ดร.โสภณ พรโชคชัย: ต้องปราบการทำลายป่า อย่าปลูกป่าจนชาติวิบัติ

 
ปัญหาหลักของมลพิษทางอากาศในภาคเหนือตอนบนเกิดจากการเผาป่ามากกว่าอย่างอื่น ทั้งนี้ประเด็นสำคัญก็คือชาวบ้านบุกรุกทำลายป่า ซึ่งรัฐบาลควรปราบปรามอย่างจริงจัง และควรเลิกมาตรการส่งเสริมการปลูกป่าเพราะเท่ากับลวงให้สังคมเข้าใจว่านี่คือการแก้ไขปัญหา ทั้งที่เป็นเพียงการลูบหน้าปะจมูกเพื่อซ่อนการทำลายป่า และเมื่อป่าถูกทำลายมากในอนาคตอาจมีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับผู้ทำลายป่า
 
ภาพรวมของมลพิษในแม่เมาะนั้น จากการศึกษาพบว่า เกิดจากการเผามวลชีวภาพ หรือการเผาป่าถึง 54% รองลงมาเป็นมลพิษจากรถยนต์ 35% ฝุ่นดินและถนน 1% นอกนั้นเป็นกรณีอื่น ๆ อีก 10% ดังนั้นการเผาป่าจึงเป็นปัญหาสำคัญที่สุดที่ก่อให้เกิดมลภาวะ แต่โดยที่ในท้องที่อำเภอแม่เมาะ เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหิน และเคยเกิดกรณีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอดีต จึงเป็นภาพลบที่ชาวบ้านเชื่อว่ามลพิษหลักยังเกิดจากโรงไฟฟ้านั่นเอง
 
การที่มลพิษหลักมาจากการเผาป่าเกิดขึ้นเนื่องจากชาวบ้านต้องการหาของป่า สัตว์ป่า และพืชพันธุ์จากป่าส่วนหนึ่ง แต่เชื่อว่าส่วนสำคัญมาจากการบุกรุกถากถางป่าเพื่อการขายต่อให้ ‘นายทุน’ โดยจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า ในระยะหลายปีที่ผ่านมา มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารามากขึ้น จึงมีการบุกรุกทำลายป่าเพื่อนำที่ดินมาปลูกยางพารากันเป็นจำนวนมาก และ ‘นายทุน’ ทางภาคใต้หรือในพื้นที่ก็จะหาซื้อที่ดินที่ได้จากการบุกป่าเพื่อนำไปปลูกยาพาราต่อไป
 
ในโอกาสข้างหน้า ก็มีความเป็นไปได้ที่ทางราชการจะยกเลิกพื้นที่ป่าไม้ และออกเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองแก่ผู้บุกรุก ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิดกฎหมาย เอาป่าซึ่งเป็นสมบัติของแผ่นดินหรือของคนไทยร่วมกันทุกคน มาแบ่งสันปันส่วนให้กับผู้ครอบครอง ปัญหาที่จะตามมาก็คือการสร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประชาชนที่อยู่ไกลทรัพยากรแผ่นดินกับประชาชนที่อยู่ใกล้ทรัพยากรแผ่นดินและถือเอาทรัพยากรเหล่านั้นเป็นของตนเองได้ ยิ่งกว่านั้นยังเกิดปัญหาหมอกคัน อุทกภัย ฯลฯ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อมูลค่าของทรัพย์สินเป็นระยะ ๆ อีกด้วย
 
ดังนั้นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษ และป่าไม้ก็คือ การปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าอย่างจริงจังโดยภาคราชการ ส่วนภาคเอกชนก็ควรส่งเสริมการมีองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอแนวใหม่ที่มาสอดส่องการบุกรุกทำลายป่าเพื่อรายงานทางราชการหรือสื่อมวลชน เพื่อการป้องปรามในอีกทางหนึ่ง ส่วนการปลูกป่า ซึ่งเป็นการทำดีแบบฉาบฉวย ง่าย ๆ น่ารัก ๆ ควรหยุดหรือยกเลิกเป็นเสมือน ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ ระหว่างเอ็นจีโอปลูกป่ากับอาชญากรทำลายป่า เพราะเท่ากับหลอกลวงสังคมให้เข้าใจผิดว่า ป่าจะรักษาไว้ได้และเกิดขึ้นใหม่จากการปลูกป่า เพื่อไม่ให้สังคมตระหนักและระดมสรรพกำลังในการปราบปรามการบุกรุกทำลายป่า
 
