จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักเขียนไทย เรื่อง ขอเชิญร่วมลงชื่อเรียกร้องแก้ไข ม.112

เรื่อง ขอเชิญร่วมลงชื่อในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 และยุติการใช้ข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปิดกั้นการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อนนักเขียนทุกท่าน เรา - นักเขียนผู้มีรายชื่อในท้ายจดหมายฉบับนี้ เชื่อว่าท่านคงเห็นด้วยว่า เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น คือหัวใจสำคัญของการเป็นนักเขียนในสังคมประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนผู้ทำงานเขียนเพื่อเลี้ยงชีพ หรือเป็นนักเขียนผู้ผลิต “งานสร้างสรรค์” ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนผู้มีอุดมการณ์ ศรัทธา และความเชื่อส่วนตัวเช่นไร เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น ถือเป็นพื้นฐานสำคัญเบื้องต้นที่เอื้อให้นักเขียนทุกคนทุกแขนงในสังคม ได้มีพื้นที่ มีอิสรภาพ และมีโอกาสในการพัฒนาทั้งคุณภาพผลงานและทั้งคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่โดยเท่าเทียมกัน เมื่อใดก็ตามที่เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นตกอยู่ในสภาวะบอบบาง อ่อนแอ และสั่นคลอน สถานภาพของการเป็นนักเขียนในสังคมประชาธิปไตยย่อมตกอยู่ในสภาวะบอบบาง อ่อนแอ และสั่นคลอนไปด้วย ผลกระทบเบื้องต้น คือการหยุดชะงักของโอกาสในการพัฒนาความรู้ ความคิด และการสร้างสรรค์งานเขียน เนื่องเพราะถูกจำกัดขอบเขตการแสดงออกและการสานต่อทางปัญญา ผลกระทบขั้นรุนแรงกว่าคือการต้องใช้ชีวิตและทำงานภายใต้บรรยากาศอันมืดมิด ภายใต้ความหวั่นวิตกถึงการสูญเสียสิทธิ สูญเสียอิสรภาพอย่างไม่เป็นธรรม และหวาดกลัวต่ออันตรายที่อาจเกิดกับตนเองและครอบครัว สังคมไทยขณะนี้ มีการนำกฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย มีการใช้มาตราดังกล่าวในการข่มขู่คุกคาม กระทั่งฟ้องร้องดำเนินคดี คุมขังและริดรอนอิสรภาพของประชาชนผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ทำให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังก้าวล่วงสู่สภาวการณ์ที่เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นถูกคุกคามอย่างอยุติธรรมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากความกังวลในฐานะประชาชนที่อาจต้องเผชิญกับการคุกคาม เราในฐานะนักเขียน ย่อมมิอาจนิ่งดูดายและปล่อยให้หัวใจสำคัญของการเป็นนักเขียนและการทำงานเขียนภายใต้สังคมประชาธิปไตย ต้องตกอยู่ในวิกฤตเช่นนี้ ข้อความสั้น ๆ ของกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่กล่าวว่า: “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ได้ถูกนำมากล่าวอ้างกล่าวหาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพื่อข่มขู่ ฟ้องร้อง และคุมขังประชาชน หลายครั้งเป็นการตีความกฎหมายโดยกว้าง เช่น แม้แต่การไม่ยืนถวายพระพรเมื่อมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีก็กลายเป็นความผิดฐานดูหมิ่นได้ นอกจากนั้น กระบวนการบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้ ยังได้ฉวยใช้ความรู้สึกต่อองค์พระมหากษัตริย์ของคนทั่วไป มารวบรัดขั้นตอนการดำเนินคดี ไม่ดำเนินคดีตามกระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสมตามกฎหมาย หากแต่เป็นการดำเนินคดีตามอำเภอใจ เช่นสั่งให้มีการไต่สวนโดยปิดลับ และห้ามสื่อมวลชนทำข่าวจนกระทั่งบัดนี้ แม้แต่สื่อมวลชนและนักวิชาการที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐบาล ซึ่งอภิปรายเรื่องการเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันกษัตริย์อย่างเป็นวิชาการ ยังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยกฎหมายมาตรา 112 เช่นกัน หลายกรณีที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย” อย่างไร นอกจากเป็นเพียงแต่การพยายามนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ด้วยเหตุผลและข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยกิริยาและวาจาที่อยู่บนมาตรฐานของมนุษย์ผู้มีอารยธรรม อีกทั้งยังเป็นการแสดงทัศนะที่เกิดจากเจตนารมณ์อันดีต่อสถาบันกษัตริย์และสังคมไทย เป็นการนำเสนอแนวทางที่จะสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับสถาบันกษัตริย์ในระยะยาว มิได้ลบหลู่ล่วงเกิน หรือต้องการ “ล้ม” สถาบันแต่ประการใด บรรยากาศของความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในสังคม และพฤติกรรมคุกคามโดยคนบางกลุ่ม เช่น ทหารไทยที่ออกมาตบเท้าข่มขู่ประชาชนและฟ้องร้องนักวิชาการ ตอกย้ำให้เราตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องนำกฎหมายอาญามาตรา 112 มาเป็นประเด็นทบทวนพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันมิให้เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นของประชาชนถดถอยล้าหลัง ก้าวย่างไปสู่ยุคมืด หรือถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงในที่สุด ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องแยกแยะ “การล้มสถาบัน” ออกจากการอภิปรายเพื่อนำไปสู่เสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว และการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดของประชาชน ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในฐานะประชาชนชาวไทยผู้มีความเป็นห่วงและกังวลต่อสภาวการณ์บ้านเมืองภายใต้บรรยากาศของความหวาดกลัว และในฐานะนักเขียนไทยผู้หวงแหนเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น เราต้องการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยเร็วที่สุด และสนับสนุนการนำแนวทางที่ปัญญาชนบางกลุ่มบางท่าน (เช่น กลุ่มนิติราษฎร์ อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และกลุ่มอื่นๆ) ได้เสนอแนะไว้ในหลายวาระ ขึ้นมาพิจารณาประกอบกัน เพื่อนำไปสู่บทสรุปที่เป็นธรรมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมไทย นอกจากนี้ เราต้องการเรียกร้องให้ผู้ใช้สถาบันกษัตริย์เป็นข้ออ้างในการแสดงบทบาทและวางอำนาจทางการเมือง เช่น ทหาร ได้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง หากความสงบสุข ความสามัคคี และความเป็นธรรม คือสิ่งที่ท่านต้องการให้เกิดขึ้นอย่างบริสุทธิ์ใจ ในสังคมประชาธิปไตยที่ประกอบด้วยความแตกต่างหลากหลาย การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความเชื่อและความคิดเห็นที่แตกต่าง คือกระบวนการที่ช่วยให้เกิดความมั่นคงในการอยู่ร่วมกัน และช่วยบรรเทาความรุนแรงของความขัดแย้งที่สามารถบังเกิดตามธรรมชาติของสังคม การประนีประนอมนั้นมิได้เกิดจากความกลัว หากแต่เกิดจากการฝากความหวังไว้กับการเรียนรู้ของประชาชน และฝากความเชื่อมั่นไว้กับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน หากเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นของประชาชนถูกคุกคามและสั่นคลอน ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อระบอบประชาธิปไตยและต่อประเทศของตน ย่อมสั่นคลอนเสื่อมถอยอย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อนนักเขียนที่เคารพทุกท่าน เรา - นักเขียนผู้มีรายนามในท้ายจดหมายนี้ ต้องการเรียกร้องให้มีการทบทวน ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อความมั่นคงของประชาธิปไตย เพื่อความเป็นธรรมในสังคม เพื่อความยืนยงของสถาบันกษัตริย์ และเพื่ออนาคตของประเทศชาติ เรา - นักเขียนผู้มีนามต่อท้ายจดหมายฉบับนี้ มั่นใจว่าเพื่อนนักเขียนทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น และหากท่านเห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง เห็นด้วยว่าต้องยุติการใช้ข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เราขอเรียนเชิญให้ท่านร่วมแสดงออกกับเราในครั้งนี้ ด้วยการลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวในฐานะนักเขียน เราย้ำว่าเสียงของท่านมีความสำคัญกับผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดีอย่างไม่ยุติธรรมทุกคน ทั้งในอดีต และในอนาคต เราขอให้ท่านสละเวลาลงชื่อเพื่อร่วมเรียกร้องด้วยกันกับเรา ตามช่องทางที่ระบุไว้ท้ายจดหมายฉบับนี้ 19 พฤษภาคม 2554 บินหลา สันกาลาคีรี ปราบดา หยุ่น ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง ซะการีย์ยา อมตยา กิตติพล สรัคคานนท์ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ วาด รวี อัพเดทรายชื่อผู้ร่วมลงนาม 1. กฤช เหลือลมัย 2. สุเจน กรรพฤทธิ์ 3. กวีอราสุ 4. ธีรภัทร เจริญสุข 5. พรสุข เกิดสว่าง 6. สานุ อร่ามเอกวนิช 7. สรายุทธ์ ธรรมโชโต 8. นงลักษณ์ หงส์วิเศษชัย 9. เฉลิมพันธุ์ หวันชิตนาย 10. เดือนวาด พิมวนา 11. ประกาย ปรัชญา 12. นพดล ปรางค์ทอง 13. นพรุจ หิญชีระนันทน์ 14. กิตติกา บุญมาไชย 15. ภาณุ มณีวัฒนกุล 16. วิจักขณ์ พานิช 17. เกียรติศักดิ์ ประทานัง (ปั้นคำ) 18. สฤณี อาชวานันทกุล 19. ชญานิน เตียงพิทยากร 20. ทองธัช เทพารักษ์ 21. “ผาดไหม” 22. อธิฌลา (อันธิฌา ทัศคร) 23. ดาราณี ทองศิริ 24. นิติพงศ์ สำราญคง 25. ศรัทธา แสงทอน 26. สหรัฐ พัฒนกิจวรกุล 27. วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล 28. ปราย พันแสง 29. คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์ 30. บุญชิต ฟักมี 31. สิทธา วรรณสวาท 32. นิศากร แก่นมีผล 33. อาทิชา ตันธนวิกรัย 34. ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ (มน. มีนา) 35. การะเกตุ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์) 36. วรัญญู อินทรกำแหง 37. พิชญา โชนะโต 38. พีระ ส่องคืนอธรรม 39. วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ 40. พิเชฐ แสงทอง 41. คำ ผกา 42. โคจร สมุทรโชติ 43. ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ 44. วิชัย ดวงมาลา 45. แก้วตา ธัมอิน 46. พิรุณ อนุสุริยา 47. พณ ลานวรัญ 48. ธิติ มีแต้ม 49. ธาริต โตทอง 50. ภูมิภัทร์ สงวนแก้ว 51. ณัฐชา วิวัฒน์ศิริกุล 52. มหรรณพ โฉมเฉลา 53. รวิวาร โฉมเฉลา 54. ปิยะพันธ์ เลิศคุณากร 55. นฤพนธ์ สุดสวาท 56. ณภัค เสรีรักษ์ 57. ธนะ วงษ์มณี 58. อนุพงษ์ เทพวรินทร์ 59. จรูญพร ปรปักษ์ประลัย 60. ระยิบ เผ่ามโน 61. อรุณรุ่ง สัตย์สวี 62. รางชาง มโนมัย 63. ภู กระดาษ 64. มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ 65. รน บารนี 66. ธีร์ อันมัย 67. วิวัฒน์ เลิศฯ (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา) 68. มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม 69. พรพิมล ลิ่มเจริญ 70. ก่องแก้ว กวีวรรณ 71. กตัญญู สว่างศรี 72.หรินทร์ สุขวัจน์ 73. สมหวัง ดังพ่อตั้งจิต 74. คาล รีอัล 75. กฤชวัชร์ เตชะวณิย์ 76. ชานันท์ ยอดหงษ์ 77. นราวุธ ไชยชมภู 78. จรัส โฆษณานันท์ 79. อนันต์ เกษตรสินสมบัติ 80. วิวัฒน์ จ่างตระกูล (Wiwat Chang) 81. โอปอล์ ประภาวดี 82. วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์ 83. ภัทรภร วาดกลิ่นหอม 84. ภัควดี วีระภาสพงษ์ 86. อำพล ฐาปนพันธ์นิติกุล 87. อาทิตย์ ศรีจันทร์ 88. สิรนันท์ ห่อหุ้ม 89. ทินกร หุตางกูร 90. อธิคม คุณาวุฒิ 91. กรรณิการ์ กิจติเวชกุล 92. กันต์ธร อักษรนำ 93. อโนชา ปัทมดิลก 94. วิสัย เร็วเรียบ 95. รชา พรมภวังค์ (ลือชา กิจบำรุง) 96. กุดจี่ พรชัย แสนยะมูล 96. ชัชชล อัจนากิตติ 97. อติภพ ภัทรเดชไพศาล 98. วิชัย จันทวโร 99. วิทวัส จันทร์ก้อน หมายเหตุ – ท่านสามารถติดต่อลงชื่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 1. ติดต่อกับเจ้าภาพทั้งแปดโดยตรง 2. อีเมล thaiwriteranti112@rocketmail.com 3. www.thaipoetsociety.com กระทู้นี้ 4. แฟกซ์: ถึง วาด รวี ที่เบอร์ 02 439 3536 5. จดหมาย: วารสารหนังสือใต้ดิน 825/666 หมู่ 1 ประชาอุทิศ ทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 6. facebook: Underground Buleteen

