นักปรัชญาชายขอบ: ก้าวข้าม ‘ทักษิณ’ และ ‘ความกลัว’

“สังคมไทยควรก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ไปได้แล้ว… ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรที่จะยุติบทบาท ที่อาจสร้างความสับสน และเป็นปัญหาต่อสังคมไทยด้วย…ผมก็เห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่เป็นคนไทย แต่ไม่ได้กลับประเทศไทย ทั้งที่อยากกลับบ้าน แต่หากมองลึกๆ แล้ว ยังมีคนที่ลำบาก และน่าเห็นใจกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำนวนมาก เพราะได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ก็ควรเสียสละบ้าง เพื่อรักษาผลประโยชน์ภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งรุนแรงในสังคม ที่จะเป็นผลตามมาจากการเดินทางกลับ”  

โคทม อารียา ผุ้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล 
(
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail.politics.politics/20120413/446744/news...)

 

ตลอด 6 ปีมานี้ เรามักเห็น “นักสันติวิธี” ที่แสดงบทบาท “เป็นกลาง” แสดงความเห็นทำนองนี้เสมอ คือเสนอว่าให้ “ก้าวข้ามทักษิณได้แล้ว” แล้วก็เรียกร้องให้ทักษิณยุติบทบาทหรือ “เสียสละ” (ทั้งที่กลับบ้านไม่ได้มาแล้วกว่า 5 ปี) อะไรทำนองนี้ แต่ไม่เคยเรียกร้องกับฝ่ายทำรัฐประหาร (ซึ่ง “จับเสือมือเปล่า”) และสนับสนุนรัฐประหารเลยว่า พวกเขาควรรับผิดชอบในความผิดพลาดที่ผ่านมาอย่างไร ควรเสียสละอย่างไร ควรยุติบทบาทการใช้สถาบันกษัตริย์ปลุกกระแสความขัดแย้งแตกแยกอย่างไร

เช่นเดียวกับที่เราได้ยิน บวรศักดิ์ อุวรรโณ พูดถึง “ความยุติธรรมของผู้ชนะ” เพื่อตั้งคำถามเฉพาะกับผู้ชนะที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่ตั้งคำถามจากผู้ชนะที่มาจากรัฐประหารที่แต่งตั้ง คตส.ดำเนินคดีกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่า นั่นคือ “ความยุติธรรมของผู้ชนะ” หรือไม่?

เหมือนกับแถลงการณ์เจตนารมณ์ของชมรม สสร.50 ที่ระบุว่า การแก้รัฐธรรม (โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง) ที่กำลังเริ่มต้นกระบวนการในขณะนี้ “เป็นการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกเลิก ล้มล้างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550” ทำผิดขั้นตอน กระทบต่อความมั่นคง เป็นการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในขณะที่คนเหล่านี้ไม่เคยแคร์กับการล้มล้างรัฐธรรมนูญของ คมช.ไม่ถือว่าการเข้ามาเป็น สสร.ร่างรัฐธรรมนูญให้คณะรัฐประหารเป็นการทำผิดขั้นตอนและละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมแต่อย่างใด

แน่นอนว่า “ท่วงทำนอง” ดังกล่าวดำเนินไปพร้อมๆ กับการตอกย้ำของพรรคประชาธิปัตย์ (พรรคการเมืองที่ยืนยันมาตลอดว่าตนเองไม่ใช่ “คู่ขัดแย้ง” ไม่เคยสร้าง “เงื่อนไขความขัดแย้ง” แต่ต้องการ “แก้ปัญหาความขัดแย้ง” เท่านั้น) ว่า ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ “ทักษิณคนเดียว” นปช.และคนเสื้อแดงไม่ได้สู้เพื่อประชาธิปไตย แต่สู้เพื่อทักษิณคนเดียว วันนี้ก็ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องการปรองดองก็เพื่อทักษิณคนเดียวเท่านั้น

กระทั่งนายอภิสิทธิ์ออกมาท้าทายว่า ให้นิรโทษกรรมทุกฝ่ายหมดเลย ยกเว้นเขากับนายสุเทพ และทักษิณ แต่นายณัฐวุฒิยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการนิรโทษกรรมให้ทักษิณ แต่ต้องการให้การดำเนินคดีโดย คสต.ที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารเป็นโมฆะแล้วเอาคดีต่างๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ เนื่องจากการดำเนินการของ คตส.ไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ-นิติธรรมตามหลักสากล

และวันนี้ (15 เม.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณก็ให้สัมภาษณ์หลังทำบุญตักบาตรที่นครวัดนครธมว่า “ก้าวข้ามผมได้แล้ว ให้นึกถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ผมไม่ต้องการนิรโทษกรรม แต่เห็นว่า คสต.ที่มาจากรัฐประหารไม่ชอบธรรม ควรนำคดีต่างๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นสากล”

ฉะนั้น เมื่อไม่นิรโทษกรรมทักษิณก็หมายความว่า ต้องไม่นิรโทษกรรมอภิสิทธิ์ สุเทพ ทั้งทักษิณ และอภิสิทธิ์ สุเทพ ต้องพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมปกติอย่างแฟร์ๆ กันทุกฝ่าย!

นี่คือหนทางการก้าวข้ามทักษิณที่ควรจะเป็น คือต้อง “ยึดหลักการ” เป็นตัวตั้ง เมื่อทุกฝ่ายต่างยืนยันว่ารัฐประหารผิด ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการเอาผิดโดยรัฐประหารย่อมผิดด้วย หนทางที่ถูกก็คือให้ผู้ถูกเอาผิดโดยรัฐประหารได้รับสิทธิพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมปกติ เช่นเดียวกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งฆ่าประชาชนก็ต้องพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมปกติด้วยเช่นกัน

การเสนอให้ก้าวข้ามทักษิณโดยเรียกร้องให้ทักษิณเสียสละอยู่ฝ่ายเดียว หรือให้ทักษิณต้องรับผิดตามกระบวนการเอาผิดโดยรัฐประหารเท่านั้น ย่อมเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ในทางหลักการ ก็ในเมื่อเขาขอใช้สิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติซึ่งเป็นไปตามหลัก “ความเสมอภาคทางกฎหมาย” ฝ่ายที่ปฏิเสธสิทธินี้เอาแต่กล่าวหาว่าคนเสื้อแดงยึดติดตัวบุคคล “เห่อทักษิณ” ทำเพื่อทักษิณคนเดียวต่างหากเล่าที่เป็นฝ่ายที่ “ก้าวไม่ข้ามทักษิณ” เสียที

จะว่าไปแล้ว หากก้าวข้ามตัวบุคคลไปแล้ว “ยึดหลักการเป็นตัวตั้ง” จริงๆ ต้องทำให้สังคม “ก้าวข้ามความกลัว” ด้วย นั่นคือต้องนำคณะผู้ก่อรัฐประหารขึ้นศาลด้วย ต้องเปิดเผย “ความจริงเบื้องหลังรัฐประหาร” ให้สังคมทราบทั้งหมดด้วย

แต่รายงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าก็ระบุว่า “ไม่ควรรื้อฟื้นเอาผิดฝ่ายที่ทำรัฐประหาร” ด้วยข้ออ้างที่ว่าจะเกิดความขัดแย้ง นี่ขนาดรายงานวิจัยออกมาชัดๆ เลยว่าไม่ควรเอาผิดฝ่ายผู้ก่อรัฐประหาร แต่สำหรับทักษิณให้มีทางเลือกในการดำเนินการได้หลายทาง (ซึ่งหนึ่งในหลายทางเลือกนั้นคือให้ คตส.เป็นโมฆะและนำคดีทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ) กระนั้นรายงานนี้ก็ยังถูกโจมตีว่าเป็นเครื่องช่วยทักษิณ แต่ไม่มีใครตั้งคำถามว่ารายงานนี้เป็นเครื่องมือช่วยฝ่ายทำรัฐประหารหรือไม่?

