นักข่าวพลเมือง: ข้อสังเกตอาหารแพง อะไรแพง

 

ผมถ่ายป้ายราคาสินค้าในห้องอาหารที่ รพ.พระมงกุฎ และ รพ.ศิริราช เมื่อสองเดือนก่อน

ขอบอกว่า ราคาตามหน่วยราชการและสถานศึกษาถูกและเป็นเช่นนี้มานาน  ราคาอาหารทีบ่นกัน เพราะไปอ้างอิงราคาตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ ซึ่งคิดค่าเช่าหรือเปอร์เซนต์การขายสินค้าแพงมาก ราคาตามริมถนน ก็เสียค่าเช่าที่ลดหลั่นกันไป และจะเดินตามราคาในห้างใหญ่
 
คุณจะเห็นว่ากาแฟร้อนแก้วละ หกบาท เย็น-สิบบาท ถ้าคุณไปกินในห้างก็ห้าสิบถึงแปดสิบบาท ริมถนนก็สามสิบบาท
 
ต้นทุนวัตถุดิบในอาหารไม่ได้แพง แต่ต้นทุนค่าเช่าและเปอร์เซนต์การค้าสูงมาก
 
รัฐควรเข้าไปดูค่าเช่าที่ และขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าในการคิดค่าเช่าหรือเปอร์เซนต์ขายจากศูนย์อาหารในห้าง ขณะเดียวกัน ควรขอความร่วมมือจากสถานทีราชการหรือสถานศีกษาในการขายอาหารหรือสินค้าราคาถูก สถานที่ราชการเหล่านี้ เขาทำกันเองมานานโดยไม่ต้องมีโครงการธงฟ้า
 

Comments

ไม่แพงครับ

ไม่แพงครับ จะบอกว่าแพงได้อย่างไร

ก็รัฐบาลบอกแล้วว่า ไม่แพง ก็ไม่แพงซิ

รัฐบาลได้รับเลือกมาจากประชาชน ด้วยเสียงข้างมาก

การที่รัฐบาลบอกว่า ของไม่แพง

ก็เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่แล้ว ที่เลือกรัฐบาลเข้ามา

ขอให้พวกเรา ฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย

ไม่งั้นเราจะเป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริง ได้อย่างไรกัน...

อาหารถูกหรือแพง

อาหารถูกหรือแพง อยู่ที่ตัวเราเลือกซื้อเลือกกิน แม่ค้าถ้าขายแพง เราไม่ซื้อ เค้าก็ต้องขายถูกเอง ผมยังหาข้าวกล่องกินได้ครับ กล่องละ ยี่สิบบาท

แพงหรือถูกความโง่หรือฉลาดของค

แพงหรือถูกความโง่หรือฉลาดของคนที่ซื้อก็มีส่วน เหตุผลก็ตามที่เนื้อข่าวอ้าง ถ้ามีรายได้วันไม่ถึง 300 ทะลึ่งไปกินอารในห้างติดแอร์ แพงแน่ๆ ......คนขายเกลี่ยดขี้หน้าคนซื้อก็แพงได้.....อย่างนายชวนนท์คนของ ปชป ถ้าไปเดินซื้อของตามตลาดแพงแน่ๆ เพราะแม่ค้าส่วนใหญ่ เป็นคนเพื่อไทยและเสื้อแดง คนเพื่อไทยและเสื้อแดง ร้อยทั้งร้อย เกลียด นายชวนนท์ ถั่วมัดละ 20 ขายให้นายชวนนท์อาจปาเข้าไป 200 และนายชวนนท์ก็ซื้อด้วย แล้วนำมาแถลงข่าว ....อันนี่อาจไม่เกียวโง่หรือฉลาด แต่เป็นเรื่องความชอบไม่ชอบและเป็นเรื่องการเมือง

ของแพงอยู่เห็นๆ

ของแพงอยู่เห็นๆ รัฐบาลดันบอกว่าไม่แพง ก็ใช่นั่นแหละ ก็เพราะพวกเอ็งมีตังต์ไม่เดือดร้อนเหมือนคนจนอย่างพวกข้านี่หว่า พวกเอ็งไม่เดือดร้อนก็เลยบอกว่าไม่แพง โกหกตอแหลกันไปวันๆ แต่ความจริงวันนี้คือของแพงขึ้นมาก พวกข้าเดือดร้อนโว้ย