Comments

1.ไม่ได้เป็นนักเขียน

1.ไม่ได้เป็นนักเขียน แต่เป็นครูผู้สอนอยากร่วมลงชื่อด้วย...วิสัย เร็วเรียบ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

2.อยากถามผู้รู้ว่า"ความจงรักภักดี" ตามหลักการพื้นฐานแล้วเป็น "สิทธิ" หรือ "หน้าที่" เพราะถ้า

เป็น"สิทธิ"ลักษณะของกฎหมายก็ไม่ควรมีลักษณะบังคับ-กำหนดโทษสูงเกินไป แต่ถ้าเป็น"หน้าที่"

ก็จะสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันที่พยายามใช้เครื่องมือ/สื่อต่างๆรวมทั้ง

กฎหมายในการบังคับให้ประชาชนจงรักภักดี

มหรรณพ โฉมเฉลา และ รวิวาร

มหรรณพ โฉมเฉลา และ รวิวาร เห็นด้วยทุกประการ และขอร่วมลงชื่อด้วยครับ, คะ

กงล้อประชาธิปไตยของประเทศไทย

กงล้อประชาธิปไตยของประเทศไทย ได้เวลาต้องขยับขเยื้อนไปอีกกระเบียดนิ้ว หลังจาดติดกับดักจอมโจรเผด็จการ จนเสียเวลาตั้ง 4-5 ปี

มี2ท่านที่ทำให้ผมประหลาดใจถึง

มี2ท่านที่ทำให้ผมประหลาดใจถึงที่สุด
1,คุณปราบดา คุณคือแนวทางให้คนรุ่นใหม่อย่างผมได้รับความกล้า
ที่จะคิด คุณดึงความคิดกับสิ่งดีจาก"ต้นแบบ"ของคุณได้อย่างลงตัว
2.คุณทราย ผมทึ่ง ดีใจ นับถือ นี้คือการแสดงออกโดยที่ไม่ต้องถามความคิดด้านการเมืองเลยเพราะนี้คือมืออาชีพที่เรียก "ศิลปินแท้"(แม้จะเป็นถึงนางเอกเบอ1ของท่าน มจ.มุ้ย)
***อีก42ท่านขออภัยที่ไม่กล่าวถึงจะติดตามผลงานครับ**

ป.ล. ถึงคุณสาวริมปิง ผมคิดว่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคุณน่าจะผ่านงานเขียนของทั้ง 44 ท่านนี้คือข้อพิสูจน์ว่า พวกเราคือคนไทย ไม่ได้มีพ่อมีแม่ที่ไหนเป็นคนอพยพมาอาศัยที่นี้อยู่...........
ขอบคุณครับ

ความเคารพรักศรัทธา

ความเคารพรักศรัทธา และจงรักภักดีเป็นอารมณ์ความรู้สึกหนึ่ง

ดังนั้นแล้ว สมควรหรือที่จะใช้อารมณ์ความรู้สึกเป็นบรรทัดฐานทางกฏหมายสำหรับการตัดสินโทษ

…โชว์-ฉีกวิสัยทัศน์พันธมาร-นั

…โชว์-ฉีกวิสัยทัศน์พันธมาร-นักห้อยโหนอาชีพ อวยยศให้กับรัฐธรรมนวยหัวคูณ.2550..
....................

.................รัฐธรรมนูญฉบับนี้มิใช่หรือ.........พวกคุณยื้อตื๊อตลกกกไข่อยู่
แต่วันนี้คุณโนโหวตโกรธน่าดู.....................ดั่งระดูประจำเดือนเคลื่อนเกรอะกรัง
ปั่นสถานการณ์ผลาญชาติบังอาจนัก...............รับจ้างปักมีดใส่ใจกลางหลัง
ถ้าจะค้าน ๆ แต่แรกแปลกใจจัง....................โหวตโนหวังพลังไปใช้ก่อกวน
.................เบื้องหลังพันธมิตรน่าผิดหวัง........ตั้งแต่ครั้งบังธิมันมิสวน
รับมุกเม็ดเผด็จการมาราญรวน.......................รับจ้างป่วนปั่นสร้างทางไทยพัง
ประเทศย่ำเท้าถอยลงคลองต้องพอเพียง..........ชาติเราเดี้ยงไร้เดียงสาน่าคลุ้มคลั่ง
1 สิทธิ์ 1 เสียงเพียงรับฟัง.........................ไม่กี่ครั้งยังไม่ไปไหนใครแกล้งดึง
.................รัฐธรรมนูญ ๔๐ นั้น..............ปี๔๙ พลันพ่ายไฉนนึกไม่ถึง
มีรัฐบาลเข้มแข็งแย่งรั้งรึง............................อำนาจมึงมองเห็นแค่หัวแม่ตีน
กับการก้าวไกลไปข้างหน้า..............................ชีวิตประชาชนไทยใช่ถือศีล
ใช่ว่ากินมื้อเดียวได้เลิกป่ายปีน.........................เห็นเจ๊กจีนกินดีกว่าเงยหน้าดู
.................เตะตัดขาประชาธิปไตยให้ล้มลุก....ใครสนุกสุขสันต์ใครนั้นหรู
เครือข่ายใครเข้มแข็งแยงดูรู..............................มีแต่กู้ ๆ ๆ ๆ กูคือใคร
ดอกเบี้ยร้อยละยี่บางที่สาม..........................-สิบบาทยามนี้หนอขอซื้อไข่
ปัจจัยสี่ดีทุกเขตประเทศไทย...........................ถามว่าไยยากจนพลเมือง?
…………………..เตะตัดขาประชาธิปไตยให้ลุกล้ม...คุณเคยก้มดูกะลาครอบฟ้าเหลือง
ไพร่ฟ้าหน้าเหลืองอยากรองเรือง.............ความแค้นเคืองแค่แวบเดียวเดี๋ยวก็เลือน
ขอร้องนะพันธมิตรคิดให้มาก.........................คนลำบากตัวจริงถูกปิ้งเฉือน
เขาต้องการเก้าอี้ชี้ปีเดือน..............................4 ปีเพื่อนพาให้โก้นโยบาย
................ส่งพรรคการเมืองใหม่ไปหาเสียง...ไปทุ่มเถียงทางความคิดผลิตขาย
ใช่กวนน้ำให้ขุ่นอยากวุ่นวาย....................มือไม่พายเพราะนายไม่ชอบระบอบนี้
นายคุณชอบระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์..............แต่มันผิดยุคสมัยใกล้เป็นผี
1 สิทธิ์ 1 เสียงจากเถียงท้องนาไร่ให้เขามี..อย่าย่ำยีเดี๋ยวดีเองบทเพลงประชาธิปไตย..
..................

เมื่อเสรีภาพครองประเทศ คนลวงโ

เมื่อเสรีภาพครองประเทศ
คนลวงโลกก็อยู่ไม่ได้

เมื่อแสงแห่งอรุณมาเยือน
ภูติผีปิศาจก็จะหลบลี้หนีไป

เมืองไทยกำลังจะผ่านยุคมืด ไปสู่ยุคสว่าง ยุคที่คนไทยจะช่วยกันสร้างประเทศนี้ ให้รุ่งเรืองไม่แพ้ญี่ปุ่นเกาหลี(ใต้) ขอให้ความความลวงและความมืดบอด จงอย่าได้กลับมาสู่ประเทศนี้อีกเลย

สพฺพีติโย วิวชฺชนฺตุ สพฺพโรโค วินสฺสตุ มา เต ภวตฺวนฺตราโย สุขี ทีฆายุโก ภว

wisai

[quote=wisai]1.ไม่ได้เป็นนักเขียน แต่เป็นครูผู้สอนอยากร่วมลงชื่อด้วย...วิสัย เร็วเรียบ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

2.อยากถามผู้รู้ว่า"ความจงรักภักดี" ตามหลักการพื้นฐานแล้วเป็น "สิทธิ" หรือ "หน้าที่" เพราะถ้า

เป็น"สิทธิ"ลักษณะของกฎหมายก็ไม่ควรมีลักษณะบังคับ-กำหนดโทษสูงเกินไป แต่ถ้าเป็น"หน้าที่"

ก็จะสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันที่พยายามใช้เครื่องมือ/สื่อต่างๆรวมทั้ง

กฎหมายในการบังคับให้ประชาชนจงรักภักดี[/quote]
ถ้าให้ดีน่าจะออกเป็นกฏหมายให้รู้แล้วรู้รอดว่า คนไทยทุกคนที่เกิดและอยู่ในแผ่นดินนี้ต้องจงรักภักดี มิฉะนั้นจะได้รับโทษตามอาการหนักเบา ขั้นสูงสุด 15 ปี แล้วคงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าคนไทยทุกคนจงรักภักดีต่อสถาบัน 100% อย่างยิ่ง

ดูตามเวลา ประมาณเกือบ 24 ชม.

[b]ดูตามเวลา ประมาณเกือบ 24 ชม. ในการรณรงค์ล่ารายชื่อพวกอวดอ้างเสรีภาพแต่ขาดความรับผิดชอบ

มีคนมาลงชื่อไม่ถึง 100 คน (ได้แค่ 99 คน)

นี่ถ้าเอาไปยื่นให้ไอ้มาร์คหัวถุงยาง มันคงจะบอก 'ไม่ถึง 1แสนคน ไม่ต้องฟังว่ะ' (ฮ่าฮ่าฮ่า)

หมายเหตุ .- แต่ทำไม พธม. ก็มาแค่ไม่กี่พัน ไอ้มาร์ครีบยุบสภาหนี เอาบันทึกการประชุม JBC เข้าสภาก็ล่ม จะทำอะไรก็ไม่ได้ซักอย่าง เพราะ พธม. กดดัน (ยกเว้นชั่งไข่ขาย เพราะอันนั้น พธม. ไม่ได้เรียกร้อง) (ฮา)

เห็นได้ว่าฝีมือมันต่างกันว่ะ! (ฮา)

แล้วไอ้ที่ แอบอ้าง อวดอ้าง สร้างวาทกรรม สารพัดสารพัน ตกลงมันเป็นเรื่องของหนอนที่อยู่ในถังรูขี้เล็กๆ แต่นึกว่าพวกกรูคือมหาประชาชนหรือเปล่า?

ทำไมการเรียกร้องของพวกเนรคุณชาติแบบนี้ถึงมีคนแค่นี้ล่ะ!

แล้วจะให้คนทั้งประเทศต้องยอมตามความคิดชั่วๆ ของคนไม่ถึงเศษเสี้ยวของเปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศได้ยังไง?

ปล. เอาแค่ว่ากท้ที่จริงคิดอยากจะทำอะไร ก็ยังตอแหลแถไปรณรงค์ว่าอยากแค่แก้ กม. เท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่าการรณรงค์ของพวกเอ็งมันเล่เก๊ ทำไปเพื่อสนองไอ้แม้วกับพวกซ้ายหลงยุคเท่านั้นเอง แล้วมันจะสำเร็จไปได้ยังไง๊! เพราะพอเริ่มรณรงค์ก็แหลมาแต่ไกลแล้ว คงมีแต่ควายละนะที่จะเชื่อพวกเอ็ง ; )~[/b]

ไหนๆ ก็ถามแล้ว

[b]ไหนๆ ก็ถามแล้ว ก็ถามอีก

ที่รณรงค์ว่าไม่เสรีภาพ (แต่ไม่ยักถามหาความรับผิดชอบของตนเอง) ถูกกระทำย่ำยีบีฑา (แหมใช้คำฟุ่มเฟือยเหมือนพวกมันเร็ย) (ฮา) แล้วทำไมพวกเมิงถึงยังสามารถมาจัดรณรงค์เรื่องนี้ได้ ถ้าเมืองไทยมีการใช้ กม. ม. 112 มากดขี่จริง

หรือนี่คือแท้จริงเป็นเรื่องตอแหล

ที่บอกว่าเรื่องนี้เอามาใช้ป็นเครื่องมือทางการเมือง

แต่จากข่าวเก่าๆ ก็บอกว่ามีคนได้ประกันตัว แล้วไหนล่ะกฎหมายที่กดขี่ ถ้ากดขี่ทำไมมีคนได้ประกันตัว

ไหนจะรายแม่อะไรอีกตัวนึงที่โดนฟ้องคดี ม. 112 แต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง ถ้ากฎหมายนี้ไร้ความยุติธรรม ทำไมได้ยกฟ้อง

ตกลงแล้วจริงๆ แล้วเรื่อง ที่โพนทนาว่า ม. 112 เป็นเรื่องความอยุติธรรม จริงๆ เป็นเรื่องโกหกตอแหลของพวกที่รณรงค์ที่พูดความจริงครึ่งเดียว (ที่จริงอาจไม่ถึงเสี้ยวหนึ่ง) หรือเปล่า นั่นคือพูดแต่ด้านร้ายด้านไม่ดีของ ม. 112

แต่ด้านที่ ม. 112 ก็เป็นเรื่องทางกฎหมายธรรมดาสามัญในประเทศนี้ ที่ ตัวอย่างที่ยกมาทั้งสองเหตการณ์ พวกนี้กลับตั้งใจจะตอแหลไม่พูด ใช่หรือไม่?

