ปิยบุตร-สุดสงวน อาจารย์มธ.เบิกความ คดี “สมยศ”
2 พ.ค.55 การสืบพยานในคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามมาตรา112 ของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ในช่วงเช้า มีพยานฝ่ายจำเลยเข้าเบิกความ 2 ปาก คือ
ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล กลุ่มนิติราษฎร์ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ .) รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.
ปิยบุตร เบิกความกับทนายจำเลยว่า ตนกับอาจารย์อีก 5 คน เริ่มก่อตั้งคณะเพื่อทำงานด้านกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2543 โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะรณรงค์ ขยายความคิดด้านกฎหมายแก่ประชาชนให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐและ ประชาธิปไตย เรื่องกฎหมายหมิ่นฯ เป็นสิ่งหนึ่งที่ให้ความสนใจมามากกว่า 1 ปีแล้ว พบว่ากฎหมายนี้มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในลักษณะที่การกำหนดโทษรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เพราะคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้เพิ่มโทษกฎหมายหมิ่นฯ ทั้งระบบเพื่อจะกำจัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของนักศึกษา
ในส่วนของการตีความกฎหมาย ปิยบุตรเห็นว่า คำว่าหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย ในมาตรา112 ก็มีความหมายเช่นเดียวกับกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาในมาตรา 326 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และมาตรา392 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท จึงเห็นได้ว่าแม้การตีความจะไม่ต่างกันแต่การกำหนดโทษกลับรุนแรงกว่ามาก (มาตรา112 มีโทษจำคุก3-15ปี) ทั้งที่จริงแล้วก็ไม่มีการนิยามลักษณะความผิดของมาตรา112 ไว้เป็นพิเศษแต่อย่างใด นอกจากนี้มาตรา112 ยังไม่มีเหตุยกเว้นความผิดในกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตใจ และยังถูกจัดไว้ในหมวดความมั่นคง ซึ่งถือว่าขัดกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และไม่รักษาสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา เพราะผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
ปิยบุตรขยายความในประเด็นการจัดมาตรา112 ไว้ในหมวดความมั่นคงว่า การหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อเสียชื่อเสียงเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การกำหนดโทษหมิ่นพระมหากษัตริย์ให้สูงกว่าบุคคลทั่วไป เป็นสิ่งที่สามารถทำได้แต่ไม่ควรสูงมากเกินไป หรือมากเท่าปัจจุบัน ซึ่งในต่างประเทศก็มีกฎหมายในลักษณะเดียวกับมาตรา112 แต่มีโทษน้อยกว่า ที่สำคัญยังมีการยังมีการดำเนินคดีและลงโทษน้อยมาก อาจลงโทษแค่ปรับ ตัวกฎหมายนี้แม้ว่ามีอยู่แต่ก็เสมือนตายไปแล้ว ซ้ำเมื่อศาลมีคำพิพากษาก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้
ทนายถามถึงนิตยสาร Voice of Taksin ปิยบุตรเห็นว่า มีบทความที่เนื้อหาก้าวหน้ากว่านิตยสารเล่มอื่นๆ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครองในเอเชีย ส่วนในเนื้อหาบทความที่พบการกระทำความผิด ปิยบุตรเห็นว่า คนที่ผู้เขียน คือจิตร พลจันทร์ ต้องการกล่าวถึงอำมาตย์ ซึ่งหมายถึงบุคคลชนชั้นหนึ่งที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมาตลอด ในบทความแผนนองเลือดที่กล่าวถึงการวางแผนฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ปิยบุตรเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการเตือนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก และเตือนว่าอำมาตย์อย่าทำแบบนี้เลย โดยเมื่ออ่านบทความทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ทำให้นึกถึงพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด และบทความ 6ตุลา แห่ง2553 นั้น หลวงนฤบาลเป็นสัญลักษณ์แทนอำมาตย์ ไม่ใช่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ปิยบุตรให้ความเห็น เกี่ยวกับมาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ทางใดๆ มิได้ โดยเขาเห็นว่า คำว่า”เคารพสักการะ” เขียนขึ้นมาเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ไว้บังคับให้ประชาชนทำ และ “ละเมิดมิได้” หมายถึง ห้ามฟ้องร้อง ไม่ใช่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับ พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา48 ที่บัญญัติให้ บก.