สวดพระอภิธรรมศพ ‘อากง’ วันแรก ‘ธิดา’ ลั่นต้องยกเครื่องกระบวนการยุติธรรม

 

10 พ.ค. 55 เวลา 19.00 น. บริเวณศาลามิตรอุดม-แพทย์ปรีชา วัดด่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ มีการสวดพระอภิธรรมศพนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “อากง sms” เป็นวันที่สอง หลังจากนำศพเดินทางมาจากหน้าศาลอาญาซึ่งใช้เป็นที่สวดอภิธรรมศพในวันแรก มีประชาชนทั้งคนเสื้อแดงและผู้รู้ข่าวการเสียชีวิตของอากงเดินทางมาร่วมพิธีราว 500 คน

งานสวดพระอภิธรรมในวันนี้มีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นเจ้าภาพในงาน โดยมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช.มาเป็นประธาน ร่วมด้วยแกนนำกลุ่มนปช. และส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เช่น นพ.เหวง โตจิราการ, นายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายสุนัย จุลพงศธร, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย, นายวรชัย เหมะ เป็นต้น โดยหลังการสวดพระอภิธรรมมีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้การเสียชีวิตของอากงเป็นเวลา 1 นาที

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ กล่าวหลังการสวดพระอภิธรรมว่า เราในที่นี้ทั้งหมดจะไม่มีวันลืมเรื่องราวของคุณอำพล ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง ท่านได้สั่นสะเทือนระบบตุลาการศาลยุติธรรม และระบอบอำมาตยาธิปไตยในประเทศไทย ทำให้เห็นว่าความยุติธรรมไร้มาตรฐานสำหรับคนไทย คุณอำพลเป็นประชาชนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ใช่นักการเมือง ผู้มีอำนาจ ท่านจึงเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะโลกนี้มีคนธรรมดาเป็นส่วนใหญ่ เรื่องราวของคนธรรมดาจึงยิ่งใหญ่ พวกเราจึงจะต้องสืบสานทำให้การตายของคุณอำพลไม่เสียเปล่า เราจำเป็นต้องทบทวนกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ไม่ใช่แต่เพียงปัญหากฎหมาย หรือมาตรา 112 เพียงเท่านั้น แต่ทำอย่างไรจึงจะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ทั่วหน้า มีความเสมอภาคในการใช้กฎหมาย และมีนิติรัฐ-นิติธรรมให้ได้

นางธิดากล่าวต่อถึงภารกิจสองเรื่องที่ต้องต่อสู้ คือผู้ถูกคุมขังทางการเมืองต้องได้รับการปล่อยตัว อย่างน้อยก็ประกันตัวทุกคน และทั้งกรมราชทัณฑ์ กระบวนการยุติธรรม ต้องมีระบบดูแลผู้ถูกคุมขังด้านสุขภาพ ไม่ว่าในคดีใดๆ นางธิดาสรุปในตอนท้ายว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าเกินไป ก็คือความอยุติธรรม

 

พิธีกรในงานได้แจ้งข่าวว่านายสุนัย จุลพงศธร จะนำเรื่องการเสียชีวิตของอากงเข้าไปทำการอภิปรายที่คณะกรรมาธิการต่างประเทศ ของสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ 16 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น. โดยจะมีการเรียกตัวแทนจากกระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานเกี่ยวกับศาลยุติธรรมเข้ามาชี้แจงปัญหาการเสียชีวิตของอากง เพื่อไม่ต้องการให้นักโทษการเมืองทุกคนเสียชีวิตเหมือนอากงในวันนี้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพิธีสวดพระอภิธรรมศพของนายอำพลจะมีไปจนถึงวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่วัดด่านสำโรงแห่งนี้ โดยในวันที่ 11 พ.ค. 55 จะมีเจ้าภาพร่วมในการสวดพระอภิธรรมศพนายอำพล ได้แก่ เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, คณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) และคณะนิติราษฎร์

 

Comments

ปากพูดนะ

ปากพูดนะ พูดใด้แล้วที่ผ่านมาเคยสักนิดมั้ยที่จะเอ่ย
ต้องให้เกิดการสูญเสียอีก จึงจะเริ่มคิดกัน
การใช้ปากไม่อาจที่จะทำให้คนฟื้นขึ้นใด้หรือเช็ดน้ำตาคนในครอบครัวเขาใด้หรอก
วาทะและโวหารขอใด้โปรดทิ้งไปก่อนใด้มั้ย
หากคิดจะทำ ทำเลยจะพูดให้เหม็นขี้ฟันอยู่ทำไม
โคตรเบื่อเลยกับคนทำงานด้วยปาก
สู้เพื่อปากท้องวันตนเวลาผ่านจะบอกเองว่าใด้ทำอะไรบ้างที่เป็นคุณกับผู้รับเคราะห์กรรมที่คุณ
ใด้ก่อให้เขาเชื่อว่าพวกคุณคือตัวจริงที่เขาพร้อมจะเทใจ

หนานเมือง สล่าง่าวบ้านนอก

[quote=หนานเมือง สล่าง่าวบ้านนอก]ปากพูดนะ พูดใด้แล้วที่ผ่านมาเคยสักนิดมั้ยที่จะเอ่ย
ต้องให้เกิดการสูญเสียอีก จึงจะเริ่มคิดกัน
การใช้ปากไม่อาจที่จะทำให้คนฟื้นขึ้นใด้หรือเช็ดน้ำตาคนในครอบครัวเขาใด้หรอก
วาทะและโวหารขอใด้โปรดทิ้งไปก่อนใด้มั้ย
หากคิดจะทำ ทำเลยจะพูดให้เหม็นขี้ฟันอยู่ทำไม
โคตรเบื่อเลยกับคนทำงานด้วยปาก
สู้เพื่อปากท้องวันตนเวลาผ่านจะบอกเองว่าใด้ทำอะไรบ้างที่เป็นคุณกับผู้รับเคราะห์กรรมที่คุณ
ใด้ก่อให้เขาเชื่อว่าพวกคุณคือตัวจริงที่เขาพร้อมจะเทใจ[/quote]

ขอขอบใจหลายๆ หนานเมือง
ข้อยสิคิดหลายคือกันกัยเจ้า แต่ก็ยังดีทีเปื้นออกมาเว่า ตัวจริงบ่ข้อยก็ยังสงสัยหลายอยู่เต็มใจข้อย

ความยุติธรรม อยู่เหนือ ทุกสถา

ความยุติธรรม

อยู่เหนือ

ทุกสถาบัน

เมื่อถึงวันนี้

ไม่แปลกใจเลยว่า

ทำไม่ เซอร์จอห์น บราวนิ่ง

ต้องทำข้อสัญญา

สิทธินอกอณาเขต

ไม่รับรู้กฎหมายไทย

แล้วแค่ ม. 112

จะนำความสะเทือน

ให้กับสถาบันตุลาการ

แล้วตุลาการ

จะต้องอยู่ใน กม. กกต.

ด้วยไหม

ตุลาการที่รำรวยมิชอบ

ก็มี

มีไหมครับ

พรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ของเรา

ได้ให้ ดร. อุกิด ไปตั้งคณะกรรมการเพื่อ ปรับปรุงระบบยุติธรรม ไปแล้วไม่ใช่เหรอ

ไปถึงไหนแล้วอ่ะ ตัวเอง...

ท่าน แช่ม ท่าน

ท่าน แช่ม ท่าน อุกิด..กำลังเข้าไปกระซิบข้างหู เพื่อไทย ที่กระซิบก็เพราะกลัว อำมาตย์ได้ยิน ได้แต่สมเพศเวทนากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่รู้อยู่ใน อาณัติของใครกลัวอำนาจมืดตกอยู่ในอำนาจแห่งความกลัวของใครและกลุ่มใดในประเทศ หัว อวยนี้..

