อองซาน-อภิสิทธิ์ ภาพที่ต้องให้คำแนะนำ

(ภาพจาก Facebook: Abhisit Vejjajiva)

 

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับภาพที่เกิดขึ้น หญิงหนึ่งชายหนึ่งจับมือกันในห้องรับรอง  หากแต่ภาพดังกล่าวคือนาง อองซาน ซูจี กับผู้ชายนายหนึ่งที่มีนามว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อาทิตย์นี้คงเป็นบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทยและของโลก เป็นความภาคภูมิใจของประชาชนผู้รักและศรัทธาในประชาธิปไตยกับการที่นางอองซาน ซูจี ตอบรับเข้าร่วมการประชุมระดับโลกอย่าง World Economic Forum ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2012 การเยือนประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อประชาชนคนไทย เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมการประชุมเวทีผู้นำระดับโลกธรรมดา แต่นี่เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 24 ปี ของนางอองซาน ซูจี เลยทีเดียว เป็นเหตุการณ์ที่สื่อทั่วโลกจับตามอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่ว่านางอองซาน ซูจี จะไปที่ไหนจะมีสื่อมวลชนมากมายตามไปทุกที่

เพียงย่างก้าวแรกที่เท้าเธอสัมผัสผื่นแผ่นดินไทย นางอองซาน ซูจี ก็ได้สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับคนไทยและผู้สื่อข่าวที่รอต้อนรับเธอที่สนามบินสุวรรณภูมิในทันทีด้วยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ จริงใจ พร้อมกับการโบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง

ยิ่งกว่านั้น ภารกิจแรกที่เธอเลือกที่จะทำ คือ การไปพบปะแรงงานพม่าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครในเช้าวันรุ่งขึ้น จากข้อเท็จจริงคงจะมีผู้นำระดับโลกไม่น้อยที่ต้องการนัดพบปะเธอเป็นการส่วนตัว แต่เธอเลือกที่จะไปพบกับประชาชนผู้เป็นที่รัก ประชาชนชาวพม่าที่หลายคนเคยเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแต่ปัจจุบันเป็นเพียงผู้พลัดถิ่น ด้อยเกียรติ ด้อยศักดิ์ศรี เป็นคนขายแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรม แม้แต่คนไทยเองหลายต่อหลายคนยังเหยียดถึงความด้อยค่าความเป็นมนุษย์ต่อแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ดังนั้น ภารกิจแรกนอกประเทศครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความห่วงใยประชาชนชาวพม่าพลัดถิ่นในฐานะมนุษย์ที่มีคุณค่ายิ่งในสายตาของคนบางคนจนก่อให้เกิดกระแสในหมู่คนไทยเอง กระทั่งมีคำกล่าวว่า "ถ้าไม่ใช่ผู้นำที่คิดถึงแต่ประชาชนคงคิดไม่ได้เช่นนี้" 

อองซาน ซูจี บุตรีคนสุดท้องของนางดอว์ ขิ่นจี มารดา กับนายพลอู ออง ซาน บิดา ผู้ซึ่งเป็นผู้นำการต่อสู้ต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและปลดแอกอาณานิคมจากอังกฤษจนพม่าได้รับเอกราชในวันที่ 4 มกราคม 1948 

ซูจีเกิดและใช้ชีวิตอยู่ที่พม่าจวบจนบิดา นายพลออง ซาน ถูกสังหารในปี 1947 ก่อนที่พม่าจะได้รับเอกราช หลังจากนั้นมารดาได้ย้ายไปทำงานที่อินเดียซึ่งซูจีก็สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่นั่น ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในสาขาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ที่เซนต์ฮิวจ์คอลเลจ  มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในช่วงเวลาดังกล่าวเธอได้พบกับนายไมเคิล อริส (Michael Aris) ซึ่งเป็นนักวิชาการชาวอังกฤษ ทั้งสองแต่งงานกันและมีบุตรชายด้วยกันสองคน

ในปี 1988 ด้วยวัย 43 ปี ซูจี เดินทางกลับพม่าเพื่อมาดูแลมารดาที่กำลังป่วยหนัก ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่พม่าตกอยู่ในภาวะวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของนายพลเนวิน ผู้นำประเทศในขณะนั้น การเรียกร้องประชาธิปไตยโดยกลุ่มนักศึกษาและประชาชนเรือนแสนเริ่มขยายจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป และในวันที่ 26 สิงหาคม 1988 นี้เอง ซูจีได้กล่าวปราศัยครั้งแรกต่อหน้ามวลชนกว่า 5 แสนคน ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา เธอได้ร่วมจัดตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD โดยพรรคของเธอชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลายในปี 1989 

ในขณะที่ประชาชนเรียกร้องให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย แต่ผู้นำทหารกลับสั่งปราบปรามการชุมนุมโดยใช้กองกำลังติดอาวุธ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายพันคน

ในปี 1989 เผด็จการทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกสั่งกักตัวซูจีที่บ้านพักเป็นเวลา 3 ปี และภายหลังได้ขยายเป็น 5 ปี เนื่องจากซุจีปฏิเสธการออกนอกประเทศเพื่อไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับสามีและบุตรที่ประเทศอังกฤษ เหตุสืบเนื่องมาจากการที่พรรค NLD ชนะการเลือกตั้งในปีดังกล่าว แต่รัฐบาลเผด็จการทหารปฏิเสธที่จะโอนถ่ายอำนาจให้ และต่อมายังเพิ่มโทษอีก 1 ปีโดยไม่มีข้อกล่าวหา หลังจากนั้นเธอยังถูกกักบริเวณและจำกัดสิทธิอย่างไม่เป็นธรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเรื่อยมา

การต่อสู้กับเผด็จการทหารเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างยาวนาน แม้ช่วงชีวิตการต่อสู้ของเธอจะต้องพรากจากสามีและบุตรชายทั้งสอง กระทั่งเธอได้ทราบว่าสามีผู้เป็นที่รักป่วยด้วยโรคมะเร็งแต่เธอก็ไม่มีโอกาสดูแลจนนายไมเคิลสามีได้เสียชีวิตลงในปี 1999 แต่การต่อสู้ของเธอเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้จบลงไปพร้อมกับการเสียชีวิตของสามีเธอแต่อย่างใด

บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในพม่าและการคุมคามต่อผู้คัดค้านทั้งที่เสียชีวิตและถูกจับกุมคุมขัง แม้การข่มขู่เอาชีวิตทั้งต่อกลุ่มที่ร่วมขบวนการและต่อตัวเธอเอง แต่ใบหน้าที่มุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาเพื่อประชาธิไตยกับการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการทหารได้ปรากฎเด่นชัดอีกครั้ง ด้วยภาพถ่ายใบหน้าที่นิ่งไม่สะทกสะท้านต่อความกลัวและความเจ็บปวดที่รายล้อม ท่ายืนแผ่ฝ่ามือขวาพร้อมเขียนชื่อนักโทษการเมือง Soe Min Min (นักโทษการเมืองผู้ถูกจับกุมและคุมขังเป็นเวลา 8 ปี เนื่องจากการอฐิษฐานให้นางซูจีได้รับการปล่อยตัว) ในการเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทหารปล่อยตัวนักโทษการเมืองจนเป็นกระแสทั่วโลก ท่าเลียนพระพุทธรูปปางประทานอภัยหรือปางห้ามญาติ (Abhaya) เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายของการปกป้อง สินติสุข และการขับไล่ความกลัว เป็นลักษณะเดียวกันกับที่คนไทยนำมาใช้เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวอากงในคดีหมิ่นฯ

(ภาพจากเว็ปไซต์ http://thuctu.blogspot.com)

 

ซูจีถูกจองจำหลายต่อหลายครั้งจากการใช้อำนาจของเผด็จการทหาร ทั้งห้ามเธอปราศัย พบปะฝูงชน แต่เธอก็ยังต่อสู้ด้วยสันติวิธีด้วยการเขียนจดหมาย ภาพถ่าย และการบันทึกวีดีโอเพื่อสื่อสารต่อรัฐบาลทหารพม่าตามข้อเรียกร้องของเธอ แต่การกระทำทั้งปวงไม่ได้รับการตอบรับจากผู้นำทหารแต่อย่างใด ตลอดการถูกจองจำได้มีกระแสการเรียกร้องจากนักเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยในพม่าและเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอเป็นอิสระเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษ การเรียกร้อง แทรกแซง และการคว่ำบาตรจากผู้นำประเทศต่างๆ เช่น ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และการเข้าพบผู้นำทหารพม่าของเลขาธิการสหประชาชาติ นายบัน คี มุน 

ในปี 2010 เริ่มมีการผ่อนปรนมาตราการต่างๆ ตามนโยบายใหม่ของรัฐบาลพม่า กระทั่งปลายปีเดียวกันนี้เองเธอได้รับการปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับบรรยากาศใหม่ของการเปิดประเทศและการตอบรับต่อการปรับตัวต่อสังคมประชาธิปไตยทั่วโลกจนนำมาสู่การเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีของเธอในวันนี้ 

อองซาน ซูจี กับพรรค NLD ผู้มีชัยเหนือการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1989 และชัยชนะล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาในการเลือกตั้งซ่อม โดยพรรค NLD ของเธอได้ที่นั่งในสภาถึง 43 ที่นั้งจากที่มีการเลือกตั้งทั้งหมด 45 ที่นั่งซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมของเธอที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของพม่าในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของพม่าอีกครั้ง

แม้การต่อสู้กับเผด็จการทหาร เธอจะต้องถูกข่มเหง ข่มขู่ จนบางครั้งถึงขั้นเสียงต่อการเสียชีวิต แต่เมื่อเธอได้รับอิสระภาพ เธอไม่เพียงไม่คิดที่จะแก้แค้นแต่เธอยังมุ่งทำหน้าที่ “เพื่อให้เกิดการปรองดอง” ของคนในชาติพม่าอย่างจริงใจ

อองซาน ซูจี สตรีผู้เปี่ยมไปด้วยเกียรติยศที่ล้วนมาจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าอย่างยาวนาน นักสู้ต่อผู้ต่อต้านอำนาจเผด็จการทหารอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่เคยย่อท้อแม้จะถูกกดขี่อย่างไม่เป็นธรรมมาเป็นเวลายาวนาน คำว่า สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ยืนหยัดต่อสู่อย่างกล้าหาญ การเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอจนได้รับการเสนอชื่อให้้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 1991 ซึ่งเธอจะเดินทางไปรับรางวัลดังกล่าวที่เมืองออสโล ประเทศนอรเวย์ ในวันที่ 16 มิถุนายนที่จะถึงนี้

สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณสำหรับบุคคลที่คร่ำหวอดในวงการการเมือง ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนของไทย แม้ว่าทั้งสองคนจะสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเดียวกัน แต่เมื่อกล่าวถึงบทบาทของศิษย์เก่าสถาบันอันทรงเกียรตินี้ คงจะอดตั้งคำถามต่อจุดยืนของศิษย์เก่าสัญชาติไทย(?)คนนี้ไม่ได้

นับแต่เกิดการทำรัฐประหารโดยอำนาจทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2006 หรือ 19 กันยา 49 มีการกระทำและการออกกฎหมายแบบเผด็จการหลายต่อหลายฉบับ แต่นายอภิสิทธิ์คนนี้ไม่เคยออกมาตอบโต้การล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและความไม่ชอบธรรมของเผด็จการทหารเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งกว่านั้น การจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากความร่วมมือของฝ่ายตุลาการและการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคเล็กอันก่อคุณูปการใหญ่หลวงยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนี้ให้ได้เป็นนายกฯ สมใจ ก็โดยการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารนั่นเอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้แพ้การเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ที่รักษาความเสมอต้นเสมอปลายในรูปแบบการขับเคลื่อนทางการเมืองมากว่า 66 ปี กับสไตล์การเล่นการเมืองที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามในทุกรูปแบบ การกลับคำแบบไม่มีจุดยืนเป็นที่ประจักษ์ นี่ยังไม่รวมหลายต่อหลายกรณีที่ตนออกมาโจมตีพรรคฝ่ายตรงข้ามว่าใช้นโยบายประชานิยม ในขณะที่ตนเองเมื่อคราวได้มีโอกาสเป็นรัฐบาลก็มีนโยบายอภิมหานิยมแจกแถมอย่างทั่วหน้า นี่ยังไม่รวมกรณี(เกือบจะ)ล่าสุดที่ลูกพรรคใช้ข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้ดูหมิ่นเหยียดหยามต่อการเป็นสตรีเพศของ นายกฯนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกรณีที่ นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ลูกพรรคอีกคนดูภาพโป้กลางสภาอันทรงเกียรติซึ่งเป็นการลดทอนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสตรีเพศในที่สาธารณะที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างน่าละอาย แต่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำหรือหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด ล่าสุด(จริงๆ)จากกรณีการแสดงมารยาทคัดค้านการเลื่อนร่าง พรบ.ปรองดองฯ ขึ้นมาพิจารณาของสภาทำให้เกิดความวุ่นวายที่ได้รับการประณามว่าเป็นความ “ถ่อย” นี่ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือยัง

แม้ว่าปัจจุบันทั้งอภิสิทธิ์และซูจีจะมีจุดยืนทางการเมืองร่วมกันในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แต่สำหรับอนาคตนั้นคงเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่จะยืนอยู่บนจุดที่แตกต่างกันเพียงไรบนเส้นทางการเมืองของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ผู้เขียนคงไม่มีเจตตนาที่จะถากถางหรือดูหมิ่นเพื่อให้คุณอภิสิทธิ์หรือพรรคประชาธิปัตย์ต่ำต้อยด้อยค่าประการใด เพียงแต่อยากทวงถามถึงจุดยืนทางการเมืองในฐานะประชาชนคนหนึ่งว่า โดยมโนธรรมสำนึกของคุณอภิสิทธิ์ที่เล่นการเมืองนั้น มีจุดยืนเพื่อ สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย ดังเช่นที่นางอองซาน ซูจี ยืนหยัดและพร้อมที่จะแลกมาด้วยชีวิตหรือไม่ หากคำตอบคือ “ไม่” ผู้เขียนจะขอยกย่องหากคุณอภิสิทธิ์จะยอมรับว่าคุณไม่สามารถทำหน้าที่เช่นนั้นได้และเลือกที่จะเดินออกจากเส้นทางอาชีพนักการเมืองเพื่อไปทำอาชีพอื่นที่เหมาะสมยิ่งกว่า ไม่ใช่เอาตัวเองมาอยู่บนหน้าสื่อเคียงคู่กันบุคคลที่คนทั่วโลกยกย่องในความศรัทธาต่อสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยเช่นนี้

การเป็นผู้นำทางการเมืองที่ดีไม่ใช่คนที่จะต้องสะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทินอย่างที่คุณอภิสิทธิ์พยายามที่จะเป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ผู้นำที่ดีคือบุคคลที่ถ่อมตัวลงยอมรับความผิดพลาดและเรียนรู้เพื่อที่จะแก้ไข และมุ่งทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างจริงใจ ผู้นำคือผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอย่างกล้าหาญเพื่อความถูกต้องชอบธรรมในทุกๆ สถานการณ์ คำถามวันนี้ต่อคุณอภิสิทธิ์ คือ ท่ามกลางความขัดแย้งของสังคม การมีอำนาจแทรกแซงจากภายนอก กฎหมาย กฎเกณฑ์ที่ยังไม่เป็นธรรมและไม่เป็นประชาธิปไตย “อะไรคือจุดยืนทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์”

แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้พบกัน เพราะนายอภิสิทธิ์และคณะเคยบินไปพบกับนางอองซาน ซูจี ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง เช่นนี้ผู้เขียนก็แอบหวังลึกๆ ว่า ในโอกาสที่ดีที่คุณอภิสิทธิ์ได้พบปะพูดคุยกับผู้นำระดับโลกอย่างนางอองซาน ซูจี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย (Democracy icon) อย่างที่ผู้นำระดับโลกหลายต่อหลายคนอยากมีโอกาสเช่นนี้บ้างแต่ไม่มีโอกาส ก็หวังว่าการพบปะถึงสองครั้งนี้คงจะทำให้คุณอภิสิทธิ์ได้เรียนรู้ ซึมซับถึงอุดมการณ์ ความกล้าหาญ จิตใจที่เด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง จิตสำนึกความรักต่อประชาธิปไตย และความรักที่มีต่อประชาชนของหญิงเหล็กผู้นี้บ้าง หรือว่าคุณอภิสิทธิ์อาจจะไม่รู้จริงๆ ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่

ก็ยังหวังอีกว่านี่คงไม่ใช่การเข้าพบเพื่อให้มีพื้นที่สื่อทั่วโลกเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองของนายอภิสิทธิ์แต่อย่างใด เพราะหากเป็นเช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดคำถามที่ตอบลำบากสำหรับคนไทยหากถูกชาวต่างชาติถามว่า “Who is this guy?”

หากเป็นเช่นนั้น ภาพที่ปรากฏนี้อาจจะต้องเป็นภาพที่ผู้ปกครองของอนุชนรุ่นหลังจะต้องให้คำแนะนำและทำความเข้าใจในการชมภาพดังกล่าวอย่างระมัดระวังยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสำคัญผิดในสาระสำคัญจากภาพที่จะให้มองอย่างไรก็ไม่เข้ากันในองค์ประกอบ ซึ่งผู้เขียนก็ได้แต่ภาวนาว่าคงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง เพราะผู้นำทางการเมืองของไทยนั้นให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ของประชาชนชาวสยาม โดยคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยอย่างดียิ่ง

 

Comments

ท่านอองซาน

ท่านอองซาน ขอคำปรึกษา
ขอคำแนะนำจากท่านอภิสิทธิ์
เทคนิคร่วมกับทหารปกครองประเทศ

นายอภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ คิดได้แค่
การเข้าพบ อองซานซูจี เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดี เกาะภาพลักษณ์ที่ดีของเธอ
และเพื่อถ่ายรูป
แน่ใจว่า เขาคิดเรื่องอื่นๆ ไม่เป็น
อองซานเหมือนเป็น องค์ประกอบช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อภิสิทธิ์

...เป็นภาพที่ contrast

...เป็นภาพที่ contrast ในแนวคิดและพฤติกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นางนวล wrote:นายอภิสิทธิ์

[quote=นางนวล]นายอภิสิทธิ์ คิดได้แค่
การเข้าพบ อองซานซูจี เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดี เกาะภาพลักษณ์ที่ดีของเธอ
และเพื่อถ่ายรูป
แน่ใจว่า เขาคิดเรื่องอื่นๆ ไม่เป็น
อองซานเหมือนเป็น องค์ประกอบช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อภิสิทธิ์[/quote]

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่เอ.....ทำไม อภิสิทธิ์ฯ ปล่อยหมาบ้ากัดประธานสภาฯ แถมยังขนคนร่วมต้านปรองดอง แล้วที่จับมือกับคนที่เขาอยากเป็นประชาธิปไตย มันหมายความว่าอย่างไรหือ อภิสิทธิ์ฯ

ที่จริงไม่จำเป็นต้องอธิบายเลย

ที่จริงไม่จำเป็นต้องอธิบายเลยว่าอดีต PM คนนี้ไปพบเพื่ออะไร ! เพราะพฤติกรรมที่ผ่านๆมามันชัดแจ้งอยู่แล้ว หรือจะดูจากเหตุการณ์ล่าสุดหมาดๆคือการเป็นตัวตั้งตัวตี...ตีรวนป่วนสภาทุกรูปแบบเพื่อล้มกฎหมายปรองดอง(หรือบีบบังคับให้สภาต้องยอมรับความคิดเห็นของตนฝ่ายเดียว) หรือมุ่งล้มร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่น่าสมเพทเวทนาของบรรดานักการเมืองอาชีพที่ประกาศตนตลอดเวลาว่าเป็นผู้ยึดมั่นในระบบรัฐสภา

ส่วนท่านออง ซาน ซูจีนั้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านเหมือนกัน แต่วิถีทางทางการเมืองภายใต้ระบบรัฐสภากลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นแตกต่างกันชัดเจนก็คืออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ท่านได้ยึดความมั่นคงและความสามัคคีของชาติเป็นเป้าหมายทางการเมืองสูงสุด จนถึงกับยอมเสียสละความสุขส่วนตัวอย่างน่าสรรเสริญ

สรุป ท่านออง ซาน ซู จี มีคุณลักษณะของรัฐบุรุษของโลกประชาธิปไตยทุกประการ แต่อดีต PM กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เอาแค่ว่ามีคุณลักษณะของการจะเป็นสัตบุรุษ(คนดี)หรือไม่? ก็ไม่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นเสียแล้ว

แต่ยังไงๆอดีต PM แม้จะมีสองสัญชาติแต่ก็เป็นคนไทยที่ยังสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เพียงแต่ขอเอาใจช่วยให้ได้อานิสงส์คุณธรรมประจำตัวของคนอังกฤษที่ได้ปลูกฝังมาแต่เล็กแต่น้อยคือให้ยึด Integrity เป็นคุณธรรมประจำใจคืนกลับมาให้คนไทยสัญชาติอังกฤษโดยเร็ว !

Redarm

[quote=Redarm]
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่เอ.....ทำไม อภิสิทธิ์ฯ ปล่อยหมาบ้ากัดประธานสภาฯ แถมยังขนคนร่วมต้านปรองดอง แล้วที่จับมือกับคนที่เขาอยากเป็นประชาธิปไตย มันหมายความว่าอย่างไรหือ อภิสิทธิ์ฯ[/quote]

ผมเชื่อมั่นในอดีดหัวหน้าพัก
ผมเชื่อมั่นในระบบรัดถะสะพานะฮับ

ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอภิสิทธิ์

ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอภิสิทธิ์ ทำไมต้องพบนางอองซาน ด้วยมีนัยยอะไร มีสาระสำคัญอะไรในการเข้าพบครั้งนี้ไม่เห็นมีการเผยแพร่ในสื่อ

เป็นแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว มันต

เป็นแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว

มันต้องการสร้างภาพ

ไม่ให้ตกข่าวในหน้าสื่อ

สร้างความขัดแย้ง ความระแวงอย่างต่อเนื่อง

ไม่เคยหวังดีต่อใครโดยความบริสุทธิ์ใจ

ไม่เห็นหรือ กรณีบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แมลงสาบเล่นงานคอยจับผิดเสียอ่วมอรทัย แต่เสแสร้งแกล้งว่าปรารถนาดี แต่จริง ๆ แล้วประสงค์ร้ายอย่าต่อเนื่อง กลัวใจ รัฐบาล พรรคเพื่อไทย แดงนปช. จะพลาด จะตกหลุมพรางที่เขาวางดักไว้ แก้ปัญหาที่มีเงื่อนงำ/เงื่อนไขอย่างสลับซับซ้อน ซ่อนกลไว้ ไม่ได้.

สงสัยเอาภาพเก่าตอนเป็นนายกมาโ

สงสัยเอาภาพเก่าตอนเป็นนายกมาโชว์น่ะ สำนวนโบราณว่า เห็นเขานั่งคานหาม เอามือประสานก้น อยากนั่งมั่ง อ้อ เคยนั่งแล้ว แต่คานหักซะ เกือบปีแล้ว ต้องป่วนเข้าไว้ แฟชั่นสมัยนิยม ต้องให้ผู้หญิงนำ ก็เลยให้ สส หญิงป่วนสภาซะหน่อย แค่จะเลียนแบบ เอาผู้หญิงมานำหน้า แต่ก็ไม่สง่างามเอาซะเลย อีก 3 ปี ไม่รู้เหลือกี่เสียง หรือจะบอยคอตเลือกตั้งอีก ก็ไม่รู้ งุงิ อิอิ ขำท้องแตก 555

"อองซาน-อภิสิทธิ์"

"อองซาน-อภิสิทธิ์" ภาพที่ต้องให้คำแนะนำว่า "โฉมงาม-เจ้าชายอสูร"

จริงๆ

จริงๆ อองซานต้องใส่ชุดไทยเวลามาเยือนไทย สิ
ไม่เอาแบบอย่างนายกปู บ้างเลย

รู้แล้ว...มาพบคุณอภิสิทธิ์ทำไ

รู้แล้ว...มาพบคุณอภิสิทธิ์ทำไม

คือเธอมาชวนคุณอภิสิทธิ์ไปเข้าคอร์สอบรมที่พม่านะ
ชื่อคอร์ส "การเป็นผู้นำฝ่ายค้านอย่างยาวนาน ต้องปฏิบัติตนอย่างไร"
อบรมฟรี...๗วัน๗คืน ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ตามสัญชาตญานนักประชาธิปไตยเพศ

ตามสัญชาตญานนักประชาธิปไตยเพศแม่ นางอองซานน่าจะสั่งสอนนู๋มาร์คให้รู้จักอดทน อดกลั้น อย่าเอาแต่ได้โดยไม่สนวิธีการ อย่าคิดยักยอกอำนาจ อย่าคิดวิ่งราวตำแหน่ง เ้พราะมันจะไม่ยั้งยืน สุดท้ายจะถูกประชาชนถีบหัวส่ง เสียผู้เสียคนจนนำพาสู่ความตกต่ำ ด้อยค่าไร้ราคาในสายตาคนทั้งโลก คำพูดนางอองซาน คงมีน้ำหนักพอให้นู๋มาร์คเก็บไปสะดุ้งคิดบ้าง เพราะตัวเขาปฎิบัตให้เห็นเป็นตัวอย่าง ก่อนพูดก่อนสั่งสอน ไม่ใช่ดีแต่พูดเอาตัวรอดไปวันๆ

ดูจากลักษณะของภาพศิลป์บนผนัง

ดูจากลักษณะของภาพศิลป์บนผนัง คล้ายๆ ว่าจะออกแนวพม่านะครับ ไม่น่าจะหาได้ง่ายๆ ในสถานที่ในประเทศไทย ถ้าไม่ใช่เป็นรูปที่คุณอภิสิทธิ์ถ่ายกับนางอองซานที่พม่าก็อาจเป็นรูปที่ถ่ายที่สถานฑูตพม่าที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ ผมไม่ได้มีความรู้ทางด้านศิลปะแต่อย่างใด เพียงแต่ตั้งสมมุติฐานเอาเองจากลักษณะของภาพ แต่ก็อาจเป็นภาพของศิลปินไทยก็ได้

ถ้าสองคนนี้ได้พบกันจริงตอนนี้ ข่าวก็ต้องลงแล้วครับ แต่ผมก็ไม่ได้ตามข่าวเหมือนกัน

เห็นนักการเมืองไทยแล้วปวดหัว ปน "สมเพช"!!