หนังสือต้องรับผิดชอบต่อบทความที่ตีพิมพ์ ปิยบุตรทราบว่าได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ปัจจุบันใช้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 แทน ซึ่งระบุว่าบก.และผู้พิมพ์โฆษณาไม่ต้องรับผิดชอบเนื้อหาบทความ แม้ว่าจะเป็นผู้เผยแพร่บทความที่มีเนื้อหาหมิ่นก็ตาม
พนักงานอัยการกล่าวถึงประวัติศาสตร์รอยต่อของกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ว่าพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีสติฟั่นเฟือน จึงถูกรัชกาลที่1 ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ ปิยบุตรเห็นว่านำมาเชื่อมโยงกับบทที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ และผู้เขียนบทความก็ไม่มีเจตนาอาฆาตมาดร้าย เพียงแต่เล่าเรื่องไปตามปกติ
ทนายจำเลยถามติงอีกครั้ง ปิยบุตรเห็นว่า การดำเนินคดีนี้ คนที่มีหน้าที่หาผู้กระทำผิดมาลงโทษก็คือเจ้าพนักงานตำรวจ ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยซึ่งเคยเป็น บก. และในประเด็นการบันทึกประวัติศาสตร์ เขาเห็นว่าประวัติศาสตร์ที่อยู่ในกระแสหลักและเป็นที่รับรู้กันทั่วไปก็อาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
ต่อมา รศ.สุดสงวน สุธีสร เบิกความถึงชื่อนิตยสาร Voice of Taksin ว่าเป็นชื่อที่ตั้งมาเพื่อกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ตนอ่านTaksin ว่าตากสิน ไม่ใช่ทักษิณ ในส่วนเนื้อหาบทความ สุดสงวนเห็นว่าทั้งสองบทความเขียนไปในลักษณะการเล่า เป็นวรรณกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้อิงกับหลักวิชาหรือประวัติศาสตร์ เขียนตามใจผู้เขียน ไม่เกี่ยวกับเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ และเห็นว่า หลวงนฤบาล หมายถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ทนายถามถึงสถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญ สุดสงวนทราบว่าพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ทราบว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีคดีนี้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ทราบว่ากฎหมายนี้มีความร้ายแรงต่อความรู้สึกและกำหนดโทษหนักมาก สุดสงวนเห็นว่าการถูกดำเนินคดีตามาตรา112 ถือเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง
Comments
ต้นเหตุแห่งปัญหาคือกฎหมายหมิ่
ต้นเหตุแห่งปัญหาคือกฎหมายหมิ่น
มีคนมากมายต้องพลิกผันชีวิต จากหน้ามือเป็นหลังเท้า ด้วยข้อกล่าวหาโบราณ
กฎหมายล้าหลัง สมัยฮัมมูราบี เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป กฎต่างๆ ควรต้องเปลี่ยนตาม
เช่น สมัยหนึ่งเห็นว่าการเคี้ยวหมากมีโทษ หรือการสูบฝิ่นเป็นสิ่งถูกกฎหมาย เมื่อเวลาผ่านไปกฎหมายเหล่านั้นก็ถูกยกเลิกไป
ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อถึงเวลาอันสมควร ม.๑๑๒ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เพราะสรรพสิ่งในโลกไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็ว
ขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านที่ช่วยอธิบายให้ศาลทราบ
ความจริงศาลมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่ต้องเต้นตามจังหวะที่กฎโบราณบังคับไว้
เปรียบเหมือนช่างตัดผม ไม่อาจตัดผมให้ตัวเองได้
ขอความยุติธรรมจงบังเกิดแก่พสกนิกรไทย ทุกหมู่เหล่าอย่างทั่วถึง
ความยุติธรรมของประชาชนไทยจะไม
ความยุติธรรมของประชาชนไทยจะไม่เกิดขึ้นถ้าประเทศชาติไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สถาบันต่างๆต้องเป็นกลางไม่ออกมาเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง กองทัพต้องเป็นกองทัพของประชาชนไม่มีหน้าที่ออกมาบังคับประชาชนให้นับถือสถาบันอะไร สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีการปฎิวัติล้มล้างรัฐธรรมนูญและต้องไม่ออกมาสังหารประชาชนอย่างเลือดเย็น.