ถ้าบรรดานักวิชาการ นักสันติวิธี บรรดาผู้แสดงบทบาท “เป็นกลาง” ทั้งหลายมองปัญหาด้วยใจเป็นธรรมโดย “ยึดหลักการเป็นตัวตั้ง” อย่างแท้จริงแล้ว ทำไมกับทักษิณจะไม่ยอมให้เขาได้รับสิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหลัก “ความเสมอภาคทางกฎหมาย” เลย กับฝ่ายรัฐประหารก็ไม่ให้เอาผิด และไม่เรียกร้องให้เปิดเผย “ความจริงเบื้องหลังรัฐประหาร” เลย

แล้วเอาแต่ออกมาเรียกร้องให้สังคมก้าวข้ามทักษิณ ให้ทักษิณเสียสละ หลักการหรือความยุติธรรมที่รองรับข้อเรียกร้องเช่นนี้คืออะไร เคยย้อนถามตัวเองบ้างไหมครับว่าข้อเรียกร้องของท่านเองมีเหตุผลรองรับหรือไม่อย่างไร

ยิ่งกว่านั้นบรรดานักวิชาการ นักสันติวิธี บรรดาผู้แสดงบทบาท “เป็นกลาง” ทั้งหลาย เคยตั้งคำถามอย่างจริงจังหรือไม่ว่า “สังคมจะก้าวข้ามความกลัว” ไปได้อย่างไร ในเมื่อเราต้องอยู่ในสภาพยอมจำนนว่ารื้อฟื้นเอาผิดฝ่ายทำรัฐประหารไม่ได้ แม้แต่เปิดเผยความจริงเบื้องหลังรัฐประหารก็ไม่ได้ หรือพูดถึงความจริงของปัญหารัฐประหารให้ครบถ้วนทุกแง่มุมก็ไม่ได้

ที่แย่กว่านั้นคือ การรณรงค์ใดๆ หรือการดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขกฎหมาย และ/หรือปฏิรูประบบอำนาจของบางสถาบันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารอย่างถาวร หรือเพื่อให้เป็น “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ก็ไม่สามารถจะทำได้ ที่พยายามทำๆ กันอยู่ก็ทำกันด้วยความกลัว และเสี่ยงอย่างยิ่ง ซ้ำยังมองไม่เห็นทางว่าจะประสบความสำเร็จทั้งที่ประชาชนจำนวนมากสนับสนุนก็ตาม

“ความกลัวที่ควรก้าวข้าม” นั้นน่ากลัวขนาดไหน ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปหยกๆ ก็แล้วกันว่า ถ้าสึนามิเกิดขึ้นจริงๆ โดยที่ทีวีรู้อยู่แล้วแต่ไม่เสนอข่าวแจ้งเตือนประชาชนโดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนสูงสุดเนื่องจากติดการถ่ายทอดสด “พิธีสำคัญ” ประชาชนจะล้มตายกันมากขนาดไหน แต่นี่โชคดีที่สึนามิไม่เกิด

ทว่าในความโชคดีนั้นก็สะท้อนให้เห็น “ความโชคร้าย” ของสังคมไทยที่จนป่านนี้ยังไม่สามารถจะเรียนรู้จาก “บทเรียน” สำคัญใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีปรีดีถูกใส่ร้าย เหตุการณ์สังหารนักศึกษาประชาชน 6 ตุลา จนถึงพฤษภา 53 เพื่อ “ก้าวข้ามความกลัว”

แล้วสังคมจะเดินต่ออย่างไร ทางก้าวข้ามทักษิณมีอยู่แล้วคือต้อง “ยึดหลักการเป็นตัวตั้ง” ให้เขากลับบ้านและได้รับสิทธิพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมปกติ แต่ทางก้าวข้ามความกลัวล่ะคืออะไร?

ภายใต้เมฆหมอกแห่งความกลัวที่แผ่ปกคลุมไปทั่ว แม้แต่การเดินทางกลับบ้านของทักษิณจะปลอดภัยหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะตอบกันได้ง่ายๆ!

 

Comments

ข้ามให้พ้นทักษิณ ?!? งง

ข้ามให้พ้นทักษิณ ?!? งง หมายฟามว่า กระไร

หรือ หมายความว่า ปัดขี้ฝุ่นเข้าใต้พรม ใช่ไหมจ๊ะ พ่อสุรพศ (อ. ชายขอบ)

ข้ามแล้ว ปัญหามันดันไม่หมด นะซิจ๊ะ

เราก็ต้องยันๆ กันไปอย่างนี้แหละ

เล่นจะเอาฝ่ายเดียว จะปรองดองแบบตะแคงๆ ได้ไง

ก็สู้กันไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีปัญหาอะไร

ตอนนี้ เศรษฐกิจ กับ การเมือง แยกกันแล้ว

พวกมึงปิดถนนกันตรงนี้ กูก็ขับรถไปส่งของทางอื่น

สู้กันอีกสัก 10 ปี ถึงเวลานั้น ทักษิณ ก็เหี่ยวแล้ว

เวลาไม่ได้เข้าข้าง ฝ่ายทักษิณ นะจ๊ะ....อย่าลืม

แช่ม wrote:ข้ามให้พ้นทักษิณ

[quote=แช่ม]ข้ามให้พ้นทักษิณ ?!? งง หมายฟามว่า กระไร

หรือ หมายความว่า ปัดขี้ฝุ่นเข้าใต้พรม ใช่ไหมจ๊ะ พ่อสุรพศ (อ. ชายขอบ)

ข้ามแล้ว ปัญหามันดันไม่หมด นะซิจ๊ะ

เราก็ต้องยันๆ กันไปอย่างนี้แหละ

เล่นจะเอาฝ่ายเดียว จะปรองดองแบบตะแคงๆ ได้ไง

ก็สู้กันไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีปัญหาอะไร

ตอนนี้ เศรษฐกิจ กับ การเมือง แยกกันแล้ว

พวกมึงปิดถนนกันตรงนี้ กูก็ขับรถไปส่งของทางอื่น

สู้กันอีกสัก 10 ปี ถึงเวลานั้น ทักษิณ ก็เหี่ยวแล้ว

เวลาไม่ได้เข้าข้าง ฝ่ายทักษิณ นะจ๊ะ....อย่าลืม[/quote]

มีสมองหรือเปล่าวะ/คับ
ให้ทักษิณได้รับสิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ให้อภิสิทธิ์ สุเทพ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ให้พวกทำ รปห.ขึ้นศาล
และเปิดเผยความจริงเบื้องหลัง รปห.49

คือให้ทั้งสามฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมใน "มาตรฐานเดีนวกัน"
อย่างนี้จะเรียกว่า "เอาฝ่ายเดียว" ยังไงวะ

พวกที่เอาฝ่ายเดียวคือ "ใคร"
ถ้ายังพอมีสมอง
หรือใจไม่มืดบอดจนสูญเสียความเป็นคน
คงพอจะรู้นะ!

แหมนักปรัชญาชายขอบ

แหมนักปรัชญาชายขอบ ถ้าเปิดเผยความจริงขึ้นมาเดี๋ยวเจอตอขึ้นมาหน้าจะหงายเงิบนะครับฮาาาาาาา

อีกฝ่ายหนึ่งไม่กล้าพูดถึงประเ

อีกฝ่ายหนึ่งไม่กล้าพูดถึงประเด็นนี้เพราะตนเองจะได้รับโทษเพราะผิดอย่างมหันต์ ... จะให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียสละ .. เอาอย่างบ้างประเทศดีไหม ....ไม่ต้องนิรโทษกรรม รอให้เวลาผ่านไปสัก 10 -15 ปี
ให้อำนาจใหม่ (อำนาจประชาชน) รื้อฟื้นคดี นำกลุ่มคนที่สั่งฆ่าประชาชนตั้งแต่ 14 ตค.16 จนถึงปัจจุบัน และกลุ่มคนที่ก่อ รัฐประหารมาลงโทษ ...

โห มหามั่วนิ่มไปรึเปล่า

โห มหามั่วนิ่มไปรึเปล่า

งั้นผมขอให้มีการพิจารณาไต่สวนว่า

รัฐบาลทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่

ซึ่งจะต้องใช้เป็น จุดอ้างอิงในการพิจารณาว่า

รัฐประหาร 19 กันยา 49 ผิดหรือไม่

จำได้ใหมเคยถกกันหลายครั้งแล้วว่า รัฐประหารจะอ้างว่าผิดเสมอไปไม่ได้ ไม่งั้นทุกประเทศแทบผิดและไม่ชอบธรรมกันทั้งโลก (ก็ทำรัฐประหารโค่นล้มกันทั้งนั้น) ที่ยอมรับกันคือการรัฐประหารต่อเผด็จการ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม

ดังนั้นจะต้องสรุปรัฐบาลทักษิณว่าเป็นเผด็จการหรือไม่ก่อน จะมาตัดตอนเอาแค่คดีส่วนตัวของคุณทักษิณ ฝ่ายอื่นๆเขาคงไม่ยอม