ประโยชน์ของสิ่งที่เรียกว่า

ประโยชน์ของสิ่งที่เรียกว่า อีมี่กับการจับคนร้ายฆ่าหั่นศพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวอาชญากรรมที่น่าสยดสยองข่าวหนึ่งเกี่ยวกับการฆ่าหั่นศพ โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2552 น้องสาวผู้ตายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพี่ชายได้หายตัวไปขณะมาเข้าร่วมประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เริ่มทำการสืบสวนพบว่ามีการนำบัตรเครดิตของผู้ตายไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม และนอกจากนั้นยังมีการนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายมาใช้งานหลายแห่งในเขตจังหวัดนนทบุรีโดยได้มีการเปลี่ยนซิมการ์ด จากการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ตู้เอทีเอ็มและตรวจสอบการใช้งานเครื่องโทรศัพท์ พบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายซึ่งเป็นนักศึกษาปวช. สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เมื่อได้หลักฐานดังกล่าวในวันที่ 24 กันยายน 2552 ตำรวจจึงได้นำตัวนักศึกษาคนดังกล่าวมาสอบสวน จนกระทั่งผู้ต้องสงสัยรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่สังหารผู้ตายและได้ทำการหั่นศพเป็นชิ้นบรรจุอยู่ในถังน้ำพลาสติก 2 ถัง แล้วนำไปซ่อนในบ้านร้างหลังหนึ่ง

ผู้ที่อ่านข่าวนี้อาจจะเกิดความสงสัยในจุดของการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่แม้จะมีการเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นอันใหม่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังสามารถรู้ได้ว่าโทรศัพท์ของผู้ตายยังถูกนำมาใช้งานในหลายสถานที่ ซึ่งคำตอบสำหรับข้อสงสัยดังกล่าวได้แก่สิ่งที่เรียกง่ายๆว่า อีมี่ ซึ่งมาจากคำว่า IMEI (International Mobile Station Equipment)ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวของเครื่องโทรศัพท์จำนวน 15 หลัก โดยโทรศัพท์แต่ละเครื่องจะมีหมายเลขอีมี่ที่ไม่ซ้ำกัน สำหรับจุดประสงค์ของการมีหมายเลขอีมี่เพื่อใช้ในการระบุตัวตนของเครื่องโทรศัพท์ ดังนั้นหากเครื่องโทรศัพท์เครื่องใดถูกขโมยและมีการแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อให้ระบบทำการปฎิเสธการใช้งานเครื่องโทรศัพท์โดยการเปลี่ยนให้หมายเลขอีมี่ของโทรศัพท์ที่ถูกขโมยจากกลุ่มหมายเลขการใช้งานปกติไปอยู่ในกลุ่มหมายเลขที่ห้ามการใช้งาน จะทำให้โทรศัพท์เครื่องที่ถูกขโมยนั้นไม่สามารถเข้าไปใช้งานในเครือข่ายโทรศัพท์ได้เนื่องจากหมายเลขอีมี่จะถูกส่งไปยังระบบในแต่ละครั้งของการใช้งานโทรศัพท์ และเมื่อระบบตรวจพบว่าหมายเลขอีมี่อยู่ในกลุ่มที่ห้ามการใช้งาน โทรศัพท์เครื่องนั้นจึงไม่สามารถทำการติดต่อสื่อสารกับสถานีฐานได้ และแม้จะมีการเปลี่ยนไปใช้ซิมการ์ดของผู้ให้บริการโทรศัพท์ค่ายอื่นๆ โทรศัพท์ที่ถูกขโมยก็จะยังไม่สามารถใช้งานได้อยู่ดี เพราะหมายเลขอีมี่ที่มีปัญหาจะถูกส่งไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางที่ผู้ให้บริการทุกค่ายต้องเข้าไปตรวจสอบ

ในกรณีของคดีที่ยกมาข้างต้น หมายเลขอีมี่ไม่ได้ถูกแจ้งระงับการใช้งาน โทรศัพท์ของผู้ตายจึงยังสามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารได้ แต่เนื่องจากคนร้ายไม่รู้ถึงการมีเลขหมายอีมี่จึงนำโทรศัพท์ไปใช้งานโดยปกปิดร่องรอยเพียงแค่การเปลี่ยนซิมการ์ดเพราะคิดว่าไม่มีปัญหา แต่จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่าหมายเลขอีมี่จะถูกส่งให้กับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในทุกครั้งที่มีการใช้งาน ดังนั้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ผู้ให้บริการตรวจสอบถึงการใช้งานโทรศัพท์ของผู้ตายโดยการตรวจสอบว่ามีหมายเลขอีมี่ดังกล่าวในบันทึกการใช้งานหรือไม่ จึงทำให้ตำรวจได้หลักฐานเพิ่มเติมว่ามีการนำโทรศัพท์ผู้ตายไปใช้งานจริงซึ่งบันทึกการใช้งานสามารถใช้เป็นหลักฐานหนึ่งในการจับตัวคนร้ายนอกเหนือจากภาพถ่ายที่ตู้เอทีเอ็ม

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการตรวจสอบหมายเลขอีมี่ประจำเครื่องโทรศัพท์ของตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆเพียงกดหมายเลขดังต่อไปนี้ *#06# จากนั้นหน้าจอโทรศัพท์จะปรากฏหมายเลขอีมี่ และหากผู้อ่านต้องการตรวจสอบต่อไปว่าหมายเลขอีมี่ของท่านตรงกับรุ่นโทรศัพท์หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากการเปิดฝาด้านหลังของเครื่องรับโทรศัพท์และนำแบตเตอรี่ออกดังรูปที่ 1 หรืออีกทางหนึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บ http://www.numberingplans.com/?page=analysis&sub=imeinr ซึ่งหากพบว่าหมายเลขอีมี่ไม่ตรงกับที่แสดงในฝาด้านหลังหรือไม่ตรงกับรุ่นโทรศัพท์ที่ปรากฏในเว็บดังกล่าวแสดงว่า โทรศัพท์ของท่านน่าจะถูกเปลี่ยนแปลงหมายเลขอีมี่มาแล้วด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

หงส์แดง...คดีกรณีนี้เลขอีมี่เป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คล้ายๆกับคดีอากง แต่คดีนี้ศาลท่านให้น้ำหนักกับเลขอีมี่และตัดสินแบบสิ้นสงสัย

หนังสือพิมพ์มติชนรายงานในบทคว

หนังสือพิมพ์มติชนรายงานในบทความ - ปัญหาเรื่องหมายเลข "อีมี่" ในฐานะ "หลักฐานสำคัญ" ที่ใช้ฟ้องร้องคดี "อากง" - วันที่ 25 พ.ย. 54 ว่า

"ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล" ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟท์แวร์ FireOneOne ได้เขียนข้อความตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาในการใช้หมายอีมี่ในโทรศัพท์มือถือมา เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับนายอำพล (สงวนนามสกุล) หรือ "อากง" ซึ่งเพิ่งถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี ฐานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก Shakrit Chanrungsakul

มติชนออนไลน์เห็นว่าข้อสังเกตของชาคริตมี เนื้อหาน่าสนใจ และน่าจะกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงทางปัญญาอย่างสร้างสรรค์ในสังคมไทยได้ จึงขออนุญาตนำสาระสำคัญของข้อถกเถียงดังกล่าวมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ ดังนี้

โจทก์ แถลง : ข้อพิสูจน์ในคดีนี้คือ IMEI ประจำเครื่อง 14+1 หลักที่มีความสำคัญ โดยในคดีนี้ เลข 14 หลักแรก + หลักสุดท้ายที่เป็นเลข 6 สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นยี่ห้อ Motorolla ส่วนถ้าเปลี่ยนหลักสุดท้ายไปเป็นเลขอื่นจะพบว่าไม่ตรงกับยี่ห้อใดเลยในท้อง ตลาด (ใช้การพิสูจน์ด้วยการค้น IMEI ในเว็บแห่งหนึ่ง)

ผู้ รู้แถลง : เลข IMEI 15 หลักถูกก็อปปี้ขายกันเป็นล้านเครื่อง ตามมาบุญครองและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือราคาถูก โดยเลข IMEI ที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยเลข 14+1 หลัก ซึ่งหลักสุดท้ายจะไม่มีเลขอื่นนอกจาก checksum ของ 14 หลักแรก

ดัง นั้นการที่มี IMEI 591154203237516 จะไม่มี 591154203237517 หรือลงท้ายด้วยเลข 8 หรือ 9 หรือ 0 หรือเลขอื่น ๆ นอกจากเลข 6 เนื่องจากมันเป็น checksum ของสิบสี่หลักแรก โดยคำนวนจาก Luhn Algorithm ดังนี้
เริ่มต้นจากเลขสิบสี่หลักแรกของ IMEI
59115420323751

ให้คูณ 2 เฉพาะตัวเลขที่เป็นหลักคู่
5(18)1(2)5(8)2(0)3(4)3(14)5(2)

