ลาวใช้ ฮ.กู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำโขง

ลาวปฎิบัติภารกิจกู้ต้นมณีโคตร ต้นไม้ศักดิสิทธิ์แห่งคอนพะเพ็ง แขวงจำปาศัก โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ยกขึ้นจากกลางน้ำเชี่ยวสำเร็จแล้ว

ความหวังเป็นจริงแล้วสำหรับภารกิจลงกอบกู้ต้นไม้มะนีโคด(มณีโคตร) ขึ้นจากพื้นน้ำที่คอนพะเพ็ง หลังคณะรับผิดชอบทำงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามถึง 2 วัน เพื่อนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวขึ้นมาสำเร็จ ท่ามกลางกำลังใจของประชาชนที่เข้าร่วมทั้งจากที่ว่าการแขวง องค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกแขวงจำปาสักกว่าหนึ่งหมื่นคน

ภารกิจกอบกู้ต้นไม้มะนีโคดขึ้นจากพื้นน้ำคอนพะเพ็งครั้งที่สอง ซึ่งตามแผนเดิมนั้นจะกระทำในวันที่ 11 มกราคม แต่เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันพระแรม 14 ค่ำของเดือนเจียง คณะกู้ต้นไม้จึงต้องเลื่อนการปฏิบัติงานไปเป็นวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ KA32 ลำเก่า ของกองพันใหญ่ 703 กระทรวงการป้องกันประเทศ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรวม 8 นายในการบิน และลงสู่พื้นที่ดอนกลางน้ำ 4 นาย เวลาประมาณ 8.30 น. เฮลิคอปเตอร์ได้บินลงสู่เป้าหมายเพื่อหย่อนเจ้าหน้าที่นำรอกไปเกี่ยวกับ ต้นไม้เพื่อนำขึ้นจากผืนน้ำ และประเมินน้ำหนักของไม้ทั้งหมด ก่อนที่จะใช้รอกเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์เพื่อยกขึ้น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบอุปสรรคการปฏิบัติงานพอสมควร จนทำให้การกอบกู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในครั้งแรกประสบความล้มเหลว เนื่องจากกระแสน้ำพัดแรงจนไม่สามารถดึงไม้ขึ้นจากน้ำได้ตามความคาดหมาย และในครั้งนี้ก็ยังประสบปัญหาเดิมเช่นกัน คือสามารถดึงไม้พ้นผิวน้ำประมาณ 2 เมตรเท่านั้นในช่วงเช้า ไม่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พร้อมคณะกรรมการลงกู้ต้นไม้มะนีโคดครั้งนี้ ยังไม่ย่อท้อหรือละความพยายาม และส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานต่อในช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสี่โมง ซึ่งก็ยังไม่สำเร็จ จนกระทั่งวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม ที่ได้ดอกาสจากสภาพอากาศท้องฟ้าและลมที่นิ่งสงบ ใช้เวลาจาก 8 นาฬิกาไม่ถึงสองชั่วโมง ก็สามารถยกต้นไม้มะนีโคดขึ้นจากพื้นน้ำคอนพะเพ็งขึ้นสู่ดอนกลางน้ำได้ตามแผน การ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีขจองประชาชนที่มาคอยให้กำลังใจ

จากนั้นในช่วงบ่าย เฮลิคอปเตอร์ KA32 ได้ลากดึงไม้มะนีโคดเข้าสู่ฝั่ง แต่เนื่องจากต้นไม้มีขนาดใหญ่และยาวกว่ากำลังของเฮลิคอปเตอร์จะสามารถลาก ทั้งหมดได้ภายในครั้งเดียว จึงจำเป็นต้องตัดออกเป็น 3 ท่อนเพื่อให้สะดวกต่อการยก สำหรับต้นไม้มะนีโคดที่กู้ขึ้นมาจากพื้นน้ำนี้ มีความยาว 14.56 เมตร หน้าตัด 46.6 แมตร และน้ำหนักทั้งหมด 2,800 กิโลกรัม ซึ่งทางการลาวมีแผนจะนำขึ้นไปตั้งแสดงไว้ที่หอพิพิธภัณฑ์ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ในบริเวณคอนพะเพ็ง เพื่อทำการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ และจัดให้ประชาชนชาวลาวได้ไหว้สักการะบูชา

อนึ่ง ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มะนีโคด (มณีโคตร) นี้ เป็นต้นไม้ใหญ่ต้นเดี่ยวที่มีรูปร่างประหลาย คือปลายกิ่งมีลักษณะคล้ายรากไม้ที่ยืนต้นกลางดอนแม่น้ำของแก่งคอนพะเพ็งที่ เชี่ยวกรากเป็นเวลายาวนาน อยู่ระหว่างต้นโพธิ์สองต้น มีตำนานเล่าว่าเป็นต้นไม้วิเศษที่ “กกชี้ตาย ปลายชี้เป็น” คือนำเอาส่วนโคนชี้ไปทางไหนคนก็จะตาย หากเอาส่วนปลายชี้ไปที่คนตายก็จะกลับฟื้น ส่วนปลายที่มีสามแฉกชี้ไปทางสามประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา เล่าว่าหากได้กินหมากผลของต้นมณีโคตรก็จะมีผลวิเศษเป็นยาอายุวัฒนะ แก่เฒ่ากลับคืนเป็นหนุ่ม ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวลาวและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวคอนพะเพ็ง ก็ต้องชี้ให้กันชมต้นมะนีโคดอยู่ไกลๆ

ต้นมะนีโคดนี้โค่นลงเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 ภายหลังพายุและฝนตกหนักติดต่อกันสามวัน ทางการลาวได้พยายามกู้ต้นมะนีโคดแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากกระแสน้ำพัดแรง จึงได้มีการวางแผนใหม่ในฤดูแล้งจนกระทั่งสำเร็จเมื่อวันอ่าทิตย์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

เศษซากจากกิ่งต้นมะนีโคดที่โค่นล้ม ถูกนำไปประมูลขายเป็นวัตถุมงคลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ราคาแพง และมีมิจฉาชีพกล่าวอ้างนำกิ่งไม้ไปหลอกลวงขายว่าเป็นต้นมะนีโคดทั่วไปในแขวง จำปาสัก

 

 

ภาพและเรียบเรียงจาก
ເຊີນຊົມຕົ້ນໄມ້ທີ່ເຊື່ອວ່າສັກສິດ ພາລະກິດນຳຕົ້ນມະນີໂຄດຂຶ້ນສຳເລັດແລ້ວ