"พนักงานอัยการโจทย์กล่าวถึงปร
"พนักงานอัยการโจทย์กล่าวถึงประวัติศาสตร์รอยต่อของกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ว่าพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีสติฟั่นเฟือน จึงถูกรัชกาลที่1 ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ ปิยบุตรเห็นว่านำมาเชื่อมโยงกับบทที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ และผู้เขียนบทความก็ไม่มีเจตนาอาฆาตมาดร้าย เพียงแต่เล่าเรื่องไปตามปกติ "
ประเทศนี้ มีกฏหมายที่หมิ่นผี ด้วยเหรอครับท่านอัยการ 5555
การสืบพยานดังกล่าวเป็นการตีคว
การสืบพยานดังกล่าวเป็นการตีความกฎหมาย อธิบายกฎหมาย และแสดงความเห็น ไม่ใช่การสืบหาข้อเท็จจริง ซึ่งเรื่องข้อกฎหมายเป็นอำนาจของศาลในการวินิจฉัยอยู่แล้วโดยไม่ต้องสืบพยานแต่อย่างใด ไม่ทราบว่าจะสืบพยานให้เสียเวลาทำไม
อดทนอีกนิดอีกไม่นานในโลกนี้จะ
อดทนอีกนิดอีกไม่นานในโลกนี้จะมีแต่ "คิงโพธิดำ,คิงโพธิแดง,คิงข้าวหลามตัด และ คิงดอกจิก"คิงจะกลายเป็นของเล่นของทุกคนในอีกไม่นานเกินรอ
เบื่อกฎหมายไทยชอบเอาคนชาติเดี
เบื่อกฎหมายไทยชอบเอาคนชาติเดียวกันติดคุกด้วยกฎที่ไม่เป็นธรรม แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกว่าชอบด้วยกฎหมาย ระยำจริงๆ
เบื่อกฎหมายไทยชอบเอาคนชาติเดี
เบื่อกฎหมายไทยชอบเอาคนชาติเดียวกันติดคุกด้วยกฎที่ไม่เป็นธรรม แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกว่าชอบด้วยกฎหมาย ระยำจริงๆ
สงกะสัย คนชั้นไพร่
สงกะสัย คนชั้นไพร่ ต้องรอนานหน่อย เพราะตอนนี้ไอ้แม้วทำท่ากลับลำมาเลียเจ้าแล้ว มันคงกลัวตัวมันและลูกมันลงเอยแบบเสธแดง ณ.กะบาลแยก
ชนชั้นไพร่
[quote=ชนชั้นไพร่]อดทนอีกนิดอีกไม่นานในโลกนี้จะมีแต่ "คิงโพธิดำ,คิงโพธิแดง,คิงข้าวหลามตัด และ คิงดอกจิก"คิงจะกลายเป็นของเล่นของทุกคนในอีกไม่นานเกินรอ[/quote]
ขอแย้งครับ ยังมีอีกหนึ่งคิงที่จะยังอยู่....คิงเท็คส์..ครับ
สำหรับผมแล้ว "หลวงนฤบาล"
สำหรับผมแล้ว "หลวงนฤบาล" รู้จักคั้งแรกเมื่อไร?
นั่งนึกนั่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองย้อนหลัง พอจะนึกออกอยู่อย่างเดียว..
ผมรู้สึกถึงความเกลียด ความกลัว ความเสื่อม ความอาฆาต ความเลวร้ายของคน ๆ หนึ่ง แม้ตัวตายแล้วยังยึดติดห่วงหวง....
