เครือข่ายลุ่มน้ำเหนือจี้รัฐทบทวนแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น

20 ส.ค. 54 - เครือข่ายลุ่มน้ำเหนือจี้รัฐทบทวนแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น ชี้รัฐต้องทบทวนแผนการจัดการลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำ และหันมาผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำโดยชุมชน ซึ่งจะเป็นทางออกในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนและผลักดันการจัดการน้ำชุมชน แถลงการณ์ ลุ่มน้ำภาคเหนือ ทบทวนแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น สิทธิชุมชน มาตรา 66 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บุคคลซึ่งรวมตัวกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ หรือฟื้นฟู จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน มาตรา 67 สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติ และต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม พื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน และต้นน้ำสาขาแม่น้ำโขง-สาละวิน แม่น้ำนานาชาติสายสำคัญของโลก มีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า มีผืนดินที่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา เนินเขา ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เหมาะสำหรับการทำการเกษตร มีแหล่งน้ำสายหลักและลำน้ำสาขามากมายหลายสาย และพื้นที่ชุ่มน้ำในที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง เราจึงพบเห็นความหลากหลายของพันธุ์ปลา สัตว์น้ำ นกน้ำประจำถิ่นและนกอพยพ ป่าไม้อันหนาแน่น ทั้งป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ก่อให้เกิดความหลากหลายของพรรณพืชและสัตว์ป่า การจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเหนือของประเทศไทย ได้ยึดตามยุทธศาสตร์การจัดการลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำ รวมทั้งนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ โดยมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นองค์กรสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ยังคงเน้นหนักการก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และการผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำ แม้นโยบายดังกล่าวคาดว่าจะเกิดผลดีต่อประชาชนในภาคเกษตร โดยจะให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มมากขึ้น เพื่อการอุปโภคและบริโภคและเพื่อการเพาะปลูกได้ตลอดปีในหลายล้านไร่ คาดว่าครัวเรือนเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และประเทศจะสามารถแข่งขันในการเป็นแหล่งผลิตอาหารโลกได้ตามนโยบายรัฐบาล แต่ผลกระทบเชิงลบที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในหลายประเด็น คือ หนี้สาธารณะที่เกิดจากการก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และโครงการผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำซึ่งต้องกู้เงินต่างประเทศผลกระทบของการก่อสร้างและการผันน้ำเหล่านั้นต่อระบบนิเวศในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคอย่างกว้างขวาง ผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ผลกระทบต่อสิทธิการใช้น้ำของประชาชนและสิทธิการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและกำหนดนโยบายน้ำขององค์กรท้องถิ่น ผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนของแม่น้ำระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงถึงกัน นอกจากการก่อสร้างเขื่อนแล้ว คือ การผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำภายในและระหว่างประเทศ ซึ่งในภาคเหนือจะมีการจัดทำโครงการเช่น โครงการกก-อิง-น่าน โครงการผันน้ำแม่น้ำเมย-สาละวิน สู่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก นอกจากนี้ยังได้มีโครงการจัดทำระบบชลประทานแบบท่อ เครือข่ายส่งน้ำทั่วประเทศ (National Water Grid System) เป็นต้น เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ ขอเสนอต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้ 1 รัฐต้องทบทวนแผนการจัดการลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำ และหันมาผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำโดยชุมชน ซึ่งจะเป็นทางออกในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนและผลักดันการจัดการน้ำชุมชน โดยใช้แนวคิดภูมิปัญญาชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นวางแผนการจัดการน้ำชุมชน โดยคนในพื้นที่มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน 2 รัฐต้องยุติการผลักดัน พรบ.น้ำ ที่จะเป็นการรวมศูนย์อำนาจการจัดการน้ำไว้ที่รัฐ และเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในสิทธิของชาวบ้านและชุมชน ในการจัดการน้ำโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกับภูมินิเวศน์ที่เหมาะสมสอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่น 3 รัฐต้องกระจายอำนาจและงบประมาณให้กับชุมชนท้องถิ่น ในการวางแผนระบบการจัดการน้ำโดยชุมชน รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและระบบการจัดการน้ำของชุมชนท้องถิ่น และให้สิทธิและอำนาจการจัดการน้ำแก่ชุมชนท้องถิ่น โดยมีกฎหมายรองรับ 4 รัฐต้องจัดตั้งกองทุนผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน และผลกระทบจากภัยเขื่อนแตก รวมทั้งภัยที่เกิดจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากรัฐภัย 5 รัฐต้องยุติการผลักดัน และยกเลิกโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศไทย เช่น โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการเขื่อนแม่น้ำยม โครงการเขื่อนยมบน จ.แพร่, โครงการเขื่อนแม่วงศ์ จ.นครสวรรค์, โครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ, โครงการเขื่อนแม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร, โครงการเขื่อนท่าแซะ โครงการเขื่อนรับร่อ จ.ชุมพร, โครงการเขื่อนลำโดมใหญ่ จ.อุบลราชธานี, โครงการเขื่อนเขื่อนคลองกราย จ.นครศรีธรรมราช, โครงการเขื่อนสายบุรี จ.ปัตตานี เป็นต้น 6 รัฐต้องยอมรับและส่งเสริมการจัดการน้ำโดยชุมชน เคารพต่อภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ละท้องถิ่น ที่มีความแตกต่างในการจัดการน้ำของแต่ละชุมชนท้องถิ่น อาทิ ระบบเหมืองฝาย ระบบการเกษตรที่สอดคล้องกับน้ำต้นทุนทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิถีการผลิตที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ 7 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ตามที่มีรายละเอียดในแผนการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งจัดทำโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งแผนการพัฒนาลุ่มน้ำของกรมทรัพยากรน้ำเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก แผนดังกล่าวสามารถแก้ปัญหา การขาดแคลนน้ำได้โดย ใช้งบประมาณ เฉลี่ยแล้วหมู่บ้านละประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น 8 รัฐต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านและชุมชนฟื้นฟูสภาพป่าอย่างเร่งด่วน รวมทั้งฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการดูดซับและเก็บน้ำไว้ในฤดูน้ำหลาก อีกทั้งต้องยุติการส่งเสริมการเกษตรที่บุกรุกและทำลายป่า ทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำ และสนับสนุนให้ชุมชนได้มีสิทธิในการดูแลรักษาป่าชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนปลูกต้นไม้เพิ่มตามศักยภาพและความเหมาะสมของแต่ละชุมชน 9 รัฐต้องแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่ผ่านมา อาทิ เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี, เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา จ.ศรีษะเกษ, เป็นต้น รวมทั้งกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทบทวนโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ และรับผิดชอบ ต่อกรณีที่เป็นผลพวงจากโครงการพัฒนาโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ เพราะมีชาวบ้านมากมายที่ต้องโยกย้ายและเกิดปัญหาตามมามากมายกับคนเหล่านั้น อันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ไม่ตอบโจทย์ตามคำที่กล่าวอ้างไว้และยังเป็นปัญหาตามมาจนถึงวันนี้ 10 โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า แร่ ฯลฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชน รวมทั้งต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ และผ่านกระบวนการประชาวิจารณ์ที่เป็นธรรม 11 รัฐต้องยุติการผลักดันโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำสาละวิน รวมทั้งหยุดผลัดดันโครงการผันน้ำ กก อิง น่าน โครงการโขง ชี มูน เป็นต้น 12 รัฐต้องประสานการร่วมมือในการทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำชาวบ้าน การกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน โดยตระหนักถึงระบบนิเวศน์ และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ 13 รัฐต้องทบทวนนโยบายการพัฒนาลุ่มน้ำ ที่เน้นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ โครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ เพื่อการจัดหาน้ำหรือการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ ถือเป็นแนวคิดที่หน่วยงานด้านการจัดการน้ำ ยึดเป็นแนวทางหลักของการบริหารจัดการน้ำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยการวิเคราะห์ปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำท่วม เป็นผลสืบเนื่องจากการมีแหล่งเก็บกักน้ำที่ไม่เพียงพอสำหรับเก็บน้ำในช่วงหน้าฝน และไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าแล้ง 14 รัฐต้องทบทวนนโยบายการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ ขอแสดงความนับถือ เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ

Comments

ต้องทบทวนหน่อยนะ น้องปูจ๋า

ต้องทบทวนหน่อยนะ น้องปูจ๋า ฟังเสียงประชาชนคนรากหญ้าที่เขาเลือกพรรคเพื่อไทย ขืนดื้อดึงดันรัฐบาลน้องปูอยู่ไม่ได้เน้อ ทางที่ดีน้องปูไปลงพื้นที่ที่สะเอียบแก่งเสือเต้นเลยไปพบปะกะพี่น้องชาวบ้าน ลากคอคุณลุงบรรหาร และ คุณลุงเฒ่าน้ำตาจอระเข้สนั่นขจรประสาท(ตั้งใจเขียนแบบนี้ จิง จิง เพราะแกประสาท จิง จิง) ไปลงพื้นที่ด้วยเน้อ แล้วพี่น้องชาวบ้านจะพาพวกที่อยู่บนหอคอยงาช้างไปแหกตาดู แล้วจะรู้ว่าไผเป็นไผ

12

12 รัฐต้องประสานการร่วมมือในการทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำชาวบ้าน การกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน โดยตระหนักถึงระบบนิเวศน์ และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ
55555555555 เวลาน้ำท่วมฝนแล้งคนในพื้นที่นั่นแหละจะเป็นจะตายกัน ไอ้เครื่อข่ายนี่มาพูดเสร็จก็กลับไปนอนโรงแรมแล้วเจอมากับตัวเองแล้ว

นอนทีไหนไม่สำคัญดอกคับ

นอนทีไหนไม่สำคัญดอกคับ ขอเพียงมีใจใหพี่น้องชาวบ้านที่ถูกรุกรานวิถีชีวิต ผมเองก็เคยนอนโรงแรม ใครจะนอนบ้านพี่น้องชาวบ้านก็นอนได้ผมเองก็นอนมาหลายครั้งแล้ว มันอยู่ที่ใจ อย่าเหมารวม เป็นเรื่องจิ๊บจ้อยคับ ถ้าเอาเรื่องนี่มาพูด แลกเปลี่ยนเท่านั้นเองเจ้า

