'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: คำท้าทายถึงชนชั้นกลาง

เงื้อค้างกันไปอย่างน่าเสียดายทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลืองและสลิ่ม ที่เตรียมทำสงครามหนุน-ต้าน พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ หลังจากทักกี้ร่อนสารจบกระแส “ไม่ขอรับอภัยโทษ” เสียดาย ทักษิณไม่น่าใจเร็วด่วนตัดไฟ น่ารอวัดใจม็อบพันธมิตรวันจันทร์เสียก่อน ว่าจะมีคนมากี่มากน้อย น่าจะวัดกระแสไปถึงวันเสาร์ ก่อนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ค่อยประกาศ “ไม่ขอรับอภัยโทษ” ทำให้พรรคแมลงสาบไปไม่เป็น กระแสช็อต ไฟตกวูบ จอดับ แกนนำพันธมิตรคงทั้งเสียดายและทั้งโล่งอก ที่เสียดายคือพันธมิตรทุกวันนี้เหมือนปลากระดี่จมปลัก อ้าปากผงาบๆ รอน้ำใหม่ไหลมาชุบชีวิต พรฎ.อภัยโทษเปรียบเหมือน “ษิณเจริญเชิญแขก” ที่อาจช่วยให้ได้เงินบริจาคต่อค่าเช่าช่องสัญญาณ แต่ขณะเดียวกันก็โล่งอก เพราะกลัวอยู่เหมือนกันว่า ขนาดถอยมานัดชุมนุมที่ถนนท่าพระอาทิตย์ (ไม่ยักยึดราชดำเนิน) จะเหลือที่ว่างให้เตะตะกร้อเป็นร้อยวง ถ้าเรียกคนไม่ได้ดังคำคุย สถานภาพที่เป็นเสือกระดาษอยู่แล้วก็จะกลายเป็นเสือกระบากเข้าไปใหญ่ โถ ดูอย่างหมอตุลย์นัดชุมนุมที่สวนลุมเมื่อวันศุกร์สิครับ มีคนไปมากกว่าปกติตั้ง 10 เท่า คือจากปกติราว 100 คน เพิ่มเป็น 1,000 คน คริคริ เปล่า ไม่ได้เยาะเย้ยหมอตุลย์ เพราะยังไงผมก็ยังนับถือหมอตุลย์เป็นส่วนตัว การที่หมอตุลย์นัดชุมนุมครั้งไรมีคนไปแค่หลักร้อยเนี่ย แสดงว่าหมอตุลย์แกบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครหนุนหลัง ไม่มีม็อบจัดตั้ง ไม่มีตังค์จ้างใคร แต่การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่หมอตุลย์ ได้ข่าวว่ามีตั้ง 32 องค์กร รวมเหล่าดาวกระจุยที่ว่างงานเหงาปากมานาน อาทิเช่น ประสาร มฤคพิทักษ์, วสันต์ สิทธิเขตต์, พล.ท.นันทเดช เมฆสวรรค์, นิติธร ล้ำเหลือ, สุริยันต์ ทองหนูเอียด ฯลฯ และ อ.แก้วสรร อติโพธิ ที่เคารพรักของผมอีกคน สมทบกับ สว.ลากตั้งอย่าง สมชาย แสวงการ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ขนาดนั้นยังมีมิตรรักแฟนเพลงบางตา ไม่ยักสามารถเชิญแขกเท่าไหร่เลย เห็นมีแค่พวก “เก่งแต่นิ้ว” คือมีนิ้วไว้กด like ทางเฟซบุค โลกยุคโซเชียลเนตเวิร์คได้สร้างคนรุ่นใหม่ ที่แย่เสียกว่า “เก่งแต่ปาก” เพราะเก่งแต่ปากอย่างน้อยก็ยังกล้าเผยตัว แต่พวกเก่งแต่นิ้ว มีนิ้วไว้กด like เป็นแสนๆ ตัวจริงหดหัว เอาเข้าจริงสังคมออนไลน์แบบไทยๆ ก็เป็นแค่วงนินทาด่าคนลับหลัง อย่าหวังว่าจะเป็นพลังสร้างสรรค์แบบ “การปฏิวัติดอกมะลิ” ในโลกอาหรับ ผมกล้าท้าเลยว่าต่อให้ทักษิณตัวเป็นๆ กลับเมืองไทยมานั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. ก็ไม่มีทางเกิดม็อบพันธมิตรเรือนแสนที่สยามสแควร์ เพราะพลังของชนชั้นกลาง (ทางวัฒนธรรม ตามคำกล่าวของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล) กลายเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว เป็นได้แค่อีแอบในเฟซบุค หมกมุ่นอยู่กับอคติและความเกลียดชัง ไร้ทิศทาง มองไม่เห็นทางออก ขังตัวเองอยู่ในกรงแคบๆ กลัวน้ำเสียจนบางครั้งก็กัดกันเอง พลังแห่งการทำลาย ผลงานชิ้นโบแดงของพวกสลิ่มเฟซบุคในช่วงมหาอุทกภัย คือพวกเขาสามารถบ่อนทำลายเครดิตของ ศปภ.จนยอดเงินบริจาคตกต่ำน่าใจหาย กล่าวได้ว่าแทบจะไม่มีใครบริจาคช่วยผู้ประสบภัยผ่าน ศปภ.อีก แน่นอนว่าด้านหนึ่ง ศปภ.ทำตัวเอง ด้วยการทำงานไม่เป็นระบบ ขาดประสิทธิภาพ “มั่ว” รวมทั้งมีข้อกังขา (มีมูลเสียด้วย) เรื่องทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ แต่ข้อบกพร่องหรือความไม่โปร่งใสดังกล่าว ถ้ามีอยู่ 30% พวกสลิ่มก็ตีปี๊บให้เป็น 100% ถ้ามีอยู่ 60% ก็ตีปี๊บเป็น 200% และสรุปกันเรียบร้อยก่อนจะรู้ข้อเท็จจริงด้วยซ้ำ อย่างเช่นคลิปที่อ้างว่า ศปภ.ทิ้งของบริจาคไว้เต็มดอนเมืองวันที่ 29 ตุลา พวกสลิ่มเชื่อโดยไม่ต้องพิสูจน์ ทั้งที่หลังเป็นข่าว นักข่าวหลายสำนักไปดู ก็พบว่า ศปภ.ขนของออกมาหมดแล้ว (ในคลิปมีของมูลนิธิไทยคมด้วย โห ใครจะกล้าเอาของมูลนิธิไทยคมไปทิ้ง) เรื่องทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ เท่าที่ได้ข้อมูลเป็นเรื่องจริง ซึ่งรัฐบาลต้องจัดการเด็ดขาด “นิ้วไหนร้ายตัดนิ้วนั้นทิ้ง” เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่เป็นธรรมกับคนของพรรคเพื่อไทยเอง หรือคนของรัฐบาล ที่ส่วนใหญ่ทำงานจริงจัง เหนื่อยยาก ทนถูกด่า แล้วยังต้องมาแบกหม้อก้นดำ ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง แต่เรื่องถุงยังชีพที่จุดประเด็นขึ้นในเฟซบุค เกิดจากพวกฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด หาว่าถุงที่รวมของบริจาค เป็นถุงจัดซื้อราคา 800 บาท ต่อมา ศปภ.จึงชี้แจงว่ามีถุง 3 ราคา คือ 300,500,800 แล้วฝ่ายค้านก็จับพิรุธได้ว่าถุงราคา 800 น่าจะแพงเกินเหตุ (ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะร้านโชว์ห่วยที่ขายถุงยังชีพให้ ปภ. 4 หมื่นถุง 32 ล้านบาท คือร้านเดียวกับที่ขายให้รัฐบาลที่แล้ว 25 ล้านบาท เข้าตำราไก่เห็นตีนงู กระนั้น เรื่องที่ตามหลังมาพวกสลิ่มไม่สนใจหรอก เพราะเชื่อกันตั้งแต่แรกแล้วว่า ศปภ.โกง เอาเงิน 800 มาซื้อถุงยังชีพราคาแค่ 2-300 ต่อให้ไม่มีการทุจริต พวกสลิ่มก็เชื่อว่าทุจริตอยู่ดี ประเด็นคือ ถ้าพวกสลิ่มรณรงค์ให้คนบริจาคกับสภากาชาด หรือมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หรือองค์กรอื่นๆ ก็ไม่ว่ากัน แต่เท่าที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้นสิครับ ส่วนใหญ่เป็นแค่พวกโรคจิตดิสเครดิต ศปภ.ได้ก็หัวร่อสะใจ โดยไอ้พวกนี้ไม่เคยควักสตางค์ช่วยผู้ประสบภัยซักบาท ขณะที่พวกเสื้อแดงซึ่งเมริงกล่าวหาเขา ยังแยกวงจาก ศปภ.มาจัดขบวนรถออกช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง พวกสลิ่มใช้เฟซบุคเพื่อการจ้องจับผิดและทำลาย แม้กระทั่งโพสต์ภาพอาสาสมัคร ศปภ.เล่นเฟซบุค เขาชี้แจงก็ไม่ฟัง แต่ไปๆ มาๆ เจออาสามัคร มธ.เข้าเป็นไงล่ะ “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันลัก Dapper ประชาชน” (อ.ปริญญายังออกมาชี้แจงข้างๆ คูๆ แย่ยิ่งกว่า ศปภ.ชี้แจงเสียอีก) ที่พูดนี่ไม่ได้ว่าเสื้อเหลืองทั้งหมด เพราะพวกเสื้อเหลืองดีๆ มีจิตอาสาก็ไม่น้อยเหมือนกัน อย่างเช่นกลุ่ม “สยามอาสา” นี่เหลืองจ๊าดๆ เลยนะครับ แต่เขาไม่ได้เอาสีเสื้อเข้ามาเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (เหมือนๆ มูลนิธิกระจกเงา ที่ช่วยภัยพิบัติแม้ในยุครัฐบาล ปชป.) เออเฮ้ย เหลืองแบบนี้สิน่าเคารพจิตใจ เป็นคนที่สามารถร่วมมือกันได้เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า เวลาประณาม “สลิ่ม” ยังต้องแยกออกจากคนที่เขาเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างบริสุทธิ์ใจ และยึดถือเป็นแบบอย่างในการทำความดี ตัวอย่างเช่น ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ผู้เขียนหนังสือ “ธรรมดีเพื่อพ่อ” นำทีมปั้น EM Ball ช่วยเหลือผู้ประสบภัย คุณดนัยมีพลังในการโน้มน้าวผู้คนให้ทำความดี โดยไม่แบ่งสีเลือกข้าง ดังนั้น คำว่า “สลิ่ม” ถ้าบัญญัติให้ชัดเจนก็คือพวกอ้างความ “รักในหลวง” มาสร้างความเกลียดชัง คุณ Faris Yothasamuth บัญญัติคุณลักษณะของสลิ่มไว้ครบถ้วน สะใจ สลิ่มคือพวกที่มีความรู้เฉพาะด้านตามมาตรฐานการศึกษาไทย แต่ไม่รู้จักใช้หัวคิด จบปริญญาโทปริญญาเอก กลับไปหลงงมงายศาสดาโกเตกซ์ ครั้นพอรู้ไส้ศาสดา (คือเพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่) ก็ไม่กล้าใส่เสื้อเหลือง กระนั้นยังคงความเชื่อง่ายและใช้ความรักความเกลียดชี้นำ แบบว่าพอเกจินู้ดด่ายิ่งลักษณ์ เกจินู้ดก็เป็นฮีโร่ (ทั้งที่พวกนี้อ้างว่ามีศีลธรรม รุมประณามสาวเต้นเปลือยอก) เก่ง การุณ ถีบสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เก่งเป็นผู้ร้าย แต่พอมัลลิกา บุญมีตระกูล ถีบเก่งเข้าบ้าง มัลลิกาเป็นนางเอก กด like กันสนั่นหวั่นไหวใน You Tube สลิ่มเป็นพวกเชื่อง่าย ถ้าใจอยากเชื่อ ประทับใจง่าย ถูกหลอกง่าย เหมือนสาวกค่ายกรีนเวฟหัวกลวง หลงคำคร่ำครวญว่า กสทช.ยึด “คลื่นเพื่อสังคม” แต่เอาเข้าจริงก็เก่งแต่พูดฉอดๆ อยู่วงนอก เขาท้าไปออกทีวีประจัญหน้า เอาสัญญามาแฉกัน ก็ไม่กล้าไป ฉันใดฉันนั้น เหมือนพวกเชื่อเว็บการกุศลช่วยน้ำท่วมด้วยจิตอาสา (แต่พอไม่ได้ดังใจก็ฟาดงวงฟาดงาด่าเสื้อแดง) หารู้ไม่ว่าทันทีที่คุณคลิกเข้าไปดูข่าว เขาก็เชื่อมลิงก์เข้าเว็บแม่ ได้เรตติ้งเพิ่มค่าโฆษณา (รอบหน้าคงขายเว็บได้อีกหลายร้อยล้าน) ใครว่าการกุศลไม่ได้ผลประโยชน์ ธุรกิจสมัยใหม่ต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างภาพ เพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง รับเงิน สสส.มาทำงานเพื่อสังคม เพียงแต่บางครั้งก็ผิดพลาดบ้าง โปรดอภัย (เช่น ใช้ถ้อยคำอนาจารหลอกล่อ “ดักควาย” เข้าไปดูเว็บตัวเอง แล้วอ้างว่าเป็นฝีมือนักศึกษาฝึกงาน คริคริ) นี่แหละคือสลิ่ม ซึ่งดูถูกชาวบ้านเสื้อแดง ว่าถูกแกนนำหลอกใช้ แต่ตัวเองถูกจูงจมูกง่ายยิ่งกว่าชาวบ้านผู้ไร้การศึกษา แล้วยังมีหน้ามาเรียกร้องว่าควรให้ผู้จบปริญญาตรีเท่านั้นมีสิทธิเลือกตั้ง สลิ่มมีความสามารถในการบ่อนทำลาย แต่ไม่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ มีความสามารถในการปลุกความเกลียดชัง แต่ไม่สามารถนำเสนอสิ่งที่ดีกว่า นั่นคือสาเหตุ ที่ทำให้พวกเขาได้แต่ทำลายคนอื่นและทำลายตัวเอง สื่อสลิ่มปลุกคนให้บ้า โดยไม่สามารถหาทางออก สุดท้ายคนอ่านก็กลายเป็นพวกโรคจิต มีแต่ความไม่พึงพอใจสังคมที่ดำรงอยู่ แต่ไม่รู้จะทำให้ดีขึ้นอย่างไร เหมือนการต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” โดยหันไปพึงรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ พอรัฐประหารล้มเหลว ก็ฝากความหวังกับ “ระบอบแมลงสาบ” พอแมลงสาบล้มเหลว ก็พยายามวาดภาพฝัน ยึดเอา “ระบอบรักในหลวง” เป็นที่พึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าจะเอาอย่างไรแน่ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีทิศทาง ไม่รู้ว่าจะนำพาประเทศไปอย่างไร มีไหม พลังที่มีเหตุผล สลิ่มเฟซบุคส่วนใหญ่ เป็นผลิตผลของระบบการศึกษาไทยยุคหลัง 2520 ซึ่งเน้นผลิตบุคลากรมารับใช้ความเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยถูกตัดขาดจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สังคม และประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยตั้งแต่ 2475 ถึง 6 ตุลา 2519 คนพวกนี้ถูกเสี้ยมสอนให้เป็นเครื่องจักรที่ดีของสังคม รู้จักเข้าคิว อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ยึดมั่นในพระบรมราโชวาท ไม่เหมือนคนยุคแสวงหา ยุคซิกซ์ตี้ ที่มักจะมีวิญญาณกบฎ ในทางวัฒนธรรรมพวกนี้ก็เติบโตมากับหนังแอคชั่นของอาร์โนลด์ ชวาเซนเนกเกอร์, ซิลเวสเตอร์ สตาลโลน หนังมหาลัยวัยหวานของศุภักษร หรือมีเทสต์ขึ้นมาหน่อยก็ละครตลกของซูโม่สำอาง (มีเทสต์จนดูถูกคนไร้การศึกษา) พอโตมาอย่างสมองกลวง จึงไม่น่าประหลาดใจที่คนจบปริญญาโทปริญญาเอก ไปหลงงมงายศาสดาโกเตกซ์ ต่อให้ไม่เกิดพันธมิตร พวกนี้ก็จะแสวงหาศาสดาต่างๆ เป็นที่พึ่ง ทั้งไสยศาสตร์ พุทธศาสตร์ ลัทธิประหลาด ลัทธิจานบิน แสงทิพย์โยเร ฯลฯ บางทีก็ดูเหมือนจะยึดถือศาสดาที่ดี คำสอนมีเหตุผล เช่นไปนั่งสมาธิสายหลวงพ่อชา หรืออ่านหนังสือพุทธทาส แต่เอาเข้าจริงก็เข้าไม่ถึง บางคนมีหนังสือพระเต็มตู้แต่ก็ตะกายอยู่กับโมหะ ไม่ได้อ่านหนังสือพระเพื่อปล่อยวาง แต่อ่านหนังสือพระเพื่อเสริมความหลงผิดคิดว่าตัวเองดีวิเศษกว่าคนอื่น ดูง่ายๆ พวกที่ไปปฏิบัติธรรมตามสำนักสงฆ์ต่างๆ ล้วนแต่เป็นคนมีปัญหาทั้งนั้น คนไม่มีปัญหาชีวิตเขาไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมกันหรอก เพราะเขาสามารถประสานฆราวาสธรรมให้เข้ากับการดำรงชีวิตตามปกติอยู่แล้ว คนที่ควรตำหนิมากกว่าสลิ่มผู้น่าสงสารคือพวกเสแสร้งเป็นสลิ่ม แต่มีอิทธิพลชักนำสลิ่ม ซึ่งก็คือพวกที่เคยเป็นนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยสมัย 14 ตุลามาจนถึงพฤษภา 35 บางคนก็เข้าป่า ออกป่า มามีบทบาทในภาคประชาสังคม ในแวดวงธุรกิจ วิชาการ ในสื่อ และในทางศิลปวัฒนธรรม คนพวกนี้ (อย่างที่สมศักดิ์กล่าวถึง) ไม่ได้เป็นสลิ่มโดยธรรมชาติ แต่เสแสร้งเป็นสลิ่ม อย่างมี Agenda คือรู้ทั้งรู้ว่าหาทางออกไม่ได้แต่ก็ชักนำพลังสลิ่มไปใช้เพื่อทำลาย หลังเลือกตั้ง เวลาเจออดีตเพื่อนพ้องน้องพี่เหล่านี้ ผมบอกเสมอว่ารัฐบาลเพื่อไทย (ที่ผมเลือกเนี่ย) มันแย่ มันไปไม่รอดหรอกนะ มันไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่การปฏิรูปครั้งใหญ่ตามที่เราต้องการ แต่ปัญหาคือถ้าคุณไล่รัฐบาลแล้วจะนำไปสู่อะไร รัฐประหารก็ไม่มีใครเขาเอาแล้ว แมลงสาบก็ไม่มีใครเขาเอาแล้ว รัฐบาลพระราชทานก็ไม่ใช่คำตอบ ถ้าพวกคุณไม่มีทางออกให้สังคม ผมก็ต้องสนับสนุนระบอบที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชนไว้ก่อน สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ มีไหม พลังของคนชั้นกลางที่มีสติ มีเหตุผล ที่จะมาตรวจสอบ ถ่วงดุล คานอำนาจรัฐบาลชุดนี้ โดยไปให้พ้นจากความบ้าคลั่ง ไร้สติ ไปให้พ้นจากพันธนาการเดิมๆ ของพันธมิตร ไม่หวนหารัฐประหาร ไม่ผูกติดกับผลพวงรัฐประหาร ตุลาการภิวัตน์ ไม่อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาขัดขวางพัฒนาการประชาธิปไตย และไม่ผูกตัวเองไว้กับพรรคการเมืองที่เก่งแต่ให้ร้ายป้ายสี ถ้าสร้างพลังอย่างนี้ไม่ได้ รัฐบาลห่วยๆ ก็จะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เพราะพลังที่คัดค้านต่อต้าน ไร้สติเสียยิ่งกว่า และมุ่งแต่จะหาทางโค่นล้มอำนาจอธิปไตยของปวงชน ไม่ใช่แค่ล้มรัฐบาล น้ำท่วมครั้งนี้พูดได้เต็มปากว่ารัฐบาลทำงานด้อยประสิทธิภาพ แถมยังมีเรื่องฉาวโฉ่ถุงยังชีพ ถ้าฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างมีเหตุผล ว่าตามเนื้อผ้า ไม่ใช้วิธีการของแมลงสาบและสลิ่ม รัฐบาลแย่แน่ครับ แต่พวกเมริงนั่นแหละ หารู้ไม่ว่าช่วยอุ้มรัฐบาลด้านกลับ เดี๋ยวก็ด่าผู้หญิงเหนือ เดี๋ยวก็วิจารณ์การใช้ภาษาอังกฤษ เดี๋ยวก็หาว่าบีบน้ำตาแสดงความอ่อนแอ ให้ร้ายป้ายสีกันให้เว่อร์เข้าไว้ พวกเสื้อแดงปทุม อยุธยา นนทบุรี โดนน้ำท่วมมิดหัวเพราะความไม่เอาไหนของรัฐบาลที่ตัวเองเลือกมา จึงต้องชูนิ้วกลางให้สลิ่มและแมลงสาบไว้ก่อน พลังของชนชั้นกลางตอนเริ่มต้นไล่ทักษิณเมื่อ 5 ปีก่อน แม้จะเป็นกระแสอารมณ์แต่ก็ยังอยู่ในวิถีประชาธิปไตยที่มีเหตุผล จนมาเป๋เมื่อขอ ม.7 และออกบัตรเชิญรัฐประหาร จำได้ไหมว่าเลือกตั้ง 2 เมษา คะแนน Vote No รวมบัตรเสีย สูงถึง 13 ล้าน ไม่ใช่แค่คะแนน ปชป.หรือพรรคชาติไทยด้วย เพราะหลายจังหวัดในภาคเหนือภาคอีสาน Vote No ชนะ แต่ 5 ปีผ่านไปพลังของชนชั้นกลางทำลายตัวเอง ไม่ใช่แค่ปีกที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแตกออกมาเป็น “สองไม่เอา” (ซึ่งสุดท้ายก็ถูกผลักเป็นเสื้อแดงอยู่ดี) แต่พวกเสื้อเหลืองและสลิ่มก็แตกคอกันเอง กลายเป็นโรคจิต 500 จำพวก แม้แต่พรรคการเมืองใหม่ก็ยังแตกคอกับพันธมิตร คนบางส่วนอาจแตกไปเพราะผลประโยชน์ แต่หลักๆ เป็นเพราะความคิดสับสน ไร้แนวทาง กระทั่ง “การเมืองใหม่” ภาพสังคมในอุดมการณ์ ก็ยังไม่สามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ว่ามันคืออะไร จะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร คนนอกอาจจะแปลกใจที่เห็นสมศักดิ์ โกศัยสุข แตกคอกับพันธมิตร แล้วเล่นกันแรงถึงขั้นฟ้องร้องยะใส แต่ผมไม่แปลกใจ พคท.ตอนขัดแย้งกันรุนแรงใกล้ป่าแตกก็เป็นอย่างนี้ หลายๆ เขตถึงขั้นจะยิงกัน จะฆ่ากัน (ทางใต้บางเขตได้ข่าวว่าฆ่ากันจริงๆ) ทั้งที่เป็นมิตรร่วมรบ ร่วมเป็นร่วมตายทุกข์ยากลำบากมาด้วยกัน แต่คนที่คลั่งอุดมการณ์เวลาขัดแย้งก็จะเห็นกันเป็นศัตรูได้ถึงเพียงนั้น เหมาเจ๋อตุงถึงได้ฆ่าหลิวเซ่าฉี สตาลินถึงส่งคนตามฆ่าทรอตสกี้ ที่พูดนี่เพราะผมตั้งข้อสังเกตว่าพวก “ซ้ายเก่า” ทั้งในเสื้อเหลืองและเสื้อแดงยังติดเชื้อพิษจากพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต (แบบว่าแกนนำเสื้อแดงบางคนก็พยายามเอารูปการจัดตั้งเข้ามายัดเยียดให้ นปช.ใครไม่เห็นด้วยก็ด่าเขา แต่เอาไว้วันหลังค่อยพูดอีกที เดี๋ยวจะนอกเรื่องไป) ผมไม่ได้บอกว่าพลังเสื้อแดง พลังคนชั้นล่างหรือคนชั้นกลางชนบท เป็นพลังประชาธิปไตยที่งามพร้อมสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีทิศทางที่ก้าวไปข้างหน้า ขณะที่พลังของชนชั้นกลางกลับถอยหลัง ใครจะมองไปข้างหน้าก่อนกัน สิ่งที่ชนชั้นกลางสลิ่มพึงสังวรณ์คือมันมีเค้าลางปรากฏการณ์ที่ชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์ อาจเกี้ยเซี้ยกับชนชั้นนำฝ่ายทักษิณ หาทางอยู่ร่วมกันโดยแบ่งปันอำนาจระหว่างสองฝ่าย ถ้ามันเกิดขึ้นจริง กระบวนการ “เกี้ยเซี้ย” จะทำให้รัฐบาลลดเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปประชาธิปไตย ไม่แตะต้องกองทัพ ไม่แตะต้องอะไรหลายๆ เรื่อง (เป็นสันดานนักการเมืองอยู่แล้วที่ต้องการแค่อำนาจ) แลกกับการให้ทักษิณกลับบ้าน (แลกแม้กระทั่งยอมให้อากง SMS ติดคุก 20 ปี) ถึงกระนั้นพวกสลิ่มก็ยังคงออกมาต่อต้านแค่ตัวบุคคล ยึดติดกับทักษิณ ยึดติดกับความเกลียดชัง ขณะที่พลังฝ่ายประชาธิปไตย พลังเสื้อแดงส่วนที่เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ พร้อมจะ “ก้าวข้ามทักษิณ” ไปสู่เนื้อหาที่แท้จริง (ถ้าเขาเกี้ยเซี้ยกันจริง ก็จะเป็นจุดตัดระหว่างเสื้อแดงประชาธิปไตยกับเสื้อแดงที่ผูกติดทักษิณ) สมมตินะครับ สมมติว่าเขาเกี้ยเซี้ยกันจริง ก็ประชาชนนั่นแหละที่ผิดหวังทั้งสองฝ่าย แต่คุณจะแปรความผิดหวังให้เป็นพลังที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างไร หรือเป็นแค่พลังที่โวยวาย ไม่เอา ไม่ยอม เรียกหารัฐประหาร ทหารก็ไม่เล่นด้วยแล้ว เรียกหาอำมาตย์ อำมาตย์ก็รู้แล้วว่ามีแต่เปลืองตัว สุดท้าย สลิ่มก็ได้แต่คลั่งอยู่ในกะลา ภาระหน้าที่ของชนชั้นกลางมันควรจะก้าวหน้ากว่านั้น ภาระหน้าที่ของนักเคลื่อนไหว NGO นักวิชาการ นักคิด อธิการบดี ศิลปินแห่งชาติ ศาสตราจารย์เสื้อกั๊ก ที่มีเกียรติคุณเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมา 40 ปี ควรจะมีสติปัญญาหาทางออกให้สังคมไทย มากกว่าการยึดติด “ระบอบรักในหลวง” อะไรคือการพัฒนาประชาธิปไตยไปข้างหน้า ถ้าต้องการให้ก้าวข้าม “ระบอบทักษิณ” ถึงวันนี้ “ระบอบทักษิณ” ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก มันพร้อมจะล้มทุกเมื่อ ขอเพียงมี “โมเดล” ที่ชัดเจนมาแทนที่ ในทัศนะผม มันหมดยุคแล้วที่จะคิดเรื่อง “ยึดอำนาจรัฐ” ไม่ว่าอำนาจรัฐเป็นของทักษิณ เป็นของแมลงสาบ เป็นของอำมาตย์ เป็นของทหาร ล้วนไม่ใช่คำตอบสำหรับประชาชน เราจะต้องสร้างโมเดลของการ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” แต่เป็นโมเดลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดเจื้อยแจ้วแล้วลงท้ายต่อต้านนักการเมืองจากการเลือกตั้ง อย่างหมอประเวศ วะสี การลดอำนาจรัฐไม่ใช่แค่ลดอำนาจนักการเมือง แต่ยังต้องลดอำนาจระบบราชการ ลดอำนาจทหาร ตำรวจ อัยการ ลดอำนาจศาล องค์กรอิสระ ลดอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้เป็นอำนาจที่ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ และมีอำนาจโดยจำกัด ใช้อำนาจแล้วต้องรับผิดชอบ คุณกล้าสร้างโมเดลนี้ไหมล่ะ ลดศูนย์กลางอำนาจรัฐให้เล็ก กระจายอำนาจให้ประชาชนจริงๆ (ไม่ใช่หลอกให้เข้าชื่อ 1 หมื่นชื่อโดยไร้ความหมาย) กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สู่การปกครองขนาดเล็ก ยกเลิกผู้ว่าฯแบบเก่า เลือกตั้งผู้ว่าฯแบบใหม่ ชำแหละระบบราชการ แยกส่วน ปฏิรูปใหม่หมด ให้ยึดโยงกับประชาชน กระจายอำนาจสู่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ตรวจสอบกันได้ตั้งแต่ล่างถึงบน ไม่ใช่รวมศูนย์อำนาจ รวมศูนย์การใช้ดุลพินิจ อยู่ที่ปลัดพันล้าน ปฏิรูปฐานความคิด ความเชื่อเรื่องบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ค่านิยมเชิงพิธีกรรม หัวโขน อนุรักษ์นิยม ซึ่งทำให้คนกลัวหงอไม่กล้าต่อต้านคอรัปชั่น ฯลฯ ผมไม่ได้เป็นนักคิดนักวิชาการ ศาสตราจารย์ ผู้มากความสามารถ เป็นแค่คอลัมนิสต์ ก็คิดได้แค่นี้ แต่ขอฝากคำท้าทาย ถึงชนชั้นกลางทางวัฒนธรรมทั้งหลาย ว่าพวกคุณมีความสามารถที่จะคิดสร้างสรรค์ คิดไปข้างหน้าได้ไหม หรืออย่างน้อยก็คิดร่วมกัน ไม่ใช่เราคิดแล้วพวกคุณเอาแต่ต่อต้าน โดยอ้างทักษิณ ถ้าคิดไม่ได้ก็ยุติบทบาทตัวเองไปเสียเถอะ เพราะไอ้ที่ทำๆ กันอยู่ อย่างเช่นการเข้าชื่อของอาจารย์มหาลัย ทุกวันนี้ไม่มีใครยอมรับแล้วว่าอาจารย์มหาลัยรู้ทุกเรื่อง รู้ดีกว่าชาวบ้าน ถ้าพูดอะไรไม่มีเหตุผล ไม่มีตรรก ไม่มีหลักการ อาจารย์เข้าชื่อกัน 100 คนก็ไม่ต่างจากแม่ค้าท่าพระจันทร์เข้าชื่อกัน 100 คน เผลอๆ แม่ค้า 100 คนยังมีประโยชน์กว่าอาจารย์สลิ่ม 100 คนด้วยซ้ำ