ผมว่า นักปรัชญาฯ ใช้นิสัยประชาธิปัตย์ได้เก่ง เนียนๆเลยนะ

...ต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่ากลุ่ม

...ต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่ากลุ่มของพวกตนกระทำถูกต้อง ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า เป็นการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง..
...ฝ่ายอำนาจเดิมซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีอำนาจซ้อนอำนาจ ก็ว่าพวกตนทำถูกต้องที่ต้องปฏิวัติรัฐประหาร..และกล่าวหาฝ่ายที่ถูกรัฐประหารเป็นฝ่ายผิด ซึ่งก็เป็นวาทะกรรมที่กล่าวอ้างมาตลอด การปฏิวัติรัฐประหารครั้งล่าสุดนี้ ฝ่ายถูกกระทำ เขามีศักยภาพในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในการบริหาร มีกำลังเงิน กำลังทรัพย์ สติปัญญา มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจ นักวิชาการรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้าให้การสนับสนุน โดยเฉพพาะอย่างยิ่งประชาชนที่ได้รับอานิสงฆ์จากการบริหารประเทศ
....ดังนั้นการรัฐประหารในครั้งนี้จึงไม่ยุติเหมือนกับท่กครั้งที่ผ่านมา เพราะไปยึดทรัพย์ การใช้ระบบยุติธรรมที่ไม่ปกติ การแต่งตั้งกลุ่มคนที่เป็นปรปักษ์มาดำเนินการเอาโทษกับเขา การยุบพรรคเพื่อที่จะให้สูญพันธ์ที่ขัดต่อสายตาต่อคนทั่วไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นเหตุให้ประชาชนเห็นใจผู้ถูกรังแก ถ้าอำนาจเดิมฉลาดมากหน่อย ไม่กระทำในสิ่งที่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่ดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่มีมาตรฐาน เมตตาธรรม ก็จะได้รับแรงสนับสนุน และคงไม่เกิดเหตุการณ์แตกแยกยากที่จะประสานรอยร้าวให้คืนสู่ปกติได้ดังปัจจุบันนี้..

เห็นใครบางคนบอกว่ารัฐประหารเป

เห็นใครบางคนบอกว่ารัฐประหารเป็นความชอบธรรม
มันเป็นความชอบธรรมยังไง(วะ)...เดี๋ยวฟ้องครูอังคณาเลย

รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแท้ๆมันบอกว่าเป็นเผด็จการ
หาว่าซื้อเสียง...จริงๆแล้วมันก็มีซื้อเสียงกันทุกพรรค
หาว่าประชานิยม...พอมันได้เป็นรัฐบาลมันกลับทำประชานิยมมากกว่า
มันแจกคนละสองพัน...มันคงคิดว่าคนจนๆคงซื้อเสียงได้ด้วยสองพันมั้ง...ปัญญาอ่อน!

มันเอารถถังมายึดอำนาจ...มันบอกไม่เป็นเผด็จการ...งี่เง่าชะมัด
มันตั้งหน่วยงานพิเศษมาตั้งหน้าตั้งตาขุดคุ้ยความผิดของคนๆเดียว
ถ้าใครตั้งหน่วยงานพิเศษมาขุดคุ้ยความผิดของพวกมันมั่ง...คงไม่ได้แค่คดีเดียวแน่ๆ
มันตั้งคณะตัดสินคดีขึ้นมาใหม่ แล้วตัดสินไม่ให้เล่นการเมืองห้าปีเอาความผิดย้อนหลัง...ทุเรศ!
อะไรๆ...ก็ไม่เผด็จการ...โคตรงี่เง่า(วะ)...หรือว่ามันบ้า(วะ)...ยิ่งร้อนๆอยู่...เดี๋ยวจับฉีดวัคซีนเลย

นักปรัชญาชายขอบ wrote:แช่ม

[quote=นักปรัชญาชายขอบ][quote=แช่ม]ข้ามให้พ้นทักษิณ ?!? งง หมายฟามว่า กระไร

หรือ หมายความว่า ปัดขี้ฝุ่นเข้าใต้พรม ใช่ไหมจ๊ะ พ่อสุรพศ (อ. ชายขอบ)

ข้ามแล้ว ปัญหามันดันไม่หมด นะซิจ๊ะ

เราก็ต้องยันๆ กันไปอย่างนี้แหละ

เล่นจะเอาฝ่ายเดียว จะปรองดองแบบตะแคงๆ ได้ไง

ก็สู้กันไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีปัญหาอะไร

ตอนนี้ เศรษฐกิจ กับ การเมือง แยกกันแล้ว

พวกมึงปิดถนนกันตรงนี้ กูก็ขับรถไปส่งของทางอื่น

สู้กันอีกสัก 10 ปี ถึงเวลานั้น ทักษิณ ก็เหี่ยวแล้ว

เวลาไม่ได้เข้าข้าง ฝ่ายทักษิณ นะจ๊ะ....อย่าลืม[/quote]

มีสมองหรือเปล่าวะ/คับ
ให้ทักษิณได้รับสิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ให้อภิสิทธิ์ สุเทพ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ให้พวกทำ รปห.ขึ้นศาล
และเปิดเผยความจริงเบื้องหลัง รปห.49

คือให้ทั้งสามฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมใน "มาตรฐานเดีนวกัน"
อย่างนี้จะเรียกว่า "เอาฝ่ายเดียว" ยังไงวะ

พวกที่เอาฝ่ายเดียวคือ "ใคร"
ถ้ายังพอมีสมอง
หรือใจไม่มืดบอดจนสูญเสียความเป็นคน
คงพอจะรู้นะ![/quote]

โทดที..อาจานชายขอบ

ผมอ่านแต่ชื่อบทความ ไม่ได้อ่านเนื้อหา (ขออภัย)

ที่วิจารณ์ไป ก็วิจารณ์รัฐบาล อ่ะคับ

แต่ท่านอาจาน อย่ามัวด่า ปชป. เพลินนะครับ

รัฐบาลประชาธิปไตยของท่าน เริ่มออกทะเลแล้ว

ท่านอาจานด่าด้วยนะ คับ

หมายเหตุ

อาจานพูดถึง เรื่องสมอง เรื่องโง่ บ่อยจังนะ คับ

ตามหลักจิตวิดยา เขาว่า คนพูดกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่

อาจานมีปัญหา เรื่องสมอง หรือ เรื่องโง่ หรือเปล่า คับ

อิ อิ

ประเทศชาติ

ประเทศชาติ จะรุ่งเรืองก็เพราะมีรัฐประหาร เร็วๆเข้ารีบๆทำกันหน่อยเร๊ว อยากเห็นประเทศนี้เจริญ(ฮวบๆ)กว่านี้หวะ

รบกวน ชายขอบออกเคมเปญ

รบกวน ชายขอบออกเคมเปญ หรือคคิดำเท่ๆ
รณรงค์ให้ทักษิณตอบรับอภิสิทธิ์เรื่อง 2 ต่อ 1 หน่อยสิ
น่าจะมีประโยชน์กว่าบทความแอ้บทักษิณแบบนี้

นวนคร wrote:โห

[quote=นวนคร]โห มหามั่วนิ่มไปรึเปล่า

งั้นผมขอให้มีการพิจารณาไต่สวนว่า

รัฐบาลทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่

ซึ่งจะต้องใช้เป็น จุดอ้างอิงในการพิจารณาว่า

รัฐประหาร 19 กันยา 49 ผิดหรือไม่

จำได้ใหมเคยถกกันหลายครั้งแล้วว่า รัฐประหารจะอ้างว่าผิดเสมอไปไม่ได้ ไม่งั้นทุกประเทศแทบผิดและไม่ชอบธรรมกันทั้งโลก (ก็ทำรัฐประหารโค่นล้มกันทั้งนั้น) ที่ยอมรับกันคือการรัฐประหารต่อเผด็จการ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม

ดังนั้นจะต้องสรุปรัฐบาลทักษิณว่าเป็นเผด็จการหรือไม่ก่อน จะมาตัดตอนเอาแค่คดีส่วนตัวของคุณทักษิณ ฝ่ายอื่นๆเขาคงไม่ยอม

ผมว่า นักปรัชญาฯ ใช้นิสัยประชาธิปัตย์ได้เก่ง เนียนๆเลยนะ[/quote]

ปฏิวัติล้มระบอบเผด็จการ เช่น ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ผิด และอารยประเทศที่ปฏิวัติล้มระบอบเปด็จการไปแล้วเขาก็ไม่ทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยอีก มีแต่ประเทศนี้แหละทำบ่อยที่สุดในโลก

ทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่? ตัดสินได้ง่ายๆ เช่น
วิจารณ์ได้ไหม ตรวจสอบได้ไหม ด่าได้ไหม สั่งทหารเอารถถังออกมาเอาปืนมายิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านหรือไม่

ถ้าทักษิณแตะไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ให้ยกยอปอปั้นได้อย่างเดียวผ่านสื่อ ผ่านระบบการศึกษาที่เชิดชู "คุณวิเศษ" ยัดเยียดความคิดของตนเองให้ประชาชนเหมือนผู้นำเกาหลีเหนือ (เป็นต้น) ก็ตัดสินได้เลยว่าทักษิณเป็นเผด็จการแน่ๆ

ว่าแต่ประชาธิปไตยของคุณคืออะไรล่ะ?
คือระบอบการปกครองที่ให้ "สิทธิธรรม" สูงสุดแก่อำนาจนอกระบบทำรัฐประหารแก้ "ข้อกล่าวหา" เรื่องคอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา ล้มสถาบันฯลฯ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองเลยใช่ไหม? ต้องไม่ให้โอกาสคนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม?

ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจนอกระบบเนี่ยนะที่คุณต้องการ "ยัดเยียด" ให้คนส่วนใหญ่เขายอมรับ

ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะคุณจะทำยังไง การเลือกตั้งทุกครั้งหลังรัฐประหาร 19 กันยา ก็พิสูจน์แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประชาธิปไตยแบบคุณ แล้วไงคุณจะอ้าง "ข้อกล่าวหา" เผด็จการเสียงส่วนใหญ่ เผด็จการรัฐสภาเพื่อทำรัฐประหารอีกงั้นหรือ?

ประชาธิปไตยอะไรกัน มีที่ไหนในโลกที่ต้องบังคับให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ "อำนาจนอกระบบ" เหนือ "อำนาจประชาชน!"

ผมว่าคุณไร้ความสามารถในการ "คิดเชิงหลักการ" แน่ๆ!!

นักปรัชญาชายขอบ wrote:นวนคร

[quote=นักปรัชญาชายขอบ][quote=นวนคร]โห มหามั่วนิ่มไปรึเปล่า

งั้นผมขอให้มีการพิจารณาไต่สวนว่า

รัฐบาลทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่

ซึ่งจะต้องใช้เป็น จุดอ้างอิงในการพิจารณาว่า

รัฐประหาร 19 กันยา 49 ผิดหรือไม่

จำได้ใหมเคยถกกันหลายครั้งแล้วว่า รัฐประหารจะอ้างว่าผิดเสมอไปไม่ได้ ไม่งั้นทุกประเทศแทบผิดและไม่ชอบธรรมกันทั้งโลก (ก็ทำรัฐประหารโค่นล้มกันทั้งนั้น) ที่ยอมรับกันคือการรัฐประหารต่อเผด็จการ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม

ดังนั้นจะต้องสรุปรัฐบาลทักษิณว่าเป็นเผด็จการหรือไม่ก่อน จะมาตัดตอนเอาแค่คดีส่วนตัวของคุณทักษิณ ฝ่ายอื่นๆเขาคงไม่ยอม

ผมว่า นักปรัชญาฯ ใช้นิสัยประชาธิปัตย์ได้เก่ง เนียนๆเลยนะ[/quote]

ปฏิวัติล้มระบอบเผด็จการ เช่น ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ผิด และอารยประเทศที่ปฏิวัติล้มระบอบเปด็จการไปแล้วเขาก็ไม่ทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยอีก มีแต่ประเทศนี้แหละทำบ่อยที่สุดในโลก

ทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่? ตัดสินได้ง่ายๆ เช่น
วิจารณ์ได้ไหม ตรวจสอบได้ไหม ด่าได้ไหม สั่งทหารเอารถถังออกมาเอาปืนมายิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านหรือไม่

ถ้าทักษิณแตะไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ให้ยกยอปอปั้นได้อย่างเดียวผ่านสื่อ ผ่านระบบการศึกษาที่เชิดชู "คุณวิเศษ" ยัดเยียดความคิดของตนเองให้ประชาชนเหมือนผู้นำเกาหลีเหนือ (เป็นต้น) ก็ตัดสินได้เลยว่าทักษิณเป็นเผด็จการแน่ๆ

ว่าแต่ประชาธิปไตยของคุณคืออะไรล่ะ?
คือระบอบการปกครองที่ให้ "สิทธิธรรม" สูงสุดแก่อำนาจนอกระบบทำรัฐประหารแก้ "ข้อกล่าวหา" เรื่องคอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา ล้มสถาบันฯลฯ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองเลยใช่ไหม? ต้องไม่ให้โอกาสคนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม?

ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจนอกระบบเนี่ยนะที่คุณต้องการ "ยัดเยียด" ให้คนส่วนใหญ่เขายอมรับ

ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะคุณจะทำยังไง การเลือกตั้งทุกครั้งหลังรัฐประหาร 19 กันยา ก็พิสูจน์แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประชาธิปไตยแบบคุณ แล้วไงคุณจะอ้าง "ข้อกล่าวหา" เผด็จการเสียงส่วนใหญ่ เผด็จการรัฐสภาเพื่อทำรัฐประหารอีกงั้นหรือ?

ประชาธิปไตยอะไรกัน มีที่ไหนในโลกที่ต้องบังคับให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ "อำนาจนอกระบบ" เหนือ "อำนาจประชาชน!"

ผมว่าคุณไร้ความสามารถในการ "คิดเชิงหลักการ" แน่ๆ!![/quote]

อาจารย์อย่าไปสอน คุณ นวนครเลยครับ คนๆนี้เป็นพวกน้ำเต็มแก้วบัวที่ไม่ยอมพ้นโคลนตม
แค่หลักวิธีการคิดแบบมองอย่างมีเหตุมีผลแกยังคิดไม่ได้อะไรก่อนอะไรหลังแกยังไม่รู้เลย เขาเรียกพวกดันทุรังสูงใช้เหตุผลไม่เป็นขอให้ได้เถียงเป็นพอ เอาเหตุเอาผลไปคุยกับแกไม่ได้หรอกเพราะแกเป้นคนที่มีปัญหาทางความคิด แกถึงชอบพวกที่ดีแต่พูดดมตูดอำมาตย์

ประเทศไทย รัฐประหารกันบ่อยๆ

ประเทศไทย รัฐประหารกันบ่อยๆ ก็เพราะมันมีนักกฎหมายคอยช่วยเหลือแก้ต่างให้ สร้างวาทะกรรมแปลกปลอมว่าชอบด้วยกฎหมาย มันเลยไม่กลัวทำรัฐประหารกันตามสบาย ไม่ช้าก็จะมีการนิรโทษกรรมให้กัน
ไม่เคยมีการเปิดเผยให้สังคมรู้กันจริงๆว่าเบื้องหลังการรัฐประหารแต่ละครั้งมีไอ้โม้งตัวใดให้การสนับสนุน
เมี่อใครได้รู้แล้วจะหนาวยิ่งกว่าอยู่ขั้วโลกเหนือ บอกให้นะประเทศไทยไม่ต่างอะไรกับเกาหลีเหนือที่บูชาตัวบุคคลเหมือนเทวดา ผู้นำประเทศตายทุกคนต้องร้องไห้ คนไทยที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้ผมว่าเราบูชาตัวบุคลลกันเกินกว่าที่ควรจะเป็น ไม่เชื่อก็ลองแตะดูสิ.

นักปรัชญาชายขอบ wrote:นวนคร

[quote=นักปรัชญาชายขอบ][quote=นวนคร]โห มหามั่วนิ่มไปรึเปล่า

งั้นผมขอให้มีการพิจารณาไต่สวนว่า

รัฐบาลทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่

ซึ่งจะต้องใช้เป็น จุดอ้างอิงในการพิจารณาว่า

รัฐประหาร 19 กันยา 49 ผิดหรือไม่

จำได้ใหมเคยถกกันหลายครั้งแล้วว่า รัฐประหารจะอ้างว่าผิดเสมอไปไม่ได้ ไม่งั้นทุกประเทศแทบผิดและไม่ชอบธรรมกันทั้งโลก (ก็ทำรัฐประหารโค่นล้มกันทั้งนั้น) ที่ยอมรับกันคือการรัฐประหารต่อเผด็จการ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม

ดังนั้นจะต้องสรุปรัฐบาลทักษิณว่าเป็นเผด็จการหรือไม่ก่อน จะมาตัดตอนเอาแค่คดีส่วนตัวของคุณทักษิณ ฝ่ายอื่นๆเขาคงไม่ยอม

ผมว่า นักปรัชญาฯ ใช้นิสัยประชาธิปัตย์ได้เก่ง เนียนๆเลยนะ[/quote]

ปฏิวัติล้มระบอบเผด็จการ เช่น ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ผิด และอารยประเทศที่ปฏิวัติล้มระบอบเปด็จการไปแล้วเขาก็ไม่ทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยอีก มีแต่ประเทศนี้แหละทำบ่อยที่สุดในโลก

ทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่? ตัดสินได้ง่ายๆ เช่น
วิจารณ์ได้ไหม ตรวจสอบได้ไหม ด่าได้ไหม สั่งทหารเอารถถังออกมาเอาปืนมายิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านหรือไม่

ถ้าทักษิณแตะไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ให้ยกยอปอปั้นได้อย่างเดียวผ่านสื่อ ผ่านระบบการศึกษาที่เชิดชู "คุณวิเศษ" ยัดเยียดความคิดของตนเองให้ประชาชนเหมือนผู้นำเกาหลีเหนือ (เป็นต้น) ก็ตัดสินได้เลยว่าทักษิณเป็นเผด็จการแน่ๆ

ว่าแต่ประชาธิปไตยของคุณคืออะไรล่ะ?
คือระบอบการปกครองที่ให้ "สิทธิธรรม" สูงสุดแก่อำนาจนอกระบบทำรัฐประหารแก้ "ข้อกล่าวหา" เรื่องคอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา ล้มสถาบันฯลฯ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองเลยใช่ไหม? ต้องไม่ให้โอกาสคนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม?

ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจนอกระบบเนี่ยนะที่คุณต้องการ "ยัดเยียด" ให้คนส่วนใหญ่เขายอมรับ

ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะคุณจะทำยังไง การเลือกตั้งทุกครั้งหลังรัฐประหาร 19 กันยา ก็พิสูจน์แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประชาธิปไตยแบบคุณ แล้วไงคุณจะอ้าง "ข้อกล่าวหา" เผด็จการเสียงส่วนใหญ่ เผด็จการรัฐสภาเพื่อทำรัฐประหารอีกงั้นหรือ?

ประชาธิปไตยอะไรกัน มีที่ไหนในโลกที่ต้องบังคับให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ "อำนาจนอกระบบ" เหนือ "อำนาจประชาชน!"

ผมว่าคุณไร้ความสามารถในการ "คิดเชิงหลักการ" แน่ๆ!![/quote]

ถูกใจจัง!!!!

อยากมีโอกาสเห็นคนไทยเป็นปกติเหมือนคนชาติอื่น มองกลับมาจากข้างนอก เห็นความบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนที่เกิดผลจากอำนาจนอกระบบที่ครอบงำอยู่ในสังคมวัฒนธรรมไทย(ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ)มากมายมหาศาลจริงๆ ดีใจที่ตอนนี้เกิดการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ นั่นหมายถึงการเริ่มคิดแตกต่าง

นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นักปรัชญาชายขอบ]

ปฏิวัติล้มระบอบเผด็จการ เช่น ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ผิด และอารยประเทศที่ปฏิวัติล้มระบอบเปด็จการไปแล้วเขาก็ไม่ทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยอีก มีแต่ประเทศนี้แหละทำบ่อยที่สุดในโลก

ทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่? ตัดสินได้ง่ายๆ เช่น
วิจารณ์ได้ไหม ตรวจสอบได้ไหม ด่าได้ไหม สั่งทหารเอารถถังออกมาเอาปืนมายิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านหรือไม่

ถ้าทักษิณแตะไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ให้ยกยอปอปั้นได้อย่างเดียวผ่านสื่อ ผ่านระบบการศึกษาที่เชิดชู "คุณวิเศษ" ยัดเยียดความคิดของตนเองให้ประชาชนเหมือนผู้นำเกาหลีเหนือ (เป็นต้น) ก็ตัดสินได้เลยว่าทักษิณเป็นเผด็จการแน่ๆ

ว่าแต่ประชาธิปไตยของคุณคืออะไรล่ะ?
คือระบอบการปกครองที่ให้ "สิทธิธรรม" สูงสุดแก่อำนาจนอกระบบทำรัฐประหารแก้ "ข้อกล่าวหา" เรื่องคอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา ล้มสถาบันฯลฯ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองเลยใช่ไหม? ต้องไม่ให้โอกาสคนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม?

ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจนอกระบบเนี่ยนะที่คุณต้องการ "ยัดเยียด" ให้คนส่วนใหญ่เขายอมรับ

ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะคุณจะทำยังไง การเลือกตั้งทุกครั้งหลังรัฐประหาร 19 กันยา ก็พิสูจน์แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประชาธิปไตยแบบคุณ แล้วไงคุณจะอ้าง "ข้อกล่าวหา" เผด็จการเสียงส่วนใหญ่ เผด็จการรัฐสภาเพื่อทำรัฐประหารอีกงั้นหรือ?

ประชาธิปไตยอะไรกัน มีที่ไหนในโลกที่ต้องบังคับให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ "อำนาจนอกระบบ" เหนือ "อำนาจประชาชน!"

ผมว่าคุณไร้ความสามารถในการ "คิดเชิงหลักการ" แน่ๆ!![/quote]

เอะอะก็หลักการ ผมขอตรวจสอบหลักการคุณ แค่นี้คุณก็ตอบให้พอใจสิครับ หลักการที่คุณยึดถือ มันเป็นหลักการลอยอยู่ในอากาศ
สำหรับผม หลักการตั้งขึ้นได้ทำลายได้ ปรับได้ และอยู่ร่วมกับหลักการอื่นๆของสังคมได้ ขึ้นกับพลวัตทางสังคม สิ่งที่คุณทำมันก็แค่พยายามสร้าง primacy of principles (ขออนุญาตภาษาฝรั่ง) ให้กับหลักการๆเดียว แต่สังคมซับซ้อนกว่านั้น มีหลักการหลากหลายมาก

ผมอาจจะไม่ชำนาญหลักการเท่าคุณ ผมก็พยายามศึกษาอยู่ ตอนนี้ผม ใช้
เกณฑ์ตรวจสอบคุณภาพของหลักการ 4-5 ด้าน
1. Understandability (เข้าใจได้ง่าย เช่น เข้าใจว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตย เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว)
2. Robustness (ความทนทานต่อสภาวะการล่อแหลม พลิกผันของสังคม เช่นประเทศที่คนส่วนใหญ่อ้างรักประชาธิปไตยแต่พอมีคนทำรัฐประหารเงียบเป็นเป่าสากทั้งประเทศผ่านไปอีก 4-5ปีค่อยมาคุยว่าตัวเองต้านรัฐประหาร ไม่เอารัฐประหารงั้นงี้โง้น ทุเรศ)
3. Completeness (ความครอบคลุมทุกสถานการณ์ เช่น การพยายามครอบคลุมสถานการณ์วิจารณ์เจ้า)
4. Consistency (อยู่ร่วมและสร้างสมดุลย์กับหลักการอื่นๆของสังคมได้ เพราะการตีความแบบเคร่งในหลักการหนึ่งหมายถึงการต้องตีความแบบหลวมๆกับหลักการอื่นๆของสังคม)
5. Stability (ปรับแต่งเพิ่มเติม ลบทิ้งบางส่วนได้ เพื่อยืนหยัดอย่างมีเสถียรภาพต่อกระแสพลวัตสังคมได้)

สำหรับผมทุกคนจึงมีหลักการยึดถือหลักการหมดแต่ดีกรีอ่อนแก่และจุดเน้นไม่เท่ากัน ก็เท่านั้น ส่วนคุณและพวกจะสุดโต่งเอาแค่ด้านเดียว แค่วิจารณ์เจ้าไม่ได้ ก็ถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยมันก็เรื่องของคุณ

ถกหลักการนิดหนึ่ง

ที่คุณตอบผมมา มีถกกันหลายรอบในแวดวงวิชาการ รัฐบาลทักษิณมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่จะเป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถอ้างความชอบธรรมทางประชาธิปไตยแล้วมีพฤติกรรมเป็นเผด็จการได้

สิ่งที่คุณตอบผมมาจึงถือแค่ "มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย = เป็นประชาธิปไตย" มันอาจจะเพียงพอสำหรับพวกคุณแต่ไม่พอสำหรับผม ถกกันไปถกกันมามันก็มาลงที่ตัวอย่าง "ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง"

แล้วที่สำคัญทำไมถึงต้องยัดเยียดว่าผมเห็นด้วยกับ "อำนาจนอกระบบ" ตามความเห็นของคุณ

เรื่องหลักการ สำคัญต่อทั้งสังคม คุณใช้เกณฑ์ง่ายๆแค่ "ด่าได้" นี่นะ คิดน้อยไปหรือเปล่า
เวลาพวกคุณด่าพวกยึดหลัก "คนดีมีศีลธรรม" พวกคุณอ้างข้อเท็จจริงทางการปฏิบัติว่าไม่สามารถเป็นจริงได้ แต่พอถึงเวลาถก "หลักการประชาธิปไตย" บ้างอ้างให้ยึดแต่หลักการในอากาศ ในความคิด ทุเรศไปใหมครับ

