สงกรานต์คึก-เหยื่อบอมบ์แย่ มอ.ระดมอาสาสมัครฟื้นฟูจิตใจ

เทศกาลสงกรานต์ในหาดใหญ่คึก นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เล่นน้ำหน้าโรงแรมลีการ์เด้นส์ หาดใหญ่ เผย 3 องค์กร ในม.อ.หาดใหญ่ รับอาสาสมัครเยียวยาจิตใจ เหยื่อคาร์บอมบ์ยังผวา ตกใจแม้แต่เสียงประตู

คึกคัก – นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานบนถนนประชาธิปัตย์ หน้าโรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ถูกลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยต่างเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะบนถนนประชาธิปัตย์ หน้าโรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า ที่ถูกลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 

ส่วนหน้าโรงแรมด้านถนนเสน่หานุสรณ์ มีการจัดเวทีแสดงคอนเสิร์ท มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเช่นกัน รวมทั้งพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 – 3 ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง

นางวัลภา ฐาน์กาญจน์ ผู้จัดการโครงการบัญฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (บอ.มอ.) เปิดเผยว่า โครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อการเยียวยาและสร้างความสมาฉันท์ชายแดนใต้ (มยส.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) ร่วมจัด “โครงการหาดใหญ่รวมพลังสร้างสรรค์กำลังใจ” แก่เหยื่อเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่โรงแรมลีการ์เด้นส์ พลาซ่า โดยขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครอาสาสมัครและระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

นางวัลภา เปิดเผยอีกว่า เหตุการณ์นี้กระทบความรู้สึกคนหาดใหญ่มาก โดยเฉพาะผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติผู้ประสบเหตุ จำเป็นต้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจ จึงควรจะวางแผนระยะยาวในการช่วยเหลือด้านจิตใจ เช่น ผู้ประสบภัยรายหนึ่งมีสภาพจิตใจอ่อนไหวมาก แม้ได้ยินเสียงปิดประตูก็ยังรู้สึกตกใจกลัว จึงต้องดูแลสภาพจิตใจมากเป็นพิเศษ

นางวัลภา เปิดเผยว่า หลังเหตุระเบิดหนึ่งสัปดาห์ได้เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เพื่อสอบถามความต้องการเบื้องต้น และประเมินสภาพจิตใจทั้งผู้ป่วยและญาติ พบว่า มีสภาพจิตใจแย่มาก และมีความเครียด 

นางวัลภา เปิดเผยว่า สำหรับคุณสมบัติของอาสาสมัคร แค่มีใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ก็มาสมัครได้ ส่วนภารกิจของอาสาสมัคร คือการเข้าเยียวยาจิตใจทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและสมาชิกครอบครัวของเหยื่อของผู้ประสบเหตุ ซึ่งในระยะแรกต้องการอาสาสมัครเพียง 30 คน โดยจะมีการอบรมระยะสั้น เพื่อเตรียมความพร้อมเบื้องต้น ในวันที่ 28 เมษายน 2555 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

“ลักษณะงานมีสองอย่าง คือการเข้าไปรับฟังผู้ประสบเหตุและครอบครัวเพื่อให้ลดความเครียด และให้ความรู้เรื่องสิทธิการเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งตอนนี้ทราบเพียงว่า นายกรัฐมนตรีประกาศว่า จะช่วยเหลือเยียวยากรณีคาร์บอมบ์หาดใหญ่เหมือนกับกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทีมงานต้องการการยืนยันเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง” นางวัลภา กล่าว

นางวัลภา เปิดเผยว่า สำหรับผู้สนใจ ต้องการทราบช่องทางการสมัครหรือข้อมูลเบื้องต้น สอบถามรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ Face book ชื่อ“เยาวชนจิตอาสา ม.อ.” หรือทางอีเมล golfgeb@hotmail.com

 

