปธรรมมันคือโรคร้ายพรมแดน เพราะอะไร(ด่าไว้ในนี้มากมายไปหาอ่านเอา)

และหรือ คือสาเหตุที่ยุทธศาสตร์ด้านเขตไทยไทยเสียหายมาก เพราะพวกนี้ คือพารบ.นี้กระทรวงต่างประเทศฯพากัน หลงป่าจนผมให้ฉายา"ปฎิบัติการฟันน้ำนม"ให้เขมรและฮุนเซนถ่มน้ำลายใส่ แล้วเอาตีนเหยียบหน้ารบ.ไทย

(คอมฯเริ่มเดี้ยงแล้วปัยหาใหญ่ของผมคือเรื่องนี้มากกว่า)

แต่ต้องทนกับมัน

แต่ต้องทนกับมัน จนกลายเป็นคนอารมณ์เสียอารมณ์ร้ายไปเลยตั้งแต่มาประชาไท(จริงไม่เกี่ยวประชาไททั้งหมดแต่หลายๆเรื่องรวมกัน)

เข้าเรื่องเพราะสาเหตุคือเราพากันหลงป่าบนยุทะสาสตร์ด้านเขตแดนที่เป็นจินตนาการไกลข้อเท็จจริง หรือคนละเรื่องกับเขมร แม้บทละครเรื่องนี้ที่เขียนโดยอ.7.1ล้านพล็อตเรื่องมันจะสวยงามในแบบไม่ได้อยู่บนข้อเท็จจริงเลย

มันก้เลยไปคนล่ะทางกับเขมรเลย เพราะละครเรื่องเขตแดน มันต้องกำกับและเล่นทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เขียนบทกำกับได้แค่ไทยฝ่ายเดียว เขมรมันจึงเอาระเบิดบีเอ็น21ซัลโวโรงลิเกไทย เอาตีนไปเหยียบหน้ารบ.ไทยที่ภูมะเขือ

ที่สุดเขมรเป็นคนกำหนดแทบทุกเรื่องลากไปหาพหุฯก็ต้องพหุฯตามเขมรไปศาลก็ต้องศาลตามเขมรที่ตัวแปรทุกอย่างเขมรควบคุมหมด ส่วนจินตนนาการหลงป่าโรดแม็ปที่ว่านั้น เขมรเอาตีนขยี้เอาบีเอ็น21ถล่มโรงลิเกนั้นแล้วเพราะมันเพ้อเจ้อไกลข้อเท็จจริงเกินไป

นี่ไงครับพธม.ก็เห็นร้องหาว่าจะทวงปราสาทจนระดมทุนแต่พอเขมรจะเอาขึ้นศาลกลับ พูดไปอีกทางอ้างโน้นอ้างนี่ว่าบล้อกทางศาลไว้แล้ว เราไม่ได้ต่อรัฐภาคีนเท่ากับอำนาจศาลโลกไม่สามารถ จะมาสั่งไทยได้

ก็นี่ไงได้ไหม?ฮ้าไอแพด ชัดไหมที่ชี้ไว้ ว่าช่องทางมันมีเยอะนี่ไงครับ ถ้าในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้แล้วเขมรก้ออกแบบไปไกลขนาดนั้นแล้ว

ฟ้องสวนไปเลยด้วยสิทธิขอสงวนฯนั้นน่ะ เพราะถ้าอ้างหมดอายุฯ เขมรก็ต้องหมดเหมือนกัน เงื่อนไขหลายเรื่องไม่ต่างกัน เหตุผลหลายเรื่องก็ต้องรวบรวมตามน้ำ(ผมเคยบอกตั้งแต่สมัยรซสมัครที่พธม.อยู่มัฆวารใหม่ๆสมัยนั้นให้เตรียมทีมงานเพื่อกาลนี้เผื่อไว้เลย เพราะเป้าหมายเขมรคือแบบนั้น)