ไม่รู้จักอายเขาหรือดช.มาร์ค

ไม่รู้จักอายเขาหรือดช.มาร์ค ประเทศเขาเพิ่งออกจากถ้ำ แต่ประเทศเราดันทะลึ่งจะเข้าไปอยู่ในถ้ำ รู้จักอายเขาจะบ้างไอ้มาร์ค เด็กเมื่อวานซืน อองซานซูจี นะเขาระดับโลก ส่วนนายนะมันเด็กอนุบาล ยังไม่อย่านมแม่

rainny

[quote=rainny]ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอภิสิทธิ์ ทำไมต้องพบนางอองซาน ด้วยมีนัยยอะไร มีสาระสำคัญอะไรในการเข้าพบครั้งนี้ไม่เห็นมีการเผยแพร่ในสื่อ[/quote]
ป้าอองคงอยากเห็นหน้าพวกสตอเบอรีลักษณเป็นอย่างไรมั้งเพื่อใว้ตรวจสอบพวกพระม่าบ้าง

เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อวานนี้คร

เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อวานนี้ครับ (30 พค.) เป็นการเข้าพบระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม แชงกรีล่า กรุงเทพฯ เชื่อว่าเป็นห้องรับรองห้องใดห้องหนึ่งในโรงแรมดังกล่าว

http://news.voicetv.co.th/thailand/40455.html?p

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150872671806144&set=a.10150872654666144.411036.17171146143&type=1&theater

งานกร่อย wrote:จริงๆ

[quote=งานกร่อย]จริงๆ อองซานต้องใส่ชุดไทยเวลามาเยือนไทย สิ
ไม่เอาแบบอย่างนายกปู บ้างเลย[/quote]

เอ ผมกลับเห็นว่า เธอเลือกอยู่ข้างอภิสิทธิ์มากกว่าจะเลือกอยู่ข้างยิ่งกลักษณ์นะ

การเป็นผู้นำทางการเมืองที่ดีไ

การเป็นผู้นำทางการเมืองที่ดีไม่ใช่คนที่จะต้องสะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทินอย่างที่คุณอภิสิทธิ์พยายามที่จะเป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ผู้นำที่ดีคือบุคคลที่ถ่อมตัวลงยอมรับความผิดพลาดและเรียนรู้เพื่อที่จะแก้ไข และมุ่งทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างจริงใจ ผู้นำคือผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอย่างกล้าหาญเพื่อความถูกต้องชอบธรรมในทุกๆ สถานการณ์ คำถามวันนี้ต่อคุณอภิสิทธิ์ คือ ท่ามกลางความขัดแย้งของสังคม การมีอำนาจแทรกแซงจากภายนอก กฎหมาย กฎเกณฑ์ที่ยังไม่เป็นธรรมและไม่เป็นประชาธิปไตย “อะไรคือจุดยืนทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์”

นับแต่เกิดการทำรัฐประหารโดยอำนาจทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2006 หรือ 19 กันยา 49 มีการกระทำและการออกกฎหมายแบบเผด็จการหลายต่อหลายฉบับ แต่นายอภิสิทธิ์คนนี้ไม่เคยออกมาตอบโต้การล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและความไม่ชอบธรรมของเผด็จการทหารเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งกว่านั้น การจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากความร่วมมือของฝ่ายตุลาการและการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคเล็กอันก่อคุณูปการใหญ่หลวงยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนี้ให้ได้เป็นนายกฯ สมใจ ก็โดยการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารนั่นเอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้แพ้การเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ที่รักษาความเสมอต้นเสมอปลายในรูปแบบการขับเคลื่อนทางการเมืองมากว่า 66 ปี กับสไตล์การเล่นการเมืองที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามในทุกรูปแบบ การกลับคำแบบไม่มีจุดยืนเป็นที่ประจักษ์ นี่ยังไม่รวมหลายต่อหลายกรณีที่ตนออกมาโจมตีพรรคฝ่ายตรงข้ามว่าใช้นโยบายประชานิยม ในขณะที่ตนเองเมื่อคราวได้มีโอกาสเป็นรัฐบาลก็มีนโยบายอภิมหานิยมแจกแถมอย่างทั่วหน้า นี่ยังไม่รวมกรณี(เกือบจะ)ล่าสุดที่ลูกพรรคใช้ข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้ดูหมิ่นเหยียดหยามต่อการเป็นสตรีเพศของ นายกฯนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกรณีที่ นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ลูกพรรคอีกคนดูภาพโป้กลางสภาอันทรงเกียรติซึ่งเป็นการลดทอนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสตรีเพศในที่สาธารณะที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างน่าละอาย แต่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำหรือหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด ล่าสุด(จริงๆ)จากกรณีการแสดงมารยาทคัดค้านการเลื่อนร่าง พรบ.ปรองดองฯ ขึ้นมาพิจารณาของสภาทำให้เกิดความวุ่นวายที่ได้รับการประณามว่าเป็นความ “ถ่อย”

******เต็ม เต็ม 5555555555555555555555+ 555555555555555555555555555555555555555+

ถ้าเป็นการพบระหว่างผู้นำพม่าก

ถ้าเป็นการพบระหว่างผู้นำพม่ากับฝ่ายค้านไทย เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลก
แต่แปลกตรงที่มีอุดมการณ์คนละขั่ว ระหว่างนักประชาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยแอบอืงเผด็จการ

เดชอุดม

[quote=เดชอุดม]การจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากความร่วมมือของฝ่ายตุลาการและการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคเล็กอันก่อคุณูปการใหญ่หลวงยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนี้ให้ได้เป็นนายกฯ สมใจ ก็โดยการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารนั่นเอง[/quote]

พวกคุณต่างหากละครับ ที่ทรยศต่อกระบวนการประชาธิปไตย เหนือสิ่งอื่นใด การเลือกตั้งนายกฯ ของประเทศ เลือกกันกลางสภา ต่อหน้าทีวี ประชาชนทั้งประเทศ

น่าอนาถ พวกคุณเวลาด่าพวกเสื้อเหลือง สั่งสอนให้เขาอดทนต่อกระบวนการประชาธิปไตย แต่พวกคุณกับทนกับกระบวนการและการต่อสู้ทางการเมืองบนกระบวนการนั้นเองไม่ได้

พวกคุณยกมวลชนยึดกรุงเทพพยายามบีบบังคับนายกฯ อภิสิทธิให้ยุบสภา ด้วยเหตุผล ข่าวลือหาน้ำหนักไม่ได้ กระทืบซ้ำกระบวนการประชาธิปไตยในสภา ที่พวกคุณบูชาทิ้งอย่างไม่ใยดี

มันตลกร้าย ที่พวกคุณยอมรับ นายกฯ สมัคร นายกสมชาย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งๆที่ทั้งหมดนั่น ผ่านกระบวนการตามหลักการประชาธิปไตย กระบวนการเดียวกัน

เรื่องนี้ผมเชื่อแบบเดียว กับ สื่อแดง แบบนายใบตองแห้งนั่นแหละ ว่าเอาผิดได้ยาก เขาประกาศจะสลายชัดเจน วันใหนๆ เหตุผลผู้ชุมนุมประท้วงที่ต้องสู้แบบแลกชีวิตก็ฟังไม่ขึ้น แม้แต่UN หรือต่างประเทศ ยังไม่ยุ่งด้วยเลย

นวนคร wrote:เดชอุดม

[quote=นวนคร][quote=เดชอุดม]การจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากความร่วมมือของฝ่ายตุลาการและการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคเล็กอันก่อคุณูปการใหญ่หลวงยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนี้ให้ได้เป็นนายกฯ สมใจ ก็โดยการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารนั่นเอง[/quote]

พวกคุณต่างหากละครับ ที่ทรยศต่อกระบวนการประชาธิปไตย เหนือสิ่งอื่นใด การเลือกตั้งนายกฯ ของประเทศ เลือกกันกลางสภา ต่อหน้าทีวี ประชาชนทั้งประเทศ

น่าอนาถ พวกคุณเวลาด่าพวกเสื้อเหลือง สั่งสอนให้เขาอดทนต่อกระบวนการประชาธิปไตย แต่พวกคุณกับทนกับกระบวนการและการต่อสู้ทางการเมืองบนกระบวนการนั้นเองไม่ได้

พวกคุณยกมวลชนยึดกรุงเทพพยายามบีบบังคับนายกฯ อภิสิทธิให้ยุบสภา ด้วยเหตุผล ข่าวลือหาน้ำหนักไม่ได้ กระทืบซ้ำกระบวนการประชาธิปไตยในสภา ที่พวกคุณบูชาทิ้งอย่างไม่ใยดี

มันตลกร้าย ที่พวกคุณยอมรับ นายกฯ สมัคร นายกสมชาย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งๆที่ทั้งหมดนั่น ผ่านกระบวนการตามหลักการประชาธิปไตย กระบวนการเดียวกัน

เรื่องนี้ผมเชื่อแบบเดียว กับ สื่อแดง แบบนายใบตองแห้งนั่นแหละ ว่าเอาผิดได้ยาก เขาประกาศจะสลายชัดเจน วันใหนๆ เหตุผลผู้ชุมนุมประท้วงที่ต้องสู้แบบแลกชีวิตก็ฟังไม่ขึ้น แม้แต่UN หรือต่างประเทศ ยังไม่ยุ่งด้วยเลย[/quote]

คุณนวนครไปไกลแล้ว ผมยังไม่ได้พูดถึงเสื้อเหลือง ผมยังไม่ได้บอกว่าผมอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคุณเป็นคนประเภทเหมาว่าทุกคนที่ด่าอภิสิทธิ์เป็นคนเสื้อแดง ใจแคบไปไหมครับ โปรดอยู่ในประเด็นตามที่เขียนในบทความครับ สิ่งที่ผมต้องการสื่อคือ ภาพสตรีที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก กับผู้ชายที่อิงแอบอ้างประชาธิปไตยภายใต้อำนาจเผด็จการทางทหารและตุลาการว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ว่าเป็นประชาธิปไตย หรือจะถามให้ตอบง่ายๆ บอกให้ชัดว่าคุณคิดว่าการทำรัฐประหารมันโอเคแล้วใรการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อีกประการ สตรีผู้ซึ่งเคารพและมุ่งมั่นอย่างสุดความสามารถเพื่อพิทักษ์สิ่งที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในชีวิต (Rights to Life) ซึ่งไม่สามารถมีข้อยกเว้นให้สามารถพรากไปได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human dignity) การปกป้องความเป็นสตรีเพศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ โปรดอย่าเพียงแต่อ้าง UN ลอยๆ ลองไปหาอ่าน UDHR และ ICCPR แล้วคุณจะเข้าใจ และช่วยบอกผมหน่อยว่าภาพคุณอภิสิทธิ์ในสิ่งที่คุณเห็นเป็นอย่างนั้น โปรดอย่านอกเรื่อง

Redarm wrote:นางนวล

[quote=Redarm][quote=นางนวล]นายอภิสิทธิ์ คิดได้แค่
การเข้าพบ อองซานซูจี เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดี เกาะภาพลักษณ์ที่ดีของเธอ
และเพื่อถ่ายรูป
แน่ใจว่า เขาคิดเรื่องอื่นๆ ไม่เป็น
อองซานเหมือนเป็น องค์ประกอบช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อภิสิทธิ์[/quote]

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่เอ.....ทำไม อภิสิทธิ์ฯ ปล่อยหมาบ้ากัดประธานสภาฯ แถมยังขนคนร่วมต้านปรองดอง แล้วที่จับมือกับคนที่เขาอยากเป็นประชาธิปไตย มันหมายความว่าอย่างไรหือ อภิสิทธิ์ฯ[/quote]
อ๊อกฟอรด์ เหี่,, ย,,ม อยากล้างภาพ เกาะชายชิ้น วีระสตรีโนเบล ฝันร้ายไปเถอะ

Redarm wrote:นางนวล

[quote=Redarm][quote=นางนวล]นายอภิสิทธิ์ คิดได้แค่
การเข้าพบ อองซานซูจี เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดี เกาะภาพลักษณ์ที่ดีของเธอ
และเพื่อถ่ายรูป
แน่ใจว่า เขาคิดเรื่องอื่นๆ ไม่เป็น
อองซานเหมือนเป็น องค์ประกอบช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อภิสิทธิ์[/quote]

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่เอ.....ทำไม อภิสิทธิ์ฯ ปล่อยหมาบ้ากัดประธานสภาฯ แถมยังขนคนร่วมต้านปรองดอง แล้วที่จับมือกับคนที่เขาอยากเป็นประชาธิปไตย มันหมายความว่าอย่างไรหือ อภิสิทธิ์ฯ[/quote]
อ๊อกฟอรด์ เหี่,, ย,,ม อยากล้างภาพ เกาะชายชิ้น วีระสตรีโนเบล ฝันร้ายไปเถอะ

เดชอุดม

[quote=เดชอุดม]

คุณนวนครไปไกลแล้ว ผมยังไม่ได้พูดถึงเสื้อเหลือง ผมยังไม่ได้บอกว่าผมอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคุณเป็นคนประเภทเหมาว่าทุกคนที่ด่าอภิสิทธิ์เป็นคนเสื้อแดง ใจแคบไปไหมครับ โปรดอยู่ในประเด็นตามที่เขียนในบทความครับ สิ่งที่ผมต้องการสื่อคือ ภาพสตรีที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก กับผู้ชายที่อิงแอบอ้างประชาธิปไตยภายใต้อำนาจเผด็จการทางทหารและตุลาการว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ว่าเป็นประชาธิปไตย หรือจะถามให้ตอบง่ายๆ บอกให้ชัดว่าคุณคิดว่าการทำรัฐประหารมันโอเคแล้วใรการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อีกประการ สตรีผู้ซึ่งเคารพและมุ่งมั่นอย่างสุดความสามารถเพื่อพิทักษ์สิ่งที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในชีวิต (Rights to Life) ซึ่งไม่สามารถมีข้อยกเว้นให้สามารถพรากไปได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human dignity) การปกป้องความเป็นสตรีเพศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ โปรดอย่าเพียงแต่อ้าง UN ลอยๆ ลองไปหาอ่าน UDHR และ ICCPR แล้วคุณจะเข้าใจ และช่วยบอกผมหน่อยว่าภาพคุณอภิสิทธิ์ในสิ่งที่คุณเห็นเป็นอย่างนั้น โปรดอย่านอกเรื่อง[/quote]

ผมถึงยก ข้อความของคุณขึ้นมาไง

การขึ้นสู้อำนาจของนายอภิสิทธิ์สู้บนกระบวนการประชาธิปไตยใช่หรือไม่ เขาจะมีภาพเป็นพวกอนุรักษ์นิยมมันก็เรื่องของเขา ภาพลักษณ์ที่ผมและอีกหลายๆคนเห็นเป็นแบบนี้

ผลก็คือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ คะแนนเสียงประชาชน 10 ล้านคน พรรคภายใต้การนำของเขาได้เสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรรคของเขา

คุณก็ควรถามตัวเองว่าใช้ความเชื่อส่วนตัว เข้าช่วยทำลายภาพพจน์คนอื่นที่ต่างอุดมการณ์กับตัวเองหรือเปล่า

ภาพที่คุณว่าจริง มันก็อยู่ในแวดวงของพวกคุณ ที่คุณปฏิเสธไม่ยอมรับนั่นแหละ แต่คุณจะตีมึนอ้างว่าเป็นอย่างนี้ทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้นการทำลายภาพลักษณ์คนที่ตีความประชาธิปไตยต่างจากคุณ โดยอ้างว่าเป็นพวกเผด็จการ มันไม่เหมาะนาผมว่า

นี่นะ พรบ.ปรองดอง ที่กำลังวุ่นวายตอนนี้ ละเมิดทำลายหลักแบ่งแยกอำนาจ ตามหลักประชาธิปไตยด้วย (ม.5,ม.6,ม.7) คุณต้านหรือยังล่ะ หรือว่าสมรู้ร่วมคิด หรือไม่รักประชาธิปไตยแล้ว อย่างนี้ถือว่าเป็นพวกเผด็จการหลบซ่อนได้ใหม

นิดนึงนะ รัฐประหารมันเป็นเหตุการณ์ถึงจะพยายามให้เป็นระบอบรัฐประหาร มันก็ปั่นได้แต่พวกเสื้อแดงแหละ ในตำรา ระบอบรัฐประหารก็ไม่มี คำถามของคุณจึงเหลวไหล สิ่งที่เราๆทำได้คือไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารได้ และถ้ามันเกิดก็ต้องต้านในทันที ซึ่งประชาชนเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ ง่ายๆจบ ไม่ต้องยัดเยียดความเป็นเผด็จการให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ ให้ร้าวฉานด้วย

ครับ ถ้าให้เดาการที่มาร์ค

ครับ ถ้าให้เดาการที่มาร์ค สัมผัสมืออองซาน(เทพธิดาทางปชต.กับเด็กม.7ทางปชต) ผมว่าขอเขียนบทหรือพากย์เป็นไทยอองซานน่าจะถามประมาณว่า

"นู๋มาร์ค เรียนจบม.7ยัง?"

มาร์คตอบ

"ยังฮ่ะ? ยังมัธยมอยู่ฮ่ะ? ล่าสุดมันมาก นู่พึ่งจะพาพวกในอคาเดมีประชาวิบัติ ถล่มประธานสภาฯ ข้อหาไม่ตามใจพวกนู๋ๆ นี่คือพัฒนาการขั้นต้นของอันธพาลแบบเด็กๆทางปชต. ไม่ได้ดังใจไอ้ประธานฯบ้าฯก็จะออกอาการแบบนี้ล่ะ?มันพะยะฮ่ะ หนุกดีเย้วๆๆๆ"?

"เอ้าแล้วทำแบบนั้นอีกฝ่ายเขายอมเหรอ?"(อองซานถาม)

มาร์คตอบ

"มีเหรอ? ไม่ยอม? เพราะนู๋มีอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักกว่าใหญ่กว่า พวกจิ๊กโก่ช่างกล เจ้าของบ่อนกาสิโนอำนาจหนุนหลังให้ท้ายอยู่ ใครกล้าหือรือๆๆๆก็เจ้งบ้งสิ?"

"เอ้าแล้วไงต่อ"?(อองซานถามกึ่งรำคาญเด็กร้ายเดียงสาทางปชต.พ่นน้ำลายฟูมฟายเลอะเทอะแบบเด็กๆ)

"นู๋ก็กะว่าเปิดสภาฯอีกวันหลังจากที่ ลากเก้าอี้ประธานลงเวที และล๊อคเพื่อนสมาชิกสภาฯมาตีเข่าข้อหาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่การเป็นอันธพาลในสภาฯของพวกนู๋ๆ? พรุ่งนี้อีกวันอาจจะมีหมัดเด็ดไฮไล้ท์ แท็คทีมกับอันธพาลข้างถนนพันเถอะมิตร น้าอองซานคอยดูแล้วกัน? ว่าแต่ว่าถ้าเอาไปใช้ที่พม่านู่เก็บค่าลิขสิทธิน่ะ"?

"555จริงเหรอ? ไม่หรอกมั้ง? เอาไว้ใช้กันเองเถอะ น้าจะอ๊วก? ว่าแต่ว่าประชุมสภาฯอะไรกันเหรอ"(อองซานถามสวน)

"ก็พวกนั้นเขาจะพากันซื้อหวยบนดินพรบ.ปรองดอง นู๋เห็นว่า ถ้ามันเกิดมันซื้อถูกขึ้นมา พวกนู๋เจ้งบ้งแน่ๆ เพราะแทงเต็งข้างลูกพี่อันธพาลตัวใหญ่นอกสภาเดิมพันในกาสิโนอำนาจไว้เต็มที่ กับเจ้ามือหวยไว้ ขานั้นมีใบสั่งไว้ว่า บาทเดียวก็อย่าให้อำนาจกูบิ่น หรือใครแทงหวยถูกมันเลยเป็นหน้าที่ฮ่ะ"???(มาร์คตอบ)

"เออน่ะประเทศคุณแปลกน่ะ? แค่ลงมือซื้อหวยแบบนี้จะเป็นจะตายถึงขนาดลากเก้าอี้ประธานสภาฯ ลากคอเพื่อนสมาชิกมาตีเข่าเลยเหรอ?(อองซานถามกึ่งงงๆกึ่งประชด)

มาร์คตอบ

"เอ้าได้ไง ?เกิดพวกนั้นซื้อหวยถูกขึ้นมาแล้วมันเอาเงินมันคืนได้? พวกนู๋ก็เจ้งบ้งสิ? เพราะลูกพี่มีใบสั่งเด้ดขาดมาแล้วว่าบาทเดียวก็อย่าให้บิ่น"?

อองซานถาม
"เอ้า ประเทศนี้ซื้อหวยลุ้นแค่ได้เงินตัวเองคืนเองเหรอ?แปลกเน๊าะ"???

มาร์คสวน

"น้าตั้งสี่หมื่นกว่าล้านน่ะน้า น้าว่าน้อยเหรอ???

"เออเยอะอยู่แล้วมันมาได้ยังไง"(อองซานถาม)

"ก็ลูกพี่ผมปล้นมาแล้วให้ศาลประทับตราการปล้น เพื่อฟอกเงินปล้นมาให้กลายเป็นเงินคอรัปฯที่ต้องถูกยึดเข้าแผ่นดิน เรื่องแบบนี้มันเคยหลุดสมัยปฎิวัติปี35 คราวนี้ลูกพี่ผมเนียนจึงล็อกไว้สองสามชั้น ด้วยอำนาจในตู้นิรภัยพิเศษที่แช่คาจากปฎิวัติด้วยม.309 ไปไหนไม่รอดแน่สองสามชั้นระดับนั้น"

"มั่นใจขนาดนั้นแล้วกลัวอะไร"???(อองซานถามแบบเริ่มงงเข้าจริงๆ???)

มาร์คตอบ

"กลัวพวกมันซื้อหวยถูก"???

"โห้ประเทศนี้ทำไมอำมหิตศิษย์ส่ายหน้าแบบนี้เลนเหรอ? พม่าบ้านน้า ว่าเถื่อนแล้ว ของคุณโคตระเถื่อ่นอำมหิต กว่าเราหลายเท่า พอเถอะนู่มาร์คน้า่จะอ้วก"???

จบบทสนธนา???

เดชอุดม

[quote=เดชอุดม]คุณนวนครไปไกลแล้ว ผมยังไม่ได้พูดถึงเสื้อเหลือง ผมยังไม่ได้บอกว่าผมอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคุณเป็นคนประเภทเหมาว่าทุกคนที่ด่าอภิสิทธิ์เป็นคนเสื้อแดง ใจแคบไปไหมครับ โปรดอยู่ในประเด็นตามที่เขียนในบทความครับ สิ่งที่ผมต้องการสื่อคือ ภาพสตรีที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก กับผู้ชายที่อิงแอบอ้างประชาธิปไตยภายใต้อำนาจเผด็จการทางทหารและตุลาการว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ว่าเป็นประชาธิปไตย หรือจะถามให้ตอบง่ายๆ บอกให้ชัดว่าคุณคิดว่าการทำรัฐประหารมันโอเคแล้วใรการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อีกประการ สตรีผู้ซึ่งเคารพและมุ่งมั่นอย่างสุดความสามารถเพื่อพิทักษ์สิ่งที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในชีวิต (Rights to Life) ซึ่งไม่สามารถมีข้อยกเว้นให้สามารถพรากไปได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human dignity) การปกป้องความเป็นสตรีเพศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ โปรดอย่าเพียงแต่อ้าง UN ลอยๆ ลองไปหาอ่าน UDHR และ ICCPR แล้วคุณจะเข้าใจ และช่วยบอกผมหน่อยว่าภาพคุณอภิสิทธิ์ในสิ่งที่คุณเห็นเป็นอย่างนั้น โปรดอย่านอกเรื่อง[/quote]
ไม่มีอะไรมากครับ คุณไป "จี๊ด" กล่องดวงใจเขาก็เท่านั้นเอง
พวกเขายอมรับประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐประหาร 19 กันยา
แต่ไม่เคยยอมรับประชาธิปไตยก่อนหน้านั้น
พวกเขาเป็นพวกยึดติดกับทักษิน สร้างวาทกรรม เผด็ดการรัฐสภาบ้าง เผด็ดการเสียงข้างมากบ้าง
พวกเขาไม่ยอมรับว่า กลุ่มคนเสื้อแดงมาทวงถามประชาธิปไตยก่อนหน้า 19 กันยาคืน
แล้วพวกเขาก็กล่าวหาว่า กลุ่มคนเสื้อแดงรับใช้ทักษิน เป็น ม๊อบรับจ้าง แล้วก็หลับหูหลับตา
ให้กับรัฐฯ ใช้ผังล้มเจ้า ให้เป็นไบสั่งฆ่า ฆ่าคนเสื้อแดง
พวกเขายอมรับได้ที่ อภิสิทธิ์ กลืนน้ำลายตัวเอง "มีคนตายเพียงคนเดียวรัฐบาลต้องรับผิดชอบ"
พวกเขายอมรับได้ที่ มีคนตายในรัฐบาลอภิสิทธฺ์ 98 ศพ....แล้วยังลอยหน้าลอยตา
พวกเขายอมรับได้....ว่ามีประชาธิปไตย.....ตราบใด รัฐบาลมาจาก ประชาธิปัตย์
พวกเขาไม่เคยยอมรับ...."ผลพวงของรัฐประหาล"....เพราะ ประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล
....ฯลฯ.....สุดจะสาถยายได้หมด

กะจะมาแค่ขำๆ(สาระขัน)

กะจะมาแค่ขำๆ(สาระขัน) เจอนวนครเข้ามาแถฯอีกแล้ว เลยต้องสวน?

คุณนวนครครับกับข้อความมักง่ายนี้ของคุึณ

"นิดนึงนะ รัฐประหารมันเป็นเหตุการณ์ถึงจะพยายามให้เป็นระบอบรัฐประหาร มันก็ปั่นได้แต่พวกเสื้อแดงแหละ ในตำรา ระบอบรัฐประหารก็ไม่มี คำถามของคุณจึงเหลวไหล สิ่งที่เราๆทำได้คือไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารได้ และถ้ามันเกิดก็ต้องต้านในทันที ซึ่งประชาชนเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ ง่ายๆจบ ไม่ต้องยัดเยียดความเป็นเผด็จการให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ ให้ร้าวฉานด้วย"

ตอบ.

คุณกำลังจะบอกว่า ผู้หญิงต้องอย่าแต่งตัวโป้ ต้องให้มิดชิดแบบอิสสลาม จึงจะปลอดจาการข่มขื่นหรือปฎิวัติ ? ความมักง่ายไม่มีจิตวิญญานปชต.ภายใต้กับดักของวิธีคิดแบบปชต.ไม้ดัด มันครอบงำคุณจนดักดานถาวรไปแล้ว แล้วคือชุดความคิด แบบเดียวกับปชป. ที่ล่าสุดประกาศเชื่อมั่นในการปฎิวัติไปแล้ว(กลอนในเฟสบุ๊กที่เจอผมสวนและสอนไปเต็มๆ)

มันขัดแย้งกับหลักการณืสมัยชวนที่ประกาศว่า"เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาฯ" นั้นแสดงว่าจุดยืนนั้นของชวนตอแหลแล้วใช่ไหม?สำหรับปชป.ตอนนี้? สิ่งยืนยัน คือท่าที่ฝักใฝ่หรือไหลตามกระแสม.7(เชิญอำนาจนอกปชต เข้ามาปกครองปชตหรือทิศทางพัฒนาการเรือยนต์ปชตไหลย้อนกลับไปหาเรือสำเภา)

ล่าสุด เดินเกมในสภาฯ เ้พื่อให้สภาฯล่ม(อยา่งเจตนา) หลังจากที่ใช้มุกวอร์คเอ้า บ่อยๆจนเขาด่าว่ามุกหากิน เดิมๆมักง่ายเดิมๆ จึงพัฒนามาเป็นเหตุการณ์สองวันทางประวัติศาสตร์ คือลากเก้าอี้สภาฯลงมา และลากคอหรือกระชากเพื่อนสมาชิก? แสดงตัวตนแบบอันธพาลในสภาฯผู้ทรงเกียรติ เพื่อเป้าหมายดีสเครดิตรเกมในสภาฯ โดยอ้างว่าเผด็จการทางสภาฯหรือเสียงข้างมากด้วยเกมอันธพาลในสภา(เรื่อง"เชื่อมั่นในวิธีการคนป่า"แทนเชื่อมั่นในระบบสภา นั้่นคือสโลแกนใหม่ของปชป.หรือไม่?