นอนทีไหนไม่สำคัญดอกคับ

นอนทีไหนไม่สำคัญดอกคับ ขอเพียงมีใจใหพี่น้องชาวบ้านที่ถูกรุกรานวิถีชีวิต ผมเองก็เคยนอนโรงแรม ใครจะนอนบ้านพี่น้องชาวบ้านก็นอนได้ผมเองก็นอนมาหลายครั้งแล้ว มันอยู่ที่ใจ อย่าเหมารวม เป็นเรื่องจิ๊บจ้อยคับ ถ้าเอาเรื่องนี่มาพูด แลกเปลี่ยนเท่านั้นเองเจ้า

น้ำท่วมเมืองอุดรฯ

น้ำท่วมเมืองอุดรฯ ก็เพราะถม/รุกล้ำห้วยหมากแข้ง ไม่เห็นองค์กรฯ ใดๆ โดยเฉพาะหมาไทย(มหาดไทย)ให้ความสำคัญ
พูดแล้วเซ็งยายเป็ด ปปง.

ขอยกจากอีกกระทู้มาตอบ

ขอยกจากอีกกระทู้มาตอบ เพราะไม่มีเวลา เนื้อหาอาจไม่ตรงกระทู้ข่าวนี้ เท่าไหร่มีเวลาจะมาลงรายละเอียดเแพาะกระทู้นี้ ตามนี้

ครับ อ่านแล้วคนที่เขียนบทความสะท้อนปัญหาแค่ ขี้ไคล(ปุ๋ย)เอามาสรุปภาพรวม ของปัญหาระดับอวัยวะหรือร่างกายแบบหลักไปหาอดีตได้(เหมือนเขียนหนังการ์ตูน) แม้เขื่อนกับโจทย์น้ำท่วมภาคกลางและภาคเหนือ มันตอบโจทย์ไม่ได้ทั้งหมด?และโจท์แก่งเสือนเต้น นั้นเขื่อนไม่ใช่ตัวตอบโจทย์ทั้งหมด?(มันต้องคิดไกลกว่าเขื่อนเพราะเขื่อน มันเก่าแล้ว)

คือต้องคิดให้ไกลเกินเงื่อนไขของคำว่ามี? หรือไม่มีเขื่อนแก่งเสือเต้น(เพราะบางที่เขื่อนอาจจะใช่แต่พื้นที่นี้ไม่ใช่ ก้ได้) เงื่อนไขเพราะเราได้เปลี่ยนแปลงธรรมชาติไปไกลแล้ว และเอาคืนกลับแบบเดิมยิ่งกว่าฝันกลางวัน(แต่เจ้าของบทวิเคราะห์ใช้หลักคิด แบบนั้นที่ตอบโจทย์ได้แค่กระพรี้ปัญหากรอบเดิมๆแบบฝันกลางวันเหมือนหนัง การ์ตูนมันทำลายไปไกลแบบเอากลับมาไม่ได้แล้ว)

นั้นคือเมื่อเราออกแบบธรรมชาติไปไกลระดับนี้ หลักคิดที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ต่อให้เนรมิตรระบบนิเวสน์กลับไปที่เดิม(ฝันกลางวันของเจ้าของกระทู้) ปัญหาก็ไม่จบ(และตอบโจทย์ได้น้อยกว่าเขื่อนด้วย แต่เขื่อนผลกระทบข้างเคียงเยอะไปและเก่าไปแค่นั้น)

ผมเคยให้ต้นแบบภาคอิสาณไปแล้ว และเพราะแต่ล่ะภาคฯ,พื้นที่ เงื่อนไขตัวแปรต่างกันมากจะใช้ชุดความคิดสำเร็จรูปเดียวกันไม่ได้? บางพื้นที่เมกะฯหรือแมคโครฯตอบโจทย์ได้กว่าไมรโครฯ(เช่นอิสาณ ต้องตอบแบบแมคโครฯหรือระบบชนประทานขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ขนาดหรือแค่เขื่อน แต่คือระบบคิด) ที่ผมชี้ไว้ในนี้ระดับหนึ่งนั้นคือลุ่มแม่น้ำมูล

แต่โจทย์ภาคกลางและเหนือ ต้องใช้หลายๆอย่างประกอบ ทั้งแมคโครฯไมรโครฯ(เพราะพื้นที่กว้างหลากหลายตัวแปร) ปิง,วัง,ยม,น่าน ขั้นบันไดน้ำ(แต่ฝายแม้ว เล็กเกินไปใช้ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมที่ถุกทำลายไปไกลระดับนี้ไม่ได้?ใน ภาพกว้างแต่บางพื้นที่ย่อยๆเล็กๆได้) ขั้นบันไดน้ำและสลับกับเแก้มลิง เพื่อแอพซอร์พทางน้ำไหล แทนธรรมชาติเดิม(ป่าไม้และร่องน้ำธรรมชาติเดิม เก่าที่ถูกก่อสร้างปิดทางน้ำ)

