วิกิลีกส์เผย “ลี กวน ยู” มองเศรษฐกิจประเทศไทย ไปไกลเกินกว่าจะ “พอเพียง”

โทรเลขสถานทูตสหรัฐประจำประเทศสิงคโปร์ซึ่งเผยแพร่ทางเว็บไซต์วิกิลีกส์ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เปิดเผยบทสนทนาระหว่างลี กวน ยู รัฐมนตรีที่ปรึกษาของสิงคโปร์ แพทริเชีย เฮอร์โบล์ด ทูตสหรัฐประจำประเทศสิงคโปร์และ ราล์ฟ “สกิป” บอยซ์ ทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ถึงสถานการณ์การเมืองไทยหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตยในประเทศไทย โทรเลขที่ชื่อว่า \LEE KUAN YEW DISCUSSES THAILAND'S FUTURE\" (ลีกวนยู แสดงทัศนะอนาคตของประเทศไทย) ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 เปิดเผยว่า ลี กวน ยู แสดงความเป็นกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน และกล่าวว่า การได้รับความนิยมของพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่บ่อนเซาะความสามารถของประชาชนไทยในการรับหลักการประชาธิปไตยแบบ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” ทั้งในทางวัฒนธรรมและจิตใจ ลี กวน ยู ยังกล่าวด้วยว่า พฤติกรรมการนอบน้อมของข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และกองทัพที่มีต่อสถาบันฯ ทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างพลเมือง (First among equals) และเป็นสิ่งที่ชนชั้นนำเอาไปใช้สร้างความชอบธรรมของการกีดกันคนธรรมดาสามัญออกไปจากอำนาจทางการเมือง ในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ ลี กวน ยู มองว่า ประเทศไทยผ่านการปฏิรูปเศรษฐกิจมาไกลเกินว่าที่จะกลับไปใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียง โดยชี้ว่าทักษิณ ในฐานะนักธุรกิจ เป็นผู้ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากจนทำให้คนไทยโดยเฉพาะชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ไม่ต้องการเศรษฐกิจแบบ “พอเพียง” และกล่าวว่า ประเทศไทยแตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ ที่มีแนวโน้มทำรัฐประหาร ในแง่ที่มีชนชั้นกลางที่มีการศึกษาจำนวนมาก และชนชั้นกลางบางส่วนที่มีโอกาสไปศึกษาในสหรัฐอเมริกา ก็มีส่วนในการกำหนดเศรษฐกิจตามวิถีของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ลี กวน ยูยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การกลัวทักษิณ ชินวัตรกลับประเทศ อาจทำให้ชนชั้นนำต้องทำลายรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ. 2540 เพื่อป้องกันการกลับมาของทักษิณ อย่างไรก็ตาม เขามองว่า ทักษิณก็อาจจะกลับมามีอำนาจใหม่ได้ เนื่องจากสำหรับการเมืองไทยแล้ว “เงินเป็นใหญ่” และพรรคประชาธิปัตย์เองก็ล้มเหลวในการใช้โอกาสนี้ขึ้นมามีอำนาจ เขายังตัดพ้อด้วยว่า การรัฐประหาร 19 กันยา ทำให้ประเทศไทยย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นใหม่ และตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้ว่าทักษิณจะคอร์รัปชั่น แต่เขาก็ “มีความสามารถ” ซึ่งทำให้หลายโครงการใหญ่ๆ หลายแห่งสร้างสำเร็จได้ภายใต้ยุคสมัยของเขา รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ ลี กวน ยูยังเชื่อว่า ชนชั้นนำไทยอาจจะย้อนกลับไปในสมัยก่อนที่มีรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ. 2540 ที่พรรคการเมืองมีขนาดเล็กและอ่อนแอ มากกว่าเลือกที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เรื่องที่เกี่ยวข้อง 06SINGAPORE3591

Comments

ชนชั้นนำไทยก็รู้เท่าๆที่ลีกวน

ชนชั้นนำไทยก็รู้เท่าๆที่ลีกวนยูรู้นะคะ แต่ว่าชนชั้นนำไทยจำเป็นต้องใช้"เศรษฐกิจพอเพียง"มาทำการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ เพราะว่าไม่รู้จะเอานโยบายเศรษฐกิจอะไรมาประชาสัมพันธ์

1. ชนชั้นนำไทยกินอยู่กะทุนนิยมโลกาภิวัฒน์มาเป็นร้อยปี ตั้งแต่เซ็นสนธิสัญญาเบาวริง แต่เขาเอาโลกาภิวัฒน์มาประชาสัมพันธ์ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นเขาจะขาดแนวร่วมในการล้มทักษิณ เพราะเอ็นจีโอจำนวนมากคือ"ซ้ายเก่า" ก็ร่วมกันกันสร้างวาทกรรม "ทุนนิยมสามานย์"พร้อมๆกะที่ชู"เศรษฐกิจพอเพียง"

2. จะเอานโยบายภูมิภาคนิยมคือโปรเอเชียแบบที่คนยุโรปทำในยุโรป ก็ติดตรงทีว่าจะนิยาม"เอเชีย"โดยปราศจากอาเซียนไม่ได้ จีนกะญี่ปุ่นไม่ต้องการความร่วมมือจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จีนกะญี่ปุ่นต้องการความร่วมมือจากทั้งอาเซียน

3. จะเอานโยบายโปรอาเซียนก็ไม่ได้ เพราะต้องญาติดีกะกัมพูชา จะทำให้ต้องหยุดโปรโมทลัทธิชาตินิยมซึ่งแฝงมากับเศรษฐกิจพอเพียง

การพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่มีนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ย่อมพาประเทศไปได้ไม่ไกล เพราะเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่วิชาปรัชญา ต้องมีการประเมินผลด้วยตัวเลขและตรรกะอย่างชัดเจน

ลี กวน ยิว

ลี กวน ยิว แค่พูดในสิ่งที่ตรงจริตกับคนกลุ่มหนึ่ง เฮ กันเข้าไป
ถามหน่อยเต๊อะ สิงคโปร์นี่มันประชาธิปไตยตรงไหน ?

สะอาด สงบ เจริญทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย แต่สังคมถูกบีบบังคับ ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจตรวจสอบ สื่อบอดใบ้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์--- จะเอาอย่างนี้?

เอาก็เอา ฮ่า ฮ่า ฮ่า
รออ่านคอมเม้นด่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า

มนุษย์คนหนึ่ง wrote:ลี กวน

[quote=มนุษย์คนหนึ่ง ]ลี กวน ยิว แค่พูดในสิ่งที่ตรงจริตกับคนกลุ่มหนึ่ง เฮ กันเข้าไป
ถามหน่อยเต๊อะ สิงคโปร์นี่มันประชาธิปไตยตรงไหน ?

สะอาด สงบ เจริญทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย แต่สังคมถูกบีบบังคับ ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจตรวจสอบ สื่อบอดใบ้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์--- จะเอาอย่างนี้?

เอาก็เอา ฮ่า ฮ่า ฮ่า
รออ่านคอมเม้นด่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า[/quote]

สิงคโปร์ไม่มีเสรีภาพทางการเมืองแต่คนสิงคโปร์มีความเท่าเทียมทางการเมืองนะคะ คือเขาไม่มีประชาธิปไตยเท่ากันหมดยกเว้นครอบครัวลีกวนยูที่เหมือน CEO บริหารประเทศจนรวยเร็วคนสิงคโปร์ก็หยวนให้เขาควบคุมประเทศต่อไป ถือว่าแลกเสรีภาพเศรษฐกิจกะเสรีภาพทางการเมือง

เรื่องขนาดประเทศ สิงคโปร์เล็กน่าเบื่อก็จริง แต่ว่า...

1. เวลาเบื่อๆเขาก็นั่งเครื่องบินมาเที่ยวเมืองไทยได้ เขาเที่ยวสุขสบายหรูหรายิ่งกว่าคนไทยอีกนะคะ คอนโดหรูหรากะโรงแรมหรูๆในไทยก็มีไว้รับร้องนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งคนสิงคโปร์กะไต้หวัน โรงแรมหรูหราในไทยไมได้ทำธุรกิจกับคนไทยเท่าไรค่ะ รีสอร์ทหรูๆไม่ว่าที่ภูเก็ตหรือสมุยนั่นหากินกะนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งนั้น เวลาเศรษฐกิจไทยฟุบนักลงทุนจากสิงคโปร์ก็ซื้อธนาคารซื้อบริษัทไทยด้วยนะคะ

2. เดี๋ยวนี้คนไทยไปทำงานสิงคโปร์มากขึ้นเพราะค่าแรงสิงคโปร์สูงกว่ามาก ไม่ใช่แค่แรงงานไร้ทักษะนะคะ แรงงานมีทักษะก็ด้วย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของเอเชีย(ที่อยากจะจัดตั้งธนาคารกลางเอเชีย)ก็อยู่สิงคโปร์ค่ะ อดีตรองผู้ว่าฯแบงค์ชาติของไทยก็ยังอยากย้ายไปทำงานที่นั่นในฐานะผู้อำนวยการเลยค่ะ ไปลงสมัครตำแหน่งนี้กะคนชาติอื่นแต่คนจีนได้ตำแหน่งไป

เรื่องของเรื่องคือคนสิงคโปร์และบริษัทสิงคโปร์มีกำลังซื้อมากกว่าคนไทยและบริษัทไทยค่ะ ขนาดประเทศเล็กไม่เล็กไม่เกี่ยว ประเทศที่รวยที่สุดในโลกคือประเทศเล้กนะคะ Loxembourg ประเทศเล็กติ๊ดเดียว แต่มีกำลังซื้อมากมาย ประเทศเล็กไม่มีอะไรให้ซื้อก็บินไปซื้อประเทศอื่นได้ค่ะ

การอ่านข่าวสารประเภทนี้....คว

การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....

....ไทยก็มีดีสิงคไปร์ก็มีดีง.

....ไทยก็มีดีสิงคไปร์ก็มีดีง....ถ้าไทยดีป่านนี้เป็นผู้นำในอาเซียนแล้ว...ทั้งๆที่เป็นประเทศอำนาจมาก่อนแต่เดี่ยวนี้ ญี่ปุ่น เกาหลีเขาไปไกลเกินที่จะตามทันเป็นเพราะอะไร.....ซักหน่อยเวียดนาม ลาว เขมร ..คงจะแซงไปติดๆขณะทีเรายังอยู่กับที่....เป็นเพราะอะไรทั้งๆที่ คนไทยก็ถือว่ามีความเก่งความสามารถ จบป.ตี โท เอก เต็มบ้านเมือง แต่คนเหล่านี้ไม่มีโอกาศ....ขาดโอกาศ......จากชนชั้นปกครอง.....ที่มองแต่ประโยชน์ของตนเอง...ปากก็บอกว่าสามัคคีปรองดองเสียสละ พอเพี่ยงแต่ตนเองกับทำตรงข้าม........แม้กฎหมายอันเดียวดันก็ใช้กับคนไม่เท่ากันกับคนรวยอย่างหนึ่ง ..กับคนจนอีกอย่างหนึ่ง.....ไม่มีมาตรฐานเดียวดันทั้งๆที่ความผิดเหมือนกัน......ถ้าขาดความชอบธรรม.ความเป็นธรรมความเหลื่อมล่ำความไม่เท่าเที่ยมทางกฎหมาย และโอกาศมันก็เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิดขึ้นซักวัน...แน่นอนที่สุด......

กานดา นาคน้อย

[quote=กานดา นาคน้อย][quote=มนุษย์คนหนึ่ง ]ลี กวน ยิว แค่พูดในสิ่งที่ตรงจริตกับคนกลุ่มหนึ่ง เฮ กันเข้าไป
ถามหน่อยเต๊อะ สิงคโปร์นี่มันประชาธิปไตยตรงไหน ?

สะอาด สงบ เจริญทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย แต่สังคมถูกบีบบังคับ ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจตรวจสอบ สื่อบอดใบ้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์--- จะเอาอย่างนี้?

เอาก็เอา ฮ่า ฮ่า ฮ่า
รออ่านคอมเม้นด่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า[/quote]

สิงคโปร์ไม่มีเสรีภาพทางการเมืองแต่คนสิงคโปร์มีความเท่าเทียมทางการเมืองนะคะ คือเขาไม่มีประชาธิปไตยเท่ากันหมดยกเว้นครอบครัวลีกวนยูที่เหมือน CEO บริหารประเทศจนรวยเร็วคนสิงคโปร์ก็หยวนให้เขาควบคุมประเทศต่อไป ถือว่าแลกเสรีภาพเศรษฐกิจกะเสรีภาพทางการเมือง

เรื่องขนาดประเทศ สิงคโปร์เล็กน่าเบื่อก็จริง แต่ว่า...

1. เวลาเบื่อๆเขาก็นั่งเครื่องบินมาเที่ยวเมืองไทยได้ เขาเที่ยวสุขสบายหรูหรายิ่งกว่าคนไทยอีกนะคะ คอนโดหรูหรากะโรงแรมหรูๆในไทยก็มีไว้รับร้องนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งคนสิงคโปร์กะไต้หวัน โรงแรมหรูหราในไทยไมได้ทำธุรกิจกับคนไทยเท่าไรค่ะ รีสอร์ทหรูๆไม่ว่าที่ภูเก็ตหรือสมุยนั่นหากินกะนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งนั้น เวลาเศรษฐกิจไทยฟุบนักลงทุนจากสิงคโปร์ก็ซื้อธนาคารซื้อบริษัทไทยด้วยนะคะ

2. เดี๋ยวนี้คนไทยไปทำงานสิงคโปร์มากขึ้นเพราะค่าแรงสิงคโปร์สูงกว่ามาก ไม่ใช่แค่แรงงานไร้ทักษะนะคะ แรงงานมีทักษะก็ด้วย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของเอเชีย(ที่อยากจะจัดตั้งธนาคารกลางเอเชีย)ก็อยู่สิงคโปร์ค่ะ อดีตรองผู้ว่าฯแบงค์ชาติของไทยก็ยังอยากย้ายไปทำงานที่นั่นในฐานะผู้อำนวยการเลยค่ะ ไปลงสมัครตำแหน่งนี้กะคนชาติอื่นแต่คนจีนได้ตำแหน่งไป

เรื่องของเรื่องคือคนสิงคโปร์และบริษัทสิงคโปร์มีกำลังซื้อมากกว่าคนไทยและบริษัทไทยค่ะ ขนาดประเทศเล็กไม่เล็กไม่เกี่ยว ประเทศที่รวยที่สุดในโลกคือประเทศเล้กนะคะ Loxembourg ประเทศเล็กติ๊ดเดียว แต่มีกำลังซื้อมากมาย ประเทศเล็กไม่มีอะไรให้ซื้อก็บินไปซื้อประเทศอื่นได้ค่ะ[/quote]
ชืนชมครับถูกต้อง

Lee Kwan Yew..... the man

Lee Kwan Yew..... the man whose mind bigger than the country.
30 years ago,under PPP governing,
Singapore was just a half democracy country,
country of regulations...education...marketing modernization.
No nonsense, no moviestar,...just a land of businesses.
I recalled only a few famous swimmers and footballplayers.

บางกอก

[quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย

สิงคโปร๋แข่งเรียน แข่งฉลาด

สิงคโปร๋แข่งเรียน แข่งฉลาด แข่งงาน แข่งเงิน
แข่งกันทุกด้าน...
อาหารแพง ที่อยู่แพง
รถแพง ที่จอดรถแพง
ค่าปรับ...แพงมาก
จะรักใครข้ามช่าติข้ามศาสนาสักคนก็ยิ่งแพงแสนแพง
คนสิงคโปร์เขาค่อนข้างเครียดนะคะ

KK-R wrote:Lee Kwan Yew.....

[quote=KK-R]Lee Kwan Yew..... the man whose mind bigger than the country.
30 years ago,under PPP governing,
Singapore was just a half democracy country,
country of regulations...education...marketing modernization.
No nonsense, no moviestar,...just a land of businesses.
I recalled only a few famous swimmers and footballplayers.[/quote]
:)

not PPP,it's PAP.

ML wrote:บางกอก

[quote=ML][quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย[/quote]
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผมอ่านที่MLโพสท์มา ทำความเข้าใจได้อย่างหนึ่งคือ คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลีกับแม้วกับประเทศไทยค่อนข้างน้อย .....อาจจเป็นเพราะ โตไม่ทัน...

หากเป็นลีลงมือ ไม่ใช่สุรยุทธ ป่านนี้คงไม่มี แม้ว ในสังคมโลกครับ....

ลีแกพูดแบบชี้โพรงให้กระรอก แต่กระรอกมันซื่อบื่อเองนะครับ.....ในบทความข้างบน

ML wrote:บางกอก

[quote=ML][quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย[/quote]

...........วันใดที่ไทย

...........วันใดที่ไทย สร้างสะพานเศรษฐกิจ เชื่อมระหว่าง ทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน.........วันนั้นสิงคโปร น้ำตาล่วง..........แล้วคนที่ประท้วงโครงการนี้ ไปรับผลประโยชน์ จากสิงคโปรมาหรือไม่........อย่างไร......?

