\กรณ์\" เผยไปกินข้าวแถวทองหล่อแล้วสวนกับ \"ณัฐวุฒิ\" ชี้ \"ไพร่\" ใช้ชีวิตไม่ต่างจาก \"อำมาตย์\""

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยได้พาภรรยาไปกินข้าวที่ร้านแถวทองหล่อ มีคนโต๊ะข้างๆ บอก \ณัฐวุฒิ\" เพิ่งลุกจากโต๊ะไปไม่ถึง 5 นาที ทำให้อดขำไม่ได้ว่าคนที่เรียกตัวว่า \"ไพร่\" ก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนที่เขาเรียกว่า \"อำมาตย์\" ด้านณัฐวุฒิโต้ไพร่ทำไมจะกินร้านเดียวกับนายทุนไม่ได้ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. เศษวานนี้ (7 พ.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการพาภรรยาไปกินอาหารที่ร้านอาหารย่านทองหล่อ และเพิ่งสวนกับนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. ซึ่งกินร้านเดียวกัน โดยนายกรณ์ได้โพสต์ลงในบัญชีผู้ใช้ facebook ของเขาว่า \"เมื่อสักครู่ ได้มาทานข้าวกับภรรยาที่ร้านอาหารแถวๆทองหล่อ คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆบอกว่า ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ กับครอบครัวเพิ่งลุกไปจากโต๊ะที่ผมนั่อยู่ไม่ถึง 5 นาทีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้เราอดนึกขำไม่ได้ว่า คนที่เรียกตัวเองว่า \"ไพร่\" ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแตกต่างไปจากคนที่เขาเรียกว่าเป็นพวก \"อำมาตย์\" สักเท่าใดนัก\" (หมายเหตุ: นายกรณ์สะกดนามสกุลของนายณัฐวุฒิผิดเป็น \"ไสยเกื้อ\") นายกรณ์ยังโพสต์เพิ่มเติมด้วยว่า \"อธิบายเรื่องที่ผม post สักนิดนะครับ ถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าประเด็นของผมก็คือ จะมาปลุกปั่นให้สังคมแตกแยกทำไม ในเมื่อทุกคนก็มีวิถีชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน ผมเองไม่เคยมองว่าคนไทยแตกต่างกัน และนั่นคือประเด็นสำคัญ\" จากนั้นต่อมาเวลาราว 23.00 น. เศษ นายณัฐวุฒิ ได้โพสต์ในบัญชี facebook ของเขาบ้าง โดยกล่าวว่า \"ตอนหัวคำ่พาแก้มไปทานข้าวร้านที่เขาชอบช้างน้อยก็ไปด้วย สุดคาดหมายว่ากรณ์ จาติกวาณิชย์จะเอามาเป็นประเด็นแล้วบอกว่าไม่นึกว่าคนประกาศตัวเป็นไพร่จะมีวิถีชีวิตคล้ายพวกเขา ฟังเรานะกรณ์ เพราะประเทศนี้มีคนคิดอย่างคุณการกดขี่จึงดำรงอยู่ ทำไมกำหนดว่าไพร่ต้องจน ต้องโง่ ต้องก้มหน้ารับการเหยียบยำ่ ทำไมไพร่มันจะกินข้าวร้านเดียวกับนายทุนไม่ได้ ประชาชนจงเจริญ\" นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังตอบโต้เพิ่มว่า \"ตอนนี้กำลังนั่งคุยเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งกับผู้ใหญ่หลายคน จะชวนประชาชนเอาชนะพรรคอำมาตย์ของกรณ์นี่แหละ ประชาชนจงเจริญ\""

Comments

ไพร่วันนี้

ไพร่วันนี้ ไม่ใช่คนที่อาศัยแผ่นดินของอำมาตย์อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเกรงว่าเขาจะออกปากไล่เมื่อทำอะไรไม่เป็นที่พอใจ ไพร่วันนี้ คือเจ้าของแผ่นซึ่งมีไพร่เป็นคนส่วนใหญ่ ไพร่มีสิทธิจะคิด จะฝัน จะทำอะไรได้อย่างเดียวกับอำมาตย์ รวมทั้งการเข้าไปกินอาหารดี ๆ ในร้านหรู

วันนี้ไพร่กำลังคิดว่า ถ้าพวกอำมาตย์ปรับตัวเองไม่ได้ อย่าว่าออกปากไล่อย่างไพร่ลืมตัวอย่างดาราพงษ์พัฒน์ แค่มึงมองด้วยสายตาแปลก ๆ ที่เห็นไพร่ไปนั่งกินข้าวในที่แพง ๆ ไพร่ก็รู้สึกไม่พอใจแล้ววะ

อยากจะบอกว่า พวกมึงออกไปจากแผ่นดินของพวกกูเถอะ กูจะทำแผ่นดินนี้ให้เป็นแผ่นดินที่มีแต่ไพร่ มีระบอบไพร่เป็นใหญ่ บริหารกันแบบไพร่ ๆ ที่เรียกว่าประชาธิปไตย ไม่มีคำว่าไทย ๆ ห้อยท้าย

และอยากตะโกนดัง ๆ ใส่หน้าขี้เรื้อนอำมาตย์อย่างมึงว่า กูไม่อยากปรองดองกับพวกมึงแล้ววะ

โอ้ขุนคลัง ผู้ตั้งตน

โอ้ขุนคลัง ผู้ตั้งตน เป็นอำมาตย์
ไยประกาศวาจา มาห้ามไพร่
ห้ามไปร้านอาหารดีดี หวงหรือไง
แล้วข้าวใ่ส่ ปากท่าน นั้นใครทำ

เพราะท่านคิด อย่างนี้ ซิแย่นัก
จำให้หนัก อย่าหักหาญ ให้ชอกช้ำ
ข้าวทุกเม็ด กับทุกอย่าง เคี้ยวทุกคำ
ความสุขนำ มาให้ ไพร่สรรค์มา

พวกที่ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามี

พวกที่ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามี "ไพร่" และ "อำมาตย์" และมักบิดเบือนว่าเป็นเพียง "วาทกรรมทางการเมือง" เห็นหรือยังละว่า ไพร่-อำมาตย์นั้นมีจริงๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย ประชาชนจงเจริญ

นี่เป็นโอกาสดีที่ฝ่ายแดงจะเข้

นี่เป็นโอกาสดีที่ฝ่ายแดงจะเข้าไปอธิบาย
ว่า "ไพร่" หมายถึงความต่างชนชั้นทาง ...

- สิทธิการเมือง
- การอยู่ภายใต้ กม. (2 มาตรฐาน)
- การมี "แบ๊คพิเศษ"

แต่ ...ผมก็ยังเซ็งที่แดงจำนวนมาก ยังไปด่าไปเถียงเรื่องความต่างทางฐานะเศรษฐกิจ
กลายเป็นยิ่งเข้าทางกรณ์มากขึ้นไปอีก ... เห้อ
เพราะแกนนำแดงมันก็รวยจริงๆน่ะแหละ

"อธิบายเรื่องที่ผม post

"อธิบายเรื่องที่ผม post สักนิดนะครับ ถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าประเด็นของผมก็คือ จะมาปลุกปั่นให้สังคมแตกแยกทำไม ในเมื่อทุกคนก็มีวิถีชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน ผมเองไม่เคยมองว่าคนไทยแตกต่างกัน และนั่นคือประเด็นสำคัญ"

ข้อความนี้ไม่ช่วยให้คุณดูดีขึ้นเลย
คะแนนเสียงของพรรคก็ยิ่งตก เป็นขาลง
จะซ้ำเติมเหยียบย้ำ เหมือนเด็กเทคนิคชวนทะเลาะ

กรณ์คิดผิดที่ทำแบบนั้น

กรณ์คิดผิดที่ทำแบบนั้น แถมยังต้องมาอธิบายภายหลังเพิ่มเติม ระดับขุนคลังแล้วไม่น่าทำเช่นนี้
มันสะท้อนถึงความคิด และการจัดการของตัวเองด้วย มันเหมึอนกับตัวสร้างปัญหา แล้วมาแก้ปัญหา
ของตัว แต่กลับมาบอกว่าผมนี่แหละเป็นผู้จัดการ ปัญหาที่มันมีปัญหา

ไพร่ในทางการเมืองไม่ได้หมายถึ

ไพร่ในทางการเมืองไม่ได้หมายถึง "จน" ในเงินทอง
ไพร่ในทางการเมืองหมายถึง "จน" ในสิทธิทางการเมือง

"ไพร่" ในทางการเมืองถูกเอารัดเอาเปรียบในสิทธิทางการเมือง
ถูกปฏิบัติในลักษณะของสองมาตรฐานในสังคมไทย
ถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค
แต่ถ้าฝ่ายอำมาตย์กระทำการแบบเดียวกันได้รับแค่ใบเหลือง

พรรคที่ไพร่เลือกเข้ามาบริหารประเทศแค่ตั้งกองทุนหมู่บ้าน
เขาบอกว่าเป็นการแจกเงิน เป็นการซื้อเสียง เป็น "ประชานิยม"
แต่ถ้าพรรคของอำมาตย์ท่านแจกเงิน 2000 แบบตรงๆ
ท่านอาจบอกว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน เป็น "ประชาภิวัฒน์"

ไพร่ทั้งหลายมีความจำเป็นต้องแกล้งโง่ไปวันๆ
แต่ไม่รู้ว่าท่านอำมาตย์แกล้งโง่ หรือว่าท่านโง่จริงๆ?

สันดานนักการเมืองพรรคนี้เชื้อ

สันดานนักการเมืองพรรคนี้เชื้อไม่เคยทิ้งแถว เรื่องปากหมาๆเยี่ยงนี้เป็นงานถนัด เรียนสูงจบการศึกษาดีจากต่างประเทศ มีตำแหน่งถึงขุนคลังอันทรงเกียรติของประเทศนี้ และมีแนวโน้มที่จะถูกชูให้เป็นแคนดิเดท นายกฯคนต่อไปแทนมาร์คโพเดี้ยมซึ่งใช้ชื่อเสียงเครดิตไปหมดจนไม่เหลือ เป็นความหวังคนรุ่นใหม่คิดใหม่ที่แม่ยกหลายๆคนฝากความหวัง..สุดท้ายมาตายน้ำตื้น ปลาหมอตายเพราะปากแท้ๆ

ถ้าเทียบชั้นทั้งวัยวุฒิตำแหน่งประสบการณ์อำนาจหน้าที่ต้นทุนทางสังคมเทียบกับณัฐวุฒิซึ่งเพิ่งกระโดดลงเวทีการเมืองต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ กอนเหนือกว่าทุกด้าน...

เป็นความโชคดีของณัฐวุฒิแท้ๆไปทานข้าวกะครอบครัวอยู่ดีๆ..จู่ๆขุนคลั่งหญ่ายก็ทำตัวเป็นเด็กแว้น ซิ่งมอไซค์ท้าชกกะณัฐวุฒิขวัญใจชาวไพร่..(ฮา).

..ใส่ไปเต็มๆเลยคุณณัฐวุฒิ คนจะมีโชคซะอย่าง มวยรุ่นซูปเปอร์อภิสิทธิ์ชนที่อาจจะมีอนาคตไกลจู่ๆก็คิดสั้นกระโดดลงมาท้าชกกะไพร่แบบไม่กลัวเปลืองตัว..ฮา ฮา อำมาตย์ยุคใหม่สมองกลวงกว่ายุคเก่าๆยังมีลูกเล่นแพรวพราวไม่เปิดหน้าท้าชกกันตรงๆขนาดนี้ ยุคอำมาตย์จวนล่มสลายแล้ว

ที่จริงแม้จะเป็นไพร่ๆที่พอมีสตังค์ (ไม่ได้กู้มาโกงเหมือนผู้ดีแตกสาแหรกบางคน)ก็มีสิทธิ์ไปทานอาหารได้ทุกที่ เช่น ราชประสงค์ ฯลฯ แล้วไปอาบน้ำต่อที่โพซิดอน..

ที่จริงการทานข้าวที่ทองหล่อใครมีตังอยากไปทานก็ทานได้ หรือว่าแถวนั้นไม่ต้อนรับไพร่ ประเทศไทยแบ่งแยกชนชั้นขนาดนั้นแล้วหรือ..การที่ณัฐวุฒิไปทานอาหารร้านเดียวกับนายกอน..ถ้าปกติคนทั่วไปในฐานะนักการเมืองที่อยู่ในวงการที่เกี่ยวข้องกัน..นายกอนควรจะแสดงความใจกว้างยินดีถือโอกาสสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกียรตินักการเมืองอื่นโดยไม่เลือกฝ่ายข้าง

.หรือนายกอนเหม็นกลิ่นสาบไพร่นักเชียวหรือจึงยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพื่อดูแคลนไพร่ว่าไม่ควรทำตัวเยี่ยงพวกตน...

ปากพาจนแบบนี้ที่จริงไม่ใช่ครั้งแรกครั้งก่อนไม่เข็ดแกว่งปากหาเท้าแต้ๆ..(ฮา)..บ่งชี้ชัดเจนว่า นอกจากจะไร้มารยาท(ไร้ฝีมือในการบริหารประเทศ) เป็นได้แค่พ่อค้าปากคลองตลาดหรือนักโต้วาที แต่ยังขาดวุฒิภาวะของผู้นำกระทรวงสำคัญของประเทศ และยิ่งห่างไกลจากการจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของประเทศนี้ในอนาคต

ฮา ฮา

ฮา ฮา ณัฐวุฒิโชคดีส้มหล่น..จู่ๆถูกหวยเต็มติงโดยไม่ต้องซื้อ..
ขุนคลั่งใหญ่ประเทศนี้คงคันปากมากอยู่ดีไม่ว่าดี มาตกดักควายที่ณัฐวุฒิทำไว้ดักพวกผู้ดีแตกสาแหรก.บาดเจ็บหน้าแหกยับเยิน.(ฮา ฮา)...อายแทนแม่ยกแมลงสาบเจงๆ..อย่ารีบปิดเอฟบีหนีล่ะ.(ฮา)

..แทนที่จะไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนดันลงมาเล่นกะไพร่..หรือจะเป็นการสร้างข่าวกลบกระแสเรื่องฉาวโฉ่ ครม.แหลกด่วนเมื่อวันก่อน..วอลเปเปอร์ศิริโชคก็มาโชกเลือด..ความวัวไม่ทันหายไอ้โย่งขุนคลั่งก็ไม่ดูตาม้าตาเรือวิ่งมาตกดักกระบืออีกตัว...ฮา ฮา..เอิ้กๆๆ

ปากเสีย แสดงถึงนิสัยสันดาน

ปากเสีย แสดงถึงนิสัยสันดาน ที่แท้จริง การศึกษาตามที่แสดงบนกระดาษไม่ได้ช่วยให้เป็นคน "มีการศึกษา" เลยสักนิด วิสัยทัศน์คับแคบ คารมที่พ่นออกมาคงนึกว่าแน่เหลือหลาย เห็นตั้งแต่ออกความเห็นแทนประเทศฝรั่งเศส แล้ว คนด่ากันทั้งเมืองยังไม่เข็ด ถุยยย.. ห่วยแตกกลับไปอยูใน โลกแคบๆของตัวเถอะ น่าสมเพช

นี่หรือรมต คลังคนรุ่นใหม่

นี่หรือรมต คลังคนรุ่นใหม่ ลูกไม้ตื้นๆ คราวที่แล้วก็สร้างพล็อตเรื่องว่านั่งแท็กซี่คนเสื้อแดงอย่างหน้าด้านไร้ยางอายที่สุด มิน่าล่ะไข่เอย น้ำม้ันปาล์มเอย ข้าวของเครื่องใช้จึงแพงขึ้นๆอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะมีรมต คลังสมองตื้นฝีปากต่ำแบบนี้นี่เอง

ฟังไว้นะไอ้ลูกไพร่ เขาไม่ได้อิจฉาอำมาตย์ที่ร่ำรวยเงินทองมีบ้านช่องบริวารคอยรับใช้โดยไม่ต้องทำงานหรอกนะ เขาแค่ไม่อยากให้อำมาตย์ละเมิดสิทธิ์เสียงของชาวบ้านธรรมดา ทุกคนรวมถึงลูกไพร่อย่างนายต้องมีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียมกันคือ1คนต้องมี1เสียง อ๊ะๆอย่าหน้าด้านแถแหลนะว่าทุกวันนี้มันมี1สิทธิ์1เสียงเท่ากันอยู่ ไม่งั้นพรรคการเมืองที่ตั้งมานานกว่าหกสิบปีต้องโดนยุบบนมาตรฐานเดียวกันไปแล้วถ้ามันมีอยู่จริง
หน้าด้านแถแบบตื้นๆเรื่องขับแท็กซี่ยังกล้าหน้าด้านมาพูดเรื่องไพร่สะเออะไปเจอะลูกไพร่กินข้าวร้านเดียวกันอีก นี่แสดงให้เห็นว่าคิดว่าตัวเองเป็นอำมาตย์ล่ะสิ

สำหรับคนที่แบ่งชนชั้น

สำหรับคนที่แบ่งชนชั้น เห็นคนอื่นเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่า นึกว่าตนเองรวย คนอื่นไปกินข้าวที่ๆตนเองไปกินไม่ได้เพราะนึกว่าตัวเองรวยอยู่คนเดียว คนพวกนี้ต้องบอกว่าต่ำทราม อย่างต่ำคนเป็นไพร่แต่จิตใจไม่ได้เป็นทาสใคร ตรงกันข้ามกับบุคคลชั้นสูงที่ทำตัว ปฏิบัติตัวเป็นใหญ่ แต่จิตใจยอมเป็นทาส พวกเราว่าคนแบบนี้หน้าเกลียดและไม่หน้าเคารพ ตรงกันข้ามสมควรได้รับการประนามหยามเหยียดมากกว่า

ก็แล้วทำไมณัฐวุฒิจะกินหรูๆกะเ

ก็แล้วทำไมณัฐวุฒิจะกินหรูๆกะเค้ามั่งไม่ได้ ในเมื่อเค้ามีบ้านหลังละ 80 ล้าน
ประเด็นคือไพร่กับไม่ไพร่ มันก็ไม่ได้มีสถานะต่างกัน แล้วความแตกต่างของชนชั้นที่มันว่าคืออะไร

นี่งั๊ยมันสมองผู้บริหารประเทศ

นี่งั๊ยมันสมองผู้บริหารประเทศของพวกนักการเมืองพรรณ์นี้มันถึงเจริญช้าไปหน่อยการเปรียบเทียบการเมืองการปกครอง
จากชนชั้นนำ นายทุน ผู้มีอันจะกินจักมองคนที่ด้อยกว่าตนเยี่ยงนี้แล...แต่ความเข้าใจข้าน้อยผู้นี้มีว่าปัจจุบันประชาชนเริ่มมีการศึกษาสนใจการปกครองมากขึ้นร่วมรับฟังการปราศรัยมากขึ้นกว่าเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมาหลังพฤษภาคม2554การเมือง
อีกด้านเริ่มใช้เงินน้อยลง ดังนั้นผู้ที่มองเป็นการปลุกระดมประชาชนย่อมออกแนวอนุรักษ์นิยมแน่นอนต้องการรักษาอำนาจผลประโยชน์กลุ่มพวกพ้องของตนเองเหมือนพวกที่ท่านกล่าวหาเช่นกัน..มันช่างมันปากเหลือเกิน..จงเจอแต่สิ่งดีๆนะ.

คุณณัฐวุฒิตอบได้ดีครับ

คุณณัฐวุฒิตอบได้ดีครับ ไพร่ก็คืออีกา(ทั่วๆไปก็มีสีดำ)

ส่วนพวกอำมาตย์ ก็เป็นพวกอีกาเหมือนกันแต่ดัดจริตทาตัวสีขาวให้ดูเหมือนเป็นหงษ์

หลอกใครก็หลอกได้ แต่อย่าหลอกตัวเองเลย อย่ามากดขี่กันเลย มันก็ไพร่เหมือนกันน่ะแหละ

ที่แท้กรณ์ก็มีสมองแค่นี้เอง

ที่แท้กรณ์ก็มีสมองแค่นี้เอง สิ่งที่พูดแสดงถึงวิธีคิด น่าอายจัง

และที่สำคัญ กรณ์ไม่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เลย เสียแรงเป็นเสนาบดี
แต่ขี้เท่อมาก

ไพร่ในความหมายดั้งเดิม หมายถึง "สามัญชน" เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ใช่เจ้า
ก็คือไพร่ และตอนหลังเขามีการแปลงไพร่เป็น "พลเมือง" ซึงพลเมืองก็มี
หน้าที่ต่อรัฐเหมือนไพร่น่ะแหละ

เพราะฉะนั้นไพร่ไม่จำเป็นต้องถูกตีตราว่าเป็นคนเลวทรามต่ำช้าหรือยากจนข้นแค้น
ใจคอกรณ์จะให้ไพร่อย่างณัฐวุฒิ(หรือคนเสื้อแดง)กินได้แต่รถเข็นหรืออย่างไร

ณัฐวุฒิจะกินข้าวแถวทองหล่อหรือที่นอร์มังดีก็ไม่เห็นแปลกถ้าเขามีเงินจ่าย
และที่สำคัญเงินของเขาไม่ได้มาจากการสุมหัวกันรีบร้อนอนุมัติเอาเงินภาษี
ประชาชนมาถลุงจ่าย

ไพร่ต่างกับอำมาตย์และพวกกากเด

ไพร่ต่างกับอำมาตย์และพวกกากเดน ตรงที่ไพร่ไม่ประจบสอพลอ ......สิทธิทางสังคม อำมาตย์เป็นพวกอภิสิทธิ์ชนและผู้กดขี่ ส่วนไพร่เป็นผู้ด้อยสิทธิ์ และเป็นผู้ถูกกดขี่ ......จงจำใส่กะลาหัวไว้ ท่านรัฐมณตรวย

i-hate-gamecard

[quote=i-hate-gamecard]นี่เป็นโอกาสดีที่ฝ่ายแดงจะเข้าไปอธิบาย
ว่า "ไพร่" หมายถึงความต่างชนชั้นทาง ...