แต่เหตุผลของตัวเองขาดความชอบธรรมหลายๆเรื่อง เช่นตีความว่าเป็นเรื่องทางการเงิน ในเจตนาจะมัดนายกปูกับลายเซ็นต์นั้นเพื่อเล่นงานทางอาญาฯในชั้นส่งตีความฯ ร่วมกับพธม. นั้นคือหมัดเด็ดที่จะเล่นเขา ถึงยุบพรรค ที่เป็นวิธีการเล่นการเมืองไม่สร้างสรร

คือถ้าเนื้อหาเรื่องเกมพรบ.กฏหมายปรองดองนี้ มีเหตุผลมีความชอบธรรมชัด กระแสสังคมตอบรับชัดว่าวิธีการปชป.กับพธม.ถุกจริง? การเดินเกมแบบนี้คุณอาจจะมีความชอบธรรมเหลืออยู่บ้าง ในสัดส่วนที่ดี และไม่เสียหายกับตัวเองในท่าที่และเงื่อนไขแบบนั้น

แต่ไม่ใช่เอาความคิดจิตนาการข้างๆคูๆ แบบนั้นมาตั้งเื่งื่อนไขตามสไตล์ พธม. หรือห้ามแตะให้ออกไปใครออกไปตาย(ปิดสนามบินเพื่อร.50) เกมนี้เหมือนกัน คุณ(มาร์คยอมรับตรงๆว่า) เกมนั้นจำเป็นต้องใช้เพื่อพิทักษ์เนื้อหาในท่าทีที่ตัวเองค้านหัวชนฝานั้น

แต่เนื้อหาในจุดยืนหัวชนฝานั้น สำหรับผม มันเหมือนกับยกตัวอย่างการซื้อหวย(มันเป็นการาจินตนาการความผิดคนอื่นล่วงหน้าแบบข้างๆคูๆน่ะผมว่ากับเงื่อนไขแบบนั้น) เขาแค่ลงมือซื้อหวย เพราะกระบวนการก่อนจะถูกหวยในทางเดินเรื่องนี้ มีความน่าจะเป็นในเส้นทางน้อยมากกว่าจะได้ตามที่พวกคุณระแวง สำหรับผม เชื่อว่าอย่างมากก็แค่ ได้เลขท้ายสองตัวไป

หรือโชคร้ายสุดโดยตำรวจจับข้อหาซื้อหวยเถื่อน(เกมส่งตีความเพื่อนำไปสู่คดีอาญาฯหรือยุบพรรค) นั้นคือความอำมหิตในวิธีคิดของพวกคุณในการเล่นการเมืองไม่สร้างสรรแบบนั้น? ไม่งั้นไม่พยายามให้นายกปูเซ็นต์หรอก? แต่เพราะเกมนั้นไม่เข้าทาง เลยอะละวาดแบบเด้กอันธพาลในสภาฯแบบนั้น ทั้งที่เงื่อนไขแบบนั้นมันไม่จำเป็นต้องบ้าขนาดนั้นช่องทางเยอะแยกในการพิสูจน์ ว่าข้อท้วงติงตัวเองถูก ประธานผิด

มันไม่ได้คอขาดบาดตายระดับนั้น แล้วอีกวัน ตรวจสอบผ่านกระบวนการจริงๆประธานเขาก็วินิจฉัยถูกแล้ว? มันเข้ากรณีก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เพราะโมโหหิวไหม? ผมว่ามาร์คเกมนี้ชักไปกันใหญ่ แล้วถ้าควายไทยมองเรืองนี้?(ไม่ติดปรักแบบคุณ"นวนคร")ขาดพวกคุณเสียรังวัดมาก แค่ควายไทยดักดานกว่านั้นมาก จึงมองเกมแบบนี้ของปชป.ไม่ขาด???

555คุณ"นวนคร"

555คุณ"นวนคร" ผมว่าภาพที่สอง(อองซานยืนโบกมือลา)

ถ้าให้ผมจิตนาการเป็นคำพูดตามบทข้างบน เธอน่าจะพูดว่า

"บ๊ายบาย ซาโยน่าเละ?(เละกว่าพม่าแน่ๆประเทศนี้)ประชาควายไทย ไปก่อนล่ะ? เหม็นขี้ฟันเจ้ามาร์คม.7มัน? พล่าม? พูดไม่รู้ที่เอาจนเมาประเด็น น้องออง(ซาน) ฟังก็มึนตึบกว่ามันอีก พยากรณ์ได้เลยว่าเละแน่ๆ? อีกไม่นานทหารก็จะพาพวกมันไปนุ่งผ้าถุงคลานตามตูดทหารพม่า

เพราะเจ้าสนธิออกแบบไว้ล่วงหน้า?ขานั้นพุดอะไรมีเหรอไม่ได้?ประกาศแล้วว่าจะปิดประเทศตามต้นแบบรบ.ทหารพม่า ?รีบไปดีกว่า อองกลัว? ภาพเก่าๆความป่าเถื่อนในพม่ามันจะมาฉายแบบหนังกลางแปลงที่นี่ คิดแล้วขนลุก บ๊ายบาย???

BBBB BBBB ภาพเดียว

BBBB
BBBB

ภาพเดียว แทนคำนับพัน.....

คาก
คาก
คาก....

ภาพบน :
----------
คือ คัทเอ๊าท์ภาพยนต์ เรื่อง "ANGEL & DEMON" ใน version ที่ "ท็อมแฮ้งก์" ไม่ได้สร้างน่ะ !
สำหรับบทพูด( dialogue )--ก็คงอย่างที่เฮีย "อะตอม" ได้ให้เสียงพากษ์แบบสยิวส์ไว้น่ะแหละ.....

คาก
คาก
คาก.....

ภาพล่าง
---------
คือภาพที่ "เฮียม้าร์ค ม.๗" แก ล บ อ อ ก ไ ป จากหน้าจอ "เฟะบุ๊ก" ของแก
เพราะแกทั้ง เ ขิ น อ า ย /และทั้ง ก ลั ว ต่ อ ส า ย ต า ของ"เจ๊ซูยี"ที่ "จ้องมอง" แกอยู่น่ะ.....

ไม่มี "คนเจ้าเล่ห์อำมหิต" คนใดในโลก
ที่จะชอบ "ส า ย ต า" ของ"เจ๊ซูยี"อย่างในภาพนี้หรอก......

คาก
คาก
คาก.....

--------------------

สรุปก็คือ :

"ซูยี" นั้น
ใช้ "ชีวิตและวิญญาณ" แลกเอา "เสรีภาพและประชาธิปไตย" มาให้กับประชาชน

แล้ว "ม้าร์ค ม.๗"
ก็ใช้ "เท็คนิคการสร้างภาพพจน์ ๑๐๑" มาเกาะชายผ้าซิ่นเจ๊ซูยี เพื่อแลกเอา "คำสรรเสริญ" มาให้กับ "ตัวเอง" อีกที....
คือมีความสุขกับ "การหลอกสะกดจิตตัวเอง" ไปวันๆ--ว่างั้นเหอะ !

ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ !!!
--------------------------------
คากคาก
คากคาก
คากคาก
คากคาก
คากคาก.....
[ ^O^ ]
BBBB
BBBB

ปล.

มองในมุมศิลปะแล้ว...

คงยากที่จะปฏิเสธ ว่า
ทุกองค์ประกอบที่รวมกันเป็น "ภาพ'ซูยี'ยืนยกมือ"( ภาพล่าง ) นั้น
น่าจะนับได้ว่าเป็นภาพถ่ายสาขา political art ที่ "สุดยอดในโลก" อีกภาพหนึ่งทีเดียว....

"คุณค่าทางศิลปะ" นั้น
เทียบเท่ากะภาพถ่าย "เด็กหญิงอาฟกานิสถานในชุดสีแดง" อันล้ำลึก-ที่ตีพิมพ์ลงบนปกนิตยสาร "nationalgeographic" / และภาพถ่าย "เด็กหญิงแห่งมายลาย-ในสงครามเวียทนาม" อันลือชื่อ น่ะแหละ....

ต้องขอคารวะต่อ เฮีย" james mackay" ผู้ถ่ายภาพนี้จริงๆฮิ.

--------------

ขออนุญาติเจ้าของบทความและท่าน

ขออนุญาติเจ้าของบทความและท่านอื่นๆ นอกเรื่อง

อะตอม ผมพยายามอ่านความเห็นคุณแล้วนะ กี่ครั้งๆก็เลอะเทอะเหมือนเดิม

คุณว่าผมคิดเอาเองเหรอผมไม่ได้เป็นอย่างคุณนิ ผมวิเคราะห์และสังเคราะห์เอา

เรื่องแรกเรื่องพ.ร.บ. ปรองดอง
คุณไปถามนักวิชาการเสื้อแดงอย่าง นิติราษฎร์ก็ได้ นักวิชาการกฏหมาย อย่าง อ.ยินดี นักวิชาการกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ สื่ออย่างสุทธิรักษ์ ว่ามันขัดกับหลักการแบ่งแยกอำนาจในระบบประชาธิปไตยใหม

หลักการแบ่งแยกอำนาจ นี่คือหลักการประชาธิปไตย
พวกคุณเองทำลังจะทำการอันขัดอุดมการณ์ที่เอาชีวิตเข้าแลกมา จะย่ำยีอีกแล้วเหรอ

เรื่องที่สอง กระบวนการประชาธิปไตย
คุณมีสิทธิที่จะคิดว่าเขาวางแผนโน่นนี่นั่นได้ และเขาก็สามารถทำได้ตราบใดที่กระบวนการยังเปิดทางให้ นี่คือการต่อสู้ตามวิถีประชาธิปไตย ตามกระบวนการประชาธิปไตย ที่เน้นจัดเวทีให้ต่อรองจัดสรรผลประโยชน์ของประเทศกัน กระบวนการประชาธิปไตยยอมรับว่าสังคมมีคนถืออุดมการณ์แนวคิดที่แตกต่างไป แต่ยอมรับกระบวนการประชาธิปไตย นี่คือวิถีประชาธิปไตยที่พวกคุณเอามาสั่งสอนพวกผมไม่ใช่หรือ คุณอะตอม

ถึงตอนนี้ คิดอ่านจะเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า จะโละกระบวนการทางประชาธิปไตยทิ้งเหรอ หันมาอ้างกระแส อ้างเสียงส่วนใหญ่ บ้าหรือเปล่า

สุดท้ายจริงๆ

พวกแดงหลักการไปมุดหัวอยู่ที่ใหน อยากดูความเห็นแดงหลักการ ปกติเห็นเยอะแยะไปหมด

ท่านซูจี นักต่อสู้รางวัลโนเบล

ท่านซูจี นักต่อสู้รางวัลโนเบล ระดับ Classic

ก็รู้ตื้นลึกหนาบางของ 'การเมืองไทย' ดี

คงไม่ซุ่มสี่ซุมห้า....

ยังเลือกที่จะพบกับ 'ท่านอภิสิทธิ์' ผู้นำฝ่ายค้านไทย

...ในการเปิดตัว เยือนต่างประเทศครั้งแรก

อันนี้...มันมีหมายความอยู่น๊ะ...

วิเคราะห์กันออกหรือเปล่า...

แล้ว 'รัฐบาล' รู้สึกอย่างไร ?!?

คุณอภิสิทธิ์

คุณอภิสิทธิ์ ไม่เคยนำตัวเองไปเทียบกับ 'ท่านซูจี'

แต่ว่า 'คุณทักษิณ' เคยเทียบตัวเองไว้ว่า

ต่อสู้เหมือนอย่างซูจี...

'เดชอุดม' นาย ลองวิเคราะห์ซิว่า เหมาะสมหรือไม่ ?!?

แช่ม wrote:คุณอภิสิทธิ์

[quote=แช่ม]คุณอภิสิทธิ์ ไม่เคยนำตัวเองไปเทียบกับ 'ท่านซูจี'

แต่ว่า 'คุณทักษิณ' เคยเทียบตัวเองไว้ว่า

ต่อสู้เหมือนอย่างซูจี...