ลองอ่านดูครับ ราคาอาหารปกติแม

ลองอ่านดูครับ
ราคาอาหารปกติแม้ขนาดที่สีลม
ณ ใจกลางศูนย์อำนาจเศรษฐกิจไทยนี้พบว่า 1.ราคาอาหารที่สีลมไม่แพง-ปริมาณก็เท่าเดิม 2.ราคาส่วนใหญ่ 30 บาทยืนพื้น ร้านใหญ่ก็ยังลดราคาลงมาสู้ แม้แต่ 25 บาทก็ยังมีขาย 3.ราคาขึ้นอยู่กับค่าเช่าที่แพงไม่ใช่วัตถุดิบ 4.ราคาที่ขึ้นบ้างมีเป็นส่วนน้อย 5.ส่วนน้อยที่ขึ้นราคานั้น ป้ายเก่าแล้ว คงขึ้นมานับปีแล้ว เกือบทั้งหมดไม่ใช่เพิ่งขึ้นครับผม ดูที่ http://www.prachatai3.info/journal/2012/05/40375 . . .

ระยะนี้มีการหยิบประเด็นของแพง

ระยะนี้มีการหยิบประเด็นของแพงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น ของแพงจริงหรือไม่? จึงไม่ใช่สาระสำคัญที่จะหาข้อยุติเพื่อนำไปแก้ไขเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

เรื่องของแพงหรือไม่แพงนี้จะเอาความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ แต่จะต้องจัดระบบการชี้บ่งใด้เหมือนกับการใช้ดัชนีราคาผู้บริโภคมาเป็นเครื่องมือชี้วัด จึงจะขจัดความขัดแย้งทางความคิด(ที่เอาความรู้สึกมาตัดสิน)ได้

นั่นคือ รัฐและองค์กรผู้บริโภคภาคประชาชนร่วมกันจัดรายการสินค้าอุปโภคบริโภคมาตรฐานที่จำเป็นต่อการยังชีพประจำวันของประชาชนแต่ละภูมิภาคมาเป็นรายการติดตามตรวจสอบจากแหล่งจำหน่าย(ขายส่งและขายปลีก)เฉลี่ยทุก 10 วันเพื่อคำนวณตัวเลขชี้วัด ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าเกณฑ์ก็ต้องยอมรับว่าแพงจริง แต่ถ้าถูกลงก็ต้องยอมรับเช่นกัน

สินค้าที่แพงขึ้นจริงก็ต้องมีเหตุผลอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมาไม่ปิดบังความจริง แล้วเร่งรีบจัดการไขต่อไป เมื่อจัดการแก้ไขไปแล้วอย่างไรก็นำเสนอประชาชนให้ทราบเป็นระยะๆจะดีกว่าไหมครับ?

ขณะเดียวกันประชาชนผู้บริโภคก็ต้องใช้โยนิโสมนสิการที่จะรู้จักปรับตัวตาม และเลือกซื้อสินค้าที่อยู่ในวิสัย ช่วงนี้ผักคะน้าแพงก็เลี่ยงไปซื้อผักใบเขียวอื่นที่ยังพอซื้อหาได้ หรือเคยทานอาหารในห้างก็เลี่ยงไปทานในร้านทั่วไป

นี่ยังถือว่าดีตรงที่ค่าแรงขั้นต่ำมีการปรับเพิ่มให้ด้วย ที่จริงต้องเปรียบเทียบกับกรณีที่ค่าแรงยังคงเดิมแต่ค่าครองชีพสูงอย่างที่คิดกันนี้จะยิ่งเดือดร้อนกว่าไหม?

ว่าแต่ผู้จำหน่ายที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสร้างกระแสของแพงทั้งแผ่นดินนั้น ผู้บริโภคก็ต้องรู้เท่าทันและไม่สนับสนุนคนประเภทเอาเปรียบสังคมด้วย จะได้เข็ดหลาบ !