- สิทธิการเมือง
- การอยู่ภายใต้ กม. (2 มาตรฐาน)
- การมี "แบ๊คพิเศษ"

แต่ ...ผมก็ยังเซ็งที่แดงจำนวนมาก ยังไปด่าไปเถียงเรื่องความต่างทางฐานะเศรษฐกิจ
กลายเป็นยิ่งเข้าทางกรณ์มากขึ้นไปอีก ... เห้อ
เพราะแกนนำแดงมันก็รวยจริงๆน่ะแหละ[/quote]
"ไพร่แดง" มีทุกชนชั้น แต่จำนวนมากสุดคือระดับรากหญ้า ทุกแดงรู้ว่า เรามีสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับอมาตย์ จะไปกินอาหารร้านเดียวกับ รมต.ไม่ได้รึไง กะตังกูมี ไม่ได้ไปขอทานเค้ากิน เงินได้มาโดยสุจริต แล้วไอ้พวกที่โกงชาติโกงแผ่นดิน เอาเงินภาษีของพวกกูไปกินน่ะ อายบ้างไหม ถุย

ณัฐวุฒิ...สภาโจ๊ก คุณอยากจะ

ณัฐวุฒิ...สภาโจ๊ก

คุณอยากจะ เป็นไพร่ เป็นสถุล อะไร ก็เลือกเอาเอง

ไม่มีใครเขาห้ามหรอกครับ

แช่ม

[quote=แช่ม]ณัฐวุฒิ...สภาโจ๊ก

คุณอยากจะ เป็นไพร่ เป็นสถุล อะไร ก็เลือกเอาเอง

ไม่มีใครเขาห้ามหรอกครับ[/quote]
แช่มเลือกเป็นสถุลเองเถอะนะ อย่ากล่าวหาคนอื่นเลย ปากเสียแบบนี้เหมาะเป็นลูกหาบมือรับจ้างโพสของอำมาตย์ไข่ชั่งกิโลเจงๆ

ใครเป็นสภาโจ๊กกันแน่ ..สภาล่มซ้ำซากน่าจะเอาปี๊บคลุมหัวกันทั้งพรรคและทั้งแม่ยกโง่ เลือกเข้าไปได้ ขายไข่ชั่งกิโลเละยิ่งกว่าสภาโจ๊กๆยังไม่ล่มซ้ำซาก..โจ๊กที่ประชาชนตลกไม่ออก

ถ้าณัฐวุฒิเป็นทำไมประชาชนหลายล้านก็รักเขาง่ะ ผิดกับพวกผู้ที่แกล้งแอบทำตัวแอ๊บแบ๊วเยี่ยงอำมาตย์ประชาชนเกลียดยิ่งกว่าขี้ จะไปไหนต้องเอาภาษีประชาชนไปจ้างบอร์ดดี้การ์ดทีละหลายสิบคนรถคุ้มกันอีกเป็นตลับ กล้าไปเดินกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนชาวบ้าน ปะ

เราจะตัดสินว่าใครเป็นไพร่เป็น

เราจะตัดสินว่าใครเป็นไพร่เป็นอำมาตด้วยมาตราฐานอะไร ในเมื่อคุณนัฐวุฒิก็เคยเป็นรัฐมนตรี ถ้าชนชั้นแรงงานไม่อยากถูกตรีตราว่าเป็นไพร่ คนเสื้อแดงสายการเมืองจะมองว่าเป็นศัตรูทางการเมืองกันไหม แล้วถ้าคุณนัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรีอีกสถานะความเป็นไพร่จะหมดไปหรือเปล่า รัฐมนตรีของรัฐบาลชุดก่อนคงต้องถูกถอดยศอำมาตไว้ชั่วคราว เราจะปล่อยให้วาทะกรรมน้ำเน่าบั่นทอนจุดมุ่งหมายประชาธิปไตยที่แท้จริงไปทำไม คนเสื้อแดงสร้างกับดักให้ตัวเอง คำว่าไพร่กับอำมาตมันก็คาบเส้นเดียวกัน

ใสหัว wrote:หมดหนทาง สร้างพิษ

[quote=ใสหัว]หมดหนทาง สร้างพิษ ผลิตคำ"ไพร่"
แล้วแจกจ่าย จดจำ เล่าคำขาน
แต่ที่มา ไม่ศึกษาน่ารำคาญ
เพียงอยากต้าน อยากท้า อยากค้าความ

ให้ตรงข้าม ความหมาย ของอำมาตย์
แต่มันพลาด หลายรอบ ตอบคำถาม
ว่าท่อเงิน เดินสาย ตัวลายคราม
มีบ้านช่อง ตึกราม ยิ่งวัดวัง

ต้องคดี หนีหน้า ไม่กล้าโผล่
เงินก้อนโต โผล่ผุด ขุดหลุมฝัง
แล้วฟอกซัก ลักซ่อน ประเทศพัง
หัวหน้ายัง ปากร้าย เป็น"ไพร่โต"

พ่อทำเขื่อง ยุคเรือง รุ่งอำนาจ
พ่อโกงชาติ ชวนพี่น้อง มาหลายโหล
ให้ตำแหน่ง ลดหลั่น เป็นชั้นโชว์
ทำตัวโก้ ยิ่งอำมาตย์ ราชวงศ์[/quote]

ศักดินาหลงผิด สารพัดพิษ ผลิตมุสากรรม
เจ็บจดจำ ทั่วไทยล้วนชอกช้ำ คนเล่าขาน
ความจริงมี ไม่ศึกษา น่ารำคาญ
ใครทำดีต้องต่อต้าน ฝีปากกล้า ชอบท้าทาย

ชอบกดขี่เหยียบย่ำ คือความหมาย ของอำมาตย์
แต่มันพลาด หลายรอบ ตอบคำถาม
เจ้าตัวเงิน ชอบเดินสาย รุ่นลายคราม
อยู่บ้านหลวง บ้านหลายเสา อยู่ยาวๆน้ำไฟฟรี

คุณความดี หนีหน้า ประชาโห่
งบก้อนโต กู้มาโกง ช่วยกันงาบ
เก่งสร้างภาพ แต่ปล้นชิง กินเรียบราบ
พวกคนบาป ผู้ยิ่งใหญ่ "สมุนนักเลงโตเผด็จการ"

"ใสหัว" สมุนสื่อชั่วเขื่อง ยุคทรราชเรือง รุ่งอำนาจ
รับบริจาค ตีหน้าเศร้า แต่งกลอนเท็จ หลอกพี่น้อง ได้หลายโหล
เลียแข้งขา อำมาตย์จนขนหน้าแข้งร่วงหลุดโล แล้วคุยโว
ชอบทำตัวโง่ โชว์อำมาตย์ โหนราชวงศ์

ครับกลอน

ครับกลอน กะจะกัดและกักให้มิด(นู๋กรณ์) จริงๆแล้วคนๆนี้ยังมีวุฒิภาวะทางการเมืองยังเด็กแม้วุฒิการศึกษาจะสูงที่ผมเคยแขวะไว้ว่า"อนุบาลเด็กโข่ง" มาร์คยังแก่พรรษากว่าหลายเท่า? เพียงแต่ว่ามาร์ค เจอโจทย์หิน? ในสภาวะเอาเด็กสร้างมาฆ่า?ในเวลาไม่เหมาะสม ส่วนตัวเข้าใจเห็นใจท่านมาร์ค ท่านมาผิดจังหว่ะจริงๆ แต่ในเมื่อท่านต่างตอบแทนไปแล้ว เลือกไปแล้วในการต่างตอบแทนโอกาสแบบอะไรก็ได้?ขอให้ได้เป็นายก?

ส่วนตัว ยังเชื่อมั่นในตัวตนมาร์คมากว่ากรณ์ ในพรรษาประสบการทางการเมือง แต่กับโจทย์นี้มันไม่ผ่าน เหมือนเอาแชมป์เยาวชนไปชิงแชมป์โลกรุ่นแฮฟวี่เวต เพราะกรณ์ฯ วัดจากหลายเรื่องที่ออกมาหลุดๆแบบเด็กๆอ่อนหัด เช่นกรณีผมตอกกลับตอนที่ออกมาในทำนองสนับสนุนปฎิวัติ(ชี้ที่ปลายน้ำของปัญหาแบบเด็กๆว่าถ้าไม่ปฎิวัติก้ไม่???ของเขานั้นน่ะ)ที่ชี้ชัดว่าตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่หรือเก่าสับสนในตัวเองหรือไม่?ว่าตัวเองจะเอาอะไรกันแน่(เรือสำเภาฯหรือเรือยนต์ปชต.)นักปชต.จอมลวงโลกหรือไม่?ตัวแทนคนรุ่นใหม่ทำไม่เป๋ได้ขนาดนี้?

การออกมาหลุดๆตอนนั้นโดนผมสวนไปหลายดอก? สะท้อนตัวตนของกรณ์ว่าพรรษาทางการเมืองยังอ่อนมาก เรื่องนี้เหมือนกัน กรณ์ฯ โฟกัสที่วาทะกรรม คำว่า"ไพร"(ผมยังเคยด่าคนบัญญัติศัพย์คำนี้ด้วยว่ามันเอาอวัยวะส่วนไหนคิด) เพราะคิดออกมาล่อเป้าตัวเองเพราะมันไม่ใช่?นอกจากไม่มีพลังในการเข้าถึงระดับแมส(เข้าใจไม่กี่คน) แต่สร้างงเอนไขล่อเป้าตัวเองเพราะนิยามทางตรงกับนัยยะที่จะสื่อมันสับสนต่อคนฟัง???

เอาง่ายๆ กรณีนี้ก็ใช่?ถ้าเอาแค่วาทะกรรม"ไพร่"ไปนิยามการต่อสู้ของเสื่อแดงไม่สับสน มันก็จะตีความหรือปล่อยไก่ตัวเบ้อเลิ่มแบบกรณ์ฯ แต่เงื่อนไขคือนิยามคำว่า"ไพร่"มันไม่ตรงกับนิยามการต่อสู้ของเสื้อแดง

จริงถ้าเอาตามวาทะกรรมของคำว่า"ไพร่"ตามนิยามทางตรง? การออกมาแบบนี้ของกรณ์ไม่ผิดครับ? แต่มันผิดตรงที่เนื้อหาของการต่อสู้ของเสื่อแดงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนิยามคำว่า"ไพร่"(ในทางตรงยกเว้นนัยยะ) แต่คำว่านัยยะ นี่ล่ะครับ ผมจึงถามคนบัญญัติศัพย์ว่า เจตนาล่อเป้านิยามการต่อสู้เสื้อแดงหรือไม่? ถ้าเจตาหวังผลให้รู้สึกร่วมมันต้องเข้าถึงอย่างง่ายและหลากหลายระดับแมสหรือมวลชนไม่ใชคนไม่กี่คน?

เพราะความหมายทางตรงมันไม่ใช่และไม่ใกล้เคียงเลย? จนแม้แต่รมต.คลั่ง อย่างกรณ์ ยังสับสนจนออกมาเด๋อๆออกมาแบบนี้ เพราะเขานิยามทางตรง? มันก็ไม่ต่างกับหลายๆคนของเสื้อแดง ไม่ตรงนิยามไพร่เลย เอาแกนนำเลยเอาตัวเป้งๆเลยอย่าง ทักษิณ นี่อำมาตยฯน่ะถ้าความหมายทางตรง ยกเว้นความเชิงประชดประชัน หรือนัยยะแฝง?(แต่ตรงนั้นกี่คนเข้าใจและเข้าถึงได้จนถึงเก็ตได้)

คำๆนี้จึง เหมือนแรงในเชิงนัยยะของความหมายคำนี้ในนิยามเฉพาะกลุ่ม? แต่มันซ่อนเงื่อนไขในความหมายทางตรงที่สับสน แบบนี้มากกว่าที่แม้แต่ รมต,กระทรวงการคลั่ง ยังเด๋อออกมาแบบนี้ เพราะเขานิยามจากความหมายทางตรงของคำว่าไพร่

นี่ไงครับการใช้สัญญาลักษณ์การต่อสู้ผ่านวาทะกรรมที่ สับสนและไร้พลังของเสื้อแดงผ่านวาทะกรรมคำว่า"ไพร่" มันจึงสับสนหรือแค่คนกลุ่มหนึ่งเข้าใจ มันจึงขาดพลัง ความรู้สึกร่วมระดับแมส หรือมวลชน เพราะมันสร้างความสับสนในนิยาม หรือเนื้อหาการต่อสู้ครับ

แม้เนื้อหาทางนัยยะแฝง มันจะแรงแต่เข้าถึงคนรับไม่กี่คน บนวาทะกรรมนิยามการต่อสู้ของเสื้อแดง ผ่านคำว่า"ไพร่"

ที่แม้แต่ระดับรมต กลอนยังเด๋อได้เสล่อสนิทศิษย์ส่ายหน้าแบบนี้???

เข้าใจอะไรผิดไปกันใหญ่

เข้าใจอะไรผิดไปกันใหญ่ ตำแหน่งกะความเป็นอำมาตย์มันต่างกัน ไพร่เป็นอำมาตย์ก็ยังทำตัวติดดินไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่กดขี่ข่มเหงประชาชน..แต่จะทำตัวรับใช้และทำตัวเป็น(มิตร)ประชาชนไม่หลงลาภยศตำแหน่ง ไม่บ้าอำนาจไม่ฆ่าประชาชนมือเปล่าเพราะอาสามารับใช้ประชาชนจริงๆ

ส่วนอีกพวกก็ตรงกันข้ามยอมเดินข้ามกองเลือดคราบน้ำตาของประชาชนเพื่อปล้น โกง รักษาอำนาจสำหรับก่อกรรมทำชั่วอย่างไร้มารยาทและจริยธรรม

บางคนเป็นไพร่เพราะทำตัวเป็นอำมาตย์หรืออยากเป็นลุกหาบอำมาตย์จนตัวสั่นก็เยอะ เช่น ลูกหาบอำมาตย์แมลงสาบ กะลูกหาบศาสดาโกเต็กซ์ไง...เข้าใจง่ายๆ อำมาตย์ดีๆทำตัวติดดินรักประชาชนไม่กลั่นแกล้งกดขี่ประชาชนๆก็ยอมรับนับถือ อย่างไม่มีปัญหา

....... "ใสหัว"

.......

"ใสหัว" สมุนสื่อชั่วเขื่อง ยุคทรราชเรือง รุ่งอำนาจ
รับบริจาค ตีหน้าเศร้า แต่งกลอนเท็จ หลอกพี่น้อง ได้หลายโหล
เลียแข้งขา อำมาตย์จนขนหน้าแข้งร่วงหลุดหลายโล แล้วคุยโว
ชอบทำตัวโง่ โชว์อำมาตย์ โหนราชวงศ์

..แก้คำผิด...บางคนเป็นไพร่แต่

..แก้คำผิด...บางคนเป็นไพร่แต่ทำตัวเป็นอำมาตย์หรืออยากเป็นลุกหาบอำมาตย์จนตัวสั่นก็เยอะ เช่น ลูกหาบอำมาตย์แมลงสาบ กะลูกหาบศาสดาโกเต็กซ์ไง...เข้าใจง่ายๆ อำมาตย์ดีๆทำตัวติดดินรักประชาชนไม่กลั่นแกล้งกดขี่ประชาชนๆก็ยอมรับนับถือ อย่างไม่มีปัญหา

อ้อครับ

อ้อครับ ถ้าให้ผมนิยามแบบขำขำ(เน้นน่ะครับขำๆอย่าคิดมาก) ผมว่า น่าจะเป็น น้อง"จัญ"(ประชาวิบัติ(ปชป)นักฉวยโอกาสมือวางอันดับหนึ่งหรือไอ้โหนที่เป็นลูกเมียหลวงหรือลูกรักที่ทำอะไรอะไรๆก็ไม่ผิดแถมได้รับการโอ่เป็นพิเศษ) กับพี่"ไร"(ทรท.เดิมหรือไอ้โหนที่โดนเสียบตูดฝ่ายเดียวไปแล้วในการถูกยุบพรรคจับตอนในเกมย้ายขั่วอำนาจในบทลูกเมียน้อยหรือลูกชัง?ที่ทำอะไรๆก็ผิดหมด)

แต่เงื่อนไขคือทั้งเจ้าจัญและเจ้าไร แสปพอๆกัน คือถ้ามันต่างคนต่างอยู่อย่าเอามาสมาตรชน(อำมาตย์ฯชน)สนธิเพิ่ม(ตัวสร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาล) ให้กลายเป็น"จัญไร"ก็แล้วกัน ขอไม่อธิบายนิยามใดใด แล้วกัน เพราะถ้าใครไม่เก็ต ก็เอาหัวเขกกำแพงสักสิบที???

อ้อครับถ้าน้องจัญ

อ้อครับถ้าน้องจัญ ของเรารักษาระยะห่างกับพี่ไร คือต่างคนต่างรู้สิทธิหน้าที่ มันก้ไม่มีอะไร เป็นเด็กน่ารักของพ่อแม่ของปชช. แต่ถ้ามันกัดกันหรือเอามาสมาตรชนสนธิเพิ่มเมื่อไหร่ก็จัญไร(บรรลัย)ล่ะคราวนี้บ้านเมือง555???

นี้หรือ

นี้หรือ ผู้แทนของปวงชนชาวไทย

ถ้าฯพณฯ มีความคิดแบบนี้ก็แสดงทัศนะคติของ ฯพณฯ เองว่าชนชั้นของ ฯพณฯ เท่านั้นที่สามารถไปรับประทานข้าวที่ทองหล่อได้ถ้าเป็นไพร่ไม่ควรเข้าไปใกล้สถานที่ ฯพณฯ ไป เพราะมันเป็นสถานที่อโครจรของไพร่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมว่า ฯพณฯ ก็ไม่ควรไปที่ไพร่เขาไปกัน เช่น

เขตเลือกตั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร เพราะมันจะเป็นสถานที่อโครจรของ ฯพณฯ ด้วยเช่นกัน ผู้คนอาจจะเข้าใจผิด ทั้งชนชั้นเดียวกับ ฯพณฯ หรือ ผู้สนับสนุน ฯพณฯ ว่า ฯพณฯ เปลี่ยนไปจากสถานะที่ ฯพณฯ เป็นอยู่

หรือ อาจจะเข้าใจผิด โดยคิดไปว่า เมื่อการเลือกตั้งมาถึง ฯพณฯ ก็เปลี่ยนทัศนะคติชั่วคราว พอเลือกตั้งเสร็จ ฯพณฯ ก็กลับไปมีทัศนะคติทีแท้จริงของ ฯพณฯ ตามเดิม

กรณ์เข้าใจว่าตนเองเป็นอำมาตย์

กรณ์เข้าใจว่าตนเองเป็นอำมาตย์หรือครับ?? ผมคิดว่าน่าจะทบทวนกำพืดตนเองน่ะครับ สำหรับกรณ์ น่าจะถือว่าเป็นขี้ข้าหรือทาสรับใช้อำมาตย์มากกว่า เอหรือว่ากรณ์มีเชื้อสายอำมาตย์หลงมา??
แต่ที่แน่ๆเห็นแล้วขำคือ ร้านอาหารคงภูมิใจที่รู้สึกว่ามีคนเด่นคนดังมากินอาหาร แต่ที่น่าสมเพชคือนิสัยพรรคดีแต่พูด อดไม่ได้ต้องหวังเศษเลยทางการเมือง อดไม่ได้ที่จะแสดงสำนึกของพรรคที่ชอบเล่นการเมืองหรือคิดหวังว่าทำอะไรจะได้เศษเลยการเมืองบ้าง และวันนี้ไม่ทดลองพาเมียนั่งแท๊กซี่มากินข้าวบ้างล่ะ เผื่อจะได้สอบถามความเห็นจากแท๊กซี่อีกรอบว่าไพร่กับอำมาตย์มันแตกต่างกันอย่างไร???