แล้วไหนจะกรณีที่ความจริงที่เมื่อใดที่ กม. ม. 112 ลงโทษประชาชนถึงที่สุดไปแล้ว ในหลวงก็ให้อภัยโทษทุกกรณี ตัวอย่างก็ ไอ้สุวิชา นั่นไง ใช่หรือไม่?

ตกลงแล้วต้องถามกลับพวกที่รณรงค์และลงชื่อว่า เมื่อไรจะเลิกตอแหลกันซักที! (วะ) กรูรำคาญพวกเศษเสี้ยวมนุษย์ (มีไม่ถึง 0 .001%) (อิอิ) อย่างพวก เมิง เจงเจง ฟร่ะ อิอิอิ

ปล. แต่เที่ยวนี้ไม่รู้มีตัวอย่างบักหงอกเป็นหนังตัวอย่างหรือเปล่าเนาะ เลยเอาไปเป็นคดีไม่ได้ซักอัน

ขนาดไอ้หงอก คห. แรก ยัง ตุ๋มติ๋ม จุ๋มจิ๋ม ซะอย่างนั้นเร็ย (ฮา)

แล้วบอกอีกทีก่อนจบ ถ้าพวก เมิง เมิง ทั้งหลายแสดง คห. กันแบบนี้ ก็จะมีใครไปโดนคดีกันเล้า!! บอกใบ้ มีไอ้ ML ที่ทำท่าจะเข้าข่ายแต่ก็ยังเด็กอ่อนไป เร็ยรอด! (อิอิอิ)[/b]

รู้อ้ะนะ ว่า

[b]รู้อ้ะนะ ว่า ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้

แต่อยากเอามาลงกวันตรีนคนเล่นน่ะ อย่าคิดมาก (กร๊ากกกก)

สถิติผู้เข้าชมเว็บ ASTVผู้จัดการออนไลน์ในปี 2553 มีเพจวิวรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1,029 ล้านเพจวิว และ UIP รวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 24.1 ล้าน เพจวิวเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.8 ล้านเพจวิวและ UIP อยู่ที่ 282,000 ต่อวัน ส่วนสถิติสูงสุดอยู่ที่ 7.6 ล้านเพจวิวต่อวัน และ 549,000 UIP ต่อวัน (ไม่นับรวมเว็บไซต์อื่นๆ ในเครือทั้ง ASTV, TAN Network, gotomanager.com, positioningmag.com ฯลฯ)

ที่มา [url]http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000061787[/url]

เห็นแล้วอนาถเนาะ สื่อเทียมที่ผีห่าป่าช้าไทชอบดูหมิ่นเหยียดหยามว่า Asstv (ฮา)

มีสถิติการเปิดเพจวิว หนึ่งพันยี่สิบเก้าล้าน เพจวิวต่อปี

มี IP เข้าดู ปีละ ยี่สิบสี่ล้านหนึ่งแสน UIP ต่อ ปี

แล้วที่เวทีมีการประมูลเหรียญ 3 แสนบาท เอ๊ย! ไม่ใช่อันนั้นมันจากเวที (กร๊ากกกกกกก)

เห็นแล้วก็อดสงสารป่าช้าไทไม่ได้ เปิดมา 4 ปี คห. ยังไม่ทะลุ 4 แสน เร็ย

ฮ่าฮ่าฮ่า

ปล. เหรียญที่ว่าเป็นเหรียญ ร. 5 นะ อย่าสงสัย แล้วนี่คือที่มาของค่าใช้จ่ายในการชุมนุม ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต่างจากม็อย! เอ๊ย! ม็อบ (อิอิอิ) อีกพวก บอกว่าม็อบรากหญ้า แต่มันจัดชุมนุมได้ยังไง หรือมันกินหญ้า (อิอิอิ)[/b]

เสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์

[quote=เสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์]เมื่อเสรีภาพครองประเทศ
คนลวงโลกก็อยู่ไม่ได้

เมื่อแสงแห่งอรุณมาเยือน
ภูติผีปิศาจก็จะหลบลี้หนีไป

เมืองไทยกำลังจะผ่านยุคมืด ไปสู่ยุคสว่าง ยุคที่คนไทยจะช่วยกันสร้างประเทศนี้ ให้รุ่งเรืองไม่แพ้ญี่ปุ่นเกาหลี(ใต้) ขอให้ความความลวงและความมืดบอด จงอย่าได้กลับมาสู่ประเทศนี้อีกเลย

สพฺพีติโย วิวชฺชนฺตุ สพฺพโรโค วินสฺสตุ มา เต ภวตฺวนฺตราโย สุขี ทีฆายุโก ภว[/quote]

ขอให้พระเจ้าทรงให้อภัยคนบาปด้วยครับ อาเมน..

ผมเองก็อึ้งทึ่งเสียวเป็นอันมา

ผมเองก็อึ้งทึ่งเสียวเป็นอันมาก ที่เห็นรายชื่อนักคิดนักเขียนไม่น้อย ให้การสนับสนุนการแก้ไขหรือยกเลิกกฏหมายหมิ่น..

โอ้...นี่หรือจะแปลว่า มีคลื่นมนุษย์ชาวไทยนับแสนนับล้านคน บรรดาแฟนๆของนักเขียนเหล่านี้ ที่ร่วมมีความเห็น เฉกเช่นนี้เช่นเดียวกัน

อย่ากระนั้นเลยครับ.....ผมขอเสนอให้ พรรคการเมืองเต็งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า นำเอาการเสนอแก้ไขหรือยกเลิกกฏหมายหมิ่นนี้ไปเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ไปเลยครับ...คุณนายปูแดงควรต้องสั่งลูกพรรคทุกคนไปเลยว่า

กระแสแก้ไขยกเลิกกฏหมายหมิ่นนี้กำลังมาแรง มีนักเขียนนักคิดหลายสิบคนแฟนอีกนับล้านคนให้การสนับสนุน ดังนั้นใครจะปราศัย จะหาเสียงต่อสาธารณะชนครั้งใดที่ใด จะต้องยกเอาเรื่องนี้เป็นประเด็นหลัก เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะยึดถือปฏิบัติ เป็นสัญญาประชาคมที่พรรคให้แก่มหาประชาชน...

แน่ใจว่าพรรคตัวเองเสียงดีก็เกาะกระแสนักเขียนนักวิชาการสายนี้เขาไปเลยครับ

อิ อิ อิ เดี๋ยวก็รู้เองว่า

มหาประชาชนเขาจะตอบรับว่ากระไร.......

แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ พรรคการเมืองพรรคนี้นั้นโชคดีที่ผู้สนับสนุนคะแนนเสียงค่อนข้างจะขี้ลืม ผู้นำเบี้ยวสัญญากับประชาชนมาหลายครั้งหลายหน หาคนจำได้ไม่ค่อยมี.......

ปีที่แล้ว เจ้าของพรรคเขาว่าจะออกมาเดินนำหน้าประชาชน ยังจำกันได้ไหมครับ.....ประชาชนตายเจ็บไปเท่าไหร่ กับคำพูดแบบนี้....

ก่อนจบ....ผมฝากถามคุณนายปูแดงให้ไปถามโคลนนิ่งตัวแม่แบบหน่อยว่า ในปาร์ตี้ลิสท์พรรคเพื่อไทยนั้น คนที่สร้างภาพพจน์ดีๆแก่พรรค อย่างสมบัติ หรือบก.เสรีภาพทางความคิด อย่างชูแว้วของผมนี่ รายชื่อมันหายไปไหนไม่ทราบครับ ทำไมไอ้คนที่ทำภาพพจน์พรรคให้กลายเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายในเมือง อย่าง ตู่ อย่างเต้น หรือคนอื่นอีกร่วมยี่สิบคน มันถึงได้ระดับปาร์ตี้ลิสท์ดีๆ และดีกว่าแม้แต่คลังสมองของพรรคทุกคน แปลว่าพรรคนี้มีสมองคิดเป็นอยู่คนเดียวคือคนกำหนดปาร์ตี้ลิสท์ หรือครับ......

ผมเห็นรายชื่อปาร์ตี้ลิสท์แล้ว ปลงสังเวชไอ้คนตั้งเลยครับ........กลัวไปด้ายยยยย กับ บลัฟขี้ๆของกลุ่มนี้มัน...........

ไหนๆเลือกตั้งเสร็จก็ต้องถุยออก ปล่อยตัวเข้าคุกไปอยู่แล้ว .......เอาไปปะไว้แถวหกสิบกว่าๆไปเลย จะโชว์พาวว์ได้ดีกว่าเยอะ

ตราบใดที่เงินยังมีจ่ายให้...ไอ้พวกนี้ไม่หนีไปไหนหรอกครับ เขื่อผม........

555+ขำไม่ออกเลย

555+ขำไม่ออกเลย มีบางคนมาบ่นไรหว่า???ฟังแล้วเหมือนด่าตัวเอง
หรือว่ามาเสี้ยม พธม หว่า ฮาๆ
-ปีที่แล้ว เจ้าของพรรคเขาว่าจะออกมาเดินนำหน้าประชาชน55+
*ปีที่แล้วบางคนบอกว่ารับตำแหน่งทางการเมืองเจอที่ไหนถอดรองเท้าตบหน้าได้เลย กร๊ากๆแต่แก้ตัวว่าไม่รับก็จะแย่งกันแต่เปนแค่รักษาการแทน
ไม่ใช่ตำแหน่งการเมือง(รับเงินบำรุงจาก กกต. นะครับ)
-แน่ใจว่าพรรคตัวเองเสียงดีก็เกาะกระแสนักเขียนนักวิชาการสายนี้เขาไปเลยครับ

อิ อิ อิ เดี๋ยวก็รู้เองว่า

มหาประชาชนเขาจะตอบรับว่ากระไร
*แน่ใจว่ากระแสโหวตโนดี ...ทำไมตัดริบบิ้นเปิดตัวพรรคฟ้าดิน 55+
"เอี้ยหนึ่งอยู่ เอี้ยหนึ่งตาย คู่ฟ้าดิน"กร๊ากๆ

-ผมเห็นรายชื่อปาร์ตี้ลิสท์แล้ว ปลงสังเวชไอ้คนตั้งเลยครับ........กลัวไปด้ายยยยย กับ บลัฟขี้ๆของกลุ่มนี้มัน...........
*กร๊ากๆอันนี้ขำโคตร
# กมม. หัวหน้าพรรคฟ้องเลขาพรรคลากไส้กันแหลก (อิอิ 6แสนไปหน่าย???)
# ฟ้าดิน ปาร์ตี้ลีสต์เบอร์1..บอกผมพร้อมเป็น สส.(มีเซอร์ไพด์ด้วย55+)แต่นโยบายพรรคฟ้าดินคือโหวตโน.....กร๊ากๆ งงกันไป
เป็นดังสุภาษิตไทยว่า.."ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา" นะ
5555+ คุณ บางกราก

นักเขียนเยอะจริงจริง

นักเขียนเยอะจริงจริง ทุกวันนี้
ตัวชี้วัด ดัชนี การศึกษา
หากเขียนเยอะ มีมาก เหมือนดารา
จนชื่อหน้า ล้นจอ ไม่ขอจำ

หากคราวนี้ ไม่พอ รออีกที
เอานักดีด นักสี ที่คมขำ
ทั้งนักตี นักเป่า นักเต้นรำ
รวมทั้งเจ้าประจำ วิชาการ

คือถ้าพูดจริงก็ไม่ได้ แสดงชัด

คือถ้าพูดจริงก็ไม่ได้
แสดงชัดแล้วว่า กลัวความจริง

จะหนีความจริงกันอย่างไร ก็ห้ามไม่ให้พูดความจริง ถ้าพูดแล้วติดคุกใครจะกล้าพูด

แล้วอยากจะพูดอะไรละ
ความจริงคืออะไร ที่อยากจะพูดกันนักหนา จนพาลต่อต้านกฎหมายกันวุ่นวาย

พอดี ติดใจอยู่ที่ภาพข่าวการเข้าของ ค.ป.ค. เกือบเที่ยงคืนวันที่ 19 กันยา 49
เปรมบอกไม่ได้พาเข้าเฝ้า แสดงว่า ค.ป.ค. ขอเข้าเฝ้าเอง
แต่ พล.อ.สนธิ ก็บอกว่าไม่ได้ขอเข้าเฝ้า

ถามว่า ถ้ายังมี ม.๑๑๒ เราจะพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องนี้ได้ไหม
เขาอยากแก้ ม.๑๑๒ กันเพราะเหตุนี้ ไม่มีใครไปสนับสนุนให้แก้ เพื่อให้ใครไปใช้ปากหรือปากกาทำร้ายใคร หรือให้ไปเข้าทางพวกโรคจิตชอบซุบซิบนินมาหรอก

ไปดูดิ ว่าความจริงในเรื่องอยากแก้ ๆ ๆ นั้นคืออะไร
เขาอยากแก้ว่า ถ้าพูดจริงไม่ผิด เพื่อปกป้องคนพูดความจริง เขาอยากลดโทษลงเพื่อปกป้องคนผิดพลาด

ถ้าไม่กลัวความจริง แก้แล้ว ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายนี่

และที่ออกมาเย้ว ๆ กันนี่ ก็เพราะมีคนพูดความจริงแล้วติดคุกนี่สิ

ส่วนพวกให้ไปบอก ส.ส. แก้
ในความเป็นจริงของทุก ๆ ประเทศในโลก มันก็เป็นอย่างนี้
มันต้องมีพลังของผู้มีปัญญาเห็นเหตุปัจจัยของปีญหาก่อน มีคนมีเหตุมีผลพูดก่อน จนกระทั่งมีคนเห็นตามมาก ๆ
มีกระแส กลายเป็นกระแสหลัก มีการขับเคลื่อน แล้วนักการเมืองก็ออกมาใช้กลไกทางรัฐสภา

เราควรกลับมาอยู่กับร่องกับรอย
คือเหตุผล ความจริง และกฎหมาย

แต่เพราะเราออกนอกร่องนอกรอย ทำรัฐประหาร ใช้อำนาจนอกระบบแทรกแซงทุกอย่าง บ้านเมืองมันถึงได้วุ่นวายไปรู้จบ

แต่คนคิดผิดทำผิดกลับไม่รู้ตัว ขี้ติดอยู่ที่ก้นตัวเอง แล้วเที่ยวไปชี้หน้าคนอื่นว่าตดเหม็น

(ส่ายหน้า ด้วยความเอือมระอา)

ขอเป็น '1'

ขอเป็น '1' ที่จะช่วยแผ้วทางให้ เสรีชน
ขอได้บอกว่าที่จริงสังคมต้องการเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร์วันหน้าจะบันทึกว่า ณ เวลานี้
บรรพบุรุษได้ช่วยกัน 'สร้างประเทศ' กันอย่างไร!