ก็เพราะไม่ใช่ระบบทุนนิยมนะหรื

ก็เพราะไม่ใช่ระบบทุนนิยมนะหรือ ถึงทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนทุกวันนี้ กรีซ อิตาลี สเปน โปรตุเกตุ ใช้เงินอนาคตจนทำให้ทั่วโลกปวดหัว ถามถึงกรีซ ก็เพราะไม่ใช่เอาเงินอนาคตมาใช้ในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค ได้หน้าได้ตา เอาเงินในอนาคตมาพัฒนาประเทศ เอามาใช้ระบบประชานิยม แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะหาเงินในปัจจุบันให้พอเพียงกับค่าใช้จ่าย (หรือใช้เงินในปริมาณที่พอเพียงกับรายได้ที่ประเทศจะหาได้) จนถึงตอนนี้ก็คงจะเอาอนาคตไกลกว่านี้มาใช้ไม่ได้ ต้องเข้าสู่ความเป็นจริง อะไรที่เคยให้คงต้องขอคืนหมด คนที่เคยได้ก็จะไม่ยอมให้คืนง่ายๆ ประท้วงกันไป ปั่นป่วนกันไป

ตอนนี้ไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่ไกลเกินกว่าคำว่า"พอเพียง" เพราะตอนนี้ทุกประเทศที่อยู่ในวิกฤต และแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤต ก็ควรที่จะมองถึงคำว่า "พอเพียง" ได้แล้ว

แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ระบอบการปกครองของสิงค์โปรที่บอกว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันกึ่งๆ จะเป็นระบอบ เผด็จการทางรัฐสภา ดีที่ว่าผู้นำประเทศ นักการเมือง ถือได้ว่าทำงานค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพแล้วค่อนข้างสะอาดกว่านักการเมืองไทย อาจจะดูเหมือนว่าคนในตระกูล "ลี" คุมแทบทุกอย่างในประเทศ แต่เขาก็บริหารด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาทำทุกอย่างให้กับประเทศเพราะความคิดของเขาคือ ถ้าประเทศรุ่งเรืองเพราะฝีมือเขา เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน

เมื่อกลับมาดูนักการเมืองไทย ถ้าว่ากันแบบกลางๆ ไม่ต้องพูดถึงว่ามีอำนาจบ้าบ้ออะไรแทรกแซง ไม่ต้องอ้างว่าประชาชนเลือกมา หรือความเห็นคนส่วนใหญ่ เพราะบางครั้งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและความถูกต้อง นักการเมืองไทยเต็มไปด้วยคอรับชั่น ทั้งทางตรงและทางนโยบาย เต็มไปด้วยการช่วยเหลือพวกพ้อง มองถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าส่วนรวม เพียงแค่นี้ก็คงไม่ต้องบอกว่าอะไรทำให้ประเทศไทยถึงดูล้าหลังกว่าสิงค์โปร ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นแบบใดก็ไม่มีทางสู้หรือเทียบเท่ากับสิงค์โปรได้ ในเมื่อผู้ที่จะมาบริหารประเทศไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะเทียบเท่ากันได้เลย ทั้งในด้านความสามารถและจริยธรรมรวมกัน ทัศนคติของนักการเมืองไทยอาจจะเป็นในลักษณะ ถ้าฐานะเขารุ่งเรือง พวกพ้องรุ่งเรือง เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน แม้นว่าเขาจะหลุดจากตำแหน่ง เขาก็จะสบายไม่ตกยาก (เหมือนอดีต สส. โคราชที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตกต่ำได้ขนาดนี้ ชนิดที่ว่าต้องนอนในกระต๊อบ เพราะตัวเองไม่คอรับชั่น)

ทำไมเราไม่คิดที่จะส่งเสริมผู้ที่จะมาบริหารประเทศที่มีจริยธรรมก่อนคิดที่จะมีระบอบการปกครองแบบโน้นแบบนี้แบบนั้น ถ้ามีผู้นำที่ดี ต่อให้เป็นระบอบเผด็จการคอมมิวนิตส์แบบจีน ก็ไม่เห็นจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน แต่ถ้ามีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในกรีซในฝรั่งเศส ก็ดูเหมือนว่าจะประท้วงกันเละเทะ ปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ยกเลิกเที่ยวรถไฟ เป็นว่าเล่น

บางกอก wrote:ML wrote:บางกอก

[quote=บางกอก][quote=ML][quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย[/quote]
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผมอ่านที่MLโพสท์มา ทำความเข้าใจได้อย่างหนึ่งคือ คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลีกับแม้วกับประเทศไทยค่อนข้างน้อย .....อาจจเป็นเพราะ โตไม่ทัน...

หากเป็นลีลงมือ ไม่ใช่สุรยุทธ ป่านนี้คงไม่มี แม้ว ในสังคมโลกครับ....

ลีแกพูดแบบชี้โพรงให้กระรอก แต่กระรอกมันซื่อบื่อเองนะครับ.....ในบทความข้างบน[/quote]
จริงคราบ...(ก๊ากก)ประเทศเทย มีสุรยุทธเขายายเที่ยงลูกรักคนโตของป๋า(นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา) แต่ไม่มีลี....ฮา..

ที่จริงสุรยุทธก็คือแมลงสาบตัวพ่อ...เอ แต่ทำไมเจ๊บางจึงกล้าดิสเครดิตตีแสกหน้าแมลงสาบตัวพ่อ ซะงั้นไม่ผิดจรรยาบรรณแมลงสาบเหรอ...คิกๆๆๆ

ถึงเทยไม่มีลี แต่ก็มีทั้ง ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค(อีต้ม กลอน(เกียรตินิยมอันดับ1-2 อ็อคเหล็ก) เมือก มีทั้งป๋า มีทั้งตุลาการวิบัติ(ภิวัฒน์)

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาเกิน สื่อเน่า .ลิ้วล้อม็อบอีแอบแมลงสาบ..และก็ยังมีนักโพสเก่งๆอย่างเจ๊บาง ดวง เอี้ยกล้วย..ไอ้ผัดและอีกหลายตัว(แมลงสาบเรียกเป็นตัว..คิกๆๆๆ)..ซึ่งค้านทุกเรื่องถ้าไม่ใช่แมลงสาบ

...ซึ่งสิงคโปร์ไม่มี...ฮา(ก๊ากก) สิงคโปร์มีแค่ ลี คนเดียว..ฮา ถ้าวัดตามปริมาณจำนวนคนเก่ง น้ำหนักปริมาณสมองรวมกันนับตั้งแต่ ลิ้มมาถึงเมือกและป๋า นน.สมองก็ชนะ ลีขาดไม่เห็นฝุ่น แต่ทำไมประเทศเทยซึ่งมีคนเก่งๆขั้นเทพเหล่านี้(ต้องปูผ้ากราบ)ปล่อยให้สิงคโปร์เจริญแซงเพ่เทยไม่เห็งฝุ่น..คิกๆๆ

เอ รึว่าจะเป็นเพราะแม้วอีกนะ ทำอะไรล้มเหลวแพ้เลือกตั้งก็ต้องโทษแม้วเอาไว้ก่อน คิกๆๆๆ...

แต่เท่าที่รู้ ถ้าเหล่าสาวกแมงสาบจะกล้าเปิดตาเปิดใจยอมรับความจิงอย่างมนุษย์บนโลกใบนี้เขายอมรับ..(คือไม่ทำตัวดึกดำบรรพ์ขวางโลก..คิกๆๆๆๆ)

...แม้ว หรือทักษิณนี่แหละที่คนทั้งโลกตะลึงในฝีไม้ลายมือพอจะเทียบชั้น ลี ได้ ฮา เช่น ทักษิโนมิก...แต่ๆๆ ประเทศเทย มีสื่อ มีพรรคการเมืองเก่าแก่แต่สติปัญญาเทียบเท่าเด็กปัญญาอ่อน.มีป๋าประเทศเทยโชคดีที่มีมาร์คขายไข่ชั่งกิโล..(ก๊ากก)...คือ ตามอิจฉา(ทำมาหารับประทาน)ตามไล่ล่าแม้วเป็นอาชีพ...ฮา ฮา ฮา

แม้วเก่งไม่เก่งตอนนี้ก็กระชับพื้นที่เผด็จการแมลงสาบไว้รอบประเทศเทยแว้ว..ฮามีประเทศรอบบ้านประเทศไหนและในโลกบ้างที่แม้วไปไม่ได้...แต่แมลงสาบมาร์คมีใครเชิญ..ไปเกาะโพเดี้ยมขันบ้างทั้งที่เป็นมืออาชีพด้านโพเดี้ยม..

...แต่ใช่ว่า ลี จะยิ่งใหญ่ระดับโลก ประเทศเทยก็หาได้น้อยหน้า ลี ไม่...เขาเหล่านั้นคือ วีระบุรุษ สื่อ(เน่า)..ลิ้ม(โกเต็กซ์) โล้น (เนชั่ว) ลอง ..หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า...ฮา เคยออกโรงจนโลกสะท้านหวั่นไหว..ยึดเอ็นบีที ทำเนียบ(ปลูกข้าว) ยึดสนามบิน (อาหารดีดนตรีไพเราะ)..โดยไม่ต้องติดคุกกลายเป็นวีรบุรุษ(โจรก่อการร้ายสากล..ของโลกเบี้ยวๆ..ฮา)..ควรสร้างอนุสาวรีย์โจรก่อการร้ายโลกให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

ถ้า..ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า.จัดม็อบล้มรัฐบาลอีกเมื่อไหร่โลกสะท้านแน่...เสียงรถถัง สไนเปอร์ การยึดอำนาจในประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างเทยแลนด์ของโลกอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง...พร้อมกุหลาบช่อใหญ่ๆ..จากเหล่าสาวกแมลงสาบมอบให้ไอ้เณร...วีระบุรุษของแมลงสาบ...คิกๆๆๆ

ในโลกนี้มี..ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า ที่เก่งกว่าแม้ว(ด้านใส่ร้ายใส่สีตีไข่นั่งเทียนเขียนข่าว)จนแม้วต้องบินหนีแทบไม่ทัน..จิงมะ..ไล่ล่าแม้วไม่เลิกหาเรื่องมันได้ทุกเรื่อง..เหมือนหนังการ์ตูนแม้วไล่หนู..ฮา

เขียนยกย่องลีแบบนี้ อาจจะมากเกินไป ว่ากันอย่างใจเป็นธรรมที่จริงยังมีฝูงปัญญาชนอย่าง ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า แห่งเทยแลนด์..ที่เก่งกว่าลี หลายช่วงตัวซิถึงจะถูก

จะไม่เก่งยังไงไหว..ไม่ใช่แค่เก่งยังขยันตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต..ฮา..ก็ช่วยกันเลื่อยช่วยกันโค่นรัฐบาลแม้ว หมัก สมชาย จนกระเด็นตกเก้าอี้ อะ กะลังเลื่อยเตะตัดขารัฐบาล ปู ต่อด้วย ซิ..

.แล้วได้เทพบุตรหน้าหล่อ(ชู้รักทางใจของเจ๊ดวงปัญญาอ่อน)มาช่วยกันรับประทานเอ๊ย บริหารประเทศเทยอยู่แค่2 ปีกั่วๆ..ประชาชนงี้...เลือดท่วมจอตายเกลื่อนกรุง92 ศพ(จับหมาหรือฆาตกรไม่ได้สักตัว)..ชายชุดดำ(เขียว)ลอยนวลหายเข้ากลีบเมฆ...ไม่ถูกสไนเปอร์ตายก็เกือบอดตายกันถ้วนหน้ายกเว้นอำมาตย์และลิ้วล้อแม่ยก....ฮา

...ประเทศเทยจึงพัฒนาเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว(อำมาตย์รวย)สุดขีดในยุคนี้จน ลี สิงคโปร์และชาวโลกอิจฉาตามๆกัน.

..ในความบ๊องตื้นเจริญถอยหลังเบียดพม่ามาติดๆๆไงล่ะ(ก๊ากกๆๆๆ)

นอกจากนี้ยังมีเหล่าสาวกปัญญาชนผู้จงรักภักดีต่ออำมาตย์หงอกกะพรรคแมลงสาบและสาวกโหวตโนที่พร้อมจะพลีกายถวายชีวิตเชิดชูยกย่องพรรคแมลงสาบ..และบริจาคเงินให้ยาไส้แอสทีวีกันจอมืด...ต่อไปซะทุกครั้ง ซะล่วย..ตราบจนโลกเบี้ยวๆใบนี้จะแตกสลาย....คิกๆๆๆ

(แก้..แถมให้) .แล้วได้เทพบุตร

(แก้..แถมให้)

.แล้วได้เทพบุตรหน้าหล่อ(ชู้รักทางใจของเจ๊ดวงปัญญาอ่อน)มาช่วยกันรับประทานเอ๊ย บริหารประเทศเทยอยู่แค่2 ปีกั่วๆ..ประชาชนงี้...เลือดท่วมจอตายเกลื่อนกรุง92 ศพ(จับหมาหรือฆาตกรไม่ได้สักตัว)..ชายชุดดำ(เขียว)ลอยนวลหายเข้ากลีบเมฆ..ประชาชน.ไม่ถูกสไนเปอร์ตายก็เกือบอดตายกันถ้วนหน้ายกเว้นอำมาตย์และลิ้วล้อแม่ยก....ฮา

บางบัว wrote:บางกอก wrote:ML

[quote=บางบัว][quote=บางกอก][quote=ML][quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย[/quote]
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผมอ่านที่MLโพสท์มา ทำความเข้าใจได้อย่างหนึ่งคือ คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลีกับแม้วกับประเทศไทยค่อนข้างน้อย .....อาจจเป็นเพราะ โตไม่ทัน...

หากเป็นลีลงมือ ไม่ใช่สุรยุทธ ป่านนี้คงไม่มี แม้ว ในสังคมโลกครับ....

ลีแกพูดแบบชี้โพรงให้กระรอก แต่กระรอกมันซื่อบื่อเองนะครับ.....ในบทความข้างบน[/quote]
จริงคราบ...(ก๊ากก)ประเทศเทย มีสุรยุทธเขายายเที่ยงลูกรักคนโตของป๋า(นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา) แต่ไม่มีลี....ฮา..

ที่จริงสุรยุทธก็คือแมลงสาบตัวพ่อ...เอ แต่ทำไมเจ๊บางจึงกล้าดิสเครดิตตีแสกหน้าแมลงสาบตัวพ่อ ซะงั้นไม่ผิดจรรยาบรรณแมลงสาบเหรอ...คิกๆๆๆ

ถึงเทยไม่มีลี แต่ก็มีทั้ง ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค(อีต้ม กลอน(เกียรตินิยมอันดับ1-2 อ็อคเหล็ก) เมือก มีทั้งป๋า มีทั้งตุลาการวิบัติ(ภิวัฒน์)

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาเกิน สื่อเน่า .ลิ้วล้อม็อบอีแอบแมลงสาบ..และก็ยังมีนักโพสเก่งๆอย่างเจ๊บาง ดวง เอี้ยกล้วย..ไอ้ผัดและอีกหลายตัว(แมลงสาบเรียกเป็นตัว..คิกๆๆๆ)..ซึ่งค้านทุกเรื่องถ้าไม่ใช่แมลงสาบ

...ซึ่งสิงคโปร์ไม่มี...ฮา(ก๊ากก) สิงคโปร์มีแค่ ลี คนเดียว..ฮา ถ้าวัดตามปริมาณจำนวนคนเก่ง น้ำหนักปริมาณสมองรวมกันนับตั้งแต่ ลิ้มมาถึงเมือกและป๋า นน.สมองก็ชนะ ลีขาดไม่เห็นฝุ่น แต่ทำไมประเทศเทยซึ่งมีคนเก่งๆขั้นเทพเหล่านี้(ต้องปูผ้ากราบ)ปล่อยให้สิงคโปร์เจริญแซงเพ่เทยไม่เห็งฝุ่น..คิกๆๆ

เอ รึว่าจะเป็นเพราะแม้วอีกนะ ทำอะไรล้มเหลวแพ้เลือกตั้งก็ต้องโทษแม้วเอาไว้ก่อน คิกๆๆๆ...

แต่เท่าที่รู้ ถ้าเหล่าสาวกแมงสาบจะกล้าเปิดตาเปิดใจยอมรับความจิงอย่างมนุษย์บนโลกใบนี้เขายอมรับ..(คือไม่ทำตัวดึกดำบรรพ์ขวางโลก..คิกๆๆๆๆ)

...แม้ว หรือทักษิณนี่แหละที่คนทั้งโลกตะลึงในฝีไม้ลายมือพอจะเทียบชั้น ลี ได้ ฮา เช่น ทักษิโนมิก...แต่ๆๆ ประเทศเทย มีสื่อ มีพรรคการเมืองเก่าแก่แต่สติปัญญาเทียบเท่าเด็กปัญญาอ่อน.มีป๋าประเทศเทยโชคดีที่มีมาร์คขายไข่ชั่งกิโล..(ก๊ากก)...คือ ตามอิจฉา(ทำมาหารับประทาน)ตามไล่ล่าแม้วเป็นอาชีพ...ฮา ฮา ฮา

แม้วเก่งไม่เก่งตอนนี้ก็กระชับพื้นที่เผด็จการแมลงสาบไว้รอบประเทศเทยแว้ว..ฮามีประเทศรอบบ้านประเทศไหนและในโลกบ้างที่แม้วไปไม่ได้...แต่แมลงสาบมาร์คมีใครเชิญ..ไปเกาะโพเดี้ยมขันบ้างทั้งที่เป็นมืออาชีพด้านโพเดี้ยม..

...แต่ใช่ว่า ลี จะยิ่งใหญ่ระดับโลก ประเทศเทยก็หาได้น้อยหน้า ลี ไม่...เขาเหล่านั้นคือ วีระบุรุษ สื่อ(เน่า)..ลิ้ม(โกเต็กซ์) โล้น (เนชั่ว) ลอง ..หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า...ฮา เคยออกโรงจนโลกสะท้านหวั่นไหว..ยึดเอ็นบีที ทำเนียบ(ปลูกข้าว) ยึดสนามบิน (อาหารดีดนตรีไพเราะ)..โดยไม่ต้องติดคุกกลายเป็นวีรบุรุษ(โจรก่อการร้ายสากล..ของโลกเบี้ยวๆ..ฮา)..ควรสร้างอนุสาวรีย์โจรก่อการร้ายโลกให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

ถ้า..ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า.จัดม็อบล้มรัฐบาลอีกเมื่อไหร่โลกสะท้านแน่...เสียงรถถัง สไนเปอร์ การยึดอำนาจในประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างเทยแลนด์ของโลกอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง...พร้อมกุหลาบช่อใหญ่ๆ..จากเหล่าสาวกแมลงสาบมอบให้ไอ้เณร...วีระบุรุษของแมลงสาบ...คิกๆๆๆ

ในโลกนี้มี..ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า ที่เก่งกว่าแม้ว(ด้านใส่ร้ายใส่สีตีไข่นั่งเทียนเขียนข่าว)จนแม้วต้องบินหนีแทบไม่ทัน..จิงมะ..ไล่ล่าแม้วไม่เลิกหาเรื่องมันได้ทุกเรื่อง..เหมือนหนังการ์ตูนแม้วไล่หนู..ฮา

เขียนยกย่องลีแบบนี้ อาจจะมากเกินไป ว่ากันอย่างใจเป็นธรรมที่จริงยังมีฝูงปัญญาชนอย่าง ลิ้ม โล้น เหล่ ลอง มาร์ค เมือก หมาตุ๋น(ตุล) แก้วหน้าม้า แห่งเทยแลนด์..ที่เก่งกว่าลี หลายช่วงตัวซิถึงจะถูก

จะไม่เก่งยังไงไหว..ไม่ใช่แค่เก่งยังขยันตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต..ฮา..ก็ช่วยกันเลื่อยช่วยกันโค่นรัฐบาลแม้ว หมัก สมชาย จนกระเด็นตกเก้าอี้ อะ กะลังเลื่อยเตะตัดขารัฐบาล ปู ต่อด้วย ซิ..

