พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต: เกมอำนาจกับการจัดการน้ำ

ในสังคมใด เมื่อมนุษย์ผู้ใดกลุ่มใดโชคดีมีอำนาจขึ้นมา แต่ขาดภูมิปัญญา ใช้อำนาจไม่เป็นและใช้ไปอย่างผิดทาง ก็จะสร้างความหายนะแก่สังคม และท้ายที่สุดอำนาจก็จะหวนกลับมาทำลายตนเอง ดังที่กำลังเกิดขึ้นกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีฝึกงานกำลังสาละวนและละล้าละลังในการจัดการกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทักษิณ ชินวัตรพี่ชายของเธอก็หมกมุ่นกับการช่วงชิงอำนาจกับฝ่ายทหาร โดยด้านหนึ่งวิพากษ์ทหารว่าเสพติดอำนาจ และอีกด้านหนึ่งก็สนับสนุนให้ ส.ส.ในสังกัดดำเนินการแก้ พ.ร.บ. กลาโหม เพื่อช่วงชิงอำนาจในการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงจากเดิมที่อยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการให้มาอยู่ภายใต้นักการเมือง ด้วยความที่หมกมุ่นอยู่กับการแสวงหาแนวทางและวิธีการที่ช่วยเหลือพี่ชายให้กลับสู่ประเทศไทยโดยปราศจากความผิด ความอ่อนหัดไร้ประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน ความจำกัดของความรอบรู้ในปัญหาและระบบงานราชการ ความตื้นเขินของพลังทางปัญญาในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างเป็นภาพรวม ผสานกับบารมีที่มีอยู่น้อยนิด ส่งผลให้การตัดสินใจในการแก้ปัญหาของ “ผู้นำจำเป็น” ของประเทศไทยเกิดความล่าช้าและผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการใช้อำนาจก็เป็นไปอย่างกล้าๆกลัวๆและไร้ทิศทาง ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในปัจจุบัน ได้แสดงตัวออกมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และปรากฎอย่างชัดเจนในเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา พายุหลายลูกที่พัดผ่านประเทศไทยตอนบนก่อให้เกิดปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปีก่อนๆ ทำให้ หลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนต้องประสบกับชะตากรรมอันเลวร้ายของการถูกน้ำท่วม ตามมาตรฐานของหลักการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนต่างๆ เมื่อน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมากก็ต้องเพิ่มปริมาณการระบายน้ำออกมา แต่ในครั้งนี้หลักการดังกล่าวกลับเกิดขึ้นอย่างล่าช้าเพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน และกำหนดให้ระบายน้ำออกมาราวกับว่าเป็นสถานการณ์ปกติ จนกระทั่งถึงจุดที่ใกล้วิกฤติของเขื่อน จึงได้มีการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำออกจากเขื่อน อำนาจที่ว่านั้นมิใช่อำนาจลึกลับใดๆ แต่เป็นอำนาจซึ่งดำรงอยู่ในคณะรัฐมนตรีนั่นแหละ เหตุผลที่มีการสั่งกักน้ำไว้ก่อน หากมองในแง่บวก ก็คือ เป็นเจตนาดีที่ไม่ต้องการให้มีมวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำในปริมาณที่มาก น้ำจะได้ไม่ท่วม แล้วค่อยๆทยอยเพิ่มปริมาณการระบายน้ำในภายหลัง แต่เจตนาดีเหล่านี้ย่อมมีแรงจูงใจอยู่เบื้องหลัง นั่นก็คือ การรักษาคะแนนนิยมในกลุ่มประชาชนภาคเหนืออันเป็นฐานเสียงของรัฐบาล และในท้ายที่สุดกลับทำให้เกิดมหาอุทกภัยซึ่งสร้างความหายนะแก่ประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ความแปลกประหลาดของการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในครั้งนี้มีร่องรอยให้สืบสาวจากข้อมูลที่ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพลสัมภาษณ์เอาไว้ นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพลระบุว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 ถึงเดือนกันยายน 2554 มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ย 1,000 ล้าน ลบ.ม.ต่อเดือน รวมห้าเดือนมีน้ำเข้าไปอยู่ในเขื่อนภูมิพลประมาณ 5, 000 ล้าน ลบ. ม. แต่ในช่วงห้าเดือนนั้นเขื่อนระบายน้ำออกมาเพียงเดือนละ100 กว่าล้าน ลบ. ม. เท่านั้น รวมห้าเดือนก็ระบายออกประมาณ 500 ลบ. ม. หรือ มีน้ำเข้าเขื่อนมากกว่าน้ำที่ระบายออกมาถึงประมาณ 10 เท่า ปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาในช่วง 5 เดือน ปล่อยน้ำออกมาเฉลี่ยประมาณแค่ 5 ล้าน ลบ. ม.ต่อวันเท่านั้น แต่ในเดือนตุลาคมได้มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในช่วง 1-4 ตุลาคม เพิ่มเป็น 40-60 ล้าน ลบ. ม.ต่อวัน ต่อมาระหว่างวันที่ 5 – 11 ตุลาคม เพิ่มเป็น 100 กว่าล้าน ลบ. ม. ต่อวัน และ ในช่วง 12 -19 ลดลงเหลือประมาณ 50 – 80 ล้าน ลบ. ม. ต่อวัน รวมอย่างคร่าวๆน้ำในเขื่อนภูมิพลที่ระบายออกมาเฉพาะ 16 วันของเดือนตุลาคมมีประมาณ 1,200 ล้าน ลบ. ม. หรือประมาณ 2 เท่ากว่า ของช่วงห้าเดือน (150วัน) ซึ่งปล่อยออกมาเพียงประมาณ 500 ล้าน ลบ. ม. สำหรับพายุที่เข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมมี 2 ลูก คือ ปลายเดือนมิถุนายนมีพายุไหหม่า ต่อมาในปลายเดือนกรกฎาคมก็เกิดพายุนกเตน พายุสองลูกนี้นำน้ำจำนวนมหาศาลเข้าประเทศไทย แต่ที่น่าประหลาดใจคือการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลก็ยังปล่อยเท่าๆกับเดือนพฤษภาคม เป็นไปได้ว่า ระหว่างนั้นนักการเมืองผู้ทรงอำนาจทั้งหลายคงไม่มีเวลาเพียงพอในการดูแลจัดการปัญหาเรื่องน้ำในเขื่อน เพราะมัวแต่แข่งขันเลือกตั้งช่วงชิงอำนาจ แม้ว่าน้ำได้ท่วมในบางพื้นที่ บางจังหวัดแล้ว สิ่งที่นักการเมืองทำก็คือ การฉวยโอกาสอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นแหล่งในการหาเสียงสร้างคะแนนนิยมเท่านั้น ไม่มีการเตรียมการใดที่จะรับมือกับมหันตภัยที่กำลังคุกคามอยู่แม้แต่น้อย รัฐบาลใหม่ของคุณยิ่งลักษณ์ตั้งขึ้นมาต้นเดือนสิงหาคม ปัญหาเรื่องน้ำก็ยังเป็นเรื่องเล็กสำหรับรัฐบาลส่วนปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ การหาทางในการช่วยเหลือทักษิณชินวัตรให้กลับเข้ามาในประเทศไทยโดยปราศจากความผิดติดตัว การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อกระชับอำนาจให้แข็งแกร่ง การเจรจาและจัดงานบันเทิงเฉลิมฉลองเตะฟุตบอลร่วมกับผู้นำประเทศกัมพูชา การสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ การช่วยเหลือเยียวยาสาวกของเสื้อแดง การพยายามแก้ไข พ.ร.บ. กลาโหม และการหาแนวทางต่างๆในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ สิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องปัญหาน้ำท่วมก็มีบ้าง เช่น การรับบริจาค การออกไปเยี่ยมเอาของไปแจกผู้ประสบภัยบางคน บางพื้นที่ เพื่อสร้างภาพเป็นนายกนางงามแจกของ แต่ยังไม่เห็นความตระหนักในการแก้ปัญหา และการคิดอย่างเป็นระบบเชิงบูรณาการเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมแม้แต่น้อย เราจึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆในการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนอื่นๆ ทั้งๆที่เขื่อนเหล่านั้นมีน้ำเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาลจากพายุทั้งสองลูกที่เข้ามา ต่อมาในปลายเดือนกันยายนพายุก็ได้เข้ามาประเทศไทยอีก 2 ลูกคือ ไหถ่าง กับ เนสาด และต้นเดือนตุลาคม พายุนาลแก ก็พัดเข้ามา พายุทั้งสามทำให้ฝนตกหนัก และน้ำจำนวนมหาศาลไหลเข้าเขื่อน จากการที่เขื่อนปล่อยน้ำน้อยก่อนหน้านั้น ทำให้ความสามารถในการรับน้ำใหม่ที่เข้ามามีต่ำลง เขื่อนจึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำอย่างมหาศาลตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ถึงกระนั้นรัฐบาลก็ยังคงสับสนและมะงุมมะงาหราอยู่ทำอะไรไม่ถูก แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ และเพิ่งมาคิดจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ) ขึ้นมา โดยมีหน้าที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยและประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเป็นหลัก การตั้งชื่อและกำหนดหน้าที่ของ ศปภ. ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลมีวิธีคิดในการแก้ปัญหาอุทกภัยแบบเสี่ยงเสี้ยวและมีแนวทางในเชิงการตั้งรับ คือคิดเพียงแต่ว่าเมื่อน้ำท่วมแล้วจะช่วยอย่างไร ฟื้นฟูอย่างไร รวมทั้งแค่แจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเท่านั้น โดยไม่ได้คิดถึงว่าจะจัดการหรือควบคุมมวลน้ำจำนวนมหาศาลอย่างไร เพื่อบรรเทาความรุนแรงและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม เมื่อ ศปภ. ทำงานสิ่งที่ปรากฏแก่สาธารณะก็คือผู้ที่รับผิดชอบทำงานไม่เป็น ใช้คนไม่เหมาะกับงาน มีการช่วงชิงบทบาทการนำอย่างเข้มข้น บางคนต้องการเป็นวีรบุรุษแย่งกันเสนอหน้าแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ช่วยเหลือชาวบ้านแบบสร้างภาพหาคะแนน แถลงข่าวผิดๆถูกๆ จนต้องแก้ไขกันหลายครั้งหลายคราว ข่าวสารที่แถลงออกมาก็เชื่อถือไม่ได้ เป็นที่เอือมระอาของประชาชน การทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบใน ศปภ. สะท้อนถึงตัวตนที่อ่อนหัด ทำงานไม่เป็นในการรับมือและแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้นสิ่งสำคัญที่ขาดหายไปจากหน้าที่หลักของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาคือ การจัดการมวลน้ำที่ท่วมอยู่ในวงกว้างหลายพื้นที่ แต่การจัดการกับมวลน้ำมหึมาเช่นนี้ได้หาใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้าน ปัญญาความคิดสร้างสรรค์ในการแสวงหาแนวทางใหม่ๆในการจัดการ การตัดสินใจที่ดีเฉียบขาด และอำนาจสั่งการที่ทรงพลังและเป็นเอกภาพ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ปรากฏให้เห็นในกลุ่มบุคคลที่รับผิดชอบใน ศปภ. ในความคิดของผม หลักการสำคัญของการจัดการมวลน้ำที่ท่วมขังมีอยู่ 3 ประการคือ การผลักดันมวลน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การควบคุมน้ำให้อยู่ในพื้นที่ซึ่งสร้างผลกระทบน้อยที่สุดไว้ชั่วคราว และการป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่สำคัญ การจะดำเนินการตามหลักการทั้งสามนั้นอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มและอาจสร้างความขัดแย้งขึ้นมาได้ ดังนั้นการใช้อำนาจตามปกติจึงไม่สามารถจัดการตามหลักการทั้งสามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อการจัดการขาดประสิทธิภาพสิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำก็จะขังอยู่เป็นเวลานาน และทะลักเข้าไปท่วมในพื้นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ดังที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ยิ่งน้ำท่วมขังนานเท่าไรความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงก็มีมากขึ้นเท่านั้น และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่มีวี่แววว่าจะจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนี้คะแนนนิยมของรัฐบาลก็ลดลงเรื่อยๆ ขณะที่กองทัพกลับได้รับคะแนนนิยมเพิ่มเติมจากการลงไปช่วยเหลือประชาชนทุกรูปแบบทั้งการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในบางพื้นที่ และการช่วยเหลืออื่นๆแก่ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่แล้ว แม้ว่ากองทัพจะเป็นกลไกของรัฐ แต่เป็นกลไกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และแกนนำเสื้อแดงมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก มีความระแวงอยู่ตลอดเวลาว่าทหารจะทำรัฐประหาร ดังนั้นเมื่อทหารมีคะแนนเพิ่มขึ้นก็สร้างความหวั่นวิตกแก่ทักษิณ ชินวัตร ผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาล เป็นเหตุให้เขาต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทำลายความน่าเชื่อถือของทหารโดยระบุว่า “ทหารเสพติดอำนาจ” และ ต่างชาติไม่ยอมรับการรัฐประหาร ทั้งที่ผู้เสพติดอำนาจอย่างโงหัวไม่ขึ้น ทำลายหลักประชาธิปไตย และหลักธรรมาภิบาลมากที่สุดคนหนึ่งก็คือตัวทักษิณเองนั่นแหละ การเดินเกมเพื่อช่วงชิงอำนาจในการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงจึงกลายเป็นเกมสำคัญของทักษิณ หากเขาชนะในเกมนี้ ทักษิณก็จะควบคุมการแต่งตั้งโยกย้ายทหารได้ทั้งหมดผ่านน้องสาวที่เป็นหุ่นเชิดของเขา แต่ความฝันของเขาอาจเป็นฝันสลาย เพราะอาจถูกพลังอันมหาศาลของสายน้ำทำลายลงไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ---------------------------------------------------------