ในสายตาผมความวิเศษของประชาธิปไตย คือมันให้ดอกให้ผลที่หลากหลายเพียงพอสำหรับทุกคนในสังคม นั่นหมายถึงว่า มันสามารถให้ดอกผลที่ไม่พึงประสงค์อย่างเช่นเผด็จการได้เช่นกัน ดังนั้นจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดดอกผลที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น

ผมขออภัยที่ไม่สามารถรับได้ว่า ประชาธิปไตยคือความสัมบูรณ์ ดอกผลของมันจะต้องเป็นประชาธิปไตยตามไปด้วยทุกสิ่งอย่าง เพราะมีความเห็นอย่างนี้ผมจึงเห็นว่า

"รัฐบาลทักษิณควรที่จะถูกประเมินความเป็นเผด็จการจากทั้งสังคมด้วย" ก่อนที่จะประเมิน "รัฐประหาร" การใช้เกณฑ์ "ด่าได้" ของคุณก็เป็นส่วนหนึ่ง

อีกประเด็น เรื่องวิจารณ์

ด่าทักษิณได้แล้วไงครับ ใครส่งคนไปตื้บพวกเสื้อเหลือง ที่สวนลุมฯ ล่ะ
ใครส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ อย่าง โอ๋ สืบ 6 ไปก่อกวน การชุมนุมประท้วง
ใครเอาระเบิดปิงปองไปปาข่มขู่ม๊อบพันธมิตรที่สนามหลวงช่วงแรกๆ นี่เหรอครับด่าได้
แล้วใครละครับบอกให้ประกาศชุมนุมเสื้อแดง วันที่ 20 กันยายน 49 ตัดหน้าพันธมิตร 21 กันยายน หวังให้ม๊อบชนม๊อบ จนทหารชิงลงมือ 19 กันยายน
พวกพันธมิตรฯ ชุมนุมกันตลอดปลายปี48 ถึงกลางปี 49 รวมเกือบปีไม่เห็นเดือดร้อนใคร ปล่อยชุมนุมไปสิเดี๋ยวก็หมดแรงเลิกไปเองเหมือนที่ผ่านๆมา ทำไมต้องจัดม๊อบมาชนกันด้วย

อีแบบของคุณนี่ผมเรียกประชาธิปไตยแบบรวันดา คุณด่าประธานาธิบดีที่เป็นเชื้อสายฮูตูได้ ไม่มีปัญหา แต่พวกฮูตูไล่ฆ่าคุณ ประธานาธิบดีบอกกูไม่รู้เรื่อง มึงด่ากูได้ กูเป็นประชาธิปไตย พวกมึงมีเรื่องกันก็ไปฟ้องร้องกันเอง ว่างั้น ชอบแบบนี้ก็ไม่บอกตรงๆ

ประเด็นอำนาจนอกระบบ
ผมไม่เชื่อเรื่องนี้ พวกคุณพยายามโจมตี สถาบันทางวัฒนธรรม ไม่ว่ากษัตริย์ หรือศาสนา เพราะมีสมุติฐานในใจว่า สถาบันทางวัฒนธรรมเหล่านี้พยายามเข้าแทรกแซงการเมืองเสมอ แต่ผมแค่เห็นต่าง ผมยอมรับว่าภาวะผู้นำที่สูงของสถาบันกษัตริย์ หรือศาสนา สามารถแปรเป็นพลังขับเคลื่อนทางการเมืองได้ แต่ผมถือว่าเป็นพลังสร้างพลวัตของสังคม ผมไม่เชื่อว่ายุคนี้สมัยนี้ กษัตริย์ หรือพระ จะต้องการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แต่พวกเขาเป็นแหล่งพลังทางสังคมที่สถาบันทางการเมืองจะต้องบริหารจัดการสร้างสมดุลย์ให้กับทั้งสังคม ผมไม่เห็นเหตุผลที่ทุกสถาบันทางสังคมในสังคมหนึ่งๆจะต้องยอมศิโรราบเป็นทาสรับใช้ต่อสถาบันการเมือง เพียงเพราะมีความชอบธรรมจากการลงคะแนนของเสียงส่วนใหญ่

ผมเชื่อว่าถ้าถอดสลักไม่ได้ รอบต่อไป ถัดจาก รัฐแดงปะทะมวลชนเหลือง และ รัฐเหลืองปะทะมวลชนแดง ก็คือ มวลชนเหลืองปะทะมวลชนแดง ตรงๆ
ทำไงได้ล่ะ

ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที

ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่เป็นหลักสากลคืออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้นจึงมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร เพื่อให้ผู้แทนราษฎรไปใช้อำนาจแทนประชาชน ภายใต้กติกาที่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล ในระบบ แต่การรัฐประหารคือการยึดอำนาจของรัฐบาลโดยไม่ชอบ จะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากรัฐบาลทำผิด ผู้แทนราษฎรทำผิด ก็ต้องทำเดินการตามกติกาที่่กำหนดไว้ ดังนั้นสมัยรัฐบาลทักษิณ หากทักษิณทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามกลไกที่มีอยู่ จะไปทำรัฐประหารทำไม แล้วทำไมจะต้องส่งเสริมให้มีการทำรัฐประหาร การทำรัฐประหารเป็นการชอบใช้อำนาจในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ ต่างกับโจรผู้ร้ายที่จี้ปล้นตรงไหน เป็นต้นแบบในการส่งเสริมให้แก้ไขปัญหาโดยความรุนแรงหรือไม่ หากเด็กได้รับการสั่งสอนว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งที่ดี จะส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในบุคลิกแบบไหน ฯลฯ

นวนคร wrote:นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นวนคร][quote=นักปรัชญาชายขอบ]

ปฏิวัติล้มระบอบเผด็จการ เช่น ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ผิด และอารยประเทศที่ปฏิวัติล้มระบอบเปด็จการไปแล้วเขาก็ไม่ทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยอีก มีแต่ประเทศนี้แหละทำบ่อยที่สุดในโลก

ทักษิณเป็นเผด็จการหรือไม่? ตัดสินได้ง่ายๆ เช่น
วิจารณ์ได้ไหม ตรวจสอบได้ไหม ด่าได้ไหม สั่งทหารเอารถถังออกมาเอาปืนมายิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านหรือไม่

ถ้าทักษิณแตะไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ให้ยกยอปอปั้นได้อย่างเดียวผ่านสื่อ ผ่านระบบการศึกษาที่เชิดชู "คุณวิเศษ" ยัดเยียดความคิดของตนเองให้ประชาชนเหมือนผู้นำเกาหลีเหนือ (เป็นต้น) ก็ตัดสินได้เลยว่าทักษิณเป็นเผด็จการแน่ๆ

ว่าแต่ประชาธิปไตยของคุณคืออะไรล่ะ?
คือระบอบการปกครองที่ให้ "สิทธิธรรม" สูงสุดแก่อำนาจนอกระบบทำรัฐประหารแก้ "ข้อกล่าวหา" เรื่องคอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา ล้มสถาบันฯลฯ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองเลยใช่ไหม? ต้องไม่ให้โอกาสคนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม?

ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจนอกระบบเนี่ยนะที่คุณต้องการ "ยัดเยียด" ให้คนส่วนใหญ่เขายอมรับ

ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะคุณจะทำยังไง การเลือกตั้งทุกครั้งหลังรัฐประหาร 19 กันยา ก็พิสูจน์แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประชาธิปไตยแบบคุณ แล้วไงคุณจะอ้าง "ข้อกล่าวหา" เผด็จการเสียงส่วนใหญ่ เผด็จการรัฐสภาเพื่อทำรัฐประหารอีกงั้นหรือ?

ประชาธิปไตยอะไรกัน มีที่ไหนในโลกที่ต้องบังคับให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ "อำนาจนอกระบบ" เหนือ "อำนาจประชาชน!"