Comments

ขอฝากหน่อยครับ ต้องขจัดโจรใต้

ขอฝากหน่อยครับ

ต้องขจัดโจรใต้ให้สิ้นซาก

ดร.โสภณ พรโชคชัย

ดินแดนภาคใต้ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ แต่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โจรจีนมาลายู ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ยังไม่ทำผู้บริสุทธิ์ อย่าอ้างสิทธิมนุษยชนเพื่อช่วยผู้ก่อการร้ายที่มุ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ ผู้บริสุทธิ์ยินดีเสียสิทธิบางส่วนเพื่อรักษาชีวิตและความสงบสุข รัฐบาลจึงควรมีการตราพระราชบัญญัติพิเศษตั้งกองกำลังพิเศษ ศาลพิเศษ เรือนจำพิเศษ จัดการกับปัญหานี้ให้เด็ดขาด

จากเหตุการณ์วินาศกรรมที่หน้าโรงแรมลีการ์เดน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และที่ในเขตเทศบาลนครยะลาในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 12 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 400 คนนั้น ผมขอไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสียในครั้งนี้

ต่อปัญหาการก่อการร้ายในภาคใต้นั้น ขอให้ทุกท่านโปรดคิดใหม่เถิดว่า เราไม่ต้องไปสับสนกับประวัติศาสตร์ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นของใครมาก่อน เพราะเป็นเรื่องอดีตที่ผลัดเปลี่ยนหมุนไปตามยุคสมัย ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การก่อการร้ายสร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินต่อผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่มนุษยชาติไม่อาจยอมรับได้ และประชาชนในพื้นที่ต่างยินดีที่จะเสียสิทธิมนุษยชนพื้นฐานบางอย่างเพื่อความสงบสุข ดังนั้นรัฐบาลจึงอาจเสนอรัฐสภาตราพระราชบัญญัติการปราบปรามการก่อการร้าย โดยให้สามารถจับกุม คุมขังผู้ต้องหาการก่อการร้ายได้ยาวนานกว่าปกติ ให้มีศาลตัดสินผู้ก่อการร้าย มีเรือนจำพิเศษสำหรับคุมขังผู้ก่อการร้าย

รัฐบาลไม่พึงกลัวว่าต่างประเทศจะเพ่งเล็งเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ต่างให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาการก่อการร้ายโดยไม่นำพาต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ใช้สำหรับคนทั่วไป ปัญหาการก่อการร้ายต่างจากปัญหาความเห็นต่างทางการเมือง เช่น กรณีเสื้อเหลือง เสื้อแดง กรณีคอมมิวนิสต์ หรืออื่น ๆ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองเหล่านั้นไม่เคยมุ่งทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์

ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจัดการให้เด็ดขาดกับการออกกฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ตุลาการ ราชทัณฑ์ โดยมีกองกำลังเฉพาะ มีเรือนจำพิเศษ มีศาล ฯลฯ เพื่อจัดการการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็วและเด็ดขาด ส่วนการป้องกัน เยียวยา ให้อภัยโทษกับผู้กลับใจหรืออื่นใด ก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไป เพราะในทางเศรษฐกิจปัจจุบัน มาเลเซียซึ่งเคยยากจนกว่าไทย กลับมีรายได้ประชาชาติต่อหัวมากกว่าไทยถึงเกือบหนึ่งเท่าตัว จึงทำให้คนไทยใจทาสบางส่วนต้องการแยกแผ่นดิน ผิดกับกรณีชาวพม่าที่บรรพบุรุษสามารถพิชิตไทยได้ ก็ยังยินดีมาขายแรงงานในประเทศไทย เพราะประเทศไทยร่ำรวยกว่านั่นเอง

การอ่อนข้อให้กับการก่อการร้ายได้พิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ยกเว้นแต่ในกรณีการจัดฉากด้วยเล่ห์กลเพทุบายของผู้มีใจเห็นแก่อริราชศัตรูที่จะบ่อนทำลายอธิปไตยของไทยเท่านั้น