สินค้าไม่แพงต้องรัฐบาลอภิสิทธ

สินค้าไม่แพงต้องรัฐบาลอภิสิทธ์ จึงไม่เหมาะสมจะเป็นรัฐบาลสมัยนี้ไงพวก ขยันออกตรวจงานตอนเป็นฝ่ายค้านจึงเหมาะสมที่จะเป็นฝ่ายค้านตลอดชีพ อยากซื้อของถูกกรุณาไปแถวร้าน สุวรรณชาด ห้างใหญ่เปิดใหม่ปลอดภาษี....หุบปากเดี๋ยวโดนหรอกแก...

คุณปู่

[quote=คุณปู่]ระยะนี้มีการหยิบประเด็นของแพงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น ของแพงจริงหรือไม่? จึงไม่ใช่สาระสำคัญที่จะหาข้อยุติเพื่อนำไปแก้ไขเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

เรื่องของแพงหรือไม่แพงนี้จะเอาความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ แต่จะต้องจัดระบบการชี้บ่งใด้เหมือนกับการใช้ดัชนีราคาผู้บริโภคมาเป็นเครื่องมือชี้วัด จึงจะขจัดความขัดแย้งทางความคิด(ที่เอาความรู้สึกมาตัดสิน)ได้

นั่นคือ รัฐและองค์กรผู้บริโภคภาคประชาชนร่วมกันจัดรายการสินค้าอุปโภคบริโภคมาตรฐานที่จำเป็นต่อการยังชีพประจำวันของประชาชนแต่ละภูมิภาคมาเป็นรายการติดตามตรวจสอบจากแหล่งจำหน่าย(ขายส่งและขายปลีก)เฉลี่ยทุก 10 วันเพื่อคำนวณตัวเลขชี้วัด ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าเกณฑ์ก็ต้องยอมรับว่าแพงจริง แต่ถ้าถูกลงก็ต้องยอมรับเช่นกัน

สินค้าที่แพงขึ้นจริงก็ต้องมีเหตุผลอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมาไม่ปิดบังความจริง แล้วเร่งรีบจัดการไขต่อไป เมื่อจัดการแก้ไขไปแล้วอย่างไรก็นำเสนอประชาชนให้ทราบเป็นระยะๆจะดีกว่าไหมครับ?

ขณะเดียวกันประชาชนผู้บริโภคก็ต้องใช้โยนิโสมนสิการที่จะรู้จักปรับตัวตาม และเลือกซื้อสินค้าที่อยู่ในวิสัย ช่วงนี้ผักคะน้าแพงก็เลี่ยงไปซื้อผักใบเขียวอื่นที่ยังพอซื้อหาได้ หรือเคยทานอาหารในห้างก็เลี่ยงไปทานในร้านทั่วไป

นี่ยังถือว่าดีตรงที่ค่าแรงขั้นต่ำมีการปรับเพิ่มให้ด้วย ที่จริงต้องเปรียบเทียบกับกรณีที่ค่าแรงยังคงเดิมแต่ค่าครองชีพสูงอย่างที่คิดกันนี้จะยิ่งเดือดร้อนกว่าไหม?

ว่าแต่ผู้จำหน่ายที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสร้างกระแสของแพงทั้งแผ่นดินนั้น ผู้บริโภคก็ต้องรู้เท่าทันและไม่สนับสนุนคนประเภทเอาเปรียบสังคมด้วย จะได้เข็ดหลาบ ![/quote]
เห็นด้วยหล๊ายหลายเด้อ เจ้าที่แพงมันแพงเพราะค่าอะไรเพิ่ม ก่อนจะซื้อกินก็ดูเสียก่อนเด้อ ถ้าร้านป้าแถวบ้านผม(ต่างจังหวัด) เขาก็ยังคงขายข้าวแกงราคาเดิมที่ขึ้นมาตั้งแต่สมัยอถิสิทธิ์เป็นนายก แต่บ่นหน่อยว่าของบางอย่างแพงขึ้น จะทนไปเพื่อช่วยกันไป ผักบ้านผมก็ไม่ขึ้นราคาแต่ถ้ากรุงเทพไม่แน่ ผมว่าเอางี้ดีไหมครับ เรามาปฏิวัติการกินเหมาราคาเดียว เป็นเลือกราคาได้ เพราะเห็นคนกินเหลือกันเหลือเกิน ยิ่งสาวๆ กินนิดเดียว เหลือบานเบอะ เราก็บอกให้แม่ค้าตักนิดเดียวพออิ่มแล้วลดราคาต่อจานลง ได้ประโยชน์สองทาง ของไม่เหลือ ได้ราคาที่ไม่ต้องจ่ายส่วนต่างที่เหลือ แล้วเดี๋ยวนี้เศษอาหารก็ไม่ได้เอาไปให้หมูกินแบบแต่ก่อนด้วย ทิ้งลูกเดียว เรามลองแบบนี้ท่าจะดีนะครับ...ท่านผู้เจริญ