กรณ์ มันโง่จริงๆ

กรณ์ มันโง่จริงๆ หรือว่าหาเรื่องเอาใจแฟนปชป. จิตสำนึก ไม่เคยกรายเข้าใก้ลคำว่าคนธรรมดาเลย แน่ล่ะชีวิตตั้งแต่เกิดตีนไม่เคยติดดิน ไม่เข้าใจการเมือง ไม่เคยเป็นตัวแทนของปชช. เป็นสส. สักแต่ในชื่อ จิตใจไม่เคยเป็นตัวแทนปวงชน เช่นนี้แล้วจะเสียสละทำงานให้ปวงชนได้อย่างไร แสดงว่าที่ผ่านๆมา ทำงานเพื่อตัวเองทั้งนั้น ทำเพื่อให้ตัวเองได้หน้า ได้ชื่อ ว่ากูเป็นรมต. ไอ้เลว เหมือนผู้หญิงข้างตัวมันตีนไม่เคยติดดินเหมือนกัน (อ่านจากหนังสือพิมพ์ 2 ปีก่อน)อยากอ้วก เว้อๆๆๆ ก็แค่มือสอง

ยินดีค่ะไพร่เเสื้อแดง

ยินดีค่ะไพร่เเสื้อแดง แม้ไปทานอาหารร้านเดี่ยวกับอำมาตย์หน่อยเดี่ยวจะเป็นจะตาย ทำไมฉันจะไม่รู้คำว่าไพร่เค้าใช้ในการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความต่างถึงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา เข้าถึงทุนเข้าถึงการได้รับการรักษาพยาบาล ณ.ตอนนี้คนเสื้อแดงคือคนที่รู้สึกถึงความเอารัดเอาเปรียบของพวกอำมาตย์ ทั้งเรื่องความยุติธรรม การบังคับใช้กม การได้รับสวัสดิการทางสังคม อำมาตย์ยิ่งอยู่สูงยิ่งเอาเปรียบ โดยเฉพาะไอ้รัฐบาลชุดสาระเลวชุดนี้ พวกมึงอนุมัติงบประมาณที่เป็นเงินภาษีของประชาชนอย่างทุเรศสิ้นดี แล้วไงกรณ์แดกห่าร้านอาหารดีๆแล้วรู้สึกอย่างไงบ้างติดคอบ้างไหม ประชาชนเค้าสาปแช่งอยู่ ณัฐวุติเค้าก็ทำงานเป็นวิทยากร เมียเค้าก็เคยทำงานการบินไทย ทำไม?พวกเค้า(ไพร่)ก็กินที่เดียวกับอำมาตย์ได้มีตังว่ะ อย่าคิดว่ามาพูดอย่างงี้คนเค้าจะสงสัยว่าทำไม??? ณัฐวุฒิกับเมียถึงไปกินร้านอาหารหรูๆๆ ช่วยบอกชื่อร้านมาหน่อยจะชวนไพร่มีตังง่ะไปนั่งกินบ้าง แล้วจะได้เอามาลงfacebookบ้าง แหมมันชั่ง......สะใจจริงๆๆๆๆๆ

ผมเคยคิดว่า

ผมเคยคิดว่า กรณ์น่าจะมีฝีมือบริหารมากกว่าอภิสิทธิ์ เพราะรู้จักตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน สมัย เจเอฟธนาคม แต่วันนี้ผมว่า วุฒิภาวะยังห่างไกลอภิสิทธิ์มาก ผมสงสัยตั้งแต่ เข้าฉากละครวนิดาแล้ว มาอิกทีก็คลิปเชียร์บอล มาตอนนี้เอาอิก คุณนัดวุดเค้าจากครอบครัวไปตั้งหลายเดือน เสียสละมามากมาย ยังไปเย้ยเค้าอีก ฟันธงเลยว่า น่าเศร้าประเทศไทย สงสัยคงกลุ้มที่ทุ่มภาษีปชช.เอาใจคนจนๆซื้อบ้าน(ตั้งหลังละสามล้าน) จ่ายดอกเบี้ยแทนไปหลังละหลายแสนแต่ Feedback ก็ยังไม่ดีขึ้น กลุ้มจิงๆวะกรณ์ 555555555555
จากแฟนๆอภิสิทธิ์ 555555555555+++++++++++++

ไพร่คืออะไรฟะ

[quote=ไพร่คืออะไรฟะ]ก็แล้วทำไมณัฐวุฒิจะกินหรูๆกะเค้ามั่งไม่ได้ ในเมื่อเค้ามีบ้านหลังละ 80 ล้าน
ประเด็นคือไพร่กับไม่ไพร่ มันก็ไม่ได้มีสถานะต่างกัน แล้วความแตกต่างของชนชั้นที่มันว่าคืออะไร[/quote]

บ้านเขาซื้อในราคา 9 ล้านเท่านั้น และเขาซื้อก่อนที่่จะมาอยู่ทรท. เขามีเงินที่จะผ่อนบ้านหลังนี้เพราะเขาทำงานในด้านสื่อมาก่อน เช่นรายการสภาโจ๊กที่เขาจัดอยู่ เขามีรายได้จากงานเขาถึงเดือนละเป็นแสน และยังมีรายได้จากที่ดินทางใต้ของเขาด้วย ความเป็นไพร่และอำมาตย์ไม่ได้ขึ้นกับฐานะ แต่ขึ้นอยู่กับความมีสิทธิ์ทางการเมือง อำมาตย์จำนวนน้อยเข้ามายุ่งและจัดการทางการเมืองจนละเมิดสิทธิ์ทางการเมืองของไพร่จำนวนมหาศาลของประเทศ ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงทุกคนควรมีสิทธิทางการเมืองเท่ากัน แต่ที่เป็นอยู่นี้ไพร่เรียกร้องประชาธิปไตยในขณะที่อำมาตย์จะอิงกับเผด็จการเอาเปรียบไพร่ นายกรณ์ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ทำเป็นไม่เข้าใจคำว่าไพร่-อำมาตย์ หรือว่าโง่จริง ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ห่วยแตกไม่สมกับที่มีตำแหน่งเป็นรมต.เลย

"นายกรณ์ยังโพสต์เพิ่มเติมด้วย

"นายกรณ์ยังโพสต์เพิ่มเติมด้วยว่า "อธิบายเรื่องที่ผม post สักนิดนะครับ ถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าประเด็นของผมก็คือ จะมาปลุกปั่นให้สังคมแตกแยกทำไม ในเมื่อทุกคนก็มีวิถีชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน ผมเองไม่เคยมองว่าคนไทยแตกต่างกัน และนั่นคือประเด็นสำคัญ"

คำพูดข้างบนนั้นของนายกรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง แห่งประเทศไทย นะ ไม่ใช่ตำแหน่งเหรัญญิของสมาคมอะไรที่ไหน ดูคำพูดนี้แล้วต้องบอกว่าเด็กๆจิ๊บๆๆ ไม่มีวุฒิภาวะหรือเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์ของชีวิตมาสักเท่าไร เขาไม่รู้เลยหรือว่ารัฐบาลที่เขามีส่วนร่วมหัวจมท้ายอยู่ตอนนี้นั้น มีที่มาที่ไปถูกต้องตามครรลองแค่ไหน ลืมไปแล้วหรือว่าเก้าอี้ตัวเองที่นั่งอยู่นั้นไปกรรโชกเขามา

พวกแมงสาปนี้มีมันสมองเท่าหัวไม้ขีดหรือเปล่า ลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนยุแหย่จนเกิดการแตกแยก ใครไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ระดมคนให้ใส่เสื้อเหลืองต่อต้านรัฐบาลทักษิณ พวกแมงสาปสกปรกแล้วยังเจ้าเล่ห์

อ้อครับพิมพ์ผิด

อ้อครับพิมพ์ผิด จริงๆเจตนาจะเขียนว่า"อำมาตย์"ชนสนธิ"ไพร่"มันก็จะเท่ากับน้อง"จัญ"กับพี่"ไร"เพราะพฤติกรรมรวมๆแล้วพอๆกัน?

อย่าว่าแต่คนเลย

อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่สัตว์บางครั้งก็ต้องการสิ่งที่ดีอาหารที่ดี คุณเต้นต้องจากลูกเมียเข้าสู่การสูญเสียอิสสรภาพในเรือนจำอย่างไม่ยุติธรรมจากฝีมืออำมหิตรัฐบาลของคุณกรณ์กว่า 9 เดือน น่าเห็นใจและเป็นสิทธ์อันพึงมีของครอบครัวคุณเต้น เงินที่นำมาใช้จ่ายเพื่อชดเชยสิ่งที่สูญหายไปช่วงเวลาที่คุณเต้นถูกคุทขังก็เปนเงินของคุณเต้นไม่ใช่เงินที่ได้จากการช่อราษฎร์บังหลวงคดโกงภาษีเหมือนบิดาของใครบางคนที่คดโกงภาษีรถยนต์จนต้องถูกไล่ออกจากราชการ จริงมั๊ยครับกรณ์

สงสารกรณ์จังเลย

สงสารกรณ์จังเลย งานนี้โดนเข้าไปจมหูเลย ทำใมไปกินข้าวกับเมียอิ่มแล้วไม่กลับมาบ้านนั่งดูละคร เรยา ผ่อนคลายอารมย์สบายๆ กลับมีความคิดทางการเมือง อยากทำลายล้างอยากดิสเครดิททางการเมืองคนอื่นเขา แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วคุณมันมีความคิดไม่ดีพวก ประชาชนเขาจึงรวมบาทารุมกระทืบเอา หลายคนอ่านแล้วเขาสะใจในความผิดพลาดของคุณครั้งนี้ เฮ้อหนักใจแทนเหลือเกินสำหรับคนที่พรรค ปชป.หมายหมั่นปั้นมือจะให้เป็นแคนดิเดทนายก คนที่สะใจมากๆวันนี้คือ อภิรักษ์ฯ ที่ส้มหล่นไปหาเอง กรณ์ไปเรียนเมืองนอกมากจนลืมคำโบราณที่สั่งสอนกันมานานในสังคมไทยว่า...ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา...ทีหลังจะพูดอะไรเกี่ยวกับไพร่ควรคิดให้รอบด้านอย่าสักแต่ว่าพูดเพราะเรื่องไพร่นี้ภาพที่ ปชช.เขาจดจำมา มันยังกดทับคับแค้นทิ่มแทงใจพวกเขาอยู่ คิดอะไรอย่าคิดต่ำกว่าไพร่ที่คุณดูถูกเหยียดหยามพวกเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่ต่างอะไรไปกว่าไพร่ที่คุณกล่าวถึงอยู่ แถมยังจะเป็นไพร่ชั้นสองคือต่ำกว่าไพร่ทั่วไปอย่างพวกผม ไม่น่าเชื่อกรณ์จะมีความคิดทางการเมืองและสังคมตื้นเขินขนาดนี้ หาก ปชป.เอาคุณมาเป็นนายกจริงๆก็ตัวใครตัวมันเถอะพี่น้อง(เสื้อแดง)เอ้ย

กรณ์ และ ภรรยา

กรณ์ และ ภรรยา ทำตัวเหมือนพวกเหยีดผิว เห็นคนที่ต่างชนชั้นกับตนเอง มาทำตัวเหมือนตนเองแล้วเป็นเรื่องไม่ปกติ

จิงๆ แล้วกรณ์โง่มาก ที่แสดงทาสแท้ของตัวเองออกมาโดยไม่รุ้ตัว ถ้ากรณ์คิดสักนิดน่ะว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน คุณจะไม่รุ้สึกผิดปกติอะไรกับการกระทำของใครก้อตาม ถ้าสิ่งนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรรมนูญ เพราะทุกคนมีความเท่าเทียม แต่ด้วยสันดานศักดิดาแบบคุณ เลยอดรุ้สึกไม่ได้ว่าไพร่อย่าง ญัฐวุฒิ มากินข้าวร้านเดียวกับคุณเป็นเรื่องไม่ปกติ จนต้องมาประจานตัวเองใน FB ถ้าคุณมองเป็นเรื่องปกติและปล่อยผ่าไป .. ก้อคงไม่มีใครรู้ทาสแท้ของคุณ ผมว่าคุณโง่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกผมยังจำได้ คุณไป ดีเบตก่ะหมอสุรพงษ์ เรื่องรายได้รถไฟ้ฟ้า คุณไม่ได้คิดว่า คนเดินทางไปต้องเดินทางกลับ ..

ทำหรือพูดอะไรก็แล้วแต่

ทำหรือพูดอะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำถ้าพูดแล้วโดนด่า หรือขัดแย้งมากขึ้น ไม่ว่าจะคิดอย่างใด นั่นก็คือโง่นั่นเองแหละ
กอนเอ๊ยยยยยย
ถ้ายังมีสติคงจะคิดได้

มีสติ แล้วก็ สัมปชัญญะ

มีสติ แล้วก็มี ปัญญา

มีสติ แล้วก็มี สตังค์ ไม่ใช่มีสติ แล้วก็ กู้ สตังค์แจกอย่างเดียว

โอ้ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้สอนเรื่องสติแก่ขุนคลั่ง(คลั่งนะ ไม่ใช่คลัง 5555555555) เวรกรรมประเทศไทย

.........................สมัย

.........................สมัยไหนของมนุษย์ที่ไม่มีบรรบุรุษเป็นไพร่................

....................(จากวิกิพีเดีย)......................

วิถีชีวิตของ กรณ์ จาติกวณิช และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความคล้ายคลึงกันไม่น้อย ตั้งแต่ที่ทั้งคู่ถือกำเนิดในตระกูลเก่าแก่ มีบรรพบุรุษทางบิดาเป็นชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากในประเทศสยาม ทั้งนามสกุล "จาติกวณิช" และ "เวชชาชีวะ" ต่างก็เป็นนามสกุลพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 6

บิดาของกรณ์และอภิสิทธิ์ ต่างสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับประเทศ ทั้งกรณ์และอภิสิทธิ์เกิดในต่างประเทศ โดยกรณ์เกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2507 ขณะที่ อภิสิทธิ์ เกิดที่ เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ในปีเดียวกัน แม้เกิดที่อังกฤษแต่ทั้งคู่ถือสัญชาติไทย ต่อมาทั้งคู่ได้กลับมาเมืองไทยตั้งแต่ยังเล็กเรียนหนังสือระดับประถมศึกษาที่ประเทศไทยเหมือนกัน กรณ์กลับไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เมื่ออายุ 11 ปี ขณะที่อภิสิทธิ์ ก็กลับไปเรียนต่ออังกฤษในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยอภิสิทธิได้เข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนอีตัน ส่วนกรณ์เรียนที่โรงเรียนวินเชสเตอร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนคู่แข่งกัน ระหว่างการเรียนกรณ์ได้ทราบกิตติศัพท์ว่า อภิสิทธิ์ซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนอีตัน เรียนหนังสือเก่งมาก

ต่อมาเมื่อเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ทางมหาวิทยาลัยได้ให้ทุนการศึกษาเพื่อดึงนักศึกษาที่เรียนเก่งเข้ามาสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยทำให้อภิสิทธิ์และกรณ์ได้มาเรียนด้วยกันที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกัน ต่อมาอภิสิทธิ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ส่วนกรณ์ก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเดียวกัน ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2

หลังจากสำเร็จการศึกษา กรณ์และอภิสิทธิ์ได้แยกย้ายกันไปทำงานแตกต่างกัน โดยอภิสิทธิ์ทำงานเป็นอาจารย์ ส่วนกรณ์ทำงานในสายการเงิน แต่ทั้งคู่ยังมีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอีก เมื่อกรณ์แต่งงาน เนื่องจากภรรยาของกรณ์เป็นญาติกับอภิสิทธิ์และนามสกุลเดิมของเธอคือ สูตะบุตร เช่นเดียวกับมารดาของอภิสิทธิ์ นอกจากนี้ภรรยาของกรณ์ยังสนิทกับ งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ที่เป็นพี่สาวของอภิสิทธิ์อีกด้วย นอกจากนี้ คุณลุงของกรณ์ คือ ศ.นพ.กษาน จาติกวณิช กับบิดาของอภิสิทธิ์ คือ ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่างก็เคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลมาแล้วเช่นกัน

ในที่สุดทั้งอภิสิทธิ์และกรณ์ได้เข้าสู่วงการเมือง ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน และได้ดำรงตำแหน่งระดับบริหารพรรคด้วยกันในเวลาต่อมา และล่าสุดอภิสิทธิ์ได้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี โดยมีกรณ์ำดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[แก้] การดำรงตำแหน่งอื่นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กรรมการบริษัทจาร์ดีน เฟลมมิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด
กรรมการสมาคมบริษัทตลาดหลักทรัพย์
กรรมการบริษัทอยุธยา ซีเอ็มจี แอสชัวรันส์ จำกัด (มหาชน)
กรรมการบริษัทไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
กรรมการบริษัทไทยยิบซั่ม จำกัด (มหาชน)
กรรมการสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
[แก้] รางวัลเกียรติยศทางสังคม[แก้] เปรียวอวอร์ดกรณ์ จาติกวณิช ได้รับรางวัล "เปรียว อวอร์ด 2005" [6] ที่นิตยสารเปรียวมอบให้ 10 บุคคลคุณภาพแห่งปี ซึ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมไทย โดยมีการเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ จากหลากหลายวิชาชีพมาทำหน้าที่เป็น คณะกรรมการคัดเลือก และตัดสิน ภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญคือ จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติพร้อม ทั้งเรื่องบุคลิกภาพ, สัมพันธภาพ, ความฉลาด, ความสง่างาม และมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในสังคม

โดย กรณ์ จาติกวณิช ได้รับรางวัลพร้อมกับผู้ได้รับรางวัลชาย อีก 4 คน คือ

สราวุฒิ มาตรทอง นักแสดงและนักเขียน
เรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนอยุธยาเจเอฟ จำกัด
เจษฎ์ โทณวณิก นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
จิตตนาถ ลิ้มทองกุล ผู้บริหาร หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

และผู้ได้รับรางวัลหญิง อีก 5 คน คือ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ผู้บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด
แคทลีน มาลีนนท์ กิจโอธาน ผู้บริหาร บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด
พลอย จริยะเวช คอลัมนิสน์ นักเขียน นักแปล ชื่อดัง
สุธาสินี พุทธินันทน์ นักร้องนักแสดง ทายาทของ เรวัติ พุทธินันทน์
[แก้] รัฐมนตรีคลังโลกเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553 นิตยสาร The Banker นิตยสารชั้นนำของประเทศอังกฤษ คัดเลือกให้นายกรณ์ จาติกวณิช เป็น "รัฐมนตรีคลังโลก ปี 2010" และ "รัฐมนตรีคลังเอเชียแห่งปี 2010" โดยคัดเลือกจากรัฐมนตรีคลังในประเทศต่างๆ ทั่วโลก 5 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกา ยุโรป เอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง[7]

[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์พ.ศ. 2553 - มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.) [8]
พ.ศ. 2552 ประถมาภรณ์ช้างเผือก

..............................ขอร่วมยอวาทีทั่นรัฐมนตรี.......................

………………........อาการของไส้เดือนโดนขี้เถ้า....................................

.......กูมีตังค์จะนั่งซอยทองหล่อมั่งเป็นหยังวะ....ไพร่จะมีตังค์มั่งเป็นหยังหว่า
นาน ๆ ทีมีเงินทองไหลมาเทมา....................ไม่ได้ปล้นฆ่าทำสามานย์
ไม่ได้ผูกขาดอำนาจวาสนา.........................ผูกขาดทำเหล้าป่ามหาศาล
ไวน์ดี ๆ ที่ OTOP ดรอปไว้นาน...................ให้รับทานก็หวานไปไม่ได้ความ

......จะให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง...................ก็อดเลี้ยงเมียไม่ได้ใครจะห้าม
ใช่มีตังค์บ่อย ๆ หน่อยขอถาม......................พยายามยกอ้างถางถากนัก
ยังเป็นไพร่เพราะใครไล่ผูกขาด....................ล้วนอำมาตย์ญาติเสี่ยเหี้ยทอถัก
เครือข่ายใหญ่นายทุนขุนศึกกั๊ก.....................ไพร่กระอักอยู่ดักดานมานานนม

......นโยบายเศรษฐกิจทิศทางอย่างพอเพียง.......ไพร่ลองเสี่ยงสัมผัสบัดนั้นขม
ซอยทองหล่ออ๋อกรณ์เขาซ่อนชม...................ณัฐวุฒิรุดมาดมเกือบจมตีน
ร่วมรื่นรมย์ดมกลิ่นกระฎุมพี............................รัฐมนตรีกระทรวงคลังคลั่งผิดศีล
ไพร่ไม่เจียมกะลาหัวมั่วป่ายปีน......................เลยโดนวีนว่าวรรณะตะกละกิน

......ร้านนี้มีอาหารดีดนตรีไพเราะ................ป้ายเฉพาะกระฎุมพีมีทรัพย์สิน
คราวหลังนั่งไม่ได้ธุลีดิน............เดี๋ยวดีดดิ้นโดนขี้เถ้า....เงาไส้เดือน........!

ผมเป็นนายไสย

ผมเป็นนายไสย ผมคงเอาหัวคลุมปี๊ป เพราะป่าวประกาศว่าตนเป็นไพร่ ด้อยโอกาส แต่โทษทีกินหรู นี่ที่ผ่านมาแทบไม่ได้ทำมาหากินอะไร แต่หนึ่งมื้อเลี้ยงคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราได้เป็นเดือน

คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม

[quote=คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม มารสัปดนนุ่งผ้าถุง]ผมเป็นนายไสย ผมคงเอาหัวคลุมปี๊ป เพราะป่าวประกาศว่าตนเป็นไพร่ ด้อยโอกาส แต่โทษทีกินหรู นี่ที่ผ่านมาแทบไม่ได้ทำมาหากินอะไร แต่หนึ่งมื้อเลี้ยงคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราได้เป็นเดือน[/quote]

อ่านภาษาคนเป็นหรือเปล่าว่าไพร่นั้นไม่ใช่เรื่องของฐานะทางเศรษฐกิจ (ทำเป็นโง่แบบกรณ์อีกแล้ว) เขาด้อยโอกาสทางการเมืองเพราะถูกอำมาตย์ปล้นสิทธิ์ทางการเมืองของเขาไป ส่วนเขาจะกินร้านอาหารมีราคาบ้างก็ไม่แปลกเพราะเขายังมีรายได้จากที่ดินภาคใต้ และจากหนังสือของเขาเช่นเรื่อง "ชกข้ามรุ่น"ซึ่งเป็นหนังสือขายดี ภรรยาของเขาเคยเป็นแอร์โฮสเตสแต่ลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ถ้าจะกินอาหารมีราคาบ้างก็ไม่แปลก ไม่ต้องไปริษยาเขา ไอ้ความริษยาของคนนี่แหละที่ทำให้เกิดความวุ่นวายไม่รู้จบในบ้านเมืองเรา

สกุลดีสันดานตำมีถมไป

สกุลดีสันดานตำมีถมไป พ่อโกงภาษี ทรยศต่อหน้าที่ ลูกปั่นหุ้น ทำบริษัทหลักทรัพย์แทบล้มละลาย กิจการครอบครับที่เคยรุ่งเรืองในอดีตตอนนี้เหลืออะไร ทำชั่วย่อมได้ชั่วครับ กรรมติดจรวด ยังมีหน้ามาแขวะคนอื่นที่มีต้นทุนสังคมตำกว่า หน้าไม่อาย

เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใด

เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดเลยซักนิด
ทั้งตนเอง ทั้งปชป ทั้งฝ่ายตรงข้าม

มีคนจ้างให้มาทำลาย ปชป หรือเปล่าน้อ....

เทพไท + กษิต + กรณ์(กลัวจะตามรุ่นพี่2ท่านไม่ทัน เร่งทำคะแนน)
รวมเป็น 3 ทหารเสือ

ปชป จงเจริญ

สาวริมปิง มาช่วยหน่อย
บทกลอนท่าน ช่างบาดจิตแท้

สงสัย.. ..

สงสัย..
.. ที่ท่านกรณ์โพสต์ " ถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าประเด็นของผมก็คือ จะมาปลุกปั่นให้สังคมแตกแยกทำไม "

ก็ไม่รู้ท่านคิดอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่า ..

แล้วท่านดูผลงานการโพสต์ของท่าน(และภริยา)สิ... ประเด็นที่ีท่านโพสต์..มันทำให้สังคมแตกแยกไหม...