แล้วค่อยนำมารวมกันเป็น
5+1+8+1+2+5+8+2+0+3+4+3+1+4+5+2 = 54

เพื่อทำให้ 54 หารด้วย 10 ลงตัว ต้องเพิ่มไปอีก 6 เพื่อให้เป็น 54+6 = 60

เอา 60 มาหาร 10 ตัวเลขสุดท้ายจึงต้องเท่ากับ 6

ดัง นั้น การที่โจทก์ไปเสิร์ชหา 591154203237516 จึงตรงกับโมโตโรลล่ารุ่นที่อากงใช้ (และตรงกันกับโมโตโรลล่ารุ่นเดียวกันอีกหลายแสนเครื่องที่ขายกันอยู่ทั่วไป)
591154203237517 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237519 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237510 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237512 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย

สรุป จากข้อมูลนี้ได้ว่า : IMEI ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ เนื่องจากหมายเลข IMEI นั้น ไม่ใช่ Unique Number มีมือถือหลายเครื่องที่มี IMEI ซ้ำกันได้ โดยมีทั้งการที่ซ้ำกันมาตั้งแต่โรงงานผู้ผลิต และซ้ำกันเพราะมาแก้ไข IMEI เองในภายหลัง (คนนำเข้าโทรศัพท์เถื่อน, คนประกอบโทรศัพท์ ต่างก็รู้กันแล้วว่ายี่ห้อไหนรุ่นไหนที่จะต้องใช้ IMEI อะไรจึงจะถูกต้อง)

สิ่งที่เราในฐานะประชาชนผู้อยู่ภายใต้กฎหมายควรที่จะรู้ และต้องการจะรู้ก็คือ "ประจักษ์พยานหรือหลักฐาน" ที่ชี้ชัดได้ว่า

1. SMS ดังกล่าวมาจากเครื่องของจำเลยจริง
2. จำเลยเป็นคนส่งข้อความด้วยตัวเองจริง
3. จำเลยมีสายสัมพันธ์หรือสามารถติดต่อโดยตรงกับเลขานุการนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์มือถือได้จริง
ความยุติธรรมจะเกิด ถ้าหากโจทก์สามารถหาข้อพิสูจน์ดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำได้จริง ซึ่งจำเลยต้องรับโทษตามกฎหมาย

แต่ ถ้าโจทก์ไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมาได้นอกเหนือจาก IMEI ที่มีโทรศัพท์รุ่นเดียวกันอีกนับหมื่นนับแสนเครื่อง และยืนยันที่จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการปรักปรำจำเลยในคดีนี้ ...

โจทก์ จะต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าต่อจากนี้ไปสังคมไทยจะยอมรับการใช้ IMEI เป็นบรรทัดฐานในการหาตัวผู้กระทำผิดทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ด้วยหรือไม่ ...

ถ้าคำตอบคือ "ใช่" ผมเชื่อว่าจะมีความวุ่นวายตามมาอีกหลายคดีอย่างแน่นอน -

สรุปประเด็นสำคัญในประชาไท

สรุปประเด็นสำคัญในประชาไท เรื่อง รายงานเปิดคำแถลงปิดคดี อากง SMS ต่อจิ๊กซอว์จากเบอร์ต้นทางถึงชายแก่ปลายทาง

"""คำให้การพยานโจทย์จากทรูยังให้การต่อศาลว่า "จากข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ไม่ปรากฎว่ามีการส่งข้อความ SMS จากเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าว"

1. หมายเลขโทรศัพท์ซึ่งส่งข้อความ คือ xxxxx15 (ระบบเติมเงินของDTAC) และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลย คือ xxxxx27 (ระบบเติมเงินของ TRUE) เป็นคนละหมายเลขกัน แต่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีหลายเลขอีมี่ตรงกัน

2. หมายเลขอีมี่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นเลขหมายใดก็ได้ และเมื่อแก้ไขเแล้วก็จะไปปรากฏยังระบบของผู้ให้บริการ การตรวจสอบและเชื่อมโยงการกระทำความผิดจากหมายเลขอีมีจึงไม่มีความน่าเชื่อ ถือในการนำมาใช้ลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่ามีการกระทำความผิดได้ เพราะหมายเลขอีมี่ไม่เหมือนดีเอ็นเอที่สามารถระบุความเป็นตัวตนของเครื่อง โทรศัพท์ได้

>พยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ TRUE ได้ให้การว่า “ข้าฯเคยได้ยินมาว่ามีการเปลี่ยนหมายเลขอีมี่กลางโดยการจ้างช่างโทรศัพท์ เป็นเลขอีมีอย่างอื่นได้” และ “อีมี่กลางนั้นสามารถใช้กับโทรศัพท์หลายๆ เครื่องได้”

>พยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ได้ให้การว่า “หมายเลขอีมี่สามารถให้ช่างเครื่องซ่อมโทรศัพท์มือถือที่เชี่ยวชาญเปลี่ยน ได้ ซึ่งจะทำให้หมายเลขอีมี่ที่ถูกเปลี่ยนนั้นไปปรากฏยังฐานข้อมูลของบริษัทผู้ ให้บริการเปลี่ยนแปลงด้วย”

>เอกสารที่ทนายจำเลยนำส่งศาลระบุว่า มีความแพร่หลายในวิธีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขอีมี่ทั้งจากข้อมูลใน อินเตอร์เน็ตและมีเปิดสอนหลักสูตรในโรงเรียนสอนซ่อมมือถือดังกล่าว “เลขหมายอีมี่สามารถเปลี่ยนใหม่สำหรับเครื่องที่ถูกขโมยมาได้ และ 10% ของหมายเลขอีมี่ก็ไม่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะ”

3. โจทก์ก็ไม่ได้แสดงพยานหลักฐานในการตรวจสอบอีมี่จากทั้ง 3 บริษัทของผู้ให้บริการโทรศัพท์ในประเทศไทย (ไม่ได้ตรวจของเอไอเอส) จึงไม่อาจอ้างได้ว่าอีมี่นี้มีผู้ใช้เพียงเบอร์เดียว

4. กระบวนการสืบสวนตามพยานเอกสารที่นำส่งศาลไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากเริ่มต้นขอความร่วมมือจาก TRUE โดยนำเบอร์ xxxxx27 ของจำเลยมาตรวจสอบข้อมูลการโทร ทั้งที่ยังไม่ทันได้เลขอีมี่จากเบอร์ xxxxx15 ซึ่งเป็นเบอร์ใช้ก่อเหตุ แสดงให้เห็นว่าเป็นการเจาะจงขอข้อมูลจากหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยมาตั้งแต่ ต้น โดยที่ยังไม่มีความเชื่อมโยงจากหมายเลขอีมี่เป้าหมายแต่อย่างใด และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยก็ไม่ใช่หมายเลขที่ใช้ในการกระทำความผิด

5. คดีนี้มีความผิดพลาดในการสอบสวน สืบสวน มีที่มาของพยานหลักฐานโดยมิชอบ เนื่องจากพยานหลักฐานส่วนใหญ่ในคดีเป็นพยานเอกสาร ซึ่งเอกสารที่ศาลจะสามารถรับฟังได้นั้นต้องมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ แต่พยานหลักฐานของโจทก์กลับขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานโจทก์อย่างชัดแจ้ง ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่เบิกความ ซึ่งทำให้ไม่มีความสมเหตุสมผลในการเชื่อมโยง ติดตามหาตัวจำเลยว่าเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทราบหมายเลขอีมี่ของหมายเลขที่กระทำความผิดเป็นลำดับ ท้ายสุด

ในการสืบจำเป็นต้องทราบหมายเลขอีมี่ก่อนจึงจะทำการตรวจสอบได้ แต่เอกสารดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีการตรวจสอบจากหมายเลขของจำเล (xxxx27) ซึ่งไม่ใช่หมายเลขในการส่งข้อความโดยตรง พยานหลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการสืบสวนสอบสวนมุ่งโดยตรงมาที่จำเลย ตั้งแต่ต้นโดยไม่ได้ตรวจสอบมาจากอีมี่ตั้งแต่แรกตามที่โจทก์กล่าวอ้าง
(รายละเอียดขั้นตอนที่ขัดแย้งกันระหว่างพยานเอกสารกับคำเบิกความ กรุณาดูผังด้านล่าง)

6. บันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำของบุตรสาวจำเลย ก่อนจะมีการจับกุมตัวจำเลยก็ไม่ปรากฏหมายเลขอีมี่