คือเงื่อนไขไขใหม่ที่เราสร้างทำลาย ไปมันไปไกลมาก ดังนั้นระบบสำรองที่จะออกแบบให้เอาปัญหาอยู่จึงต้องคิดเผื่อไว้ไกลมาก?ให้ บัลลานซ์กัน (นี่แค่ลองเทสๆด้วยฝนความกดอากาศในการในการให้ซ้อมเต้นยังไม่จนาดพายุเต็มๆ ยังอ่วมขนาดนี้? นี่แค่เตือนและสอนน่ะ?ไม่ได้ลงโทษที่บอกว่าถ้าฉันร้องไห้เมื่อไหร่? แม้เทวดายังจมน้ำตาย เพราะนี่แค่ให้ซ้อมเต้นฝึกไว้)

หัวใจสำคัญที่สุดคือระบบฐานข้อมูลน้ำและฐานข้อมูล ภูมิศาสตร์สารสนเทศ ทั้งหมด เอามาคิดตอบโจทย์ เฉพาะแยกย่อยไปตามตัวแปร เงื่อนไขพื้นที่ (ไม่มีชุดสำเร็จรูปตายตัวเพราะเงื่อนไขเฉพาะแต่ล่ะพื้นที่กำหนด)

ดังนั้นการตอบโจทย์จึงต้องบูรณาการร่วมกับคนพื้นที่ บวกตัวช่วยด้านวิชาการด้านการบริหารจัดการอย่างเป็นอาชีพ ลงไป สร้างทางเลือกให้เขาตัดสินใจอย่างมีระบบและมีส่วนร่วม เป็นจริงตามโจทย์เฉพาะ บนหลักคิดที่เป็นคอนเซ็ปท์หลักๆ เช่น ขั้นบันไดน้ำที่ใหญ่กว่าฝายแม้ว สลับแก้มลิง จนถึงบายพาสทางน้ำไหล ขึ้นกับเงื่อนไขพื้นที่

และแนวคิดเจ้าพระยา2ที่เคยเสนอ ในลุ่มน้ำภาคกลางน่าสนใจกว่า แก่งเสือเต้นหลายเท่า?ที่ต้องหยิบมา ไม่ใช่แก่งเสือเต้น ที่ให้ไปซ้อมเต้นไม่ใช่ที่นี่ไร้สาระ และชุดความคิดหลายอันที่คนพื้นที่เอามาใช้ในรายการหลายๆรายการที่ดูคร่าวๆ ยังใช้ไม่ได้ หลักคิดส่วนใหญ่ ยังสำรองปัญหาได้ไม่ถึง10% ของเงื่อนไขตัวแปรที่จะเกิดได้ และนี่แค่เนื้อหา ของการทดสอบแค่30% ของสิ่งที่จะเกิดจะเจอได้ เช่นพายุระดับดีเปสฯ,โซนร้อน เรายังไม่เจอ? แต่ความน่าจะเป็นที่จะเจอสูงมาก(โชคดีที่ปู้ย่าตายายกันไว้ให้จากที่ตั้งทาง ภูมิศาสตร์ขนาดนี้เบากว่าเวียตนามฟิลิปปินส์หลายพันเท่า แค่นี้มันยังคิดต่อยอดหาทางป้องกันกันไม่เป็น)

น้ำท่วมช่วงๆนี้แค่บททดสอบ ระดับเบา(แค่ซ่้อมเต้นเองจัดให้ด้วย) แต่มันไปบ้าแค่แก่งเสือเต้น เ้พราะถ้าน้ำท่วมประเทศไทยทั้งหมดก่อนบ้านผมศรีษะเกษ(เฉพาะบ้านแม่น่ะ)จึงจะ น้ำท่วมครับ บนเงื่อนไขห่างแม่น้ำมูล แม่น้ำหลักแค่ไม่ถึงกิโล? งงไหม?(บ้านอะไรไปเชคเอา)?ใครทำน้ำท่วมบ้านผมได้ระดับนาข้าว? มาเอารางวัลจากผมได้ครับท้าทุกราย เพราะถ้าตรงนั้นท่วม? จะท่วมได้ประเทศไทยไม่เหลือสักตารางน้ิวครับท่วมหมด?

ที่ยกมาเพื่อให้เห็นว่าในพื้นที่ ที่ว่าท่วมหนักทำไม? แม้ไม่ใช่พื้นที่สูงระดับเดียวกับที่มีปัญหาแถมต่ำกว่าทำไมไม่ท่วม? หลักคิดนี้มันจึงเป็นสูตรสำเร็จของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเป็นแพคเก ตเดียวสำเร็จรูปไม่ได้

ที่ราบลุ่มภาคกลาง เจ้าพระยาสองต้องคิดให้เห็นรูปธรรม นั้นคือการบายพาสทางน้ำไหล ระดับเดียวกับแนวคิดที่ไหญ่กว่าถนนสายเอเซียแต่เป็นซุปเปอร์ไอเวย์ มารองรับถนนเดิม จนถึงวิธีคิดนี้ทำได้เลยเป็นแนวคิดระดับแมคโครฯ หรือโครงการขนาดใหญ่ ที่ใครในรายการไปพล่ามในทีวีว่าการตอบโจทย์แบบนี้ ต้องระดับกลางและเล็กเท่านั้น?เพื่อสวนหมัดผมที่เสนอให้หลากหลายและไปถึงแมค โครฯในบางที่ คือต้องทำทันที เพราะยิ่งเร็วงบจะยิ่งน้อยกว่าความเสียหายจากการท่วมซ้ำซาก เพราะเขาป้องให้เข้าทางเศรษฐกิจพอเพียงหรือหลักคิดล้าหลังแบบเก่าๆที่สุดก็ วนปัญหาซ้ำซากแบบเก่าๆ