แล้ว.." จะมาปลุกปั่นให้สังคมแตกแยกทำไม " ..

หายสงสัย..
... ก็คนระดับรมต.คลัง มัวนั่งแต่คิด..คอย" จิก.. กัด " อยู่แบบนี้ ..

บ้านเมืองนี้ถึงได้เป็นยุค " ข้าวยากหมากแพง "..

ku เป็นไฟรแล้ว ku

ku เป็นไฟรแล้ว ku จะกินร้านอาหารดีๆไม่ได้หรอ หรือว่าร้านอาหารเข้าสร้างไว้สำหรับครับครัว มึง ไอ้เสาโทรเลข
แล้วไฟร่กินไวน์ไม่ได้หรอ ร้านอาหารเขาต้องการเอาใจโวย ไม่ใช่มึงมาเขาก็รับออร์เดอร์ก็จบ หน้ายังไม่อยากจะมองเลย
ดีที่เขาไม่ถ่มน้ำลายใส่จานอาหารก็บุญแล้ว

คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม

[quote=คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม มารสัปดนนุ่งผ้าถุง]ผมเป็นนายไสย ผมคงเอาหัวคลุมปี๊ป เพราะป่าวประกาศว่าตนเป็นไพร่ ด้อยโอกาส แต่โทษทีกินหรู นี่ที่ผ่านมาแทบไม่ได้ทำมาหากินอะไร แต่หนึ่งมื้อเลี้ยงคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราได้เป็นเดือน[/quote]

รีบเอาปี๊ปคลุมหัวไปเลย ความเห็นเง่าๆพรรณนี้ ..มีเงินง่ะ จากกินที่ไหนอะไรหนักหัวใครมิทราบ.??? ทำตัวเป็นแม่ยกแมลงสาบร้อนท้องไปได้..ฮา

.ไพร่รสนิยมหรูๆมีถมถืด..อย่างศาสดาโกเต็กซ์ล้มละลายแถมขอรับเงินบริจาคยังกินหูฉลามร้านดังประจำ..ไม่ทูเรสกว่ารึ...กอนออกเงินให้นัดวุดและนัดวุดเบ่งกินฟรีหรือชักดาบหรือไงกอนจึงมาส.เสือใส่เกือกพูดจาแดกดัน....ไม่เหมือนอำมาตย์ขี้เหนียวนี่มีตังส์แล้วต้องทำตัวแกล้งจน.อย่าง.เทพเจ้าแมลงสาบเฒ่าชวนไม่เคยเลี้ยงโอเลี้ยงใครแม้แต่แก้วเดียว...แต่ชอบอาศัยเพื่อน...ฮา

เรื่องกินหรูๆนี่มันนิสัยไทยแท้..อย่าอิจฉาไพร่เลย..ไพร่ก็ไม่เคยเที่ยวขอรับบริจาคหรือกู้มาโกง เอางบหลวงมาถลุง..แบบอำมาตย์ผู้ดีแตกสาแหรก..ง่ะ

กอนมาแก้ตัวว่าไม่ได้พูดจาให้แตกแยกฟังไม่ขึ้น..โพสแดกดันกันหาว่าไพร่มาทานที่เดียวกะตนมันชัดเจนอยู่แล้ว...คนนะไม่ใช่ฟายหรือแมลงสาบจะแหลไงก็หลับหูหลับตาเชื่อ..ประเด็นนี้ก็ดังซะด้วย ถ้าเป็นประเทศที่เจริญ อำมาตย์งี่เง่าพรรณนี้จมดินไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ๆ...เพราะปากเสีย ถ้ากอนเป็นคนธรรมดาไม่มีตำแหน่งใหญ่โต จะเห่ายังไงคงไม่มีใครสนใจ

อีกอย่างก็โชว์โง่ หรือนักเรียนนอกแกล้งโง่ไขสือทำเป็นไม่เข้าใจว่าอะไรคือไพร่อะไรคืออำมาตย์..อำมาตย์ดีๆประชาชนก็ยอมรับ แต่มือเน่าที่มองไม่เห็น..อำมาตย์หน้าด้านแกล้งโง่แอบปล้นอำนาจตั้งรัฐบาลในค่ายทหารอย่างหน้าไม่อาย..หรือจะแย่งจัดรัฐบาลทั้งที่แพ้พรรคที่หนึ่งต่างหากที่ประชาชนสะอิดสะเอียน..

ไพร่ผิดตรงไหนจะไปกินข่าวแถวทอ

ไพร่ผิดตรงไหนจะไปกินข่าวแถวทองหล่อหรือว่าถนนทองหล่อสร้างเพื่อให้อำมาตย์เดินงงว่ะ ก็คนมีตังค์จะไปนั่งกินข้าวเดือดร้อนอารายกับมันวะ ไม่ได้ขอกินฟรีนิ มีตังค์จ่ายไม่ได้โกงงบใครมากินนะ

แล้วมันผิดตรงไหนแบ่งทางเดินระ

แล้วมันผิดตรงไหนแบ่งทางเดินระหว่างถนนกันเลยหรือไง ไพร่ก็คนอยู่ที่สามัญสำนึกใครจะพูดอะไรก็ช่างอย่าแคร์ ยังไงเรากว่าเป็นเสียงส่วนมากและเป็นชนกลุ่มมากด้วย

เลือกตั้ง

เลือกตั้ง ...ต้องเทกระดานทิ้งให้ข้างเดียวเลย
เเก้ปัญหาได้ดีกว่า เเน่นอนดี
....เล็กๆกระ พี้ ปลวก..มอด..ริ้นไร..อย่าไปเลือก ก้างขวางครอง หากินไปเลื่อย
เข้าใจๆ ทำงานก็อยากเป็นให่ญ
ก้วนในมุ้งเเต่อยู่ในพรรคให่ญ ดูๆ มีประโยชน์กว่า
ไม่สำคัญอย่าเอ่ย อย่า สัมภาส เลี่ยง ๆๆ ทำเป็นไม่เห็น ไม่ต้องอยากทัก อยากรู้จัก
พูดเเค่ 2 พรรค ให่ญกันดีกว่า
ลอง สัก / พัก
ทนเสี้ยนไม่ใหว
ก่อนเลีอกตั้ง ชัก วัน นึง
ค่อยเอ่ยชักหน่อย ให้รู้สึกตัว
เหมือนสมัยอดีต เกเร เดี่ยวเอาไม้ฟาด ให้หลังขาด เลย ดื้อนัก

จบ/ตรงๆ

นิสัยจุกจิก 2

นิสัยจุกจิก 2 ด้าน
เวลางานพูดดี
ใหนเปลี่ยน
นิสัยอยู่ใก้ลเมีย
เลยปากเสีย
ดูถูกคนไปได้
น่าจะเเยกให้ออก
ร้านนี้ขายปลาล้าเเน่เลย
เห็มนทั้งชอยเลย
ใก้ลชอยนั้นเขามีเเต่ขี้ฟรี ๆๆไม่ใช่รึ....
ทำงานๆ
หรือทำไม่เป็นวะ
เป้นเเต่ไฮโล....
ช่วยไม่ใด้
จบ / ตรง

โมฆะ ความหวังอนาคตนายกเเล้ว

โมฆะ ความหวังอนาคตนายกเเล้ว ปชป...ไปอีกราย
ก็รู้ๆ
เซ่อซ่า
โห่ยงหย่าง
ก็รู้ๆ หมดตัวเลือก อู่ย
เมียแม่งก๊ไม่เตือนหวะ
เอากะเขาด้วย
555555...
ใส่ใจเลย
ดังเยาะ
พรุ่งนี้ เดี๋ยว
เอาให่ม
กำลังดัง
ภูมิใจจัง

ถ้า กรณ์

ถ้า กรณ์ ไม่ไปเสือกยุ่งกะเค้าก่อน ก้อไปมีปันหา วุ่นวาย ไม่ใช่เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ แต่ทำให้เกิดปันหา อ้าย ฟายย

โถ่เอ๊ย....แค่พอเป็นเด็กจบนอก

โถ่เอ๊ย....แค่พอเป็นเด็กจบนอก พูดภาษาอังกฤษได้คล่องกว่า ก็เท่านั้น หลงตน คิดว่าเป็นอำมาตย์ เป็นเทวดา จิตใจตกต่ำมาก ไม่เหมาะกับตำแหน่งสูงทางการเมือง เป็นคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้จักชีวิต และโลกที่แท้จริง ดูได้ที่ตัวชี้วัด จากการเลือกภรรยา ดูที่หน้าตา อย่างเดียวก็บอกว่า หลงรักแล้ว โดยลืมไปว่าชายไทยน่ะ เขาดูกันที่ประวัติของหอยด้วย ถือเป็นศักดิ์ศรีเลยล่ะ ถูกโอ้โลมปฏิโลมจากคนใช้อีสาน มาตั้งแต่เด็ก จนลืมตัว เคยพูดมาก็แล้วว่าคนอีสานเป็นได้แค่คนใช้
คนยุคใหม่เขาไม่เลือกหรอก ผู้แทน ที่ดูถูกเขาขนาดนี้ เขาไม่ได้โง่นี่ นัดวุด มีคนรักมากมาย เขาไม่ได้ดูถูกคนเลย แม้ว่า วาจาเขาจะคมคายมาก เขาจะถากถางคนจนที่โง่ยังไงก็ได้ แต่ใจเขาไม่เคย เพราะเขาอยู่ด้วยการมอบความรักที่จริงใจให้คนรากหญ้าไง แล้วเทวดาอย่าง "ลงกลอน" ซะแน่น ในประตูเทวดา จะมารู้จักกับโลกที่แท้จริงได้อย่างไร วุฒิภาวะมันต่างกัน ระหว่าง คุณหนูspoiled ลูกเสี่ยคนจีนโล้สำเภามาก่อน กับลูกคนใต้ ชาวบ้าน เจ้าของถิ่นดั้งเดิมที่นี่ แต่ขอบอก คนใต้มีเชื้อแขก นะ ไม่ได้โง่ไปกว่าคนจีนเลย ไม่เชื่อคอยดูสิ เลือดนักสู้ แกนนำแดง จึงมาจากคนใต้เชื้อแขกไง คนจีนก็ได้แต่เป็นพ่อค้าขี้โกง ขี้ส่งเงินใต้โต๊ะ ไม่สร่างซา แต่หาสปิริตไม่มี อาตี๋พวกนี้ โง่แล้วหลงตัวเองอีกตะหาก โกรธด้วยหากใครรู้ความจริง

อ้างเป็นไพร่ มากไป

อ้างเป็นไพร่ มากไป หน่อยไหมพี่
เห็นอ้วนพี นายขุน เหมือนหมูขาย
โธ่ยังน้อย แค่ทองหล่อ พ่อไม่อาย
ลูกผู้ชาย บอกรากหญ้า แทนค่าตัว

หลายปีก่อน ส่งตัวแทน แดนนครฯ
พอนายป้อน อ้าปาก ว่าฝากหัว
ไว้ให้นาย เต็มร้อย ทั้งครอบครัว
ใครว่าชั่ว นายชม กระผมพอ

ด้วยฝีปาก แกว่งกล้า สภาโจ๊ก
แม้สอบตก คะแนนต่ำ จากสอสอ
แต่มีโชค หายซวย ด้วยลูกยอ
ชูให้พ่อ เป็นโฆษก ช่วยยกเชียร์

เหมือนเกิดใหม่ ในบ้าน เรือนนายท่าน
ด้วยสันดาน ต้องแทนคุณ ไม่ยอมเสีย
แม้บางครั้ง ถูกขัง จนผอมเพลีย
เป็น "ทาสในเรือนเบี้ย" ต้องยอมทน

กูจะกินอะไรมันก็เรื่องกู

กูจะกินอะไรมันก็เรื่องกู ผิดตรงไหนเหรอ ไม่ได้โกงบ้านโกงเมืองจนต้องออกจากราชการเหมือนพ่อมึง

เมียไอ้กรณ์ วันเวย์ ก็ช่างกระไร ยุยงส่งเสริมผัว ให้เข้ารกเข้าพงเก่งพอ ๆ กับ การปีนกระไดสังคม

โถ โถ อีผู้ดีแปดสาแหรก มีผัวตั้งแต่อยู่มัธยมต้น แต่จะเอากับใครมันก็เรื่องของแกเนอะ แต่ดันมาให้สัมภาษณ์

ลงนิตยสาร hello ซะหรูเริ่ดว่า "ดิชั้น อยากมีครอบครัวตั้งแต่อายุ 13"

ครับอันนี้ของซีเรียส น่ะครับ

ครับอันนี้ของซีเรียส น่ะครับ คือโฟกัสตรงหน้างานกระทรวงการคลั่งและนโยบายประชาวิบัติ กับงานด้านเศษท่าอิฐ(เศรษฐกิจ)

คือที่จะด่าตรงๆคือเอาเนื้อหาในกลุ่มทุนใหญ่(CPฯ) มากำหนดเป็นนโยบายเศรษฐกิจแบบ ไม่ลืมหูลืมตา(ทฤษฎีสองสูง) ผลจึงคือข้าวยากหมากแพงตอนนี้ไง?ในรูปธรรม จากวิธีคิดแบบนี้ของนโยบาย

เพราะตอบโจทย์วิธีคิดแบบกลุ่มทุนใหญ่เพราะแบบนั้นเขาคิดได้เพราะตอบโจยืแบบนักลงทุนใหญ่ ที่ตัวแปรที่จะตอบโจทย์กระทบคนไม่กี่กลุ่มหรือคิดได้ในมิติแบบนั้นของเขา? แต่เอาวิธีคิดแค่กระพรี้เดียวไม่กี่มิติแบบนั้นมาตอบโจทย์ คำว่านโยบายเศรษฐกิจหรือเศษฐศาสตร์ระดับประเทศ

เพราะโจทย์แบบนี้มันจะตอบมักง่ายแบบนั้นไม่ได้? เพราะอย่าลืมว่าเมืองไทยมีความหลากหลายในความแข่งแกร่งจากภายในหรือมีความมั่นคงในความหลากหลายมีมิติกว่าหลายประเทศมาก มีอัตลักษณ์มีวิถีชีวิตที่พึ่งพาตนเองบนความหลากหลายมากกว่าผูกติดกับนโยบายปลากระป๋อง(เน่า)แห่งชาติรวมศูนย์กับ"ทฤษฎีสองสูง"ที่ว่านั้น

เพราะมันรวมศูนย์ทั้งนโยบายพลังงาน(น้ำมันและไฟฟ้าฯลฯ)ทั้งที่ศักยภาพในอัตลักษณ์ไทยมันสามารถที่จะสร้างความหลากหลายในการพึ่งพาและสร้างวิถีชีวิตที่หลุดออกมาจากปลากระป๋องเน่าแห่งชาติของรบ.กลางได้

นั้นคือระบบเศรษฐกิจบนความหลากหลายความแข็งแกร่งจากภายในหลายด้าน(ท่องเที่ยวอาหาร,และพลังงานฯลฯ)มันไม่ควรผูกติดกับปลากระป๋องแห่งชาติรวมศูนย์แบบนี้ และผลที่เป็ฯรูปธรรมคือข้าวยากหมากแพงคือตัวอินดิฯที่ผมชี้นี้ ทั้งที่ถ้ามันไม่รวมศูนย์เกินไป

คนไทยจะได้ทางเลือกที่หลากหลายบนความแข็งแกร่งจากภายในหลายๆด้านกว่านี้ ไม่ใช่ให้ชาวบ้านตาดำๆ ที่เขามีความแข็งแกร่งจากภายในด้านอาหารหรือการเกษตร ปลูกปลาหาอาหารบนวิถีชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบเศษฐศาสตร์แบบปลากระป๋องแห่งชาติรวมศูนย์ได้

โดยไม่ต้องไปเข้าแถวซื้อน้ำมันพืช?รอปลากระป๋องเน่า หรือชั่งไข่เป็นกิโลขาย กับนโยบายหลุดโลกแบบนี้ที่ไม่แน่ใจว่าเอาอวัยวะส่วนไหนคิดน่ะนู๋กลอน???

ปล.ข้อเสนอเรื่อง"ราษฎร์สวัสดิการ"(มันทำได้ทันทีและชัดเจนกว่ารัฐสวัสดิการจิตนาการโลกพระศรีอารย์อันนั้น)ของผม แต่อย่าเอาเคาเตอร์เพนไปสีแทนยาสีฟันล่ะ?ก้อปทั้งทีอย่าให้เสีย? เอ้าทิ้งแมสเซสให้ก็ได้ว่าการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลให้ดีให้ถึงและให้ได้ นั้นคือหัวใจของเรื่องนี้เพราะเทคโนฯด้านนี้มันถึงมานานแล้วแต่สิ่งที่ผมผิดหวังมากคือคอมฯที่มหาดไทยเน่านั้นล่ะคือปลากระป๋องแห่งชาติเน่า???

ร้านอย่างงี้

ร้านอย่างงี้ เราเป็นไพร่ต้องลองไปกินดูสะแล้ว รสชาติอาหารคงอร่อยน่าดู สงสัยต้องพาครอบครัวไปด้วย เอ้...แต่เราไม่มีเงิน เราคงต้องไปขายที่นาที่ไร่เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าอาหารก่อน พอกลับจากกินเสร็จ ไม่มีที่ไร่ที่นาทำมาหากินแล้วเราก็ค่อยไปรวมตัวก่อม็อบเรียกว่าขอพื้นที่ทำกิน ความคิดดีๆ ......ไปดีกว่า

อ้ออีกอันครับ"คนิตศาสตร์ประกั

อ้ออีกอันครับ"คนิตศาสตร์ประกันภัย"ครับ คือหัวใจการกระจายให้เข้าถึงระบ"ราษฎร์สวัสดิการ"(องผมน่ะไม่ใช่รัฐสวัสดิการปัญญาอ่อนอันนั้นที่ฝันไปเถอะยุคพระศรีอารย์โน้นน่ะ)ที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ไม่ใช่แค่ในระบบตาม"ทฤษฎีสองสูง"(ประกันสังคมแบบเดิมๆนั้นแค่ระบบแรงงานแต่ชาวบ้านที่เป็นแมสกว่านั้นมากกับตกหล่น)แค่นั้น? แต่บริหารจัดการผ่านระบบฐานข้อมูลแบบใหม่

ไม่ใช่ระบบราชการผ่านกระทรวงหมาหาดไทระบบราชการที่ล้าสมัยที่โตแบบลงพุงแบบนี้?ไร้ประสิทธิภาพแบบเก่าแก่แต่ลงพุงช้าอืดอาด แถมติดยึดกับนักปกครองรุ่นเก่า ระเบียบที่ล้าสมัยแบบนั้นกลอนเห็นท่าน ชวนลีลาเบ็นซ์หาลปลาที่ด่าไว้ไหม? ภาพรถสปอร์ตแบบมาร์คที่สาวกรีดสลบในภาพลักษณ์น่าตาหล่อแบบมีดีกรีนักเรียนนอก

เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบฯ แต่ขอโทษถูกอำมาตยฯ ถอดเครื่องยนต์นั้นออกแล้ว?แล้วเอาเครื่องยนต์หางปลาลีลาท่านชวนบวกป๋าฯ(อนุรักษ์สุดโต่งลงทางแคบแบบบ้านเสาเดียวสมถะพอเพียงที่เถียงความจริงโลก)เพราะไม่งั้นอำมาตยฯหรือมือที่มองไม่เห็นจะหัวใจวายตาย เพราะพึงจะพัฒนามาจากตัวตนที่ติดยึดกับยานพาหนะรุ่นแรก(ช้าง)

ผลก็คือรถสปอร์ตมาร์ค ติดเครื่องยนต์ที่ควันขโมงโฉงเฉงจนแม่ยกสาวแก่แม่ม่ายสำลักควันแทบตายอะไรของมันว่ะรถสปอร์ตพันธุ์ไหน?

จนอดสงสัยไม่ได้ว่ารถสปอร์ตพันธุ์ใหม่?ทำไมมันคลานมายิ่งกว่ารถเร่ขายของดองยังแซงเลย? กับท่าที่ยักแย่ยักยันของท่านมาร์คสลับกับการคลานแบบเอาหัวมาเดินแทนขาวันนี้?

ปล.มุกนี้ผมเล่นไปตั้งแต่ ทักษิณสอง ยังไม่สามแล้วครับ เห็นไหม?จะสิบปีแล้วมูกนี้ยังแม่นเป๊ะ? ตรงเป๊ะในตัวตนประชาวิบัติทุกวันนี้เลย? สะใจแม่ยกทั้งหลายไหมสำลักควันกันพอหรือยัง?กับภาพรถสปอร์ตมาร์คV1???

เบื่อสร้างภาพ

[quote=เบื่อสร้างภาพ][quote=i-hate-gamecard]นี่เป็นโอกาสดีที่ฝ่ายแดงจะเข้าไปอธิบาย
ว่า "ไพร่" หมายถึงความต่างชนชั้นทาง ...