ผมจำได้หลวงนฤบาลในเรื่อง "โรงแรมผี" ออกอากาศทางช่องเจ็ดตอนสมัยนั้นน่ายังเป็นหนังข่าวดำอยู่
หลวงนฤบาลทีสมุนผีอีกมากที่ถูกสั่งให้มาทำร้ายผู้คน
พ่อ แม่ พี่ น้อง คนอื่นในละแวกบ้านล้วติดหนังเรื่องนี้กันงอมแงม ดูไปก้อด่าไปแตทำอะไรไม่ได้เพราะมีให้ดูอยู่เรื่องเดียว จะเกลียดจะกลัว จะชอบหรือไม่ชอบ ก้อต้องดู
ดูกันทุกวัน ดูกันจนกว่าจะเห็นความดีความงามของ "ผี" ใหได้
ผมจำได้ครับหนังเรื่องนี้.......
เรื่องราวของหนังเรื่องนี้คอเรื่องจริงของประเทศ มันจึงฝังอยู่ในใจของคนไทยจไนวนนมาก
หนังเรื่องนี้น่าจะออกอากาศมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีแล้วมั้ง น่าตั้งแต่คุณเมตตา รุ่งเรือง(หรือรุ่งรัตน์)ยังเป็นสาวน้อยอยู่
ผมจำได้ดี ภาพของคนแก่หนวดขาวที่ใช้สมุนบริวารให้ออกไปเข็ญฆ่าชาวบ้านที่รู้ทันและไม่กลัวตัวเอง
ช่างเหมือนกับเหตุการณ์ในประเทศไทยเหลือเกิน............
สำหรับผมแล้ว "หลวงนฤบาล"
สำหรับผมแล้ว "หลวงนฤบาล" รู้จักครั้งแรกเมื่อไร?
นั่งนึก นั่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองย้อนหลัง พอจะนึกออกอยู่อย่างเดียว..
ผมรู้สึกถึงความเกลียด ความกลัว ความเสื่อม ความอาฆาต ความเลวร้าย ของคน ๆ หนึ่ง แม้ตัวตายแล้วยังยึดติดห่วงหวงสมบัติ....
ผมจำได้หลวงนฤบาลเป็นตัวละครเอกในละครทีวีเรื่อง "โรงแรมผี" ออกอากาศทางช่องเจ็ด(ช่อทหารบก)ตอนสมัยนั้นน่ายังเป็นหนังทีวีขาวดำอยู่
หลวงนฤบาลนั้นมีสมุนผีอีกมากมายที่ถูกสั่งให้มาทำร้ายผู้คน
พ่อ แม่ พี่ น้อง คนอื่นในละแวกบ้านล้วนติดหนังเรื่องนี้กันงอมแงม ดูไปก้อด่าไปแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมีให้ดูอยู่เรื่องเดียว จะเกลียดจะกลัว จะชอบหรือไม่ชอบ ก้อต้องดู..เหอะ เหอะ
ดูกันทุกวัน ดูกันจนกว่าจะเห็นความดีความงามของ "ผี" ใหได้
ผมจำได้ครับหนังละครเรื่องนี้.......
เรื่องราวของหนังเรื่องนี้คือเรื่องจริงของประเทศ มันจึงฝังอยู่ในใจของคนไทยจำนวนนมาก
หนังเรื่องนี้น่าจะออกอากาศมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีแล้วมั้ง น่าตั้งแต่สมัยคุณเมตตา รุ่งรัตน์ ยังเป็นสาวน้อยอยู่ สมัยนั้นเธอสวยมาก
ผมจำได้ดี ภาพของคนแก่หนวดขาวนุ่งชุดราชปาแตนท์สีขาวถือไม่เท้า ชอบสั่งใช้สมุนบริวารให้ออกไปเข็ญฆ่าชาวบ้านที่รู้ทันและไม่กลัวตัวเอง
ช่างเหมือนกับเหตุการณ์ในประเทศไทยเหลือเกิน............
