นักรัฐศาสตร์ชี้ รบ.ยิ่งลักษณ์อยู่ได้นานสุด 1 ปี

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สถาบันความมั่นคงและนานาชาติศึกษา (ISIS) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “Post Election Thailand: Conflict or Compromise?” ว่าด้วยสถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง โดยนักวิชาการต่างมีข้อสรุปคล้ายกันว่า รัฐบาลชุดใหม่ น่าจะต้องเผชิญกับสัญญาณความขัดแย้งที่ยังคงมีมาอีกเป็นระยะ พร้อมทั้งฝากข้อเสนอแก่ชนชั้นนำ พรรคการเมือง รวมถึงสังคมบางประการ เพื่อให้สร้างความประนีประนอมให้เกิดขึ้นได้ในการเมืองไทย “ฐิตินันท์” ชี้ ความกดดันอาจบีบให้รบ. ยิ่งลักษณ์อยู่ได้ 6 เดือน – 1 ปี รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและนานาชาติศึกษา วิเคราะห์แนวโน้มการเมืองไทยหลังเลือกตั้งว่า ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย เป็นอาณัติจากประชาชนที่ชัดเจนแต่รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไม่นาน เนื่องจากจะเผชิญแรงกดดันและการท้าทายจากหลายฝ่าย ซึ่งอาจทำให้เธออยู่ได้เพียง 6 เดือน ถึง 1 ปีเท่านั้น และมองว่าแรงกดดันที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการที่ฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้ง ไม่ยอมรับผลที่ออกมา มิฉะนั้นสัญญาณเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตั้งคำถามด้วยว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะมีสัญญาณที่ท้าทายจากฝ่ายต่างๆ มากเท่ากับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ “หากการเลือกตั้งในประเทศอื่น มีพรรคที่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ชัดเจนขนาดนี้ พรรคนั้นก็คงจะขึ้นมามีอำนาจอย่างชัดเจนไปแล้ว หากแต่ในประเทศไทย อาณัติที่เพื่อไทยได้รับมากลับค่อยๆ หมดลงไปเสียแล้ว” ฐิตินันท์ตั้งข้อสังเกต “ประชาธิปัตย์” ต้องหัดเอาชนะทางการเมืองให้ได้โดยไม่หวังพึ่งผู้อยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้ถอดบทเรียนถึงความล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเงื่อนไขที่เอื้อให้กับการเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้หลายอย่าง เช่น การแก้กฎหมายเลือกตั้ง แต่ก็ยังทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยอย่างขาดลอย พรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นต้องกลับไปทบทวนว่าข้อผิดพลาดคืออะไร และพยายามแข่งขันทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยให้ได้ โดยที่ใช้วิธีที่ใสสะอาดและปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและสมดุลของการเมืองในระบบเลือกตั้ง “พรรคประชาธิปัตย์ ควรใช้ประโยชน์จากความสามารถที่มีอยู่ให้มากที่สุดในการเอาชนะการเลือกตั้ง และแข่งขันทางนโยบายกับพรรคเพื่อไทย โดยไม่หวังพึ่งความช่วยเหลือพิเศษจากนอกระบบ” ฐิตินันท์เสนอแนะ ชนชั้นนำไทย จำเป็นต้องปรับตัวก่อนความขัดแย้งจะลุกลาม ฐิตินันท์ ยังวิเคราะห์ความขัดแย้งในการเมืองไทยว่า มีที่มาจากขั้วระหว่างฝ่ายสถาบันกษัตริย์นิยม และฝ่ายนิยมประชาธิปไตย อันเป็นผลจากซากที่ตกค้างสมัยสงครามเย็น โดยเขาอธิบายว่า การดำรงอยู่ของฝ่ายอำนาจเก่าหรือฝ่ายที่นิยมสถาบันฯ ตั้งแต่ในทศวรรษที่ 20 ในแง่หนึ่ง นับว่าเป็นการรักษาไว้ซึ่งการพัฒนา ระเบียบความสัมพันธ์ และป้องกันประเทศจากภัยจากคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงทศวรรษที่ 21 การขึ้นมาของทักษิณ ก็ได้ท้าทายระเบียบอำนาจเก่า ที่ทำให้ชนชั้นนำเกรงกลัวว่าความสัมพันธ์ในระบบการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ต้องอาศัยการปรับตัวและการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อการประนีประนอม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวมากขึ้นอีก “พิชญ์” วิเคราะห์พลังประชาธิปไตยในสังคมไทยสี่แบบ ทางด้านพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้แบ่งประเภทพลังประชาธิปไตยในไทยออกเป็นสี่แบบ ซึ่งแต่ละกลุ่มต่างแข่งขัน และช่วงชิงพื้นที่ทางการเมือง อันประกอบด้วย ประชาธิปไตยแบบไทย ซึ่งมีที่มาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ มีลักษณะเป็นชาตินิยม เน้นความมีเสถียรภาพ และศีลธรรมเชิงพุทธศาสนาเป็นตัวกำกับสังคม ประเภทที่สองคือ ประชาธิปไตยในระบบเลือกตั้ง ซึ่งมีจุดอ่อนตรงที่เน้นประโยชน์ระยะสั้นมากกว่าในระยะยาว และไม่สามารถรักษาความยั่งยืนได้เสมอไป นอกจากนี้ พิชญ์ยังกล่าวถึง ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมแบบชนชั้นกลาง โดยในส่วนนี้ จะไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นฝ่ายที่นับว่ามีพลังและอำนาจมากกลุ่มหนึ่ง และมักมีทัศนคติว่า ประเทศไทยควรตัดสวัสดิการให้น้อยลง และเน้นการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยคนเสื้อเหลืองและเสื้อหลากสี จัดอยู่ในพลังกลุ่มนี้ ส่วนประเภทสุดท้าย คือ ประชาธิปไตยแบบปฏิรูป ซึ่งประกอบด้วยเหล่าเอ็นจีโอ และภาคประชาสังคม ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง โดยพลังกลุ่มนี้ ประสบข้อกังขาในเรื่องความเป็นตัวแทน ความโปร่งใส และการตรวจสอบ เสนอแนะ ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มอยู่ร่วมกันได้ พร้อมปฏิรูปกองทัพ-ศาล นักวิชาการประจำภาคปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้มีข้อเสนอสี่ประการต่อข้อท้าทายที่ดำรงอยู่ในการเมืองไทย โดยเน้นว่า หากจะให้พลังทางการเมืองกลุ่มต่างๆ เข้าสู่กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย(Democratization) ร่วมกันได้ จำเป็นต้องมีพื้นที่ที่เปิดให้สำหรับทุกฝ่าย เช่น การทำให้การต่อต้านปัญหาคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่จำเป็นทางการเมือง มิใช่โยงอยู่กับศีลธรรมอันดีเช่นที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ ต้องทำให้ฝ่ายที่นิยมประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งเข้าใจด้วยว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ทุกอย่าง และไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้อย่างหมดสิ้น นอกจากนี้ ได้เสนอให้มีการปฏิรูปกองทัพ โดยไม่ใช่ให้เพียงทหารกลับกรมกองอย่างเดียว เช่นในสมัยพฤษภาคม 2535 แต่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปให้โปร่งใส และมีการสานเสวนาและความร่วมมือระหว่างฝ่ายประชาชน รวมถึงการค้นหาความจริงเพื่อสร้างความยุติธรรม และให้มีการปฏิรูปอำนาจศาลให้มีความเป็นธรรมทางการเมือง

Comments

เริ่มนับจากค่ำคืน 19 กันยายน

เริ่มนับจากค่ำคืน 19 กันยายน 2011

คุณปูจะอยู่กำกับดูแลรัฐบาลของราษฎรไทยหนึ่งพันสิบเอ็ดราตรี

ประมาณ 2014-พฤษภาคม

........................

มารบุปผา...คำนวณ

With 3 Sacred Wishes from

With 3 Sacred Wishes from Populace,
She will be at best in her Post of Premier.

ปฏิรูปกองทัพ และศาลหรือ

ปฏิรูปกองทัพ และศาลหรือ หวังไว้เช่นนั้น แต่ตอนนี้เบื่อข่าวทหารที่ออกมามาก (โดยเฉพาะ ฮ.ตก พยายามกันเหลือเกินนะอำมาตย์ ทหารอยู่ชายแดนที่ทำภารกิจปกป้องชาติของจริงยังไม่ได้เท่านี้เลย)

วัดดวงกันที่ "จางซูเหลียง"

วัดดวงกันที่ "จางซูเหลียง" ว่าจะยอมรับโลกปัจจุบันหรือยัง
ว่าจะเอาประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง
หรือ
จะเอาเฉพาะบริวารของเขาเท่านั้น

มุมมองของ ดร.ฐิตินันท์

มุมมองของ ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ยังเกาะติดกับกลุ่มอำนาจเก่าสมกับการเปนชนชั้นกลางจริงๆ อยู่แต่ในกลุ่มของตนเองมากไปรึเปล่าครับ อาจารย์ลืมมองของการเปลี่ยนผ่าน กระแสโลกาภิวัฒน์ สิ่งต่างๆเหล่านี้มีผลให้คนเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น อีกอย่างคือ อาจารย์ลืมเรืองที่จะบอกว่าทำอย่างไรให้คนในสังคมส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่พูดเพียงแต่ว่าชนชั้นนำจะทำอย่างไรดีให้ตัวเองยังมีอำนาจอยู่ ผมละงงกับอาจารย์จริง

อีกประการหนึ่ง การบริหารประเท

อีกประการหนึ่ง
การบริหารประเทศ แตกต่างจากการบริหารบริษัทส่วนตัว
นโยบายที่ประกาศไว้ตอนหาเสียง ทำได้เลย
แต่ถ้า "ใช้อำนาจ" จากการเป็นรัฐบาล ทำในสิ่งนอกเหนือจากนโยบาย
ต้องผ่าน "ประชาพิจารณ์" หรือ "ฟัง" ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
ถ้าดื้อดึงเอาเพียง "เราได้รับคะแนนเสียงข้างมาก"
ก็จะไม่แตกต่างจากสมัยก่อนๆ

เมืองไทย ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน
ถ้าวู่วามจะเอาอะไรให้ได้ดังใจแบบบางคนที่ผ่านมา
เมื่อผิดพลาด แทนที่จะมองตนเอง กลับไปโทษคนอื่น

ถ้าไม่มุ่งเอาเพียงความนิยมแบบไฟไหม้ฟาง แต่ขาดความเฉลียวจากผลที่จะตามมา
ข้อสำคัญที่สุดคือ อย่ามุ่งสร้างประโยชน์ใส่พวกของตน
และอย่าตัดหนทางการดำเนินธุรกิจของคู่แข่งขันทางการเมือง
รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลทุกคน ไม่ใช่ดูแลจำเพาะพวกของตน

เหล่าอำมาตย์ เขาก็มีภาวะจำเป็นในการดำเนินการรักษาหน้าที่ของเขา
อย่ามุ่งโจมตีทำลาย
สิ่งที่ดีและผลประโยชน์ของประเทศชาติที่อำมาตย์ได้ทำไว้ เหมือนปิดทองหลังพระ
ประเพณีไทย ให้ความเคารพผู้อาวุโส

พลเมืองชาวไทย ชอบคนสัตย์ซื่อ มีความจริงใจ
สิ่งไหนพลาดพลั้ง ยอมรับแล้วแก้ไข
ทุกคนให้โอกาสเสมอ

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

การทำนายทายทัก หรือการคาดการ

การทำนายทายทัก หรือการคาดการ จากเหล่าคณาจารย์หลายสำนักนั้น หากจะพูดตามหลักความจริงแล้วนั้น พวกคนเหล่านี้คงจะลืมไปแล้วว่า อนาคตไม่มีใครที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้จะล่วงรู้ความเป็นไปของอนาคต ดังนั้นคนพวกนี้อุตริ หรือถือว่าพวกตนได้เรียนหนังมากเลยคิดว่าพวกตนรู้ทุกเรื่อง