Comments

ข้อแนะนำสำหรับคนใหม่ที่สนใจกา

ข้อแนะนำสำหรับคนใหม่ที่สนใจการเมือง

หลีกเลี่ยงประเด็นต่อไปนี้

1.คอรัปชั่น
2.ล้มเจ้า
3.ระบอบทักษิณ

ถ้าเอาให้ครบให้ไปดูข้ออ้างเหตุผลของรัฐประหารนั่นแหละ อย่าไปสนใจ อย่าไปตาตื่น เพราะล้วนเป็นข้ออ้างแหกตา

สูตรสำเร็จเก่าแก่ของการ'มีเสียงดัง'คือเล่นประเด็นคอรัปชั่น ทำตัวเป็นนักแฉผลประโยชน์แสนล้าน 10ปีผ่านไปได้ผลคือทำให้ประชาชนยอมรับการคอรัปชั่นของนักการเมือง(แทนที่จะได้ผลเป็นการต่อต้านไม่ยอมรับคอรัปชั่น)

เชื่อไหมว่า นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงของนักแฉคอรัปชั่นสามแสนล้าน จำหน้ามันได้ไหม?

เพราะฉะนั้น คนใหม่ๆที่สนใจการเมืองอย่าเริ่มจากประเด็นเหล่านี้ เพราะเหล่านี้ระดับ'ก า ก ป ล า ย ท ว า ร'ของการเมือง

ที่ควรสนใจคือ สนใจตรงๆไปเลยกับ'ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย' นี่แหละ'แ ก่ น'ของการเมือง ที่จะทำให้มีหลักการในการสังสรรค์เสวนาทุกวงสนทนา สามารถคุยได้ทุกวงสนทนา ไม่ใช่คุยได้แค่ที่สื่อasป้อนหญ้าหรือแก๊งค์เนชั่วปั่นหัว กระทั่งเถียงนักวิชาการน้ำเน่าจอมปลอมก็ยังได้

ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของคนมีสปิริต มีวุฒิภาวะสูง มีความรับผิดชอบ
อยากรู้ลึกซึ้งก็ต้องลงมือศึกษา..ด้วยตัวเอง

ชนชั้นกลางในไทยต่างจากชนชั้นก

ชนชั้นกลางในไทยต่างจากชนชั้นกลางในประเทศพัฒนาแล้วตรงที่ว่าชนชั้นกลางในไทยอยากเป็นชนชั้นสูงซึ่งตายไปแล้วในประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยเหตุนี้ไทยจึงไปไม่พ้น"กับดักชนชั้น"

ผมอ่านบทความนี้แล้ว

ผมอ่านบทความนี้แล้ว สรุปได้ว่า

ใบตองแห้งเขียนด้วยความปริวิตกหวาดผวา การกลับมาอีกของแนวร่วมคนชั้นกลางและผู้ประสพภัยจากการบริหารน้ำผิดพลาดโดยเจตนาของรัฐ......เขียนอวยรัฐบาลว่างั้นเถอะ..

สาเหตุมาจากความช่างสังเกตุของใบตองแห้งเองที่ว่า หลังข่าวคอรัปชั่นของแจก ก็แทบไม่มีการบริจาคจากประชาชนผ่าน ศปภ อีกเลย....สัญญานนี้แรงมากครับ

ผมเองกลับมองไปอีกอย่าง ผมว่างานนี้คนชั้นกลางนั่งดูอย่างเดียวพอแล้วครับ ปล่อยให้ผู้เสียหายเขาจัดการกับผู้ทำให้เกิดความเสียหายก็พอแล้ว....

อืออ์!

อืออ์!

สื่อที่สายตายาวไกลขนาดเอาสีข้าง (ที่ปกติก็บางและถลอกของมัน) ไปเป็นนั่งร้านให้ ศปภ ยันเอาไว้ (ซึ่งก็ทำท่าจะพังไม่พังแหล่) ; )~

สื่ออย่างนี้เรียกว่าสื่อชั้นดี (ในสายตาที่เป็นโรคตาแดงเพราะน้ำท่วมของพวกกระเบยแดง นปช. และ ตักขี้ แอนด์ โค) อย่างไม่ต้องสงสัย

ถึงว่าลุงเปลวถึงอุตส่าห์เมตตาถีบออกมาจากส้วมสำนัก ไทยโพสต์ เพราะแกทนความใสซื่อของอธึกกิตไม่ไหวนี่เอง (กร๊ากกกกกกกกก)

ปล. แต่ คห. ของสื่อชั้นนำอย่างอธึก ต่อ ศปภ และรัฐบาลนี้ ไปถามพี่บุญมีกับคุณติ๊กที่ได้ยินคำสั่งให้อพยพของไอ้ปลอดเป็นศพ ในนาม ศปภ. (จนคุณติ๊กวิ่งขนของจนล้มตีนพลิก ดูฝีมือของไอ้ศพมันดิ้) (ฮา) คำตอบก็เป็นอีกเวอร์ชั่นที่ออกไปทางบริภาษและสาบส่ง (ฮิฮิฮิ)

ย้ำส่งท้ายอีกที ลุงเปลวแกฉลาดจริงๆ ที่เห็นแววของอธึกจนไล่ออกมาก่อนที่จะพากันจมน้ำไปด้วยกัน (ฮา)

หมายเหตุ พี่บุญมีเรียกคุณปูว่า อีหญ้าแพรก แล อีตอแห.......ลว (ฮา) แทบทู๊กกกกกกกกคำ แสดงว่าพี่บุญมีต้องคิดถึง ศปภ แบบเดวกันกับอธึกกิตแหงม (อย่าเชื่อน้า!!!!!!) (อิอิอิ)

ทีนี้เก่วกับ

ทีนี้เก่วกับ พรฎ

ไม่รูมันเป็นประเด็นอะไรนักหนา อึกกธึก จึงต้องพยายามจัง ที่จะทาสีให้มันออกมาดูดี

กรุงง

น่าจะศึกษากระแสสังคมให้มากกว่านี้นะ เห่านะ

เรื่องนี้มันแป้กตั้งแต่ไอ้แม้วเขียนจดหมายมาแถ โน่นนนนนนแว๊ว!

