'PATANI MERDEKA' บนท้องถนน

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อปี2547 จนถึงปัจจุบัน ข้อมูลจาก Deep south Watch ระบุว่ายอดเสียชีวิตจากเหตุการณ์โดยเฉลี่ยนั้น 2.5คนต่อวัน ระหว่างทางของความขัดแย้งที่มีปลายทางอยู่ที่คำว่าสันติภาพนั้น ช่างเต็มไปด้วยบรรยากาศความหวาดระแวงของการใช้ชีวิตในสังคมแบบจำเป็นจะต้องแยกแยะว่า ใครคือมิตรใครคือศัตรูเพื่อความอุ่นใจเบื้องต้นในความปลอดภัยจากสายตาอันช่างสงสัยของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจกฎอัยการศึก พ.ร.บ.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และพ.ร.บ.ความมั่นคง บางช่วงบางคราวก็มีเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาทิเช่น เหตุการณ์กรือเซะ เหตุการณ์ตากใบ เหตุการณ์ไอร์ปาแย เหตุการณ์ซ้อมทรมานอิหม่ามยะผา กาเซ็ง และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาและเหตุการณ์สุไลมาน แนซา เสียชีวิตในค่ายอิงคยุทธฯ เป็นต้น ปรากฏการณ์แบบนี้ส่งผลให้องค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศเข้ามามีบทบาทเรียกร้องความเป็นธรรมบ้าง ผลักดันให้เป็นประเด็นระหว่างประเทศ(ชาติพันธ์)บ้าง จนเกิดเป็นกระแสการกระจายอำนาจบ้าง การปกครองตนเองบ้าง และล่าสุดที่เป็นกระแสสูงมากในปัจจุบัน ก็คือกระแสของกระบวนการสันติภาพ(peace process)ซึ่งนำขบวนร่วมโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ/สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า/ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยามหิดล/สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี/ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ด้วยความร่วมมือสนับสนุนของมูลนิธิเอเชียและมูลนิธิสนับสนุนสันติภาพเบิร์คฮอฟ อาจจะถือได้ว่ากระแสการกระจายอำนาจและกระแสการปกครองตนเองที่ตีคู่มากับกระแสกระบวนการสันติภาพนั้น ถ้าดูจากองค์กรหรือสถาบันที่ผลักดันข้างต้นแล้ว เป็นการสื่อสารที่เน้นกับกลุ่มเป้าหมายในสังคมชั้นนำและชั้นกลางทั้งในและต่างประเทศมากกว่าจะสื่อสารหรือเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนชั้นรากหญ้าได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของกระบวนการสันติภาพที่คาบเกี่ยวกับชะตาชีวิตของตนเองในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในท้ายที่สุดของกระบวนการสันติภาพแล้ว จะสันติภาพแท้จริงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของประชาชนรากหญ้า แต่ทว่าสิ่งที่เป็นกระแสสูงในระดับความสัมพันธ์ของสังคมรากหญ้านั้นคือคำว่า “PATANI MERDEKA” กลับถูกเพิกเฉยไม่ให้ความสนใจในการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์เลยหรือว่าเป็นเพราะคำๆ นี้ไปอยู่บนท้องถนน บนหัวสะพาน บนป้ายริมถนน ไม่ได้ถูกสื่อสารในห้องประชุมในโรงแรมหรูอย่างคำว่า การกระจายอำนาจและการปกครองตนเอง ทั้งๆที่คำว่า “MERDEKA” ถ้าแปลตรงๆก็คือ เอกราช นั่นเอง ซึ่งคำๆนี้จะตามมาด้วยคำว่า อิสรภาพเสมอ พูดถึงแล้วคำว่าเอกราชหรืออิสรภาพไม่ใช่เป็นคำใหม่หรือเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใดสำหรับสังคมไทยที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ในทางกลับกันคำว่าเอกราชหรืออิสรภาพเป็นจุดกำเนิดของโลกเสรีนิยมประชาธิปไตยด้วยซ้ำไป ดังคำประกาศอิสรภาพของชาวอเมริกันทั้ง13อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ ในเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา ซึ่งร่างโดยโธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ในการประชุมของผู้แทนทั้ง 13 อาณานิคม เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 ซึ่งประกาศโดย จอร์จ วอชิงตัน ในฐานะแม่ทัพใหญ่มีความว่า “เราถือความจริงเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งประจักษ์แจ้งด้วยตนเองกล่าวคือ ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน ต่างได้รับสิทธิบางอย่างที่จะโอนให้แก่กันมิได้จากพระเจ้า สิทธิเหล่านี้ได้แก่ สิทธิในชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข และเพื่อจะให้ได้มาซึ่งสิทธิดังกล่าวนี้มนุษย์จึงได้ตั้งรัฐขึ้นมา และรัฐนี้ได้รับมอบอำนาจจากความยินยอมของผู้ที่อยู่ในปกครองของรัฐนั้น และเมื่อใด รูปการปกครองใด มุ่งทำลายหลักการสำคัญเหล่านี้แล้ว ประชาชนก็มีสิทธิที่เปลี่ยนรัฐนั้น หรือยุบเลิกรัฐนั้นเสีย แล้วจัดตั้งรัฐใหม่ขึ้นแทน ซึ่งวางรากฐานอยู่บนหลักการและจัดระเบียบการใช้อำนาจตามรูปดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เกิดผลในการพิทักษ์ความปลอดภัย และความผาสุก ของประชาชน” จากบริบทของการต่อสู้ของขบวนการอุดมการณ์ที่ชายแดนใต้ของประเทศไทยซึ่งมีกลิ่นอายเพื่อการปลดแอกในหลักการคล้ายๆกับคำประกาศอิสรภาพของชาวอเมริกัน13อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษข้างต้นและมีการใช้ยุทธวิธีสู้รบแบบจรยุทธ์นั้น คำว่า PATANI MERDEKA แม้ว่าจะอยู่บนท้องถนน บนหัวสะพาน บนป้ายริมถนน คงจะไม่ใช่มีความหมายเพียงแค่เป็นงานศิลปะแน่นอน ส่วนจะมีความหมายเกี่ยวข้องอย่างไรกับกระบวนการสันติภาพที่ปาตานีนั้น ฝ่ายที่กำลังขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนต่อไปคงไม่ได้อีกแล้ว เพราะสันติภาพที่แท้จริงนั้น คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคำตอบอยู่ที่ความพึงพอใจของประชาชนชั้นรากหญ้า ถ้าไม่เป็นไปตามหลักการนี้สันติภาพที่ยื่นมานั้นก็คงจะมีความหมายเพียงแค่ “สันติ(แค่)ภาพ”