 
 
คนใหญ่คนโตในสังคมน่าทำท่าขึงขังพูดเรื่องปราบทำลายป่าบ่อย ๆ อย่าเอาแต่เน้นภาพน่ารักให้คนหลงปลูกป่าตาม บิ๊ก ๆ ต้องรณรงค์บ่อยๆ ให้ประชาชนทั่วไทยตื่นขึ้น ต้านการตัดไม้ทำลายป่า ดีกว่าเบื่อเมาให้ประชาชนหลงนึกว่าปลูกป่าจะช่วยชาติได้ ... โปรดอ่าน Credit ภาพ: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000113979

 

Comments

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณสำหรับบทความ เวลาเห็นร่องรอยป่าที่ถูกเผามันเจ็บปวดจริงๆ

เครดิตรูปเป็นข่าวการปลูกป่าชายเลน รูปอื่นๆในข่าวเป็นเด็กๆแช่ในเลน งงว่าทำไมรูปแรกเหมือนเป็นคนละที่

คนที่ทำลายป่าได้

คนที่ทำลายป่าได้ คือพวกที่มีเงินมีอำนาจ มันจ้างชาวบ้านทำ (ไปสืบดู)
คนปลูกป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนรักษาป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนมีเงินสามารถเนรมิตป่าธรรมชาติ เป็น ป่ายางพารา ป่ามันสำปะหลัง ป่าสักทอง ป่ายาสูบ ป่าส้ม ป่าฯลฯ
ชาวบ้าน ประชาชน เป็นทาสรับจ้างรายวัน วันละ ๑๕๐ บาท
ความจริงวันนี้ และทุกวัน รายงานข่าว

แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล

แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้ว ไม่ต้องปลูกเพิ่มหรือ
แบบนี้คิดได้หรือไม่ว่าโสภณกำลังคบคิดกับพวกที่หาประโยชน์กับป่าเสื่อมโทรม

ไม่แยกแยะระหว่างป้องกันปราบปราม กับรณรงค์
ถึงขนาดให้หยุดหรือยกเลิก เวรกรรม

เอ๊ะ

เอ๊ะ นายทุนภาคใต้ไปปลูกยางในภาคเหนือ มันน่าจะโยงใยกับอดีต(ตนไทยชอบลืมอดีต)เกี่ยวกับ กฎหมายที่ดินต่างๆ ที่มีปัญหา (หลายร้อยคดีเกี่ยวกับบุกรุกที่ดินในภาคใต้ยังดองอยู่เป็นปีๆ) ตอนนี้ภาคใต้ไม่มีที่จะบุกรุกแล้วเพราะ ประชาชนที่คิดก้าวไกลเขาช่วยกันเฝ้าระวัง(เสี่ยงตาย และ ตายไปหลายคนเหมือนกัน) พวกนายทุน(ส่วนใหญ่ที่ติดตามคนพวกนี้ก็พวกใกล้ชิดคนดังในภาคใต้ทั้งนั้น)ก็เลยไปบุกรุก ภาคเหนือ และ อีสาน ไม่รู้จะเอาอะไรกันนักกันหนาคนพวกนี้ และ ก็กลายเป็นผู้ทรงเกียรติไป สงสารประเทศไทย

จบ ดร. เขียนได้แค่นี้เองหรือ?

จบ ดร. เขียนได้แค่นี้เองหรือ? อยากด่าใครก็ด่าตรงๆไปเลย ไม่ต้องไปตั้งประเด็นใหญ่ๆ แล้วเสนอข้อมูลมั๋วๆ ไม่มีที่มา แล้ววิเคราะห์ตื้นๆ อย่างนี้

การปลูกป่า เป็นการลวงโลกจริงๆ

การปลูกป่า เป็นการลวงโลกจริงๆ ผู้เขียน เป็นข้าราชการที่ร่วมโครงการปลูกป่า อยู่หลายปีทำให้ทราบว่าโครงการปลูกป่าเป็นโครงการสร้างภาพที่สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่ไม่มีต้นไม้ที่เกิดจากโครงการนี้เลย