หรือว่านี่ก็รับงานมาช่วย 'โม่แป้ง' ให้ไอ้แม้วมันอีกตัว

ถ้าใช่! งานนี้ ผี ที่รับจ้าง 'โม่แป้ง' ให้เรื่อง พรฎ ให้ไอ้แม้วก็มี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย (เป็นอย่างน้อยนะ ย้ำ!)

1. นายอึกกะธึก นี่ 1 ละ

2. นายภิญโญ จากสำนัก Opener (สำนักนี้แปลว่า 'รับจ้างเปิด') (ฮา)

สุดท้าย! ฮิลลารี แล บันคีมุน

สุดท้าย!

ฮิลลารี แล บันคีมุน มาเมืองไทยพร้อมๆ กัน

ทำไมไม่เอาเรื่องที่จะฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศไปยื่นให้ 2 คนนี้ล่ะ

หรือว่าตกลงเรื่อง 91 ศพ ที่แท้ก็คือนั่งร้านอีกอันที่ไอ้แม้วมันจ่ายมา

ฮา

เข้าข่าย นั่งร้านเน่าๆ ใช้แล้วก็ถีบทิ้ง

ปล. เห็นมะ! สุดท้าย บิ๊กตู่ ได้คะแนนคืนไปจมจนนั่งก้นเย็นถึง 57 โน่นซะลาม้างงงงงงง (แถมมีดาว์พงษ์ต่ออีก อนาคตไอ้แม้วคงต้องไปประกอบพิธีศพมันเองที่ชายหาดดูไบซะล่ะนี่!)

แล้วงี้! ทหารเขาเหนียวแน่นกันขนาดนี้ แดงมันจะเอาอะไรไปสู้ ไอ้แดงก็ตายห่าไปแล้ว ไอ้แม้วก็เริ่มจะถอดใจแล้ว ไอ้ที่นัดๆ กันหลัง 5 ธค. ก็คงแป้กอีก

เซ็งเลยกรู อุดส่าห์ หนีขึ้นภูจะไปดูหมูมาให้เขากัด! ซะหน่อย (อิอิอิ)

ปรากฏการณ์สิ่งใหม่

ปรากฏการณ์สิ่งใหม่ เหมือนเป็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ เป็นการยึดติดกับบุคคลมากกว่าระบบ เมื่อสิ่งที่เคยมี ไม่สามารถให้อย่างที่พวกเขาต้องการได้ ไม่ตอบโจทย์ มีแต่คำปลอบใจสวยหรู จึงเกิดปรากฏการณ์อัศวินขี่ม้าขาวขึ้น และได้ถูกเจ้าของคอก ปลดออกในเวลาต่อมา เพราะถ้าอยู่นานเกินไป แล้วถ้าบังเอิญบ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สังคมจะเกิดการตั้งคำถามถึงสิ่งที่เคยมี และถ้าถึงจุดนั้นมันจะเป็นไฟลามทุุ่งที่ควบคุมไม่ได้

ผมเชื่อใน"มนุษยภาพ" ทุกชาติทุกภาษาสติปัญญาทัดเทียมกัน มีธาตุพุทธะในตัว อาจต่างกันเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้สังคมมนุษย์ต่างกันคือ สังคมที่เจริญแล้วจะเกิดปรากฏการณ์ "social paradigm shift" หากสังคมใดผ่านพ้นปัญหา-ตกผลึกได้ ไม่นานหรอกครับ ไม่ถึงชั่วอายุคนด้วย...จะเจริญอย่างรวดเร็ว แต่จะมาถึงจุดนี้ต้องเอาชนะผู้คุมกฏเดิม เอาชนะแรงเฉื่อยทางวัฒนธรรม สภาพทางภูมิรัฐศาตร์-ต้องไม่สร้างความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน แล้วไหนจะอิทธิพลของมหาอำนาจที่คอยจ้องอยู่อีก ฯลฯ หลายอย่างต้องนิ่งพอ ที่จะบริหารจัดการ (ในระดับปัจเจก-ความสำเร็จส่วนบุคคล ก็เหมือนกัน แต่สเกลเล็กลง)

"หลายหัวดีกว่าหัวเดียว" คนคนเดียวต่อให้อัจฉริยะแค่ไหนก็พาสังคมไปไม่รอดหรอก--ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเก่าหรือสิ่งใหม่--ต้องเอาปัญญานี้ลงไปสู่มวลชน สังคมนั้นจึงจะมีภูมิคุ้มกัน และถ้าฉลาดแล้ว..ฉลาดเลย กลับมาโง่อีกมีไหม? ปท.พัฒนาแล้วถอยกลับมาด้อยพัฒนามีไหม?

แน่นอนจะหวังให้สิ่งเก่าทำให้เกิด "social paradigm shift" นั้นลืมซะเถอะ เป็นไปไม่ได้หรอก

ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งใหม่จะไม่ไปเกี๊ยเซียะนะครับ เราสูญเสียพี่น้องไปมากแล้ว ถูกหลอกก็หลายครั้ง อย่าทำให้เราผิดหวังอีกเลย...

เขียนได้ตรงใจดีครับ

เขียนได้ตรงใจดีครับ คำถามต่อก็คือคนชั้นกลางถูกทำให้ห่างจากการเมืองมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีทำยังไงให้สนใจการเมือง

ใครเก่งอังกฤษเกี่ยวกับการเมืองว่างๆขอเชิญมามอบความรู้หน่อยครับ :)
http://www.thaipoliticalforum.com

เสนอไอเดียพัฒนาประชาธิปไตยเล่

เสนอไอเดียพัฒนาประชาธิปไตยเล่นๆ

จัดให้มีการทำ'ป ร ะ ช า ม ติ'ทุกปีหรืออัตราปีที่กว่าเช่นทุก2ปี3ปี4ปี ส่วนประชามติเรื่องอะไรก็สุดแล้วแต่

เคยได้ยินว่าประชามติใช้งบประมาณ2-3,000ล้าน แต่คิดว่าคุ้มมากที่จะกระตุ้นให้เข้าใจประชาธิปไตยลึกซึ้งมากขึ้น

วิตกจริตเหมือนไอปเวน

วิตกจริตเหมือนไอปเวน แห่งมหาลัยสิงคโปร์โตก ไอจารย์พิญซ่า ชูวับ กลัวทำไมหนอก็ไอแค่สลิ่ม
คุณกลัวทำไมในเมื่อคุณก็มีอำนาจมีเสียงข้างมาก อันที่จริงคุณเขียนยกย่องสรรเสินรัฐบาลไปเลยว่ามันดีทุกตัวเอ่ยดีทุกคนคร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งปูแดง เต้นรีดไถ ตู่โกหกหมดเท็จ ป้าดาแดงอารมณ์ค้าง
เจ๋งนักเลงโต หรือพลังfacebookมันมีอะไรที่คล้ายEgypt ที่เริ่มแรกก็ต่อต้านรัฐบาลในfaceต่อมาที่ถนน ขับไล่รัฐบาลชาติชั่วสารเลวจนชนะ อันที่จริงทักกี้จงกลับมาเถอะ กลับมา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อย่าได้ดูถูกคนชั้นกลางอีกเลย เพราะคุณแค้นที่ไม่ร่วมกับเสื้อแดงไล่อปิสิท ขาดพลังเลยทำให้แดงแพ้ราบคาบ +เผาเมืองเป็นของแถม คุณพลาดอย่างมากที่เอาคำว่าไพร่อำมาตย์มาเป็นประเด็น
ถามหน่อยถ้าไม่มีชนชั้นกลางขับไล่รัฐบาลเผด็จการสุจินดา2535 คุณจะมีชีวิตวิจารณ์คนอื่นอยู่อย่างนี้มั้ย นายพิญซ่า อาเจยแห่งมหาลัยชื่อดังสามย่าน คุณจะมีชีวิตมาวิจารณ์หรือไม่ ไม่มีทางหรอก ดูรายการของมันวันนี้ก็ตลกดีด่าตัวเองเป็นด้วย เพราะคุณไม่มีที่ยืนต่างหาก เลยปั้นหน้าฝืนเชียร์ไอทักกี้กับพวก
คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่าว่าไอแม้วมันก็ต้นตอให้เกิดรัฐประหาร 49 ระบบตรวจสอบไม่มี คานอำนาจไม่มี
แล้ววันนี้คุณก็จะทำอย่างเดิม อันที่จริงคุณกลัวพลังชนชั้นกลางจนต้องถอยpardon ตัวเองทั้งที่ไม่ติดคุกเลย น่าสมเพศ ปล พิญซ่า บอกรัฐบาลให้ทีปล่อยน้ำมาใจกลางเมืองหน่อย มาสีลมหน่อย
มาชัก 20 เซนติเมตร เรารับได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลจะเอาหน้าไปไว้ไหนวะเนี่ยตู เอาอยู่คร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เดี่ยวมันก็โทษผู้ว่า กทม

เดี่ยวมันก็โทษผู้ว่า กทม อีกว่ากักน้ำไม่ปล่อยมา เฮ่อ รัฐบาลมีไว้ทำไมวะเนี่ย นายกมีอำนาจมากกว่าผู้ว่า
แต่เดียวนี้นายกบอกผู้ว่าต้องจัดการ นายกไม่เกี่ยวคร่า รัฐบาลไม่เกี่ยวคร่า เอาอยู่คร่า
น่าสมเพศ แทนที่นายกจะต้องไปเจรจากับชาวบ้านที่เดือดร้อน กับส่งคนไปทำแทน
ภาวะผู้นำคุณอยู่ไหน หรือว่ากลัวชาวบ้านของจริงเขาด่าจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่มีเตี้ยมเอาดอกไม้ไปมอบให้
เพราะเก่ง การู ไม่ได้เตรียมมาก่อน กลัวคร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกลัวจิงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไม่ไว้แล้วค่ะพี่

ในที่สุดผมก็รู้สึกว่าได้อ่านบ

ในที่สุดผมก็รู้สึกว่าได้อ่านบทความที่ถูกใจจากเว็บไซด์นี้เสียที สิ่งที่คุณเสนอตอนท้ายให้ประชาชนมีส่วนร่วมค่อนข้างน่าสนใจ แต่... ผมก็เห็นพูดกันแบบนี้เยอะแยะและก็ไม่เคยทำได้เสียที ก่อนจะทำสิ่งเหล่านี้ได้มันก็ต้องสร้างวินัยของประชาชนให้ได้เสียก่อน สร้างจิตสำนึก รู้จักให้ พอ ต่อสู้ เรียกร้อง รู้จักคำว่าจริยธรรม (ไม่ใช่ว่าโกงก็ได้แต่ตนเองต้องได้เอี่ยว) ซึ่งสำคัญที่สุดเพราะจะทำให้ประชาชนคิดสู้ทำเลือกโดยพื้นฐานแห่งความยั่งยืนเพื่อความสงบสุขถ้วนหน้า กันให้ได้เสียก่อน

ผมบอกเลยว่าผมไม่ใช่สลิ่มเพราะผมไม่ชอบสลิ่ม (บางครั้งทำตัวค่อนข้างน่ารำคาญ) ผมไม่ใช่เสื้อแดง เพราะผมก็ไม่ชอบแนวคิดเสื้อแดงที่ต้องการชนะถึงกับจับมือจูบปากกับกุ๊ย กร่าง ผมไม่ชอบระบอบทักษิณ เพราะมันไม่ต่่างอะไรจากระบอบนายทุนที่น่ารังเกียจหาเศษหาเลย ผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ จากตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่โกงกันตรงๆ โท่งๆ ให้ผิดกฏหมาย แต่มันก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจผิดจริยธรรมอยู่ดี เน้นกำไรสูงสุดโดยไม่เห็นแก่ส่วนรวม

I Pad wrote:ทีนี้เก่วกับ

[quote=I Pad]ทีนี้เก่วกับ พรฎ

ไม่รูมันเป็นประเด็นอะไรนักหนา อึกกธึก จึงต้องพยายามจัง ที่จะทาสีให้มันออกมาดูดี

กรุงง

น่าจะศึกษากระแสสังคมให้มากกว่านี้นะ เห่านะ

เรื่องนี้มันแป้กตั้งแต่ไอ้แม้วเขียนจดหมายมาแถ โน่นนนนนนแว๊ว!

หรือว่านี่ก็รับงานมาช่วย 'โม่แป้ง' ให้ไอ้แม้วมันอีกตัว

ถ้าใช่! งานนี้ ผี ที่รับจ้าง 'โม่แป้ง' ให้เรื่อง พรฎ ให้ไอ้แม้วก็มี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย (เป็นอย่างน้อยนะ ย้ำ!)

1. นายอึกกะธึก นี่ 1 ละ

2. นายภิญโญ จากสำนัก Opener (สำนักนี้แปลว่า 'รับจ้างเปิด') (ฮา)[/quote]

พูดไม่รู้เรื่องว่ะค่ะ ท่าทางจะขี้ไม่ออก จะฮาดีไหมเคอะ สะตอเน่า..อิอิ

ผมยังไม่ได้อ่านบทความใบตองแห้

ผมยังไม่ได้อ่านบทความใบตองแห้งนะครับ แต่ชอบอ่านหัวข้อกับคอมเม้นท์ก่อน... เดาถูกเรยว่าพวกที่โดนน้ำร้อนลวกต้องของขึ้น ^^ เรื่องระบอบประชาธิปไตยในประเทศนี้คงไม่ต้องถามหา เพราะมันยิ่งกว่ากีฬาสีไปแล้ว จะเอาเป็นเอาตายกันให้ได้! ถามว่ามีตัวเล่นตัวไหนที่ดีกว่ากันไหม? ในประเทศนี้ผมไม่เห็น! อย่ามาอ้างถึงความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งถือเป็นวาทะกรรมและการปลุกสร้างกระแสมายาคติหน้าด้านๆเพื่อจะทำให้คนอีกกลุ่มโดยเฉพาะทีมสีเหลืองและทีมหลากสีเป็นทีมในสังกัดอำมาตย์ ที่ชอบขุดเอาวามดีงามมาใช้เป็นเอกสิทธิเฉพาะของกลุ่มตน จงอย่าคิดว่าคนเขาไม่รู้ว่าผู้เล่นฝั่งพวกคุณนั้น เล่นสกปรกชั่วร้ายต่ำและทรามขนาดไหน จงอย่าคิดว่าผู้เล่นฝั่งคุณนั้นใสสะอาดน่ายกย่องปราศจากคอรัปชั่น อำนาจมืดและเกมส์นอกกฎหมาย รวมถืออำนาจแฝงที่คอยช่วยเหลืออยู่เหนือกฎหมายที่เรียกว่ามือทีมองไม่เห็น! ทำให้พวกคุณได้เปรียบทีมสีแดงอยู่หลายขุม หรือพวกคุณช่างไร้เดียงสา ไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้เลย... สงครามระหว่างชนชั้นอาจไม่มีอยู่จริง แต่สงครามระหว่างศักดิ์ศรีของความเท่าเทียมในฐานะของความเป็นมนุษย์ต่างหากล่ะที่มันกำลังถูกสร้างขึ้น หากประเทศนี้ยังไม่รู้จักเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม เคารพสิทธิของกันและกัน ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง (ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ) บ้านนี้เมืองนี้เห็นทีจะวุ่นวายไม่เลิกจนกว่าจะตายจากกันไปสักสาม Generations หรืออาจบลงด้วยการแตกออกของรัฐชาติไทยจริงๆก็ได้!

ผมยังไม่ได้อ่านบทความใบตองแห้

ผมยังไม่ได้อ่านบทความใบตองแห้งนะครับ แต่ชอบอ่านหัวข้อกับคอมเม้นท์ก่อน... เดาถูกเรยว่าพวกที่โดนน้ำร้อนลวกต้องของขึ้น ^^ เรื่องระบอบประชาธิปไตยในประเทศนี้คงไม่ต้องถามหา เพราะมันยิ่งกว่ากีฬาสีไปแล้ว จะเอาเป็นเอาตายกันให้ได้! ถามว่ามีตัวเล่นตัวไหนที่ดีกว่ากันไหม? ในประเทศนี้ผมไม่เห็น! อย่ามาอ้างถึงความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งถือเป็นวาทะกรรมและการปลุกสร้างกระแสมายาคติหน้าด้านๆเพื่อจะทำให้คนอีกกลุ่มโดยเฉพาะทีมสีเหลืองและทีมหลากสีเป็นทีมในสังกัดอำมาตย์ ที่ชอบขุดเอาวามดีงามมาใช้เป็นเอกสิทธิเฉพาะของกลุ่มตน จงอย่าคิดว่าคนเขาไม่รู้ว่าผู้เล่นฝั่งพวกคุณนั้น เล่นสกปรกชั่วร้ายต่ำและทรามขนาดไหน จงอย่าคิดว่าผู้เล่นฝั่งคุณนั้นใสสะอาดน่ายกย่องปราศจากคอรัปชั่น อำนาจมืดและเกมส์นอกกฎหมาย รวมถืออำนาจแฝงที่คอยช่วยเหลืออยู่เหนือกฎหมายที่เรียกว่ามือทีมองไม่เห็น! ทำให้พวกคุณได้เปรียบทีมสีแดงอยู่หลายขุม หรือพวกคุณช่างไร้เดียงสา ไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้เลย... สงครามระหว่างชนชั้นอาจไม่มีอยู่จริง แต่สงครามระหว่างศักดิ์ศรีของความเท่าเทียมในฐานะของความเป็นมนุษย์ต่างหากล่ะที่มันกำลังถูกสร้างขึ้น หากประเทศนี้ยังไม่รู้จักเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม เคารพสิทธิของกันและกัน ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง (ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ) บ้านนี้เมืองนี้เห็นทีจะวุ่นวายไม่เลิกจนกว่าจะตายจากกันไปสักสาม Generations หรืออาจบลงด้วยการแตกออกของรัฐชาติไทยจริงๆก็ได้!

คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่าว่าไอแ

คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่าว่าไอแม้วมันก็ต้นตอให้เกิดรัฐประหาร 49 ระบบตรวจสอบไม่มี คานอำนาจไม่มี
แล้ววันนี้คุณก็จะทำอย่างเดิม อันที่จริงคุณกลัวพลังชนชั้นกลางจนต้องถอยpardon ตัวเองทั้งที่ไม่ติดคุกเลย น่าสมเพศ

แล้วไอ้ตอนที่แม้วมันยังเป็นวุ้นทางการเมือง ก่อนหน้านั้นมีการปล้นกลางแดด...ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์ แร๊งกิ้งรัฐประหารอันดับที่4ของจักรวาล คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่า? ระบบตรวจสอบไม่มี คานอำนาจไม่มี

พลังชนชั้นกลางน่ะมันถูกใช้ไปกับการ กิน เที่ยว ช็อป วันวันมีแต่ตอบสนองปมความอยากในอดีต อยากเป็นsomebody
มันหมดราคาไปนานแล้วววว

สรุปแล้ว สาวกโกเต็ก

สรุปแล้ว สาวกโกเต็ก เหลือกี่ตัีวหว่า?....ปล่อยให้ชุมนุมใหญ่ก็ดี จะได้รู้สักทีว่า ที่ผ่านมามีเหลืองแท้่กี่คน ประเภทละเมิดลิขสิทธิมีกี่ตัว..55555+

การดำรงอยู่ของความหลากหลาย

การดำรงอยู่ของความหลากหลาย กระแสหลักใยยังกลัวกระแสรองของความหลากหลาย ยึดอำนาจรัฐผ่านกระบวนการเลือกตั้งได้แล้ว ผบตร ก็จัดแล้ว ทำหน้าที่ให้ดี สร้างระบบการเมืองการปกครองที่ดี กระจายอำนาจ กระจายความเป็นธรรม กระจายความมั่งคั่ง สร้างความเป็นธรรม พิสูจน์ที่ผลงาน พิสูจน์ที่ผลงาน พิสูจน์ที่ผลงาน
เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเห็นต่าง เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเห็นต่าง เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเห็นต่าง อย่างกลัวสลิ่ม อย่างดูดูสลิ่ม อย่างใช้วิธีตำรวจจับโจร จัดการคนความเห็นสังคมประชาธิปไตย เพราะคุณค่าใบตองแห้ง ก็เพียงรอใบใหม่ทดแทน มิใช่แห้งนิรันดร์เป็นส่วนใหญ่

คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่าว่าไอแ

คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่าว่าไอแม้วมันก็ต้นตอให้เกิดรัฐประหาร 49 ระบบตรวจสอบไม่มี คานอำนาจไม่มี
แล้ววันนี้คุณก็จะทำอย่างเดิม อันที่จริงคุณกลัวพลังชนชั้นกลางจนต้องถอยpardon ตัวเองทั้งที่ไม่ติดคุกเลย น่าสมเพศ

แล้วไอ้ตอนที่แม้วมันยังเป็นวุ้นทางการเมือง ก่อนหน้านั้นมีการปล้นกลางแดด... แร๊งกิ้งรัฐประหารอันดับที่4ของจักรวาล คุณกล้าวิจารณ์หรือเปล่า? ว่าต้อตอพิษนั้นคืออะไร? ระบบตรวจสอบไม่มี คานอำนาจไม่มี

พลังชนชั้นกลางน่ะมันถูกใช้ไปกับการ กิน เที่ยว ช็อป วันวันมีแต่ตอบสนองปมความอยากในอดีต อยากเป็นsomebody
มันหมดราคาไปนานแว้ววว

19 พค 53

19 พค 53 ทำไมแดงมันเหลือพันคนวะแถมนักรบติดอาวุธอีกต่างหาก มันต่างฟ้ากับเหว
พฤษภา2535 ทหารหมดความชอบธรรมในการสลายประชาชน แต่2553 ทหารมีความชอบธรรมในการ
สลายmobแดง เออ ต่างกันอีกข้อ พฤษภา35 จำลองพร้อมผู้ชุมนุมนั่งลงทามกลางเสียงปืน ไม่มีพี่น้องครับ
เผามันได้เลย ผมรับผิดชอบเอง ต่างกันอีกข้อ ประชาชนมาเยอะจริงๆๆๆๆๆๆเต็มราชดำเนิน ไม่ต้องไปราชประสงค์เลย จำลองโดนจับ ตอนนั่งลงอย่างสันติ แต่ณัฐวุธ ใสยไปไกลๆ มุดหัวเข้าสำนักงานตำรวจอย่างรีบเร่งหน้าตาตื่นกลัวเหมือนมีอะไรบางอย่างที่นายณัฐวุธกลัว กลัวกองกำลังอะไรหรือเปล่า
กลัวนอกแผนการหรือเปล่า น่าคิด หรือว่าไม่จริง

เราจะต้องสร้างโมเดลของการ

เราจะต้องสร้างโมเดลของการ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” แต่เป็นโมเดลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดเจื้อยแจ้วแล้วลงท้ายต่อต้านนักการเมืองจากการเลือกตั้ง อย่างหมอประเวศ วะสี การลดอำนาจรัฐไม่ใช่แค่ลดอำนาจนักการเมือง แต่ยังต้องลดอำนาจระบบราชการ ลดอำนาจทหาร ตำรวจ อัยการ ลดอำนาจศาล องค์กรอิสระ ลดอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้เป็นอำนาจที่ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ และมีอำนาจโดยจำกัด ใช้อำนาจแล้วต้องรับผิดชอบ

นี่แหล่ะคำตอบ....

คุณครับผมพูดสั้นสั้นพอ

คุณครับผมพูดสั้นสั้นพอ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการดูถูกคนไร้การศึกษา แต่สิ่งที่คุณแสดงความเห็นมันไม่เป็นการดูถูกคนมีการศึกษาหรือครับ แล้วผมถามจริงจริงเถอะถ้าการที่คนทั้งประเทศมีการศึกษาเนี่ยมันไม่ดีตรงไหนครับ พี่ตู้ที่เค้ามาพูดเค้าไม่ได้พูดเพราะดูถูกหรอกครับ เค้าพูดเพื่อที่เราทุกคนมีความศึกษาตางหาก

BBBB BBBB [ repeat

BBBB
BBBB

[ repeat ]
------------------------------------------------
hate speech แบบเทยๆ : ว่าด้วยอนุพันธุ์สลิ่ม
[ ฉบับปรับปรุง ]
คาก
คาก
คาก.....

------------------------------------------------
บทที่ ๒ :
"สลิ่มเห่ยส์" กับ "สลิ่มทารก" : แฝดคนละฝา

ภายใต้ "โดมแห่งการประจัญบานกัน" ระหว่าง :
"ประชาธิปไตยเสรีประชาชน" กับ "เผด็จการอำมาตย์".....

"สลิ่มเห่ยส์"
ผู้ยืนกด BB อย่างทรนง "อยู่บนง่ามก้น" ของ "เผด็จการอำมาตย์" นั้น
กะลัง "เข้าใจเอาเอง" ว่า --
พวกเค้ากะลัง "ยืนอยู่ น อ ก โดมแห่งการประจัญบานกัน" นั้น.....
และ พวกเค้าคือ "ผู้ฉลาด&รู้หมดโลก" / "เป็นกลาง-ไม่เอียงข้างฝ่ายใด".....

แต่ทุกครั้ง
เมื่อพวกเค้า "แสดงความเห็นที่อวดฉลาด" ออกมา
เนื้อหาทั้งหมดนั้นก็คือ >> วนเวียนอยู่แต่การจวกนักการเมืองในระบบรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนซะไม่มีดี--เท่านั้น.....
ทั้งนี้--
โดยพวกเค้าจะ ไ ม่ มี วั น พู ด ถึ ง "อำนาจลึกลับที่อยู่เหนือนักการเมืองในระบบรัฐสภาขึ้นไปอีกที" อย่างเด็ดขาด !......

ไหงงั้นล่ะ ?

พูดแบบตรงเป้า-แต่กวนอารมณ์เล็กน้อยแบบปรัชญาเต๋า ก็คือ :
ก็เพราะ "ฝูงสลิ่มเห่ยส์" นั้น--
มั น สุ ด แ ส น เ ห่ ย ส์ & ไ ม่ มี อ ง ค์ ค ว า ม รู้ เกี่ยวกะ "สังคมและการเมือง" ดีพอสมกะที่ทำเป็น "วางมาดกูรู" น่ะเสะ !

คาก
คาก
คาก
คาก....

"สลิ่มเห่ยส์"
ไ ม่ รู้ เ อ า ซ ะ เ ล ย ว่า

@ "ประเทศเทย" นั้น มีลักษณะ "รัฐซ้อนรัฐ".....
@ รัฐบาลตรง "หน้าฉาก" นั้น >> มี "อำนาจลึกลับตรงหลังฉาก" คอยถือไม้หน้าสามกำกับบทอยู่อีกที....
@ รัฐบาลที่ "มาจากการเลือกตั้ง" ต้องคอย 'ต่อรอง&ขับเคี่ยว' กับอำนาจลึกลับที่ "มาจากการลากตั้งและซ่อนตัวชักใยอยู่หลังฉาก" ตลอดเวลา.....
@ ผลประโยชน์ใดๆอันพึงมีของ "รัฐบาลหน้าฉาก" นั้นล้วนต้อง แ บ่ ง ห า ร ส อ ง กับ "อำนาจลึกลับหลังฉาก" เสมอ....
@ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ......

. . . . . . .

[ "อำมาตย์" ที่ซุ่มอยู่หลังฉาก + นอมินีของเผด็จการอำมาตย์ที่ก็อาศัย'เสื้อคลุมการลากตั้ง'มายืนตรงหน้าฉากด้วย ]
กำลังประจัญบานกับ--
[ "ประชาขนเสรี" ที่มีตัวแทนที่พวกเค้าเลือกตั้งกันมาตามระบบรัฐสภา ]

แบบ "สองรุมหนึ่ง".....

. . . . . . .

"สลิ่มเห่ยส์" นั้น ไ ม่ รู้ และ ไ ม่ ส น ใ จ จ ะ รู้ ถึงความลึกลับซับซ้อนทางสังคมและการเมืองแบบนี้ของประเทศเทย...
แต่กลับ ช อ บ อ ว ด รู้ แ บ บ เ ห่ ย ส์ ๆ !

พวกเค้า "รู้&เห็นอะไรแค่ตรง ห น้ า ฉ า ก ผิวเผิน" - เท่านั้น
แล้วก็จะรีบ "เม้าธ์แตกเจ๊าะแจ๊ะ" แสดงภูมิอวดรู้ด้วยมาดผยองทางปัญญา >> ด้วยการจวกแค่ "นักการเมืองหน้าฉาก" แบบตะพึดตะพือเอ็นจอยรูปาก--
โดยที่ไม่มีความชาญฉลาดและองค์ความรู้ที่จะ "เม้าธ์แตกเจ๊าะแจ๊ะ" ไปถึง "เผด็จการอำมาตย์ที่ชักใยการเมืองอยู่หลังฉากอีกที" ได้เลยแม้แต่น้อย !.....
มิหนำซ้ำ-พวกเค้ายัง "ออกตัวแบบเห่ยส์ๆ" ขณะที่ "ด่านักการเมืองเลือกตั้งเพียง ฝ่ า ย เ ดี ย ว" ด้วยว่า >> "ข้าพเจ้าไม่เข้าข้างฝ่ายใดฮิ" --อีกต่างหาก !!

คาก
คาก
คาก....

นี่ละ
"สลิ่มเห่ยส์-ผู้ชอบอวดรู้ในความรู้อันตื้นเขินของตัวเอง" ล่ะ !

ภายใต้ "โดมแห่งการประจัญบานกันของประชาธิปไตยเสรีประชาชนกับเผด็จการอำมาตย์"
"สลิ่มเห่ยส์"
พวกเค้ายืนบนง่ามก้นของเผด็จการอำมาตย์
แล้วใช้ 'วาทะกรรมเชิงธรรมะ' พูดจวกตัวแทนของ "ประชาชนประชาธิปไตย" ฝ่ายเดียว-ตลอดเวลา
แต่กลับ "เข้าใจเอาเองว่า" >> ตัวเองนั้น "เป็นกลาง-ไม่เอียงข้างฝ่ายใด"
แถมยัง(เสือก) "ชอบเล็คเชอร์อบรมพวกคนเสื้อแดงเกี่ยวกะเรื่องประชาธิปไตย"--อีกต่างหาก !.....

เนี่ย !
มันเป็นยังงั้ซะล่วยเสะ-เฮียๆเจ๊ๆ....

ยังงี้
จะหัวเราะรึว่ากินก๋วยเตี๋ยวดีเนี่ย ?
คาก
คาก
คาก....

------------------------

แล้ว "สลิ่มทารก" ล่ะ....
เป็นงัยเรอะ ?

รายละเอียดมันเย้อส์
พอๆกะการจำแนกตำแหน่งกลุ่มแกแล็คซี่บนแผนที่เอกภพน่ะ.....
เดี๋ยวจะยาวเฟื้อยกว่าบทความของ "ใบตองแห้ง" ไป
คาก
คาก
คาก.....

เอาเป็นว่า
"องค์ความรู้ทางสังคม&การเมือง" และ "ความชอบอวดรู้ในสิ่งที่รู้เพียงผิวเผิน" ของ "สลิ่มทารก" นั้น
ก็แสนเห่ยส์และห่วยส์แตกในอัตราเดียวกันกะ "สลิ่มเห่ยส์" แบบ 'แฝดคนละฝา' น่ะแหละ...

เพียงแต่ "อาการเซอร์&เอ๋อ-กึ่งโรคประสาท" อันเป็นลักษณะพิเศษของสลิ่มทารกนั้น
ก็คือ
ในขณะที่คนเค้ากะลัง "วิวาทะทางปัญญา-เกี่ยวกะสังคมและการเมือง" กันอยู่ดีๆ

ทันใดนั้น
"สลิ่มทารก" ก็จะ "ร้องไห้จ้า-ห้อยโหน" สอดแทรกทะลุกลางวงขึ้นมา ว่า--

XXXXXX
XXXXXX
[ เขียนไม่ได้ฮิ-เดี๋ยวจะโดน"สลิ่มทาส"ฟ้อง ! ].....
XXXXXX
XXXXXX

คาก
คาก
คาก.....

คือพอ "หมดปัญญา" ที่จะวิวาทะกันด้วยหลักการและเหตุผล
รึ "ตามไม่ทัน" กะประเด็นที่เค้ากะลังวิวาทะกัน....
"สลิ่มทารก" ก็จะต้องใช้ "ไม้ตาย" >> "ร้องไห้จ้า-ห้อยโหน" ทะลุขึ้นมากลางวงเป็นประจำ !

แล้วก็มักจะ "จวกด้วยเสียงอ้อแอ้" แบบ "ไว้ลายทารก" ว่า--
"ไ อ้ พ ว ก ล้ ม เ จ้ า !" เป็นการแถมท้ายรายการอีกต่างหาก !

นี่หละ--"สลิ่มทารก"
ผู้เป็นแฝดคนละฝากับ "สลิ่มเห่ยส์" ละ.....
คาก-คาก-คาก...

( คัดมาแจมแค่นี้-ยังมีอีกเย้อส์. )
------------------------------
คาก
คาก
คาก
คาก.....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

ม็อบ "สลิ่มทาส" ของ "เฮียตุลย์ชุลหมูด" นั้น
ถ้าไม่มี สลิ่มควาย / สลิ่มเห่ยส์ / สลิ่มทารก / สลิ่มดักดาน / สลิ่มกร๊วกมือสอง /--โดน"จิตวิทยาระดับเซียน"หลอกให้เข้าไปเสริมเวทีละก็...
มันก็จะ "หร็อมแหร็มและแห้งแล้ง" กลายเป็น "ม็อบสลิ่มบูดผีหลอก" ไปทันที...
เรื่องนี้ "รัสปูตินลิ้ม" ผู้ 'ยึดเขาพระวิหารได้สำเร็จ'--จะรู้ซึ้งถึงกึ๋นส์ชั้นในดีกว่าใครเพื่อน...

ค า ก - ค า ก - ค า ก. . . . .