ละครเรื่องนี้ ตนดูจะร้องเฮฮาถูกจก้อตอนที่ มีหมอผี มีพระ เอาน้ำมนต์ ข้าวสารเสก มีดหมอ สายสิญ เครื่องลางของขลังสารพัดเอามาปราบ "ผี"
แต่ที่ "ผี" กลัวที่สุดคือ ควายธนู ครับ
เหมือนที่มีคนบางคนกลัว "คนเสื้อแดง" ตามที่ขนานนามกันว่าเป็น "ควายแดง" แหระครับ
กึ๊ก กึ๊ก กื๋ออออออออออออออออออออออออออ หลวงนฤบาลตอนนั้นออกอากาศเวลาประมาณทุ่มนึงเห็นจะได้ อิอิ ตรงนี้ไม่แจ่มชัดนักเพระมันนานมากแล้ววววววววววววววววววววววว
จะว่าไปดูกันจนผู้ใหญ่เอามาพูดมาหลอกเด็กได้ว่าถ้าไม่ทำการบ้าน ไม่ทำงานตามสั่ง นอนดึก แม้กระทั้งเด็กที่ร้องไห้ หลอกว่า "เดี๋ยวหลวงนฤบาลมาหักคอ" หุหุ เด็กหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง
เหมือนที่พวกฝ่ายหนึ่งเอาหลวงนฤบาลมาหลอกอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อทำลายล้างกันทางการเมืองในปัจจุบัน
แต่ลืมไปว่าวันนี้มันโลกาภิวัตน์แล้ว วิธีการเก่า ๆ ไม่มีใครกลัวอีกแล้ว หลอกได้ก้อแต่คนทางด้ามขวานแหระครับ
ครก.๑๑๒ ทำหน้าที่ของท่านต่อไป
ครก.๑๑๒ ทำหน้าที่ของท่านต่อไป ในเมื่อ ม.๑๑๒ มีข้อขัดข้องมันก็ต้องแก้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
การเบิกความของ ดร.ปิยะบุตร
การเบิกความของ ดร.ปิยะบุตร คือแนวทางที่ถูกต้องสูงสุดของหลักประชาธิปัตไตร และเป็นเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนทั้วไป ที่ทุกคนต้องเคารพ เคารพในในสิ่งที่ถูกต้อง เรามีกฏหมายเพื่อป้องกันประชาชนถูกทำร้าย ถูกเอาเปรียบ ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกทำไห้เสียศักษ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิในการรับรู้ของประชาชน ก็เป็นสิทธิเสรีภาพพื่นฐานของประชาชน และทุกคนเป็นเจ้าของสิทธินี้โดยธรรม โดยไม่ต้องตีความ และไม่มีใครมีสิทธิตีความละเมิดเสรีภาพของประชาชน
ในประเทศที่มีประชาธิปัตไตร เขามีคณะลูกขุนจากประชาชนทั้วไปสิบสองคน มาเป็นสักขีพยานในขบวนการตัดสิน และยังมีองค์กรณ์ตรวจสอบความถูกต้องแยกต่างหาก และยังมีรัฐสภาตรวจสอบความถูกต้องอีกต่างหาก ไม่ใช่ปล่อยไห้ผู้พิพากษาเป็นอิสระจากการตรวจสอบและการวิพากวิจารณ์ "นี่คือหลักยุติธรรม"ที่ทุกสถาบันจะตรวจสอบกันไป ตรวจสอบกันมาอย่างเข้มข้น นี่คือความต้องการของประชาชน
การแสดงเสรีภาพในประเทศประชาธิปัตไตร ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่มีสาระและไร้สาระ ที่ใครจะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้ และทำไมการแสดงออกที่ธรรมดาในประเทศไทย ที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปัตไตร ต้องมีกฏหมายลงโทษประชาชนแบบทำลายล้าง ทั้งๆที่กฏหมายขัดกับหลักประชาธิปัตไตร ขักกับสิ่งที่ทุกคนยอมรับหลักประชาธิปัตไตรในคูหาเลือกตั้ง ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาและผู้พิพากษาก็เดินเข้าคูหาเลือกตั้งมาแล้ว ท่านทั้งหลายท่านทำอะไรอยู่หรือ ท่านรู้ตัวหรือเปล่า