.แล้วได้เทพบุตรหน้าหล่อ(ชู้รักทางใจของเจ๊ดวงปัญญาอ่อน)มาช่วยกันรับประทานเอ๊ย บริหารประเทศเทยอยู่แค่2 ปีกั่วๆ..ประชาชนงี้...เลือดท่วมจอตายเกลื่อนกรุง92 ศพ(จับหมาหรือฆาตกรไม่ได้สักตัว)..ชายชุดดำ(เขียว)ลอยนวลหายเข้ากลีบเมฆ...ไม่ถูกสไนเปอร์ตายก็เกือบอดตายกันถ้วนหน้ายกเว้นอำมาตย์และลิ้วล้อแม่ยก....ฮา

...ประเทศเทยจึงพัฒนาเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว(อำมาตย์รวย)สุดขีดในยุคนี้จน ลี สิงคโปร์และชาวโลกอิจฉาตามๆกัน.

..ในความบ๊องตื้นเจริญถอยหลังเบียดพม่ามาติดๆๆไงล่ะ(ก๊ากกๆๆๆ)

นอกจากนี้ยังมีเหล่าสาวกปัญญาชนผู้จงรักภักดีต่ออำมาตย์หงอกกะพรรคแมลงสาบและสาวกโหวตโนที่พร้อมจะพลีกายถวายชีวิตเชิดชูยกย่องพรรคแมลงสาบ..และบริจาคเงินให้ยาไส้แอสทีวีกันจอมืด...ต่อไปซะทุกครั้ง ซะล่วย..ตราบจนโลกเบี้ยวๆใบนี้จะแตกสลาย....คิกๆๆๆ[/quote]

555555555 พูดได้ดี พูดได้ถูกต้อง เราชอบมาก อิอิ

nnn

[quote=nnn]ก็เพราะไม่ใช่ระบบทุนนิยมนะหรือ ถึงทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนทุกวันนี้ กรีซ อิตาลี สเปน โปรตุเกตุ ใช้เงินอนาคตจนทำให้ทั่วโลกปวดหัว ถามถึงกรีซ ก็เพราะไม่ใช่เอาเงินอนาคตมาใช้ในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค ได้หน้าได้ตา เอาเงินในอนาคตมาพัฒนาประเทศ เอามาใช้ระบบประชานิยม แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะหาเงินในปัจจุบันให้พอเพียงกับค่าใช้จ่าย (หรือใช้เงินในปริมาณที่พอเพียงกับรายได้ที่ประเทศจะหาได้) จนถึงตอนนี้ก็คงจะเอาอนาคตไกลกว่านี้มาใช้ไม่ได้ ต้องเข้าสู่ความเป็นจริง อะไรที่เคยให้คงต้องขอคืนหมด คนที่เคยได้ก็จะไม่ยอมให้คืนง่ายๆ ประท้วงกันไป ปั่นป่วนกันไป

ตอนนี้ไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่ไกลเกินกว่าคำว่า"พอเพียง" เพราะตอนนี้ทุกประเทศที่อยู่ในวิกฤต และแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤต ก็ควรที่จะมองถึงคำว่า "พอเพียง" ได้แล้ว

แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ระบอบการปกครองของสิงค์โปรที่บอกว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันกึ่งๆ จะเป็นระบอบ เผด็จการทางรัฐสภา ดีที่ว่าผู้นำประเทศ นักการเมือง ถือได้ว่าทำงานค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพแล้วค่อนข้างสะอาดกว่านักการเมืองไทย อาจจะดูเหมือนว่าคนในตระกูล "ลี" คุมแทบทุกอย่างในประเทศ แต่เขาก็บริหารด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาทำทุกอย่างให้กับประเทศเพราะความคิดของเขาคือ ถ้าประเทศรุ่งเรืองเพราะฝีมือเขา เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน

เมื่อกลับมาดูนักการเมืองไทย ถ้าว่ากันแบบกลางๆ ไม่ต้องพูดถึงว่ามีอำนาจบ้าบ้ออะไรแทรกแซง ไม่ต้องอ้างว่าประชาชนเลือกมา หรือความเห็นคนส่วนใหญ่ เพราะบางครั้งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและความถูกต้อง นักการเมืองไทยเต็มไปด้วยคอรับชั่น ทั้งทางตรงและทางนโยบาย เต็มไปด้วยการช่วยเหลือพวกพ้อง มองถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าส่วนรวม เพียงแค่นี้ก็คงไม่ต้องบอกว่าอะไรทำให้ประเทศไทยถึงดูล้าหลังกว่าสิงค์โปร ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นแบบใดก็ไม่มีทางสู้หรือเทียบเท่ากับสิงค์โปรได้ ในเมื่อผู้ที่จะมาบริหารประเทศไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะเทียบเท่ากันได้เลย ทั้งในด้านความสามารถและจริยธรรมรวมกัน ทัศนคติของนักการเมืองไทยอาจจะเป็นในลักษณะ ถ้าฐานะเขารุ่งเรือง พวกพ้องรุ่งเรือง เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน แม้นว่าเขาจะหลุดจากตำแหน่ง เขาก็จะสบายไม่ตกยาก (เหมือนอดีต สส. โคราชที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตกต่ำได้ขนาดนี้ ชนิดที่ว่าต้องนอนในกระต๊อบ เพราะตัวเองไม่คอรับชั่น)

ทำไมเราไม่คิดที่จะส่งเสริมผู้ที่จะมาบริหารประเทศที่มีจริยธรรมก่อนคิดที่จะมีระบอบการปกครองแบบโน้นแบบนี้แบบนั้น ถ้ามีผู้นำที่ดี ต่อให้เป็นระบอบเผด็จการคอมมิวนิตส์แบบจีน ก็ไม่เห็นจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน แต่ถ้ามีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในกรีซในฝรั่งเศส ก็ดูเหมือนว่าจะประท้วงกันเละเทะ ปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ยกเลิกเที่ยวรถไฟ เป็นว่าเล่น[/quote]

1. ที่คุณว่าที่กรีซมีการหยุดรถไฟ ปิดสนามบิน ปิดท่าเรือนั่นน่ะ พนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งนั้นนะคะ ปัญหาของกรีซมันมาจากการหนีภาษีและความขี้เกียจเก็บภาษีของสรรพากรกรีซค่ะ แถมพนักงานรัฐวิสาหกิจได้เงินเดือนมากกว่าคนทำงานบริษัทเอกชนอีกนะคะ ดังนั้นกรีซจึงไม่ใช่ทุนนิยมเท่าไรนะคะ ปัญหาด้านความด้อยประสิทธิภาพในภาครัฐทั้งนั้น

ไปๆมาๆกรีซหรืออิตาลี ประเทศยุโรปที่มีปัญหาวิกฤตการเงินพวกนี้ มาจากรัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพและสรรพากรไม่เก็บภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ คนรวยๆที่อิตาลีกะกรีซหนีภาษีกันตรึม ฟังดูคล้ายๆไทยไหมคะ

ถ้ารัฐบาลเยอรมันกะฝรั่งเศสไม่ยอมอุ้มกรีซ (เพื่ออุ้มธนาคารเยอรมันกะฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าหนี้กรีซ) สิงคโปร์ก็จะได้ซื้อของถูกจากยุโรป เหมือนตอนสิงคโปร์มาซื้อของถูกจากไทยยุคต้มยำกุ้งไงคะ เพราะสิงคโปร์มีประสิทธิภาพกว่ากรีซมากมาย เห็นสิงคโปร์ทุนนิยมจ๋าแค่ไหน แต่ทำไมสิงคโปร์ไม่โดนต้มยำกุ้งแบบไทยล่ะคะ เพราะเขาก็มีมาตรการระวังการเก็งกำไรที่ดีกว่าไทยอีกนะคะ

เรื่องเมืองไทย ดิฉันคิดว่าจะ"พอเพียง"หรือเปล่าก็ทำให้สมศักดิ์ศรีในเวทีนานาชาติหน่อย คือว่าถ้าจะพอเพียงก็น่าจะหันมาพายเรือ กินยาหม้อ นั่งเกวียน ส่งลูกเรียนโรงเรียนวัด ฯลฯ ให้สมจริงหน่อย ไม่ใช่ว่าด่าฝรั่งไปใช้เทคโนโลยี่ฝรั่งไป กินเปอร์เซ็นต์จากทุนต่างชาติไป ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกไป บินไปคลอดลูกเมืองนอกเพื่อเอาสัญชาติกันอีก โอ้ สารพัดจากหาผลประโยชน์จากทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ ปากอย่างทำอย่างนี่ทำให้เสียเวลาพัฒนาประเทศเปล่าๆค่ะ แถมโดนประเทศอื่นดูถูกอีกต่างหากค่ะ

2. ผู้นำที่พัฒนาประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆก็ดีกว่าผู้นำประเทศที่บอนไซประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆนะคะ ในทางกลับกัน ผู้นำประเทศเป็นมนุษย์มีกิเลสตัณหา ใจคอคุณจะให้นักบุญอวตารมาพัฒนาประเทศให้ฟรีๆหรือคะ ของดีของฟรีไม่มีค่ะ วาทกรรมที่ว่าต้องเอาคนดีมานำประเทศก็มีปัญหาตรงที่ว่าเป็นวาทกรรมโรแมนติก คนดีไม่มีกิเลสไม่มีอัตตาจะลุกขึ้นมาพัฒนาประเทศเพื่อใครล่ะคะ เพื่อมวลมนุษยชาติที่รักหรือคะ แทนที่จะนั่งรอนักบุญให้อวตารมาพัฒนาประเทศให้ ทำไมไม่คิดหากลไกทางการเมืองเพื่อตรวจสอบคนชั่ว คนชั่วที่ว่าไม่ใช่แค่นักการเมือง นักการเมืองจะโกงได้ไงถ้าข้าราชการไม่ร่วมด้วย ต้องตรวจสอบข้าราชการด้วยค่ะ ยิ่งไทยเป็นรัฐราชการมานานยิ่งต้องตรวจสอบข้าราชการค่ะ

3. ลีกวนยูเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ก็ได้รับการชดเชยตามสภาพ คนสิงคโปร์ยุคนี้ยอมแลกเสรีภาพทางการเมืองกะเสรีภาพทางเศรษฐกิจ อะไรที่คนสิงคโปร์ทำทีสิงคโปร์ไม่ได้เขาก็บินไปทำที่ประเทศอื่นได้ ส่วนคนไทยจะกระดิกตัวไปไหนไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ต้องขอวีซ่าซะส่วนใหญ่ มีไม่กี่ประเทศที่ให้คนไทยเข้าได้โดยที่ไม่ต้องมีวีซ่า คนสิงคโปร์นั้นมีทางเลือกมากกว่าที่มองกันอย่างผิวเผินค่ะ

กรรณิกา ราชปรารภ

[quote=กรรณิกา ราชปรารภ]สิงคโปร๋แข่งเรียน แข่งฉลาด แข่งงาน แข่งเงิน
แข่งกันทุกด้าน...
อาหารแพง ที่อยู่แพง
รถแพง ที่จอดรถแพง
ค่าปรับ...แพงมาก
จะรักใครข้ามช่าติข้ามศาสนาสักคนก็ยิ่งแพงแสนแพง
คนสิงคโปร์เขาค่อนข้างเครียดนะคะ[/quote]

คนไทยที่ไม่มีกินน่าจะเครียดกว่า ถ้าน้ำท่วมเรือกสวนไร่นาบ้านเรือนก็จะเครียดมากขึ้น

น่าจะทดลองส่งคนสิงคโปร์ที่เึครียดๆมาอดข้าวที่เมืองไทย แล้วก็ส่งไปอยู่แถวที่น้ำท่วมซักเดือน อาจจะหายเครียดแล้วกลับไปมีความสุขที่สิงคโปร์ไปเลย

สิงค์โปร์ สิงคปุระ

สิงค์โปร์ สิงคปุระ เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งก่อนประเทศไทย
แต่รัฐบาลควบคุมสื่อมวลชน

สิงคปุระ เป็นเมืองท่ามาแต่โบราณ

ผู้ใช้ประโยชน์และควบคุมสิงคปุระ คือ มหาอำนาจตะวันตก

จวบจนกระทั่งวันนี้

อีกนัยยะหนึ่งของ "เศรษฐกิยพอเพียง" คือ การประมาณตน ความเพียรชอบและเลี้ยงชีพชอบ

การทำงานแบบทักษิณ เหมาะสำหรับระบบทุนนิยมสหรัฐยุคตื่นทอง มือใครยาวสาวได้สาวเอา
เป็นผลประโยชน์ส่วนตนในระยะสั้น

ลี กวน ยู บริหารประเทศเล็กๆอย่างสิงคปุระได้ วิถีชีวิตคนในประเทศนั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จึงมีคนเรียกสิงคปุระว่า
Singapore is a Fine country (Fine - penalty/financial punishment)

สมัยก่อน มีข่าวสนามบินหนองงูเห่าทีไร ลีกวนยู บินเข้าไทยทุกครั้ง
จนแกหมดแรง สนามบินถึงได้เสร็จ

คนที่รวยจากสัมปทานรัฐ แล้วบอกว่าจะทำให้คนไทยทุกคนรวย
เป็นไปไม่ได้
นอกเสียจากกระจายหุ้นเครือชินวัตรให้คนไทยทุกคนถือด้วยในอัตราเท่าๆกัน

ถ้าบอกจะทำให้ทุกคนยากจนเท่ากัน
น่าเชื่อถือหน่อย

Correction : Did rerad:

Correction :
Did rerad: "เศรษฐกิยพอเพียง"

Now reads: เศรษฐกิจพอเพียง

[quote=Maximus]Correction :

[quote=Maximus]Correction :

Did Read: เศรษฐกิยพอเพียง

Now Reads: เศรษฐกิจพอเพียง

Maximus wrote:สิงค์โปร์

[quote=Maximus]สิงค์โปร์ สิงคปุระ เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งก่อนประเทศไทย
แต่รัฐบาลควบคุมสื่อมวลชน

สิงคปุระ เป็นเมืองท่ามาแต่โบราณ

ผู้ใช้ประโยชน์และควบคุมสิงคปุระ คือ มหาอำนาจตะวันตก

จวบจนกระทั่งวันนี้

อีกนัยยะหนึ่งของ "เศรษฐกิยพอเพียง" คือ การประมาณตน ความเพียรชอบและเลี้ยงชีพชอบ

การทำงานแบบทักษิณ เหมาะสำหรับระบบทุนนิยมสหรัฐยุคตื่นทอง มือใครยาวสาวได้สาวเอา
เป็นผลประโยชน์ส่วนตนในระยะสั้น

ลี กวน ยู บริหารประเทศเล็กๆอย่างสิงคปุระได้ วิถีชีวิตคนในประเทศนั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จึงมีคนเรียกสิงคปุระว่า
Singapore is a Fine country (Fine - penalty/financial punishment)

สมัยก่อน มีข่าวสนามบินหนองงูเห่าทีไร ลีกวนยู บินเข้าไทยทุกครั้ง
จนแกหมดแรง สนามบินถึงได้เสร็จ

คนที่รวยจากสัมปทานรัฐ แล้วบอกว่าจะทำให้คนไทยทุกคนรวย
เป็นไปไม่ได้
นอกเสียจากกระจายหุ้นเครือชินวัตรให้คนไทยทุกคนถือด้วยในอัตราเท่าๆกัน

ถ้าบอกจะทำให้ทุกคนยากจนเท่ากัน
น่าเชื่อถือหน่อย[/quote]

อะไรที่คุณเรียกว่า"ต้มยำกุ้ง"ในสิงคโปร์แล้วปิดสื่อล่ะคะ สิงคโปร์ไม่ได้ต้องกู้เงินไอเอ็มเอฟ อัตราแลกเปลี่ยนของสิงโปร์ไม่เคยตกฮวบฮาบแบบไทย สถิติสองตัวนี้ไม่เกี่ยวกะปิดสื่อหรือไม่ปิดสื่อหรอกนะคะ ปิดไงก็ไม่มิดหรอกค่ะ ตลาดเงินตราต่างประเทศใหญ่กว่าตลาดหุ้นเสียอีก

การ"ยอมรับ"ว่าสิงคโปร์ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนทักษิณ คนละเรืองกัน กรุณาอย่าจับแพะชนแกะวนเวียนอยู่กะวาทกรรมทุนนิยมสามานย์ ทำไมไม่ตั้งคำถามว่าทำไมทุนนิยมแบบไทยๆไม่พัฒนา ทำไมประเทศอื่นพัฒนาได้ด้วยทุนนิยม

ที่สำคัญ ไม่มีผู้นำประเทศระบบทุนนิยมที่ไหนบ้าจี้"ก็อป"นโยบายใครมาทั้งดุ้นๆโดยไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบไปตามยุคสมัย ขนาดประเทศเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินนโยบายเศรษฐกิจ ไม่มีใครบ้าจี้คิดว่าลีกวนยูแก้ปัญหาโลกแตกให้ทุกประเทศได้หรอกค่ะ

แต่เราต้องยอมรับว่าสิงคโปร์ประสบความสำเร็จกว่าไทย ชอบไม่ชอบก็ต้องยอมรับค่ะ

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงดิฉันก็บอกแล้วว่าอย่าเอาปรัชญามาสับสนกะนโยบายเศรษฏิจ เศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณก็ไม่ได้บอกให้บริโภคบันยะบันยัง มีข้อจำกัดที่เรียกว่างบประมาณ ใครอยากบริโภคมากก็ต้องทำงานมาก ใครไม่อยากบริโภคมากก็ทำงานน้อย ตรรกะแบบนี้ชาวโลกเขาใช้กันมาแล้วพัฒนาได้ แล้วทำไมไทยพัฒนาไม่ได้ ก็ต้องดูตัวเองแล้วล่ะค่ะว่ากลไกภายในประเทศมันพิกลพิการตรงไหน เช่น ไม่บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาด กองทัพเองก็เป็นกลุ่มทุนหนึ่งที่ทำให้ทุนนิยมแบบไทยๆต่างจากประเทศอื่น ไม่เก็บภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ฯลฯ

กานดา นาคน้อย wrote:2.