พูดกันไป ก็พูดกันมา

พูดกันไป ก็พูดกันมา มองบ้านหลังเดียวกัน แต่ เห็นกันคนละด้าน ช่างคับแคบเสียจริง เป็นตาบอดคลำช้าง ด้วยกันทั้งนั้น เลิกมองคนอื่นแล้วคิดว่าเขาเป็นอย่างที่เราเห็นซะที
ถ้าอยากเห็นคนอื่นเหมือนอย่างที่เขาเป็นจริงๆ ก็ให้มองดูข้างในตัวเอง( see inside ) ถ้าเมื่อไร ท่านมองเห็นข้างในตัวเองได้ ท่านก็จะพบกับความจริงแท้เบื้องนอกทุกอณูไม่มียกเว้น ความจริงแท้อันนี้ ท่านทุกคนล้วนมีศักย์ และสิทธิที่จะเห็นมันได้ทุกๆคน เมื่อท่านได้สัมผัสมันด้วยตัวท่านเองเมื่อไร่ จิตใจของท่านจะเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความสุขยิ่ง เพราะสิ่งที่ท่านพบล้วนแต่เป็นจริง อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ขอให้ทุกท่านจงประสพความสำเร็จอันเปี่ยมสุขเช่นข้าพเจ้านี้เอญ

พูดกันไป ก็พูดกันมา

พูดกันไป ก็พูดกันมา มองบ้านหลังเดียวกัน แต่ เห็นกันคนละด้าน ช่างคับแคบเสียจริง เป็นตาบอดคลำช้าง ด้วยกันทั้งนั้น เลิกมองคนอื่นแล้วคิดว่าเขาเป็นอย่างที่เราเห็นซะที
ถ้าอยากเห็นคนอื่นเหมือนอย่างที่เขาเป็นจริงๆ ก็ให้มองดูข้างในตัวเอง( see inside ) ถ้าเมื่อไร ท่านมองเห็นข้างในตัวเองได้ ท่านก็จะพบกับความจริงแท้เบื้องนอกทุกอณูไม่มียกเว้น ความจริงแท้อันนี้ ท่านทุกคนล้วนมีศักย์ และสิทธิที่จะเห็นมันได้ทุกๆคน เมื่อท่านได้สัมผัสมันด้วยตัวท่านเองเมื่อไร่ จิตใจของท่านจะเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความสุขยิ่ง เพราะสิ่งที่ท่านพบล้วนแต่เป็นจริง อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ขอให้ทุกท่านจงประสพความสำเร็จอันเปี่ยมสุขเช่นข้าพเจ้านี้เอญ

[quote=cup]19 พค 53

[quote=cup]19 พค 53 ทำไมแดงมันเหลือพันคนวะแถมนักรบติดอาวุธอีกต่างหาก มันต่างฟ้ากับเหว
พฤษภา2535 ทหารหมดความชอบธรรมในการสลายประชาชน แต่2553 ทหารมีความชอบธรรมในการ
สลายmobแดง เออ ต่างกันอีกข้อ พฤษภา35 จำลองพร้อมผู้ชุมนุมนั่งลงทามกลางเสียงปืน ไม่มีพี่น้องครับ
เผามันได้เลย ผมรับผิดชอบเอง ต่างกันอีกข้อ ประชาชนมาเยอะจริงๆๆๆๆๆๆเต็มราชดำเนิน ไม่ต้องไปราชประสงค์เลย จำลองโดนจับ ตอนนั่งลงอย่างสันติ แต่ณัฐวุธ ใสยไปไกลๆ มุดหัวเข้าสำนักงานตำรวจอย่างรีบเร่งหน้าตาตื่นกลัวเหมือนมีอะไรบางอย่างที่นายณัฐวุธกลัว กลัวกองกำลังอะไรหรือเปล่า
กลัวนอกแผนการหรือเปล่า น่าคิด หรือว่าไม่จริง[/quote/]

นี่ละ--
"ชุดข้อมูลและองค์ความรู้ทางการเมือง" ของ "ฝูงสลิ่ม" ล่ะ....

คืองูๆปลาๆ
แต่ "วาดลีลา" แบบ "กูรูผู้เจนจบ" !.....

ลักษณะแบบ "เฮียถ้วยปากบิ่น" นี้
จัดอยู่ในอนุพันธุ์สลิ่มที่เรียกว่า >> "สลิ่มดักดาน".....
คาก
คาก
คาก....

"เฮียถ้วยปากบิ่น"--
เฮียอย่าเอาแต่ "แต๋วว์แตก" กด BB เล่นเกมส์อาโนเนะและ "อ่าน sms" จากสื่อกระแสหลักไปวันๆ....
หาเวลาไปนั่งกิน "สเต็กผัก" แล้ว "คุยธรรมะ-หลังฉากการเมืองพฤษภา'๓๕" กะ "มหาทำเทียม(จำลอง)หรือ "เฮียไชวัด" / พร้อมกะศึกษาค้นคว้าความรู้ทางการเมืองให้มัน "รู้จริง-รู้ลึก" ซะมั่งก็ดี....

แล้วเฮียจะ "เลิกผยองอวดรู้" แบบ "สลิ่มดักดาน"
พร้อมกะร้อง "ไอ้หยาอาตือ"!!!! แน่นอน--เชื่อเหอะ !

---------------
คาก
คาก
คาก....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

เฮียอาจสงสัยว่า
ทำไมเฮียจึงถูกเรียกว่า "สลิ่มดักดาน" แทนที่จะถูกเรียกว่า "สลิ่มกร๊วกมือสอง".....
อันนี้
เฮียลองคลิกไปดูที่หัวข้อ "ตรรกะสลิ่มกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ของ "จรรยา ยิ้มประเสริฐ" ---ใน"ประชาไท"นี่แหละ....
ผมแสดงความเห็นไว้ยาวเฟื้อย.....

ขอให้โชคดี
และหายดักดาน.
คาก-คาก-คาก.....

Neng

[quote=Neng]คุณครับผมพูดสั้นสั้นพอ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการดูถูกคนไร้การศึกษา แต่สิ่งที่คุณแสดงความเห็นมันไม่เป็นการดูถูกคนมีการศึกษาหรือครับ แล้วผมถามจริงจริงเถอะถ้าการที่คนทั้งประเทศมีการศึกษาเนี่ยมันไม่ดีตรงไหนครับ พี่ตู้ที่เค้ามาพูดเค้าไม่ได้พูดเพราะดูถูกหรอกครับ เค้าพูดเพื่อที่เราทุกคนมีความศึกษาตางหาก[/quote]

เคยมีการสำรวจวิจัยในประเทศแถบเอเชีย ผลการสำรวจออกมาว่า................
.................................

คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยออกมาแล้ว หากไม่มีวัฒนธรรมการอ่านก็เทียบเท่ากับคนไม่มีการศึกษา!

นิยามของ'คนมีการศึกษา'ไม่ได้นิยามง่ายๆแค่เรียนจบมหาวิทยาลัยซะแล้ว

ถ้างงกับผลสำรวจนี้ ก็อาจเพราะว่า........................................................
......................................................................................................
ยังไม่มีการศึกษาเพียงพอ..รึเปล่าหนอ?

เอาให้ชัดเจนไปเลยดีไหม

เอาให้ชัดเจนไปเลยดีไหม ด้วยประสบการณ์ความสามารถด้านการเขียนและความรอบรู้ น่าจะไปนั่งตำแหน่งใหญ่ของกรมการเมืองเสื้อแดง หรือในเพื่อไทย หรือในทำเนียบฯ ก็ได้ ทำหน้าที่เตรียมสคริปตอบโต้คู่ต่อสู้ เชื่อว่าด้วยข้อมูล สำนวน และลีลา ไม่เป็นรองใครแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู่ หรือ เต้น ก็สู้ไม่ได้หรอก เพียงแต่อย่าไปทำหน้าที่ออกหน้ากล้อง เพราะคารมปากน่าจะเป็นรอง

เอาให้ชัดเจนไปเลยดีไหม

เอาให้ชัดเจนไปเลยดีไหม ด้วยประสบการณ์ความสามารถด้านการเขียนและความรอบรู้ น่าจะไปนั่งตำแหน่งใหญ่ของกรมการเมืองเสื้อแดง หรือในเพื่อไทย หรือในทำเนียบฯ ก็ได้ ทำหน้าที่เตรียมสคริปตอบโต้คู่ต่อสู้ เชื่อว่าด้วยข้อมูล สำนวน และลีลา ไม่เป็นรองใครแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู่ หรือ เต้น ก็สู้ไม่ได้หรอก เพียงแต่อย่าไปทำหน้าที่ออกหน้ากล้อง เพราะคารมปากน่าจะเป็นรอง

เคยเล่าแล้วจะเล่าอีก หลายปีก่

เคยเล่าแล้วจะเล่าอีก

หลายปีก่อน มองทะลุไปทำฟัน หมอผู้หญิงแกก็ยุ่งกับฟันในปากเราอยู่นาน แล้วแกก็พูดว่า

"ก็งานช่างอะนะ"

ประโยคเดียวนี่ทำให้เกิดพุทธิปัญญาเยอะเลย มันทำให้เราคิดไปคิดมา คิดไปเรื่อยจนในที่สุดก็คิดได้ว่ามหาวิทยาลัยนี่มันแค่สถานที่สอนงานช่างนี่หว่า

คิดจนกระทั่งว่าแพทย์ก้คืองานช่าง แต่เป็นช่างกลไกชีวภาพ

พอคิดได้ดั่งนี้ ก็มองหมอเหมอไปอีกอย่างเลย ไม่ได้เห็นว่าจะวิเศษวิโส ยิ่งพอถึงเรื่องการเมือง ยิ่งเฉยมาก ด่าได้สบายโดยเฉพาะหมออวดฉลาดที่แส่ไปทุกวงการโดยเฉพาะพวกอวดฉลาดในองต์การสิทธิมนุษยชน ช่างกลไกชีวภาพน่าจะเจียมตัวถ่อมตนบ้างก็ดีนะ เพราะเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้มีการศึกษา แค่หมอๆยังเฉย วิศวะ สถาปัตย์ ไปไกลๆเหอะ นี่ก็งานช่างเหมือนกัน ต่อให้เป็นดร.คอมพิวเตอร์ เรียนเก่งที่สุดอย่างยุทธเสื้อกั๊กก็ด่าได้ เพราะถูกหล่อหลอมมาแบบสายวิทย์ความรู้สูตรสำเร็จคำตอบเดียว

...................................................................

ไปค้นข้อมูลมาละ งานวิจัยอ่านหนังสือที่พูดถึงเป็นของมาเลเซีย เขาพบว่า คนเรียนจบปริญญาแล้วมักไม่อ่านหนังสือ จึงไม่ต่างอะไรกับคนอ่านหนังสือไม่ออก! ซึ่งจะค่อยๆนำไปสู่สังคมแห่งความไม่รู้

ชนชั้นกลางเรียนจบมหาลัยฟังแล้วหนาวบ้างมั๊ย แล้วอย่าไปพูดล่ะว่าอ่านหนังสือพิมพ์วันละ2ฉบับคือค่ายassกับค่ายเนชั่ว

อย่างนี้เรียกว่า'กินหญ้า'

ทราบแล้วเปลี่ยน!

ดูท่ากลุ่มคนที่ถูกลัทธิแดงเรี

ดูท่ากลุ่มคนที่ถูกลัทธิแดงเรียกว่าสลิ่มจะเป็นก้างขวางคอชิ้นโตของลิ้วล้อทักษิณ
เ็ป็นหนามยอกอกของพวกแอ็คติ้งปชต.เสียแล้ว

ในอีกทางนึ่งสลิ่มคือเสรีชนตัวจริง โดยไม่ต้องอวดอ้าง
ไม่ต้องอ่านทฤษฎี ไม่ต้องมีความรู้ด้านการเมือง
แต่ข้อมูลแน่น จำแม่นว่าไครทำอะไรไว้

แปลกใจที่พวกแอ็ตติ้งปชต.ที่รับไม่ได้กับการดูถูกคะแนนเสียงที่ให้ เพื่อไทย
แต่กลับดูถูกความคิดของสลิ่ม ซึ่งคนหัวใจปชต.ไม่พึงกระทำอย่างยิ่ง
ยิ่งหลังๆ ยิ่งกระพือความเกลียดชัง สลิ่ม มากขึ้น เท่าๆกับรู้สึกอับจนกับการเคลื่อนไหวของ สลิ่ม
แม้สลิ่มจะไม่ไช่เสียงส่วนใหญ่ตามคำนิยาม ปชต.
แต่พวกเขาจะเป็นก้างขวางคอ ที่พวกแอ็คติ้งปชต.แต่ใจเผด็จการ จะอยู่ไม่สุข
และไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจ ด้วยข้ออ้างแบบ เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เราได้คะแนนเสียง 15 ล้านเสียง เราจะทำอะไรก็ได้

ดีใจแทนกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าสลิ่มด้วย
ที่พวกท่านกลายเป็นกลุ่มคนทรงอิทธิพลที่ทำให้พวกแอ็คติ้ง ปชต.หัวปั่นได้ถึงขนาดนี้

ผมอยากเปรียบพวกนักวิชาชีพ-เทค

ผมอยากเปรียบพวกนักวิชาชีพ-เทคโนแครต เหมือนหนุมาน...หนุมานชาญสมร...มีฤทธิ์มากแต่มีปัญญาน้อย
ฤทธิ์ในที่นี้หมายถึงความสามารถในวิชาชีพ...สร้างตัวจนประสพความสำเร็จ

ในรามเกียรติ์..หนุมานไม่เคยถาม.. ว่าสิ่งภารกิจที่ตัวเองได้รับมอบหมาย และยุทธวิธีที่ตัวใช้ เล่ห์กลสารพัด มันถูกทำนองคลองธรรมแล้วหรือ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนุมานเกิดตั้งคำถามถึงคำสั่งของเจ้านาย? พวกยักษ์มันเลวจริงหรือ? ปางก่อนของทศกัณฑ์คือนนทุกที่เคยถูกเทวดาชนชั้นกลางรังแกไม่ใช่หรือ?(อย่าเถียงว่าไพร่-อำมาตย์ สองมาตรฐาน ไม่มี มันมีตั้งแต่ในสววรค์แล้ว)
พระนารายณ์ผู้ร้อนอาสน์ ลงโทษเทวดาพวกนั้นรึเปล่า? สาปให้นนทุก มาเกิดเป็นทศกัณฑ์นี่ทำเพื่อความสะใจหรือ? ทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า? ถ้าหนุมานตั้งคำถาม.. หนุมานอาจถูกกำจัด.. ถูกตัดตอน

ถ้าผมทำมาหากินเก่ง แต่อ่อนในองค์ความรู้เรื่องอื่นนอกวิชาชีพ จะเป็นเพราะตอนเรียนอ่านด้วยจำใจ เรียนแบบท่องจำจนเอือมระอาต่อการอ่าน รวยแล้วไม่ต้องอ่าน ฯลฯ แต่ในทางการเมืองผมกลับใช้ทัศนะของนักวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จ มาแสดงออกทางการเมือง ผมจะเป็นหนุมานในทางการเมืองทันที! เพราะพวกนั้นเขาเก่งในเรื่องกุศโลบายการปกครอง รู้จักหัวใจมวลชนที่เหมือนรู้ว่าหัวใจทศกัณฑ์ถูกเอาไปซ่อนที่ใด รู้จักใช้ความเชื่อ ความกลัว การแยกปลาออกจากน้ำ แต่ผมล่ะรู้อะไรอย่างนั้นบ้าง?

นี่เองที่พวกยึดธรรมเนียบจึงใช้สัญลักษณ์หนุมานชักธงรบ พวกอยู่หน้าเวทีล่ะใช่ แต่พวกบนเวทีน่ะไม่ใช่หนุมานหรอก

เพราะหนุมานไม่เคยแบลคเมล์เจ้านาย!

ผมผิดหวังกับศิลปิน-ผู้นำทางจิตวิญญาณทั้งหลาย ที่น่าจะมีญาณทัศน์เหนือชาวบ้าน น่าจะตกผลึกทางความคิดพอควร
กลับไปพายเรือให้โจรนั่ง ท่านไม่รู้หรือว่า รูปวาด บทกวี คำสอน ของท่านชิ้นเดียวมีค่ามากกว่าชีวิตของโมฆบุรุษพวกนั้น ท่านทำลายควมเป็นอมตะของตัวแท้แท้

ขอบคุณบทความดีๆแบบนี้คะนานมาแ

ขอบคุณบทความดีๆแบบนี้คะนานมาแล้วฉันเป็นพธมตอนนี้ขอสนับสนุนความจริงในโลกแห่งความจริง
ตอนนี้จึงถามตัวเองว่าทำไหมแดงจึงมีมากและเหนียวแน่นขนาดนี้

แดงมีมากจริงๆๆๆๆๆๆๆจนต้องกลัว

แดงมีมากจริงๆๆๆๆๆๆๆจนต้องกลัวพวกไอสลิ่ม
ทั้งที่พวกแดงมีอำนาจล้นฟ้ากับทำให้น้ำท่วมหายไปไม่ได้
ได้แต่โทษพวกไอสลิ่ม อำมาตย์ ทั้งนายกแม่งก็จบนอก
จบบริหาร จบเคนตักขี้ เลยนะ เอาอยู่คร่า
จนน้ำท่วมนิคมหมดแล้ว
ไอคอลัมนิสต์ระยำนี่ก็กลัวสลิ่มขึ้นสมองเหมือนกลัวเงาความเลวระยำที่ทำต่อชาติไว้จะปิดไม่มิด
ทั้งชูวับ ตองเห่า อาเจยพิซซ่าหัวโก๋น ตรรกระยำ หรือว่าเพราะความแค้นที่ไอสลิ่มไม่เข้าร่วมกับแดงในการเผาเมืองปี53 อย่างว่าพลังสลิ่มมันมีค่ามหาศาล มีพลังในตัวเองจนลิ่วล้อทักกกี้กลัวว่าความเลวระยำที่ตัวเองทำไว้จะอยู่ไม่ได้นาน น่าแปลก 19 ล้านเสียง ยังไม่สามารถรักษาไว้ได้ ทำไมมันลดลงเรื่อยๆ
หายไป4ล้าน วิกฤตน้ำท่วมจะหายไปเท่าไรนะ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดขอ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดของคุณใบตองแห้งในคอลัมน์นี้เท่าไหร่
เพราะเหมือนมีธงปักไว้ก่อนกระบวนการคิด
แต่ผมก็เชื่อว่า คุณใบตองแห้ง ไม่ได้ถูกลุงเปลวไล่ออกมา
ผมเป็นแฟนไทยโพสต์ และยอมรับว่าอ่านของคุณใบตองแห้งกับลุงเปลว และท่านขุนน้อยเป็นหลัก

แต่สิ่งนึงที่ผมเห็นค้านจากคุณใบตองแห้งก็คือ..
คนที่คุณคิดว่า "เดินไปข้างหน้า" "มีแนวทางชัดเจน" เป็นส่วนไหน และมีมากน้อยแค่ไหนในกลุ่มเสื้อแดง
ผมอยู่ลำลูกกา