การเรียนการศึกษานั้นก็รู้แต่ในด้านทฤษฎีตำหรับตำราเกี่ยวกับหนังสือเรียนเป็ฯส่วนใหญ่ ที่มีคนรุ่นก่อนๆได้คิดค้นสร้างไว้ให้ศึกษา ตามสาขาวิชานั้นๆ แม้แต่วิชาโหราศาสตร์เองก็เถอะ ไม่มีคนไหนรู้จริงแม้แต่คนเดียว ทั้งคนที่ตั้งตนเป็นอาจารย์ ก็ล้วนแต่คาดการเดาสุ่ม โดยที่ไม่ละอายแก่ใจแม้แต่น้อย เป็นพวกที่อุตริไร้ศีลลวงหลอกบอกเท็จทั้งนั้น

mm wrote:ปฏิรูปกองทัพ

[quote=mm]ปฏิรูปกองทัพ และศาลหรือ หวังไว้เช่นนั้น แต่ตอนนี้เบื่อข่าวทหารที่ออกมามาก (โดยเฉพาะ ฮ.ตก พยายามกันเหลือเกินนะอำมาตย์ ทหารอยู่ชายแดนที่ทำภารกิจปกป้องชาติของจริงยังไม่ได้เท่านี้เลย)[/quote]

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหมและอีกนานเท่าไหร่

โลกมันกลม...ยังไงมันก็กลม ถึง

โลกมันกลม...ยังไงมันก็กลม
ถึงแม้คนตัวใหญ่มหึมาหลายๆมหึมา...จะช่วยกัน
เอาฆ้อนทุปโลก...ให้แบนครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วนี่ก็คงกะจะทุบกันอีกใช่ไหม?
จะทุบกันภายใน 6 เดือน
จะทุบกันภายใน 1 ปี
แต่เชื่อผมเหอะ...
ยิ่งทุบเท่าไหร่...โลกมันกลับยิ่งกลมมากขึ้นเท่านั้น

ข่าวฮอร์ตก

ข่าวฮอร์ตก เพื่อถ่วงดุลข่าวยึดเครื่องบินที่เยอรมัน
ข่าวกกต เพื่อถ่วงข่าวพระวิหาร
ถ้าคนไทยบริโภคข่าวแบบไม่ให้สื่อจูงหรือชี้นำ จะคิดเองได้ เลือกเชื่อเองได้ และตัดสินเองได้
ดังนั้นรัฐบาลปูจะอยู่หนึ่งปีหรือกี่ปี มันไม่ใช่ที่ใครๆจะฟันธงหรอก เขานำเสนอความคิดเห็นของเขาเท่านั้นเอง
หากเป็นจริงถือว่าเก่งในการวิเคราะห์ กลายเป็นความน่าเชื่อถือของคนๆนั้นไป

อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สร้างก

อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สร้างกระแสค่านิยมว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ไม่ได้มีความเข้าใจในประชาชนที่แท้จริงเลย เพราะท่านอาจารย์ทั้งหลายเหล่านั้น..กำลังแสดงความคิดเห็นของตนเองโดยไม่มีคาระวะธรรม ให้กับประชาชน ที่อยู่ในระบบการเมืองการปกครองที่มีประชาชนมีส่วนร่วม...แบบตัวแทน..(ผู้แทนราษฎร) (ไม่ใช่ สว.สรรหานะ)ท่านไม่เคยทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเลย..หลังจากการเลือตั้งเสร็จท่านควรพิจารณาดูให้ละเอียดว่าประชาชนส่วนใหญ่เขามีความต้องการอะไร..อยากเห็นอยากได้รัฐบาลอย่างไร คิดอย่างไรกับรัฐาบาลเดิม..คิดอย่างไรกับน้ำลดตอผุด..การปกปิดความจริงหลายๆประเด็นไม่ให้ประชาชนทราบ คิดว่าประชาชนโง่.. ตะแบงกับต่างประเทศแล้วเราจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไร..อารยะขัดขืน..กับชีวิตเดินดินในโลกใบนี้จะแคบลงสำหรับคนไทย..นี้คือปัญหาที่รัฐกำลังสร้าง...สมควรที่ประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง..ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเถอะ..อาจารย์ที่แสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตั้งและทำงานเลยแม้แต่วินาทีเดียวในภาพลบ..ไม่สร้างสรรค์..ครั้นรัฐบาลที่จะหมดวาระไปทำไว้เห็นอยู่ที่เฉยเมย..แสดงว่าท่านไม่มีหัวใจรับความจริง..และหัวจิตแห่งความปรองดอง..

http://english.peopledaily.co

http://english.peopledaily.com.cn/90001/90777/90851/7333658.html

Thai army soldiers demonstrate the efficiency of the Russian helicopters in transporting troops at a military barrack in Bangkok March 28, 2011. Three MI-17 V-5 helicopters from Russia costing 29.1 million U.S. dollars, were delivered to Thai army on Monday. The medium transport helicopters - to be stationed at the Army Aviation Center in Lopburi province, about 150 kilometers north of Bangkok - will be used for disaster relief missions such as extinguishing wild fire and assisting people in distress. (Xinhua/Rachen Sageamsak)

Thai army chief General Prayut Chan-ocha on Monday presided over the receipt of three transport helicopters from Russia at a military barrack in the capital.

The three MI-17 V-5 helicopters cost 29.1 million U.S. dollars, including spare parts and training, the Thai army said in a statement.

The medium transport helicopters - to be stationed at the Army Aviation Center in Lopburi province, about 150 kilometers north of Bangkok - will be used for disaster relief missions such as extinguishing wild fire and assisting people in distress, the statement said.

"These transport helicopters will enhance transportation with efficiency according to the assignments," the statement said.

After the delivery ceremony, the army demonstrated to guests and reporters the efficiency of the helicopters in transporting troops.

The government is paying for the helicopters from its annual budgets from the years 2008 to 2011, the statement said.

Source: Xinhua

ชักจะไปกันใหญ่แล้ว

ชักจะไปกันใหญ่แล้ว นักรัฐศาสตร์ก็มองปัจจัยของความเป็นไปได้ของเขานั่นแหละ จากที่ผมอ่าน ผมไม่เห็นว่าเขาดูถูกพลังของประชาชนตรงไหนเลย กับเป็นการตอกย้ำให้เห็นพลังเงียบที่มองไม่เห็น ให้เราคอยสอดส่องดูแล ไม่ให้มันมาป้วนเปี้ยนอีก เช่น การบอกว่าจะอยู่ได้อย่างมาก 1 ปี ก็เป็นการบอกว่า พวกอำมาตย์ราชครูคอยจ้องจะเล่นงานอยู่ ทั้งพวกนายทุนที่เกี่ยวเนื่องกันด้วย การทำนายก็เป็นการพูดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

ทางที่ดีก็คือ กดพวกมันให้จมไปเลย ก็แค่นี้ คิดไรมาก

มารบุปผา

[quote=มารบุปผา]เริ่มนับจากค่ำคืน 19 กันยายน 2011

คุณปูจะอยู่กำกับดูแลรัฐบาลของราษฎรไทยหนึ่งพันสิบเอ็ดราตรี

ประมาณ 2014-พฤษภาคม

........................

มารบุปผา...คำนวณ[/quote]
.
มีแค่ "หนึ่งพันสิบเอ็ดราตรี" เท่านั้นรึ?
มารฝันกะว่าจะฝันสัก "หนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบเอ็ดราตรี"
ฝันไปถึงปี 2015 นู่น...แต่ก็หวั่นๆว่าจะมีคนมาปลุกให้ตื่นก่อน

มารฝันไม่ได้คำนวณ...ได้แต่ฝันไป

Ernesto

[quote=Ernesto]ชักจะไปกันใหญ่แล้ว นักรัฐศาสตร์ก็มองปัจจัยของความเป็นไปได้ของเขานั่นแหละ จากที่ผมอ่าน ผมไม่เห็นว่าเขาดูถูกพลังของประชาชนตรงไหนเลย กับเป็นการตอกย้ำให้เห็นพลังเงียบที่มองไม่เห็น ให้เราคอยสอดส่องดูแล ไม่ให้มันมาป้วนเปี้ยนอีก เช่น การบอกว่าจะอยู่ได้อย่างมาก 1 ปี ก็เป็นการบอกว่า พวกอำมาตย์ราชครูคอยจ้องจะเล่นงานอยู่ ทั้งพวกนายทุนที่เกี่ยวเนื่องกันด้วย การทำนายก็เป็นการพูดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

ทางที่ดีก็คือ กดพวกมันให้จมไปเลย ก็แค่นี้ คิดไรมาก[/quote]

เห็นด้วยกับท่าน Ernesto อ่านบทความดีๆครับพี่น้อง อ.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ เขียนไว้ชัดเจนครับว่า

" เป็นอาณัติจากประชาชนที่ชัดเจนแต่รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไม่นาน เนื่องจากจะเผชิญแรงกดดันและการท้าทายจากหลายฝ่าย"

" เป็นผลมาจากการที่ฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้ง ไม่ยอมรับผลที่ออกมา มิฉะนั้นสัญญาณเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตั้งคำถามด้วยว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะมีสัญญาณที่ท้าทายจากฝ่ายต่างๆ มากเท่ากับพรรคเพื่อไทยหรือไม่"

แกยังเตือนพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ
" พรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นต้องกลับไปทบทวนว่าข้อผิดพลาดคืออะไร และพยายามแข่งขันทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยให้ได้ โดยที่ใช้วิธีที่ใสสะอาดและปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ"

ทราบครับว่าเพื่อนๆทุกท่านรอวันที่เราจะเลือกตั้งได้รัฐบาลของเรา แต่การต่อสู้ยังไม่จบหลังการเลือกตั้งนะครับ "เค้า" ยังอยู่และยังเตรียมแผนชิงอำนาจจากประชาชนอยู่ บทความนี้อาจจะเหมือนพรามหณ์ ปุโรหิตทักในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลกับคนที่เรารัก ก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ออกอาการพารานอยด์กันเลยครับ (ยอมรับว่าผมเองตอนแรกอ่านหัวข้อบทความนี้แล้วฉุนเหมือนกัน ) ใจเย็นๆครับ อ.เค้าแค่เตือนไมให้ประชาชนประมาทครับ ซักเสื้อแดง รีดรอไว้หลายๆตัวเลยครับ

ผมเคยพูดกับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่

ผมเคยพูดกับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วว่า ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงข้างมากเข้ามาเป็นรัฐบาล

ก็จะบริหารประเทศได้ไปเกินปีแน่นอนดูจากกลุ่มอำนาจต่างๆ คนเขียนบทความให้ตั้งปี ผมให้น้อยกว่าปีอะ

มากกว่ารัฐบาลสมัครนิดหน่อย เชื่อขนมกันได้เลย กลุ่มอำมาตย์ทุกอย่างยังอยู่ครบและคนเหล่านี้ร้ายด้วย

ไม่ได้เห็นแก่ประเทศชาติอะไรหรอก เป็นนักกฎหมายเสียปล่าวด้วย ไม่ได้ถือกฎหมายเลย มีแต่อคติ

ดังนั้น ผมว่า ไม่เกิน 1 ปีแน่นอน

ตราบใดที่ยังมีอีแอบนอกกฎหมาย

ตราบใดที่ยังมีอีแอบนอกกฎหมาย ชักใยการเมืองอยู่ บ้านเมืองก็จะไม่ได้เห็นประชาธิปไตยจริงๆ
รัฐบาลในประเทศด้อยพัฒนา จะต้องพินอบพิเทาอีแอบนอกกฎหมายพวกนี้เอาไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพ
ตกลงประเทศด้อยพัฒนาจำพวกนี้ปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่????