Comments

ไม่พูดถึงกลไล

ไม่พูดถึงกลไล ข้าราชการเลยหรือ ?

บทความนี้ น้ำท่วมทุ่ง

บทความนี้ น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ... สรุปนักการเมืองเลวทั้งโคตร ประเทศไทยต้องการนายกพระราชทานหรือ?

ที่กล่าวๆ

ที่กล่าวๆ อ้างมาว่ารัฐบาลคิดอย่างโน้น คิดอย่างนี้นี่มีหลักฐานอะไรบ้างอ่ะครับ?

และสิ่งที่บทความบอกว่ารัฐบาลควรทำคือ

เอาน้ำลงทะเล
ควบคุมน้ำให้อยู่ในพื้นที่มีผลกระทบน้อย
ป้องกันน้ำไม่ให้เข้าที่สำคัญ

อืม .... การเป็นผู้รู้ด้านน้ำนี่มันไม่ยากเท่าไหร่เลยนะครับ

ในครั้งนี้หลักการดังกล่าวกลับ

ในครั้งนี้หลักการดังกล่าวกลับเกิดขึ้นอย่างล่าช้าเพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน และกำหนดให้ระบายน้ำออกมาราวกับว่าเป็นสถานการณ์ปกติ จนกระทั่งถึงจุดที่ใกล้วิกฤติของเขื่อน จึงได้มีการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำออกจากเขื่อน อำนาจที่ว่านั้นมิใช่อำนาจลึกลับใดๆ แต่เป็นอำนาจซึ่งดำรงอยู่ในคณะรัฐมนตรีนั่นแหละ

เพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน ..

อำนาจอะไร พูดได้ทำไมไม่พูด อย่าอมพนำไว้ทำให้คลุมเครือ แล้วรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ก็มาจากพรรคร่วมพรรคหนึ่งซึ่งเคยทำงานกับประชาธิปัตย์ของคุณ ไม่ใช่หรือ และถ้ามันเป็นจริง มีหรือไอ้พรรคประชาธิปัตย์ของคุณจะไม่เอามาเป็นประเด็นทำลายล้าง

อย่าอคติมากนักเลย ประเทศพินาศก็เพราะคนอย่างพวกคุณ เกมช่วงชิงอำนาจมันมาจากใครก่อน มันเป็นใครที่เดินสายไปพูดตามค่ายทหารก่อนจะมีการรัฐประหาร แล้วใครกันที่มันพากันลักลอบไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เกมนี้ฝ่ายที่จะต้องฝันสลายมันควรจะเป็นประชาธิปัตย์ของคุณ แล้วไอ้คนที่จะเป็นหุ่นเชิดก็น่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์นายกเงาคนปัจจุบัน และไอ้คนที่เป็นคนเชิดก็เป็นไอ้ขันทีที่อายุใกล้จะเข้าโลงแล้ว แต่ยังหวงอำนาจอยู่ ไม่รู้หรือว่าพวกมันทำให้ชาติแตกแยก พินาศฉิบหายจนถึงวันนี้

พ.ค มิ.ย ก.ค และ ต้นเดือน ส.ค

พ.ค มิ.ย ก.ค และ ต้นเดือน ส.ค อภิสิทธิ์หายหัวไปไหน มองเห็น(หายนะ)ปัญหาหรือเปล่า ทำไม ไม่พร่องน้ำตอนนั้น จริงๆแล้วควรต้องพร่องน้ำ ก่อนฤดูฝนจะมาด้วยซ้ำ............

ฅนเหมือนกัน

[quote=ฅนเหมือนกัน]ในครั้งนี้หลักการดังกล่าวกลับเกิดขึ้นอย่างล่าช้าเพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน และกำหนดให้ระบายน้ำออกมาราวกับว่าเป็นสถานการณ์ปกติ จนกระทั่งถึงจุดที่ใกล้วิกฤติของเขื่อน จึงได้มีการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำออกจากเขื่อน อำนาจที่ว่านั้นมิใช่อำนาจลึกลับใดๆ แต่เป็นอำนาจซึ่งดำรงอยู่ในคณะรัฐมนตรีนั่นแหละ

เพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน ..

อำนาจอะไร พูดได้ทำไมไม่พูด อย่าอมพนำไว้ทำให้คลุมเครือ

[/quote]

ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

I felt like I am being hijack by by อำนาจอะไร พูดได้ทำไมไม่พูด อย่าอมพนำไว้ทำให้คลุมเครือ

What are you afraid of?