'เดชอุดม' นาย ลองวิเคราะห์ซิว่า เหมาะสมหรือไม่ ?!?[/quote]
จะบอกให้หายโง่นะ ความหมายของทักษิณหมายถึงว่าพวกอำมาตย์และตุลาการวิบัติมันจับท่านทักษิณขังด้วยโซ่ตรวนแห่งคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม จึงทำให้เล่นการเมืองไม่ได้ตามความประสงค์ของพรรคขี้ข้าอำมาตย์ เพราะหากปล่อยให้ทักษิณเล่นการเมือง ก็ชนะเลือกตั้งอยู่ร่ำไป เหมือนนางอองซานซูจีอันเป็นที่รักของประชาชนชาวพม่าที่ลงเลือกตั้งก็ชนะพวกเผด็จการทหาร หวังว่าคงจะหาเรื่องแถแหลให้แนบเนียนกว่านี้

ก็ว่ากันไป เรื่องการสร้างภาพ

ก็ว่ากันไป เรื่องการสร้างภาพ เค้าทำเราว่าไป เราทำเราก็ชมกันเอง

ถ้าการวิจารณ์มาจากความถ่องแท้และพิสูจน์แล้ว ก็นับถือ
หากวิจารณ์จากการฟังมา ถึงจะจากคนหมู่มาก ก็ใช่ว่าจะถูกต้อง
ปรองดองที่แท้จริงควรเริ่มจาก สติ ไม่ใช่ อคติ

อย่าปล่อยให้นักการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตามมาครอบงำหรือหลอกใช้เราได้
ประโยชน์จะเกิดแก่พวกเรากันเอง ซึ่งก็คือ ประชาชน

ไม่มีสี ไม่มีฝ่าย แต่กำลังรอให้คนไทยเป็นกลางและรักกัน เพื่อประโยชน์ของพวกเราจริงๆ

น้าอองซานเป็นตัวอย่างที่ดีของ

น้าอองซานเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้อภัยและรู้จักลืม
ถ้าไม่รู้จักให้อภัย ลืมอดีต ป่านนี้ ไทยกับพม่าคงรบกันต่อไป

เพราะแค้นที่พวกพม่ามาเผาเมืองสุโขไทของเรา

555คุณ"นวนคร"

555คุณ"นวนคร" บังเอิญพาดพิงแบบบรรจงเต็มบรรทัดมา(จริงๆถ้าไม่พาดพิงก้จะไม่ชี้แจงเพราะเนื้อหาเขาอนุบาลมาก) ผมเสิร์ฟแบบมีมติ มีแมสเซสสำคัญๆในนั้น ถ้าควายอ่านจะหาสาระอะไรไม่ได้เลยในนั้น แต่ถ้าใครถึงจะเข้าใจว่าแหลมคมแค่ไหน? กระบือติดปรักแบบคุณคงไม่ใช่เป้าหมายในแมสเซสผม นั้นคือสาเหตุการวัดผล แบบลิงจ๋อเห็นขี้กับเห็นทองจริตแลลลิงเลือตะครุบขี้ดีกว่าทองบนมาตรฐานจริตหรือสัญชาตญานแบบนั้นจะะเอาไม้บรรทัดจุ่มขี้(อัตตาอคติ)ไปวัด จนได้ผลในการตัดสินแค่นั้น???

ตอบข้อแรก หลักการแบ่งแยกอำนาจที่คุณยกมา เหมือนมีเหตุผลแต่คือเหตุผลที่ปลายน้ำ เพราะต้นน้ำเขาได้ออกแบบโครงสร้างอำนาจ ในสัดส่วน80/20 ให้สัดส่วนอำนาจมันโย้ไปหาอำนาจนอกปชต. หรือในที่นี้ หมายถึงศาลและองค์กรอิสระ(กอกอตอ) หลังปฎิวัติโดยการออกแบบผ่านร.50 เพื่อรอวบอำนาจกลับไปรว[ศูนย์ที่อำนาจนอกปชต.ในสัดส่วน80%

รูปธรรมคือ พิธีกรรมเลือกตั้งในสัดส่วนอำนาจที่ยึดโยงปชตงหรืออำนาจปชช. นั้นแค่เชิงพิธีกรรม คือเลือกตั้งมา ในอำนาจที่ยึดโยงฝ่ายปชต. แต่อำนาจในการตัดสินใครได้เข้าสภาฯในฐานะอำนาจที่ยึดโยงปชชง,ปชต ผ่านพิธีกรรมเลือกตั้งนั้น

แต่คนที่สกรีนอีกที หรือของจริงในระดับ80%คือ อำนาจที่จะยุบหรือไม่ยุบพรรค ในหลายเคสที่ผ่านมา นั้นค่อใช้อำนาจผ่านศาล และองคกรอิสระ ในการเลือกยุบหรือไม่ยุบด่านสกัดขั้นสุดท้าย ตรงนที่มีความหมายเชิงสัดส่วนอำนาจจริงในระดับติดสินจริง? ระดับเกิน80% คือเห็นผลรูปธรรมกว่าอำนานเลือกตั้งที่ยึดโยงปชช.

ด้วยโครงสร้างอำนาจผ่านศาล จนทำให้งานบริหาร,(เป็นง่อยเพราะเช่นปล่อยไปแล้วสอยที่หลังเมื่อไหร่ก็ได้ เช่นสมชาย,สมัคร) ไม่นับรวมทักษิณ ที่สอยก่อนเลยงานบริหารที่ต้องให้งานศาลที่มั่วทุกสนามเขียนบทกำกับออกแบบให้ทุกๆสนาม เช่นมาบตาพุด.ม.190 3G(จี้) คดีทักษิณ อำนาจศาลตัดสินแทนอำนาจบริหารเชิงวิสัยทัศน์,ความมั่นคงที่ควรจะแบ่งแยกอำนาจแต่งานศาลตามโครงสร้างอำนาจแบบนี้กำกับเขียนบทและตีความ เช่นกรณีคดีทักษิณ ตามหลักแบ่งแยกอำนาจ ศษลไม่มีสิทธิหรืออำนาจ ในการไปตีความความเสียหายต่อรัฐในมิติเชิงวิสัยทัศน์ ความมั่นคง

ยกตัวอย่างง่ายๆ งบทางการทหารอเมริกา ที่ฝ่ายบริหาร ละเลงในการทำศึกก่อการร้ายสากล ถ้ามองตีความแบบศาลไทย มันไม่โดนกว่าทักษิณมหาศาลเหรอ ชัดๆคือเงินช่วยเหลือพม่า ถ้ามองเชิงโอกาสวิสัยทัศน์ นั้นคือการกำจัดคู่แข่งซื้อโอกาส หรือฉวยโอกาส ก่อนจีน มาเลฯ สิงคโปรที่จ้อง ถ้าให้พื้นที่งานบริหาร ในหน้างานเขาไม่ใช่ให้ศษลบมาตีความความเสียหายต่อรัฐ ในข้อจำกัดของอำนาจศาล

เนื้อหาแบบนี้ มันมั่วทุกสนามไม่รวมกรณีมาบตาพุด ที่อำนาจศาล ไปมั่วงานบริหาร(คอนเช้าท์) ด้วยการสั่งเฟอร์นิเตจอร์เข้าก่อนบ้านมีเสามีหลังคา(สั่งบังคบใช้ตามร.50( ก่อนกฏหมายประกอบ(นิติบัญฯ) มีผลหรือทำหน้าที่

นี่ไงครับตัวอย่างเล้กน้อยๆว่าโครงสร้างอำนาจที่แล้วมาศาลมั่วทุกสนามแบบไหน ดุลอำนาจเอียงไปหาศาลในสัดส่วนแบบไหนทอย่างๆไร แล้วใครใช้ผ่านตรงนั้น จนเหกิดหมาวิบากกรรมจากโคครงสร้างที่บิดเบี้ยวแบบนั้น ที่เกิดจากการปิดกระดุมเม้ดแรกที่ผิด(ปฎิวัติเชิงโครงสร้างอำนาจจากทหาร) แล้วใช้อำนาจศาลมามั่วทุกสนามในการปฎิวัติเก็บงานตกแต่งวภายใน ด้วย"ตุลาการอภิบาลนุมัติ" นั้นคือ ทั้งนิติรัฐ("รัฐาฎิปัติ"แปลไทยเป็นไทยว่ารัฐข้าใครอย่าเอาขามาขัด) ทหารข่มขืนกระทำชำเราศักดิ์ศรีปชต หรือคนไทยด้วยการอ้าง"รัฐฎาธิปัติ"หรือนิติรัด แบบนั้นนั้นคือกระดุมเม็ดแรกที่ผิดมหันต์

แล้วเอาอำนาจศาลมาติดกระดุมเม้ดที่สองให้เบื้อยวหนักในหลัก"นิติธรรม" หลายกรณี ถ้าจะชี้ ชี้ได้จะจะทุกคดีทุกเม็ด คุณ"นวนคร" ผมไม่ได้กล่าวหาเลื่อนลอยตามข้อกล่าหาคุณ แต่แจงสี่เบี้ยได้ทุกกรณี

เรื่องแบบนี้ไง คือมันเบี้ยวมาแต่ต้นน้ำแล้ว ในสัดส่วนอำนาจ ที่คุณไปอ้างปชตในระบบรัฐสภาฯ การที่กกหมายนี้ แค่คิดจะเอาไม้จิ้มฟันไปง้าง เพื่อทวงถามเล็กๆ แบบลูกแกะกับแม่เสือกินน้ำในลำธารเดียวกัน มันเทียบสัดส่วนไม่ได้เลย กับภาพทั้งภาพเชิงโครงสร้างอำนาจ ที่มันบิดเบี้ยวเชิงโครงสร้างที่วางยามาระดับนั้นแล้ว

นู๋"นวนคร" คำถามร้ายเดียงสาแบบนี้ ถ้าไม่คิดว่าให้ทานทาวปัญญาเผื่อท่านอื่นจะไม่เสียเวลากับคุณระดับนี้
ปล.ขอไม่แก้ไขข้อความเพราะจะใช้เวลามากกว่าร่างนี้และเสี่ยงหลายๆเรืองที่จะไม่ได้อ่าน???

ข้อ2 ตอบ. การอ้างสิทธิทางปชต.

ข้อ2

ตอบ. การอ้างสิทธิทางปชต. หรือสิทธิขั้นพื้นฐานในความคิดต่าง มันอ้างได้ แต่เงื่อนไขคือเจตนาแบบไหน? เช่น กระแสม.7 หรือ"เชื่อมั่นในการปฎิวัติ" คนปชป. ระดับบน? และหรือ ปิดประเทศ5ถึง6ปี(สนธิผู้นำพธม.) แล้วอำนาจอะไรล่ะที่จะปิดแบบนั้น ปชต.หรือเปล่า?วิธีคิดแบบนี้ฝักใฝ่ อำนาจอะไร? มันชัดอยู่แล้วว่า จิตวิญญานแบบนี้ เป็นไส้ศึกกับฝ่ายปชต. และเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบปชต.ในทั้งเป้าหมาและวิธีการ แต่แค่อ้างสิทธิว่าเคลื่อนไหวแบบปชต. มันแค่อ้างที่คนโง่ดักดานติดกับดักทางความคิดจนดักดานถาวรจึงจะเชื่อแบบนั้นได้

นู๋ ยังร้ายเดียงสาเกินไป? คิดตามน้ำเกินไป? ถ้าคิดได้แค่นี้แนะนำให้ไป สมัครเรียนม.7กับนู๋มาร์ค(เด็กมัธยมทางปชต.) และนู่กลอน(กรณ์)ที่ยังอนุบาลทางปชต. จนประกาศว่า"เชื่อมั่นในการปฎิวัติ"เพราะจริตแบบนั้น?กับคุณมันใกล้เคียงพวกนี้มากกว่านั้นคือกบฏหรือไส้ศึกต่อการปกครองระบอบปชต.???

อย่าเอา ซูจี

อย่าเอา ซูจี มาเปลี่ยบกับนักการเมืองไทยเลย ไม่ว่า อภิสิทธิ์ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์
ซูจี ของจริง นัการเมืองไทยมันของปลอมทั้งนั้น

FFF FFF เอาละ

FFF
FFF

เอาละ ๆ
เฮียๆเจ๊ๆ......
"เจ๊ซูยี" แกจะให้ใครเกาะชายผ้าซิ่นสร้างภาพก็ช่างเจ๊แกเหอะ--เจ๊แกเป็นคนใจดีน่ะ....

เอาเป็นว่า
"เจ๊ซูยี" แกไม่มีนโยบายขึ้นไปลากเอา"เก้าอี้ประธานสภาพม่า"ไปทิ้งหลังห้องประชุมก็แล้วกัน......

จบข่าว.
-------------
55555
55555
55555
55555
เ อิ๊ ก ก์.....

[ @_@ ]

FFF
FFF

"I have never ceased to be

"I have never ceased to be moved by the sense of the world lying quiescent and vulnerable, waiting to be awakened by the light of the new day quivering just beyond the horizon"

-Aung San Suu Kyi, Letter from Burma.