[quote=กานดา นาคน้อย]2. ผู้นำที่พัฒนาประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆก็ดีกว่าผู้นำประเทศที่บอนไซประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆนะคะ ในทางกลับกัน ผู้นำประเทศเป็นมนุษย์มีกิเลสตัณหา ใจคอคุณจะให้นักบุญอวตารมาพัฒนาประเทศให้ฟรีๆหรือคะ ของดีของฟรีไม่มีค่ะ วาทกรรมที่ว่าต้องเอาคนดีมานำประเทศก็มีปัญหาตรงที่ว่าเป็นวาทกรรมโรแมนติก คนดีไม่มีกิเลสไม่มีอัตตาจะลุกขึ้นมาพัฒนาประเทศเพื่อใครล่ะคะ เพื่อมวลมนุษยชาติที่รักหรือคะ แทนที่จะนั่งรอนักบุญให้อวตารมาพัฒนาประเทศให้ ทำไมไม่คิดหากลไกทางการเมืองเพื่อตรวจสอบคนชั่ว คนชั่วที่ว่าไม่ใช่แค่นักการเมือง นักการเมืองจะโกงได้ไงถ้าข้าราชการไม่ร่วมด้วย ต้องตรวจสอบข้าราชการด้วยค่ะ ยิ่งไทยเป็นรัฐราชการมานานยิ่งต้องตรวจสอบข้าราชการค่ะ

3. ลีกวนยูเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ก็ได้รับการชดเชยตามสภาพ คนสิงคโปร์ยุคนี้ยอมแลกเสรีภาพทางการเมืองกะเสรีภาพทางเศรษฐกิจ อะไรที่คนสิงคโปร์ทำทีสิงคโปร์ไม่ได้เขาก็บินไปทำที่ประเทศอื่นได้ ส่วนคนไทยจะกระดิกตัวไปไหนไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ต้องขอวีซ่าซะส่วนใหญ่ มีไม่กี่ประเทศที่ให้คนไทยเข้าได้โดยที่ไม่ต้องมีวีซ่า คนสิงคโปร์นั้นมีทางเลือกมากกว่าที่มองกันอย่างผิวเผินค่ะ[/quote]

เห็นด้วยครับที่ว่า ผู้นำประเทศก็เป็นมนุษย์ มีกิเลศ ของดีของฟรีไม่มี เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราก็ควรที่จะปล่อยอย่างนั้นไปหรือ เมื่อความคิดเริ่มต้นผิด ในความคิดผม ผมเห็นว่าทุกอย่างก็คงจะจบมาแบบถูกได้ลำบากนัก เมื่อเราเลือกคนที่ไม่โปร่งใส มัวๆ เทาๆ มาบริหาร มาเป็นคนสร้างระบบ ระบบที่เขาสร้างก็ต้องเอื้อพวกพ้องเขา มีประชาชนกี่คนที่มีโอกาสได้เข้าไปสร้างระบบอย่างจริงจัง คำตอบคือน้อยมากนัก ไม่ว่าจะเป็นระบบในยุคสมัยไหนก็ตาม มีชาวนากี่คน มีคนงานระดับแรงงาน กรรมกร คนขับแท็กซี่ กี่คนที่มีโอกาสได้เข้าไปสร้างระบบ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงเลือกตัวแทนเข้าไปสร้างระบบ และตัวแทนก็ประเภทอย่างที่คุณบอกคือ จำนวนหนึ่งหรืออาจจะส่วนใหญ่คือ "มนุษย์ มีกิเลศ ของดีของฟรีไม่มี" เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงได้แค่วนเวียนกับแบบนี้ต่อไป ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากได้ทั้งผู้นำที่เห็นแก่ตัว ประโยชน์พวกพ้อง บอนไซชอนไช หรือแม้แต่ผลประโยชน์ทับซ้อน หากเราคิดว่าหลับตาเลือกๆ เอาคนที่มันเลวน้อยที่สุด ชีวิตนี้ประเทศไทยก็คงจะยากที่จะมีคนดีมาบริหาร เพราะเราคิดที่จะเอาคนเลวมาบริหารแล้ว

แต่ก็อย่างว่า คือ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เมื่ออยากได้เสรีภาพทางเศรษฐกิจ ก็ต้องแลกกับเสรีภาพทางการเมือง การแสดงความคิดเห็น บังเอิญว่า คนส่วนใหญ่อยากจะได้หมด ไม่คิดจะแลกกับอะไรทั้งนั้น จริงๆ แล้วผมก็เบื่อนะกับการที่จะต้องเดินทางแล้วต้องมาขอวีซ่า แต่อย่างว่า คนไทยทำกันเอง สหรัฐอาหรับอิมิเรต์ เคยให้คนไทยทำ Visa on Arrival แบบง่ายๆ ก็เล่นเข้าไปหากินด้วยอาชีพต้องห้ามเต็มไปหมด สุดท้ายใครจะไปทำธุรกิจอะไรก็กรุณาขอวีซ่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวด้วย แต่ก็เอาเถอะ... คนไทยด้วยกัน ทำกันเองทั้งนั้น

Ref: (อ้างอิงจากความเห็นที่

Ref: (อ้างอิงจากความเห็นที่ 412584) » ความคิดเห็นของ กานดา นาคน้อย (visitor) (128.210.129.159 128.210.129.159) .. Tue, 2011-09-27 13:10
>>>

ลองย้อนไปค้นหาข้อมูลยุค Indianization แล้วจะมองเห็นสิงคปุระดีขึ้น

เมืองไทย เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตแบบ "เศรษฐกิจพอเพียง"
คือ รู้จักประมาณตน มีความเพียรชอบ เลี้ยงชีพชอบ

การนำ ทุนนิยม มาใช้กับเมืองไทย คือ การฉวยโอกาสขูดรีดทั้งแรงงานและโอกาสของประชาชน

ยุโรปหลายประเทศ ใช้ Democratic-Socilaism หรือ Social-Democrat พบกันครึ่งทาง

เอาละ สิงค์โปร์ดีเลิศ ดีหลายคักๆ
เมืองไทยสู้ไม่ได้ เออๆๆๆ ดีๆๆๆ

เมืองเล็กๆ เดินสายไฟฟ้าแป๊บเดียวเสร็จ จะพัฒนาอะไรก็ง่ายและราคาไม่แพง

เมืองไทยมีขนาดพิ้นที่และสภาพภูมิประเทศอันแตกต่าง
การลงทุนพัฒนาสูงกว่าสิงค์โปร์มาก

สิงคปุระ มีปัญหาเศรษฐกิจก่อนไทยเกิดต้มยำกุ้ง แต่รัฐบาลของเขาปิดข่าวเพื่อรักษาภาพลักษณ์
ถ้าไม่รู้ความจริงนี้ แสดงว่า ไม่รู้จักสิงคปุระดีพอ

นี่เป็นหน้าสาธารณะ บางอย่างเขียนไม่ได้
เอาแค่นี้ ไม่เถียงอีกละ ใครว่าดีก็ดีไป

แต่ข้อยไม่เอาด้วย มีฝรั่งมาคุ้มกะลาหัวแบบนี้ เหมือนเป็นเมืองขึ้น "อย่างไม่เป็นทางการ"

น้ำไม่ท่วม

น้ำไม่ท่วม แต่เครียดกับน้ำที่จะดื่ม
อยู่ตึกสูง น่าคิดถึง อิอิ
แต่ควันจากไฟป่า หุหุ

เงิน ไม่ใช่คำตอบของชีวิต ความสุข ไม่ได้ขึ้นกับดัชนีทางการเงิน

ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ >>>

https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/sn.html

Introduction ::Singapore
Background:

Singapore was founded as a British trading colony in 1819. It joined the Malaysian Federation in 1963 but separated two years later and became independent. Singapore subsequently became one of the world's most prosperous countries with strong international trading links (its port is one of the world's busiest in terms of tonnage handled) and with per capita GDP equal to that of the leading nations of Western Europe.

Area:
total: 697 sq km

country comparison to the world: 192
land: 687 sq km

water: 10 sq km

Land boundaries:
0 km

Coastline:
193 km

Climate:
tropical; hot, humid, rainy; two distinct monsoon seasons - Northeastern monsoon (December to March) and Southwestern monsoon (June to September); inter-monsoon - frequent afternoon and early evening thunderstorms

Terrain:
lowland; gently undulating central plateau contains water catchment area and nature preserve

Natural resources:
fish, deepwater ports

Land use:
arable land: 1.47%

permanent crops: 1.47%
other: 97.06% (2005)

Irrigated land:
NA

Total renewable water resources:
0.6 cu km (1975)

Freshwater withdrawal (domestic/industrial/agricultural):
total: 0.19 cu km/yr (45%/51%/4%)

per capita: 44 cu m/yr (1975)

Natural hazards:
NA

Environment - current issues:
industrial pollution; limited natural freshwater resources; limited land availability presents waste disposal problems; seasonal smoke/haze resulting from forest fires in Indonesia

Transnational Issues ::Singapore

Disputes - international:
disputes persist with Malaysia over deliveries of fresh water to Singapore, Singapore's extensive land reclamation works, bridge construction, and maritime boundaries in the Johor and Singapore Straits; in 2008, ICJ awards sovereignty of Pedra Branca (Pulau Batu Puteh/Horsburgh Island) to Singapore, and Middle Rocks to Malaysia, but does not rule on maritime regimes, boundaries, or disposition of South Ledge; Indonesia and Singapore continue to work on finalization of their 1973 maritime boundary agreement by defining unresolved areas north of Indonesia's Batam Island; piracy remains a problem in the Malacca Strait

Maximus wrote:Ref:

[quote=Maximus]Ref: (อ้างอิงจากความเห็นที่ 412584) » ความคิดเห็นของ กานดา นาคน้อย (visitor) (128.210.129.159 128.210.129.159) .. Tue, 2011-09-27 13:10
>>>

ลองย้อนไปค้นหาข้อมูลยุค Indianization แล้วจะมองเห็นสิงคปุระดีขึ้น

เมืองไทย เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตแบบ "เศรษฐกิจพอเพียง"
คือ รู้จักประมาณตน มีความเพียรชอบ เลี้ยงชีพชอบ

การนำ ทุนนิยม มาใช้กับเมืองไทย คือ การฉวยโอกาสขูดรีดทั้งแรงงานและโอกาสของประชาชน

ยุโรปหลายประเทศ ใช้ Democratic-Socilaism หรือ Social-Democrat พบกันครึ่งทาง

เอาละ สิงค์โปร์ดีเลิศ ดีหลายคักๆ
เมืองไทยสู้ไม่ได้ เออๆๆๆ ดีๆๆๆ

เมืองเล็กๆ เดินสายไฟฟ้าแป๊บเดียวเสร็จ จะพัฒนาอะไรก็ง่ายและราคาไม่แพง

เมืองไทยมีขนาดพิ้นที่และสภาพภูมิประเทศอันแตกต่าง
การลงทุนพัฒนาสูงกว่าสิงค์โปร์มาก

สิงคปุระ มีปัญหาเศรษฐกิจก่อนไทยเกิดต้มยำกุ้ง แต่รัฐบาลของเขาปิดข่าวเพื่อรักษาภาพลักษณ์
ถ้าไม่รู้ความจริงนี้ แสดงว่า ไม่รู้จักสิงคปุระดีพอ

นี่เป็นหน้าสาธารณะ บางอย่างเขียนไม่ได้
เอาแค่นี้ ไม่เถียงอีกละ ใครว่าดีก็ดีไป

แต่ข้อยไม่เอาด้วย มีฝรั่งมาคุ้มกะลาหัวแบบนี้ เหมือนเป็นเมืองขึ้น "อย่างไม่เป็นทางการ"[/quote]

เอ่อ คุณจะบอกว่า...ไทยไม่ใช่เมืองขึ้น"อย่างไม่เป็นทางการ"หรือคะ

คุณคิดว่ามหาอำนาจตะวันตกไม่ได้ใช้ประโยชน์จากไทยหรือคะ

ที่น้ำท่วมกันทุกวันนี้เพราะตัดไม้ทำลายป่ากันมาเป็นร้อยปีแล้วค่ะ ตัดไม้สักส่งออกอังกฤษมาตั้งแต่เซ็นสนธิสัญญาเบาวริงนะคะ ไหนจะเหมืองแร่ต่างๆที่ขุดเจาะแร่ธาตุส่งขายฝรั่ง ธนาคารสยามกัมมาจลที่ว่าเป็นของไทยนั่นยุคแรกๆนั้นฝรั่งทั้งมีหุ้นด้วยทั้งบริหารด้วย คนไทยไม่มีทักษะด้านการธนาคารค่ะ แม่ทัพเรือรบที่รบแพ้ฝรั่งเศสที่ปากแม้น้ำเจ้าพระยาก็เป็นฝรั่งนะคะคุณ ซื้ออาวุธฝรั่งมาป้องกันประเทศก็ต้องจ้างฝรั่งมาเป็นแม่ทัพมาฝึกให้คนไทยใช้อาวุธ

ตอนสร้างรถไฟสายแรกสยามก็สร้างจากเงินกู้ต่างประเทศนะคะ ออกพันธบัตรกู้เงินจากตลาดทุนที่ลอนดอน

คุณเองก็บอกเองว่าไทยมีพื้นที่มากกว่าสิงคโปร์ ถ้างั้นก็แปลว่าฝรั่งหาผลประโยชน์กะผืนแผ่นดินไทยมากกว่าสิงคโปร์ใช่หรือไม่

คนสยามสมัยก่อนจะไปเรียนยุโรปก็ต้องไปลงเรือทีสิงคโปร์นะคะ คนไทยอยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเป็นก็ส่งลูกไปประเทศมหาอำนาจทั้งนั้น ไม่ก็ส่งไปที่เมืองขึ้นเขา เช่น อินเดีย ปีนัง สิงคโปร์ พอสหรัฐฯเป็นมหาอำนาจก็หันไปเรียนที่ฟิลิปปินส์กันด้วย

ทางหลวงแผ่นดินที่ลาดยางเส้นแรกของไทยนั่นก็กองทัพสหรัฐฯออกเงินให้สร้างนะคะ

ไทยไม่เป็นคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นก็เพราะสหรัฐฯมาทำฐานทัพมิใช่หรือ ถึงได้มีอะโกโก้พัทยากันทุกวันนี้ โรงเหล้าโรงเบียร์ก็ได้ร่ำรวยกันถ้วนหน้าในยุคสงครามเวียดนาม

ฯลฯ

ไหนๆก็โดนมหาอำนาจตะวันตกใช้ประโยชน์ไม่น้อยหน้าสิงคโปร์ ก็ยอมรับความจริงดีกว่าค่ะ

ทางด้านวัฒนธรรม ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีบิดาของศิลปะไทยร่วมสม้ยเป็นคนอิตาลีนะคะ

ทั้งทางเศรษฐกิจทั้งทางวัฒนธรรม ไทยจะสอนกันเองว่ายืนอยู่บนขาตัวเองไม่ต้องอาศัยประเทศตะวันตกยังไง ความจริงก็คือความจริงค่ะ

ไม่เชื่อก็ลองปิดสนามบินหยุดค้าขายกะต่างประเทศซักอาทิตย์นึงสิคะ ลองทำดูแล้วไม่ใช่หรือ ผลลัพธ์เป็นไงล่ะคะ

ลองออกกฎก็ได้ว่าห้ามชาวต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทย จะเกิดอะไรขึ้นก็คิดดูแล้วกันค่ะ

อย่าว่าหุ้นเลยค่ะ แค่ออกกฎว่าห้ามคนต่างชาติซื้อคอนโดตลาดคอนโดก็ฟุบแล้วค่ะ

Ref:  #412614 »

Ref: 

#412614 » (อ้างอิงจากความเห็นที่ 412609) » ความคิดเห็นของ กานดา นาคน้อย (visitor) (128.210.129.159 128.210.129.159) .. Tue, 2011-09-27 14:41

เอาละ ยกให้คุณชนะ
และสิงคปุระ ดีกว่าสยาม
เหนือกว่าทุกชั้น

ฝรั่งตัดไม้ในสยาม เพราะเขาตัดของเขาหมด

ถ้าคุณเห็นป่าไม้ในสแกนดิเนเวีย นั่นเป็นป่าปลูก ของเขาเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อสามร้อยปีที่แล้ว

สัญญาเบาริง เกิดจากอิงแลนด์หาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Maize)

เอาแค่นี้ละนะ ความรู้ผมแค่หางอึ่ง
มีงานต้องทำ

ขอยกให้คุณชนะขาดลอย
จบ

มนุษย์คนหนึ่ง wrote:ลี กวน

[quote=มนุษย์คนหนึ่ง ]ลี กวน ยิว แค่พูดในสิ่งที่ตรงจริตกับคนกลุ่มหนึ่ง เฮ กันเข้าไป
ถามหน่อยเต๊อะ สิงคโปร์นี่มันประชาธิปไตยตรงไหน ?

สะอาด สงบ เจริญทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย แต่สังคมถูกบีบบังคับ ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจตรวจสอบ สื่อบอดใบ้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์--- จะเอาอย่างนี้?