พูดเอง เออเอง ยิ่งลักษณ์

พูดเอง เออเอง
ยิ่งลักษณ์ อยุูเชียงใหม่
เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เกิด
คนต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม ประจำ
กรุงเทพฯก็น้ำท่วมหลายครั้ง
มีเขื่อนก็มีปัญหา เพราะคนควบคุม
น้ำปีนีก็เยอะ
บ้านดิฉันไม่ท่วม แต่ติดตามเรื่องราวตลอด
รู้ด้วยว่า น้ำจะมาอย่างไร
ญาติต้องมาถามฉันเรื่องน้ำท่วม
รู้ทางน้ำด้วย
ญาติก็ย้ายออกไปก่อนน้ำจะมา
ป้องกันบ้านไว้ได้ อยู่แถวปิ่นเกล้า น้ำลึกมาก
น้ำไม่เข้าบ้านด้วย
คนแก่ก็ปลอดภัย สุขสบายดี
ตอนนี้อาจยังเข้าบ้านไม่ได้
แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีคะ
รัฐบาลประกาศ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่รับฟัง ไม่ตื่นตัว ไม่ปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
ฉันตามข่าวเพราะจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรับบาล
สมัยนี้คนพูดโกหก มันเยอะ ที้งผู้ลากมากดี ยากจนเข็ญใจ
เชื่อไม่ได้สักคน

ขอทราบวิธีที่คุณคิดว่า รัฐบาลควรทำอย่างไร
หมายถึงวิธีการประกาศเตือนให้ประชาชนได้รับรู้
ขอชัดๆเลยคะ เป็นวิทยาทาน จะได้หายโง่

Part II: โดยส่วนตัวแล้ว

Part II:

โดยส่วนตัวแล้ว บทความนี้ไม่ได้ตอบคำถามสี่ข้อเกียวกับการบริหารนำ้ที่ไร้ประสิทธิภาพที่เขือนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์ของรัฐ

1) มีใครบ้างที่รู้ปัญหา?

2) รู้เมื่อไร?

3) รู้อะไรบ้าง?

4) รู้แล้ว สั่งให้ทำอะไรบ้าง?

ท่านอาจารย์ พิชาย

ท่านอาจารย์ พิชาย นับเป็นนักวิชาการน้ำดี และ เป็นภูมิปัญญา"หนึ่งเดียว"ของพันธมิตรครับ.....ตัวท่านเป๋น "ชนชั้นไร้สมบัติ"ไม่เคยสะสมสิ่งใด.....จัดเป็น "อภิชาติศิษย์"ของท่าน อ.แสวง รัตนมงคลมาศโดยแท้....

บทความนี้ซ่อนความเป็น"นักวิชาการสาธารณรัฐ"ไว้อย่างแนบเนียน...อ่านผิวๆเหมือนด่า"ทักษิณ/ยิ่งลักษณ์"...แต่ความจริงร้อนแรง กว่าหนังสือต้องห้ามของ จิตร ภูมิศักดิ์เล่มนั้นเสืยอีก...!!!

เพราะมี “อำนาจ”

เพราะมี “อำนาจ” บางอย่างสั่งให้เจ้าหน้าที่เขื่อนกักน้ำไว้ก่อน ..

อำนาจอะไร พูดได้ทำไมไม่พูด อย่าอมพนำไว้ทำให้คลุมเครือ

ถ้าวิจารณ์รัฐบาลได้แบบนี้...ก็ต้องวิจารณ์อำนาจ บางอย่างได้ "อำนาจบางอย่าง" มันคืออำนาจอะไร..ทำไมไม่บอก

เมื่อน้ำออกจากเขื่อนมากมาย มหาศาลแบบนี้แล้ว..การจะกักเก็บน้ำให้อยู่เป็นที่เป็นทาง..ต้อนไปทางซ้ายต้อนไปทางขวา..คงยากมาก......สถานที่สำคัญ....บอกให้ได้."อำนาจบางอย่างบวกกับสถานที่สำคัญมันคืออะไร".....การป้องกันน้ำท่วมกรุง...ต่อให้โคตรนายกเทวดาในอดีต...มาร่วมกันแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุง..ก็แก้ไม่ได้....ในเมื่อหนทางของน้ำมันเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง...แม้มีคลองก็ยังไม่ให้มันผ่านลงทะเล.........สุดท้ายความซวยก็ตกอยู่กับรัฐบาลชุดนี้ที่แก้ปัญหาไม่ทันการณ์...มีนก็มีความฝั่งใจกับทุกรัฐบาลที่มีเหตุการณ์เกิดขื้นในช่วงนั้น......เพียงแต่เหตุการณ์นั้นจะฝั่งในใจประชาชนได้นานเพียงใด..ดีชั่วเลวทรามต่ำช้าขมขื่น..ทุกข์ยาก...เพราะการกระทำของรัฐบาลช่วงนี้น.....

ชอบและเชียร์กับการตั้งปัญหานี้..ผู้เขียนบทความการจัดการน้ำตอบให้ได้

1) มีใครบ้างที่รู้ปัญหา?

2) รู้เมื่อไร?

3) รู้อะไรบ้าง?

4) รู้แล้ว สั่งให้ทำอะไรบ้าง?

ดูชื่อคนเขียน >>> พิชาย

ดูชื่อคนเขียน >>> พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต: เกมอำนาจกับการจัดการน้ำ

โธ่ ไอ้ควาย คิดได้แค่นี้เองหรือ

ที่ภูเก็ต ฝนตก 15 นาที ท่วมเบอะ มึงแหกตาดูบ้าง

กิติภูมิ จุฑาสมิต

[quote=กิติภูมิ จุฑาสมิต]ท่านอาจารย์ พิชาย นับเป็นนักวิชาการน้ำดี และ เป็นภูมิปัญญา"หนึ่งเดียว"ของพันธมิตรครับ.....ตัวท่านเป๋น "ชนชั้นไร้สมบัติ"ไม่เคยสะสมสิ่งใด.....จัดเป็น "อภิชาติศิษย์"ของท่าน อ.แสวง รัตนมงคลมาศโดยแท้....

บทความนี้ซ่อนความเป็น"นักวิชาการสาธารณรัฐ"ไว้อย่างแนบเนียน...อ่านผิวๆเหมือนด่า"ทักษิณ/ยิ่งลักษณ์"...แต่ความจริงร้อนแรง กว่าหนังสือต้องห้ามของ จิตร ภูมิศักดิ์เล่มนั้นเสืยอีก...!!![/quote]

"...ซ่อนความเป็น "นักวิชาการสาธารณรัฐ" ไว้อย่างแนบเนียน .. จริงจังร้อนแรง กว่าหนังสือต้องห้ามของจิตร .."

ผมหวังว่า คุณหมอคงกำลังโจ๊กนะครับ (แต่ผมอ่านยังไงก็ไม่เก็ตว่าเป็นโจ๊ก และหากเป็นโจ๊ก ผมก็ว่า ไมใช่โจ๊กที่ดีนัก)

ในกรณีที่คุณหมอ ไม่เคยเห็น นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง (จริงๆ มีหลายตัวอย่าง แต่ผมขี้เกียจหา พิชาย ผมตามฟังอยู่ เพราะเรื่องนี้แหละ คือ ผมสะดุดใจมากว่า นักวิชาการระดับ นิด้า แต่ทำไม ชอบชูประเด็นเรื่อง "ล้มเจ้า" บ่อยมาก โดยเฉพาะพุ่งเป้าเรื่อง "นักวิชาการล้มเจ้า" พูดเป็นตุเป็นตะเรื่อง "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" เรื่อง "ยุทธศาสตร์" ของ "ขบวน" อะไรทีเขากุขึ้นนี้ ฯลฯ)

นี่คือตัวอย่างที่เขาพูดเรื่องนี้นะครับ

"นายพิชายกล่าวว่า ได้ทราบว่ามีการเกิดขึ้นของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ที่มองว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อระบบประชาธิปไตย โดยคนกลุ่มนี้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีการเคลื่อนไหวเป็น 2 คือระยะที่เคลื่อนไหวเพื่อปรับลดบทบาทสถาบันฯกษัตริย์ให้เป็นสถาบันแบบสามัญ โดยข้อเสนอแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเรียกร้องให้ตรวจสอบโครงการพระราชดำริ เหมือนตรวจสอบโครงการทั่วๆไป"

จาก
http://203.146.129.175/web/?q=node/34914

ปริมาณน้ำหลักหมื่น ระบายน้ำหล

ปริมาณน้ำหลักหมื่น
ระบายน้ำหลักร้อย

หาำกทำได้ดีกว่า
อธิบายสิ ด๊อก...

ในสถานการณ์วิกฤต
ยังสำแดงภูมิวิปริต

ไอ้หนวดนี่นามสกุลมันก็บอก คอก

ไอ้หนวดนี่นามสกุลมันก็บอก คอก ได้แล้วว่าอยู่คอกไหน สมัยสมัคร สมชาย เป็นนายกฯ มันก็หน้าด้านออกมาตามคำเชิญของพรรคประชาธิปดออกมาถล่มรัฐบาลคนเสื้อแดงอยู่เป็นประจำ แต่เวลามีอันธพาลทำผิดกฏหมาย ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ไอ้นี่มันไม่เคยใช้สมองไตร่ตรองวิพากษ์วิจารณ์ความชั่วของคอกมันแม้แต่น้อย แม้นกระทั่งนายกฯที่โชคดีที่มีหัวหงอกที่บอกว่านายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯที่ดีที่สุดของประเทศไทย กรรโชกอำนาจมาให้ มันก็ยังไม่ละอาย ยังสนับสนุนนายกฯที่โชคดีคนนั้นที่ได้อำนาจาจมาจากการ"กรรโชค"
มันบอกเองว่ามีน้ำมีฝนมีพายุหลายลูกเข้ามาช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งยังไม่ได้เลือกตั้งด้วยซ้ำ แล้วไม่ทราบว่าไอ้นายกฯกรรโชคอำนาจมามันนั่งทำห่าอะไร มันก็แค่ไปเยี่ยมประชาชนแล้วแจกปลากระป๋องเน่า เรือน้ำตาลล่มใช้เวลากู้ร่วมครึ่งเดือนไอ้ห่านี่เป็นอาจารย์ได้ไงวะ พูดจาไม่มีความยะุติธรรม จิตใจเลวคอยแต่จะดิสเครดิตรัฐบาลที่มันไม่ได้เลือก 4ปีรอไม่ได้หรือยังไงวะ หรืออยากให้นองเลือดอีก เลว