นักวิชาเกินทั้งนั้น

นักวิชาเกินทั้งนั้น อ่านไปเสียความรู้สึกไป นักวิชาการ(เกิน) พวกนี้มีสมองเพียงไว้กั้นหูเท่านั้น พูดมาได้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี เท่านั้น ก็กฏหมายเขาบอกว่าให้อยู่ได้ถึง 4 ปี ถ้าอยู่ได้ไม่ถึงสี่ปี ก็มีแต่กฎหมากับกฎโจรเท่านั้นแหละที่มันจะกลั่นแกล้งเบียดเบียนลดทอนอำนาจของประชาชน ขอบอกว่าประชาชนเขาจะไม่ยอมให้กับพวกมึงอีกต่อไปแล้ว ไอ้พวกนักวิชาเกินบ้าวิชาการทั้งหลาย โง่แล้วอวดฉลาด ทำ พูด คิด แต่เรื่องโง่ ๆ ประเทศชาติเสียโอกาสมามากมายก็เพราะว่าความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกมึงนี่แหละ ถ้าไม่มีอะไรทำก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า น่ะ..! ขอบอกว่ารัฐบาลนี้ประชาชนสร้างมากับมือ อ้าย อี ผู้ใดที่มันคิดจะมาล้มล้าง ให้อายุของรัฐบาลอยู่ได้ไม่ถึง 4 ปี คงต้องข้ามศพประชาชนไปก่อน นะพวกเมิงง..! คริ คริ..! (ด้วยรักจึงเตือนมาให้รู้ไว้)

ผมว่ากองทัพนี่เป็นอำนาจในเมือ

ผมว่ากองทัพนี่เป็นอำนาจในเมืองไทยในอันดับต้นๆ ที่ต้องได้รับการปฏิรูป
ไม่ใช่ให้กองทัพออกมายึดอำนาจ แล้วป่าวประกาศว่าปฏิรูปประเทศไทยนะครับ

เพราะไอ้อาการแตะต้องไม่ได้เลยนี่มันเป็นเรื่องอันตรายมาก
มันไม่ใช่อันตรายต่อระบอบการปกครองและระบบเศรษฐกิจเท่านั้น
มันยังเป็นอันตรายต่อสภาพสังคมชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วไปอีกด้วย
โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับเรื่องมาเฟีย

ผมเชื่อของผมเองนะว่ากองทัพนี่แหละ คือแหล่งผลิตมาเฟียแหล่งใหญ่ของประเทศ
ใหญ่คับฟ้าทั้งบ้านทั้งเมือง ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยครับ เพราะมาเฟียมันใหญ่กว่า
แก๊งมาเฟียต่างๆมันแผ่อิทธิพลกันอย่างน่ากลัว แอบแฝงอยู่คู่กับสังคมอันโกลาหล

การจะอยู่รอดปลอดภัยก็คือต้องจ้างแก๊งมาเฟียทั้งหลายมาเป็นรปภ.ไงครับ
ผมไม่รู้ว่าจริงไหมนะครับว่าแต่ละบริษัทรปภ.ต้องมีนายทหารอยู่เบื้องหลัง ไม่งั้นไปไม่รอด
รปภ.เดี๋ยวนี้ถ้าจะให้ขลังต้องใส่ชุดดำด้วยนะครับ สีดำนี่มันเป็นสีประจำแกีงมาเฟียระดับสากลไปแล้ว
มันก็คงไม่ต่างกับแก๊งยากูซ่าที่อยู่คู่สังคมญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน แต่มันอาจจะต่างกันบ้างในขอบเขตการทำงาน

แก๊งมาเฟียของเรายังมีพัฒนาการสูงกว่าญี่ปุ่นมาก
มีทั้งมาเฟียในเงามืดมองไม่เห็นแบบของญี่ปุ่น
ปฏิบัติการแอบแฝงไปทุกซอกมุมมืดของสังคม
มีทั้งมาเฟียแบบสว่างมองเห็นโต้งๆ เห็นจะๆ
ขู่ฟอดๆ...กร่างไปทั้งบ้านทั้งเมือง
ซึ่งจะพบเห็นได้ในบางประเทศที่ด้อยการพัฒนา
(ด้อยพัฒนาทางด้านความคิดนะครับ)

ใครหลวมตัวอ่านที่ผมเขียนนี่ ก็อย่าได้เชื่อผมนะครับ
ผมนั่งเทียนเขียนเอาทั้งนั้น ผมจะไปรู้เรื่องอะไรของทหารเขา...จริงไหมครับ?

อ้าปากมาก็เห็น ลิ้นไก่แล้ว

อ้าปากมาก็เห็น ลิ้นไก่แล้ว พวกชั่วทั้งหลาย พวกบ่อนทำลายประเทศชาติบ้านเมือง ปากอ้างกฎกติกา แต่มันไม่เคยเห็นคุณค่า ไม่เคยเคารพกฎกติกาเหล่านั้นเลย สื่อมวลชนชั่ว นักวิชาการเลว นักธุรกิจระยำ นักการทหารบ้า ตุลาการวิบัติ ทั้งหลายเหล่านี้ ปากมันชอบกล่าวอ้างความดี แต่ชิวิตของพวกมันทำแต่ความ ชั่ว เลว ระยำ บ้า วิบัติฉิบหาย ไม่หยุดหย่อน บ่อนทำลายความสงบสุขของประชาชนอยู่ทุกวี่วัน จะมีสำนึกดีบ้างสักนิดก็ไม่มี

บทความนี้เป็นการเตือนให้ พท.

บทความนี้เป็นการเตือนให้ พท. ให้พื้นที่ของฝ่ายตรงข้ามมีที่ยืนมั้ง
เหมือนกับการที่เขากีดกันอำนาจของ เสื้อแดงในสังคนจนเกิดแรงสะท้อนออกมา
ทำให้ขบวนการแดงเติมโตขึ้น มากขึ้นและใหญ่ขึ้น ดังนั้นหาก พท. ทำแบบที่เขา
ทำกับเรา พวกเขาเหล่าสาวกอนุรักษ์นิยมก็ขะเติบโตและแข็งแกรงขึ้นเหมือนแดง

แต่ยังไงก็อยากจะให้เอาคนที่สั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษให้สาสมอยู่ดี ไม่อย่างนั้น
พวกเขาก็จะได้ใจ และมันจะเกิดขึ้นซ้ำๆอีก

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]เริ่มนับจากค่ำคืน 19 กันยายน 2011

คุณปูจะอยู่กำกับดูแลรัฐบาลของราษฎรไทยหนึ่งพันสิบเอ็ดราตรี

ประมาณ 2014-พฤษภาคม

........................

มารบุปผา...คำนวณ[/quote]
.
มีแค่ "หนึ่งพันสิบเอ็ดราตรี" เท่านั้นรึ?
มารฝันกะว่าจะฝันสัก "หนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบเอ็ดราตรี"
ฝันไปถึงปี 2015 นู่น...แต่ก็หวั่นๆว่าจะมีคนมาปลุกให้ตื่นก่อน

มารฝันไม่ได้คำนวณ...ได้แต่ฝันไป[/quote]

1011 ราตรี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสวยงาม...หากอยู่ในอำนาจนานเกินไป จะมีอันตราย

ยังไม่ทำงานเลยจะให้ล้มแล้วทำน

ยังไม่ทำงานเลยจะให้ล้มแล้วทำนายว่าล้มแล้ว แล้วไอ้พวกที่ประท้วงกันวุ่นวายนี่ให้ยุบพรรคนั้นพรรคนี้ ท่านน่าจะทราบแล้วนะว่าประชาชนเขาไม่เอาท่าน ถ้าเอาป่านนี้ท่านได้ สส.เข้าสภา ครบ ทุกตำแหน่งแล้ว น้าลองก็ควรยุติบทบาทได้แล้วให้เขาบริหารทำงานก่อนสิ นี่อะไรยังไม่ทันตั้งนะโมเลย ทะลึ่งจะให้สวดชะยันโต

มารบุปผา wrote: 1011 ราตรี

[quote=มารบุปผา]
1011 ราตรี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสวยงาม...หากอยู่ในอำนาจนานเกินไป จะมีอันตราย[/quote]

ยังงี้ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ก่อนไหม
แล้วตามด้วยพิธีต่อชะตา-ต่อชะหู-ต่อชะจมูก
ให้รัฐบาลใหม่มีอายุยาวนานหมื่นๆปี

แต่เอ...รัฐบาลใหม่เขาจะทำงานเฉพาะ "กะกลางคืน" หรือไง?
ถึงต้องนับจำนวนเป็นราตรี...ฮึ

อยากเตือน อ.พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์

อยากเตือน อ.พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ อย่าล่วงล้ำกีดกั้นขัดขวางศีลธรรม ออกไปจากสังคม เพราะว่าถ้าคุณทำเช่นนั้นมันจะแสดงออกถึงความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกคุณ สิ่งที่พวกคุณพยายามแสดงออกต่อสังคมมันจะด้อยค่าลงไปทันที คุณจงกลับไปศึกษาทำความเข้าใจคำว่าศีลธรรมให้ดี และแยกแยะให้ออกระหว่าง คำว่า "ศีลธรรม" กับ คนผู้ปฏิบัติศีลธรรม อย่าพูด คิด ทำ อะไรโดยไม่ศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ ก่อนที่จะปฏิเสธอะไร ๆ ออกมาให้สังคมได้รับรู้ถึงธาตุแท้ของคุณ ขอแย้มบอกตรงนี้ว่าสักเล็กน้อยว่า "ศีลธรรม" คืออุดมการณ์สูงสุดของชีวิต ส่วน คนผู้ปฏิบัติจะเข้าใจเข้าถึงในระดับใดเป็นอีกเรื่องหนึ่งอย่าเอามาปนกัน จนถึงกับกล้าปฎิเสธ นั่นแสดงโง่แล้วอวดฉลาด ก็เช่นเดียวกับอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ของพวกคุณในโลกมนุษย์นี้แหละต่างปรารถนาอุดมการณ์แต่ไปไม่ถึงเสียที แล้วคุณยังจะปฏิเสธอยู่ มั๊ย..! เฮ้อ..! อยากจะเขียนให้มากกว่านี้ ขี้เกียจขึ้นมาทุกทีเลย ซิเรา..! คริ คริ...

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]
1011 ราตรี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสวยงาม...หากอยู่ในอำนาจนานเกินไป จะมีอันตราย[/quote]

ยังงี้ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ก่อนไหม
แล้วตามด้วยพิธีต่อชะตา-ต่อชะหู-ต่อชะจมูก
ให้รัฐบาลใหม่มีอายุยาวนานหมื่นๆปี

แต่เอ...รัฐบาลใหม่เขาจะทำงานเฉพาะ "กะกลางคืน" หรือไง?
ถึงต้องนับจำนวนเป็นราตรี...ฮึ[/quote]

เคล็ดวิชามารบุปผา

1011 ทิวา----1011 ราตรี

ทำงาน 7-24

11 นโยบายไฮเปอร์ของคุณปูจีงจะบรรลุเป้าหมายตามที่ได้สัญญาไว้

คุณปูต้องทำงานหนัก ไม่มี้เวลาหยุดพักทำพิธีอะไรทั้งสิ้น

ประชาชนคือกำลังภายในให้เธอเข้มแข็งทำงานสำเร็จ ฯ

มารฝันก็อย่านอนฝันให้มันยาววว

มารฝันก็อย่านอนฝันให้มันยาววววววมากนักล่ะ
เด๋ว จะเสื่อมเสียไปถึง สำนักมารฯสาขาอื่นๆทั่วโลก
ฝันกินบ้านกินเมือง อ้ะป่าว ฮึ?