เอาก็เอา ฮ่า ฮ่า ฮ่า
รออ่านคอมเม้นด่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า[/quote]
สิงคโปร์มีประชาธิปไตยตรงไหน? ก็ต้องไปถามคนสิงคโปร์ อย่างน้อยเขาก็มีการจัดการเลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิ์เลือก บังเอิญว่าพรรคของนายลี กวน ยู ทำผลงานดี ประชาชนอยู่ดีมีสุข เขาพอใจเขาก็เลือกมาอย่างท่วมท้น ถ้าพรรคนายลีกวนยู บริหารประเทศแบบพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้านของสิงคโปร์ก็ได้รับเลือกมาแน่นอน ทหารของสิงคโปร์ก็ไม่มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ใช้อาวุธมาเข่นฆ่าข่มขู่ประชาชนให้เลือกนักการเมืองที่ตนเองสนับสนุนอย่างประเทศไทยไงล่ะ สื่อมวลชนบ้านเขาก็ไม่มีใครเอาปืนไปขู่ซะหน่อย น่าจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ไร้สาระไม่มีอะไรจะไปวิจารณ์ ก็คนเขาทำดีจะให้วิจารณ์อะไร ไม่เหมือนสื่อสามานย์แห่งประเทศไทย วันก่อนเห็นแพนเค้กไปแจกของช่วยน้ำท่วมกับนายกฯยิ่งลักษณ์ สื่อมวลชนชั่วๆตัวไหนก็ไม่รู้ตามข่าวไปถามน้องเขาว่าโดนซื้อตัวไปช่วยพรรคเพื่อไทยหรือไงถึงตามนายกฯยิ่งลักษณ์ต้อยๆ น้องเขาก็ตอบดี บอกว่าของอย่างนี้ไม่ต้องซื้อ ซื้อกันไม่ได้หรอก เห็นคนเดือดร้อนไม่ว่าฝ่ายไหนก็ต้องช่วย ผู้่สื่อข่าวไทยนี่เลวจริงๆ

Maximus wrote:Ref:  #412614

[quote=Maximus]Ref: 

#412614 » (อ้างอิงจากความเห็นที่ 412609) » ความคิดเห็นของ กานดา นาคน้อย (visitor) (128.210.129.159 128.210.129.159) .. Tue, 2011-09-27 14:41

เอาละ ยกให้คุณชนะ
และสิงคปุระ ดีกว่าสยาม
เหนือกว่าทุกชั้น

ฝรั่งตัดไม้ในสยาม เพราะเขาตัดของเขาหมด

ถ้าคุณเห็นป่าไม้ในสแกนดิเนเวีย นั่นเป็นป่าปลูก ของเขาเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อสามร้อยปีที่แล้ว

สัญญาเบาริง เกิดจากอิงแลนด์หาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Maize)

เอาแค่นี้ละนะ ความรู้ผมแค่หางอึ่ง
มีงานต้องทำ

ขอยกให้คุณชนะขาดลอย
จบ[/quote]

อุว่ะ!! (นึกว่าจะแน่น)

พอเถียง(แถ)สู่ท่าน อ. กานดา ไม่ได้ เผ่นเฉย..
แต่ก็ยังดีทำให้ได้ความรู้จาก อ. กานดา เพิ่มขึ้นฟรีๆ

nnn

[quote=nnn]ก็เพราะไม่ใช่ระบบทุนนิยมนะหรือ ถึงทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนทุกวันนี้ กรีซ อิตาลี สเปน โปรตุเกตุ ใช้เงินอนาคตจนทำให้ทั่วโลกปวดหัว ถามถึงกรีซ ก็เพราะไม่ใช่เอาเงินอนาคตมาใช้ในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค ได้หน้าได้ตา เอาเงินในอนาคตมาพัฒนาประเทศ เอามาใช้ระบบประชานิยม แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะหาเงินในปัจจุบันให้พอเพียงกับค่าใช้จ่าย (หรือใช้เงินในปริมาณที่พอเพียงกับรายได้ที่ประเทศจะหาได้) จนถึงตอนนี้ก็คงจะเอาอนาคตไกลกว่านี้มาใช้ไม่ได้ ต้องเข้าสู่ความเป็นจริง อะไรที่เคยให้คงต้องขอคืนหมด คนที่เคยได้ก็จะไม่ยอมให้คืนง่ายๆ ประท้วงกันไป ปั่นป่วนกันไป

ตอนนี้ไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่ไกลเกินกว่าคำว่า"พอเพียง" เพราะตอนนี้ทุกประเทศที่อยู่ในวิกฤต และแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤต ก็ควรที่จะมองถึงคำว่า "พอเพียง" ได้แล้ว

แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ระบอบการปกครองของสิงค์โปรที่บอกว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันกึ่งๆ จะเป็นระบอบ เผด็จการทางรัฐสภา ดีที่ว่าผู้นำประเทศ นักการเมือง ถือได้ว่าทำงานค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพแล้วค่อนข้างสะอาดกว่านักการเมืองไทย อาจจะดูเหมือนว่าคนในตระกูล "ลี" คุมแทบทุกอย่างในประเทศ แต่เขาก็บริหารด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาทำทุกอย่างให้กับประเทศเพราะความคิดของเขาคือ ถ้าประเทศรุ่งเรืองเพราะฝีมือเขา เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน

เมื่อกลับมาดูนักการเมืองไทย ถ้าว่ากันแบบกลางๆ ไม่ต้องพูดถึงว่ามีอำนาจบ้าบ้ออะไรแทรกแซง ไม่ต้องอ้างว่าประชาชนเลือกมา หรือความเห็นคนส่วนใหญ่ เพราะบางครั้งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและความถูกต้อง นักการเมืองไทยเต็มไปด้วยคอรับชั่น ทั้งทางตรงและทางนโยบาย เต็มไปด้วยการช่วยเหลือพวกพ้อง มองถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าส่วนรวม เพียงแค่นี้ก็คงไม่ต้องบอกว่าอะไรทำให้ประเทศไทยถึงดูล้าหลังกว่าสิงค์โปร ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นแบบใดก็ไม่มีทางสู้หรือเทียบเท่ากับสิงค์โปรได้ ในเมื่อผู้ที่จะมาบริหารประเทศไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะเทียบเท่ากันได้เลย ทั้งในด้านความสามารถและจริยธรรมรวมกัน ทัศนคติของนักการเมืองไทยอาจจะเป็นในลักษณะ ถ้าฐานะเขารุ่งเรือง พวกพ้องรุ่งเรือง เขาก็จะอยู่ในตำแหน่งได้นาน แม้นว่าเขาจะหลุดจากตำแหน่ง เขาก็จะสบายไม่ตกยาก (เหมือนอดีต สส. โคราชที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตกต่ำได้ขนาดนี้ ชนิดที่ว่าต้องนอนในกระต๊อบ เพราะตัวเองไม่คอรับชั่น)

ทำไมเราไม่คิดที่จะส่งเสริมผู้ที่จะมาบริหารประเทศที่มีจริยธรรมก่อนคิดที่จะมีระบอบการปกครองแบบโน้นแบบนี้แบบนั้น ถ้ามีผู้นำที่ดี ต่อให้เป็นระบอบเผด็จการคอมมิวนิตส์แบบจีน ก็ไม่เห็นจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน แต่ถ้ามีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในกรีซในฝรั่งเศส ก็ดูเหมือนว่าจะประท้วงกันเละเทะ ปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ยกเลิกเที่ยวรถไฟ เป็นว่าเล่น[/quote]
กรีชที่มันเจ๊งอยู่ทุกวันนี้เพราะมันมีหนี้สาธารณะเยอะที่มันมีเยอะเพราะมันกู้เงินมาทำรัฐสวัดิการที่มากเกินความจำเป็นแต่รายได้เขาประเทศมีน้อย ทั้งสเปน ทั้งอิตาลี มันไม่ใช่อยู่ที่พอเพียงไม่พอเพียงหรอกท่านมันอยู่ที่ความสมดุลย์ระหว่ารายรับกับรายจ่ายของประเทศต่างหาก ความพอเพียงกับความสมดุลย์มันต่างกัน

....พวกชนชั้นนำเมืองไทยพวกนัก

....พวกชนชั้นนำเมืองไทยพวกนักการเมืองข้าราชการคุณอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกละอายใจบ้างไหมที่พวกคุณมัวคิดถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมโดยปากก็อ้างว่ารักชาติเทอดทูน..ปกป้องสถาบันประชาชนอย่างข้าเสียภาษีให้พวกแก่ปู้ยี่ปู้ยำถลุงงบประมาณใช้ให้มันคุ้มค่าหน่อย...
...สังคมไทยเรายังสร้างความพอเพียงได้โดยการรักษาสังคมชนบทให้เขาเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กันไป
ลี กวน ยิว เขามองไม่ออกตรงนี้เพราะสิงคโปร์เขาเล็กกว่าเราเยอะ...สังคมเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเพียงแค่เรามีจิตสำนึกที่ดีเผื่อแผ่มอบให้แก่ส่วนรวมรับประทานให้พอเพียงอย่าแ..กมากเกินไปนักทุกท่านที่มีโอกาสทั้งหลาย..
................โปรดคิดสักนิดนะว่าท่านเกิดมามีแต่ตัวล่อนจ้อน...ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยทุกอย่างมาสร้างเอาเองทั้งหมด......

บางกอก wrote:ML wrote:บางกอก

[quote=บางกอก][quote=ML][quote=บางกอก]การอ่านข่าวสารประเภทนี้....ความสดใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

บทความนี้ เอาข้อมูลปี๔๙มาลงไว้ คาดว่า...

ลีพูดไว้....ก่อนที่จะตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด แม้วนะครับ......

อย่าความจำสั้นแบบปลาทอง.....ปิยบุตรเขาก็เตือนไว้แล้ว....[/quote]
คุณบางกอกก็ชอบที่จะค้านอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าสิ่งที่ ลี กวน ยู ได้แสดงความเห็นนี้ไว้ตั้งแต่ปี 49 ก็จริง แต่อะไรๆที่เขาพูดเอาไว้ก็ถูกต้องทีเดียว อย่างเช่น ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ แล้วก็จริงๆด้วยพรรคที่เขาสนับสนุนและตัวน้องสาวก็นั่งเป็นผู้นำของประเทศนี้ เขาวิเคราะห์ได้อย่างนี้เพราะใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่า ประชาชนไทยอยากเลือกใครเป็นรัฐบาลจริงๆ มาร์คมีวาสนาได้นั่งเก้าอี้ 2 ปี ก็อุ้มมาแท้ๆ แล้วคนอุ้มก็เอาปืนไปกรรโชกเขามาซะด้วยซิ

อะไรไม่ว่าซิ ถ้าพรรคแมงสาปได้มาอ่านคงอกแตกตายกับคำวิจารณ์ของลีที่พูดถึงพรรคนี้ แสดงว่าพรรคนี้มีชื่อเสียทางทำอะไรไม่เป็น ดีแต่พูด รู้กันไปทั่วโลก ฮิ ฮิ ฮิ ไม่รู้จะร้องไห้ หรือหัวร่อดี

คุณบางกอก อย่างลืมว่า ลี เป็นคนรอบรู้ มีความสามารถสร้างสิงค์โปร์มาด้วยมือเปล่า ไม่ใช่ นายแป๊ะ อาเจ๊กขายขวด และอย่าลืมว่าคนเราศึกษาประวัติศาสตร์ไปทำไม ประวัติศาสตร์ย่อมสะท้อนถึงอนาคต หรือบางกอกเพิ่งโดนเสกออกจากท้องเมื่อวาน ไม่มีสิ่งเชื่อมโยงอะไรจากอดีตมาก่อนเลย[/quote]
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผมอ่านที่MLโพสท์มา ทำความเข้าใจได้อย่างหนึ่งคือ คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างลีกับแม้วกับประเทศไทยค่อนข้างน้อย .....อาจจเป็นเพราะ โตไม่ทัน...

หากเป็นลีลงมือ ไม่ใช่สุรยุทธ ป่านนี้คงไม่มี แม้ว ในสังคมโลกครับ....

ลีแกพูดแบบชี้โพรงให้กระรอก แต่กระรอกมันซื่อบื่อเองนะครับ.....ในบทความข้างบน[/quote]
เท่าที่เห็น ลี ไม่ได้ไปค้ำอำนาจให้ใครเหมือนอเมริกาพี่ใหญ่ของโลก ที่อุ้มชูกันมาหลายสิบปี ถ้าไม่ใช่อเมริกาคงไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เห็นนี้หรอก การจะลงมือกับใครใน พ.ศ. นี้มันไม่ใช่ง่ายๆซะแล้ว ดีไม่ดีคนลงมือที่ทำรัฐประหารรัฐบาลทักษิณป่านนี้ต้องนอนก่ายหน้าผากกันอยู่

อย่าเพิ่งและไม่อยากให้คุณบางกอกสลัดเสื้อเหลืองตัวเก่าๆทิ้งนะ.... เสียดาย ยิ่งจำนวนเสื้อเหลืองร่อยหลอลงไปทุกที เดี๋ยวทางเว็บประชาไทนี้จะเหงานะ

เศรษฐกิจพอเพียง..เอากระพี้ของ

เศรษฐกิจพอเพียง..เอากระพี้ของศาสนาพุทธไปประยุทธหรือเปล่า ดูมันเป็นการให้คนเอาไปปฏิบัติให้มีชีวิตอย่างสมถะ หรือเป็นการตอนสมองคนให้อยู่แต่ในกรอบ ส่วนเจ้าตำรับรับระบบการตลาดเสรีเต็มรูปแบบ........ติดอันดับโลก

กานดา นาคน้อย wrote:Maximus

[quote=กานดา นาคน้อย][quote=Maximus]Ref: (อ้างอิงจากความเห็นที่ 412584) » ความคิดเห็นของ กานดา นาคน้อย (visitor) (128.210.129.159 128.210.129.159) .. Tue, 2011-09-27 13:10
>>>

ลองย้อนไปค้นหาข้อมูลยุค Indianization แล้วจะมองเห็นสิงคปุระดีขึ้น

เมืองไทย เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตแบบ "เศรษฐกิจพอเพียง"
คือ รู้จักประมาณตน มีความเพียรชอบ เลี้ยงชีพชอบ

การนำ ทุนนิยม มาใช้กับเมืองไทย คือ การฉวยโอกาสขูดรีดทั้งแรงงานและโอกาสของประชาชน

ยุโรปหลายประเทศ ใช้ Democratic-Socilaism หรือ Social-Democrat พบกันครึ่งทาง

เอาละ สิงค์โปร์ดีเลิศ ดีหลายคักๆ
เมืองไทยสู้ไม่ได้ เออๆๆๆ ดีๆๆๆ

เมืองเล็กๆ เดินสายไฟฟ้าแป๊บเดียวเสร็จ จะพัฒนาอะไรก็ง่ายและราคาไม่แพง

เมืองไทยมีขนาดพิ้นที่และสภาพภูมิประเทศอันแตกต่าง
การลงทุนพัฒนาสูงกว่าสิงค์โปร์มาก

สิงคปุระ มีปัญหาเศรษฐกิจก่อนไทยเกิดต้มยำกุ้ง แต่รัฐบาลของเขาปิดข่าวเพื่อรักษาภาพลักษณ์
ถ้าไม่รู้ความจริงนี้ แสดงว่า ไม่รู้จักสิงคปุระดีพอ

นี่เป็นหน้าสาธารณะ บางอย่างเขียนไม่ได้
เอาแค่นี้ ไม่เถียงอีกละ ใครว่าดีก็ดีไป

แต่ข้อยไม่เอาด้วย มีฝรั่งมาคุ้มกะลาหัวแบบนี้ เหมือนเป็นเมืองขึ้น "อย่างไม่เป็นทางการ"[/quote]

เอ่อ คุณจะบอกว่า...ไทยไม่ใช่เมืองขึ้น"อย่างไม่เป็นทางการ"หรือคะ

คุณคิดว่ามหาอำนาจตะวันตกไม่ได้ใช้ประโยชน์จากไทยหรือคะ

ที่น้ำท่วมกันทุกวันนี้เพราะตัดไม้ทำลายป่ากันมาเป็นร้อยปีแล้วค่ะ ตัดไม้สักส่งออกอังกฤษมาตั้งแต่เซ็นสนธิสัญญาเบาวริงนะคะ ไหนจะเหมืองแร่ต่างๆที่ขุดเจาะแร่ธาตุส่งขายฝรั่ง ธนาคารสยามกัมมาจลที่ว่าเป็นของไทยนั่นยุคแรกๆนั้นฝรั่งทั้งมีหุ้นด้วยทั้งบริหารด้วย คนไทยไม่มีทักษะด้านการธนาคารค่ะ แม่ทัพเรือรบที่รบแพ้ฝรั่งเศสที่ปากแม้น้ำเจ้าพระยาก็เป็นฝรั่งนะคะคุณ ซื้ออาวุธฝรั่งมาป้องกันประเทศก็ต้องจ้างฝรั่งมาเป็นแม่ทัพมาฝึกให้คนไทยใช้อาวุธ

ตอนสร้างรถไฟสายแรกสยามก็สร้างจากเงินกู้ต่างประเทศนะคะ ออกพันธบัตรกู้เงินจากตลาดทุนที่ลอนดอน

คุณเองก็บอกเองว่าไทยมีพื้นที่มากกว่าสิงคโปร์ ถ้างั้นก็แปลว่าฝรั่งหาผลประโยชน์กะผืนแผ่นดินไทยมากกว่าสิงคโปร์ใช่หรือไม่

คนสยามสมัยก่อนจะไปเรียนยุโรปก็ต้องไปลงเรือทีสิงคโปร์นะคะ คนไทยอยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเป็นก็ส่งลูกไปประเทศมหาอำนาจทั้งนั้น ไม่ก็ส่งไปที่เมืองขึ้นเขา เช่น อินเดีย ปีนัง สิงคโปร์ พอสหรัฐฯเป็นมหาอำนาจก็หันไปเรียนที่ฟิลิปปินส์กันด้วย

ทางหลวงแผ่นดินที่ลาดยางเส้นแรกของไทยนั่นก็กองทัพสหรัฐฯออกเงินให้สร้างนะคะ

ไทยไม่เป็นคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นก็เพราะสหรัฐฯมาทำฐานทัพมิใช่หรือ ถึงได้มีอะโกโก้พัทยากันทุกวันนี้ โรงเหล้าโรงเบียร์ก็ได้ร่ำรวยกันถ้วนหน้าในยุคสงครามเวียดนาม

ฯลฯ

ไหนๆก็โดนมหาอำนาจตะวันตกใช้ประโยชน์ไม่น้อยหน้าสิงคโปร์ ก็ยอมรับความจริงดีกว่าค่ะ

ทางด้านวัฒนธรรม ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีบิดาของศิลปะไทยร่วมสม้ยเป็นคนอิตาลีนะคะ

ทั้งทางเศรษฐกิจทั้งทางวัฒนธรรม ไทยจะสอนกันเองว่ายืนอยู่บนขาตัวเองไม่ต้องอาศัยประเทศตะวันตกยังไง ความจริงก็คือความจริงค่ะ

ไม่เชื่อก็ลองปิดสนามบินหยุดค้าขายกะต่างประเทศซักอาทิตย์นึงสิคะ ลองทำดูแล้วไม่ใช่หรือ ผลลัพธ์เป็นไงล่ะคะ

ลองออกกฎก็ได้ว่าห้ามชาวต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทย จะเกิดอะไรขึ้นก็คิดดูแล้วกันค่ะ

อย่าว่าหุ้นเลยค่ะ แค่ออกกฎว่าห้ามคนต่างชาติซื้อคอนโดตลาดคอนโดก็ฟุบแล้วค่ะ[/quote]

๙๙๙

เห็นด้วยกับคุณ กานดา อย่างยิ่ง

โดยเฉพาะการ(ทดลอง)ปิดสนามบินชองกลุ่มผู้ก่อการร้าย(มาตรฐานสากล) เป็นเวลา เจ็ดวัน
สร้างความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวง และ หลังจากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อการร้าย ยังได้เป็น รมต ต่างประเทศ อีก
โชคดีเป็นแค่สองปี ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ไล่ออกไป มิฉะนั้นประเทศจะเสียหายมากยิ่งกว่านี้ เพราะทำอะไรไม่เป็น
เอาแต่ตามจับหักโทษอย่างเดียว และเที่ยวไปกร่างและบังคับชาติอื่นไห้เลือกข้าง ซี่งชาวโลกส่วนมากไม่เห็นด้วย เพราะใครๆเขาก็รู้ความจริง แถมมาหลอกปชช ว่าทางตำรวจสากลออกหมายจับแล้ว เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
ช่วงสองปีที่ผ่านมา ประเทศมีแต่สร้างศัตรู และ รมต ต่างประเทศเป็นตัว Joker ระดับชาติ

จริงไม่จริง

๙๙๙

นายลีกวนยู

นายลีกวนยู ไม่มีความเข้าใจคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งมีนัยยะถึงการรู้จักประมาณตน
ไม่ใช่การย้อนยุคหรือตำข้าวสารกรอกหม้อ

นายลีกวนยู ไม่เก่งจริง เพราะบริหารเมืองเล็กๆพอๆกับจังหวัดระนองของไทย ฝีมือเทียบชั้นกับนายอำเภอของไทยเท่านั้นกระมัง
แถมมีชาติตะวันตกคอยค้ำจุนธุรกิจที่เขาดำเนินการมาตั้งหลายร้อยปี ตั้งแต่ก่อนเมืองออกแก้วจะยกตัวสูงขึ้นจากภูเขาไฟกรากะตั้วระเบิด ทำให้ระบบขนส่งทางน้ำของออกแก้วเสียไป ซึ่งตำนานว่านาคกินน้ำจนเหือดแห้ง แต่สิงคปุระไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนระดับของเปลือกโลกในขณะนั้น

ก่อนนั้น ท่าเรือของสยามอยู่อยุธยา ดังนั้น ท่าเรือหลักของนานาชาติจึงใช้สิงคปุระ
ก็แค่นั้นเอง
ต่อมา สยามจึงย้ายท่าเรือจากอยุธยามากรุงธนบุรี

สิงคปุระ เป็นแค่เมืองเล็กๆ ทำอะไรได้ไม่ยาก

แผ่นดินเท่าแมวดิ้นตาย (แมวคนละตัวกับแมวศรีธนญชัย)

ฮวงซุ้ยของชาวสิงคปุระในปัจจุัน ต้องกลายเป็นคอนโดมิเนียม ซึ่งต้องเชิญซินแสจากฮ่องกงไปช่วยทำพิธี

คนสิงคปุระ มีคติว่า 1-2-3-4
คือ
One wife
Two children
Three bedrooms
Four wheels ก็คือรถยนต์ แต่ที่ดินผืนแค่ฝ่ามือ จะเอารถวิ่งไปไหนได้

ดูถนนของเมืองไทยสิจ๊ะ ถึงจะติดในเมืองหลวง
แต่ถึงหน้าสงกรานต์ วิ่งฉิว ...

