คลองไทรพัฒนาระอุ! สมาชิก 'สกต.' ถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย

 

ภาพ: พื้นที่เกิดเหตุ
 
วันนี้ (19 พ.ย.55) เวลาประมาณ 07.00 น.เกิดเหตุชาวบ้านเพศหญิง 2 คน ในชุมชนคลองไทรพัฒนา หมู่ที่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน ถูกซุ่มยิงจนเสียชีวิตขณะกำลังจะไปซื้อกับข้าว โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือนางมณฑา ชูแก้ว อายุ 50 ปี และนางปรานี บุญรักษ์ อายุ 54 ปี เป็นสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านผู้ประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกินและมาอาศัยอยู่ในชุมชนคลองไทรพัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ สปก.และกำลังมีกรณีพิพาทกับบริษัทเอกชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงผู้ตายทั้งคู่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจ่ายตลาดเมื่อขับรถห่างจากชุมชนประมาณ 800 เมตร ชาวบ้านในชุมชนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ลูกสาวผู้ตายกับเพื่อนบ้านได้ขี่รถตามออกมาดูก็พบว่าทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน เอส.เค.กับ เอ็ม.16 ตกอยู่ 10 ปลอก จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธร อ.ชัยบุรี
 
ในเบื้องต้นผู้นำชุมชนคลองไทรพัฒนา ออกมาให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้น่าจะมาจากบริษัทเอกชนที่ไม่พอใจชาวบ้านที่เข้ามาเรียกร้องสิทธิและใช้ประโยชน์ในที่ดิน ทำให้บริษัทและกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ต้องเสียผลประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวผลปาล์มและที่ดินไปอย่างมหาศาล
 
ผู้นำชุมชนคลองไทรพัฒนา ระบุด้วยว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์ยิงนายสมพร พัฒภูมิเสียชีวิตมาแล้ว 1 ศพ รวมทั้งมีการใช้รถแบ็คโฮมาไถดันบ้านเรือน และเผาบ้านเรือนสมาชิกชุมชนทำให้ได้รับความเสียหายอย่างที่เคยเป็นข่าวมาแล้ว
 
ทั้งนี้ ในพื้นที่สถานการณ์ตรึงเครียดมาก ชาวบ้านกังวลและไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์จะรุนแรงมากขึ้นกว่านี้หรือไม่
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายปี พ.ศ.2551กลุ่มชาวบ้านสมาชิก สกต.ได้รวมตัวกันขอตรวจสอบพื้นที่กับ ส.ป.ก.จังหวัดสุราษฏร์ธานี และเมื่อเห็นว่าเป็นพื้นที่ของรัฐและบริษัทเอกชนเข้าไปทำผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ชาวบ้านจึงเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตั้งเป็นชุมชนอยู่อาศัยทำอาชีพเกษตรกรรม และหน่วยงาน ส.ป.ก.ก็ได้ดำเนินการฟ้องขับไล่บริษัทเอกชนแล้ว ซึ่งผลการตัดสินของศาลให้บริษัทดังกล่าวแพ้คดีต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากพื้นที่  
 
 

ลำดับสถานการณ์ คลองไทรพัฒนา
(ข้อมูลจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็น (ขปส.))

พฤศจิกายน 2551
มีการรวมกลุ่มของชาวบ้านประมาณ 120 ครอบครัวขอเข้าไปใช้พื้นที่ตั้งเป็นชุมชนคลองไทรพัฒนา หมู่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามตรวจสอบผลักดันการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐให้เกิดผลในทางปฎิบัติ โดยต้องการให้นำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฎิรูปเพื่อชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเร็ว

มีนาคม 2552
บริษัทจิวกังจุ้ย พัฒนาจำกัด ได้ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากชาวบ้าน 3 คนได้แก่นายบัญญัติ จอง นายอดุลย์ รามจันทร์ และนายสมหมาย ลิกขชัย เป็นจำนวน 3,000,000 บาท โดยโจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวและให้มีหมายจับจำเลยทั้ง 3 ต่อมาศาลได้ถอนฟ้องนายบัญญัติฯจำเลยที่ 1 เนื่องจากมาทราบข้อเท็จจริงภายหลังว่า นายบัญญัติฯเป็นคนวิกลจริต ปัจจุบันรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โดยจำเลยที่ 2 และ 3 ยินยอมออกจากพื้นที่