เอาใจช่วยอยู่นะ...ขอให้ประสบค

เอาใจช่วยอยู่นะ...ขอให้ประสบความสำเร็จ

ปัญหาของ ม.112
อยู่ที่มีคนไม่ดี กอด ม.112 ไว้ใช้ใส่ความ กดขี่ ข่มเหงรังแกประชาชน
เก็บความจงรักไว้เฉพาะกลุ่มตน..เอาไว้อ้างหาประโยชน์ใส่ตัว

อ้างกันนัก เรื่องความมั่นคง...ที่แท้ก็คือความมั่นคงของคนกลุ่มนี้ นั่นเอง !!

The enemy of Thai people.

สงสัยต้องเลิกอ่านงานเขียนของพ

สงสัยต้องเลิกอ่านงานเขียนของพวกนักเขียนเฮงซวยพวกเนี้จริงๆเสียที

มันจะกีดขวางสติปัญญาอะไรนักหนา กะการที่ไม่เขียนข้อความ "หมิ่น"

งานเขียนของนายสมศักดิ์ ไม่เจียมกะลา น่ะใครอ่านก็รู้ว่ามีความจงเกลียดจงชังสถาบันแค่ไหน

งานวิจัยและบทความของเขาที่แพร่ออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็น "hate speec"
แต่เอา "เสรีภาพ" นักวิชาการมาเป็นข้ออ้าง

ที่ไหนๆ แม้แต่ในอเมริกาที่ บูชา "free speech" ยิ่งกว่าพระเจ้า เขายัง มีกฏหมายเอาผิดพวกที่ใช้ "hate speech"

เห็นพวกนักเขียนเหล่านี้ สนับสนุน นายสมศักดิ์ ไม่เจียมกะลานี่แล้ว อยากจะเรียกว่า "ไอ้พวกนักเขียนหน้าโง่"

หลายสิ่งหลายอย่าง

หลายสิ่งหลายอย่าง ก็เคยเป็นแค่ความคิดที่เพ้อฝัน
ข้อเท็จจริง ที่ดูจะไม่มีใครรับฟัง ไม่เห็นถึงความเป็นไปได้
แต่ 2475 ก็เกิดขึ้นจริงๆ จากคนแค่กลุ่มเล็กๆ จากเสียงเล็กๆในหน้าหนังสือพิมพ์ในยุคก่อนนั้น

ความคิดเถื่อน นักเขียนเถื่อน หนังสือเถื่อน คือแรงพลังในการเคลื่อนสังคม
อนาคตกำลังไล่ล่าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ปราศจากสถานภาพ จะเร็วจะช้าก็เท่านั้น

และคำตอบสำหรับคำแนะนำสุดฮิตนะครับ ขอบคุณที่แนะนำให้ไปอยู่ที่อื่น
-เรา-ไม่-ไป- ประเทศนี้ก็เป็นของพวกเราเหมือนกัน และเรารักประเทศนี้ครับ

ดีใจและเห็นด้วยกับนักเขียนทุก

ดีใจและเห็นด้วยกับนักเขียนทุกท่านที่มีชื่ออยู่และทุกท่านที่ต้องการในสิ่งเดียวกัน และผมก็จะไม่ไปอยู่ประเทศอื่นเหมือนกัน เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน5555 ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ จะฝืนอย่างไรก็เอาไม่อยู่ ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น5555

I Pad wrote:ไหนๆ ก็ถามแล้ว

[quote=I Pad][b]ไหนๆ ก็ถามแล้ว ก็ถามอีก

ที่รณรงค์ว่าไม่เสรีภาพ (แต่ไม่ยักถามหาความรับผิดชอบของตนเอง) ถูกกระทำย่ำยีบีฑา (แหมใช้คำฟุ่มเฟือยเหมือนพวกมันเร็ย) (ฮา) แล้วทำไมพวกเมิงถึงยังสามารถมาจัดรณรงค์เรื่องนี้ได้ ถ้าเมืองไทยมีการใช้ กม. ม. 112 มากดขี่จริง

หรือนี่คือแท้จริงเป็นเรื่องตอแหล

ที่บอกว่าเรื่องนี้เอามาใช้ป็นเครื่องมือทางการเมือง

แต่จากข่าวเก่าๆ ก็บอกว่ามีคนได้ประกันตัว แล้วไหนล่ะกฎหมายที่กดขี่ ถ้ากดขี่ทำไมมีคนได้ประกันตัว

ไหนจะรายแม่อะไรอีกตัวนึงที่โดนฟ้องคดี ม. 112 แต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง ถ้ากฎหมายนี้ไร้ความยุติธรรม ทำไมได้ยกฟ้อง

ตกลงแล้วจริงๆ แล้วเรื่อง ที่โพนทนาว่า ม. 112 เป็นเรื่องความอยุติธรรม จริงๆ เป็นเรื่องโกหกตอแหลของพวกที่รณรงค์ที่พูดความจริงครึ่งเดียว (ที่จริงอาจไม่ถึงเสี้ยวหนึ่ง) หรือเปล่า นั่นคือพูดแต่ด้านร้ายด้านไม่ดีของ ม. 112

แต่ด้านที่ ม. 112 ก็เป็นเรื่องทางกฎหมายธรรมดาสามัญในประเทศนี้ ที่ ตัวอย่างที่ยกมาทั้งสองเหตการณ์ พวกนี้กลับตั้งใจจะตอแหลไม่พูด ใช่หรือไม่?

แล้วไหนจะกรณีที่ความจริงที่เมื่อใดที่ กม. ม. 112 ลงโทษประชาชนถึงที่สุดไปแล้ว ในหลวงก็ให้อภัยโทษทุกกรณี ตัวอย่างก็ ไอ้สุวิชา นั่นไง ใช่หรือไม่?

ตกลงแล้วต้องถามกลับพวกที่รณรงค์และลงชื่อว่า เมื่อไรจะเลิกตอแหลกันซักที! (วะ) กรูรำคาญพวกเศษเสี้ยวมนุษย์ (มีไม่ถึง 0 .001%) (อิอิ) อย่างพวก เมิง เจงเจง ฟร่ะ อิอิอิ

ปล. แต่เที่ยวนี้ไม่รู้มีตัวอย่างบักหงอกเป็นหนังตัวอย่างหรือเปล่าเนาะ เลยเอาไปเป็นคดีไม่ได้ซักอัน

ขนาดไอ้หงอก คห. แรก ยัง ตุ๋มติ๋ม จุ๋มจิ๋ม ซะอย่างนั้นเร็ย (ฮา)

แล้วบอกอีกทีก่อนจบ ถ้าพวก เมิง เมิง ทั้งหลายแสดง คห. กันแบบนี้ ก็จะมีใครไปโดนคดีกันเล้า!! บอกใบ้ มีไอ้ ML ที่ทำท่าจะเข้าข่ายแต่ก็ยังเด็กอ่อนไป เร็ยรอด! (อิอิอิ)[/b][/quote]
Padนี้ก็Padจริงๆ เมื่อไรจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่รู้จักแต่รองรับซับเลือดเสียให้คนอื่น ยังดมตามหางไอ้ลิ้มอยู่อย่างไม่เบื่อ ไอ้ที่ยกมาเป็นฉากๆนั้นมันเป็นประเภทจับไม่ได้คั้นไม่ตาย ขืนทำอะไรทึ่ขึงขังกว่านี้กลัวว่าจะเจอพังโรงลิเกไปซะก่อน แน่นอนว่าใครๆก็คงไม่ได้ชื่นชอบที่จะไปอยู่ในสถานที่อันคับแคบเหมือนอัดปลากระป๋อง แล้วทำไมเกิดอะไรขึ้นในสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ ใครคนอื่นจะฉงนบ้างไหมว่า รอยยิ้มที่มีนั้นเป็นรอยยิ้มที่เสแสร้งโดนคลุมถุงชน จนสมองคิดเป็นอื่นไม่เป็นแล้วหรือไม่ หรือเป็นรอยยิ้มจริงแต่เกิดในความสลืมสลือที่เห็นภาพมายา พอภาพมายาหายตื่นจากฝัน ตายล่ะวะโลกจริงมันไม่ได้สวยอย่างนั้น

***Pad เอ๊ย ต้องขอบอกคุณไว้ตรงนี้ว่า ไม่เคยคิดที่จะจาบจ้วงเลย ที่เขาพูดๆกันนั้นพูดเรื่องการเอามาใช้อย่างไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยเกินไป การจะรักใครสักคนนั้นให้เกิดขึ้นจากใจด้วยธรรมชาติ จะยั่งยืนยาวนานและถาวรมากกว่าที่จะใช้วิธีคลุมถุงชน เห็นมีแต่ประเทศที่มีผู้นำตลอดกาลอย่างเกาหลีเหนือเท่านั้นที่ต้องทำกัน

คนๆหนึ่ง

[quote=คนๆหนึ่ง]เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ...[/quote]
ขอสนับสนุน 100 %

อาวุธของนักเขียน คือปลายคมแห่

อาวุธของนักเขียน
คือปลายคมแห่งปากกา
คือทวนอันคมกล้า
และโคมทองอันวาววาม

คือปากและคือเสียง
ของมวลชนอยู่ทุกข์ยาม
เปิดโปงที่เลวทราม
และเทิดทูนพิทักษ์ธรรม

ด้วยจิตคารวะและนับถือ
ไพโรจน์ จันทรนิมิ

ครับมาลงชื่อ ด้วยคน แต่ขอติง

ครับมาลงชื่อ ด้วยคน แต่ขอติง เนื้อหาข้อเรียกร้องในบทความนี้ มันอ่อนไปกว่าเนื้อหาข้อเท็จจริงในผลกระทบและผลจากม.112 มันมีเนื้อหากระทบหลายมติกว่าที่ชี้แจงมาในนี้มาก(เช่นมิติความเชื่อมั่นในต่างประเทศสังคมโลกที่กระทบโดยตรงต่อปฎิสัมพันธ์ทุกๆด้านกับไทยโดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่นฯ,ความน่าเชื่อถือ? ทั้งทางต่อการละเมิด สิทธิมนุษฯ,พัฒนาการด้านปชตฯลฯ) คือตรงนี้ใหญ่กว่าเนื้อแค่ภายในที่เพื่อนักเขียนสะท้อนมามาก

ผมขอยกเอาที่โต้ท่านอานันท์ฯมาลงอีกครั้งตามนี้

http://www.prachatai3.info/journal/2011/05/34612

"""
ครับท่านอานันท์ ลาออกจากคณะปฎิรูปฯ ผมเห็นด้วยเพราะ คณะหมอลำซิ่ง"อานันท์น้อย เสียงประสาน" ไปเดินสายรับงานแบบหมอลำนกน้อยเสียงอิสาณ ยังจะเข้าท่ากว่า คือถ้าจะมาลูบๆ(ไม่ใช่ปฎิรูป) มาแคะๆเกาๆอะไร? กับโจทย์โลกมะเร็งแบบนี้ ไปไหนก็ไปเถอะท่าน? เสียเวลาเสียงบประมาณเปล่าๆ เพราะเจตนาในต้นสังกัดที่คลอดท่านมา(รบ.หุ่นยนต์นักล่าสังหารมาร์คV1)ที่ตั้งคณะนี้มา มันเจตนาแค่เครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือด

รูปธรรมเห็นไหม ตั้งมาเสนอไป(เอาแค่ข้อเสนอผมยังให้คะแนนติดลบเลยเอาหลานผมไปเขียนเรียงความให้ยังจะได้บันเทิงกว่าไร้สาระแบบนี้) แต่ขอโทษ งบไม่ใช่เด็กๆแบบที่เข้าใจครับ? ตรงนี้คือเงื่อนไขที่ผมล้อแรงๆมาหลายครั้ง? เพราะถ้าใช้งบแบบนี้ มันจ้างคณะลิเก,หมอลำ,ฯลฯที่ยังให้ประโยชน์ทางบันเทิงไม่ไร้สาระแบบนี้ แต่ งบจ้างละลายแม่น้ำไร้สาระแบบนี้มันมหาศาลกว่านั้นมาก

คือถ้าจะคิดจะทำแบบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความคาดหวังปชช.จนถึงเกี่ยวข้องกับใครได้ใครเสียทางการเมือง(เกี่ยวข้อกับเนื้อหาฆาตรกรมือเปลื้อนเลือด)หรือผลาญงบมหาศาล และมาเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดแบบนี้ ผมก็จะถือว่าเป็นสิทธิพลเมืองในความคิดเห็นหนึ่งในการระดมสรรพกำลังทางสมองเพื่อประเทศตำหนิอะไร?