มารบุปผา

[quote=มารบุปผา]
ประชาชนคือกำลังภายในให้เธอเข้มแข็งทำงานสำเร็จ ฯ[/quote]

หากใช้กำลังภายในมากไป ระวังธาตุไฟแตกซ่าน
จนต้องนอนรักษาตัวบนแผ่นน้ำแข็งอิมพอร์ตขั้วโลกเหนือ
และต้องแทะเล็มเลียบัวหิมะไม่ให้ขาด
ถ้าไม่มีบัวหิมะให้เลียไอติมยี่ห้อ "แมลงดาว" แทน

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]
ประชาชนคือกำลังภายในให้เธอเข้มแข็งทำงานสำเร็จ ฯ[/quote]

หากใช้กำลังภายในมากไป ระวังธาตุไฟแตกซ่าน
จนต้องนอนรักษาตัวบนแผ่นน้ำแข็งอิมพอร์ตขั้วโลกเหนือ
และต้องแทะเล็มเลียบัวหิมะไม่ให้ขาด
ถ้าไม่มีบัวหิมะให้เลียไอติมยี่ห้อ "แมลงดาว" แทน[/quote]

โอ๊ะ...ไอติมผิดยี่ห้อ...มันต้องเป็น "กวางดาว" สิ มันคนละบั๊คกันนี่นา

มารบุปผา

[quote=มารบุปผา]มารฝันก็อย่านอนฝันให้มันยาววววววมากนักล่ะ
เด๋ว จะเสื่อมเสียไปถึง สำนักมารฯสาขาอื่นๆทั่วโลก
ฝันกินบ้านกินเมือง อ้ะป่าว ฮึ?[/quote]

ฮึ...ยังไม่เคย "ฝันกินบ้านกินเมือง"
ถ้า "นอนกินบ้านกินเมือง" นะเคย

ณ ปัจจุบัน

ณ ปัจจุบัน สถาบันแห่งนี้มีชื่อเสียง ชื่อชั้น....แต่หากยังมีอาจารย์ที่มีกรอบความคิดเดิมๆแบบจารีตนิยมเก่าๆ แบบผุๆ พังๆ ในไม่ช้าสถาบันที่ตัวเองอ้างถึงก็จะเสื่อมไปเอง ชอบใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินคนอื่น ถ้าตรงหรือเห็นพร้องกับกูก็ถือว่าดี แต่ถ้าไม่ตรงกับกูก็ถือว่าผิด ผมเคยให้คำนิยามกับกลุ่มนักวิชาเกินกลุ่มนี้ว่า บุคคลที่บอกให้คนอื่นทำในสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง ไม่มีความรับผิดชอบใดๆถ้าสิ่งที่ตัวเองพูด หรือคะเนเอาไว้ไม่เป็นความจริง ตัวอย่างเช่น นายมาร์ค เคยขอนายกพระราชทาน ตามมาตรา 7 นายมาร์คไม่เคยแม้แต่ที่จะพูกถึง มันเป็นกลุ่มเดียวกัน......

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]มารฝันก็อย่านอนฝันให้มันยาววววววมากนักล่ะ
เด๋ว จะเสื่อมเสียไปถึง สำนักมารฯสาขาอื่นๆทั่วโลก
ฝันกินบ้านกินเมือง อ้ะป่าว ฮึ?[/quote]

ฮึ...ยังไม่เคย "ฝันกินบ้านกินเมือง"
ถ้า "นอนกินบ้านกินเมือง" นะเคย[/quote]
อ้ะน่านนนนแระ

นอนมากก็ฝันมาก...ตื่นมาขนพันกันเยี๊ยะยั๊ว แกะไม่ออก

ผมก็งงๆอยู่กับหลายความเห็น...

ผมก็งงๆอยู่กับหลายความเห็น...เหล่าอาจารย์่ท่านๆพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ผมลองย้อนอ่านอีกที ผมก็ว่าเหล่าอาจารย์เขาก็วิเคราะห์ไปตามมุมมองของพวกท่านนะครับ
และท่านก็คงไม่ได้ตั้งใจพูดให้มันไปสนับสนุน เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าหากใครจะตีความเช่นนั้น

อย่างดร.ฐิตินันท์ ท่านก็อาจจะมองว่ารัฐบาลใหม่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน
เพราะจะต้องโดนเล่นงาน แบบเดียวกับพรรคพลังประชาชนโดนมาแล้ว
ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะการเมืองรูปแบบพิเศษของไทยเรา
ดร.ฐิตินันท์ ท่านยังเตือนพรรคประชาธิปัตย์ให้เลิกอิงกับอำนาจนอกระบบ
แล้วมาต่อสู้กันด้วยนโยบายและผลงานจะดีกว่า...ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ส่วนอาจารย์พิชญ์นั้นท่านเพียงพยายามอธิบายถึงแนวคิดของแต่ละกลุ่ม
ที่มีบทบาทในทางการเมืองว่าแต่ละกลุ่มมีแนวคิดแบบไหนอย่างไร
ผมอ่านดูแล้วก็เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทุกกลุ่มทุกคนก็ต้องมีสิทธิ์คิด
แต่คิดแล้วมันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มารบุปผา

[quote=มารบุปผา]
นอนมากก็ฝันมาก...ตื่นมาขนพันกันเยี๊ยะยั๊ว แกะไม่ออก[/quote]

แกะต้องออกนะ ถ้าแกะไม่ออก แกะก็ไม่ได้ไปกินหญ้านะ
เคยไปเลี้ยงแกะที่สวนผึ้งหรือยัง?

หรือที่ปางตองแม่ฮ่องสอนก็ได้
โดยเฉพาะแกะที่ปางตองนะ
เวลาเขาเดินออกจากคอก
เดินเป็นฝูงมาตามถนนนะ
แล้วก็เดินเข้าช่องไปยังลานกินหญ้า...แล้วเราก็นับ...
แกะตัวที่หนึ่ง...แกะตัวที่สอง...แกะตัวที่สาม...คร้อกกก...ฟี่...แล้วก็ฝันต่อไป

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]
นอนมากก็ฝันมาก...ตื่นมาขนพันกันเยี๊ยะยั๊ว แกะไม่ออก[/quote]

แกะต้องออกนะ ถ้าแกะไม่ออก แกะก็ไม่ได้ไปกินหญ้านะ
เคยไปเลี้ยงแกะที่สวนผึ้งหรือยัง?

หรือที่ปางตองแม่ฮ่องสอนก็ได้
โดยเฉพาะแกะที่ปางตองนะ
เวลาเขาเดินออกจากคอก
เดินเป็นฝูงมาตามถนนนะ
แล้วก็เดินเข้าช่องไปยังลานกินหญ้า...แล้วเราก็นับ...
แกะตัวที่หนึ่ง...แกะตัวที่สอง...แกะตัวที่สาม...คร้อกกก...ฟี่...แล้วก็ฝันต่อไป[/quote]

เราเคยเป็นแต่ชาวแกะ แกะไข่เป็ดออกจากลัง ช่วยแม่ขาย
ขายเหนื่อยมว๊าก จนเก็บไข่ไปละเมอ บ่อยๆ

มารบุปผา

[quote=มารบุปผา]
เราเคยเป็นแต่ชาวแกะ แกะไข่เป็ดออกจากลัง ช่วยแม่ขาย
ขายเหนื่อยมว๊าก จนเก็บไข่ไปละเมอ บ่อยๆ[/quote]

เก็บไข่ไปละเมอกี่ใบละ?
(กี่ฟอง?...เรียกใบดีกั่ว...ดูยังไงก็ไม่เห็นฟอง...ยกเว้นตอนมันอยู่ในกระทะกะน้ำมันร้อนๆ)

แกะบางอย่างนี่ต้องลุ้นด้วยนะ...แกะกระดาษห่อของขวัญ

มารฝัน wrote:มารบุปผา

[quote=มารฝัน][quote=มารบุปผา]
เราเคยเป็นแต่ชาวแกะ แกะไข่เป็ดออกจากลัง ช่วยแม่ขาย
ขายเหนื่อยมว๊าก จนเก็บไข่ไปละเมอ บ่อยๆ[/quote]

เก็บไข่ไปละเมอกี่ใบละ?
(กี่ฟอง?...เรียกใบดีกั่ว...ดูยังไงก็ไม่เห็นฟอง...ยกเว้นตอนมันอยู่ในกระทะกะน้ำมันร้อนๆ)

แกะบางอย่างนี่ต้องลุ้นด้วยนะ...แกะกระดาษห่อของขวัญ[/quote]

ไข่น่ะไม่เท่าไหร่ แต่ลังไม้ที่บรรจุไข่เป็ด 400 ฟองเนี่ยหนักนะ
ขายไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นก ไข่ม้าเยี่ยว ได้กำไรประมาณวันละ 1,000 บาท
เยอะน๊า เพราะตอนนั้น ไข่เป็ดสามฟองราคาแค่2บาท

ตอนหลังเรามาเปิดบริษัทก่อสร้าง ยกเหล็ก...หนักเต็มข้อเต็มแข้งเข้าไปอีก
แล้วก็ทำคู่ไปกับร้านอาหารที่ amsterdam
รวยแระ...เลิก

ตอนนี้คิดถึงปลากะพง ปูทะเล

ตอนนี้คิดถึงปลากะพง ปูทะเล หอยแมลงภู่....แถวๆบ้านที่เราเกิด ถูกกว่าอร่อยกว่ากรุงเทพ
เกิดมาวาสนาดี....อยากกินอะไรก็ได้กิน
อยากเรียนอะไร ทำงานอะไร ก็ได้ทำ..
ยังงี่เง่าเลยงิ
หอิอิ

:)

mhonism wrote:เสื้อแดงจ๋าาาาา

[quote=mhonism]เสื้อแดงจ๋าาาาา อ่านให้ครบกันหน่อยค่ะ[/quote]
ครบ...เหรอ

บอกให้ ปฏิรูปประชาธิปไตย กองทัพ ศาล
บอกให้ต้านcorruption >> ง่ายๆท้างน้านนนนน

น้ำลัด

[quote=น้ำลัด]ผมก็งงๆอยู่กับหลายความเห็น...เหล่าอาจารย์่ท่านๆพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ผมลองย้อนอ่านอีกที ผมก็ว่าเหล่าอาจารย์เขาก็วิเคราะห์ไปตามมุมมองของพวกท่านนะครับ
และท่านก็คงไม่ได้ตั้งใจพูดให้มันไปสนับสนุน เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าหากใครจะตีความเช่นนั้น

อย่างดร.ฐิตินันท์ ท่านก็อาจจะมองว่ารัฐบาลใหม่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน
เพราะจะต้องโดนเล่นงาน แบบเดียวกับพรรคพลังประชาชนโดนมาแล้ว
ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะการเมืองรูปแบบพิเศษของไทยเรา
ดร.ฐิตินันท์ ท่านยังเตือนพรรคประชาธิปัตย์ให้เลิกอิงกับอำนาจนอกระบบ
แล้วมาต่อสู้กันด้วยนโยบายและผลงานจะดีกว่า...ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ส่วนอาจารย์พิชญ์นั้นท่านเพียงพยายามอธิบายถึงแนวคิดของแต่ละกลุ่ม
ที่มีบทบาทในทางการเมืองว่าแต่ละกลุ่มมีแนวคิดแบบไหนอย่างไร
ผมอ่านดูแล้วก็เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทุกกลุ่มทุกคนก็ต้องมีสิทธิ์คิด
แต่คิดแล้วมันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง[/quote]

**น้ำลัด จะอ่านอีกกี่สิบรอบ ก็จะมองไม่เห็นความต่าง ถ้าไม่หัดคิดนอกกรอบบ้าง นักวิชาเกินพวกนี้มีแต่ความคิดขยะเต็มสมอง บทความนี้ใช้ความเป็นนักวิชาการ สื่อสารผ่านสาธารณชน ให้เห็นแต่ปัญหาอุปสรรคของรัฐบาลปู 1 ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด นี่คือการชี้นำความคิดทางสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของการสื่อสารมวลชนอยุ่แล้ว ซึ่งคนที่ไม่รู้เท่าทันอาจมีอยู่ และเชื่อว่ามีมากด้วยในสังคมไทย ที่อาจหลงเชื่อคล้อยตามได้ ขณะเดียวกันฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ และทาสผู้ซื่อสัตย์ เช่นสภาอุตสหกรรม สภาหอการค้า สภาธนาคาร สมาคมสื่อต่าง ๆ ที่ชั่วร้ายเหล่านั้นก็นำเสนอแนวความคิดมุมมองที่เป็นลบต่อรัฐบาล ปู1 ที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนด้วยเสียงส่วนใหญ่ ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานเลย ให้ดูเสมือนว่ามีแต่ความเลวร้าย ความหายนะรออยู่ข้างหน้า นี่ต่างหากคือความเลวร้ายที่น่ากลัวในความรู้สึกของประชาชน ..! การใช้หัวข้อเรื่องที่ไม่เหมาะสมหนึ่ง ไม่ถูกกาลเวลาหนึ่ง ไม่นำเสนอในทางที่สร้างสรรค์หนึ่ง ไม่นำเสนอด้วยความเฉลียวฉลาดรุ้เท่าทันที่แตกต่างและแปลกใหม่หนึ่ง คือความล้มเหลวของนักวิชาการไทย อธิบายมานี้ยังสงสัยอีก มั๊ย..! คุณน้ำลัด..! คริ คริ..! (ถ้ายังสงสัยอยู่ก็ถามต่อได้ เน้อ..! )

อยากถาม..!