7. หนังสือแจ้งผลการตรวจข้อมูลโทรศัพท์จากดีแทคระบุวันที่ไม่ตรงกับวันเกิดเหตุ “ทางบริษัทได้แจ้งข้อมูลการโทรให้ทราบแล้ว แต่ยังมีประเด็นเรื่องรหัสประจำเครื่อง(IMEI)ที่ขณะนั้นยังไม่สามารถตรวจสอบ ได้ บริษัทได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าในช่วงวันที่ 10-15 มิถุนายน 2553 โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข xxxxx15 ใช้คู่กับโทรศัพท์(IMEI)หมายเลข xxxxxxxxxxxxxx 0” เจ้าหน้าที่บริษัทให้การว่าใส่วันที่ผิด แต่พบข้อพิรุธว่า มีการระบุว่า “ยังตรวจสอบไม่ได้” , ไม่มีการแนบข้อมูลการโทรมีเพียงการระบุอีมี่ อีกทั้งในการส่งเอกสารมาครั้งแรกไม่มีการเซ็นรับรองเอกสาร แต่เพิ่งมาเซ็นรับรองเอกสารในครั้งที่สอง จึงไม่มีความน่าเชื่อถือ

8. โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะแสดงได้ว่าจำเลยเป็นคนกดข้อความ หรือส่งข้อความดังกล่าวไม่มีพยานเอกสารหรือพยานบุคคลใดยืนยันได้ว่าจำเลย ซึ่งอายุหกสิบเอ็ดปีแล้ว สามารถส่งข้อความได้ มีเพียงพยานเอกสารซึ่งพยายามเชื่อมโยงว่าเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความ ความและเครื่องโทรศัพท์ของจำเลยเป็นเครื่องเดียวกัน

9. คำให้การพยานโจทก์จากทรู ยังให้การต่อศาลว่า “จากข้อมูลการใช้โทรศัพท์ [หมายเลข xxxxx27 ซึ่งเป็นของนายอำพล-ประชาไท] ไม่ปรากฏว่ามีการส่งข้อความ sms จากเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าว”

10. โจทก์ยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลที่ก้าวร้าว ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีมูลเหตจูงใจในการกระทำความผิด ในทางตรงกันข้ามจำเลยไม่เคยมีประวัติอาชญากร มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแสดงออกโดยไปลงนามถวายพระพรอยู่ เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส รวมทั้งได้ไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้า ฟ้ากัลยานิวัฒนาด้วย

หงส์แดง

[quote=หงส์แดง]ประโยชน์ของสิ่งที่เรียกว่า อีมี่กับการจับคนร้ายฆ่าหั่นศพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวอาชญากรรมที่น่าสยดสยองข่าวหนึ่งเกี่ยวกับการฆ่าหั่นศพ โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2552 น้องสาวผู้ตายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพี่ชายได้หายตัวไปขณะมาเข้าร่วมประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เริ่มทำการสืบสวนพบว่ามีการนำบัตรเครดิตของผู้ตายไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม และนอกจากนั้นยังมีการนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายมาใช้งานหลายแห่งในเขตจังหวัดนนทบุรีโดยได้มีการเปลี่ยนซิมการ์ด จากการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ตู้เอทีเอ็มและตรวจสอบการใช้งานเครื่องโทรศัพท์ พบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายซึ่งเป็นนักศึกษาปวช. สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เมื่อได้หลักฐานดังกล่าวในวันที่ 24 กันยายน 2552 ตำรวจจึงได้นำตัวนักศึกษาคนดังกล่าวมาสอบสวน จนกระทั่งผู้ต้องสงสัยรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่สังหารผู้ตายและได้ทำการหั่นศพเป็นชิ้นบรรจุอยู่ในถังน้ำพลาสติก 2 ถัง แล้วนำไปซ่อนในบ้านร้างหลังหนึ่ง

ผู้ที่อ่านข่าวนี้อาจจะเกิดความสงสัยในจุดของการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่แม้จะมีการเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นอันใหม่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังสามารถรู้ได้ว่าโทรศัพท์ของผู้ตายยังถูกนำมาใช้งานในหลายสถานที่ ซึ่งคำตอบสำหรับข้อสงสัยดังกล่าวได้แก่สิ่งที่เรียกง่ายๆว่า อีมี่ ซึ่งมาจากคำว่า IMEI (International Mobile Station Equipment)ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวของเครื่องโทรศัพท์จำนวน 15 หลัก โดยโทรศัพท์แต่ละเครื่องจะมีหมายเลขอีมี่ที่ไม่ซ้ำกัน สำหรับจุดประสงค์ของการมีหมายเลขอีมี่เพื่อใช้ในการระบุตัวตนของเครื่องโทรศัพท์ ดังนั้นหากเครื่องโทรศัพท์เครื่องใดถูกขโมยและมีการแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อให้ระบบทำการปฎิเสธการใช้งานเครื่องโทรศัพท์โดยการเปลี่ยนให้หมายเลขอีมี่ของโทรศัพท์ที่ถูกขโมยจากกลุ่มหมายเลขการใช้งานปกติไปอยู่ในกลุ่มหมายเลขที่ห้ามการใช้งาน จะทำให้โทรศัพท์เครื่องที่ถูกขโมยนั้นไม่สามารถเข้าไปใช้งานในเครือข่ายโทรศัพท์ได้เนื่องจากหมายเลขอีมี่จะถูกส่งไปยังระบบในแต่ละครั้งของการใช้งานโทรศัพท์ และเมื่อระบบตรวจพบว่าหมายเลขอีมี่อยู่ในกลุ่มที่ห้ามการใช้งาน โทรศัพท์เครื่องนั้นจึงไม่สามารถทำการติดต่อสื่อสารกับสถานีฐานได้ และแม้จะมีการเปลี่ยนไปใช้ซิมการ์ดของผู้ให้บริการโทรศัพท์ค่ายอื่นๆ โทรศัพท์ที่ถูกขโมยก็จะยังไม่สามารถใช้งานได้อยู่ดี เพราะหมายเลขอีมี่ที่มีปัญหาจะถูกส่งไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางที่ผู้ให้บริการทุกค่ายต้องเข้าไปตรวจสอบ

ในกรณีของคดีที่ยกมาข้างต้น หมายเลขอีมี่ไม่ได้ถูกแจ้งระงับการใช้งาน โทรศัพท์ของผู้ตายจึงยังสามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารได้ แต่เนื่องจากคนร้ายไม่รู้ถึงการมีเลขหมายอีมี่จึงนำโทรศัพท์ไปใช้งานโดยปกปิดร่องรอยเพียงแค่การเปลี่ยนซิมการ์ดเพราะคิดว่าไม่มีปัญหา แต่จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่าหมายเลขอีมี่จะถูกส่งให้กับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในทุกครั้งที่มีการใช้งาน ดังนั้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ผู้ให้บริการตรวจสอบถึงการใช้งานโทรศัพท์ของผู้ตายโดยการตรวจสอบว่ามีหมายเลขอีมี่ดังกล่าวในบันทึกการใช้งานหรือไม่ จึงทำให้ตำรวจได้หลักฐานเพิ่มเติมว่ามีการนำโทรศัพท์ผู้ตายไปใช้งานจริงซึ่งบันทึกการใช้งานสามารถใช้เป็นหลักฐานหนึ่งในการจับตัวคนร้ายนอกเหนือจากภาพถ่ายที่ตู้เอทีเอ็ม

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการตรวจสอบหมายเลขอีมี่ประจำเครื่องโทรศัพท์ของตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆเพียงกดหมายเลขดังต่อไปนี้ *#06# จากนั้นหน้าจอโทรศัพท์จะปรากฏหมายเลขอีมี่ และหากผู้อ่านต้องการตรวจสอบต่อไปว่าหมายเลขอีมี่ของท่านตรงกับรุ่นโทรศัพท์หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากการเปิดฝาด้านหลังของเครื่องรับโทรศัพท์และนำแบตเตอรี่ออกดังรูปที่ 1 หรืออีกทางหนึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บ http://www.numberingplans.com/?page=analysis&sub=imeinr ซึ่งหากพบว่าหมายเลขอีมี่ไม่ตรงกับที่แสดงในฝาด้านหลังหรือไม่ตรงกับรุ่นโทรศัพท์ที่ปรากฏในเว็บดังกล่าวแสดงว่า โทรศัพท์ของท่านน่าจะถูกเปลี่ยนแปลงหมายเลขอีมี่มาแล้วด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

หงส์แดง...คดีกรณีนี้เลขอีมี่เป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คล้ายๆกับคดีอากง แต่คดีนี้ศาลท่านให้น้ำหนักกับเลขอีมี่และตัดสินแบบสิ้นสงสัย[/quote]

ขอบคุณมากที่ ทำให้สิ้นสงสัยเช่นกัน

อยากให้ป้าอุ๊หาโอกาสถวายฎีกาให้ในหลวงโดยตรงด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการสืบสวนใหม่ในคดีนี้อย่างเปิดเผยเพื่อความเป็นธรรมแก่ประสกนิกรชาวไทยทุกๆคน โดยเฉพาะอากง...