แต่ที่สุดไปได้ตัวอะไรมา? ทั้งที่ด่าชาญวิทย์ และพวทองไว้ในนี้(ประชาไทสมัยก่อนพธม.บุกภูมิซาลอน) มีบทความของชาญวิทย์ในนี้และพวงทองมาซ้ำ ผมด่าไว้ในนั้นว่าจะพากันฉิบหาย แต่ที่สุดรบ.นี้เลือกเชื่อเพราะกระแสของนักวิชาการกลุ่มนี้แรงจนไปปรากฎบนสื่อกระแสหลักยิ่งคุยนอกทำเนียบของธีรภัทร นั้นน่ะชัดเลยเจ้าอัครพงษไปจ้อเพ้อเจ้ออะไรไม่รู้

ที่สุดรบ.คว้าเอาขี้หมาทางวิชาการกลุ่มนี้มาปรุงเป็นโรดแม็ปหลงป่า (ปฎิบัติการณ์ฟันน้ำนมให้เขมรถ่มน้ำลายใส่เอาระเบิดปา)เขตแดนไทยเขมรโดยกระทรวงการต่างประเทศ ที่เขมรเอาตีนเหยียบหน้า ซัลโวเวทีลิเกนี้ไปแล้วนี่ไงเตือนแล้วเตือนอีกว่ามันจะฉิบหาย มันก็ไม่ฟัง

บอกอย่างไปทำอีกอย่าง?ที่สุดมันได้เรื่องสักอย่างไหม? กลับมาที่ชี้ไว้ตั้งแต่ตอนนั้นไหม เสียเวลามากี่ปีได้อะไร? เสียหายทั้งนั้น

ตอนนี้ถ้าหน้างานอยู่ในมือ เขมรก็เขมรเถอะ พระวิหารกูจะเอาคืน ถ้าชิงมันอีกรอบ แม้จะเสี่ยงเสียเพิ่มก็เสีย เพราะมันไปไกลแล้ว แทนที่เราจะพร้อมกว่านี้ในหลายปีที่ผ่านมาถ้าไม่ไปหลงป่าก่อน

นี่ไงครับเพราะเราไม่พร้อม สาเหตุจากตัวแปรด้านเขตแดนมันมีหลายตัวแปรมากๆ ที่ออกแบบได้จากการวางระบบกำกับอย่างมียุทธศาสตร์ด้านเขตแดนที่ดี ไม่ใช่พากันหลงทางหลงป่าแบบนี้? ไม่ใช่ไปกลัวแค่หมัดเด็ด เขมรเรื่องแผนที่ แต่แก้เกมด้วยท่าไม้ตาย"หนุมานถวายแผน"," หักงวงอัยการศาลโลก"," และ"ขวานพระโคนั่งแท่น"

ท่าไม้ตายแบบนี้เคยบอกเคยชี้ ไอแพดว่า จะฝึกยังไง เคยล้อด้วยว่าอยากรู้ให้มันพากันคลานมาหา จะเอามากางง่ายๆในนี้ทำไมเสียของเพราะปกติมันก้มักง่ายครูพักลักจำเอาไปแบบที่เคยด่าไว้หลายครั้งว่ามันเคยเอาไปแบบเอาเคาเตอรเพนมาสีแทนยาสีฟันเพราะแอบเห็นหลอดมันคล้ายๆกัน

ปากเจ๋อมาด่าเราอีก เช่นปัญหาใต้นี่ก็จะเหมือนกัน คือถ้าหน้างานอยุ่ในมือผม จบที่ศาลโลกเพียงอีกไม่กี่ปีนี่ล่ะ ผมมั่นใจถึงเอาพระวิหารคืน(แต่ต้องวางยุทธศาสตร์เองหมดหน้างานอยู่ในมือเท่านั้น) แม้บนความเสี่ยงเสียเพิ่ม? ก็ในเมื่อเขมรส่งตีความแล้วตอนนี้ ไม่สู้ไม่สวนหมัด ก็มีแต่เสียกับเสีย?ถ้าไม่สู้หรือท้าชิงใหม่?