ชาวรากหญ้าของเมืองไทยที่ดำเนินชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างเป็นสุขใจทุกคน

ชีวิตกับผืนนาท้องน้ำ ป่าเขาอันเขียวชะอุ่ม
ความสุขแบบนี้ ชาวรากหญ้าของไทยมีเหลือเฟือ

ML

[quote=ML]เศรษฐกิจพอเพียง..เอากระพี้ของศาสนาพุทธไปประยุทธหรือเปล่า ดูมันเป็นการให้คนเอาไปปฏิบัติให้มีชีวิตอย่างสมถะ หรือเป็นการตอนสมองคนให้อยู่แต่ในกรอบ ส่วนเจ้าตำรับรับระบบการตลาดเสรีเต็มรูปแบบ........ติดอันดับโลก[/quote]
ถูกต้องอีกแล้ว แต่ระบบการค้าของเทวดารถเข็นมันไม่ใช่เสรีแต่มันเป็นระบบผูกขาดของเครื่อข่ายอำมาตส์เท่านั้น มันถึงมีกำไรเยอะๆๆแต่ละปีไงละ

Maximus wrote:นายลีกวนยู

[quote=Maximus]นายลีกวนยู ไม่มีความเข้าใจคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งมีนัยยะถึงการรู้จักประมาณตน
ไม่ใช่การย้อนยุคหรือตำข้าวสารกรอกหม้อ

นายลีกวนยู ไม่เก่งจริง เพราะบริหารเมืองเล็กๆพอๆกับจังหวัดระนองของไทย ฝีมือเทียบชั้นกับนายอำเภอของไทยเท่านั้นกระมัง
แถมมีชาติตะวันตกคอยค้ำจุนธุรกิจที่เขาดำเนินการมาตั้งหลายร้อยปี ตั้งแต่ก่อนเมืองออกแก้วจะยกตัวสูงขึ้นจากภูเขาไฟกรากะตั้วระเบิด ทำให้ระบบขนส่งทางน้ำของออกแก้วเสียไป ซึ่งตำนานว่านาคกินน้ำจนเหือดแห้ง แต่สิงคปุระไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนระดับของเปลือกโลกในขณะนั้น

ก่อนนั้น ท่าเรือของสยามอยู่อยุธยา ดังนั้น ท่าเรือหลักของนานาชาติจึงใช้สิงคปุระ
ก็แค่นั้นเอง
ต่อมา สยามจึงย้ายท่าเรือจากอยุธยามากรุงธนบุรี

สิงคปุระ เป็นแค่เมืองเล็กๆ ทำอะไรได้ไม่ยาก

แผ่นดินเท่าแมวดิ้นตาย (แมวคนละตัวกับแมวศรีธนญชัย)

ฮวงซุ้ยของชาวสิงคปุระในปัจจุัน ต้องกลายเป็นคอนโดมิเนียม ซึ่งต้องเชิญซินแสจากฮ่องกงไปช่วยทำพิธี

คนสิงคปุระ มีคติว่า 1-2-3-4
คือ
One wife
Two children
Three bedrooms
Four wheels ก็คือรถยนต์ แต่ที่ดินผืนแค่ฝ่ามือ จะเอารถวิ่งไปไหนได้

ดูถนนของเมืองไทยสิจ๊ะ ถึงจะติดในเมืองหลวง
แต่ถึงหน้าสงกรานต์ วิ่งฉิว ...

ชาวรากหญ้าของเมืองไทยที่ดำเนินชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างเป็นสุขใจทุกคน

ชีวิตกับผืนนาท้องน้ำ ป่าเขาอันเขียวชะอุ่ม
ความสุขแบบนี้ ชาวรากหญ้าของไทยมีเหลือเฟือ[/quote]

น่าจะลองไปสัมภาษณ์แรงงานไทยที่มีฝีมือที่อยู่ทีสิงคโปร์ดูนะคะว่าทำไมเขาเลือกที่จะอยู่สิงคโปร์ เวลาเบื่อๆเซ็งๆก็บินมาเที่ยวมาใช้เงินทีเมืองไทย ลองถามเขาดูดีไหมว่าทำไม?

จากนี้จะไม่ตอบคุณแล้วนะคะเพราะคุณไร้สาระแล้วนะคะ

กานดา นาคน้อย wrote:Maximus

[quote=กานดา นาคน้อย][quote=Maximus]นายลีกวนยู ไม่มีความเข้าใจคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งมีนัยยะถึงการรู้จักประมาณตน
ไม่ใช่การย้อนยุคหรือตำข้าวสารกรอกหม้อ

นายลีกวนยู ไม่เก่งจริง เพราะบริหารเมืองเล็กๆพอๆกับจังหวัดระนองของไทย ฝีมือเทียบชั้นกับนายอำเภอของไทยเท่านั้นกระมัง
แถมมีชาติตะวันตกคอยค้ำจุนธุรกิจที่เขาดำเนินการมาตั้งหลายร้อยปี ตั้งแต่ก่อนเมืองออกแก้วจะยกตัวสูงขึ้นจากภูเขาไฟกรากะตั้วระเบิด ทำให้ระบบขนส่งทางน้ำของออกแก้วเสียไป ซึ่งตำนานว่านาคกินน้ำจนเหือดแห้ง แต่สิงคปุระไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนระดับของเปลือกโลกในขณะนั้น

ก่อนนั้น ท่าเรือของสยามอยู่อยุธยา ดังนั้น ท่าเรือหลักของนานาชาติจึงใช้สิงคปุระ
ก็แค่นั้นเอง
ต่อมา สยามจึงย้ายท่าเรือจากอยุธยามากรุงธนบุรี

สิงคปุระ เป็นแค่เมืองเล็กๆ ทำอะไรได้ไม่ยาก

แผ่นดินเท่าแมวดิ้นตาย (แมวคนละตัวกับแมวศรีธนญชัย)

ฮวงซุ้ยของชาวสิงคปุระในปัจจุัน ต้องกลายเป็นคอนโดมิเนียม ซึ่งต้องเชิญซินแสจากฮ่องกงไปช่วยทำพิธี

คนสิงคปุระ มีคติว่า 1-2-3-4
คือ
One wife
Two children
Three bedrooms
Four wheels ก็คือรถยนต์ แต่ที่ดินผืนแค่ฝ่ามือ จะเอารถวิ่งไปไหนได้

ดูถนนของเมืองไทยสิจ๊ะ ถึงจะติดในเมืองหลวง
แต่ถึงหน้าสงกรานต์ วิ่งฉิว ...

ชาวรากหญ้าของเมืองไทยที่ดำเนินชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างเป็นสุขใจทุกคน

ชีวิตกับผืนนาท้องน้ำ ป่าเขาอันเขียวชะอุ่ม
ความสุขแบบนี้ ชาวรากหญ้าของไทยมีเหลือเฟือ[/quote]

น่าจะลองไปสัมภาษณ์แรงงานไทยที่มีฝีมือที่อยู่ทีสิงคโปร์ดูนะคะว่าทำไมเขาเลือกที่จะอยู่สิงคโปร์ เวลาเบื่อๆเซ็งๆก็บินมาเที่ยวมาใช้เงินทีเมืองไทย ลองถามเขาดูดีไหมว่าทำไม?

จากนี้จะไม่ตอบคุณแล้วนะคะเพราะคุณไร้สาระแล้วนะคะ[/quote]

ขอแนะนำให้คุณกานดา นาคน้อย กลับไปเรียนหนังสือใหม่

แรงงานฝีมือ (Skilled Labor)

แรงงานฝีมือ (Skilled Labor) ในเมืองไทย รายได้มากกว่าแรงงานในสิงคโปร์มากมาย

จะใช้ค่าแรงงานในสิงคโปร์เป็นดัชนี ได้หรือ? ตัวเลขที่อ้างว่าสูงกว่าด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ?

มุมมองของหนอน กับมุมมองของนก จะเห็นโลกแตกต่างกัน

ยุโรปและสหรัฐ กำลังย่ำแย่ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

หลายๆประเทศ กำลังเข้าสู่ "เศรษฐกิจพอเพียง" นั่นคือ การรู้จักประมาณตนในการครองชีพ

ขอให้คุณกานดา ไปเรียนหนังสือใหม่เสียนะครับ

http://bit.ly/nwy4Kn

http://bit.ly/nwy4Kn

สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 ว่า ในช่วง 6 เดือนแรก ปี 2553 ได้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 373 ราย

คาดว่าตลอดทั้งปี 2553 จะพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2552 คือ 643 ราย โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 92 เป็นเพศชายและเป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันทางการสิงคโปร์ได้เพิ่มการตรวจหาเชื้อเอชไอวี โดยระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2553 ได้ให้บริการตรวจเชื้อเอชไอวีแก่ประชาชนจำนวน 143,906 ราย เทียบกับจำนวน 129,966 ราย ในช่วงเดียวกันปี 2552 และกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้มีการรณรงค์ให้มีการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอดส์

http://www.eastasiawatch.in.th/article.php?section=4&id=290

เพื่อนไทยช่วยไทยในสิงคโปร์ ในปี 2553

เมื่อวันที่ 19-22 มิถุนายน 2553 เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตและนักเขียนจากนิตยสารคู่สร้างคู่สม นำโดยนายดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภาได้เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการค้าประเวณีและแรงงานไทยในสิงคโปร์ รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานไทยในสิงคโปร์

http://protectthaicitizen.blo

http://protectthaicitizen.blogspot.com/2011/04/blog-post_28.html

แรงงานไทยในสิงคโปร์

ปัจจุบันมีแรงงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ประมาณ 40,000 คน โดยส่วนใหญ่ประมาณ 33,000 คน หรือร้อยละ 83 เป็นแรงงานก่อสร้างและแรงงานในอู่ต่อเรือ / ซ่อมเรือ และคนรับใช้ในบ้าน ที่เหลือเป็นแรงงานระดับสูงและระดับบริหารที่มีใบอนุญาตทำงานแบบ E pass และ S pass ประมาณ 7,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของแรงงานไทยทั้งหมด

ปัญหาของแรงงานไทย

นอกเหนือจากปัญหาการร้องทุกข์ทั่วไป อาทิ การขอกลับบ้านก่อนครบสัญญา ขอคืนภาษี ข้อเรียกร้องด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงความเดือดร้อนส่วนบุคคลแล้ว ปัญหาในภาพรวมของแรงงานไทยคือ

1. ปัญหาในการต่อใบอนุญาตทำงาน
เนื่องจากสิงคโผร์ได้ขยายเวลาของแรงงานต่างชาติประเภทมีฝีมือ (Levy ต่ำ) ซึ่งเป็นแรงงานที่เคยผ่านการทดสอบฝีมือ และส่วนใหญ่เคยเข้ามาทำงานในปประเทศสิงคโปร์แล้ว และสามารถจ้างงานได้ติดต่อกันสูงสุดได้ไม่เกิน 18 ปี หรือจนกว่าอายุจะมากเกินกว่า 50 ปี ทำให้เกิดการจ้างงานตรงระหว่างนายจ้างกับแรงงานไทย โดยไม่ผ่านสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ (สนร.สิงคโปร์) ทำให้เกิดปัญหาอย่างน้อย 2 ประการได้แก่

1.1 แรงงานไทยดังกล่าวไม่ได้มารายงานตัวต่อ สนร.สิงคโปร์ ทำให้ไม่ทราบจำนวนแรงงานไทยในสิงคโปร์ที่แท้จริง

1.2 เมื่อแรงงานเหล่านี้ประสบปัญหาก็ไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้ เนื่องจากขาดสมาชิกภาพ หรือไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะต้องสมัครที่กรมการจัดหางานก่อนการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

2. ปัญหาด้านภาษา

แรงงานไทยแม้จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือแต่มีปัญหาด้อยด้านภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับนายจ้างได้ จึงเสียโฮกาสที่จะได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งสูงขึ้น เช่น หัวหน้างาน

3. ปัญหาการกระจายตัวของแรงงานไทย

แรงงานไทยมีอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในสิงคโปร์ เมื่อประสบปัญหา ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใคร แม้จะมีสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ สนร. สิงคโปร์ และสมาคมเพื่อนแรงงานไทยซึ่งมีที่ทำงานอยู่ที่โกลเดนมาย ซ่างเป็นศูนย์รวมพบปะระหว่างคนไทยและแรงงานไทยแล้ว ก็ยังให้ความช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง

4. ปัญหาด้านความประพฤติ

แรงงานไทยส่วนใหญ่มักใช้เวลาว่างด้วยการจับกลุ่ม ดื่มสุราในบริเวณโกลเดนมาย ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา รวมทั้งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ และตำหนิจากนายจ้างท้องถิ่น รวมถึงชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับความเดือดร้อน

ที่มา: สำนักงานแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ 20 มีนาคม 2554

http://www.thaiworld.org/th/i

http://www.thaiworld.org/th/include/answer_search.php?question_id=7

วัฒนธรรมและการปฏิบัติตนที่พึงรู้

สำนักงานแรงงานไทยในสิงคโปร์ ได้ให้ข้อมูลในด้านวัฒนธรรมการทำงานของนายจ้างชาวสิงคโปร์ ซึ่งแรงงานไทยควรจะรับทราบไว้ก่อนเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ คือลักษณะนิสัยของนายจ้างชาวสิงคโปร์ มักพูดจาเสียงดัง ห้วน ซึ่งบางครั้งทำให้แรงงานไทยไม่พอใจ และเข้าใจผิดว่าถูกดุด่า นอกจากนี้นายจ้างสิงคโปร์เป็นคนเอางานเอาการ ขยันและใจร้อน ดังนั้นจึงต้องการแรงงานที่ตั้งใจทำงานและขยัน หากแรงงานไทยประพฤติตนอย่างมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่แล้ว ก็จะไม่มีปัญหาขัดแย้ง สำนักงานแรงงานไทยในสิงคโปร์ได้ให้คำแนะนำอีกด้วยว่า แรงงานไทยควรให้ความเคารพแก่นายจ้างตามความเหมาะสม เพราะกิริยาหรือการกระทำที่ไม่มีมารยาทต่อนายจ้าง มักทำให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกับนายจ้างอยู่บ่อยๆ นอกจากนั้นในสถานที่ทำงานโดยเฉพาะด้านการก่อสร้างและอู่ต่อเรือ แรงงานไทยจะต้องทำงานร่วมกับแรงงานชาติอื่นๆ เช่น จีน อินเดีย และบังคลาเทศด้วย ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนต่างชาติอื่น ที่มีวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อุปนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศนั้นๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในที่สาธารณะก็เช่นเดียวกัน มีเรื่องสำคัญหลายประการที่แรงงานไทยควรจะทราบไว้ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดปัญหา ซึ่งได้แก่