หงส์แดง

[quote=หงส์แดง]หนังสือพิมพ์มติชนรายงานในบทความ - ปัญหาเรื่องหมายเลข "อีมี่" ในฐานะ "หลักฐานสำคัญ" ที่ใช้ฟ้องร้องคดี "อากง" - วันที่ 25 พ.ย. 54 ว่า

"ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล" ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟท์แวร์ FireOneOne ได้เขียนข้อความตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาในการใช้หมายอีมี่ในโทรศัพท์มือถือมา เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับนายอำพล (สงวนนามสกุล) หรือ "อากง" ซึ่งเพิ่งถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี ฐานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก Shakrit Chanrungsakul

มติชนออนไลน์เห็นว่าข้อสังเกตของชาคริตมี เนื้อหาน่าสนใจ และน่าจะกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงทางปัญญาอย่างสร้างสรรค์ในสังคมไทยได้ จึงขออนุญาตนำสาระสำคัญของข้อถกเถียงดังกล่าวมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ ดังนี้

โจทก์ แถลง : ข้อพิสูจน์ในคดีนี้คือ IMEI ประจำเครื่อง 14+1 หลักที่มีความสำคัญ โดยในคดีนี้ เลข 14 หลักแรก + หลักสุดท้ายที่เป็นเลข 6 สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นยี่ห้อ Motorolla ส่วนถ้าเปลี่ยนหลักสุดท้ายไปเป็นเลขอื่นจะพบว่าไม่ตรงกับยี่ห้อใดเลยในท้อง ตลาด (ใช้การพิสูจน์ด้วยการค้น IMEI ในเว็บแห่งหนึ่ง)

ขอบคุณอีกครั้งที่พยายามอธิบายให้เข้าใจเรื่อง IMEI แต่ทำไมทนายอานนถึงไม่ติดต่อคุณ ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ให้ไปช่วยอธิบายความฉ้อฉนของเลข IMEI ในศาล พิสูจน์ให้เห็นว่า นี่ไงมาจากเครื่องไหนก็ได้ มันเปลี่ยนได้ สงสารอากงที่ต้องมาตกเป็นเยื่อของมาตรา 112 มากๆ...อยากให้ในหลวงได้รับรู้รับทราบจริงๆว่า เกิดอะไรขึ้นกับประสกนิกรของท่านบ้าง หลังจากมีคนกลุ่มนึงพยายามใช้มาตรา 112 เพื่อปกป้องท่านอย่างผิดๆ
ผู้ รู้แถลง : เลข IMEI 15 หลักถูกก็อปปี้ขายกันเป็นล้านเครื่อง ตามมาบุญครองและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือราคาถูก โดยเลข IMEI ที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยเลข 14+1 หลัก ซึ่งหลักสุดท้ายจะไม่มีเลขอื่นนอกจาก checksum ของ 14 หลักแรก

ดัง นั้นการที่มี IMEI 591154203237516 จะไม่มี 591154203237517 หรือลงท้ายด้วยเลข 8 หรือ 9 หรือ 0 หรือเลขอื่น ๆ นอกจากเลข 6 เนื่องจากมันเป็น checksum ของสิบสี่หลักแรก โดยคำนวนจาก Luhn Algorithm ดังนี้
เริ่มต้นจากเลขสิบสี่หลักแรกของ IMEI
59115420323751

ให้คูณ 2 เฉพาะตัวเลขที่เป็นหลักคู่
5(18)1(2)5(8)2(0)3(4)3(14)5(2)

แล้วค่อยนำมารวมกันเป็น
5+1+8+1+2+5+8+2+0+3+4+3+1+4+5+2 = 54

เพื่อทำให้ 54 หารด้วย 10 ลงตัว ต้องเพิ่มไปอีก 6 เพื่อให้เป็น 54+6 = 60

เอา 60 มาหาร 10 ตัวเลขสุดท้ายจึงต้องเท่ากับ 6

ดัง นั้น การที่โจทก์ไปเสิร์ชหา 591154203237516 จึงตรงกับโมโตโรลล่ารุ่นที่อากงใช้ (และตรงกันกับโมโตโรลล่ารุ่นเดียวกันอีกหลายแสนเครื่องที่ขายกันอยู่ทั่วไป)
591154203237517 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237519 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237510 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237512 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย

สรุป จากข้อมูลนี้ได้ว่า : IMEI ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ เนื่องจากหมายเลข IMEI นั้น ไม่ใช่ Unique Number มีมือถือหลายเครื่องที่มี IMEI ซ้ำกันได้ โดยมีทั้งการที่ซ้ำกันมาตั้งแต่โรงงานผู้ผลิต และซ้ำกันเพราะมาแก้ไข IMEI เองในภายหลัง (คนนำเข้าโทรศัพท์เถื่อน, คนประกอบโทรศัพท์ ต่างก็รู้กันแล้วว่ายี่ห้อไหนรุ่นไหนที่จะต้องใช้ IMEI อะไรจึงจะถูกต้อง)

สิ่งที่เราในฐานะประชาชนผู้อยู่ภายใต้กฎหมายควรที่จะรู้ และต้องการจะรู้ก็คือ "ประจักษ์พยานหรือหลักฐาน" ที่ชี้ชัดได้ว่า

1. SMS ดังกล่าวมาจากเครื่องของจำเลยจริง
2. จำเลยเป็นคนส่งข้อความด้วยตัวเองจริง
3. จำเลยมีสายสัมพันธ์หรือสามารถติดต่อโดยตรงกับเลขานุการนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์มือถือได้จริง
ความยุติธรรมจะเกิด ถ้าหากโจทก์สามารถหาข้อพิสูจน์ดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำได้จริง ซึ่งจำเลยต้องรับโทษตามกฎหมาย

แต่ ถ้าโจทก์ไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมาได้นอกเหนือจาก IMEI ที่มีโทรศัพท์รุ่นเดียวกันอีกนับหมื่นนับแสนเครื่อง และยืนยันที่จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการปรักปรำจำเลยในคดีนี้ ...

โจทก์ จะต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าต่อจากนี้ไปสังคมไทยจะยอมรับการใช้ IMEI เป็นบรรทัดฐานในการหาตัวผู้กระทำผิดทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ด้วยหรือไม่ ...

ถ้าคำตอบคือ "ใช่" ผมเชื่อว่าจะมีความวุ่นวายตามมาอีกหลายคดีอย่างแน่นอน -[/quote]

หงส์แดง

[quote=หงส์แดง]หนังสือพิมพ์มติชนรายงานในบทความ - ปัญหาเรื่องหมายเลข "อีมี่" ในฐานะ "หลักฐานสำคัญ" ที่ใช้ฟ้องร้องคดี "อากง" - วันที่ 25 พ.ย. 54 ว่า

"ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล" ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟท์แวร์ FireOneOne ได้เขียนข้อความตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาในการใช้หมายอีมี่ในโทรศัพท์มือถือมา เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับนายอำพล (สงวนนามสกุล) หรือ "อากง" ซึ่งเพิ่งถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี ฐานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก Shakrit Chanrungsakul

มติชนออนไลน์เห็นว่าข้อสังเกตของชาคริตมี เนื้อหาน่าสนใจ และน่าจะกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงทางปัญญาอย่างสร้างสรรค์ในสังคมไทยได้ จึงขออนุญาตนำสาระสำคัญของข้อถกเถียงดังกล่าวมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ ดังนี้

โจทก์ แถลง : ข้อพิสูจน์ในคดีนี้คือ IMEI ประจำเครื่อง 14+1 หลักที่มีความสำคัญ โดยในคดีนี้ เลข 14 หลักแรก + หลักสุดท้ายที่เป็นเลข 6 สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นยี่ห้อ Motorolla ส่วนถ้าเปลี่ยนหลักสุดท้ายไปเป็นเลขอื่นจะพบว่าไม่ตรงกับยี่ห้อใดเลยในท้อง ตลาด (ใช้การพิสูจน์ด้วยการค้น IMEI ในเว็บแห่งหนึ่ง)

ผู้ รู้แถลง : เลข IMEI 15 หลักถูกก็อปปี้ขายกันเป็นล้านเครื่อง ตามมาบุญครองและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือราคาถูก โดยเลข IMEI ที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยเลข 14+1 หลัก ซึ่งหลักสุดท้ายจะไม่มีเลขอื่นนอกจาก checksum ของ 14 หลักแรก