ขอแบ่งปันบทสัมภาษณ์บางส่วนวัน

ขอแบ่งปันบทสัมภาษณ์บางส่วนวันนี้ บทสัมภาษณ์ที่ผมได้อ่านแล้วขนลุกจริงๆ มันสะท้อนให้เห็นถึงความรักประเทศชาติ และรักประชาชนของเธออย่างแท้จริง

รวมบทสัมภาษณ์นางอองซาน ซูจี
1 June 2012

อยากให้พม่าเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตพัฒนาต่อไป การปฏิรูปประเทศในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อชาวพม่าและประเทศอื่นที่เข้ามาลงทุน

ซูจีอยากให้การเข้ามาลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนพม่ามีงานทำมากขึ้นไม่อยากให้เป็นโอกาสต่อคนที่รวยอยู่แล้วคอร์รัปชั่น

ซูจี กล่าวว่าต้องทำให้คนพม่าเข้าใจกฎหมาย และการใช้กฎหมายไม่ควรเอื้อใครคนในคนหนึ่ง

ซูจี กล่าวว่าจะต้องไม่คิดว่าใครมาจากพรรคการเมืองไหน สิ่งสำคัญคือต้องฟังเสียงของประชาชน

ซูจี กล่าวว่าการปกครองเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการให้คนเป็นคนตัดสินอนาคตของตัวเองได้

ซูจี กล่าวว่าการปกครองในปัจจุบันควรเป็นประชาธิปไตย แต่ยอมรับว่าอาจยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่

ซูจี กล่าวว่า ณ เวลานี้พม่าได้ให้คำมั่นสัญญาแล้วว่าจะเดินไปข้างหน้า ไม่ถอยหลัง ไม่อยากถูกคนอื่นทิ้งห่าง

ซูจี ยอมรับพม่าล้าหลังกว่าหลายประเทศ ดังนั้นจึงต้องการนักลงทุนเข้ามาช่วยพัฒนาพม่า

ซูจี ขอให้นักลงทุนอย่ามุ่งเพียงแค่ผลกำไรจากการลงทุนในพม่า แต่ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ซูจี กล่าวว่าเธอจะให้ความสำคัญกับการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานในพม่า เพื่อทำให้คนหางานทำได้ง่ายขึ้น

ซูจี กล่าวว่าพม่าประกอบไปด้วยคนกลุ่มน้อยจำนวนมาก จึงต้องมีการปรองดองเพื่อให้ประเทศเดินหน้าปฏิรูปได้

ซูจี กล่าวว่าการปฏิรูปในพม่าในครั้งนี้ เป็นการให้คำมั่นของทหารว่าจะพัฒนาประเทศ จะไม่หันหลังกลับ

ซูจี กล่าวว่าการปฏิรูปในพม่า ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิรูปทางการเมือง แต่เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ

นักข่าวถามเห็นตึกสูงในกรุงเทพคิดอะไร ซูจีบอกเห็นไฟฟ้าตามตึกสูงตอนกลางคืน คิดถึงคนพม่าที่จุดเทียนประท้วงที่ไฟฟ้าดับ

อีกนิด

อีกนิด ข้อความสื่อถึงความรักแบบคนที่มีความเข้าใจ ไม่ใช่รักแบบงมงายไร้หลักการ

1man1vote wrote:แช่ม

[quote=1man1vote][quote=แช่ม]คุณอภิสิทธิ์ ไม่เคยนำตัวเองไปเทียบกับ 'ท่านซูจี'

แต่ว่า 'คุณทักษิณ' เคยเทียบตัวเองไว้ว่า

ต่อสู้เหมือนอย่างซูจี...

'เดชอุดม' นาย ลองวิเคราะห์ซิว่า เหมาะสมหรือไม่ ?!?[/quote]
จะบอกให้หายโง่นะ ความหมายของทักษิณหมายถึงว่าพวกอำมาตย์และตุลาการวิบัติมันจับท่านทักษิณขังด้วยโซ่ตรวนแห่งคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม จึงทำให้เล่นการเมืองไม่ได้ตามความประสงค์ของพรรคขี้ข้าอำมาตย์ เพราะหากปล่อยให้ทักษิณเล่นการเมือง ก็ชนะเลือกตั้งอยู่ร่ำไป เหมือนนางอองซานซูจีอันเป็นที่รักของประชาชนชาวพม่าที่ลงเลือกตั้งก็ชนะพวกเผด็จการทหาร หวังว่าคงจะหาเรื่องแถแหลให้แนบเนียนกว่านี้[/quote]

ไอ้นี่ก้าวไม่พ้น 'ทักษิณ'

แฟนพันธ์แท้ตัวจริง..

'แดง ประชาธิปไตย' เขาไปถึงไหนแล้ว

'แดง ทักษิณ' อย่าเอ็ง

โดนถีบหัวส่ง แล้วยังไม่ 'ตาสว่าง' อีก

พ่อคนฉลาด

ฮา...

พม่า

พม่า ประเทศที่มากไปด้วยทรัพยากร ปกครองได้เผด็จการทหารยาวนาน ขอดีคือ ยังเหลือทรัพยากรไว้ให้ลูกหลานมากมาย เป็นที่มายปองของยุโรป อเมริกา ยอมที่จะสร้างภาพระดับโลกให้เห็นความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของอเมริกา กับท่าทีของ อองซานซูจี เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไมแน่ใจว่าเธอทำเพื่อคนพม่า หรือ คนอเมริกันกันแน่

lucky wrote:พม่า

[quote=lucky]พม่า ประเทศที่มากไปด้วยทรัพยากร ปกครองได้เผด็จการทหารยาวนาน ขอดีคือ ยังเหลือทรัพยากรไว้ให้ลูกหลานมากมาย เป็นที่มายปองของยุโรป อเมริกา ยอมที่จะสร้างภาพระดับโลกให้เห็นความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของอเมริกา กับท่าทีของ อองซานซูจี เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไมแน่ใจว่าเธอทำเพื่อคนพม่า หรือ คนอเมริกันกันแน่[/quote]

ครับตอบคุณ"lucky" วิธีคิดแบบนี้ของคุณ มีที่มาจากสำนักคิดรบ.ทหารพม่า ต่อการมองอันตรายของซูจีที่สร้างภาพให้เขา(มากกว่าข้อเท็จจริง) แต่ตัวตนรบ.ทหารพม่า กับอ้วนตึบกับการเข้าหาจีน หรือผลประโยชน์ต่างตอบแทนในประเทศแถบอาเชี่ยน ,ญี่ปุ่นที่เข้าไปเอี่ยวตรงนั้น แบบไม่มีกระบวนการแบบปชต.ตรวจสอบ

สำนักคิดแบบนี้สอดคล้องหรือมาในทิศทางเดียวกับสำนักคิดอนุรักษ์สุดโต่งแบบ"บ้านเสาเดี่ยว" สมถะสุดโต่งลงทางแคบ(วาทกรรมเศรษฐกิจพอเีพียงในอีกนัยยะหนึ่งน่ะไม่ใช่โดยเจตนาทั้งหมดในพระราชดำรัช) นั้นคือกลุ่มทุนศักดินาล้าหลังที่ผูกขาดการเข้าถึงทรัพยากรในไทยภายใต้สัดส่วนอำนาจที่ถืออยู่ แบบรบ.ทหารพม่า ตอนนี้ จึงกลัวการเปลียนแปลง หรือลดการผูกขาดตรงนั้นถ้าเกิดต้องปรับตัวเข้าหา ปชต.หรือระบบนิเวสน์โลก อย่างเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเกินไป? กลัวเป็นปชต.เกินไปจึงสร้างชุดความคิดความเชื่อเรื่องปชต.ไม้ดัด(ความไ่ม่พร้อมเป็นปชต.ของสังคมไทยตลอดกาล)

นั้นคือถ้าพัฒนาการทางปชต.มันสูงไปไม่ได้ มันจะปีนไปตัดไม่ทันควบคุมแบบเดิมๆไม่ได้ เพราะเงื่อนไขความล้าหลัง ในระบบคิดวิธีคิดที่ตกยุคหลงขบวนรถไปสายโลกาภิฯที่เป็นระบบนิเวสน์โลกขณะนี้ที่เราไปออกแบบไม่ได้โดยลำพัง แต่เงื่อนไขต้องปรับตัวให้เป็นส่วนหนึ่งหรืออยู่ในระบบให้ได้ ไม่ใช่ใช้วิธีคิดสมถะสุดโต่งลงทางแคบแบบบ้านเสาเดียว นั้นคือมุดรูหนีลงถ้ำ

นั้นคือปิดประเทศแบบพม่า เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวเป็นส่วนหนึ่งกับระบบนิ้เวสน์โลก อย่างเป็นส่วนหนึ่งหรือพึ่งพา ไม่ใช่ระบบไล่ล่าหรือ ไม่ใช่วิธีการวิ่งหนีหรือมุดลงถ้ำ เพราะถ้าหนีมุดรูมันจะได้สถานะภาพเหยื่อในระบบ เพราะขาดทักษะในการอยู่กับสังคมรวม เพราะเขาจะเอาน้ำราดรูหรือไม้แหย่ออกมาแบบพม่าอยู่ดี หรือแม้แต่แนวคิดสุดขั่ว(แบบบ้านติดล้อ)

หรือทุนนิยมสุดขั่ว วิ่งตามตูดเขาแบบไร้รากไร้เสาเข็ม หรือหมูวิ่งหาปังตอเสี่ยมล่อตื้อแบบคราวฟองสบู่ นั้นคือตอนนี้สำนักคิดสุดขั่วกับสุดโต่ง(แบบบ้านเสาเดียวกับแบบบ้านติดล้อ) กำลังยื้อสังคมไทยในโครงสร้างอำนาจระดับบน ให้ตัวประกันอดทนคนไทยเลือกข้าง อย่างที่ มันไม่รอดทั้งคู่(สุดขั่วกับสุดโต่งไฟ้ต์กันตอนนี้)

ตอนนี้ทางเลือกที่สามที่จะสร้างได้จากพลังทางสังคม พลังทางปชต.จริงๆเรายังไม่มี ? เพราะเราติดกับดักในพันะนาการหลายชั้นของนักปกครองปชต.เกินไป ทั้งต้มกบหรือตุ๋นกบ จนต่อมสัญชาติญานทางปชต.พลังทางสังคมแบบปชต.มันตายด้านไปนานแล้ว ตอนนี้สภาพหลักๆพลังในความหวังตรงนี้ยอมจำนนส่วนใหญ่ ,ส่วนหนึ่งผันตัวไปเป็นไส้ศึกเครื่องมือให้อำนาจนอกปชต เช่นพธม,ปชป. ส่วนหนึ่ง สู้หัวชนฝาเพื่อรักษาสถานะภาพเดิมของตัวเอง(เสื้อแดงและทักษิณ)

เรายังหาพลังทางปชต.เพื่อปชต.จริงๆแบบอองซานซูจีในเมืองไทยยังไม่มี? นั้นคือสาเหตุหลักๆที่มัน พันธนาการแน่นหนา และดักดานถาวรแบบนี้???

เดชอุดม

[quote=เดชอุดม]ขอแบ่งปันบทสัมภาษณ์บางส่วนวันนี้ บทสัมภาษณ์ที่ผมได้อ่านแล้วขนลุกจริงๆ มันสะท้อนให้เห็นถึงความรักประเทศชาติ และรักประชาชนของเธออย่างแท้จริง

รวมบทสัมภาษณ์นางอองซาน ซูจี
1 June 2012

อยากให้พม่าเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตพัฒนาต่อไป การปฏิรูปประเทศในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อชาวพม่าและประเทศอื่นที่เข้ามาลงทุน

ซูจีอยากให้การเข้ามาลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนพม่ามีงานทำมากขึ้นไม่อยากให้เป็นโอกาสต่อคนที่รวยอยู่แล้วคอร์รัปชั่น

ซูจี กล่าวว่าต้องทำให้คนพม่าเข้าใจกฎหมาย และการใช้กฎหมายไม่ควรเอื้อใครคนในคนหนึ่ง

ซูจี กล่าวว่าจะต้องไม่คิดว่าใครมาจากพรรคการเมืองไหน สิ่งสำคัญคือต้องฟังเสียงของประชาชน

ซูจี กล่าวว่าการปกครองเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการให้คนเป็นคนตัดสินอนาคตของตัวเองได้

ซูจี กล่าวว่าการปกครองในปัจจุบันควรเป็นประชาธิปไตย แต่ยอมรับว่าอาจยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่

ซูจี กล่าวว่า ณ เวลานี้พม่าได้ให้คำมั่นสัญญาแล้วว่าจะเดินไปข้างหน้า ไม่ถอยหลัง ไม่อยากถูกคนอื่นทิ้งห่าง

ซูจี ยอมรับพม่าล้าหลังกว่าหลายประเทศ ดังนั้นจึงต้องการนักลงทุนเข้ามาช่วยพัฒนาพม่า

ซูจี ขอให้นักลงทุนอย่ามุ่งเพียงแค่ผลกำไรจากการลงทุนในพม่า แต่ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ซูจี กล่าวว่าเธอจะให้ความสำคัญกับการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานในพม่า เพื่อทำให้คนหางานทำได้ง่ายขึ้น

ซูจี กล่าวว่าพม่าประกอบไปด้วยคนกลุ่มน้อยจำนวนมาก จึงต้องมีการปรองดองเพื่อให้ประเทศเดินหน้าปฏิรูปได้

ซูจี กล่าวว่าการปฏิรูปในพม่าในครั้งนี้ เป็นการให้คำมั่นของทหารว่าจะพัฒนาประเทศ จะไม่หันหลังกลับ

ซูจี กล่าวว่าการปฏิรูปในพม่า ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิรูปทางการเมือง แต่เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ

นักข่าวถามเห็นตึกสูงในกรุงเทพคิดอะไร ซูจีบอกเห็นไฟฟ้าตามตึกสูงตอนกลางคืน คิดถึงคนพม่าที่จุดเทียนประท้วงที่ไฟฟ้าดับ[/quote]

[quote=เดชอุดม]อีกนิด ข้อความสื่อถึงความรักแบบคนที่มีความเข้าใจ ไม่ใช่รักแบบงมงายไร้หลักการ[/quote]
ช่าง "จี๊ด" เข้าไปในหัวใจของใครต่อใครหลายๆคนจริงๆ

ผมดูรายการนายกพบปชช.คร่าวๆ(ไม

ผมดูรายการนายกพบปชช.คร่าวๆ(ไม่มีเวลาดูทั้งหมด)นายกปูพูดถึงพรบ.ปรองดอง พยายาม ให้เราขอความร่วมมือ หรือถ้าจะแย้งก็ควรแย้งด้วยเหตุด้วยผล ตรงไหน?รับได้?รับไม่ได้เพราะ แนวคิดนี้ มันพูดถึงกันทุกฝ่ายอยู่ไม่ใช่เหรอ?ทั้งปชป. เป็นคนคลอดคอป.เพื่อไทยก็ประกาศเป็นนโยบายหลักเจตนามีจุดร่วมอยู่ในนั้น มันควรจะประสานจุดร่วมสงวนจุดต่างตรงไหนแบบใด ไม่ใช่ค้านหัวชนฝา แบบปชป.และพธม. นั้นคือแหย่ขามาขวางมันไว้ก่อน จนหน้าคว่ำปากครึ่งจมูกครึ่ง(เกมป่วนในสภาฯและนอกสภาฯในแบบเจตนาป่วน)