9 สิงหาคม 2552
06.30 น. มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 40 คันรถปิ๊กอัพ นำโดยผู้บังคับการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกำลังตรวจจากสถานีตำรวจชัยบุรี เข้าไปตรวจค้นอาวุธและยาเสพติด ตรวจค้นอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทยอยกลับได้มีรถไถจำนวนหลายคัน และมีกลุ่มชายฉกรรจ์ถืออาวุธปืนยาวหลายคนเดินนำรถไถพังรั้วของชุมชนเข้ามาไถ บ้านของชาวบ้านพังจำนวน 60 หลัง ซึ่งชาวได้แจ้งตำรวจแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกให้ไปแจ้งความที่โรงพัก ชาวบ้านได้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้และในวันเดียวกันได้ไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจภูธรชัยบุรี แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดรับเรื่อง

10 สิงหาคม 2552
ได้มี ชรบ.ประมาณ 40 นายเข้ามาตรึงกำลังที่แคมป์ของบริษัท ได้มีชาวบ้าน 5 คน เข้าไปแจ้งความอีกครั้ง มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรชัยบุรี ปัจจุบันคดียังไม่มความคืบหน้าแต่อย่างใด

2-7 พฤศจิกายน 2552
คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการช่วยเหลือและแก้ปัญหาคดีความของเครือ ข่ายปฎิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย กรมสอบสสวนคดีพิเศษ โดย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิลและคณะ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐโดย พ.ต.ท.สันต์ทรง ตังละแม และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ ชุมชนคลองไทรพัฒนา, ชุมชนน้ำแดง และชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเสนอต่อคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาคดีความฯ และเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินต่อไป

29 ธันวาคม 2552
12.05 น. พ.ต.ท.โกเมธ ชูชมชื่น จาก สภอ.เขาพนม จ.กระบี่ มาพร้อมกับนายทวี แดงอนันต์ ผู้จัดการบริษัทจิวกังจุ้ย พัฒนาจำกัด และพวกอีก 5 คน ใช้รถปิ๊กอัพ 2 คัน เข้ามาในชุมชนคลองไทรพัฒนา หมู่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และสอบถามข้อมูลต่างๆ จากสมาชิกบางคนในชุมชน ไม่ทราบจึงเกิดความไม่พอใจ พ.ต.ท.โกเมธ ชูชมชื่น จึงตบหน้านายอภินนท์ สังข์ทอง สมาชิกชุมชนคลองไทรฯ นายอภินนท์ จึงเอากล้องมาขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ พ.ต.ท.โกเมธ ชูชมชื่น และกลุ่มบุคคลที่มาด้วยเอาปืนมาจี้ที่น่าอกนายอภินนท์ สังข์ทอง และนางมาลิดา เจียกรัมย์ (ภรรยานายอภินนท์) จึงไม่ได้ภาพไว้เป็นหลักฐาน และกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เดินทางออกไปจากชุมชน

11 มกราคม 2553
19.00 น. ได้มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองและปืนเอ็ม.16 ยิงเข้าใส่วงสนทนาและรับประทานอาหารค่ำที่นอกชานหน้ากระท่อมที่พักของนายฟอง ขุนฤทธิ์ ซึ่งมีนายสมพร พัฒนภูมิ เพื่อนบ้านมานั่งอยู่ด้วยและเป็นที่ถูกกระสุนปืนจนเสียชีวิตหลังจากวิ่งหนี มาได้ประมาณ 10 เมตรเศษ

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำตรวจ สภ.อ.ชัยบุรี ได้ตรวจพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอกและปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 7 ปลอก

