สภาที่ปรึกษาฯ เปิดประเด็น “ประชาธิปไตย โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สภาที่ปรึกษาฯ จัดสัมมนารับฟังความเห็นเรื่องประชาธิปไตย ประธานคณะทำงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ยกพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แนะให้รัฐบาลไปปฏิบัติตาม
 
27 เม.ย.55 - คณะทำงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนารับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง “การส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย เพื่อสู่ประชาธิปไตยโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมการสัมมนา ได้แก่ ศ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,ดร.วิชัย ตันศิริ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และนายสมพร เทพสิทธา ประธานคณะทำงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมประชาธิปไตยและการสร้างประชาธิปไตยโดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ณ สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ
 
ศ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กล่าวเปิดประเด็นการสัมมนาในเรื่องของวัฒนธรรมประชาธิปไตยว่า ก่อนอื่นควรต้องสอนความเป็นพลเมืองให้คนในสังคม โดยให้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานของความเป็นชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงาม และการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดปัญญา ยกตัวอย่างเช่นสังคมไทยทุกวันนี้ แทนที่จะใช้งบประมาณเพื่อการป้องกันการเกิดโรคหรือการสร้างเสริมสุขภาพที่แข็งแรง กลับใช้งบประมาณเหล่านั้นเพื่อการเยียวยารักษา ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ระบุถึงสิทธิเสรีภาพมากกว่าหน้าที่ที่พึงกระทำของประชาชน ทั้งที่ทั้งสองอย่างนี้ต้องมีความเสมอภาคกัน วัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้นต้องอาศัยความมีจิตอาสา การไม่หวังผลตอบแทน คนไทยส่วนใหญ่ยังกลัวการเป็นพยานในกระบวนการยุติธรรม ไม่กล้ายื่นมือเข้าไปแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงต้องปลูกฝังแนวคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ที่พึงกระทำของประชาชนให้ได้ เพื่อการสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในอนาคต
 
ด้านนางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล กล่าวอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประชาธิปไตยว่า วัฒนธรรมคือวิธีคิด วิธีปฏิบัติที่รวมตัวกันก่อให้เกิดวิถีชีวิตของคน รวมถึงค่านิยมและบรรทัดฐานทางสังคม ส่วนประชาธิปไตย คือ รูปแบบการปกครองที่ยึดหลักความเท่าเทียมกัน ในการที่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจนโยบายสาธารณะ กฎหมายและการดำเนินการของรัฐ ประชาชนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น วัฒนธรรมประชาธิปไตยจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการก่อให้เกิดการพัฒนาในทางการเมือง หมายถึง ถ้าหากมีวิธีคิด วิธีปฏิบัติในวิถีการเมืองที่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ก็จะเกิดสำนึกต่อหลักการทางการเมืองเดียวกัน
 
นางปริศนาฯ กล่าวเสริมว่า ในประเทศที่มีประชาธิปไตยงอกงาม รัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จะปลูกฝังวิธีคิดและวิถีชีวิต การให้สิทธิเสรีภาพของคนและสื่อมวลชน เพราะฉะนั้น การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในประชาธิปไตย ต้องเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ได้แก่ สันติภาพ เสรีภาพ และภราดรภาพ
 
ดร.วิชัย ตันศิริ กล่าวในประเด็นวัฒนธรรมการเมืองว่า ปัญหาใหญ่ๆ ของสังคมไทยมีอยู่สองประการคือ หนึ่ง การทุจริตคอร์รัปชั่น และสอง ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 เพราะฉะนั้น ปัจจัยพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ ประกอบด้วย 3 ประการคือ หนึ่ง เศรษฐกิจและสังคมในประเทศต้องมีประสิทธิภาพ ต้องลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน สร้างชนชั้นกลางให้มากขึ้น สอง การปรับโครงสร้างสถาบันการเมือง ใช้หลักคุณธรรมในการเลือกตั้งและปรับวิถีชีวิตของนักการเมือง และสาม การสร้างวัฒนธรรมพลเมือง อย่างที่คุณปริศนากล่าวในตอนต้นว่า ประเทศที่มีประชาธิปไตยเจริญงอกงาม จะมีรัฐธรรมนูญอยู่ในหัวใจ ไม่มีใครสามารถฉีกรัฐธรรมนูญในหัวใจนั้นออกไปได้
 
ด้านนายสมพร เทพสิทธา กล่าวเสริมในหัวข้อการสัมมนาว่า อยากให้รัฐบาลจัดตั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาคน เพราะคนคือผู้ที่ทำให้เกิดปัญหาในสังคม การจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็ต้องแก้ที่สาเหตุ นอกจากนี้นายสมพรยังได้ยกพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมากล่าวว่า พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานที่จะยกย่องพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นรัฐบาลในปัจจุบันจึงควรจะนำแนวคิดดังกล่าวนี้มาใช้ในการบริหารประเทศ
 
หลังเสร็จสิ้นการอภิปราย จะเป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งความเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ คณะทำงานการศึกษาฯ จะนำมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ เพื่อจัดทำเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อยื่นเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

Comments

pat

[quote=pat]lสีซอให้ควายฟัง[/quote]
-แล้วเหี้ยอย่างมึงฟังเขารู้หรือเหรอ รู้อย่างเดียวล่ะพวกมึง เลียตูด555555555555

pat

[quote=pat]ขอบใจนะ11111ที่ช่วยเลียตูดให้ อูยย เสียว ววว[/quote]
-โดนจนกลวงโบ๋เลยหรือมึง มึงมายังไงกูก็ไปอย่างล่ะไอ้กลวง