มวลของน้ำ 1 ลิตร ที่อุณหภูมิ

มวลของน้ำ 1 ลิตร ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเชียส มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม
แต่โดยข้อเท็จจริง แม้ระดับอุณหภูมิจะสูงขึ้น น้ำหนักของน้ำแทบไม่เปลี่ยนแปลง

1 ลูกบาศก์เมตร มีน้ำหนัก 1 ตัน หรือ หนึ่งพันกิโลกรัม

ลองยกน้ำที่จำหน่ายเป็นแกลลอน 5 ลิตร ลองยกสองแกลลอนด้วยมือทั้งสองข้าง จะรู้ว่า ลิ้นห้อย เป็นอย่างไร

น้ำที่เขื่อนปล่อยออกมา บอกเป็นปริมาตรลูกบาศก์เมตร ก็คิดง่ายๆได้ว่า เป็นน้ำหนักเท่าใด เพียงเปลี่ยนจากปริมาตร
ก็ได้น้ำหนักกี่ร้อยพี่พันล้านตันต่อวัน
บวกกับอัตราตวามเร็วการไหล หรือ ความลาดเอียง น้ำหนัก 1 ตัน น้ำหนักอาจกลายเป็น 3 ถึง 6 ตันได้ง่ายๆเลย

บักพิซวยลองไปยืนต้านดู ถ้าแม่มไม่ลอยตุ๊บป่องหายวับไปกับตา

แถมต่างคนต่างกั้นทางน้ำ ปริมาณของน้ำหรือน้ำหนักยิ่งสะสม ที่กั้นทานน้ำหนักไม่ได้พังครืนลง
ก็สึนามิธรรมดานี่เอง

ใครหน้าไหนบนโลกนี้จะสู้อำนาจของธรรมชาติได้
สักแต่เขียนตำหนิคนอื่น
เวลานี้เป็นห้วงของการช่วยกันบรรเทาทุกข์ แม่มจ้องทำลายอย่างเดียว แถมเอาตีนราน้ำไว้เสียอีก

ถ้าพวกมึงอยากได้อำนาจกลับคืน มึงยึดเอาหน้าด้านๆเช่นที่เคยทำมา
แล้วอย่างี่เง่าให้มีการเลือกตั้งอีก
เพราะเลือกอีก พวกแม่มมึงก็แพ้อีก แล้วมีงก็เป็นหมาพาลอยู่แบบนี้

กลัวบ้านเมืองเจริญหรือไง
กลัวประชาชนอยู่ดีมีสุขหรือไง

บทความที่เสี่ยมความแตกแยก

บทความที่เสี่ยมความแตกแยก พูดดีด้านเดียว แต่ไม่เห็นมีสาระตรงไหน คิดได้แค่นี่ เสียที่ที่ใช่คำ ด๊อกนำหน้า คนที่ไร้ซึ่งความเป็นกลาง แม้จะมีการศึกษาสูงเพียงใด ก็ไร้ค่าไม่มีความสง่างามตามความรู้ เป็นตำราที่ว่างเปล่า

ุการมีอำนาจ

ุการมีอำนาจ แต่ใช้อำนาจแบบบ้าคลั่ง สั่งล้อมฆ่าประชาชนจนตายเกลื่อนเมือง ประชาชนก็ถีบหัวส่งเช่นกัน .....ทุกคนเห็นตัวอย่างมาแล้ว ...ยกตัวอย่างการใช้อำนาจให้เห็นง่ายๆ เรื่องทหารกับประชาชน...ทหารเป็นกลไกหนึ่งของอำนาจ สั่งให้เขาทำดี ช่วยเหลือประชาชน ก็ได้ใจประชาชน ถ้าสั่งให้ทำร้ายประชาชน ก็จะถูกประชาชนก่นด่า......ภาพทหารที่อยู่ภายใต้รัฐบาลบ้าเลือดจะตกต่ำ.......แต่ทหารที่อยู่ภายใต้รัฐบาลที่ประนีประนอม จะโดดเด่นน่าเลื่อมใสศรัทธา ......เปรียบเทียบภาพพจน์ทหาร ในช่วงรัฐบาลมาร์ค กับทหารในรัฐบาลปู ต่างกันราวกับฝ่ามือกับฝ่าเท้า ทั้งๆที่เป็นทหารกลุ่มเดิม คนเดิม ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเกิดจากการรู้จักใช้อำนาจทั้งสิ้น
......อยากตะโกนกรอกรู้หู ท่าน พิชาย คิดยังไงกับการใช้อำนาจในเรื่องนี้

ขอลอกกลอนของคุณ Somchai K.

ขอลอกกลอนของคุณ Somchai K. มาให้อ่านกันก็แล้วกันครับ

เอะอะก็ดราม่า บีบน้ำตามาออดอ้อน
สั่นเครือเพื่ออ้อนวอน เล่นละครขอเวลา
เหนื่อยคร้าแต่ไม่ท้อ ทำงานต่อแก้ปัญหา
กำลังใจที่ได้มา มันเป็นยาบำรุงใจ
เอะอะก็น้ำตา เบื่อนักหนารู้บ้างไหม
นายกประเทศไทย บ่มิไก๊ใช้ปัญญา
เอะอะก็ร้องไห้ เป็นอะไรกันนักหนา
เหนื่อยนักก็บอกลา-ออกไปซะน่ารำคาญ
เอะอะก็ร้องไห้ รู้บ้างไหมไม่สงสาร
ดราม่าที่เชี่ยวชาญ เล่นที่บ้านให้สมใจ.

สันดานพวกประชาธิปัตย์

สันดานพวกประชาธิปัตย์ ก็ทำได้แค่นี้ วิจารณ์ในสิ่งที่ผิดพลาด แต่ทางออกก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำแบบใหน..
เมื่ออัคติมันฝังหัวซะแล้วปัญญาไหนมันจะเกิด แม้เป็นดร.ความคิดก็ไม่ต่างตากเด็กที่ไร้เดียงสา...

ปราชัญ ลวนชม

[quote=ปราชัญ ลวนชม]ขอลอกกลอนของคุณ Somchai K. มาให้อ่านกันก็แล้วกันครับ

เอะอะก็ดราม่า บีบน้ำตามาออดอ้อน
สั่นเครือเพื่ออ้อนวอน เล่นละครขอเวลา
เหนื่อยคร้าแต่ไม่ท้อ ทำงานต่อแก้ปัญหา
กำลังใจที่ได้มา มันเป็นยาบำรุงใจ
เอะอะก็น้ำตา เบื่อนักหนารู้บ้างไหม
นายกประเทศไทย บ่มิไก๊ใช้ปัญญา
เอะอะก็ร้องไห้ เป็นอะไรกันนักหนา
เหนื่อยนักก็บอกลา-ออกไปซะน่ารำคาญ
เอะอะก็ร้องไห้ รู้บ้างไหมไม่สงสาร
ดราม่าที่เชี่ยวชาญ เล่นที่บ้านให้สมใจ.[/quote]

เหมือนที่ลอกประชานิยมไม่มีผิด
หลั่งโลหิตประชาชนเพื่ออำนาจ
91ศพไม่เสียใจไม่นำพา
แถมยังกล้าหลั่งน้ำตาใส่ร้ายประชาชน(หน้าเซ็นทรัลเวิลด์)

นายกฯปูมีจิตใจละเอียดอ่อน
ไม่กะล่อนปลิ้นปล้อนดีแต่พูด
หลั่งน้ำตาเพราะสงสารประชาชน
มิใช่หลั่งเพื่อให้คนสงสารเธอ

เอะอะก็พล่ามไร้สาระ
เอะอะก็Horrorสไนเปอร์ใส่
เอะอะก็แอบเที่ยวมัลดีฟสบายใจ
ใครจะทุกข์เข็ญอย่างไรช่างหัวมัน

หลั่งน้ำตาใส่ร้ายได้เป็นเงา หลั่งน้ำตาเห็นใจในความทุกข์ประชาชนเป็นนายกฯตัวจริง

ต้องขอบคุณคนเขียนมากๆ

ต้องขอบคุณคนเขียนมากๆ ในประเด็นเรื่องน้ำในเขื่อน

เพราะมันตอกย้ำว่าข้อมูลเหล่านั้น มัน " จริงและตรง " กันกับที่พูดคุยกันในเน็ตมากเพียงใด อิอิ

กะโหลกปูว่าเปล่าก็เท่านั้น มา

กะโหลกปูว่าเปล่าก็เท่านั้น
มาคาดคั้นเอากะทิจะมีหรือ
เป็นนายกฯก็เพราะว่าพวกกระบือ
มาตามตื้อยกย่องเลยลองเป็น
ตำแหน่งใหญ่โตหรูหราน่าสนุก
กลับมาทุกข์ลำบากแสนยากเข็ญ
สู้กระแสสายน้ำสุดลำเค็ญ
ทุกรุมด่าเช้าเย็นไม่เว้นวัน
กะโหลกปูว่างเปล่าก็เท่านี้
สมควรที่ทุกเขตคามเขาหยามหยัน
พูดออกมาแต่ละทีเหม็นขี้ฟัน
เป็นเพราะมันสมองไม่มีเลย