แต่ถ้าสู้คือเอาคืนให้หมด?จะเอาตีนเหยียบหน้าเขมรคืนมั่งภายในปีสองปีนี่ละจบแบบเบล้ดเสร็จเด้ดขาดเลยไปทำมาหากินอย่างอื่นเสียน้อยกว่ากลัวเสียดินแดนเพิ่ม???

ปล.ไม่ตรวจคำผิดไม่แก้ไขข้อความเพราะคอมจบลบข้อความหมเด

ส่วน"Anonymous" ที่ให้กากผมมา

ส่วน"Anonymous" ที่ให้กากผมมา ถ้าประกอบเหตุผลที่น่าฟังกว่านี้ อาจจะรับน่ะ แต่ถ้าเอามาแบบกาก,ของเสียอุจาระทางวาจา เอามาเสิรฟผม ผมจะเท รดหน้าคนเสิรฟนั้น หรือเอายัดปากให้มันลองกินเองกอ่นดีไหม?อุจาระวาจาตัวเองนิ? เอามาโยนให้คนอื่นทั้งที่มันผลิตมาจากตัวตนของคนที่ปล่อยออกมาไม่ใช่เหรอ?

กากคุณเองก็กินเองแล้วกันผมไม่รับ???

"ประชาไทสัมภาษณ์นักข่าวอาวุโส

"ประชาไทสัมภาษณ์นักข่าวอาวุโสซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกัมพูชาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุดคนหนึ่งของไทย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี"
"ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกัมพูชาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุดคนหนึ่งของไทย.
ผูกซะหน้าเชื่อถือเชียว
ถ้าลายลํกษณ์อักษรที่พิมพ์ไม่โกหก เหอ ๆ ๆ ๆ คำว่า "นักวิชาการ" เหอ ๆ ๆ

เทสๆ

เทสๆ

อ้อนี่ครับเพื่อให้เห็นชัดในเห

อ้อนี่ครับเพื่อให้เห็นชัดในเหตุผลประกอบข้อกล่าวหาว่านักวิชาการกลุ่มนี้คนไทยหัวใจเขมรแบบใด(บทความอ.พวงทอง)

http://www.prachatai3.info/journal/2011/05/34397

นวนคร

[quote=นวนคร]
สิ่งที่ผมอยากจะเห็นจริงๆ คือข้อเสนอของทางฝ่ายแดง ซึ่งถือว่าเป็นคู่ขัดแย้งและมีบทบาทหลักในปัญหาการเมืองไทย ทุกวันนี้ข้อเสนอทางแดงมันเป็นนามธรรม โจมตีเรื่องชาติเรื่องอุดมการณ์ไร้พรมแดน อะไรก็ไม่รู้ อยากให้ทางแดงเสนออย่างเอาจริงๆถึงขั้นขีดพื้นที่เลย เอาให้ชัดๆแบบที่ทางเหลืองเขาขีดไว้ เพราะสุดท้ายมันก็ต้องขีดเส้นให้ได้มากที่สุดอยู่ดี[/quote]

ไม่ได้ตอบ แทนขบวนการเสื้อแดงหรือแทนแกนนำ ตอบจากตัวเอง
มองแยกเป็น2เรื่องกว้าง

1-เรื่องเขตแดนพิพาท การปักเขตแดน มันเป็นกิจกรรมระยะยาวมีชาติหน้าของจริง เพราะมันแย่งกันมันเลยยืดเยื้อยาวนาน เผลอๆ100ปีก็ไม่จบ เป็นแบบนี้แทบจะทั่วโลก เช่นเขตแดนด้านลาวก็ทำมาเป็นสิบๆปีก็ยังอีกยาว ของแบบนี้ให้'ระบบราชการ'ทำ เขาก็ทำกันมาตลอดเป็นสิบๆปี ฝ่ายการเมืองไม่อยากยุ่ง เหลือแต่กลุ่มการเมืองนอกสภา(กับพรรคการเมืองสารเลว)เอาเรื่องนี้มาหาแดรกเพื่อโค่นรัฐบาลประชาธิปไตยเสียงส่วนมากจากกการเลือกตั้งเท่านั้นแหละ