ดัง นั้นการที่มี IMEI 591154203237516 จะไม่มี 591154203237517 หรือลงท้ายด้วยเลข 8 หรือ 9 หรือ 0 หรือเลขอื่น ๆ นอกจากเลข 6 เนื่องจากมันเป็น checksum ของสิบสี่หลักแรก โดยคำนวนจาก Luhn Algorithm ดังนี้
เริ่มต้นจากเลขสิบสี่หลักแรกของ IMEI
59115420323751

ให้คูณ 2 เฉพาะตัวเลขที่เป็นหลักคู่
5(18)1(2)5(8)2(0)3(4)3(14)5(2)

แล้วค่อยนำมารวมกันเป็น
5+1+8+1+2+5+8+2+0+3+4+3+1+4+5+2 = 54

เพื่อทำให้ 54 หารด้วย 10 ลงตัว ต้องเพิ่มไปอีก 6 เพื่อให้เป็น 54+6 = 60

เอา 60 มาหาร 10 ตัวเลขสุดท้ายจึงต้องเท่ากับ 6

ดัง นั้น การที่โจทก์ไปเสิร์ชหา 591154203237516 จึงตรงกับโมโตโรลล่ารุ่นที่อากงใช้ (และตรงกันกับโมโตโรลล่ารุ่นเดียวกันอีกหลายแสนเครื่องที่ขายกันอยู่ทั่วไป)
591154203237517 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237519 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237510 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย
591154203237512 จึงไม่มีผลลัพธ์ตรงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนเลย

สรุป จากข้อมูลนี้ได้ว่า : IMEI ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ เนื่องจากหมายเลข IMEI นั้น ไม่ใช่ Unique Number มีมือถือหลายเครื่องที่มี IMEI ซ้ำกันได้ โดยมีทั้งการที่ซ้ำกันมาตั้งแต่โรงงานผู้ผลิต และซ้ำกันเพราะมาแก้ไข IMEI เองในภายหลัง (คนนำเข้าโทรศัพท์เถื่อน, คนประกอบโทรศัพท์ ต่างก็รู้กันแล้วว่ายี่ห้อไหนรุ่นไหนที่จะต้องใช้ IMEI อะไรจึงจะถูกต้อง)

สิ่งที่เราในฐานะประชาชนผู้อยู่ภายใต้กฎหมายควรที่จะรู้ และต้องการจะรู้ก็คือ "ประจักษ์พยานหรือหลักฐาน" ที่ชี้ชัดได้ว่า

1. SMS ดังกล่าวมาจากเครื่องของจำเลยจริง
2. จำเลยเป็นคนส่งข้อความด้วยตัวเองจริง
3. จำเลยมีสายสัมพันธ์หรือสามารถติดต่อโดยตรงกับเลขานุการนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์มือถือได้จริง
ความยุติธรรมจะเกิด ถ้าหากโจทก์สามารถหาข้อพิสูจน์ดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำได้จริง ซึ่งจำเลยต้องรับโทษตามกฎหมาย

แต่ ถ้าโจทก์ไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมาได้นอกเหนือจาก IMEI ที่มีโทรศัพท์รุ่นเดียวกันอีกนับหมื่นนับแสนเครื่อง และยืนยันที่จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการปรักปรำจำเลยในคดีนี้ ...

โจทก์ จะต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าต่อจากนี้ไปสังคมไทยจะยอมรับการใช้ IMEI เป็นบรรทัดฐานในการหาตัวผู้กระทำผิดทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ด้วยหรือไม่ ...

ถ้าคำตอบคือ "ใช่" ผมเชื่อว่าจะมีความวุ่นวายตามมาอีกหลายคดีอย่างแน่นอน -[/quote]

ขอบคุณมากอีกครั้งที่ให้ความรู้เรื่อง IMEI ไว้ในนี้ เสียดายก็แต่ทำไมคุณชาคริต จันทร์รุ่งสกุลไม่ไปช่วยเป็นพยานสาธิตให้ศาลดูว่าเลข IMEI มันใช้ไม่ได้ในกรณีอากง หรือไม่มีใครกล้าเป็นพยานให้ น่าสงสารอากงจริงๆ..ผู้พิพากษาท่านนี้เขาจะสำนึกบาปไม๊นะ ถ้าได้มาอ่านเจอบทความนี้..

ธิดาวานรครับ เลิกเห่าเถอะครับ

ธิดาวานรครับ เลิกเห่าเถอะครับ ก่อนหน้านี้ ทางนปช.ไม่เคยเหลียวแล ไม่เคยมีแนวทางช่วยเหลือ
พออากงเสียชีวิต เลยพยายามออกมาโหนกระแสเหรอครับ ทุเรศสิ้นดี

ป้าธิดาวานรครับ

ป้าธิดาวานรครับ อย่าออกมาเห่าให้เหม็นน้ำลายอีกเลยครับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเหลียวแล ไม่เคยมีแนวทางช่วยเหลือ พออากงเสียชีวิต พยายามออกมาโหนกระแสเอาดีใส่ตัว พฤติกรรมมันไม่ต่างกับพวกแมลงสาบเลยครับ ทุเรศสิ้นดี

ผมขอสารภาพว่าเมื่อผมอ่านจดหมา

ผมขอสารภาพว่าเมื่อผมอ่านจดหมายฉบับนี้เขียนด้วยลายมือของ หลานอากง ชื่อ ฟ้า ผมน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว...

อากงฟ้าขึ้น ป.5 แล้วนะ แต่ว่าตอนเก่าอยู่ทับ 4 ตอนนี้ฟ้าได้ไปอยู่ทับ 1 แล้ว มันเป็นห้องคิงเป็นห้องที่เก่งที่สุด เป็นห้องเด็กฉลาดเพราะเขามีนโยบายมา

อากงฟ้าคิดถึงอากงมากมากเลย ฟ้าสอบได้ที่ ๑ นะอยากให้อากงอยู่ตอนนี้จังเลย คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้ อ้อฟ้ารักอากงมากๆ อากงเมื่อไหร่ยายจะพาไปเยี่ยมก็ไม่รู้ ให้แต่น้องป๋อมกับเจ๊ปิ่นไปไม่เข้าใจยาย ไม่ว่ามีอะไรก็อย่าท้อนะอากง อย่าร้องไห้คิดเสมอนะว่ายังมีลูกหลานที่รักอากงโดยเฉพาะฟ้าที่รักมาก ถ้าอ่านจดหมายฉบับนี้หรือฉบับไหนๆต้องหัวเราะ รักมาก

กลอนที่แสนเศร้าจากป้าอุ๊ วันท

กลอนที่แสนเศร้าจากป้าอุ๊

วันที่ 5 พฤษภา 2555
เราอยู่กันมาถึงปีที่ 44
รวมความสุขทิ้งความทุกข์ที่มากมี
แล้ววันนี้มีเปลี่ยนไป
มวลมรสุมทุ่มเข้ามาผวาสุดสุด
ร่างกองทรุดสุดหวั่นไหว
แต่เรายังมีเรารวมร่วมหัวใจ
จะยืนให้ได้ในชะตากรรม
หากวันนี้ฉันมีคาถาเสกเป่าได้
และถ้าได้ตามฝันที่ฉัน
ให้ทุกสิ่งเป็นจริงเหมือนเฝ้ารอ
เพียงขอเธอให้ได้กลับคืน
บนทางเดินในเส้นนี้มีขวากหนาม
จะพยายามไม่ยอมแพ้แม้ร้องไห้
จะฝืนยืนสู้ซมซานไป
ใจไม่เคยท้อเพราะรอเธอ
ถึงวันนี้ยังลางเลือนเหมือนว่างเปล่า
แต่พวกเราคงหวัง
วันพรุ่งนี้คงมีทางวิ่งกลิ้งเข้าเส้นชัย
มาเริ่มต้นกันใหม่

เพื่อเธอ

ป้าอุ๊

ครบรอบ 44 ปีของเธอและฉัน ครบรอบ 478 วันของเธอ

ศาลประชาชน wrote:ธิดาวานรครับ

[quote=ศาลประชาชน]ธิดาวานรครับ เลิกเห่าเถอะครับ ก่อนหน้านี้ ทางนปช.ไม่เคยเหลียวแล ไม่เคยมีแนวทางช่วยเหลือ
พออากงเสียชีวิต เลยพยายามออกมาโหนกระแสเหรอครับ ทุเรศสิ้นดี[/quote]