1) ห้ามจับกลุ่มกันในที่สาธารณะและดื่มสุรา หรือสังสรรค์เฮฮาเสียงดัง โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นที่พักอาศัยหรือชุมชน ซึ่งนอกจากสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีกับประเทศไทยแล้ว ยังอาจถูกแจ้งให้ตำรวจจับได้
2) สังคมในสิงคโปร์ไม่ว่าจะโดยทั่วไป หรือสังคมในสถานที่ทำงานของแรงงานไทย เป็นสังคมของคนหลายสัญชาติ ซึ่งแต่ละสัญชาติจะมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร ดังนั้น แรงงานไทยควรระมัดระวังการสั่งอาหาร หรือร่วมรับประทานอาหารกับคนชาติอื่นที่เคร่งครัด เช่น มุสลิม เนื่องจากความไม่รู้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดกรณีวิวาทได้
3) สังคมในสิงคโปร์มีลักษณะต่างคนต่างอยู่ การพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เช่น อุบัติเหตุ แรงงานไม่ควรนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
4) แรงงานไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวเด็กชาวสิงคโปร์ไม่ว่าหญิงหรือชาย เพราะอาจถูกกล่าวหาว่าทำอนาจารหรือลวนลามได้
5) ห้ามพกของมีคมไปในที่สาธารณะ
6) มารยาทในการขึ้นบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟ รถโดยสารหรือห้างสรรพสินค้า ควรยืนชิดซ้ายเพื่อที่ให้ผู้ที่มีธุระเร่งด่วนแซงขึ้นไปทางด้านขวาได

http://www.thaiworld.org/th/i

http://www.thaiworld.org/th/include/answer_search.php?question_id=7

สิงคโปร์มีกฎหมายที่เข้มงวดรุนแรง ดังนั้นการไม่ทำผิดจะเป็นสิ่งดีที่สุด

ยังมีบางสิ่งที่แรงงานไทยควรจะรับทราบไว้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มิได้เป็นข้อห้ามที่เคร่งครัดในเมืองไทย แต่สำหรับสิงคโปร์แล้วได้กำหนดไว้ว่าเป็นข้อห้ามที่สำคัญ ซึ่งหากใครละเมิดก็จะโดนปรับในอัตราสูง ได้แก่ การห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม บนรถประจำทางหรือรถไฟ (หากฝ่าฝืนจะโดนปรับ 500 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 11,500 บาท) ห้ามสูบบุหรี่ในอาคารที่มีเครื่องหมายห้าม บนรถประจำทางหรือรถไฟ (หากฝ่าฝืนจะโดนปรับ 1,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 23,000 บาท) และห้ามปัสสาวะ บ้วนน้ำลาย ทิ้งขยะในที่สาธารณะ หรือทำลายของสาธารณะ (หากฝ่าฝืนจะโดนปรับ 500 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 11,500 บาท) นอกจากนั้น ก็ควรระมัดระวังเรื่องการทิ้งหรือคายหมากฝรั่ง โดยควรทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง มิฉะนั้นจะโดนปรับอย่างหนักเช่นเดียวกับการทิ้งขยะในที่สาธารณะ

http://media.thaigov.go.th/pa

http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1827&pagename=content2&contents=59672

แรงงานไทยในสิงคโปร์สนใจ-ห่วงใยสุขภาพ ผู้มาขอคำปรึกษา แนะนำ และตรวจรักษาเพิ่มขึ้น หน้าแรก » ข่าวประชาสัมพันธ์ (30/8/2011)

บริการตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำด้านสุขภาพแก่แรงงานไทยในสิงคโปร์ โดยวิธีการดำเนินการเชิงป้องกัน รวมทั้งยังเป็นมาตรการเฝ้าระวังเกี่ยวกับโรค ‘ใหลตาย’การช่วยเหลือกู้ชีพ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ได้รับความสนใจจากแรงงานไทยมากกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

วันที่ 28 สิงหาคม 2554 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณอาคารโกลเด้นไมล์ ชั้น 3 ประเทศสิงคโปร์ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยในสิงคโปร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และสภากาชาดไทย จัดให้บริการตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกาย พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตนเองแก่แรงงานไทยในสิงคโปร์ โดยวันนี้เป็นวันที่ 2 นางกาญจนา วงศ์สุวรรณ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สำนักงานแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27สิงหาคมที่ผ่านมา มีจำนวนแรงงานไทยมารับบริการทางการแพทย์มากกว่า 500 คน สำหรับวันนี้คาดว่าจำนวนแรงงานไทยที่จะมาใช้บริการทางการแพทย์จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 600 คน รวม 2 วันจะมีจำนวนแรงงานไทย ที่จะมาใช้บริการทางการแพทย์ประมาณกว่า 1,200คน ซึ่งสูงกว่าสถิติของปีผ่านมา การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแรงงานไทยในสิงคโปร์ทยอยเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เคยเข้ารับบริการตรวจสุขภาพตามโครงการดังกล่าวมาก่อนแล้ว โดยมีประวัติการรักษา/การจ่ายยาไว้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการติดตามผลการรักษาในการดำเนินโครงการในปีต่อๆไป

ผศ.สมเกียรติ แสงวัฒนโรจน์ แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ สภากาชาดไทย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการจัดอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การให้ความรู้เกี่ยวกับการบริการด้านจิตเวช และกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงปัญหาจากการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยมีการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้าให้แก่แรงงานไทยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีอาการของโรค ‘ใหลตาย’ให้แก่แรงงานไทยที่มาทำงานในสิงคโปร์ปีแรกๆ การมีความเครียดสูง การดื่มสุราเป็นประจำ ทำงานหนักขาดการพักผ่อน ที่ผ่านมาพบสถิติ โรคใหลตายของแรงงานไทยประมาณ 1-2% ส่วนใหญ่เป็นเพศชายที่เข้าข่ายเป็นโรคใหลตายประมาณ 10คน ในประชากรแรงงานไทย 40,000-50,000 คน เทียบกับเมื่อ 10-20ปี พบว่ามีอัตราลดลงเนื่องมาจากจำนวนแรงงานไทยในสิงคโปร์ลดลง ขณะเดียวกันแรงงานไทยรู้จักการป้องกัน ดูแลรักษาตนเองมากขึ้น สำหรับปีนี้พบประมาณ 5-6 รายที่เสียชีวิตจากโรคใหลตายในครึ่งปีแรกซึ่งถือว่าจำนวนไม่เพิ่มขึ้น

นายพรม สุภาษิต แรงงานไทยในสิงคโปร์ที่ผ่านหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น กล่าวว่า ได้รับความรู้ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือผู้ได้รับอุบัติเหตุเบื้องต้น การกู้ชีพ การปั๊มหัวใจ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย สามารถนำไปใช้ประโยชน์แก่ตนเองและเพื่อนร่วมงานได้ หากเกิดอุบัติเหตุหรือเพื่อนนอนหลับแล้วหัวใจหยุดเต้นก็สามารถ

ช่วยปฐมพยาบาล กู้ชีพโดยการปั๊มหัวใจ ก่อนและขณะส่งแพทย์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ทำให้แรงงานไทยได้รับประโยชน์ทั้งทางด้านการดูแล ป้องกัน รักษา ในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยที่แรงงานต่างชาติของประเทศอื่นๆ ที่มาทำงานในสิงคโปร์ไม่มีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ และขอให้จัดกิจกรรมนี้ต่อไปอีกในปีต่อๆ ไป

ทั้งนี้ การจัดโครงการนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่ปี 2548 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการคำปรึกษาด้านสุขภาพและให้การรักษาเบื้องต้นแก่แรงงานไทยและชาวไทยที่เจ็บป่วยและขาดทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานกงสุลแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมควบคู่ไปกับการให้บริการตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ สำนักงานสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และสภากาชาดไทย ที่ร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ เป็นมิตรและพร้อมให้บริการแก่ประชาชน อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สำนักงานแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ กล่าว

ขอแนะนำให้คุณกานดา

ขอแนะนำให้คุณกานดา ทบทวนความรู้ของตัวเองเกี่ยวกับประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง
ทำความเข้าใจกับคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง มีที่มาจากไหน อย่างไร เมื่อใด ด้วยเหตุใด

Don't be afraid, just look at yourself.

Bye.

คนมี 30,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คนมี 30,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาสอนให้คนยากจน พอเพียง ตลกไม๊

ถ้าจะให้ดี เอาเงินออกมาแบ่งคนจน ก้อจะดีกว่าแค่ คำพูด น่ะ

ดู บิล เกต เจ้าพ่อ Microsoft เป็นตัวอย่างก้อได้ เค้าบริจาค เยอะแยะ ยังมีไม่ถึง 30.000ล้านเลย

000000000000 wrote:ML

[quote=000000000000][quote=ML]เศรษฐกิจพอเพียง..เอากระพี้ของศาสนาพุทธไปประยุทธหรือเปล่า ดูมันเป็นการให้คนเอาไปปฏิบัติให้มีชีวิตอย่างสมถะ หรือเป็นการตอนสมองคนให้อยู่แต่ในกรอบ ส่วนเจ้าตำรับรับระบบการตลาดเสรีเต็มรูปแบบ........ติดอันดับโลก[/quote]
ถูกต้องอีกแล้ว แต่ระบบการค้าของเทวดารถเข็นมันไม่ใช่เสรีแต่มันเป็นระบบผูกขาดของเครื่อข่ายอำมาตส์เท่านั้น มันถึงมีกำไรเยอะๆๆแต่ละปีไงละ[/quote]
ระบบผูกขาดมันแย่กว่าระบบการตลาดเสรีอย่างมาก อย่างนี้เขาเรียกว่าเอาเปรียบสังคมหรือเปล่า แถมทำการตลาดแพ็กยี่ห้อแบรนด์นามซะด้วยซิ แล้วอย่างนี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนอีกข้อมั๊ยนี่

singaporean...เหรอคะ ขอคิดก่อ

singaporean...เหรอคะ
ขอคิดก่อนน๊า
เดินเร็ว พูดเร็ว กินเร็ว คิดเร็วทำเร็ว มาเร็วไปเร็ว โกรธง่ายด่าง่ายหายเร็ว...
นางมารฯหัวไว..แอบจำคำด่าเจ็บๆมาจากเพื่อนจีน/มาเลย์ในsingaporeนี่แหล่ะ
8 ปี...ที่ singapore ประสบการณ์เพียบทำให้เลือดไท สูบฉีดแรงขึ้น เรียนรู้มากขึ้นฯลฯ
เด็กมัธยมของเขาฉลาดเป็นกรด นางมารฯขนาดว่ากล้าแล้ว ยังซ่าไม่ออก
ติดต่อทำเรื่องเรียนที่นั่นสองปีเต็มๆ
ไปเรียนได้สองอาทิตย์...ไม่หนุก ไม่ทันเด็ก อายมันด้วยนิ อิอิอิ ทำงานดีกว่า
อีก 8 ปึ กับ holland... ทีนี้หนุกหนานกว่าเยอะ เที่ยวซอกแซกไปทั่ว
ค่างมุมต่างมอง ต่างมองต่างมุม
นางมารฯได้ความรู้จากทั้งสองประเทศ ได้ความรักจากเพื่อนทั้งสองประเทศ
ขอให้ถือคติที่ว่าประสบการณ์อยู่นอกบ้าน ปัญญาคืออาวุธ
และ อกหักกะชัก...ตาย น่ะเลือกได้,
ไม่มีใครบังคับ
:)

นึกขึ้นมาได้ว่า Singapore

นึกขึ้นมาได้ว่า
Singapore Q-Taxi ยาววววววมั่ก
ตอนนั้น Kentucky24hrs Isetan
HondaSportcar Videoplayer Computer
Biore, Oil of Ulan,
Silo/สหกรณ์ อะไรต่อมิอะไร
Singapore มีก่อน-ใช้ก่อนไทยเสมอ
อ่อ...mentos นีเวีย OB ก็ด้วย
นานมากกว่าจะได้เห็น

casino ที่ sentosa

casino ที่ sentosa อิ่ก
singapore กำลังกวาดเงินทึ่หล่นจากชาวสนธยา..ไปใช้ก่อนไทย
ไทยน่าศึกษาระบบจาก Holland Casino นะคะ
holland มีระบบดูแลครบถ้วนครอบคลุม
เขาพัฒนาระบบ/ให้คำปรึกษาดูแลปัญหาของนักเล่นพนันด้วย

nnn wrote:กานดา นาคน้อย

[quote=nnn][quote=กานดา นาคน้อย]2. ผู้นำที่พัฒนาประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆก็ดีกว่าผู้นำประเทศที่บอนไซประเทศเพราะว่าต้องการอยู่ในตำแหน่งนานๆนะคะ ในทางกลับกัน ผู้นำประเทศเป็นมนุษย์มีกิเลสตัณหา ใจคอคุณจะให้นักบุญอวตารมาพัฒนาประเทศให้ฟรีๆหรือคะ ของดีของฟรีไม่มีค่ะ วาทกรรมที่ว่าต้องเอาคนดีมานำประเทศก็มีปัญหาตรงที่ว่าเป็นวาทกรรมโรแมนติก คนดีไม่มีกิเลสไม่มีอัตตาจะลุกขึ้นมาพัฒนาประเทศเพื่อใครล่ะคะ เพื่อมวลมนุษยชาติที่รักหรือคะ แทนที่จะนั่งรอนักบุญให้อวตารมาพัฒนาประเทศให้ ทำไมไม่คิดหากลไกทางการเมืองเพื่อตรวจสอบคนชั่ว คนชั่วที่ว่าไม่ใช่แค่นักการเมือง นักการเมืองจะโกงได้ไงถ้าข้าราชการไม่ร่วมด้วย ต้องตรวจสอบข้าราชการด้วยค่ะ ยิ่งไทยเป็นรัฐราชการมานานยิ่งต้องตรวจสอบข้าราชการค่ะ

3. ลีกวนยูเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ก็ได้รับการชดเชยตามสภาพ คนสิงคโปร์ยุคนี้ยอมแลกเสรีภาพทางการเมืองกะเสรีภาพทางเศรษฐกิจ อะไรที่คนสิงคโปร์ทำทีสิงคโปร์ไม่ได้เขาก็บินไปทำที่ประเทศอื่นได้ ส่วนคนไทยจะกระดิกตัวไปไหนไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ต้องขอวีซ่าซะส่วนใหญ่ มีไม่กี่ประเทศที่ให้คนไทยเข้าได้โดยที่ไม่ต้องมีวีซ่า คนสิงคโปร์นั้นมีทางเลือกมากกว่าที่มองกันอย่างผิวเผินค่ะ[/quote]

เห็นด้วยครับที่ว่า ผู้นำประเทศก็เป็นมนุษย์ มีกิเลศ ของดีของฟรีไม่มี เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราก็ควรที่จะปล่อยอย่างนั้นไปหรือ เมื่อความคิดเริ่มต้นผิด ในความคิดผม ผมเห็นว่าทุกอย่างก็คงจะจบมาแบบถูกได้ลำบากนัก เมื่อเราเลือกคนที่ไม่โปร่งใส มัวๆ เทาๆ มาบริหาร มาเป็นคนสร้างระบบ ระบบที่เขาสร้างก็ต้องเอื้อพวกพ้องเขา มีประชาชนกี่คนที่มีโอกาสได้เข้าไปสร้างระบบอย่างจริงจัง คำตอบคือน้อยมากนัก ไม่ว่าจะเป็นระบบในยุคสมัยไหนก็ตาม มีชาวนากี่คน มีคนงานระดับแรงงาน กรรมกร คนขับแท็กซี่ กี่คนที่มีโอกาสได้เข้าไปสร้างระบบ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงเลือกตัวแทนเข้าไปสร้างระบบ และตัวแทนก็ประเภทอย่างที่คุณบอกคือ จำนวนหนึ่งหรืออาจจะส่วนใหญ่คือ "มนุษย์ มีกิเลศ ของดีของฟรีไม่มี" เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงได้แค่วนเวียนกับแบบนี้ต่อไป ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากได้ทั้งผู้นำที่เห็นแก่ตัว ประโยชน์พวกพ้อง บอนไซชอนไช หรือแม้แต่ผลประโยชน์ทับซ้อน หากเราคิดว่าหลับตาเลือกๆ เอาคนที่มันเลวน้อยที่สุด ชีวิตนี้ประเทศไทยก็คงจะยากที่จะมีคนดีมาบริหาร เพราะเราคิดที่จะเอาคนเลวมาบริหารแล้ว

แต่ก็อย่างว่า คือ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เมื่ออยากได้เสรีภาพทางเศรษฐกิจ ก็ต้องแลกกับเสรีภาพทางการเมือง การแสดงความคิดเห็น บังเอิญว่า คนส่วนใหญ่อยากจะได้หมด ไม่คิดจะแลกกับอะไรทั้งนั้น จริงๆ แล้วผมก็เบื่อนะกับการที่จะต้องเดินทางแล้วต้องมาขอวีซ่า แต่อย่างว่า คนไทยทำกันเอง สหรัฐอาหรับอิมิเรต์ เคยให้คนไทยทำ Visa on Arrival แบบง่ายๆ ก็เล่นเข้าไปหากินด้วยอาชีพต้องห้ามเต็มไปหมด สุดท้ายใครจะไปทำธุรกิจอะไรก็กรุณาขอวีซ่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวด้วย แต่ก็เอาเถอะ... คนไทยด้วยกัน ทำกันเองทั้งนั้น[/quote]

ก็คนที่ป่าวประกาศว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐศรีไม่ยอมมาเล่นการเมืองในระบบนี่คะ คนพวกนี้เล่นการเมืองนอกระบบเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากการตรวจสอบ แล้วถ้าเขามาเล่นการเมืองและการหาเสียงว่า"ฉันเป็นคนดี ช่วยเลือกฉันหน่อยนะ อย่าไปเลือกคนเลว" นั่นก็เป็นการหาเสียงที่ติงต๊องค่ะ ดีหรือไม่ดีก็ให้คนอื่นตัดสินกันเอง เจ้าตัวตัดสินตัวเองไม่ได้หรอกนะคะว่าดีไม่ดี ยิ่งประเภทเอ็นจีโอกินภาษีแต่อ้างตัวเองว่าเป็นคนดีนี่ยิ่งไม่น่ารับประทาน กินอยู่กะงบประมาณรัฐแล้วจะเรียกตัวเองว่าเป็นเอ็นจีโอได้ยังไง จะหาเสียงก็ชูนโยบายมาเลย ดีไม่ดีประชาชนตัดสินใจเองได้

ในกรณีอดีตนายกฯทักษิณ เขาก็มีดีมีเลวปะปนกันไป แต่คนที่เลวกว่านั้นมีเต็มเมืองไทยค่ะ ชูคออยู่กันอย่างมีเกียรติยศเยอะแยะ

สมมุติว่าผีมีจริงนะคะ สมมุติว่าบ้านคุณมีผีดิบสิงอยู่ ผีดิบตัวนี้สูบเลือดและบอนไซสมาชิกในครอบครัวคุณจนง่อยเปลี้ย วันหนึ่งมีผีตัวใหม่มาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้าน ผีตัวเก่าก็บอกคุณว่าผีตัวใหม่มันชั่วช้าสามานย์มาก บอกให้คุณรีบไล่ผีตัวใหม่ไปเร็วๆ

คุณจะทำอย่างไร?