2-ความสัมพันธ์ต่างประเทศ'ทุกระดับ'รัฐบาลต่อรัฐบาล ประชาชนต่อประชาชน ธุรกิจต่อธุรกิจ ดำเนินไปด้วยดีมีอารยะ ถ้าทำไม่ได้เลิกพูดกันว่าคนไทยมีน้ำใจ เพราะเห็นแก่ตัวเหมือนคนอื่นๆ งกจัด

แนวทางเรื่องเฉพาะเรื่องตรงเขาพระวิหาร พูดแบบผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะพูดกันนะ ฟังให้ดีๆ ปชป.เคยทำไว้ตอนปี2543 ก็ไม่มีใครไปโจมตี ปี2550 รัฐบาลขิงแก่ไปสานต่อ(เฉพาะเรื่องนี้)ก็ไม่มีใครไปโจมตี ปี2551นพดลไปสานต่อที่ไอ้รัฐบาลก่อนหน้าทำมา กลับมีคนเอาประเด็นนี้มาใช้โค่นรัฐบาล บ่อนทำลายประชาธิปไตย

ข้อเสนอมาตรฐานของคนมีวุฒิภาวะให้นวคนอ่านเปิดหูเปิดตา[b]เปิดใจ[/b] และฝากถึงอะตอมชาตินิยมสติแตกด้วย ความเห็นเรื่องอื่นก็ดีหรอก แต่เรื่องไทยเขมรชาตินิยมสติแตกปนโรคกลัวน้ำ

[quote]ทูตดอนถอดรหัสกัมพูชาเดินเกมข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร
http://www.komchadluek.net/detail/20110221/89437/%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.html

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะมีขึ้น ทั้งไทยและกัมพูชาจะยื่นข้อเสนอที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับได้ และต้องเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติได้จริง นั่นคือเป็นผลประโยชน์ลงตัวในจุดบรรจบร่วมกัน หากยังยืนกรานคนละขั้ว ยิ่งเวลาเปลี่ยน ยิ่งทำให้เกิดความห่างและสถานการณ์ควบคุมยาก

ขณะเดียวกัน อาเซียนมีเวลาไม่มากพอที่จะรอให้ไทยและกัมพูชาจัดการปัญหาความขัดแย้งนี้ได้ เนื่องจากในปี 2558 สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน โดยไทยและกัมพูชาจะฉุดรั้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของประชาคมอาเซียนไม่ได้

[b]ทูตดอนเสนอให้มีแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจังร่วมกัน โดยไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน และต้องกำหนดมีการจัดสรรผลประโยชน์ที่ชัดเจน เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องยอมรับคือ กัมพูชาได้ตัวปราสาทไป แต่พื้นที่โดยรอบสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกันได้[/b][/quote]

และฝากทิ้งท้ายไว้นะทั้งนวนครและอะดอม หากศาลโลกชี้ว่าที่ดิน4.6ตร.กม.เป็นของเขมร บอกได้คำเดียวว่า[b]งามหน้าชาตินิยมพันธหมาและชาตินิยมสติแตก![/b]

ครับคุณมองทะเล หรือออกทะเล

ครับคุณมองทะเล หรือออกทะเล ครับ ถ้าศาล(อม)โรคจะขยายผลแบบนั้น(4.6ตรกม.)แบบนั้นศาลต้องตามคำถามผมให้เคลียร์ก่อนในคำพิพากษาแรกปี2505 ว่าตกลงชี้ไปแบบนั้น จะกลืนน้ำลายตัวเองดั้นเมฆ แถคำตัดสินเดิม ให้ออกไปจากคำพิพากษาแรก(ตีความเพิ่มเนื้อหาคำพิพากษาแรกจนเป็นการขยายคำตัดสินเกินนิยามคำว่าตีความคดีเก่า) ด้วยการไม่อายหลักฐานที่จะมีการตรวจสอบได้ทั่วโลกไหม?