อยากถาม..! นักวิชาการสมองขยะพวกนี้ ถ้าหากว่ารัฐบาลปู 1 อยู่ได้ถึงสี่ปี หรือเกิน 1 ปี ขึ้นไป มันจะรับผิดชอบอะไร มั๊ย..! จะลาออกจากวิชาชีพเลยมั๊ย..! จะไปขุดรูอยู่กับ เทพเทือก มั๊ย..! ในการนำเสนอและชี้นำสังคมที่ผิดพลาด ที่ได้สร้างความรู้สึกอึดอัดรำคาญแก่ประชาชน ที่ไม่มีทางเลือกมากนักในการเสพสื่อ อะ น๊ะ..!

“ประชาธิปัตย์”

“ประชาธิปัตย์” ต้องหัดเอาชนะทางการเมืองให้ได้โดยไม่หวังพึ่งผู้อยู่เบื้องหลัง
นอกจากนี้ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้ถอดบทเรียนถึงความล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเงื่อนไขที่เอื้อให้กับการเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้หลายอย่าง เช่น การแก้กฎหมายเลือกตั้ง แต่ก็ยังทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยอย่างขาดลอย พรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นต้องกลับไปทบทวนว่าข้อผิดพลาดคืออะไร และพยายามแข่งขันทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยให้ได้ โดยที่ใช้วิธีที่ใสสะอาดและปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ

อีกหนึ่งความเห็นที่ยืนยันว่า ที่ผ่านมามี "เหี้ย" ที่มองไม่เห็น แทรกแซงประชาธิปไตยของไทย

อย่างนี้แล้ว มันยังอยากจะ "เหี้ย" ต่อไปอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

ได้แต่ถอนหายใจ พร้อมกับบ่นพึมพำว่า แม่ง เหี้ยจริง ๆ

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ เป็นการเตือนให้เห็นข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย แต่อย่งไรก็ดีอย่าให้ถึงปฎิวัติประชาชนเลยช่วยกันทุกฝ่ายให้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด

ผมว่า..........ถ้าคนที่รักที่

ผมว่า..........ถ้าคนที่รักที่ชอบ จะจัดงานวันเกิด มหาราษฏร์

อย่างที่เป็นข่าวกันจริงๆ

อายุรัฐบาลคงอยู่ได้ไม่ถึงปีนะครับ........

จะอยู่ 1 เดือน หรือ 1 ปี

จะอยู่ 1 เดือน หรือ 1 ปี เลือกตั้งใหม่ก็เลือกยิ่งลักษณ์ใหม่
มันล้ม เราจะเลือก ดูว่าใครจะหมดก่อนกัน

ไม่น่าจะตั้งชื่อหัวข้อข่าวแบบ

ไม่น่าจะตั้งชื่อหัวข้อข่าวแบบนี้เลย มันทำให้ตีความผิดไปได้ มันเหมือนฐิตินันท์แช่งรบ. ทั้งๆ ที่จุดประสงค์จริงๆ คือเค้าอยากชี้ให้เห็นถึงว่าความขัดแย้งของชนชั้นนำกันเอง และความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนำและกลุ่มอื่น จะส่งผลกระทบต่ออายุของรัฐบาล

ผมว่าเสื้อแดงพารานอยด์กันไปหม

ผมว่าเสื้อแดงพารานอยด์กันไปหมดแล้วว่ะ ตั้งสติกันหน่อยสิครับบบบ!!!!!!!!!!!
อ่านบทความดีๆกันก่อนจะตีโพยตีพายเซ่!!!!!!!!!!!!!!!!

มาช้าแต่มาแล้ว

[quote=มาช้าแต่มาแล้ว]ผมว่าเสื้อแดงพารานอยด์กันไปหมดแล้วว่ะ ตั้งสติกันหน่อยสิครับบบบ!!!!!!!!!!!
อ่านบทความดีๆกันก่อนจะตีโพยตีพายเซ่!!!!!!!!!!!!!!!![/quote]

5555 ยากอ่ะ เสื้อแดงที่ไม่อ่านมีเยอะจริงๆนะ

พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม

[quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม]

**น้ำลัด จะอ่านอีกกี่สิบรอบ ก็จะมองไม่เห็นความต่าง ถ้าไม่หัดคิดนอกกรอบบ้าง นักวิชาเกินพวกนี้มีแต่ความคิดขยะเต็มสมอง บทความนี้ใช้ความเป็นนักวิชาการ สื่อสารผ่านสาธารณชน ให้เห็นแต่ปัญหาอุปสรรคของรัฐบาลปู 1 ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด นี่คือการชี้นำความคิดทางสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของการสื่อสารมวลชนอยุ่แล้ว ซึ่งคนที่ไม่รู้เท่าทันอาจมีอยู่ และเชื่อว่ามีมากด้วยในสังคมไทย ที่อาจหลงเชื่อคล้อยตามได้ ขณะเดียวกันฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ และทาสผู้ซื่อสัตย์ เช่นสภาอุตสหกรรม สภาหอการค้า สภาธนาคาร สมาคมสื่อต่าง ๆ ที่ชั่วร้ายเหล่านั้นก็นำเสนอแนวความคิดมุมมองที่เป็นลบต่อรัฐบาล ปู1 ที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนด้วยเสียงส่วนใหญ่ ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานเลย ให้ดูเสมือนว่ามีแต่ความเลวร้าย ความหายนะรออยู่ข้างหน้า นี่ต่างหากคือความเลวร้ายที่น่ากลัวในความรู้สึกของประชาชน ..! การใช้หัวข้อเรื่องที่ไม่เหมาะสมหนึ่ง ไม่ถูกกาลเวลาหนึ่ง ไม่นำเสนอในทางที่สร้างสรรค์หนึ่ง ไม่นำเสนอด้วยความเฉลียวฉลาดรุ้เท่าทันที่แตกต่างและแปลกใหม่หนึ่ง คือความล้มเหลวของนักวิชาการไทย อธิบายมานี้ยังสงสัยอีก มั๊ย..! คุณน้ำลัด..! คริ คริ..! (ถ้ายังสงสัยอยู่ก็ถามต่อได้ เน้อ..! )[/quote]

ผมคิดว่าผมพอจะเข้าใจละครับว่าทำไม
มันคงเป็นเพราะถ้อยคำที่ใช้พาดหัวบทความใช่ไหมครับ
คือถ้อยคำพาดหัวบทความมันชี้นำไปในทางลบต่อรัฐบาลใหม่
ทำให้หลายๆท่านจึงไม่ค่อยจะพอใจกันนัก

อันนี้ในส่วนตัวผมไม่โทษนักวิชาการชุดนี้นะครับ
แต่ถ้าจะกล่าวโทษก็คงต้องกล่าวโทษประชาไทนี่แหละ
ที่พาดหัวแบบนี้ทำให้หลายๆท่านไม่สบายใจนัก...จริงไหมครับ

พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม

[quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม]นักวิชาเกินทั้งนั้น อ่านไปเสียความรู้สึกไป นักวิชาการ(เกิน) พวกนี้มีสมองเพียงไว้กั้นหูเท่านั้น พูดมาได้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี เท่านั้น ก็กฏหมายเขาบอกว่าให้อยู่ได้ถึง 4 ปี ถ้าอยู่ได้ไม่ถึงสี่ปี ก็มีแต่กฎหมากับกฎโจรเท่านั้นแหละที่มันจะกลั่นแกล้งเบียดเบียนลดทอนอำนาจของประชาชน ขอบอกว่าประชาชนเขาจะไม่ยอมให้กับพวกมึงอีกต่อไปแล้ว ไอ้พวกนักวิชาเกินบ้าวิชาการทั้งหลาย โง่แล้วอวดฉลาด ทำ พูด คิด แต่เรื่องโง่ ๆ ประเทศชาติเสียโอกาสมามากมายก็เพราะว่าความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกมึงนี่แหละ ถ้าไม่มีอะไรทำก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า น่ะ..! ขอบอกว่ารัฐบาลนี้ประชาชนสร้างมากับมือ อ้าย อี ผู้ใดที่มันคิดจะมาล้มล้าง ให้อายุของรัฐบาลอยู่ได้ไม่ถึง 4 ปี คงต้องข้ามศพประชาชนไปก่อน นะพวกเมิงง..! คริ คริ..! (ด้วยรักจึงเตือนมาให้รู้ไว้)[/quote]

นมัสการหลวงพระสงฆ์องคเจ้า

"พ่องป่วย" ก็ตอนนี้มันเป็นกฎหมายของใครหละ ถ้าไม่ไปเคาะมัน แล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้ฦา? คิดแค่นี้ไม่ออก เปลืองข้าวสุกชาวบ้าน

ศิษย์ผีปู่

[quote=ศิษย์ผีปู่][quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม]นักวิชาเกินทั้งนั้น อ่านไปเสียความรู้สึกไป นักวิชาการ(เกิน) พวกนี้มีสมองเพียงไว้กั้นหูเท่านั้น พูดมาได้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี เท่านั้น ก็กฏหมายเขาบอกว่าให้อยู่ได้ถึง 4 ปี ถ้าอยู่ได้ไม่ถึงสี่ปี ก็มีแต่กฎหมากับกฎโจรเท่านั้นแหละที่มันจะกลั่นแกล้งเบียดเบียนลดทอนอำนาจของประชาชน ขอบอกว่าประชาชนเขาจะไม่ยอมให้กับพวกมึงอีกต่อไปแล้ว ไอ้พวกนักวิชาเกินบ้าวิชาการทั้งหลาย โง่แล้วอวดฉลาด ทำ พูด คิด แต่เรื่องโง่ ๆ ประเทศชาติเสียโอกาสมามากมายก็เพราะว่าความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกมึงนี่แหละ ถ้าไม่มีอะไรทำก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า น่ะ..! ขอบอกว่ารัฐบาลนี้ประชาชนสร้างมากับมือ อ้าย อี ผู้ใดที่มันคิดจะมาล้มล้าง ให้อายุของรัฐบาลอยู่ได้ไม่ถึง 4 ปี คงต้องข้ามศพประชาชนไปก่อน นะพวกเมิงง..! คริ คริ..! (ด้วยรักจึงเตือนมาให้รู้ไว้)[/quote]

นมัสการหลวงพระสงฆ์องคเจ้า

"พ่องป่วย" ก็ตอนนี้มันเป็นกฎหมายของใครหละ ถ้าไม่ไปเคาะมัน แล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้ฦา? คิดแค่นี้ไม่ออก เปลืองข้าวสุกชาวบ้าน[/quote]

**อาจารย์เป็น "ผี" ลูกศิษย์ก็ต้องเป็น "ผี" ซิน๊ะ..! บรื๋ออ!! ไปสู่ที่ชอบ ๆ ๆ เถอะนะ..! อย่ามาหลอกมาหลอนแถวนี้เลย..! แบบว่า พระ..! กลัว อ่ะ น๊ะ..! คริ คริ..

อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ

อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ เป็นเสาหลักเป็นก้อนเส้าค้ำยัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก้อนเส้าทั้ง 3 ก้อนต้องสูงเท่าๆกันวางในพื้นที่ราบเรียบเท่ากันหากก้อนใดก้อนหนึ่งสูงเกินไปจะทำให้ไม่สามารถค้ำยัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ได้และในที่สุดก็ล้มลงแตกหักเสียหายที่ผ่านมานั้นก้อนเส้าหลักตุลาการสูงเท่ากับสองก้อนแต่ตั้งสูงกว่าทำให้สิ่งที่ค้ำยันเอียงจะล้มมิล้มแหล่ใครนะที่ตั้งคำว่า"ตุลาการภิวัฒน์" น่าจะใช้คำว่า"ตุลาการวินาศ" น่าจะถูกกว่า

ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณ

ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย

ปราชัญ ลวมชม

[quote=ปราชัญ ลวมชม]ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย[/quote]

**ที่เสนอความคิดเห็นมา เนี๊ยะ..! เข้าใจคำว่าการเมือง ไหมหนอ..! พ่อคุณทูลหัว..! จะบอกให้รู้ไว้ การเมือง คือเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลย นี่คือโลกของมนุษย์ ถ้าไม่เป็นดังว่า คงเป็นเรื่องผิดปกติแน่เลย..! ว่ามั๊ย..! แต่ปัญหาคือ คุณต้องมีความเป็นธรรม แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์นั้นให้ทั่วถึง และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนไทยไม่ค่อยจะมี บ้านเมืองถึงได้วุ่นวาย ไม่จบสิ้น คุณต้องเข้าใจให้ได้ว่า กติกาเขาให้อยู่ได้ 4 ปี ก็ต้อง 4 ปี ซิ..! ถ้าไม่เป็นไปตามนี้มันก็ไร้กติกา นอกกติกากันแล้ว..! ชิมิ ชิมิ..

อาจารย์หรือ หมอดู

อาจารย์หรือ หมอดู รัฐบาลของประชาชน นั่งเทียนเดาอยู่กรุงเทพๆ ถ้า รบ อยู่เกิน 1ปี คุณควรพิจารณตัวเองด้วยเก่งเหลือเกิน มองเห็นอนาคตได้

1.นายก ปู

1.นายก ปู นานาชาติมาให้กำลังใจและประเทศมหามิตรเสนอให้การสนับสนุนการเงินอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาตร์

2.ขอให้ท่านนายกพยามทำสิ่งที่ได้ประกาศวิส้ยทัศน์และนโยบายคิดล้ำหน้าไห้เป็นจรืงสำผัสได้เหมือนพี่ชายท่านเคยทำ

3.เสียงส่วนน้อยทีมีอัครติมีวิสัยทัศที่ต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดาต้องอดทนและมีพื้นทีให้เขาเหล่านั้นได้ปลดปล่อยบ้าง

4.ความจริงต้องปรากฎ ผู้เสียหายต้องเป็นผู้ได้รับการเยียวยา การให้อภัยต้องมาจากผู้เสียหายไม่ใช่มารที่ไหนมาให้อภ้ย

5.ผู้เสียอำนาจกลัวกรรมจะตามทันเชื่อเถอน้ำลดตอผุดกฎธรรมชาติสรรพสิ่งล้วนมีอายุไขของมันหมดบุญกรรมก็ตามทัน

6.ผมเชื่อมั่นว่าคนไทยเริ่มตาสว่างรู้จักคุณค่าอำนาจและสิตธิมนุย์ชนเป็นเจ้าของประเทศและต้องมีส่วนร่วมบริหารประเทศ

อย่าให้ใครมาปล้นหรือมาเป็นายเป็นอันขาด พวกที่ตาสว่างจะเข้าในเรื่องที่เขียนมา

นกวิชาการที่ว่าออกเหลืองนิดๆห

นกวิชาการที่ว่าออกเหลืองนิดๆหรือเปล่า ก็ให้รู้ไปสิว่าตัวแทนของประชาชนคนไทยส่วนมากใว้วางใจจะอยู่ไม่ได้ ถ้าตั้งใจทํางานให้กับประชาชนจริงๆคูณยิ่งลักษณ์ไม่ต้องกังวล คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เขารู้ว่าใครบริหารประเทศเก่งมีความสามารถ อย่าไปเรียกพวกนี้เป็นนักวิชาการเลยต้องเรียกวิชาเกิน นักวิชาเกินพวกนื้เป็นพวกขี้อิจฉา พรรคการเมืองที่ตัวเองเลือกไม่ได้มาบริหารก็เลยทัตัวเป็นผู้รู้ คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นๆ อาสัยสื่อคอยทําลายฝั่งตรงข้าม คือพูดกันง่ายๆตัวป่วนความเจริญของประเทศ

พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม

[quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวมชม]ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย[/quote]

**ที่เสนอความคิดเห็นมา เนี๊ยะ..! เข้าใจคำว่าการเมือง ไหมหนอ..! พ่อคุณทูลหัว..! จะบอกให้รู้ไว้ การเมือง คือเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลย นี่คือโลกของมนุษย์ ถ้าไม่เป็นดังว่า คงเป็นเรื่องผิดปกติแน่เลย..! ว่ามั๊ย..! แต่ปัญหาคือ คุณต้องมีความเป็นธรรม แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์นั้นให้ทั่วถึง และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนไทยไม่ค่อยจะมี บ้านเมืองถึงได้วุ่นวาย ไม่จบสิ้น คุณต้องเข้าใจให้ได้ว่า กติกาเขาให้อยู่ได้ 4 ปี ก็ต้อง 4 ปี ซิ..! ถ้าไม่เป็นไปตามนี้มันก็ไร้กติกา นอกกติกากันแล้ว..! ชิมิ ชิมิ..[/quote]

***ผมนะเข้าใจในเรื่องของการเมืองพอสมควร และเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแก่งแย่งผลประโยชน์ และนั่นจะเป็นสาเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มได้ในเวลาไม่เกินหนึ่งปี เพราะการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมนั้นไม่มี คนที่ได้ก็อยากจะได้มากขึ้น คนที่ไม่ได้ก็อยากจะได้ แต่เค๊กนะมีก้อนเดียวปริมาณจำกัด จึงไม่อาจสนองความต้องการของคนทุกคนได้อย่างที่ต้องการ ส่วนกติกาที่ว่าให้อยู่ได้ 4 ปีนั้น เมื่อมีการกดดันมากๆ หรือมีเหตุขัดข้องต่างๆนาๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลที่จะบริหารประเทศได้ ก็อาจจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

***แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของโลกีย์วิสัย ซึ่งไม่ไช่กิจของสงฆ์ไม่ไช่หรือครับ? เหตุใดพระคุณเจ้าจึงมายุ่งเกี่ยวด้วยละครับ

ปราชัญ ลวนชม

[quote=ปราชัญ ลวนชม][quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวมชม]ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย[/quote]

**ที่เสนอความคิดเห็นมา เนี๊ยะ..! เข้าใจคำว่าการเมือง ไหมหนอ..! พ่อคุณทูลหัว..! จะบอกให้รู้ไว้ การเมือง คือเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลย นี่คือโลกของมนุษย์ ถ้าไม่เป็นดังว่า คงเป็นเรื่องผิดปกติแน่เลย..! ว่ามั๊ย..! แต่ปัญหาคือ คุณต้องมีความเป็นธรรม แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์นั้นให้ทั่วถึง และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนไทยไม่ค่อยจะมี บ้านเมืองถึงได้วุ่นวาย ไม่จบสิ้น คุณต้องเข้าใจให้ได้ว่า กติกาเขาให้อยู่ได้ 4 ปี ก็ต้อง 4 ปี ซิ..! ถ้าไม่เป็นไปตามนี้มันก็ไร้กติกา นอกกติกากันแล้ว..! ชิมิ ชิมิ..[/quote]

***ผมนะเข้าใจในเรื่องของการเมืองพอสมควร และเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแก่งแย่งผลประโยชน์ และนั่นจะเป็นสาเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มได้ในเวลาไม่เกินหนึ่งปี เพราะการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมนั้นไม่มี คนที่ได้ก็อยากจะได้มากขึ้น คนที่ไม่ได้ก็อยากจะได้ แต่เค๊กนะมีก้อนเดียวปริมาณจำกัด จึงไม่อาจสนองความต้องการของคนทุกคนได้อย่างที่ต้องการ ส่วนกติกาที่ว่าให้อยู่ได้ 4 ปีนั้น เมื่อมีการกดดันมากๆ หรือมีเหตุขัดข้องต่างๆนาๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลที่จะบริหารประเทศได้ ก็อาจจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

***แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของโลกีย์วิสัย ซึ่งไม่ไช่กิจของสงฆ์ไม่ไช่หรือครับ? เหตุใดพระคุณเจ้าจึงมายุ่งเกี่ยวด้วยละครับ[/quote]

**คุณนี่โง่ จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่ กันแน่..! อาตมาคิดว่าคุณนี่ น่าจะโง่ จริง ๆ นั่นแหละ..! เรื่องพระสงฆ์กับการเมือง เนี๊ยะ..! คุณรู้มั๊ย..! อย่างน้อยที่สุดเขาพูดคุยถกเถียงกันอย่างหนักมา 5 ปีแล้ว มัวไปมุดถ้ำอยู่ที่ไหนมา..! พอโผล่ออกมาก็อวดโง่ ออกมาที่เดียว เลยเชียว..! หัดอวดฉลาดบ้าง ดิ..! คือคนจะฉลาดต้องรู้ว่าตัวเองโง่มาก่อน อ่ะน่ะ..! ส่วนคนอวดโง่มาก่อนมันคิดว่าตัวเองนั้นฉลาดเสียเต็มประดา นะสิ..! กลับไปศึกษาประวัติศาตร์พระสงฆ์กับการเมืองไทย หรือประวัติพระพุทธศาสนากับการเมืองของโลก ให้อะเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ไป๊..! ค่อยมาคุยกับอาตมา มันถึงจะคุยรู้เรื่องกัน..! (ถามจริง ๆ อ่ะนะ คุณเป็น พธม. อะป่าว..! ) หรือเป็นทาสพรรคประชาธิปัตย์ ล่ะ..! (ขอบอกว่าเราไม่ได้รังเกียจว่าคุณเป็นคนไทย หรอกน่ะ แต่รังเกียจความคิดการกระทำอันชั่วช้าสามานต์ของพวกคุณ อ่ะน่ะ..! ) คริ คริ..

พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม

[quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวนชม][quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวมชม]ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย[/quote]

**ที่เสนอความคิดเห็นมา เนี๊ยะ..! เข้าใจคำว่าการเมือง ไหมหนอ..! พ่อคุณทูลหัว..! จะบอกให้รู้ไว้ การเมือง คือเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลย นี่คือโลกของมนุษย์ ถ้าไม่เป็นดังว่า คงเป็นเรื่องผิดปกติแน่เลย..! ว่ามั๊ย..! แต่ปัญหาคือ คุณต้องมีความเป็นธรรม แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์นั้นให้ทั่วถึง และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนไทยไม่ค่อยจะมี บ้านเมืองถึงได้วุ่นวาย ไม่จบสิ้น คุณต้องเข้าใจให้ได้ว่า กติกาเขาให้อยู่ได้ 4 ปี ก็ต้อง 4 ปี ซิ..! ถ้าไม่เป็นไปตามนี้มันก็ไร้กติกา นอกกติกากันแล้ว..! ชิมิ ชิมิ..[/quote]

***ผมนะเข้าใจในเรื่องของการเมืองพอสมควร และเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแก่งแย่งผลประโยชน์ และนั่นจะเป็นสาเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มได้ในเวลาไม่เกินหนึ่งปี เพราะการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมนั้นไม่มี คนที่ได้ก็อยากจะได้มากขึ้น คนที่ไม่ได้ก็อยากจะได้ แต่เค๊กนะมีก้อนเดียวปริมาณจำกัด จึงไม่อาจสนองความต้องการของคนทุกคนได้อย่างที่ต้องการ ส่วนกติกาที่ว่าให้อยู่ได้ 4 ปีนั้น เมื่อมีการกดดันมากๆ หรือมีเหตุขัดข้องต่างๆนาๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลที่จะบริหารประเทศได้ ก็อาจจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

***แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของโลกีย์วิสัย ซึ่งไม่ไช่กิจของสงฆ์ไม่ไช่หรือครับ? เหตุใดพระคุณเจ้าจึงมายุ่งเกี่ยวด้วยละครับ[/quote]

**คุณนี่โง่ จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่ กันแน่..! อาตมาคิดว่าคุณนี่ น่าจะโง่ จริง ๆ นั่นแหละ..! เรื่องพระสงฆ์กับการเมือง เนี๊ยะ..! คุณรู้มั๊ย..! อย่างน้อยที่สุดเขาพูดคุยถกเถียงกันอย่างหนักมา 5 ปีแล้ว มัวไปมุดถ้ำอยู่ที่ไหนมา..! พอโผล่ออกมาก็อวดโง่ ออกมาที่เดียว เลยเชียว..! หัดอวดฉลาดบ้าง ดิ..! คือคนจะฉลาดต้องรู้ว่าตัวเองโง่มาก่อน อ่ะน่ะ..! ส่วนคนอวดโง่มาก่อนมันคิดว่าตัวเองนั้นฉลาดเสียเต็มประดา นะสิ..! กลับไปศึกษาประวัติศาตร์พระสงฆ์กับการเมืองไทย หรือประวัติพระพุทธศาสนากับการเมืองของโลก ให้อะเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ไป๊..! ค่อยมาคุยกับอาตมา มันถึงจะคุยรู้เรื่องกัน..! (ถามจริง ๆ อ่ะนะ คุณเป็น พธม. อะป่าว..! ) หรือเป็นทาสพรรคประชาธิปัตย์ ล่ะ..! (ขอบอกว่าเราไม่ได้รังเกียจว่าคุณเป็นคนไทย หรอกน่ะ แต่รังเกียจความคิดการกระทำอันชั่วช้าสามานต์ของพวกคุณ อ่ะน่ะ..! ) คริ คริ..[/quote]

***ผมจะโง่ หรือ ผมจะเป็นพันธมิตร หรือเป็นทาสพรรคประชาธิปัตย์ก็แล้วแต่ แต่คนที่คิดว่าเป็นพระสงฆ์ยังติดยึดอยู่กับสิ่งเหล่านี้อยู่ ก็ไม่น่าจะห่มผ้าเหลืองหรอกครับ
***ป่วยการที่จะมาถกเถียงกับคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว ทำอะไรถูกต้องหมด ถึงจะห่มผ้าเหลืองอยู่ แต่ก็อาจจะเป็นสมี หรืออลัชชีได้นะครับ

คงคาดการณ์เอา.

คงคาดการณ์เอา. ฐิตินันท์ไม่ได้พูดเกินจริง. ประเทศไทยถูกครอบงำความคิดมาแต่อ้อนแต่ออก ให้เคารพเทิดทูนบูชาสถาบัน จงรักภักดีต่อสถาบัน พยายามพร่ำบอก กรอกหูอยู่ทุกคืน ทุกวันว่า มีพระคุณอเนกอนันต์ล้ำเลิศ ต่อพสกนิกรชาวไทย

แต่ที่น่าเสียดายก็คือ การบังคับใช้กฎหมายของตำรวจ อัยการ และศาล ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ...นำเอากฎหมายหมิ่นสถาบันฯมาใช้พร่ำเพรื่อ กลั่นแกล้งกัน(จับขังลืมโดยไม่ต้องไต่สวน พิจารณาคดีลับ ปิดบังสายตาประชาชน ไม่โปร่งใส ไม่ยอมให้ประกันตัว ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแจ้งชัด) จนทำให้มีผลกระทบต่อสถาบัน ทำให้สถาบันเป็นที่เสื่อมศรัทธาของประชาชน มากกว่าจะทำให้ประชาชนเกิดจิตสำนึก ระลึกถึงเองโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ.

ไม่อยากให้เป็นดังที่ฐิตินันท์คาดการณ์..ประเทศไทยควรจะหลุดพ้นจากหลุมมหันตภัยเสียที...

ทำไมรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร/รัฐบาลที่มีทหารหนน มีมือที่มองไม่เห็นค้ำจุน จึงจะอยู่ได้นาน-กว่ารัฐบาลของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ?

ทำไมรัฐบาลชวน/ รัฐบาลอภิสิทธิ์/ รัฐบาลจอมพล.ป./จอมพล.ส./จอมพล.ถ.ถึงอยู่ได้นาน .ขณะที่รัฐบาลคึกฤทธิ์/รัฐบาลบรรหาร/รัฐบาลชวลิต/รัฐบาลสมัคร/รัฐบาลสมชายถึงอยู่ไม่นาน....อย่าลืมว่ารัฐบาลทักษิณเป็นรัฐบาล(ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน) แรกที่อยู่ได้นานถึง 4 ปีเต็ม.มาพลาดท่า ก็สมัยที่สองนี่ดอก ที่อยู่ไม่ได้นานเพราะดันไปยุบสภา-เสียท่าพวกแก็งค์กวนเมือง

การเผชิญกับแรงกดดันจากพรรคที่แพ้การเลือกตั้ง-พรรคประชาธิปัตย์? พรรคภูมิใจไทย.-พวกแก็งค์กวนติน-มารเหลืองอสรพิษพธม.เจ๊กลิ้มลอง เจ๊กอ้วนเจิมศักดิ์ เจ๊กปีศาจคาบไปป์เจ๊กตุลย์ ที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง -

ประชาชนมีสติปัญญา เฉลียวฉลาดกว่าพวกที่เรียกตัวว่าเป็น ปัญญาชน นักวิชาการ อาจารย์... ความคิดความอ่านของประชาชนทั่วไป ไม่ได้ด้อยกว่าคนที่ร่ำเรียนในระบบ จบถึงขั้นปริญญาตรี โท เอก จากเมืองนอกเมืองนา...

ทำอย่างไรกลุ่มพลังอำนาจเก่าเก็บกด-กษัตริย์นิยม ผู้ที่ชื่นชมกับความคิดที่อยู่ในกรอบปฏิบัติที่เคยมี...จึงจะอยู่ร่วมกันได้กับพวกประชาธิปไตยนิยมซึ่งเป็นพลังอำนาจใหม่-ที่ไม่ยึดติดกับความคิดที่อยู่ในกะลา -ในกรอบ...ต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน -การใช้กำลังเข้าห้ำหั่น ตัดสินความ ล้าสมัยเสียแล้ว....ไม่มีพลังอำนาจใดที่จะชนะพลังอำนาจของประชาชนได้.

ถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ รีบปฏิบัติการทันทีที่แถลงนโยบายเสร็จ ไม่ทันให้พวกเขี้ยวลากดินได้ทันตั้งตัว..จะสามารถบริหารบ้านเมืองได้นาน จนครบวาระ- 4 ปี

1.รีบเร่งทำประชามติกะการยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วนำเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาปัดฝุ่นแก้ไขปรับใช้ให้ทันสมัยต่อเหตุการณ์.ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน -ไม่ว่า จะเป็นการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง-ดูด้านดีมานด์ซัพพลาย ดูต้นทุนค่าใช้จ่าย ดูรายรับ ทรัพย์สินให้สมดุล พิจารณากำไรขาดทุน จับโน่น ชนนี่ ไม่ช้าก็จะทำให้สินค้ามีปริมาณมากพอ มีราคาถูกลงได้ -เล่นไม่ยาก.

2.รีบปฏิรูปกองทัพ/ปฏิรูปศาล,กระบวนการยติธรรม,สื่อสารมวลชนโดยรีบด่วน จัดการโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพ/อธิบดีดีเอสไอ/อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์/ผอ.สถานีเอ็นบีที/ผอ.อสมท.ทันที

3.รีบดำเนินการตามนโยบาย อื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน

1. รบ จะมีอายุยืนยาวครบ 4 ปี

1. รบ จะมีอายุยืนยาวครบ 4 ปี โดยจะมีการปรับเปลี่ยน รมต ให้เหมาะสม มิใช่จะมีผู้ใดเป็นผู้สั่งการ
ระงับ ยกเลิกได้ นอกเหนือไปจากการเลือกตั้ง
2. อาจารย์ ควรเน้นเลือกการเลือกตั้งว่า เป็นกลไกสร้างระบอบประชาธิปไตยที่น่าจะดีที่สุด ไม่ใช่ให้ ปชช
จำยอมต่อการรัฐประหาร หรือ ชี้นำว่าน่าจะมีการรัฐประหารภายในเวลาอันสั้น
3. ทหารไม่มีหน้าที่ชี้เป็นชี้ตาย รบ หรือ ทำรัฐประหาร การปกครองในระบอบประชาธิปไตย
4. การให้ พรรค ปชป พัฒนาตนเอง เป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรคิดได้เอง ถ้าจะเป็นผู้นำพาประเทศได้
5. อาจารย์ เรียนตำราฝรั่ง อยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่คนต่างจังหวัด สถานะฐานะค่อนข้างดี ซึ่งต่างจากความเป็นคนไทย
ส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ที่ขาดโอกาสดีดีต่างๆ แม้เรื่องเบื้องต้น การรักษาพยาบาล บางแห่งยังไม่รู้จักการชลประทาน
หรือการช่วยเหลือตนเองเบื้องต้นในวิชาชีพ บางพื้นที่มีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับคนเชื่อชาติเดียวกันแต่ปัจจุบันอยู่คนละ
ประเทศ มิใช่ native เช่นเดียวกันกับคนหลายกลุ่มในกรุงเทพฯ ที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งและตัดสินบ้านเมืองจาก
พื้นฐานของตนเองที่เป็นกลุ่มคนส่วนน้อย ไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่
6. ทางออกที่อาจารย์บอกนั้นถูกต้อง แต่ช่วยอธิบายวิธีการอย่างชัดแจ้ง

ปล ถ้าคุณอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ แม้บางช่วง คุณจะอ่าเฉพาะช่วงนั้นไม่ได้ แต่คุณต้องอ่านมาแต่เริ่มต้น เพราะแต่ละเหตุการณ์มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน แม้ต้องอ่านประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องด้วย คุณจึงจะมีข้อเท็จจริงมากขึ้น

ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่า

ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่า ถ้าเป็นอาจารย์ในยุคก่อนแสดงความคิดเห็นนั้น ต้องฟัง เช่น อ. สุรชัย
แต่ถ้าเป็นอาจารย์ในยุคนี้ เป็นเหมือนของสำเร็จรูป ความรู้ครึ่งๆกลางๆ ภาพลักษณ์ภายนอกอาจดูดี
หรือว่า คนรุ่นปัจจุบัน ไม่ค่อยมีคุณภาพ ยกเว้น อ.ประจักษ์

ปราชัญ ลวนชม

[quote=ปราชัญ ลวนชม][quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวนชม][quote=พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม][quote=ปราชัญ ลวมชม]ความเห็นของคุณฐิตินันท์และคุณพิชญ์ก็เป็นอีกมุมองหนึ่ง แต่สำหรับผมก็คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ตั้งแต่เริ่มรับรู้ชัยชนะในการเลือกตั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็เริ่มรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของคนรอบข้างที่ก่อนเลือกตั้งต่างก็ยังไม่มีทีท่าอะไร มีแต่ให้การสนับสนุนประสานเสียงเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุด แต่หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นักวิชาการที่สนับสนุน และกลุ่มทุนทั่งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต่างก็แสดงท่าทีออกมาซึ่งแน่นอนหลายๆเรื่องก็ขัดแย้งกัน เพราะต่างต้องการอำนาจที่จะจัดการให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการ

แต่สังคมไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยเท่านั้น กลไกของสังคมปัจจุบันโยงใยกับองค์กรต่างๆ หลายองค์กรการที่จะทำให้ทุกองค์กรปฏิบัติตามไม่อาจอาศํยเพียงอำนาจของรัฐบาลออกกฏหมายบังคับ แต่ต้องสมเหตุสมผล และยุติธรรมจึงจะขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมืองมา จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงบางคนก็เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 300.00 บาท ซึ่งก็ถูกคัดค้านจากภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร คุณยิ่งลักษณ์ก็ไดแต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะให้แค่กรุงเทพกับภูเก็ตก่อน ปัญหานี้แน่นอนที่ทีมเศรษฐกิจจะต้องพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาให้ ก็คงจะเป็นการพิสูจน์กึ๋นว่ามีขนาดไหน (แต่คงไม่ไช่ออกมาป่าวร้องว่าคนที่คัดค้านเป็นตัวแทนของอำมาตย์)

ไหนจะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอย ไหนจะปัญหาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องเฉลี่ยให้แก่กลุ่มต่างๆ (แน่นอนย่อมจะมีคนที่ผิดหวังและพร้อมที่จะป่วนให้เกิดคลื่นใต้น้ำ) ไหนจะปัญหานโยบายที่หาเสียงไว้ (ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า?) ไหนจะปัญหาต่างประเทศไม่ว่าจะกับเพื่อนบ้าน หรือมหาอำนาจต่างๆของโลก ทุกปัญหาเหล่านี้จะถาโถมเข้าใส่คุณยิ่งลักษณ์ตรงๆ

หากมองในแง่ดี คุณยิ่งลักษณ์อาจจะจัดการกับปัญหาต่างได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็ตือการป่วนของ ส.ส.ในพรรคนั้นเองเพราะลองไล่เรียงแต่ละคนแล้ว จะเห็นว่ามีการจับกลุ่มกันเป็นมุ้งต่างๆ แค่กลุ่มบางบอนกับกลุ่มคุณหญิงก็พร้อมที่จะกัดกันตลอดเวลา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอเวลาปะทุุ

กาลเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาว หรือจะตกม้าตาย[/quote]

**ที่เสนอความคิดเห็นมา เนี๊ยะ..! เข้าใจคำว่าการเมือง ไหมหนอ..! พ่อคุณทูลหัว..! จะบอกให้รู้ไว้ การเมือง คือเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ การแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลย นี่คือโลกของมนุษย์ ถ้าไม่เป็นดังว่า คงเป็นเรื่องผิดปกติแน่เลย..! ว่ามั๊ย..! แต่ปัญหาคือ คุณต้องมีความเป็นธรรม แบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์นั้นให้ทั่วถึง และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท ในระบอบประชาธิปไตย ที่คนไทยไม่ค่อยจะมี บ้านเมืองถึงได้วุ่นวาย ไม่จบสิ้น คุณต้องเข้าใจให้ได้ว่า กติกาเขาให้อยู่ได้ 4 ปี ก็ต้อง 4 ปี ซิ..! ถ้าไม่เป็นไปตามนี้มันก็ไร้กติกา นอกกติกากันแล้ว..! ชิมิ ชิมิ..[/quote]

***ผมนะเข้าใจในเรื่องของการเมืองพอสมควร และเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแก่งแย่งผลประโยชน์ และนั่นจะเป็นสาเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มได้ในเวลาไม่เกินหนึ่งปี เพราะการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมนั้นไม่มี คนที่ได้ก็อยากจะได้มากขึ้น คนที่ไม่ได้ก็อยากจะได้ แต่เค๊กนะมีก้อนเดียวปริมาณจำกัด จึงไม่อาจสนองความต้องการของคนทุกคนได้อย่างที่ต้องการ ส่วนกติกาที่ว่าให้อยู่ได้ 4 ปีนั้น เมื่อมีการกดดันมากๆ หรือมีเหตุขัดข้องต่างๆนาๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลที่จะบริหารประเทศได้ ก็อาจจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

***แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของโลกีย์วิสัย ซึ่งไม่ไช่กิจของสงฆ์ไม่ไช่หรือครับ? เหตุใดพระคุณเจ้าจึงมายุ่งเกี่ยวด้วยละครับ[/quote]

**คุณนี่โง่ จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่ กันแน่..! อาตมาคิดว่าคุณนี่ น่าจะโง่ จริง ๆ นั่นแหละ..! เรื่องพระสงฆ์กับการเมือง เนี๊ยะ..! คุณรู้มั๊ย..! อย่างน้อยที่สุดเขาพูดคุยถกเถียงกันอย่างหนักมา 5 ปีแล้ว มัวไปมุดถ้ำอยู่ที่ไหนมา..! พอโผล่ออกมาก็อวดโง่ ออกมาที่เดียว เลยเชียว..! หัดอวดฉลาดบ้าง ดิ..! คือคนจะฉลาดต้องรู้ว่าตัวเองโง่มาก่อน อ่ะน่ะ..! ส่วนคนอวดโง่มาก่อนมันคิดว่าตัวเองนั้นฉลาดเสียเต็มประดา นะสิ..! กลับไปศึกษาประวัติศาตร์พระสงฆ์กับการเมืองไทย หรือประวัติพระพุทธศาสนากับการเมืองของโลก ให้อะเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ไป๊..! ค่อยมาคุยกับอาตมา มันถึงจะคุยรู้เรื่องกัน..! (ถามจริง ๆ อ่ะนะ คุณเป็น พธม. อะป่าว..! ) หรือเป็นทาสพรรคประชาธิปัตย์ ล่ะ..! (ขอบอกว่าเราไม่ได้รังเกียจว่าคุณเป็นคนไทย หรอกน่ะ แต่รังเกียจความคิดการกระทำอันชั่วช้าสามานต์ของพวกคุณ อ่ะน่ะ..! ) คริ คริ..[/quote]

***ผมจะโง่ หรือ ผมจะเป็นพันธมิตร หรือเป็นทาสพรรคประชาธิปัตย์ก็แล้วแต่ แต่คนที่คิดว่าเป็นพระสงฆ์ยังติดยึดอยู่กับสิ่งเหล่านี้อยู่ ก็ไม่น่าจะห่มผ้าเหลืองหรอกครับ
***ป่วยการที่จะมาถกเถียงกับคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว ทำอะไรถูกต้องหมด ถึงจะห่มผ้าเหลืองอยู่ แต่ก็อาจจะเป็นสมี หรืออลัชชีได้นะครับ[/quote]

**ชัด เลย..! คริ คริ..! พฤติกรรม ความคิด โวหารอย่างนี้ เป็นพวกพันธมิตร แน่นอน..! เพราะว่าเคยพบเจอมาหลายร้อย คน พฤติกรรมจะออกก้าวร้าวรุนแรง เมื่อถกเถียงด้วยเหตุผลสู้ไม่ได้..! นี่ขอบอก น่ะ..!(ถ้าจะปลอมตัวมาเป็นแดงก็ให้เนียน ๆ หน่อย..! โดยเฉพาะอารมณ์ดิบ ๆ ให้อดกลั้นไว้บ้าง อ่ะน่ะ..) คริ คริ..

**ชัด เลย..! คริ คริ..!

**ชัด เลย..! คริ คริ..! พฤติกรรม ความคิด โวหารอย่างนี้ เป็นพวกพันธมิตร แน่นอน..! เพราะว่าเคยพบเจอมาหลายร้อย คน พฤติกรรมจะออกก้าวร้าวรุนแรง เมื่อถกเถียงด้วยเหตุผลสู้ไม่ได้..! นี่ขอบอก น่ะ..!(ถ้าจะปลอมตัวมาเป็นแดงก็ให้เนียน ๆ หน่อย..! โดยเฉพาะอารมณ์ดิบ ๆ ให้อดกลั้นไว้บ้าง อ่ะน่ะ..) คริ คริ..[/quote]

***ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยบอกเลยว่าเป็นแดง และไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องเป็นแดงเลย ที่ไม่มีเหตุผลนะลองย้อนมองดูตัวเองก่อนเถอะครับ ผมเข้ามาแสดงความคิดเห็นตามที่ผมคิดเห็น ซึ่งใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ผมไม่เคยที่จะยกตนข่มคนอื่นว่าเขาโง่หรืออวดโง่ และอีกอย่างก็คือผมเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เที่ยวเดินขอข้าวคนอื่นกิน มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นของผมเอง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีความสำรวมตามที่คนธรรมดาน่าจะมี แต่บ่างคนลักษณะในการเขียนข้อความย่อมแสดงให้เห็นได้ว่ามีความสำรวมมากน้อยประการใด เหมาะสมกับสถานะภาพแค่ไหน ถึงได้บอกไปว่า แค่ห่มผ้าเหลืองอาจจะไม่ไช่พระสงฆ์ อาจจะเป็นสมีหรืออลัชชี ก็ได้

ปราชัญ ลวนชม wrote:**ชัด

[quote=ปราชัญ ลวนชม]**ชัด เลย..! คริ คริ..! พฤติกรรม ความคิด โวหารอย่างนี้ เป็นพวกพันธมิตร แน่นอน..! เพราะว่าเคยพบเจอมาหลายร้อย คน พฤติกรรมจะออกก้าวร้าวรุนแรง เมื่อถกเถียงด้วยเหตุผลสู้ไม่ได้..! นี่ขอบอก น่ะ..!(ถ้าจะปลอมตัวมาเป็นแดงก็ให้เนียน ๆ หน่อย..! โดยเฉพาะอารมณ์ดิบ ๆ ให้อดกลั้นไว้บ้าง อ่ะน่ะ..) คริ คริ..[/quote]

***ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยบอกเลยว่าเป็นแดง และไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องเป็นแดงเลย ที่ไม่มีเหตุผลนะลองย้อนมองดูตัวเองก่อนเถอะครับ ผมเข้ามาแสดงความคิดเห็นตามที่ผมคิดเห็น ซึ่งใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ผมไม่เคยที่จะยกตนข่มคนอื่นว่าเขาโง่หรืออวดโง่ และอีกอย่างก็คือผมเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เที่ยวเดินขอข้าวคนอื่นกิน มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นของผมเอง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีความสำรวมตามที่คนธรรมดาน่าจะมี แต่บ่างคนลักษณะในการเขียนข้อความย่อมแสดงให้เห็นได้ว่ามีความสำรวมมากน้อยประการใด เหมาะสมกับสถานะภาพแค่ไหน ถึงได้บอกไปว่า แค่ห่มผ้าเหลืองอาจจะไม่ไช่พระสงฆ์ อาจจะเป็นสมีหรืออลัชชี ก็ได้[/quote]

**ขอโทษนะครับ ..! โอ๊ย..! หวานเสียเลี่ยนเลย..! คริ คริ..! นี่จะบอกให้ น่ะ..! ถ้าใจคุณสกปรก ต่อให้ใช้สำนวนคำหรือวาจาที่อ่อนหวานอย่างไร มันก็แสดงออกมาถึงความมืดบอดแห่งปัญญา และเลี่ยนเสียจนน่าสะอิดสะเอียน อ่ะน่ะ..! นี่แค่อาตมาบอกว่าโง่..! ถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยเหรอ..! อาตมาเองก็โง่ตั้งมากมายไม่เห็นจะต้อง ซีเรียสเลย..! สงสัยต้องไปเสนอให้ราชบัณฑิตยกเลิกการใช้คำว่า "โง่" คำนี้ในภาษาไทยเสียแล้วกระมัง เพราะว่า ใครยกคำนี้มาพูดถึงคนในสังคมไทย เห็นเป็นเดือดเป็นแค้นทุกที มันจะอะไรกันนักกันหนา..! ยังกะสังคมไทยมีแต่ผู้ฉลาดปราชญ์เปรื่องที่สุดในโลก ว่างั้น เถอะน่ะ..! อี้..! (ถ้าเป็นดังว่า..ถอยดีกว่าเรา) คริ คริ..!