ขอขอบคุณและชื่นชมอาจารย์ทั้งส
ขอขอบคุณและชื่นชมอาจารย์ทั้งสองท่านที่มีจุดยืนและความกล้าหาญทางวิชาการที่ถูกต้อง
ความคิดเห็นของอาจารย์ทั้งสองท่านครั้งนี้ มีคุณค่าต่อประเทศชาติและลูกหลานในอนาคตอย่างยิ่ง
กฎหมายใดที่มีหลักการผิดเพี้ยนไปจากการปกป้องคนดีและลงโทษคนชั่ว ถือว่ากฎหมายนั้นไม่มีความยุติธรรม จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือของคนชั่วมาทำลายคนดีเสมอๆ
กรุณาเดินหน้าต่อไปเพื่อนำความยุติธรรมที่เสมอภาคและความสงบร่มเย็นใต้พระบรมโพธิสมภารกลับคืนมาให้คนดีที่ยังเหลืออยู่ด้วยครับ
sunny wrote:การเบิกความของ
[quote=sunny]การเบิกความของ ดร.ปิยะบุตร คือแนวทางที่ถูกต้องสูงสุดของหลักประชาธิปัตไตร และเป็นเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนทั้วไป ที่ทุกคนต้องเคารพ เคารพในในสิ่งที่ถูกต้อง เรามีกฏหมายเพื่อป้องกันประชาชนถูกทำร้าย ถูกเอาเปรียบ ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกทำไห้เสียศักษ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิในการรับรู้ของประชาชน ก็เป็นสิทธิเสรีภาพพื่นฐานของประชาชน และทุกคนเป็นเจ้าของสิทธินี้โดยธรรม โดยไม่ต้องตีความ และไม่มีใครมีสิทธิตีความละเมิดเสรีภาพของประชาชน
ในประเทศที่มีประชาธิปัตไตร เขามีคณะลูกขุนจากประชาชนทั้วไปสิบสองคน มาเป็นสักขีพยานในขบวนการตัดสิน และยังมีองค์กรณ์ตรวจสอบความถูกต้องแยกต่างหาก และยังมีรัฐสภาตรวจสอบความถูกต้องอีกต่างหาก ไม่ใช่ปล่อยไห้ผู้พิพากษาเป็นอิสระจากการตรวจสอบและการวิพากวิจารณ์ "นี่คือหลักยุติธรรม"ที่ทุกสถาบันจะตรวจสอบกันไป ตรวจสอบกันมาอย่างเข้มข้น นี่คือความต้องการของประชาชน
การแสดงเสรีภาพในประเทศประชาธิปัตไตร ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่มีสาระและไร้สาระ ที่ใครจะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้ และทำไมการแสดงออกที่ธรรมดาในประเทศไทย ที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปัตไตร ต้องมีกฏหมายลงโทษประชาชนแบบทำลายล้าง ทั้งๆที่กฏหมายขัดกับหลักประชาธิปัตไตร ขักกับสิ่งที่ทุกคนยอมรับหลักประชาธิปัตไตรในคูหาเลือกตั้ง ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาและผู้พิพากษาก็เดินเข้าคูหาเลือกตั้งมาแล้ว ท่านทั้งหลายท่านทำอะไรอยู่หรือ ท่านรู้ตัวหรือเปล่า[/quote]
ไหนลองยกตัวอย่างประเทศที่มี "องค์กรณ์ตรวจสอบความถูกต้องแยกต่างหาก และยังมีรัฐสภาตรวจสอบความถูกต้องอีกต่างหาก"ที่คุณว่ามาสิครับ
"สัตว์สงวน"อ่าน Taksin
"สัตว์สงวน"อ่าน Taksin ว่าตากสิน ไม่ใช่ทักษิณ แม่งแถเก่งจริงๆ
สงสารสมยศครับ
สงสารสมยศครับ
คน
[quote=คน]สงสารสมยศครับ[/quote]
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
กลับเห๊นต่าง.........