ลำน้ำยม ต้องตอบโจทย์ไปไกลกว่าเขื่อน? แต่ใช้ทุนฯ รวมผลกระทบน้อยกว่าเขื่อนขนาดใหญ่(ขั้นบันไดน้ำที่ใหญ่กว่าฝายแม้วออกแบบ หรือขนาดไปตามลักษณะพื้นที่ สลับกับอ่างเล็กๆแบบแก้มลิงตามร่องน้ำเดิมแล้วเพิ่ม การบายพาสทางน้ำไหลไปตามร่องน้ำหรือแม่น้ำสาขา เพื่อส่งน้ำ พร่องน้ำ ไปยังอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกลางใหญ่ เพื่อใช้ในหน้าแล้งในแบบชลประทานระบบท่อ ในการพร่องน้ำเติมน้ำ ทั้งระหว่างอ่างฯกลางเล็กใหญ่จนถึงกับลุ่มน้ำ?

ที่จะไม่เน้นขนาดใหญ่แบบเขื่อนอย่างเดียว แต่ใช่การพร่องน้ำเติมน้ำระหว่าง แหล่งน้ำเล็กกลางใหญ่จนถึงเขื่อน ในหน้าแล้งทั้งระบบท่อและคลองส่งตามประยุกต์ตามเงื่อนไขพื้นที่

แนวคิดแบบนี้ไปไกลกว่าเขื่อน และเคยคิดเป็นแบบสำเร็จรูปของลุ่มน้ำมูลไว้ในนี้(แนวกุดคือแนวแก้มลิง ธรรมชาติที่จะต้อง เติม หรือขยายศักยภาพจากธรรมชาติของแนวกุดเดิม ตรงนั้นในการตอบโจทย์แบบแก้มลิงในแม่น้ำมูลที่ต่างไปจากในลุ่มน้ำกลางเหนือ นี้ในรายละเอียด

เรื่องนี้ถ้าให้คิดในรายละเอียด มันแยกย่อยเยอะมาก เพราะมันมีมีชุดความคิดสำเร็จรูป บนเงื่อนไขความเฉพาะตัวของแต่ล่ะลุ่มน้ำภูมิประเทศ แต่เงื่อนไขคือระบบฐษนข้อมูลสารสนเทศ ทั้งระบบ จะเป็นตัวช่วยในการวางแผนของแต่ละเงื่อนไขพื้นที่ว่าจะใช้แบบไหนบนเงื่อนไข คือเราทำลายระบบนิเวสนืเดิมไปมาก ดังนั้นเราทำลายไปแล้ว ทำลายเป็นต้องออกแบบสำรองชดเชยให้ธรรมชาติเป็นด้วย ไม่ใช่ทำลายเป็นอย่างเดียวที่สำคัญที่สุดกลับไปที่เคยเป็นนั้นไม่ได้อีกแล้ว ฝันกลางวันน่ะเจ้าของกระทู้เพราะนั้นมันหนังการ์ตูน???

เอ้าขอทิ้งไว้คร่าวกรณีนี้

เอ้าขอทิ้งไว้คร่าวกรณีนี้ กรอบวิธีคิดแบบนี้ มันคือสิ่งที่ล้มเหลวซ้ำซาก แล้วพลาญงบประมาณมหาศาลกว่าโครงการต้นแบบที่ผมคิดไว้มหาศาล ทั้งอิสาณเขียว มินาซาว่าตำริกละลายแม่น้ำไปกับชุดความคิดแบบข้างบนนี้เสนอครับ(คือทั้งเก่าและวนปัญหาแบบเดิมๆ)

ละลายกับโครงการชลประทานขนาดเล็ก หลายสิบเท่ากับต้นแบบที่ผมคิดครับ แล้วจะยังวนปัยหาแบบเก่าๆ เพราะกรอบวิธีคิดที่เก่าแบบนี้ครับมีเวลาจะลงรายละเอียดเฉพาะอย่างเป็นณุปธรรมว่าเก่าอบยางไรล้าหลังแบบไหนวนอย่างไร ซ้ำซากไม่มีทางหลุดพ้นปัยหาเดิมๆได้อย่างไร?

อ้อครับข้อความยาวๆยกมาจากอีกก

อ้อครับข้อความยาวๆยกมาจากอีกกระทู้ อีกคนที่คุยเรื่องปุ๋ยตะกอนน้ำน่ะครับไม่ได้ดูถูกเนื้อหาที่คนเลห่านี้สรุปมาแบบนั้นทั้งหมด

…………………………………………..........แก่

…………………………………………..........แก่งเสือเต้น......................

