กลุ่ม 'วิศวกรเพื่อชาติ' ออกแถลงการณ์ สถานะการณ์คอร์รัปชั่นไทยถึงขั้นวิกฤต

กลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ ออกคำแถลงการณ์แจ้งประชาชน ชี้เข้าประมูลงานราชการต้องจัดเงิน 30-40% ตอบแทนให้กับนักการเมืองผู้มีอำนาจในโครงการนั้นๆ ด้านสถานะการณ์คอร์รัปชั่นการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ในประเทศไทยปัจจุบันถึงขั้นวิกฤต จนอาจจะทำให้ประเทศชาติล่มสลายได้
       
10 พ.ย. 55 -  รองศาสตราจารย์ ดร. ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ ออกแถลงการณ์เรื่อง "สถานะการณ์คอร์รัปชั่นการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในประเทศไทยปัจจุบันถึงขั้นวิกฤต" โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เรื่อง: สถานะการณ์คอร์รัปชั่นการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในประเทศไทยปัจจุบันถึงขั้นวิกฤต

กลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ ได้ติดตามเฝ้าดู ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ในประเทศไทยมาโดยตลอด พบว่านับวันกำลังจะเพิ่มเป็นปัญหามากขึ้นๆ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย กัดกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ และนับวันปัญหานี้จะลุกลามและเป็นอันตรายร้ายแรงยิ่ง ตลอดเวลา 17 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมาที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ซึ่งเป็นองค์การนานาชาติ ได้จัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index : CPI) เพื่อเป็นตัวชี้วัดและจัดอันดับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศต่าง ๆ ประเทศไทยนั้นได้รับคะแนนอยู่ในระดับต่ำมากอยู่เพียง 2.79 ถึงสูงสุดไม่เกิน 3.8 เท่านั้นจากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งหมายถึงว่าได้คะแนนสอบตกในตลอดเวลาช่วง17 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นชัดว่าทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพรรคใดๆที่ผ่านมาของประเทศไทย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นให้ลดน้อยลงได้ ตรงกันข้ามจำนวนคดีการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ ปปช. กลับเพิ่มมากขึ้น และได้แพร่ระบาดลงไปในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ถึงระดับตำบลทั่วทั้งประเทศ มีการยอมรับกันว่าในการบริหาร อบต. นั้นมีการทุจริตกันเป็นส่วนใหญ่ เหลือ อบต. ที่บริหารอย่างสุจริตและโปร่งใสอยู่เพียงไม่เกิน 30 %

ในการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้ระบบ อี อ๊อกชั่น (ระบบประมูลทางอีเล็คโทรนิค) ที่เริ่มใช้มาเป็นเวลา 7 ปีนับตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทยได้ริเริ่มนำมาใช้ ก็มีผลวิจัยแน่ชัดว่าทำให้รัฐฯ ศูนย์เสียเงินงบประมาณไปมากกว่า 50,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการสมยอม(ฮั้ว)ไม่มีการแข่งขันราคากันอย่างแท้จริง เป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่ผู้รับเหมางานราชการว่าระบบอี อ๊อกชั่น คือ"การฮั้วที่รัฐฯจัดให้" เป็นการฮั้วเป็นการคอร์รัปชั่นที่ถูกกฏหมาย สามารถใช้โกงการประมูลได้ตั้งแต่โครงการ 2 ล้านบาทขึ้นไปจนโครงการระดับ 300,000 ล้านก็ได้ทั้งสิ้น
 
ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับว่า เป็นเรื่องปกติที่ทุกงานราชการ ผู้เข้าประมูลจะต้องจัดเงิน 30-40% ตอบแทนให้กับนักการเมืองผู้มีอำนาจในโครงการนั้นๆ  ข้าราชการที่ดีที่ไม่ยอมร่วมสมคบและร่วมมือกับนักการเมืองที่คดโกง ก็นับวันจะถูกโยกย้าย ไม่มีโอกาสก้าวหน้าในราชการ

ปัจจุบัน ยังได้ปรากฏว่ามีความพยายามไปอีกขั้นที่จะใช้อำนาจของรัฐบาล ยกเลิก ยกเว้นระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เข้มงวดแบบเดิม โดยอ้างความฉุกเฉินเร่งด่วน แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งได้ใช้งบไปแบบเบี้ยหัวแตกกระจัดกระจายหมดไปเกือบ แสนล้านบาทหมดไปในเวลาไม่ถึงปี และยังมีความพยายามที่จะให้รัฐมนตรีมีอำนาจเด็ดขาดสามารถเสนอวิธีการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมาใหม่ ยกเลิกระเบียบเดิมทั้งหมด เช่นในโครงการบริหารจัดการน้ำ 300,000 ล้านบาทที่จะตัดสินแจกจ่ายเงินงบประมาณออกไปในต้นปีหน้า โดยจะใช้ระบบเทรินคีย์(Turn Key)ที่จะเปิดช่องให้ผู้รับเหมาไปออกแบบเอง สร้างเองไปได้ ทั้ง 300,000ล้านบาท
และยังมีการตั้งงบพิเศษไว้อีก 2,200,000 ล้านบาทเพื่อใช้จ่ายในการก่อสร้างทั่วประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้การประมูลในระบบพิเศษอีกเช่นกัน ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งคือการที่รัฐบาลนี้ ลุแก่อำนาจโดยอ้างว่ามีเสียงส่วนใหญ่ ไม่ฟังเสียง ไม่สนใจความเห็นประชาชนที่ทักท้วงใดๆเลย  อย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลใดๆในอดีตแม้กระทั่งรัฐบาลเผด็จการทหารจะกล้าปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน

กลุ่มวิศวกรเเพื่อชาติ จึงเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องออกคำแถลงนี้เพื่อแจ้งให้ประชาชนไทยทุกหมู่เหล่าได้ทราบว่าสถานะการณ์คอร์รัปชั่นการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ในประเทศไทยปัจจุบันถึงขั้นวิกฤต จนอาจจะทำให้ประเทศชาติล่มสลายได้ในที่สุด!

ด้วยความห่วงใยและสำนึกในหน้าที่
รองศาสตราจารย์ ดร. ต่อตระกูล ยมนาค
ประธานกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