คุณนี่ปากเหม็นจังนะเออ อ. ธิดาหรือที่ไม่เคยดูแลมวลชน คุณเอาอะไรมาพูด อากงเป้นหนึ่งในคนที่โดนมาตรา 112 เล่นงาน แกนนำนปช. เขาร่วมกันผลักดันในรบ. ช่วย และรบ. ก็ช่วยได้เท่าที่อำนาจของเขาจะทำได้แล้ว ไม่มีใครโหนกระแสใครได้หรอกนะจ๊ะ คนที่ทุเรศที่สุดคือตัวคุณเองนั่นแหละ ที่ไม่รู้เรื่องของพวกเขาแล้ว ส. ใส่เกือบออกมาพล่าม...จริงๆนะ ถ้าคุณเป็นคนเสื้อแดง ก็คงเป็นประเภทพวกมือไม่พายเอาตีนราน้ำละมั๊ง แต่ถ้าเป็นกลุ่มตรงข้ามเขาเรียก เสี้ยม เข้าใจไหม

ขอให้ไปดีนะ

ขอให้ไปดีนะ เกิดชาติหน้าก็อย่ามาเนรคุณอีก เวรกรรมมีจริงทุกคนจงดูไว้ ตายไปมีคนแค่ไม่กี่หยิบมือ

ดูถูกกระบวนการยุติธรรมตลอดนะค

ดูถูกกระบวนการยุติธรรมตลอดนะครับ ไม่เคยยอมรับคามผิด แม้กระทั่งคนที่เป็นหัวหดหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วก็มาอ้างว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง...ช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อไหร่พวกคุณจะตาสว่างสักที แต่ละคดีกว่าจะสรุปสำนวน พิจารณาตัดสินล้วนมีพยานหลักฐาน พวกคุณก็ชอบทึกทักเอาเอง แล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง พวกคนที่ไม่รู้ก็มาอ่านแล้วก็เออ..ออ ตามไปด้วย เนี่ยเหรอความจริงวันนี้......ขอโทษที ผมไม่เชื่อพวกคุณหรอก แต่ผมสงสารอากงที่พวกคุณชอบเอาศพคนตายมาสร้างกระแส เรียกร้องความสนใจและปลุกระดม....งานถนัดของพวกคุณจริงๆนะ หากินกับศพเนี่ย ลากไปกินในน้ำอีกต่างหาก

หงส์แดง

[quote=หงส์แดง]กลอนที่แสนเศร้าจากป้าอุ๊

วันที่ 5 พฤษภา 2555
เราอยู่กันมาถึงปีที่ 44
รวมความสุขทิ้งความทุกข์ที่มากมี
แล้ววันนี้มีเปลี่ยนไป
มวลมรสุมทุ่มเข้ามาผวาสุดสุด
ร่างกองทรุดสุดหวั่นไหว
แต่เรายังมีเรารวมร่วมหัวใจ
จะยืนให้ได้ในชะตากรรม
หากวันนี้ฉันมีคาถาเสกเป่าได้
และถ้าได้ตามฝันที่ฉัน
ให้ทุกสิ่งเป็นจริงเหมือนเฝ้ารอ
เพียงขอเธอให้ได้กลับคืน
บนทางเดินในเส้นนี้มีขวากหนาม
จะพยายามไม่ยอมแพ้แม้ร้องไห้
จะฝืนยืนสู้ซมซานไป
ใจไม่เคยท้อเพราะรอเธอ
ถึงวันนี้ยังลางเลือนเหมือนว่างเปล่า
แต่พวกเราคงหวัง
วันพรุ่งนี้คงมีทางวิ่งกลิ้งเข้าเส้นชัย
มาเริ่มต้นกันใหม่

เพื่อเธอ

ป้าอุ๊

ครบรอบ 44 ปีของเธอและฉัน ครบรอบ 478 วันของเธอ[/quote]

น้ำเน่าจริงๆ

.............................

.........................................สู่สันติกาล..................

...........................................๑.....................................

.......ยิ่งคุณโหดเหี้ยมห่าฆ่าคนเยอะ.....เลือดที่เลอะเปรอะนองฟ้องใบหน้า
ระเบิดคุณกระสุนจริงมึงยิงมา..............ก็ตายคาตาคุณความขุ่นแค้น
ใจไม่มีเมตตาปรานีเหลือ..................จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แค่คล้องแขน
โลกมนุษย์สุดโหดเหี้ยมไร้เทียมแทน......เป็นแก่นแกนกาลีไม่มีรัก

...........................................๒........................................
เราแย่งชิงความยิ่งใหญ่ใส่ความเกลียด..เราเบียนเบียดเราเสียดแทงเราแย้งหัก
เราแข่งเรื่องเหลืองแดงเราแช่งชัก.......พร้อมจะหักกระดูกป่นผูกพัน
จะปรองดองได้ไหมในมนุษย์.............สัตว์ที่หยุดการฆ่าเหมือนพาฝัน
กิเลสบ้าตัณหามารการฆ่าฟัน..............รู้แบ่งปันพลันจะเห็นความเป็นคน

...........................................๓............................................
....โลกน่าเศร้าเพราะเขลาแข่งแย่งกันโง่....อยากใหญ่โตโก้หรูอยู่ทุกหน
อยากได้นั่งเก้าอี้มีไพร่พล.................โลกหลั่งล้นเลือดพี่น้องผองมนุษย์
เราค้นหาว่าความสุขในยุคสมัย...........ที่หัวใจจะใหญ่พอบริสุทธิ์
อย่าดูหมิ่นฮินดูคริสต์อิสลามพุทธ.........และความยุติธรรมอย่าย่ำยี

..........................................๔............................

...อย่าฉีกทึ้งกฎหมายจะวายวอด...........จงทำคลอดด้วยคะแนนเข้าแทนที่
ใช้สภาทุกวาระกรณี.......................เลือกคนดีให้มีโอกาสผงาดตน
คุณภาพผู้แทนแม่นยำต้อง................ผู้ที่คล้องแขนประชาพาหลุดพ้น
พาสู่หลักศักดิ์ศรีมนุษยชน................ไร้ยากจนข้นแค้นทั่วแดนดิน

..........................................๕.......................................

...ชาติไทยนี้หาดีได้ง่ายมาก ๆ ....เพียงอย่าอยากใหญ่กว่าเพื่อนเถื่อนทั่วถิ่น
หยุดเบียดเบียนธรรมชาติขาดโกงกิน......มีทรัพย์สินชินแบ่งปันสวรรค์แล้ว
การเลือกตั้งฝรั่งเศสมีสองรอบ................เพื่อจะตอบโจทย์ได้ใครจะแจ๋ว
คะแนนแม้นไม่ถึงครึ่ง 1,2 แผ่ว..........เลือกใหม่แน่วแน่ทางกระจ่างเอย

.........................................๖................................

.....ใครแอบอ้างองค์อัลเลาะฮ์เคาะการฆ่า......เป็นที่สุดศรัทธาหน้าตาเฉย
ทุนสามานย์มันปั๊มลูกปืนโครมครืนเลย...........โรงงานเว้ยเฮ้ยเร่งผลิตมา
เปลี่ยนโลกาเป็นโลกันตร์อันวิปริต.........เพราะพระจิตและพระบุตรมนุสสา
อคติผลิช่อต่อพระบิดา.........................พระแม่มารีอาอันตรธาน

.........................................๗..........................................
..........ประวัติศาสตร์ชาติชราพยาธิ............ปกติปริเทวนามหาศาล
เกิดแก่เจ็บตายวายปราณ.......................บันทึกผ่านการต่อสู้มิรู้เลือน
เป็นตำบลหมู่บ้านตำนานผสม................ดินน้ำลมไฟให้ชมเป็นปมเงื่อน
เกิดเผ่าพันธุ์ใต้ผ่องพราวแสงดาวเดือน....ใจร้อนเหมือนตะวันผันผ่านภพ

.........................................๘............................

...ปล่อยให้โกรธและเกลียดเบียดรักสิ้น...จึงแดนดินถิ่นนี้ไม่มีสงบ
ใจร้อนเร่าเข้าสู่สนามรบ.................ตะวันพลบใช่ลบเลือนแสงเดือนดาว
ยิ่งคุณโหดเหี้ยมห่าฆ่าคนเยอะ...........เลือดที่เลอะเปรอะนองฟ้องโฉ่ฉาว
โลกเห็นสองตาคุณขุ่นแค้นคาว..........ฤาพระเจ้าจะอภัยให้พรคุณ

.........................................๙..ส่งวิญญาณอากง......

.....ส่งวิญญาณอากงพ้นกรงขัง.........หลุดพ้นพังกำแพงคุกทุกข์สถุล
ชายชรามีอายุลุสิ้นบุญ..................กลายเป็นทุนทางสังคมบ่มเพาะคน
ใส่ปีกอิสรภาพพิราบขาว.......................นภาพราวเมฆาฟ้าห่มฝน
สู่สุคติทุกปริมณฑล........................สัจจะดลค้นฝันสันติภาพเอย.