สงสารประเทศไทยมากกว่าน่ะครับ
เห็นต่างที่ดีอยู่ไม่ได้คนจัญไรถูกกราบไหว้ คนจัญไรละเมิดมิได้
กลับเห๊นต่าง.........
กลับเห๊นต่าง.........
สงสารประเทศไทยมากกว่าน่ะครับ
เห็นต่างที่คนดีอยู่ไม่ได้ คนจัญไรถูกกราบไหว้ คนจัญไรละเมิดมิได้
จันแดง
[quote=จันแดง]กลับเห๊นต่าง.........
สงสารประเทศไทยมากกว่าน่ะครับ
เห็นต่างที่คนดีอยู่ไม่ได้ คนจัญไรถูกกราบไหว้ คนจัญไรละเมิดมิได้[/quote]
ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณจันแดง
เรียกว่า ตีนช้าง เหยียบปากนก
ไม่งั้นคุณจักรภพ ต้องกลับมาแล้ว
แต่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย มองไปข้างหน้าเห็นแต่ความดำมืด อำมหิต
มองกลับไปข้างหลัง ยิ่งเห็นความโหดร้าย ทารุณ
ผมจึงอยากถามว่า คุณจันแดง อ่านบทกลอนก่อนตายของคุณสมัครหรือยัง
พวกอัยการ..ถ้าถามก็ต้องกถามให
พวกอัยการ..ถ้าถามก็ต้องกถามให้หมดเปลือก...ถามให้ใกล้เคียงที่ใจอยากถามที่สุด...อย่ากลัวว่าจะเป็นผู้หมิ่นเสียเอง...ทำงานให้นายเหนือหัวต้องทำแบบถวายหัว...
xxx wrote:"สัตว์สงวน"อ่าน
[quote=xxx]"สัตว์สงวน"อ่าน Taksin ว่าตากสิน ไม่ใช่ทักษิณ แม่งแถเก่งจริงๆ[/quote]
คุณจะเทียบเสียงไทยกับอังกฤษยังไง คนอื่นเค้าอาจจะไม่เหมือนคุณ Taksin อ่านได้มากกว่านี้อีก
ภูไท ณ ภูพาน wrote:จันแดง
[quote=ภูไท ณ ภูพาน][quote=จันแดง]กลับเห๊นต่าง.........
สงสารประเทศไทยมากกว่าน่ะครับ
เห็นต่างที่[/quote]
ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณจันแดง
เรียกว่า ตีนช้าง เหยียบปากนก
ไม่งั้นคุณจักรภพ ต้องกลับมาแล้ว
แต่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย มองไปข้างหน้าเห็นแต่ความดำมืด อำมหิต
มองกลับไปข้างหลัง ยิ่งเห็นความโหดร้าย ทารุณ
ผมจึงอยากถามว่า คุณจันแดง อ่านบทกลอนก่อนตายของคุณสมัครหรือยัง[/quote]
....................................................................................................................คุณคิดว่าเป็นบทกลอนของท่านสมัครจริง ๆ หรือ? เหอะ เหอะ เมียของท่านสมัครไม่เห็นจะได้ออกมารับรองอะไร ใครเป็นคนเอามาเผยแพร่ ใครคิดกันไป เออกันไป เพียงแต่บทกลอนนั้นมีความหมายอย่างยิ่ง โดยสรุปคือไม่ยอมก้มหัวให้กลับคนไม่ดีแห่งประเทศไทย ตัวจัญไรใส่หน้ากากนักบุญ หุหุ ซึ่งผมเห็นด้วยเท่านั้น สมกับที่ประโยคว่า "คนดีอยู่ไม่ได้ คนจัญไรถูกกราบไหว้ คนจัญไรละเมิดมิได้" ก้อเท่าน้เอง