แต่นี่ไม่ใช่? มันหลายเงื่อนไขความคาดหวัง, งบประมาณลและมีคนได้เสียกับคณะนี้ เช่นรบ.นี้ใช้เตะถ่วง และเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดให้มีผลต่อมิติการตรวจสอบเอาผิดในการทำงานที่เกี่ยวกับความเสียหายการตรวจสอบเนื้อหากระทำอาชญกรรมหมู่ต่อคนในประเทศอย่างตรงไปตรงมาไม่มีใครมาขั้นเวลาเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดให้ใครแบบนี้

เอาง่ายๆเรื่องนี้(ม.112) ท่านเป็นผู้นำปฎิรูป ยังมีมุมมองกับต้นน้ำของปัญหาออกมาแบบนี้แค่นี้? เพราะเรื่องนี้ม.112 คือต้นน้ำของปัญหา ที่ใหญ่กว่าเนื้อหาการบังคับใช้, เนื้อหาที่ท่านรวบรวมนำเสนอทั้งปึ้งนั้นน่ะตลอดจนความล้มเหลวของการเมืองภาคตัวแทนที่พธม.เล่นเสียอีก ในตัวเงื่อนไขต้นน้ำของปัญหาที่ต้องผ่าตัดในการปฎิรูป

เพราะม.112 ไม่ใช่แค่มีปัญหาที่การบังคับใช้อย่าที่ท่านชี้แจง แต่มันเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นปชต.(อันนี้เรื่องใหญ่เลย ถ้าท่านมาเป็นคนขันอาสามารักษาแล้วมองไม่เห็นเนื้อร้ายตรงนี้แต่พยายามวินิจฉัยให้ยาแก้ปวดตามอาการไร้สาระไปวันๆแบบนี้)

เพราะมันไม่ใช่กระทบแค่นั้นแต่ เนื้อหาโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นปชต. แต่มันกระทบเนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นปัญหาที่เซ้นท์ซิทีฟมาก(การใช้มกลยุทธตุลา19โมเดลในการไล่ล่าจับปอบสยามในเนื้อหาเดียวกับล่าแม่มดสมัยยุโรปกลางกับคนไทยสมัยนี้แล้วมันป่าเถือ่นขนาดไหน)

ที่จะกระทบในเนื้อหาความเชื่อมั่นความน่าเชื่อถือ จนถึงผลกระทบอื่นๆมหาศาล ต่อภาพลักษณ์ กระทบทุกมิติของประเทศในปฎิสัมพันธ์กับชาวโลกเพราะเนื้อหาการบังคับใช้กกหมายภายใต้โครงสร้างอำนาจในต้นแบบเดียวกับเงื่อนไขสมัยยุคมืด ยุโรปกลางร้ายแรงกว่าในจีนพม่าอีก?

เนื้อหาที่มันใหญ่แบบนี้กลับมองไม่เห็น มองปัญหาแค่ว่ามันแค่ปัญหาระดับปฎิบัติ นี่ไงครับคือเงื่อนไขที่ผมเชื่อว่าท่านรู้อะไรเป็นอะไรดี? แต่ถ้ามาเพื่อจะมาหาข้อแก้ตัวให้ปัญหาไปวันๆแบบนี้ จะไปไหนก็ไป แต่อย่ามาอยู่เพื่อ เป็นเงื่อนไขให้ปัญหามันยังดำรงอยู่อย่างที่ปิดโอกาสการเข้ามาแก้

เพราะมีคนยืนค้ำโด่, เด๋อ และบังทางออกไว้แบบนี้ เพราะเนื้อหาเรื่องนี้ม.112นี้ มันเป็นปัญหาของโครงสร้างอำนาจที่มีอำนาจนอกปชต.(ทหารและสถาบันฯต่างตอบแทนกันทางโครงสร้างอำนาจมาปกครองกดทับโครงสร้างอำนาจที่เป็นปชต. ผ่านเครื่องมือกฎหมายเถื่อนอันนี้)ในการไล่ล่าฝ่ายปชต.ผ่านการประกอบอาวุธร้ายแรงม.112ในเนื้อหาเดียวกับการไล่ล่าแม่มดจับขังกาลิเลโอ สมัยยุโรปกลาง

เรื่องมันใหญ่ระดับนี้ท่านอานันท์ท่านไปบื้ออยู่ไหน? จะแก้ตัวทั้งทีเอาให้เนียนกว่านี่หน่อยได้ไหม หรือถ้ามันทำอะไรไม่ได้จริง หุบปากและเงียบกริบ ดีกว่ามันทำให้มันยิ่งสับสนเสียหายแบบนี้

ท่านกล้ามาดีเบตเรื่องนี้ผมต่อหน้านักข่าวไหม?ผมจะไล่เป็นฉากๆเลยว่า เงื่อนไขกฎหมายเถื่อนฉบับนี้มันปัญหาไม่ใช่แค่การบังคับใช้อย่างไร? จะเอาให้หน้าหงายคลานกลับบ้านไม่ถูกเลย???"""

กฎหมายหมิ่นสถาบัน

กฎหมายหมิ่นสถาบัน ฯเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง สร้างความแตกแยก สร้างความอยุติธรรม --ตกเป็นเครื่องมือของพวกเผด็จการ ทหาร ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา อำมาตย์ องคมนตรี ผู้มีอำนาจนอกระบบในการใช้ทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง ทำลายกรบวนการยุติธรรม ....เห็นด้วยกะการยกเลิกหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบัน-ลองคิดกันง่าย ๆ จะมีคนหน้าไหนไปดูถูก ดูหมิ่นสถาบันกันให้โง่ ต้องติดคุกติดตารางให้เสียสิทธิเสรีภาพกันเปล่า ๆ ได้ไม่คุ้มเสีย ใครจะอยากไปจำคุกที่เรือนจำบ้าง ล่ะ

เห็นไอ้พวกที่ชอบอวดอ้างว่าจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันยิ่งชีวิต ยิ่งกว่าพ่อแม่ของมัน คุยโตโอ้อวด ว่าจะปกป้องคุ้มครองสถาบันมิให้ใครมาพูดจาจาบจ้วงล่วงเกิน หมิ่นพระราชอำนาจ/พระบรมเดชานุภาพ อาจสละชีพเป็นราชพลี(ไม่ใช่ชาติพลี) ยอมตายเพื่อปกป้องราชบัลลังก์ ...ลองหยุดคิด ลองไตร่ตรองดูให้ดี ปัจจุบันสถาบันฯแทบไม่มีบทบาทในการปกครอง บริหารประเทศ กษัตริย์เป็นแต่เพียงสัญญลักษณ์ เป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ เป็นประมุขของประเทศเท่านั้น ผู้บริหารประเทศคือ ครม. ที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอยู่ทุกวันนี้ ก็คือการได้เป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ..

พวกที่ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐ ตั้งตนเป็นรัฏฐาปัตย์ มีอำนาจเท่าหรือเหนือกว่ากษัตริย์ เหนือรัฐธรรมนูญ เหนือประชาชน คือใคร...จะใครซะอิกล่ะ ถ้าไม่ใช่หัวหน้าคณะรัฐประหาร. ..ผบ.ทบ.มิใช่หรือที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่ทำรัฐประหารครั้งใด ก็จะไปเข้าเฝ้าว่าได้ยึดอำนาจแล้ว. แล้วก็ออกกฎหมายยกโทษให้ตนเองทั้งที่เป็นการกระทำที่ผืฃิดกฎหมายโทษถึงตาย...

คนที่น่าตำหนิติเตียนที่สุดก็คือผู้พิพากษา ตุลาการ ศาลที่บังอาจพิพากษาตัดสินให้การกระทำขอคณะรัฐประหารถูกต้องตามกฎหมายเพราะเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์-คำสั่ง ประกาศของคณะปฏิวัติ/รัฐประหาร มีศักดิ์เทียบชั้นเท่ากับพระราชบัญญัติ ถือเป็นกฎหมาย สามารถบังคับใช้...มีผลเท่ากับกฎหมายอาญาที่กำหนดข้อห้ามและบทลงโทษไว้สำหรับการล้มรัฐบาล/ รัฐสภา /รัฐธรรมนูญ เป็นหมัน-เป็นโมฆะ...แล้วเราจะมีกฎหมายเหล่านี้ไว้ทำไม

ขอชมเชย ขอยกย่อง คุณสุรชัย สมยศ สมศักดิ์ จักรภพ ทีกล้าออกมาแสดงความเห็นโดยไม่หวั่นเกรงภยันตรายใด ๆ จากพวกเก๋า เก่ากะลา อนุรักษ์นิยม พวกกษัตริย์นิยม

ท้ายสุด ขอร่วมแจมประณามหยามเหยียดในการแอบอ้างสถาบัน การฟ้องร้องกล่าวหา ว่าการพูดเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เป็นการพูดจาจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน เป็นการหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ...ใครบังอาจวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์จะต้องถูกจับกุมคุมขัง ..ดำเนินคดี . ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ประชาชนถูกเอาเปรียบมานานแล้ว ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการถูกปรักปรำ ถูกดำเนินคดี เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันฯ ควรจะฟ้องร้องให้ดำเนินคดีกับกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักอัยการสูงสุด ศาล กกต.ปปช.. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักองคมนตรี ในเรื่องการกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันด้วย

คือ สิ่งที่อยากเน้น ม.112

คือ สิ่งที่อยากเน้น ม.112 มันเกี่ยวโยงโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นปชต. เพราะรูปธรรมคนที่ใช้เครื่องมือผ่านม.112 คืออำนาจนอกปชต.เสียส่วนใหญ่(ทหารต่างตอบแทนกับสถาบันฯ หรือกลุ่มปาราสิตสถาบันฯในการประกอบอาวุธร้ายแรงผ่านเครื่องมือม.112)ในการไล่ล่าฝ่ายปชต.

ด้วยเงื่อนไขของโครงสร้างอำนาจไม่ใช่ปชต.แบบนี้มันจึงแสดงออกผ่านการบังคับใช้ ผ่านเนื้อหาของอำนาจนิยมนอกปชต. บนโครงสร้างอำนาจแบบไทยๆ แบบ80%(อำนาจนอกปชต.ถือไว้)20%(อำนาจปชต.) แค่เชิงพิธีกรรมรูปธรรมคือเลือกตั้งมาอำนาจอะไรเป็นตัวสกรีนด่านสุดท้ายในการเข้าสู่อำนาจทั้งกกต.,ศาล,ใครควบคุมฯ? สังเกตุจากการยุบพรรคแบบเลือกปฎิบัติหลายภาคที่แล้วมาจะเห็นชัดๆสิ่งที่ผมชี้ว่ามันแค่พิธีกรรมอย่างไรในสัดส่วนฝ่ายปชต.?