Clair de Lune wrote:พูดเอง

[quote=Clair de Lune]พูดเอง เออเอง
ยิ่งลักษณ์ อยุูเชียงใหม่
เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เกิด
คนต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม ประจำ
กรุงเทพฯก็น้ำท่วมหลายครั้ง
มีเขื่อนก็มีปัญหา เพราะคนควบคุม
น้ำปีนีก็เยอะ
บ้านดิฉันไม่ท่วม แต่ติดตามเรื่องราวตลอด
รู้ด้วยว่า น้ำจะมาอย่างไร
ญาติต้องมาถามฉันเรื่องน้ำท่วม
รู้ทางน้ำด้วย
ญาติก็ย้ายออกไปก่อนน้ำจะมา
ป้องกันบ้านไว้ได้ อยู่แถวปิ่นเกล้า น้ำลึกมาก
น้ำไม่เข้าบ้านด้วย
คนแก่ก็ปลอดภัย สุขสบายดี
ตอนนี้อาจยังเข้าบ้านไม่ได้
แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีคะ
รัฐบาลประกาศ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่รับฟัง ไม่ตื่นตัว ไม่ปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
ฉันตามข่าวเพราะจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรับบาล
สมัยนี้คนพูดโกหก มันเยอะ ที้งผู้ลากมากดี ยากจนเข็ญใจ
เชื่อไม่ได้สักคน

ขอทราบวิธีที่คุณคิดว่า รัฐบาลควรทำอย่างไร
หมายถึงวิธีการประกาศเตือนให้ประชาชนได้รับรู้
ขอชัดๆเลยคะ เป็นวิทยาทาน จะได้หายโง่[/quote]
ก็แค่น้ำจะเข้าเมื่อไหร่ ที่ไหน สูงระดับไหน จะขังนานกี่วัน ไม่ใช่เอาอยู่...โว้ย

jittagone wrote:แล้ว

[quote=jittagone]แล้ว พรรคแมงสาบ ทำประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองเป็นชิ้นเป็นอันบ้างพอเป็นรัฐบาลก็ไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนกันนายกไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรอะไรเขาก็รู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วอาศัยปลายกระบอกปืนปล้นอำนาจพอมีอำนาจก็ห่วยแตกหาเสียงก็ลงทุนบีบน้ำตาแล้วเป็นไงท้าจะไปอยู่รูถ้าไม่ชนะ....ถ้าไม่หากินกับทักษิณคงจะตกงานกันหมดละม้ังคณะนิติราษฎร์เขาเชิญไปก็ไม่ไป...เพื่อสร้างภูมิปัญญาให้ประชาชนแล้วจะเข้าถึงหัวใจประชาชนได้อย่างไร....หรือเก่งแค่ชุบมือเปิปแค่นั้น[/quote]

คัณมาเย้วๆแบบนั้นอะนะ แล้วจะรอดูผลงาน โห น่าอายครับ

เบื่อพวกด่า ด่าปู

เบื่อพวกด่า
ด่าปู ด่ามาร์ค
แล้วได้อะไร
สุดท้ายก็ขี้ข้า ตามตูดเค้าต่อไป
เอียงข้างจนสมองไม่ทำงานกันแล้ว ทั้งหมดนั่นเลย
เหนื่อยใจกับประเทศสารขัณฑ์

คนนี้เป็นพวกพธม.-เสื้อเหลือง.

คนนี้เป็นพวกพธม.-เสื้อเหลือง.-พวกเจ๊กลิ้ม-พวกปชป.-พวกศุนักข์รับใช้เผด็จการ-อำนาจนอกระบบ. ดีแต่ตำหนิวิจารณ์ ทำอะไรไม่เป็น.

หาว่ายิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเชิดของทักษิณ แต่...เองเป็นหุ่นเชิดของใคร -ผู้มีอำนาจนอกระบบ-ขุนทหาร-ปชป.????

เกมชิงอำนาจ หรือ เกมลิงชิงหลัก.ที่พวกนักกฎหมายนักวิชาการหยั่งพิชายได้ทำลายหลักคุณธรรม หลักความยุติธรรม หลักจริยธรรม หลักประชาธิปไตย ได้อย่างไม่กระดากปาก ไม่ละอายแก่ใจ.พวกท่านมิใช่หรือที่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม ได้กำหนดให้ยกเว้นโทษการกระทำความผิดตามกฎหมาย--รปห. เป็นการกระทำที่ชอบ..ไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ยินยอมพร้อมใจกันหนุนหลังการยึดอำนาจของขุนทหาร แทรกแซงการบังคับใช้กฎหมาย ขัดขวางการแก้ไข-ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ขัดขวางการลบล้างผลพวงของคำพิพากษาที่เออออห่อหมก รับรองการทำรัฐประหาร ให้หัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์เสมอกษัตริย์หรือสูงกว่า. ประกาศของคณะรัฐประหารมีศักดิ์ชั้นเทียบได้กับรัฐธรรมนูญหรือพระบรมราชโองการของกษัตริย์ในสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง..ทำให้ขุนทหารเลียนอย่าง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า ทำลายประชาธิปไตย ไม่ฟังเสียงประชาชน ทำให้การเจริญของบ้านเมืองหยุดชะงัก ประชาชนจนซ้ำซาก มีความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตไม่ดีไปกว่าก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง.

ว่ายิ่งลักษณ์เป็นนายกฝีกงาน ถามว่าคนอื่น เคยเป็นนายกมาก่อนหรือ ไม่เป็นนายกฝึกงานหรือ

หาว่า ยิ่งลักษณ์ มีอำนาจแต่ขาดภูมิปัญญา ตื้นเขินทางปัญญา ใช้อำนาจไม่เป็น ใช้ผิดทาง สร้างความหายนะแก่สังคม และหวนกลับมาทำลายตนเอง.?..ไม่เข้าใจว่า...คิดว่าตนเองฉลาดคนเดียว คนอื่นโง่หมด หรือไง ...เคยได้ยินไหมกะคำว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด. ...มีปากไว้แต่ถากถางคนอื่นเหมือนขวาน ลองหันไปสำรวจดูตนเองเสียก่อน. ๆ ที่จำไปว่าคนอื่น ดูถูกคนอื่น.

จริงอยู่ยิ่งลักษณ์ ขาดประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ปัญหาผิดพลาด ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นแปลก.แม้ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็บริหารบ้านเมืองได้ แก้ปัญหาได้. ไม่เห็นจะแตกต่างไปจากนายกที่ผ่านมา จะเข้าท่ากว่า..ด้วยซ้ำ เพราะไม่เห็นว่า...จะบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ ไม่เห็นว่าจะแก้ปัญหาอะไรได้.หรือ...จะเถียง.

ด่าว่า ศปภ.ทำงานไม่เป็น ใช้คนไม่เหมาะกะงาน ไม่รู้จักจัดการกับมวลน้ำมหึมา จัดการขาดประสิทธิพภาพ ไม่มีข้อมูล ไม่มีปัญญา ไม่มีเอกภาพในการตัดสินใจ..ใคร ๆ ก็พูดได้..ลองไปทำงานดูหน่อยเถอะพิชาย...จะรู้ว่า มันไม่ว่ายดังที่คิด ที่พูด

ข้อเสนอแนะของ...ไม่ต่างไปจากปชป.และคนอื่น ๆ ใคร ๆ ก็คิดได้... ผลักดันมวลน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด ควบคุมมวลน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมสถานที่สำคัญ..ปัดโถ เด็กเลี้ยงควายมันก็พูดได้...

ต้องใช้อำนาจพิเศษถึงจะแก้ปัญหาได้ พูดไม่ต่างไปจากปชป.และสื่อที่ชอบการบังคับมากกว่าการขอความร่วมมือ..แสดงให้เห็นว่า ชอบเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย...ชอบให้ท้ายกองทัพ ต้องการให้ประชาธิปัตย์มีอำนาจ แล้วตนก็จะได้รับส่วนแบง ส้มหล่น ตามประสานักวิชาการขายตัว ไม่มีหัวคิด..

อยากรู้จริง ๆ ว่า ถ้าหาก...ได้เป็นนายกจะบริหารประเทศ จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ไหม...หรือดีแต่พูด.

อยากรู้จริง ๆ อิกน่ะแหละว่า หาก..ได้เป็นผอ.ศปภ. จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หยั่งที่ปรามาส ด่าทอ ดูถูกคนอื่นไว้หรือไม่...หรือดีแต่พูด.

รำคาญ ไอ้พวกแมลงสาป กิ้งก่า กระโหลกกะลา. เหล่านี้จริง ๆ .

