เปิดใจคนเขียน “สุภาพบุรุษไพร่”

“สุภาพบุรุษไพร่” เป็นหนังสือจากค่ายมติชนที่กำลังจะวางแผงทั่วประเทศ แม้ว่าเจ้าของเรื่อง “ณัฐวุฒ ใสยเกื้อ” จะเกริ่นไว้ในหนังสืออย่างถ่อมตัวว่า “มันจะขายได้หรือ” แต่กวาดตาดูแฟนคลับเสื้อแดงแล้ว เชื่อแน่ว่าว่าหนังสือเล่มนี้จะต้องขายดีอย่างยิ่ง ประชาไทคุยกับ “ฟ้ารุ่ง ศรีขาว” ผู้สื่อข่าวประจำกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เจ้าของงานเขียนเล่มนี้ ถึงข้อสังเกตของเธอต่อแกนนำเสื้อแดงและขบวนการประชาธิปไตยไทยในช่วงเวลาอันใกล้ ทำไมเธอจึงทำหนังสือเล่มนี้ และทำไมเลือกเขียนเรื่องของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงที่อายุน้อยที่สุด รากเหง้าทางการเมืองสั้นที่สุดในบรรดาแกนนำเสื้อแดง “เพราะณัฐวุฒิรับสาย(โทรศัพท์)ง่ายที่สุด แต่คนอื่นไม่ค่อยรับสาย ฮ่าๆๆ” เจ้าของหนังสือกล่าวกลั้วหัวเราะ เหมือนพูดเล่น แต่ในฐานะนักข่าวด้วยกัน เราทราบดีว่า นั่นคือเรื่องจริง ที่ว่าณัฐวุฒินั้นเป็นแหล่งข่าวที่เข้าถึงง่ายมาก แม้แต่เมื่อเปรียบเทียบกับแกนนำด้วยกันเอง ก่อนที่เธอจะกล่าวตอบคำถามต่อไปอย่างจริงจัง ทำไมณัฐวุฒิ? เพราะเราเห็นความขัดแย้งกันระหว่างจุดเริ่มต้นที่เขาเริ่มจากความเป็นตลก ที่ไม่มีราคา คนไม่สนใจ คนไปสนใจจักรภพ (เพ็ญแข) วีระ (มุสิกพงศ์) เพราะความอาวุโสหรือบทบาทก่อนหน้านั้น ขณะที่เรารู้สึกว่าเราฟังวีระไม่เข้าใจ เราไม่ได้เห็นในยุคที่คุณวีระยิ่งใหญ่ ต่อมาหลังจากณัฐวุฒิ พูดเรื่องไพร่ อำมาตย์ ก็เลยรู้สึกว่าการนำของณัฐวุฒิเปลี่ยนไปจากความตลกมาสู่ทฤษฎีที่เราเคยเรียนตอนเป็นนักศึกษา (รัฐศาสตร์ มธ.) มันคงเกี่ยวกับแบกกราวด์ความรู้สึกของเราด้วยตอนที่เราเรียนมหาวิทยาลัย และครูบาอาจารย์ก็ชอบพูดประชดประชันทำนองภูมิใจในความเป็นไพร่ ก็เลยแปลกใจว่าถ้าจักรภพพูดเราก็เฉยๆ เพราะเขาจัดว่าเป็นปัญญาชน แต่ณัฐวุฒิ เหมือนคนตลก ขำๆ บางทีก็ดุดันแล้วมาพูดในเนื้อหาที่เรารู้สึกอยู่เป็นทุนเดิม ก็เลยสนใจเขา และจากการรู้จักกันโดยส่วนตัวก็เห็นความเปลี่ยนแปลง เช่น หลังจากเหตุการณ์หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เราก็ตามไปคุยกับเขาหลังแถลงข่าว โดยถามว่าในฐานะแกนนำจะรับผิดชอบอย่างไรที่คนบาดเจ็บและทรัพย์สินคนอื่นเสียหาย แต่ณัฐวุฒิเหมือนคนมีความรู้สึกไม่ดีกับเราและเสียงแข็งใส่เราว่า ใครจะอยากให้มวลชนเจ็บตัว คือ เขาไม่เก็บความรู้สึกว่าเขาไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ต่อมาเราก็ไปทำข่าวสายอื่น ไม่ได้มาตามม็อบทุกวันเหมือนช่วงตั้งเวทีสนามหลวง เมื่อฝ่ายเสื้อแดงได้เป็นรัฐบาล มีช่วงที่ไม่ได้ทำข่าวณัฐวุฒิ มาเจออีกทีตอนที่มีเวทีผ่านฟ้า เจอกันหลังเวที ณัฐวุฒิก็คุยกับเราแล้วถามว่ามีอะไรจะคอมเมนต์ หรือวิจารณ์เขาไหม และท่าทีเหมือนใจเย็นลง รู้สึกว่าจากปี 2550 มาปี 2553 เขาเปลี่ยนไปในระยะเวลาไม่กี่ปี เปลี่ยนทั้งในแง่ที่คนอื่นคิดกับเขาและทั้งที่ตัวเรารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนแปลง ความประทับใจจากการทำหนังสือเล่มนี้ ตอนที่เขาคิดว่าจะตอบตกลงกับเราที่จะเขียนเรื่องราวของเขา เราคิดว่าเขาไม่ได้มั่นใจว่าเราจะเขียนถึงเขาในทางบวกหรือลบ ที่ประทับใจมากคือเขาบอกว่าให้เขียนได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวตลกหรือผู้ร้ายก็ให้สะท้อนออกมาตามที่เรามอง \เป็นหนังสือของน้อง ให้ใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนในการทำงาน\" ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพูดระหว่างที่เขาอยู่ในห้องขัง เราเดาว่าเขาไม่มั่นใจว่าเราจะเขียนถึงเขาอย่างไร เพราะเราก็ไม่ใช่คนสนิทกับเขาในความหมายที่ว่าจะทำให้เขามั่นใจได้ว่าจะเข้าข้างเขา อีกอย่างที่ประทับใจคือ (หัวเราะ) ระหว่างที่เรากำลังทำหนังสือเล่มนี้ คือช่วงเวลาที่ณัฐวุฒิอยู่ในคุก และมีหลายคนถามเราว่า “มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือ” อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือ เพื่อนๆ สื่อมวลชนให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ขณะที่การเมืองไทย “ความจริง” เป็นสิ่งที่รัฐบอกว่าอยากจะหาออกมาให้ได้ มีการตั้งคณะกรรมการและงบประมาณใหญ่โตมโหฬาร เหมือนสังคมนี้โหยหาความจริง ขณะที่เพื่อนนักข่าวหลายคนเล่าความจริงให้เราฟังโดยไม่มีเงื่อนไขอะไร ไม่มีอะไรต้องเอามาแลกเปลี่ยนกัน เราได้ฟังเหตุการณ์จริงโดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณรัฐไม่ต้องผ่านกระบวนการอะไรอันซับซ้อน แต่แน่นอนการให้คุณค่าข้อเท็จจริงอันเดียวกันคนที่มีพื้นฐานความคิดต่างกันก็คงจะแปรความหรือให้น้ำหนักต่อข้อเท็จจริงนั้นต่างกันไป ตอนที่ชอบที่สุดในหนังสือคือ “สว่างแสงชาดอาภรณ์” ซึ่งเป็นเรื่องราวช่วงท้ายของการชุมนุม ขณะที่ลูกสาวของณัฐวุฒิ “ชาดอาภรณ์” ถือกำเนิดขึ้นมาในเช้าวันที่ 10 พ.ค. 2553 ที่ชอบเพราะว่ามันเหมือนฉากในหนังดีน่ะ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันเขาต้องคิดทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว แต่อีกแง่หนึ่งก็มีเรื่องขบวนการ นึกภาพตัดไปตัดมา ระหว่างที่ชุมนุมกับโรงพยาบาล ขณะเดียวกันก็ได้รับโทรศัพท์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐรู้แล้วว่าคุณอยู่ตรงไหน ทำให้เขาต้องหนี วันนั้นมีอีกคู่ความสัมพันธ์ที่ไปกันไม่ได้คือ แกนนำกับแกนนำ อุปสรรคของงานเขียน เวลา เรามีงานประจำต้องทำ ตอนทำไม่มีใครรู้เยอะ ในแง่การเขียนการเรียบเรียงยากตอนวางโครงเรื่องที่เราต้องตัดสินใจว่า เรื่องอะไรน่าจะบ่งบอกเรื่องราวของคนเสื้อแดงและณัฐวุฒิ อีกอย่าง เวลาที่จะคุยกับเขาก็มีระยะเวลาจำกัด เพราะเขาอยู่ในเรือนจำ ก็เพิ่งมาทราบภายหลังว่าคุณศิริสกุลและญาติๆ แกนนำแต่ละคนเป็นคนระบุว่าให้เยี่ยมเวลานี้ทุกวัน ทั้งที่ครอบครัวสามารถเปลี่ยนได้ตามสะดวก แต่คุณศิริสกุลเห็นว่าคนเสื้อแดงมาเยี่ยม ก็จะได้รู้ตรงกันว่ามาตอนกี่โมง เราก็เลยไปเยี่ยมพร้อมๆ คนเสื้อแดงจำนวนมาก ต้องก้มผ่านซี่กรง เราก็เกรงใจคนเสื้อแดงที่เขาอยากจะคุยกับแกนนำด้วยว่าเขาอุตส่าห์มาไกลก็อยากจะคุย เราไม่ได้คิดจะถือตัวว่าเรามาเขียนหนังสือให้เขาต้องได้อภิสิทธิ์ เพราะคนที่มาเยี่ยมก็เท่ากันหมดคือทุกคนอยากสื่อสารกับแกนนำ มีคนแซวไหมว่าหลงเสน่ห์แกนนำหรือรับตังค์เขามาเขียน (หัวเราะร่วน) มีคนแซวเหมือนกัน เพราะพี่เต้นแกเคยแซวว่าเราเป็นแฟนเก่าแก