อยู่ในถิ่นแดง แดงเถือกเต็มไปหมด มีหมู่บ้านแดง ในหมู่บ้านผมช่วงเกรียนๆ ก็ติดป้ายแดงกันเต็มรถ
แต่คนส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็คือคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แกนนำพูดอะไรมาก็เชื่อ โกหกอะไรก็พูดกันต่อไป
ใช้ความเป็นเสื้อแดงเป็นอำนาจใหม่ อยากจะกร่างกับใครก็ได้เพราะเป็นเสื้อแดง
ขนาดคนเป็นครูตามโรงเรียนประถม ก็ไม่มีความคิิดอะไรเป็นของตัวเอง
ไม่มีตรรกะ
คือแบบถ้ากลุ่มแดงพูดไรเชื่อหมด ไม่คิด ไม่กรอง ไม่ตรอง ไม่ตกผลึก
และที่สำคัญ คือคนจำนวนไม่น้อยใฝ่ความรุนแรง

แน่นอนว่า อาจมีคนบอกว่าเสื้อเหลือง สลิ่ม หรืออีกหลายกลุ่มก็เป็น

แต่ ผมกำลังรู้สึกว่า ประชาธิปไตยไทย ถอยหลังเข้าคลองทั้งหมด

ผมจำได้ว่าเมื่อก่อน คุณใบตองแห้ง เคยนิยามตัวเองว่าเป็น สองไม่เอา

ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงเอาแดงเต็มตัวแบบนี้ล่ะครับ..
คนที่เป็นอย่างที่คุณใบตองแห้งบอก
ผมเชื่อว่าน่าจะเป็น "ส่วนน้อยมาก" มากจนทำอะไรไม่ได้
น้อยมากจนถูกพวกมากลากไป เพราะยังมีความหวังในการยืมพลัง
และมีความฝันลมๆแล้งๆ ว่าแก่นแท้ของประชาธิปไตย จะเบ่งบาน
ด้วยพลังของมวลชนเสื้อแดง

ผมว่ายากครับ

เสื้อแดงก็ไม่ต่างจากเสื้อเหลือง
เน้นด่า ใส่ร้ายป้ายสี

มากกว่าการให้ความรู้ แยกอุดมการณ์ออกจากการยึดติดตัวบุคคล

ไม่รู้คุณอาใบตองแห้งจะได้อ่านไหม
แต่มานั่งพิมพ์เยอะแบบนี้
เพราะอยากฝากถึงจริงๆครับ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดขอ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดของคุณใบตองแห้งในคอลัมน์นี้เท่าไหร่
เพราะเหมือนมีธงปักไว้ก่อนกระบวนการคิด
แต่ผมก็เชื่อว่า คุณใบตองแห้ง ไม่ได้ถูกลุงเปลวไล่ออกมา
ผมเป็นแฟนไทยโพสต์ และยอมรับว่าอ่านของคุณใบตองแห้งกับลุงเปลว และท่านขุนน้อยเป็นหลัก

แต่สิ่งนึงที่ผมเห็นค้านจากคุณใบตองแห้งก็คือ..
คนที่คุณคิดว่า "เดินไปข้างหน้า" "มีแนวทางชัดเจน" เป็นส่วนไหน และมีมากน้อยแค่ไหนในกลุ่มเสื้อแดง
ผมอยู่ลำลูกกา

อยู่ในถิ่นแดง แดงเถือกเต็มไปหมด มีหมู่บ้านแดง ในหมู่บ้านผมช่วงเกรียนๆ ก็ติดป้ายแดงกันเต็มรถ
แต่คนส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็คือคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แกนนำพูดอะไรมาก็เชื่อ โกหกอะไรก็พูดกันต่อไป
ใช้ความเป็นเสื้อแดงเป็นอำนาจใหม่ อยากจะกร่างกับใครก็ได้เพราะเป็นเสื้อแดง
ขนาดคนเป็นครูตามโรงเรียนประถม ก็ไม่มีความคิิดอะไรเป็นของตัวเอง
ไม่มีตรรกะ
คือแบบถ้ากลุ่มแดงพูดไรเชื่อหมด ไม่คิด ไม่กรอง ไม่ตรอง ไม่ตกผลึก
และที่สำคัญ คือคนจำนวนไม่น้อยใฝ่ความรุนแรง

แน่นอนว่า อาจมีคนบอกว่าเสื้อเหลือง สลิ่ม หรืออีกหลายกลุ่มก็เป็น

แต่ ผมกำลังรู้สึกว่า ประชาธิปไตยไทย ถอยหลังเข้าคลองทั้งหมด

ผมจำได้ว่าเมื่อก่อน คุณใบตองแห้ง เคยนิยามตัวเองว่าเป็น สองไม่เอา

ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงเอาแดงเต็มตัวแบบนี้ล่ะครับ..
คนที่เป็นอย่างที่คุณใบตองแห้งบอก
ผมเชื่อว่าน่าจะเป็น "ส่วนน้อยมาก" มากจนทำอะไรไม่ได้
น้อยมากจนถูกพวกมากลากไป เพราะยังมีความหวังในการยืมพลัง
และมีความฝันลมๆแล้งๆ ว่าแก่นแท้ของประชาธิปไตย จะเบ่งบาน
ด้วยพลังของมวลชนเสื้อแดง

ผมว่ายากครับ

เสื้อแดงก็ไม่ต่างจากเสื้อเหลือง
เน้นด่า ใส่ร้ายป้ายสี

มากกว่าการให้ความรู้ แยกอุดมการณ์ออกจากการยึดติดตัวบุคคล

ไม่รู้คุณอาใบตองแห้งจะได้อ่านไหม
แต่มานั่งพิมพ์เยอะแบบนี้
เพราะอยากฝากถึงจริงๆครับ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดขอ

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดของคุณใบตองแห้งในคอลัมน์นี้เท่าไหร่
เพราะเหมือนมีธงปักไว้ก่อนกระบวนการคิด
แต่ผมก็เชื่อว่า คุณใบตองแห้ง ไม่ได้ถูกลุงเปลวไล่ออกมา
ผมเป็นแฟนไทยโพสต์ และยอมรับว่าอ่านของคุณใบตองแห้งกับลุงเปลว และท่านขุนน้อยเป็นหลัก

แต่สิ่งนึงที่ผมเห็นค้านจากคุณใบตองแห้งก็คือ..
คนที่คุณคิดว่า "เดินไปข้างหน้า" "มีแนวทางชัดเจน" เป็นส่วนไหน และมีมากน้อยแค่ไหนในกลุ่มเสื้อแดง
ผมอยู่ลำลูกกา

อยู่ในถิ่นแดง แดงเถือกเต็มไปหมด มีหมู่บ้านแดง ในหมู่บ้านผมช่วงเกรียนๆ ก็ติดป้ายแดงกันเต็มรถ
แต่คนส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็คือคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แกนนำพูดอะไรมาก็เชื่อ โกหกอะไรก็พูดกันต่อไป
ใช้ความเป็นเสื้อแดงเป็นอำนาจใหม่ อยากจะกร่างกับใครก็ได้เพราะเป็นเสื้อแดง
ขนาดคนเป็นครูตามโรงเรียนประถม ก็ไม่มีความคิิดอะไรเป็นของตัวเอง
ไม่มีตรรกะ
คือแบบถ้ากลุ่มแดงพูดไรเชื่อหมด ไม่คิด ไม่กรอง ไม่ตรอง ไม่ตกผลึก
และที่สำคัญ คือคนจำนวนไม่น้อยใฝ่ความรุนแรง

แน่นอนว่า อาจมีคนบอกว่าเสื้อเหลือง สลิ่ม หรืออีกหลายกลุ่มก็เป็น

แต่ ผมกำลังรู้สึกว่า ประชาธิปไตยไทย ถอยหลังเข้าคลองทั้งหมด

ผมจำได้ว่าเมื่อก่อน คุณใบตองแห้ง เคยนิยามตัวเองว่าเป็น สองไม่เอา

ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงเอาแดงเต็มตัวแบบนี้ล่ะครับ..
คนที่เป็นอย่างที่คุณใบตองแห้งบอก
ผมเชื่อว่าน่าจะเป็น "ส่วนน้อยมาก" มากจนทำอะไรไม่ได้
น้อยมากจนถูกพวกมากลากไป เพราะยังมีความหวังในการยืมพลัง
และมีความฝันลมๆแล้งๆ ว่าแก่นแท้ของประชาธิปไตย จะเบ่งบาน
ด้วยพลังของมวลชนเสื้อแดง

ผมว่ายากครับ

เสื้อแดงก็ไม่ต่างจากเสื้อเหลือง
เน้นด่า ใส่ร้ายป้ายสี

มากกว่าการให้ความรู้ แยกอุดมการณ์ออกจากการยึดติดตัวบุคคล

ไม่รู้คุณอาใบตองแห้งจะได้อ่านไหม
แต่มานั่งพิมพ์เยอะแบบนี้
เพราะอยากฝากถึงจริงๆครับ

ถีบหัว wrote:I Pad

[quote=ถีบหัว][quote=I Pad]ทีนี้เก่วกับ พรฎ

ไม่รูมันเป็นประเด็นอะไรนักหนา อึกกธึก จึงต้องพยายามจัง ที่จะทาสีให้มันออกมาดูดี

กรุงง

น่าจะศึกษากระแสสังคมให้มากกว่านี้นะ เห่านะ

เรื่องนี้มันแป้กตั้งแต่ไอ้แม้วเขียนจดหมายมาแถ โน่นนนนนนแว๊ว!

หรือว่านี่ก็รับงานมาช่วย 'โม่แป้ง' ให้ไอ้แม้วมันอีกตัว

ถ้าใช่! งานนี้ ผี ที่รับจ้าง 'โม่แป้ง' ให้เรื่อง พรฎ ให้ไอ้แม้วก็มี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย (เป็นอย่างน้อยนะ ย้ำ!)

1. นายอึกกะธึก นี่ 1 ละ

2. นายภิญโญ จากสำนัก Opener (สำนักนี้แปลว่า 'รับจ้างเปิด') (ฮา)[/quote]

พูดไม่รู้เรื่องว่ะค่ะ ท่าทางจะขี้ไม่ออก จะฮาดีไหมเคอะ สะตอเน่า..อิอิ[/quote]

มาถึงก็ประกาศความเป็นแดงด้วยการยกตนข่มท่านว่า อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องอันแสดงลักษณะ 'กระเบยแดง' มาก่อนเพื่อนเลย

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะนี่แหละคือแดง ไม่งั้นแม้วไม่ต่อท่อให้หรอก (เล่นมุข 'ต่อท่อ' ไม่รู้มันจะ get มะ) (อิอิอิ)

อ้อ! ความเป็นแดงอีกอันก็คือ I Pad บ้านอยู่ร้อยเอ็ดว่ะ สะตง สะตอ สะตรีน อะไร

โง่ได้ถ้วยจริงๆ ฮาฮาฮา

อุดส่าห์ไปติดน้ำท่วมมาเกือบ 2 เดือน แดง ก็ยังคง แดง ไม่แปรเปลี่ยน แบบนี้เรียกได้ว่า ว้า ว่า 'ฉลาดซ้ำซาก' (ถ้าไอ้จันด่าง แซ่ช๊าก ก็ต้องบอก ว้ำวาก) (ฮาฮาฮา) (อ่านเข้าใจมะ มะเข้าใจก็ผ่านไป อย่าใจเสีย) (อิอิอิ)

หมายเหตุ.- เธออ่านแล้วไม่ขำก็ไม่เป็นไร เพราะที่ I Pad ใส่วงเล็บ ฮา มั่ง ฮิ มั่ง I Pad แค่บ่งบอกเฉยๆ ว่าประโยคนั้น I Pad รู้สึก'งัย!

บางทีคนรู้สึกช้าแบบคนแถวนี้! (แถวๆ แดง เป็นหาง แถวๆ นี้) (อิอิอิ) ก็ไม่เข้าใจงี้แหละ

อย่าตกใจ จนต้องไปเรียน Kumon เพิ่มสมองหรอก (ฮา) (รับรอง Kumon ก็ช่วยม่ะด้ะ) ; )~

งานนี้ล่อสีเหลืองเหมือนขี้ออก

งานนี้ล่อสีเหลืองเหมือนขี้ออกจากรูได้เพียบ
ยังกับหนอนโดนขี้เถ้า(ฮา)
และยังกับหมาโดนน้ำดองหน่อไม้ราด(ฮากระจาย)
แต่ก็พยายามใว้ตัวว่ากูไม่ใช่กระบอกเสียงไอ้เฮี้ยลิ้ม
บ้างก็อวดตัวว่าเป็นสลิ่มรอบรู้ภูมิแน่นอ่านจากหน้าคอมฯ(ฮา)
สุดท้ายคำพูดเท่านั้นที่ตัดสินตัวมันเอง
ตกม้าตายทุกตัว
แม้กระทั่งดวงจู๋ที่พูดสั้นยังไม่เหลือประเด็น

อ้อฝากถึง ไอ้เปรต
วันนี้มึงฟ้องอีเปรมหรือยัง
อากงติดคุกไป20ปีแล้วนะฮับ
เขาตาสว่างกันทั้งเมืองแล้วนะ
ยังซาบซึ้งมิวายแหกทวารดม(ฮา)

เมื่อก่อนเคยอ่านบทความของคุณใ

เมื่อก่อนเคยอ่านบทความของคุณใน open online รู้สึกว่าคุณเขียนอะไรๆ ได้ดีกว่านี้นะคะ
ทำไมบทความนี้ จึงเต็มไปด้วยอคติขนาดนี้
มีคนตัดตอนบทความของคุณไปเผยแพร่ในเว็บอื่น แต่ไม่ได้อ้างอิงชื่อผู้เขียน
อ่านแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุณต่างจาก "พวกสลิ่ม" ที่คุณเรียกคนอื่นเค้าเท่าไหร่
เพียงแต่เป็นในขั้วตรงข้าม
พอเข้ามาเจอในนี้ว่าเป็นคุณเขียน บอกตรงๆ ว่า "ผิดหวัง" ค่ะ

*ข้อสังเกตของความอคติอย่างหนึ่งก็คือ คุณเหยียดเรียกปชป.ว่าพวกแมลงสาป
เวลาคุณได้เรียกเค้าอย่างนี้แล้วรู้สึกยังงัยเหรอคะ รู้สึกดี สะใจ

แล้วอีกอย่างนิยามของชนชั้นกลางของคุณคืออะไร แล้วคุณใช้ชีวิตอย่างคนชั้นกลางหรือไม่
หรือว่าคุณสูงส่งกว่า รับข้อมูลรอบด้านมากกว่า เฉลียวฉลาดรู้จักวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง
คนอื่นนี่โง่เง่า ถูกชักจูง?
ถ้าอย่างนั้นแล้วมันจะต่างอะไรกับสลิ่มที่คุณวิจารณ์ว่าชอบดูถูกคนเสื้อแดง?

งานเขียนชิ้นนี้เต็มไปด้วยอคติ

งานเขียนชิ้นนี้เต็มไปด้วยอคติ ความเกลียดชัง ถ้อยคำกระแนะกระแหน ตอนเขียนคงร้อนรุ่มน่าดู นี่มันงานระบายความเกลียดเฉยๆ นี่หว่า

"คนยุคแสวงหา ยุคซิกซ์ตี้

"คนยุคแสวงหา ยุคซิกซ์ตี้ มักจะมีวิญญาณกบฎ"

น่าจะเป็นเพราะหลักสูตรการศึกษายุคสร้างชาติที่ยังหลงเหลือมา
และครูบาอาจารย์ยุคนั้น เป็นคนเก่ง เป็นเด็กเก่งของจังหวัด
เขาคัดคนเก่งที่สุด ที่ 1-3 ไปเรียนครู

ยุคนั้น โรงเรียนจัดแข่งขันโต้วาที-จัดแสดงละคร เป็นประเพณีปกติ
โรงเรียนมีกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย ให้เด็กๆรู้จักคิด และมีจินตนาการ
ระดับประถมศึกษาก็ได้เรียนรู้วิธีผสมสี ใช้สีน้ำวาดภาพวิวแข่งขันกันแล้ว
ในขณะที่เด็กสมัยนี้ระดับมัธยมยังให้ใช้แต่สีเทียน !!!