……………............ห้วงยามยากลำ

……………............ห้วงยามยากลำบาก.....บอกต่อ..ๆ..กัน....................
.............................
...........................น้ำมาพิสูจน์ว่า..............น้ำใจ
..............สูงสุดสายน้ำใน.........................ที่นั้น*......(จากโคลงของนายผี..?)
..............ยามยากยิ่งห่วงใย......................ญาติพี่ น้องเฮา
..............ห่างเหินเกินกีดกั้น......................กลุ้มเห็นกลุ้มหาย
...........................ใครกล้าใครแกร่ง...........ใครกลัว
...............น้ำมาเพื่อพันพัว........................พุ่งชี้
...............กว้างแคบดูในครัว......................ใครแบ่ง เบาเอย
...............นั่งหลังคาดูขี้.............................ตนหล่นลอยลา
............................ใครขี้ไว้ให้ท่าน..............ถามหา
...............ต้องส่งให้น้ำมา...........................หมายล้าง
...............ล้างบ้านล้างเมืองสา.....................สมหาย นะนอ
...............วิกฤติเกิดใจกว้าง.........................กวาดบ้านกวาดเมือง
.............................เห็นขยะลอยฟ่อง...........ท้องธาร
................ในเมืองไม่กันดาร........................ดอกน้อง
.................ถุงพลาสติคบาน.........................ดั่งดอก ไม้เอย
.................ใช้ขยะร้อยคล้อง........................พวงหรีดรุ่มร้อน
..............................น้ำมาล้างขยะ...............สกปรก
...................น้ำไล่เลวนรก..........................หมกไหม้
...................น้ำเน่าเราซกมก........................มนุษย์
....................มาเลยมาให้หายไข้..................หายขาดความหมอง
................................ประตูน้ำเปิดโปง..........เขื่อนเห็น
....................บางโฉมศรีไส้เข็ญ....................เขื่อนเปรี้ยง
....................สุพรรณบุรีเป็น..........................เป้าหมาย โมเดลลล
....................กระทรวงเกษตรเดี้ยง..................ดุ่ม ๆ ชมชลา
.................................เอาไว้ให้เชิดชัก............ชาติไทย
....................บริหารน้ำใน..............................ชาตินี้
.....................คุมกรมชลชูชัย.........................ฉิบหาย วายป่วง
.....................แผ่นดินเดือดป่นปี้......................อยู่ดูดายใด
..................................ตระกูลสุพรรณบุรี..........ร่ำรวย
......................ข้าวปลานาน้ำสวย.....................สั่งได้
......................ถนนกั้นน้ำซวย..........................กั้นน้ำ หนีนา
.......................เขื่อนกลายหนอนบ่อนไส้............ป่าสักเต็งรังหวาย
....................................บรรหารเอยบรรหาร.......บริหาร
........................เกษตรบูรณาการ......................เก่งแท้
.......................อุตสาหกรรมการณ์...................ใช่แก่น กลางฮา
.......................ไล่ล้างนิคมแพ้.........................พังพับพ่ายน้ำ..(ไม่ฮา)
....................................ทุนนิยมสา..................มานย์ปาน ใดฤา
.......................ถมที่ดินดำดาน.......................ดั่งย้าย
.......................หมดสิ้นถิ่นตำนาน....................อู่ข้าว น้ำนา
.......................เสพสมสารพิษร้าย....................เร่งร้อนเย็นหนาว
....................................ใครตะครั่นตะครอ.........ครวญคราง
.......................ชวนเชื่อฉลาดทาง....................ทั่วแคว้น
.......................ธรรมชาติใช้น้ำวาง...................วนกง กรรมเอย
.......................ขอเอาคืนขื่นแค้น.....................กรวดน้ำคว่ำขัน
...................................เห็นน่านน้ำเนิ่นแล้ว........นานมา
......................ไยเหตุหายนะสา......................หัสไห้
.......................ทุ่มเถียงทะเลาะลา...................จากเพื่อน แล้วนอ
.......................ยิ้มสยามหยั่งไม้........................มิดหัวยังเห็น
..................................เคยไว้ใจเขื่อนจน.........เจ็บจำ
.......................ใต้ถุนบ้านควรทำ......................โล่งไว้
.......................เรือรั่วยาเรือลำ.........................น้อยเรา ไว้นา
.......................ปลูกแพแก้น้ำได้.......................นอนเล่นดูดาว
.................................คลองหนองบึงบื้อใบ้.....ไร้บัว
.......................ผักตบชวาทัวส์..........................ริสต์ฟ้อง
.......................ตื้นเขินขยะนัว..........................เนียเน่า น้ำนา
.......................ถึงยุคสมัยต้อง..........................ตีแสกหน้าตน.
……………………...………..บางโฉมศรีชีน้ำร้าย........ทะลัก
.......................รุมโฉมศรีกระอัก.......................อกเศร้า
.......................นายกหญิงยิ่งลักษณ์.................ระทึก
.......................ชีน้ำร้ายรุมเร้า..........................ลุ่มเจ้าพระยา
................................เยียวยายาหยีอย่าง.........ยวนยี
.......................ชีน้ำร้ายราวี.............................หวังใช้
........................มหานทีสี................................ทันดร แดงอา
.......................โออัปลักษณ์ไอ้......................ทีพีบีเอส.
................................

เอาอยู่][quote=Clair de Lune

[quote=เอาอยู่][quote=Clair de Lune]พูดเอง เออเอง
ยิ่งลักษณ์ อยุูเชียงใหม่
เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เกิด
คนต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม ประจำ
กรุงเทพฯก็น้ำท่วมหลายครั้ง
มีเขื่อนก็มีปัญหา เพราะคนควบคุม
น้ำปีนีก็เยอะ
บ้านดิฉันไม่ท่วม แต่ติดตามเรื่องราวตลอด
รู้ด้วยว่า น้ำจะมาอย่างไร
ญาติต้องมาถามฉันเรื่องน้ำท่วม
รู้ทางน้ำด้วย
ญาติก็ย้ายออกไปก่อนน้ำจะมา
ป้องกันบ้านไว้ได้ อยู่แถวปิ่นเกล้า น้ำลึกมาก
น้ำไม่เข้าบ้านด้วย
คนแก่ก็ปลอดภัย สุขสบายดี
ตอนนี้อาจยังเข้าบ้านไม่ได้
แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีคะ
รัฐบาลประกาศ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่รับฟัง ไม่ตื่นตัว ไม่ปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
ฉันตามข่าวเพราะจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรับบาล
สมัยนี้คนพูดโกหก มันเยอะ ที้งผู้ลากมากดี ยากจนเข็ญใจ
เชื่อไม่ได้สักคน

ขอทราบวิธีที่คุณคิดว่า รัฐบาลควรทำอย่างไร
หมายถึงวิธีการประกาศเตือนให้ประชาชนได้รับรู้
ขอชัดๆเลยคะ เป็นวิทยาทาน จะได้หายโง่[/quote]
ก็แค่น้ำจะเข้าเมื่อไหร่ ที่ไหน สูงระดับไหน จะขังนานกี่วัน ไม่ใช่เอาอยู่...โว้ย[/quot

แม้ ดร อานนท์ นายปราโมทย์ ไม้กลัด นายเสรี คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญน้ำมือฉมังยังตอบไม่ได้เลย
ที่คุณเสนอมา จะให้นายกฯ ตอบอะไรได้ ก็ตอบเหมือนกัน
นายปลอดประสพ ผู้เถรตรง ก็โพร่งออกมาแต่แรก
ให้เตีรยมอพยพ คนด่าทั้งเมือง
ผู้ว่า กทม ก็ประกาศออก TV ชัดเจนว่า ให้ฟังเขาคนเดียว
แล้วคุณจะให้ นายกฯทำอย่างไร โทรไปหา ผู้ว่าหรือว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
น้ำมาเป็นแผง คงตอบไม่ได้หรอก
ฉันอยู่ต่างจังหวัด นอนดู TV อยู่ ยังรู้เลย ไม่รอดแน่
ฉันดู ศปภ นั่นแหละ ที่คนเขาว่า ไม่ได้เรื่อง จนเข้าใจเรื่องน้ำ ก็จากที่นี่
น้ำจ่อบ้านคุณๆๆๆๆ ยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรอออ...
มาขนาดนี้ เทวดา ก็ช่วยไม่ได้

กิติภูมิ จุฑาสมิต

[quote=กิติภูมิ จุฑาสมิต]ท่านอาจารย์ พิชาย นับเป็นนักวิชาการน้ำดี และ เป็นภูมิปัญญา"หนึ่งเดียว"ของพันธมิตรครับ.....ตัวท่านเป๋น "ชนชั้นไร้สมบัติ"ไม่เคยสะสมสิ่งใด.....จัดเป็น "อภิชาติศิษย์"ของท่าน อ.แสวง รัตนมงคลมาศโดยแท้....

บทความนี้ซ่อนความเป็น"นักวิชาการสาธารณรัฐ"ไว้อย่างแนบเนียน...อ่านผิวๆเหมือนด่า"ทักษิณ/ยิ่งลักษณ์"...แต่ความจริงร้อนแรง กว่าหนังสือต้องห้ามของ จิตร ภูมิศักดิ์เล่มนั้นเสืยอีก...!!![/quote]

ยุคสมัยนี้ ต้องยอมรับความไฮเทคฯ
เด็กๆเขารู้กันหมดแล้วว่า เพราะอะไร
บางที คนสมัยนี้ ก็ไม่ชอบอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ น้ำเน่า หรือ พูดมากๆ
เหมือนคนสมัยก่อน ที่ทำกัน บางเรื่องก็ โบราณ ครำครึื ไม่เกิดปัญญา

ปราชัญ ลวนชม

[quote=ปราชัญ ลวนชม]กะโหลกปูว่าเปล่าก็เท่านั้น
มาคาดคั้นเอากะทิจะมีหรือ
เป็นนายกฯก็เพราะว่าพวกกระบือ
มาตามตื้อยกย่องเลยลองเป็น
ตำแหน่งใหญ่โตหรูหราน่าสนุก
กลับมาทุกข์ลำบากแสนยากเข็ญ
สู้กระแสสายน้ำสุดลำเค็ญ
ทุกรุมด่าเช้าเย็นไม่เว้นวัน
กะโหลกปูว่างเปล่าก็เท่านี้
สมควรที่ทุกเขตคามเขาหยามหยัน
พูดออกมาแต่ละทีเหม็นขี้ฟัน
เป็นเพราะมันสมองไม่มีเลย[/quote]
*********************************
ทีสมองในกะโหลกไอ้มาร์คทำไมไม่ว่า
สองปีกว่าที่มันมาหัดเล่นขายของ
ทั้งที่มีมือที่มองไม่เห็นช่วยประคอง
ลองตรองดูทีซิปราชัญ เครื่องรวนชม
หากไอ้มาร์คมีฝีมือจริงใช่ฝีในมือ
ควรแสดงให้เขาลือเล่าอ้างเสียงขรม
แต่นี่”ดีแต่พูด”จะให้เขาชื่นชม
มีแต่ปราชัญ ลวนชม เท่านั้นที่งมงาย
*************************
อย่าอคติจนเกินไป...มัชฌิมาปฏิปาทา...ปิดตา ๑ ตา ปิดหู ๑ หู เปิดใจ ครึ่ง ใจ
ก็จะพบความงดงามแห่งมิตรภาพ