ดิฉํนคิดว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือไล่ผีตัวเก่าไปก่อน ผีตัวใหม่จะชั่วช้าแค่ไหนเป็นเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อยู่กะผีตัวเก่าไปก็รู้ๆอยู่ว่าจะเป็นไง หันมาลองเสียงกะผีตัวใหม่ลองวิธีการใหม่ๆก็อาจจะมีอะไรดีขึ้น ถ้าไม่กล้าเสี่ยงก็อยู่กะผีตัวเก่าไปจนตาย

kkk wrote:000000000000

[quote=kkk][quote=000000000000][quote=ML]เศรษฐกิจพอเพียง..เอากระพี้ของศาสนาพุทธไปประยุทธหรือเปล่า ดูมันเป็นการให้คนเอาไปปฏิบัติให้มีชีวิตอย่างสมถะ หรือเป็นการตอนสมองคนให้อยู่แต่ในกรอบ ส่วนเจ้าตำรับรับระบบการตลาดเสรีเต็มรูปแบบ........ติดอันดับโลก[/quote]
ถูกต้องอีกแล้ว แต่ระบบการค้าของเทวดารถเข็นมันไม่ใช่เสรีแต่มันเป็นระบบผูกขาดของเครื่อข่ายอำมาตส์เท่านั้น มันถึงมีกำไรเยอะๆๆแต่ละปีไงละ[/quote]
ระบบผูกขาดมันแย่กว่าระบบการตลาดเสรีอย่างมาก อย่างนี้เขาเรียกว่าเอาเปรียบสังคมหรือเปล่า แถมทำการตลาดแพ็กยี่ห้อแบรนด์นามซะด้วยซิ แล้วอย่างนี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนอีกข้อมั๊ยนี่[/quote]
การค้าเสรีเขามีการแข็งขันกันอย่างเป็นธรรม มันจึงทำให้ราคาสิ้นค้าไม่แพงมากเกินไปเพราะมีการแข็งขันกันผู้บริโภคสามารถเลือกได้ ส่วนผูกขาดสิ้นค้าที่มีขายอยู่ในตลาดสิ้นค้ามันมีหลายยี้ห้อหลายราคาก็จริงแต่มันมาจากกลุ่มบริษัทเดียวกัน มันไม่ได้มาจากคู่แข็งที่แท้จริงเช่นปูนก็มาจากเครือซิเมนไทยไม่ว่าจะตีตราอะไรก็ตาม เครือสหพัต และอีกหลายเครือหลายตระกูล ส่วนมากพวกนี้มันหนุนอำมาตส์และอำมาตส์มีหุ้นอยู่ด้วยทั้งนั้น

คำว่า"พอเพียง"

คำว่า"พอเพียง" เรามองว่าพระองค์ท่านทรงมีพระอัจฉริยภาพมาก ๆ ถ้าทุกฝ่ายปฏิบัติตามได้ก็จะเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ชาติ คือ
1. พอเพียง สำหรับผู้ปกครองประเทศ คือ
- บริหารประเทศให้ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และการพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้(มากกว่าการให้การศึกษา ความรู้ในทุกด้าน รวมถึงความเท่าทัน) และมีความสุข (สุขกายและสุขใจ กว้างมาก ๆ)
2. พอเพียง สำหรับประชาชนทั่วไป
- รู้จักสร้างเศรษฐกิจตนในทางชอบ รู้จักประมาณในการใช้ (ใช้สอยตามฐานะและความจำเป็น ไม่ทำให้ตนและคนอื่นเดือดร้อน มีมากใช้มากมีน้อยใช้น้อย)
3. พอเพียง สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ
- ประกอบธุรกิจไม่ขัดต่อ กม.และศีลธรรม ทำกำไรพอเหมาะพอควรไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า รวมถึงไม่เอารัดเอาเปรียบลูกจ้าง
เหล่านี้ล้วนเป็นความพอเพียงทั้งสิ้น แต่ "ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงค์ชีพ" นโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนขั้นต่ำ ป.ตรี 15,000.- ควรได้รับความร่วมมือจากนักธุรกิจใช่หรือไม่ แล้วใย สภาอุตฯ ออกมาค้านมาอุดกันนักหนาล่ะ ราคาข้าวเปลือก 15,000 และ 20,000 ซึ่งก็ดูว่าทำให้ชาวนาแค่พอลืมตาอ้าปากได้ทั้งนั้น ทำไมผู้ส่งออกข้าวส่วนใหญ่ถึงออกมาค้านหัวชนฝา นโยบายบ้านหลักแรก รถคันแรก ที่จะช่วยให้ชนชั้นกลางได้มีความสุขและสะดวกมากขึ้น สลิ่มและฝ่ายค้านจึงออกมาฟ้องร้องรัฐ คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่า "รักในหลวง" แล้วจะทำเพื่อให้พระองค์มีความสุขซักอย่างได้หรือไม่

ขอค้านหน่อยนครับ

ขอค้านหน่อยนครับ ในแง่พอเพียงที่ผมใช้อยู่ไม่ได้ย้อนมองในแง่ว่าจะพายเรือ กินยาหม้อ แต่ผมมองในแง่การปรับตัวเขากับฐานะที่พึงกระทำหรือพึงมี ภาษาง่ายๆคือ สมฐานะตัวเอง คือ มีเงินพอซื้อรถก็ต้องมีเงินเก็บเผื่อป่วยไข้ ไม่ใช่ทุ่มเงินเหมือนจับเสือมือป่าว ลงอะไรไปแล้วไม่ได้อะไรครับ เจ๊งพอดี ก้าวกระโดดออกตัวแรงมีเยอะคือคนเก่ง ก้าวแต่ช้านั้นมีคือฐานมั่นคง เหมาะสมองปานกลางสำหรับผมครับ คนยุคนี้ต้องยอมรับว่ากำลังไขว่คว้าในสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินตัวมากครับ ยกง่ายๆคือ มือถือไอโฟนนั่นเอง มาปุ๊บต้องขอเป็นเจ้าของทันที ถ้าเป็นผมเรื่อยๆเดี๋ยวมันมาเองครับ ผมเสริมฐานะ ผมช้า ผมมั่นคง การศึกษาแน่น งานดี มีเงินเก็บ ผมถามหน่อยไม่รวยมากแต่ก็ไม่เคยขอใครินครับ นี่เป็นในแง่ที่ผมมองต่างกันนะครับ ผมยึดหลักในหลวงทรงเคยตรัสดำริไว้ จงใช้ชีวิตอย่างพอเพียง แต่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลครับ

อย่างน้อยๆ ล้มทั้งที

อย่างน้อยๆ ล้มทั้งที ก็ขอล้มบนฟูกนุ่ม ดีกว่าลูกตะกั่วเป่าหัวตัวเองครับ
มนุษย์เงินผ่อนทุกวันนี้มีเยอะแล้วครับ..
อยากได้อยากมี อยากแสนหลาย ผมเองก็อยากได้อยากมีแต่อดทน คุณปูทางดี อดช่องโหว่ เสริมรากฐานชนิดคอนกรีตเสริมเหล็ก ผมว่ามันมั่นคงกว่าคุณช้อนหุ้นแล้วรอดิ่งลงเหวระนาว ข้อเสีย คือช้าผมยอมรับ แต่ผมไม่ขอสูงมากแต่ขอมั่นคงครับ เสมือนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศน่ะครับ อย่าให้เหมือนปีฟองสบู่แตกเลย ที่เกิดจากการออกตัวแรงเดินเครื่องเร็ว เสือตัวที่ห้าก็กลายเป็นขี้เรื้อนได้ในพริบตานะครับ
ทุกอย่างต้องถามตัวเองว่า=คุณมีพร้อมทุกอย่างก่อนจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง?
คุณรีบก้าวแต่คุณยังพึ่งพาเศรษฐกิจของคุณอื่น เขาเซ คุณก็ซบครับ อุตสาหกรรมเราสร้างได้แล้วหรือยัง อะไหล่คอมสร้างได้ส่องประกอบย้อนมาขายเราอีกที เสมอยังยาก ขาดแต่ง่ายสิครับ ยกเล็กๆ เราต้องมีศักยภาพ การศึกษา แรงงาน การเมือง เงินทุน ที่จะสนับสนุนก่อนครับ นี่เป็นยกเล็กๆ ที่เป็นทุนรอนของเราครับก่อนจะมหภาค จุลคุณมองดีแล้วหรือยัง นัยของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงถ้าคุณตีให้มันดีจริงๆ มันขยายได้ ประยุกต์ได้ครับ ผมเคยอ่านเจอตำราการศึกษาของมหาลัย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะของชิคาโกนะครับ แต่จำชื่อผู้แต่งไม่ได้ เป็นหมวดเศรษฐศาสตร์เช่นกันแต่เขาวางเหง้าของการappliedการพอเพียงจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามาใช้นะครับ มันเป็นทิศทางอีกกระแสที่สวนทุนนิยมของคำว่าคิดต่าง แต่คิดได้จริงครับ ใจไม่ร้อนช้าสิเย็น แต่เดินเป็น แปลเป็นไทยค่อนข้างงงนิดหน่อยนะครับ (ปล แปลเสร็จแล้วเรียงคำไทยเองครับ) แต่ผมจำได้ขึ้นใจเลยเชียว เหมือนหลักกฏหมายธรรมชาตินะครับ อยู่ที่ว่าคนแต่ละคุณผู้พิพากษาแต่ละท่านจะตีนัยอย่างไร กินนัยอย่างไร ปพพ แพ่งพาณิชย์ถ้าผมจำไม่ผิด ม.4 ศาสตร์หัวใจของกฏหมาย ปพพ(ในอาญาคนละเรื่องกันครับ อันนั้นคือหลักวิธีพิจารณา แต่เชื่อมหลักกฏหมายเช่นกันแค่ตีให้แตก) กล่าวว่า
ม4 กฏหมายนั้น วางหลักไว้ว่า ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใดๆ แห่งกฏหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้นๆ เมือไม่มีบทกฏหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห้งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่า ให้ใช้เทียบเคียง แล้วถ้าไม่มีให้ใช้...หลักฏหมายทั่วไป.... ผมแค่อ้างอิงตามศาสตร์กฏหมายมาใช้ คุณจะเห็นว่า กฏหมายจะต้องชัดเจนและเฉพาะเจาะเรื่อง (ตามเจตนารมย์ผู้เขียนด้วย) ซึ่งโดยรวมท้ายสุดกฏหมายก็ต้งยึดหลักโดยทั่วไปหรือหลักธรรมชาติ หรือสุภาษิตกฏหมาย นั่นคือการ...ตีความ...เช่นกัน และนำไปประยุกต์ใช้เป็นกรณีๆ ไปครับ จึงไม่เป็นจัดเจนที่ว่า ปพพ ไม่มีความว่าผู้พิพากษาไม่อาจตัดสินผลคดีได้ (ยกเว้นในเรื่องของยกฟ้องที่ไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ อันนั้นจะเป็นเรื่องของอายุความ และวิธีสบัญญัติ) เพราะฉะนั้นทุกร้อยเรียงตัวอักษร มันซ่อนเจตนาไว้เสมอครับ แล้วแต่ผู้ตีจะตีไปทางไหน ตีเข้าข้างตัวเอง ตีออก ก็แล้วแต่คุณครับ แต่อย่าติก่อนตีแล้วกัน...

ขอโทษครับ ที่อาจจะอะไรมากไป

ขอโทษครับ ที่อาจจะอะไรมากไป แค่ผมเสนอของคำว่า..คิด...ต่าง... ก็เท่านั้น
โลกนี้คนคิดตามเยอะแล้วครับ อย่าให้มันพาเราเวียนวนไปตามกระแส จนไม่เป็นตัวเองเลยครับ
บางคนว่าเอ๊ะ แล้วนายไม่ได้คิดตามเขาหรอ? ภาษาไทยทุกคำทุกตัวอักษรมีใช้หมดแล้วครับ
อยู่ที่ว่าคุณตีตัวอักษรร้อยคำเหล่านั้นขาดไหม กระจ่างแค่ไหน และต่างอย่างไร ก็เท่านั้นเอง
ขอแค่คุณไม่นำพาตามติดหลงทิศกับคำเป่าหูชวนลมแนะให้เกลียดอย่างนั้นอย่างนี้ หรือมองว่ามันไร้ประโยชน์ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ มันไร้ประโยชน์หรือคุณมองข้าม?
แดงดี เหลืองดี คิดเป็น ก็จะรู้เองว่านักการเมืองย่อมเข้าหาประโยชน์ส่วนตน คนดีๆเขาไม่เล่นการเมืองกันหรอกจริงไหมครับ
เพราะเขารู้ว่ามันเน่าไง นอกจากจะเสียสละเพื่อประเทศกันจริง อันั้นก็แล้วแต่ความเชื่อ believe ศรัทธาของแต่ละผู้ครับ

....

.... คนดีๆเขาไม่เล่นการเมืองกันหรอกจริงไหมครับ....

========================================

จริงคับ คนดีของคุณเค้าตงไม่ลงมาเล่นการเมืองหรอกคับ

แต่คนดีของคุณให้คนอื่นเล่นโดยตัวเองชักใยอยู่ไงคับ เรียกว่าลอยตัว รับแต่เรื่องดี เรื่องเลวให้คนอื่นรับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนดีของคุณน่ะ ออกกฎหมายให้ตัวเองเป็นคนดีเสมอ โดยที่ใครไม่สามารถจะออกมาพูดไรได้เลย ไม่ง้านจับติดคุก หรือสั่งเก็บหมด

นี่ไงล่ะคับ คนดีของคุณ ดีจริงๆ ดีบรรลัยเลย

กระทู้นี้ ฮอต จริงๆ

กระทู้นี้ ฮอต จริงๆ อย่างว่านะอะไรที่มันจุกอกระบายได้ก็อยากระบาย ถ้าไม่เจออะไรมาอุดปากซะก่อน เพราะโอกาสที่จะตรวจสอบนั้นไม่มีเลย เขาว่าดีพลอยพยักก็สรรเสริญเปล่งเสียงว่าดี แถมต้องตีปี๊บอีกต่างหาก

กานดา นาคน้อย

[quote=กานดา นาคน้อย]

จากนี้จะไม่ตอบคุณแล้วนะคะเพราะคุณไร้สาระแล้วนะคะ[/quote]

555 นั้นก็เป็นสิ่งที่อ.กานดา ควรจะทำตั้งนานแล้วครับ น่าจะรวมคุณ nnn ด้วยอีกคน แต่ก็ขอขอบคุณที่ช่วยหาความรู้มาเพิ่มให้นะครับ มี อ.กานดา ที่ไหน มีคอมเม้นมันส์ๆที่นั้น

ยินดีครับที่อ. มีบล้อคแล้ว ตอนนี้ผมคงตามงานของอ.ได้สะดวก แล้วจะไปเยี่ยมบ่อยๆนะครับ

ดิน

[quote=ดิน]...........วันใดที่ไทย สร้างสะพานเศรษฐกิจ เชื่อมระหว่าง ทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน.........วันนั้นสิงคโปร น้ำตาล่วง..........แล้วคนที่ประท้วงโครงการนี้ ไปรับผลประโยชน์ จากสิงคโปรมาหรือไม่........อย่างไร......?[/quote]

ตอบคุณดิน

จะให้ดีก็น่าจะสังคายนาศุลกากรก่อนนะคะ ไม่งั้นอาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุน เพราะประเทศที่จะเอาอุตสาหกรรมขนส่งหรือโลจิสติกส์มาพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันต้องมีศุลกากรทีมีประสิทธิภาพและไม่โกงกิน

กรีซเป็นตัวอย่างของประเทศที่มีบริษัทชิปปิ้งที่ร่ำรวยมหาศาล (สามีคนที่สองของภรรยาประธานาธิดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้คือมหาเศรษฐีชาวกรีซที่เป็นเจ้าของบริษัทชิปปิ้ง) ทั้งๆที่บริษัทชิปปิ้งรวยเละเทะ แต่รัฐบาลจนลงทุกวันจนเกิดวิกฤต เพราะศุลกากรและสรรพากรไม่มีประสิทธิภาพ

ตอบคุณมาช้าแต่มาแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ เร็วๆนี้ดิฉันจะมีคอลัมน์ประจำที่ประชาไท ไว้เจอกันได้บนประชาไทค่ะ

เวลาพูดถึงคอรัปชันก็อย่าลืมกร

เวลาพูดถึงคอรัปชันก็อย่าลืมกรมศุลกากรนะคะ อย่ามัวแต่ด่านักการเมืองจนลืมหน่วยงานนี้เพราะหน่วยงานนี้ไม่ต้องมีนักการเมืองมาเสี้ยมสอน ข้าราชการก็คอรัปชันกันลือลั่นสะท้านโลกา

ไม่ต้องมีนักการเมืองกรมศุลกากรก็คอรัปชันเป็นและคอรัปชันมานานเป็นร้อยปี

หนึ่งทักษิณฤาจะสู้กรมศุลกากร?

http://www.tja.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2321%3A2553--&catid=130%3A-2553&Itemid=7

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1291712680&grpid=02&catid=no

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHlOVEl3TURrMU1nPT0=

http://www.business-anti-corruption.com/country-profiles/east-asia-the-pacific/thailand/corruption-levels/customs-administration/

กานดา นาคน้อย

[quote=กานดา นาคน้อย]เวลาพูดถึงคอรัปชันก็อย่าลืมกรมศุลกากรนะคะ อย่ามัวแต่ด่านักการเมืองจนลืมหน่วยงานนี้เพราะหน่วยงานนี้ไม่ต้องมีนักการเมืองมาเสี้ยมสอน ข้าราชการก็คอรัปชันกันลือลั่นสะท้านโลกา

ไม่ต้องมีนักการเมืองกรมศุลกากรก็คอรัปชันเป็นและคอรัปชันมานานเป็นร้อยปี

หนึ่งทักษิณฤาจะสู้กรมศุลกากร?

http://www.tja.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2321%3A2553--&catid=130%3A-2553&Itemid=7

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1291712680&grpid=02&catid=no

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHlOVEl3TURrMU1nPT0=

http://www.business-anti-corruption.com/country-profiles/east-asia-the-pacific/thailand/corruption-levels/customs-administration/[/quote]

"เห็งล่วย" ๙๙.๙๘ % กะความเห็นนี้
เจ๊ "กานดา" รู้ทั้งกว้างทั้งลึกและรู้ละเอียดถึงกึ๋นส์ดีจริงๆ.......
แถม "เอาเรื่อง / และติดดิน"--อีกต่างหาก !

ว่าไปก็ "เห็งล่วย ๙๓%" กะทุกความเห็นของเจ๊น่ะแหละ
555
555
เอิ๊กก์ !....

ขอชูถ้วย "กาแฟ(สด-ร้อน)" CHEER ! & CHEER !

จะรออ่านงานเขียนของเจ๊ใน "ปะชาไท"
ด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน.....

-------------------
55555
55555
เอิ๊กก์ !.....

{ ^O^ }

FFF
FFF

--------------------