............
................................เอาสิเอาเลยล้าง.......ไล่เสือ
.................เสือแก่กินมะเขือ......................เผาได้
.................เสือใกล้ตายตามเถือ.................ถางพง ดงเอย
.................เขี้ยวเสือหลุดสิ้นไร้..................แหลกร้าวคราวหมอง

.................................ไยเสือเต้นตั้งต้อง.....สองขา
.................ใช่ตัวสองตัวมา........................มั่วตั้ว
.................เสือสมิงผวา............................ว่าคน คณนา
.................แบ่งข้างเป็นขั้วขั้ว.....................ขย่มยมขยำ

..............................เหตุผลของสองขั้ว.......เคืองขยาย
.................ขึ้นคาตาชั่งฉาย........................ส่องแคว้น
.................ดงดิบกันดารฝาย......................ฝ่ายต้าน
.................เสือสองขาเต้นแค้น...................แก่งน้ำยามสลาย

..............................เสือพีเพราะป่าป้อง........ปกเสือ
....................ต้นน้ำงามจ้ำเรือ......................หน้าแล้ง
....................ยากจนหนี้ท่วมเถือ..................ทุกป่า
....................เสือซุ่มรีสอร์ตแว้ง...................กัดเสือ

..............................เสือเต้นต้องมนตรา......ตรึงไว้ ไทยเอย
....................ก่อนถึงสุโขทัย......................อย่าทิ้ง
....................ขุดบ่อบึงเบี่ยงไป...................เปลี่ยนทาง น้ำนา
....................เขื่อนใหญ่ยำพงไพรพริ้ง.........พรากพลัดภูผา

..............................แก่งเสือเต้นต้องสู้........เสือหิว
....................ก่อสร้างเกี้ยเซี้ยซิว................เล่นเส้น
....................กี่ขุนเขาเข้าคิว......................ไอ้เสือ เอาวา
....................ผู้รับเหมาวิ่งเต้น....................แต่น้ำลายสอ.

ครับ เมื่อได้มีเวลาอ่านจนครบ

ครับ เมื่อได้มีเวลาอ่านจนครบ ยอมรับว่าข้อเสนอทั้งหมดมีหลายข้อที่น่าสนใจ และควรให้ความสำคัญ(ประเด็นการมีส่วนร่วมของพื้นที่ เนื่องจากเงื่อนไขความต่างทั้งอัตลักษณ์และลักษณะภูมิศาสตร์สารสนเทศเฉพาะพื้นที่)

แต่เนื้อหาอื่นๆ มันวนและมีเงื่อนไขที่จะกลับไปแบบเก่าๆ บนฐานความเข้าใจความคิดที่ติดยึดติดกรอบชุดความคิดของนักปกครองรุ่นเก่าคตรอบไว้ และแบบหนังการ์ตูนที่จะกลับไปที่เดิม? แบบเก่าๆเพราะโจทย์นี้ตัวแปรเงื่อนไข ใหม่ๆ ไปไกลมาก ไปไกลกว่าระบบคิดแบบเก่าๆจะรับปัญหาได้(แม้แต่แก้มลิง)

สิ่งสำคัญอันดับแรกภาครัฐต้องทำความเข้าใจโจทย์ใหม่(ที่ผมชี้ไว้ว่าตัวแปรเะงื่อนไขใหม่ๆมันไปไกลเกินระบบคิดเก่าๆจะรับปัญหาได้)ให้ภาคปชช.เข้าใจก่อนเพื่อปรับจูนระบบคิด เพราะถ้าเขาเข้าใจแล้ว ความร่วมมือบนฐานความเข้าใจที่ีตรงกันบวกความเชื่อใจความเชื่อมั่น มันทำอะไรก็ง่าย,รื่น???(แต่เงื่อนไขโครคงสร้างอำนาจตัวแปรน่ากลัวกว่า)

และผลลัพธ์เป็นคุณต่อทุกฝ่าย บนเงื่อนไขการมีส่วนร่วม(ผมเห็นด้วยอย่างเดียวกับการเคลื่อนไหกวนี้แค่ตรงนี้) ส่วนอย่างอื่นค่อนข้างใช้ไม่ได้หรือถ้าใช้ได้ต้องคุยกันอีกนานมากว่าที่มาจากตัวตนหรือครอบงำทางโครงสร้างอำนาจในระบบคิดเก่้าๆหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน

เรื่องนี้ ต้องมีตัวช่วยที่แข็งแรงมากจากภาครัฐเพราะตัวแปรเงื่อนไขมันไปไกลกว่าที่จะแก้ปัญหาด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านโดยลำพังได้หลักวิชาการ การชี้แจงให้เข้าใจเงื่อนไขที่เราไปออกแบบละเมิดธรรมชาติไว้มากมาย ตรงนี้คือเงื่อนไขที่ระบบคิดแบบเก่าลำพังภูมิปัญญาชาวบ้านที่ติดยึดกับระบบนิเวสน์แบบเก่าๆ(จะกลับไปหาหนังการ์ตูน) มันเป็นไปไม่ได้แล้ว

ดังนั้นตัวช่วยทางวิชาการจากภาครัฐ ต้องลงไปบนความเข้าใจการมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจ ระดับที่ตรงกันก่อน จึงจะลงมือได้ นี่คือเงื่อนไขที่ผมให้ความสำคัญอัตลักษณ์พื้นที่ก่อนตามคำเรียกร้องที่ผมให้ความสำคัญที่สุดของกลุ่มนี้ในการบวนการ การมีส่วนร่วมตัดสินใจแบบมีตัวช่วย ไม่ใช่ลำพังแบบเดิมๆ เพราะโจทย์ใหม่ๆมันเป็นไปไม่ได้ หรือได้ก็จะวนปัญหามาแบบเดิมๆ