3 กค เลือกตั้ง ฝนตกหนัก รถติด

3 กค เลือกตั้ง ฝนตกหนัก รถติด กกต ไม่แจ้งชัดเจนสถานที่ ฉันถาม แกบอกว่าแจ้งทาง วิทยุ (โหย ฉันไม่มีวิทยุ)
ต้องหาสถานที่อีก ฝนที่ตก ไม่รู้ฝนเทียมรึเปล่านะ และรอประกาศผล กกต ใน 30 วัน
3 สค กกต ประกาศผล น้ำในเขื่อนสูง 9 พัน ลบก.ม และสูงถึง 1.3 หมื่น ลบก.ม (รัฐบาลอภิสิทธิ์ รักษาการ)
และที่ควรจะต้องปล่อยน้ำออก ไม่เกิน 1 หมื่น ลบก.ม (เขาก็รู้)
8 สค ยังไม่โปรดเกล้า
8-22 สค ทำกรอบนโยบายบริหารประเทศ (รบ อภิสิทธื์ รักษาการ)
23-25 สค แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
26 สค ประชุมข้าราชการระดับสูง ชี้แจงนโยบาย
สรุป 3 กค-26 สค รัฐบาลอภิสิทธิ์ รักษาการ ฝนตกลงมาตลอด พายุกี่ลูกเข้ามา น้ำในเขื่อนจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่
รมต เงา พูดออกมาเอง ตัวเลขเหล่านี้ พยายามกล่าวหาว่า รบ ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมปล่อยน้ำ กั๊กน้ำไว้ ฯลฯ เป็นต้น
เลยเข้าตัว เพราะดูตามรายละเอียดแล้ว ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล
ข้อมูลตัวเลขจาก สถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำและการเกษตร
สรุปบทความจาก ประชาทอล์ค

บทความข้างบน

บทความข้างบน มีแต่เรื่องการเมือง
ฉันไม่แน่ใจว่า ยิ่งลักษณ์ เล่นการเมืองเป็นรึเปล่า และรู้เรื่องการเมืองมากน้อยแค่ใหน
ถ้าเล่นเป็น คงไม่ถูกนักการเมืองทั้งหลายถล่มได้ขนาดนี้
ฉันเลือกเธอ เพราะเธอไม่ใช่นักการเมือง และรู้ว่าเธอคือคนทำงาน เป็นนักบริหารธุรกิจ
และเธอเลือกที่จะไม่เล่นเกมส์การเมือง
พวกคุณมักด่านักการเมืองว่า เลวบ้าง โกงกินบ้าง
แต่คุณก็เลือกนักการเมืองเป็นรัฐบาล เป็นนายกฯรมต อยู่นั่นแหละ
เคยคิดบ้างไหมว่า คุณเป็นอะไรของคุณ ..

Ref: >>> ความคิดเห็นของ

Ref: >>> ความคิดเห็นของ พราวฟ้าฝน (visitor) (110.49.241.41 110.49.241.41) .. Tue, 2011-11-08 04:13

บทความข้างบน มีแต่เรื่องการเมือง
ฉันไม่แน่ใจว่า ยิ่งลักษณ์ เล่นการเมืองเป็นรึเปล่า และรู้เรื่องการเมืองมากน้อยแค่ใหน
ถ้าเล่นเป็น คงไม่ถูกนักการเมืองทั้งหลายถล่มได้ขนาดนี้
<<<<<>>>>>

ผมเลือกพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับทักษิณเลย แต่เพราะพรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายการบริหาร

เคยเลือกประชาธิปัตย์ แต่ไม่ไหว (ว่ะ) ไม่ขอวิจรณ์ ณ เวลานี้ เป็นข้าวหรือเป็นขี้ ดูเอาเองก็แล้วกัน

บ้านเมืองจะยุ่งๆต่อไป จนกว่า "จางซูเหลียง" ที่วัยจ่อหนึ่งร้อยในอีกไม่กี่ปีมันจากโลกไปก่อน ใจเย็นๆ

Princess of Sarkhan ตัวจริง คือ ยิ่งลักษณ์

ในความเห็นผมน้ำท่วมคราวนี้ผิด

ในความเห็นผมน้ำท่วมคราวนี้ผิดพลาดกันทั้งระบบ..
1.) ส่วนราชการที่รับผิดชอบคือกรมชล/กฟผ. : รู้ภัย แต่ไม่ยืนหยัดปกป้อง ยอมจำนนต่อนักการเมือง
2.) พรรคประชาธิปปัตย์ : รู้สถานการณ์แต่ไม่ทำอะไร เพราะตัวเองใกล้หมดอำนาจ หวังผักภาระให้ พท./หลังน้ำท่วม ยังสาดน้ำลายการเมืองใส่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้จัดหยุดหย่อน
3.) พรรคเพื่อไทย : รู้สถานการณ์แต่ยังหน่อมแหน่ม และไม่ตื่นตัว บริหารจัดการไม่ดี สนใจแต่ประเด็นการเมืองของตัวเอง/นักการเมืองของ พท. ก็ไม่ได้ดีไปกว่าฝ่ายประชาธิปปัตย์ ก็ยังบ้าสงครามน้ำลายสาดกันไปสาดกันมา
4.) ประชาชน/คนในสังคม : ทั้งแดง ทั้งเหลือง ทั้งสลิ่ม ที่ร่วมปาหี่ใส่สีตีไขร่วมกับบรรดานักการเมืองฝ่ายตน

ส่วนอีกคน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนค

ส่วนอีกคน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโดนไปด้วย โทษฐานไม่สนใจใส่ใจ วิกฤตขนาดนี้
ยังเงียบ...ทั้งที่อ้างตนว่าโครตเชี่ยวชาญ แต่ถึงตอนนี้ชราภาพมากแล้ว...ก็ต้องเข้าใจ

จันทร์แสงนวล][quote=เอาอยู่

[quote=จันทร์แสงนวล][quote=เอาอยู่][quote=Clair de Lune]พูดเอง เออเอง
ยิ่งลักษณ์ อยุูเชียงใหม่
เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เกิด
คนต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม ประจำ
กรุงเทพฯก็น้ำท่วมหลายครั้ง
มีเขื่อนก็มีปัญหา เพราะคนควบคุม
น้ำปีนีก็เยอะ
บ้านดิฉันไม่ท่วม แต่ติดตามเรื่องราวตลอด
รู้ด้วยว่า น้ำจะมาอย่างไร
ญาติต้องมาถามฉันเรื่องน้ำท่วม
รู้ทางน้ำด้วย
ญาติก็ย้ายออกไปก่อนน้ำจะมา
ป้องกันบ้านไว้ได้ อยู่แถวปิ่นเกล้า น้ำลึกมาก
น้ำไม่เข้าบ้านด้วย
คนแก่ก็ปลอดภัย สุขสบายดี
ตอนนี้อาจยังเข้าบ้านไม่ได้
แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีคะ
รัฐบาลประกาศ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่รับฟัง ไม่ตื่นตัว ไม่ปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
ฉันตามข่าวเพราะจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรับบาล
สมัยนี้คนพูดโกหก มันเยอะ ที้งผู้ลากมากดี ยากจนเข็ญใจ
เชื่อไม่ได้สักคน

ขอทราบวิธีที่คุณคิดว่า รัฐบาลควรทำอย่างไร
หมายถึงวิธีการประกาศเตือนให้ประชาชนได้รับรู้
ขอชัดๆเลยคะ เป็นวิทยาทาน จะได้หายโง่[/quote]
ก็แค่น้ำจะเข้าเมื่อไหร่ ที่ไหน สูงระดับไหน จะขังนานกี่วัน ไม่ใช่เอาอยู่...โว้ย[/quot

แม้ ดร อานนท์ นายปราโมทย์ ไม้กลัด นายเสรี คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญน้ำมือฉมังยังตอบไม่ได้เลย
ที่คุณเสนอมา จะให้นายกฯ ตอบอะไรได้ ก็ตอบเหมือนกัน
นายปลอดประสพ ผู้เถรตรง ก็โพร่งออกมาแต่แรก
ให้เตีรยมอพยพ คนด่าทั้งเมือง
ผู้ว่า กทม ก็ประกาศออก TV ชัดเจนว่า ให้ฟังเขาคนเดียว
แล้วคุณจะให้ นายกฯทำอย่างไร โทรไปหา ผู้ว่าหรือว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
น้ำมาเป็นแผง คงตอบไม่ได้หรอก
ฉันอยู่ต่างจังหวัด นอนดู TV อยู่ ยังรู้เลย ไม่รอดแน่
ฉันดู ศปภ นั่นแหละ ที่คนเขาว่า ไม่ได้เรื่อง จนเข้าใจเรื่องน้ำ ก็จากที่นี่
น้ำจ่อบ้านคุณๆๆๆๆ ยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรอออ...
มาขนาดนี้ เทวดา ก็ช่วยไม่ได้[/quote]
ไม่รู้เรื่องดันทุรังมาตอบถ้าว่างมากินหญ้าที่บ้านหน่อย
ไอ้ที่พล่ามมาน่ะไม่ได้เรื่อง มีหลักการหน่อย
ของเหลวมีปริมาตเท่าไหร่ ปริมาณเท่าไหร่
พื้นที่ลาดชันเท่าไหร่ ที่ไหนต่ำ ที่ไหนสูง
มีสิ่งกีดขวางไหม ความเร็วแค่ไหน
และจะไปทางไหน จะสูงสักแค่ไหน
ความสามารถในการจัดการแค่ไหน
ก็แค่บอกมาตรง ๆ ไม่ใช่เอาอยู่
มีอำนาจตั้งมากมายหาข้อมูลแค่นี้ไม่ได้
ก็ไปตายซะ