เคยได้ยินอาจารย์ที่โรงเรียนพูดว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว
รุ่นถัดไปเขาให้ใช้หลักสูตรใหม่

ฟรีทีวีก็มีส่วนสำคัญ สมัยก่อนนี้หลังข่าวมีภาพยนตร์ฝรั่งที่กระตุ้นจินตนาการ
มีเรื่องราวของนักศึกษาสติเฟื่อง การเดินทางในอวกาศ ครอบครัวหรรษา

ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีแต่ละครน้ำเน่า อิจฉาริษยา ด่ากันจอไหม้ ล้างสมองให้โง่

ยังดีที่ไหวตัวทัน และให้ลูกดูเฉพาะสารคดีช่อง 11 ต่อมาก็ติด UBC
เขาจึงเป็นคนดีมีอนาคต รู้จักคิดวิเคราะห์ เก่งภาษาอังกฤษและสื่อสารภาษาอื่นได้อีก
ไม่โง่ตามที่ชนชั้นปกครองต้องการ และที่สำคัญ คือ ไม่กลายเป็นสลิ่ม.

b

[quote=b]เมื่อก่อนเคยอ่านบทความของคุณใน open online รู้สึกว่าคุณเขียนอะไรๆ ได้ดีกว่านี้นะคะ
ทำไมบทความนี้ จึงเต็มไปด้วยอคติขนาดนี้
มีคนตัดตอนบทความของคุณไปเผยแพร่ในเว็บอื่น แต่ไม่ได้อ้างอิงชื่อผู้เขียน
อ่านแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุณต่างจาก "พวกสลิ่ม" ที่คุณเรียกคนอื่นเค้าเท่าไหร่
เพียงแต่เป็นในขั้วตรงข้าม
พอเข้ามาเจอในนี้ว่าเป็นคุณเขียน บอกตรงๆ ว่า "ผิดหวัง" ค่ะ

*ข้อสังเกตของความอคติอย่างหนึ่งก็คือ คุณเหยียดเรียกปชป.ว่าพวกแมลงสาป
เวลาคุณได้เรียกเค้าอย่างนี้แล้วรู้สึกยังงัยเหรอคะ รู้สึกดี สะใจ

แล้วอีกอย่างนิยามของชนชั้นกลางของคุณคืออะไร แล้วคุณใช้ชีวิตอย่างคนชั้นกลางหรือไม่
หรือว่าคุณสูงส่งกว่า รับข้อมูลรอบด้านมากกว่า เฉลียวฉลาดรู้จักวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง
คนอื่นนี่โง่เง่า ถูกชักจูง?
ถ้าอย่างนั้นแล้วมันจะต่างอะไรกับสลิ่มที่คุณวิจารณ์ว่าชอบดูถูกคนเสื้อแดง?[/quote]

ก็รองหัวหน้าพรรคเค้าเรียกเองนะ ใบตองแห้งเขาให้เกียรติคุณกรณ์นะถึงเรียกแบบนี้

http://prachatai.com/journal/2011/06/35668

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]ดูท่ากลุ่มคนที่ถูกลัทธิแดงเรียกว่าสลิ่มจะเป็นก้างขวางคอชิ้นโตของลิ้วล้อทักษิณ
เ็ป็นหนามยอกอกของพวกแอ็คติ้งปชต.เสียแล้ว
ในอีกทางนึ่งสลิ่มคือเสรีชนตัวจริง โดยไม่ต้องอวดอ้าง
ไม่ต้องอ่านทฤษฎี ไม่ต้องมีความรู้ด้านการเมือง
แต่ข้อมูลแน่น จำแม่นว่าไครทำอะไรไว้
แปลกใจที่พวกแอ็ตติ้งปชต.ที่รับไม่ได้กับการดูถูกคะแนนเสียงที่ให้ เพื่อไทย
แต่กลับดูถูกความคิดของสลิ่ม ซึ่งคนหัวใจปชต.ไม่พึงกระทำอย่างยิ่ง
ยิ่งหลังๆ ยิ่งกระพือความเกลียดชัง สลิ่ม มากขึ้น เท่าๆกับรู้สึกอับจนกับการเคลื่อนไหวของ สลิ่ม
แม้สลิ่มจะไม่ไช่เสียงส่วนใหญ่ตามคำนิยาม ปชต.
แต่พวกเขาจะเป็นก้างขวางคอ ที่พวกแอ็คติ้งปชต.แต่ใจเผด็จการ จะอยู่ไม่สุข
และไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจ ด้วยข้ออ้างแบบ เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เราได้คะแนนเสียง 15 ล้านเสียง เราจะทำอะไรก็ได้

ดีใจแทนกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าสลิ่มด้วย
ที่พวกท่านกลายเป็นกลุ่มคนทรงอิทธิพลที่ทำให้พวกแอ็คติ้ง ปชต.หัวปั่นได้ถึงขนาดนี้[/quote]

นี่คือ
เสียง"รำพึงรำพัน"แบบแห้งเหี่ยวของ "อดีตสีเหลืองขี้ผู้ล้มเหลว"......
คาก
คาก
คาก.....

เป็นงัย ?
"เฮียสมองกร่อยผู้ล้มเหลว"......

โครงการ "vote no และ ยึดปราสาทพระวิหาร" ของ"แก๊งค์สีเหลืองขี้" มันหายนะซะจนหมดสิ้นเครดิททางการเมือง....
จนเดี๋ยวนี้ต้องหันมารับจ้างเป็น "กองเชียร์-ฝูงสลิ่มบูด" เลยเรอะ....

อะไรมันจะ "ตกต่ำ-ล้มละลายทางการเมือง" ขนาดน้านน์.....

คาก
คาก
คาก....

ก็สมัย "พ่อยกแม่ยก-ระดับbig bag" หนุนก้นพวกเฮียจนเฮีย "โกวิท วัฒนะ"( อดีตอตร. )บอกว่าพวกเฮียเป็น "ม็อบมีเส้น" น่ะ
ก็เห็น "พ่อคนที่สามของเฮีย-รัสปูตินลิ้ม" ออกมา "จวกแหลก" ใส่พวกสลิ่มบูดซะไม่มีดี--ไม่ใช่เรอะ......

ปู๊โธ่ !
พอหมดทางจะหลอกพวก "ไฮซ้อบ้าอำมาตย์" มายืนถือป้ายเชียร์พันธมิตรฯและบริจาคเงินให้หน้าเวที "ม็อบผีหลอก"--แค่นั้นแหละ....

บัดนี้
หันมา "ส่งเสียงอันท้อแท้" ยกก้นฝูงสลิ่มบูดขึ้นมาดมเฉยซะงั้น....
คือหวังจะยืมมือฝูงสลิ่มบูดมา "แทะส้นรองเท้าเจ๊ปูแดง" แทนตัวเองไปพลางๆ--ว่างั้นเหอะ !
คาก
คาก
คาก....

ถามจริง
นี่เฮียไม่รู้สึกจั๊กจี้-อาย "เฮียตุลย์ชุลหมูด" แกมั่งเรอะ ?

คาก
คาก
คาก...

--------------------
แล้วที่ "ผู้รักความจริง & ความเป็นธรรม"
พากันออกมา "ถลกหำฝูงสลิ่ม" กันจนเป็น festival ระดับประเทศน่ะ
ไม่ใช่เพราะฝูงสลิ่มเป็น "กขค.ผู้ทรงอิทธิพล" แบบที่เฮีย "ทำแต๋วว์แตกแอบลุ้น" อยู่หรอก....

เฮียเพี้ยนไปแล้วล่ะ !

เรื่องของเรื่อง
ก็คือ--คนเค้าแค่ "รำคาญพวกตัวตลกหลวง" น่ะเฮีย !.....
รำคาญกะความเฟอะฟะที่ "ชอบอวดรู้ในสิ่งที่ตัวเองก็รู้ไม่จริง" ของพวกตัวตลกหลวงน่ะ.....

และคนอย่างเฮียก็น่าจะรู้ดี ว่า
"ความรำคาญของมนุษย์" นั้นมันไม่เข้าใครออกใคร--
และมันก็ไม่ใช่ เรื่องควรล้อเล่น !

คาก
คาก
คาก....

ที่สำคัญน่ะ-เฮียสมองกร่อยผู้ล้มเหลว....
"ตัวตลกหลวงไร้ความรู้ทางการเมือง" นั้น มันจะกลายเป็น "เสรีชน" แบบที่เฮียเพ้อเจ้อไปได้ยังงัยกัน.....

เฮีนเพี้ยนอีกแล้ว !

อย่างดีที่สุด--
มันก็เป็นได้แค่ "สลิ่มบูด" เท่านั้นหละเฮีย....
คาก
คาก
คาก....

ว่าแต่ว่า
"ฝูงสลิ่มบูด" เจอ "festival แห่งการถลกหำ-ระดับประเทศ" แบบนี้
คงจะเลิกแต๋วว์แตกกรี๊ดกร๊าด "รูปเจ๊ปูแดง(ตัวปลอม)ดื่มเหล้า" กันไปหลายราตรีน่ะ--เฮียว่ามะ ?

โธ่ !
ก็ขนาด "เฮีย i-pood" : การ์ดโรคประสาทแห่งแก๊งค์สีเหลืองขี้ / หรือแม้แต่ตัวเฮียเองก็เหอะ
ยังไปไม่เป็น--และ"หายผยอง"เรื่อง"ทฤษฎีการเมือง"ไปตั้งหลายช้อนโต๊ะน่ะ....

แล้ว "สลิ่มบูด" ที่เอาแต่ "เม้าธ์เจ๊าะแจ๊ะกะรูปตัดต่อไปวันๆ"--
มันจะไปเหลืออะไรเรอะ....

เฮียว่ามะ ?

-------------------------
คากคาก
คากคาก
คากคาก....
:(
BBBB
BBBB

สลิ่มก็ยังคงเป็นสลิ่มที่หลงตั

สลิ่มก็ยังคงเป็นสลิ่มที่หลงตัวเองดูถูกคนอื่นและวันๆสรรหาคำด่าคนอื่นไปวันๆ เห็นสลิ่มแต่ละคนพูดจาแนวคิดลึกล้ำจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแต่ไม่รู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง ท่องแต่ว่าทักษินตายทุกอย่างจบๆๆๆ ปูโง่กรูฉลาดกว่าๆๆ ทั้งที่คนอื่นเขาข้ามผ่านทักษินไปนานแล้ว เขาไม่ใด้รอทักษินกลับมาเป็นหัวหรอกเขายังรู้อะไรเป็นอะไรมีแต่พลังตัวเองเท่านั้นที่พึ่งใด้ แต่สลิ่มหาเป็นเช่นนั้นไม่ยังต้องพึ่งพาทักษินทุกลมหายใจเข้าออก และเป็นตัวอิจฉาจิกกัดนางเอกปูไปวันๆ... ส่วนเหลืองนั้นกลายเป็นขยะทางสังคมที่แม้แต่พวกตัวเองยังไม่กล้าเฉียดให้ติดมลทิน เสื้อแดงแพ้มาก่อนแต่แพ้เพื่อชนะและแข็งแกร่งกว่าเดิมทุกครั้ง แต่เหลืองนั้นชนะมาก่อนด้วยพลังพิเศษสารพัดที่ยืมเขามาจนเคยตัวแต่สุดท้ายพอพลังไม่ช่วยก็ห่วยแตกเละเทะแบบนี้แล.....

บางกอก

[quote=บางกอก]ผมอ่านบทความนี้แล้ว สรุปได้ว่า

ใบตองแห้งเขียนด้วยความปริวิตกหวาดผวา การกลับมาอีกของแนวร่วมคนชั้นกลางและผู้ประสพภัยจากการบริหารน้ำผิดพลาดโดยเจตนาของรัฐ......เขียนอวยรัฐบาลว่างั้นเถอะ..

สาเหตุมาจากความช่างสังเกตุของใบตองแห้งเองที่ว่า หลังข่าวคอรัปชั่นของแจก ก็แทบไม่มีการบริจาคจากประชาชนผ่าน ศปภ อีกเลย....สัญญานนี้แรงมากครับ

ผมเองกลับมองไปอีกอย่าง ผมว่างานนี้คนชั้นกลางนั่งดูอย่างเดียวพอแล้วครับ ปล่อยให้ผู้เสียหายเขาจัดการกับผู้ทำให้เกิดความเสียหายก็พอแล้ว....[/quote]

หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า? ใครไปกลัวชนชั้น"กลวง"ในกรุงเทพกันครับ? รวมกันให้ติดจริงๆก่อนนะครับ
สิ่งที่เขาท้าทายคือ เมื่อไหรเราจะก้าวข้ามในหลวง สถาบัน ทักษิณ และไทยรักไทย
ชนชั้นกลางตลอดมาก็ดูดายมาตลอดแหละครับ ถ้าไม่โดนกับตัวตรงๆ
ชนชั้นกลางในเมืองนี่แหละครับที่เห็นแก่ตัวที่สุดไม่ต่างจากชนชั้นนำ
ยอมรับเถอะครับว่าชนชั้นกลางเองนั่นแหละที่กลัวชนชั้นล่างอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะกลัวชนชั้นล่างรวมตัวภายใต้การนำของทักษิณ

ชนชั้นกลางซึ่งตอนนี้หวังว่าชนชั้นนำเดิมและทหารจะทำอะไร
ก็รู้ไว้ด้วยว่าชนชั้นกลางกำลังโดนโดดเดี่ยวเพราะชนชนั้นนำที่คุณหวังพึ่ง
อีกไม่นานก็คงต้องประสานประโยชน์กับฝ่ายทักษิณ
ถ้าชนชั้นกลางอย่างรอดและอยากให้ประเทศรอด
ชนชั้นกลางเองต่างหากที่ต้องลงไปประสานกับชนชั้นล่าง

แต่เมื่อชนชั้นกลางดูถูกชนชั้นล่าง พวกท่านก็เตรียมตัวตายได้แล้วล่ะครับ

บทความของใบตองแห้งตรงใจที่สุด

บทความของใบตองแห้งตรงใจที่สุด มาสิใครที่คิดว่าตนเองรู้ ฉลาด เกลียดอะไรๆที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ถูกใจอะไรสักอย่าง คุญก็มาช่วยหาทางออกสิ มาสิ มาเลย มาแบ่งปันความคิดที่ดีๆ ที่จะนำพาประเทศเราเจริญ เราและท่านก็จะได้อยู่ในประเทศไทยแลนด์แดนสยามอย่างมีความสุขตลอดไป นอกเสียจากว่าคุณจะเป็นคนประเภทยอมให้บ้านเมืองนี้สงบสุขไม่ได้ คนจน คนรากหญ้ารู้ทันไม่ดี พวกข้า(ประมาณ 3 แสน)ต้องฉลาดที่สุด สบายที่สุด พวกเอ็ง(ประมาณ 60 ล้าน)จะทุกข์อย่างไร ช่างมัน 555

I am a wrote:บางกอก

[quote=I am a][quote=บางกอก]ผมอ่านบทความนี้แล้ว สรุปได้ว่า
ใบตองแห้งเขียนด้วยความปริวิตกหวาดผวา การกลับมาอีกของแนวร่วมคนชั้นกลางและผู้ประสพภัยจากการบริหารน้ำผิดพลาดโดยเจตนาของรัฐ......เขียนอวยรัฐบาลว่างั้นเถอะ..
. . . . . .
ผมเองกลับมองไปอีกอย่าง ผมว่างานนี้คนชั้นกลางนั่งดูอย่างเดียวพอแล้วครับ ปล่อยให้ผู้เสียหายเขาจัดการกับผู้ทำให้เกิดความเสียหายก็พอแล้ว....[/quote]

หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า? ใครไปกลัวชนชั้น"กลวง"ในกรุงเทพกันครับ? รวมกันให้ติดจริงๆก่อนนะครับ
สิ่งที่เขาท้าทายคือ เมื่อไหรเราจะก้าวข้ามในหลวง สถาบัน ทักษิณ และไทยรักไทย
ชนชั้นกลางตลอดมาก็ดูดายมาตลอดแหละครับ ถ้าไม่โดนกับตัวตรงๆ
ชนชั้นกลางในเมืองนี่แหละครับที่เห็นแก่ตัวที่สุดไม่ต่างจากชนชั้นนำ
ยอมรับเถอะครับว่าชนชั้นกลางเองนั่นแหละที่กลัวชนชั้นล่างอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะกลัวชนชั้นล่างรวมตัวภายใต้การนำของทักษิณ

ชนชั้นกลางซึ่งตอนนี้หวังว่าชนชั้นนำเดิมและทหารจะทำอะไร
ก็รู้ไว้ด้วยว่าชนชั้นกลางกำลังโดนโดดเดี่ยวเพราะชนชนั้นนำที่คุณหวังพึ่ง
อีกไม่นานก็คงต้องประสานประโยชน์กับฝ่ายทักษิณ
ถ้าชนชั้นกลางอย่างรอดและอยากให้ประเทศรอด
ชนชั้นกลางเองต่างหากที่ต้องลงไปประสานกับชนชั้นล่าง

แต่เมื่อชนชั้นกลางดูถูกชนชั้นล่าง พวกท่านก็เตรียมตัวตายได้แล้วล่ะครับ[/quote]

คาก
คาก
คาก....
[ กวนอารมณ์รับลมหนาว ]
--------------------------

เฮีย i am a
เฮียไป "อรรถาธิบายเชิงเหตุผล" อะไรที่มัน "เกินสมรรถนะสมองส่วนหน้า" ของ "เฮียบองกาก" ยังงั้น
"เฮียบองกาก" แกไม่ get หร็อก-เชื่อเหอะ !......

คือ"เฮียบองกาก"แกเป็น "สลิ่มทาส-ตัวพ่อ" ที่สิงประจำอยู่ในเว็บ"ประชาไท"มาหลายนานแล้วน่ะ
คาก-คาก-คาก...

ถ้าเฮียอยากจะให้ "เฮียบองกาก" ส่งยิ้มหวานให้เฮียละก็...
เฮียต้อง "เชียร์" ระบอบเผด็จการอำมาตย์--ที่มี "คณะpolitburoผู้ล้นเกินไปด้วยมหาคุณธรรมเกรด A+" เป็นบอร์ดบริหารประเทศแบบสภาปฏิวัติของอิหร่านรึเกาหลีเหนือนู่นน์...
และที่สำคัญ
จะต้องมี "เฮียบองกาก" เป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษาของสภาปฏิวัติ-อยู่เหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งน่ะ....

เออ--
ถ้าเฮียเขียนเชียร์ "ระบอบเหนือราษฏรสามัญ" อย่างที่ว่านี้ละก็
ก็ค่อย "มีway" หน่อยที่ "เฮียบองกาก" แกจะส่งยิ้มหวานให้และมองว่าเฮีย "ลึกซึ้งวิชาการเมือง ๑๐๑" เหมือนแก....
คาก-คาก-คาก....

"เฮียบองกาก" นั้น
แกมักจะ "อวดผยอง" อยู่หลายบ่อย( โม้ไฟแล่บ )กับการที่แกเคยได้เป็น "เบี้ยชั้นกลาง" รึ "เบี้ยมือถือ" ให้อำมาตย์หลอกใช้ไปล้ม "สุจินดา" ตอนปี'๓๕ น่ะ....
( หลังฉากเหตุการณ์"เบี้ยมือถือ"นี้--เฮียต้องไปนั่งกิน"สเต็กผัก"กับ "มหาทำเทียม(จำลอง)-แกนนำแก๊งค์สีเหลืองขี้" แล้วให้มหาแก "เทศนา" ให้ฟัง--ถึงจะซึ้ง---คาก-คาก-คาก )

ภาพ "ม็อบเบี้ยมือถือ" ครั้งนั้น
ตรึงใน "หัวใจเด็กกรุงเทพชั้นกลวง" อย่างเฮียบองกากแกมั่กๆถึงมั่กที่สุด....
เหมือนรักครั้งแรกน่ะ--ว่างั้นเหอะ !
คาก-คาก-คาก...

มาบัดนี้
"เฮียบองกาก" แกอายุมากแร้วว์และก็ได้ เ ลื อ ก เส้นทางเป็น "สลิ่มทาส" แบบเต็มเวลาแร้วว์....
ประกอบกะแกก็ "ไม่ค่อยได้ up date ความรู้ & ไม่ค่อยเป็นปลื้ม" กับระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชนแบบสากลซักเท่าไหร่....
เพราะ "ระบอบประชาธิปไตยฯ" นั้น >> มันทำให้ "ภาวะความเป็นเทพเจ้าในตัวแกและพรรคพวก--ตามปรัชญา'เทพนิยม'ที่แกยึดติดและยกก้นตัวเอง" ต้อง สั่ น ไ ห ว เหมือนพวงหำโดนสายลมหนาวเดือนธันวาน่ะ....