เพราะกรอบความคิดเดิมๆที่ยังไม่เข้าใจโจทย์ที่มันไปไกลแล้ว บนเงื่อนไขคน? เป็นคนไปทำลายไว้ออกแบบใหม่ไว้ และไปไกลเกินกว่าที่จะกลับมาพูดเรื่องเก่าๆ เรื่องนี้จึงต้องใช้หลักวิทยาศาสตร์กระบวนการการมีส่วนร่วม แบบปชต.ในการทำความเข้าใจร่วมตัดสินใจของอัตลักษณ์พื้นที่

และจะต้องไม่มีชุดความคิดสำเร็จรูป แพคเกตเดียวรวมศูนย์ตามกรอบประชานิยมแบบเก่าๆเพราะเงื่อนไขความต่างทั้งทางอัตลักษณ์และภูมิศาสตร์สารสนเทศน์พื้นที่ ต่างกันการเข้าถึงฐานข้อมูลเฉพาะตรงนี้ จะทำให้เราตอบโจทย์พื้นที่ได้ตรง แม้จะต้องบูรณาการร่วมกับองค์รวมปรัชญาหลักการแก้ไขปัญหา แต่ต้องประยุกต์ใช้บนเงื่อนไขความต่างเฉพาะพื้นที่บนการมีส่วนร่วม จะทำให้ความผิดพลาดผลกระทบน้อยกว่าที่แล้วๆมาที่เอาปลากระป๋องความคิดสำเร็จรูปจากส่วนกลางลงไปปาหัวเขาบนความผิดพลาดแบบปากมูล

จนเกิดปัญหาแบบเขื่อนปากมูล ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นเขื่อนอาจจะไม่ใช่คำตอบ? แต่ แนวคิดแก้มลิงของพระราชดำราช เพียงแค่เราไปช่วยศักยภาพทางธรรมชาติ บนเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป จากการขยายแนวกุด แนวแก่ง ของแม่น้ำมูลอาจจะเป็นคำตอบที่ใช่กว่าแนวคิดสำเร็จรูปจากส่วนกลางแบบเขื่อน(แต่เขื่อนแม่น้ำมูนอาจจะใช้กับพื้นที่อื่นที่ตรงโจทย์บูรณาการน้ำแบบใหม่ได้) ผมไม่ปฎิเสธเขื่อนแต่ ต้องผ่านกรบวนการคิดที่ถุกต้องเหมาะสมตรงโจทย์ก่อน

นั้นคือ หลักคิด แบบเขื่อนตอนนี้มันแบ่งแยกบนภาพลักษณ์ที่ผิดพลาดที่ไปสร้างงเื่งื่อนไขเก่าๆไว้ไม่ใช่ว่าตัวตนความคิดแบบเขื่อนมีปัญหาทั้งหมด เพราะขาดความเะข้าใจเงื่อนไขแต่ละพื้นที่เกินไป ผลกระทบที่มากมาย และมีรอยต่อความผิดพลาด เช่นที่เขื่อนปากมูลกับเขื่อนราษีฯ ชุมชน ระหว่างเขื่อนรอยต่อระหว่างเขื่อนมีปัญหาผลกระทบมาก

แต่ถ้าเปลี่ยนระบบคิดให้เข้าหาธรรมชาติมากขึ้น(แนวกุดแนวแก่งเดิม เพื่อแค่เพิ่มเติมธรรมชาติตรงนั้นในการปรับตัวเข้าหาเขา ไม่ใช่ไปเถียงกับธรรมชาติด้วยระบบคิดแบบเขื่อนชุดสำเร็จรูปเดิมๆ)

ดังนั้นการปรับระบบคิดเข้าหาหรือเสริมธรรมชาติดีกว่าเอาเทคโนฯแบบคนหรือชุดความคิดสำเร็จรุปจากส่วนกลางไปเถียฃธรรมชาติความต่างและธรรมชาติภูมิศาสตร์ตรงนั้น จนตัดสินใจแบบเขื่อนที่ สุ่มเหวียงแห ลงไปบนชุดความคิดแบบเขื่อนอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้? หรือแม้บางพื้นที่อาจจะใช้ได้อยู่ แต่ต้องผ่านการทำความเข้าใจต่อเงื่อนไขผลกระทบเก่าๆที่เขากลัวจนแหยงแล้ว

จนมันปิดโอกาข้อเท็จจริงของคนพื้นที่จะเปิดใจรับกับมันได้? (สมมุติแนวคิดเรื่องเขื่อนบางพื้นที่ใช้ได้หรือจำเป็นต้องใช้)แต่คนอคติจากภาพเะก่าๆไปแล้ว มันจึงยากแล้ว คือผมไม่ได้แอนตีี่้้้ แนวคิด แบบเขื่อน? แต่เขื่อนไม่ใช่ชุดความคิดสำเร็จรูปของเมกะฯหรือแมคโครฯของการบริหารจัดการน้ำ จนชาวบ้านค่อนข้างกลัวถ้าพูดถึง?