- สิทธิการเมือง
- การอยู่ภายใต้ กม. (2 มาตรฐาน)
- การมี "แบ๊คพิเศษ"

แต่ ...ผมก็ยังเซ็งที่แดงจำนวนมาก ยังไปด่าไปเถียงเรื่องความต่างทางฐานะเศรษฐกิจ
กลายเป็นยิ่งเข้าทางกรณ์มากขึ้นไปอีก ... เห้อ
เพราะแกนนำแดงมันก็รวยจริงๆน่ะแหละ[/quote]
"ไพร่แดง" มีทุกชนชั้น แต่จำนวนมากสุดคือระดับรากหญ้า ทุกแดงรู้ว่า เรามีสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับอมาตย์ จะไปกินอาหารร้านเดียวกับ รมต.ไม่ได้รึไง กะตังกูมี ไม่ได้ไปขอทานเค้ากิน เงินได้มาโดยสุจริต แล้วไอ้พวกที่โกงชาติโกงแผ่นดิน เอาเงินภาษีของพวกกูไปกินน่ะ อายบ้างไหม ถุย[/quote]

เยี่ยมมากคับเห็นด้วย......โดยเฉพาะไอ้หน้าาเหลี่ยมแม่งชั่วสุดๆคับโกงกินทั้งโคตร นักการเมืองหาดียาก ประชาชนอย่างเราๆโดนกดขี่ตลอด ไม่ว่าคัย

ไพร่แดง wrote:ไพร่วันนี้

[quote=ไพร่แดง]ไพร่วันนี้ ไม่ใช่คนที่อาศัยแผ่นดินของอำมาตย์อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเกรงว่าเขาจะออกปากไล่เมื่อทำอะไรไม่เป็นที่พอใจ ไพร่วันนี้ คือเจ้าของแผ่นซึ่งมีไพร่เป็นคนส่วนใหญ่ ไพร่มีสิทธิจะคิด จะฝัน จะทำอะไรได้อย่างเดียวกับอำมาตย์ รวมทั้งการเข้าไปกินอาหารดี ๆ ในร้านหรู

วันนี้ไพร่กำลังคิดว่า ถ้าพวกอำมาตย์ปรับตัวเองไม่ได้ อย่าว่าออกปากไล่อย่างไพร่ลืมตัวอย่างดาราพงษ์พัฒน์ แค่มึงมองด้วยสายตาแปลก ๆ ที่เห็นไพร่ไปนั่งกินข้าวในที่แพง ๆ ไพร่ก็รู้สึกไม่พอใจแล้ววะ

อยากจะบอกว่า พวกมึงออกไปจากแผ่นดินของพวกกูเถอะ กูจะทำแผ่นดินนี้ให้เป็นแผ่นดินที่มีแต่ไพร่ มีระบอบไพร่เป็นใหญ่ บริหารกันแบบไพร่ ๆ ที่เรียกว่าประชาธิปไตย ไม่มีคำว่าไทย ๆ ห้อยท้าย

และอยากตะโกนดัง ๆ ใส่หน้าขี้เรื้อนอำมาตย์อย่างมึงว่า กูไม่อยากปรองดองกับพวกมึงแล้ววะ[/quote]

เยี่ยมมากคับเห็นด้วย......โดยเฉพาะไอ้หน้าาเหลี่ยมแม่งชั่วสุดๆคับโกงกินทั้งโคตร นักการเมืองหาดียาก ประชาชนอย่างเราๆโดนกดขี่ตลอด ไม่ว่าคัย

เกลียดนักการเมืองขี้โกงคับ

เกลียดนักการเมืองขี้โกงคับ ประชาชนลำบาก มันสุขสบาย ยิ่งไอ้หน้าเหลี่ยมโกงทั้งโคตร พี่น้องไปตากแดดลำบากมันบอกจะกลับมานำทัพ...แม่งเอ๊ยพาลูกสาวเดินช้อปปิ้ง กรูไปตากแดดแทบตายวิ่งหนีกระสุน ประชาธิปไตยพ่องงงเมิงไรว่ะแค่หัวหน้าพรรคยังต้องรอมันสั่งคนเดียว คนอื่นยืนกุมกล้วยรอกันหมด ฟายทั้งน้านนนนนน

ไพร่หรืออำมาตย์..ว้า

[quote=ไพร่หรืออำมาตย์..ว้า]ร้านอย่างงี้ เราเป็นไพร่ต้องลองไปกินดูสะแล้ว รสชาติอาหารคงอร่อยน่าดู สงสัยต้องพาครอบครัวไปด้วย เอ้...แต่เราไม่มีเงิน เราคงต้องไปขายที่นาที่ไร่เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าอาหารก่อน พอกลับจากกินเสร็จ ไม่มีที่ไร่ที่นาทำมาหากินแล้วเราก็ค่อยไปรวมตัวก่อม็อบเรียกว่าขอพื้นที่ทำกิน ความคิดดีๆ ......ไปดีกว่า[/quote]

ถูกๆๆๆๆๆๆกรูก้อไพร่ ไปก่อม้อบดีกว่าคัยจะเดือดร้อนช่างแม่งมันอย่ามาก่อม้อปหน้าบ้านกูพอ แค่คัยจอดรถขวางหน้าบ้านกรูๆยังเอาตะปูไปขูดสีเลย

คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม

[quote=คนย้อมแมวขาย ชายย้อมสีผม มารสัปดนนุ่งผ้าถุง]ผมเป็นนายไสย ผมคงเอาหัวคลุมปี๊ป เพราะป่าวประกาศว่าตนเป็นไพร่ ด้อยโอกาส แต่โทษทีกินหรู นี่ที่ผ่านมาแทบไม่ได้ทำมาหากินอะไร แต่หนึ่งมื้อเลี้ยงคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราได้เป็นเดือน[/quote]

เออว่ะ มันทำมาหากินไรว่ะวันๆเอาแต่ด่าคนโน้นคนนี้ กรูทำโอทีแทบจำหน้าลูกเมียไม่ได้ยังไม่พอกินเลย

รักประเทศไทยจังเลย คัยอยากทำไ

รักประเทศไทยจังเลย
คัยอยากทำไรก้อได้ถ้ามีเงิน
พู้ใหญ่เอาแต่ทะเล่าะกัน
พู้ชายก้อแว้น
พู้หญิงเต้นแก้ผ้าโชว์แคมฟอก

ไม่มีอะไรทำก้อไปประท้วงมีข้าวให้กินฟรีด้วย
เยี่ยมจิงๆ

นี่แหล่ะหนาประเทศไทย

นี่แหล่ะหนาประเทศไทย คิดหวังเอากับคนรุ่นใหม่ยังไม่ได้ เมื่อไหร่จะพัฒนา นักการเมืองรุ่นใหม่-เก่าเหมือนกันหมด อุตส่าห์จบสูงมาจากประเทศที่เขามุ่งหวังให้คนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ดันกลับมามุ่งหวังถอยหลังลงคลอง

ตอนนี้เริ่มเห็นเด่นชัด คนเป็นไพร่ห้ามไปกินข้าวในเขตอำมาตย์ มันน่าคิดให้หนักนักว่าประเทศไทยจริงแล้ว "ไท" เสรีจริงหรือ

ทองหล่อเต็มไปด้วยไฮโซจริง ซึ่งอำมาตย์ก็เริ่มอึดอัด เพราะไฮโซสมัยนี้เงินใหม่ทั้งนั้น ไม่ใช่เงินเก่าเหมือนกับอำมาตย์เขา ไปแย่งพื้นที่กินข้าวเขา ไฮโซก็หลงผิดคิดว่าอำมาตย์รับ คิดให้ดี ถ้าคุณไม่มีเงินอำมาตย์ไม่ยอมให้คุณนั่งในพื้นที่เดียวกันนะ

ทำไมคนกลุ่มก้อนเล็กๆ ถึงอยากให้คนกลุ่มใหญ่ๆ ต้องโดนจำกัดสิทธิ์??? เพราะอย่างนี้ไง Poor people should not know their rights, otherwise they will start "enjoying" their rights and the rich just cannot take it. "มากินข้าวร้านเดียวกับฉันได้ไง ewwwww!! มาเดินห้างเดียวกับฉันได้ไง ewwww!!!"

แบบนี้คิดใหม่ดีไหมคนไทยทั้งหลาย ทำไมไม่ให้มันเท่าเทียมกัน ถ้ากินอะไรได้แล้วไม่ทำให้คุณและครอบครัวหรือคนอื่นๆ เดือดร้อน (เช่น อยากกินของแพง แต่ต้องไปโกงกินภาษีประชาชน หรือฉกชิงวิ่งราวเงินมา ฯลฯ) คนอื่นก็ไม่ควรมาห้ามให้คุณทำในสิ่งที่คุณอยากทำ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่! (แต่อย่าลืม ทำอะไรก็แล้วแต่อย่าไปลิดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น อย่าไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น Respect yourself, respect others) จบ.

อ้อครับขยายความที่มาของฉายา"เ

อ้อครับขยายความที่มาของฉายา"เบ็นซ์หางปลา"(ลีลาท่านชวนบวกป๋าฯ) คือมาจากที่ผมแซวไว้สมัย"อีแต๋นพลีชีพ"ของท่านบัญญัติสมัยเป็นหัวหน้าพรรคครับ ผมแซวไว้ตอนนั้น ตอนนี้ได้ลงมือขับแล้วภาพยิ่งชัดครับนี่คือตัวตนปชป.ครับ?

ส่วนที่ล้อท่าน กลอน หนัก ว่า"อนุบาลเด็กโข่ง" ทางการเมืองหรือปชต. เพราะฝักใฝ่หรือแกออกมาสนับสนุน ปฎิวัติในการชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คคราวก่อน และใครไม่รู้เอามาลงในนี้ ผมเลยสวนไปแบบจัดหนักให้ ว่าอนุบาลเด็กโข่งทางปชต.หรือวุฒิภาวะทางปชต.?

เพราะขนาดมาร์คยังแค่ม.7เลย? แล้วนี่คุณ กลอน อ่อนๆแบบนี้ก็"อนุบาลเด็กโข่ง"ไงครับ555

อ้อนู๋มาร์คกับนู๋กลอน?

อ้อนู๋มาร์คกับนู๋กลอน? เก็ตแล้วน่ะ?ที่ผมล้อไว้คราวนั้น(สมัยอีแต๋นพลีชีพ)??? ว่ารถสปอร์ต เตี้ยแป๊กแบบนั้นเอาแค่คันกั้นรถวิ่งเร็วในหมู่บ้าน(พวกในพรรคขณะนั้นปชป.ซัดกันเองระหว่างสายชวน(มาร์ค)กับสายบัญญัติ)

เอาแค่นั้นยังคลานออกนอกหมู่บ้านไม่ไหวต้องอาศัยรถยก แล้วยิ่งถนนหลวงแบบไทยๆที่รถถังออกมาวิ่งสร้างแรงเสียดทานจนเป้นหลุมเป็นบ่อวางกับดักทุ่นระเบิดกองขี้หมาไว้ บ่อยๆแบบนี้? แถมมือที่มองไม่เห็นที่ผมชี้ไว้คราวนั้น? วันนี้มาร์คเจอแล้ว?และเข้าใจว่าเก็ตแล้วคือะไรที่ผมชี้ไว้? ไม่กี่วันนี่ล่ะ?ว่าผมพูดอะไรไว้?

ส่วนกลอนนั้นยังเดียงสามาก(วัดจากการออกมาล่าสุดตอนเชียร์ปฎิวัติ49) ยังมองอะไรร้ายเดียงสามาก? และมากกว่าแกล้งโง่บริโภคครับ? กลอนนี่ ผมเชื่อว่าเขาเชื่อแบบนั้นจริงๆครับ?(มากกว่าเจตนาโง่บริโภคครับ) แต่ตอนนี้ถึงงานนี้แล้วเขาเปิดหน้าสู้กันเต็มๆแล้วถึงจะเข้าใจ และเข้าใจว่าพึ่งจะถึงบางอ้อแล้วน่ะนู๋กลอน? ว่าคืออะไรที่ผมพูดไว้คราวนั้น???

อ้อครับขยายความ"ทฤษฎีสองสูง"อ

อ้อครับขยายความ"ทฤษฎีสองสูง"อีกนิดหนึ่งครับ(ช่วงนี้ยังมีเวลาเพราะงานผมยังหน้าคอมฯอยู่)

คือตรงนี้ไงครับ? คือตัวแปรผลกระทบฐานราก หรือรากหญ้าในรูปทรงปิรามิดในโครงสร้างฐานปชช.ไทย(ชนชั้นล่าง,กลาง,บน) เพราะโครงสร้างแบบไทย มันเหลื่อมล้ำมากฐานปชช.ที่รากหญ้าที่คือส่วนใหญ่แบบฐานปิรามิดที่นอกระบบตามทฤษฎีสองสูง แต่มันกระทบตรงๆเดลิเวอร์ลี่ปลากระป๋ฮงเน่าเขวี้ยงหัวเขาเต็มในการแบกรับค่าครองชีพ มันกระทบมากจากแนวคิดทฤษฎีสองสูง โดยเฉพาะวิถีชิวิตแบบชนบท หรือรากหญ้าที่คือฐานปิรามิดที่นอกระบบแรงงานแบบอุตสาหกรรม

กับค่าครองชีพที่สูงจากการใช้ทฤษฎีสองสูงมันตอบโจทย์ได้เข้าถึงแค่คนกลุ่มหนึ่ง(คนในระบบประกันสังคมหรือราชการ) แต่ผลกระทบไปยังรากหญ้าไพร่ฟ้าหน้าหมองปชช.ของผมอย่างชนิดที่เต็มๆเลย

เพราะขึ้นค่าแรงปุ๊บ เพิ่มเงินเดือนปั๊บ(ตามทฤษฎีสองสูง) ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งปู๊ดตามเลย ปชช.รากหญ้าหน้าหมองคล้ำรับกรรมไปเต็มๆจนหน้าเขียว เพราะรายได้เท่าเดิม แถมราคาพืชพันธุด้านเกษตรโดยเฉพาะข้าวกลับตกเอาๆ

นี่คือผลกระทบตรงของอย่างเห็นรูปธรรมในข้อหายุค"ข้าวยากหมากแพง" เพราะเงือนไขจากต้นน้ำนโยบายแบบนี้ของรบ.นี้ไง? ผมจึงต้องจับสองนู๋? นี่มาตีก้นสั่งสอนสักทีสองที น่ะนู๋มาร์คและนู๋กลอน???

ไพร่หรืออำมาตย์..ว้า

[quote=ไพร่หรืออำมาตย์..ว้า]ร้านอย่างงี้ เราเป็นไพร่ต้องลองไปกินดูสะแล้ว รสชาติอาหารคงอร่อยน่าดู สงสัยต้องพาครอบครัวไปด้วย เอ้...แต่เราไม่มีเงิน เราคงต้องไปขายที่นาที่ไร่เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าอาหารก่อน พอกลับจากกินเสร็จ ไม่มีที่ไร่ที่นาทำมาหากินแล้วเราก็ค่อยไปรวมตัวก่อม็อบเรียกว่าขอพื้นที่ทำกิน ความคิดดีๆ ......ไปดีกว่า[/quote]

ทาสในเรือนเบี้ยของอำมาตย์นี่รอยหยักในสมองน้อยเนอะ กินข้าวไฮโซแค่ไหนกินกันสองสามคนไม่เกิน3000บาทถึงกับต้องขายที่ขายทาง หน้าด้านพูด คิดเลขเป็นหรือเปล่าเนี่ย เขาคงไม่ไปกินร้านนั้นทุกวันหรอก และถ้ารู้ว่าลูกไพร่ลืมกำพรืดไปกินร้านนั้นเขาคงไม่ไปให้อายบรรพบุรุษ ว่างๆไปเช็คดูว่าพวกอันธพาลเหลืองวันๆทำมาหากินอะไรเป็นมั่งนอกจากปลุกม็อบขอทาน(บริจาค)ไปก่อความแตกแยกในบ้านเมือง นี่ก็ได้ข่าวว่าท่อน้ำเลี้ยงจากสตรีสูงศักดิ์ทั้งหลายเริ่มอุดตันแล้ว โถคนไม่บริสุทธิ์ใจก็แบบนี้แหละอยู่ไม่นานประชาชนเขาก็รู้กันหมดว่าทำมาหากินกับม็อบ นี่ยังเถียงเรื่องเงินบริจาคพรรคโนโวตไม่จบเลยน่าสมเพช

i-hate-gamecard

[quote=i-hate-gamecard]นี่เป็นโอกาสดีที่ฝ่ายแดงจะเข้าไปอธิบาย
ว่า "ไพร่" หมายถึงความต่างชนชั้นทาง ...

- สิทธิการเมือง
- การอยู่ภายใต้ กม. (2 มาตรฐาน)
- การมี "แบ๊คพิเศษ"

แต่ ...ผมก็ยังเซ็งที่แดงจำนวนมาก ยังไปด่าไปเถียงเรื่องความต่างทางฐานะเศรษฐกิจ
กลายเป็นยิ่งเข้าทางกรณ์มากขึ้นไปอีก ... เห้อ
เพราะแกนนำแดงมันก็รวยจริงๆน่ะแหละ[/quote]
แกนนำแดงรวยไม่รวยไม่ใช่ปัญหา เขาต่อสู้เพื่อประชาชนเป็นใช้ได้ แล้วกรณ์มันยอมติดคุกเพื่อประชาชนมั๊ย อีกอย่างกรณ์ยอมรับระบบอุปถัมภ์จากมหาอำมาตย์มาเป็นรัฐมนตรีซึ่งเป็นเรื่องน่าอายที่แอบอ้างว่าเป็รระบอบ ประ ชา ธิปไตย

ไอ้พวกกาขาวสวะเนี่ย

ไอ้พวกกาขาวสวะเนี่ย ผมว่าใช้คำว่า"ขุนนาง"น่าจะเข้าใจมากกว่าคำว่า"อำมาตย์"น่ะครับ หรือว่ายังไงครับ

ท่านผู้รู้ท่านอื่นๆ

ไพร่(ในทางการเมือง)...มิได้หม

ไพร่(ในทางการเมือง)...มิได้หมายถึง...จน

อำมาตย์(ในทางการเมือง)....ก็มิได้แปลว่ารวยเสมอไป

ไพร่อาจมิใช่ทาส(ทางความคิด)

ไพร่อาจมีเสรีภาพ(ทางความคิด)....มากกว่าอำมาตย์

ไพร่อาจมีจินตนาการ...ที่หยั่งลึก(แม้บางคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม)

แต่อำมาตย์...อาจเป็นทาส(ทางความคิด)....เป็นทาสที่ถูกพันธนาการด้วยใยไร้สภาพ

มีจินตนาการที่มีขอบเขต...ไม่กล้าฝัน(ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้/อิมพอสซิเบิ่ล ดรีม)

เพราะฉะนั้น...ตลอดระยะเวลาแค่ 2 ที่มีมนุษย์ที่มีโครโมโซมของอำมาตย์...ประเทศจึงได้วิบัติถึงขนาดนี้

หากได้บริหารประเทศต่อไป....ลองคิดดู...บ้านเมืองจะฉิบหายไปขนาดไหน

จิตวิญญาณของอำมาตย์...ไม่เคยคำนึงถึงสิทธิและคุณค่าของความเป็นมนุษย์

แม้จะได้บริโภคอาหารดี...ได้นั่งลิ้มรสอาหารบนโต๊ะที่โก้หรู...แต่อาหารในแต่ละมื้อ...ก็ไม่ได้เกิดกระบวนการสันดาบให้คุณค่าหรือจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ของอำมาตย์ดีขึ้น

rajaee

[quote=rajaee]แก้คำผิด/quote]

เพราะฉะนั้น...ตลอดระยะเวลาแค่ 2 ปี

กรณ์ อำมาตย์ครึ่งบกครึงน้ำ

กรณ์ อำมาตย์ครึ่งบกครึงน้ำ โดยคำผกา
ไพร่ VS อำมาตย์
http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...1305262764
คำ ผกา

เมื่อตอนเป็นเด็กฉันอยู่บ้านไม้ เคยเห็นลวดลายฉลุไม้สวยวิจิตรในวัดแล้วอยากรู้ว่าทำไมเราไม่เอาของสวยๆ อย่างนั้นมาประดับบ้านหรือทำเป็นลวดลายตกแต่งบ้านให้สวยขึ้น

ตาของฉันซึ่งเป็นเจ้าของบ้านตอบว่า "บ้านชาวบ้านถ้ามีงานไม้แกะสลักอยู่ในบ้านแล้วจะขึด" คำว่า "ขึด" แปลว่า เป็นกาลกิณีอะไรทำนองนั้น

ถ้าคำถามใดมีคำตอบว่า "ถ้าทำลงไปแล้วจะขึด" ก็เป็นอันว่าไม่ต้องถามต่อ ไม่ต้องสงสัย ขึดก็คือขึด

สถานที่ที่จะตกแต่งด้วยไม้ฉลุหรือไม้แกะสลักได้ถ้าไม่ใช่วัดก็ต้องเป็นบ้าน "เจ้านาย" บ้านไพร่สามัญชนมีไม่ได้ ข้อห้ามทำนองนี้มีอีกมาก เช่น ผ้าถุงที่ทอสอดดิ้นเงินดิ้นทองนั้น หญิงไพร่สามัญชนใส่ไม่ได้ จะ "ขึด" เพราะมีไว้สำหรับ "เจ้าหญิง" เท่านั้น

เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอีกหลายอย่าง ว่ากันว่าหากผู้ครอบครอง "บุญไม่ถึง" แล้วดันทุรังเก็บรักษาเอาไว้กับตัว ก็จะมีอันเป็นไปต่างๆ นานา

เพชรสูงค่าบางชิ้น ว่ากันว่าตกอยู่ในมือผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ไม่มีบารมีพอ เพชรนั้นก็จะนำมาซึ่งความพินาศมาสู่ผู้ครอบครอง อย่างนี้เป็นต้น

ต่อมาเมื่อโตพอที่จะเรียนรู้ว่าความเชื่อว่าด้วย "ขึด" และข้อห้าม หรือ Taboo นั้น มีอยู่ในทุกสังคมด้วยเหตุผลต่างๆ กัน

แต่ข้อห้ามเกี่ยวกับการบริโภคนั้นส่วนใหญ่มีไว้กีดกันมิให้สามัญชนทำตัวเสมอเจ้านายหรือสำนวนไทยเรียกว่า "เทียมเจ้าเทียมนาย" หากใครบังอาจประพฤติเช่นนั้นก็มีอาการ "เหาจะกินหัว" ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุที่ต้องมีข้อห้าม เพราะเครื่องมือที่ใช้พยุงอำนาจของชนชั้นปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นคือ "อำนาจแห่งการบริโภค" เพราะนี่จะเป็นเครื่องหมายแสดงบุญญาธิการที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งนี้ เนื่องจากความชอบธรรมของผู้ปกครองในโลกก่อนสมัยใหม่นั้นต้องอ้างอิงอยู่กับอำนาจที่เหนือมนุษย์ เช่น เป็นองค์อวตารของพระนารายณ์ เป็นหน่อพุทธางกูล เป็นพระรามกลับชาติมาเกิด เป็นผู้สั่งสมบุญบารมีมาหลายชาติ ดังนั้น จึงมาเสวยเป็นชาติกษัตริย์ในปัจจุบัน