ผมว่าคุณไร้ความสามารถในการ "คิดเชิงหลักการ" แน่ๆ!![/quote]

เอะอะก็หลักการ ผมขอตรวจสอบหลักการคุณ แค่นี้คุณก็ตอบให้พอใจสิครับ หลักการที่คุณยึดถือ มันเป็นหลักการลอยอยู่ในอากาศ
สำหรับผม หลักการตั้งขึ้นได้ทำลายได้ ปรับได้ และอยู่ร่วมกับหลักการอื่นๆของสังคมได้ ขึ้นกับพลวัตทางสังคม สิ่งที่คุณทำมันก็แค่พยายามสร้าง primacy of principles (ขออนุญาตภาษาฝรั่ง) ให้กับหลักการๆเดียว แต่สังคมซับซ้อนกว่านั้น มีหลักการหลากหลายมาก

ผมอาจจะไม่ชำนาญหลักการเท่าคุณ ผมก็พยายามศึกษาอยู่ ตอนนี้ผม ใช้
เกณฑ์ตรวจสอบคุณภาพของหลักการ 4-5 ด้าน
1. Understandability (เข้าใจได้ง่าย เช่น เข้าใจว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตย เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว)
2. Robustness (ความทนทานต่อสภาวะการล่อแหลม พลิกผันของสังคม เช่นประเทศที่คนส่วนใหญ่อ้างรักประชาธิปไตยแต่พอมีคนทำรัฐประหารเงียบเป็นเป่าสากทั้งประเทศผ่านไปอีก 4-5ปีค่อยมาคุยว่าตัวเองต้านรัฐประหาร ไม่เอารัฐประหารงั้นงี้โง้น ทุเรศ)
3. Completeness (ความครอบคลุมทุกสถานการณ์ เช่น การพยายามครอบคลุมสถานการณ์วิจารณ์เจ้า)
4. Consistency (อยู่ร่วมและสร้างสมดุลย์กับหลักการอื่นๆของสังคมได้ เพราะการตีความแบบเคร่งในหลักการหนึ่งหมายถึงการต้องตีความแบบหลวมๆกับหลักการอื่นๆของสังคม)
5. Stability (ปรับแต่งเพิ่มเติม ลบทิ้งบางส่วนได้ เพื่อยืนหยัดอย่างมีเสถียรภาพต่อกระแสพลวัตสังคมได้)

สำหรับผมทุกคนจึงมีหลักการยึดถือหลักการหมดแต่ดีกรีอ่อนแก่และจุดเน้นไม่เท่ากัน ก็เท่านั้น ส่วนคุณและพวกจะสุดโต่งเอาแค่ด้านเดียว แค่วิจารณ์เจ้าไม่ได้ ก็ถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยมันก็เรื่องของคุณ

ถกหลักการนิดหนึ่ง

ที่คุณตอบผมมา มีถกกันหลายรอบในแวดวงวิชาการ รัฐบาลทักษิณมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่จะเป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถอ้างความชอบธรรมทางประชาธิปไตยแล้วมีพฤติกรรมเป็นเผด็จการได้

สิ่งที่คุณตอบผมมาจึงถือแค่ "มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย = เป็นประชาธิปไตย" มันอาจจะเพียงพอสำหรับพวกคุณแต่ไม่พอสำหรับผม ถกกันไปถกกันมามันก็มาลงที่ตัวอย่าง "ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง"

แล้วที่สำคัญทำไมถึงต้องยัดเยียดว่าผมเห็นด้วยกับ "อำนาจนอกระบบ" ตามความเห็นของคุณ

เรื่องหลักการ สำคัญต่อทั้งสังคม คุณใช้เกณฑ์ง่ายๆแค่ "ด่าได้" นี่นะ คิดน้อยไปหรือเปล่า
เวลาพวกคุณด่าพวกยึดหลัก "คนดีมีศีลธรรม" พวกคุณอ้างข้อเท็จจริงทางการปฏิบัติว่าไม่สามารถเป็นจริงได้ แต่พอถึงเวลาถก "หลักการประชาธิปไตย" บ้างอ้างให้ยึดแต่หลักการในอากาศ ในความคิด ทุเรศไปใหมครับ

ในสายตาผมความวิเศษของประชาธิปไตย คือมันให้ดอกให้ผลที่หลากหลายเพียงพอสำหรับทุกคนในสังคม นั่นหมายถึงว่า มันสามารถให้ดอกผลที่ไม่พึงประสงค์อย่างเช่นเผด็จการได้เช่นกัน ดังนั้นจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดดอกผลที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น

ผมขออภัยที่ไม่สามารถรับได้ว่า ประชาธิปไตยคือความสัมบูรณ์ ดอกผลของมันจะต้องเป็นประชาธิปไตยตามไปด้วยทุกสิ่งอย่าง เพราะมีความเห็นอย่างนี้ผมจึงเห็นว่า

"รัฐบาลทักษิณควรที่จะถูกประเมินความเป็นเผด็จการจากทั้งสังคมด้วย" ก่อนที่จะประเมิน "รัฐประหาร" การใช้เกณฑ์ "ด่าได้" ของคุณก็เป็นส่วนหนึ่ง

อีกประเด็น เรื่องวิจารณ์

ด่าทักษิณได้แล้วไงครับ ใครส่งคนไปตื้บพวกเสื้อเหลือง ที่สวนลุมฯ ล่ะ
ใครส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ อย่าง โอ๋ สืบ 6 ไปก่อกวน การชุมนุมประท้วง
ใครเอาระเบิดปิงปองไปปาข่มขู่ม๊อบพันธมิตรที่สนามหลวงช่วงแรกๆ นี่เหรอครับด่าได้
แล้วใครละครับบอกให้ประกาศชุมนุมเสื้อแดง วันที่ 20 กันยายน 49 ตัดหน้าพันธมิตร 21 กันยายน หวังให้ม๊อบชนม๊อบ จนทหารชิงลงมือ 19 กันยายน
พวกพันธมิตรฯ ชุมนุมกันตลอดปลายปี48 ถึงกลางปี 49 รวมเกือบปีไม่เห็นเดือดร้อนใคร ปล่อยชุมนุมไปสิเดี๋ยวก็หมดแรงเลิกไปเองเหมือนที่ผ่านๆมา ทำไมต้องจัดม๊อบมาชนกันด้วย

อีแบบของคุณนี่ผมเรียกประชาธิปไตยแบบรวันดา คุณด่าประธานาธิบดีที่เป็นเชื้อสายฮูตูได้ ไม่มีปัญหา แต่พวกฮูตูไล่ฆ่าคุณ ประธานาธิบดีบอกกูไม่รู้เรื่อง มึงด่ากูได้ กูเป็นประชาธิปไตย พวกมึงมีเรื่องกันก็ไปฟ้องร้องกันเอง ว่างั้น ชอบแบบนี้ก็ไม่บอกตรงๆ

ประเด็นอำนาจนอกระบบ
ผมไม่เชื่อเรื่องนี้ พวกคุณพยายามโจมตี สถาบันทางวัฒนธรรม ไม่ว่ากษัตริย์ หรือศาสนา เพราะมีสมุติฐานในใจว่า สถาบันทางวัฒนธรรมเหล่านี้พยายามเข้าแทรกแซงการเมืองเสมอ แต่ผมแค่เห็นต่าง ผมยอมรับว่าภาวะผู้นำที่สูงของสถาบันกษัตริย์ หรือศาสนา สามารถแปรเป็นพลังขับเคลื่อนทางการเมืองได้ แต่ผมถือว่าเป็นพลังสร้างพลวัตของสังคม ผมไม่เชื่อว่ายุคนี้สมัยนี้ กษัตริย์ หรือพระ จะต้องการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แต่พวกเขาเป็นแหล่งพลังทางสังคมที่สถาบันทางการเมืองจะต้องบริหารจัดการสร้างสมดุลย์ให้กับทั้งสังคม ผมไม่เห็นเหตุผลที่ทุกสถาบันทางสังคมในสังคมหนึ่งๆจะต้องยอมศิโรราบเป็นทาสรับใช้ต่อสถาบันการเมือง เพียงเพราะมีความชอบธรรมจากการลงคะแนนของเสียงส่วนใหญ่

ผมเชื่อว่าถ้าถอดสลักไม่ได้ รอบต่อไป ถัดจาก รัฐแดงปะทะมวลชนเหลือง และ รัฐเหลืองปะทะมวลชนแดง ก็คือ มวลชนเหลืองปะทะมวลชนแดง ตรงๆ
ทำไงได้ล่ะ[/quote]

เอาตรงๆสั้นๆครับ ถ้าเรายืนยันว่าประเทศเราปกครองระบอบประชาธิปไตย เราต้องยืนยันการใช้ "หลักการสากล" (หลักสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค) กับ "ทุกคน" อย่างเท่าเทียม และการแก้ปัญหาใดๆ เช่น คอรัปชัน เผด็จการรัฐสภา นิสัยเผด็จการ บลาบลา ต้องเป็นไปตามหลักการสากลนี้เท่าทั้น