ทำเพื่ออะไร เพื่ออะไร

ทำเพื่ออะไร เพื่ออะไร ทำไปทำไม แก้ไปทำไม แก้แล้ว แล้วมาตรานี้มันเกี่ยวอะไรตรงไหน ที่จะทำให้นักการเมืองคอรัปชั่นน้อยลง จะเปลี่ยนนิสัยนักการเมืองเลวๆ ได้หรือ จะเปลี่ยนระบบราชการเช้าชาม เย็นชามได้หรือ พวกคุณอ้าง คำว่าไพร่ อำมาตย์ รากหญ้า สารพัดหาคำพูดให้ตัวเองดูต่ำต้อยไปทำไป เห็นไปนั่งชูคออยู่ในสภาเต็มไปหมด ทำเพื่ออะไร ทำคนบริสุทธิ์ หลอกคนไปตายเท่าไรแล้ว พวกคุณเคยคิดหรือป่าว พวกคุณนั่นแหละที่ฆ่าคนไทยด้วยกันเอง เลิกหลอกตัวเอง เลิกหลอกตัวเองสักที ประเทศนี้ให้อิสระพวกคุณมากเกินไป (จนทำให้ได้ดีเพราะปากอยู่ในสภาเต็มไปหมด) จนพวกคุณไม่สนคำว่า คนไทยด้วยกัน เรารู้ๆ กันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร ประเทศนี้เมืองนี้ ไม่มีหรอกทาส ไพร่ มีแต่พวกไหน พวกใครเท่านั้น หลอกคนมาตายเอาเงิน คนตายไม่ได้อยากตาย ไม่ได้ใช้สักบาท ...สู้เรามาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ทำอะไรที่สุจริต ไปเบียดเบียนกัน ไม่อายฟ้า ไม่อายดิน ใช้ความเพียรความพยามยามของตัวเอง ทำให้มันถึงที่สุดก่อน ...ผมก็คนรากหญ้า น้องสาวเรียนแพทย์ ก็ได้เป็น หมอ น้องชายเรียนกฏหมาย ก็ได้เป็นทนาย ประเทศนี้ ผมอยู่มาครึ่งชีวิตแล้ว ไม่เคยรู้สึกว่าโดนใครข้างบนเอาเปรียบ...นอกเสียจากว่าเราถูกนักการเมืองชั่วมันปั่นหัว หรือเราก็หลอกกันเอง หากินกับศพอากงกันต่อไป....

ตาสว่าง

[quote=ตาสว่าง]ดูถูกกระบวนการยุติธรรมตลอดนะครับ ไม่เคยยอมรับคามผิด แม้กระทั่งคนที่เป็นหัวหดหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วก็มาอ้างว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง...ช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อไหร่พวกคุณจะตาสว่างสักที แต่ละคดีกว่าจะสรุปสำนวน พิจารณาตัดสินล้วนมีพยานหลักฐาน พวกคุณก็ชอบทึกทักเอาเอง แล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง พวกคนที่ไม่รู้ก็มาอ่านแล้วก็เออ..ออ ตามไปด้วย เนี่ยเหรอความจริงวันนี้......ขอโทษที ผมไม่เชื่อพวกคุณหรอก แต่ผมสงสารอากงที่พวกคุณชอบเอาศพคนตายมาสร้างกระแส เรียกร้องความสนใจและปลุกระดม....งานถนัดของพวกคุณจริงๆนะ หากินกับศพเนี่ย ลากไปกินในน้ำอีกต่างหาก[/quote]
สาธุขอให้ความยุติธรรมแบบนี้เกิดกับคุณและครอบครัวด้วยเถอด สาธุ

ตาสว่าง

[quote=ตาสว่าง]ดูถูกกระบวนการยุติธรรมตลอดนะครับ ไม่เคยยอมรับคามผิด แม้กระทั่งคนที่เป็นหัวหดหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วก็มาอ้างว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง...ช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อไหร่พวกคุณจะตาสว่างสักที แต่ละคดีกว่าจะสรุปสำนวน พิจารณาตัดสินล้วนมีพยานหลักฐาน พวกคุณก็ชอบทึกทักเอาเอง แล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง พวกคนที่ไม่รู้ก็มาอ่านแล้วก็เออ..ออ ตามไปด้วย เนี่ยเหรอความจริงวันนี้......ขอโทษที ผมไม่เชื่อพวกคุณหรอก แต่ผมสงสารอากงที่พวกคุณชอบเอาศพคนตายมาสร้างกระแส เรียกร้องความสนใจและปลุกระดม....งานถนัดของพวกคุณจริงๆนะ หากินกับศพเนี่ย ลากไปกินในน้ำอีกต่างหาก[/quote]
..................................................................................

อย่างนี้ควรดูถูกหรือดูผิดดีล่ะ.....

"....และจำเลยอ้างความเจ็บป่วย ไม่ปรากฏจนถึงขนาดจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ทั้งราชทัณฑ์ก็มีโรงพยาบาลที่จะให้การรักษาจำเลยได้ทันทีอยู่แล้ว ในชั้นนี้ศาลอุธรณ์จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์"

เป็นบางส่วนจากคำสั่งของศาลอุทธรณ์

หุหุ ตาสว่างหรือยังครับคุณตาสว่าง
ถอดแว่นตาดำก่อนน่ะครับ เดี๋ยวจะบอกว่ามองไม่เห็นอีก
อ้อ

ตาสว่าง

ตาสว่าง wrote:
ดูถูกกระบวนการยุติธรรมตลอดนะครับ ไม่เคยยอมรับคามผิด แม้กระทั่งคนที่เป็นหัวหดหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วก็มาอ้างว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง...ช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อไหร่พวกคุณจะตาสว่างสักที แต่ละคดีกว่าจะสรุปสำนวน พิจารณาตัดสินล้วนมีพยานหลักฐาน พวกคุณก็ชอบทึกทักเอาเอง แล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง พวกคนที่ไม่รู้ก็มาอ่านแล้วก็เออ..ออ ตามไปด้วย เนี่ยเหรอความจริงวันนี้......ขอโทษที ผมไม่เชื่อพวกคุณหรอก แต่ผมสงสารอากงที่พวกคุณชอบเอาศพคนตายมาสร้างกระแส เรียกร้องความสนใจและปลุกระดม....งานถนัดของพวกคุณจริงๆนะ หากินกับศพเนี่ย ลากไปกินในน้ำอีกต่างหาก
..................................................................................

อย่างนี้ควรดูถูกหรือดูผิดดีล่ะ.....

"....และจำเลยอ้างความเจ็บป่วย ไม่ปรากฏจนถึงขนาดจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ทั้งราชทัณฑ์ก็มีโรงพยาบาลที่จะให้การรักษาจำเลยได้ทันทีอยู่แล้ว ในชั้นนี้ศาลอุธรณ์จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์"

เป็นบางส่วนจากคำสั่งของศาลอุทธรณ์

หุหุ ตาสว่างหรือยังครับคุณตาสว่าง
ถอดแว่นตาดำก่อนน่ะครับ เดี๋ยวจะบอกว่ามองไม่เห็นอีก
อ้อ! อย่าลืมถอดเขี้ยว ถอดงา ถอดเขาด้วยน่ะครับ

รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของค

รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของคนทุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนบนแผ่นดิน ต้องเขียนด้วยคนของแผ่นดิน ต้องไม่เขียนด้วยพวกสัตว์ที่มาจากการแต่งตั้งโดยเผด็จการ กฎหมายสูงสุดมีผลให้คนทุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนบนแผ่นดิน ได้รับความเสมอภาค ไม่มีใครทำชั่วโดยไม่ต้องรับโทษ ไม่มีใครขโมยของใครโดยไม่ต้องรับโทษ ไม่มีใครฆ่าคนตายโดยไม่ต้องรับโทษ

ขอแสดงความเสียใจ

ขอแสดงความเสียใจ ต่ออากง
ขอแสดงความเสียใจ ต่อขบวนการยุติธรรมแห่งประเทศไทย

ไม่เป็นไรหรอก หมอนิรันดร์ฯ

ไม่เป็นไรหรอก หมอนิรันดร์ฯ กก.สิทธิ์ฯ กับพวกก็โดน ๑๑๒ เข้าให้แล้ว จงโปรดติดตามตอนต่อไป.....จะเหมือนอากง หรือจะเหมือนอาลิ้ม