เมื่อมีบุญดังนั้น องค์ราชาและเครือญาติจึงทรงเครื่องเพชร เครื่องทอง ทับทรวง มงกุฎ บัลลังก์ เครื่องประดับ เสื้อผ้า รวมทั้งที่อยู่อาศัย ปราสาทราชวังอันจำลองมาจากภาพเทวดา นางฟ้าไปจนถึงทิพยวิมานของพระอินทร์ ไม่เหมือนพวกไพร่ ทาส สามัญชนทั้งหลาย

กาลต่อมาเมื่อสังคมไม่ได้มีแต่กษัตริย์กับไพร่ที่ถูกเกณฑ์แรงงานมาทำงานให้กษัตริย์ฟรีๆ แต่เริ่มมีการค้า

แน่นอนว่านอกจากทำสงครามแล้ว เหล่ากษัตริย์จำนวนไม่น้อยก็กระโดดเข้าสู่สนามการค้าเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งของตนเองด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์ของกษัตริย์กับพ่อค้าจึงเกิดขึ้น

และแน่นอนว่าชนชั้นพ่อค้านั้นย่อมมีทักษะในการค้าขายเหนือชนชั้นกษัตริย์ แต่ชนชั้นราชาหรือกษัตริย์จะรักษาความชอบธรรมในฐานะผู้มีบุญอวตารลงมาเกิดเป็นกษัตริย์ไว้ได้อย่างไร หากวันหนึ่งพ่อค้าที่มีเงินเท่ากับหรือมากกว่ากษัตริย์อุตริไปสร้างบ้านให้เหมือนทิพยวิมานพระอินทร์ของกษัตริย์ขึ้นมา หรือไปสั่งช่างทองทำเชี่ยนหมากทองคำฝังเพชรให้เมียหิ้วไปวัดเหมือนของที่เมียกษัตริย์หิ้วทุกประการ หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น การจะไปอ้างเอาความชอบธรรมเรื่องบุญญาธิการแต่ชาติปางก่อนอาจจะถูกสั่นคลอนเอาได้ เผลอๆ ไอ้พ่อค้าคนนั้นมันจะอ้างว่า มันก็เป็นองค์อวตารของพระรามอีกองค์ขึ้นมาแข่งขันช่วงชิงอำนาจ-ขืนปล่อยเป็นเช่นนี้ก็เจ๊งกันพอดี

ชนชั้นปกครองจึงพึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง กำหนดกฎหมายพร้อมข้อห้ามที่อิงเอาเหตุผลอย่างเหาจะกินหัวหรือเป็นกาลกิณีมาห้ามเสียเลยว่า หากมิใช่หน่อเนื้อพุทธางกูร สืบสายเลือดในวงศ์วานของราชาแล้ว ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็อย่ามาบังอาจบริโภคสิ่งที่เป็น "ราชูปโภค" พ่อค้าต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิไปสร้างบ้านให้มีหน้าตาเหมือนปราสาทราชวัง ไม่มีสิทธิทำเชี่ยนหมากทองคำให้เมียหิ้ว

และอย่างที่พวกเราทุกคนก็ทราบดีว่า ด้วยฤทธิ์เดชอำนาจของ "ทุนนิยม" บวกกับกระบวนการ enlighten หรือ ตาสว่าง ของชนชั้นกลางจำนวนมากที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ว่าองค์ความรู้เชิงเทววิทยาของเหล่าราชาทั้งหลายนั้น มันเรื่องโกหกทั้งเพเลยนี่หว่า เหล่าราชาทั้งหลายแค่ใช้องค์ความรู้เชิงไสยศาสตร์เหล่านั้นมาหลอกใช้ แถมรีดนาทาเร้นพร้อมทั้งสยบสติปัญญาของเหล่าไพร่ให้เชื่องมิกล้าสบตาหรือทัดทานอำนาจของราชาและศาสนจักร

การค้นพบระบบสุริยจักรวาล การค้นพบว่าโลกกลม การเกิดขึ้นของเครื่องจักรไอน้ำ กำเนิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าได้คราวละมากๆ การโค่นล้มระบอบกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก กำเนิดธุรกิจการพิมพ์ที่ทำให้หนังสือ ความรู้เป็นของสาธารณะและไม่ได้ถูกผูกขาดโดยชนชั้นปกครองอีกต่อไป การปกครองระบอบประชาธิปไตย การขยายตัวของชนชั้นกลาง การศึกษาของมวลชน การเกิดขึ้นของสังคมเมือง กำเนิดของคนงานคอปกขาว คอปกน้ำเงิน อำนาจของพ่อค้าที่มาพร้อมกับทุน การริเริ่มของธุรกิจการขายของเงินผ่อน ธุรกิจธนาคาร ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ชาติกำเนิด หรือการอ้างเอาบุญญาธิการจากชาติปางก่อน หรือ "พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า" มิใช่ข้อกำหนดสิทธิของการบริโภคอีกต่อไป

บรรดาพ่อค้า กระฎุมพีที่มีเงิน ต่างมีเครื่องอุปโภคบริโภคไม่ต่างจากชนชั้นกษัตริย์ในอดีต บ้านของพ่อค้าก็สามารถสร้างได้ใหญ่โตเป็นปราสาทราชวังได้ไม่แพ้กษัตริย์

แน่นอนว่า สิ่งนี้ย่อมนำความระคายเคืองมาสู่กลุ่ม "เจ้า" หรือ ที่ต่อมาพวกเขาจะเรียกตนเองว่า "ผู้ดีเก่า"

จากนั้นจึงพยายามสร้างความแตกต่างระหว่าง "ผู้ดีเก่า" กับเหล่ากระฎุมพีมีสตางค์ที่บังอาจมามีอำนาจในการบริโภคทัดเทียมกับพวกเขา โดยเหยียดหยามกระฎุมพีว่าเป็นพวก Nouveau Rich หรือพวก สามล้อถูกหวย เพิ่งจะรวย บ้าเงิน ไร้รสนิยม

ในความตกต่ำของบรรดา "เจ้าตกอับ" บ้างก็ดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการไปแต่งงานกับเศรษฐีใหม่ที่ตนเองดูถูกนั่นเอง

(ชวนให้นึกถึงละครเรื่องวนิดาขึ้นมาในบัดดล เพราะประจักษ์ก็ต้องแต่งงานกับวนิดาเพราะเป็นผู้ดีเก่าตกยาก เป็นหนี้นายทุนอย่างพ่อของวนิดาใช่หรือไม่)

ท่ามกลางความตกต่ำของพวก "เจ้า" ในโลกสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยทุนและจิตสำนึกทางการเมืองสมัยใหม่ ระบอบประชาธิปไตยที่เปลี่ยนไพร่มาเป็นประชาชน พลเมือง โลกปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ความรู้และวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ศาสนา พระเจ้า ลัทธิ ความเชื่อ ผี ฯลฯ กลายเป็นวัตถุเพื่อการศึกษาในเชิงสังคมวิทยา มานุษยวิทยาเพียงเพื่อจะทำความเข้าใจว่า ความเชื่อเหนือธรรมชาติเหล่านั้นทำหน้าที่อะไรในสังคมก่อนสมัยใหม่

ในโลกเช่นนี้ประชาชนทุกคนต่างมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันที่จะใฝ่ฝันถึงการมีชีวิตที่ดีกว่า เราจะมีบ้านที่ดีกว่านี้ มีรถที่ดีกว่า ลูกของเราจะมีการศึกษาที่ดีขึ้น ชีวิตของเราสามารถลิขิตหรือกำหนดด้วยการกระทำในปัจจุบัน ในชาตินี้ ไม่เกี่ยวกับ บุญ หรือ กรรมแต่ชาติปางก่อน ไม่เกี่ยวกับชาติกำเนิด บุญญาธิการ บารมี แต่เกี่ยวกับความสามารถของเราในฐานะปัจเจกบุคคล เกี่ยวกับประสิทธิภาพของรัฐบาล โครงสร้างทางสังคม นโยบายของพรรคการเมืองที่เราเลือกไปเป็นตัวแทนของเรา ฯลฯ

และบทกลอนโบราณ ประเภท "กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม" นั้นมิใช่คำสาปแช่งแต่เป็นคำอวยพร เพราะสังคมประชาธิปไตยต้องเป็นเช่นนั้น สังคมประชาธิปไตยคือสังคมที่ไม่มีไพร่ ไม่ผู้ดี ไม่มีขี้ครอก ทุกคนออกมาเดินถนน กินข้าว ตามตรอกซอกซอยอย่างเป็นปกติ

ความสามารถในการเข้าถึงการบริโภคมิได้ถูกกำหนดจากชาติกำเนิด แต่ด้วยจำนวน "เงิน" ที่มีอยู่ในมือ และในสังคมที่มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม คนทุกคนในสังคมต่างสามารถเข้าถึงการบริโภคได้ใกล้เคียงกันและมีศักดิ์ศรีเสมอกัน

ข้อความในเฟซบุ๊กของ กรณ์ จาติกวาณิช ที่อ้างอิงเรื่องการกินอาหารในร้านอาหารร้านเดียวกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยอ้างเรื่อง -ไหนว่าเป็นไพร่ ไยมากินข้าวร้านเดียวกับอำมาตย์- นั้นเป็นข้อความชวนขันอย่างยิ่ง ทั้งชวนขันและชวนให้น่าสมเพชเวทนาพอๆ กับข้อความก่อนหน้านั้นที่บอกว่า คนฝรั่งเศสจะเสียไหมที่ไม่มีกษัตริย์อีกต่อไป เลยอดเฉลิมฉลองมีความสุขกับงานแต่งงานเจ้าชาย เจ้าหญิง แบบอังกฤษ

ให้ตายเถอะ ฉันไม่คิดเลยว่า ประเทศไทยจะโชคร้ายมีรัฐมนตรีคลังที่ทัศนคติทางการเมืองและสังคมที่เสื่อมทรามขนาดนี้ ทั้งสะท้อนความคับแคบของโลกทัศน์ วิธีคิด แสดงอาการของคนที่สักแต่ได้เรียนหนังสือทว่าขาดการศึกษาอย่างรุนแรง

วาทกรรม ไพร่-อำมาตย์ นั้นคนที่มีปัญญาย่อมเข้าใจได้ทันทีว่ามันหมายถึงการต่อสู้ของประชาชนที่ออกมาบอกว่า สังคมไทยต้องการระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยเฉพาะนับตั้งแต่หลังการรัฐประหารปี 2549 คือการกระทำที่ดึงเอาระบอบประชาธิปไตยออกจากสังคมไทย-คือขบวนการล้มประชาธิปไตย, ล้มประชาชน-พลันพวกเราที่เป็นประชาชนอยู่ดีๆ ต้องกลายไปเป็น "ไพร่" ส่วนชนชั้นนำที่แย่งอำนาจไปจากประชาชนจึงกลายเป็น "อำมาตย์"-กลับไปสู่การปกครองยุคก่อนสมัยใหม่

ย้ำอีกรอบ เพราะดูเหมือนคนอย่างกรณ์น่าจะสมองช้า การรับรู้ช้า และเข้าใจอะไรได้ช้า (ไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนทัศนคติเสื่อมๆ ออกมาเช่นนั้น) - ย้ำว่า - ความเป็นประชาชนถูกพรากไปจากคนไทยเพราะการรัฐประหาร และนับแต่นั้นคนไทยแบ่งออกเป็น อำมาตย์+เครือข่าย, ไพร่ และสุดท้าย คือกลุ่มสมองช้าปัญญาทึบ นึกว่าใครมีปัญญาไปกินข้าวร้านแพงๆ แปลว่า "อำมาตย์" คนกลุ่มนี้เลยเลือกอยู่ข้างเป็นสมุนอำมาตย์คอยเห่าเป็นคอรัสให้อำมาตย์แลกเศษเนื้อเศษกระดูกเท่านั้น

พรรคประชาธิปัตย์ที่หน้าด้านรับเป็นรัฐบาลโดยไม่แคร์ความถูกต้อง ไม่แคร์หลักนิติรัฐ คือสมุนของเหล่าอำมาตย์ - เป็นแค่สมุนรับใช้อำมาตย์ - ไม่แม้แต่จะเป็นอำมาตย์ด้วยตนเอง

เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่อำมาตย์เลิกโอบอุ้มพวกคุณ และตราบที่ประเทศไทยยังไม่มีประชาธิปไตย ในวันนั้น พลพรรคประชาธิปัตย์ก็จะกลายเป็นไพร่ไม่ต่างจากคนไทยคนอื่นๆ และพร้อมจะถูกอำมาตย์ที่แท้จริงอัปเปหิ ใส่ร้าย ขับไล่ออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ความเป็นไพร่และอำมาตย์นั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับปริมาณของเงินทอง ทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ ทว่า มันเกี่ยวพันโดยตรงกับสิ่งที่เรียกว่าสิทธิในฐานะที่เป็นประชาชนในระบอบการปกครองที่มิใช่ประชาธิปไตย "อำมาตย์" มีสิทธิจะชี้บอกว่าสิ่งมีชีวิตหน้าไหนคือคนและหน้าไหนไม่ใช่คน

และโปรดดูตัวอย่างสมุนรับใช้อำมาตย์รุ่นพี่อย่าง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่แตกญญ่ายพ่ายยับเยินเห่าใส่ร้ายกันทุกวัน ด้วยตกกระป๋องจากสมุนอำมาตย์มาเป็นไพร่เสียแล้วในวันนี้ เพราะกลุ่มสตรีชั้นสูงและผู้มีนามสกุลพระราชทานต่างพากันออกมาแสดงความเดียดฉันท์กันถ้วนหน้า จนลืมไปว่าเมื่อครั้งจูบปากกันหวานชื่นนั้นอาหารมันดีและดนตรีมันไพเราะขนาดไหน

และหวังว่า คุณวรกร จาติกวณิช จะไม่ลืมวันที่นั่งกินข้าวห่อร่วมกับม็อบพันธมิตรฯ พร้อมชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคมอย่างซ่านซึ้งหัวใจ

วัฒนธรรมการกินข้าวนอกบ้านเป็นวัฒนธรรมของไพร่กระฎุมพี มีใครเคยได้ยินว่าควีนของอังกฤษออกไปกินข้าว ณ ผับโน้น ผับนี้ หรือเที่ยวไปกินข้าวร้านโน้นร้านนี้หรือไม่? ต่อให้อยากชิมฝีมือเชฟมิชลินสามดาวแค่ไหนก็ไม่อาจออกมาเที่ยวกินข้าวนอกบ้านได้ และไม่เกี่ยวกับว่าจะมีเงินมากน้อยแค่ไหนด้วย

การกินข้าวนอกบ้าน เท่ากับว่าเราได้ใช้ จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ร่วมกับคนอื่น เครื่องครัว มีด ครก เขียงของร้านนั้นทำอาหารมาให้คนร้อยพ่อพันแม่กินมาแล้ว ปราศจากสำนึกแบบกระฎุมพี วัฒนธรรมการกินการใช้ของร่วมกับคนร้อยพ่อพันแม่ที่เราไม่รู้จักไม่มีวันเกิดขึ้นได้

ขยายความต่อไปว่า สำนึกแห่งการใช้ของร่วมกันเป็นสาธารณะ เป็นส่วนหนึ่งของสำนึกและวัฒนธรรมประชาธิปไตยด้วย (ด้วยความที่เราตระหนักว่าคนที่กินช้อนคันเดียวกับเราเมื่อวานก็เป็นคนเหมือนกับเราจึงไม่เห็นมีอะไรน่ารังเกียจกับการไปกินข้าวในร้านอาหาร)

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และครอบครัวเป็นไพร่ออกมากินข้าวนอกบ้านนั้นถูกต้องตามธรรมเนียมไพร่ทุกประการ กรณ์และเมียก็เป็นไพร่ด้วยเช่นกัน จึงมีวัฒนธรรมการกินข้าวนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

แต่ความแตกต่างของไพร่สองคนระหว่างกรณ์และณัฐวุฒิ ไม่ได้ต่างตรงที่ใครมีเงินมากกว่ากัน และไม่แปลกอันใดที่ไพร่จำนวนมากมีเงินมากกว่าคนที่นึกว่าตนเองเป็นอำมาตย์และมีรสนิยมการกินอยู่ที่ดีกว่าคนที่นึกว่าตนเองอำมาตย์เพราะไปรับใช้อำมาตย์เสียด้วยซ้ำ

แต่ที่ต่างคือ ณัฐวุฒิเป็นไพร่ที่ออกมาต่อสู้เพื่อให้มาซึ่งความเป็นประชาชนกลับมาสู่คนไทยทุกคน ส่วนกรณ์เป็นไพร่ที่ต้นตระกูลก็โล้สำเภามาจากหมู่บ้านเล็กๆ จากเมืองจีน (ซึ่งไม่แปลกเพราะสังคมไทยก็เป็นสังคม Mestizo หรือสังคมลูกครึ่งอยู่แล้ว แต่ที่แปลกคือ Mestizo ของไทยเลือกจะจำว่าตนเองเป็นอำมาตย์ มากกว่าเป็นลูกครึ่งจีนอพยพ) อาศัยเกาะกิน หาสัมปทาน ค้าขาย เป็นนายหน้าให้กับอำมาตย์จนมั่งคั่งขึ้นมาระดับหนึ่ง และด้วยทางครอบครัวมิได้อบรมให้ตระหนักรู้จักรากเหง้าที่มาของตนเอง

วันดีคืนดีเลยลืมตัวเป็นวัวลืมตีน

ลืมไปว่าบรรพบุรุษของตนก็เป็นไพร่จ่ายส่วยเท่านั้น เมื่อเป็นวัวลืมตีนเช่นนี้ คนอย่างกรณ์จึงมีความสุขที่จะหากินในฐานะสมุนอำมาตย์มากกว่าจะตระหนักในความสำคัญของประชาธิปไตยและสิทธิของคนไทยในฐานะที่เป็นประชาชน บวกกับเป็นเพียงผู้ที่ได้เรียนหนังสือแต่มิได้มีการศึกษาจึงขาดความลึกซึ้ง มีความคิดและความสามารถในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมได้แต่เพียงผิวเผิน ทั้งไร้รสนิยมในการเขียน ถกเถียง และแสดงความรู้สึก

ไพร่อย่างณัฐวุฒิต่อสู้กับประชาชน ในฐานะประชาชน ส่วนไพร่อย่างกรณ์เลือกจะขออยู่อย่างเชื่องๆ แค่ได้แทะเศษเนื้อที่เหลือจากอำมาตย์ก็สุขใจ ไพร่อย่างนี้ ฉันเรียกว่าไพร่น่าสมเพช ถ้าในยุคเลิกทาสก็คงเรียกว่า ทาสที่ปล่อยไม่ไป ชอบคลานแต่ไม่ชอบเดินทั้งๆ ที่มีสองขา

ไพร่ประเภทนี้มักมีปมด้อย เพราะ positioning ตัวเองไว้ผิดฝาผิดตัว จะไปเป็นอำมาตย์ก็ต้องเป็นไม่ได้เพราะชาติกำเนิดไม่ให้ จะกลับมาเป็นไพร่ ไพร่ที่มีจิตสำนึกถูกต้องเขาก็ไม่เอาด้วย เป็นเช่นนี้จึงสำแดงทัศนะอันน่าสมเพชออกมาอยู่เนืองๆ

และทัศนะล่าสุดว่าด้วยไพร่และอำมาตย์ของกรณ์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาบ้องตื้น บ้อท่า และไร้น้ำยาขนาดไหน-กรณ์เอ๊ยกรณ์!