มีข้อสังเกตว่าก่อนเกิดเหตุยิงใส่กลุ่มสมาชิกชุมชนคลองไทรฯ ที่หน้ากระท่อมของนายฟอง ขุนฤทธิ์ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าพบเห็นนายทวี แดงอนันต์ ผู้จัดการบริษัทจิวกังจุ้ย เข้าตรวจเดินดูสภาพต่างๆ ในชุมชนโดยเฉพาะบริเวณด้านหลังที่เกิดเหตุ

19 พฤศจิกายน 2555
เวลา 07.20 น. ชาวบ้าน อายุระหว่าง 40 - 50 ปี เป็นผู้หญิง ถูกยิงเสียชีวิต ทั้ง 2 คน

หมายเหตุ  ชุมชนคลองไทรพัฒนา เป็นชุมชนที่ผ่านการอนุมัติให้ดำเนินการจัดทำโฉนดชุมชนแล้ว

ความเป็นมา
1. นายทุนบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จากประเทศมาเลเซีย บุกรุกครอบครองทำประโยชน์ปลูกสร้างสวนปาล์มน้ำมันในเขตปฏิรูปที่ดินป่าบ้านหมาก-ป่าปากพัง จำนวนเนื้อที่ 1,051 ไร่ (อยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ จำนวน 144 ไร่ และเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 906 ไร่)

2.ผลกระทบจากการถูกดำเนินคดีมีดังนี้

2.1 เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา  ได้อ้างว่าตนเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งกับชาวบ้านและบริวารชุมชนคลองไทรจำนวน3 คน ในข้อหา ละเมิด,ขับไล่,ปลดเปลื้องการรบกวน ,เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 3,000,000 บาท ต่อมาบริษัทถอนฟ้องที่ 1, จำเลยที่ 2-3 ได้ทำสัญญายอมออกจากพื้นที่  ต่อมา บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา ได้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งกับชาวบ้าน โดยอ้างว่าชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเป็นบริวารของจำเลยทั้ง 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 136/2552 จึงฟ้องเป็นคดีใหม่

2.2 เมื่อเดือนธันวาคม 2553 บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา ได้ดำเนินการฟ้องคดีอาญา หมายเลขดำที่3177/2553 ข้อหาบุกรุกกับชาวบ้านชุมชนคลองไทรโดยอ้างว่าตนเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ปัจจุบันคดีทั้งหมดอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล

2.3. ถูกคุกคามจากกลุ่มอิทธิพลมืด

 
ความคืบหน้าคดี 
1.เมื่อปีพ.ศ. 2548  ส.ป.ก.ฟ้องศาลกระบี่หมายเลขคดีดำที่ 616/2548 ขับไล่บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา ปีพ.ศ. 2550 มีคำพิพากษาให้บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา  ออกจากพื้นที่ ในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งพิพาทกันเนื้อที่ 1,081 ไร่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 บริษัทยื่นอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดี ต่อมาศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้บริษัทแพ้คดี ปัจจุบันคดีนี้อยู่ในศาลฎีกา

2. เดือนมีนาคม พ.ศ.2552 คปท. ได้ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นผลให้สำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง ที่ 71/2552 วันที่ 9 มีนาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขเพื่อปัญหาของ คปท.

3. วันที่ 11 มีนาคม 2552 คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขเพื่อปัญหา คปท. มีการประชุมครั้งที่ 1 มีมติสำคัญประการหนึ่งคือในระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาเห็นชอบให้ผ่อนผันให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำกินในที่ดินตามวิถีปกติไปพลางก่อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

4. วันที่ 2-7 พฤศจิกายน 2552คณะอนุกรรมการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาคดีความของ คปท. ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่(รายละเอียดแนบท้ายรายงาน)

5. เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 ได้ประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553

6. เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 มติ คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช. ) เห็นชอบให้ชุมชนไทรงามพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน

7.ปัจจุบันบริษัทฯถอนคดีจากศาลทั้งแพ่งและอาญา คดีเป็นอันยุติ เหลือแต่การคุกคามของอิทธิพลมืด