ถ้ามันกล้ามันก็จะเป็นบาดแผลอัปลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ศาลโลก ที่สุดจะถูกตรวจสอบด้วยหน่าวยงานที่ใหญ่กว่าศาลโลก(องคกรนี้ แค่องค์กรหนึ่งที่จะถุกตรวจสอบจากองค์กรใหญ่ใหม่ของโลก) แบบที่ผมกล่าวถึงในเวลาข้างหน้า

ส่วนตัวผมไม่มองแค่4.6 ผมจะเอาคืนทั้งพระวิหารครับ?ถ้าโอกาสหน้าคนของผมหรือผมได้เป็นรบ.?จนถึงควายไทยแบบคุณ? หรือ60%ที่เป็นตอนนี้? กลายพันธ์เป็นนมุษย์ที่มีปัญญาแบบคนก่อน?(เงื่อนไขไม่ธรรมดาน่ะครับเน้นแขวะแบบขำๆมากกว่าสาระ)จะอธิบายเหตุผลที่คุณนิยามคำว่า"สติแตก" จนไขระหัสนั้นออกมาได้ว่าผมพูดอะไร???

อ้อครับกระทู้นี้ของสุภลักษณ์

อ้อครับกระทู้นี้ของสุภลักษณ์ ผมตอบด้วยอารมณ์โกรษจัด ล้วนๆ ส่วนเหตุผลภาคขยายให้ไปอ่านเอาในกระทู้อ.พวงทอง(แม้มันไม่ใช่ทั้งหมดแต่ตรงโจทย์กระทู้นี้เพราะขององพวงทองคือภาคสองหรือภาคขยายกระทู้นี้) อ้อยกซ้ำก็ได้เพื่อความชัดเจนและครบถ้วน

http://www.prachatai3.info/journal/2011/05/34397

ครับตอนแรกจะของจบเรื่องเขมร,พ

ครับตอนแรกจะของจบเรื่องเขมร,พระวิหาร แต่เมื่อหาพื้นที่คุยเรื่องนี้ที่จะอัพเดตกรณีนี้ยากมาก เลยต้องกลับมากระทู้นี้เพื่อไม่ให้ประเด้นเหตุผลมันกระจายเกินไป

ล่าสุดเขมร,ไทยที่อินโดฯ แม้ท่าที่ล่าสุดมาร์คจะออกมาค่อนข้างจะดีและมีท่าทีแข็งตามเหตุตามผลในการชี้แจงตั้งเงื่อนไขการเจรจา นั้นคือไม่ยอมรับTOR จนกว่าเขมรจะยอมถอนกำลังออกจาก4.6ตรกม.

แต่ปัญหาคือเนื้อในท่าทีที่สับสนต่อเวทีต่างชาติ(แม้เวทีในไทยคือทหารไม่ยอมและมีเหตุผลที่จะไม่ยอมจริงๆด้วยเพราะท่าทีแรกรบ.ไทยโดยมาร์คอ่อนเกินไปในการยอมรับTORตั้งแต่แรก)

ปัญหาเริ่มต้นจากเราไม่ชี้ชัดเรื่องเขตแดน ขณะที่เขมรชี้ชัดมานาน ในเวทีโลกมันจึงมีน้ำหนักกว่าไทยมาก เพราะเขมร ถ้าจะชี้ชัดแบบนั้นผ่านคำตัดสินศาล มันก็ได้สรุปตามที่ผมชี้ไปแล้วในเหตุในผล จนแม้แต่เขมรเองยังต้องของส่งตีความอีกรอบ(นี่ไงครับบทบาทที่สัยสนของเขมรแบบนี้คือจุดอ่อนให้เราชี้แจงอย่างมีน้ำหนักครับ)