โครงสร้างอำนาจแบบนี้ มันสะท้อนผ่านอำนาจในม.112 ว่าอะไรปกครองการปกครองระบอบปชต.ในสัดส่วนแบบไหน?ไอแพดและพธม.มันจะรู้อะไร? เขาสนตะพายอย่างไรชี้แจงอย่างไร? ยิ่งกว่าสีซอให้ควายฟังและบทบาทคือตัวซวยของการเมืองภาคปชช.หรือจุดอ่อนที่สุดของการเมืองภาคปชช.(ให้เขาใช้เป็นเครื่องมือในการดีเดย์มุก"นกกระจิบในแหนายพราน"ผ่านพธม.ในบทบาททหาราบในกรงลิง)

ดังนั้นเพลงที่ควรจะใช้ในเวทีพธม.นั้นควรจะเป็นเพลงควายของมาม่าบลูเท่านั้น จึงจะสะท้อนตัวตนพธม.ในบทบาทตัวซวยของการเมืองภาคปชช.เพราะม.112 แม้เจตนารมณ์คือปกป้อง แต่เนื้อหาและวิธีการปฎิบัติบังคับใช้ มันไม่ใช่ปกป้องฯ? มันผลักสถาบันฯที่เราเคารพและเจตนาปกป้องฯ มาฟัดกับปชช. ของพระองค์ท่านและขัดต่อแนวทางราชประชาสมาสัย(ปชต.แบบกษัติยฯ) อย่างมาก

เพราะเงื่อนไขคือตัวปาราสิตต่อสถาบันฯ ชี้หน้าเรียงตัวคือ กลุ่มทุนเก่าศักดินาล้าหลัง นักการเมืองที่ใช้ตรงนี้เป็นเครื่องมือ(ประชาวิบัติ)และทหาร คือต่างตอบแทนทางอำนาจ ด้วยการใช้เครื่องมือทางการทหารต่างตอบแทนกับอำนาจนอกปชต. ในการใช้เครื่องมือกฎหมายเถื่อนฉบับนี้(แม้ปรากฏในรัฐธรรมนูญก็จริงแต่มันเถื่อนทั้งเนื้อหาและวิธีบังคับใช้ขัดหลักนิติธรรมสากลและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างมาก)

แม้มันพยายามยืดหยุ่นไปยังผู้บังคับใช้(เหมือนเซ็นเชคเปล่าให้คนปฎิบัติ)จนเกิดหลายมาตรฐานในการบังคับใช้กับเสื้อเหลือง, องคมนตรี(ป๋าฯจริงๆถ้าบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา เท่าเทียมกันป๋าฯก็ต้องโดนและปชปงก้โดนหลายคนแม้แต่เสื้อเหลือน้ำเงินโดนได้หมดทุกตัว) และหรือถ้าบังคับใช้หรืออ้างว่าต้องบังคับใช้เพราะมันเป็นกฎหมายที่กำหนดในกติกาสูงสุดอยู่

ก็อย่างที่ผมล้อไว้กับเจ้า"จะอุด อั้นสุขา"(ประยุทธ จัทร์โอชา)อดีตผอ.ศอฉ.(ศูนย์อั้นฉี่)อั้นขี้อั้นตดการระบายออกทางปชต?ว่าถ้ามึงจะบังคับใช้ให้เป็นไปตามเนื้อหาและวิธีการบังคับใช้อย่างครอบจักรวาลแบบนี้ มึงออก กฎหมายห้ามขี้ห้ามตด ปิดทุกทวารการแสดงอกทางปชต. ทั่วราชอาณาจักรไทยไปเลยดีกว่าเพราะมันตรงต้นน้ำของปัยหาครอบจักรวาลที่ต้องการบังคับใช้แล้ว

เพราะ ถ้าไม่ยังงั้นผลของวิธีการของการบังคับใช้กฎหมายนี้มันเลยไปออกแถวๆห้องน้ำสาธารณะ กับข้อความการระบายออกต่างๆนานา จนไปเบียดบังพื้นที่เด็กช่างกลหมดแล้ว

เพราะผลสรุปจริงๆ ถ้าจะบังคับใช้จริงๆ ตามอำนาจการตตีความแบบเชคเปล่า ล้นฟ้าครอบจักรวาล แบบนั้น ทั้งอำนาจผู้ฟ้องฯ(ใครก็ได้) มันก็จะเดือดร้อนไปถึงห้องน้ำสาธารณะ(ไม่ได้เกินจริงเคยมีข่าวมาแล้วว่าจะเอาผิดห้องปั๊มหรือห้องน้ำไหนที่มีข้อความแบบนั้นมาแล้ว)

ถ้าแบบนี้ทางตรงของท่าน"จะอุด อั้นสุขา"ในการทำหน้าที่นี้ของท่าน ก็คือออก กฎหมายห้ามขี้ห้ามตดทั่วราชอาณาจักรไปเลย เพราะถ้าบังคับใช้จริงๆตามเนื้อหา มันเดือดร้อนไปถึงคนมาขี้จริงๆ เพราะเห็นข้อความไม่ห้ามปามเท่านกับสมรู้ฯ จนอาจจะมีคำให้การในศาลต่อคดีความแบบนี้ ทั่วราชอาณาจักรไทย เป็นคกติดปากแบบไทยๆว่า

"กูไม่รู้กูแค่มาขี้"

มึงจะยังยัดเยียดคดีอะไรให้กู? เพราะมันไม่ซวยลามไปถึงเจ้าของห้องน้ำสาธารณะ(ปั๊มห้างสรรพสินค้าเอาแค่นี้ก็หลักล้านคู๋กรณีแล้วครับ คู่กรณีต่อคดีนี้ถ้าบังคับใช้จริงๆตามตัวบทฯ)และมันจะลามไปถึงป๋าฯ ถ้าว่ากันตามตัวบท ทำไมป๋าฯจะไม่โดน ทุกสีเลยโดนหมด ทั้งเสนาห้อยที่แอบอ้างจงรักษ์ นั้นน่ะ ตัวสาระแนห้าวเป้งตัวพ่อเลย ในการจงลากสถาบันมาหากิน ถ้าจะบังคับใช้จริงๆตามเนื้อหาตัวบทฯที่เขียนวิธีบังคับใช้ไว้ครอบจักรวาลแบบนี้ คุกกันทั้งประเทศครับ?

แถมติดคุกด้วยข้อหาบ้าๆบอๆ แบบแค่มานั่งขี้? แล้วเห็นข้อความหมิ่นฯ ไม่ห้ามปาม ถือว่ามันสมรู้ร่วมคิด นั้นล่ะครับมันจะได้เจอคำพูดที่ผมยกมาติดตลกแต่ไม่ตลกว่า

"กูไม่รู้กูแค่มาขี้" แต่ต้องโทษคดีตามม.112ครับ?มันง่ายแบบนี้จริงถ้ามันบังคับใช้จริงๆตามนั้นนี่ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่กระทบแค่คนที่ก้าวล่วงฯ?เพราะกฏหมายอุบาทว์?นี้มันมีสิทธิน่ะครับไม่ใช่เรื่องล้อเล่นๆน่ะครับคุณๆๆๆทุกคนมีสิทธิโดนทั้งนั้น???

เดี๋ยวใครจะหาว่าผมพูดอะไร

เดี๋ยวใครจะหาว่าผมพูดอะไร เกินจริง ข้อหาแปลกๆ แบบไม่ยืนในโรงหนังยังติดคุกคดีแบบนี้มาแล้ว อันนี้มีจริงของจริงติดคุกจริง? แล้วกรณีในห้องน้ำนี่ก็ของจริง? เพราะฝ่ายทหารออกปากมาแล้ว?

จนมีคำเตือนไปยังห้องน้ำในปั๊ม ห้างสรรพสินค้า หรือฯลฯ เอาแค่นี้มันก็ใกล้ตัวพวกคุณคนไทยทุกๆคนแล้วครับ? ไม่ใช่แค่คนเจตนาก้าวล่วงฯ เช่นข้อหาใครกล่าวคำหมิ่นฯ แล้วคนอยู่ในนั้นไม่ห้ามปามโดนด้วย?

นี่เหมือนกันใครไปนั่งขี้ แล้วไม่พยายามลบข้อความหมิ๋นฯในห้องน้ำ(พ่มมึงสิเอาแค่ทิชชูเช้ดตูดตัวเองบางทียังหาไม่ได้เลยนับประสาอะไรจะไปลบข้อความที่มันใช้หมึกเมจิกขนาดนั้นต่อให้พกโคตระยางลบก็ลบไมออก) แล้วถ้าเกิดคนใช้ห้องน้ำคนต่อไปเกิดหมั่นไส้ไอ้นี่ขึ้นมา ตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดฯ? มันฟ้องเองได้ด้วย(เพราะใครก็ได้สั่งฟ้องได้ถ้าเห็นความผิดซึ่งหน้า)

นี่ไงครับมันใกล้ตัวน่ะครับ? อย่าทำเป็นเล่นๆเอาน่ะครับ? เพราะทำไปทำมาขนาดป๋าฯว่ากันตามจริงต้องโดนน่ะครับ? ถ้าไอ้จะอุด อั้นสุขา ถ้ามึงไม่เลือกปฎิบัติป๋าฯต้องโดนก่อนเลยตอนนี้ เพราะอะไร? ให้ทุกขแก้ท่านทุกขหนั้นถึงตัว? หรือแบบดาบนี้คืนสนองหรือไม่ ?จะอุดฯระวังมึงโดนเองด้วยจะรู้สึก???

เข้าไปลงชื่อในเว็บโน้นไม่ได้

เข้าไปลงชื่อในเว็บโน้นไม่ได้
เจอ502ิBad gatewayตลอดเลย
เมล์ที่ให้มาก็ใช้ไม่ได้...
ขอร่วมลงชื่อตรงนี้แล้วกันค่ะ

รอมแพง อริยมาศ

ไพโรจน์ จันทรนิมิ

[quote=ไพโรจน์ จันทรนิมิ]อาวุธของนักเขียน
คือปลายคมแห่งปากกา
คือทวนอันคมกล้า
และโคมทองอันวาววาม

คือปากและคือเสียง
ของมวลชนอยู่ทุกข์ยาม
เปิดโปงที่เลวทราม
และเทิดทูนพิทักษ์ธรรม

ด้วยจิตคารวะและนับถือ
ไพโรจน์ จันทรนิมิ[/quote]

สาวริมปิงอยู่ไหน มาปิดปากนายไพโรจน์ จันทรมินิ หน่อย

ขอไม่อ้างนาย ML นะ

[b]ขอไม่อ้างนาย ML นะ เพราะไร้สาระเสียพื้นที่เปล่าๆ

ตอบตรงนี้เลย การแสดงความเห็นโป้ปดมดเท็จแนวว่า พธม. เป็นสาวกสนธิ เนี่ย! คห. แนวนี้เป็น คห. ที่หลังเขาสุดๆ แถมตอบอรี่กันเป็นไร่ๆ อีกตะหาก (ฮา)

เพราะทุกวันนี้ พธม. และ Astv ยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากมวลชน พธม. ผ่านการสนับสนุนสินค้า (ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ) (ฮา) (ในอนาคตอย่าได้แปลกใจถ้า Astv จะมีถุงยางอนามัยเอามาขายด้วย เพราะมันไม่ได้ทุจริตผิด กม. อะไร นี่หว่า) ผ่านการบริจาคหลากรูปแบบ แล้ว พธม. จะไปเอาเงินที่ไหนมาล่อหลอกเป็นอามิสสินจ้าง

ข้อหา มอมเมา กล่อมสมอง น่ะ มันเรื่องของพวกเอ็ง อย่าซื่อบื้อมาใส่ความ พธม. เลย พูดแบบนี้ไปก็เข้าตัวเองเปล่าๆ

เอาแบบที่พี่ pn ของผมพูดดีกว่า จนบัดนี้ใน YouTube ก็ยังมีคลิปเสื้อแดงแจกเงินให้เข้ามาร่วมเผาเมืองที่ กทม. แล้วไหนล่ะ คลิป วีดีโอ ที่เสื้อเหลืองแจกเงิน มีมะ (ฮ่าฮ่าฮ่า)

ประเด็นต่อมาที่บอกว่าไม่คิดจาบจ้วง ก็ชัดเจน ถ้าไม่จาบจ้วงก็จะไปกลัว กม. นี้ทำไม

ไอ้ที่ตอแหลกันว่ามีการเอา กม. นี้มากลั่นแกล้งคนน่ะ

ลองคิดง่ายๆ ขนาดประเทศ ตูนีเซีย อียิปต์ หรือกรณี Arab Domino นั่นแหละ ประเทศเหล่านั้นเขากดขี่คนด้วยหลักศาสนาให้คนสยบยอมอยู่ใต้ผู้ครองอำนาจ ประเทศอาหรับเหล่านั้นยังทนอยู่ใต้การกดขี่ไม่ถึง 40 ปี สุดท้ายก็ Uprising

แล้วประเทศไทยล่ะ ตย. ในอดีต ที่ เผด็จการทหารกดขี่ประชาชนได้ไม่กี่ปี ก็เกิด ตุลา 16 ที่เดินหน้าไปเป็น ตุลา 19 (แต่อย่าแถว่าสถาบันฯ เกี่ยวข้องอะไรนะ เอาไปหลอกควายเถอะ) ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นลักษณะของคนไทยอยู่แล้วว่าไม่ยอมการกดขี่ใดๆ

ดังนั้น ที่ตอแหลกันว่า กม. ม. 112 เอาไปกลั่นแกล้งคนนั่นน่ะ บอกกรงๆ มุขควายสุดๆ

แล้วอย่างที่บอกถ้า กม. นี้เป็นเรื่องจริงในวงกว้าง ทำไมคนไทยไม่ Uprising แบบประเทศอาหรับ

แล้วอีกที ถ้าพวกมึงถูกกดขี่กันจริง ไหนล่ะการ Uprising อย่าบอกนะ มีค. - พค. 53 ไง การ Uprising ของคนที่เกลียด ม. 112

เพราะถ้าบอกว่านั่นคือการลุกฮือ คือการต่อสู้ ก็บอกว่า โถ! น่าอนาถแท้ขบวนการล้มเจ้า เพราะพอโดนล้อมปราบ ทหารยังอยู่แยกราชดำริอยู่เลย พวกล้มเจ้า ที่เวทีราชประสงค์ยอมแพ้แล้ว กระจอกแท้ สู้แบบนี้อีกกี่ชาติถึงชนะวะ ML