แต่ระบบชุดความคิดแบบเมกะฯหรือแมคโครฯ ในการบริหารจัดการน้ำรูปแบบอื่นๆ ที่ใช่และตอบโจทย์ได้ เช่นบายพาสทางน้ำไหลกับเจ้าพระยา2 ระบบชลประทานแบบท่อเพื่อใช้ผันน้ำเติมน้ำ ระหว่างลุ่มน้ำเพื่อลดการสูญเสียทางผิวดินที่โครงการอิสาณเขียวผิดพลาดมหาศาล

จริงๆโครงการอิสาณเขียวผิดพลาดนิดเดียวตรงที่ขาดแหล่งน้ำขนาดใหญ่สนับสนุนและการสูญเสียน้ำบนผิวดิน? ด้วยเงื่อนไขสภาพภูมิประเศ สแบบทุ่งหญ้าสะวันนา ในอิสาณ(ทุ่งกุลฯาไกล้ๆเงื่อนไขแบบทะเลทรายหรือสะวันนา ภูมิประเศสเกือบจะแบบนั้น?การสูญเสียน้ำผิวดินหน้าแล้งเร็วกว่าผื้นที่อื่นๆมาก)

แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่จะมาเติมเต็มยากมากจนทำให้โครงการอิสาณเขียวล้มเหลวตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมหาศาล? แล้วคือเหตุผลที่หลานผมขาหักจากรอยสักอัปลักษณ์อันนี้ ทุกวันนี้มันใช้อะไรไม่ได้เลย?เป็นรอยสักอัปลักษณ์ที่คือแรงบันดารใจให้ผมคิดต้นแบบการแก้ไขปัญหาน้ำนี้ไว้สมัยนั้น?

แต่ชลทานระบบท่อ(ตรงนี้ไม่ใช่ต้นคิดของผมแต่บังเอิญมันตรงกับสิ่งที่ผมหา)จะลดเงื่อนไขการสูญเสียน้ำผิวดิน แต่ต้องเติมเต็มแหล่งน้ำ แบบขั้นบันไดที่ว่าไว้ในการเติมน้ำพร่องน้ำระหว่าง อ่างเก็บน้ำเล็ก,กลาง,ใหญ่จนถึงระหว่างลุ่มน้ำ เช่นโขงชีมูล(ในพื้นที่อื่นๆก็ใช้เหมือนกันต่างแค่รายละเอียดความต่างพื้นที่)

สรุปก็คือ แนวคิดของรบ.นี้ที่มาจากรบ.เดิม(ท่านสมัคร)ที่ต่อ ยอดจากที่ผมเคยพูดไว้หรือเขาคิดของเขาเองแต่หลายเรื่องที่บังเอิญตรงกับผม? ส่วนใหญ่ใช้ได้? เพียงแต่ต้องปรับเรื่องการทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์ และเพิ่มกระบวนการการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น

เพราะชุดความคิดกรอบเดิมๆที่กลัวการเปลี่ยนแปลงหรือแย่งความชอบธรรมฐานมวลชนจากนักปกครองรุ่นเก่า(ตัวต้นน้ำปัญหาใหญ่ขณะนี้ในโครงสร้างอำนาจแบบไทยๆ)และเชื่อว่าคนกลุ่มนี้(ที่เดินขบวนเรียกร้องนี้)ได้รับอิทธิพลความคิดตรงนี้มาเกิน80% จึงคือเงื่ือนไขหลัก ของพันธาการอุปสรรคที่จะหลุดพ้นจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากยากมาก?

จากเงื่อนไขโครงสร้างอำนาจแบบนี้ ปชช.กลุ่มนี้90%รับอิทธิพลทางความคิดตามกรอบโครงสร้างอำนาจแบบนี้? มาสร้างเื่งื่อนไข ในการเปิดใจรับ สิ่งใหม่ที่จะพาเราหลุดพ้นปัญหาน้ำท่วม? แล้ง? ซ้ำซากนี้เพราะโครงสร้างอำนาจเก่าไม่ยอม หรือยอมให้เปลี่ยนแปลงไม่ได้? เพราะ มันมีเงื่อนไขการแย่งพื้นที่ความชอบธรรมของนักปกครองรุ่นเก่ารุ่นให?ม่จากโครงสร้างอำนาจแบบนี้่

ผมเชื่อว่านี่คือปัญหาอุปสรรคใหญ่ที่สุด ที่แนวคิดนี้ของผมจะเป็นหมัน? เพราะ เงื่อนไขคือ คิดได้แต่ทำไม่ได้? ติดที่อำนาจ,วาสนา,บารมี,ต้นทุนทางสังคม? ไม่ถึงนักปกครองสองขั่วอำนาจเขาที่ผลัดกันปกครองและแย่งความชอบธรรมจนเอาปัญหานี้เป็นตัวประกัน

ผมฝากไปถึง คนกลุ่มนี้ที่ออกมาด้วย เป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า? เชคด้วย เพราะลำพังความเชื่อที่ถูกครอบงำหลายชั้น มันพันธนาการมิจฉาทิฐิ จนพันธนาการทางออกจริงๆไว้ที่ความเป็นเครื่องมือของนักปกครองเขาเท่านั้น???