แต่คนฟังไม่รู้ที่มาที่ไป จริงๆ คือแกเคยปล่อยมุก แซวเพราะแกเคยเห็นเราตัวเล็กกว่านี้ แกเลยแซวว่า เราเป็นแฟนเก่าแต่ถูกผู้ใหญ่กีดกัน พอแกไปแต่งงานกับพี่แก้มเราเลยเสียใจจนตัวโตขนาดนี้ เดาว่าบุคคลที่สามได้ยินก็เลยเอาไปตีความใหญ่โต จริงๆ คือแกจะเล่นมุกว่าเราเปลี่ยนไปคือตัวโตขึ้นมาก ส่วนเรื่องเงิน เราตกลงกับณัฐวุฒิตอนที่ขอเขียนเรื่องเขาว่าเขาจะคิดค่าเรื่องหรือเปล่า เขาบอกว่า “ถ้าขายได้ก็เป็นความสำเร็จของน้อง เป็นผลงานของน้อง” ส่วนค่าเรื่องนี่ หนังสือพิมพ์เสร็จแล้วเรารับเงินค่าเรื่องจากสำนักพิมพ์มติชน นัยยะสำคัญทางการเมืองของหนังสือเล่มนี้ วิธีการเล่าของเราคือไม่ตัดสินคุณค่าว่าถูกผิด ดีเลว เป็นสิ่งที่เราได้มาจากการเรียนหนังสือในสายคิดที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหาความจริง แต่ไม่ได้บอกว่าความจริงมีชุดเดียว เพราะแค่การพูดถึงข้อเท็จจริง ว่าสิ่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่มันก็ยากแล้ว ยังไม่ต้องไปพูดเรื่องการชี้วัดตัดสิน หนังสือเล่มนี้คงไม่สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากไปกว่าคนที่ไม่เคยรู้ประวัติของณัฐวุฒิได้รู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเขา เพราะเราตั้งใจจะมองเรื่องด้วยความเป็นคนธรรมดา เหมือนชีวิตคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของการเมืองในสเกลใหญ่ แต่เราก็ไม่ใช่คนโรแมนติก หรือมีอุดมการณ์ขนาดที่ประชาไททำหนังสือ “คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต” เวลาเราพูดถึงณัฐวุฒิเราก็ยังลังเลว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ คือเป็นคนธรรมดาที่ไม่ถูกให้ราคา หรือเขาเป็นคนระดับนำอยู่แล้ว ตั้งแต่ความเป็นนักการเมืองท้องถิ่น คงพูดได้แค่ว่าเขาเป็นปัจเจกบุคคลที่อยู่ในส่วนประกอบของเหตุการณ์ใหญ่ แต่เขาเป็นคนธรรมดาหรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ แต่ท้ายที่สุดก็คงไม่พ้นที่เราจะเลือกให้คุณค่าด้านใดด้านหนึ่งเพราะที่สุดแล้วเราก็เลือกชื่อหนังสือ “สุภาพบุรุษไพร่” ที่บอกอยู่แล้วว่าบวกหรือลบ คุณเคยบอกว่า การติดตามขบวนการเสื้อแดงมาตลอดทำให้มุมมองคุณเปลี่ยนไป ถึงวันนี้มองขบวนการเสื้อแดงอย่างไร มีหลายคู่ความสัมพันธ์ว่าระหว่างแกนนำกับทักษิณเขารับเงินกันหรือเปล่าเราก็ไม่ได้ไปเจาะ เพราะไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ แต่อาจเป็นประเด็นของนักข่าวที่ชอบสืบสวนสอบสวนเขาคงสนใจ แต่เรามองว่ามีคู่ความสัมพันธ์อื่นๆ อีกที่น่าสนใจ เช่น คู่ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำกับมวลชน ซึ่งในสายสัมพันธ์อันนี้มวลชนกับแกนนำเขาผูกพันกันด้วยความคิดร่วมกันบางอย่างอันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าใครรับเงินจากใคร เพราะว่าต่อให้ทักษิณใช้เงินจ่ายให้แกนนำจริงหรือใช้เงินหว่านกับมวลชนจริงๆ ต่อให้เป็นอย่างนั้น เราคิดว่าถ้าพวกเขาไม่มีความคิดความเชื่อบางอย่างร่วมกัน เขาก็คงไม่อดทนเดินในขบวนนี้ที่ต้องเผชิญการดูถูกดูแคลนสารพัดข้อกล่าวหา ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงจุดไหนของขบวนการก็ตาม"

Comments

.......เงิน 21 ล้าน

.......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................

ดิน wrote:.......เงิน 21 ล้าน

[quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]
ไม่ลองไปถามสุเทพบ้างล่ะว่า เงินที่มีอยู่ทุกวันนี้ท่านได้แต่ใดมา 55+

ดิน wrote:.......เงิน 21 ล้าน

[quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

เงินหกแสนที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ฟ้องร้องว่านายสุริยะใส โกงไปจากพรรคการเมืองใหม่เคลียหรือยัง ทำไมข่าวเงียบจัง หรือว่าคืนดีกันแล้ว เงินที่ประชาชนบริจาคให้พธม เอาไปทำอะไร ทำไมไม่เอามาช่วยน้ำท่วม
เขาจะมีกี่ล้านก็ช่างมันไม่ได้โกงมาจากงบประมาณแผ่นดิน ขายยาบ้า ค้าอาวุธเถื่อน หรือค้ามนุษย์ เป็นพอ และไม่ได้โกงเงินบริจาคพรรคด้วย

น่าจะตั้งชื่อ

น่าจะตั้งชื่อ ไพร่ไฮโซ
หน้าปกมือหนึ่งถือแก้วไวน์จิบ แขนอีกข้างกำมือยกขึ้น
ท่าจะเท่น่าดู

เดี่ยวนี้ นสพ.ข่าวสด,

เดี่ยวนี้ นสพ.ข่าวสด, โลกวันนี้, มติชน ขายดีมาก
ชกข้ามรุ่น, ชกข้ามคุก ของเขาก็ขายดี
มหาประชาชน, แกนเรด, เรดเพาเวอร์ ก็ยิ่งขายดี

ทีวี 3, 5, 7, 9 เขาเอาไว้ดูละคร/เกมโชว์ ส่วนข่าวสารเขาดู เอเชียอัพเดด, สปริงนิว, ว้อยซ์ทีวี, นิวส์แชลแนล
และอื่น ๆ อีกมากมา

ดิน wrote:.......เงิน 21 ล้าน

[quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]
ท่านดินถ้าท่านอยากได้ท่านก็ไปเป็นแก่นนำของม๊อบอำมาตส์ที่เขาจะตั้งขึ้นมาไล่รัฐบาลในอีกไม่กี่เดินข้างหน้า ผมรับรองว่าได้เยอะกว่า21ล้านอีก แถมไม่มีหนี้อีกต่างหาก เงินพวกนี้ของท่านเต้ยยังไงปปชเข้าก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้วแถมตรวจเข้มอีกต่างหาก เพราะปปชพวกนี้ก็ตั้งมาจากพวกคมชที่ไล่พรรคไทยรักไทยพรรคที่ท่านเต้นเป็นสมาชิกและรวมทั้งรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่ท่านเต้นเป็นโฆษภรัฐบาลที่โดนศาลการเมืองของอำมาตส์ยุบไป ท่านดิน

Red Arm wrote:เดี่ยวนี้

[quote=Red Arm]เดี่ยวนี้ นสพ.ข่าวสด, โลกวันนี้, มติชน ขายดีมาก
ชกข้ามรุ่น, ชกข้ามคุก ของเขาก็ขายดี
มหาประชาชน, แกนเรด, เรดเพาเวอร์ ก็ยิ่งขายดี

ทีวี 3, 5, 7, 9 เขาเอาไว้ดูละคร/เกมโชว์ ส่วนข่าวสารเขาดู เอเชียอัพเดด, สปริงนิว, ว้อยซ์ทีวี, นิวส์แชลแนล
และอื่น ๆ อีกมากมา[/quote]
5555ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆถูก

ดิน wrote:.......เงิน 21 ล้าน

[quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

บ้านคุณณัฐวุฒิทีอยู่ปัจจุบัน ก็มูลค่าสิบล้านแล้ว ซื้อเมื่อปี 2548 ก่อนรํฐประหาร
ก่อนมีบทบาทเป็นแกนนำ นปช.
ก่อนทำงานการเมืองเป็นนักพูด รายได้ชั่วโมงละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท
มีรายได้เดือนละเป็นแสน ภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ
อย่าหลับหูหลับตาด่า โดยไม่ดูความจริง