หมายเหตุ.- ย้อนความอีกที เอ็งว่า พธม. เป็นสาวกสนธิ แล้วพวกแดงนี่ล่ะ ขบวนการล้างสมองของแดงอยู่ได้ยังไง เอาค่าใช้จ่ายจากไหน (อย่าบอกนะว่าพวกเอ็งก็บริจาคกะเขาเหมือนกัน) (ฮา) โดยเฉพาะไอ้เว็บ ป่าช้าไท เนี่ย อยู่ได้ยังไง วันๆ คนเข้าหลักพัน เทียบกับ Asstv (ฮา) ที่นั่นเขาก็หลักพันเหมือนกัน แต่ พันล้านเพจวิว ต่อปีนะ นับถูกปะ พันล้านน่ะ หรือนับเป็นแต่ห้าร้อยกะพันนึง (ฮา)[/b]

I Pad wrote:ขอไม่อ้างนาย ML

[quote=I Pad][b]ขอไม่อ้างนาย ML นะ เพราะไร้สาระเสียพื้นที่เปล่าๆ

ตอบตรงนี้เลย การแสดงความเห็นโป้ปดมดเท็จแนวว่า พธม. เป็นสาวกสนธิ เนี่ย! คห. แนวนี้เป็น คห. ที่หลังเขาสุดๆ แถมตอบอรี่กันเป็นไร่ๆ อีกตะหาก (ฮา)

เพราะทุกวันนี้ พธม. และ Astv ยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากมวลชน พธม. ผ่านการสนับสนุนสินค้า (ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ) (ฮา) (ในอนาคตอย่าได้แปลกใจถ้า Astv จะมีถุงยางอนามัยเอามาขายด้วย เพราะมันไม่ได้ทุจริตผิด กม. อะไร นี่หว่า) ผ่านการบริจาคหลากรูปแบบ แล้ว พธม. จะไปเอาเงินที่ไหนมาล่อหลอกเป็นอามิสสินจ้าง

ข้อหา มอมเมา กล่อมสมอง น่ะ มันเรื่องของพวกเอ็ง อย่าซื่อบื้อมาใส่ความ พธม. เลย พูดแบบนี้ไปก็เข้าตัวเองเปล่าๆ

เอาแบบที่พี่ pn ของผมพูดดีกว่า จนบัดนี้ใน YouTube ก็ยังมีคลิปเสื้อแดงแจกเงินให้เข้ามาร่วมเผาเมืองที่ กทม. แล้วไหนล่ะ คลิป วีดีโอ ที่เสื้อเหลืองแจกเงิน มีมะ (ฮ่าฮ่าฮ่า)

ประเด็นต่อมาที่บอกว่าไม่คิดจาบจ้วง ก็ชัดเจน ถ้าไม่จาบจ้วงก็จะไปกลัว กม. นี้ทำไม

ไอ้ที่ตอแหลกันว่ามีการเอา กม. นี้มากลั่นแกล้งคนน่ะ

ลองคิดง่ายๆ ขนาดประเทศ ตูนีเซีย อียิปต์ หรือกรณี Arab Domino นั่นแหละ ประเทศเหล่านั้นเขากดขี่คนด้วยหลักศาสนาให้คนสยบยอมอยู่ใต้ผู้ครองอำนาจ ประเทศอาหรับเหล่านั้นยังทนอยู่ใต้การกดขี่ไม่ถึง 40 ปี สุดท้ายก็ Uprising

แล้วประเทศไทยล่ะ ตย. ในอดีต ที่ เผด็จการทหารกดขี่ประชาชนได้ไม่กี่ปี ก็เกิด ตุลา 16 ที่เดินหน้าไปเป็น ตุลา 19 (แต่อย่าแถว่าสถาบันฯ เกี่ยวข้องอะไรนะ เอาไปหลอกควายเถอะ) ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นลักษณะของคนไทยอยู่แล้วว่าไม่ยอมการกดขี่ใดๆ

ดังนั้น ที่ตอแหลกันว่า กม. ม. 112 เอาไปกลั่นแกล้งคนนั่นน่ะ บอกกรงๆ มุขควายสุดๆ

แล้วอย่างที่บอกถ้า กม. นี้เป็นเรื่องจริงในวงกว้าง ทำไมคนไทยไม่ Uprising แบบประเทศอาหรับ

แล้วอีกที ถ้าพวกมึงถูกกดขี่กันจริง ไหนล่ะการ Uprising อย่าบอกนะ มีค. - พค. 53 ไง การ Uprising ของคนที่เกลียด ม. 112

เพราะถ้าบอกว่านั่นคือการลุกฮือ คือการต่อสู้ ก็บอกว่า โถ! น่าอนาถแท้ขบวนการล้มเจ้า เพราะพอโดนล้อมปราบ ทหารยังอยู่แยกราชดำริอยู่เลย พวกล้มเจ้า ที่เวทีราชประสงค์ยอมแพ้แล้ว กระจอกแท้ สู้แบบนี้อีกกี่ชาติถึงชนะวะ ML

หมายเหตุ.- ย้อนความอีกที เอ็งว่า พธม. เป็นสาวกสนธิ แล้วพวกแดงนี่ล่ะ ขบวนการล้างสมองของแดงอยู่ได้ยังไง เอาค่าใช้จ่ายจากไหน (อย่าบอกนะว่าพวกเอ็งก็บริจาคกะเขาเหมือนกัน) (ฮา) โดยเฉพาะไอ้เว็บ ป่าช้าไท เนี่ย อยู่ได้ยังไง วันๆ คนเข้าหลักพัน เทียบกับ Asstv (ฮา) ที่นั่นเขาก็หลักพันเหมือนกัน แต่ พันล้านเพจวิว ต่อปีนะ นับถูกปะ พันล้านน่ะ หรือนับเป็นแต่ห้าร้อยกะพันนึง (ฮา)[/b][/quote]
พอเข้าใจนะว่า ยุคที่ต้องดิ้นรนหนีตายนั้นเกิดขึ้นเพราะว่าเป็นยุคใกล้อวสานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยุคเสื้อเหลือง หรืออะไรก็แล้วแต่ อาจจะกล่าวได้ว่าทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิต จะมีสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เผ่าพันธุ์ และอำนาจ Padและพวกก็กำลังประสบชตากรรมและสภาวะเช่นนี้กันอยู่ หลังจากนั้นคงเหลือแค่หน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่รอชนรุ่นหลังมาอ่านเป็นอุทาหรณ์

กร๊ากกกกกก ตั้งแต่

[b]กร๊ากกกกกก

ตั้งแต่ ไอ้หงอกโดนหมายเรียก ไอ้ตู่โดนย้ายที่อยู่

สาวกพวกเนรคุณเจ้า ออกอาการแต๋วแตกกันเป็นแถวเลยว่ะ! (ฮา)

ML แนะนำไปหาบ้านอยู่ที่เมืองนอกแถวๆ พนมเป็ญได้เลยนะ เพราะถ้าเกิดการปฎิรูปการเมืองจริงน่ะ พวกล้มเจ้าเนี่ย อนาคตไม่สดใสแน่

แล้วเห็นพวกล้มเจ้ามีปัญหากับหลักการสำคัญของชาติมากนัก ก็คงได้มีโอกาศลี้ภัยกันเร็วๆ นี้แหละ

แต่ถามจริงๆ ไอ้ คห. 378771 ของเอ็งเนี่ย! เป็นอะไรเหรอกินยาคุมย้อนศรเหรอ ถึงเพ้อซ้า!!!!!!!

กรุอ่านแล้วนึกว่าอีแต๋วที่ไหนมาตอบ

แหม้! ฝีมือพี่ธาริต เก็บคางคกเข้าข้องเนี่ย! แรงจริงนิ

สงบเสงี่ยมเจี๋ยมเจี้ยมกันหมดเลยว่ะ (กร๊ากกกกกก)

ปล. ให้อีกที Dsi เขายังไม่รามือกับเมิงนะไอ้หงอก แล้วอย่าถามว่าทำไมกรูรู้ เพราะกรูรู้ก็แล้วกัน (ฮาฮาฮา) ประมาณว่าถ้าสมสักยังไม่ติดคุกก็ไม่เลิกราน่ะนะ (ฮ่าฮ่าฮ่า)

ปล. อีกอัน เอ!~ ดูๆ ไปที่หาว่าพวกกรูเอา ม. 112 ใข้ข่มขู่คนก็ดูเข้าเค้าเหมือนกันนะ อิอิอิ แต่ กม. นี้จะข่มขู่ก็เฉพาะคนที่คิดล้มเจ้า เพราะคนที่ไม่ได้ด่าเจ้าพวกกรูไม่เคยไปยุ่งด้วย

จริงๆ นะ[/b]

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

[quote=สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล]ด้วยความนับถือ

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
20 พฤษภาคม 2554[/quote]

ตาลีตาเหลือก รี่มาเสนอหน้าเป็นคนแรกเลย
ส่อเจตนาสันดานเดิม

คณอะตอม คุณรอมแพง อริยมาศ

คณอะตอม คุณรอมแพง อริยมาศ คุณmm รับทราบการลงชื่อแล้วนะครับ ขอบคุณครับ

ใครที่เข้าไปลงที่ไทยโพเอ็ทไม่ได้ ลงที่นี่ก็ได้ครับ ผมจะเข้ามาดูเป็นระยะ

ใครช่วยเอาไอแพดไปเข้าคอก(พธม.

ใครช่วยเอาไอแพดไปเข้าคอก(พธม.,ASTV)ที ตะแบงขวิดแบบควายๆมาได้ คือถ้าจะแย้งเขาต้องแย้งที่เหตุที่ผลมันยังจะแสดงสถานะภาพว่ายังเป็นคน? พูดจาแบบคนสื่อสารแบบคนรู้เรื่องดีกว่า แต่ถ้ามาขวิดมั่วๆซั่วไม่เข้าประเด็นแบบนี้มันควายไม่ใช่คน?

เพราะสิ่งที่ผมชี้มันชัดเจนแล้วว่าถ้าบังคับตามตัวบทจริงๆในแบบไม่หลายมาตรฐานแบบนี้ มันโดนกันหมดจริงๆครับ ทั้งเจตนาและไม่เจตนา แต่ถ้าบอกว่าบังคับใช้ตามเจตนาในเมื่อมีผู้ร้องผู้ฟ้องไปแล้ว เช่นกรณี ของสนธิฯ(ตามตัวบทผิดจริงเพราะเอามานำเสนอซ้ำแต่ไม่บังคับใช้ในแบบสองมาตรฐาน)และกับกรณีพี่พงษ์พัฒน์

เรื่องแบบนี้แม้แต่เรื่องขี้ ก็ไม่ใช่ว่าพูดเล่นๆด้วย(มีข่าวออกมาแล้วว่าปั๊มอาจจะซวยโดนข้อหานี้เข้าไปอีก) แล้วการเห็นข้อความหมิ่นแล้วไม่ห้ามปามโดนน่ะครับ? แล้วถ้าเกิดโดนแบบที่ผมว่าคือแค่เข้าไปขี้ แล้วมีคนหมั่นไส้บอกว่ามันขี้พร้อมกับเห็นข้อความหมิ่น ไม่จัดการ เท่ากับสมรู้ฯ

มันเข้าข่ายเนื้อหาที่ว่าถ้ามีคนหมิ่นฯ แล้วไม่ห้ามปามโดนด้วย นี่ไงครับแล้วการบังคับใช้แบบการตีความเอาผิดในลักษณะครอบจักรวาลและคนไหนก็ส่งฟ้องได้ทันที กระบวนการแบบนี้ ตัวอย่างเรื่องขี้ในห้องน้ำ แล้วโดนคดีม.112 ไม่ใช่เกินจริง?

นี่คือตัวอย่างว่ากฎหมายนี้ไม้ได้กระทบแค่คนหมิ่นฯ แต่กระทบหลายมิติกว่านั้นมาก เช่นสภาพรัฐที่บังคับใช้กฎหมายที่ขัดหลักนิติธรรมและมีลักษณะร้ายแรงกว่ากฎหมายเชิงจารีตแบบมุสลิม หลายประเทศ

แม้กฎหมายนี้จะมีที่มาแบบกฎหมายจารีตแต่เงื่อนไขจะต้องไม่ขัดหลักนิติธรรมสากลร้ายแรงจนไปกระทบเรื่องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามปชต.หรือประเทศที่ประกาศทั่วโลกว่าปกครองในระบอบปชต.แบบไทย

ดังนั้นเนื้อหากฎหมายการบังคับใช้จะต้องสอดคล้องโครงสร้างอำนาจในการปกครองแบบปชต. แต่กกหมายเถื่อนม.112 ไม่ใช่ครับมันยึดโยงอำนาจนอกปชต.ครับ

เพราะผลกระทบระดับคนขี้ในห้องน้ำสาธารณะ ก็อาจโดนแบบนี้ อีกไม่นานเจ้า"จะอุด อั้นสุขา" มันก็จะประกาศว่า การขี้การตดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่พกยางลบส่วนตัวไว้สำหรับลบข้อความหมิ่นในห้องน้ำ เป็นเรื่องสำคัญร้ายแรงกว่ากว่าพกทิชชู่

เพราะไม่งั้นจะอุด อั้นสุขามันก็จะประกาศว่า

"การขี้การตดโดยไม่ขออนุญาติมันเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติสถาบันฯ"

เรื่องแบบนี้ผลกระทบแบบนี้ไม่ใช่คุยกันเล่นๆน่ะครับ มันดีเดย์แล้วเป็นข่าวมาแล้วกรณีข้อความในห้องน้ำนั้น ถ้ามันขยายความหรือมีคนเอาจริงเอาจัง(ถ้าไม่เอาจริงคนปฎิบัติอาจจะโนข้อหาละเว้นฯ) มันเป็นแบบที่ผมว่าจริงๆน่ะครับ? เพราะเนื้อหาในตัวบทฯมันสามารถตีความอย่างกว้างตามสภาพการบังคับใช้แบบนี้ นั้นคือเรื่องขี้นี่ มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยครับ???