ดังนั้น
ต่อหน้า "ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นมาตรฐานเดียว" ที่ปรากฏตัวขึ้นมาบนราชอาณาจักรแห่งนี้หลัง "การรัฐประหาร'๔๙ และ การล้อมสังหารพลเมือง'๕๓....
"เฮียบองกาก" แกจึงออกอาการ paranoid ประเภทว่า "อะไรก็เถอะ-กูขอต้านประชาธิปไตยไว้ก่อนก็ละกัน"--ประมาณนี้ !
คาก-คาก-คาก...

"ความฝันอันสูงสุด" ของแกก็คือ
หวังใช้ "องค์ความรู้การเมืองแบบหลงยุคและเก่าขึ้นรา" มาหลอก "ฝูงสลิ่ม"( โดยสวมรอยอ้างว่าคือชนชั้นกลางทั้งหมดของกรุงเทพฯ ) ให้ไปแทะส้นรองเท้าเจ๊ปูแดงตามแผนที่"พวกหำใบที่สามของอำมาตย์"อย่างพวกแกฝันหวานไว้--
โดยหวังว่า "เจ๊ปูแดง" จะส้นรองเท้าหักล้มหัวฟาดพื้น แล้ว"ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นมาตรฐานเดียว"ของประชาชนนั้นก็จะพลอยเจ๊งกะทิไปด้วย-แบบ ๒ in ๑ .....

ก็คือแบบโมเดล "ม็อบเบี้ยชั้นกลางกรุงเทพที่ล้มสุจินดา" ที่"เฮียบองกาก"แกภูมิอกภูมิใจให้ถูกหลอกตอนโน้นงัย-เฮีย i am a....
คาก-คาก-คาก...

เอาเป็นว่า
รวมความก็คือ
"เฮียบองกาก" แกเคยโดนอำมาตย์หลอกใช้มา
ตอนนี้แกก็เลยหาทาง "หลอกต่อ"...
คงแบบ "พวกบ้าระบบโซตัส" ในมหาลัยที่ "หลอกแดกรุ่นน้อง" ต่อๆกันไปแบบรุ่นสู่รุ่นน่ะแหละ....
คาก-คาก-คาก...

เอ๊ะ !
ชักจะนอกตำรา-ออกทะเลไปไกลฮิ.....
คาก-คาก-คาก....

สรุปก็คือ---
สงสัยเฮีย i am a ท่าจะ "อบรมผิดคน" ซะแร้วว์น่ะ...
คาก-คาก-คาก...

ก็บอกละงัย ว่า
"เฮียบองกาก" นั้นแกคือ ส ลิ่ ม ท า ส ตั ว พ่ อ-- ผู้เทิดทูนระบอบเผด็จการอำมาตย์จนสุดหัวใจชั้นในของแกน่ะ...
ก็เหมือนอย่างที่แกพล่ามความเห็นเชยส์ๆมาตลอดในเว็บ "ประชาไท" แห่งนี้น่ะแหละ....

ฉะนั้น
แกไม่มีทาง get เรื่องที่เฮียอบรมหรอก-เชื่อเหอะ !
พนันร้อยบาทเอาสลิ่มถ้วยเดียวก็ยังได้......

-------------------
คากคาก
คากคาก
คากคาก.....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

ขอประกาศทำความเข้าใจ :

"ม็อบล้มสุจินดา'๓๕" นั้น
"สารัตถะหลัก" ของมัน ถือได้ว่า "เป็นบันไดขั้นสำคัญอีกขั้นหนึ่ง" ของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยเสรีในประเทศนี้--นี่เป็น "ด้านสำคัญ" ของเหตุการณ์ที่ต้องรำลึกไว้....

แต่ที่แสดงความเห็นเชิง"ด้านมืด"ของเหตุการณ์ปี'๓๕ และใช้คำว่า "ม็อบเบี้ยมือถือ"/"ม็อบเบี้ยชั้นกลาง" ตามความเห็นข้างบนนั้น
เป็นเพียงการเสนอความเห็นใน "อีกมุมหนึ่งของเหตุการณ์" เท่านั้น.....
"ไม่มีเจตนาโดยสิ้นเชิง" ที่จะ ล่ ว ง เ กิ น หรือ ดู แค ล น การต่อสู้ของผู้คนในเหตุการณ์ครั้งนั้น--ทั้งต่อผู้ที่ได้เสียสละชีวิตไปและผู้ที่ได้ผ่านพ้นมันมาด้วยดี....

ด้วยความเคารพ :
"ม็อบล้มสุจินดา'๓๕" นั้น---
เจตน์จำนงหลักของผู้เข้าร่วมก็คือ "ระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน--บนวิถีทางระบบรัฐสภา"......

แต่น่าเศร้าใจ--
ที่ "หลายคน" ในเหตุการณ์นั้น
วันนี้--กลับ "เลือก" ที่จะเป็น "สลิ่มทาส" เชิดชู "ระบอบเผด็จการอำมาตย์" อย่างสุดขั้วหัวใจ....
แล้วหยิบเอา "เครดิทม็อบ'๓๕" นั้น มาใช้ "ต่อต้าน-ทำลายล้าง" ต่อ"ระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน" อันเป็นเจตน์จำนงหลักของ "ม็อบล้มสุจินดา '๓๕" ครั้งนั้น-อย่างไร้หิริและโอตตัปปะทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

เพียงเพราะ "ความผยองในความรู้-ที่ตัวเองก็รู้ไม่จริง" เท่านั้น !.....

---------------
ด้วยความจริงใจ.
และขอขอบคุณ.

คนที่บอกว่าชนชั่นกลาง 300000

คนที่บอกว่าชนชั่นกลาง 300000 ฉลาดที่สุด นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะต้องมีบ้าง ที่เป็นลูกของแม่ที่มาจากรากหญ้า เพราะฉะนั้นอย่ามาตีค่าของผู้คนในประเทศนี้เป็นแบบนี้เลย การทำงานของแต่ละชนชั้นแตกต่างกันไป เพราะถ้าบอกว่าโง่คงจะทำงานไม่ได้หรอก หรือว่าพวกชนชั้นกลางจะลงมาเกี่ยวข้าว มาก่อสร้างบ้านเมือง จะทำให้รู้ว่ากระทำแบบนี้แล้วบอกว่าโง่

ปัญหาการพัฒนาการเมืองของไทย

ปัญหาการพัฒนาการเมืองของไทย เกิดมาจากเราไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งผ่านไปไม่นาน ก็มีเปลี่ยนแปลง โดยการรัฐประหาร ทำให้การเมืองต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ การอ้างว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำผิด จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะฉะนั้นผู้มีอำนาจ (ทหารและพรรคพวก)จึงต้องรัฐประหาร
ที่ควรคิดก็คือว่าทำไมเราไม่ปล่อยให้การพัฒนาการเมืองเป็นไปตามธรรมชาติ บางประเทศกว่าที่เขาพัฒนาการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยได้ ต้องใช้เวลานาน เราต้องยอมเจ็บปวดบ้างบางครั้ง เหมือนเด็กที่เริ่มตั้งไข่ ต้องล้มลุกคลุกคลาน ก่อนจะเดินได้ และกว่าจะวิ่งได้
อีกประการหนึ่งก็คือ ทำไมเมื่อมีการรัฐประหาร ต้องมาเริ่มต้นเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทุกครั้งไป เปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาเป็นสิบๆฉบับไม่พออีกหรือ? มันต้องมีอะไรผิดปกติสำหรับประเทศนี้
ถ้าติดตามประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็จะเป็นวงจรอุบาท มีการเลือกตั้ง>>>มีรัฐประหาร>>>มีดารเลือกตั้ง..พวกเราต้องกล้าที่จะต่อสู้อำนาจของคณะรัฐประหารจะโดยวิธีอะไรก็ได้ เช่น อริยขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมรับอำนาจผิดปกติ ฯลฯ
ที่สำคัญที่สุดก็คือการศึกษา ต้องให้ประชาชนทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องอย่างเดียว การศึกษานอกห้องเรียน หรือ ผ่านสื่อ ล้วนทำได้ แต่บางท่านก็บอกว่า บางคนเรียนสูงแต่ขี้โกงก็มี ถูกต้องเพราะเราเรียนแต่เรื่อง เพื่อนำมาหาเงิน หาอำนาจ สนองวัตถุนิยม ทำไมไม่เพิ่มการสอนคุณธรรมไปด้วย

น้ำเน่า เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว

น้ำเน่า เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักหน้าที่ เห็นใครทำดีไม่ได้.

นักการเมืองน้ำเน่า-ส.ส.น้ำเน่า -ส.ว.น้ำเน่า-รัฐมนตรีน้ำเน่า-รัฐบาลน้ำเน่า-ฝ่ายค้านน้ำเน่า

ข้าราชการน้ำเน่า -อธิบดีน้ำเน่า-ปลัดกระทรวงน้ำเน่า-ผู้ว่าน้ำเน่า

ทหารน้ำเน่า-ตำรวจน้ำเน่า

ละครน้ำเน่า -นิยายน้ำเน่า

โรงละครน้ำเน่า-ประเทศน้ำเน่า-โลกน้ำเน่า

ประชาชนน้ำเน่า

คนเน่า.

รัฐธรรมนูญเน่า

รัฐประหารเน่า

เผด็จการเน่า

ประชาธิปไตยเน่า

สื่อเน่า

นักวิชาการเน่า

นักกฎหมายเน่า

นักปกครองเน่า

นักบริหารเน่า

ความยุติธรรมเน่า ผสมกับ กระบวนการยุติธรรมเน่า นำมาคลุกเคล้าเข้ากับ ผู้บังคับใช้กฎหมายเน่า (ตำรวจเน่า+อัยการเน่า+ผู้พิพากษา ตุลาการเน่า) -ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ความไม่เป็นธรรม ความชิงชังรังเกียจ ความคับแค้นใจ ความเจ็บใจ ความผูกใจเจ็บ ความพยาบาท การก่อเวร สร้างกรรม เป็นวงจรอุบาทว์

เห็นด้วยกับ ดช.บุ่ย

เห็นด้วยกับ ดช.บุ่ย เรื่อง
"ม็อบเบี้ยมือถือ"/"ม็อบเบี้ยชั้นกลาง"

ทบทวนดูแล้ว น่าจะมีการวางแผนสมคบคิดมาอย่างดี เพื่อเสริมสร้างบารมี
กำราบ/ลดทอนอำนาจทหาร ซึ่งอนุญาตให้เป็นได้แค่เครื่องมือทางการเมือง

มหาปลอม ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ปจว. มาก่อน

ปัจจุบัน ประชาชนถูกปั่นหัวให้กัดกันเหมือนจิ้งหรีด
เกือบครึ่งต้องมนต์สะกด งงงวย ถูกปั่นหัวจนไม่มีเวลาตั้งข้อสงสัย

"เขา" เหนือชั้นมาก ฝีมือการเขียนสคริ้ปต์ขั้นเทพ.

////////////////////////////////////////////////////////

สังเกตได้ว่า..

เมื่อใดที่ประเทศทำท่าจะพัฒนา ประชาชนกำลังจะอยู่ดีกินดี
"เขา" จะไม่ยอม...มักเกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วน และรัฐประหารเสมอ

เป็นธรรมต่อคนไทยหรือไม่ ?
เป็นธรรมต่อลูกหลานของเราหรือเปล่า ?

ทำไมเราต้องเป็นประเทศด้อยพัฒนาตลอดกาล ?

ใครได้ประโยชน์จากการที่เราเป็นประเทศด้อยพัฒนา ?
มหาอำนาจเกี่ยวข้องมั้ย ?

ทฤษฎีผลประโยชน์ของมหาอำนาจ กำหนดไว้แล้วว่า
ประเทศเขตร้อนซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรม ต้องด้อยพัฒนาตลอดกาล
เพื่อควบคุมราคาผลิตผลทางการเกษตร และเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก
จะได้เป็นแหล่งผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปหล่อเลี้ยงมหาอำนาจ

สงสียว่าจริงหรือเปล่า ที่ว่ามีการสมคบคิดกับมหาอำนาจ ??

ตาสว่างจริงเหรอหรือเฉพาะในนี้

ตาสว่างจริงเหรอหรือเฉพาะในนี้เท่านั้นมั่ง ทอนกิต
เห็นตาสว่างรำพึงรำพันความมีเสรีภาพแต่ทำไมส่งคนไปข่มขู่นักข่าวอย่างกับนักเลงคุมซ่องไม่ใช่นักเลงข้างถนนที่วันๆๆๆๆๆมักแต่เห่าเอาเรื่องโกหกมาใส่ร้ายคนอื่น

ชาวบ้าน-1 wrote:เห็นด้วยกับ

[quote=ชาวบ้าน-1]เห็นด้วยกับ ดช.บุ่ย เรื่อง
"ม็อบเบี้ยมือถือ"/"ม็อบเบี้ยชั้นกลาง"

ทบทวนดูแล้ว น่าจะมีการวางแผนสมคบคิดมาอย่างดี เพื่อเสริมสร้างบารมี
กำราบ/ลดทอนอำนาจทหาร ซึ่งอนุญาตให้เป็นได้แค่เครื่องมือทางการเมือง

มหาปลอม ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ปจว. มาก่อน

ปัจจุบัน ประชาชนถูกปั่นหัวให้กัดกันเหมือนจิ้งหรีด
เกือบครึ่งต้องมนต์สะกด งงงวย ถูกปั่นหัวจนไม่มีเวลาตั้งข้อสงสัย

"เขา" เหนือชั้นมาก ฝีมือการเขียนสคริ้ปต์ขั้นเทพ.

////////////////////////////////////////////////////////

สังเกตได้ว่า..

เมื่อใดที่ประเทศทำท่าจะพัฒนา ประชาชนกำลังจะอยู่ดีกินดี
"เขา" จะไม่ยอม...มักเกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วน และรัฐประหารเสมอ

เป็นธรรมต่อคนไทยหรือไม่ ?
เป็นธรรมต่อลูกหลานของเราหรือเปล่า ?

ทำไมเราต้องเป็นประเทศด้อยพัฒนาตลอดกาล ?

ใครได้ประโยชน์จากการที่เราเป็นประเทศด้อยพัฒนา ?
มหาอำนาจเกี่ยวข้องมั้ย ?

ทฤษฎีผลประโยชน์ของมหาอำนาจ กำหนดไว้แล้วว่า
ประเทศเขตร้อนซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรม ต้องด้อยพัฒนาตลอดกาล
เพื่อควบคุมราคาผลิตผลทางการเกษตร และเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก
จะได้เป็นแหล่งผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปหล่อเลี้ยงมหาอำนาจ

สงสียว่าจริงหรือเปล่า ที่ว่ามีการสมคบคิดกับมหาอำนาจ ??[/quote]
ชักจะเอียงๆแล้วเนี่ย.. มีความเป็นไปได้นะ เพียงแต่ว่าใครกันนะที่จะไปสมคบคิด ใช่พวกอำมาตย์รึเปล่า หรืออำมาตย์+พวกที่กลัวสูญเสียผลประโยชน์ หรือว่าพวกที่อยู่แวดล้อมอำมาตย์ อาศัยเกาะสีข้างอำมาตย์หากิน กลัวจะหมดทางหากิน กลัวชาวบ้านจะมีการศึกษา มีวิชาความรู้ทางการเมือง รู้อะไรๆมากขึ้น แล้วพวกตนเองจะโดนปอกเปลือกล่อนจ้อน หมดความหมาย หมดความสำคัญลง ก็เลยรวมหัวกันกับมหาอำนาจ(มืด) สกัดพวกชนชั้นล่างไว้ซะ โดยเฉพาะคนจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำพาให้ชนชั้นล่างรู้และเจริญขึ้น ต้องกำจัดทิ้ง พยายามทุกวิถีทาง ทั้งลับและแจ้งกะเอาให้จมธรณีหรือหายไปจากโลกนี้เลยยิ่งดี ตนจะได้อยู่อย่างสบายใจ เพราะปล่อยเอาไว้ตนเองตกกระป๋องหมดทางเสวยสุขแน่ๆ โดยยืมพวกสมองกลวง(แต่มักอ้างว่าตนฉลาด รอบรู้ที่สุดในประเทศนี้ข้าต้องเป็นชนชั้นปกครองรากหญ้า รากหญ้าอย่าสะเออะ อย่าหือขึ้นมาเทียบเทียม) ชักจูงง่าย มาออกแนวหน้าแทน น่าคิดนะน่าคิด

เห็นด้วยกับบทความครับ

เห็นด้วยกับบทความครับ แต่เขียนแบบนี้บ่อยๆก็ดี อย่างน้อยสลิ่มจะได้อ่านบ่อยๆ สังเกตจากcommet เพื่อจะได้คิดแม้จะยังมีอคติอยู่บ้าง และฝ่ายแดงและแกนนำจะได้คิด เพื่อหาจุดยืนเพื่อประชาชนเจอ

บทความนี้

บทความนี้ ทำเอาพวกสลิ่มมากันเป็นกองทัพ ร้อนรนเหมือนใส้เดือนโดนน้ำร้อนลวกเลย

ดูๆแล้วพวกนั้นสมองกลวงอย่างที

ดูๆแล้วพวกนั้นสมองกลวงอย่างที่เขาว่าจริงๆ มีแต่หลับหูหลับตาด่า ด่า แล้วก็ด่าคนอื่นว่าไม่ดีอย่างโน้น อย่างนี้ แต่พอเลือกตั้งกลับหาตัวแทนมาให้ชาวบ้านเลือกไม่ได้ หรือไม่กล้าส่งลงแข่งขัน เพราะเดาว่าต้องแพ้แน่ๆ สงสัยนิยมชมชอบเผด็จการ อาศัย ม.112 เป็นเกราะ แอบหลังอำมาตย์เหมือนเห็บเหมือนเหาหากินไปวันๆ โดยไม่สนใจว่าการกระทำของพวกตนเองที่ชอบเอ่ยอ้างว่ารัก เทิดทูนสถาบันน่ะ มีแต่จะทำให้สถาบันมัวหมองซะมากกว่า เฮ้อ... เวรกรรมประเทศไทยจริงๆ