เพียงการนำ หน้าเสนอ

เพียงการนำ หน้าเสนอ เห่อดารา
อย่าถามหา สาระ หรือแก่นสาร
แม้แต่สอง คำนิยม จากอาจารย์
ชาญวิทย์ กับธเนศ ยานนาวา

คนหลัง ทำวิจัย กินของแปลก
ส่วนคนแรก ประวัติศาสตร์ ชาติไหนหวา?
ปล่อยตลก พล่อยเรื่องไพร่ บอกเข้าตา
กรรมการ โบกฮา มวยวัดไทย

พวกสอพลอ พร่ำเพรื่อ

พวกสอพลอ พร่ำเพรื่อ เบื่อฉิบหาย
น้ำท่วมท้น แทบตาย มองเห็นไหม
เคยเผาเมือง เป็นควัน พวกจัญไร
เร่งจุดไฟ ไล่น้ำ ที่ลามที

หรือน้ำท่วม จนมิด ปิดปากเงียบ
หรือได้เปรียบ มีสิทธิ์ ใช่ไหมพี่
กลับฉลอง จากเขมร พุงอ้วนพี
เลยลิ้นปี่ รอสำราก ล้นปากคอ

apple_red wrote:ดิน

[quote=apple_red][quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

บ้านคุณณัฐวุฒิทีอยู่ปัจจุบัน ก็มูลค่าสิบล้านแล้ว ซื้อเมื่อปี 2548 ก่อนรํฐประหาร
ก่อนมีบทบาทเป็นแกนนำ นปช.
ก่อนทำงานการเมืองเป็นนักพูด รายได้ชั่วโมงละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท
มีรายได้เดือนละเป็นแสน ภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ
อย่าหลับหูหลับตาด่า โดยไม่ดูความจริง[/quote]

.......รายได้เดือนละเป็นแสน ปีหนึ่งก้ประมาณ 1.2 ล้าน x 6ปี ก็ประมาณ 7.2 ล้านบาท.....นับจากปี 2548 ยังไม่หักค่ใช้จ่าย รายเดือน ยังไงก็ไม่น่าจะมีเงินถึง 21 ล้าน หนี้สิน 6 ล้าน หักแล้วเหลือ 15 ล้าน เกิน 7.8 ล้าน ........ท่านได้แต่ใดมา.........หรือไปเที่ยวป่ามะนาวมา นายท่านให้.........หรือขยับจากไพร่เป็นอำมาตย์ เงินท่านจึงไหลมา.........( ช่วงที่เป็นผู้นำ นปช. เอาเวลาไหน ไปทำมาหากิน......เห็นมีแต่พาคนไปประท้วง.......ก็เลยอดสงสัยไม่ได้....ขนาดนักธุรกิจทำงานมาตลอด 20 ปี ยังมีเงินเก็บไม่เท่านี้เลย..........มันเลยสงสัยๆๆๆๆๆๆ.......ช่วยขัยให้ทราบที

ยมทูติ wrote:apple_red

[quote=ยมทูติ][quote=apple_red][quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

บ้านคุณณัฐวุฒิทีอยู่ปัจจุบัน ก็มูลค่าสิบล้านแล้ว ซื้อเมื่อปี 2548 ก่อนรํฐประหาร
ก่อนมีบทบาทเป็นแกนนำ นปช.
ก่อนทำงานการเมืองเป็นนักพูด รายได้ชั่วโมงละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท
มีรายได้เดือนละเป็นแสน ภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ
อย่าหลับหูหลับตาด่า โดยไม่ดูความจริง[/quote]

.......รายได้เดือนละเป็นแสน ปีหนึ่งก้ประมาณ 1.2 ล้าน x 6ปี ก็ประมาณ 7.2 ล้านบาท.....นับจากปี 2548 ยังไม่หักค่ใช้จ่าย รายเดือน ยังไงก็ไม่น่าจะมีเงินถึง 21 ล้าน หนี้สิน 6 ล้าน หักแล้วเหลือ 15 ล้าน เกิน 7.8 ล้าน ........ท่านได้แต่ใดมา.........หรือไปเที่ยวป่ามะนาวมา นายท่านให้.........หรือขยับจากไพร่เป็นอำมาตย์ เงินท่านจึงไหลมา.........( ช่วงที่เป็นผู้นำ นปช. เอาเวลาไหน ไปทำมาหากิน......เห็นมีแต่พาคนไปประท้วง.......ก็เลยอดสงสัยไม่ได้....ขนาดนักธุรกิจทำงานมาตลอด 20 ปี ยังมีเงินเก็บไม่เท่านี้เลย..........มันเลยสงสัยๆๆๆๆๆๆ.......ช่วยขัยให้ทราบที[/quote]

ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ หรือไม่รู้จริง ๆ ไปดูบัญชีสินทรัพย์เขาก่อน เขาไม่ได้บอกว่ามีเงินสด 15 ล้านเลย
เฉพาะตัวบ้านก็ 10 ล้านแล้ว ที่คุณคิดว่าทำไมเขามีรายได้เยอะ คงเพราะเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง
คนทำมาหากินตั้งแต่อายุ 19 ไปดูประวัติเขาก่อน ว่าตอนเขาเป็นนักพูด เขามีรายได้เท่าไหร่
เฉพาะรายการสภาโจ๊ก ก็เดือนละ 7 หมื่น ไม่รวมอีเวนท์ที่รับเป็นงาน ๆ ไป เปิดบริษัทสอนการพูด
ธุรกิจส่วนตัวก็มี รีสอร์ทก็มี มีรถเบนซ์ขับตั้งแต่อายุยังน้อย คนเขารู้จักทำมาหากิน ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วรวย
ดาราดัง ๆ อย่างแอน อั้ม มีรายได้ค่าโมษณาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านต่อปี
แล้วณัฐวุฒิเป็นนักพูดระดับซุปเปอร์สตาร์ จะมีรายได้เท่าไหร่ แสนหนึ่งต่อเดือนน่ะ แค่รายได้ขั้นต่ำ

apple_red wrote:ยมทูติ

[quote=apple_red][quote=ยมทูติ][quote=apple_red][quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

บ้านคุณณัฐวุฒิทีอยู่ปัจจุบัน ก็มูลค่าสิบล้านแล้ว ซื้อเมื่อปี 2548 ก่อนรํฐประหาร
ก่อนมีบทบาทเป็นแกนนำ นปช.
ก่อนทำงานการเมืองเป็นนักพูด รายได้ชั่วโมงละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท
มีรายได้เดือนละเป็นแสน ภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ
อย่าหลับหูหลับตาด่า โดยไม่ดูความจริง[/quote]

.......รายได้เดือนละเป็นแสน ปีหนึ่งก้ประมาณ 1.2 ล้าน x 6ปี ก็ประมาณ 7.2 ล้านบาท.....นับจากปี 2548 ยังไม่หักค่ใช้จ่าย รายเดือน ยังไงก็ไม่น่าจะมีเงินถึง 21 ล้าน หนี้สิน 6 ล้าน หักแล้วเหลือ 15 ล้าน เกิน 7.8 ล้าน ........ท่านได้แต่ใดมา.........หรือไปเที่ยวป่ามะนาวมา นายท่านให้.........หรือขยับจากไพร่เป็นอำมาตย์ เงินท่านจึงไหลมา.........( ช่วงที่เป็นผู้นำ นปช. เอาเวลาไหน ไปทำมาหากิน......เห็นมีแต่พาคนไปประท้วง.......ก็เลยอดสงสัยไม่ได้....ขนาดนักธุรกิจทำงานมาตลอด 20 ปี ยังมีเงินเก็บไม่เท่านี้เลย..........มันเลยสงสัยๆๆๆๆๆๆ.......ช่วยขัยให้ทราบที[/quote]

ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ หรือไม่รู้จริง ๆ ไปดูบัญชีสินทรัพย์เขาก่อน เขาไม่ได้บอกว่ามีเงินสด 15 ล้านเลย
เฉพาะตัวบ้านก็ 10 ล้านแล้ว ที่คุณคิดว่าทำไมเขามีรายได้เยอะ คงเพราะเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง
คนทำมาหากินตั้งแต่อายุ 19 ไปดูประวัติเขาก่อน ว่าตอนเขาเป็นนักพูด เขามีรายได้เท่าไหร่
เฉพาะรายการสภาโจ๊ก ก็เดือนละ 7 หมื่น ไม่รวมอีเวนท์ที่รับเป็นงาน ๆ ไป เปิดบริษัทสอนการพูด
ธุรกิจส่วนตัวก็มี รีสอร์ทก็มี มีรถเบนซ์ขับตั้งแต่อายุยังน้อย คนเขารู้จักทำมาหากิน ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วรวย
ดาราดัง ๆ อย่างแอน อั้ม มีรายได้ค่าโมษณาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านต่อปี
แล้วณัฐวุฒิเป็นนักพูดระดับซุปเปอร์สตาร์ จะมีรายได้เท่าไหร่ แสนหนึ่งต่อเดือนน่ะ แค่รายได้ขั้นต่ำ[/quote]