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์ วรกร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

วรกร จาติกวณิช: ผู้หญิงที่มีสาระ ที่เราทีมงานไทยอีนิวส์ ขอตั้งฉายาให้ว่า รมต.เงาแห่งกระทรวงการคลัง

จริงๆเราทีมงานไทยอีนิวส์ เคารพสิทธิสตรีกันทุกคน และยินดีที่ชาวคนเสื้อแดงมีผู้หญิงเก่งกล้าหลายคนที่มายืนอยู่แถวหน้าร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนักต่อสู้ชายอย่างเท่าเทียมกัน

แต่อ่านข่าววันที่ 12 ธันวาคม ของเครือเดอะเนชั่น และกรุงเทพธุรกิจ ที่สัมภาษณ์วรกร จาติกวณิช ผู้หญิงหลังบ้าน รมต. กรณ์ จาติกวณิช โดยเดอะเนชั่นโปรยหัวข่าวว่า “ผู้หญิงที่มีสาระ” แล้วอดรนทนไม่ได้ เพราะ อ่านข่าวไปอ่านข่าวมา ก็ยังไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนี้จะมีสาระยังไง

นอกจากเต็มไปด้วยความคิดเผด็จการ และอคติต่อคนเสื้อแดง ขนาดบอกกับนักข่าวว่า "ทุกอย่างเกิดขึ้นตอนเสื้อแดงชุมนุมตำรวจมาอยู่หน้าบ้านเยอะมาก ลูกๆ เข้าออกบ้านก็เห็น ก็รู้สึกว่าไม่ชอบ เดี๋ยวลูกจะรู้สึกว่าบ้านเราสมัยนี้ป่าเถื่อนมาก ก็ไม่อยากให้เขาอยู่ ก็เลยส่งลูกเรียนที่อังกฤษ"

อืมก็มีเงินกันตั้ง 800 กว่าล้านบาท จะยากอะไรกับการส่งลูกหนีคนเสื้อแดงไปเรียนเมืองนอก แต่คนเสื้อแดงนี่ซิ จะหนีไปไหนถ้าต้องขายประเทศใช้หนี้เงินกู้ 800,000 ล้าน ทีี่คุณกรณ์ สามีคนดีของคุณเจ-วรกรไปกู้มาถลุงเล่นกันอยู่ตอนนี้

ที่น่าแปลกคือขณะที่เธอบอกเสื้อแดงป่าเถื่อน เธอเองก็เป็น1ในม็อบพันธมิตรที่เข้ายึดสภา และบชน.เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งมีทั้งเหตุการณ์ม็อบพันธมิตรขับรถถอยทับตำรวจ เอาด้ามธงแทงท้องตำรวจ ปิดกั้นสภาไม่ให้ส.ส.ออกจากสภาได้ แต่เธอกลับบอกว่าไปม็อบนั้นมีความสุขกับอาหารอร่อยๆ ดนตรีไพเราะ(ดูสัมภาษณ์ท้ายข่าว)

ยังไม่พอ ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน คุณเจปากกล้า เขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษผ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ถึง โรเบิร์ต ทำนองต่อว่าอัมเตอร์ดัม ว่าเป็นทนายรับจ้างว่าความฟอกความผิดให้กับทักษิณ ชินวัตร ที่สนับสนุนคนเสื้อแดงจนเกิดความรุนแรง และทำให้มีผู้เสียชีวิต และมีการเผาทำลายทรัพย์สินของทั้งเอกชนและของทางการ
และยังบอกว่าเธอเป็นคนเคารพกฎหมาย และไปเลือกตั้งทุกครั้งไม่เคยขาด

อืม นะ! การเลือกตั้งคือการแสดงว่าเคารพกฎหมายและหลักการประชาธิปไตย แล้วทำไมคนเสื้อแดง 19 ล้านคน ที่เลือกตั้งพรรคไทยรักไทยมาให้ พรรคของสามีคุณเจทำลายเล่นสามครั้ง สามครา คุณเจ และพลพรรคประชาธิปัตย์ถึงไม่เห็นคนเสื้อแดงเป็นนักประชาธิปไตย กลับเห็นเป็นเป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อนขนาดครอบครัว รมต. คลัง ต้องส่งลูก ให้หนีไปให้ไกลถึงประเทศอังกฤษ เพื่อไม่ได้เห็นภาพความป่าเถือนของคนเสื้อแดง ที่เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่า “มีการกระทำอันรุนแรง”

เธอยังได้ฉายา “เฟสบุ๊คตัวแม่” วรกร หันมาเล่นเฟสบุ๊คเมื่อสองปีที่ผ่านมา จนมีฉายา เธอบอกกับเนชั่นว่า “ ต้องลบเฟสบุคของคนที่เป็นเพื่อนกันมาสี่สิบปีออกไป เพราะเพื่อนเธอคนนี้ มีเพื่อนเป็นคนเสื้อแดงเยอะที่เขียนต่อว่ารัฐบาลอย่างรุนแรง “ไม่เห็นมันเสียจะดีกว่า” เธอบอกกับนักข่าวเดอะ เนชั่น”

จากที่เธอบอกกับกรุงเทพธุรกิจ ""หลังจากที่ลูกไปเรียน ก็มีเวลามาช่วยอะไรคุณกรณ์ได้บ้าง เล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นงานเชิงรับ คือ รับเรื่องร้องทุกข์ ลงพื้นที่ อย่างน้ำท่วม คุณกรณ์ทำในส่วนฟื้นฟู ดูแลเรื่องคำนวณค่าเสียหายว่าจะจ่ายอย่างไร ซึ่งไม่ได้ลงพื้นที่น้ำท่วม ก็บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวเจทำเอง ก็ทำทดแทนในส่วนที่คุณกรณ์ไม่ได้ทำ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ที่จริงมันเป็นแค่ภาพ ซึ่งเขาไม่ต้องทำก็ได้"

“แต่จากการเข้าไปช่วยทำงาน ลักษณะนี้ ก็ทำให้ วรกร ถูกมองในแง่ลบเช่นกันว่า เข้าไปวุ่นวายเกินหน้าที่ภรรยารัฐมนตรี แต่เธอยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรที่เสียหาย และทุกครั้งที่จะทำอะไรก็ "ขอกรณ์ก่อนทุกครั้ง"

ถ้าเมียนักการเมืองที่ไม่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาแต่จุ้นทางการเมืองเท่ากับเมียของกรณ์ จาติกวาณิช กันทุกคนแล้วละก็ สงสัยรัฐสภาไทยคงยุ่งน่าดู สมัยหน้ากรณ์คงต้องให้บรรดาเมียฝีปากกล้าสมัคร ส.ส.แทนกันให้หมด เพราะดูคุณเธอ จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้าน และยังมาวุ่นวายกับงานของสามี ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เธอบอกว่า “ขอกรณ์ก่อนทุกครั้ง”

จากคำสัมภาษณ์ เธอบอกไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอนั้นหัวเผด็จการ “ที่ว่าเจสนใจจะเล่นการเมืองหรือเปล่า ซึ่งคำตอบคือ ไม่หรอก เพราะตัวเองค่อนข้างเป็นพวกหัวเผด็จการ และทุกวันนี้ ที่เห็นว่ามีปัญหาความวุ่นวาย ก็เพราะว่าเรียกร้องประชาธิปไตยกัน แล้วคนนี้จะเอาอย่างนั้น คนนั้นจะเอาอย่างนี้ ประเทศก็ไปไหนไม่ได้สักที ก็เถียงกันอยู่อย่างนั้น”

ไม่ได้เล่นการเมืองก็เข้ามาทำงานแทนสามีได้อย่างสบายๆ จะเอาตัวเองมาเล่นการเมืองทำไม จริงไหมท่าน รัฐมนโท แ่ห่งกระทรวงการคลัง

นี่คือหลังบ้านไฮโซ ลูกสาวหม่อมราชวงศ์ ที่พวกเราชาวไพร่ใต้ตีนทั้งหลายควรจะทำความรู้จักไว้ เพราะถ้าประชาธิปัตย์อยู่ในการเมืองยาว ไม่แน่สมัยหน้าเธออาจจะเป็นผู้หญิงเบอร์หนึ่งของประเทศไทยก็เป็นได้ . . .

*******

เมียกรณ์:อาหารดี ดนตรีเพราะวันม็อบเสื้อเเหลืองยึดสภา 7 ตุลาคม 2551

มติชนลงสัมภาษณ์วรกร เกี่ยวกับทัศนะทางการเมือง เธอเปิดเผยว่าวันที่พันธมิตรชุมนุมยึดสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นวันที่"น้องโบว์"เสียชีวิต และมีเหตุระเบิดรถสารวัตรจ๊าบเสียชีวิต เธอเป็น 1 ในม็อบนั้น รายละเอียดดังต่อไปนี้

เจไปยุคแรกๆ เลยที่ทักษิณยังอยู่ ตอนนั้นชุมนุมที่ลานพระรูป แล้วก็ไปวันที่ 7 ตุลาคม ไปช่วงปลอดภัยนะประมาณบ่ายโมง พอตอนกลับเดินไปตรงพรรคชาติไทย คล้อยหลังไปแป๊บเดียวมันก็ตูมเลย ควันคลุ้ง รู้เลยว่ามันระเบิดตรงไหน โทร.ไปบอกสามี "กรณ์ควันขึ้นมันทำอะไรเหรอ?" เสียงเขาบอก กลับบ้านเดี๋ยวนี้ๆๆ

ตอนนั้นไปเฮฮามาก มีลูกชายไปด้วย กลัวแม่ตายเลยไปด้วย แล้วแฟนลูกชาย พี่เลี้ยงของลูกก็ไปตามกัน ข้าวอร่อยมาก ไปนั่งกินตรงวิวพระที่นั่งอนันตฯ มีใครได้กินมั่งแบบนั้น

แล้วพอเจเดินเข้าไปตรงโรงเรียนวชิราวุธ เดินข้ามสะพานไปตำรวจมาเป็นแผงเลย แม่ค้าเข็นรถกันกระจาย วิ่งหนี นึกว่าเอาแล้วถล่มแล้ว เจเห็นแล้วรีบโทร.ไปลาตายกับสามี..ฉันติดอยู่ในนี้ตำรวจล้อมฉันแล้วฉันโทร.มาลาเธอ..เขาก็แม่อยู่ไหนๆๆ บอกอยู่แถวหน้าวชิราวุธ เขาก็บอกเดี๋ยวส่งคนไปดู แล้วโทร.ตามให้ใครไม่รู้อยู่แถวนั้นไปดู

เลิกเข้าพันทิป-ประชาไท เข้าแต่เสรีไทยมีแต่คนฉลาดๆ

พันทิปกับประชาไทไม่เข้าแล้ว เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่สนุกแล้วเดี๋ยวนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นกลางเลย อีกฝั่งหนึ่งก็ด่าอีกฝั่ง มีอยู่แค่นี้ แต่ว่าช่วงก่อนหน้านี้มันมีเว็บเสรีไทยที่แยกมาจากพันทิป แต่มันอืดมาก ไม่ค่อยมีคนเล่น แต่คนที่เข้าไปในนั้นฉลาดๆ กันทั้งนั้นเลย

เจก็เข้าไป แล้วไปเอาคนมาช่วยงานคุณกรณ์ได้คนหนึ่ง เขาเก่งมากเรื่องข้อมูล เก่งจริงๆ

ข้อมูลประวัติ

นางวรกร จาติกวณิช สำเร็จการศึกษาทางด้านอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นบุตรีของ นายประการ สูตะบุตร ซึ่งมีพี่น้อง 3 คน คือ นายประเทศ, นายประมุท (อดีตผู้อำนวยการคนแรกของ "องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย" หรือ อ.ส.ม.ท. ตั้งแต่ปี 2520 ในรัฐบาลหอยของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร และอยู่ในตำแหน่งนานถึง 8 ปี จนถึงรัฐบาลคณะรัฐมนตรีชุดที่ 43 นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) นายประการ สมรสกับ ม.ร.ว.มัลลิกา วรวรรณ หลานตาของหม่อมเจ้านิตยากร วรวรรณ พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากรกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาเขียน

นางวรกรผ่านการสมรสมาแล้วกับหนุ่มพนักงานการบินไทย นายกฤษณะพงษ์ มหาเปารยะ บุตรชายของนายพงษ์เทพ มหาเปารยะ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารธนาคารกสิกรไทย ซึ่งได้หย่าขาดจากกันโดยฝ่ายหญิงได้สิทธิผู้เลี้ยงดูบุตรชาย 2 คน นายพงศกรและนายพันธิตร แต่เพียงผู้เดียว

วรกร จาติกวณิช ผู้หญิง"เหลือเชื่อ"ของรัฐมนตรี"กรณ์"

สกุณา ประยูรศุข
มติชน
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552

บ้าน หลังใหญ่สไตล์รีสอร์ทในซอยเย็นอากาศ 3มีโอกาสเปิดต้อนรับใครต่อใครมากหน้าหลายตา เมื่อเจ้าของบ้านฝ่ายชาย "กรณ์ จาติกวณิช"ก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ส่งผลให้เจ้า ของบ้านฝ่ายหญิง "วรกร จาติกวณิช" ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบหลังบ้านคนดัง ที่ดังพอๆ กับสามี เพราะถูกจองตัวขอสัมภาษณ์จากนิตยสารมีชื่อหลายฉบับคิวยาวเหยียด

เจ-เป็นชื่อเล่นของวรกร ส่วนนามสกุลเดิม "สูตะบุตร" เป็นลูกสาวคนเดียวของ ประการ สูตะบุตร และ ม.ร.ว.มัลลิกา วรวรรณ

เธอบอกว่ายังมีความสัมพันธ์เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับนายกฯอภิสิทธิ์ เพราะคุณแม่ของอภิสิทธิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณพ่อของวรกร

วรกร เกิดเมื่อปี 2509 ปัจจุบันอายุ 43 ปี เป็นคุณแม่ลูก 4 ชายสาม หญิงหนึ่ง(ลูกสองคนของเธอเกิดจากการแต่งงานครั้งแรก)

แม้ เป็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาจิ้มลิ้ม บอบบาง แต่ "เจ" ชื่นชอบความท้าทายอย่างมากมีรสนิยมชอบกินแกงเหลืองรสชาติปักษ์ใต้ เผ็ดชนิดที่หุบปากไม่ลง เจ-ยังเป็นนักท่องเว็บตัวยงในโลกไซเบอร์

ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อรชรอ้อนแอ้นคนนี้ เคยกระโดดบันจี้จัมพ์ความสูง 40 เมตรมาแล้ว

และ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อขึ้นไปอีกเมื่อเธอบอกว่า กำลังเรียนปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาอภิปรัชญาประเภทที่ต้องค้นหาว่า "ตายแล้วไปไหน"!!

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เป็นเรื่องเหลือเชื่อของผู้หญิงคนนี้ "วรกร จาติกวณิช"

- กับคุณกรณ์มาสนใจกันจริงๆ จังๆ ตอนไหนเพราะคุณเจก็มีลูกอยู่แล้ว

สนใจ เหรอ ไม่มีเลยนะ..มันจับพลัดจับผลูมากกว่า เท่าที่จำได้คือไม่ได้ชอบนะ แต่อยากรู้จักเขาเหมือนว่าสมัยนั้นเราไม่มีใคร ไม่มีพันธะอะไร เขาก็ไม่มีก็เลยเที่ยวกันไปเรื่อยๆ คุยกันได้เรื่อยๆ ถ้าถามว่ารักหรือเปล่า ไม่ใช่เจว่าเจไม่ได้ไว้วางใจใครง่ายๆ หรือไปหลงรักใครง่ายๆ

เจรู้จักคุณ กรณ์ประมาณปี 2538 มาอยู่ด้วยกันตอนปลายปี 2539 ช่วงคริสต์มาสทำไมคนชอบมาอยู่ด้วยกันตอนหน้าหนาวไม่รู้ (หัวเราะ) พออีกปีหนึ่ง 2540 ก็มีน้องแจม

อยู่กันไปนานๆ ก็ชิน คล้ายเป็นเพื่อนกันมากกว่า ถ้าวันไหนเขาไม่อยู่เรานอนคนเดียวก็หนาวๆ ไม่มีตัวใหญ่ๆ อยู่

- ตอนนี้ไม่ทำงานนอกบ้านแล้วคอยดูแลสามี?

ตอน แรกที่เจอยู่กับเขาใหม่ๆ เราอยู่บ้านเช่ากัน เจตั้งใจมากเลยนะ เจไม่มีแม่บ้านต้องทำกับข้าวเอง ซักผ้าเอง รีดเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงรีดข้างหนึ่งอีกข้างยับแล้ว ทรมานมากเลย แล้วยังต้องขัดระเบียง ปลูกต้นไม้ ทำสวน เปลี่ยนหลอดไฟ ทำหมดทุกอย่าง พอท้องโตขึ้นถึงหาแม่บ้านมาอยู่ด้วยคนหนึ่ง

ปกติคุณ กรณ์ไม่ต้องไปดูแลเขามาก แต่ก่อนตั้งใจมากลุกมาเตรียมอาหารเช้า ข้าวต้มปลา เบคอน ไข่ดาว แต่ฝรั่งไม่กินค่ะ ฝรั่งกินขนมปังทาแยม หรือไม่ก็คอร์นเฟล็กใส่นม แค่นั้น แล้วก็กางหนังสือพิมพ์อ่าน ไม่สนใจว่าใครอยู่ตรงไหน ตอนหลังเจเลยไม่ตื่นขึ้นมาเลย ให้แม่บ้านเขาดูแล

- ทำไมถึงไปอยู่บ้านเช่า

เมื่อก่อนบ้านคุณกรณ์หลังนี้ให้ฝรั่งเช่า พอครบกำหนดก็ไม่ต่อสัญญาอีกก็ปรับปรุงทำใหม่ พอเจคลอดลูกเรียบร้อยแล้วก็ย้ายมาอยู่

เจ เลี้ยงลูกเอง หกเดือนถึงได้จ้างพี่เลี้ยง เพราะเขากินนมแม่ ต้องติดเราตลอดเวลา ไปไหนก็ไม่ได้ ปั๊มนมก็ไม่เป็น ต้องห้อยเป็นชะนีกันอยู่อย่างนั้น (หัวเราะ) แม่เจเคยมาช่วยดูครั้งหนึ่ง ป้อนขวดนมหลานมีลมเข้าเยอะมาก เลยไม่เอาแล้วไม่ต้องช่วยหรอก ช่วงนั้นก็ลำบากนะ แต่รู้ดีว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เพราะมันแป๊บเดียว เดี๋ยวเราก็กลับมาคิดถึงมัน

- คนที่สองนี่สบายแล้ว

(หัวเราะ..) มีเรื่องขำ ตอนที่ท้องลูกคนที่สอง รู้สึกวันนั้นพระจันทร์เต็มดวง ใครๆ ก็คลอดลูกกัน (หัวเราะเสียงดัง) อะไรสักอย่าง

เจ ก็ออกมาเดินเล่นในสวน รู้สึกปวดท้องยังไงไม่รู้เลยคิดว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า หมอเขาก็ต้องทำคลอดตามคิว เราก็นอนเจ็บ คุณกรณ์นอนอยู่ริมห้อง เจไม่กล้าร้อง กลัวเขาตื่น เจ็บจะตายอยู่แล้ว เราก็ถามว่าห้องนั้นเขาคลอดหรือยังไม่เห็นมีเสียงร้องเลย พยาบาลเขาบอกว่า อ๋อ..ผู้หญิงญี่ปุ่นเขาไม่ร้องหรอก เพราะถ้าร้องเดี๋ยวไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี เราฟังก็ตายแล้ว...ไม่กล้าร้อง เจ็บจะตายอยู่แล้วก็ไม่กล้าร้อง กดดันมากเลย

ลูกคนที่สองพอคลอดออกมา กว่าจะพูดได้ปาเข้าไป 4 ขวบ ตอนลูกไม่พูดเราก็พาเขาไปหาหมอ ไปมันทุกโรงพยาบาลถามว่าจะเป็นออทิสติคไหม แต่พอตอนหลังโอเคเขาพูดได้ตามปกติ หมอบอกว่าถ้าเกิน 4 ขวบ ก็คอนเฟิร์มว่าเป็น

ตอนนี้เขาพูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย พูดไทยสำเนียงฝรั่งและประโยคกลับกันหมด เช่น สีส้มแมว แทนที่จะเป็นแมวสีส้ม

- หลังจากมีลูก-ลูกโตแล้วไม่กลับไปทำงาน?

ไม่ ได้กลับเลย ก็บอกคุณกรณ์ว่า..เธออย่าทิ้งฉันนะ ฉันแก่แล้ว ฉันไปหางานทำตอนนี้ไม่มีใครเขารับแล้ว 40 กว่าแล้วสมัครที่ไหนคงไม่มีใครรับ (หัวเราะ)

- คุณกรณ์เป็นนักการเมืองแล้ววิถีชีวิตเปลี่ยน?

ยัง ไงเขาก็ชอบอยู่นอกบ้านพวกผู้ชายนี่ ตอนทำงานแบงก์ก็มีดินเนอร์ มีงานเลี้ยงของเขา พอเป็นนักการเมืองเขาก็ต้องไปงานศพ งานแต่ง งานบวช งานเผา งานขึ้นบ้านใหม่ กงเต๊ก ศาลเจ้า มีทุ้ก..กก วัน

เจนั่งขำเลย นะ เคยถามเขาว่า "พ่อมีไหมที่วันหนึ่งมีครบทุกงาน 5 ประเภทเลยน่ะ" เออแล้ว..มีจริงๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่เมื่อมันเป็นงานก็ต้องไป

- ชอบให้สามีเป็นนักการเมือง

เขา ชอบ ส่วนเราไม่เป็นไรหรอก คนเรามันต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะคนเราต้องมีอาชีพ ไม่อย่างนั้นคงน่าเบื่อ ถ้าเขามานั่งอยู่บ้านทั้งวันคงรำคาญ รู้สึกเลยว่ามันสยองต้องให้ไปทำอะไรสักอย่าง

- ไปพรรคประชาธิปัตย์บ้างไหม?