การทดแทนตามธรรมชาติ

การทดแทนตามธรรมชาติ เป็นการฟื้นคืนสภาพระบบนิเวศที่ดีที่สุด
เมื่อพื้นที่ป่าถูกตัดทำลาย เผาไฟ ยังมีรากหน่อตาไม้เมล้ดไม้ที่ฝังดินทนแต่แรงไฟ
พร้อมที่จะงอกขึ้นมาฟื้นคืนเป็นป่า ถ้าไม่มีการเผาไถทำลายล้างไปอีก

การปกป้องพื้นที่ที่ถูกบุดรุก โดยให้ฟื้นคืนสภาพตามธรรมชาติ สามารถทดแทนสภาพป่าได้

ส่วนการปลูกป่า กล่าวได้ว่าส่วนใหญ่เป็นการลงทุนปลูกต้นไม้เพื่อให้ได้ผลผลิตไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ดังนั้นการฟื้นคืนสภาพป่าที่ถูกบุกรุกที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้พืชต่างๆขึ้นมาเอง ส่วนสวนป่าเป็นการปลูกเพื่อให้ได้เนื้อไม้ หรือการไปร่วมปลูกต้นไม้ จริงๆก็เหมือนการขุดฝังกล้าไม้ โอกาสรอดค่อนข้างน้อยมาก เพราะวิธีปลูกไม่เหมาะกล้าไม้ที่เอามาปลูกมักจะเลือกกล้าไม้ใหญ่ๆ หลุมที่ปลูกเล็ก ไม่มีการเตรียมระบบรดน้ำดูแลระหว่างช่วงฟื้นตัว ฤดูกาลไม่เหมาะสม ควรปลูกตอนหน้าฝนได้น้ำฝน แต่จัดกิจกรรมลำบาก
ยิ่งการปลูกป่าชายเลน ที่นิยมกัน ต้องดูว่าพื้นที่ปลูกเหมาะกับไม้ชนิดไหน ไม้ป่าชายเลนขึ้นเป็นโซนตามสภาพดินและคลื่น การท่วมถึงของน้ำ

แต่การจัดกิจกรรมปลูกป่าก็ช่วยทางด้านจิตใจได้ดี ความจริงควรส่งเสริมปลูกต้นไม้ตามพื้นที่ว่างๆ ที่มีการดูแลบำรุงรักษาได้ตลอดจะดีกว่ามาก(แต่อย่าไปปลูกริมถนนให้รถเสียหลักมาชนเพิ่มความรุนแรงในอุบัติเหตุเลย แค่นี้คนดีๆก็ตายไปเยอะจากความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในการไปกระแทกกับต้นไม้ นโยบายการปลูกต้นไม้ริมทางของกรมทางหลวงควรพิจารณาใหม่ได้แล้ว)

รากแก้ว

[quote=รากแก้ว]คนที่ทำลายป่าได้ คือพวกที่มีเงินมีอำนาจ มันจ้างชาวบ้านทำ (ไปสืบดู)
คนปลูกป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนรักษาป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนมีเงินสามารถเนรมิตป่าธรรมชาติ เป็น ป่ายางพารา ป่ามันสำปะหลัง ป่าสักทอง ป่ายาสูบ ป่าส้ม ป่าฯลฯ
ชาวบ้าน ประชาชน เป็นทาสรับจ้างรายวัน วันละ ๑๕๐ บาท
ความจริงวันนี้ และทุกวัน รายงานข่าว[/quote]

ก็เหมือนกรุสมบัติตามศรีสัชนาลัย อยุธยา ก็มักอ้างว่านายทุนจ้างชาวบ้าน แต่ถ้ามีการดูแลที่ดีในชุมชน กฎหมายจัดการเด็ดขาย ชาวบ้านชั่ว ๆ พวกนี้จะทำได้ไงครับ

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้ว ไม่ต้องปลูกเพิ่มหรือ
แบบนี้คิดได้หรือไม่ว่าโสภณกำลังคบคิดกับพวกที่หาประโยชน์กับป่าเสื่อมโทรม