ถ้าประชาชนคนไทยยังนอนหลับทับส

ถ้าประชาชนคนไทยยังนอนหลับทับสิทธิ์ ยังไม่คิดปลดแอกออกจากบ่า ยังไม่ตระหนักถึงอธิปไตยขอตนเอง ยังไม่สำนึกถึงความเป็นเจ้าของประเทศ เป็นหน่วยหนึ่งของสังคม ยังนิ่งเฉย เป็นพลังเงียบ ก้มหน้ายอมรับอำนาจที่ครอบงำบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ยังกลัวลานกองทัพที่บังอาจสาดกระสุนปืนจริงยิงเข้าใส่ฝูงชนบาดเจ็บตายมากมายื ยังศรัทธาเชื่อมั่นกับคำพิพากษาตัดสินของตุลาการผู้พิพากษา ศาล ปปช. กกต. ที่หมดสิ้น เกียรติ ศักดิ์ศรี ของผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่ขาดความละอายต่อบาปกรรม ในการไม่ยึดหลักนิติธรรม นิติวิธี หลงลืมคุณธรรม,พรหมวิหารธรรม ที่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจ ตกอยู่ภายใต้อาณัติของพวกสัตว์มนุษย์ที่ยกหางตัวเองว่าเป็นคนดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เป็นผู้ดี เป็นชนชั้นสูง ชั้นศักดินา เป็นผู้สูงศักดิ์ มีฐานะ ร่ำรวย คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด มีความเคารพเทิดทูนบูชาจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นล้นพ้นมากยิ่งกว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณใด ๆ คนใด ยอมตาย ยอมเสียสละได้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องคุ้มครองสถาบันฯ ยิ่งกว่าการปกป้องบ้านเมืองประเทศชาติ และการคุ้มครองประชาชน.....มันจะกลั่นแกล้ง ใช้สถาบันฯเป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง แอบอิง แอบอ้างกล่าวหา ตั้งข้อหาว่า ใครก็ได้พูดจาเชิงดูถูกดูหมิ่นสถาบัน ฟ้องร้อง จับกุม คุมขัง ดำเนินคดี อย่างไร้ความเป็นธรรม....แทนทีจะเป็นการส่งเสริมกฤษดาภินิหารของกษัตริย์ ให้ชาวบ้านประชาชนเกิดจิตสำนึก รำลึกถึงพระคุณที่มีต่อพสกนิกรด้วยความชื่นชม กลับเป็นตราบาป ติดตรึง สร้างความเสื่อมเสียมาสู่สถาบัน หลายประเทศที่มีกษัตริย์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ก็เพราะมีพวกอำมาตย์ข้าราชริพารเลว ๆ พากันกดขี่ข่มเหงประชาชน แกล้งจับกุมคุมขังด้วยเรื่องหมิ่นสถาบันพร่ำเพรื่อ จนประชาชนเบื่อระอา สุดทน สุดที่จะอดกลั้น ก็จะพากันลุกฮือขึ้นมาเพื่อเรียกหาความเป็นธรรม.....อย่าผูกขาดความรักสถาบัน จนเป็นการทำลายสถาบันเสียเอง...

ถ้าต้องการการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเลือกรัฐบาลใหม่ เลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ....ให้ถล่มทะลาย ...ให้รุ้แพ้รู้ชนะเห็นกันจะจะจะ ชัดแจ้ง ชัดเจนไปเลย... เบื่อแล้วโว้ย กับรัฐบาลเฮงซวย นายกฯห่วย ๆ พรรค์นี้ รวมทั้งผบ.เหล่าทัพ พวกผู้บังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน ไม่ว่าตำรวจ อัยการ ศาล กกต.ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตกอยู่ใต้เงาบาป อุบาทว์ชาติชั่วของพวกอำมาตย์ คมช. มหาขันที่ ที่สิ้นคิด ขี้ฉ้อ ตอแหล ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ทำอะไรก็ไม่ผิด เอาเปรียบประชาชน และทำความเสียหายให้บ้านเมืองไม่หยุดหย่อน

ไม่รู้เป็นยังไง มีความรู้สึกว

ไม่รู้เป็นยังไง

มีความรู้สึกว่า ไม่เพียงแต่ นปช
เสื้อแดง ซึ่งเขากล่าวหา หรือ เป็นจริงๆตามที่เขาว่าก็ไม่ทราบ
ว่า จ้องจะล้ม สถาบัน เอาไปเอามา เห็นจะไม่ใช่เฉพาะเสื้อแดง กลุ่มเดียวซะแล้ว แต่เป็นทั้งหมด

ทั้งหน่วยราชการ แทบทุกหน่วยงาน
ทั้ง รัฐบาล ทุกพรรค
ทั้งกองทัพ
ทีวีทุกช่อง

ทั้งหมดที่กล่าวว่า และหาว่า พวกท่านเหล่านั้นจ้องจะล้มสถาบัน เพราะมีพฤติกรรมดังนี้

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม พวกท่านเหล่านั้น จะต้องอ้างพระบรมราโชวาทฯ หรือ สถาบันเสมอ
จนทำให้ประชาชน ที่ตั้งใจจะปฏิบัติ หรือคิดจะทำ ตามที่หน่วยงานนั้นบอกให้ทำ
เกิดความสงสัย เบื่อหน่าย ในสถาบัน เพราะจะ ทำอะไรก็ให้นึกถึง สถาบัน

โทรทัศน์แทบทุกช่อง จะต้องมี นักเรียน นักศึกษา ทหาร ข้าราชการ เกษตรกร ฯลฯ ออกมาพูด
ในทำนองที่ว่า ท่าน เหนื่อยมามากแล้ว เราอย่าทำให้ท่านเสียใจ อะไรทำนองนี้ จนคนดูเกิดความเข้าใจว่า
ต้องทำความดีเพื่อสถาบัน ทุกอย่างทุ่มเทเพื่อเท่านั้น ยิ่งกว่าทำให้ตนเอง ทำให้ใคร ที่ตนเองรัก บูชา อื่นๆ
จนเกิดความเบื่อหน่าย เบื่อมากๆเข้าก็กลายเป็นไม่ชอบขึ้นมาง่ายๆ ใช่ไหม

เราเห็นถึงประสงค์ร้ายของการรณรงค์ ให้ประชาชนเบื่อหน่าย จนเกิดความรู้สึกไม่พอใจในสถาบัน ของหน่วยงาน
ดังที่กล่าวถึงข้างต้น และเห็นถึงต้นเหตุ ไม่ใช่ เป็นกลุ่ม นปช เสื้อแดง ตามที่พวกเขากล่าวหา
แต่เป็นทั้ง หมด หน่วยราชการทั้งหมด รัฐบาล ทุกพรรค รวมทั้งทหาร ที่ตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์สถาบัน
แต่เอาไปเอามาแล้ว เป็นผู้จ้องทำลายสถาบันเสียเอง

ก็เพราะว่า ผลประโยชน์ของสถาบันฯ นั้นมัน มากมายมหาศาล จนบรรยายไม่ถูก
ตามที่ฝรั่งมันจัดอันดับ ก็นับเป็นที่หนึ่งของโลก ใครสามารถล้มสถาบันได้โดย ที่ประชาชน ไม่รู้เลย
ว่าเป็นฝีมือของท่าน จะสำลักผลประโยชน์ที่จะตามมาจนแทบเป็นบ้า จากการล้มสถาบันในประเทศเรา ลงได้

งานนี่ก็ไม่รู้ว่า จะมีคนตกนรกมากน้อยขนาดไหน แต่ที่รู้ๆก็คือ ท่านพระยามัจจุราช คงได้ทำโอที
ไปอีกไม่ต่ำกว่า ร้อย สองร้อยปี เพราะ คนอุบาทว์ตายไปต้องตกนรก อเวจี ไปจนเกือบครึ่งประเทศ
แม่ชีบ้าที่ไหน ก็แก้กรรมไม่ได้นะ ขอบอก

มันจำเป็นขนาดใหนเชียว

มันจำเป็นขนาดใหนเชียว ที่นักเขียนจะต้องเขียนพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง มันไม่มีเรื่องอื่นเขียนกันแล้วหรือ

แล้วที่ผ่านมา บ้านเมืองมันก็พัฒนาได้เรื่อยๆ จนเป็นผู้นำอาเซียน แต่พอ ยุคทักษิณ ลงจากอำนาจ ทำไมมันถึงได้แย่ลง

เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ ยุแย่มันให้เป็นเรื่อง ประชาธิปไตย บน ความแตกแยก บนซากของแผ่นดินแม่ พวกเราไม่อยากได้ดอก

มีสำนวนไทย ว่า กูไม่ได้ มึงก็อย่าหวังว่าจะได้

อ้อครับขอส่งมุกฮาเม็ดสุดท้ายก

อ้อครับขอส่งมุกฮาเม็ดสุดท้ายก่อนไปว่า

ผมให้ความเห็นแบบนี้ เกิดคนไทยมาอ่านฮาขี้แตกขี้แตน ขึ้นมา ท่าน"จะอุด อั้นสุขา" ผมก็งานเข้าสิครับ? (ที่แซวหนักเพราะหน้าที่ดีเดย์เรื่องนี้มาจากท่าน) ตามล้างตามเช็ดไม่หวาดไม่ไหว? ไม่น่าวางยาท่านเลยจริงๆ

นี่ไงครับผมถึงเสนอว่าให้ออก กฏหมายอุดปากอุดตูด ห้ามพูดห้ามขี้ ห้ามระบายออกทางปชต.ใดใดทั่วราชอาณาสุดเขตประเทศไทยไปเลย นั้นล่ะครับงานท่านจึงจะจบภาระกิจในหน้าที่ศอฉ.(ศูนย์อั้นฉี่)แหม? พยายามเปลี่ยนชื่อเพราะโดนผมแขวะหนักไปเป็น

"ศอรส." มันก็คือ"ศูนย์อำนายการรื้อส้วม" อยู่ดี555ท่าน"จะอุด อั้นสุขา"555???

คนเข้า astv

คนเข้า astv ผมว่าคงอ่านพวกข่าวบันเทิงกับซ้อเจ็ดน่ะ
ถ้าทุกคนที่อ่านเชียร์ พธม พรรคนี้คงไม่ต้องรณรงค์ โหวตโนหรอก
นี่แค่จะลงสมัคร กทม ก็ยังไม่กล้าเลย

[quote=I Pad][b]รู้อ้ะนะ ว่า ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้

แต่อยากเอามาลงกวันตรีนคนเล่นน่ะ อย่าคิดมาก (กร๊ากกกก)

สถิติผู้เข้าชมเว็บ ASTVผู้จัดการออนไลน์ในปี 2553 มีเพจวิวรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1,029 ล้านเพจวิว และ UIP รวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 24.1 ล้าน เพจวิวเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.8 ล้านเพจวิวและ UIP อยู่ที่ 282,000 ต่อวัน ส่วนสถิติสูงสุดอยู่ที่ 7.6 ล้านเพจวิวต่อวัน และ 549,000 UIP ต่อวัน (ไม่นับรวมเว็บไซต์อื่นๆ ในเครือทั้ง ASTV, TAN Network, gotomanager.com, positioningmag.com ฯลฯ)

ที่มา [url]http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000061787[/url]

เห็นแล้วอนาถเนาะ สื่อเทียมที่ผีห่าป่าช้าไทชอบดูหมิ่นเหยียดหยามว่า Asstv (ฮา)

มีสถิติการเปิดเพจวิว หนึ่งพันยี่สิบเก้าล้าน เพจวิวต่อปี

มี IP เข้าดู ปีละ ยี่สิบสี่ล้านหนึ่งแสน UIP ต่อ ปี

แล้วที่เวทีมีการประมูลเหรียญ 3 แสนบาท เอ๊ย! ไม่ใช่อันนั้นมันจากเวที (กร๊ากกกกกกก)

เห็นแล้วก็อดสงสารป่าช้าไทไม่ได้ เปิดมา 4 ปี คห. ยังไม่ทะลุ 4 แสน เร็ย

ฮ่าฮ่าฮ่า

ปล. เหรียญที่ว่าเป็นเหรียญ ร. 5 นะ อย่าสงสัย แล้วนี่คือที่มาของค่าใช้จ่ายในการชุมนุม ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต่างจากม็อย! เอ๊ย! ม็อบ (อิอิอิ) อีกพวก บอกว่าม็อบรากหญ้า แต่มันจัดชุมนุมได้ยังไง หรือมันกินหญ้า (อิอิอิ)[/b][/quote]