ตรงนี้ไงครับทำไมเราไม่ชี้ชัดเส้นเขตแดน ไปก่อน เพราะเขมรเขาชี้ทั้งที่ศาลไม่ได้ชี้ แต่เราไม่เอาตรงนี้ไปแย้ง เพราะการกลัวหรือไม่กลัวแผนที่1/200000มันคนละเคสกับเรื่องนี้ เพราะศาลไม่ได้ชี้แผนที่หรือตัดสินแผนที่ มันควรจะโฟกัสเป็นเรื่องๆ

ไม่ใช่เอาอีกเรื่องมามั่วอีกเรื่องแบบเขมร คือถ้าเราชี้แจงชัดเจน ค้านการอ้างแบบนั้นของเขมร(ถ้าเขมรชี้ชัดแบบนั้นทำไมส่งตีความศาลโลกล่ะ) เราไม่ใช่ไม่เคารพศาลโลกเราก็ไม่ได้อะไรกับพระวิหารตอนนี้ แต่เขมรก็ต้องไม่ยุ่งกับเขตแดนไทยไกลไปกว่าคำตัดสิน

เรื่องนี้(ถ้าเอาแค่คดีพระวิหาร) เราต่างหากที่จะชี้ชัดเขตแดนได้กว่าเขมร เพราะอ้างคำตัดสินศาลให้ชัดเจนได้มากกว่า

ดังนั้นเงื่อนไขการเจรจา เราต้องชี้แจงส่วนนี้ให้เวทีนานาชาติทราบ และกำหนดชัดเจนไปเลยไม่ใช่อ้างที่ทับซ้อนแบบนี้(ส่วนข้อเท็จจริงยังทับซ้อนก้จริงในเมื่อเขมรอ้างแบบนั้นมาในน้ำหนักน้อยกว่าเรา แล้วเรายอมเราเสียหายในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนแบบนั้นของนานาชาติ) จนปรากฏว่าหลายชาติตำนิเรา ในท่าที่ชักเข้าชักออกเรื่องTOR

เพราะปัญหาที่เกิดจากเนื้อหาทางวิชาการของนักวิชาการไทยหัวใจเขมรกลุ่มนี้ที่ไปสร้างความสับสนจนไปกำหนดท่าทีที่เป็นรองเขมรมหาศาลในเวทีโลกทุกระดับ เรื่องนี้ผมต้องพูดเพราะมันคือเงื่อนไขหลายเรื่องจะตามมา

เกมนี้เราต้องใช้อาเซี่ยนบีบเขมรด้วย เนื้อหาแบบนี้ ก่อนที่จะให้เวทีใหญ่กว่าบีบอีกทีด้วยเนื้อหาที่มีน้ำหนักทางการเจรจากว่านี้ นั้นคือชี้เส้นเขตแดนด้วยอ้างอิงคำพิพากษาศาลโลกตามที่ผมยกมาข้างบน

สิ่งที่จะรองรับเหตุผลที่ดีคือเขมรเองยังส่งตีความเพิ่มเติม นั้นแสดงเหตุผลว่าเขมรเองก็ไม่แน่ใจ ในพื้นที่ตรงนั้น ประกอบกับเราชี้แจงด้วยคำตัดสินก่อนนั้นที่ผมยกมานั้น เพื่อให้สังคมโลก เข้าใจน้ำหนักการที่จะกดดันเขมรออกจากพื้นที่4.6

นั้นคือบีบเขมรด้วยเวทีโลกให้ยอมถอยออกไป ในหลายมาตรการการต่อรอง เช่นการยอมรับหรือไม่ยอมรับTOR จนถึงสร้างงเอนไข ไปยังการพยายามขอพื้นที่ตรงนั้นของยูเนสฯไม่ได้เพราะเวทีโลกเข้าใจเรามากขึ้นที่เรามีจุดยืนยืนยันพื้นที่นั้นของเรา ใครจะมาทำอะไรง่ายแบบนี้ไม่ได้