ผมว่าปกติครับ

ผมว่าปกติครับ แต่บ้านผมถ้าซื้อผัก ผลไม้ ไข่ ฯลฯ ตอนค่ำจะถูกกว่าตอนเช้ามาก เพราะเป็นตลาดขายทั้งส่งและปลีก ส่วนอาหารสดเช่น หมู ไก่ ปลา ซื้อตอนเช้า ราคาไม่แตกต่างจากเดิมครับ แต่สำหรับร้านอาหาร มีหลายร้านก็ขึ้นราคาไปมาก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ขึ้นเป็น 40-50 บาท เกินไปหน่อยสำหรับบ้านผม แต่ก็มีหลายร้านที่ราคา 25 -30 -35 ก็ยังโอเคอยู่ ร้านไหนแพงเราก็ไม่กิน หรือนานๆ กินที ถ้าอยู่บ้านซื้อมาทำเองจะดีที่สุด เช่น ผัดกระเพราไข่ดาว ซื้อหมูบด พริกแต้ ใบกระเพรา มาผัดเอง เซฟไปได้เยอะเลย สินค้าที่ควรควบคุมราคาก็คือพวกเครื่องปรุงต่างๆ ครับ น้ำมัน น้ำปลา ซอสต่างๆ ที่ให้ขึ้นราคาเพราะอะไร เมื่อขึ้นได้ทำไมจะลงไม่ได้ แต่ไม่เคยเห็นราคาลงสักที น่าจะเอาราคาต้นทุนมาตรวจสอบนะครับ

วาทะกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน"

วาทะกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน" ใครสร้างขึ้นมา
สื่อเสรี รับไม้ต่อเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะ TPBS บริหารโดย เทพชัย หย่อง เป็นสื่อเลือกข้างเผด็จการไปเรียบร้อยแล้ว (เทพชัย หย่อง เข้ามาบริหารสมัยสุรยุทธ์เมื่อครั้งนั่งบนเขายายเที่ยง แล้วใช้เล่ห์เหลี่ยมถ่ายเทบุคลากรจาก เคลือเนชั่นเข้ามาบริหาร TPBS พร้อมเขี่ยเสี้ยนหนามออกไป /เสียดายภาษีประชาชนที่รัฐอุดหนุนให้ปีละสองพันล้านบาท)

นี่คือวิธีการน้ำเน่าที่พรรคเก่าแก่ทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อหวังโค่นรัฐบาลปู ในเฮือกสุดท้าย เพราะเกมส์กลทางการเมืองพรรคเก่าแก่กำลังจะหมด และจะล่มสลายในอนาคตอันใกล้นี้

ผมว่าของแพง-คนตกงาน-หุ้นตก-น้ำมันขึ้น มันเป็นเรื่องปกติ
อย่าเต้นตามจังหวะกลองของรัฐบาลเงาเลยครับ (เงาปีศาจ)

สำหรับผมไม่หลงประเด็นคุณหรอก ต่อให้น้ำมันลิตรละ ๑๐๐ บาท ไข่ ใบละ ๑๐ บาท มะนาวลูกละยี่สิบ ผมก็จะเลือกพรรคเพื่อไทยครับ
เหตุผลก็คือ ผมไม่ชอบพรรคหลอกลวง ผมไม่ชอบพรรคศรีธนนชัย ผมไม่ชอบพรรคเล่นลิ้นตอแหล

แต่ผมชอบพรรคการเมืองที่พูดจริง ทำจริงมากกว่าครับ