องค์กรนิรโทษกรรมสากล เผยรายงานเรียกร้องต่างชาติเคลื่อนไหวกรณีซีเรีย

จากเหตุสังหารโหดติดต่อกันและความล้มเหลวของแผนการสันติภาพ องค์กรนิรโทษกรรมสากลได้เผยแพร่รายงานเรียกร้องให้ต่างชาติเคลื่อนไหวกรณีซีเรีย ชี้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงเช่นการลากเหยื่อออกจากบ้านมายิงแล้วจุดไฟเผา
 

 

14 มิ.ย. 55 - องค์กรนิรโทษกรรมสากลเปิดเผยในรายงานว่ารัฐบาลซีเรียได้กระทำความผิดฐานอาชญากรรมต่อมนุษยชาติกรณีที่มีนโยบายในการแก้แค้นชุมชนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มกบฏ
 
มีรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนอังกฤษออกมาเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. หลังจากที่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหยื่อซึ่งรวมถึงเด็กถูกทหารลากตัวออกมาจากบ้านและยิงสังหาร ในบางกรณีมีการจุดไฟเผาศพของเหยื่อด้วย
 
"หลักฐานใหม่นี้เผยให้เห็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีการเคลื่อนไหวจากต่างชาติ" โดนาเทลลา โรเวรา จากองค์กรนิรโทษกรรมสากลกล่าว
 
กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปสัมภาษณ์ประชาชนจาก 23 เมืองและหมู่บ้านทั่วประเทศซีเรีย และสรุปว่ากองกำลังของรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธมีความผิดฐาน "ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง และละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรสงคราม"
 
รายงานระบุอีกว่า รัฐบาลซีเรียได้ทำการทรมานผู้ที่ถูกจับกุม รวมถึงคนป่วยและคนชรา
 
ในรายงาน องค์กรนิรโทษกรรมสากลได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติส่งทอดคดีนี้ต่อไปยังอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และให้มีการคว่ำบาตรการค้าอาวุธกับซีเรีย
 
 
ข้อเสนอของฝรั่งเศส
 
ขณะเดียวกันรัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ลอว์เรนท์ ฟาเบียส กล่าวว่าเขาจะทำให้แผนการสันติภาพ 6 ข้อของโคฟี อันนัน กลายเป็นข้อบังคับได้
 
เฟเบียสกล่าวอีกว่า ฝรั่งเศสจะเสนอให้แผนการสันติภาพ 6 ข้อ ของอันนัน ถูกกำหนดเป็นข้อบังคับตามบทบัญญัติที่ 7 ของสหประชาชาติ โดยอธิบายสภาพการในตอนนี้ของซีเรียว่ามีลักษณะเป็น "สงครามกลางเมือง"
 
เฟเบียสหวังว่ารัสเซียจะเห็นด้วยกับการใช้บทบัญญติที่ 7 ซึ่งมีการอนุญาตให้ใช้กำลังทหารและบอกอีกว่ากำลังถกเถียงในเรื่องการกำหนดเขตห้ามบินอยู่
 
"เราเสนอให้มีการบังคับใช้แผนของอันนัน" เฟเบียสกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าว "เราต้องเร่งนำเสนอต่อไปยัยสภาความมันคงฯ และกำหนดแผนการของอันนันอยู่ภายใต้บทบัญญัติที่ 7 นั่นคือการบังคับใช้แผนภายใต้การคว่ำบาตรอย่างหนัก"
 
ด้านฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัสเซียหยุดส่งอาวุธไปให้ซีเรีย โดยบอกว่าประเทศที่เต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างซีเรียกำลังดิ่งลงสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ซึ่งฮิลลารี่บอกอีกว่าเธอยอมให้ความร่วมมือกับรัสเซียเพียงแต่รัสเซียต้องหยุดส่งอาวุธ และกล่าวหาว่ารัสเซียได้ส่ง 'เฮลิคอปเตอร์จู่โจม' ให้กับซีเรียซึ่งจะยิ่งเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรง
 
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 13 มิ.ย. รมต.ต่างประเทศของรัสเซีย เซอกี ลาฟรอฟ กล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวว่าทางรัสเซียได้ขายอุปกรณ์ต่อต้านอากาศยานให้กับซีเรีย โดยถือว่าไม่เป็นการละเมิดกฏหมายสากลข้อใด และเมื่อถามถึงกรณีของเฮลิคอปเตอร์ ลาฟรอฟก็กล่าวปฏิเสธโดยบอกว่ารัสเซียเพียงแค่ขายยุทโธปกรณ์ทั่วไปเกี่ยวกับการต้านอากาศยาน
 
 
ระวังซีเรียกลายเป็นสงครามตัวแทน
 
ด้านอาลี อัคบาร์ ซาเลฮี รมต.ต่างประเทศของอิหร่านกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวเดียวกันกับลาฟรอฟว่า รัสเซียและอิหร่านต่างใกล้ชิดกับประเด็นของซีเรียมาก
 
ซาเลฮีบอกว่า ประเทศตะวันตกกับชาติอาหรับกำลังส่งอาวุธและกำลังทหารไปที่ซีเรียและไม่ยอมให้ประธานาธิบดีซีเรียดำเนินการปฏิรูปตามที่สัญญาไว้
 
รายงานในอิหร่านระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ กาตาร์, ซาอุดิอารเบีย และสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่กลุ่มกบฏในซีเรีย ผู้ที่ถูกรัฐบาลซีเรียเรียกว่า 'ผู้ก่อการร้าย' ทางด้านสหรัฐฯ ก็กล่าวหาว่าอิหร่านให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธและให้คำแนะนำทางการทหารแก่รัฐบาลซีเรีย
 
เฮอร์ฟ แลดซูส หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการรักษาสันติภาพของยูเอ็นกล่าวว่าซีเรียในตอนนี้มีสภาพเป็นสงครามกลางเมืองและอาจจะกลายเป็นการต่อสู้ด้วยกำลังระหว่างที่มีต่างชาติคอยให้การช่วยเหลือ
 
ทางด้านรมต. ต่างประเทศของซีเรียกล่าวโต้ตอบแลดซูสว่า การกล่าวว่าซีเรียอยู่ในสภาพสงครามกลางเมืองนั้นไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในซีเรียเป็นสงครามต่อต้านกลุ่มติดอาวุธที่ใช้วิธีการก่อการร้าย
 
ทูตประเทศตะวันตกที่ไม่ขอระบุนามรายหนึ่งให้ความเห็นว่า สถานการณ์ในซีเรียกำลังสุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นสงครามตัวแทน (Proxy war) ที่มีการสนับสนุนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน
 
"ความขัดแย้งในซีเรียจะโหดร้ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่กับฝ่ายเดียวด้วย" ทูตผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวเตือน
 
 
ที่มา:
 
Syria accused of organised attacks, Aljazeera, 14-06-2012