แน่นอนตามนั้นเลยครับ คนฉลาดเขาไม่ใช่ว่าได้เงินมาก็ใช้หมดเท่าที่หาได้ หรือแค่เก็บใส่ไหฝังดินไว้หลังบ้านเหมือนพวกที่คิดสั้นๆ
เขาต้องรู้จักเอาเงินไปต่อยอด ลงทุน ทำกิจการ ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่นคงและทำให้ทรัพย์สินมันเพิ่มพูน ทั้งเงินสด ทองคำ หุ้น ที่ดิน กิจการต่างๆ เขาก็เอามาคำนวนเป็นทรัพย์สินหมด เอาง่ายๆ แค่ทองคำ มูลค่ามันเพิ่มตั้งแต่ช่วงรัฐประหารมากี่เท่า หุ้นขึ้นมากี่จุด ราคาที่ดินขึ้นมาอีกเท่าไร มันไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลย

เดี๋ยวคอยดูตอนนี้หุ้นกำลังร่วงตามเศรษฐกิจโลก ท่านนายกแจงบัญชีทรัพย์สินเอาไว้ เดี๋ยวพอคราวหน้ามีแจงบัญชีใหม่ หุ้นขึ้น บัญชีก็เพิ่มขึ้น เดี๋ยวก็มีคนมาด่าอีกว่ารวยขึ้นผิดปกติ เอาหัวเป็นประกันได้เลย

ไพร่หมายถึงคนที่ถูกกดขี่ ไม่ได้หมายความเพียงแค่คนจน

apple_red wrote:ยมทูติ

[quote=apple_red][quote=ยมทูติ][quote=apple_red][quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

บ้านคุณณัฐวุฒิทีอยู่ปัจจุบัน ก็มูลค่าสิบล้านแล้ว ซื้อเมื่อปี 2548 ก่อนรํฐประหาร
ก่อนมีบทบาทเป็นแกนนำ นปช.
ก่อนทำงานการเมืองเป็นนักพูด รายได้ชั่วโมงละสองหมื่นถึงสามหมื่นบาท
มีรายได้เดือนละเป็นแสน ภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ
อย่าหลับหูหลับตาด่า โดยไม่ดูความจริง[/quote]

.......รายได้เดือนละเป็นแสน ปีหนึ่งก้ประมาณ 1.2 ล้าน x 6ปี ก็ประมาณ 7.2 ล้านบาท.....นับจากปี 2548 ยังไม่หักค่ใช้จ่าย รายเดือน ยังไงก็ไม่น่าจะมีเงินถึง 21 ล้าน หนี้สิน 6 ล้าน หักแล้วเหลือ 15 ล้าน เกิน 7.8 ล้าน ........ท่านได้แต่ใดมา.........หรือไปเที่ยวป่ามะนาวมา นายท่านให้.........หรือขยับจากไพร่เป็นอำมาตย์ เงินท่านจึงไหลมา.........( ช่วงที่เป็นผู้นำ นปช. เอาเวลาไหน ไปทำมาหากิน......เห็นมีแต่พาคนไปประท้วง.......ก็เลยอดสงสัยไม่ได้....ขนาดนักธุรกิจทำงานมาตลอด 20 ปี ยังมีเงินเก็บไม่เท่านี้เลย..........มันเลยสงสัยๆๆๆๆๆๆ.......ช่วยขัยให้ทราบที[/quote]

ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ หรือไม่รู้จริง ๆ ไปดูบัญชีสินทรัพย์เขาก่อน เขาไม่ได้บอกว่ามีเงินสด 15 ล้านเลย
เฉพาะตัวบ้านก็ 10 ล้านแล้ว ที่คุณคิดว่าทำไมเขามีรายได้เยอะ คงเพราะเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง
คนทำมาหากินตั้งแต่อายุ 19 ไปดูประวัติเขาก่อน ว่าตอนเขาเป็นนักพูด เขามีรายได้เท่าไหร่
เฉพาะรายการสภาโจ๊ก ก็เดือนละ 7 หมื่น ไม่รวมอีเวนท์ที่รับเป็นงาน ๆ ไป เปิดบริษัทสอนการพูด
ธุรกิจส่วนตัวก็มี รีสอร์ทก็มี มีรถเบนซ์ขับตั้งแต่อายุยังน้อย คนเขารู้จักทำมาหากิน ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วรวย
ดาราดัง ๆ อย่างแอน อั้ม มีรายได้ค่าโมษณาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านต่อปี
แล้วณัฐวุฒิเป็นนักพูดระดับซุปเปอร์สตาร์ จะมีรายได้เท่าไหร่ แสนหนึ่งต่อเดือนน่ะ แค่รายได้ขั้นต่ำ[/quote]

แน่นอนตามนั้นเลยครับ คนฉลาดเขาไม่ใช่ว่าได้เงินมาก็ใช้หมดเท่าที่หาได้ หรือแค่เก็บใส่ไหฝังดินไว้หลังบ้านเหมือนพวกที่คิดสั้นๆ
เขาต้องรู้จักเอาเงินไปต่อยอด ลงทุน ทำกิจการ ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่นคงและทำให้ทรัพย์สินมันเพิ่มพูน ทั้งเงินสด ทองคำ หุ้น ที่ดิน กิจการต่างๆ เขาก็เอามาคำนวนเป็นทรัพย์สินหมด เอาง่ายๆ แค่ทองคำ มูลค่ามันเพิ่มตั้งแต่ช่วงรัฐประหารมากี่เท่า หุ้นขึ้นมากี่จุด ราคาที่ดินขึ้นมาอีกเท่าไร มันไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลย

เดี๋ยวคอยดูตอนนี้หุ้นกำลังร่วงตามเศรษฐกิจโลก ท่านนายกแจงบัญชีทรัพย์สินเอาไว้ เดี๋ยวพอคราวหน้ามีแจงบัญชีใหม่ หุ้นขึ้น บัญชีก็เพิ่มขึ้น เดี๋ยวก็มีคนมาด่าอีกว่ารวยขึ้นผิดปกติ เอาหัวเป็นประกันได้เลย

ไพร่หมายถึงคนที่ถูกกดขี่ ไม่ได้หมายความเพียงแค่คนจน

FFF FFF คำถามซ้อนคำถาม และคำถ

FFF
FFF

คำถามซ้อนคำถาม
และคำถามถึงคำถาม......

[quote=ดิน].......เงิน 21 ล้าน และหนี้สิน 6 ล้าน ช่วยแจงทีมาที่ไปด้วยไอ้เต้น......ว่าเองได้แต่ใดมา.......หรือเองไปชวนปวงประชามาประท้วง นายเองให้........หรือเองทำชอบสิ่งใดวานบอก......เงินเองถึงได้งอกออกมามากมาย.......หรือเองมีธุรกิจอันใด......ช่วยแจ้งแถลงขัยให้ปวงชนขเทราบที......................[/quote]

คำถามต่อคำถามนี้
ก็คือ :
ทำไมจึง "ถาม" ด้วย คำ ถ า ม นี้.....

คำถาม "แบบนี้"
มัน "สะท้อนถึงอะไร" ของ ค น ที่่ ถ า ม.....

------------------
ขอถาม.
555555
555555
555555
เอิ๊กก์ !......

{ ^O^ }

FFF
FFF

ปล.

ความเห็นของผมดูจะ "นอกประเด็นข่าว" และ "ไร้สาระ" พอสมควร
แต่
ก็แค่อยาก จ ะ ถ า ม ....

555
555
เอิ๊กก์ !...

ไอ้ดิน ไอ้ยมตูด

ไอ้ดิน ไอ้ยมตูด ทำไมไม่ไปถามพวก ผบ.เหล่าทัพบ้างล่ะฟะ ว่าท่านรวยมาได้แต่ใด

..........ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ..

..........ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ..........อารมย์คนเรา.......เป็นเช่นนี้เอง........ลดลงบ้างนะสหายทั้งหลาย...มันไม่ดีต่อสุขภาพหรอก....

การตั้งข้อสงสัย

การตั้งข้อสงสัย ใส่เนื้อหาวิจารณ์ เป็นเรื่องปกติ โดยลักษณะเนื้อหาของการถาม การวิจารณ์ที่แสดงออกมาให้สาธารณะชนได้พบเห็น จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ผู้ถาม ผู้วิจารณ์ดำเนินการด้วยความปกติหรือไม่ และมาก-น้อยเพียงไรครับ

เรื่องเงิน ณัฐวุฒิ

เรื่องเงิน ณัฐวุฒิ ไม่น่าไปตอบให้เสียเลย
คนมันคิดได้แค่นั้น เกิดเหตุการณ์มากมายถึงขนาดนี้
ใครเป็นใคร ก็แสดงตัวออกมาขนาดนี้
ใครโกงตัวจริง ก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง
แค่เขายายเที่ยง เรื่องตื้นๆ แต่มันไม่คิดบ้างเลย
จะไปพูดให้เสียเวลาทำไม

สำหรับผม "สุภาพบุรุษ"

สำหรับผม "สุภาพบุรุษ" คือคนที่เห็นความพิกลพิการในบ้านเมือง(ไม่่ว่าจะในสมัยทักษิณ หรือสมัยประชาธิปัตย์) แล้วพยายามต่อสู้แก้ไขด้วยประชามติ ไม่หักโหมใช้ความรุนแรง ไม่ใช้การละเมิดสาธารณะเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน แต่ใช้วันแมนวันโหวตที่ยังมีอยู่เป็นเครื่องมือ

ทั้งเสื้อเหลืองและนปช.มัน กุ๊ย ทั้งคู่ ตั้งชื่อหนังสืออย่างนั้นก็คือหวังขายให้พวกไพร่นายใหญ่เท่านั้นแหละ

แล้วก็

แล้วก็ นี่ข่าวหรือโฆษณาครับนี่ !