ดาวเหนือ ณ แดนใต้

[quote=ดาวเหนือ ณ แดนใต้]ส่วนอีกคน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโดนไปด้วย โทษฐานไม่สนใจใส่ใจ วิกฤตขนาดนี้
ยังเงียบ...ทั้งที่อ้างตนว่าโครตเชี่ยวชาญ แต่ถึงตอนนี้ชราภาพมากแล้ว...ก็ต้องเข้าใจ[/quote]
ไอ้...ควาย

การพูดถึงสาเหตุของปริมาณในเขื

การพูดถึงสาเหตุของปริมาณในเขื่อนช่วงแรกของบทความ ยิ่งเป็นการชี้ชัดว่ามี "อำนาจ" บางอย่างเป็นสาเหตุก่อนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนสิงหาคม

ขณะที่น้ำเริ่มท่วมใหญ่ในช่วงกันยายน เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์มีเวลาในการจัดการเรื่องต่างๆในรัฐบาลให้เข้าที่เข้าทางเพียง 1 เดือนก็เจอกับน้ำท่วมที่ดูคล้ายจะเป็นเหมือนการ "วางยา" มากขึ้นทุกที

แต่ในช่วงหลังของบทความ ก็เอาไปสรุปว่าเป็นปัญหาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ..หึหึ ฟังไม่ขึ้นเลยนะเหตุผลนี้

แต่ผมอ่านแล้วก็ไม่คิดว่ามันจะลึกลับซับซ้อนแบบที่หมอกิติภูมิบอกเลยนะ

เรียน

เรียน อ.สมศักดิ์....ผมพยายามตอบอาจารย์ในประชาไท แต่มันขึ้นว่าเป็นspam ส่งไม่ได้ เลยขอมาตอบตรงนี้ (เกี่ยวกับบทความของ อ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต)..............................................................ขออภัย อ.สมศักดิ์ ที่ผมทำให้เข้าใจผิด....เป็นjokeจริงๆครับ....(เป็นทั้ง IN-JOKE และ SICK-JOKE ไปพร้อมๆกัน)

คือผมกับ อ.พิชายเป็นเพื่อนมหาลัยเดียวกัน ทำกิจกรรมมาด้วยกัน...ผ่านพฤษภาฯมาด้วยกัน...(สมัยยังเป็นนักศึกษา เกิดนักโทษก่อการจลาจล....ผมกับอ.พิชายยังเชียร์นักโทษเลย).....ห่างเหินกันไป10ปี....ผมก้ไม่เข้าใจว่าแกเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร...

ข้อความJOKEข้างบน คงมีผมกับ อ.พิชายเท่านั้นแหละครับ ที่จะเข้าใจ การจิกกัดของเพื่อนเก่า(คงไม่ถึงกับเป็นอดีตเพื่อน)....ขออภัยที่ใช้พื้นที่สาธารณะ....เลยทำให้อ.สมศักดิ์ต้องมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ครับ

(ผมคิดว่าที่ บ.ก.ชูวัสเอาบทความนี้มาลงใน "ประชาไท" ก็คงเป็น IN-JOKE ระหว่างเพื่อน เหมือนกันครับ)

ปุจฉา (โดยดาวเหนือ ณ

ปุจฉา (โดยดาวเหนือ ณ แดนใต้)

"ส่วนอีกคน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโดนไปด้วย โทษฐานไม่สนใจใส่ใจ วิกฤตขนาดนี้ ยังเงียบ...ทั้งที่อ้างตนว่าโครตเชี่ยวชาญ แต่ถึงตอนนี้ชราภาพมากแล้ว...ก็ต้องเข้าใจ"

วิสัชนา (โดยเอาเข้าไปพวก)

"ไอ้...ควาย"

เอาเข้าไปพวก...][quote=จันทร์

[quote=เอาเข้าไปพวก...][quote=จันทร์แสงนวล][quote=เอาอยู่][quote=Clair de Lune]พูดเอง เออเอง
ยิ่งลักษณ์ อยุูเชียงใหม่
เจอน้ำท่วมมาตั้งแต่เกิด
คนต่างจังหวัด เจอน้ำท่วม ประจำ
กรุงเทพฯก็น้ำท่วมหลายครั้ง
มีเขื่อนก็มีปัญหา เพราะคนควบคุม
น้ำปีนีก็เยอะ
บ้านดิฉันไม่ท่วม แต่ติดตามเรื่องราวตลอด
รู้ด้วยว่า น้ำจะมาอย่างไร
ญาติต้องมาถามฉันเรื่องน้ำท่วม
รู้ทางน้ำด้วย
ญาติก็ย้ายออกไปก่อนน้ำจะมา
ป้องกันบ้านไว้ได้ อยู่แถวปิ่นเกล้า น้ำลึกมาก
น้ำไม่เข้าบ้านด้วย
คนแก่ก็ปลอดภัย สุขสบายดี
ตอนนี้อาจยังเข้าบ้านไม่ได้
แต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีคะ
รัฐบาลประกาศ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่รับฟัง ไม่ตื่นตัว ไม่ปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
ฉันตามข่าวเพราะจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรับบาล
สมัยนี้คนพูดโกหก มันเยอะ ที้งผู้ลากมากดี ยากจนเข็ญใจ
เชื่อไม่ได้สักคน

ขอทราบวิธีที่คุณคิดว่า รัฐบาลควรทำอย่างไร
หมายถึงวิธีการประกาศเตือนให้ประชาชนได้รับรู้
ขอชัดๆเลยคะ เป็นวิทยาทาน จะได้หายโง่[/quote]
ก็แค่น้ำจะเข้าเมื่อไหร่ ที่ไหน สูงระดับไหน จะขังนานกี่วัน ไม่ใช่เอาอยู่...โว้ย[/quot

แม้ ดร อานนท์ นายปราโมทย์ ไม้กลัด นายเสรี คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญน้ำมือฉมังยังตอบไม่ได้เลย
ที่คุณเสนอมา จะให้นายกฯ ตอบอะไรได้ ก็ตอบเหมือนกัน
นายปลอดประสพ ผู้เถรตรง ก็โพร่งออกมาแต่แรก
ให้เตีรยมอพยพ คนด่าทั้งเมือง
ผู้ว่า กทม ก็ประกาศออก TV ชัดเจนว่า ให้ฟังเขาคนเดียว
แล้วคุณจะให้ นายกฯทำอย่างไร โทรไปหา ผู้ว่าหรือว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
น้ำมาเป็นแผง คงตอบไม่ได้หรอก
ฉันอยู่ต่างจังหวัด นอนดู TV อยู่ ยังรู้เลย ไม่รอดแน่
ฉันดู ศปภ นั่นแหละ ที่คนเขาว่า ไม่ได้เรื่อง จนเข้าใจเรื่องน้ำ ก็จากที่นี่
น้ำจ่อบ้านคุณๆๆๆๆ ยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรอออ...
มาขนาดนี้ เทวดา ก็ช่วยไม่ได้[/quote]
ไม่รู้เรื่องดันทุรังมาตอบถ้าว่างมากินหญ้าที่บ้านหน่อย
ไอ้ที่พล่ามมาน่ะไม่ได้เรื่อง มีหลักการหน่อย
ของเหลวมีปริมาตเท่าไหร่ ปริมาณเท่าไหร่
พื้นที่ลาดชันเท่าไหร่ ที่ไหนต่ำ ที่ไหนสูง
มีสิ่งกีดขวางไหม ความเร็วแค่ไหน
และจะไปทางไหน จะสูงสักแค่ไหน
ความสามารถในการจัดการแค่ไหน
ก็แค่บอกมาตรง ๆ ไม่ใช่เอาอยู่
มีอำนาจตั้งมากมายหาข้อมูลแค่นี้ไม่ได้
ก็ไปตายซะ[/quote]

เพิ่มให้อีก 1 คำถามว่า ใต้ดิน กทม มีท่อกี่ท่อ จะได้คำนวนทางน้ำถูก
ว่ามันจะไปลงท่อใหนมั่ง
ทำให้มันเหมือน เมืองของมนุษย์ค้างคาวสิโว้ย เมืองนอตแฮม น่ะ
สงสารครอบครัวคุณจัง มีพ่อพูดหยาบคาย
คุณนั่นแหละไปตายซะ

เห็นในทีวีจำไม่ได้ว่าวันไหนแต

เห็นในทีวีจำไม่ได้ว่าวันไหนแต่เป็นหลังประกาศผลเลือกตั้ง"คนสั้นของชูวิทย์" ได้ขออโหสิกรรมจาก"หน.แมลงสาบ" ในบรรดาการกระทำหรือคำพูดที่ทำให้ไม่สบายใจหรือไม่พอใจ (ทำนองนี้แหละ) พร้อมทั้งหยอดว่า "หวังว่าคงจะได้ร่วมงานกันอีก(ทำนองนี้)" และแล้ว น้ำก็ท่วมใหญ่เป็นมหาอุทกภัย รบ.ปูจะพังไหมนี่ "แมลงสาบและคนสั้นของชูวิทย์" มีลุ้น ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เอ หรือมันเกิดจากการร่วมงานกันแล้ว