แล้วค่อยหันหน้ามาพูดจากันหรือไม่มีทางพูดจากันได้เลยเรื่องนี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ตายหรือหลบทางให้ เนื้อหาแบบนี้โดยพยายามอ้างว่าตัวเองเสียงข้างน้อย เหมือนตัวเล็กแสปเล่นเขาก่อนแบบตีหัวเข้าบ้านไปฟ้องพ่อฟ้องแม่มาเล่นงานคนพี่ตัวใหญ่กว่าหรือคนที่ีสิทธิได้ดูแลบ้านกว่าเพราะกติกาเสียงข้างมาก

เพราะพรบ.นี้ ยังมีพื้นที่เปิดตามกระบวนการด้านที่จะช่วยกันหาความลงตัวความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าเขาเสนออะไรมาจะตามนั้น อย่างที่ผมยกตัวอย่างอาตี๋สักมังกือ ระหว่างทางมันมีการาต่อรอง เพื่อหาความเหมาะสม ในการที่จะส่งเื่งื่อนไข ทั้งในชั้นกระบวนการทางแปรญัตติ สภาฯล่าง สภาฯบน ระหว่างทางมันผ่านโรงทำแท้งก์ได้ทุกเมื่อ

จำเป็นแค่ไหนที่ปชป.และพธม.จะค้านหัวชนฝาแบบนี้ แล้วเล่นเกมอำมหิตแบบนี้(บาทเดียวก็อย่าให้มัน) ทั้งที่รู้ว่ามันโดนอะไร?มากมายขนาดไหน? แต่วิธีคิดที่จะเอาให้ตายอย่าได้ผุดได้เกิด เพื่อแลกโบนัททางในโอกาสทางลัดสู่อำนาจ(ปชป) หรือรับงานในหน้าที่จากอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักคุมบ่อนกาสิโนอำนาจแล้ว ต้องจบภาระกิจแบบทหารรับใบสั่งผบ.(พธม.จำลองผีตับเดียว)

จนมองเนื้อหาในภาระกิจแบบนั้น จนมันอำหิตเกินไปไหม? กับเพื่อนร่วมอาชีพ(นักการเมืองเหมือนกันเช่นการไล่ล่า หรือเอาเป็นเอาตายทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายโโนกระทำจากอำนาจอะไรอย่างไรขนาดไหน? )เพื่อนร่วมชาติ(เหลืองแดงหรือทักษิณโดนแบบนั้นเขาก็รู็ว่าคืออะไรอย่างไร) มันอำมหิตเกินไปไหม? ที่จะกระทืบเอาให้ตาย แบบอย่าได้ผุดได้เกิด? หรือตายไปยังจับถ่วงน้ำเพื่อความสบายใจแบบตีงูอย่าให้หลังหัก(ความเชื่อแบบนี้ไง มันเหมือนคนติดพนันอำนาจชนิดไม่มีวันสิ้นสุดมันก็จะแก้มือใหม่ๆๆๆนี่กี่ปีนี้ มีฝ่ายไหนแพ้ราบคาบได้ไหมมันจะยิ่งกว่าสงครามครูเสดไหม?)

หรือมหากาพย์แบบรามเกียรไหม? มันจะบ้าอำมหิต กันไปถึงไหน?นี่เมืองไทยเมืองพุทธหรือไม่? มันจะทำร้ายกันจองล้างกัน?ทำร้ายประเทศกันไปถึงไหน? ฮ้าไอ้ลูกหลานจัญไร???

แกนนำคนเสื้อแดงทุกภาคส่วนครับ

แกนนำคนเสื้อแดงทุกภาคส่วนครับ สัญญาณเตือนภัยอันตรายขณะนี้ น่าจะอยู่ที่เขตเส้นสีแดงแล้ว ทุกคนต้องระมัดระวังตัวกันไว้ให้ดีด้วยนะครับ โรคห่ามันลงแล้ว ทีท่าของเจ้าของโรคห่า มันเอาแน่ และเข้าใจว่าอาจถึงถอนรากถอนโคน เรื่องว่าจะเกรงกลัวเกรงใจ แคร์ในสายตาชาวโลกนั้น พวกนี้มันด้าน ไม่เช่นนั้น จะไม่มีทางเห็นภาพด้านๆ อย่างที่เพิ่งแสดงออกในสภา ให้เห็นหรอกครับ ปชป.ย่อมต้องได้รับอาณัติสัญญาณ จึงกล้าทุ่มสุดตัว ซึ่งลำพังปชป.เอง คนพรรคนี้มันคิดเองเป็นเสียที่ไหนเล่าครับ อย่างแค่เรื่องขายไข่ ยังต้องไปจ้างฝรั่งวิจัย แล้วผลลัพธ์ที่ออกมา อับอายชาวบ้านเสียสิ้น เสียทั้งงบของประเทศและปชช.ต้องซื้อไข่ในราคาแพงกว่าเดิม อองซานซูจี เนียนตัวแม่ มาร์คมันเนียนตัวลูก มองคนต้องมองกันระยะยาว รางวัลโนเบล ไม่ใช่หลักประกันที่ดีว่า คุณจะไม่ฝักใฝในเผด็จการ เพียงแต่ยังไม่มีช่องทางโอกาสเข้าถึงจุดนั้น แค่นั้นเอง ต้องเอาอย่างคานธี มหาบุรุษชาวอินเดีย จริงๆแล้วอองซานควรปฎิเสธ ที่จะมีไมตรี จับมือกับฆาตกรอย่างเหงียนมาร์ค จึงจะควร มิใช่หรือ ภาษาก็ดี ติดตามข่าวตลอดเวลา ย่อมต้องทราบตื้นลึกหนาบาง ของความเป็นไปมาของการเมืองไทยได้ดี แล้วยังจะจับมือคนคนนี้ลงอีกรึ ????

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอ

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอบเผด็จการอีแอบ ใจกล้าหน้าด้านเข้าพบและจับมือกับผู้นำที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเด่นชัด ..... ป้าซู "เสนียด" ภาษาเมียนหม่าพูดว่าอย่างไร????

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอ

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอบเผด็จการอีแอบ ใจกล้าหน้าด้านเข้าพบและจับมือกับผู้นำที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเด่นชัด ..... ป้าซู "เสนียด" ภาษาเมียนหม่าพูดว่าอย่างไร????

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอ

หัวหน้าฆาตกรลิ่วล้อขี้ข้าระบอบเผด็จการอีแอบ ใจกล้าหน้าด้านเข้าพบและจับมือกับผู้นำที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเด่นชัด ..... ป้าซู "เสนียด" ภาษาเมียนหม่าพูดว่าอย่างไร????

วีรสตรีประชาธิปไตย จับมือกับ

วีรสตรีประชาธิปไตย จับมือกับ อำมาตย์ฆาตรกร
เกมส์นี้ต้องการแย่งซีนนายกยิ่งลักษณ์...แต่ซูจี...เค้ามีมารยาทพอเลยให้พบ
ซูจีน่ะเค้ารู้เรื่องราวของอภิสิทธิ์มาตลอด...แต่หลังจากนั้นซูจีรีบเข้าห้องน้ำล้างมือ
นับสิบเที่ยว....หมดย้ำยาฆ่าเชื้อไปเยอะทีเดียว

ฟุตบอลแพ้ คนไม่แพ้

ฟุตบอลแพ้ คนไม่แพ้ ผมเห็นบ่อยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้เขาดูบอลเป็นและพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ อุตส่าห์ไปจบอังกฤษมา ไม่มีวิญญาณความเป็นผู้ดีเลย อุตส่าห์เชียร์แทบขาดใจ ผิดหวังจริงๆ

ชนชั้นปกครองเผด็จการของพม่ายั

ชนชั้นปกครองเผด็จการของพม่ายังไม่ให้..เข้าประเทศ..ได้จับมือกับนักประชาธิปไตยของพม่า..ขอให้ซึมซับความเป็นประชาธิปไตยผ่านมือซูจีไปให้มาร์คแมงสาบบ้างก็ยีงดี...จะสำนึกรึเปล่า

อ้อเข้าไปอ่านผมสอนมวยปชป.และน

อ้อเข้าไปอ่านผมสอนมวยปชป.และนู๋มาร์คในนี้(ฝากใครไปด้วย ถ้าแน่จริงท้าดวลหมัดทางความคิดกับปชป.น้อย ศิษย์เจ้าแม่กาลี ทุกตัว)

http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40818#comment-445888

Redarm wrote:นางนวล

[quote=Redarm][quote=นางนวล]นายอภิสิทธิ์ คิดได้แค่
การเข้าพบ อองซานซูจี เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดี เกาะภาพลักษณ์ที่ดีของเธอ
และเพื่อถ่ายรูป
แน่ใจว่า เขาคิดเรื่องอื่นๆ ไม่เป็น
อองซานเหมือนเป็น องค์ประกอบช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อภิสิทธิ์[/quote]

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่เอ.....ทำไม อภิสิทธิ์ฯ ปล่อยหมาบ้ากัดประธานสภาฯ แถมยังขนคนร่วมต้านปรองดอง แล้วที่จับมือกับคนที่เขาอยากเป็นประชาธิปไตย มันหมายความว่าอย่างไรหือ อภิสิทธิ์ฯ[/quote]

เห็นด้วยอย่างมากที่เดียว และไม่ต้องแปลกใจที่พรรคนี้ทำไปพูดได้ เพราะเขาทำได้ทุกอย่าง นอกจากความสร้างสรรค์เท่านั้นที่ทำไม่เป็น และอีกอย่างคือการใส่ร้ายผู้อื่นเก่งจัง...

อ้อครับ

อ้อครับ ขอด่าปชป.เสริมไว้ในนี้แล้วกัน หน้างานที่ตัวเองรับผิดชอบ(ฝ่ายการเมืองภาคตัวแทนในหน้างานฝ่ายปชต.) สถานการณ์ของปชต.ไทยย่ำแย่ เสียหาย ติดพันธนาการจากแหนายพรานกับดักทางความคิดของอำนาจนอกปชต.วางยาไว้แน่นหนา(มันก็รู้ รู้ดีกว่าใครด้วยแต่ทำตัวเป็นไส้ศึกเป็นจุดอ่อนให้เขาดีเดยืผ่านหน้างานตรงนั้นของตน)

แต่มันเลือกเป็นไส้ศึกกระทืบซ้ำ เพื่อฉวยโอกาสเอาตัวรอด ในแบบบังหลังอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักแล้วเขกกะบาลเพื่อร่วมอาชีพ,ฝ่ายปชต.ในบทบาทการไล่ล่าฝ่ายปชต.(มายแม็ปล้มเจ้า) เพื่อแลกโอกาส แถมเวลาคู่กรณีจะเอาคืน ก็มีอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักคุ้มกันให้?(ยุบไม่ยุบพรรค,กระเตงฉกเหรียญให้ทั้งที่แข่งแพ้มา,การขึ้นศาลฐานะฆาตรกรรรมหมู่คร้ังที่น่าเกลียดป่าเถือนที่สุดในประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของเมืองไทย) ได้ที่ขี่แพะไๆล่แบบนั้น มันยังมาท้าเขาเหย่งๆ 2ต่อ1ยังไหวแมนตายเลย?

แต่จริงๆคนไม่รู้ หรือรู้แต่งัวเงียๆมึนแบบควายไทยไม่มองให้เห็นว่ามันท้าเขาแบบนั้นจริงๆเพราะมันบังหลังอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักอยู่? ทำทีเป็นแมนๆต่อให้2ต่อ1 ขากกกถุย! หน้าตัวเมียฉวยโอกาส ล่ะไม่ว่า?แล้วยังไส้ศึก อีกต่า่งหาก ลูกผู้ชายชาติปชต.ที่ไหนในโลกเขาทำแบบนั้น? เกมแต่ละเกมสกปรก อำมหิตทั้งนั้น เช่นตะโกนในโรงหนังวันนั้น วันนี้มายแม็ปล้มเจ้า ขึ้นคัตเอ้าท์ทั่วประเทศว่าตัวเองปกป้องสถาบันฯ

แต่เบื้องหลังคือการเอาตรงนั้นมาประกอบเป็นอาวุธร้ายแรง เพื่อให้ได้สเบียง กำลังสนับสนุน ลิงก์ไปยังฟันเหลืองฟันดำฟันเหยิน จิ๊กซอร์ตัวกาลีบ้านกาลีเมืองตัวบลิ้ว ให้เกิดกาลียุค ในการประกอบอาวุธร้ายแรงให้คนชงคนประกอบมืออาชึพแบบปชป. ผลชัดๆล่าสุดคือมายแม้ปล้มเจ้าฯตอนนี้ตรงนี้เวลานี้ก็คือคัตเอ้าท์มันนั้นล่ะ? มันจะเสี้ยมไปถึงไหน? มันฉิบหายยังไม่พอหรือไง?ล่าสุดก็กำกับละครย้อนประวัติศาตสร์ฆ่าแขวนคอ ตุลา19โมเดล?

จนล่าสุดได้ประกอบเมนูอำมหิต"ลาบซ่ะประสงค์" ไปแล้วเลือดยังสดๆอุ่นๆอยู่ มันยังจะเอาอีก? วนมาเล่นอีก ไอ้พวกลูกหลานจัญไร???

ความเห็นของ อองซาน เหมาะกับ

ความเห็นของ อองซาน เหมาะกับ เมียนม่าร์
แต่การเมืองไทย ซับซ้อนกว่ามาก
ลองคิดดูสิว่า ถ้าอองซาน มาอยู่เมืองไทย จะเป็นอย่างไร

ประเทศนี้ ไม่ต้องการ คนเก่ง คนดี !! ก็มีอยู่แล้ว ..