คือผมเห้นต่างพธม.ตรงนี้ที่จะพยายามใช้การผลักดันเขมรด้วยกำลังทหาร(ก่อนTORเข้ามา) เพราะมันจะขยายเงื่อนไขในเวทีโลกว่าเราเกเรแบบอิรักกับคูเวตทันที? เพราะลำพังผลักดันเขมรออกจากพื้นที่บนศักยภาพด้วนการมหารมันง่ายนิดเดียวแต่ผลข้างเคียงนี่สิ เสียหายมหาศาลมาก

ตราบใดที่เวทีโลกไม่เข้าใจเรา ภาพมันจะเหมือนอิรักกับคูเวตทันที แต่ถ้าเขาเข้าใจ เราจะเหมือนอเมริกา ทันทีในการทำอะไรๆอย่างไรกับประเทศเล็กเพราะดีกรีความชอบธรรม เช่นที่ปากีฯกรณีบินลาเดน นั้นชัดจะจะว่ารุกล้ำอธิปไตยปากีฯจะจะน่าเกลียด แต่ทำไมชาวโลกส่วนใหญ่รับได้

เพราะกว่าจะรับได้อเมริกาได้พยายามหาความชอบธรรมในการชงภาพก่อการร้ายให้บินลาเดนมหาศาล จึงมีความชอบธรรมได้ขนาดนี้ เรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าเชื่อพธม.(ที่เสนอให้ใช้กำลังผลักดันตอนนี้เลย) ภาพมันจะคืออิรักกับคูเวตทันที เพราะมาเลฯยังด่าเรา เพราะเขาเข้าใจแบบเขมรว่ามากกว่าเรา

สาเหตุเพราะเราไม่ชี้แจงหรือยืนยันพื้นที่ให้ชัดเจน กับการที่พธม.บอกว่าถ้าเรายอมรับTORหลังจากเขมรถอนกำลังออกไป เขมรก็จะได้รับความชอบธรรมในการขึ้นปราสาทจากยูเนสฯทันทีเพราะไม่มีกำลังทหารในเงื่อนไขมรดกโลกอันตรายแล้ว เข้าทางเขมรเลย

ผมไม่เห็นด้วยครับ? ผมกลับเห็นว่า ต่างชาติจะเข้าใจเรามากขึ้นต่อพื้นที่ตรงนั้น ที่มะมาจัดการอะไรๆกับอธิไตยไทย แบบเข้าใจผิดๆ(เพราะตัวเขมรที่ยืนยันเองยังต้องส่งตีความใหม่เอง) ตรงนี้ไงครับเขมรยอมถอนนั้นเท่ากับยอมรับน้ำหนักพื้นที่ตรงนั้นว่าใครอย่าแหยม

แล้วนานๆชาติช่วยกันกดดันเขมรออกไป อีทีด้วยน้ำหนักการชี้แจงแบบนี้ โดยไม่ต้องใช้กำลังแบบพะม.เสนอครับ???

ปล.ขอไม่ตรงจคำผิดด้วยเงื่อนไขคอมฯจะไปแบบเดิม

ครับขอแปะความคิดเห็นที่เป็นจุ

ครับขอแปะความคิดเห็นที่เป็นจุดสำคัญในแนวทางการต่อสู้ของเราเรื่องพระวิหาร ไว้ตรงนี้เพื่อไม่ให้ความคิดเห็นมันกระจายเพราะนี่คือไฮไล้ท์ ทั้งหมดของเรื่องนี้

ปล.ขอท้าจันแดงน่ะถ้าเห็นมาตอบด้วย อย่าหนี(กรณีสันปันน้ำชัดเจนมากในนี้)

http://www.prachatai3.info/journal/2011/05/34813