โวย! คำสั่งบังคับคดีสั่งรื้อถอนชุมชนเกษตรกรสุราษฎร์ ไม่เป็นธรรม

ชาวบ้านชุมชนสันติพัฒนาร้อง ถูกบังคับคดีให้รื้อถอนชุมชนที่มีกว่า 85 ครัวเรือน ออกจากพื้นที่ สปก. ด้าน สกป.ชี้ บังคับคดีไม่มีสิทธิ์รื้อถอนชุมชนในพื้นที่ สปก. และได้ส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว เตรียมหนังสือแจ้งระงับการรื้อถอนด่วน

 
 
สืบเนื่องมาจากบริษัทสหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม มหาชน จำกัด ฟ้องคดีอาญาข้อหาบุกรุก และคดีแพ่งต่อชาวบ้านชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย โดยเรียกค่าเสียหายกว่า 1 ล้านบาท คดีความดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.55 ได้มีคำสั่งบังคับคดีให้รื้อถอนชุมชนที่มีกว่า 85 ครัวเรือน โดยเริ่มดำเนินการรื้อถอนในวันที่ 29 มิ.ย.55
 
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.55 นายบุญฤทธิ์ ภิรมณ์ และตัวแทนชาวบ้านชุมชนสันติพัฒนาได้เข้าประชุมร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมี นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นประธาน การร่วมพูดคุยถึงปัญหาเรื่องการจัดการที่ดินและความขัดแย้งในระหว่างกลุ่มบุคคลในพื้นที่
 
นายสถิตย์พงษ์ กล่าวว่า บังคับคดีไม่มีสิทธิ์เข้าไปรื้อถอนชุมชนเพราะเป็นพื้นที่ สปก. และสปก.ได้ส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว ตนเองจะทำหนังสือแจ้งไปทางบังคับคดีระงับการรื้อถอน และจะแจ้งไปทางจังหวัดสุราษฏร์ธานีโดยด่วน
 
จากนั้นในวันที่ 29 มิ.ย.55 นายบุญฤทธิ์ และตัวแทนชาวบ้านก็ได้เข้าพบนายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานีเพื่อเข้าร้องเรียนถึงความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับหากปล่อยให้มีการบังคับคดีและชุมชนถูกรื้อถอนจริง
 
ข่าวล่าสุดแจ้งว่า เมื่อถึงวันที่ 29 มิ.ย.55 ในวันที่ถึงกำหนดรื้อถอน ได้มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งขับรถวนเวียนบริเวณใกล้ๆ ชุมชน แต่ไม่มีการรื้อถอนแต่ประการใด
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ตั้งชุมชนสันติพัฒนาเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ สปก.จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ สปก.ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ชุมชนไปแล้วตามหนังสืออ้างถึงสำนักการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ กษ 1204/1977 ลงวันที่ 23 มี.ค.52
 
ทั้งนี้ ชุมชนสันติพัฒนา เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ขาดแคลนที่ดินทำกินในหมู่ 6 และบริเวณใกล้เคียงเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบการถือครองที่ดินของบริษัทเอกชน หลังจากที่พบว่าบริษัทถือครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบหลายประเภท แต่หน่วยงานรัฐยังนิ่งเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ส่งผลให้ประชาชนเข้าดำเนินการปฏิรูปที่ดินด้วยตนเอง ตั้งแต่ประมาณปลายปี 2550
 
ต่อมา บริษัทสหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวชุมชนสันติพัฒนา ในกรณีที่ที่ดินรวมเนื้อที่ 1,486 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คดีอาญาในข้อหาบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น จำนวน 2 คดี
และคดีแพ่งในข้อหาละเมิด ขับไล่ เรียกค่าเสียหาย จำนวน 2 คดี รวมค่าเสียหายในส่วนแพ่ง 15 ล้านบาท
 
การฟ้องคดีทั้ง 4 คดี อาศัยเหตุการณ์วันเวลา เนื้อที่พิพาทแปลงเดียวกัน โดยโจทก์คือบริษัทฯ จำเลยคือชาวบ้านในชุมชนสันติพัฒนา จำนวน 12 คน ระหว่างการต่อสู้คดีจำเลยเสียชีวิต 3 คน โจทก์ฟ้องอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน 1,486 ไร่ โดยมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3ก 330 ไร่ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการออกเอกสารสิทธิ แต่ถูกจำเลยบุกรุกและทำละเมิด
 
จำเลยต่อสู้ว่า ที่ดิน 1,486 ไร่ ที่โจทก์ฟ้องมิใช่ที่ดินโจทก์แต่เป็นที่ดินของรัฐ โดยแบ่งเป็นที่ดินรัฐ 2 ประเภท ประเภทแรกอยู่ในเขต สปก. ประมาณ 276 ไร่เศษ ซึ่งจำเลยตั้งชุมชนอยู่ในส่วนนี้ ประเภทที่สองเป็นที่ดินอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ประมาณ 1,200 ไร่ ซึ่งรวมที่ดิน น.ส.3ก 330 ไร่ ที่โจทก์อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจากการตรวจสอบของหลายหน่วยงานรวมทั้ง DSI พบว่าเอกสารสิทธิออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 
ในส่วนที่ดินของ สปก.นั้นมีการตรวจสอบและได้มีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ในข้อหาบุกรุกฯ บริษัทฯ จึง ได้ส่งมอบพื้นที่คืนเพื่อให้ทางพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งต่อมามีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้วเนื่องจากทางบริษัทโจทก์ได้มีการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม คดีแพ่งดำ 230/2552 แดง 953/2554 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า ให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดิน 110 ไร่ และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำนวน 1,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาทจนกว่าจะขนย้ายฯ และเป็นเหตุให้มีการบังคับคดีดังกล่าว