ไม่แยกแยะระหว่างป้องกันปราบปราม กับรณรงค์
ถึงขนาดให้หยุดหรือยกเลิก เวรกรรม[/quote]

คุณคงไม่ได้อ่าน ดูแต่หัวข้อจึงเขียนอย่างนี้
แย่จังเลย

งานกร่อย

[quote=งานกร่อย]แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้ว ไม่ต้องปลูกเพิ่มหรือ
แบบนี้คิดได้หรือไม่ว่าโสภณกำลังคบคิดกับพวกที่หาประโยชน์กับป่าเสื่อมโทรม

ไม่แยกแยะระหว่างป้องกันปราบปราม กับรณรงค์
ถึงขนาดให้หยุดหรือยกเลิก เวรกรรม[/quote]

นี่แสดงว่าคุณแสดงความเห็นโดยอ่านแค่หัวข้อ
อนาถแท้ ๆ ครับผม

Libra wrote:จบ ดร.

[quote=Libra]จบ ดร. เขียนได้แค่นี้เองหรือ? อยากด่าใครก็ด่าตรงๆไปเลย ไม่ต้องไปตั้งประเด็นใหญ่ๆ แล้วเสนอข้อมูลมั๋วๆ ไม่มีที่มา แล้ววิเคราะห์ตื้นๆ อย่างนี้[/quote]

ที่มาที่ไปน่ะมี แต่มันรุงรังเลยเอาเนื้อครับ
วิเคราะห์ตื้น ๆ ยังไง คุณควรบอก
ขนาดจบ ดร. สอนตั้งแต่ ป.ตรี-เอก จปร พระปกเกล้า และอีกหลายประเทศ คุณยังดูถูกได้ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบดูถูกคนในกมลสันดาน เนื้อหาไม่พูด สาระไม่อ่าน ไม่ถูกใจก็ป้ายสีดูถูก คุณไม่น่าเกิดมาเลย

โสภณ พรโชคชัย wrote:งานกร่อย

[quote=โสภณ พรโชคชัย][quote=งานกร่อย]แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้ว ไม่ต้องปลูกเพิ่มหรือ
แบบนี้คิดได้หรือไม่ว่าโสภณกำลังคบคิดกับพวกที่หาประโยชน์กับป่าเสื่อมโทรม

ไม่แยกแยะระหว่างป้องกันปราบปราม กับรณรงค์
ถึงขนาดให้หยุดหรือยกเลิก เวรกรรม[/quote]

นี่แสดงว่าคุณแสดงความเห็นโดยอ่านแค่หัวข้อ
อนาถแท้ ๆ ครับผม[/quote]
..................
ย่อหน้าสุดท้ายของคุณ ไม่ไช่สาระสำคัญที่คุณต้องการสรุปหรือ
เขียนเอง แสดงเองยังไม่ยอมรับอีก...เขียนไม่เป็น..หรือว่า...มีจุดประสงค์อื่น
แสดงความคิดด้านลบต่อผู้อื่นหากบริสุทธิ์ใจ..หัดให้ข้อมูลที่รอบด้านมากกว่านี้
ให้สมกับ ดร.

งานกร่อย wrote:โสภณ พรโชคชัย

[quote=งานกร่อย][quote=โสภณ พรโชคชัย][quote=งานกร่อย]แล้วพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้ว ไม่ต้องปลูกเพิ่มหรือ
แบบนี้คิดได้หรือไม่ว่าโสภณกำลังคบคิดกับพวกที่หาประโยชน์กับป่าเสื่อมโทรม

ไม่แยกแยะระหว่างป้องกันปราบปราม กับรณรงค์
ถึงขนาดให้หยุดหรือยกเลิก เวรกรรม[/quote]

นี่แสดงว่าคุณแสดงความเห็นโดยอ่านแค่หัวข้อ
อนาถแท้ ๆ ครับผม[/quote]
..................
ย่อหน้าสุดท้ายของคุณ ไม่ไช่สาระสำคัญที่คุณต้องการสรุปหรือ
เขียนเอง แสดงเองยังไม่ยอมรับอีก...เขียนไม่เป็น..หรือว่า...มีจุดประสงค์อื่น
แสดงความคิดด้านลบต่อผู้อื่นหากบริสุทธิ์ใจ..หัดให้ข้อมูลที่รอบด้านมากกว่านี้
ให้สมกับ ดร.[/quote]