หลักการนี้ไม่ใช่ลอยอยู่ในอากาศ(อย่างที่คุณเพ้อ) แต่เป็นหลักการที่เป็นจริงอย่างที่อารยประเทศเขาใช้กัน

ส่วนเรื่องสถาบันกษัตริย์ ศาสนา หรือ ฯลฯ ก็ต้องอยู่ภายใต้หลักการสากลเดียวกันนี้

ที่คุณบอกว่าสถาบันพวกนี้เข้ามาถ่วงดุลอะไรต่างๆนั้น ก็เข้ามาถ่วงดุลไปซิครับ แต่เมื่อเข้ามาถ่วงดุลแล้ว (เช่น แสดงความเห็นทางการเมือง วิจารณ์การเมือง สนับสนุนฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ฯลฯ) ก็ต้องพร้อมที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบภายใต้ "หลักการสากลเดียวกัน" ไม่มีสถาบันไหนมี "อภิสิทธิ์" แสดงความเห็นทางการเมือง วิจารณ์การเมือง สนับสนุนฝ่ายทางการเมือง และฯลฯ โดยไม่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบใน "มาตรฐานเดียวกัน"

ถ้าไม่ต้องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบก็ต้อง "พ้นไปจากการเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างสิ้นเชิง" จะเข้ามาถ่วงดุลย์ใดๆ ไม่ได้

ประชาธิปไตยอะไรของคุณ หลักการอะไรของคุณที่ให้อภิสิทธิ์แก่สถาบันใดสถาบันหนึ่งเข้ามาถ่วงดุลทางการเมืองได้โดยที่สถาบันนั้นๆ ต้องไม่ถูกวิจารณ์ตรวจสอบ?

คุณนี่คิดขัดแย้งในตัวเองไปหมด สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก "คิดเชิงหลักการ" ไม่เป็นจริงๆ นะเนี่ย!

นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นักปรัชญาชายขอบ]

ประชาธิปไตยอะไรของคุณ หลักการอะไรของคุณที่ให้อภิสิทธิ์แก่สถาบันใดสถาบันหนึ่งเข้ามาถ่วงดุลทางการเมืองได้โดยที่สถาบันนั้นๆ ต้องไม่ถูกวิจารณ์ตรวจสอบ?

คุณนี่คิดขัดแย้งในตัวเองไปหมด สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก "คิดเชิงหลักการ" ไม่เป็นจริงๆ นะเนี่ย![/quote]

คุณนี่เลอะเทอะแล้ว คุณไม่เคยแยกแยะ "การวิจารณ์เจ้า" ออกจาก "การวิจารณ์สถาบัน" ในเชิงสถาบัน คุณวิจารณ์องคมนตรีได้ คุณวิจารณ์สำนักงานทรัพย์สินได้ ใช่หรือไม่

พวกคุณอ้างว่า เจ้าแทรกแซงการเมือง แต่พวกคุณไม่มีหลักฐานใดๆเลย พวกคุณใช้การตีความเชิงวัฒนธรรมเอา

อ้างว่าวิจารณ์สถาบันไม่ได้ โกหกทั้งเพ เพราะคุณวิจารณ์สถาบันได้ 2 ใน 3 ส่วน เหลือแค่พฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าแต่ละองค์เท่านั้น

ความเลอะเทอะของคุณก็คือ คิดได้แค่ ใช่ไม่ใช่ ขาวหรือดำ แต่สังคมมันซับซ้อนกว่านั้น

แม้แต่ "หลักการ" คุณก็ไม่เคยเคยแสดงวิธีวิทยาที่จะจัดการวิพากษ์มัน คุณเอาแค่ความคงเส้นคงวาทางตรรก แบบขาวดำมันทุเรศ

ถ้าคุณว่าหลักการที่คุณสมาทานไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ ก็แสดงวิธีวิทยา แสดงวิธีประเมิน แสดงแนวคิดในการพิสูจน์ "หลักการ" ที่คุณสมาทานออกมาสิครับ จะอ้าง "ความเป็นสากล" ทำไม

"ความเป็นสากล" คือความเชื่อ ควรถูกพิสูจน์ ทั้งทางความคิด และการปฏิบัติ

คุณ นวนคร คุณ

คุณ นวนคร คุณ อย่าแถเอาสีข้างเข้าถูมากนักเลยแค่นี้เรามองออกหรอกว่าคุณกำลังเถียงแทนใคร ก็เพราะคนเราไม่ยอมรับในหลักการ มันถึงได้ป่าเถื่อนกันอยู่อย่างนี้ ผิดไม่เป็นผิด ทั้งๆที่ทำอย่างเดียวกันก็เพราะตุลาการภิวัฒน์นี้แหละ เสื้อเหลืองลอยนวล เสื้อแดงติดคุกหัวโต ทำด้วยกันทั้งคู่ก็ต้องติดคุกด้วยกันซิ ท่าน.

นวนคร wrote:นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นวนคร][quote=นักปรัชญาชายขอบ]

ประชาธิปไตยอะไรของคุณ หลักการอะไรของคุณที่ให้อภิสิทธิ์แก่สถาบันใดสถาบันหนึ่งเข้ามาถ่วงดุลทางการเมืองได้โดยที่สถาบันนั้นๆ ต้องไม่ถูกวิจารณ์ตรวจสอบ?

คุณนี่คิดขัดแย้งในตัวเองไปหมด สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก "คิดเชิงหลักการ" ไม่เป็นจริงๆ นะเนี่ย![/quote]

คุณนี่เลอะเทอะแล้ว คุณไม่เคยแยกแยะ "การวิจารณ์เจ้า" ออกจาก "การวิจารณ์สถาบัน" ในเชิงสถาบัน คุณวิจารณ์องคมนตรีได้ คุณวิจารณ์สำนักงานทรัพย์สินได้ ใช่หรือไม่

พวกคุณอ้างว่า เจ้าแทรกแซงการเมือง แต่พวกคุณไม่มีหลักฐานใดๆเลย พวกคุณใช้การตีความเชิงวัฒนธรรมเอา

อ้างว่าวิจารณ์สถาบันไม่ได้ โกหกทั้งเพ เพราะคุณวิจารณ์สถาบันได้ 2 ใน 3 ส่วน เหลือแค่พฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าแต่ละองค์เท่านั้น

ความเลอะเทอะของคุณก็คือ คิดได้แค่ ใช่ไม่ใช่ ขาวหรือดำ แต่สังคมมันซับซ้อนกว่านั้น

แม้แต่ "หลักการ" คุณก็ไม่เคยเคยแสดงวิธีวิทยาที่จะจัดการวิพากษ์มัน คุณเอาแค่ความคงเส้นคงวาทางตรรก แบบขาวดำมันทุเรศ

ถ้าคุณว่าหลักการที่คุณสมาทานไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ ก็แสดงวิธีวิทยา แสดงวิธีประเมิน แสดงแนวคิดในการพิสูจน์ "หลักการ" ที่คุณสมาทานออกมาสิครับ จะอ้าง "ความเป็นสากล" ทำไม

"ความเป็นสากล" คือความเชื่อ ควรถูกพิสูจน์ ทั้งทางความคิด และการปฏิบัติ[/quote]

ผมถึงบอกว่าคุณ "ไม่มีความสามารถคิดเชิงหลักการ" ไง

ขอยำอีกครั้งว่าประชาธิปไตยที่แท้ต้องใช้ "หลักการสากล" กับ "ทุกคน"

ทีนี้ถ้าใช้หลักการสากลกับทุกคน ก็หมายความว่าต้องวิจารณ์บุคคลสาธารณะทุกคนใน "มาตรฐานเดียวกัน" ได้

การวิจารณ์คืออะไร?

ก็คือกาอ้างเหตุผล หลักการ (หลักสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค) ข้อเท็จจริง แสดงหลักฐานต่างๆ เพื่อ "ชี้ถูก-ชี้ผิด"ได้ และเรียกร้องให้รับผิดทางกฎหมายและ/หรือทางศีลธรรมได้ ซึ่งเราทำแบบนี้ได้กับนักการเมืองและบุคคลสาธารณะอื่นๆได้หมดเลย แต่เราทำกับ xxx ไม่ได้

ไอ้ที่คุณบอกว่า "เชื่อเอาเองไม่มีหลักฐาน" นั้น ถามว่ากฎหมายอนุญาตให้แสดงหลักฐาน ฯลฯ เพื่อชี้ผิด และเรียกร้องให้รับผิดอย่างเสมอภาคกับบุคคลสาธารณะอื่นๆได้ไหม?

คุณนี่ "แถ" ได้ใจจริงๆ!