คมนาคม เตรียมตั้ง ‘กรมการขนส่งทางราง’ พัฒนาขนส่งทางรถไฟ รองรับเงินกู้ 2 ลล.

 

กระทรวงคมนาคม เตรียมพิจารณาตั้งกรมการขนส่งทางราง ทำหน้าที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรถไฟรองรับพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท รวมทั้งแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินของการรถไฟฯ

 

17 เม.ย.56 - สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดตั้งส่วนราชการเพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางราง ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดตั้งส่วนราชการระดับกรม เบื้องต้นจะปฏิรูปการบริหารการขนส่งทางรถไฟ โดยจัดตั้งเป็นกรมการขนส่งทางราง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรถไฟ ควบคุมดูแลระบบความปลอดภัยในการเดินรถ กำหนดมาตรฐานทางเทคนิคของโครงสร้างพื้นฐาน ตัวรถ คนประจำรถไฟ การเดินรถไฟ และกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ และการเดินรถ โดยจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและจัดตั้งส่วนราชการระดับกรม หรือ องค์กรอื่นที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาระบบขนส่งและการเดินทาง ทางราง พิจารณาอีกครั้งปลายเดือนเมษายนนี้ ก่อนที่จะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.เป็นผู้พิจารณาจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง เพื่อขออนุมัติอัตราบุคลากรจำนวน 200 อัตรา คาดว่าจะบรรจุอยู่ในงบประมาณปี 2558

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง เนื่องจากรัฐบาลตัดสินใจลงทุนในระบบขนส่งทางรางครั้งใหญ่ โดยงบประมาณถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ 7-10 ปี โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถที่จะแบกรับต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐานในลักษณะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกต่อไป ดังนั้นหากไม่มีการปฏิรูปการบริหารงาน การดำเนินโครงการจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงการรองรับการดำเนินโครงการตาม พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือ ร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่มีความรวดเร็วด้วย ทั้งนี้ การจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง อำนาจหน้าที่จะมีลักษณะเดียวกันกับกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า และกรมการบินพลเรือน ส่วนองค์กร ของ ร.ฟ.ท. จะยังมีอยู่ แต่พนักงานในส่วนงานโครงสร้างพื้นฐานของ ร.ฟ.ท. ที่มีอยู่กว่า 1,000 คน จะโอนย้ายหน่วยงานไม่สามารถรับอัตรากำลังได้หมด เนื่องจากอัตราค่าตอบแทนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกับราชการต่างกันมาก จึงมีแนวทางที่จะกำหนดเป็นการว่าจ้าง