ไม่ได้ไปค่ะ ไม่ทราบจะไปทำไม แต่ถ้าคุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ) เลี้ยงข้าว ก็ไป เพราะชอบอาหารปักษ์ใต้ ชอบกินแกงเหลือง ชอบมาก

เคย ไปอีสานที ไม่สนุกที่สุดเพราะถูกหลอกให้กินหอยขม เกิดมาไม่กินหอยเลย วันนั้นโดนลูกชายหลอกบอกว่าเป็นเห็ด กินเข้าไปร้องไห้แล้วเราก็ไม่กล้าคาย ขนาดสแกลล็อปฉันยังไม่กินเลย นี่หลอกให้กินหอยขม หึ..โกรธมาก (หัวเราะ)

- พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ

ค่ะ แต่พี่เลี้ยงเป็นคนอีสาน กินส้มตำเผ็ดๆ เลยชอบกินเผ็ด (หัวเราะ) บ้านเดิมอยู่แถวสุขุมวิท นามสกุลเดิม สูตะบุตร

คุณแม่ของคุณอภิสิทธิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณพ่อเจ ย่าเราเป็นพี่สาวของตาเขา..แบบนั้น คุณอภิสิทธิ์ก็แก่กว่าเจสองปี เขาเกิด 2507 แต่เจไม่เรียกพี่ ตอนเด็กๆ ไม่ชอบเขา เพราะมีอยู่วัน เจไปบ้านเขาแล้วคุณแม่ของเขาบอกให้พาไปดูไก่ เขาไม่ยอม วิ่งหนีไปเลย (หัวเราะ) เจเลยไม่ชอบ ไม่เคยพูดกันเลย ตอนนี้ก็ไม่ค่อยพูด

- สุขภาพคุณกรณ์เป็นยังไง

โอย..(หัวเราะ) บอกอะไรก็ไม่ค่อยจะเชื่อ เส้นเลือดขอดก็ไม่ไปผ่า ฟันก็ไม่ไปทำ จนมันสาหัส รากฟันทะลุ ไม่ยอมไปหาหมอ พูดอะไรก็ไม่เชื่อไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่เชื่อเลยจริงๆ ตอนนี้หน้าไปเกี่ยวอะไรมาก็ไม่รู้ น่าเกลียดมากเลย ใครไม่รู้เดี๋ยวคิดว่าไปโดนภรรยาตบมา (หัวเราะ)

- ทราบว่าตอนเสื้อเหลืองชุมนุมไปร่วมด้วย

เจ ไปยุคแรกๆ เลยที่ทักษิณยังอยู่ ตอนนั้นชุมนุมที่ลานพระรูป แล้วก็ไปวันที่ 7 ตุลาคม ไปช่วงปลอดภัยนะประมาณบ่ายโมง พอตอนกลับเดินไปตรงพรรคชาติไทยคล้อยหลังไปแป๊บเดียวมันก็ตูมเลย ควันคลุ้ง รู้เลยว่ามันระเบิดตรงไหน โทร.ไปบอกสามี "กรณ์ควันขึ้นมันทำอะไรเหรอ?" เสียงเขาบอก กลับบ้านเดี๋ยวนี้ๆๆ

ตอนนั้นไปเฮฮามาก มีลูกชายไปด้วย กลัวแม่ตายเลยไปด้วย แล้วแฟนลูกชาย พี่เลี้ยงของลูกก็ไปตามกัน ข้าวอร่อยมาก ไปนั่งกินตรงวิวพระที่นั่งอนันตฯมีใครได้กินมั่งแบบนั้น

แล้ว พอเจเดินเข้าไปตรงโรงเรียนวชิราวุธ เดินข้ามสะพานไปตำรวจมาเป็นแผงเลย แม่ค้าเข็นรถกันกระจาย วิ่งหนี นึกว่าเอาแล้วถล่มแล้ว เจเห็นแล้วรีบโทร.ไปลาตายกับสามี..ฉันติดอยู่ในนี้ตำรวจล้อมฉันแล้วฉันโทร. มาลาเธอ.. เขาก็แม่อยู่ไหนๆๆ บอกอยู่แถวหน้าวชิราวุธ เขาก็บอกเดี๋ยวส่งคนไปดู แล้วโทร.ตามให้ใครไม่รู้อยู่แถวนั้นไปดู

- ปกติอยู่บ้านทำอะไรช่วงที่คุณกรณ์ไม่อยู่

อ่านหนังสือค่ะ เจไปเรียนที่จุฬาฯ เลยมีงานมากตอนนี้ ทั้งอ่านหนังสือ ทำเปเปอร์ส่งอาจารย์ กำลังเรียนปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญา ที่เรียนเพราะชอบ ลูกก็ถามไม่มีใครเรียนแล้วนะวิชานี้มันปวดหัว ทุกคนก็บอก แต่ที่เรียนเพราะอยากรู้ ชอบค้นคว้า เราชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วก็เรียนซะเลย และได้พบคนที่อยู่วงการเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ คุยกันเข้าใจ ถ้าอยู่ข้างนอกวงการคุยกับใครไม่ได้ คิดว่าประมาณเดือนมีนาคมนี้คงจบแล้ว เหลือเฉพาะทำวิทยานิพนธ์ส่งอาจารย์

- เรียนแล้วเอามาปรับใช้ในชีวิต

ไม่เลยค่ะ มันเอาไว้นั่งคิดสำหรับคนชอบอ่านหนังสือมากกว่า เพราะปรัชญามันตอบอะไรเราไม่ได้เลย ถ้าตอบได้จะไม่ใช่ปรัชญาแล้ว

ที่ เจเรียนคือ อภิปรัชญา หรือเมธาฟิสิกส์ รวมไปถึงศาสนาพุทธ เรียนหมดอย่างเรื่องนิพพาน นิพพานมีลักษณะอย่างไร นิพพานแล้วมีตัวตนอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีแล้วอะไรไปนิพพาน คือมันขัดแย้งกันจริงๆ นะศาสนาพุทธ

จริงๆ แล้วพุทธศาสนาถามว่าเป้าหมายคืออะไร เป้าหมายคือนิพพาน นิพพานเกี่ยวกับความดีไหม ไม่เกี่ยวเลย นิพพานก็คือตายแล้วไม่ต้องไปเกิดอีก มันไม่ใช่ว่าเราทำดีแค่ไหนมันจะไปสู่นิพพานได้ จริงๆ แล้วนิพพานนี่มันต้องนั่งปฏิบัติ นั่งสมาธิ ไม่เกี่ยวกับการทำดีทำชั่วเลย

เจ นั่งอยู่บ้านทุกวัน อยู่เฉยๆ ไม่รู้จะเกิดมาทำไม แล้วมันเป็นปัญหาเบสิคมากเลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมคนไม่สนใจ ทุกคนก็ยังคงเศรษฐกิจ รถติด คือคนที่เขาทำงานหาเลี้ยงชีพเขาคงไม่มีเวลามาคิดอะไรบ้าๆแบบนี้ นอกจากคนที่ฟุ้งซ่านจริงๆ เราจึงเหลือเรียนกันอยู่สองคนในห้อง (หัวเราะ)

- เป็นนักปรัชญาอย่างนี้ปล่อยวางเรื่องลูกเรื่องสามี

เรื่อง ลูกไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะเขาโตกันแล้ว ส่วนสามีนี่เหมือนมีเอาไว้หาเรื่องเล่น แต่คุณกรณ์ก็ดี เขาโอเค ไม่ได้สร้างปัญหาอะไร ไม่มีเจ้าชู้ เป็นระดับปกติ มีผู้หญิงมาคุยธรรมดา

- คุณกรณ์เครียดไหมที่ถูกตั้งความหวังเรื่องเศรษฐกิจ

จริงๆ แล้วคุณกรณ์ เวลาเขาคิดอะไรเรื่องหาวิธีมาแก้ปัญหาเขาจะเก่ง เขาไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน แต่ที่สอนเขาได้ดีที่สุดเลยที่ผ่านมา คือตอนที่เขาเป็นกรรมาธิการงบประมาณ เขารู้เรื่องเยอะมาก
เพราะงานอันนั้นหนักมาก ช่วงกลางปีที่แล้วต้องอยู่ตั้งแต่เช้าถึง 5 ทุ่มเที่ยงคืนทุกวันเลย แล้วก็คุยกับพวกหอการค้าตลอด หรือหากเราจะคิดอีกทาง คือมันแย่อยู่แล้ว ก็ประคองมันให้มันไปได้ อย่าให้มันดิ่งเหวลงไปอีก

- ช่วงนี้ยังท่องเว็บอยู่ไหม?

พันทิปกับประชาไทไม่เข้าแล้ว เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่สนุกแล้วเดี๋ยวนี้ไม่มีอะไรที่เป็นกลางเลย อีกฝั่งหนึ่งก็ด่าอีกฝั่ง มีอยู่แค่นี้ แต่ว่าช่วงก่อนหน้านี้มันมีเว็บเสรีไทยที่แยกมาจากพันทิป แต่มันอืดมาก ไม่ค่อยมีคนเล่น แต่คนที่เข้าไปในนั้นฉลาดๆ กันทั้งนั้นเลย

เจก็เข้าไป แล้วไปเอาคนมาช่วยงานคุณกรณ์ได้คนหนึ่ง เขาเก่งมากเรื่องข้อมูลเก่งจริงๆ ตอนแรกเขาไม่รู้นะว่าเจเป็นผู้หญิง เพราะเวลาอยู่ในนั้นเราจะเป็นผู้ชาย ถ้าหากเป็นผู้หญิงนี่จะถูกคุกคามทางเพศมาก พอออกไปเป็นผู้หญิง เขางง ตกใจ

- คิดไหมว่าอภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ไม่ เคยคิดเลย ทุกวันนี้ยังนึกว่าฝันไป เวลาที่เขาเรียกฝ่ายค้านยังนึกถึงตัวเองอยู่เลยตอนนี้สลัดไม่หลุด (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้เห็นคุณสุเทพออกทีวีบ่อยยังรู้สึกแปลกใจ เอ๊ะช่วงนี้ทำไมคุณสุเทพออกทีวีบ่อยจัง อ้อ..ลืมไปเขาเป็นรองนายกฯ (หัวเราะเสียงดัง)

- ตอนเด็กๆ

ไม่เห็นมีใครห่วง หวงเลย (หัวเราะ) คือ เจจำได้ว่าเคยขึ้นรถเมล์จากโรงเรียนครั้งหนึ่ง เพราะว่าเห็นเพื่อนขึ้น สมัยเราเด็กๆ มันไม่น่ากลัว

คือตอนนั้นเรียน ที่มาแตร์ฯ ขึ้นรถเมล์กลับบ้านกับเพื่อน อู้ฮู้..บ้านแตก คุณย่าสั่งพ่อกับแม่ไปหาครูที่โรงเรียน ว่าสอนหลานฉันยังไงให้ขึ้นรถเมล์กลับบ้าน สงสารครูมาก

พอกลับมาปุ๊บ มีการส่งข่าวว่านั่งรถเมล์กลับ หึ..มากันหมดทั้งตระกูลหยาง ป้า ลุง ป้าสะใภ้มาหมดเลย ยืนอยู่หน้าปากซอยจนถึงทางเข้าบ้าน ทำไมทำอย่างนี้นั่งรถเมล์กลับบ้าน ขำมาก เขาบอกว่าซอยบ้านเรามันไม่มีฟุตปาธนะลูก..

- เรื่องเหลือเชื่อของคุณกรณ์

คุณ กรณ์นี่ตัวใหญ่ก็จริง แต่ขี้กลัวมากๆ อะไรตื่นเต้นเวลาดูหนังเขาจะปิดเสียงเลยนะ อย่างตอนไปดูเรื่องจูราสสิค ปาร์ค มีฉากหนึ่งที่งูเลื้อยออกมา เขาถอดแว่นทิ้งเลย เจก็งง ตัวใหญ่แต่ขี้กลัวมาก ไม่เหมือนเราตัวเล็กแต่ไม่กลัว หมาตัวเล็กน่ะ มันดุนะ..(หัวเราะ)

หน้า 17
edit @ 10 May 2011 15:06:04 by ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

ปล. เราอ่านแล้ว ให้เห็นใจยิ่งนัก เมื่อคุณหนูถูกหลอกให้กินหอยขม แล้ว เกลียดจนร้องไหเลยหรือออออ......แล้วชาว

บ้านที่เขาต้องทนกินกันทู้กว้าน ทู้กกกกวัน จนกลายเป็นฟามรักในหอยขมล่ะนั่น หนูไม่เคยคิดเห็นอกเห็นใจเขาบ้างหรือจ๊ะ

เหลือกินเหลือใช้มากมาย จนต้องไปนั่งเรียนปรัชญาสมาธิ วิธีนิพพาน แบบไม่ต้องคิดทำความดีอะไรก็จะไปนิพพานได้ ขอ

ให้กินน้อยๆ มานั่งสมาธิไหวไม่หลับไปเท่านั้นเป็นพอ แล้วที่รวยๆ กันน่ะ พอหรือยังจ๊ะ ก่อนจะมาโกรธ ที่พวกยาจก ที่ต้อง

งมหอยขมขึ้นมากินทุกวันน่ะ พวกนี้ มันไม่พอเพียงเสียจริงๆ ก็หอยขมมันมีจำกัดนี่จ๊ะ ก็ต้องหาหอยอย่างอื่นที่มันเท่าเทียม

กันบ้าง คนมีหอยเหมือนกันนี่นา พวกทายาทเจ๊ก ใช้แซ่ทั้งหลาย ก่อนจะมาใช้นามสกุลภาษาไทย พวกโล้สำเภาจีน ขึ้น

บกได้ แล้วพาลเป็นวัวลืมตีน...โถ่เอ๊ย หลงเรียกตัวเองว่าอำมาตย์ แบบไม่อายว่า รากหญ้าเขาแดกดันให้ เพราะมีเหตุปล้น

เลือกตั้งกลางแดด ยังหลงละเมอเพ้อพก นึกว่าตนเองเป็นอำมาตย์จริงๆ จบคณะอักษรจริงเหรอ "ด้านอักษร" ไม่ได้แปล

ว่า คณะอักษรนะจ๊ะ

ครับบทความนี้ของคุณคำผกา

ครับบทความนี้ของคุณคำผกา แหลมคม ครับ และพยายามจะขยายความนิยามคำว่าไพร่ ในเนื้อหาการต่อสู้ของเสื้อแดง ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ยังเป็นอย่างที่ผมติงไว้ว่า การใช้วาทะกรรม"ไพร่" มาใส่ในเนื้อหาการต่อสู้ของเสื้อแดง มันไม่มีความรู้สึกร่วมแบบ"แมส" ครับ

มันได้แค่บางจริตของคนที่ต้องกำกับเนื้อหาที่มาเปรียบเทียบหรือเทียบเคียงประกอบอีกทีจึงจะมีความหมายทางนัยะที่ตรงนิยามการต่อสู้นี้? คือมันเห็นปุ๊บมันไม่โดนปั๊บเลย? ในเนื้อหาการเข้าถึงแบบ"แมส"หรือกึ่งคำโฆษณาเชิญชวน เพราะกลยุทธมันต้องใช้แบบนั้น?ในการขยายกลุ่มเป้าหมายไปหามวลชนคนรู้สึกร่วม?

เพราะเนื้อหาแบบนี้แม้มันจะสื่ออย่างกว้างได้ เช่นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นฯ?(ที่ต้องยกบางอย่างมาประกอบเทียบเคียงก่อนจึงจะใช่เพราะใช้ตรงๆไม่ได้) แต่เนื้อหาของนิยามอำมาตย์กับไพร่ มันไม่มีปริมณฑล แค่นั้น เช่นอำมาตย์ อาจจะหมายถึง"อำมาตย์ราชการ"(ผมว่านี่คือความหมายทางตรงกว่าของคำผกาน่ะ)

เพราะถ้าความหมายทางตรงแบบอำมาตย์ราชการ คุณกรณ์ฯถือว่าเป็นอำมาตย์ฯทักษิณก็ใช่? รบ.นี้ก็ใช่? ฝ่ายค้านก็ใช่?(เสื้อแดงที่เป็นสส.และดำเนินการทางการเมืองก็คืออำมาตย์ราชการ) เพราะคุณคือข้าราชการทางการเมือง เป็นอำมาตยฯทั้งนั้น? ไม่เฉพาะองคมนตรี?

ยิ่งนิยามตัวเองด้วยคำว่า"ไพร่" ความรู้สึกร่วมของหลายๆคนที่รู้สึกว่าไม่ใช่?(ในสถานภาพจริงทางสังคมในความนัยยะตรง) เช่นเสื้อแดงที่เป็นอำมาตยฯข้าราชการ และหรือ อำมาตยฯคนชั้นสูงระดับหม่อมฯ ที่เป็นเสื้อแดง เช่น คุณปลื้ม และหม่อมอุ๋ยฯคนเสื้อแดงน่ะ? ต่อสู้ในทางเดียวอุดมการณ์เดียวกับเสื้อแดงที่นิยามตัวเองว่าไพร่น่ะ เราจะไปนิยามคนเสื้อแดงคือไพร่ในทางตรงทั้งหมดแบบนี้จึงไม่ได้? เพราะมันค้านกับนิยามทางตรงหรือสถานภาพทางชนชั้นจริงๆทางสังคมที่เขาเป็นมันแย้งกับอุดมการณ์การต่อสู้ผ่านนิยามคำว่าไพร่อันนี้?

ดังนั้นนิยามตรงนี้จึงสับสน? เพราะมันคือนิยามทางตรงหรือคนส่วนใหญ่เข้าใจแบบนั้น? ที่สำคัญเนื้อหาการต่อสู้ของเสื้อแดงไม่ใช่มีเนื้อหาแค่ การกดขี่ทางชนชั้นตามนิยาม"ไพร่"

แต่มันมีเนื้อหาความไม่เป็นธรรม,ความเหลื่อมล้ำอื่นๆ อำนาจการต่อรองการเข้าถึงทรัพยากรอื่นๆฯลฯ ที่นิยามคำว่าไพร่แบบนี้ เข้าถึงไม่ครอบคลุม เพราะความไม่เป้นธรรมของหลักนิติธรรมที่ใช้บังคับอ้างนิติรัฐ บางทีเนื้อหามันมาจากสาเหตุอย่างอื่นๆ

เช่นความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายที่เกิดจากระดับปฎิบัติ(ไม่เกี่ยวกับชนชั้น) อย่างกรณีการเอาคืนทางการเมืองหรือเครื่องมือการกำจัดคู่กรณีทางการเมืองระหว่างฝ่ายค้านกับรบ. จึงใช้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เนื้อหาแบบนี้จึงเป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่างไพร่กับไพร่ ไม่ใช่ไพร่กับอำมาตย์อย่างนิยามการต่อสู้ของแดงไปเหมารวมคำว่า"ไพร่"ไว้ทั้งหมดอย่างไม่ครอบคุลมเนื้อหาตรงนี้

คือนอกจากเป็นนิยามการต่อสู้ โดยสร้างวาทะกรรมไพร่อย่างขาดพลัง? แล้วยังล่อเป้าข้อกล่าวหาในคุณค่าการต่อสู้ที่ตำไร้ศักดิ์ศรีเกินไปในความรู้สึกร่วมบนนิยามคำว่า"ไพร่" ทั้งที่เนื้อหาคือการต่อสู้ของเจ้าของอำนาจตัวจริงคืออำนาจปชช. ที่นิยามมันควรจะหมายถึง เข้าของอำนาจ หรือเจ้านายของทุกๆคน นั้นคือสถานะภาพที่มีสักดิ์ศรีเหนือใคร ไม่ใช่ไปกำหนดลดเนื้อหาให้เหลือการต่อสู้ของเจ้าของที่มีสักดิ์ศรียิ่งใหญ่กว่าใคร?

แต่ไปนิยามการต่อสู้ไว้แค่ไพร่ในเป้าหมายที่เนื้อหาการต่อสู้ที่แท้จริงคือการทวงคืนอำนาจเจ้าของประเทศในฐานะเจ้านาย ไม่ใช่ไปกำหนดสถานะที่มีเกียรติของตัวเองแค่คำว่า"ไพร่"แบบนี้???

อ้อครับที่สำคัญที่สุดที่ผมจะต

อ้อครับที่สำคัญที่สุดที่ผมจะติงเรื่องนิยามการต่อสู้ของแดงผ่านคำว่าไพร่ในเนื้อหาการต่อสู้ของเสื้อแดง แม้เนื้อหาทางนัยยะแฝงจะชัดต่อเป้าหมาย(ต่อสู้ทางชนชั้น)

แต่มันสร้างแรงเสียดทาน(ล่อเป้า)มหาศาลต่อเงื่อนไขแบบ"ตุลา19โมเดล" และหรือมันไม่สามารถขยายฐานมวลชน กลุ่มใหญ่ของคนไทยได้(ศรัทธาเก่าๆที่ยังครอบฐานความคิดความเชื่อคนไทยในแบบผิดๆ)ตรงนี้ไงครับมันยังเปิดไม่ถึง สร้างเงื่อนไขความรู้สึกร่วมในนิยามแบบนี้ไม่ได้ในระดับแมส?

เพราะคนนิยามจะไปแบบโดดเดี่ยวเกินไป แม้เนื้อหาในเป้าหมายตามความเข้าใจแบบนั้นมันจะใช่? แต่มันขาดพลังจากทัพหลวง และจะโดดเดี่ยวแม่ทัพ? หรือคนนิยามคำนี้ ด้วยการที่จะไปเข้าทางกลยุทธเดิมๆของเขา"ตุลา19โมเดล" หรือ"ปอบสยาม"แบบที่ปรีดีย์หรือคณะราษฎร์เจอ?

แล้วถ้าใครยิ่งขัดขืนดึงดันจะไปแบบนั้น จะพบจุดจบเดียวกับปรีดีย์และลูกพี่ทักษิณ(ถ้าไม่รีบปรับ) และจะถูกล้วงลับตับแตก แบบคณะราษร์จนแตกคอกัน ด้วยมุกนกกระจิบในแหนายพราน เช่นเขาดีเดย์เจาะจุดอ่อนผ่านพธม.(ภาคปชช.) ผ่านปชป.และคนแบบเนวิน(ภาคการเมือง)

ดังนั้นสรุปเงื่อนไขที่สำคัญคือมันสร้างแรงเสียดทานและความรู้สึกร่วมเกินไป มันจะเหี่ยวปลายครับ???

ถึง อะต้อม(บื้อ)...

ถึง อะต้อม(บื้อ)... แต่ก้อรักน่ะ เพราะบื้อดีอ๊อก ฮ่าฮ่า

อ๊วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ว๊ะ
อธิบายอะไรออกมายืดยาว ก้อเพื่อลดเครดิตการต่อสุ้ของเสื้อแดงเท่านั้น
ไรสาระ ลองอ่านตรงนี้หน่อยดิก๊าบบบบบบบบบ บั๊กบื่อ

"วาทกรรม ไพร่-อำมาตย์ นั้นคนที่มีปัญญาย่อมเข้าใจได้ทันทีว่ามันหมายถึงการต่อสู้ของประชาชนที่ออกมาบอกว่า สังคมไทยต้องการระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยเฉพาะนับตั้งแต่หลังการรัฐประหารปี 2549 คือการกระทำที่ดึงเอาระบอบประชาธิปไตยออกจากสังคมไทย-คือขบวนการล้มประชาธิปไตย, ล้มประชาชน-พลันพวกเราที่เป็นประชาชนอยู่ดีๆ ต้องกลายไปเป็น "ไพร่" ส่วนชนชั้นนำที่แย่งอำนาจไปจากประชาชนจึงกลายเป็น "อำมาตย์"-กลับไปสู่การปกครองยุคก่อนสมัยใหม่"

และตรงนี้
ทั้งนี้ ความเป็นไพร่และอำมาตย์นั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับปริมาณของเงินทอง ทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ ทว่า มันเกี่ยวพันโดยตรงกับสิ่งที่เรียกว่าสิทธิในฐานะที่เป็นประชาชนในระบอบการปกครองที่มิใช่ประชาธิปไตย "อำมาตย์" มีสิทธิจะชี้บอกว่าสิ่งมีชีวิตหน้าไหนคือคนและหน้าไหนไม่ใช่คน"

เปิดกระดหลกอีวักนิด แล้วให้ความหมายและเจตนารมย์ได้บ่งชี้อยุ่ในสมองคุรบักวื่อบื้อบ้าง
ไม่ต้องอธิบายอะไรยือยาวหลอกครับ ไร้สาระมีเจนาดิสเครดิตแอบแฝง

จาก จันแดง

"