ตอบ
1. ทำไมคุณจึงแย่ได้ขนาดนี้ คุณอ่านเพียงย่อหน้าสุดท้ายโดยไม่ได้ดูรายละเอียดเลยหรือนี่ อนาถแท้ ๆ
2. ผมไม่เคยคุยโตเรื่อง ดร. แต่จากที่ผมไปบรรยายมาทั่วตามข้างต้นแล้ว ทั้ง UN จปร พระปกเกล้า ป.เอก ซึ่งคงหาอาจมอาจารย์ไหน ทำได้ยาก คุณยังจะพยายามดูถูกคน นี่แหละครับ กมลสันดานที่ไร้ที่ดีจริง ๆ คนอย่างคุณ ผมบอกได้เลยว่า ไม่มีคุณต่อชาติจริง ๆ
3. อีกอย่างผมกล้าโอ่อ่าเปิดเผย แต่คุณขลาดเขลามุดในรู แย่ไหมครับ

รากแก้ว

[quote=รากแก้ว]คนที่ทำลายป่าได้ คือพวกที่มีเงินมีอำนาจ มันจ้างชาวบ้านทำ (ไปสืบดู)
คนปลูกป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนรักษาป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนมีเงินสามารถเนรมิตป่าธรรมชาติ เป็น ป่ายางพารา ป่ามันสำปะหลัง ป่าสักทอง ป่ายาสูบ ป่าส้ม ป่าฯลฯ
ชาวบ้าน ประชาชน เป็นทาสรับจ้างรายวัน วันละ ๑๕๐ บาท
ความจริงวันนี้ และทุกวัน รายงานข่าว[/quote]

ขอชื่นชมท่านดร.โสภณในบทความที่กล่าวมาข้างบนครับ มาประเทศไทยคราวใดผมเศร้าใจที่มองเห็นภูเขาหัวโล้นหลายลูกริมทางหลวง ป่าทึบถูกทำลายลงทุกวัน ในต่างประเทศทั้งรัฐฯและภาคประชาชนเขาจะร่วมมือกันอนุรักษ์ธรรมชาติแทบทุกอย่างแค่มีใครจะไปถมลำธารสร้างเขื่อนทำให้ปลาบางชนิดจะต้องสูญพันธุยังไม่ยอมกันเลยครับ แต่ของพี่ไทยเราใครมือยาวก็สาวได้สาวเอาครับ ขอเป็นกำลังใจให้ท่านเขียนต่อไปให้พวกเราตาสว่างขึ้นไปเรื่อยๆครับ อาลัยท่านสืบ นาคะเสถียร ที่ได้พลีชีวิตในการพยายามรักษาป่าไม้ไว้ให้ลูกหลานไทยรุ่นหลัง สงสารประเทศไทยและพี่น้องชาวไทยระดับชาวบ้านที่เป็นคนเดินดินกินข้าวแกง
ถูกกดไว้ด้วยกฎหมายสาระพัด อ้าปากออกความเห็นอะไรก็แสนยาก เผลอๆก็มีโอกาศถูกขังลืมได้เลย อนิจ
จา ประเทศสาระขันธุ์ ตอแหลแลนด์!

รากแก้ว

[quote=รากแก้ว]คนที่ทำลายป่าได้ คือพวกที่มีเงินมีอำนาจ มันจ้างชาวบ้านทำ (ไปสืบดู)
คนปลูกป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนรักษาป่า คือ ชาวบ้าน ประชาชน
คนมีเงินสามารถเนรมิตป่าธรรมชาติ เป็น ป่ายางพารา ป่ามันสำปะหลัง ป่าสักทอง ป่ายาสูบ ป่าส้ม ป่าฯลฯ
ชาวบ้าน ประชาชน เป็นทาสรับจ้างรายวัน วันละ ๑๕๐ บาท
ความจริงวันนี้ และทุกวัน รายงานข่าว[/quote]

เห็นด้วยกับคุณรากแก้ว ขออภัยที่อ้างอิงข้อความของคุณก่อนหน้านี้โดยไม่เอ่ยชื่อ ขอบคุณครับ !